The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรื่อง วัว (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pwt _neem, 2020-08-14 04:10:18

รายงานเรื่อง วัว (1)

รายงานเรื่อง วัว (1)

รายงานเรอื่ ง Cow of Thailand

จดั ทาโดย
เดก็ หญิงภาวิตา สุวรรณมณี
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๓ ๙ เลขท่ี ๒๑

เสนอ
คุณครูประภสั สร ศิริสุข

โรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์



รายงานเรอ่ื ง Cow of Thailand

จดั ทาโดย
เดก็ หญิงภาวติ า สุวรรณมณี
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๓ ๙ เลขที่ ๒๑

เสนอ
คุณครูประภสั สร ศิริสุข

โรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์

คานา

รายงานเลม่ นจ้ี ดั ทาขนึ้ เพื่อเปน็ ส่วนหน่ึงของวิชา
ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อใหไ้ ดศ้ กึ ษาความรูใ้ นเร่ือง COW
ได้ศกึ ษาอยา่ งเขา้ ใจ เพื่อเปน็ ประโยชนก์ ับการเรียน

ผจู้ ัดทาหวงั วา่ รายงานเลม่ นีจ้ ะเป็นประโยชน์กับ
ผู้อา่ น หรือนกั เรียน นกั ศกึ ษา ท่ีกาลงั หาขอ้ มูลเรอ่ื งนี้ หากมขี ้อแนะนา
หรือขอผิดพลาดประการใด ผจู้ ัดทาขอน้อมรบั ละขออภยั มา ณ ท่นี ดี้ ้วย

ผ้จู ดั ทา
๑ สิงหาคม ๒๕๖๓

สารบัญ

คานา หน้า

ท่มี าและความสาคัญของ COW ๓
พันธโุ์ คเนือ้ ในไทย
- ขอ้ ดี ๑๕
- ขอ้ เสีย ๑๖
การเล้ยี งวัว ๑๖
- การเลอื กพน้ื ท่เี ล้ียงวัว ๑๗
- การเลือกพนั ธ์ุวัว ๑๘
- ข้อดใี นการเลี้ยงวัว
- ข้อเสียในการเล้ียงวัว ๑๙
๒๐
-ประโยชน์และความสาคญั ของการเล้ียงววั ๒๑
-การใชป้ ระโยชน์จากเน้ือโค
บรรณานุกรม



ท่ีมาและความเป็ นมาของ COW

โคเป็นสัตว์เล้ยี งของมนษุ ย์มาช้านานแล้ว มนุษย์ใช้ประโยชน์
จากโคมากมาย ตั้งแตก่ ารใช้แรงงาน ใช้เปน็ แหล่งอาหารโปรตีน (เนือ้
นม) ใชป้ ระโยชนจ์ ากหนงั ของมนั เป็นตน้ ดว้ ยโคสามารถให้
ประโยชนก์ บั มนุษย์ไดห้ ลายทาง โดยเฉพาะเป็นแหลง่ อาหาร ดังนน้ั
นกั พัฒนาสายพันธ์ุโคทวั่ โลกได้มกี ารพยายามพฒั นาสายพันธโ์ุ คที่
เหมาะสมกบั ภมู ิอากาศสาหรับท้องถ่ินตนเอง เพื่อให้โคสายพนั ธ์นุ น้ั
ให้ผลผลิตวัวเนื้อ

ในปี พ.ศ.๒๕o๓ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ย
เดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสดจ็
ประพาสทวีปยโุ รป ทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกบั กิจการเล้ียงโคนม
ของชาวเดนมาร์ก รัฐบาลเดนมาร์กจึงไดร้ ว่ มกนั นอ้ มเกล้าถวาย
โครงการสง่ เสริมการเล้ียงโคนมในประเทศไทย ทอี่ าเภอมวกเหลก็

เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕o๕ ๓พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหา
ภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช และสมเดจ็ พระเจา้ เฟรดเดอรคิ ท่ี ๑ แห่ง
เดนมารก์ ได้ทรงประกอบพธิ เี ปดิ อยา่ งเป็นทางการ ชื่อวา่ "องคก์ าร

สง่ เสริมกจิ การโคนมแหง่ ประเทศไทย (อ.ส.ค.)"

การปลูกข้าวอาชีพหลักของคนไทยส่วนใหญ่ และชาวนาไทยก็
ไดอ้ าศัยแรงงานจากวัวไถคราด และงานอื่นๆ นอกผืนนา เชน่ งาน

นวดข้าว ทานาโดยใชแ้ รงงานจากววั มานานถึงประมาณ ๕,ooo
ปี เพราะววั เป็นสตั ว์ทีม่ รี ปู ร่างใหญ่ มีแรงมาก เช่ือง ฝึกง่าย และ
กินหญา้ และฟาง ววั ท่ีใชง้ านสว่ นใหญ่ จะเป็นวัวตัวผู้ที่ตอนแลว้
สว่ นววั ตวั เมยี เล้ียงไวข้ ยายพนั ธุแ์ ล้วขายหารายได้ การใชง้ านวัวของ

ชาวนา วัวคู่หนงึ่ สามารถไถนาไดเ้ น้ือที่ ประมาณ ๒o ไร่

การเลน่ วัวลาน ไดม้ วี วิ ัฒนาการมาจากการใชว้ ัวนวดขา้ ว
เพราะลกั ษณะลานนวดขา้ วเปน็ วงกลมเป็นดนิ เหนยี วท่ีอัดแน่นเป็นพืน้



เรียบ แล้วส่วนใหญช่ าวนาจะทาพืน้ ด้วยมลู ววั อกี ทหี นึง่ วธิ กี ารนวด
ข้าวนนั้ ชาวนาจะแยกเมลด็ ขา้ วออกจากรวงหลังจากเก่ียวข้าวแล้ว
โดยใชแ้ รงวัวมาช่วยนวดขา้ ว ชาวนาจะผกู วัวเรียงเป็นแถวหนา้
กระดานไว้กบั เสากลางลานบา้ น ววั ที่อยใู่ กล้จดุ ศูนยก์ ลาง ไมต่ อ้ งใช้
กาลงั และฝีเทา้ มาก เพราะอย่ใู นชว่ งหมุนรอบสนั้ วนเป็นรอบ ๆ ไปเรือ่ ย
ๆ จนกว่าขา้ วจะหลุดออกจากรวงขา้ วหมด แต่ววั ตัวที่อยนู่ อกสดุ อยู่ห่าง
จากจดุ ศูนย์กลาง ระยะทางที่ต้องหมุนจะยาวกวา่ จึงตอ้ งเลือกววั ตวั ท่มี ี
กาลังและฝเี ท้าดดี ว้ ยเหตุนี้ วัวหมุนรอบและเหยียบย่าจนเมล็ด
ข้าวเปลือกหลดุ ออกจากรวงขา้ ว เมล็ดขา้ วเปลือก ววั หมนุ รอบและ
เหยียบย่าจนเมลด็ ขา้ วเปลอื กหลุดออกจากรวงขา้ ว เมล็ดข้าวเปลือกจะ
หล่นบนพืน้ ลานทีป่ ราบไว้ดีแลว้ การนวดข้าวจงึ เกดิ การละเล่นพนื้ บ้าน
ววั ลาน



พนั ธโุ์ คเนอ้ื ในไทย

โคพนื้ เมอื ง

โคพ้นื เมืองของไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับโคพ้ืนเมืองของ
ประเทศเพอื่ นบ้านในแถบเอเชยี ลักษณะรปู รา่ งกระทัดรัด ลาตวั เล็ก ขา
เรียวเล็ก ยาว เพศผู้มีหนอกขนาดเลก็ มีเหนยี งคอ แตไ่ ม่หยอ่ นยาน
มาก หูเล็ก หนังใต้ทอ้ งเรียบ มีสไี ม่แน่นอน เชน่ สีแดงอ่อน เหลอื งออ่ น
ดา ขาวนวล น้าตาลอ่อน และอาจมีสปี ระรวมอยูด่ ว้ ย เพศผู้โตเต็มท่ีหนัก
ประมาณ ๓oo-๓๕o กิโลกรัม เพศเมีย ๒oo-๒๕o กิโลกรมั

ลกู โคเป็นผลผลิตหลกั ของการเลย้ี งแม่โคเน้ือ การเล้ียงโคเนื้อ
จะให้ได้กาไรจะต้องสามารถผลิตลกู โคให้ได้จานวนมาก เช่น แม่โค
สามารถให้ลูกได้ปีละตวั เมือ่ หยา่ นมลูกโคมขี นาดใหญแ่ ละมคี ณุ ภาพดี
เป็นที่ต้องการของตลาดจงึ จะขายไดร้ าคาดี การท่จี ะสามารถทากาไรได้
ดีดังกลา่ วจะต้องเรม่ิ ต้ังแต่เลือกพนั ธุ์ท่ีเล้ยี งใหเ้ หมาะสมกับระบบหรือ
วธิ ีการจดั การเลยี้ งดู ใหอ้ าหารให้เหมาะสมกบั ความต้องการของโค
ระยะต่างๆ และมีการจัดการเล้ียงดทู ีเ่ หมาะสม

ขอ้ ดี

๑. เลี้ยงงา่ ย หากินเก่ง ไมเ่ ลอื กอาหาร
๒. ให้ลกู ดก สว่ นใหญ่ใหป้ ีละตัว
๓. ทนทานตอ่ โรคและแมลงและสภาพอากกาศในบา้ นเราได้ดี

ข้อเสีย

๑. เปน็ โคขนาดเล็ก เพราะถูกเลอื กมาในสภาพการเล้ียงท่ีมีอาหาร
จากดั

๒. ไมเ่ หมาะท่จี ะนามาเล้ยี งขุน เพราะมีขนาดเลก็



โคพนั ธตุ์ าก

เป็นโคลกู ผสมระหว่างพันธ์ุชาร์โรเล่สก์ บั พนั ธ์ุบราห์มัน โดย
กรมปศสุ ัตวไ์ ด้มอบหมายให้ศูนย์วจิ ัยและบารุงพนั ธุ์สัตว์ตากกทาการ
คดั เลอื กและปรับปรุงพันธ์ใุ หเ้ ปน็ โคเน้ือพันธ์ุใหมโ่ ดยเรว็ เนอ้ื นมุ่ เพื่อด
แทนการนาเข้าพันธ์โุ คและเนือ้ โคคณุ ภาพดจี ากต่างประเทศ

การสร้างพนั ธใ์ุ นฝงู ปรับปรงุ ดาเนินการโดยการนา้ เชอื้ โค
พันธ์ุชาร์โรเล่ส์คุณภาพสงู จากประเทศฝรัง่ เศส ผสมกับแม่โคบราหม์ นั

พนั ธ์ุแท้ ไดโ้ คลูกผสมชว่ั ท่ี ๑ (เรยี กโคพนั ธ์ุตาก ๑) ท่ีมเี ลือด ๕o % ชาร์

โรเลส่ ์ และ ๕o % บราหม์ นั แลว้ ผสมแมโ่ คเพศเมียชว่ั ท่ี ๑ ดงั กล่าวดว้ ย
น้าเชอื้ หรือพ่อบราหม์ ันพนั ธุ์แทไ้ ด้ลกู โคช่ัวท่ี ๒ (เรียกโคพนั ธ์ตุ าก ๒)
ซงึ่ มีเลอื ด ๒๕ % ชารโ์ รเลส่ ์ และ ๗๕ % บราหม์ นั จากน้ันผสมแมโ่ ค
เพศเมียชั่วที่ ๒ ดว้ ยโคพันธุ์ชารโ์ รเล่ส์คุณภาพสูง ไดล้ ูกโคชวั่ ที่ ๓
(เรียกว่า โคพนั ธุ์ตาก) ซึง่ มเี ลือด ๖๒.๕ % ชารโ์ รเลส่ ์ และ ๓๗.๕ %
บราหม์ ัน แลว้ นาโคชัว่ ท่ี ๓ ผสมกัน คดั เลอื กปรับปรงุ พนั ธ์ุใหเ้ ปน็ โคเนอื้
พันธ์ใุ หม่ เรียกว่า โคพนั ธตุ์ าก

ข้อดี

๑. มกี ารเตบิ โตเร็ว เนื้อนมุ่ ซากมีขนาดใหญ่ ตอบสนองความต้องการ
ของตลาด เนื้อโคคุณภาพดี

๒. เลย้ี งง่าย หากินเกง่ ไมเ่ ลอื กกินหญ้า ทนทานต่อสภาพความรอ้ น
ไดด้ ี

๓. เหมาะที่จะนามาผสมกับโคพืน้ เมอื ง โคบราหม์ ันและลกู ผสมบราห์
มัน เพื่อนาลูกมาเลี้ยงเปน็ โคขุนได้



ข้อเสีย

๑. การเล้ยี งต้องอาศัยการเอาใจใส่พอสมควร ไมเ่ หมาะที่จะนาไป
ปลอ่ ยในปา่ โดยไม่ดแู ลเอาใจใส่ หากเลี้ยงในสภาพปลอ่ ยป่าหรอื
ปล่อยท่งุ ควรใช้โคพันธ์ตุ าก ๑ หรอื โคพันธ์ตุ าก ๒



โคพนั ธกุ์ าแพงแสน

โคพนั ธก์ุ าแพงแสนกาเนิดครั้งแรกท่ี อ.กาแพงแสน
จงั หวัดนครปฐม โดยทาง ม.เกษตร กาแพงแสน เป็นผู้ทดลอง
ปรบั ปรงุ พนั ธุ์ขึน้ มา โดยตงั้ ชอ่ื ตามถ่ินที่กาเนิดวา่ กาแพงแสน เจ้า
โคกาแพงแสงน้นั เปน็ วโคท่ี ประกอบไปด้วยวโค ๓ สายพันธ์ุ คือ
โคพนั ธ์พุ ืน้ เมืองไทย ๒๕ % โคพนั ธ์ุบราห์มนั ๒๕ % โคพนั ธ์ุชาร์โรเล่ส์ ๕o %



โคพนั ธ์กุ บนิ ทรบ์ รุ ี

เปน็ โคลกู ผสมระหวา่ งพนั ธุซ์ ิมเมนทัลกบั พันธ์บุ ราห์มัน โดยกรม
ปศุสัตวไ์ ดม้ อบหมายใหศ้ ูนยว์ ิจยั และบารงุ พันธส์ุ ัตวป์ ราจีนบุรี (ซึง่ ตงั้ อยู่
ทีอ่ าเภอกบนิ ทร์บุร)ี ทาการสร้างโคพันธุใ์ หมใ่ หเ้ ปน็ โคก่ึงเนอ้ื กง่ึ นม โดย
ลกู โคเพศผใู้ ช้เป็นโคขนุ และแม่โคใช้รีดนมได้ การสร้างพันธ์ใุ นฝูง
ปรบั ปรงุ พันธ์ุดาเนินการโดยนานา้ เช้ือโคพันธุซ์ ิมเมนทลั คณุ ภาพสงู จาก
ประเทศเยอรมนั ผามกับแม่โคบราห์มนั พนั ธ์ุแท้ ไดล้ กู โคช่ัวที่ ๑ ทีม่ ีเลือด
๕o % ซิมเมนทัล และ ๕o % บราห์มนั แล้วผสมโคชั่วที่ ๑ เขา้ ดว้ ยกนั
คดั เลอื กปรับปรุงใหเ้ ปน็ โคเนอ้ื พนั ธุ์ใหมเ่ รียกว่า โคพันธุ์กบนิ ทรบ์ ุรี ซึง่
โคพนั ธ์ุนม้ี สี ีแดงเข้มคล้ายโคพนั ธซ์ุ ิมเมนทัล เป็นโคขนาดกลาง เพศผู้
โตเต็มที่น้าหนักประมาณ ๙oo – ๑,ooo กโิ ลกรัม เพศเมีย ๖oo – ๗oo
กโิ ลกรมั

ขอ้ ดี

๑. หากเลยี้ งแบบโคเน้ือมกี ารเตบิ โตเรว็ ซากมขี นาดใหญ่ท่ีสนองตอ่
ความตอ้ งการของตลาด

๒. ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนไดพ้ อสมควร
๓. เหมาะทจี่ ะนามากับแม่โคพ้ืนเมือง โคบราห์มันและลูกผสมบราห์

มนั เพ่ือนาลูกมาเล้ียงเปน็ โคขนุ ลกู เพศเมยี ใช้รีดนมไดม้ าก
พอสมควร

ขอ้ เสยี

๑. การเลี้ยงต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่
๒. หากใช้แม่โครดี นม ลกู โคท่ีออกมาต้องแยกเลยี้ งแบบลูกโคนม

ดังนัน้ ผูเ้ ลี้ยงต้องมีความร้ใู นการเล้ยี งโครีดนม



โคพนั ธุฮ์ นิ ดบู ราซลิ

โคพนั ธฮ์ุ นิ ดูบราซลิ เปน็ โคท่ีมีเชอ้ื สายทางอนิ เดียแต่
ได้รับการพัฒนาข้ึนในประเทศบราซิล จึงไดต้ ้งั สรรนามใหมว่ า่ "ฮนิ ดู
บราซลิ " คาวา่ "ฮินด"ู หรือ "อินด"ู น้นั แปลวา่ อินเดีย ส่วนบราซลิ คือ
การเอาวัวเข้าประเทศ ก่อนจะมีการพัฒนาและปรับปรุงพันธ์ุ ใน
ประเทศบราซลิ ลักษณะทว่ั ไปลาตวั มีสีขาวจนถึงเทาออ่ นเกอื บดาและ
มีสีนา้ ตาลแกมแดงเรือ่ ๆ หรือ แดงเปน็ จุดขาว ส่วนลาตัวนั้นมีขนาด
ใหญก่ วา่ พนั ธบุ์ ราหม์ นั ในส่วนของโคเพศผู้ เม่ือโตเต็มทจ่ี ะมนี า้ หนัก

อยู่ทปี่ ระมาณ๙oo -๑,๒oo กิโลกรมั เพศเมีย นา้ หนักโตเต็มที่ ๖oo –

๗oo กิโลกรัมเมอื่ ครง้ั เจริญเตบิ โตเป็นพอ่ พนั ธุ์ รูปร่างจะได้สดั ส่วน
งดงาม หวั ยาว หน้าผากนนู เล็กนอ้ ย ปลายจมูกอูม หางตาแหลมเฉียง
ขึน้ เล็กนอ้ ย เกือบชิดกนั ท้ังสองขา้ ง มีขาใหญ่ที่มัน่ คงและแขง็ แรง หู
มขี นาดใหญก่ ว้างและห้อยยาว ห้อยหลวมๆ มัดแกว่งไปมา หยกิ ทั้ง
ด้านในและดา้ นนอก ท่ีสาคญั หูตอ้ งกามว้ นขอบ เหมือนกับใบไม้แห้ง
กรอบส่วนตรงปลายหมู กั จะหยักและหยกิ บิดเกรยี วไปสปู่ ลายจมูก จึง
มีการเรียกลักษณะววั ชนิดน้ีกันว่า"วัวหูยาว"ลักษณะความสวยงาม
พิเศษอีกอย่าง หวั กระบานตอ้ งใหญ่หน้าผากกวา้ งโหนกนูน และ
ค่อนข้างยาวคว้ิ เป็นสันโค้งเหนยี งคอใหญ่หย่อนยานมาก หนอกหลงั
เดน่ อยู่บนหัวไหล่ พร้อมกบั เอนราดลงมาผสมกลมกลืนกับสว่ นลาคอ
เขาแขง็ แรงและมกั เอนไปทางด้านหลังเล็กนอ้ ย มีโครง่ รา่ งใหญ่
ค่อนข้างสูง นคี่ ือลักษณะโคพ่อพันธ์ุอินดูบราซิลที่ดี และทสี่ าคัญ
ปริมาณเนือ้ มาก สว่ นลกั ษณะอื่นๆก็คล้ายๆกบั โคพันธบุ์ ราหม์ ัน

ขอ้ ดี

๑.เปน็ โคทนรอ้ น ปรับตัวเข้ากบั สภาพอากาศบ้านเราได้



โคพนั ธุ์บราหม์ นั

โคพนั ธ์ุบราห์มนั มถี ิน่ กาเนิดดั้งเดมิ ในประเทศ อินเดยี
(India) แตไ่ ด้รับการปรบั ปรงุ พันธุ์และคัดเลอื กพันธใุ์ นประเทศ

สหรัฐอเมริกา จึงมีช่ือเรียกวา่ พนั ธ์ุอเมรกิ ันบราหม์ ัน (American

Brahman) ในเวลาต่อมาโคสายพันธ์ุอเมรกิ ันบราห์มนั เกดิ จากการผสม

ขา้ มพนั ธ์ุ ระหว่าง ๓ สายพนั ธ์ุ คือ พันธ์กุ ีร์, พนั ธุก์ ูเซรทั และพนั ธุ์
เนลลอร์ ลักษณะโดยว่ั ไปลาตวั มีสีหลากหลายตง้ั แต่ สขี าว เทาออ่ น สี
ลายและจนถึงเกอื บดา จมกู กีบและพู่หางมสี ีดา บางตวั อาจมสี แี ดง จงึ
เรียกว่า บราห์มนั แดง (Red Brahman) แตท่ น่ี ยิ มเลย้ี งกันมากทีส่ ดุ คอื
สขี าวและสเี ทา โคสายพนั ธ์ุอเมรกิ ันบราห์มนั ชนิดที่เลี้ยงในบ้านเราสว่ น
ใหญ่นาเขา้ มาจากประเทศสหรฐั อเมริกา และออสเตรเลีย แลว้ นามา
คดั เลอื กปรบั ปรุงพันธ์โุ ดยกรมปศุสัตว์ และฟารม์ ของเกษตรกรรายใหญ่
ในประเทศโคสายพันธ์อุ เมรกิ นั บราห์มนั เป็นโคขนาดกลาง เพศผมู้ ี
น้าหนักตัวประมาณ ๘oo – ๙oo กิโลกรัม และมีพอ่ พันธบ์ุ างตัวน้าหนัก

โตเต็มที่มากถึง ๑,๘oo กิโลกรัม ในประเทศไทยก็ยงั มใี ห้เหน็ ส่วนเพศ

เมีย จะมีนา้ หนักมาตรฐาน ๕oo – ๗oo กโิ ลกรมั และมากที่สดุ ถึง ๘oo

กโิ ลกรมั โดยแมโ่ คจะใหล้ ูกเมื่อนา้ หนักแรกเกิดปานกลาง (๓o – ๓๒

กโิ ลกรมั ) และนา้ หนกั ลกู เมื่อหย่านมค่อนคา้ งนอ้ ย (๒๒o – ๒๓o
กิโลกรัม)ลักษณะของโคบราห์มนั เปน็ โคท่มี ีเขาข้นึ ชันและงุ้ม มีตระ
โหนกซึง่ เปน็ กลา้ มเนอ้ื ที่ตอ่ มาจากกลา้ มเนือ้ ไหล่ท้งั เพศผู้และเพศเมีย
ส่วนหนู ้ันจะยาวชี้ลงข้างลา่ งจนถึงรมิ ผีปาก แต่จะส้ันกว่าพันธ์อุ นิ ดู
บราห์ซิล มหี นงั หลวม เหนียงใต้คางจะใหญ่ หนอกใหญ่และหย่อน
ขณะทีผ่ ิวหนงั ใต้ท้องกจ็ ะหยอ่ น พู่หางสดี า ส่วนขาน้นั ค่อนข้างยาว

๑๐

และจะมีกล้ามเนื้อตรงขาหลังมาก โคนขาใหญ่ มรี ่างกายล่าสนั ลาตวั มี
ความยาวมากและยาวได้สดั ส่วน หน้าผากยาว คอสั้น ส่วนอกกวา้ งลึก
หลงั ค่อนข้างตรง

ข้อดี

๑.ปรบั ตวั เข้ากบั สภาพอากาศไดด้ ี
๒.ทนทานตอ่ โรคและแมลง
๓.สามารถใชง้ านได้

ข้อเสยี

๑. เป็นโคทีม่ ีอตั ราการผสมตดิ คอ่ นข้างต่า ใหล้ ูกตวั แรกชา้ และใหล้ ูก
คอ่ นขา้ งห่าง

๒. สว่ นใหญเ่ ลอื กกนิ หญา้ ที่มคี ุณภาพดี เมอื่ หญ้าขาดแคลนจะทรดุ
ง่าย

๑๑

โคพนั ธช์ุ ารโ์ รเลส่ ์

มีถิน่ กาเนดิ ในประเทศฝรงั่ เศส มีสีขาวครีมตลอดตัว รูปร่างมี
ลกั ษณะเป็นสี่เหลีย่ มผืนผา้ ขาสน้ั ลาตัวกวา้ ง ยาว และลึก มีกล้ามเนื้อ
ตลอดทั้งตวั นิสยั เช่ือง เป็นโคที่มขี นาดใหญ่มาก เพศผู้เมอ่ื โตเต็มที่หนกั
ประมาณ ๑,๑oo กิโลกรมั เพศเมีย ๗oo – ๘oo กโิ ลกรมั

ขอ้ ดี

๑. มกี ารเตบิ โตเร็ว ซากมขี นาดใหญ่ เน้ือนุม่
๒. เหมาะทจี่ ะนามาผสมกับแม่โคบราหม์ นั หรือลูกผสมบราหม์ ัน เพ่อื

นาลูกมาเลี้ยงเป็นโคขนุ

ขอ้ เสยี

๑. ถา้ เลย้ี งเปน็ พันธุแ์ ท้หรอื มีสายเลอื ดสูงๆ จะไม่ทนต่อสภาพอากาศ
๒. ไม่เหมาะสมที่จะผสมกับแมโ่ คขนาดเล็ก เพราะอาจทาให้คลอด

ยาก

๑๒

โคพนั ธุ์ซมิ เมนทลั

มถี ่ินกาเนดิ ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นิยมเล้ียงกนั ใน

ประเทศยุโรป ในเยอรมนั เรียกวา่ พันธุ์เฟลคฟี (Fleckvieh) ไดร้ บั การ
ปรับปรุงพนั ธเ์ุ ปน็ โคกึ่งเน้ือกงึ่ นม ในประเทศสหรฐั อเมริกานาไปคัดเลือก
ปรับปรงุ พันธ์ใุ หเ้ ป็นโคเนอื้ ลาตัวมสี ีน้าตาลหรอื แดงเข้มไปจนถึงสีฟาง
หรือเหลอื งทองและมสี ขี าวกระจายแทรกทว่ั ไป หนา้ ขาว ทอ้ งขาว และ
ขาขาว เปน็ โคขนาดใหญ่ โครงรา่ งเปน็ ส่ีเหลีย่ ม ลาตัวยาว ลึก บั้นท้าย

ใหญ่ ช่วงขาส้นั และแข็งแรง เพศผ้โู ตเต็มทหี่ นกั ประมาณ ๑,๑oo -๑,๓

oo กโิ ลกรมั เพศเมีย ๖๕o -๘oo กโิ ลกรัม

ขอ้ ดี

๑. มกี ารเติบโตเร็ว ซากมีขนาดใหญ่ เน้ือนุ่ม
๒. เหมาะท่จี ะนามาผสมกบั แมโ่ คบราห์มนั หรอื ลูกผสมบราหม์ ัน เพอ่ื

นาลูกมาเล้ียงเปน็ โคขุน

ข้อเสีย

๑. ถา้ เล้ยี งเปน็ พันธแุ์ ทห้ รอื มสี ายเลือดสูงๆ จะไม่ทนต่อสภาพอากาศ
๒. ไมเ่ หมาะสมทจ่ี ะผสมกบั แม่โคขนาดเล็ก เพราะอาจทาให้คลอด

ยาก

๑๓

โคขาวลาพนู

โคขาวลาพนู มลี กั ษณะประจาพนั ธคุ์ ือ เขา และกีดเทา้ มีสี
นา้ ตาลส้ม ขอบตา และเน้ือจมกู มีสีชมพูส้ม ขนพหู่ าง สีขาวไม่มีเหนียง
สะดือ ขนาดเหนยี งคอปานกลางไม่พบั ยน่ มากเหมือนกบั โคบราห์มัน

น้าหนกั แรกเกิด ๑๘ กิโลกรมั นา้ หนักหยา่ นมเม่อื อายุ ๒oo วนั เฉลีย่

๑๒๒ กโิ ลกรมั น้าหนกั โตเตม็ ท่เี พศผู้ ๓๕o – ๔๕o กิโลกรัม เพศเมีย ๓

oo – ๓๕o กิโลกรัม อายุเม่อื ให้ลกู ตวั แรก ๒.๕ ปี ระยะการอ้มุ ท้อง ๒๙o

– ๒๙๕ วนั ชว่ งหา่ งการใหล้ ูก ๔๖o วนั โคขาวลาพูนเปน็ โคพน้ื เมืองท่ี
เกดิ จากฝีมือและผลงานของชาวบ้านในจังหวดั ลาพนู มีการพัฒนาสาย

พนั ธม์ุ านานกวา่ ๑oo ปี เลย้ี งกนั แพร่หลายในลาพนู และเชียงใหม่ แล้ว
แพร่กระจายไปยงั จงั หวดั ลาปาง พะเยา เชียงราย เกิดขึ้นมาไดอ้ ยา่ งไร
ไมม่ หี ลักฐานแน่ชัด

บางท่านเลา่ ว่า เกดิ จากการกลายพันธ์ุของโคพ้ืนเมอื งในสมยั

พระนางจามเทวี ผู้ครองนครหริภญุ ไชยพระองคแ์ รก เมื่อ ๑,๓๔o กว่าปี
มาแล้วและเป็นสัตว์คบู่ ารมขี องชนช้นั ปกครอง ในสมัยนั้นใช้ลากเกวียน
แตห่ รภิ ุญไชยกล็ ่มสลายตั้งแต่ คร้ังเม่ือพ่อขนุ เมง็ รายมหาราชยดึ ครอง
อกี ท้งั เปน็ เมืองร้าง สมัยพม่าครองเมอื ง ช่วงกรุงศรอี ยุธยาแตกคร้ังที่ ๒

พ.ศ. ๒๓๑o ในตาราฝร่งั บางเลม่ กลา่ ววา่ ต้นตระกลู ของโคพื้นเมืองใน
ภาคพน้ื เอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะเป็นโคยโุ รปทไี่ ม่มีหนอก ซ่งึ ต่อมา
ถูกผสมขา้ มโดยโคอินเดียที่มีหนอกเพราะโคในภมู ิภาคนี้สว่ นใหญ่จะมี
ลักษณะของทง้ั ยโุ รปและโคอินเดียรวมกัน คอื มีเหนยี งคอส้ัน หน้าผาก
แบนและหูเลก็ แบบโคยุโรปมหี นอกแบบโคอนิ เดีย

๑๔

จากการออกสารวจของเจา้ หนา้ ทีศ่ ูนย์ศกึ ษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อนั
เน่อื งมาจากพระราชดาริ เกย่ี วกบั ข้อมูลของโคขาวลาพนู โดยออกเยยี่ ม
เยียนเกษตรกรในพน้ื ท่ีต่าง ๆ ในเขตจงั หวัดลาปาง ลาพูน และเชยี งใหม่
พบวา่ เกษตรกรส่วนใหญใ่ ห้ข้อมลู ในลกั ษณะเดยี วกันว่า "โคขาวลาพูน

ไดพ้ บเหน็ มาชา้ นานแลว้ อยา่ งน้อยก็ ๗o -๘o ปี และจะพบเห็นมากท่สี ดุ
ในเขตพืน้ ท่ีของจงั หวดั ลาปาง ลาพนู และเชยี งใหม่ เทา่ นนั้ " เกษตรกร
บางท่านเลา่ ว่า "ชาวเมืองลาพูนนิยมใชโ้ คขาวลาพนู ลากเกวยี น เพราะ
จะทาให้มสี งา่ ราศีดี เนื่องจากเปน็ โคท่มี ลี ักษณะใหญแ่ ละมสี ีขาวปลอด
ทั้งตวั ใครทม่ี โี คขาวลาพูนเทียมเกวียนในสมยั ก่อน เปรียบไดก้ บั การมี
รถเบนซไ์ ว้ขบั ในสมยั นน้ี ั่นเอง และเนื่องจากมีต้นกาเนดิ ท่จี ังหวดั ลาพูน
จงึ เรยี กโคพันธุน์ ี้ว่า "โคขาวลาพนู " จากคุณสมบัตทิ ่ีมลี ักษณะเด่นและ
เป็นลกั ษณะเฉพาะพนั ธ์ุ โคขาวลาพูนจงึ ไดร้ บั การคัดเลอื ก เพ่ือใช้ใน
พระราชพธิ ีจรดพระนงั คัลแรกนาขวญั ดงั เช่น พระโคเพชร และพระโค
พลอย ในปี ๒

๑๕

การเลยี้ งววั

การเลีย้ งวัวควาย จาแนกได้ ๒ แบบใหญๆ่ แบบแรก ไดแ้ ก่
การเล้ยี งวัวควายเพ่อื ใช้แรงงาน การเลย้ี งแบบนี้ เปน็ แบบทีด่ าเนนิ กนั
ท่ัวไปในเมืองไทย อันได้แก่ การเลย้ี งวัวควายเพ่ือเป็นส่วนประกอบของ
การ ทาไรท่ านา โดยมไิ ดม้ ุ่งเลี้ยงเป็นการคา้ โดยเฉพาะ การเลีย้ งเปน็ ไป
แบบตามมีตามเกิด ไมต่ ้องมีวชิ าการเข้าชว่ ยมากนัก อาศัยธรรมชาตเิ ป็น
เครื่องอานวยการเล้ยี ง การเล้ียงววั ควายแบบนีจ้ ึงเรียกว่า การเลยี้ งแบบ
ธรรมชาติ

การเลี้ยงวัวควายอีกแบบหน่ึง คอื การเล้ยี งแบบการคา้ ซึ่งยัง
กระทากนั เป็นส่วนน้อยในเมืองไทย การเล้ียงแบบนี้ อาศัยวิธีการทาง
วทิ ยาศาสตรเ์ ขา้ ชว่ ยอย่างมาก เพ่ือมุ่งใหไ้ ด้กาไรมากท่ีสุดจากกิจการ
เลีย้ งววั ควายนน้ั การเลี้ยงวัวควายแบบน้ี จึงเรยี กได้วา่ เปน็ การเลย้ี ง
แบบอุตสาหกรรม โดยมุ่งใหไ้ ด้ผลติ ผล คือ เนือ้ หรือนมมากที่สุด ต่อหนึ่ง
หนว่ ยของสิ่งลงทนุ การเลี้ยงแบบอุตสาหกรรมจงึ ต้องคานงึ ถึงปัจจัย
สาคญั ๔ ประการ คอื

๑. การดูแลจดั การ
๒. อาหารและการใหอ้ าหาร
๓. พันธุแ์ ละการผสมพันธ์ุ
๔. การป้องกนั รักษาโรค

๑๖

การเลอื กพนื้ ทเ่ี ลยี้ งววั

พืน้ ที่การเลีย้ งววั ต้องใช้พืน้ ท่ีในการเลีย้ ง ววั เป็ นสตั ว์ขนาดใหญ่ ดงั นนั้ คณุ จะต้องเตรียมพืน้ ที่ใน
การเลีย้ งให้เหมาะสม ถ้าหากเป็นชาวบ้านก็จะเลีย้ งปลอ่ ยตามทงุ่ นาทว่ั ไป ซง่ึ ต้องมีคนเฝ้ าและดแู ลววั
ตลอดทงั้ วนั แตถ่ ้าหากเราจะเลีย้ งเป็นฟาร์มก็ต้องมีพืน้ ท่ี ทงั้ ทาคอก ปลกู หญ้า ตา่ งๆ เพื่อใช้เลีย้ งววั ท่ีทา่ น
หามา

การเลอื กพนั ธว์ุ วั

พนั ธ์ุววั ส่ิงตอ่ มาที่ทา่ นต้องเตรียมก็คือพนั ธ์ุววั เพราะเราต้องรู้กอ่ นวา่ จะเลีย้ งววั พนั ธ์ุอะไร เลีย้ งเพ่ือไปขายที่
ไหน ววั มีด้วยกนั หลายสายพนั ธ์ุแบง่ เป็นง่ายๆก็ วนั พนั ธ์ุเนือ้ และววั นม ในที่นีข้ อยกตวั อยา่ งววั พนั ธ์ุเนือ้
พืน้ เมืองของไทยเรานะ่ ครับ

ววั พืน้ เมืองของไทยมีลกั ษณะใกล้เคียงกบั ววั พืน้ เมืองของประเทศเพ่ือนบ้านในแถบเอเชีย
ลกั ษณะรูปร่างกระทดั รัด ลาตวั เล็ก ขาเรียวเล็ก ยาว เพศผ้มู ีหนอกขนาดเล็ก มีเหนียงคอ แตไ่ มห่ ยอ่ นยาน
มาก หเู ลก็ หนงั ใต้ท้องเรียบ มีสีไมแ่ นน่ อน เชน่ สีแดงอ่อน เหลืองออ่ น ดา ขาวนวล นา้ ตาลออ่ นและอาจ มี

สีประรวมอยดู่ ้วยเพศผ้โู ตเตม็ ท่ีหนกั ประมาณ ๓oo-๓๕o กิโลกรัม เพศเมีย ๒oo -๒๕o กิโลกรัม
ลกู ววั เป็นผลผลิตหลกั ของการเลีย้ งแมว่ วั เนือ้ การเลีย้ งววั เนือ้ จะให้ได้กาไรจะต้องสามารถผลิตลกู ววั ให้ได้
จานวนมาก เชน่ แมว่ วั สามารถให้ลกู ได้ปี ละตวั เมื่อหยา่ นมลกู ววั มีขนาดใหญ่และมีคณุ ภาพดเี ป็นท่ี
ต้องการของตลาดจงึ จะขายได้ราคาดี การท่ีจะสามารถทากาไรได้ดีดงั กลา่ วจะต้องเริ่มตงั้ แตเ่ ลือกพนั ธ์ุท่ี
เลีย้ งให้เหมาะสมกบั ระบบหรือวิธีการจดั การเลีย้ งดู ให้อาหารให้เหมาะสมกบั ความต้องการของววั ระยะ
ตา่ งๆ และมีการจดั การเลีย้ งดทู ่ีเหมาะสม

๑๗

ขอ้ ดใี นการเลยี้ งววั

๑.เลีย้ งงา่ ย หากินเก่ง ไมเ่ ลือกอาหารเพราะผา่ นการคดั เลือกแบบธรรมชาตใิ นการเลีย้ ง แบบไลต่ ้อนโดย
เกษตรกร และสามารถปรับตวั ให้เข้ากบั การเลีย้ งโดยใช้ทรัพยากรท่ีมีอยอู่ ยา่ งจากดั ในพืน้ ท่ีได้เป็นอยา่ งดี
๒.ให้ลกู ดก สว่ นใหญ่ให้ปี ละตวั เพราะเกษตรกรคดั แมว่ วั ท่ีไมใ่ ห้ลกู ออกอยเู่ สมอ
๓.ทนทานตอ่ โรคและแมลงและสภาพอากาศในบ้านเราได้ดี
๔.ใช้แรงงานได้ดี
๕.แมว่ วั พืน้ เมืองเหมาะท่ีจะนามาผสมพนั ธ์ุกบั พอ่ พนั ธ์ุหรือผสมเทียมกบั พนั ธ์ุอื่น เชน่ บราห์มนั ววั พนั ธ์ุตาก
ววั กาแพงแสน หรือ ววั กบนิ ทร์บรุ ี
๖.มีเนือ้ แนน่ เหมาะกบั การประกอบอาหารแบบไทย
๗.สามารถใช้งานได้

๑๘

ขอ้ เสยี ในการเลย้ี งววั

๑.เป็นววั ขนาดเล็ก เพราะถกู คดั เลือกมาในสภาพการเลีย้ งท่ีมีอาหารจากดั
๒.ไมเ่ หมาะท่ีจะนามาเลีย้ งขนุ เพราะมีขนาดเล็กไมส่ ามารถทานา้ หนกั ซากได้ตามที่ตลาดววั ขนุ ต้องการ

คอื ท่ีนา้ หนกั มีชีวิต ๔๕o กิโลกรัม และเนือ้ ไมม่ ีไขมนั แทรก
๓.เน่ืองจากแมว่ วั มีขนาดเล็กจงึ ไมเ่ หมาะสมท่ีจะผสมกบั ววั พนั ธ์ุท่ีมีขนาดใหญ่ เชน่ ชาร์โลเลย่ ์ และซิม
เมนทลั เพราะอาจมีปัญหาการตลอดยาก

สาหรับการคดั เลือกววั ที่จะนามาเลีย้ งนนั้ ก็ต้องมีข้อมลู ที่ต้องศกึ ษาเพ่ิมเตมิ อีกเดี๋ยวเราจะนามา
ฝากนั ในคราวหน้านะ่ ครับ
๓.อาหาร ส่งิ ที่ต้องเตรียมตามมาก็คอื อาหารท่ีเราจะใช้เลีย้ งววั ของเรา สาหรับอาหารที่ใช้ในการเลีย้ งววั นนั้
มีด้วยกนั ตามนีค้ รับได้แก่ อาหารหยาบ ซง่ึ ได้มากจาก หญ้าสด ฟางข้าว พืชตระกลู ถวั ต้นข้าวโพด เป็ นต้น
อาหารข้น ซงึ่ ได้มาจาก อาหารที่มีความเข้มข้นและมีโปรตีนสงู มีใยตา่ สตั ว์กินเข้าไปแลเวยอ่ ยได้งา่ ย เชน่
รา ปลายข้าว ข้าวโพดบด อาหารข้นสาเร็จรูปตามท้องตลาด หวั อาหารเป็ นต้น
๔.นา้ การเลีย้ งววั จะต้องมีแหลง่ นา้ เพียงพอให้ววั บริโภค สาหรับใครท่ีเลีย้ งเป็ นจานวนมากนะ่ ครับ แตก่ ็
ไมไ่ ด้ยงุ่ ยากอะไรสาหรับนา้ ให้ววั กิน

ก็คงจะตามนีส้ าหรับการเลีย้ งววั เบือ้ งต้น ในการเตรียมตวั ขนั้ แรกนะ่ ครับ แตว่ า่ การเลีย้ งววั นนั้
จะต้องมีข้อมลู อื่นๆมาปรกอบอีกมากมาย ในแตล่ ะขนั้ ตอน รวมทงั้ ต้องหมนั่ เอาใจใสใ่ นการเลีย้ งววั ของ
ตนเองด้วย การทาการเกษตรด้วยการเลีย้ งววั นนั้ นบั เป็นทางเลือกท่ีนา่ สนใจอยา่ งเชน่ ววั พนั ธ์ุเน้อนนั้ แมว่ วั

๑ ปี ตกลกู ๑ ครัง้ ถ้าเรามีแมว่ วั ๑o แม่ เราก็ได้ววั เพมิ่ มาปี ละ ๑o ตวั แล้ว และความต้องการในการ
บริโภคนนั้ ก็มากขนึ ้ ทกุ วนั ตามจานวนของประชากรโลกท่ีมากขนึ ้ ดงั นนั้ กาเลีย้ งววั ไมว่ า่ จะเป็นววั เนือ้ ววั นม
นนั้ ยอ่ มน่าสนใจเป็นอยา่ งยงิ่ ในปัจจบุ นั ครับ

๑๙

ประโยชนแ์ ละความสาคญั ของการเลยี้ งสตั ว์

มนุษยใ์ ชส้ ัตวแ์ บบทุกชนิดเป็นอาหาร มนุษย์สมยั โบราณลา่
จบั สตั ว์มาเป็นอาหาร นับแตส่ ัตว์ทล่ี า่ หรือจับได้ง่าย ๆ โดยไมต่ ้องใช้
เครอ่ื งมือพิเศษ เช่น งู แย้ ฯลฯ จนกระท่ังคิดเครื่องมือจบั สตั ว์ท่ีมีขนาด
ใหญ่และล่าไดย้ ากขน้ึ จนสามารถลา่ และจบั สัตวม์ าเป็นอาหารได้มาก
ขน้ึ เมื่อเหลอื จากการบรโิ ภคกก็ กั ขังสัตวไ์ วใ้ ช้เป็นอาหารในวนั ต่อไป

ปัจจุบนั เนื้อสัตวแ์ ละผลิตภัณฑ์จากสัตวเ์ ป็นอาหารท่สี าคัญ
ของมนษุ ยไ์ ดแ้ ก่ เน้ือ นม ไข่ ซงึ่ ให้สารอาหารท่ีสาคัญต่อรา่ งกายมนุษย์
โดยเฉพาะโปรตีน ดงั น้ันเนอื้ สัตวแ์ ละผลติ ภัณฑจ์ ากสัตว์จงึ เป็น
ส่งิ จาเปน็ ของมนุษยต์ ราบใดท่ีมนุษย์ยังบริโภคเนื้อสัตว์อยู่

ประโยชนข์ องการเลี้ยงสัตว์

การเล้ียงสตั วใ์ หป้ ระโยชน์ต่อผู้เล้ียงมากมายหลายประการ ผู้
ทีป่ ระกอบอาชีพเลี้ยงสตั ว์สามารถสรา้ งฐานะจนร่ารวยได้ เป็นอาชีพท่ี
ได้ผลตอบแทนสงู หากมองในภาพรวมตัง้ แต่ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์
ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติได้รบั ประโยชนจ์ ากการเลี้ยงสตั ว์ท้ังส้ิน
ซงึ่ พอสรุปประโยชนข์ องการเลยี้ งสัตว์ได้ ๔ ประการใหญ่ ๆ ดังนี้

๑. ประโยชนข์ องการเลี้ยงสัตวต์ ่อเศรษฐกิจของประเทศ

๒. ประโยชน์ของการเลีย้ งสตั ว์ด้านเกษตรกรรม
๓. ประโยชน์ของการเลี้ยงสตั วด์ ้านสังคม
๔. ประโยชนด์ ้านอนื่ ๆ ของการเลย้ี งสัตว์

๒๐

การใชป้ ระโยชนจ์ ากเนอื้ โค

๑.) อาหารไทย เน้อื ท่ีมีความเหมาะสมตามตน้ ตาหรับ
อาหารไทยสว่ นใหญจ่ ะใชเ้ นื้อโคพื้นเมือง หรือเน้อื โคลกู ผสมพ้นื เมือง
กบั พันธบ์ุ ราห์มันอายุมาก หรือเป็นโคทเ่ี ลย้ี งปลอ่ ยให้กินหญ้าตาม
ธรรมชาติ เพราะอาหารไทยส่วนใหญ่จาเปน็ ต้องใช้เวลาในการเคย่ี ว
นาน นอกจากนย้ี งั มอี าหารที่ตอ้ งใชเ้ น้ือที่บดหยาบ หรือ สับละเอยี ด
เชน่ ลาบ ผดั กะเพรา

๒.) อาหารตะวนั ตก เน้นเน้ือที่มคี วามนมุ่ เพราะนาไป
ทาสเต็ก เนื้ออบ เนือ้ ย่างบาบิควิ เปน็ ต้น ดงั นัน้ เน้ือท่ีมคี วามเหมาะสม
จึงเป็นเน้อื โคขุน ถ้าเปน็ โคขนุ ลกู ผสมบราหม์ นั เลอื ดสงู ต้องมาจากโคที่
ได้รับอาหารขน้ เป็นเวลา นาน หรอื มาจากโคขุนลกู ผสมเลอื ดยโุ รป ซึง่
ในประเทศไทยนิยมใช้เนือ้ โคขนุ ลูกผสมพนั ธุช์ าโรเลส์

๓.) อาหารญี่ปนุ่ -เกาหลี นิยมใชเ้ นื้อท่ีสไลดเ์ ป็นแผน่ บาง
หรอื หน่ั เปน็ ช้ินเล็ก แต่เนื้อต้องนมุ่ และมีไขมนั แทรก เพราะนิยมนาไป
ย่างบนกระทะย่าง ลวกในนน้าซปุ ทาชาบู ชาบู ผัดเน้ือจาน
ร้อน ดงั น้ันเนอ้ื ทเ่ี หมาะสมควรจะเปน็ เน้อื โคขุนลูกผสมเลือดยโุ รป

๒๑

บรรณานุกรม

เชษฐา สรุ ิฉาย. (๒๕๕๖).การเล้ียงวัว – เลีย้ งววั . สืบค้นเมื่อ ๑ สงิ หาคม
๒๕๖๓, จาก https://sites.google.com/

Administrator. (๒๕๕๕). การใช้ประโยชน์จากเนื้อโค - กอง ส่งเสรมิ
และ พัฒนาการ ปศุสตั ว์ สบื คน้ เมอ่ื ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓, จาก

http://extension.dld.go.th/th1/index.


Click to View FlipBook Version