The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ธนวัฒน์ โพธิเดช เลขที่ 26

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธนวัฒน์ โพธิเดช, 2020-10-24 11:14:24

คำศัพท์หน่วยที่11

ธนวัฒน์ โพธิเดช เลขที่ 26

THE
BIOLOGY
PHOTOSYNTHESIS

เสนอ
อาจารย์ อาจารยน์ ิชาภา พฒั น์วชิ ยั โชติ

จดั ทําโดย

นายธนวฒั น์ โพธเิ ดช เลขที 26 ม5/2

1.การสังเคราหด์ ้วยแสง
[Photosynthesis]

กระบวนการสังเคราะหด วยแสงป็นการสรางอาหารจําพวก
คารโบไฮเดรตของพชื สเี ขยี วเพ่ือใชในการเจรญิ เตบิ โตและ
ซอมแซมสว นทส่ี กึ หรอของพชื อีกทงั้ ยังเป็นการผลิตอาหาร
สําหรบั ส่ิงมีชวี ติ อ่ืนๆ บนโลกในพืชสเี ขียวนัน้ มคี ลอโรฟิลลท ท่ี าํ
หน าท่ีดดู กลืนพลงั งานแสงจากดวงอาทิตยมาใชใ นการสราง

อาหารนอกจากนัน้ พชื ยังจาํ เป็นตอ งใชน้ําและแกส
คารบ อนไดออกไซดท ี่เป็นสารอนินทรียโ มเลกุลเลก็ มาใชใน

กระบวนการสังเคราะหดว ยแสงอกี ดวย

2.ไทลาคอยด์
[Thylakoid]

โครงสรา งคลา ยถงุ แบน ๆ มีเย่ือหมุ เรยี งซอนกนั เป็นตงั้ เรยี กวา
กรานมุ (granum) แตล ะกรานุมมโี ครงสรางเช่ือมตอถึงกัน บน
ไทลาคอยดม ีสารสีท่ใี ชใ นกระบวนการ สงั เคราะหดวยแสง เชน
คลอโรฟีลล แคโรทีนอยด และมีของเหลวทเี่ รยี กวา สโตรมา อยู

รอบไทลาคอยด ในสโตรมามเี อนไซมท ่เี กยี่ วของกับ
กระบวนการสังเคราะหด วยแสง

3.คลอโรพลาสต์
[Chloroplast]

ออรแ กเนลลท ีส่ าํ คญั ของพชื ป็นแหลง ทเ่ี กิดปฏกิ ริ ยิ าการ
สังเคราะหด วยแสง จากการศกึ ษาดวยกลอ งจลุ ทรรศน
อิเลก็ ตรอนและเทคนิคตางๆทาํ ใหทราบลักษณะของคลอโร
พลาสต โดยคลอโรพลาสตสวนใหญจะมีรปู รา งกลมรี มีขนาดยาว
ประมาณ 5 ไมโครเมตร กวาง 2 ไมโครเมตร และหนาประมาณ
1 – 2 ไมโครเมตร จํานวนแตละเซลลมไี มแ นนอน มตี งั้ แตสิบ
ข้นึ ไปจนถงึ รอยซ่งึ ข้ึนอยูกับชนิดของพชื และชนิดของเซลลพ ืช

4.คาโรทนี อยด์
[Carotenoid]

พบในเน้ือเย่ือพืชท่มี สี เี หลอื งสม แดง อยรู วมกับคลอโรฟิลลใ น
ไทลาคอยดเ มมเบรน ดดู กลนื แสงสีน้ําเงนิ (400 – 500 nm)
แลว ถา ยทอดพลังงานใหค ลอโรฟิลลแ ละปกป องคลอโรฟิลลไมใ ห

ถกู ทําลายโดยอะตอมของออกซเิ จนทเ่ี ป็นอนุมูลอสิ ระ

5.ไฟโคบลิ ิน
[Phycobiline]

เป็นรงควตั ถเุ สริมทพ่ี บในสาหรายสนี ําเงินและสาหรายสีแดงแบง
เป็นไฟโคอิริทรนิ ซ่งึ ดดู แสงสีเขยี ว และไฟโคไซยานินดดู แสงสี

สมแดง

6.ไลท์รแี อคชนั
[Light reactione]

ปฏิกริ ยิ าทีต่ อ งใชแสง เป็นกระบวนการที่เกดิ ข้ึนบรเิ วณไทลา
คอยด เป็นการที่รงควัตถุรับพลังงานแสง แลว นําพลังงานนัน้ มา
ใชใ นการสรางสารทม่ี พี ลงั งานสงู ซ่ึงไดแ ก ATP และ NADPH
เพ่อื ทีจ่ ะไดนําพลังงานจากโมเลกุลเหลานี้ไปใชในการสรา งสาร

อนิ ทรียใ นกระบวนการตรึงคารบ อนไดออกไซดตอ ไป

7.โฟโตฟอสโฟริเลชัน
[Photophosphorylation]

ปฏิกริ ยิ าโฟโตฟอสโฟรเี ลชนั่ เป็นการขนสง อิเลก็ ตรอนไปตามตัว
รบั อเิ ลก็ ตรอนตางๆ โดยเร่มิ จากตวั ใหอิเล็กตรอนตวั แรกคือน้ํา
สง ตอกันไปเร่ือยๆ จนถึง NADPH+H+ เป็นตัวรับอเิ ล็กตรอนตัว
สุดทาย ทงั้ นี้ การขนสงอิเลก็ ตรอนจะเกดิ ข้ึนไดเ ม่ือมแี สงเทา นัน้
ในพชื ชนั้ สูง ปฏิกิรยิ านี้เกดิ ท่คี ลอโรพลาสตภ ายในคลอโรพลาสต
มีเย่ือหมุ สองชัน้ ซ่ึงมีคณุ สมบัติคลา ยเย่ือหุม ของไมโทคอนเดรีย
คือ ชนั้ นอกยอมใหส ารทกุ ชนิดผานไดอ ยา งเป็นอสิ ระ สวนเย่อื
หมุ ชัน้ ในยอมใหเ ฉพาะสารทม่ี ตี ัวพาทีเ่ ฉพาะผานไดเ ทานัน้ เย่ือ

หุมชัน้ ในของคลอโรพลาสตเ ป็นชัน้ ๆเรยี กไทลาคอยด
(thylakoid) ซ่ึงมกี ลมุ เอนไซมท่ีเก่ยี วขอ งกบั การขนสง

อเิ ลก็ ตรอนฝังตวั อยู

8.คาบอ็ กซิเลชัน
[Carboxylation]

กระบวนการตรึงคารบ อนไดออกไซดเขา กับ สารอินทรียทม่ี ี
คารบ อน 5 อะตอมเป็นองคป ระกอบ คอื Ribulose-1,5-
bisphosphate (ไรบูโรส-1,5-บิส ฟอสเฟต หรอื RuBP)

9.อนิ เตอรก์ รานา
[intergrana]

ลาเมลลา ประกอบดว ยเย่ือหมุ 2 ชัน้ ภายในบรรจดุ วยคลอโร
ฟิลล และแคโรทีนอยด ( carotenoids )

10.รดี ักชนั
[Reduction]

เป็นปฏกิ ิรยิ าท่มี กี ารเปลย่ี นแปลง หรือมกี ารรดี วิ ซ (Reduce)
PGA ใหเป็นPGAL (Phosphoglyceraldehyde) โดยอาศยั สารท่ี
ใหพ ลังงานสูง ATP และตวั รดี ิวซ (Reducer หรือ Reductant)
คอื NADPH + H+ ท่ีไดจ ากจากปฏิกริ ยิ าท่ใี ชแ สง เรียกปฏกิ ิรยิ า
ขัน้ ตอนนี้วา รดี กั ชัน (Reduction) PGAL 1 โมเลกุล ประกอบ
ดวยคารบอน 3 อะตอม และฟอสเฟต 1 หมู ดงั นัน้ เม่ือเรมิ่ จาก

PGA 12 โมเลกุลจงึ ไดเ ป็น PGAL 12 โมเลกลุ

11.โฟโตซสิ เตมวนั
[Photosystem I]

รงควัตถรุ ะบบแสงที่ IหรือP 700 รบั พลังงานแสงในชว งคล่นื
700 นาโนเมตรไดด ี

12.โฟโตซิสเตมทู
[Photosystem II]

รงควัตถรุ ะบบแสงท่ี II หรอื P680 รบั พลังงานแสงในชว งคล่นื
680 นาโนเมตรไดดี

13.พิกเมนทซสิ เตมวนั
[Pigment system I]

ทาํ หน าท่รี บั พลงั งานแสง ซ่งึ ประกอบดว ยสารชนิดสาํ คญั คอื
คลอโรฟิลล เอ ชนิดรับแสงทีม่ คี วามยาวคล่ืน 700 นาโนเมตรได

ดี พบในพชื และสาหรา ยทุกกลมุ สารสีระบบที่ 1 และตัวรับ
ถายทอดอิเลก็ ตรอนตาง ๆ จะประกอบกนั เป็นระบบแสงที่ 1

( Photosystem I )

14.พกิ เมนทซิสเตมทู
[Pigment system II]

สารสรี ะบบที่ 2ทาํ หน าทีร่ ับพลังงานแสง ซ่ึงประกอบดวยสารสี
ดงั นี้ - คลอโรฟิลล บี - คลอโรฟิลล ซี - คลอโรฟิลล ดี - แคโรที

นอยด - ไฟโคบิลนิ ( Phycobilin )สารสรี ะบบที่ 2 และตัวรบั
ถายทอดอเิ ล็กตรอนตา ง ๆ จะประกอบกนั เป็นระบบแสงที่ 2

( Photosystem II )

15.ไซเคลิ อเิ ลก็ ชนั ทรานเฟอ
[cyclic electron transfer]

การถา ยทอดอเิ ล็กตรอนแบบเป็นวฏั จักรเป็นการถา ยทอด
อเิ ล็กตรอนที่เก่ยี วของกบั ระบบแสงเพยี งระบบเดียวเทา นัน้ ซ่ึง

เรียกวารงควัตถรุ ะบบที่ 1 ( pigment system I หรือ PSI )
อเิ ล็กตรอนทหี่ ลุดออกจากรงควตั ถุระบบท่ี 1 จะถกู สง ไปยังสาร
ตวั กลาง X ซ่งึ ยังไมทราบแนชดั วา เป็นสารใด แตเ ขา ใจวา นาจะ
เป็นเฟรร ดิ อกซิน รดี ิวซิงซับสแตนซ (ferredoxin – reducing
substance ) แลว สาร X จะถายทอดอิเลก็ ตรอนตอ ไปยัง
เฟรร ิดอกซนิ ( ferredoxin ) ไซโทรโครม บี ( cytochrome b )
ไซโทรโครม เอฟ ( cytochrome f ) และ พลาสโทไซยานิน
( plastocyanin ) ตามลาํ ดับ จากนัน้ อเิ ล็กตรอนนี้จะมีพลงั งาน
ปลดปลอยออกมา และสามารถนําไปสรา ง ATP ได 2 ATP ตอ

อิเล็กตรอน 1 คู

16.เอช ทู โอ
[H2O]

น้ําจะถกู พชื นําไปสลายใหเป็นโปรตอน และอเิ ลก็ ตรอนเพ่อื นําไป
ใชสรางน้ําตาลในปฏิกิรยิ าไมใชแสง และมผี ลทาํ ใหเ กดิ O2 เป็น

ผลพลอยไดปลอยออกทางปากใบของพืช

17.ฮลิ รแี อคชัน
[Hill reaction]

ปฏกิ ริ ิยาฮิลลปฏิกริ ิยานี้นอกจากมีการแตกตัวของโมเลกุลน้ํา
แลวยังมีการสราง ATP และ NADPH + H+ ดว ยปฏกิ ริ ิยาเกดิ

ข้ึนเป็นขัน้ ๆ

18.ดาร์ครแี อคชนั
[Dark reaction]

เป็นปฏกิ ิรยิ าตรึง CO2 (CO2 Fixation) สรางสารประกอบ
คารโ บไฮเดรต โดยใช ATP และ NADPH เป็นแหลงพลังงาน
เกิดในสโตรมาของคลอโรพลาสต ซ่ึงมเี อนไซมอ ยูมากมาย ซ่ึง

กระบวนการเกิดเป็นวงจร เรยี กวา วฏั จกั รคลั วนิ
(Calvin Cycle)


Click to View FlipBook Version