วิชา
ภาษาไทย
เรอื ง
คาํ สรรพนาม
เธอมอี ะไร แสนดี
รึเปลา่ ?
ไดส้ ิ!! พรุ่งนีฉนั สอบเรอื ง
คําสรรพนาม เธอชว่ ยตวิ
ใหฉ้ ันหนอ่ ยได้ไหม?
คําสรรพนาม
คําสรรพนาม หมายถึง คาํ ทีใชแ้ ทนคํานามทกี ลา่ ว
ถึงมาแล้ว เพือจะไดไ้ มต่ ้องกล่าวคาํ นามนันซาํ อกี
เชน่ คาํ วา่ ฉนั เรา ดิฉนั กระผม กู คุณ ท่าน
ใต้เทา้ เขา มนั สิงใด ผูใ้ ด นี นัน อะไร ใคร
บา้ ง เปนต้น
คําสรรพนาม
แบ่งออกได้ 6 ชนิด ดังนี
๑. บรุ ษสรรพนาม คอื คาํ สรรพนามทใี ช้แทนผู้พูด
แบ่งเปนชนิดย่อยได้ 3 ชนดิ คอื
๑.๑ สรรพนามบุรษุ ที ๑ ใชแ้ ทนตวั ผูพ้ ูด เช่น ผม ฉัน
ดฉิ ัน กระผม ขา้ พเจ้า กู เรา ข้าพระพุทธเจา้ อาตมา
หม่อมฉนั เกลา้ กระหมอ่ ม
๑.๒ สรรพนามบรุ ษุ ที ๒ ใชแ้ ทนผู้ฟง หรอื ผู้ทเี ราพูดด้วย
เช่น คุณ เธอ ใต้เท้า ทา่ น ใตฝ้ าละอองธลุ ีพระบาท
ฝาพระบาท พระคณุ เจา้
๑.๓ สรรพนามบุรุษที ๓ ใช้แทนผูท้ ีกลา่ วถึง เขา มัน
ท่าน พระองค์
๒. ประพันธสรรพนาม คอื คําสรรพนามทีใช้แทน
คาํ นามและใชเ้ ชือมประโยคทําหนา้ ทเี ชือมประโยคใหม้ ี
ความสัมพันธก์ ัน ได้แกค่ ําว่า ผู้ ที ซงึ อัน
๓. นิยมสรรพนาม คือ สรรพนามทีใช้แทนนามชเี ฉพาะ
เจาะจงหรอื บอกกาํ หนดความใหผ้ ้พู ูดกบั ผ้ฟู งเขา้ ใจกัน
ได้แก่คําว่า นี นัน โนน่
๔. อนยิ มสรรนาม คอื สรรพนามใชแ้ ทนนามบอกความ
ไมช่ เี ฉพาะเจาะจงทีแน่นอนลงไป ได้แก่คาํ วา่ อะไร
ใคร ไหน ได บางครงั กเ็ ปนคาํ ซาํ ๆ เช่น ใครๆ
อะไรๆ ไหนๆ
คณุ ตํารวจครบั ไมท ราบ
วาวดั ไปทางไหนครบั ?
นี่ครับ เดินตรงไป
อกี นิดก็เจอแลว ครับ
๕. วภิ าคสรรพนาม คือ สรรพนามทใี ชแ้ ทนคํานาม
ซงึ แสดงใหเ้ ห็นว่านามนนั จาํ แนกออกเปนหลายส่วน
ไดแ้ กค่ ําวา่ ตา่ ง บา้ ง กัน เชน่
- นักเรยี น”บา้ ง”เรียน”บา้ ง”เล่น
- นักเรียน”ตา่ ง”ก็อ่านหนังสือ
๖. ปฤจฉาสรรพนาม คือ สรรพนามทใี ช้แทนนามที
เปนคําถาม ได้แกค่ าํ ว่า อะไร ใคร ไหน ผู้ใด สิงใด
ผใู้ ด ฯลฯ เชน่
– “ใคร” ทาํ แกว้ แตก
ใครทาํ กระจกแตก?
– เขาไปที “ไหน”
เธอสงสัย แสนดี
ตรงไหนหรอ?
งนั เธอ อมื ...แลว้ คําสรรพนามนี
ตังใจฟงนะ ทําหนา้ ทียังไงบา้ งหรอ?
หน้าทีของ
คําสรรพนาม
๑. เปนประธานของประโยค เช่น
– “เขา”ไปโรงเรยี น
– “ใคร”ทําดินสอตกอยู่บนพืน
๒. ทาํ หน้าทีเปนกรรมของประโยค
(ผถู้ กู กระทํา) เชน่
– ครูจะต”ี เธอ”ถา้ เธอไม่ทาํ การบ้าน
– คุณช่วยเอา”นี”ไปเก็บได้ไหม
๓. ทาํ หน้าทเี ปนส่วนเติมเตม็ หรอื ส่วน
สมบูรณ์ เชน่
– กาํ นันคนใหม่ของตาํ บลนี
คือ”เขา”นนั เอง ?
– เขาเปน”ใคร”
๔. ใชเ้ ชอื มประโยคในประโยคความซอ้ น
เช่น – ครชู มเชยนักเรยี น”ที”ขยัน
๕. ทําหนา้ ทขี ยายนามทที าํ หนา้ ทเี ปนประธาน
หรอื กรรมของประโยค เพือเนน้ การแสดง
ความร้สู ึกของผู้พูด จะวางหลงั คาํ นาม
เกง่ มาก!! อ๋อ ฉนั เขา้ ใจ
แลว้ !!
ไม่เปนไรเลย ขอบคุณนะแสนดที ี
ฉนั ยินดมี าก ชว่ ยตวิ ให้ฉัน