The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่-7-การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pattipongsangthong, 2023-06-17 22:18:14

การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์

เอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่-7-การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์

Keywords: ระบบไฟฟ้า,งานไฟฟ้า

เอกสารประกอบการเรียน หน่วยที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ วิชางานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รหัสวิชา 20104 – 2110 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม จัดทำโดย นายพัตธิพงค์สังข์ทอง ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคระนอง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


ก คำนำ เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้เป็นเอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟส มอเตอร์เนื้อหาสาระการเรียนรู้ได้แก่การศึกษา โครงสร้างของสปลิตเฟสมอเตอร์ หลักการทำงานของสปลิต เฟสมอเตอร์ การต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์ การต่อวงจรคาปาซิเตอร์มอเตอร์ การกลับทิศทางการหมุนสปลิต เฟสมอเตอร์ การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ การซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟส มอเตอร์ สำหรับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนเมื่อเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 7 เรื่อง การ ซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์โดยใช้วิธีการสอนแบบ PQ-ADAPP จะทำให้นักเรียนซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟส มอเตอร์ได้ เมื่อสปลิตเฟสมอเตอร์มีอาการเสียดังต่อไปนี้ มอเตอร์ไม่ทำงาน มอเตอร์เริ่มเดินไม่ได้มีเสียงคราง (ฮัม, สตาร์ตไม่ออก)หรือเริ่มเดินได้แต่ไม่มีแรง มอเตอร์ทำงานแต่กระแสสูง โดยผลการปฏิบัติงานได้แก่ การ รายงานผลการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์วิชางาน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ผู้เรียบเรียงจัดทำขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนและนักเรียนในวิชานี้ และนำไปเป็น แบบอย่างในการจัดทำเอกสารประกอบการเรียนวิชาอื่นต่อไป หากมีข้อเสนอแนะใดๆ ผู้เรียบเรียงน้อมรับด้วย ความยินดียิ่ง (พัตธิพงค์ สังข์ทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข เนื้อหาชุดการสอนที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ 1 ใบความรู้หน่วยที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ 3 บรรณานุกรม 13


เนื้อหาชุดการสอนที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ สาระการเรียนรู้ 7.1 โครงสร้างของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.2 หลักการทำงานของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.3 การต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.4 การต่อวงจรคาปาซิเตอร์มอเตอร์ 7.5 การกลับทิศทางการหมุนสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.6 การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.7 การซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ สมรรถนะการเรียนรู้ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง หลักการทำงาน การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่อง การซ่อมและ บำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ 2. แสดงทักษะการตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ 3. แสดงทักษะการซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ 4. แสดงพฤติกรรม ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม ความซื่อสัตย์ มีวินัย มีน้ำใจ และความเป็น จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้าง หลักการทำงาน การต่อวงจร การกลับทิศทางการ หมุน การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่อง การซ่อมและบำรุงรักษา สปลิตเฟสมอเตอร์ 2. เพื่อให้มีทักษะเกี่ยวกับ การต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์ 3. เพื่อให้มีทักษะเกี่ยวกับ การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ 4. เพื่อให้มีทักษะเกี่ยวกับ การซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม ความซื่อสัตย์ มีวินัย มีน้ำใจ และความเป็นประชาธิปไตย จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. ด้านพุทธิพิสัย 1.1 บอกโครงสร้างของสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 1.2 อธิบายหลักการทำงานของสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 1.3 อธิบายวิธีการต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์ได้


2 1.4 อธิบายวิธีการต่อวงจรคาปาซิเตอร์มอเตอร์ได้ 1.5 อธิบายวิธีการกลับทิศทางการหมุนสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 1.6 อธิบายวิธีการตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 1.7 อธิบายวิธีการซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2. ด้านทักษะพิสัย 2.1 ใช้เครื่องมือประจำตัวสำหรับซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2.2 ถอดและประกอบชิ้นส่วนสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2.3 ตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ถูกขั้นตอน 2.4 วิเคราะห์ข้อบกพร่องของการทดลองสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2.5 บันทึกการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2.6 ต่อวงจรใช้งานสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 2.7 ทดสอบการทำงานของสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ 3. ด้านจิตพิสัย 3.1 มีความรับผิดชอบ 3.2 มีส่วนร่วมทำการทดลอง 3.3 มีความซื่อสัตย์ 3.4 มีระเบียบวินัย 3.5 มีน้ำใจ 3.6 มีความปลอดภัย 3.7 ละเอียดรอบคอบ 3.8 ตรงต่อเวลา 3.9 สะอาดรักษาสภาพแวดล้อม 3.10 มีความเป็นประชาธิปไตย ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน 1. ผู้เรียนซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ได้เมื่อสปลิตเฟสมอเตอร์มีอาการเสีย ดังต่อไปนี้ มอเตอร์ไม่ทำงาน มอเตอร์เริ่มเดินไม่ได้มีเสียงคราง(ฮัม, สตาร์ตไม่ออก)หรือเริ่มเดินได้แต่ไม่มีแรง มอเตอร์ ทำงานแต่กระแสสูง 2. รายงานผล การตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ของผู้เรียน


3 ใบความรู้/ใบเนื้อหา หน่วยที่ 7 เรื่อง การซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ บทนำ สปลิตเฟสมอเตอร์ เป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ชนิดเหนี่ยวนำ (Induction Motor)ใช้เป็นต้น กำลังสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เช่น เครื่องซักผ้า ปั๊มน้ำขนาดเล็ก เครื่องปั๊มลม สว่านแบบตั้งโต๊ะ เครื่องขูด มะพร้าว เป็นต้น ถ้ามีคาปาซิเตอร์ต่อร่วมด้วยเรียกว่า“คาปาซิเตอร์มอเตอร์” ก. คาปาซิเตอร์มอเตอร์ ข. มอเตอร์ปั๊มน้ำ ข. มอเตอร์ปั๊มลม รูปที่ 7.1 แสดงตัวอย่างการนำสปลิตเฟสมอเตอร์ไปเป็นต้นกำลัง 7.1 โครงสร้าง โครงสร้างของสปลิตเฟสมอเตอร์ แสดงดังรูปที่ 7.2 รูปที่ 7.2 แสดงส่วนประกอบของสปลิตเฟสมอเตอร์ พัดลม โรเตอร์ชนิดกรงกระรอก สวิตช์แรงเหวี่ยงส่วนที่เคลื่อนที่ ขดลวดสเตเตอร์ โครง ฝาครอบหัวท้าย ตลับลูกปืน สวิตช์แรงเหวี่ยงส่วนที่อยู่กับที่ สายไฟต่อวงจร แผ่นป้าย


4 7.1.1 ส่วนที่อยู่กับที่ (Stator) 1) โครง (Frame) เป็นชิ้นส่วนหลักของมอเตอร์ชิ้นส่วนอื่น ๆ จะยึดติดกับโครงทั้งสิ้น ทำจาก เหล็กหล่อ หรือเหล็กขึ้นรูป แผ่นป้ายบอกคุณสมบัติของมอเตอร์จะติดไว้ที่โครงด้วย 2) แกนเหล็ก แกนเหล็กเซาะเป็นร่อง (Slots) สำหรับฝังขดลวดสนามแม่เหล็ก แกนเหล็กเป็นเหล็ก อ่อนบาง (Laminated Sheet Steel) เคลือบฉนวนอัดซ้อนกัน 3) ขดลวดสนามแม่เหล็ก(Windings) เป็นขดลวดทองแดงมี2 ชุด คือ ขดลวดช่วย (Auxiliary Windings) และขดลวดหลัก (Main Windings) 4) ฝาครอบ (End Plate) ยึดปิดโครงและยึดตลับลูกปืน 5) ตลับลูกปืนหรือบูช (Bearings or Bush) เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างส่วนที่เคลื่อนที่และส่วนที่ อยู่กับที่เข้าด้วยกัน 6) สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugal Switch) เป็นสวิตช์ที่อาศัยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางให้ หน้าสัมผัสตัดวงจร ถ้าเป็นคาปาซิเตอร์รันมอเตอร์ จะไม่มีสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ก. ส่วนของหน้าสัมผัสยึดติดกับฝาครอบ ข. ส่วนของหน้าแปลนดันหน้าสัมผัสยึดติดกับโรเตอร์ รูปที่ 7.3 แสดงส่วนประกอบของสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ 7) พัดลมระบายความร้อน เป่าลมเย็นมายังตัวมอเตอร์เพื่อระบายความร้อนมีฝาครอบป้องกัน อันตรายครอบปิดใบพัดลมไว้ หน้าสัมผัส ขั้วต่อสาย ขั้วต่อสาย หน้าแปลนดัน หน้าสัมผัส


5 7.1.2) ส่วนที่เคลื่อนที่ (Rotor) ส่วนที่เคลื่อนที่ หรือโรเตอร์ เป็นส่วนที่หมุนเพื่อขับโหลดให้หมุนตามโร เตอร์ของสปลิตเฟสมอเตอร์เป็นชนิดกรงกระรอก (Squirrel Cage) รูปที่ 7.4 แสดงโรเตอร์ชนิดกรงกระรอก 7.2 หลักการทำงานของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.2.1) ขดลวดของสปลิตเฟสมอเตอร์สปลิตเฟสมอเตอร์ ทำงานโดยอาศัยหลักการเกิดสนามแม่เหล็ก หมุนของมอเตอร์ 2 เฟส โดยใช้เทคนิคการพันขดลวด 2 ชุด คือขดลวดรัน และขดลวดสตาร์ต ให้วางห่างกัน 90 องศาไฟฟ้า ดังแสดงในรูปที่ 7.5 รูปที่ 7.5 แสดงการพันขดลวดสปลิตเฟสมอเตอร์ 1) ขดลวดรัน (Running Winding) เป็นขดลวดหลัก (Main Coil) ทำงานตลอดเวลา ที่มอเตอร์ ทำงาน พันด้วยลวดทองแดงอาบน้ำยาที่มีพื้นที่หน้าตัดใหญ่ ทำให้ค่าความต้านทานต่ำ 2) ขดลวดสตาร์ต (Starting Winding) เป็นขดลวดช่วย (Auxiliary Coil) พันด้วยลวดทองแดงอาบ น้ำยาที่มีพื้นที่หน้าตัดเล็กกว่า ทำให้ความต้านทานสูงกว่าขดลวดชุดรันต่อวงจรเฉพาะเวลาที่มอเตอร์เริ่มเดิน เมื่อมอเตอร์มีความเร็วรอบถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วพิกัดแล้วจะถูกตัดออกจากวงจรด้วยสวิตช์แรง เหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugal Switch) โรเตอร์ชนิดกรงกระรอก ตลับลูกปืน ฝาครอบ U1 Z1 ขดลวดรัน U2 Z2 ขดลวดสตาร์ต


6 7.2.2 การต่อวงจรภายใน จากรูปที่ 7.5 การต่อวงจรขดลวดสตาร์ตและขดลวดรันจะต่อวงจรเหมือนกัน คือ ขดลวดแต่ละชุดจะต่อแบบอนุกรม โดยต่อวงจรให้กระแสไหลกลับทิศทางกันเพื่อให้เกิดสนามแม่เหล็กที่มี ขั้วต่างกัน แล้วนำปลายสายของขดลวดทั้งสองมาต่อขนานกัน นำมาเขียนเป็นบล็อกไดอะแกรมได้ดังรูปที่ 7.6 รูปที่ 7.6 แสดงบล็อกไดอะแกรม การต่อวงจรภายในของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.2.3 การเกิดสนามแม่เหล็กหมุน จากหลักการแยกเฟสของกระแสในสปลิตเฟสมอเตอร์ ทำให้เกิด สนามแม่เหล็กหมุนในสเตเตอร์และเหนี่ยวนำให้ตัวนำในโรเตอร์มีกระแสไหลและเกิดสนามแม่เหล็กขึ้น สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นในโรเตอร์จะหมุนตามสนามแม่เหล็กหมุนในสเตเตอร์ ทำให้ตัวโรเตอร์หมุนไปได้ เมื่อ ความเร็วโรเตอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ของความเร็ว ที่กำหนดบนแผ่นป้าย สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ จะเปิดวงจรตัดขดลวดสตาร์ตออกจากวงจร มอเตอร์จะทำงานโดยมีกระแสไหลผ่านขดลวดชุดรันเพียงชุดเดียว 7.3 การต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์เพื่อใช้งาน จากรูปที่ 7.6 เขียนสัญลักษณ์ของขดลวดสตาร์ตและขดลวดรันแทนบล็อกไดอะแกรม แสดงการต่อวงจร ภายในของสปลิตเฟสมอเตอร์ได้ดังรูปที่ 7.7 รูปที่ 7.7 แสดงการต่อวงจรสปลิตเฟสมอเตอร์ L ต่อกับ U1+Z1 N ต่อกับU2+Z2 สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ L N ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน โรเตอร์ U1 โครง U2 Z1 Z2 ขดลวดรัน U1 U2 Z1 Z2 T1 T2 สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ขดลวดสตาร์ต


7 7.4 การต่อวงจรคาปาซิเตอร์มอเตอร์(Capacitor Motor) คาปาซิเตอร์มอเตอร์เป็นมอเตอร์ที่มีขดลวดสตาร์ตและขดลวดรันเหมือนสปลิตเฟสมอเตอร์ต่างกันที่มีคา ปาซิเตอร์ต่ออนุกรมกับขดลวดสตาร์ต จุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงบิดหมุน (Torque) แบ่งตามวิธีการต่อวงจรคา ปาซิเตอร์ได้ 3 ชนิด คือ คาปาซิเตอร์สตาร์ต คาปาซิเตอร์รัน และคาปาซิเตอร์สตาร์ตและรัน 7.4.1 คาปาซิเตอร์สตาร์ตมอเตอร์ (Capacitor Start Motor) เป็นมอเตอร์ที่มีคาปาซิเตอร์ต่ออนุกรมอยู่ กับขดลวดสตาร์ตและสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงบิดหมุนขณะเริ่มเดิน (Starting Torque) การต่อวงจรมอเตอร์เพื่อใช้งาน ต่อวงจรใช้งานเหมือนสปลิตเฟสมอเตอร์ ดังรูปที่ 7.8 ก. ก. คาปาซิเตอร์สตาร์ตมอเตอร์ ข. คาปาซิเตอร์รันมอเตอร์ รูปที่ 7.8 แสดงการต่อวงจรคาปาซิเตอร์สตาร์ตมอเตอร์ และคาปาซิเตอร์รันมอเตอร์ 7.4.2 คาปาซิเตอร์รันมอเตอร์(Capacitor Run Motor) เป็นมอเตอร์ที่มีคาปาซิเตอร์ต่ออนุกรมอยู่กับ ขดลวดสตาร์ตโดยไม่ใช้สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ทำให้ขดลวดสตาร์ตต่ออยู่กับวงจรตลอดเวลาที่มอเตอร์ทำงาน มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงบิดในขณะเริ่มเดิน และเมื่อมอเตอร์รันตามปกติ การต่อวงจรมอเตอร์เพื่อใช้งาน ต่อ เช่นเดียวกับสปลิตเฟสมอเตอร์ ดังรูปที่ 7.8 ข. 7.4.3 คาปาซิเตอร์สตาร์ตและรันมอเตอร์ (Capacitor Start and Run Motor) เป็นมอเตอร์ที่มีคาปาซิ เตอร์ต่ออนุกรมอยู่กับขดลวดสตาร์ต 2 ชุด ชุดหนึ่งต่อวงจรอนุกรมอยู่กับขดลวดสตาร์ตตลอดการทำงานของ มอเตอร์เรียกว่าคาปาซิเตอร์รัน อีกชุดจะถูกตัดวงจรโดยสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ เมื่อความเร็วของมอเตอร์ถึง 75 เปอร์เซ็นต์เรียกว่า คาปาซิเตอร์สตาร์ตมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงบิดในขณะเริ่มหมุน และเมื่อมอเตอร์ทำงาน ตามปกติด้วย ใช้กับมอเตอร์ที่ต้องการแรงบิดเริ่มเดินสูงกว่าปกติ และแรงบิดขณะทำงานสูงด้วย เป็นมอเตอร์ที่ ต่ออยู่กับโหลดตลอดเวลา การต่อวงจรมอเตอร์เพื่อใช้งานต่อวงจรใช้งานดังรูปที่ 7.9 L ต่อกับU1+Z1 N ต่อกับU2+Z2 L N ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน โรเตอร์ คาปาซิเตอร์รัน U1 U2 Z1 Z2 สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ L N ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน โรเตอร์ คาปาซิเตอร์ สตาร์ต U1 U2 Z1 Z2


8 รูปที่ 7.9 แสดงการต่อวงจรคาปาซิเตอร์สตาร์ตและรันมอเตอร์ 7.5 การกลับทิศทางการหมุนสปลิตเฟสมอเตอร์(Reversing Split Phase Motor) การกลับทิศทางการหมุนสปลิตเฟสมอเตอร์ ทำได้โดยการกำหนดทิศทางการไหลของกระแสในขดลวด สตาร์ตหรือขดลวดรัน ดังนี้ 7.5.1 มอเตอร์หมุนตามเข็มนาฬิกา ต่อวงจรให้ทิศทางการไหลของกระแสในขดลวดสตาร์ตและขดลวด รันมีทิศทางเดียวกัน 7.5.2 มอเตอร์หมุนทวนเข็มนาฬิกา ต่อวงจรให้ทิศทางการไหลของกระแสในขดลวดสตาร์ตและขดลวด รันมีทิศทางสวนทางกัน การกำหนดให้มอเตอร์หมุนตามเข็มนาฬิกาหรือ ทวนเข็มนาฬิกา จึงเป็นการต่อวงจรควบคุมให้ กระแสในขดลวดสตาร์ตและขดลวดรันเป็นไปตาม คาปาซิเตอร์สตาร์ตมอเตอร์และคาปาซิเตอร์รันมอเตอร์ ทำได้โดยการสลับปลายสายของขดลวดเพียงขดเดียว คือ สลับปลายสายของขดสตาร์ต ส่วนปลายสายของขด รันให้คงต่อเหมือนเดิม หรือสลับปลายสายของขดรัน ส่วนปลายสายของขดสตาร์ตให้คงต่อเหมือนเดิมก็ได้ ก.หมุนตามเข็มนาฬิกา ข. หมุนทวนเข็มนาฬิกา รูปที่ 7.10 แสดงการต่อวงจรเพื่อกลับทิศทางการหมุนสปลิตเฟสมอเตอร์ L N ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน โรเตอร์ คาปาซิเตอร์รัน คาปาซิเตอร์สตาร์ต สวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ U1 U2 Z1 Z2 T2 U1 U2 Z1 ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน T1 L N Z2 ทิศทางกระแส U1 U2 Z1 ขดลวดสตาร์ต ขดลวดรัน T1 T2 L N Z2 ทิศทางกระแส


9 จากรูปที่ 7.10 ก. กระแสไหลจาก L ผ่านขั้ว T1 แล้วแยกเป็น 2 ทางขนาน คือทางแรกเข้าที่ขั้ว Z1 ผ่านขดลวดสตาร์ต ออกที่ขั้ว Z2 และทางที่สองเข้าที่ขั้ว U1 ผ่านขดลวดรันออกที่ขั้ว U2 แล้วต่อร่วมกัน ผ่านขั้ว T2 ครบวงจรที่ N จะเห็นว่ากระไหลในขดลวดทั้งสองในทิศทางเดียวกัน มอเตอร์จึงทำงานโดยหมุน ตามเข็มนาฬิกา L ต่อกับขั้ว U1 และ Z1 N ต่อกับขั้ว U2 และ Z2 จากรูปที่ 7.10 ข. กระแสไหลจาก L ผ่านขั้ว T1ทางขนานแรกกระแสอ้อมไปเข้าทางขั้ว Z2 ผ่านขดลวดสตาร์ต ออกที่ขั้ว Z1 ส่วนทางที่สองยังคงเข้าที่ขั้ว U1 ผ่านขดลวดรัน ออกที่ขั้ว U2 เหมือนเดิม ทั้ง สองสายรวมกันและผ่านขั้ว T2 ครบวงจรที่ N จะเห็นว่ากระไหลในขดลวดทั้งสองมีทิศทางสวนทางกัน มอเตอร์จึงทำงานโดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา L ต่อกับ ขั้ว U1 และ Z2 N ต่อกับ ขั้ว U2 และ Z1 7.6 การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ 7.6.1 หลักปฏิบัติในการซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์ 1) ตรวจสภาพภายนอกทั่วไป โดยการสัมผัส ดมกลิ่น ฟังเสียง 2) เมื่อพบจุดบกพร่องแล้ว ก็ให้ตรวจสอบจุดนั้นให้ละเอียดอีกครั้ง 3) จุดต่อสายไฟฟ้าให้ตรวจสอบก่อน จุดที่เป็นสกรูหรือสลักเกลียว ขันให้แน่น 4) ก่อนทำการแยกชิ้นส่วนมอเตอร์ให้บันทึกหรือทำเครื่องหมายเสียก่อนเพื่อเวลาประกอบจะได้ไม่ ผิดพลาด 5) ชิ้นที่ถอดออกมาแล้ว ไม่สามารถซ่อมได้ ต้องเปลี่ยนเป็นของใหม่ 6) การประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าที่เดิม ให้ทำความสะอาดและตรวจสภาพ ให้เรียบร้อย เมื่อ ประกอบเสร็จให้ทดลองการทำงานก่อนเพื่อความถูกต้องและปลอดภัย 7.6.2 การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของสปลิตเฟสมอเตอร์ ในการตรวจซ่อมสปลิตเฟสมอเตอร์เมื่อทราบถึงอาการขัดข้อง เช่น มอเตอร์ไม่ทำงานหรือลง กราวด์ การตรวจซ่อมมีลำดับขั้นตอน หรือจุดตรวจที่สำคัญ 3 จุดหลัก ดังต่อไปนี้ 1) สายไฟฟ้าของมอเตอร์หมายถึง ชุดสายไฟฟ้าที่ต่อเข้ามายังวงจรมอเตอร์ได้แก่สายป้อน อุปกรณ์ควบคุม อุปกรณ์ป้องกัน ที่ติดตั้งอยู่กับมอเตอร์ 2) ขดลวดมอเตอร์ 3) คาปาซิเตอร์หรือสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ มอเตอร์หมุนตามเข็มนาฬิกา มอเตอร์หมุนทวนเข็มนาฬิกา


10 7.7 การซ่อมและบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ ตารางที่ 7.1 แสดงข้อบกพร่อง สาเหตุที่พบบ่อย และวิธีซ่อมบำรุงรักษาสปลิตเฟสมอเตอร์ ข้อบกพร่อง สาเหตุ วิธีซ่อมบำรุงรักษา 1. มอเตอร์ ไม่ทำงาน สภาพการใช้งาน ทั่วไป - สอบประวัติการใช้งาน ในช่วงเวลาก่อนที่จะส่งมอเตอร์ซ่อม - ตรวจสภาพภายนอกทั่วไป โดยการสัมผัส ดมกลิ่น ฟังเสียงลักษณะและสภาพโหลดที่ต่ออยู่กับมอเตอร์ - ตรวจขั้วต่อสาย สายป้อน อุปกรณ์ควบคุม อุปกรณ์ป้องกัน ที่ติดตั้งอยู่กับมอเตอร์ - ศึกษาแผ่นป้ายประจำเครื่อง เมื่อจะทำการติดตั้งใช้งานหรือ ซ่อมแซม - ถ้าจำเป็นต้องถอดฝาครอบต้องทำเครื่องหมายตำแหน่ง ฝาครอบกับโครงมอเตอร์ไว้ สำหรับการประกอบกลับ ที่เดิม 2. มอเตอร์เริ่ม เดินไม่ได้มีเสียง คราง (ฮัม, สตาร์ตไม่ออก) หรือเริ่มเดินได้ แต่ไม่มีแรง 1. คาปาซิเตอร์เสีย การตรวจสอบคาปาซิเตอร์ ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งค่าย่านวัดความ ต้านทาน ที่R1k แล้ววัดที่ขั้วของคาปาซิเตอร์ - เข็มมิเตอร์สวิงไปทางขวาเกือบศูนย์โอห์ม แล้วค่อย ๆ เลื่อน มาทางซ้ายมือ จนหยุดอยู่กับที่ ใช้ตัวต้านทาน 5-10 ลัดวงจรขั้วคาปาซิเตอร์แล้วทดลองใหม่อีกครั้ง ถ้าเหมือนเดิม คาปาซิเตอร์ยังใช้ได้ - ถ้าเข็มมิเตอร์สวิงไปทางขวาเกือบศูนย์ โอห์ม แล้วค้างอยู่กับที่ แสดงว่าลัดวงจร (เสีย) หรือเข็ม มิเตอร์ไม่เคลื่อนที่เลย แสดงว่าเปิดวงจร (เสีย) ต้องเปลี่ยนคา ปาซิเตอร์ใหม่ 2. ขดลวดสตาร์ต ขาดหรือไหม้ การตรวจสอบขดลวดสตาร์ต เปิดฝาครอบสังเกตรอยไหม้ ของขดลวดสตาร์ต ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งค่าย่านวัดความต้านทานที่ R1 แล้ววัดที่ขั้วของขดลวดสตาร์ต - วัดความต้านทานได้ 20-65 ขดลวดสตาร์ตยังใช้งานได้ - วัดความต้านทานได้ 0 ขดลวดสตาร์ตลัดวงจร - วัดความต้านทานได้ ขดลวดสตาร์ตขาด


11 ตารางที่ 7.1 แสดงข้อบกพร่อง สาเหตุที่พบบ่อย และวิธีซ่อมบำรุงสปลิตเฟสมอเตอร์(ต่อ) ข้อบกพร่อง สาเหตุ วิธีซ่อมบำรุง 3. สวิตช์แรงเหวี่ยง หนีศูนย์เสีย การตรวจสอบสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ เปิดฝาครอบ ตรวจสอบสายที่ต่อจากสวิตช์ ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งค่าย่านวัดความ ต้านทานที่ R1 สังเกตการทำงานของสวิตช์ โดยกด หน้าสัมผัสแล้วปล่อย แล้ววัดที่ขั้วของสวิตช์ - ขณะกดวัดความต้านทานได้ 0 ขณะปล่อยวัดความ ต้านทานได้ สวิตช์ทำงานปกติ - ขณะกดวัดความต้านทานได้ ขณะปล่อยวัดความ ต้านทานได้ สวิตช์เสีย - ขยับแป้นดันหน้าสัมผัสที่โรเตอร์ สังเกตการทำงานของ สปริง แป้นดันหน้าสัมผัสต้องเคลื่อนที่ได้สะดวก 3. มอเตอร์ทำงาน แต่กระแสสูง 1. สวิตช์แรงเหวี่ยง หนีศูนย์ลัดวงจร การตรวจสอบสวิตช์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์ เปิดฝาครอบ ตรวจสอบสายที่ต่อจากสวิตช์ ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งค่าย่านวัดความ ต้านทานที่ R1 สังเกตการทำงานของสวิตช์ โดยกด หน้าสัมผัสแล้วปล่อย แล้ววัดที่ขั้วของสวิตช์ - ขณะกดวัดความต้านทานได้ 0 ขณะปล่อยวัดความ ต้านทานได้ สวิตช์ทำงานปกติ - ขณะกดและขณะปล่อยวัดความต้านทานได้ 0 เท่ากัน สวิตช์เสียหน้าสัมผัสละลายติดกัน - ขยับแป้นดันหน้าสัมผัสที่โรเตอร์ แป้นดันหน้าสัมผัสต้อง เคลื่อนที่ได้สะดวก 2. ขดลวดลัดวงจร บางส่วน (Short Turn) การตรวจสอบขดลวด เปิดฝาครอบสังเกตรอยไหม้ของ ขดลวด ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งค่าย่านวัดความต้านทานที่ R1 - วัดความต้านทานขดลวดรันเปรียบเทียบกับขดลวดสตาร์ต ความต้านทานของขดลวดสตาร์ตจะสูงกว่าขดรัน 3. ตลับลูกปืนหรือ บูชเสีย การตรวจสอบตลับลูกปืนหรือบูช - ลองหมุนแกนโรเตอร์ โรเตอร์จะต้องหมุนได้คล่อง - โยกแกนโรเตอร์ขึ้น-ลง แกนโรเตอร์จะต้องไม่ขยับหรือคลอน


12 ตารางที่ 7.1 แสดงข้อบกพร่อง สาเหตุที่พบบ่อย และวิธีซ่อมบำรุงสปลิตเฟสมอเตอร์(ต่อ) ข้อบกพร่อง สาเหตุ วิธีซ่อมบำรุง - เปิดฝาครอบ สังเกตตลับลูกปืน จาระบี ลองขยับแล้ว ฟังเสียง สังเกตลูกปืน ถ้าเสียงดังหรือหลวมแสดงว่า ลูกปืนแตก สรุป มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ส่วนมากเป็นมอเตอร์ขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 10 แรงม้าเหมาะกับ การใช้งานทั่วไปและสปลิตเฟสมอเตอร์ ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดกลางไม่ใหญ่มากนัก เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องขูด มะพร้าว ตู้น้ำเย็น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น สปลิตเฟสมอเตอร์ คาปาซิเตอร์เริ่มเดินมอเตอร์ คาปาซิเตอร์รันมอเตอร์คาปาซิเตอร์เริ่มเดินและรัน มอเตอร์ เป็นมอเตอร์แบบแยกเฟส การทำงานอาศัยความต่างเฟสของกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากขดรันและขด สตาร์ต ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กหมุนที่สเตเตอร์ หมุนตัดกับตัวนำของโรเตอร์ทำให้โรเตอร์หมุนตามทิศทางของ สนามแม่เหล็กหมุนนั้น


13 บรรณานุกรม ชัยเชษฐ เพชรไชย และคณะ. (ม.ป.ท.) การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า. ณรงค์ ชอนตะวัน. (2554). มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ. ธวัลกร ฉัตราธรรม. คู่มือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ประหยัด ปลอดภัย และยืดอายุการใช้งาน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อมรินทร์. ประพันธ์ พิพัฒน์สุขและคณะ. (2557). งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ. พัตธิพงค์ สังข์ทอง. (มปป.) เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา 2100-1006 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น. เอกสารอัดสำเนา. มงคล เดชนครินทร์. (2550). พจนานุกรมศัพท์วิศวกรรมไฟฟ้าฉบับ ว.ส.ท.กรุงเทพฯ: โกลบอล กราฟฟิค. ไวพจน์ ศรีธัญและคณะ. (2557). งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า. กรุงเทพฯ : วังอักษร. สมโภชน์ ธีรวัฒนพันธ์. (2557). งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า. กรุงเทพฯ : พัฒนาวิชาการ.


14


Click to View FlipBook Version