The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดำเนินงานโครงการโดย โครงการการเชื่อมโยงนิเวศการเรียนรู้เมืองเชียงใหม่
เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (ย่อย 2)
ภายใต้ชุดโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่
เพื่อยกระดับการเป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO”
.
ได้รับงบประมาณสนับสนุนวิจัยภายใต้แผนงานสำคัญ (Flagship)
ประจำปีงบประมาณ 2565 ภายใต้กรอบการวิจัย “การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)”
จากหน่วย บริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tangmo Bupparatana Sirilaph, 2023-03-07 00:30:47

เล่มบทเรียนเมืองเรียนรู้วัตถุทางวัฒนธรรม ผางประทีป

ดำเนินงานโครงการโดย โครงการการเชื่อมโยงนิเวศการเรียนรู้เมืองเชียงใหม่
เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (ย่อย 2)
ภายใต้ชุดโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่
เพื่อยกระดับการเป็นเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO”
.
ได้รับงบประมาณสนับสนุนวิจัยภายใต้แผนงานสำคัญ (Flagship)
ประจำปีงบประมาณ 2565 ภายใต้กรอบการวิจัย “การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)”
จากหน่วย บริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

Keywords: ผางประทีป,วัฒนธรรม,บทเรียน,เรียนรู้,ChiangMai,LearningCity

เรียนรูวัตถุทางวัฒนธรรม ผางประทีป โดยโครงการ การเชื่อมโยง นิเวศการเรียนรู เมืองเชียงใหม เพื่อการเรียนรู ตลอดชีวิต (ยอย 2)


ไดรับงบประมาณสนับสนุนวิจัยภายใตแผนงานสำคัญ (Flagship) ประจำปงบประมาณ 2565 ภายใตกรอบการวิจัย “การพัฒนาเมืองแหงการเรียนรู (Learning City)” จากหนวย บริหารและจัดการทุนดานการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตรวิจัยและ นวัตกรรมแหงชาติ (สอวช.) โดยดำเนินงานภายใตชุดโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม เพื่อยกระดับการเปนเครือขายเมืองแหงการเรียนรูของ UNESCO”


ผางประทีป หนังสือรวบรวมการเรียนรูวัตถุทางวัฒนธรรม จัดทำโดย โครงการ การเชื่อมโยงนิเวศการเรียนรูเมืองเชียงใหม เพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต (ยอย 2) ภายใตชุดโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม เพื่อยกระดับการเปนเครือขายเมืองแหงการเรียนรูของ UNESCO” Follow us https://cmlearningcity.com https://www.facebook.com/CLC.CMU/


ที่มาและความสำคัญ โดยงานวิจัยชิ้นนี้จะเนนครอบคลุมและเขาไปศึกษา ถึงโครงสรางความสัมพันธและการทำงานดานโครงขาย พลเมืองเมืองเชื่อมโยงกับพื้นที่การเรียนรูในเมือง เชียงใหม เพื่อสรางกลไกการพัฒนาเมืองอยาง มีสวนรวม ภายใตแนวคิดการศึกษาเพื่อสรางพลเมืองโลก (Global Citizenship Education) ซึ่งไมไดหมายถึง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่เปนคนอยูดั้งเดิม เทานั้นที่จะสามารถเขาไปเรียนรูและมีสวนรวมกับ เมืองเทานั้น แตหมายรวมถึงกลุมคนตาง ๆ ที่เขามา อยูอาศัยและขับเคลื่อนความเปนเมืองในหลากหลาย รูปแบบ ทั้งคนตางถิ่น ผูมีรายไดนอย คนเปราะบาง ผูสูงอายุ และเยาวชน เกิดเปนเครือขายและพื้นที่ แหงการเรียนรูเมืองเชียงใหมดวยตัวเองอยาง สรางสรรคเชื่อมโยง แนวคิดการพัฒนาเชียงใหมเมืองแหงการเรียนรู (Chiang Mai Learning City) ภายใตการศึกษา เรียนรูและรวบรวมขอมูลหรือการสกัดทรัพยากร ชุมชนเปนบทเรียนดานการเชื่อมโยงนิเวศเมือง ที่เปน สวนสำคัญอยางยิ่งตอการขับเคลื่อนเมืองแหงการเรียนรู โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหมที่เต็มไปดวยความหลากหลาย ของผูคนและความผสมผสานของวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สภาพแวดลอม ศิลปะ และผูคน กอตัวเปนเมืองที่มี เสนหทั้งในแงของระบบการวางผังเมืองในอดีตและ การผสมผสานของความรวมสมัยในปจจุบัน และการทำงานรวมกันในรูปแบบเชียงใหมเมืองแหง การเรียนรู (Chiang Mai’s Learning City) ตามแนวทางของ UNESCO โดยเฉพาะคุณลักษณะ สำคัญในประเด็นการสรางวัฒนธรรมแหงการเรียนรู ตลอดชีวิตอยางเขมแข็ง ระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ผานกิจกรรม การเรียนรูอยางมีสวนรวมของเยาวชนในสถาบันการ ศึกษาหลากหลายระดับ เพื่อสรางวัฒนธรรมพลเมือง ตื่นรูภาคีเครือขาย เวทีเชื่อมตอกับภาคธุรกิจ และ พื้นที่การเรียนรูตลอดชีวิตอยางเขมแข็ง และการทำงานรวมกันในรูปแบบเชียงใหมเมือง แหงการเรียนรู (Chiang Mai’s LearningCity) ตามแนวทางของ UNESCO โดยเฉพาะคุณลักษณะ สำคัญในประเด็นการสรางวัฒนธรรมแหงการ เรียนรูตลอดชีวิตอยางเขมแข็ง


ระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และ ประชาชนทั่วไป ผานกิจกรรมการเรียนรูอยางมี สวนรวมของเยาวชนในสถาบันการศึกษาหลากหลาย ระดับ เพื่อสรางวัฒนธรรมพลเมืองตื่นรูภาคีเครือขาย เวทีเชื่อมตอกับภาคธุรกิจ และพื้นที่การเรียนรูตลอดชีวิตอยางเขมแข็ง จากระบบ การขับเคลื่อนกลไกการบริหารจัดการการเรียนรูเมือง (City Learning Administrator) และการเสริม อำนาจใหกับกลุมพลเมืองเชียงใหมที่มีประสิทธิภาพ เกิดเปนพลเมืองนักจัดการการออกแบบคูมือการเรียนรู เมืองเชียงใหม “บทเรียนเมืองจากวัตถุวัฒนธรรม” ใน เทศกาลยี่เปง (ลอยกระทง) ครั้งนี้ ระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ผานกิจกรรมการเรียนรู อยางมีสวนรวมของเยาวชนในสถาบันการศึกษา หลากหลายระดับ เพื่อสรางวัฒนธรรมพลเมืองตื่นรู ภาคีเครือขาย เวทีเชื่อมตอกับภาคธุรกิจ จึงเปนเหมือนตนแบบเนื้อหาการเรียนรูโดยอาศัยการ มีสวนรวมของเนื้อหาตัวขอมูลจากวางแผน สรางการ เรียนรูและเชื่อมโยงกับงานเทศกาลวัฒนธรรมประเพณี เมืองเชียงใหมที่สำคัญ คือ เทศกาลยี่เปง หรือวันเพ็ญ เดือนยี่ของชาวลานนาแลวจึงทำการสกัดขอมูลการ เรียนรูกับชุมชน หนวยงานภาครัฐ เครือขายสมาชิกเมือง แหงการเรียนรูและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจละแวกบาน ผานกิจกรรมการเรียนรูพื้นที่การเรียนรู และเครือขายพลเมืองเป้าหมายอยางเปนองครวม เริ่มจากขั้นตอนการอานและสำรวจเมืองและชุมชน การทดลองปฏิบัติและรูจักกับวัตถุดั้งเดิม และการพัฒนาตอยอดหรือประยุกตแนวทางใหมๆ ในการออกแบบอยาง สรางสรรค อันนำไปสูการรื้อฟนเชียงใหมศึกษา เชื่อมโยงการเรียนรูตามอัธยาศัย และพัฒนาสูการ เรียนรูตลอดชีวิต สรางแผนการขับเคลื่อนกลไกการบริหารจัดการนิเวศการเรียนรูและเครือขายการดูแล ระบบนิเวศการเรียนรูอยางยั่งยืน ใหผูเรียนและผูสนใจไดนำไปใชประกอบการเรียนรูสรางความตระหนักถึง คุณคา และความสำคัญของการเรียนรูเมืองเชียงใหมตอไป


จาก การศึกษาทองถิ่น (Local Study) ไปสูการสรางบทเรียนเมือง การศึกษาทองถิ่น (Local Study) ที่ทำ ตอเนื่องในกรอบของการทำงานวิจัย เชียงใหม เมืองแหงการเรียนรูในปที่ 1 (พ.ศ.2564) และ ปที่ 2 (พ.ศ.2565) ในสวนของ “ทองถิ่นศึกษา” ซึ่งมีการ เก็บรวบรมขอมูลตางๆ จัดกลุมและระดมความคิดเห็น ในทีมวิจัยเล็งเห็นวา “ชุมชน” เปนหนึ่งในกลไกสำคัญ ที่สุดที่อยูภายใตเงื่อนไขหลายๆ อยางของการเปน เมืองเชียงใหม ที่มีตนทุนทางวัฒนธรรมที่งดงาม มีประวัติศาสตรที่ยาวนาน และรวมถึงการเกิดขึ้น และดำรงอยูของพื้นที่กายภาพของเมืองในหลายๆ จุดโดยเฉพาะอยางยิ่งในเขตเทศบาลนครเชียงใหม ซึ่งเปนจุดเริ่มตนของการคัดเลือกและกำหนดสราง “บทเรียนเมือง” ภายในกระบวนวิธีดำเนินงานในการสราง บทเรียนเมือง ทีมวิจัยเริ่มจากกรอบแนวคิดหลัก ทีมวิจัยทำการรวบรวมและแยกแยะขอมูลของ “ชุมชน” ซึ่งในปที่ 1 และ 2 ไดกำหนด “ชุมชน เป้าหมาย” โดยการจัดเปนชุดขอมูลตาง ๆ ออกเปน 4 กลุมใหญ ๆ ตั้งแต คน (people) ประกอบไปดวย ประวัติศาสตรชุมชน ประชากร และชาติพันธุของคนในชุมชน บุคคลที่มีความ สำคัญในชุมชน ปราชญพื้นบาน กรรมการชุมชน สถานที่ (place) ขอบเขตและพัฒนาการดาน พื้นที่ชุมชน ตำแหนงบานเรือนที่สำคัญ ตำแหนง ของสถานที่ที่สำคัญของชุมชน (object) วัตถุทางวัฒนธรรม หรือเปนสิ่งที่มีคุณคา ของชุมชน เชน ภาพวาดบนกำแพง อาหาร ผางประทีป ตุง ฯลฯ และเรื่องราว (memory) เรื่องเลา ความทรงจำ ดังนั้นจะสังเกตไดวา “บทเรียนเมือง” จะ ประกอบไปดวย เรื่องราวตางๆ ที่เกิดขึ้นและสั่งสม กันมาในชุมชน ไมวาจะเปนการตั้งถิ่นฐานบานเรือน ประวัติศาสตรประเพณีวัฒนธรรม รวมไปถึง ความเชื่อ และวัตถุวัฒนธรรมตาง ๆ สามารถ แบงออกเปน ชุดบทเรียนเมืองไดหลักๆ 2 ชุดบทเรียนเมือง


1) ขอมูลดานประวัติศาสตรศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและเรื่องเลา โดยลงรายละเอียดในเรื่อง วัตถุทางวัฒนธรรม 3 องคประกอบ ผานเทศกาล ยี่เปง (โคมประดับ ดอกไมปนดวง และผางประทีป) เกิดเปนกลไกการเชื่อมรอยระหวาง เศรษฐกิจละแวก บาน กับนิเวศการเรียนรู เชน การฟนฟูพื้นที่ตลาด มิ่งเมือง และหองสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม รวมกับภาคีเครือขายที่หลากหลายอยางมีสวนรวม ทีมวิจัยเชื่อวา “บทเรียนเมือง” สามารถสราง ใหเกิดการเรียนรูไดหลายระดับทั้งในระดับเด็ก และเยาวชน ผูใหญวัยทำงาน และคนสูงอายุ ในชุมชน รวมถึงสามารถออกแบบการเรียนรู ไดหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบของการทำ กิจกรรม อาศัยศิลปะเปนตัวชวยสรางการเรียนรู การสำรวจเมืองในรูปแบบของ Walk Rally การนั่งรถชมเมือง การทำกิจกรรมการออกแบบ การสัมมนาทั้งในรูปแบบ Online หรือในหองประชุม Onsite ซึ่งการออกแบบกิจกรรมใหเหมาะสม กับการเรียนรูของแตละระดับชั้น 2) ขอมูลพื้นที่การเรียนรูของชุมชนตนแบบ เกิดเปนการสรางแผนที่พื้นที่การเรียนรู (Learning Space Map) ใหกับเมืองและผูคน ไดเรียนรูตอไป และกลุมผูเรียนนอกจากจะตองมีการจัดระบบ ขอมูล แยกแยะ บทเรียนเมืองเปนชุด ๆ แลว จำเปนตองนำเอาบทเรียนเมืองเหลานี้ทำงาน รวมกับชุมชนที่จะใหเกิดการเรียนรูทำงาน เชื่อมโยงดวยเครือขายทองถิ่นตางๆ เพื่อใหเกิด การสนับสนุนจากหลายภาคสวน รวมถึงสถาบัน การศึกษาเพื่อใหเกิดการเรียนรูอยางตอเนื่อง การปรับใชบทเรียนเมืองใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเปนที่มาของการสรางชุดความรูเรื่อง บทเรียนเมืองวาดวยวัตถุวัฒนธรรมชุดนี้


ภาพ กระบวนวิธีการ “สกัดทรัพยากรและองคความรูชุมชน” เพื่อการเรียนรูที่นำไปใชในการทำงานในพื้นที่ ชุมชนเป้าหมาย คือ ชุมชนควรคามา ชุมชนชางมอย ชุมชนลามชาง และ ชุมชนป่าหา การจัดแสดงผลงานของนักเรียน และนักศึกษาการจากการเขารวมประชุมเชิง ปฏิบัติการ (Workshop) เกี่ยวกับวัตถุทางวัฒนธรรมที่ผานมา ณ หองสมุดประชาชนหรือ สำนักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยนักเรียน และ นักศึกษาไดสรางสรรคผลงานขึ้นผานเรียนรูวิธีการทำจากวิทยากรและผูเชี่ยวชาญ, การเดิน ในชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อเก็บขอมูลทั้งหมด 3 ชุมชนไดแก ควรคามา, ลามชาง, และชางมอย


วัตถุทางวัฒนธรรม ผางประทีป ผางประทีป (อาน “ผางผะดี้ด หรือผางผะตี๊บ”) ผางปะติ๊ด (ในภาษาพื้นเมืองภาคเหนือ) หรือ ถวย ประทีป เปนเครื่องสักการะบูชาในพระพุทธศาสนา คำวา ผาง คือ ภาชนะดินเผาคลายถวยเล็กๆ ใชเปนถวยสำหรับใสขี้ผึ้งหรือน้ำมันและไส ของปะติ๊ดที่ทำมาจากเสนฝ้าย สวนคำวา ปะติ๊ด คือแสงสวาง ถวยประทีปทำดวยดินเผารูปลักษณะ แตกตางกันตามฝมือชางแตละยุคสมัย นอกจากถวยประทีปแลว สิ่งที่สำคัญคูกัน ก็คือน้ำมัน และตีนกาหรือสีสายซึ่งน้ำมัน ที่ใชเติมลงในถวยประทีปนั้น อาจเปนน้ำมันถั่ว น้ำมันมะพราว น้ำมันละหุง น้ำมันงา รวมถึง น้ำมันที่ไดจากสัตวอีกดวย ปจจุบันนิยมใชขี้ผึ้ง (พาราฟน) สวนสีสาย ซึ่งอาจอานเปน “สี้สาย” หรือ “ขี้สาย” นั้นทำจากดายฟนใหเปนเชือก โดยจัดสามชายแยกออกจากกันเปนสามแฉก เหมือนตีนกา ในชวงเทศการยี่เพง (อาน “ยี่เปง”) ตรงกับ วันเพ็ญเดือนสิบสอง จะมีการประดับประทีปใน โคมไฟกันทั่วไป นอกจากการประดับสวนนี้แลว ยังใชเปนจุดบูชาพระรัตนตรัย สวนหนึ่งตามอายุ ของแตละคน ในการตั้งธัมมหลวง หรือฟงเทศน มหาชาตินั้นเจาของกัณฑเทศนกัณฑใดใน หาเวสสันดรชาดกก็จะจุกประทีปตามจำนวน คาถาเชน กัณฑกุมาร 101 คาถา ก็จุดประทีบ 101 ดวง เปนตน ในลานนา ตามเรื่องเลาเกี่ยวกับที่มาของ ตีนกาที่ใชเปนไสจุดประทีปหรือดังปรากฏใน คัมภีรชื่อ อานิสงสผางประทีปเลาวาเมื่อครั้ง ดึกดำบรรพมีแมกาเผือกกำลังกกไขอยูบนตนไม ใกลแมน้ำแหงหนึ่ง เกิดมีลมพายุพัดรังกากระจัด กระจายไขก็ตกลงไปในแมน้ำแลวไหลไป แมกาก็ พลัดไปอีกทางหนึ่ง พอลมสงบแมกาก็หาไขไมพบ ก็รองไหจนขาดใจตายจากนั้นจึงไปเกิดเปนทาว พกาพรหมบนสวรรคสวนไข 5 ฟอง ก็ถูกแมไก แมนาค แมเตา แมโค และแมราชสีห(หรือบาง ตำราวาคนซักผานำเอาไปเลี้ยง)


เอาไขไปฟกตัวละฟอง พอโตขึ้นตางก็ออกบวช เปนฤาษีอยูในป่าวันหนึ่งฤาษีทั้ง 5 มาพบกัน ตางก็ถามถึงความเปนมาของกันและกัน แตก็ ไมมีใครรูจักแมที่แทจริงของตนเลยจึงพากัน อธิษฐานขอใหไดพบแมของตนรอนถึงทาว พกาพรหมตองลงมาพบเลาเรื่องอดีตใหฟง และบอกวาถาคิดถึงแมใหเอาดายดิบทำเปน รูปตีนกาแลวจุดไฟในประทีปในวันยี่เปง คือ วันเพ็ญเดือน 12 จากเรื่องเลาดังกลาวจึงมีการบูชาประทีป ในฤดูเทศกาลเดือนยี่เปง ชาวบานจะนำผาง ประทีปไปจุดตามวัดและฟงพระธรรมเทศนาอานิสงส และยังมีการตามประทีปและจุดบูชาตามรอบรั้วบาน หัวบันไดบาน บอน้ำ ครัวไฟโดยกำหนดวา พอพระเริ่มเทศนธัมมหรือคัมภีรอานิสงสผาง ประทีป ก็จะจุดประทีปที่บานของตนขึ้นพรอมกัน ในพิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม เพื่อสืบอายุเมือง และตองการใหบานเมืองประสบความเจริญ รุงเรือง เพื่อใหเกิดความสวัสดีมงคลโดยทั่วกัน นอกจากนี้ผางประทีบยังใชจุดบูชาเพื่อตอบ แทนผูมีพระคุณ เพื่อสักการะตอสิ่งตางๆ ที่ได ใชประโยชน เชน ประตูบาน บอน้ำ ยุงขาว เตาไฟ บันไดฯลฯ และยังเปนการบูชาแสง สวางโดยเชื่อวาจะทำใหมีสติปญญาเฉลียว ฉลาดมีแสงสวางนำทางชีวิตใหโชติชวงชัชวาล


วัสดุ อุปกรณ ขั้นตอน และวิธีการทำ ผางประทีป


วัสดุ และ อุปกรณ 3 กาตมน้ำ 1 ฝาจีบน้ำอัดลม 2 ดินเหนียว 4 กาตมน้ำ 5 กระทะ 8 เตาแกส 9 ฐานปน ฝ้าย (สำหรับทำตีนกาใสเทียน) 6 น้ำมันมะพราว 7


ขั้นตอน และวิธีการทำ ผางประทีป


ขั้นตอน และวิธีการทำผางประทีป การทำผางประทีป เริ่มจากการเอาดินเหนียวมาตำใหละเอียด และผสมดินตำละเอียดแลวกับน้ำ นวดใหเขากัน ใหเหนียว จากนั้นนำไปผสมนำ้แลวนวดใหเขากันไดเปนดินกอนใหญๆ ขั้นตอมาคือการปนรูปทรงเปนผางประทีปมีทั้งแบบใหญและ แบบเล็กโดยนำดินมาวางบนแทนปนดิน แลวปนตามขนาด ลักษณะคลายถวย 1 2 การใสขอบลายหยักโดยจะใชฝากระป๋องน้ำอัดลม แบบจีบประกบกันทาบกับขอบผางประทีป 3


เมื่อปนและใสขอบลายเรียบรอยแลว สำหรับผางประทีสเล็ก ใหนำเขาเตาเผาไดเลย สวนผางประทีสขนาดใหญ ตองนำมาผึ่งแดด ใหแหงเสียกอน กอนนำเขาเตาเผา 4 เมื่อผางประทีปสุกไดที่ รอใหเย็นกอน แลวจึงนำออกจากเตา และนำมาลางฝุ่นขี้เถา และผึ่งใหแหง 5


ขั้นตอน และวิธีการทำตีนกา (ไสเทียน) 1 นำฝ้ายสีขาวมาลงขี้ผึ้งผสมน้ำมันมะพราว 2 จากนั้นนำฝ้ายมาตากลม โดยตองตากลมเทานั้นหามมีแดด เพราะถาตากแดดขี้ผึ้งจะละลายได 3 จากนั้นฟนฝ้ายทำใหเปนสามแฉก แบบตีนกา(ไสเทียน) ใหขนาดพอดี กับผางประทีป แบบตีนกาสามแฉก พรอมนำไปใชงาน


ขั้นตอน และวิธีการสวนเทียนที่ใชหยอดลง ผางประทีป ในอดีตจะนำขี้ผึ้งและเทียนที่จุดเหลือตอนชวงเขาพรรษา มาใชงานจากนั้นจะนำมาผสมน้ำมันมะพราว แลวใสปบตั้งไฟใหละลายเปนน้ำเหลว จากนั้นผึ่งในที่รมใหแหง ทิ้งไวจนแหงก็เปนอันเสร็จสิ้นเรียบรอย 1 ใสไสตีนกาวางลงตรงกลางถวย โดยใหฝ้ายสามแฉกเปนฐาน และฝ้ายแกนตั้งขึ้น หยอดเทียนเหลวลงในผางประทีป ใหเต็ม 2 3 4


การประยุกตใหมีความเปนปจจุบัน และการตอยอดของ ผางประทีป


ในปจจุบันผางประทีปถูกนำไปใชอยาง หลากหลาย เชน ตกแตง โรงแรม รีสอรท วัด หรือ สถานที่ราชการ และเอกชน เพื่อความสวยงามดูบรรยากาศสบายๆ แบบลานนา ซึ่งผางประทีปก็ไดรับความนิยม ทั้งใน และตางประเทศ จึงทำใหผางประทีปไดมีการพัฒนา ประยุกตตกแตงใหเกิดความเหมาะสม มีความสวยงามทันสมัย เพื่อใหตรงความ ตองการของผูใชงาน เทศกาล เพื่อนำมา ใชประดับ ตกแตงอาคารบานเรือนเพื่อความ สวยงามและทันสมัย อีกทั้งยังชวยสรางราย ไดอีกดวย


นำแมที่แกะสลักลายลงไปจุมในน้ำตาเทียน จากนั้นเอาไปใสน้ำสะอาด คอยๆ บรรจง แกะดอกเทียนออกมา และระวังขาดเพราะ เทียนจะลักษณะบาง 1 การประยุกต ตกแตงผางประทีป จากนั้นเอาไปใสน้ำสะอาด คอยๆ บรรจง แกะดอกเทียนออกมา และระวังขาดเพราะ เทียนจะลักษณะบาง ในขั้นตอนนี้จะไดเทียน ที่มีลักษณะเหมือนดอกได 2 จากนั้นนำเอาภาชนะที่เราเตรียมไวเพื่อที่จะนำ ไปใสดอกเทียน มาวาดภาพตกแตงตามที่เรา ตองการดวยปากกาเมจิก หรือสีชนิดตางๆ 3


จากนั้นนำดอกเทียนที่เตรียมไว (จำนวนดอกตามความตองการ) นำมาใสในภาชนะที่ไดตกแตงลวดลายแลว 4 จากนั้นนำเสนเทียนมาวางตรงกลางตำแหนง ของดอกเทียนแตละดอก ถือวาเปนอันเสร็จสิ้น พรอมนำไปตกแตง และใชงาน 5


บันทึก


โดยดำเนินงานโครงการ การเชื่อมโยงนิเวศการเรียนรูเมืองเชียงใหม เพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต (ยอย 2) ภายใตชุดโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม เพื่อยกระดับการเปนเครือขายเมืองแหงการเรียนรูของ UNESCO”


Click to View FlipBook Version