สรรพคณุ และประโยชนข์ องขม้นิ ชนั
สรรพคณุ และประโยชน์ของขมน้ิ ชัน
ขมนิ้ ชนั
ขมนิ้ หรอื ขม้ินชัน ชือ่ สามัญ Turmeric
ขมนิ้ ช่อื วทิ ยาศาสตร์ Curcuma longa L. จัดอยใู่ นวงศข์ ิง (ZINGIBERACEAE)
ขมิน้ เป็นพืชลม้ ลกุ ทีจ่ ัดอยู่ในตระกลู ขงิ มเี หง้าอย่ใู ต้ดนิ เน้อื ในของเหง้าจะเป็นสเี หลือง
มกี ล่ินหอมเฉพาะตวั มีตง้ั แต่สเี หลืองเขม้ จนถึงสีแสดจัด โดยถ่ินกาเนดิ อยู่ในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใต้ และมีชอ่ื อืน่ ๆ อีก เช่น ขมิ้นชนั ขม้ินแกง ขม้ินหยอก ขม้นิ หวั ขี้มิ้น หมิ้น
ทั้งนีข้ ึ้นอย่กู ับแตล่ ะภาคและจงั หวัดนั้น ๆ นิยมนาไปใชใ้ นการประกอบอาหาร แต่งสี แตง่ กล่นิ
อาหาร เชน่ แกงไตปลา แกงกะหร่ี เป็นตน้
ขม้นิ ชนั อดุ มไปดว้ ยวติ ามินและแร่ธาตหุ ลายชนิด เช่น วติ ามินเอ วติ ามินบี 1 วติ ามนิ บี
2 วติ ามนิ บี 3 วิตามินซี วิตามนิ อี ธาตแุ คลเซียม ธาตฟุ อสฟอรัส ธาตุเหลก็ และเกลอื แรต่ า่ ง ๆ
รวมไปถงึ เส้นใย คารโ์ บไฮเดรต และโปรตีน เป็นตน้ และขมน้ิ ชันมีสรรพคณุ ทางยาทีร่ กั ษา
อาการและโรคตา่ ง ๆ ได้หลายชนิด มีประวัตใิ นการนามาใช้ในการรกั ษามากกว่า 5,000 ปี
สาหรบั ขมิ้นชันทจ่ี ะนามาใช้ประโยชน์นัน้ การเก็บเก่ียวไมค่ วรเกบ็ ในระยะทข่ี มิน้ เริ่มแตกหนอ่
เพราะจะทาให้สารทมี่ ปี ระโยชนอ์ ย่างเคอรค์ มู นิ ในขม้ินมนี ้อย สว่ นเหง้าท่เี กบ็ มาตอ้ งมอี ายุ
อยา่ งน้อย 9-12 เดอื น และตอ้ งไมเ่ ก็บไว้นานเกินไป และไม่ใหถ้ ูกแสงแดด เพราะน้ามันหอม
ระเหยในขมิ้นจะหมดไปเสยี กอ่ น
เมือ่ ไดเ้ หง้ามาแล้ว หากจะนาไปรับประทานเพื่อใช้ในการรักษาโรคตา่ ง ๆ ควรล้างให้
สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก แตห่ ั่นเป็นแว่นชน้ิ บาง ๆ แล้วนาไปตากแดดสัก 2 วันแลว้
นามาบดให้ละเอียด ผสมกบั น้าผงึ้ แล้วป้นั เป็นเม็ดเล็ก ๆ เท่าปลายนิ้วก้อย แล้วนามา
รบั ประทานวันละ 3 คร้ัง ครงั้ ละ 2-3 เม็ด หลงั อาหารและชว่ งกอ่ นนอน หรือจะนาเหง้าแกม่ า
ขูดเอาเปลอื กออกแล้วนาไปล้างน้าให้สะอาด นามาบดให้ละเอียด เตมิ น้าแล้วคั้นเอาแต่น้ามา
รบั ประทานคร้ังละ 2 ช้อนโต๊ะ วนั ละ 3 ครงั้ หากนาขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพ่ือรกั ษา
อาการแพ้ ผ่ืนคนั ผวิ หนงั อกั เสบ แมลงสัตว์กัดตอ่ ย ใหน้ าเหง้าขม้ินมาฝนผสมกับน้าต้มสกุ
แล้วทาบริเวณที่เป็นวนั ละ 3 คร้งั หรอื จะนาเอาผงขมนิ้ มาโรยก็ใชไ้ ด้เช่นกนั
วธิ กี นิ ขมิ้นชัน
มกี ารศกึ ษาพบว่า การรับประทานขมิ้นตามเวลาท่อี วยั วะต่าง ๆ กาลังทางาน จะชว่ ยเพ่มิ
ประสิทธภิ าพของขม้นิ ให้มากขนึ้ โดยวิธีกินขมิ้นชนั ควรรับประทานขม้ินชนั ตามเวลาตอ่ ไปนี้
ตามการรกั ษา
เวลา 03.00-05.00 น. ชว่ งเวลาของปอด หากรบั ประทานชว่ งเวลานีจ้ ะชว่ ยในการ
บารุงปอดช่วยให้ปอดแขง็ แรง ชว่ ยปอ้ งกันการเป็นมะเรง็ ปากมดลกู ชว่ ยเสริมสร้าง
ภูมิคมุ้ กนั ให้ผิวหนงั และชว่ ยเรื่องภูมแิ พ้ หายใจไม่สะดวก
เวลา 05.00-07.00 น. ชว่ งเวลาของลาไสใ้ หญ่ ชว่ ยแกป้ ัญหาลาไส้ใหญ่ สาหรบั ผู้ท่ี
ขับถา่ ยไมเ่ ป็นเวลาหรอื รับประทานยาถา่ ยมานาน หากรับประทานขม้ินในช่วงนจ้ี ะชว่ ย
ฟน้ื ฟูปลายประสาทของลาไสใ้ หญใ่ ห้บีบรัดตัว เพอ่ื ชว่ ยให้ขบั ถ่ายได้อยา่ งเปน็ ปกติ ชว่ ย
แก้ปัญหาลาไส้ใหญ่ขบั ถ่ายนอ้ ยหรอื มากจนเกินไป และชว่ ยปอ้ งกันการเกดิ โรคริดสดี วง
ทวารและมะเร็งลาไสไ้ ด้อกี ดว้ ย หากรับประทานพร้อมกับโยเกิรต์ น้าผึ้ง นมสด
มะนาว หรอื น้าอุ่น จะช่วยชะลา้ งผนงั ลาไส้ให้สะอาดได้
เวลา 07.00-09.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร จะช่วยลดอาการทอ้ งอืด
ทอ้ งเฟ้อ จุกเสยี ด แนน่ ท้อง และยังชว่ ยแกอ้ าการปวดเขา่ ขาตงึ บารงุ สมอง ป้องกัน
โรคความจาเสื่อมไดอ้ ีกด้วย จะช่วยแกป้ ัญหาเรื่องกระเพาะอาหารทีเ่ กิดจากการ
รบั ประทานอาหารไม่เป็นเวลา และยงั ลดอาการท้องอดื จุกแน่น ปวดเขา่ ขาตงึ ช่วย
บารงุ สมองและป้องกันความจาเสอื่ มได้
เวลา 09.00-11.00 น. ชว่ งเวลาของม้าม ช่วยแกป้ ญั หาเร่อื งน้าเหลอื งเสีย มีแผล
บรเิ วณปาก บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน โรคเกาต์ การอ้วนเกนิ ไปหรือผอมเกินไป
เวลา 11.00-13.00 น. ช่วงเวลาของหวั ใจ ชว่ ยบารงุ หวั ใจใหม้ ีสขุ ภาพแข็งแรง
เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ชว่ ยบารุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะ
ใหแ้ ข็งแรง แกอ้ าการตกขาว และการทาใหเ้ หงื่อออกในช่วงเวลานจ้ี ะช่วยทาใหร้ ่างกาย
ขบั สารพิษออกไปจากร่างกายได้มาก
เวลา 17.00 น. จนถึงเวลาเข้านอน การรบั ประทานขมิ้นในช่วงน้ีจะช่วยทาใหค้ วามจาดี
ขึ้น เมื่อตื่นนอนจะไมอ่ ่อนเพลยี การขบั ถ่ายก็จะดีขึ้นด้วย
การหาซ้อื ขมนิ้ มารบั ประทานเองไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรอื แบบแคปซลู ควรจะซื้อจากแหลง่
ผลิตทไี่ ด้มาตรฐาน มีความสะอาด ปลอดสารเคมี ไม่มีสารสเตียรอยดป์ ลอมปน และใน
กระบวนการผลิตน้ันต้องไม่ผ่านความร้อนเกิน 65 องศา เพอ่ื คงคณุ ภาพของขมิ้น ใสใ่ จกันสกั
นดิ เพราะบางคนซื้อมารบั ประทานเองทกุ วัน ท้ังนี้เพื่อความปลอดภัย
สรรพคณุ ของขม้ิน
1. ขมิ้นมีสารต่อต้านอนุมูลอสิ ระซ่งึ ช่วยในการชะลอวยั และชะลอการเกดิ ริ้วรอย
2. ช่วยเสรมิ สร้างภูมติ า้ นทานให้กับร่างกาย
3. ชว่ ยเสรมิ สร้างภูมคิ ุ้มกันใหผ้ ิวหนงั มีสุขภาพดีแข็งแรง
4. ขม้นิ ชนั อาจมีบทบาทชว่ ยป้องกันการเกดิ โรคมะเรง็ เช่น โรคมะเรง็ ลาไส้ มะเรง็ ปาก
มดลูก
5. ขม้นิ สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
6. ช่วยกาจัดสารพษิ ออกจากร่างกาย
7. ชว่ ยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน
8. มีส่วนช่วยรกั ษาโรคความดนั โลหิตสูง
9. ชว่ ยลดอาการของโรคเกาต์
10. ช่วยขบั น้านมของมารดาหลงั คลอดบุตร
11. ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจทมี่ ีอาการผดิ ปกติ
12. ช่วยบารุงสมอง ปอ้ งกนั โรคความจาเสอ่ื ม
13. อาจมีสว่ นชว่ ยในการรักษาโรครมู าตอยด์ (ยงั ไม่ไดร้ ับการยืนยัน)
14. ชว่ ยลดการอกั เสบ
15. ช่วยแก้อาการวงิ เวยี นศีรษะ
16. ช่วยรกั ษาอาการแพแ้ ละไขห้ วดั
17. ชว่ ยบรรเทาอาการไอ
18. ชว่ ยรกั ษาอาการภมู ิแพ้ หายใจไม่สะดวกให้มีอาการดีข้ึน
19. ช่วยปอ้ งกนั การแข็งตวั ของหลอดเลอื ด
20.ช่วยตอ่ ต้านอนุมูลอิสระในเมด็ เลอื ดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมียฮโี มโกบลิ อี
21. ช่วยรกั ษาแผลท่ปี าก
22.ช่วยบารุงปอดใหม้ ีสขุ ภาพดแี ละแขง็ แรง
23.น้ามันหอมระเหยในขมิ้นมสี รรพคณุ ชว่ ยบรรเทาอาการปวดท้อง
24.ชว่ ยรกั ษาอาการท้องเสีย อจุ จาระรว่ ง โดยนาผงขม้ินชันผสมนา้ ผงึ้ ปั้นเปน็ ลกู กลอน
แลว้ นามารบั ประทานครงั้ ละ 3 เมด็ 3 เวลา
25.ช่วยแกอ้ าการจดุ เสยี ด แนน่ ทอ้ ง ท้องอืด ทอ้ งเฟ้อ
26.ช่วยรกั ษาโรคลาไสอ้ กั เสบ
27.ชว่ ยลดการบีบตวั ของลาไส้
28.ชว่ ยรักษาอาการลาไส้ใหญบ่ วม
29.ชว่ ยรกั ษาโรคกระเพาะอาหาร
30.ช่วยในการขบั ลม
31. ช่วยบรรเทาอาการน่วิ ในถุงน้าดี
32.มีฤทธใ์ิ นการชว่ ยขบั น้าดี
33.ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทาความสะอาดลาไส้
34.ชว่ ยบารงุ ตบั ป้องกนั ตับอกั เสบ ตับอ่อนอกั เสบ และป้องกันตับจากการถูกทาลายของ
ยาพาราเซตามอล
35.ช่วยบารุงหูรดู กระเพาะปัสสาวะใหแ้ ข็งแรง
36.ช่วยป้องกนั การเกิดโรคริดสีดวงทวาร
37.ช่วยแกอ้ าการตกเลอื ด ด้วยการนาขมน้ิ สดมาตาให้ละเอียด แล้วค้นั เอานา้ มาผสมกบั นา้
ปนู ใสแลว้ รบั ประทาน
38.ช่วยแกอ้ าการตกขาว
39.ชว่ ยรกั ษาอาการปวดหรืออกั เสบเนอ่ื งจากไขข้ออกั เสบ
40.ชว่ ยแก้อาการน้าเหลอื งเสีย
41. ช่วยแกผ้ ่นื คนั ตามร่างกาย
42.ชว่ ยรักษาโรคผวิ หนงั ผดผ่นื คัน
43.ชว่ ยรกั ษากลาก เกลื้อน ด้วยการใชผ้ งขมน้ิ ผสมกับน้า นามาทาบรเิ วณท่ีเป็นกลาก
เกล้ือนทกุ วัน วันละ 2 ครง้ั
44.ช่วยรกั ษาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองใหห้ ายเร็วยงิ่ ข้นึ
45.ชว่ ยรกั ษาแผลจากแมลงสตั ว์กดั ต่อยได้ ด้วยการนาขมน้ิ มาลา้ งน้าให้สะอาด แล้วตาจน
ละเอยี ด ค้นั เอาแต่น้ามาทาบริเวณดงั กล่าว
46.มีฤทธ์ใิ นการต่อต้านและฆ่าเชอื้ ราทีเ่ ป็นสาเหตุของโรคผิวหนงั และตอ่ ตา้ นยีสตซ์ งึ่ เป็น
ตวั ท่ที าให้ภมู ิคมุ้ กันตา่
47.ช่วยตอ่ ตา้ นปรสิตหรือเช้ืออะมบี าที่เป็นต้นเหตุของโรคบดิ ได้
48.ช่วยต่อต้านเชือ้ แบคทีเรียและไวรสั เช่น แบคทเี รยี ทท่ี าให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
แบคทเี รียที่ทาให้เกิดโรคทอ้ งเสยี แบคทีเรียท่ที าให้เกดิ หนอง เป็นต้น
49.มีฤทธใิ์ นการตอ่ ต้านการกลายพันธ์ุ ตา้ นสารก่อมะเร็งทม่ี คี วามเก่ียวข้องกับโรคท่เี กิด
จากการเส่ือมของร่างกาย และโรคเบาหวาน
50.ช่วยสมานแผลตามร่างกายใหห้ ายเร็วยิง่ ขึ้น ด้วยการนาผงขม้ินมาผสมกับน้าแล้วทาลง
บนบาดแผล และยงั ช่วยใหบ้ าดแผลไมใ่ ห้ตดิ เช้ือของกระต่ายและหนขู าวได้ และสามารถ
เรง่ ใหแ้ ผลท่ตี ดิ เชื้อหายได้
51. ขมิ้นยังมีสรรพคณุ ชว่ ยในการปอ้ งกันการงอกของขนอกี ดว้ ย โดยผหู้ ญิงชาวอนิ เดียมกั
นาขมิ้นมาทาผวิ เพ่ือป้องกนั ไมใ่ หข้ นงอก
52.ขมิ้นชนั ขดั ผวิ ใชท้ าทรีตเมนต์พอกผวิ ขัดผิวดว้ ยขม้ิน ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผอ่ ง
ใส เต่งตงึ ดว้ ยการนาขมน้ิ สดมาล้างน้าให้สะอาด หั่นเป็นชน้ิ เลก็ ๆ แลว้ นาไปปน่ั รวม
กบั ดนิ สอพอง 2-3 เมด็ แลว้ ผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเขา้ กัน นามาพอกหน้าหรอื ผิว
ทิ้งไวป้ ระมาณ 20 นาที แล้วล้างออกดว้ ยนา้ สะอาด
53.ขมน้ิ เป็นสว่ นประกอบของทรีตเมน้ ต์รักษาสิวเสี้ยน สวิ ผด สวิ อดุ ตัน
54.ขม้ินเป็นสว่ นประกอบอย่างหนึ่งในเครื่องสาอางบารุงผิวตา่ ง ๆ
55.นอกจากนย้ี งั ช่วยปอ้ งกันแมลงศัตรูพืชไดอ้ ีกด้วย
ผลขา้ งเคียงของขมิ้นชัน
การรับประทานขมิ้นเพ่ือการรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากเรารวู้ ่าเราเป็นโรคอะไร แลว้
รับประทานไปเรื่อย ๆ จนโรคน้ันหายไปแลว้ ก็ควรหยดุ รับประทาน ถึงแม้ขม้ินจะมีประโยชน์ก็
จรงิ แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษเสียเอง ขมิน้ ชันมี
ผลข้างเคยี งคอื อาการแพ้ เชน่ คล่นื ไส้ ทอ้ งเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ดังนน้ั หากคณุ
รับประทานขมิ้นแลว้ มอี าการดงั กล่าว ควรหยุดรบั ประทานและหายาชนิดอื่นรับประทานแทน
และยงั มคี วามเช่อื เรอื่ งโทษและขอ้ เสียของขมิ้นในแถบภาคใต้วา่ การรับประทานขมน้ิ ทมี่ าก
เกินไปและถ่เี กินไปน้ันแทนท่ีจะช่วยปอ้ งกนั โรคมะเร็ง อาจจะเป็นมะเร็งเสยี เอง
อยา่ งไรก็ตาม คุณควรสังเกตอาการของตัวคณุ เองด้วย เนือ่ งจากอาการทอ้ งเสียน้นั
เปน็ อาการข้างเคียงท่วั ไป อาจมีสาเหตุมาจากยาชนิดอ่ืนหรอื จากภาวะของโรคที่เป็นอยูแ่ ลว้
รว่ มด้วยก็เป็นได้ ดงั นั้นคุณควรสงั เกตอาการของตัวคณุ เองดว้ ยวา่ เดมิ กินยาอ่ืนแล้วไม่มี
ปญั หาใชห่ รือไม่ แตเ่ พิง่ มามปี ัญหาเมอ่ื ตอนรบั ประทานขมน้ิ ร่วมด้วย ก็ควรสงสัยไว้กอ่ นวา่
อาจเป็นผลขา้ งเคยี งของขมิ้นกไ็ ด้ แต่ทั้งนีถ้ ้าคิดว่าเป็นผลข้างเคยี งของขม้ิน คุณก็อาจจะ
รบั ประทานขม้ินต่อไปได้ ด้วยการรับประทานซา้ และค่อย ๆ ปรับขนาดยา จาก 1 เมด็ เปน็ 2
เม็ดตอ่ ครั้ง แล้วดื่มน้าตามมาก ๆ ก็อาจจะทาให้รับประทานขมิ้นตอ่ ไปได้
การรับประทานอย่างพอประมาณและเหมาะสม รบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่ งด
พฤตกิ รรมท่ีสมุ่ เสีย่ งต่อการเกิดโรคคือส่งิ ทถ่ี กู ต้อง บางสง่ิ บางอย่างถึงแม้มันจะมีประโยชนม์ าก
ก็จรงิ แต่ถ้ามันมากเกนิ ไปก็จะเปน็ โทษต่อตัวเราได้ จงึ ไมค่ วรหลงละโมภ และรบั ประทานทาน
อยา่ งไร้สติ
ผิวสวยดว้ ยขมิ้น
1.สตู รขมิ้นสด (ชว่ ยให้ผิวเรยี บเนียน รักษาสิวอุดตนั สวิ อกั เสบ)
ผวิ สวยด้วยขมิ้นสตู รแรก ให้นาขมิน้ มาลา้ งน้าให้สะอาดแลว้ นาไปปอกเปลอื ก หั่นเป็น
ชิ้นเลก็ ๆ
เสรจ็ แล้วนามาป่ันด้วยเครอื่ งปน่ั แล้วนามาใส่กระปุกแช่ในตูเ้ ย็นให้ครบ 1 สัปดาห์
ใช้คอตตอนบดั ป่ันหจู มิ้ นา้ ขม้ินแล้วนามาทาหน้ากอ่ นลา้ งหน้า 15 นาที
ควรใชต้ อนเยน็ หรือก่อนนอน เพราะอาจทาให้หนา้ เหลือง ตอ้ งลา้ งประมาณ 2 ครั้งถึง
จะออกหมด
2.สตู รขมิ้นสด / ดินสอพอง / มะนาว (ชว่ ยให้ผิวหนา้ ผอ่ งใสเนยี นเรียบ ออ่ นเยาว์ สวิ
ยบุ เร็ว)
เตรียมวัตถดุ บิ ดังนี้ ขม้ินสดเลก็ นอ้ ย / ดินสอพอง 3 เมด็ / น้ามะนาว 1 ผล
นาขม้ินมาล้างน้าให้สะอาด แลว้ หัน่ เปน็ ชิ้นเล็ก ๆ
นาขม้ินทห่ี ั่นแล้วมาปั่นรวมกบั ดินสอพองและน้ามะนาวจนละเอยี ดเป็นเน้ือเดยี วกัน
จะไดเ้ นือ้ ครมี เข้มข้น ล้างหน้าให้สะอาดแลว้ นาครมี ท่ีไดม้ าพอกท้งิ ไว้ประมาณ 20 นาที
แลว้ ล้างออก
ควรทาเปน็ ประจาและสม่าเสมอ สัปดาห์ละ 2-3 คร้งั จะชว่ ยใหเ้ หน็ ผลชัดเจนยง่ิ ข้ึน
3.สตู รผงขมิน้ / น้ามะนาว (ชว่ ยให้หนา้ เนียนใส ชว่ ยลดอาการบวมแดงจากสวิ ชว่ ยลด
สวิ และช่วยให้สวิ ยุบเร็ว)
นาผงขม้ินมาผสมกบั น้ามะนาวพอข้น
นามาแต้มบรเิ วณทีเ่ ป็นสิวก่อนนอนหรือจะพอกทัว่ ใบหน้ากไ็ ด้
ท้งิ ไวป้ ระมาณ 20-30 นาทีแล้วล้างออก (หรอื จนกว่าจะรู้สกึ วา่ แสบกใ็ ห้ล้างออกไดเ้ ลย)
4.สตู รผงขมิ้น / น้านม (บ้ารงุ ผิวหน้าใหผ้ อ่ งใส อ่อนเยาว์ รกั ษาสิวเสี้ยน กระชับรูขมุ
ขน รักษาแผลสิว)
นาผงขมิ้นผสมกบั น้านมให้เขา้ กัน
ล้างหน้าให้สะอาด แลว้ นาขม้ินที่ได้มาขัดบนผวิ หน้าอย่างเบามอื จนทั่วใบหน้า
พอกทง้ิ ไว้ประมาณ 5 นาที แลว้ ล้างออกดว้ ยน้าอุ่น ๆ
5.สูตรผงขมน้ิ / นา้ ผ้ึง (บา้ รุงผวิ หน้าให้ผอ่ งใส อ่อนเยาว์ รกั ษาสิวเสีย้ น กระชับรขู มุ ขน
รกั ษาแผลสวิ )
นาผงขม้ินผสมกบั น้าผ้ึง ผสมใหเ้ ข้ากนั
ล้างหนา้ ใหส้ ะอาด แลว้ นาขม้ินท่ีไดม้ าขดั บนผิวหน้าอย่างเบามอื จนท่ัวใบหน้า
แลว้ พอกท้งิ ไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้าอุ่น ๆ
6.สตู รผงขม้ิน / ดินสอพอง (ช่วยฆ่าเชื้อโรค บรรเทาอาการสิว)
นาดนิ สอพองมาผสมกับผงขม้นิ แลว้ คนให้เข้ากัน
เสรจ็ แลว้ นามาแตม้ ที่หวั สิว
หากจะนามาพอกหน้าควรลดปริมาณผงขมิ้นลงจากเดิม
7.สูตรน้าขมิ้น / นมสด / ดินสอพอง (ชว่ ยให้ผิวชุ่มชื่น เปลง่ ปลั่ง เรยี บเนียน ยบั ย้ังเชอ้ื
แบคทเี รีย แกอ้ าการผดผ่นื คัน)
การทาน้าขมิ้นให้นาขมิ้นสดมาล้างใหส้ ะอาด ห่ันเป็นแว่นแลว้ ตาจนแหลก ผสมกับน้า
เล็กน้อย แลว้ กรองเอานา้ ดว้ ยผ้าขาวบาง
เตรยี มวัตถดุ บิ ดงั นี้ น้าขมิ้น 1 ช้อนชา / นมสด 2 ชอ้ นชา / และดนิ สอพองสะตุ 5 เม็ด
ใหญ่
นาดินสอพองมาบดจนละเอียด แลว้ ใส่นมสด นา้ ขม้ินผสมลงไปคนให้เข้ากนั
นามาพอกหน้าทงิ้ ไวป้ ระมาณ 20 นาที แล้วล้างออกดว้ ยน้าสะอาด
8.สูตรขมน้ิ แห้ง / วา่ นนางค้า / ไพล / ดินสอพอง (สูตรบา้ รงุ ผวิ ลดสวิ )
เตรยี มวตั ถดุ ิบดงั น้ี ขม้ินแห้ง 25 กรัม / ว่านนางคา 200 กรัม / ไพล 50 กรัม /
ดินสอพอง 1,000 กรมั
นาทกุ อย่างมาผสมรวมกนั แลว้ บดให้ละเอียด
เสรจ็ แล้วนามาพอกหน้าหรือผิวตวั ประมาณ 10 นาที แลว้ ล้างออกดว้ ยนา้ อุ่นและตาม
ดว้ ยน้าเย็นสลับกัน
หากคุณผิวมันควรนามาผสมกับน้ามันมะกรดู เผาไฟ แตถ่ ้าคุณเป็นคนผิวแห้งควรนาไป
ผสมกับน้าผ้งึ หรอื นมสด
แหล่งอา้ งอิง : วิกพิ ีเดีย สารานุกรมเสรี, สนกุ พีเดีย, สานักงานกองทุนสนบั สนุนการสร้าง
เสรมิ สขุ ภาพ (สสส.), สานกั งานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล,
เว็บไซตม์ ุสลมิ ไทยโพสต์
เรยี บเรยี งข้อมลู โดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)