The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by framesoyer, 2020-11-08 23:11:04

สวนพฤกษศาสตร์

สวนพฤกษศาสตร์

สวนพฤกษศาสตร์

จดั ทาโดย

นายนันทิพฒั น์ ต๊ิบไทยสงค์
ช้นั ม.6/3 เลขที่8

ชื่อวิทยาศาสตร:์ BOUGAINVILLEA HYBRIDA
ช่ือสามัญ: ดอกเฟ่ื องฟ้ า (อังกฤษ: BOUGAINVILLEA, PAPER FLOWER)
ช่ือพ้ ืนเมืองอ่ืนๆ: PEPER FLOWER, KERTAS, ตรุษจีน
ลักษณะ : ไมย้ ืนตน้ ประเภทพุ่มก่ึงเล้ ือย ขนาดต้ังแต่พุ่มเล็กถึงพุ่มใหญ่ มีหนามข้ ึนตามลาตน้ อยู่
ใบ: ใบเดี่ยว แตกออก สลับกับก่ิง หรือเย้ ืองกัน มีขนข้ ึนปกคลุมเล็กน้อย มีสีเขียวหรือใบด่าง รูปร่างรีแหลม
ยาว 3-6 ซม. กวา้ ง 2-3 ซม. ใบประดับลักษณะ คลา้ ยรูปหัวใจหรือรูปไข่มี 3-5 ใบ มีหลายสี เช่น ม่วง แดง
ชมพู สม้ ฟ้ า เหลืองและอ่ืนๆ
ดอก: มีท้ังดอกสมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์เพศ ออกเป็ นช่อ ตามซอก ใบหรือปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3 ดอก เป็ น
หลอดยาว 1-2 ซม.
การดูแล: ตอ้ งการแสงแดดจัดในสภาพกลางแจง้ ไดร้ ับแสงแดดตลอดวัน ถา้ ไดร้ ับแสงแดดไม่เพียงพอจะทา ให้
สีของใบไม่เขม้ ออกดอกน้อย ตอ้ งการอุณหภูมิ ปานกลางหรือรอ้ นช้ ืน เม่ือโตข้ ึน ตอ้ งการน้าปานกลาง ถึง
ค่อนขา้ งตา่ ถา้ รดน้ามากเกินไปจะไม่ออกดอก
การขยายพันธุ์: ปั กชาก่ิง, ตอนก่ิง, เสียบยอด
ประโยชน์: ดอกเฟ่ื องฟ้ า ถูกคน้ พบคร้ังแรกในประเทศบราซิลโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรงั่ เศสราว ค.ศ.
1766-1769 และไดถ้ ูกนาไปปลูกยังส่วนต่าง ๆ ของโลก เริ่มจากยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย สาหรับใน
ประเทศไทย มีการนาพันธุ์เฟ่ื องฟ้ าเขา้ มาจากสิงคโปร์คร้ังแรกราว พศ. 2423 ใน สมัยรัชกาลที่ 5 พันธุ์
เฟ่ื องฟ้ าในประเทศไทยมีไม่น้อยกว่าต่างประเทศ เนื่องจากเฟื่ องฟ้ าเจริญเติบโตไดด้ ีในประเทศไทย และกลาย
พันธุ์เกิดเป็ นพันธุ์ใหม่ข้ ึนมากมาย

ช่ือวิทยาศาสตร์: IXORA , SPP.
ช่ือสามัญ : (COMMON NAME) : WEST INDIAN JASMINE
ช่ือวงศ์ (FAMILY NAME) : RUBIACEAE
การกระจายพันธุ์ : เพาะเมล็ด ก่ิงชา ก่ิงตอน

ลักษณะ

ตน้ : เป็ นไมพ้ ุ่ม

ใบ : แข็ง หนา ดก สีเขียวแก่

ดอก: ออกเป็ นช่อแบนใหญ่ ตามยอดของกิ่งและแขนง ดอกย่อยมีกลีบ 4-5 กลีบ

ผล: เป็ นผลกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดาเมล็ด

ชื่อสามัญ : FRANGIPANI , PAGODA TREE, TEMPLE TREE
ช่ือวิทยาศาสตร์ : PLUMERIA SPP.
ลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์

ลีลาวดีมีถ่ินกาเนิดในทวีปอเมริกา พบในบริเวณพ้ ืนท่ีต้ังแต่ประเทศเม็กซิโกตอนใต้ถึงตอนเหนือ
ของทวีปอเมริกา โดยเฉพาะหมู่เกาะทะเลแคริบเบียน

ลีลาวดีเป็ นไมย้ ืนตน้ มีขนาดต้ังแต่พุ่มเต้ ียแคระสูงประมาณ 0.9-1.2 เมตร จนถึงตน้ ที่สูงมาก อาจ
สูงถึง 12 เมตร ลาต้นแตกก่ิงกา้ นสขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ายางสีขาวขน้ เป็ นไม้ผลัดท่ีสลัดใบในฤดูแล้ง
ก่อนที่จะผลิดอกและผลิใบรุ่นใหม่ กิ่งที่ยงั ไม่แก่มีสีเขียว อ่อนนุ่ ม ดูเกือบจะอวบน้า ก่ิงแก่มีสีเทามีรอย
ตะป่ ุมตะป่า ก่ิงไม่สามารถทานน้าหนักได้ ก่ิงเปราะ เปลือกลาตน้ หนา ตน้ ที่โตเต็มท่ีแล้วจะพัฒนาจนกระทัง่
มีความแข็งแรงมากข้ ึน

ใบ เป็ นใบเดี่ยว มีการเรียงตัวแบบสลับและหนาแน่นใกลป้ ลายก่ิง มีลักษณะ แตกต่างกันไปท้ัง
รูปร่าง ขนาด สี และความหนาแน่น โดยทัว่ ไป ใบจะหนา เหนียวแข็ง และมีสีต้ังแต่สีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเขม้
มีเสน้ กลางใบแตกสาขาออกไปคลา้ ยขนนก ขนาดใบแตกต่างกัน
ช่อดอก ดอกจะผลิออกมาจากปลายยอดเหนือใบ เห็นเป็ นช่อดอกใหญ่สวยงาม แต่ก็มีบางชนิดท่ีออกช่อดอก
ระหว่างใบ หรือใต้ใบ บางชนิดหอ้ ยลงบางชนิดต้ังข้ ึน ในหนึ่งช่อจะมีดอกบานพร้อมกัน 10 – 30 ดอก บาง
ต้นที่มีความสมบูรณ์เต็มท่ีอาจมีดอกมากกว่า 100 ดอก ต่อ 1 ช่อ ออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึง
เดือนเมษายน บางพันธุ์สามารถออกดอกไดต้ ลอดท้ังปี

ลักษณะ ของ ดอก โดยทัว่ ไปจะมีขนาดใหญ่ถึงกลาง ยกเวน้ บางพันธุ์ที่มีขนาดเล็ ก กลีบดอกมี 5
กลีบ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ลึกเขา้ ไปขา้ งใน ดอกมีลักษณะ คลา้ ยท่อ ทาใหม้ องไม่เห็นเกสรตัวผูแ้ ละ
เกสรตัวเมีย โดยจะมีเกสรตัวผู้ 5 อัน อยู่ที่โคนกา้ นดอก ส่วนเกสรตัวเมียอยู่ลึกลงไปในกา้ นดอก เกสรตัวผู้
และเกสรตัวเมียบานไม่พรอ้ มกัน ยากต่อการผสมตัวเอง

ฝัก มีลักษณะ คลา้ ยกับฝักตน้ ชวนชม ฝักอ่อนสีจะมีสีเขียวเม่ือแก่ฝักจะมีสีแดงถึงดา

ช่ือสามัญ MURAYA PANICULATA.
วงศ์ PUTACEAE
แกว้ เป็ นพรรณไมย้ ืนตน้ ขนาดเล็กถึงขนาดกลางลาตน้ มีความสูงประมาณ5-10 เมตรเปลือกลาตน้ สีขาวปนเทาลาต้นแตกเป็ น
สะเก็ดเป็ นร่องตามยาวการแตกก่ิงกา้ น ของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็ นระเบียบใบออกเป็ นช่อเป็ นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหน่ึง
ประกอบดว้ ยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบใบเป็ นมันสีเขียวเขม้ ขย้ ีดูจะมีกลิ่นฉุนแรงขอบใบเรียบเป็ นคล่ืนเล็กน้อยขนาดของใบกวา้ ง
ประมาณ 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตรออกดอกเป็ นช่อใหญ่ช่อส้ันออกตามปลายกิ่งหรือยอดช่อหนึ่งมีดอก
ประมาณ 5 - 10 ดอก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกสีขาว กล่ินหอม ดอกบานเต็มท่ีกวา้ งประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ผล
รูปไข่ รีปลายทู่ มีสีสม้ ภายในมีเมล็ด 1 - 2 เมล็ดคนไทยโบราณเช่ือว่า บา้ นใดปลูกตน้ แกว้ ไวป้ ระจาบา้ นจะทาใหค้ นในบา้ นมี
ความดี มีคุณค่าสูง เพราะคาว่า แกว้ น้ันหมายถึง สิงที่ดีมีค่าสูงเป็ นท่ีนับถือบูชาของบุคคลทัว่ ไปซึ่งโบราณไดเ้ ปรียบเทียบของท่ีมี
ค่าสูงน้ ีเสมือนดัง่ ดวงแกว้ นอกจากน้ ีคนโบราณยังมีความเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกตน้ แกว้ ไวป้ ระจาบา้ นจะทาใหเ้ ป็ นคนท่ีมีจิตใย
บริสุทธ์ิ มีความเบิกบาน เพราะแกว้ คือความใสสะอาดความสดใสนอกจากน้ ีดอกแกว้ ยังมีสีขาวสะอาดสดใสมีกล่ินหอมนวลไปไกล
และยงั นาดอกแกว้ ไปใชใ้ นพิธีบูชาพระในพิธี ทางศาสนาไดเ้ ป็ นสิริมงคลยิ่งอีกดว้ ยเพื่อเป็ นสิริมงคลแก่บา้ นและผู้อาศัย ควรปลูก
ตน้ แกว้ ไวท้ างทิศตะวันออก ผูป้ ลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไมเ้ อาประโยชน์ทัว่ ไปทางดอกใหป้ ลูกในวนั พุธ
การปลูกแบ่งเป็ น 2 วิธี

ช่ือวิทยาศาสตร์ HIBISCUS ROSA SINENSIS.
ตระกูล MALVACEAE
ถิ่นกาเนิด จีน อินเดียและฮาวาย
ชบาในบา้ นเรารูจ้ ักกันมานานแลว้ จะเห็นไดจ้ ากบา้ นคนสมยั ก่อนจะมีชบายอยู่แทบทุกบา้ นปั จจุบันชบาไดร้ ับการผสมพันธุ์เพ่ือให้
ไดพ้ ันธุ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งลว้ นแต่สวย ๆ งาม ๆท้ังน้ัน ทาใหไ้ ด้ดอกของชบาท่ีมีรูปร่างสวยงามสีสันของดอกสดใส ชบาน้ัน
จัดเป็ นไมพ้ ุ่ม ความสูงโดยทัว่ ไปประมาณ 2.50 เมตร ใบมีสีเขียวเขม้ มนรี ปลายใบแหลม แต่ปั จจุบันก็ยงั มีพันธุ์ แตกต่างออกไป
อีกมากมาย
แสง ชอบแสงแดดมาก
น้า ตอ้ งการน้าพอประมาณ
ดิน เป็ นไมท้ ่ีปลูกไดง้ ่ายสามารถเจริญเติบโตไดใ้ นดินแทบทุกชนิด แต่ไม่ควรใหด้ ินเปี ยกหรือแฉะเกินไป
ป๋ ุย ใส่ป๋ ุยคอกหรือป๋ ุยหมกั
การขยายพันธ์ ตอน ปั กชา
โรคและแมลง ไม่ค่อยมีโรคจะมีก็แต่เพล้ ียท่ีรบกวนอยู่
การป้ องกันกาจัด ฉีดพ่นดว้ ยยามาลาไธออนหรือไดอาซินอน ตามคาแนะนาท่ีระบุไวใ้ นฉลาก

ช่ือวิทยาศาสตร์ RHAPIS EXCLESA.
ตระกูล PALMAE
ถิ่นกาเนิด ไทย จีน ญี่ป่ ุน มาเลเซีย
จัง๋ เป็ นปาล์มท่ีมีขนาดเล็ก ลาตน้ มีขนาดเท่าหัวแม่มือหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย โดยทัว่ ไปมีเสน้
ผ่าศูนยก์ ลางไม่เกิน 2 น้ ิว ลาตน้ เป็ นกอคลา้ ยกอไผ่ มีความแข็งแรงมาก กอหน่ึงจะสูงประมาณ 3 - 5 เมตร ใบมีสีเขียวเขม้ เป็ น
มนั รูปใบพัดและมีใบย่อยแตกออกจากกันเป็ นแฉกลึก ใบ 1 ใบจะมีใบย่อยประมาณ 5 - 10 ใบ กา้ นใบเล็ก มีสีเขียวและแข็งยาว
ประมาณ 12 น้ ิว
แสง ชอบแสงแดดมาก
น้า ตอ้ งการน้าพอประมาณ
ดิน เจริญเติบโตไดด้ ีในดินร่วนซุย
ป๋ ุย ใส่ป๋ ุยคอกหรือป๋ ุยหมกั ปี ละ 2 คร้ัง
การขยายพันธ์ โดยการเพาะเมล็ดและแยกหน่อ (การเพาะเมล็ดจะไดต้ น้ ท่ีมีรูปทรงสวยงามกว่า)
โรคและแมลง ทนทานต่อโรคและแมลงไดด้ ี

ชื่อสามัญ : กาบหอยแครงแคระ
ช่ือวิทยาศาสตร์ : TRADESCANTIA SPATHACEA , SWARTY
ชื่อวงศ์ : COMMELINACEAE
การขยายพันธ์ : ปั กชาตน้ ประโยชน์ ใบ พอกแกฟ้ กช้าบวม ตม้ ด่ืมแกร้ อ้ นใน

ประโยชน์ : ปลูกเป็ นไมป้ ระดับสวนและบา้ น

ลักษณะ : ตน้ สีม่วงเขม้ แตกกอต้ังตรง ทรงพุ่มผิวหยาบ

ใบ สีม่วงปนเขียวทอ้ งใบสีม่วง

ดอก สีขาวไมล้ ม้ ลุก ข้ ึนเป็ นกอ ลาตน้ อวบส้ัน ใบ ใบ เรียว รูปแถบกว้าง 2 - 6 เซนติเมตร ยาว 15 - 40 เซนติเมตร ปลาย

แหลมโคนโอบลาตน้ ใบหนา ดา้ นบนสีเขียวเขม้ ดา้ นล่างสีม่วงอมแดง บางพันธ์ดา้ นล่างมีสีเขียว ดอก สีขาว ออกเป็ นช่อตามซอก

ใบใบประดับรูปหัวใจ สีม่วงแกมเขียว 2 ใบ กลีบดอก 3 กลีบเม่ือบานเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 1 - 1.5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 6 อัน ผล

รูปรี เมล็ดเล็กมาก

ชื่อวงศ์ : COMMELINACEAE
ช่ือสามัญ : PURPLE HEART, PURPLE TRADESCANTIA

ชื่อพ้ ืนเมือง : -
ชนิดพืช [PLANT TYPE] : ไมค้ ลุมดิน
ขนาด [SIZE] : สูง 15-30 เซนติเมตร
สีดอก [FLOWER COLOR] : สีชมพู ม่วงอมชมพู
ฤดูท่ีดอกบาน [BLOOM TIME] : ตลอดปี
อัตราการเจริญเติบโต [GROWTH RATE] : ปานกลาง
ลักษณะ นิสัย [HABITAT] : ข้ ึนได้ดีในดินทัว่ ไป
ความช้ ืน [MOISTURE] : ปานกลาง
แสง [LIGHT] : แดดเต็มวัน-ร่มราไร
ลักษณะ ทัว่ ไป (CHARACTERISTIC) : ไมค้ ลุมดิน ลาตน้ เป็ นเถากลมสีม่วงเขม้ มีช่อปลอ้ งชัดเจน ทอดเล้ ือยไปตาม

ผิวดินต้นเเละใบค่อนขา้ งอวบน้า ยอดชูต้ังข้ ึน
ใบ (FOLIAGE) : ใบเด่ียว เรียงเวียนสลับเป็ นวงรอบต้น ใบรูปรีถึงรูปขอบขนาน กวา้ ง 2-3 เซนติเมตร ยาว 7-15

เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบแผ่เป็ นกาบหุม้ ลาต้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาเปราะ มีขนอ่อนบางๆ ผิวใบดา้ นบนสีม่วง

หรือเขียวปนม่วง
ดอก (FLOWER) : สีชมพู ม่วงอมชมพู ออกเป็ นดอกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายก่ิง ดอกขนาดเล็ ก
ผล (FRUIT) : ผลแหง้ แตก เมล็ดรูปแถบ
การใชง้ านด้านภูมิทัศน์ (LANDSCAPE USED) : ปลูกคลุมดินประดับสวนทัว่ ไปท่ีการระบายน้าดี ปลูกริมทะเล ริม

ถนน ริมทางเดิน โคนเน่าในฤดูฝนได้ง่าย ทรงพุ่มใบค่อนขา้ งยืดยาวควรตัดแต่งบ่อยๆ

ช่ือวิทยาศาสตร์ COMOS SPP.
ตระกูล COMPOSITAE
ถ่ินกาเนิด อเมริกากลาง
ลักษณะ ทัว่ ไปดาวกระจายมีพุ่มตน้ สูง 3-4 ฟุต เป็ นไมด้ อกที่พบปลูกตามร้ัวบา้ น และข้ ึนเองทัว่ ไปตามริมทาง เมล็ดงอกง่าย
เจริญเติบโตเร็วเม่ือต้นโตเต็มท่ีจะออกดอกสะพรัง่ ทยอยบานนาน 4- 6 สัปดาห์จากน้ันดอกจะโรยพรอ้ มกับติดเมล็ดเพราะดอก
เป็ นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายก่ิงดอกวงนอกเป็ นหมันกลีบดอกมีสีต่างๆมีต้ังแต่สีชมพู ชมพูอมม่วง แดง ขาว กลีบดอกบาง
มี 8 กลีบสีเหลืองถึงสมมีหลายพันธุ์เช่นพันธุ์ ดอกซอ้ นมีพุ่มเต้ ีย ส่วนดอกวงในเป็ นดอกสมบูรณ์เพศกลีบดอกเป็ นหลอดสีเหลือง
ปลายจักส่วนมากเป็ นดอกช้ันเดียว ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางดอก ประมาณ 3 น้ ิวสภาพการปลูกการขยายพันธุ์ดาวกระจายเป็ นไม้
ดอกอีกชนิดหนึ่งท่ีปลูกง่ายเล้ ียงง่ายและโตเร็ว สามารถข้ ึนไดใ้ นทุกท่ี ๆ มีแสงแดดจัด ไม่ว่าจะเป็ นฤดูรอ้ น หนาวหรือฝน
ขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด


Click to View FlipBook Version