The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทเรียนโมดูล งานซ่อมระบบไฟฟ้ากำลัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pattipongsangthong, 2021-09-14 02:27:56

บทเรียนโมดูล วิชางานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

บทเรียนโมดูล งานซ่อมระบบไฟฟ้ากำลัง

Keywords: eiectricity

บทเรียนโมดูล
หน่วยที่ 1
งานบรกิ ารและซอ่ มระบบไฟฟ้ากาลงั

เรียบเรยี งโดย
นายพัตธพิ งค์ สงั ข์ทอง

วิทยาลยั เทคนิคระนอง จงั หวัดระนอง

สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

กระทรวงศึกษาธิการ

คานา

บทเรียนโมดูลหน่วยท่ี 1 เรื่อง ระบบไฟฟ้ากาลัง เป็นบทเรียนโมดูล ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ใน
วิชางานซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้า รหัสวิชา 20104-2110 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ระบบไฟฟ้ากาลัง โดยมี
สว่ นประกอบสาคัญของบทเรียนโมดลู ประกอบด้วย

1. คาแนะนาการใชบ้ ทเรยี นโมดลู
2. โครงสรา้ งบทเรยี นโมดูล
3. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
4. เน้ือหา
5. กจิ กรรม
6. แบบทดสอบหลังเรยี น
7. แนวการตอบกจิ กรรม
8. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น
บทเรียนโมดูลหน่วยท่ี 1 เรื่อง ระบบไฟฟ้ากาลัง จัดทาข้ึนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และเพ่ือจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามลาดับ
ข้ันตอนอย่างเป็นอิสระ ตามความสามารถของแต่ละบุคคลอย่างมีความสุข และส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการ
เรียนของนักเรียนสงู ขนึ้ ต่อไป

สารบัญ หนา้

เร่ือง ก

คานา ค
สารบญั ง
คาแนะนาการใช้บทเรียนโมดูล 1
โครงสรา้ งบทเรยี นโมดูลหน่วยท่ี 1 4
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 4
บทเรียนโมดูลหนว่ ยที่ 1 เรื่อง ระบบไฟฟา้ กาลงั 11
1.1 ระบบไฟฟา้ กาลัง 13
1.2 การตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของระบบไฟฟา้ กาลัง 16
1.3 การซอ่ มบารงุ รักษาระบบไฟฟ้ากาลงั 17
กิจกรรมที่ 1 ระบบไฟฟ้ากาลัง 18
กจิ กรรมท่ี 2 การตรวจสอบและซอ่ มบารงุ รักษาแผงจา่ ยไฟตคู้ อนซูมเมอร์ยูนิต 21
แบบทดสอบหลงั เรียน 22
เฉลยกจิ กรรมที่ 1 ระบบไฟฟ้ากาลัง 24
เฉลยกจิ กรรมที่ 2 การตรวจสอบและซอ่ มบารงุ รกั ษาแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิต 25
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
บรรณานกุ รม

คาแนะนาการใชบ้ ทเรียนโมดูล

บทเรียนโมดูลหน่วยที่ 1 เร่ือง ระบบไฟฟ้ากาลัง จัดทาขึ้นเพื่อเป็นส่ือประกอบการเรียน การสอนใน
วิชางานซ่อมเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า รหัสวิชา 20104-2110 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง ระบบไฟฟ้ากาลงั

ข้ันตอนการใช้บทเรียน

1.โมศดกึ ลูษาคาแนะนาการใชบ้ ทเรยี นและโครงสร้างบทเรียนโมดูล
2. ทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่ือตรวจสอบความรู้พ้ืนฐานของตนเอง
3. การศึกษาบทเรยี นโมดลู นกั เรยี นสามารถศึกษาเป็นรายบคุ คลหรือรายกลมุ่ ย่อยจานวน 3- 5 คน
4. ศึกษารายละเอียดของเนื้อหาแต่ละตอน พร้อมทั้งทาตามกิจกรรมต่างๆ ท่ีกาหนดในบทเรียน เช่น บันทึก
เน้ือหา ทาการทดลอง ทาแบบฝึกหดั หรอื กิจกรรมอื่นๆตามทก่ี าหนดไวใ้ นโมดลู
5. ตรวจแบบฝึกหัดหรือกิจกรรม จากเฉลยท้ายโมดูลเพ่ือตรวจสอบว่านักเรียนมีความเข้าใจในเน้ือหาน้ันๆ
หรือไม่ ถ้าผิดนักเรียนควรทาการศึกษาอีกครั้งพร้อมทั้งปรึกษาเพื่อนในกลุ่มและซักถามครูผู้สอนให้เกิดความ
เขา้ ใจก่อนทาการศกึ ษาต่อไป
6. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพื่อตรวจสอบวา่ ตนเองมีความรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยถ้าทาแบบทดสอบได้
8 ขอ้ จากแบบทดสอบ 10 ขอ้ ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 และ ใหผ้ ่านไปเรยี นโมดลู ต่อไป
7. นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ให้นักเรียนเรียนซ่อมเสริม และให้กลับไป ศึกษาเน้ือหาใน
โมดลู ตามขน้ั ตอนอกี ครง้ั พร้อมทง้ั ปรกึ ษาและซกั ถามครูจนเกิดความเขา้ ใน เน้ือหาแลว้ จึงทาแบบทดสอบหลัง
เรยี นชุดเดมิ อกี ครั้งถา้ ผา่ นเกณฑ์การประเมินจึงเรยี นโมดลู ต่อไป
8. ในขณะทากิจกรรมต้องมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง โดยต้องไม่ดูเฉลยของกิจกรรม เพราะจะไม่มี ประโยชน์
ใดๆ ตอ่ นักเรียน
9. การเรียนรู้ด้วยวิธีน้ีนักเรียนต้องซ่ือสัตย์ต่อตนเองและมีความเชื่อมั่นในตนเองว่าทุกคนมี ความสามารถใน
การเรียนและผ่านเกณฑก์ ารประเมินผลที่กาหนดไว้ได้หากมีความต้ังใจจรงิ และมีความมุ่งมนั่

โครงสรา้ งบทเรียนโมดูล
หน่วยท่ี 1

เรื่อง ระบบไฟฟ้ากาลัง

หลักการและเหตผุ ล

โมดูลนี้มุ่งให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงระบบไฟฟ้ากาลัง การให้บริการซ่อมบารุง ปรับปรุงระบบไฟฟ้าใน
บ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับงาน ตลอดจนการขยายเพ่ิมเติม
ระบบไฟฟ้า ให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า บ้านพักอาศัย และสิ่งแวดล้อมอ่ืน ๆ ประหยัด
งบประมาณในการติดต้งั การบารุงรักษา และคา่ พลังงานไฟฟา้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

เมอ่ื นักเรยี นศึกษาบทเรียนโมดลู หน่วยที่ 1 แล้ว นักเรยี นสามารถ
1. อธบิ ายหลกั การทางานของระบบไฟฟ้ากาลงั ได้
2. ตรวจสอบหาสาเหตุข้อบกพร่องของระบบไฟฟ้ากาลงั ได้
3. นกั เรยี นมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานที่มอบหมาย
ความรู้พืน้ ฐาน

นักเรยี นควรมีความรเู้ รื่อง ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ

การประเมนิ ผลกอ่ นเรียน

นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเรื่อง ระบบไฟฟา้ กาลัง จานวน 10 ข้อ โดยใชเ้ วลา 10 นาที

กจิ กรรมการเรยี น

นกั เรียนอา่ นบทเรยี นโมดลู หนว่ ยที่ 1 แล้วทากจิ กรรมหากมีข้อสงสัยไม่เข้าใจใหซ้ ักถามและ ปรึกษา
ครูผสู้ อน นักเรียนสามารถศึกษาได้ทั้งรายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง

การประเมนิ ผลหลังเรยี น
นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง ระบบไฟฟา้ กาลัง จานวน 10 ขอ้ โดยใชเ้ วลา 10 นาทเี พื่อ
ตรวจสอบวา่ ตนเองมีความร้ผู ่านเกณฑ์การประเมนิ โดยถ้าทาแบบทดสอบได้8 ข้อจากแบบทดสอบ 10 ข้อ ถือ
วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 และใหผ้ ่านไปเรียนโมดูลตอ่ ไป

การเรียนซอ่ มเสรมิ
นักเรียนท่ีไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมินหลังเรียน ให้กลับไปศึกษาเนื้อหาในโมดูลอีกคร้ัง พร้อมทั้งปรึกษา
และซักถามครูจนเกิดความเข้าในเนื้อหาแล้วทาแบบทดสอบหลงั เรียนเพ่ือประเมนิ ผลอีกครั้ง

แบบทดสอบก่อนเรียน
เรือ่ ง ระบบไฟฟา้ กาลงั

คาชี้แจง 1. แบบทดสอบมีจานวน 10 ขอ้ ข้อละ 1 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที
2. ให้นกั เรยี นทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ทบั ข้อท่ีถูกที่สดุ เพยี งข้อเดียว ลงในกระดาษคาตอบ

1. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ ระบบไฟฟา้ กาลงั ได้ถูกตอ้ งท่ีสุด
ก. ระบบไฟฟา้ กาลงั หมายถึง ระบบไฟฟ้าท่ปี ระกอบดว้ ย ระบบการผลติ
ข. ระบบไฟฟ้ากาลัง หมายถึง ระบบไฟฟา้ ท่ีประกอบดว้ ย ระบบการผลติ ระบบการสง่
ระบบการจาหน่าย และระบบการใช้กาลงั ไฟฟ้า
ค. ระบบไฟฟ้ากาลงั หมายถึง ระบบไฟฟ้าทป่ี ระกอบด้วย ระบบการผลติ ระบบการส่ง
ง. ระบบไฟฟ้ากาลัง หมายถึง ระบบไฟฟา้ ที่ประกอบด้วย ระบบการผลิต ระบบการส่ง
ระบบการจาหน่าย

2. อุปกรณ์ทต่ี ดั กระแสไฟฟา้ เมื่อเกิดการไหลของกระแสไฟฟา้ เกินกาลังคือ
ก. คัตเอาต์
ข. เตา้ เสียบไฟฟา้
ค. สวิตช์
ง. เต้ารบั ไฟฟา้

3. เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ท่ีมีการหุ้มฉนวนหนาเปน็ 2 เท่าของความหนาฉนวนทใี่ ช้สาหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า
ปกตคิ ือเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทใด
ก. เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ประเภท 1
ข. เครื่องใช้ไฟฟา้ ประเภท 2
ค. เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ประเภท 3
ง. เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 4

4. การวดั ความตา้ นทานระหว่างหลกั ดนิ กบั ดนิ (Resistance to Ground) มาตรฐานการตดิ ต้ังไฟฟ้า
สาหรบั ประเทศไทยของ ว.ส.ท.ไดก้ าหนด ความต้านทานหลักดินของบริภณั ฑ์ไฟฟ้าไมเ่ กิน
กี่โอห์ม
ก. 2 โอหม์
ข. 3 โอห์ม
ค. 4 โอหม์
ง. 5 โอห์ม

5. ข้อใดกล่าวถึงการตอ่ ลงดินของบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้าได้ถกู ต้องทส่ี ุด
ก. การต่อลงดนิ ของบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้าหมายถึงการต่อส่วนท่ีเปน็ โลหะทม่ี ีกระแสไหลผา่ น
ของอปุ กรณต์ ่าง ๆ ให้ถึงกันตลอดแลว้ ต่อลงดิน
ข. การต่อลงดนิ ของบริภัณฑ์ไฟฟ้าหมายถงึ การต่อสว่ นที่เป็นโลหะของอุปกรณต์ ่าง ๆ
ใหถ้ งึ กันตลอดแลว้ ตอ่ ลงดนิ
ค. การตอ่ ลงดินของบริภณั ฑ์ไฟฟ้าหมายถึงการต่อสว่ นทเี่ ป็นโลหะที่ไมม่ ีกระแสไหลผา่ น
ของอุปกรณต์ า่ ง ๆ ให้ถึงกนั ตลอดแล้วต่อลงดิน
ง. การต่อลงดนิ ของบริภณั ฑ์ไฟฟ้าหมายถงึ การต่อสายดนิ ของบรภิ ณั ฑไ์ ฟฟา้

6. ข้อใดทกี่ ล่าวถึงเครอ่ื งตดั ไฟรั่วได้ถูกต้องทส่ี ุด
ก. เครอ่ื งตัดไฟรวั่ หมายถงึ สวติ ชอ์ ัตโนมัตทิ ี่สามารถปลดวงจร เมื่อมีกระแสไฟฟา้ รว่ั
ได้อยา่ งรวดเร็วภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้
ข. เครื่องตดั ไฟรวั่ หมายถงึ สวติ ชต์ ดั วงจร
ค. เคร่อื งตดั ไฟรั่ว หมายถึง อุปกรณ์ปอ้ งกัน
ง. เคร่ืองตัดไฟรัว่ หมายถงึ สวิตชท์ ่ีสามารถปลดวงจรได้

7. เม่อื ต้องการตรวจสอบหาสาเหตขุ อ้ บกพร่องแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับของเต้ารับไฟฟ้า
ต้องต้ังย่านวดั มัลติมิเตอร์ท่ยี ่านวัดใด
ก. ย่านวดั ความต้านทาน
ข. ยา่ นวดั แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ
ค. ยา่ นวดั แรงดันไฟฟา้ กระแสตรง
ง. ยา่ นวดั กระแสไฟฟ้า

8. อปุ กรณป์ ้องกันกระแสไฟฟา้ เกนิ เช่น ฟวิ ส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ใหต้ ่อเฉพาะกับสายใด
ของวงจร
ก. สายดนิ และสายนิวตรอน
ข. สายนวิ ตรอน
ค. สายดนิ
ง. สายเฟส

9. กรณที ี่ใชส้ ายดินต่อกับบริภัณฑ์ไฟฟ้า ถ้าใช้สายดินเป็นเส้นเด่ยี ว ตอ้ งมฉี นวนเปน็ สใี ด
ก. สีขาว
ข. สีเขียว
ค. สเี ทา
ง. สีดา

10. การบารงุ รักษาสายไฟฟา้ เกี่ยวกับการตรวจสอบจดุ ต่อสาย การเข้าสายตอ้ งตรวจสอบ
อยา่ งน้อยปลี ะกคี่ รัง้
ก. 1 ครั้ง
ข. 2 ครั้ง
ค. 3 ครัง้
ง. 4 ครั้ง

บทเรียนโมดูล
หน่วยท่ี 1 เรือ่ งระบบไฟฟา้ กาลงั

บทนา
ระบบไฟฟา้ กาลงั มีส่วนสาคัญในการทาหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายให้กับเคร่ืองใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เตา

รีดไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เคร่ืองป้ิงขนมปัง กาต้มน้าไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ฯลฯ โดยมี
อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าทาหน้าที่ป้องกันอันตรายท่ีเกิดจากระแสไฟฟ้าในกรณีการใช้งานเกินกาลัง และการเกิด
กระแสไฟฟ้าลดั วงจร
1.1 ระบบไฟฟา้ กาลงั

ระบบไฟฟ้ากาลงั หมายถึง ระบบไฟฟ้าที่ประกอบด้วย ระบบการผลิต ระบบการส่ง ระบบการจาหน่าย
และระบบการใชก้ าลงั ไฟฟา้

1.1.1 ระบบไฟฟา้ ในอาคาร
ระบบไฟฟา้ ในอาคารโดยทวั่ ไปมี 2 ระบบ คอื ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และระบบไฟฟ้ากาลัง ถ้าเป็น

บ้านพักอาศัยขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าไม่มากนัก อาจรวมระบบไฟฟ้าแสงสว่างและระบบไฟฟ้ากาลังเข้า
ด้วยกันก็ได้ ถ้าเป็นบ้านขนาดใหญ่ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก จาเป็นจะต้องแยกทั้งสอง
ระบบออกจากกัน การบริการและซ่อมระบบไฟฟ้า ครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบไฟฟ้ากาลัง และ
จะรวมถึงระบบความปลอดภยั ด้วย

1) อปุ กรณป์ ้องกนั
(1) สวิตช์ประธาน (Main Switch) สวิตช์ประธาน หมายถึง อุปกรณ์หลักท่ีใช้ตัดต่อ

วงจรไฟฟ้าของสายเมนเข้าอาคารกับสายภายในทั้งหมด เป็นอุปกรณต์ ดั -ต่อวงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากมิเตอร์วัด
หน่วยไฟฟ้าเข้ามาในบ้าน สวิตช์ประธานอาจเป็นอุปกรณ์ตัดไฟหลัก ตัวเดียว หรือจะอยู่รวมกับอุปกรณ์อ่ืน ๆ
ในต้สู วติ ช์ (Switchboard) กรณีหลังจะรวมเรียกว่าตเู้ มนสวิตช์ สวิตช์ประธานจึงอาจจะเป็นสวิตช์คันโยกที่ตัด
โหลดได้ (Load - break Switch) อาจเป็นเบรกเกอร์ (อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจร) หรือ เป็น
สวติ ชท์ ี่มฟี วิ ส์ในตัวก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดจะต้องมีคุณสมบัติของเคร่ืองปลดวงจรที่เมื่อปลดวงจรดับไฟ
แล้ว สามารถทางานได้อย่างปลอดภัยตู้เมนสวิตช์ชนิดที่ใช้กับบ้านอยู่อาศัย ทุกวันน้ีนอกจากจะประกอบด้วย
ตัวเมนสวิตช์แล้ว มักจะมีอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เช่น เคร่ืองตัดไฟรั่ว เซอร์กิตเบรกเกอร์ ลูกเซอร์กิตเบรกเกอร์
สาหรบั ป้องกนั วงจรยอ่ ยหลาย ๆ ตวั รวมกันอย่ใู นกลอ่ งหรอื ตู้ท่ีมักรู้จักกันว่า ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต (Consumer
Unit)

(2) เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือสวิตช์อัตโนมัติ หมายถึง
อุปกรณ์ท่ีใช้ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าได้ในขณะใช้งานปกติ และยังสามารถตัดกระแสไฟฟ้าเกินหรือกระแสไฟฟ้า
ลัดวงจรโดยอัตโนมัติได้ด้วย ทั้งนี้การเลือกใช้เบรกเกอร์จะต้องเลือกขนาดพิกัดในการตัดกระแสลัดวงจร (IC)
ของเบรกเกอร์ให้สงู กว่าขนาดกระแสลัดวงจรที่เกิดขน้ึ ในวงจรน้นั ๆ

(3) ฟิวส์(Fuse) ฟิวส์ หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหน่ึง ทาหน้าท่ีตัดไฟฟ้า
โดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าท่ีกาหนด ซึ่งเมื่อฟิวส์ทางานแล้วจะต้องเปล่ียนฟิวส์ใหม่ ฟิวส์ท่ีใช้
เปลี่ยนต้องมีขนาดกระแสไม่เกินขนาดฟิวส์เดิม และต้องมีขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) สูงกว่าขนาด
กระแสลัดวงจรสูงสดุ ที่ไหลผา่ นฟิวส์

2) ภาระทางไฟฟ้า (Load) เคร่ืองใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังอ่ืนถือ
เปน็ ภาระทางไฟฟ้าทงั้ สน้ิ ความตอ้ งการกาลงั ไฟฟา้ ของเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ แสดงดังตาราง ที่ 1.1

ตารางท่ี 1.1 แสดงกาลังไฟฟา้ ของเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า กาลงั ไฟฟ้า (วตั ต์)
20 - 75
เครอื่ งใช้ไฟฟ้า 70 - 100
พัดลมต้งั พน้ื 80 - 180
พัดลมเพดาน 25 - 50
โทรทศั น์ 70 - 145
เครื่องเล่นวดิ โี อ 450 - 1,500
ต้เู ย็น 7-10 คิว 200 - 1,500
หม้อหงุ ข้าว 200 - 600
เตาหุงตม้ ไฟฟ้า 100 - 1,000
หมอ้ ชงกาแฟ 800 - 1,000
เตาไมโครเวฟ 2,500 - 12,000
เครอื่ งป้ิงขนมปัง 400 - 1,000
เครื่องทาน้าอุ่น/รอ้ น 750 - 2,000
เครอ่ื งเปา่ ผม
เตารดี ไฟฟ้า

เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าภายในบา้ น แบ่งตามข้อบังคับสายดินได้ 3 ประเภท คือ
(1) เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภท 1 หมายถึงเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีต้องมีสายดินเพราะมีความหนาของ
ฉนวนไฟฟ้าเพียงพอสาหรับการใช้งานปกติเท่านั้น และมีเปลือกนอกของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีทาด้วยโลหะ เพื่อ
ความปลอดภัยผู้ผลิตจึงจาเป็นจะต้องมีการต่อสายดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับส่วนที่เป็นโลหะน้ัน เพ่ือให้
สามารถตอ่ ลงดนิ มายังตเู้ มนสวติ ชโ์ ดยผ่านทางขวั้ สายดนิ ของเต้าเสียบและเต้ารับ จึงต้องใช้เต้าเสียบท่ีมีขั้วสาย
ดิน เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทน้ีหากผู้ผลิตมิได้ต่อสายดินมาให้ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 0 ซึ่งปัจจุบันน้ี
มาตรฐานสากลไม่รับรองหรือยินยอมให้ผลติ มาใชง้ าน ดังแสดงในภาพท่ี 1.1 ก

(2) เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าประเภท 2 หมายถึง เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีมีการหุ้มฉนวนหนาเป็น 2 เท่าของความหนา
ฉนวนท่ีใช้สาหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าปกติ (ฉนวนไฟฟ้าอาจจะมีชั้นเดียวหรือ 2 ชั้นก็ได้) โดยมีสัญลักษณ์เป็นรูป
สี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันติดอยู่ท่ีหน้าปัดของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เต้าเสียบท่ีใช้ ไม่ต้องมีสายดิน ขาของเต้าเสียบมี
เพียง 2 ขา และมีฉนวนหุ้มทโี่ คนขา ดังแสดงในภาพท่ี 1.1 ข

ก. เตา้ เสียบเครื่องใชไ้ ฟฟ้ าประเภท 1 ข. เตา้ เสียบเครื่องใชไ้ ฟฟ้ าประเภท 2

ภาพท่ี 1.1 แสดงเต้าเสียบมาตรฐานของเครอ่ื งใช้ไฟฟ้า

(3) เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 3 หมายถึง เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีใช้กับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ไม่เกิน
50 โวลต์ หรอื กระแสตรง 120 โวลต์ เครอื่ งใช้ไฟฟา้ ประเภทนี้ไมต่ อ้ งมสี ายดนิ

1.1.2 อนั ตรายจากการใชไ้ ฟฟา้
องค์ประกอบท่ีจะทาให้เกิดอันตรายจากการใช้ไฟฟ้า มีอยู่สองส่วน คือ ส่วนของการติดตั้งทาง

ไฟฟ้า และส่วนของเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ซง่ึ การใชไ้ ฟฟ้าให้เกิดความปลอดภยั ก็ตอ้ งพิจารณาในแต่ละส่วนแตกต่างกัน
ดังแสดงในตารางที่ 1.2
ตารางที่ 1.2 องค์ประกอบทจ่ี ะทาใหเ้ กิดอนั ตรายจากการใช้ไฟฟา้

สว่ นท่อี าจจะอันตรายจากการใชไ้ ฟฟ้า ข้อควรพจิ ารณาเพ่ือใหเ้ กดิ ความปลอดภยั

1. การติดต้ังทางไฟฟ้า เช่น สายไฟฟ้า 1. ใชอ้ ปุ กรณ์ติดตัง้ ทางไฟฟา้ ท่ไี ด้มาตรฐาน

การเดินสาย การต่อสาย อุปกรณ์ 2. มีการออกแบบที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐาน

ประกอบต่าง ๆ เช่น สวิตช์ เต้ารับ 3. ตดิ ต้งั โดยผ้ทู ี่มคี วามรคู้ วามสามารถอยา่ งถูกตอ้ ง

อุปกรณ์เพ่ือความปลอดภัย เช่น สาย 4. มีระบบการตรวจสอบการติดตั้งท่ีถูกต้องและปลอดภัย

ดิน เคร่ืองตัดไฟรั่ว และอุปกรณ์ ตามมาตรฐาน

ปอ้ งกันกระแสเกนิ เป็นตน้ 5. มีการตรวจสอบ/บารุงรกั ษาตามรอบระยะเวลา

2. เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เต้าเสียบ และ 1. มีการกาหนดมาตรฐานความปลอดภัยในเครื่องใช้ไฟฟ้า

เต้ารับ (ชุดสายพ่วง) ท่ีซ้ือมาใช้งาน ทกุ ชนิด โดยหนว่ ยงานท่ีเกย่ี วข้อง (สมอ.)

ภายหลัง รวมท้ังส่วนที่มีการติดตั้ง 2. ควบคมุ การผลิตและนาเข้าสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน

เพ่ิมเติมเพ่ือประกอบการใช้งาน และมีระบบการตรวจสอบท่ีเข้มแข็งของหน่วยงานท่ี

เครือ่ งใช้ไฟฟ้านน้ั เกีย่ วข้อง เช่น ตรวจจบั สนิ คา้ ทีไ่ มไ่ ดม้ าตรฐาน

3. ตอ้ งให้ความรู้กับผูซ้ อื้ ใหร้ ู้จกั เลือกใชส้ นิ คา้ (คู่มอื )

1.1.3 ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการใช้ไฟฟ้าหรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภยั
1) อปุ กรณ์การตดิ ต้งั ทางไฟฟ้าตอ้ งเป็นชนิดท่ีได้รับการรับรองจากมาตรฐานต่าง ๆ เช่น สานักงาน

มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม (สมอ.) VDE และ IEC เป็นต้น เต้ารับท่ีนามาติดต้ังต้องเป็นเต้ารับชนิดท่ีมี 3 รูที่
มสี ายดนิ และต้องผา่ นการรับรองจาก สมอ. ตามมาตรฐาน มอก.166-2549 เทา่ นัน้

2) การเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามกฎการเดินสายและติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้า
ของการไฟฟ้านครหลวงฉบับล่าสุด หรอื มาตรฐานการติดตง้ั ทางไฟฟ้า

3) ก่อนใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ต้องอ่านและศึกษาคู่มือแนะนาการใช้งานให้เข้าใจและปฏิบัติตาม
คาแนะนาอย่างเคร่งครัด

4) ตรวจสอบสายไฟ และเต้าเสียบ (ปล๊ักไฟ) ของเครื่องว่า มีร่องรอยของการชารุด หรือไม่
โดยเฉพาะอย่างย่งิ หากไมไ่ ด้มีการใช้งานมาเปน็ เวลานาน

5) เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีเปลือกหุ้มภายนอกท่ีทาด้วยโลหะทุกชนิดหรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ท่ีอาจมีไฟฟ้า
ร่ัวมากับน้า เช่น ตู้เย็น เตารีด หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ เคร่ืองซักผ้า กาต้มน้าร้อน กระทะไฟฟ้า เครื่องทา
น้าอุ่น เตาไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น หากไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 หรือ ประเภท 3 แล้ว
จาเป็นตอ้ งมกี ารต่อสายดนิ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากบั ระบบสายดิน คือ

(1) ต้องมีการตดิ ต้งั ระบบสายดินและตอ่ ลงดนิ ท่ีเมนสวิตชอ์ ยา่ งถูกตอ้ ง
(2) เดินสายดนิ จากเมนสวิตชไ์ ปยังเตา้ รบั ชนิดมสี ายดิน
(3) เตา้ เสยี บชนดิ มขี วั้ สายดินกบั เต้ารับชนิดมขี วั้ สายดินทเ่ี ปน็ มาตรฐานเดียวกนั

1.1.4 ระบบดนิ (Ground System)
1) ดนิ (Earth)
ดินใช้เป็นจุดอ้างอิงถือว่ามีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ โดยจะทาหน้าท่ีรองรับกระแสต่าง ๆ ท่ีรั่วไหล

ลงดิน เปน็ ส่วนที่ตอ่ กบั สว่ นทีเ่ ป็นโลหะของอาคาร สถานประกอบการ เพื่อส่วนของโลหะเหล่าน้ัน มีศักย์ไฟฟ้า
เปน็ ศูนย์ ข้อกาหนดท่ีสาคัญมากอย่างหน่ึงในการออกแบบและการติดตั้งระบบไฟฟ้า คือการต่อลงดิน การต่อ
ลงดนิ มีประโยชน์ 2 ประการคอื

(1) เพ่ือป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับบุคคล เนื่องจากการร่ัวไหลของกระแสไฟฟ้า หรือการ
เหนี่ยวนาไฟฟ้า

(2) ปอ้ งกันความเสียหายท่ีจะเกดิ กับอปุ กรณ์เม่ือเกดิ การลัดวงจรลงดิน
2) หลักดิน (Grounding Electrode)

หลักดนิ มีหน้าที่ ดังต่อไปน้ี
(1) ทาให้เกิดการต่อถึงกันระหว่างดินและส่วนที่เป็นโลหะท่ีไม่มีกระแสไหลผ่านของสถาน
ประกอบการเพื่อใหส้ ว่ นของโลหะทต่ี อ่ ถงึ กนั ตลอดมีศักย์ไฟฟ้าเทา่ กับดิน
(2) เป็นทางผ่านเข้าสู่ดินอย่างสะดวกสาหรับอิเล็กตรอนจานวนมากในกรณีท่ีเกิดฟ้าผ่าหรือ
แรงดันเกิน
3) การตอ่ ลงดนิ (Grounding)
การตอ่ ลงดินมี 2 ระบบ คอื การต่อลงดินของระบบไฟฟา้ และการตอ่ ลงดนิ ของบรภิ ัณฑ์
(1) การต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (System Grounding) หมายถึง การต่อส่วนหน่ึงส่วนใด
ของระบบไฟฟ้าท่ีมีกระแสไหลผ่านลงดิน เช่น การต่อจุดนิวตรอน (Neutral Point) ลงดิน การต่อลงดินของ
ระบบไฟฟ้า แสดงดงั ภาพท่ี 1.2

NL ข้วั ต่อสายนิวตรอน LN
สายเมน
สลกั เกลยี วแยกสาย สายเมน
สายต่อหลกั ดนิ ข้วั ต่อสายดนิ
สะพานไฟ สายต่อหลกั ดนิ
ขนาด 10 ตร.มม. ขนาด 10 ตร.มม.
สายสีเขียว ฟิ วส์
สายสีเทา สายสีดา หลกั ดนิ
สาย VAF 3 แกน
หลกั ดนิ

สายนิวตรอนสีขาว สายเฟสสีดา สายดนิ สีเขียว

ก. การตอ่ ระบบดินในแผงควบคุมท่ีใชส้ ะพานไฟ ข. การต่อระบบดินในแผงควบคุมท่ีใชต้ ูค้ อนซูมเมอร์

ภาพที่ 1.2 แสดงการตอ่ ระบบดนิ ในแผงควบคุมไฟฟา้ ภายในบ้าน
(ทมี่ า : www.skoolbuz.com/library/content,2564)

จุดประสงค์ของการต่อลงดินของระบบไฟฟ้า เพ่ือจากัดแรงดันเกิน (Over Voltage) ท่ี
ส่วนต่าง ๆ ของระบบไฟฟ้า ที่อาจจะเกิดจากฟ้าผ่า (Lightning) เสิร์จในสาย (Line Surge)หรือสัมผัสกับสาย
แรงสูงโดยบังเอิญ และเพ่ือให้ค่าแรงดันเทียบกับดินมีเสถียรภาพ ขณะระบบทางานปกติ เพ่ือช่วยให้อุปกรณ์
ป้องกนั กระแสเกนิ ทางานไดร้ วดเร็วขนึ้ เม่ือเกิดการลดั วงจร

(2) การต่อลงดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้า (Equipment Grounding) หมายถึง การต่อส่วนท่ีเป็น
โลหะ ที่ไม่มีกระแสไหลผ่านของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถึงกันตลอดแล้วต่อลงดิน จุดประสงค์ของการต่อลงดินของ
บรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้า เพ่อื ให้สว่ นของโลหะทตี่ ่อถึงกนั ตลอดมศี กั ย์ไฟฟ้าเท่ากับดนิ ทาให้ปลอดภัยจากการโดนไฟฟ้าดูด
ชว่ ยใหอ้ ุปกรณป์ อ้ งกันกระแสเกนิ ทางานได้รวดเร็วขน้ึ เมอ่ื ตวั นาไฟฟ้าแตะกบั โครงโลหะ จากสาเหตุฉนวนไฟฟ้า
ชารุด หรอื เกดิ อบุ ัติเหตุ และเป็นทางผ่านให้กระแสรั่วไหลและกระแสจากไฟฟ้าสถติ ลงดนิ

4) การวดั ความต้านทานระหว่างหลักดินกับดิน (Resistance to Ground) มาตรฐานการติดตั้ง
ไฟฟ้าสาหรับประเทศไทยของ ว.ส.ท. ได้กาหนดความต้านทานของหลักดินไว้ คือ ความต้านทานหลักดินของ
บริภัณฑ์ไฟฟ้าไม่เกิน 3  ความต้านทานหลักดินระบบไฟฟ้าไม่เกิน 5  สาหรับการใช้เครื่องวัดทดสอบความ
ต้านทานหลักดนิ แสดงดงั ภาพที่ 1.3

ก. แสดงเครอื่ งวัดความตา้ นทานหลักดนิ ข. การวางตาแหนง่ Current Electrode และ Probe

ภาพที่ 1.3 แสดงเครื่องวดั ความต้านทานหลกั ดนิ

ข้อพิจารณาในการวัดความตา้ นทานหลกั ดนิ
(1) Current Electrode และ Probe ต้องตอกในแนวดิ่งและอยู่ในแนวเดียวกันกับ
Earth Electrode
(2) ถ้าดินมีลักษณะการแบ่งเป็นชั้น จะต้องทาการวัดซ้า โดยเปลี่ยนระยะห่างของ
Electrode แลว้ เลือกคา่ ที่มากกว่า
(3) ความเช่อื ถือไดข้ องเครื่องมือวดั จะขนึ้ อยู่กบั ตาแหน่งของ Current Probe และ Probe
(4) สาหรับพืน้ ทที่ ย่ี ากตอ่ การปฏิบัติ กาหนดให้ไม่เกิน 25  ถ้าเกิน 25  ให้ปักหลักดินเพ่ิม
อีกหน่งึ แท่ง
1.1.5 เครื่องตัดไฟรั่ว
เครื่องตัดไฟรว่ั หมายถงึ สวติ ชอ์ ตั โนมตั ิที่สามารถปลดวงจร เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ได้อย่างรวดเร็ว
ภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้ เคร่ืองตัดไฟร่ัวมักจะเป็นอุปกรณ์เสริมเพ่ือใช้ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด
โดยเฉพาะอย่างย่ิงจะใช้ได้ดีเม่ือใช้กับระบบไฟฟ้าท่ีมีสายดินอยู่แล้วและจะช่วยป้องกันอัคคีภัยจากไฟฟ้ารั่วได้
อีกดว้ ยเครอ่ื งตดั ไฟรั่วนีม้ ักจะต้องมปี ุม่ สาหรบั กดเพือ่ ทดสอบการทางานอยู่เสมอ ชาวบ้านมักเรียกเครื่องตัดไฟ
ร่วั น้วี ่าเปน็ เครอื่ งปอ้ งกันไฟดดู
1) เครื่องตดั ไฟร่วั เปน็ เครอ่ื งตดั ไฟฟา้ อตั โนมตั ิทท่ี าหน้าท่ีป้องกันอันตราย จากไฟดูด (ตัดไฟรั่วที่
ไหลผ่านร่างกาย) ป้องกันอัคคีภัย (ตัดไฟร่ัวที่ไหลลงดินท่ีอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้าในกรณีท่ีเครื่องป้องกัน
กระแสเกิน เช่น ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ไม่ทางาน หรือทางานช้าเนื่องจากปริมาณกระแสไฟร่ัวมีค่าต่า หากปล่อย
ท้ิงไว้อาจทาให้เกิดอัคคีภัยได้)โดยตัดไฟท่ีไหลผ่านตัวมัน ในกรณีที่พบว่ามีกระแสไฟฟ้าบางส่วนร่ัวหายไป คือ

ไม่ไหลย้อนกลับไปตามสายไฟของการไฟฟ้า แต่กลับมีไฟรั่วไหลไปที่อ่ืน เช่น รั่วไหลลงไปในดิน โดยผ่าน
รา่ งกายมนุษย์เมอื่ มกี ารสัมผัสไฟ หรือ ร่ัวผ่านฉนวนท่ีชารุดของอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น เคร่ืองตัดไฟรั่วอาจมีช่ือ
เรียกอย่างอน่ื อกี ดงั นี้

(1) เครื่องตัดไฟรั่วที่ตัดกระแสลัดวงจรได้ (RCBO: Residual Current Circuit Breaker
(Without Over Current Protection)) สามารถใช้ตัดได้ทง้ั ไฟร่วั และกระแสลัดวงจร

(2) เครื่องตัดไฟร่ัวที่ไม่สามารถตัดกระแสลัดวงจรได้ (RCCB: Residual Current Circuit
Breaker With Over Current Protection ต้องใช้งานร่วมกับฟิวสห์ รือเซอร์กิตเบรกเกอร์

2) คุณสมบตั ิและการใช้งานของเคร่ืองตัดไฟร่ัว เครื่องตัดไฟร่ัวที่ใช้ป้องกันไฟดูดต้องมีคุณสมบัติ
และการใช้งานดงั นี้

(1) เคร่ืองตัดไฟร่ัวที่ใช้ป้องกันไฟดูดต้องมีพิกัดขนาดกระแสไฟฟ้าร่ัวไม่เกิน 30 mA และต้อง
ตัดไฟได้ภายในระยะเวลา 0.04 วินาที เมื่อมีไฟร่ัวขนาด 5 เท่าของพิกัด (150 mA) และต้องเป็นไปตาม
มาตรฐาน มอก. 909

(2) เครื่องตัดไฟร่ัวควรติดตั้งควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบสายดิน และควรติดตั้ง ใช้งานใน
วงจรไฟฟ้าเฉพาะจดุ เชน่ วงจรเต้ารับในหอ้ งครัว ห้องน้า (เคร่ืองทาน้าอุ่น) ห้องเด็ก ๆ หรือวงจรเต้ารับสายไฟที่
ต่อไปใช้งานภายนอกอาคารท้ังชั่วคราวและถาวร เช่น ไฟท่ีใช้ในสวน สนามหญ้า หน้าประตูบ้าน กริ่งหน้าบ้าน
ป๊ัมสูบน้า บ่อเลี้ยงปลา การก่อสร้างซ่อมแซม เปน็ ตน้

(3) ไม่ควรติดต้ังเคร่ืองตัดไฟรั่วธรรมดา (ขนาด 30 mA) เพียงตัวเดียวป้องกันรวมทุกวงจรท่ี
เมนสวิตช์ เพราะอาจจะมีปัญหาเครื่องตัดทางานบ่อย แล้วในท่ีสุดก็ไม่อาจใช้เครื่องตัดไฟรั่วตัวนั้นได้ ปัญหา
ดังกล่าวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพการเดินสายและการติดตั้งใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือมีอุปกรณ์ท่ี
ตามปกติมีกระแสไฟรั่วลงดินมาก เช่น อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า, เครื่องปรับอากาศ, อุปกรณ์ท่ีมีโอกาสเปียกชื้น
เปน็ ตน้ กรณเี ชน่ นี้ จะต้องแยกป้องกนั ดว้ ยเครือ่ งตดั ไฟร่ัวในแตล่ ะวงจร หรือป้องกันเฉพาะวงจรท่ีจาเป็น ในทาง
ปฏิบัติอาจต้องตรวจสอบปริมาณกระแสไฟรั่วในแต่ละวงจรด้วยเคร่ืองตรวจวัดกระแสไฟร่ัว ถ้าวงจรใดมีไฟรั่ว
มากเป็นปกติต้องใช้เคร่ืองฯ ท่ีมีพิกัดไฟร่ัวสูงขึ้น เช่น ขนาด 100, 300 หรือ 500 mA ป้องกันเฉพาะในวงจรนั้น


(4) การติดตั้งเคร่ืองตัดไฟรั่วสาหรับใช้ป้องกันรวมทุกวงจรท่ีเมนสวิตช์ (100 300 หรือ 500
mA) ร่วมกับการติดต้ังระบบสายดินจะช่วยเป็นมาตรการเสริมสาหรับป้องกันอัคคีภัย จากการใช้ไฟฟ้าได้อีก
ช้ันหน่ึง โดยท่ีขนาด 30 mA น้ันก็ยังคงใช้ป้องกันในแต่ละวงจรย่อย และหากมีปัญหาการทางานพร้อมกันให้
เลือกชนิดท่ีมกี ารหนว่ งเวลา (Type S) สาหรบั เครื่องตัดไฟรั่ว ทเี่ มนสวิตช์

(5) เม่ือติดตงั้ รว่ มกบั ระบบสายดนิ ตาแหน่งที่มีการต่อลงดินต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดไฟ
รว่ั เสมอ

1.2 การตรวจสอบหาสาเหตขุ อ้ บกพรอ่ งของระบบไฟฟา้ กาลัง
1.2.1 การตรวจสอบหาสาเหตขุ ้อบกพรอ่ งของสายไฟฟา้
1) ฉนวนของสายไฟฟ้าต้องไม่มีการแตก กรอบ รอยไหม้ ชารุด ถ้าพบควรหาสาเหตุแล้วแก้ไข

สาเหตุ และเปลยี่ นสายใหม่
2) หมั่นตรวจสอบสภาพของสายไฟฟ้าปีละ 1 คร้ัง เป็นอย่างน้อย โดยให้มีการบันทึกข้อมูลการ

ตรวจสภาพไวท้ ุกครั้งด้วย
3) กรณีท่ีมีการใช้ไฟฟ้ามากข้ึน ควรตรวจสอบขนาดของสายไฟฟ้าที่ใช้อยู่ว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้า

ขนาดสายไม่เพยี งพอต้องเปล่ียนใหม่
4) ตรวจสอบสายไฟบรเิ วณทีท่ ะลุผ่านฝ้าเพดานหรือผนังนอกจากต้องมีฉนวนรองรับการบาดสาย

แล้ว ยงั อาจมรี อยหนูแทะเปลือกของสาย ทาให้เกดิ ลดั วงจร และเกิดไฟไหมไ้ ด้
1.2.2 การตรวจสอบหาสาเหตุขอ้ บกพรอ่ งของเต้ารบั ไฟฟา้
การตรวจสอบว่าเต้ารับมีแรงดันไฟฟ้าจ่ายออกมาหรือไม่นั้น สามารถทาได้โดยการใช้ไขควง

ทดสอบไฟทาการทดสอบเต้ารับในข้ันแรกก่อน โดยใช้ไขควงทดสอบไฟเสียบเข้าไปที่ช่องของเต้ารับไฟฟ้าที่มี
ขนาด 2 ชอ่ งมีแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส 220โวลต์ ดังภาพท่ี 1.4ซึ่งผลจากการทดสอบกรณีที่ช่องใด
ชอ่ งหนง่ึ ของเตา้ รบั ไฟฟา้ มีแสงสวา่ งท่ีหลอดไฟของไขควง และช่องท่ีเหลือไม่มีแสงสว่างท่ีไขควงแสดงว่าเต้ารับ
ไฟฟ้าปกติหรอื วธิ กี ารทดสอบวธิ ีท่ี 2 โดยใชม้ ัลติมิเตอร์วดั แรงดันไฟฟ้า ซ่ึงผลจากการทดสอบกรณีท่ีมัล
ตมิ ิเตอรอ์ ่านคา่ แรงดันไฟฟา้ ได้ 220 โวลต์ แสดงว่าเตา้ รบั ไฟฟา้ ปกติ

เต้ารับ

ไขควงทดสอบไฟ

ภาพที่ 1.4 แสดงการตรวจสอบแรงดนั ไฟฟา้ ของเตา้ รบั ไฟฟ้าด้วยไขควงทดสอบไฟ
กรณีท่ีหลอดไฟของไขควงทดสอบไฟไม่ติดและมัลตมิ เิ ตอรว์ ดั คา่ แรงดันไฟฟ้าไม่ได้ ให้ถอดหน้ากาก
ของเต้ารับไฟฟ้าออกและทาการตรวจสอบในขั้นที่ 2 ด้วยการวัดค่าแรงดันไฟฟ้า ที่ข้ัวต่อสายของเต้ารับไฟฟ้า

หากไม่มีแรงดันที่ขวั้ ต่อสายและช่องของเตา้ รับไฟฟ้าก็แสดงว่าอาจจะเสียหายท่ีระบบป้องกันที่แหล่งจ่ายไฟฟ้า
เช่น ฟิวส์ หรือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ เป็นต้น หรืออาจเป็นท่ีสายตัวนาก่อนท่ีจะเข้าเต้ารับไฟฟ้าซ่ึงหากตรวจ
พบวา่ สาเหตุข้อบกพรอ่ งเกิดจากสายตัวนาก่อนเข้าเต้ารับไฟฟ้าให้ทาการตรวจสอบที่จุดต่อสายไฟฟ้าแต่ละจุด
ของวงจรและดาเนนิ การซ่อมแกไ้ ข

1.2.3 การตรวจสอบหาสาเหตขุ ้อบกพร่องของคัตเอาต์
คตั เอาต์เป็นอปุ กรณ์ตัดตอนและป้องกันที่นิยมใช้กันทั่วไป ตัดวงจรด้วยการหลอมละลายของฟิวส์

สงิ่ ตอ้ งตรวจสอบและแกไ้ ข มีดังน้ี
1) ตรวจข้ัวต่อสายโดยการขันสกรูให้แน่น ประกอบด้วย จุดต่อสายจ่ายไฟเข้าด้านบน(ด้านไลน์)

จุดต่อสายจ่ายไฟออกด้านล่าง (ด้านโหลด) และจุดต่อฟิวส์บนคัตเอาต์ ถ้าหากไม่สามารถขันสกรูได้เน่ืองจาก
เกลียวหลอมควรเปลยี่ นคัตเอาต์อันใหม่ หรือถา้ หากเกิดออกไซด์ทข่ี วั้ และสนิมจบั ก็ควรเปลี่ยนใหม่เช่นกัน

2) ตรวจสอบหนา้ สมั ผสั ต้องทาให้สมั ผสั กนั แนน่ เพ่ือใหก้ ระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวก
3) ตรวจสอบอุณหภูมิ ให้ใช้หลังมือแตะดูอุณหภูมิของคัตเอาต์ หากร้อนผิดปกติ ควรแก้ไข เช่น
เปล่ยี นขนาดคัตเอาตใ์ ห้ใหญข่ ึน้ กว่าเดมิ เปน็ ตน้
4) ตรวจสอบการจับยึดกับแป้นไม้ หากพบว่าแป้นไม้ชารุดจนทาให้การจับยึดไม่มั่นคงควรเปลี่ยน
แป้นไม้อันใหม่
5) ตรวจดูขนาดพิกดั ของฟวิ ส์ตอ้ งให้เหมาะสมกับโหลดและขนาดของสายไฟ

1.2.4 การตรวจสอบหาสาเหตขุ ้อบกพร่องของเซอร์กิตเบรกเกอร์
เซอร์กิตเบรกเกอร์ จะมีคันโยกเป็นส่วนท่ีเคล่ือนไหว ดังนั้นโดยทั่วไปจะตรวจสอบระบบทางกล

ตรวจสอบหน้าสัมผัส และตรวจสอบความเป็นฉนวนระหว่างขว้ั ซ่ึงการตรวจสอบ มีหลักปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1) การตรวจระบบทางกล
(1) จับคนั โยกข้นึ ดว้ ยบน เพื่อใหห้ น้าสัมผัสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต่อถึงกันในตาแหน่ง “ON”

ถ้าหากระบบกลไกภายในไมล่ อ็ กแสดงว่าระบบทางกลชารดุ
(2) เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีปุ่มปรับตั้งใหม่ สามารถทดสอบการทางานของกลไก ด้วยการใช้

ปลายปากกาหรือไม้เล็ก ๆ กดลงที่ปุ่มปรับตั้งใหม่ ดังภาพที่ 1.5 ถ้าหากกดปรับตั้งใหม่ แล้วคันโยกไม่เด้งกลับ
แสดงว่ากลไกภายในผิดปกติ

ป่ ุมปรับต้ังใหม่

ภาพที่ 1.5 เซอร์กติ เบรกเกอร์ที่มปี ่มุ ปรับต้ังใหม่
(ทม่ี า : www.ksyscorp.com/breaker.html,2564)

2) การตรวจสอบหน้าสัมผัสและความเป็นฉนวนโดยท่ัวไปจะใช้มัลติมิเตอร์เป็นเครื่องมือในการ
ตรวจสอบมีหลกั ปฏบิ ัติ ดังน้ี

(1) ตรวจสอบหน้าสัมผัส ด้วยการจับคันโยกดันขึ้นด้านบน ตาแหน่ง “ON” จากนั้นใช้มัลติ
มเิ ตอร์ (ยา่ น x 1หรือ x 10) ตรวจสอบทขี่ ั้ว ถ้าหากว่าหน้าสัมผัสต่อถึงกันตามปกติเข็มของมัลติมิเตอร์ชี้ที่ศูนย์
โอหม์ แตถ่ ้าหากเข็มไมบ่ ่ายเบนแสดงว่าหนา้ สมั ผัสต่อกันไม่สนิท

(2) ขอ้ ควรระวงั ขณะทต่ี รวจสอบหน้าสัมผสั ของเซอร์กิตเบรกเกอร์นั้นต้องตัดแหล่งจ่ายไฟฟ้า
ออกกอ่ น
1.3 การซ่อมบารุงรักษาระบบไฟฟา้ กาลงั

1.3.1 การซ่อมบารงุ สายไฟ
1) หลีกเลี่ยงการมีจุดต่อสายไฟฟา้ เกนิ ความจาเป็น หากมีการต่อสายก็ต้องเลือกใช้อุปกรณ์การต่อ

สายทถี่ ูกตอ้ งมนั่ คงแข็งแรง (ห้ามต่อสายโดยใช้ตะก่ัวบัดกรีเพียงอย่างเดียวเน่ืองจากตะก่ัวจะทนอุณหภูมิได้ต่า
และหลอมละลายทาให้จุดต่อหลวม ยกเว้นจะต่อสายไฟให้มั่นคงแข็งแรงทางกลก่อนแล้วจึงใช้ตะกั่วบัดกรีทับ
เปน็ การเสรมิ ความแขง็ แรงได้)

2) สายไฟฟ้าที่ทะลุผ่านผนังหรือออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีฉนวนรองรับเพื่อป้องกันฉนวน
ของสายไฟฟ้าถกู บาดจนชารุด

3) การต่อสายไฟแต่ละเส้นจะต้องต่อให้ถูกกับข้ัวตามมาตรฐานสีของฉนวนสายไฟ หากต่อไม่
ถกู ตอ้ งนอกจากเคร่อื งใช้ไฟฟา้ อาจชารุดได้งา่ ยแลว้ ยงั อาจเกิดอันตรายถกู ไฟฟ้าดูดถึงแกช่ วี ติ ได้

4) อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน เช่น ฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ รวมท้ังสวิตช์ปิดเปิด ให้ต่อ
เฉพาะกบั สายเฟส เท่านน้ั หา้ มตอ่ ฟวิ สท์ ีส่ ายนิวตรอน ในกรณที ใ่ี ชเ้ บรกเกอร์ หรือสวิตช์ในนิวตรอนด้วยต้องเป็น
ชนดิ ทีต่ ัดไฟหรือปลดสายไฟทกุ เสน้ ออกพร้อมกนั

5) กรณีที่จะมีการต่อเติมเดินสายไฟบางส่วน แล้วพบว่า การเดินสายไฟเดิมทั้งบ้านใช้สีของ
สายไฟสลับกันกับมาตรฐานเหมือนกันทั้งหมด (เช่น เส้นที่มีไฟใช้สีขาว เส้นศูนย์ใช้สีดา) หากไม่สามารถ

แก้ไขใหม่ได้ขอแนะนาให้ใช้สีของสายไฟระบบเดียวกันทั้งบ้าน แต่ต้องมีเครื่องหมายหรือเอกสารกากับไว้ท่ี
แผงสวิตช์หรือ ตู้เมนสวิตช์สาหรับช่างไฟฟ้าและเจ้าของบ้านทราบทุกคร้ังที่มีการตรวจสอบด้วย

6) กรณีของสายดิน ถ้าใช้สายดินเป็นเส้นเด่ียว ต้องมีฉนวนเป็นสีเขียวและถ้าสายวงจรเดินในท่อ
โลหะตอ้ งเดินสายดินในท่อเดยี วกบั สายวงจรดว้ ย หา้ มเดนิ นอกท่อโลหะโดด ๆ

7) สายไฟทม่ี ฉี นวนช้นั เดียวเช่นสาย THW ไม่อนุญาตใหเ้ ดนิ สายโดยใช้เข็มขดั รัดสาย
8) สายเมนที่มขี นาดพนื้ ท่หี นา้ ตดั ต่ากวา่ 50 ตารางมิลลิเมตร ไมค่ วรนามาควบสาย

1.3.2 การซอ่ มบารงุ ระบบดนิ
1) การตรวจสอบการทางานของเครื่องตัดไฟรั่ว สามารถตรวจสอบว่าเคร่ืองตัดไฟร่ัวท่ีมีอยู่จะ

ทางานได้อยา่ งปลอดภัยได้หรือไม่ดังน้ี
(1) ติดตงั้ พร้อมกบั ติดต้งั ระบบสายดิน
(2) ติดตั้งเข้าสายอย่างถูกต้อง การต่อสายท่ีไม่ถูกต้อง เครื่องจะไม่ทางานสายไฟท่ีเข้าและออก

ตอ้ งไมร่ วมสายดนิ ตาแหนง่ ของการต่อลงดินต้องอยกู่ ่อนด้านไฟเข้าของเคร่ืองตดั ไฟร่ัว
(3) กดปุ่มทดสอบเป็นประจา เป็นเพียงการทดสอบว่ากลไกการตัดวงจร ยังสามารถทางานได้

เท่าน้นั (ไม่สามารถบอกไดว้ ่าตดิ ต้ังถูกต้องหรือไม่ สามารถตดั ได้ไวหรอื ไม่)
(4) การตรวจสอบการทางานต้องตรวจด้วยเคร่ืองตรวจสอบการทางานของเคร่ืองตัดไฟร่ัว

(RCD Tester) ว่าสามารถตดั ไฟรัว่ ได้ภายในระยะเวลาทกี่ าหนดหรือไม่
2) ข้อแนะนาในการตรวจสอบเมื่อเคร่ืองตัดไฟรั่วทางาน ทุกคร้ังท่ีเคร่ืองตัดไฟรั่วทางานตัดไฟ

แสดงว่าได้มีไฟรั่วในส่วนใดส่วนหน่ึงของวงจรไฟฟ้าเกิดข้ึนแล้ว จึงมีความจาเป็นต้องตรวจสอบสาเหตุเพื่อการ
แกไ้ ขตอ่ ไป ซ่ึงขอแนะนาวิธีตรวจสอบดังน้ี

(1) ตรวจสอบว่าเครื่องตดั ไฟรั่วทีท่ างานน้นั จา่ ยไฟบริเวณใดบ้าง
(2) ตรวจสอบและสอบถามผู้เก่ียวขอ้ งวา่ ขณะเกิดเหตมุ ีการใช้เครื่องใช้ไฟฟา้ อะไรบ้าง
(3) แจง้ ใหท้ ุกคนทเ่ี กี่ยวข้องทราบเพ่ือปดิ และงดจ่ายไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าท่เี กี่ยวข้องท้ังหมด
(4) จาลองการใช้ไฟทดลองจ่ายไฟเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีมีการใช้ไฟทีละเครื่องโดยสังเกตว่าเมื่อมีการ
ตดั ไฟเกิดขนึ้ หรือไม่ ถ้าเครือ่ งตัดไฟแสดงว่ามีไฟร่ัวกับเคร่อื งใช้เคร่ืองทม่ี ี การจ่ายไฟนัน้
(5) ในทางปฏิบัติหากจาเป็นอาจต้องใช้เคร่ืองตรวจสอบกระแสไฟฟ้าร่ัว (Leakage Current
Tester) ลกั ษณะเปน็ เคร่ืองวดั กระแสแบบคลอ้ งสายไฟทส่ี ามารถวดั ไฟร่ัวได้ละเอียดเป็น มิลลิแอมป์ หรือไมโคร
แอมป์
(6) ข้อสังเกตอื่น ๆ เพิ่มเติม ตรวจสอบว่ามีฝนตกหรือน้าท่วมท่ีทาให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหรือ
สายไฟฟ้าเก่า ๆ เปียกน้า ช้ืน หรือไม่ ซึ่งมักจะทาให้เกิดไฟร่ัวได้ หรือเครื่องตัดไฟรั่วมักจะไวกับสัญญาณคล่ืน
ฟ้าผา่ โดยไมต่ อ้ งมไี ฟรัว่ กับเครือ่ งใช้ไฟฟ้าก็ได้ จึงต้องตรวจสอบว่าขณะเกิดเหตุ มีเหตุการณ์ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง
ฟา้ ผ่า หรอื ไม่
(7) ผนังทชี่ ืน้ เนอ่ื งจากฝนตกกอ็ าจทาให้สายไฟเกา่ ๆ ทีพ่ าดกับผนังมีไฟร่วั ได้เช่นกัน

1.3.3 การตรวจซอ่ มอุปกรณป์ อ้ งกนั ทางไฟฟา้
อุปกรณ์ป้องกันท่ีใช้กันท่ัวไป คือ ฟิวส์ ซ่ึงติดตั้งไว้บนคัตเอาต์ และการทางานทริบของเซอร์กิต

เบรกเกอร์ จะพจิ ารณาจากอาการทพ่ี บดังนี้
1) หม่ันตรวจสอบขั้วต่อสายของคัตเอาต์ หากข้ัวหลวมจะจับยึดสายไม่แน่น ทาให้ การจ่ายไฟ

ตดิ ๆ ดบั ๆ ลักษณะเช่นน้ีควรเปลีย่ นคัตเอาต์อนั ใหม่
2) หากพบว่ามกี ารใชก้ ระแสไฟฟ้าเพิ่มมากข้ึนเนื่องจากโหลดมากขึ้น เกินความสามารถท่ีคัตเอาต์

จะทนได้ ควรเปลี่ยนคัตเอาตอ์ ันใหม่ทมี่ พี ิกัดกระแสเพ่ิมสูงข้ึน
3) ตรวจสอบสภาพฟิวสท์ ี่ตดิ ตง้ั ในคัตเอาต์และขนาดของปลั๊กฟวิ ส์ ไม่ควรใช้เส้นลวดทองแดงแทน

ฟิวส์
4) ควรตรวจสภาพการทริบของเซอรก์ ติ เบรกเกอร์เพื่อทดสอบระบบกลไกภายใน

1.3.4 การบารุงรกั ษาสายไฟ
1) ตรวจสอบการเดินสายไฟฟ้า ว่าใช้สีของฉนวนถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่(ใช้ไขควงทดสอบ

ไฟ) หากไม่ถกู ตอ้ งเพียงบางจุดให้แก้ไขสลับสายไฟฟ้าใหม่ หากไม่ถูกต้อง ตลอดท้ังอาคารเหมือนกันหมดให้มี
เครอ่ื งหมายหรือเอกสารกากับไวท้ แ่ี ผงสวิตช์ หรือตเู้ มนสวติ ชด์ ว้ ย เพ่ือปอ้ งกนั การเขา้ ใจผิดในภายหลงั

2) ตรวจสอบจดุ ตอ่ สายไฟฟ้า การเขา้ สายไฟฟา้ ตอ้ งขนั ใหแ้ น่นอยา่ งนอ้ ยปีละ 1 คร้งั
3) สังเกตอุณหภูมิของสายไฟฟ้า โดยใช้การสัมผัสท่ีผิวฉนวนของสายไฟฟ้า ถ้ารู้สึกอุ่นหรือร้อน
แสดงวา่ มสี ง่ิ ผิดปกติ อาจเนื่องจากการใช้ไฟเกินขนาดของสายไฟฟ้า หรือมีจุดต่อสายไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่แน่น เช่น
บริเวณปลก๊ั ไฟ เตา้ รบั สวิตช์ เปน็ ต้น
4) สังเกตสีของเปลือกสายไฟฟ้า ถ้าสายไฟฟ้าบางเส้นมีสีเปล่ียนไป เช่น สีขาวเปล่ียนเป็นสีคล้ามี
ฝุ่นจับมาก แสดงว่ามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติอาจมีการใช้ไฟเกินขนาดสายไฟฟ้า หรือมีการต่อสายไฟฟ้าไม่แน่น
เปน็ ต้น

กจิ กรรมที่ 1
เรอื่ ง ระบบไฟฟา้ กาลัง

กาลงั
ช่อื - สกุล…………………………………………ชน้ั ……………เลขท่ี………….คะแนนที่ได้………......................................
คาํ ชีแ้ จง

1. จงทาเคร่ืองหมาย หนา้ ข้อความท่ีถูกต้อง และเครือ่ งหมาย  หนา้ ขอ้ ความทีผ่ ิด
2. ใช้เวลาในการทากิจกรรม 10 นาที คะแนนการทากิจกรรม10 คะแนน

1. ระบบไฟฟ้าในอาคารมี 3 ระบบ คือ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง, ระบบไฟฟ้ากาลัง,
ระบบส่งจา่ ย

2. องค์ประกอบท่ีทาใหเ้ กดิ อันตรายจาการใช้ไฟฟ้า มอี ยู่ 2 สว่ น คอื ส่วนของการตดิ ต้ัง
ทางไฟฟ้าและสว่ นของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า

3. การต่อลงดินมี 2 ระบบคือ การตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟ้าและการต่อลงดิน
ของบริภณั ฑ์

4. การติดตง้ั เครื่องตัดไฟฟา้ รั่วควรตดิ ต้ังใช้งานในวงจรไฟฟ้าเฉพาะจุด
5. การตดิ ตั้งเคร่อื งตัดไฟฟ้ารวั่ สามารถติดตั้งตัวเดยี วปอ้ งกนั รวมทุกวงจรทเี่ มนสวิตช์ได้
6. ผใู้ ช้ระบบไฟฟ้ากาลงั สามารถต่อเคร่ืองใช้ไฟฟ้าหลายชนดิ เข้ากบั เต้ารับไฟฟา้ อันเดียว

ได้
7. การตดิ ต้งั พิกดั ฟวิ สข์ องคตั เอาตไ์ ม่จาเปน็ ต้องใหเ้ หมาะสมกับโหลดและขนาดของ

สายไฟ
8. การตดิ ตงั้ ตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิตใหส้ ังเกตจุดตอ่ สาย ตวั อักษร L และ N ทีก่ ากบั ไว้

หากตอ่ ผิดจะทาให้มไี ฟฟา้ คา้ งในวงจร ซงึ่ เป็นอันตรายอย่างมาก
9. เราสามารถตรวจสอบวงจรสายป้อนและวงจรย่อยของต้คู อนซมู เมอรย์ ูนิตได้ด้วยการ

ใช้มลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟฟ้าที่ขั้วแผงจ่ายวงจรของตูค้ อนซูมเมอร์ยูนิต
10. การบารงุ รักษาสายไฟฟ้า ถา้ พบสายไฟบางเส้นมีสีเปลย่ี นไปแสดงว่าสายไฟฟ้า

ผดิ ปกติตอ้ งรบี ตรวจสอบ

กจิ กรรมท่ี 2
เรือ่ ง การตรวจสอบและซอ่ มบารุงรกั ษาตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิต

ช่ือ - สกุล…………………………………………ชนั้ ……………เลขท่ี………….คะแนนทีไ่ ด้………......................................
คาช้ีแจง

1. ใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามคาแนะนาแต่ละข้อ
2. ใชเ้ วลาในการทากิจกรรม 2 ชั่วโมง คะแนนการทากจิ กรรม 30 คะแนน

จุดประสงคข์ องกิจกรรม

1. ตรวจสอบหาสาเหตขุ อ้ บกพร่องของแผงจ่ายไฟตู้คอนซมู เมอรย์ ูนิตได้
2. ซ่อมบารงุ รักษาแผงจา่ ยไฟตู้คอนซมู เมอรย์ ูนิตได้

เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ หัวแร้ง,
1. เคร่ืองมือประจาตัว 1 ชุด (คีม, ไขควงปากแบน, ไขควงฟิลลิป, ไขควงทดสอบไฟ,

ตะก่ัวบัดกรี, คัทเตอร์ และมัลติมิเตอร์พรอ้ มกระเปา๋ ใสเ่ ครื่องมือ)
2. ชดุ ฝกึ แผงจ่ายไฟตู้คอนซมู เมอรย์ ูนติ

ข้ันตอนการปฏิบัติงาน
การตรวจสอบและซ่อมบารงุ รักษาแผงจา่ ยไฟตู้คอนซมู เมอร์ยนู ติ
1. ตรวจสอบสภาพชดุ ฝกึ แผงจา่ ยไฟตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต
2. ตรวจสอบโดยให้กลไกไดท้ างาน
2.1 จากภาพท่ี 1.1 ให้สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) และสับ

คันโยกของเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) จากนั้นใช้มัลติมิเตอร์ย่านวัดโอห์มวัดท่ี
หมายเลขต่าง ๆ บนั ทึกลง ตารางที่ 1.1

2.2 สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยขึ้นด้านบน (ตาแหน่ง ON)
จากนน้ั ใชม้ ัลติมิเตอรย์ ่านวดั โอห์มวัดท่ีหมายเลขตา่ ง ๆ บนั ทกึ ลงตารางท่ี 1.1

ข้วั ต่อสายนวิ ตรอน สายเมน

7 ข้วั ต่อสายดนิ
1 2 34 56 สายต่อหลกั ดนิ

สายนิวตรอนสีขาว หลกั ดนิ
สายเฟสสีดา สายดนิ สีเขยี ว

ภาพที่ 1.1 การตรวจสอบและซอ่ มบารุงรกั ษาตู้คอนซูมเมอร์ยนู ติ

ตารางท่ี 1.1 ผลการตรวจสอบและซอ่ มบารงุ รกั ษาแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอร์ยนู ิต

ตาแหนง่ การวัด ความต้านทานการวัด(โอห์ม)
(หมายเลข) (OFF) (ON)
1-2
1-3
1-4
1-5
1-6
2-3
2-4

2-5

2-6

3. ต่อแหล่งจา่ ยเขา้ แผงจา่ ยไฟตู้คอนซูมเมอร์ยนู ติ
4. ตรวจสอบโดยให้กลไกได้ทางาน

4.1 จากภาพท่ี 1.1 ให้สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) และสับ
คันโยกของเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) จากนั้นใช้มัลติมิเตอร์ย่านวัดแรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับวัดที่หมายเลขตา่ ง ๆ บันทึกลง ตารางท่ี 1.2

4.2 สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยขึ้นด้านบน (ตาแหน่ง ON)
จากนัน้ ใช้มัลตมิ เิ ตอรย์ า่ นวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลับวดั ท่หี มายเลขต่าง ๆ บันทึกลงตารางที่ 1.2

ตารางท่ี 1.2 ผลการตรวจสอบและซอ่ มบารงุ รกั ษาแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิต

ตาแหน่งการวัด แรงดนั การวัด(โวลต์)
(หมายเลข) (OFF) (ON)
1-2

3-7

4-7

5-7

6- 7

5. หยุดปอ้ นแรงดันไฟฟ้าใหก้ บั วงจร

ขอ้ ควรระวงั
1. ให้ระวังการรัว่ ของกระแสไฟฟา้ ลงโครงของชดุ ฝึก
2. ก่อนทจี่ ะจ่ายไฟใหก้ บั วงจรตอ้ งใหอ้ าจารยผ์ คู้ วบคุมตรวจดูทุกครัง้

ข้อเสนอแนะ
1. ตรวจสอบ ซ่อมอุปกรณท์ ช่ี ารุดของชดุ ฝึกกอ่ นการใช้งานทุกคร้ัง
2. ตรวจสอบวงจร จดุ ต่อสาย สายไฟ กอ่ นทดสอบการทางานของวงจร
3. ตรวจสอบการร่วั ของกระแสไฟฟ้าทโี่ ครงของชดุ ฝกึ ทุกครง้ั ที่จา่ ยไฟ

สรุปผลการทดลอง

.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................

แบบทดสอบหลังเรยี น
เรื่อง ระบบไฟฟา้ กาลัง

คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบมจี านวน 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที
2. ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ทบั ข้อท่ีถูกท่ีสดุ เพยี งข้อเดยี ว ลงในกระดาษคาตอบ

1. การวัดความตา้ นทานระหวา่ งหลกั ดนิ กับดนิ (Resistance to Ground) มาตรฐานการตดิ ตัง้ ไฟฟ้า
สาหรบั ประเทศไทยของ ว.ส.ท.ได้กาหนด ความตา้ นทานหลกั ดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าไม่เกิน
ก่โี อหม์
ก. 2 โอห์ม
ข. 3 โอหม์
ค. 4 โอหม์
ง. 5 โอห์ม

2. ข้อใดกล่าวถงึ การต่อลงดนิ ของบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้ ไดถ้ ูกตอ้ งท่สี ุด
ก. การตอ่ ลงดนิ ของบรภิ ัณฑไ์ ฟฟ้าหมายถึงการต่อส่วนท่ีเปน็ โลหะที่มีกระแสไหลผา่ น
ของอปุ กรณ์ต่าง ๆ ใหถ้ งึ กันตลอดแลว้ ต่อลงดิน
ข. การตอ่ ลงดินของบริภัณฑไ์ ฟฟ้าหมายถึงการตอ่ ส่วนที่เป็นโลหะของอปุ กรณ์ต่าง ๆ
ใหถ้ งึ กนั ตลอดแล้วต่อลงดิน
ค. การตอ่ ลงดินของบริภณั ฑไ์ ฟฟ้าหมายถงึ การต่อส่วนท่เี ป็นโลหะที่ไม่มีกระแสไหลผา่ น
ของอุปกรณต์ า่ ง ๆ ใหถ้ ึงกนั ตลอดแล้วต่อลงดิน
ง. การตอ่ ลงดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าหมายถงึ การต่อสายดนิ ของบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้า

3. ข้อใดท่ีกล่าวถึงเครอื่ งตดั ไฟร่วั ได้ถูกต้องทส่ี ดุ
ก. เคร่อื งตัดไฟรั่ว หมายถงึ สวิตชอ์ ตั โนมตั ทิ ี่สามารถปลดวงจร เมอ่ื มกี ระแสไฟฟ้าร่วั ได้อย่าง
รวดเร็วภายในระยะเวลาทกี่ าหนดไว้
ข. เคร่อื งตดั ไฟรว่ั หมายถึง สวติ ชต์ ัดวงจร
ค. เครอ่ื งตดั ไฟร่ัว หมายถึงอุปกรณ์ปอ้ งกนั
ง. เครื่องตัดไฟรว่ั หมายถึงสวติ ช์ทส่ี ามารถปลดวงจรได้

4. เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าทม่ี ีการหุ้มฉนวนหนาเป็น 2 เทา่ ของความหนาฉนวนที่ใชส้ าหรบั เครื่องใชไ้ ฟฟ้า
ปกตคิ อื เคร่อื งใช้ไฟฟา้ ประเภทใด
ก. เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ประเภท 1
ข. เครื่องใช้ไฟฟา้ ประเภท 2
ค. เครื่องใช้ไฟฟา้ ประเภท 3
ง. เครื่องใชไ้ ฟฟา้ ประเภท 4

5. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ ระบบไฟฟา้ กาลังได้ถูกต้องท่ีสุด
ก. ระบบไฟฟ้ากาลัง หมายถงึ ระบบไฟฟา้ ทปี่ ระกอบด้วย ระบบการผลิต
ข. ระบบไฟฟ้ากาลงั หมายถึง ระบบไฟฟา้ ที่ประกอบดว้ ย ระบบการผลิต ระบบการส่ง ระบบ
การจาหน่าย และระบบการใช้กาลังไฟฟ้า
ค. ระบบไฟฟ้ากาลงั หมายถึง ระบบไฟฟ้าท่ีประกอบดว้ ย ระบบการผลติ ระบบการส่ง
ง. ระบบไฟฟ้ากาลัง หมายถึง ระบบไฟฟ้าทีป่ ระกอบดว้ ย ระบบการผลติ ระบบการสง่ ระบบ
การจาหน่าย

6. อุปกรณท์ ตี่ ดั กระแสไฟฟ้าเมื่อเกดิ การไหลของกระแสไฟฟ้าเกินกาลังคือ
ก. คตั เอาต์
ข. เต้าเสียบไฟฟา้
ค. สวติ ช์
ง. เต้ารบั ไฟฟา้

7. อุปกรณป์ ้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน เช่น ฟิวส์ หรอื เซอรก์ ิตเบรกเกอร์ ให้ต่อเฉพาะกบั สายใด
ของวงจร
ก. สายดนิ และสายนิวตรอน
ข. สายนิวตรอน
ค. สายดนิ
ง. สายเฟส

8. เมื่อตอ้ งการตรวจสอบหาสาเหตุขอ้ บกพร่องแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลับของเต้ารับไฟฟา้
ตอ้ งตงั้ ยา่ นวดั มลั ตมิ เิ ตอรท์ ่ยี ่านวัดใด
ก. ย่านวัดความตา้ นทาน
ข. ยา่ นวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ
ค. ย่านวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสตรง
ง. ย่านวดั กระแสไฟฟ้า

9. การบารงุ รกั ษาสายไฟฟา้ เกย่ี วกบั การตรวจสอบจุดต่อสาย การเขา้ สายตอ้ งตรวจสอบอยา่ งน้อย
ปลี ะก่คี ร้ัง
ก. 1 ครง้ั
ข. 2 ครง้ั
ค. 3 ครั้ง
ง. 4 คร้งั

10. กรณที ใ่ี ชส้ ายดนิ ต่อกับบริภัณฑไ์ ฟฟา้ ถ้าใช้สายดนิ เป็นเส้นเดย่ี ว ต้องมีฉนวนเป็นสใี ด
ก. สขี าว
ข. สีเขยี ว
ค. สีเทา
ง. สีดา

เฉลยกจิ กรรมที่ 1
เรื่อง ระบบไฟฟ้ากาลัง

คาสั่ง : จงทาเคร่ืองหมาย หนา้ ข้อความท่ีถกู ตอ้ ง และเคร่อื งหมาย  หน้าข้อความ

ท่ผี ิด

 1. ระบบไฟฟา้ ในอาคารมี 3 ระบบ คือ ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง, ระบบไฟฟา้ กาลัง,

ระบบส่งจ่าย

 2. องคป์ ระกอบท่ีทาใหเ้ กิดอันตรายจาการใช้ไฟฟ้า มีอยู่ 2 สว่ น คือ ส่วนของการตดิ ตง้ั

ทางไฟฟ้าและส่วนของเครื่องใชไ้ ฟฟ้า

 3. การตอ่ ลงดนิ มี 2 ระบบคอื การตอ่ ลงดินของระบบไฟฟ้าและการต่อลงดนิ

ของบรภิ ัณฑ์

 4. การตดิ ตง้ั เคร่ืองตัดไฟฟ้าร่ัวควรติดตัง้ ใช้งานในวงจรไฟฟ้าเฉพาะจุด
 5. การติดตัง้ เครื่องตัดไฟฟ้ารั่วสามารถติดต้ังตวั เดียวปอ้ งกันรวมทกุ วงจรทเ่ี มนสวติ ช์ได้
 6. ผใู้ ชร้ ะบบไฟฟา้ กาลังสามารถต่อเคร่ืองใช้ไฟฟา้ หลายชนิดเข้ากับเตา้ รับไฟฟา้ อันเดียว

ได้

 7. การติดต้ังพกิ ัดฟิวส์ของคัตเอาต์ไมจ่ าเปน็ ต้องใหเ้ หมาะสมกับโหลดและขนาดของ
สายไฟ

 8. การตดิ ต้ังตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิตให้สงั เกตจดุ ตอ่ สาย ตัวอกั ษร L และ N ทก่ี ากบั ไว้
หากตอ่ ผดิ จะทาให้มไี ฟฟ้าคา้ งในวงจร ซง่ึ เปน็ อนั ตรายอย่างมาก

 9. เราสามารถตรวจสอบวงจรสายป้อนและวงจรย่อยของตคู้ อนซูมเมอรย์ ูนติ ไดด้ ้วยการ
ใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์วัดแรงดนั ไฟฟ้าท่ีขัว้ แผงจ่ายวงจรของตู้คอนซูมเมอรย์ นู ิต

 10 การบารุงรักษาสายไฟฟา้ ถา้ พบสายไฟบางเส้นมสี เี ปลี่ยนไปแสดงวา่ สายไฟฟ้า
ผดิ ปกติต้องรบี ตรวจสอบ

เฉลยกจิ กรรมที่ 2
เรอื่ ง การตรวจสอบและซอ่ มบารุงรกั ษาตู้คอนซูมเมอรย์ ูนิต

ตารางท่ี 1.1 ผลการตรวจสอบและซอ่ มบารุงรกั ษาแผงจ่ายไฟตู้คอนซมู เมอร์ยนู ิต

ตาแหน่งการวดั ความต้านทานการวัด(โอห์ม)

(หมายเลข) (OFF) (ON)

1-2  
1-3  

1-4  
1-5  

1-6  

2-3  0
2-4  0
2-5  0
2-6  0

3. ตอ่ แหล่งจ่ายเข้าแผงจา่ ยไฟตู้คอนซมู เมอรย์ นู ิต
4. ตรวจสอบโดยให้กลไกได้ทางาน

4.1 จากภาพที่ 1.1 ให้สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) และสับ
คันโยกของเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยลงด้านล่าง (ตาแหน่ง OFF) จากนั้นใช้มัลติมิเตอร์ย่านวัดแรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับวดั ทหี่ มายเลขตา่ ง ๆ บนั ทึกลง ตารางที่ 1.2

4.2 สับคันโยกของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยข้ึนด้านบน (ตาแหน่ง ON)
จากน้นั ใช้มัลตมิ ิเตอร์ย่านวัดแรงดันไฟฟา้ กระแสสลับวัดท่ีหมายเลขต่าง ๆ บันทกึ ลงตารางที่ 1.2

ตารางท่ี 1.2 ผลการตรวจสอบและซ่อมบารงุ รักษาแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอรย์ ูนิต

ตาแหน่งการวัด แรงดันการวัด(โวลต์)
(หมายเลข) (OFF) (ON)
1-2 220 220

3-7 0 220

4 - 7 0 220
5 - 7 0 220

6- 7 0 220

5. หยุดป้อนแรงดนั ไฟฟา้ ใหก้ ับวงจร
ข้อควรระวัง

1. ใหร้ ะวงั การรัว่ ของกระแสไฟฟา้ ลงโครงของชดุ ฝกึ
2. กอ่ นที่จะจ่ายไฟใหก้ บั วงจรต้องให้อาจารยผ์ คู้ วบคุมตรวจดทู ุกครง้ั

ข้อเสนอแนะ
1. ตรวจสอบ ซ่อมอปุ กรณ์ทชี่ ารดุ ของชุดฝกึ ก่อนการใช้งานทุกครั้ง
2. ตรวจสอบวงจร จุดต่อสาย สายไฟ ก่อนทดสอบการทางานของวงจร
3. ตรวจสอบการรัว่ ของกระแสไฟฟา้ ท่โี ครงของชดุ ฝกึ ทุกครง้ั ทจ่ี ่ายไฟ

สรุปผลการทดลอง

จากการทดลองเม่ือชุดฝึกแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตไม่ได้ต่อกับแหล่งจ่ายไฟเมนเซอร์กิตเบรก
เกอรแ์ ละเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยอยู่ใน (ตาแหน่ง OFF) วัดค่าความต้านทานท่ีตาแหน่งการวัดหมายเลขต่าง ๆ

ได้ค่า โอห์ม เพราะหน้าสัมผัสต่อไม่ถึงกัน และเม่ือเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยอยู่ใน
(ตาแหนง่ ON) วดั ค่าความต้านทานท่ีตาแหนง่ การวดั หมายเลข (1-2, 1-3, 1-4, 1-5, 1-6) ได้ค่าความต้านทาน

 โอห์ม เพราะหน้าสัมผัสต่อไม่ถึงกันและที่ตาแหน่งการวัดหมายเลข (2-3, 2-4, 2-5, 2-6) วัดค่าความ
ต้านทานได้ 0 โอห์ม เพราะหน้าสัมผัสต่อถึงกันและเม่ือต่อแหล่งจ่ายเข้าชุดฝึกแผงจ่ายไฟตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต
เมนเซอรก์ ิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยอยู่ใน (ตาแหน่ง OFF) ที่ตาแหน่งการวัดหมายเลข (1-2) วัด
แรงดันไฟฟ้าได้ 220 โวลต์ เพราะเป็นตาแหน่งท่ีจ่ายแหล่งจ่ายไฟฟ้าเข้าตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตส่วนตาแหน่งการ
วัดหมายเลข (3-7, 4-7, 5-7, 6-7) วัดแรงดันไฟฟ้าได้ 0 โวลต์ เพราะมัลติมิเตอร์ต่อไม่ครบวงจรระหว่าง สาย
เฟสกับสายนิวตรอนและเม่ือเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยอยู่ใน (ตาแหน่ง ON) วัด
แรงดนั ไฟฟ้าท่ีตาแหนง่ การวดั หมายเลข (1-2, 3-7, 4-7, 5-7, 6-7)ได้แรงดันไฟฟ้า220 โวลต์เพราะมัลติมิเตอร์
ต่อครบวงจรระหวา่ งสายเฟสกบั สายนวิ ตรอน

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
บทเรียนโมดลู หน่วยท่ี 1 เร่ือง ระบบไฟฟา้ กาลงั

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ข้อ คาตอบ
1ข
2ก
3ข
4ข
5ค
6ก
7ข
8ง
9ข
10 ก

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อ คาตอบ
1ข
2ค
3ก
4ข
5ข
6ก
7ง
8ข
9ก
10 ข

บรรณานกุ รม

การไฟฟ้ านครหลวง. (2551). การใช้ไฟฟ้ าอย่างมปี ระสิทธิภาพและปลอดภัย. สานกั พมิ พ์
วสิ ม่าเอเชีย จากดั .
. (2552). หลกั ดนิ . www.mea.or.th/apd/3/main3.htm.

การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิต. (2552). โครงการส่งเสริมการใช้หลอดผอมเบอร์ 5.
http://t5.egat.co.th/detal1.htm.

ธนภทั ร ไพคานาม. (2551). การติดต้งั ไฟฟ้ าในอาคารและในโรงงาน. กรุงเทพฯ : แมค็ .
ธวชั ชยั จารุจิตร์. (2552). การตดิ ต้งั ไฟฟ้ าในอาคารและในโรงงาน. กรุงเทพฯ : วงั อกั ษร.
ประวทิ ย์ อุนะพาพกั . (2548). การติดต้งั ไฟฟ้ าในอาคารและในโรงงาน. กรุงเทพฯ : เอมพนั ธ์.
พตั ธิพงค์ สงั ขท์ อง. (มปป.) เอกสารประกอบการเรียนการสอนวชิ า 2100-1003

ไฟฟ้ าอเิ ลก็ ทรอนิกส์. เอกสารอดั สาเนา.
มงคล เดชนครินทร์. (2550). พจนานุกรมศัพท์วศิ วกรรมไฟฟ้ าฉบับ ว.ส.ท.กรุงเทพฯ: โกลบอล

กราฟฟิ ค.
สมโภชน์ ธีรวฒั นพนั ธ์. (2549). งานบริการและซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้ า. กรุงเทพฯ : พฒั นาวชิ าการ.
สานนั ท์ คงแกว้ . (มปป.) เอกสารการเรียนรู้ด้วยตนเองวชิ า 2104-2122 งานบริการและ

ซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้ า. เอกสารอดั สาเนา.
. (มปป.) เอกสารประกอบการสอนวชิ า 2104-2109 การควบคุมเคร่ืองกลไฟฟ้ า.
เอกสารอดั สาเนา.


Click to View FlipBook Version