เอกสารเผยแพร
่
เรือง
าและการรวมกล
ุ
มทางป
ุ
ั
ั
ดการสวนป
การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม
การจ
าไม
ั
ุ
ุ
เศรษฐกิจของช
ั
อพ
่
เพือพฒนาไมเศรษฐกิจของชมชนมชน
่ เพื
ฒนาไม
ภายใตโครงการ
ู
ู
การจดการสวนปาและความตองการของผปลกสวนปา
ั
่
ั
ในการพฒนาสวนปาไมเศรษฐกิจของชมชนอยางยงยืน
ุ
ั
และ
ั
ู
ชดโครงการวิจยและพัฒนาการปลก การจดการและใชประโยชน
ั
ุ
ุ
ไมสวนปาเศรษฐกิจสเกษตรกรและชมชน
ู
ุ
ุ
ู
นางสาวอรณี ภสดแสวง
นายสชาติ กลยาวงศา
ุ
ั
ั
สานกวิจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
ํ
ั
ั
2556
กรมปาไม
ํ
ํ
คานา
ุ
่
ู
ุ
การปลกสวนปาไมเศรษฐกิจใหไดผลตอบแทนทีคมคาการลงทน
ู
ั
ขึ้นกบปจจยตางๆ ไดแก รปแบบและการจดการทีเหมาะสม พื้นที เงินทน
ั
่
ุ
่
ั
แรงงาน และตลาด ซึงการปลูกสวนปาของภาคเอกชนและเกษตรกร
่
่
ั
ํ
สวนมากเปนสวนปาขนาดเลก เนืองจากมีพื้นทีจากด ซึงตองทาการเกษตร
่
ํ
็
่
ํ
ั
ู
ควบคไปดวย จึงจาเปนตองพฒนาการปลกสวนปา ใหสามารถใชประโยชน
ู
่
ุ
่
ู
ทีดินอยางคมคา ทีผานมามีผประสบความสําเร็จในการปลูกสวนปา โดย
พฒนาการปลกสวนปาไมเศรษฐกิจ ในระบบวนเกษตร ซึงเปนการปลกผสม
ั
ู
่
ู
ุ
ํ
ผสานของไมหลายชนิด ทาใหตนไมมีการเติบโตดี และสรางรายไดที่คมคา
ุ
ั
ใหกบผปลก ซึงควรนามาเปนตวอยางเผยแพรใหเกษตรกร ชมชน และผ ู
ู
ู
ํ
่
ั
สนใจการปลกสวนปา ไดศึกษาแนวทางหรือประยกตใชในพื้นทีของตนเอง
ู
่
ุ
สาหรับการ สงเสริมการปลูกไมเศรษฐกิจของเกษตรกรรายยอยหรือชมชน
ํ
ุ
ุ
ุ
ู
ควรสงเสริมการปลกไมเศรษฐกิจในรปแบบกลมของชมชนในแตละพื้นที ่
ู
ุ
ํ
่
ั
เพือใหมีไมจากสวนปาเศรษฐกิจเพียงพอทีจะใชเปนวตถดิบ สาหรบ
ั
่
ั
ั
่
่
ั
ุ
อตสาหกรรมไมในทองทีน้นๆ และเพิมศกยภาพการบริหารจดการผลผลิต
่
ั
ุ
ั
ไมจากสวนปาเศรษฐกิจของชมชน ใหสามารถสรางรายไดอยางยงยืน อนจะ
่
ั
กอใหเกิดประโยชนตอสงคม เศรษฐกิจและสิงแวดลอมของประเทศ
ม
ั
ม
ุ
ช
ญ
ญ
อ
อ
ช
บ
(นายบญชอบ สทธมนสวงษ)
ท
ธ
ธ
ุ
ส
บ
อธิบดีกรมปาไม
กรกฎาคม 2556
สารบญ
ั
หนา
ํ
บทนา 4
ู
็
1. ปจจยพิจารณาการปลกไมเศรษฐกิจสาหรบพื้นที่ขนาดเลก 5
ั
ั
ํ
1.1 ชนิดไม 5
ู
ั
ั
ิ
1.2 ระบบวนวฒนวธสาหรบการปลกสวนปา 8
ี
ํ
1.3 พื้นที่ 9
1.4 ราคาและตลาด 10
ั
ู
ู
1.5 รปแบบการปลกและจดการ 11
ั
2. ตวอยางการปลกและจดการสวนปาของเกษตรกรและชมชน 21
ั
ู
ุ
ั
ํ
2.1 เกษตรกรปลกสก อาเภอดานชาง จงหวดสพรรณบรี 21
ู
ุ
ั
ั
ุ
ู
ั
ุ
ั
ั
ั
ั
2.2 เกษตรกรปลกสกเปนสวนหลงบาน จงหวดบรีรมย 24
2.3 เกษตรกรปลกไมปาผสมผสาน จงหวดฉะเชิงเทรา 29
ั
ู
ั
ู
ั
ั
ั
ุ
ู
ั
ู
2.4 เกษตรกรปลกประดผสมผสานยคาลิปตส จงหวดบรีรมย 31
ั
ู
ุ
ั
2.5 เกษตรกรปลกไมผสมผสานและระบบวนเกษตรจงหวดพิษณโลก 33
่
2.6 เกษตรกรปลกไมเศรษฐกิจเพือเปนไมขดลอม 37
ุ
ู
3. การรวมกลมทางปาไม 40
ุ
ํ
4. ตวอยางการดาเนินงานของสหกรณสวนปาภาคเอกชน 41
ั
4.1 สหกรณสวนปาภาคเอกชนจงหวดเพชรบรณ จากด 41
ู
ั
ํ
ั
ั
ั
ู
4.2 สหกรณบริการผลิตภณฑไมดอนมล จากด 43
ํ
ั
ั
ั
ั
ํ
ุ
4.3 สหกรณสวนปาภาคเอกชนจงหวดลพบรี จากด 46
คานยม
ํ
ิ
บรรณานกรม
ุ
ั
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
ั
ํ
ํ
บทนา
การปลูกไมเศรษฐกิจของเกษตรกรและภาคเอกชนมีวัตถประสงค
ุ
ั
ั
ตางๆ กน ไดแก กอสรางบานเรือน เฟอรนิเจอร เยือกระดาษ ผลิตภณฑไม
่
ู
ุ
ประตู หนาตาง และไมขดลอม ในป 2537 กรมปาไมไดสงเสริมปลกไม
ุ
ั
ํ
เศรษฐกิจใหภาคเอกชนปลูกสวนปาเพื่อการคา สนบสนนเงินทุน จานวน
3,000 บาทตอไร ทาใหผสนใจปลกสวนปากวาลานไร การปลกสวนปาของ
ู
ํ
ู
ู
เกษตรกรและภาคเอกชนประสบปญหาดานตางๆ ไดแก เงินทุน ตนไมเติบโต
ํ
ั
ู
ํ
ไมดี ทีดินมีจากด ประกอบกบพืชเกษตรมีราคาสงขึ้น ทาใหมียกเลิกพื้นที ่
ั
่
ํ
ํ
ู
สวนปาเปลียนไปทาการเกษตรแทนเปนจานวนมาก สาหรบผทียงคงปลก
ู
ั
่
่
ํ
ั
ู
ู
และดแลสวนปาอย เนืองจากตนไมมีการเติบโตดี มีรปแบบและการจดการ
ั
่
ู
ทีดีและเหมาะสม มีการใชที่ดินอยางคุมคา สามารถประโยชนพื้นที่ท้ง
ั
่
ู
การเกษตรและปาไม ใหความสําคญกบอนรกษทรัพยากรปาไม โดยมีผูปลก
ั
ั
ุ
ั
ทีประสบผลสําเรจ สรางองคความรูทีเปนประโยชนในการปลูกสวนปาสามารถ
่
่
็
่
ํ
ั
ั
ู
ผลิตไมและสรางรายไดใหกบครอบครว ซึงควรนาไปพฒนาการปลกไม
ั
ุ
ู
่
เศรษฐกิจและประยกตใชในพื้นทีของเกษตรกรและชมชน ทีปลกสวนปาอย ู
่
ุ
แลวและสนใจจะปลูกใหม
ุ
ู
ู
ู
กรมปาไมมีการสงเสริมการรวมกลมของผปลกและผผลิตผลิตภัณฑ
ั
ํ
ไม ทาใหมีการรวมกลุมกันจดต้งเปนองคกรทางปาไม ไดแก สหกรณสวนปา
ั
ภาคเอกชน สหกรณผลิตภัณฑไม การจัดต้งกลุมเพื่อรวมกันซื้อ รวมกันขาย
ั
ุ
่
ั
ั
การดาเนินธรกิจเกียวกบไม บริหารจดการผลผลิตไมของชมชน ใหสามารถ
ํ
ุ
ั
ั
ู
่
ประกอบอาชีพทางดานการปลกและผลิตผลิตภณฑไมไดอยางมนคง
4 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
่
ื
ั
ุ
ุ
ั
ิ
ั
ั
ํ
ู
1. ปจจยพิจารณาการปลกไมเศรษฐกิจสาหรบพืนทีขนาดเลก
็
้
่
่
ั
การถือครองทีดินของเกษตรกรมีพื้นที่จากด สวนมากจะนอยกวา
ํ
ู
่
่
40 ไร ซึงขนาดของพื้นทีปลกสวนปาของภาคเอกชน เกษตรกร สวนมากมี
ั
ํ
่
่
ขนาด ต้งแต 1-20 ไร ซึงบางรายตองใชพื้นทีทาการเกษตรรวมดวย ดงน้น
ั
ั
ํ
ู
จึงจาเปนตองมีการนารปแบบและการจัดการสวนปาที่เหมาะสมมาดําเนิน
ํ
่
การใหมีการใชประโยชนทีดินอยางคมคาท้งดานผลผลิตไมและการเกษตร
ุ
ั
ู
การปลูกตนไมตองใชระยะเวลานานหลายป ผปลกตองมีการวางแผนการ
ู
ุ
่
ู
ุ
่
ปลก เพือไดผลตอบแทนทีคมคา ลดความเสียงในการลงทน ใหตนไมเติบโต
่
ํ
ู
ั
ั
ดีมีคณภาพ โดยปจจยสาคญทีตองพิจารณาในการปลกสวนปาไมเศรษฐกิจ
่
ุ
ู
ั
ั
ู
ู
ไดแก ชนิดไม พื้นทีปลก ราคา ตลาด รปแบบ วิธีการปลกและจดการ ดงนี้
่
1.1 ชนิดไม
ชนิดไมของการปลกสวนปาของเกษตรกร ภาคเอกชน ไดแก
ู
ั
สก ยคาลิปตส ไผ สะเดา กระถินเทพา ยางนา ประด มะคาโมง แดง พะยง
ู
ู
ู
ั
ั
และมะฮอกกานี เปนตน โดยชนิดไมเศรษฐกิจทีสาคญ สามารถสรางรายได
ํ
่
ู
่
ั
ู
ั
ํ
คือ สก ยคาลิปตส และไผ สาหรบการปลกไมทีมีระยะเวลาตดฟนนาน เชน
ั
ั
ู
ุ
ั
ประด พะยูง และมะคาโมง สวนมากอายประมาณ 18-20 ป ยงไดไมถึง
ั
ขนาดตดฟน
การเลือกชนิดไมปลกตองพิจารณาปจจยตางๆ (ตารางที 1)
ั
่
ู
ไดแก ความเหมาะสมของพื้นที ตลาด ระยะเวลาการตดฟน ความตองการ
่
ั
่
แสง ความสามารถในการเติบโตของตนไม สาหรบชนิดไมทีตลาดตองการ
ํ
ั
ู
ั
ไดแก ไผ สก ยคาลิปตัส ประด พะยง (ตารางที 2)
ู
ู
่
ิ
ั
ั
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 5
ั
่
ํ
ู
ั
ั
ตารางที่ 1 ปจจยทีสาคญในการพิจาณาชนิดไมปลก
ั
ปจจย รายละเอียด
ั
ั
ระยะเวลา ส้น 5-10 ป ไดแก ยคาลิปตส ไผ
ู
ั
ั
ตดฟนไม ปานกลาง 10-30 ป ไดแก สก กระถินเทพา
ั
ยาว ต้งแต 20-60 ป ไดแก ยางนา พะยง ประด ฯลฯ
ู
ู
ุ
พนธ ุ ค ัดเลือกพนธทีมีคณภาพ จากแมไมทีเติบโตดี ลกษณะ
ั
ั
ุ
่
่
ั
ุ
เปลาตรง และมีการปรบปรงพนธ ุ
ั
ั
ความตองการ ไมบางชนิดตองการแสงมาก บางชนิดสามารถเติบโตได
ั
ํ
แสง ภายใตรมเงาของไมอื่น การนามาปลกรวมกนในระบบ
ู
ผสมผสานหรือระบบวนเกษตร ตองมีการวางแผนการ
ั
ั
ู
ั
ู
ปลกกอนหลง ใหเติบโตทันกน ไมถกบดบง
็
ความสามารถ แบงเปน ไมโตเรว ไมโตปานกลาง ไมโตปานกลาง ไมโต
ั
ํ
ในการเติบโต ชา ไมโตเรว ไดแก ยคาลิปตส ไผ กระถินเทพา สาหรบ
ั
ู
็
ั
ั
็
สกอาจจดเปนไมโตเรวปานกลาง ไมโตชา ไดแก ยางนา
ประด พะยง เปนตน
ู
ู
พื้นที ่ เลือกชนิดไมทีเหมาะสมกบพื้นที่ โดยพิจารณาไดจากชนิด
่
ั
ั
ไมดั้งเดิมของพื้นที หรือคุณสมบติของดินและปริมาณนํ้า
่
ฝน
ั
ตลาด แหลงรบซื้อไม ระยะทาง คณภาพ และขนาดไม
ุ
6 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ิ
ั
ุ
ื
ั
่
การใชประโยชน ผลิตหนอและลํา ไมคํายน เพาะ ั เลี้ยงสัตวนํ้าบริเวณชายฝง และ ไมจิ้มฟน ตะเกียบ เฟอรนิเจอร และ หนาตาง ผลิตประตู เฟอรนิเจอร กอสรางบานเรือน หรือทาของใชตางๆ ํ เยือกระดาษ ไมโครงสราง สาหรบทีจากด ควรปลกขาย ู ั ํ ่ ั เปนไมใหญ เนื่องจากไมขนาด เลกมีราคาตา ่ ํ แปรรป เ
ั ่ ู ํ ็
่
ั
ํ
ุ
ู
ุ
ั
่
ู
ํ
ั
่
ั
่
ู
ู
ู ั ั
รายละเอียด ระยะเวลาตัดฟน 4-5 ป ปลกหาง 3x3 ถึง 6x8 เมตร ขึ้นกบขนาดลาและกอ หลก สาคญคือตองตัดแตงกอ ตดลาแกออกใชประโยชน สามารถปลกเปนแปลงหรือ ลอมรอบพื้นที่เกษตร พื้นทีสวนปาได ไผทีนิยมปลก ไดแก ไผรวก ไผเลี้ยง ไผซาง ่ ระยะเวลาตัดฟน 15-30 ป ปลกระยะ 3x3 หรือ 2x4 เมตร ตดขยายระยะอายุ ประมาณ 6-9 ป สามารถปลกไดในหลายพื้นที่
ู กระจายเปนไมหลายชั้น ใหมีการสืบพันธตามธรรมชาติ และปลกเสริม
ํ
ู
ั
ู
่
ตารางที่ 2 แนะนาชนิดไมปลก ํ ชนิดไม ั ํ หมน ไผกิมซง ุ ํ ั ู ั การขนสง ไมโตชา ปลกเสริม ู
ู
ไผ
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม สก ั ยคา- ู ลิปตส 7
ํ
ิ
ั
ั
ั
ั
ู
1.2 ระบบวนวฒนวิธีสําหรบการปลกสวนปา
การปลกตนไมมีการจัดการตางจากการทําการเกษตร และ
ู
็
ู
มีระยะเวลาเกบเกียวนาน การปลกตองใหตนไมเติบโตดี มีผลผลิตเนื้อไมใน
่
ุ
่
เชิงปริมาณและคณภาพ มีขนาดใหญ ซึงตองมีการจดการและนาระบบ
ั
ํ
วนวฒนวิธีสาหรบการปลกสวนปามาใชต้งแตเริมปลกจนถึงตดฟน ไดแก
ั
ั
ู
ํ
ั
ั
ู
่
ั
ั
ู
่
ํ
่
กาหนดระยะปลกทีเหมาะสม การลิดกิง การตดขยายระยะ ระบบการตด
ุ
ฟน และระบบการสืบพนธ เปนตน
ั
ู
ระยะหางของตนไม หรือระยะปลก ขึ้นกับชนิดไม และขนาด
ไมทีตองการใชประโยชน แ ละวตถประสงคในการใชไม หากปลกชิดมากเกิน
่
ู
ั
ุ
็
ู
็
ู
ไปตนไมจะขึ้นหนาแนนเรว ไมมีขนาดเลก ปลกหางมากเกินไปตนไมจะไมสง
่
่
่
และแตกกิงกานมาก ผลผลิตตอพื้นทีนอยลง การปลกเพือเปนฟน ไมเชื้อเพลิง
ู
่
เยือกระดาษ สามารถปลูกระยะชิดไดตั้งแต 2x2 2x3 หรือ 3x3 เมตร
ู
สาหรบปลกเปนไมใหญ ควรปลกระยะ 3x3 หรือ 2x4 เมตร ปลกระบบ
ํ
ั
ู
ู
วนเกษตร ไดแก 2x4 4x8 หรือ 2x6 เมตร เปนตน
่
การลิดกิง สาหรบตนไมที่มีการลิดกิงตามธรรมชาตินอย ควร
ํ
ั
่
ํ
่
ั
่
ํ
ชวยทาการลิดกิง ใหตนไมเปลาตรง ไมมีตาหนิ สาหรบสกทีเติบโตดี เปลา
ั
ํ
ํ
่
่
่
ั
ตรงควรลิดกิง ต้งแตอายุ 3-5 ป สาหรบบางพื้นทีสกมีการแตกกิงกานตั้งแต
ั
ั
ั
่
็
่
ํ
ั
ู
ํ
ปที 1 จาเปนตองชวยลิดต้งแตเริ่มปลก สาหรบไมขนาดเลกถาลิดกิงมากเกิน
ั
ไป ตนจะออนและหกงาย
่
ั
ํ
การตดขยายระยะ ทาการตัดขยายระยะเมือตนไมมีอัตราการ
ู
ั
เติบโตลดลงหรือคงที่ ตนไมขึ้นหนาแนน ซึงขึ้นกบชนิดไมและระยะปลก
่
ั
ั
โดยสักควรตัดขยายระยะ ต้งแตอาย 6-9 ป โดยเลือกตดไมเล็กออก เหลือ
ุ
่
ั
ุ
ํ
ุ
่
ไมขนาดใหญทีมีการเติบโตดี ซึงจะทาใหคมคาการลงทนเมือถึงรอบตดฟน
่
ู
ั
่
ุ
็
สดทายจะไดไมใหญ ทีมีราคาตอหนวยสงกวาไมขนาดเลกหลายเทาตว
8 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
ั
ุ
่
ุ
ิ
ื
ั
ู
่
ุ
ระบบการสืบพนธ ทีผานมาการปลกสวนปาสวนมากใชระบบ
ุ
ั
ั
ู
่
ตดเพือการแตกหนอ ไดแก ยคาลิปตัส สก ไมตองลงทนปลกใหม โดยระบบ
ู
ั
ั
ตดเพือแตกหนอนาจะเหมาะกบไมอายส้น เชน ยคาลิปตัส สาหรบไมสักควร
ุ
่
ํ
ั
ั
ู
ุ
่
ทาการปลูกใหม เนืองจากอายรอบตดฟน ประมาณ 20-30 ป โดยมีผปลก
ู
ู
ั
ํ
ํ
ุ
่
่
ั
ั
จงหวดแพร จะทาตดสกทีไดจากการแตกหนอขาย เมืออายประมาณ 8-9
ั
ั
่
ป ขนาดเสนรอบวงประมาณ 35-45 เซนติเมตร ซึงหากปลอยสักทีไดจาก
่
การแตกหนอไวนานมีโอกาสลมไดงายกวาสกทีทาการปลกใหม โดยไมทีมี
ั
ู
ํ
่
่
ั
ุ
ํ
ุ
การสืบพันธตามธรรมชาติไดดี ควรนาระบบสืบพนธตามธรรมชาติมาใชดวย
ุ
จะลดคาใชจายในการลงทนปลกใหม
ู
ั
ู
ั
ยคาลิปตัสสามารถตดเพื่อการแตกหนอได 2-4 คร้ง โดยกลา
ั
็
ปกชา จะตดเพือแตกหนอไดประมาณ 2 คร้ง กลาจากเมลด สามารถปลก
่
ู
ั
ํ
ํ
่
ั
เพือแตกหนอไดถึง 3-4 คร้ง แตกลาปกชาจะมีคณสมบติใกลเคียงกับตนแม
ั
ุ
และสามารถปรบปรงพนธไดรวดเรว และมีการเติบโตดี
็
ั
ุ
ุ
ั
ู
ั
ํ
ั
ระบบการตดฟนไม สาหรบการปลกผสมผสาน หรือไมโตไม
สมาเสมอ การปลกไมหลายชั้น ควรจะใชระบบเลือกตัด ไมขนาดใหญหรือ
่
ู
ํ
็
ไมเดน และเหลือไมเลกใหมีขนาดใหญ
้
1.3 พืนที ่
ุ
ู
การปลกไมใหมีการเติบโตดี คมคาการลงทน ตองเลือกชนิด
ุ
่
่
ุ
่
ู
ไมทีเหมาะสมกบพื้นที ควรเลือกชนิดไมปลกทีมีการกระจายพนธตาม
ั
ั
ํ
่
่
ธรรมชาติในพื้นที สาหรบปจจยทีสาคญของพื้นที ไดแก ปริมาณน้าฝน
ั
่
ั
ํ
ั
ํ
่
ั
่
ชนิดดิน ขนาดของพื้นที ระยะทางจากแปลงถึงแหลงรบซื้อไม (ตารางที 3)
ิ
ั
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 9
ั
ํ
ํ
ั
่
ั
่
ั
ู
่
ตารางที่ 3 ปจจยทีสาคญเกียวกบพื้นทีปลกไมเศรษฐกิจ
้
พืนที ่ รายละเอียด
ั
ั
ลกษณะดิน ไมแตละชนิดเติบโตไดดีในดินที่แตกตางกัน เชน สกสามารถ
ั
ขึ้นไดในหลายพื้นทีของภาคเหนือ ภาคตะวนออกเฉียง
่
เหนือ ภาคกลางตอนบน แตขึ้นไดดีในพื้นที่ดินคอนขาง
่
ั
่
เปนดาง พื้นทีทีสกไมสามารถเติบโตได คือพื้นทีน้าทวม
่
ํ
ํ
ู
ั
ู
่
ั
ขง ทีนา และดินลกรง สาหรบประด พะยง สามารถปลก
ั
ู
ู
ั
ํ
่
ั
ทีดินผสมลูกรง หรือทนแลงไดดีกวาชนิดอื่น สาหรบ
ํ
ํ
่
กระถินเทพา ไผ ชอบพื้นทีทีมีปริมาณน้าฝนมาก สาหรบ
ั
่
ู
ราบตา ควรปลกยางนา เปนตน
ํ
่
็
ุ
ู
ขนาดของ พื้นที่ขนาดเลก การปลกเปนแถวเปนแนวอาจไมคมคา
ุ
พื้นที ่ การลงทน ควรพิจารณารปแบบผสมผสาน หรือระบบวน
ู
่
เกษตร เพือใชประโยชนพื้นทีใหคมคา
ุ
่
่
่
ระยะทาง ระยะทางจากพื้นทีถึงถึงโรงงาน ตลาด ซึงจะสงผลตอ
คาใชจายในการขนสง และราคาผลผลิต
1.4 ราคาและตลาด
ปจจบนมีการใชไมจากสวนปามากขึ้น เนื่องจากไมในปาธรรมชาติ
ั
ุ
ํ
ั
ลดนอยลง ทาใหราคาไมสวนปาสงขึ้นดวย ราคาไมขึ้นกบชนิดไม ขนาด
ู
ู
่
่
ู
ุ
่
คณภาพ ระยะทางจากพื้นทีปลกถึงโรงงาน เนืองจากพื้นทีปลกสวนปาสวน
็
ั
ุ
ู
มากเปนแปลงขนาดเลกและเปนรายยอย ควรมีการรวมกลมกนปลกเพื่อให
ุ
มีวตถดิบเพียงพอตอการต้งโรงงาน สะดวกในการขนสงวตถดิบไม ทีผานมา
ั
ุ
่
ั
ั
ั
ํ
การปลกกระจายหางกน ทาใหตลาดขึ้นกบพอคาคนกลาง ซึงกดราคาตากวา
ํ
่
ู
ั
่
ความเปนจริงมาก
10 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ุ
ั
่
ั
ื
ิ
ั
ราคาผลผลิตไม ไมไผ ราคา 5-60 บาทตอลา ขึ้นกบชนิดและ
ํ
ู
ั
ขนาดลํา ยคาลิปตัส ราคาประมาณ 600-1,200 บาทตอตัน สาหรบไมขนาด
ํ
ั
็
เลก สก ราคาต้งแต 1,000-20,000 บาทตอลกบาศกเมตร ขึ้นกบขนาด
ั
ู
ั
อาย และคณภาพไม
ุ
ุ
่
ํ
ั
ตลาดไม วตถดิบไมสวนมากขายตลาดไมในทองถิน สาหรบตลาด
ุ
ั
่
ไมอืนๆ ไดแก ตลาดไมตางถิ่น ตลาดไมทางระบบอินเตอรเน็ท ดงนี้ 1) ตลาด
ั
ุ
ไมในทองถิ่น ไดแก ขายใหชมชนในพื้นที่ใชสอยสาหรบกอสรางและซอมแซม
ั
ํ
บานเรือน และอตสาหกรรมไมในพื้นที 2) ตลาดไมตางถินสวนมากอยทาง
ุ
ู
่
่
ภาคเหนือและภาคกลาง ภาคเหนือ ไดแก แพร เชียงใหม ภาคกลาง ไดแก
ุ
กรุงเทพมหานคร ปทมธานี อยธยา สมทรปราการ 3) ตลาดไมทางระบบ
ุ
ุ
็
อินเตอรเนท เปนตลาดขายไมที่มีการประกาศการซื้อและขายไมจํานวนมาก
สาหรับรายยอย การรวมกลุมเพื่อสรางตลาดไมในทองถิ่นมี
ํ
่
ั
ํ
ู
ความจาเปน เพือสะดวกสาหรบผซื้อ การรวบรวมไม การตอรองราคา
ํ
ั
1.5 รปแบบการปลกและจดการ
ู
ู
่
ู
การปลกไมเศรษฐกิจทีผานมากของเกษตรกรและภาคเอกชน
ั
มีการพฒนาการปลก รปแบบการจดการในหลายรปแบบ มีการปลกแบบ
ู
ู
ู
ู
ั
ั
ั
เปนแถวเปนแนว ปลกแบบแถบสลบกน ปลกระบบวนเกษตร มีการใช
ู
ู
่
ประโยชนที่ดินรวมระหวางตนไมและพืชเกษตร สามารถใชประโยชนทีดิน
อยางคมคา โดยปลกเปนไมหลายช้น ปลกผสมผสานไมหลายชนิด ปลก
ั
ู
ุ
ู
ู
ู
ู
กระจายแบบธรรมชาติ ปลกลอมรอบพื้นที เปนตน โดยรปแบบและการ
่
ั
ั
จดการขึ้นกบปจจัยตางๆ ไดแก พื้นที่ ชนิดไม วัตถุประสงค แรงงาน เงินทุน
ู
ั
ตลาด ความร และประสบการณของผปลก อาจแบงรปแบบกวางๆ ดงนี้
ู
ู
ู
ํ
ั
ู
ู
รปแบบการปลกสวนมากแบงตามการจดตาแหนงของตนไม
ั
ทีปลกคือ 1) ปลกแบบเปนแถวเปนแนว 2) ปลกแบบเปนแถบสลับกน
่
ู
ู
ู
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 11
ํ
ั
ั
ู
ู
3) ปลกแบบกระจายไมเปนแถวเปนแนว 4) การปลกลอมรอบแปลงพื้นที ่
การเกษตรหรือสวนปา
ู
ู
่
นอกจากนี้อาจแบงตามชนิดปลก คือ 1) การปลกเชิงเดียว คือ
ู
ู
ู
ปลกชนิดเดียว 2) ปลกไมผสมหลายชนิด 3) ปลกระบบวนเกษตร
ู
่
ุ
ั
แบงตามวตถประสงคการปลูก ไดแก 1) ปลกเพือผลิต
ั
่
ู
่
เยือกระดาษ 2) ปลกเพือเปนไมพลงงาน 3) เพือเปนไมกอสราง แปรรป
ู
่
่
ุ
เฟอรนิเจอร 4) ปลกเพือขดเปนไมลอม
ู
่
ั
ู
1.5.1 การปลกในลกษณะเชิงเดียว
เปนการปลกไมชนิดเดียวท้งแปลง ซึงสวนมากเกษตรกรจะปลูก
ั
่
ู
ั
แบบนี้ การปลกไมชนิดเดียวสะดวกและงายตอการจดการกวาการปลกผสม
ู
ู
่
่
หลายชนิด ทีตองคานึงถึงความสามารถในการแขงขนเพือเติบโต ความ
ั
ํ
ตองการแสง การบดบังแสง แตการปลูกเชิงเดียวมีความเสียงจากการความ
่
่
เสียหายรุนแรงของการระบาดโรคและแมลงมากกวาปลูกผสมผสานไมหลาย
ชนิด
1.5.2 ปลกไมแบบผสมหลายชนิด
ู
่
ั
เปนการปลูกไมปาต้งแต 2 ชนิดขึ้นไปผสมกน (ภาพที 1, 2 และ
ั
ุ
3) การปลกแบบนี้ ลดความเสี่ยงความเสียหายรนแรงจากการระบาดของ
ู
ู
โรคและแมลง การปลกผสมผสานควรสรางมิติของผลผลิตท้งแนวราบและ
ั
ั
่
ู
ั
แนวดิง โดยปลกเปนไมหลายช้น จะเพิมศกยภาพในการใชพื้นทีไดดี และให
่
่
มีการสืบพนธตามธรรมชาติ รวมกบการปลกเสริม จะทาใหมี ไมใหญ กลาง
ํ
ุ
ั
ั
ู
ู
็
ํ
ุ
ู
เลก และลกไม ในแปลงปลก ชวยลดตนทนในการปลก และนาระบบเลือก
ู
ั
ั
ั
่
ตดมาใชเพือใหไดไมขนาดใหญ การปลกผสมผสานเปนไมหลายช้น มีลกษณะ
ู
ใกลเคียงกับปาธรรมชาติเขตโซนรอน ไมเรือนยอดกวางที่มีพรรณไมขึ้นรวม
ั
กนหลายชนิด มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก
12 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ิ
ุ
ุ
ั
ั
ื
่
ั
การปลกอาจสลบแถว หรือปลกผสมแบบกระจาย เปน
ู
ู
ํ
ไมหลายชั้น เพือการใชประโยชนพื้นที่มากทีสด การปลกตองคานึงความ
ู
่
่
ุ
สามารถในการแขงขน ความตองการแสง ความสามารถในการอยูรวมกน
ั
ั
็
ู
ไมบางชนิดโตเรว บางชนิดโตชา ถาเติบโตชามากอาจปลกกอนแลวคอยปลก
ู
ั
ู
ั
ั
ไมโตเร็วตามหลง แตไมควรชาเกินไป เชน การปลกไผกบสก ซึงสกเติบโตชา
่
ั
ควรปลกสกกอนไผ 2-3 ป
ั
ู
ภาพที 1
่
การปลูกผสมผสานไดหลาย
ั
ั
ชนิด จงหวดฉะเชิงเทรา ชนิดไม
ู
ไดแก พะยง ยางนา ประด มะคา
ู
โมง ฯลฯ
ภาพที 2
่
การปลกยางพารา
ู
ั
กบยางนา ตะเคียน
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 13
ิ
ํ
ั
ั
ั
ภาพที 3
่
ั
การปลกยคาลิปตส
ู
ู
ั
ั
กบสก
1.5.3 ปลกระบบวนเกษตร
ู
่
ู
การปลกในระบบวนเกษตร (ภาพที 4 และ 5) เหมาะสมกับ
่
ั
่
ํ
ํ
่
ชมชน ทีมีพื้นที่จากด ตองใชพื้นทีทาการเกษตรดวยเพือเปนรายไดหลักหรือ
ุ
ั
เสริมของครอบครัว การปลูกตนไมรวมกบพืชเกษตร โดยปลูกตนไมโดยให
มี ชองวางระหวางแถวกวางมากขึ้น เชน 2x4 2x6 หรือ 3x7 เมตร และ
ทาการปลกพืชเกษตรแทรกระหวางแถว หรือแบบเปนแถบสลบกนโดยมีการ
ู
ั
ํ
ั
ั
ั
ั
ั
ั
ู
ปลกตนไมและพืชเกษตรพรอมกน หรือแทรกภายหลง ขึ้นกบปจจยอตรา
ั
ั
การเติบโต และความตองการแสง ระวงไมใหมีการบดบังกน กรณีที่ตนไม
่
่
ั
เติบโตชิดกน อาจเปลียนชนิดพืชเกษตรทีตองการแสงนอยลง หรือทาการ
ํ
่
ลิดกิงตนไมใหโปรงมากขึ้น
ู
ู
ไมที่ปลกรวมกับพืชเกษตรไดดี ไดแก ยคลิปตัส มีเรือนยอดแคบ
ู
ํ
โปรง ทาใหพืชที่ปลกรวมไดแสง สวนไมสักปลูกรวมไดดีในระยะ 2-3 ปแรก
่
หลงจากน้นสกเติบโตเรือนยอดกวางบดบงแสง อาจชวยลิดกิงหรือเปลียน
ั
ั
่
ั
ั
ู
ั
ั
ู
ชนิดทนรมแทน สกมีการผลดใบในฤดแลง จะชวยใหพืชทีปลกรวมไดรบแสง
ั
่
ในชวงนี้
14 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
่
ุ
ั
ิ
ุ
ื
ี
ภาพท 4
่
ั
ั
ู
ั
ปลกสกรวมกบมนสาปะหลง
ั
ํ
ั
ํ
อาเภอดานชาง จงหวดสพรรณบร ตัด
ั
ี
ุ
ุ
ขยายระยะสักเพอขายและทําการ
่
ื
่
ู
ิ
ลดกงเรอนยอดสักใหโปรง แลวปลก
ิ
ื
ั
มนสาปะหลงแทรก
ํ
ั
ิ
ป
ื
ุ
ั
ั
ํ
ู
ป
ิ
ิ
่
ี
ภาพที 5 การปลกกระถนเทพารวมกบมนสาปะหลง กระถินเทพา อาย 6 เดอน
่
่
ั
ั
ั
ั
ํ
ํ
่
้
ี
ู
ํ
เสนรอบวงเฉลย 20 ซม. สง 6 เมตร สวนคณคาพน บานหวยนาใส
ั
ุ
ิ
ั
อําเภอสนามชยเขต จงหวัดฉะเชงเทรา
ั
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 15
ั
ั
ิ
ั
้
1.5.4 การปลูกลอมรอบแปลงพืนที่การเกษตรหรือสวนปา
ู
เปนการปลกตนไม
เปนขอบแปลงหรือลอมรอบ
พื้นทีเกษตร หรือสวนปา เพือ
่
่
ั
ชวยเปนแนวกนลม และทําให
ู
่
ไดผลผลิตไมทีปลกเปนรายได
ู
ู
เสริม เชนการปลกยคาลิปตส
ั
ั
บนคนนา (ภาพที 6) รอบแปลง
่
พืชเกษตร หรือการปลกตนไม
ู
็
ทีระบบรากแขงแรง ไดแก ไผ
่
ั
ั
่
สก ลอมรอบยูคาลิปตส ลดการหกโคนจากลมพายุของยคาลิปตสไดซึงเปน
ู
ั
ั
กลาปกชาระบบรากไมแขงแรง
็
ํ
1.5.5 ปลกเพือผลิตเยือกระดาษ
ู
่
่
ู
ั
่
ู
ั
สวนมากเปนการปลกยคาลิปตส แบบเชิงเดียว มีตลาดรองรบ
ั
คอนขางแนนอนขึ้นกับระยะของพื้นที่ปลกกบโรงงาน ใชระบบแตกหนอ อาย ุ
ู
ตดฟน 4-5 ป ราคา 800-1,200 บาทตอตน สาหรบการปลกเชิงเดียวเปน
ั
่
ู
ํ
ั
ั
่
ั
ู
ุ
ุ
แปลง ใหคมคาการลงทนควรมีพื้นทีปลก ไมนอยกวา 20 ไรขึ้นไป สาหรบผ ู
ํ
่
ทีมีพื้นทีจากด อาจปลูกเสริมเปนแนวหรือลอมพื้นทีเกษตร สวนปา บนคันนา
ั
ํ
่
่
่
เพือเปนรายไดเสริม
่
ู
ั
1.5.6 ปลกเพือเปนไมพลงงาน
ั
ั
ู
่
ชนิดไมปลกเพือพลังงาน ไดแก ยคาลิปตส และกระถินยกษ
ู
ั
เพือผลิตฟน ถานหรือพลงงานชีวมวล ปลกใหมีระยะชิดคือ 1x1 1.5x1.5
ู
่
ั
หรือ 2x2 เมตร เพือใหผลผลิตตอไรสูง ระยะเวลาตัดฟน ต้งแต 1-3 ป
่
ุ
มีการใชระบบตัดเพื่อการแตกหนอ ควรนาระบบการสืบพันธตามธรรมชาติ
ํ
16 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ุ
ื
ั
ั
่
ิ
ู
่
ู
่
ุ
ู
และปลกเสริมมาใช เพือลดตนทนในการปลกใหม และควรเพิมมลคาไมและ
ํ
่
ใชประโยชนไมแบบครบวงจร เชน ทาเตาเพือผลิตถาน
่
ู
ู
1.5.7 ปลกเพือเปนไมกอสราง แปรรป เฟอรนิเจอร
่
ู
การปลกแบบนี้ ควรปลกเพือใหไดไมทีขนาดใหญและตลาด
ู
่
ตองการ ไดแก สก สะเดา ยคาลิปตัส พะยง มะคา ประด เปนตน ควรเปน
ู
ั
ู
ู
ู
็
ชนิดทีมี ความแขงแรง ลวดลายหรือสีทีสวยงาม การแปรรปไดงาย ทนทาน
่
่
ตอการทาลายของแมลง สวนมากเปนการปลกไมสก เนืองจากวตถดิบไม
ุ
ั
ั
ู
ํ
่
ุ
ขาดแคลนและเปนที่ตองการของตลาด สกเติบโตดีคมคาการลงทุน รอบตด
ั
ั
ฟนไมยาวนานมาก
ู
1.5.8 ปลกเปนแถวเปนแนว
ํ
ู
ปลกเปนแถวเปนแนว สะดวกในการจัดการ การทาไมออก การ
ั
ั
กาจดวชพืช เหมาะกบชนิดไมที่มีเรือนยอดแคบ เชน ยคาลิปตส สามารถ
ู
ั
ั
ํ
ปลูกระยะที่ชิดได ประมาณ 2x2 2x3 หรือ 3x3 เมตร สําหรับไมที่
ู
เรือนยอดกวาง เชน ไมสก หากปลกชิดกนมาก เรือนยอดจะชิดกนเรว ตอง
็
ั
ั
ั
ั
ั
ู
ุ
มีการตดขยายระยะ สก ปลกระยะ 2x4 จะตดขยายระยะชวงอายประมาณ
ั
ั
ํ
่
็
6-9 ป ตดครั้งแรกไดไมขนาดเลกมีราคาตา ดงน้น สกอาจวางแผนการ
ั
ั
ั
ั
ู
ุ
่
ปลกแบบเปนแถวเปนแนว แตเปนไมหลายช้นอาย เพือใหมีการใชประโยชน
ั
่
พื้นทีมากขึ้นและไดไมหลายช้นอายในพื้นที ่
ุ
ั
ั
ู
ั
การปลกสกเปนแถวเปนแนว ไมสกตองการแสงมาก ทาใหสก
ํ
็
ทีอยขางในแปลงจะมีขนาดเลก ไมขอบแปลงมีขนาดใหญ (ภาพที 8) ดงน้น
ู
ั
่
ั
่
ั
ั
ู
ควรปลกระยะหางใหไดแสงเพียงพอ หรือวางแผนการปลูกใหสกรบแสงได
่
ั
ู
ํ
ทวถึงทั้งแปลง เชน ปลกสกระยะ 2x2 เมตร จานวน 2-3 แถว แลวเวนระยะ
ั
่
ใหหาง 4 หรือ 6 เมตร เพือใหแสงเขาไประหวางแปลงได (ภาพที 7)
่
ั
ั
ิ
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 17
ํ
ั
ู
่
ั
ภาพที 7 การวางแผนการปลกสกใหตนไมในแปลงไดรบแสง
ภาพที 8
่
ั
สกภาคเอกชน อาเภอ
ํ
ั
ั
ชนแดน จงหวดเพชรบรณ
ู
ุ
อาย 15 ป
ู
่
ั
สกทีอยขอบแปลง
เรือนยอด สามารถแผขยาย
ออกดานนอก ไดและไดรบ
ั
่
็
แสงเตมทีจะมีขนาดใหญ
กวาในแปลง
18 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ิ
ุ
ุ
ั
ื
ั
่
ู
1.5.9 ปลกกระจายไมเปนแถวเปนแนว
การปลูกกระจายไมเปนแถวเปนแนว (ภาพที่ 9 และ 10)
่
ั
ู
่
็
เหมาะกบพื้นทีทีมีขนาดเลก อาจปลกเปนไมชนิดเดียว หรือหลายชนิด
มีไมหลายขนาดเปนไมหลายชั้น มีไมใหญ ไมขนาดกลาง เล็ก และลูกไม
การปลูกใหลักษณะใกลเคียงกับปาธรรมชาติเขตรอนที่มีไมหลายชั้น มี
่
ํ
ความหลากหลายทางชีวภาพ ทาใหมีการใชประโยชนของพื้นทีไดมาก นา
ํ
ระบบเลือกตัดมาใช เลือกตัดไมใหญแลวปลอยใหไมเล็กไดรับแสง เติบโตขึ้น
ุ
ั
ู
แทนที ปลอยใหมีการสืบพนธตามธรรมชาติหรือปลกเสริม ลดคาใชจาย
่
ํ
ั
ั
ั
ํ
ู
ในการลงทนปลกใหม สาหรบการทาไมตองระมดระวงความเสียหายของ
ุ
ตนไมทีปลกอยใกลกน
ู
ู
ั
่
ู
่
ู
ภาพที 9 รปแบบการปลกแบบกระจาย
ั
ิ
ั
ั
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 19
่
ภาพที 10
การปลูกไมปาพืช
เกษตร กระจายเปนไม
หลายช้นของคณบวลอย
ั
ุ
ั
ั
ั
จงหวดพิษณโลก
ุ
ุ
่
ู
1.5.10 ปลกเพือขดเปนไมลอม
่
เปนการปลูกแลวขุดลอม เพือขายเปนไมที่มีขนาดใหญ
ั
(ภาพที 11) อายต้งแต 1 ป ขึ้นไป สวนมากมีขนาด ต้งแต 1-6 นิ้ว ขึ้นกบตาม
ั
่
ุ
ั
ความตองการของตลาด ทีจะไดตนไมใหญรวดเร็วตามที่ตองการ ชนิดไม
่
ู
ั
ู
ไดแก ประด พะยง กนเกรา ตะแบก ปบ อินทนิล เปนตน โดยสามารถปลก
ู
่
ระยะชิดกน ต้งแต 0.5x0.5 1x1 2x2 เมตร ขึ้นกบขนาดไมทีตองการ ถาไม
ั
ั
ั
็
ขนาดเลกสามารถปลกชิดมากได สามารถใชพื้นทีขนาดเลก หรือเกษตรกร
ู
่
็
ทีมีพื้นทีจากด นอยกวา 1 ไรได
ํ
ั
่
่
20 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ิ
ั
ุ
่
ื
ั
ุ
่
ุ
ั
่
ู
ภาพที 11 การปลกไมเศรษฐกิจเพือขดลอมขาย จงหวดสระบรี
ั
ุ
ั
2. ตวอยางการปลกและจดการสวนปาของเกษตรกรและชมชน
ู
ุ
ั
ุ
ู
ั
ั
ุ
ั
ํ
2.1 เกษตรกรปลกสก อาเภอดานชาง จงหวดสพรรณบรี
ํ
ุ
ุ
ั
นายจนทา ยศสา (แกว) อาย 70 ป บานพหวาย ตาบล
ั
ั
ั
ุ
ุ
ู
ั
กระเสียว อาเภอดานชาง จงหวดสพรรณบรี ปลกสกต้งแตป 2537
ํ
ปลกระยะหาง 2X4 เมตร พื้นที 30 ไร สกมีการเติบโตดี อาย 16 ป
่
ู
ุ
ั
ั
่
ั
สกมีการเติบโตทางเสนรอบวงต้งแต 45-80 เซนติเมตร (ภาพที 12)
ผปลกเพาะกลาไมเอง มีการลิดกิ่ง มีการตดขยายระยะ โดยเริมตดเมือสก
ั
่
่
ั
ู
ู
ั
ั
ั
ุ
่
่
ู
ู
อาย 8-9 ป โดยผปลกเริมตดเนืองจากการสงเกตการเติบโตของตนไมทีไม
่
ั
เทากน ใชระบบแตกหนอและปลกเสริม
ู
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 21
ั
ํ
ั
ิ
ั
ั
ั
การตดไมใชระบบเลือกตดเอาไมใหญขาย และระบบตดเพือ
่
ั
่
่
ั
ุ
ุ
่
การแตกหนอ (ภาพที 14 และ 15) ซึงไมทีแตกหนอปจจบนอาย 3-12 ป มี
ขนาดเสนรอบวง 10-40 เซนติเมตร มีการปลูกในลักษณะระบบ
ั
ู
ั
วนเกษตร โดยชวยลิดกิ่งสกใหโปรงและปลกมนสาปะหลงแทรกชองวาง
ั
ํ
ั
่
ํ
ั
ระหวางตนสก ผลผลิตมนสาปะหลง 2.5-3.5 ตนตอไร (ภาพที 13)
ั
ั
่
ู
ผปลูกมีการทําไมออกหลายครั้ง เพือขายไมและใชสอย
ั
สรางบานเรือน (ภาพที่ 16) สามารถสรางรายไดที่มนคงใหครอบครว
ั
่
่
ุ
่
ั
ั
ั
ั
เริมตดสกต้งแตอายได 9 ป ราคาต้งแต 500-4,000 บาทตอตน ทีผานมามี
ั
การทาไม 1,000 กวาตน ทีผานมามีรายไดจากการขายไมสก 400,000-
ํ
่
500,000 บาท
่
ี
ภาพท 12 การปลกสกของเกษตรกร อาเภอดานชาง จงหวดสพรรณบรี
ู
ั
ั
ุ
ุ
ั
ํ
22 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ิ
ุ
ั
ั
ื
่
ภาพที 13
่
ตดขยายระยะไมสัก
ั
ํ
่
เพื่อขายและทาการลิดกิงสก
ั
ู
่
ทีเหลืออยใหโปรง ทาการปลก
ํ
ู
ั
มนสาปะหลังแทรก
ํ
ภาพที 14
่
ั
สกอายุ 3 ป จากการแตก
ั
ั
หนอ หลงการตดขยายระยะ
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 23
ํ
ั
ั
ั
ํ
่
ํ
่
ภาพที 15 ตอเหลือหลังทาไม ภาพที 16 การนาไมสกมาใชประโยชน
และมีการแตกหนอ สรางบานและเฟอรนิเจอร
2.2 เกษตรกรปลกสกเปนสวนหลงบาน จงหวดบรีรมย
ู
ั
ั
ุ
ั
ั
ั
ุ
ขอมลทวไปผูปลก นายสมบรณ วงศศาเกต เกษตรกร
่
ั
ู
ู
ู
กิงอาเภอบานดาน จงหวดบรีรมย ประกอบอาชีพทาไร ทานา เดิมประกอบ
ั
ํ
ํ
ั
ั
ุ
ํ
่
อาชีพเปนคร ประมาณ 40 กวาปทีผานมา มีการแจกกลาสกใหโรงเรียนใน
ู
ั
่
ํ
ู
่
่
พื้นที โรงเรียนละ 10 กลา ซึงนายสมบรณไดขอกลาไมสกจานวน 10 ตน มา
ั
่
ู
่
่
ู
ปลกในพื้นทีหลงบาน (ตารางที 4) ซึงเดิมเปนพื้นทีปลกปอ ตอมาสกมีการ
ั
่
ั
ั
เติบโตกระจายทวพื้นที่ จานวน 300-400 ตน พื้นที่ 2-3 ไร สกมีการสืบพันธ ุ
ํ
ั
่
็
ตามธรรมชาติ (ภาพที 22) จากการรวงหลนของเมลดสกจากตนแม ทาใหมี
ั
่
ํ
สกในพื้นทีหลายช้นอาย และไมหลายช้นเรือนยอด ท้งสกขนาดใหญ เลก
ั
ั
็
ั
ุ
ั
่
ั
ั
ั
่
ุ
ู
ลกไม (ภาพที 17 18และ 19) เติบโตขึ้นผสมผสานกบพนธไมพื้นทีเมือง เชน
่
ั
ั
ุ
ประดู มะคา แตไมสกมีการเติบโตและกระจายพันธตามธรรมชาติดีกวา สก
เติบโตไดดี (ตารางที 5) ตนสกทีมีขนาดใหญ มีความโตทางเสนรอบวงถึง
่
ั
่
140 เซนติเมตร (ตารางที 20) การตดฟนไม ใชระบบเลือกตดไมใหญเพือ
ั
ั
่
่
ขายและใชประโยชนสรางบานเรือน นอกจากระบบการสืบพันธตามธรรมชาติ
ุ
แลวยงมีการตดเพื่อการแตกหนอ (ภาพที 21)
ั
่
ั
24 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ิ
ั
ั
่
ื
ุ
ขอเสนอแนะ สกสามารถสืบพันธตามธรรมชาติไดดี การปลูก
ุ
ั
็
ั
ั
แบบกระจายเปนไมหลายช้น เหมาะกบพื้นทีขนาดเลก สามารถใชประโยชน
่
ั
พื้นที่ใหมีผลผลิตมากกวาการปลกแบบเปนแถวเปนแนว ใชการสืบพนธตาม
ุ
ู
ู
่
ุ
ั
ั
ธรรมชาติ ไมตองเสียคาใชจายในการลงทนปลกเพิม แตตองระมดระวง
ํ
ความเสียหายของลกไมขณะทาไมออก
ู
ตารางที่ 4 ขอมูลการปลกสกแบบกระจายเปนสวนหลังบาน จงหวดบรีรมย
ั
ั
ู
ั
ุ
ั
ู
การปลกและ
ั
การจดการ รายละเอียด
็
อาย ุ สกมีหลายช้นอาย ต้งแต 1-45 ป มีไมขนาดใหญ กลาง เลกและ
ุ
ั
ั
ั
ลกไม
ู
ั
รปแบบ ปลูกเปนสวนหลงบาน กระจายตามธรรมชาติ เปนไมหลายช้น
ู
ั
ผสมผสานไมพื้นเมือง ไดแก สะเดา ประด มะคาโมง ตะครอ มี
ู
การเลี้ยงววในพื้นทีปลกสก เพิมความอดมสมบรณของดิน
ุ
ู
่
ั
ั
่
ู
ั
ุ
การสืบพนธ ุ สืบพนธตามธรรมชาติ อาศยการกระจายเมลดจากตนแม และ
ั
ั
็
่
ั
ระบบตดเพือแตกหนอ
ั
การตดฟน การตดฟนแบบเลือกตดไมขนาดใหญ การตดไมคร้งแรกเมือสก
ั
ั
ั
ั
ั
่
อายประมาณ 15 ป มีการทาไมออกหลายคร้ง จานวนไมกวา 100
ํ
ั
ุ
ํ
ตน
่
ู
การบํารงดแล มีการถางวชพืช ชวยลิดกิง ตดแตงหนอใหเหลือ 2-3 หนอใน
ั
ุ
ั
รกษา ระยะแรก เมือต้งตวไดเหลือ 1 หนอ
่
ั
ั
ั
ผลผลิต สกมีการเติบโตดี มีไมขนาดเลก กลางและขนาดใหญ มีไมขนาด
ั
็
เสนรอบวงถึง 150 เซนติเมตร ขนาดเสนรอบวงเฉลียประมาณ
่
ู
80-90 เซนติเมตร สง 20 เมตร
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 25
ั
ั
ํ
ั
ิ
ู
การปลกและ
การจดการ รายละเอียด
ั
ู
ั
่
ราคาและ ขายใหโรงงาน เพือนบานใกลเคียงและใชประโยชน ต้งแตปลก
ุ
รายได ไดอาย 15 ป และในป 2551 มีการตดไมขนาดใหญ 80-150
ั
ํ
เซนติเมตร ขายจานวน 40 ตน ตนละ 5,000 บาท
ู
ภาพที่ 17 แสดงการกระจายของสัก ลกไม ไมขนาดเสนผานศูนยกลาง
มากกวา 15 ซม. และนอยกวา 15 ซม. ของแปลงวดขนาดขนาด
ั
ํ
10×20 เมตร จานวน 3 แปลง
(เมตร)
ภาพที 18 แสดงการกระจายของตนสกในแปลงวดขนาด 10×20 เมตร
่
ั
ั
26 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
ุ
ิ
ุ
ั
ื
่
ั
ุ
่
่
ู
ตาราง 5 การเติบโตของสักทีสืบพนธตามธรรมชาติผสมผสานกับไมปาทีปลกเปน
ุ
ั
ั
ั
สวนหลงบาน จงหวดบรีรมย
ั
ตน ชนิด เสนรอบวง ความสง ตน ชนิด เสนรอบวง ความสง
ู
ู
ที ่ (ซม.) (เมตร) ที ่ (ซม.) (เมตร)
ั
1 สก 88 18 13 สก 41 10
ั
2 สก 39 14 14 สก 58 7
ั
ั
3 สก 34 11 15 สก 36 7
ั
ั
4 สก 60 9 16 สะเดา 145 20
ั
ั
5 สก 76 17 17 มะคา 123 21
ั
ั
6 สก 42 10 18 สก 86 19
ั
7 สก 92 19 19 สก 84 17
ั
8 สก 38 13 20 สก 144 22
ั
ั
9 สก 11 17 21 ประด ู 58 15
ั
ั
ั
10 สก 47 7 22 สก 58 15
ั
11 สก 53 10 23 สก 92 16
ั
ั
12 สก 80 18 24 สก 107 20
ั
ั
ุ
หมายเหต แปลงวดขนาด 10 × 20 เมตร
่
ภาพที 19
ั
การปลกสกแบบกระจาย
ู
เปนสวนหลังบาน จงหวัด
ั
ั
บรีรมย
ุ
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 27
ั
ั
ิ
ั
่
ภาพที 20 เสนรอบวง 140 ซม. ภาพที 21 สกเติบโตกระจายแบบ
่
ั
ธรรมชาติ
่
่
ภาพที่ 22 การสืบพนธตามธรรมชาติ ภาพที 23 มีระบบตดเพือการ
ั
ั
ุ
ั
ของสก แตกหนอ
28 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
ิ
ุ
่
ุ
ั
ื
ั
ู
2.3 เกษตรกรปลกไมปาผสมผสาน จงหวดฉะเชิงเทรา
ั
สวนคณวนชย ฤทธิลิขิต (มลนิธิฉะเชิงเทราเพือการพฒนา)
ุ
ั
ั
่
ั
์
ู
ํ
ั
ั
ั
ู
อาเภอสนามชยเขต จงหวดฉะเชิงเทรา มีการปลกไมปาหลายชนิดแบบ
ั
่
่
ั
่
ผสมผสาน (ภาพที 24) ลกษณะกระจายทวไป เริมปลก ป 2535 มีไม
ู
ู
หลายชนิด ไดแก สะเดา ขี้เหล็ก ประด มะคาโมง มะเกลือ มะคาแต ตะเคียน
ู
ุ
พะยง คามอกหลวง สีเสียด มะหาด ขะเจาะ มีการปลกพืชสมนไพร บริเวณ
ู
ํ
ใตตนไมและชองวาง ไดแก เปราะหอม วานทิพยเนตร วานมหาเสนห (ภาพ
่
ที 25) ปจจบนตนไมอายประมาณ 15-18 ป มีการเติบโตดี (ตารางที 6)
ุ
ุ
ั
่
ู
โดยเฉพาะพะยง มีขนาดเสนรอบวงถึง 90 เซนติเมตร รองลงมาเปนมะคาโมง
ประมาณ 80 เซนติเมตร มะเกลือ ประมาณ 60-70 เซนติเมตร
่
ภาพที 24 การปลูกไมพื้นเมืองแบบผสมผสานไมหลายชนิด ไดแก ประดู พะยูง สะเดา
มะคาโมง มีการปลูกพืชสมุนไพรระหวางชองวางของตนไม จงหวดฉะเชิงเทรา
ั
ั
ิ
ั
ั
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 29
ั
ุ
่
ู
่
ภาพที 25 พืชสมนไพรทีปลกระหวางชองวางของไมปาผสมผสาน
ู
่
ตารางที่ 6 การเติบโตของตนไมทีปลกผสมผสาน จงหวดฉะเชิงเทรา
ั
ั
ลาดบ ชนด เสนรอบวง ลาดบ ชนด เสนรอบวง
ํ
ั
ั
ํ
ิ
ิ
ท ี ่ (ซม.) ท ่ ี (ซม.)
1 มะกอกปา 55.8 10 ตะแบก 47.5
2 มะคาโมง 52.4 11 มะคาโมง 81.7
ี
3 มะเกลอ 66.4 12 ตะเคยน 29.7
ื
4 มะเกลอ 73.5 13 แดง 38.9
ื
ี
้
ุ
ี
ื
5 มะเกลอ 68.0 14 สกณ (ขมอด) 83.0
6 มะกอกปา 51.5 15 แดง 33.9
ู
7 พะยง 45.0 16 คาง 102.8
ี
8 มะคาโมง 81.7 17 ตะเคยน 51.7
ิ
ั
9 ชงชน 32.5 18 พะยง 90.0
ู
30 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ิ
ั
ุ
ุ
ั
ื
่
ุ
ั
ู
ู
ั
ั
ู
ั
2.4 เกษตรกรปลกประดผสมผสานยคาลิปตส จงหวดบรีรมย
นายประสิทธิ บุญชัย เกษตรกรดีเดนดานการปลูกสวนปา
ั
ุ
ั
ั
่
ู
ํ
ู
ป 2550 อยทีอาเภอหนองกี่ จงหวดบรีรมย ปลกสวนปาแบบผสมผสาน
ั
ู
ระหวางประดและยคาลิปตสในป 2537 จานวน 52 ไร โดยปลกประด ระยะ
ู
ู
ํ
ู
ั
ู
หาง 2x4 เมตร และปลกยคาลิปตสจานวน 2 แถวแทรกระหวางแถวของ
ู
ํ
ุ
่
่
ู
ู
ู
ประด (ภาพที 26) สนใจปลูกประด เนืองจากประดเปนพนธไมพื้นเมืองของ
ั
ั
่
ู
พื้นที และในปาธรรมชาติมีจานวนลดนอยลง และทําการปลูกยคาลิปตส
ํ
เพอใหมรายไดระหวางรอประดโต
ู
่
ื
ี
ประด อาย 14 ป มีการเติบโตทางเสนรอบวงระหวาง 35-90
ุ
ู
เซนติเมตร เฉลี่ย 57.85 เซนติเมตร สูง 11 เมตร (ตารางที่ 7) ผลผลิต
ู
ั
ั
ยคาลิปตสประมาณ 13-15 ตนตอไร รวมประมาณ 700 กวาตน เมือประด ู
ั
่
ั
ั
ู
ั
โต มีการตดกิงออกบาง เพือไมใหเรือนยอดบงยคาลิปตส ยคาลิปตสตด
ู
่
่
ั
ั
ั
ั
่
ุ
แตกหนอไดผลผลิตจานวน 3 รอบ คร้งแรกเมือ อาย 5 ป ไดผลผลิต 15 ตน
ํ
ั
ั
ตอไร ราคาตนละ 800 บาท คร้งที 2 ไดผลผลิต 15 ตนตอไร ราคา 1,050
ั
่
ุ
ั
็
ู
่
ั
บาทตอตน การปลกโดยขดหลม ใชกลาทีเพาะจากเมลด สาหรบกลาจาก
ํ
ุ
็
การปกชาเติบโตเรว ตอมีขนาดเลก แตปลกจากเมลดสามารถตดเพือแตก
ํ
็
ู
ั
่
็
ั
ั
หนอไดนานกวาหลายรอบตดฟน ประมาณ 4-5 คร้ง ประมาณ 20 ป ปลก
ู
็
็
โดยใชกลาจากเมลด ระบบรากดี แขงแรง
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 31
ํ
ั
ั
ั
ุ
ู
ั
ตารางที่ 7 แสดงการเติบโตของประด อาย 14 ป จงหวดบรีรมย
ุ
ั
(มียคาลิปตัสแทรกระหวางแถว)
ู
ู
เสนรอบวง ความสง เสนรอบวง ความสง
ู
ตนที ่ ตนที ่
(ซม.) (ม.) (ซม.) (ม.)
1 55.5 11.0 11 50.0 9.0
2 42.0 12.5 12 59.0 10.0
3 55.0 14.0 13 60.0 13.0
4 74.0 15.0 14 78.0 12.0
5 62.0 10.0 15 70.0 11.0
6 63.5 10.0 16 23.0 5.0
7 54.0 12.0 17 90.0 13.5
8 58.0 9.0 18 53.0 11.0
9 35.0 8.0 19 69.0 12.0
10 46.0 10.0 20 60.0 12.0
ั
ภาพที 26 การปลกประดผสมยคาลิปตัสของเกษตรกร จงหวดบรีรมย
ั
่
ู
ู
ุ
ั
ู
32 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ิ
ุ
ั
ื
ั
่
ั
ั
2.5 เกษตรกรปลูกไมผสมผสานและระบบวนเกษตร จงหวด
พิษณโลก
ุ
ุ
ั
ั
นายบวลอย ตมสข อาเภอบางกระทม จงหวดพิษณโลก
ั
ุ
ํ
ุ
ุ
ู
เปนเกษตรกรดีเดนแหงชาติ อาชีพปลูกสวนปา ป 2553 ปลกไมปาผสมผสาน
ั
ั
ํ
ํ
กบพืชเกษตร และขุดบอเลี้ยงปลา ทานา ดาเนินการปลูกตนไมปลูกต้งแต
่
ํ
ป 2536 เริมทาผสมผสานมาประมาณ 5 ป
ํ
ู
ํ
่
พื้นที่ปลกผสมผสานจานวน 14 ไร มีลกษณะเปนทีเปนทีตา
ั
่
่
่
ุ
ู
ุ
ั
่
น้าทวม ไดปรบปรงพื้นทีโดยทาคนเสริมรอบพื้นทีปลกตนไม และขดรองให
ั
ํ
ํ
ํ
ํ
่
น้าสามารถระบายไดทาการปลูกตนไมผสมผสานเปนแถบ (ภาพที 27)
ั
ู
ู
่
ชนิดไมทีปลก ไดแก ยางนา สก ประด มะฮอกกานี แดง มะคา
ุ
ชิงชัน พืชเกษตรปลูกผสมผสาน ไดแก กลวย มะพราว มะปราง ขนน มะละกอ
ั
ั
่
ั
ั
่
่
่
พริก ถว ผกสวนครว (ภาพที 28 และ 29) ตนไมทีขึ้นไดดีในพื้นที มีสก ประด ู
ยางนา มะฮอกกานี ตะเคียน นายบัวลอยมีแนวคิดในการปลูกตนไมเพื่อการ
ออมเงินในอนาคต เนืองจากราคาไมสงมากขึ้น และไดรบการสนบสนนจาก
่
ู
ั
ั
ุ
ู
่
ั
่
ั
เจาหนาทีปาไมในพื้นที่ โดยใหความรูเกียวกบการปลกตนไมวา สกชอบพื้นที ่
ู
ํ
ํ
ดอนไมชอบน้า สาหรบยาง ตะเคียน ประด ชอบน้า ยางนาตานทานลมไดดี
ํ
ั
สกลมงาย ชนิดไหนทีเติบโตไมดี จะนาชนิดอืนมาปลกแทรก เนืองจากพื้นที ่
ั
่
ู
่
่
ํ
ํ
่
ั
ตา จึงทาคนลอมรอบ และขดรองใหน้าระบายได
ํ
ุ
ํ
่
ตนไมมีการเติบโตดี แสดงการเติบโตในตารางที 8 เกษตรกรมี
ํ
รายไดจากการทานา เลี้ยงปลา ผลผลิตการเกษตร เชน กลวย ประมาณ
็
200 กิโลกรมตอเดือน มะพราวเกบไดเดือนละ 3,000-5,000 บาท
ั
ุ
ุ
ุ
นอกจากนี้ยังเปนประธานกลมวิสาหกิจชมชนไดรวบรวมคนในชมชน
ั
ต้งกลุมผลิตผลิตภัณฑไม ผลิตเฟอรนิเจอรไมเปนรายไดเสริม ในชวงเวลา
วางจากการทาการเกษตร
ํ
ั
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 33
ิ
ั
ั
่
ู
ตารางที่ 8 แสดงการเติบโตของตนไมทีปลกเปนแถบแบบผสมผสาน
34 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
่
ื
ิ
ุ
ั
ั
ุ
ั
ั
เสริมคนกนนา ํ ้
ขดรองระบายนา ้ ํ
ุ
่
ทีนา
ทีนา
่
ภาพที 27
่
รปแบบการปลกเปน
ู
ู
แถวผสมผสานไมปาและพืช
่
ํ
่
เกษตร ในพื้นทีตา และมีการ
ั
ุ
ํ
ทาคนลอมรอบพื้นที่ ขดรอง
ระบายนํ้า
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 35
ํ
ั
ั
ภาพที 28
่
ู
การปลกผสมผสาน
ั
ไมปากบพืชเกษตร จงหวด
ั
ั
พิษณโลก
ุ
่
ภาพที 29
ปลกกลวย
ู
ั
มะยงชิด พืชสวนครว
ผสมผสานไมปา
36 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
ุ
ิ
ุ
ื
ั
่
่
ุ
2.6 เกษตรกรปลกไมเศรษฐกิจเพือเปนไมขดลอม
ู
ขอมลทวไป ชมชนในทองที ตาบลชะอม อาเภอแกงคอย
ํ
ุ
ู
ํ
่
่
ั
่
ู
ั
ุ
ั
ุ
่
จงหวดสระบรี การปลกไมเศรษฐกิจเพือขดลอมขายเปนไมใหญ ซึงเปน
่
่
่
อาชีพทีสรางรายไดอยางมนคงของคนในพื้นที (ภาพที 30) ตาบลชะอมมี
ั
ํ
่
่
ุ
การปลกไมเศรษฐกิจเพือการขดลอม ประมาณ 5,000 ไร มีรานคาจําหนาย
ู
ู
ู
กวา 175 รานคา ผปลกและผูประกอบธุรกิจไมขุดลอมในพื้นที่มีความ
่
ั
ั
พึงพอใจกับการประกอบอาชีพนี้ สามารถสรางเปนรายไดทีมนคงใหครอบครว
่
ต้งแต 20,000 -50,000 บาทตอเดือน การปลกไมขดลอมของชมชนในพื้น
ุ
ุ
ั
ู
่
เริมป 2533 ซึงมีองคกรและหนวยงานราชการ เขาไปสงเสริมการปลูกไม
่
่
ํ
่
เศรษฐกิจและการทาธุรกิจเพือสรางความมันคงใหแกชุมชน ตอมามีการรวม
ํ
ุ
่
ั
ุ
กลมและจดต้งเปนสหกรณสวนปา เพือทาธรกิจไมลอม ชวยเหลือสมาชิก
ั
และชมชนในพื้นที
ุ
่
่
ชนิดไมและการปลก ชนิดไมทีนิยม ไดแก มะฮอกกานี พะยง
ู
ู
ั
ั
ั
ํ
ั
ตะแบก กนเกรา ศรีตรง ปบ กระโดน ชยพฤกษ กลปพฤกษ ตีนเปดน้า เปน
ไมทีนาไปจดสวน มีดอกสวย ใบสวย หรือไมเศรษฐกิจมีคาหายาก การปลก
ํ
ั
่
ู
ไมเศรษฐกิจเพื่อขดลอม เปนไมใหญมีระบบรากติดมา สาหรับผซื้อที่ตองการ
ุ
ํ
ู
นาไปปลกไดตนโตรวดเร็วตามทีตองการ การปลกสามารถใชพื้นทีขนาดเลก
ู
่
ู
็
ํ
่
ั
ไมถึง 1 ไร ปลกระยะหางต้งแต 0.5x0.5 ถึง 3x3 เมตร ขึ้นกบขนาดที ่
ู
ั
ั
ู
ตองการของตลาด อายไมต้งต้งแต 1-6 ป ขนาดเสนผาศนยกลางต้งแต
ั
ั
ุ
ู
ู
1-6 นิ้ว เชนตองการไมขนาด 6 นิ้ว ควรปลกระยะหาง 3x3 เมตร รปแบบ
ู
ู
่
การปลก สวนมากปลกเปนแถวเปนแนวดวยระยะทีชิดมาก
ตลาด ไมขดลอมมีตลาดท้งในประเทศและตางประเทศ ไดแก
ั
ุ
ั
่
ั
ั
ั
ประชาชนทวไป หนวยงานราชการ โรงเรียน วด บริษท บานจดสรร โรงแรม
ั
ตลาดตางประเทศ เชน ไตหวน สิงคโปร บรไน
ู
ํ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 37
ั
ั
ิ
ั
ํ
ิ
ํ
่
่
ไ
ํ
ภาพที 30 การปลูกไมเศรษฐกิจ เพือผลิตไมขุดลอม ตาบลชะอม อาเภอ
ํ
ั
แกงคอย จงหวดสระบรี
ุ
ั
ปญหาอปสรรค ไดแก ปญหาโรคแมลง เพลี้ย หนอนกดใบ ราคา
ุ
ั
ู
ุ
สงขึ้นของวสดอปกรณ เชน ขยมะพราว คาแรงงานเพิมขึ้น ระเบียบ กฎหมาย
่
ั
ุ
ุ
เปนอปสรรค ไมสะดวก
ุ
ราคาไม ขึ้นกับชนิดและขนาด การขายไมลอม จะขายตามขนาด
เสนผาศนยกลางเปนนิ้ว ราคาประมาณ 100-200 บาทตอนิ้ว (ราคาทีราน
่
ู
ู
ั
ํ
คาขายไมขุดลอม) สาหรบไมใหญ เชน ไม 6 นิ้ว ปลกระยะ 3x3 เมตร อาย ุ
ประมาณ 5-6 ป ราคาประมาณ 1,000-1,500 บาท สาหรบเจาของสวน
ํ
ั
มีการขายแบบเหมาสวนและเปนตน ไมเลกราคาที่สวนประมาณ 30-50
็
ุ
ํ
ู
บาทตอตน แตผซื้อตองดาเนินการขดเอง
38 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ิ
ุ
ุ
ั
่
ั
ื
การขดลอมตนไม (ภาพที 31) ไมขนาดเลกสามารถขดแลวยก
ุ
็
ุ
่
ั
ํ
ั
่
ุ
ุ
ขึ้นเลย สาหรบไมใหญตองขดแลวทิ้งไวเรียกวา การขดหมก เพือใหตนไมมี
การปรบตว ใหรากงอกออกมากอน คาใชจายในการขดลอม ไดแก คาแรง
ุ
ั
ั
ุ
ั
ุ
งาน คาขนสง คาวสด เชน เชือกปอ ขยมะพราว คาแรงงาน ตองจางแรงงาน
ุ
ทีมีฝมือ คาจางแรงงาน 500-600 บาท/คน/วน สาหรบการรบจางขดลอม
ั
ั
่
ั
ํ
ไมแบบเหมา คาการขุดลอมไมคิดเปนนิ้ว ไมขนาดเล็กเสนผาศูนยกลางตั้งแต
ุ
1 ถึง 4 นิ้ว คาขดลอม 10-15 บาทตอนิ้ว ไมขนาดเสนผาศนยกลาง ต้งแต 5
ู
ั
นิ้วขึ้นไป คาขดลอม 20-30 บาทตอนิ้ว
ุ
่
ุ
ภาพที 31 การขดลอมตนไม
ิ
ั
ํ
ั
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 39
ุ
3. การรวมกลมทางปาไม
ผปลกสวนปา และผผลิตผลิตภณฑไม มีการรวมกลมกนจดต้งเปน
ู
ู
ู
ั
ั
ั
ุ
ั
ั
่
ุ
ุ
องคกรในลกษณะกลมธรรมชาติ หรือกลมทีมีการจดทะเบียน เปนสหกรณ
ุ
ั
ุ
่
สวนปา สหกรณผลิตภณฑไม หรือวิสาหกิจชมชน เพือชวยเหลือชมชนและ
ั
ํ
สมาชิกในการบริหารจดการไมและผลผลิตไม ใหสามารถดาเนินการธรกิจ
ุ
่
เกียวกบไม ไดแก การเพาะกลาไม การปลก การซื้อขายไม การต้งโรงงาน
ั
ู
ั
แปรรูปและผลิตผลิตภัณฑไม การรวมกลุมจะทําใหราคาไมของสมาชิกดีขึ้น
ํ
ํ
มีการแบงปนกาไร การสรางตลาดและอานาจในการตอรองราคา การอํานวย
ํ
ั
ู
ู
ํ
ุ
่
ู
ความสะดวกใหแกผซื้อ การรวมกลมจาเปนสาหรบผปลกรายยอยทีมีพื้นที ่
ั
ู
็
ปลกขนาดเลก เพื่อรวมกนซื้อและขายผลผลิตไมของสมาชิกและชุมชน การ
่
ู
เพิ่มมลคาไมโดยผลิตเปนผลิตภัณฑ ซึงหากไมมีการรวมกลุม ตางคนตางทํา
จะถกกดราคาจากพอคาคนกลาง มีการการแขงขันกนขายและการตัดราคา
ู
ั
การรวมกลุมโดยจัดต้งเปนองคกรทีมีการจดทะเบียน แบงเปน สหกรณ
ั
่
ั
และวิสาหกิจชมชน มีลกษณะดงนี้
ุ
ั
1) วิสาหกิจชุมชน เปนแนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ ใน
่
ั
ั
ั
ุ
การเพิมศกยภาพการผลิตของชมชน ตามพระราชบญญติสงเสริมวิสาหกิจ
ุ
ชมชน พ.ศ.2548 การจดทะเบียน โดยกรมสงเสริมการเกษตรผานเกษตร
ํ
ู
อาเภอ ผานศนยบริการและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตาบล
ํ
ั
ั
ั
การจดต้งโดยสมาชิกรวมกนในชมชนไมนอยกวา 7 คน ปจจบนมีการจด
ั
ุ
ุ
ั
่
ั
ุ
่
ั
ุ
่
ั
ต้งวิสาหกิจชมชนเพือประกอบธรกิจเกียวกบปาไม เพือผลิตผลิตภณฑไม
จาหนาย
ํ
ั
2) ระบบสหกรณ มีการจดทะเบียนตามพระราชบัญญติสหกรณ
2542 ผานทางสหกรณจงหวด กรมสงเสริมสหกรณ ทีผานมามีการจดต้ง
ั
ั
ั
่
ั
ั
ั
สหกรณเกียวกบสวนปา และผลิตผลิตภณฑไม
่
40 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
่
ุ
ื
ั
ั
ิ
ํ
สหกรณสวนปาภาคเอกชน จดต้งจานวนกวา 36 แหง
ั
ั
ํ
แตประสบปญหาตางๆ ทาใหมีการยกเลิก หรือไมมีกิจกรรมดาเนินการที่
ํ
ั
สามารถชวยสมาชิกได การศึกษาเกี่ยวกบการรวมกลุมทางปาไม พบวา
่
ปญหาและปจจยความสาเรจของกลมมี (ตารางที 9) ดงนี้
ั
ั
็
ํ
ุ
ั
ํ
่
็
ตารางที 9 ปญหาและปจจยความสาเรจในการรวมกลม
ุ
รายละเอียด
ู
ปจจยความ ผนา
ั
ํ
ํ
ู
ั
ั
ํ
ั
สาเรจ ความสามารถของผนา ความต้งใจ เสียสละ การไดรบยอมรบจาก
็
สมาชิก
่
ั
ความต้งใจ ความรวมมือของสมาชิก ความซือสตย การยอมรบใน
ั
ั
ํ
แนวความคิดที่แตกตาง การนาระบบประชาธิปไตยมาใช
ั
การบริหารจดการ
่
ความรู ความสามารถในการประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการทีดี
การตรวจสอบ ระบบบญชี ระเบียบและกฎหมาย รปแบบบริหาร
ั
ู
จดการ
ั
ุ
ุ
ปญหา เงินทน การขาดแคลนเงินทน
ุ
ู
แรงงาน คาแรงสง แรงงานขาดแคลน คณภาพของงานฝมือ
ั
ั
ู
อืนๆ สมาชิกอยไกลกน ความขดแยง
่
4. ตวอยางการดาเนินงานของสหกรณสวนปาภาคเอกชน
ั
ํ
ํ
4.1 สหกรณสวนปาภาคเอกชนจังหวัดเพชรบรณ จากด
ู
ั
ั
สหกรณสวนปาภาคเอกชนจังหวดเพชรบรณ มีสมาชิก 220 คน
ู
่
ํ
็
ั
ั
ั
่
ั
มีการจดต้งเนืองจากราคาไมตดขยายระยะมีขนาดเลกราคาตา จึงรวมกน
่
ต้งเปนสหกรณ มีการต้งโรงงานประดิษฐกรรมไม (ภาพที 32) โดยรบซื้อ
ั
ั
ั
ั
่
ู
ไมสกจากสวนปาของสมาชิก ใหราคาสงกวาพอคาคนกลาง (ภาพที 33 34
ู
ั
และ 35) ประเภทของผลิตภณฑไม ไดแก เฟอรนิเจอร ประต หนาตาง
ั
ั
ํ
ิ
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 41
ั
ั
ฝาบาน สวนมากขายใหคนในทองที่และจงหวดใกลเคียง ไมสักที่ใชสวนมาก
ุ
อาย16-18 ป ขนาดความโตเสนรอบวง 35-70 เซนติเมตร เฉลีย 45
่
เซนติเมตร ความยาว 5-6 เมตรตอตน ไมสักคณภาพดี ปลวกไมกิน ราคา
ุ
ผลิตภัณฑของสหกรณฯ ฝาบาน ราคา 1,700 บาทตอตารางเมตร ต ราคา
ู
5,000 บาทตอตารางเมตร
่
ภาพที 32 โรงงานประดิษฐกรรมของสหกรณสวนปาภาคเอกชน
ั
ู
จงหวดเพชรบรณ
ั
่
่
ภาพที 33 การรับซื้อไมสักทอน ภาพที 34 สีและลวดลายของแกนไมสัก
จากสมาชิก สวนปา
42 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ื
ั
ุ
ิ
ุ
ั
่
่
ภาพที 35 การผึงไมสกแปรรปของสหกรณ
่
ู
ั
ั
ั
ํ
4.2 สหกรณบริการผลิตภณฑไมดอนมูล จากด
สหกรณบริการผลิตภัณฑไมดอนมูล จํากัด ตั้งอยูที่ตําบล
ดอนมูล อําเภอสูงเมน จังหวัดแพร (ภาพที่ 36) การกอตั้งเริ่มป 2539
ํ
ุ
กรมปาไมเขามาใหคาแนะนําและอบรม ป 2541 ชมชนที่ประกอบอาชีพ
เกียวกบงานไม ไดรวมกลุมในพื้นที่จดต้งสหกรณบริการผลิตภณฑไมดอน
ั
ั
ั
ั
่
มลขึ้น มีสมาชิก 260 คน ทนเรือนหุน 10 บาทตอหุน มีปนผลและเฉลียคืนให
่
ุ
ู
ั
สมาชิก การจัดต้งเพื่อใหสมาชิกที่ประกอบอาชีพทางการเกษตรและอาชีพ
่
ั
งานไมมารวมกนผลิตผลิตภณฑไม ในพื้นทีของสหกรณ (ภาพที 37) การ
ั
่
ํ
ุ
ั
ดาเนินการอยางถูกตองตามระเบียบและกฎหมาย มีการรวมกันซื้อวตถดิบ
เพือใชผลิตผลิตภณฑไม มีการสรางตลาด ใหความสะดวกตอผซื้อและ
ั
ู
่
การขนสง
ู
ํ
ั
ั
สหกรณมีการต้งโรงงานแปรรปไม สาหรบสมาชิก มีการแบง
ํ
่
พื้นทีจานวนกวา 89 หอง ใหสมาชิกเชาดําเนินการทําผลิตภัณฑเอง สหกรณ
ั
มีรายไดจากคาเชาพื้นที่ทีจดแบงไว อตรา 150 บาทตอหอง โดยมีการแบง
ั
่
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 43
ํ
ั
ั
ํ
ํ
สวนกาไรใหสหกรณ จากการขายสินคาของสมาชิก เชน สวนแบงกาไรจาก
ํ
ุ
ั
ั
ประตไมสก จานวน 20 บาทตอบาน สหกรณชวยดแล สนบสนนดานการ
ู
ู
ํ
ั
ั
ํ
ตลาด โดยต้งรานคาของสหกรณเพื่อนาผลิตภณฑของสมาชิกมาจาหนาย
ู
ํ
ั
ั
ประสานงานติดตอผซื้อ การทาสญญา รายไดของสมาชิกขึ้นกบปริมาณงาน
และคณภาพของสมาชิกแตละราย สมาชิกมีรายไดประมาณ 10,000-20,000
ุ
ั
บาทตอครอบครวตอเดือน
ไมสกซึงเปนวตถดิบหลกในการทาเฟอรนิเจอร สหกรณจะเปน
ั
ํ
ั
ุ
ั
่
ั
ุ
ุ
ู
ั
ผจดหาวตถดิบให โดยซื้อไมจากองคการอตสาหกรรมปาไม (ออป.) และ
ภาคเอกชน สวนมากซื้อจาก ออป. คิดเปนรอยละ 70 สวนปาภาคเอกชน
ุ
็
รอยละ 30 เคยใชไมพมาคณภาพไมดี เนื้อไมไมแขง สีจาง โดยราคาไมภาค
เอกชนถูกกวาของ ออป.ครึงหนึ่ง แตคณภาพของ ออป.ดีกวา และไมสก
ั
ุ
่
ั
ั
ออป.มีอายมากกวา หลงจากไดไมทอนมาแลวสหกรณทาการจดสรรใหแก
ุ
ํ
สมาชิก โดยคิดคาบริการไมทอนละ 100 บาทตอ ลกบาศกเมตร ปริมาณไม
ู
ทีใช 600-800 ลกบาศกเมตรตอเดือน หลงจากต้งเปนสหกรณมีตลาด
ั
่
ู
ั
ั
่
ั
ํ
่
เพิมขึ้น ตลาดไม มีอยทวประเทศ สวนมากเปนการทาตามการสงซื้อของผ ู
่
ู
ํ
่
ั
ํ
บริโภค สมาชิกสามารถนาผลิตภัณฑไปรวมกนจาหนายทีรานคาสหกรณ
่
ู
ู
เพือสะดวกในการซื้อของลกคา สินคาสวนมากเปนบานประต บานหนาตาง
ุ
ู
ั
รองลงมาเปนต เตียง ชดโตะเกาอี้รบแขก
ั
การบริหารสหกรณโดยประธานสหกรณ ไมมีการจางผจดการ
ู
ั
เริมแรกมีปญหา แตคณะกรรมการชวยกน โดยปจจยสาคญ คือ ผนาตอง
ู
ํ
ํ
ั
่
ั
ํ
เขมแขง มีระบบบัญชี สาหรบแรงงานไมมีปญหา เนืองจากคนในชุมชนมี
็
่
ั
่
ั
ั
ู
อาชีพเกียวกบงานไมอยแลว มีปญหาดานวตถดิบ บางคร้งขาดแคลน เชน
ั
ุ
ํ
ออป. หยดทาไม ระเบียบกฎหมายยุงยาก ข้นตอนเยอะ ลกคาหนี้เสีย จาเปน
ั
ํ
ุ
ู
ั
ํ
ั
ํ
ตองมีการทาสญญาและชาระเงินมดจา
ํ
44 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
ั
ั
่
ิ
ื
ุ
ํ
ั
ั
ไ
ํ
ิ
ิ
ไ
ั
ั
ั
ั
ู
ั
ั
ภาพที 36 สานกงานสหกรณบริการผลิตภณฑไมดอนมล จงหวดแพร
่
3
6
ี
่
่
ภาพที่ 37 คนในชุมชนทีมีอาชีพงานไม เปนสมาชิกและเขามาผลิตผลิตภัณฑ
่
่
ในพื้นทีของสหกรณฯ
ั
ิ
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 45
ํ
ั
ั
ั
ั
ั
ํ
ุ
4.3 สหกรณสวนปาภาคเอกชนจงหวดลพบรี จากด
ุ
่
ู
ั
ํ
สหกรณสวนปาภาคเอกชนลพบรี ต้งอยทีอาเภอโคกเจริญ
ํ
่
ั
จังหวัดลพบุรี จดต้งเนืองจากพื้นที่มีการปลกไมสกเปนจานวนมาก และมี
ั
ั
ู
่
ั
ั
ั
ั
ปญหาเกียวกบไมตดขยายระยะ ซึงไมมีตลาดและราคาถูกมาก จึงจดต้ง
่
ู
ั
่
โรงงานแปรรปไม และประดิษฐกรรมไม เครืองอบไมเพือผลิตผลิตภณฑไม
่
ไดแก วงกบ ประตหนาตาง เครืองเรือน การตบแตงภายในอาคาร ไมแปรรูป
ู
่
่
เฟอรนิเจอร (ภาพที 38 และ 39) ตลาดสวนมากอยในทองถิน โดยเฉพาะ
่
ู
ไมสกแปรรป คนในทองถินซื้อเพือสรางและซอมแซมบานเรือน (ภาพที 40)
่
่
ู
ั
่
่
ู
สหกรณชวยซื้อไมสมาชิกโดยใชราคาของออป. ซึงสงกวาพอคาคนกลาง
(ตารางที่ 10) พยายามพัฒนาการใชไมขนาดเล็ก จากการตัดขยายระยะโดย
ั
่
ใชท้งทอนไมเปดปก เพือใหใชประโยชนไดมากขึ้น
การดาเนินการระยะแรกประสบปญหาหลายดาน ตองแกไขปญหา
ํ
จนปจจบน มีรายไดตอปเกือบ 2 ลานบาท ปจจบนยงไมมีรานคา แตไมมี
ั
ั
ุ
ุ
ั
่
ปญหาดานการตลาด ลกคามีการสงซื้อผลิตภณฑ ซึงยงขาดแคลนแรงงาน
ั
ั
่
ู
ั
ั
่
ู
ไมสามารถผลิตใหไดทนตามทีลกคาตองการ มีคนงาน 12 -17 คน โดยฝก
่
คนในทองถิน
ปจจบนวตถดิบไมสักนอยลง เนืองจากคนปลูกยกเลิกพื้นที่ไป
ั
ั
่
ุ
ุ
่
่
ํ
ู
ทาการเกษตรปลกพืชชนิดอืน ทาใหตองซื้อไมไกลขึ้น มีปญหาเกียวกับระเบียบ
ํ
ไมสกขนาดเลกตองตีตรา การทาบญชีไม
ั
็
ํ
ั
46 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ุ
่
ื
ิ
ุ
ั
ั
ั
ั
ตารางที่ 10 ตวอยางราคารบซื้อไมสมาชิกของสหกรณสวนปาเอกชน
จงหวดลพบรี
ั
ุ
ั
ขนาดเสน ความยาว ปริมาตร ราคา บาท
รอบวง ทอน ลบ.ม.ตอ บาทตอ ตอทอน
(เซนติเมตร) (เมตร) ทอน ลบ.ม.
30 6 0.0432 3,100 133.92
40 6 0.0588 3.500 229.95
50 6 0.0768 3.900 299.52
ั
ั
่
่
ภาพที 38 การนาไมสกทอนทีมีลกษณะไมเปลาตรงมาใชประโยชน
ํ
โดยไมเปดปก
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม 47
ั
ั
ิ
ั
ํ
ภาพที่ 39 ผลิตภัณฑไมสัก สหกรณ
สวนปาภาคเอกชน
ั
ุ
จงหวดลพบรี
ั
ั
ภาพที 40 ไมสกสวนปาของสมาชิก
่
ั
จากการตดขยายระยะนา
ํ
ํ
มาแปรรูปจาหนายและใช
ั
ทาผลิตภณฑไม
ํ
48 การจดการสวนปาและการรวมกลมทางปาไม เพอพฒนาไมเศรษฐกจของชมชน
ั
่
ื
ิ
ุ
ั
ุ