สารบัญ
หนา
บทนํา (1)
สารบญ (2)
ั
สารบญภาพ (3)
ั
ุ
ั
การปรบปรงพันธไม 1
ุ
ุ
การพัฒนาพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ 1
ั
ุ
ุ
องคประกอบสาคญของการปรบปรงพันธไมเศรษฐกิจ 2
ํ
ั
ุ
ื
การคดเลอกและผสมพันธไม 5
ั
ยุทธศาสตรและแผนงานการปรบปรงพันธไม 9
ุ
ุ
ั
ั
ุ
ุ
การทดลองดานการปรบปรงพันธไม 14
เอกสารอางอง 17
ิ
สารบัญภาพ
หนา
ี
ุ
่
้
ั
ั
ุ
ภาพท 1 แสดงขนตอนการพัฒนาการปรบปรงพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกจ 2
ิ
ภาพท 2 แสดงกิจกรรมตางๆ ของการปรบปรงพันธไม 5
ุ
่
ี
ุ
ั
ั
ื
ุ
ภาพท 3 แสดงวงจรของการคดเลอกพันธและผสมพันธในการปรบปรงพันธไม 6
ุ
ุ
่
ั
ุ
ี
่
ั
ื
ี
ุ
ุ
ั
ภาพท 4 แสดงขนตอนการทดสอบสายพนธ คดเลอกพันธและสรางสวนผลตเมลดพันธ ุ 8
ั
้
็
ิ
่
ํ
ภาพท 5 แสดงลาดับชนประชากร 11
ี
้
ั
ุ
่
ี
ภาพท 6 แสดงยุทธศาสตรการปรบปรงพันธแบบ Multiple population breeding 12
ั
ุ
ภาพท 7 แสดง Subline breeding 13
ี
่
ภาพท 8 แสดง Nucleus breeding 14
่
ี
บทนํา
ั
ั
ู
การปรบปรงพันธุไม เปนงานสาคญอนหนึงในการสนับสนุนการปลกสรางสวนปาเศรษฐกิจ เพือ
ํ
ุ
ั
่
่
ั
ู
่
พัฒนาสายพันธุไมทีใชในการปลกสรางสวนปาใหมีผลผลตสง มีคณสมบตของตนไมและเนือไมตามความ
ู
ุ
้
ิ
ิ
่
้
ี
ตองการของการนําไปใชประโยชน มีความตานทานตอโรคแมลง และมความเหมาะสมกับสภาพพืนทีที่ใชในการ
่
ปลกสรางสวนปา การปรบปรงพันธุเปนงานทีใชเวลาและคาใชจาย ดงนันจงตองมีการวางแนวทางหรอทิศทาง
ื
ั
ั
ู
้
ึ
ุ
ี
ิ
ั
่
้
ั
ในการปรบปรงพันธุใหชดเจนและมประสทธิภาพ ซงในการดาเนินงานดานนีจะเปนการดาเนินงานของกิจกรรม
ํ
ึ
ํ
ุ
ตาง ๆ อยางตอเนืองกันไป
่
่
ิ
ํ
ั
ั
ู
่
สาหรบผทีปฎบติงานเกียวของกับการปลูกสราสวนปาควรมีความรูและความเขาใจ เกียวกับการ
่
ปรบปรงพันธุ เพือสามารถทีจะนําสายพันธุไมทีปรบปรงพันธุแลวไปใชประโยชนไดอยางเหมาะสม
ุ
่
ั
ุ
่
่
ั
เอกสารฉบับนีจดทําขนจากประสบการณและการศกษาจากเอกสารตาง ๆ เพือเปนแนวทางในการ
่
้
ึ
้
ั
ึ
่
ู
ิ
ั
ิ
่
่
ุ
ู
ํ
ั
ดาเนินงานดานการปรบปรงพันธุ โดยหวังวาจะเปนประโยชนแกผสนใจและผทีปฎบตงานทีเกียวของ
ั
การปรับปรุงพนธุไม
Forest Tree Improvement
การพฒนาพนธุไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ (Tree Domestication)
ั
ั
ุ
่
ุ
ั
การนําพันธไมปามาพฒนาใหเปนพันธไมเพือการปลกสรางสวนปาและนํามาใชประโยชนได (Tree
ู
้
ั
ิ
้
้
ั
domestication) จนเปนไมเชงเศรษฐกิจนัน ตองมขบวนการและขนตอนตางๆ ซงเปนการผสมผสานทงความร ู
่
ี
ึ
่
่
่
่
ื
ทางดานตางๆ เกียวกับพรรณไมและวิชาการ ในการดําเนินการทตอเนืองและเชอมโยงเปนขบวนการ (Process)
ี
(Pinyopusarerk and Kalinganire, 2003) โดยประกอบดวยสวนตางๆ ดังนีคอ
ื
้
ิ
ึ
การศกษาชีวภูมศาสตรและภูมปญญาทองถน (Bio-geographical descriptions and local
ิ
่
ิ
ิ
ุ
ู
ุ
ู
ี
่
ี
ั
ึ
knowledge) เปนการศกษาขอมลแหลงการกระจายพันธตามธรรมชาตของพันธไมวามอยูทใดบาง ขอมลลกษณะ
ทางชววิทยาของการออกดอกและออกผล และชวงเวลาความแตกตางของการออกออกผลของแหลงกระจายพนธ ุ
ี
ั
่
้
ั
ู
่
ิ
ตามธรรมชาตจากแหลงตางๆ รวมทงขอมลการปลก การใชประโยชนในแตละทองถนและภูมิปญญาทองถินที ่
ู
ิ
เกียวกับไมชนิดนี
่
้
การเกบเมลดหรอกงพันธทเปนตัวแทนของแหลงการกระจายพนธตาง ๆ (Representative sampling)
ี
ุ
่
่
ื
ิ
็
็
ุ
ั
้
ุ
้
่
ู
ึ
ี
ทงแหลงธรรมชาตและแหลงทนําพันธไปปลกจนเปนแหลงพันธกรรมขนมาใหม (Land race) ในการเก็บเมลด
ั
็
ุ
ิ
ุ
่
่
่
ั
เพือเปนตวแทนของแหลงพันธกรรมควรจะเก็บจากแมไมทีหางกันจํานวนไมนอยกวา 10 ตน ตอหนึงแหลง
ั
้
พันธกรรม เพือสามารถเปนตวแทนของแหลงพันธกรรมนัน ๆ สาหรบแหลงเมลดพันธกรรมทไดมการทดลอง
ํ
ุ
ุ
็
่
ี
ี
ุ
่
ั
็
หรอทดสอบแลววาเปนพันธกรรมทดี ก็จะมการเก็บเมลดจากแมพันธจํานวนมากกวา 50 ตน ขึนไป เพือไปสู
ุ
ุ
่
้
ื
ี
่
ี
ขบวนการปรบปรงพันธตอไป
ุ
ุ
ั
ั
้
การศกษาความแตกตางของพนธกรรมจากแหลงตางๆ (Assessment and propagation) โดยศกษาทง
ึ
ึ
ั
ุ
ลกษณะทางสณฐานวิทยา (Morphology) การเจรญเตบโต ลกษณะทางสรีรวิทยา (Physiology) และอนๆ โดย
ั
ั
ิ
ิ
ั
่
ื
ั
ึ
ํ
ึ
การศกษาทดลองนัน ก็ดําเนินการศกษาลกษณะความแตกตางของกลาไมในเรือนเพาะชา ความแตกตางของ
้
ตนไมในแปลงทดลองถินกําเนิด (Provenance trial) รวมทังการศึกษาทางพันธุศาสตรโมเลกุล เพือศึกษาความ
่
่
้
ั
แตกตางและความหลากหลายทางพนธกรรมของแหลงพันธกรรมตาง ๆ
ุ
ุ
ุ
ุ
ํ
ั
การจัดสรางฐานพนธกรรม (Assembly base population) ซงเปนสวนสาคญของการปรบปรงพันธไม
ั
ึ
ั
่
ุ
ุ
ู
ั
่
ุ
ี
่
(Tree improvement) โดยฐานพันธกรรมควรมีความหลากหลายทางพนธกรรมสงจากแหลงพันธกรรมทดี เพือใช
ุ
ั
้
ในขนตอนตอไป
ุ
การปรบปรงพันธไม (Tree improvement) เปนขนตอนการคดเลอกพันธและผสมพันธโดยสลบกัน
ุ
ื
้
ั
ั
ุ
ั
ั
ุ
้
้
ู
ุ
ึ
ี
่
เปนวงจร (Cycle) เพือใหสายพนธมคณภาพสงขนในแตละรน (Generation) โดยในขนตอนนีจะเปนวงจรในการ
ุ
ั
้
ั
ุ
ื
ี
ั
ุ
ุ
ั
่
่
ุ
ี
คดเลอกพันธและผสมพันธ (Selection and breeding ) เพือใหไดสายพันธทมลกษณะดีตามความตองการ เชน
็
้
ิ
เตบโตเรว มความหนาแนนเนือไมสง ตานทานโรคและแมลง เหมาะสมกบสภาพพืนทแบบตาง ๆ เปนตน
ี
ู
ั
ี
่
้
ุ
ุ
ี
้
ํ
่
ั
ี
่
่
นอกจากนีในการปรบปรงพันธไมเพือการใชประโยชนไดอยางยังยืน ยังตองมองคประกอบทสาคญ เชน แผน
ั
ั
ั
้
ั
้
ุ
ุ
ุ
ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไมทงระยะสนและระยะยาว แผนการดําเนินงานในแตละป และแหลงพันธกรรม
ตาง ๆ เปนตน
การนํามาใชประโยชนอยางยังยืน (Sustainable use) ซึงจะมีการจัดการสวนปาและการใชวนวัฒนวิธี
่
่
ี
่
ู
่
้
เพือใหมการปลกสวนปาไมชนิดนันไดอยางยังยืน
้
ํ
ํ
ุ
ั
ึ
้
จากขนตอนดังกลาวก็จะทาใหพันธไมปาเพิมคณคาในการนําไปใชประโยชนมากขนตามลาดับ
่
ุ
ุ
ั
(ภาพท 1) ซงในการคดเลอกชนิดพันธใดเขาสขบวนการพัฒนาตองคํานึงถึงศักยภาพในการนําใชประโยชนและ
ึ
่
ี
ู
ื
่
ู
การปลกสรางสวนปา
Tree domestication process
Site/species Threatening
Selection Processes
Improvement
Biogeographical Representative Assessment Assemble Sustainable
Descriptions & and Base (Breeding
Local Knowledge Sampling Propagation Populations and Use
Propagation)
Environmental Germplasm
Limitations Diffusion
Domestication ‐ sustainable use in cultivation
Increasing Social Utility
้
ภาพท 1 แสดงขนตอนการพัฒนา การปรบปรงพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ
ี
ั
ุ
่
ั
ุ
ี
่
ทมา: Pinyopusarerk and Kalinganire, 2003
องคประกอบสําคญของการปรับปรุงพนธุไม (Basic Elements of Tree Improvement)
ั
ั
่
ั
ุ
ุ
่
้
องคประกอบพืนฐานทตองพิจารณา ในการดําเนินงานดานการปรบปรงพันธไม เพือใหการ
ี
ื
ิ
ี
ดําเนินงานเปนไปอยางมประสทธภาพ ประกอบดวย 5 องคประกอบ คอ การเลอกใชยุทธศาสตรและ
ิ
ื
่
ี
แผนการดําเนินงานทเหมาะสม (Well defined strategy and plan) การกําหนดวัตถประสงคของการปรบปรง
ั
ุ
ุ
ี
่
ุ
้
พันธไมทชัดเจน (Clear objectives) มีแหลงพันธุกรรมตามลําดับชันตาง ๆ (Hierarchy of populations) มี
ุ
ขบวนการคดเลอกพันธและการผสมพันธ (Selection and breeding) และมผเชยวชาญรวมทงงบประมาณ
ู
ุ
ี
้
ั
ั
ื
่
ี
สนับสนุนอยางเพียงพอ (Expertise and fund)
่
ื
ี
การเลอกใชยุทธศาสตรและการวางแผนการดําเนินงานทเหมาะสม (Well defined strategy and plan)
ุ
ยุทธศาสตรของการพัฒนาสายพันธไม (Tree improvement/Tree breeding strategy) เปนการ
ี
่
กําหนดรปแบบของกจกรรมตางๆ ทตองดําเนินงานตอเนืองกัน ซงปจจุบนไดมการเสนอไวหลายรปแบบ
่
ั
ี
ิ
ู
ู
่
ึ
ตาง ๆ กัน เชน Mass selection , Multiple breeding population , Nucleus breeding เปนตน (Eldridge et al.,
ู
่
1993) โดยรปแบบตาง ๆ ดังกลาวมีหลักการทีจะหลีกเลียงการผสมสายพันธุทีใกลชิด (Inbreeding) ลดการ
่
่
ั
ั
ถดถอยทางพนธกรรม (Inbreeding depression) และใหมโอกาสการผสมขามสายพนธ (Out-crossing) ให
ุ
ุ
ี
ั
ั
ุ
ี
ี
ู
้
่
ุ
้
ึ
ื
่
ี
ู
ู
ึ
มากทสด อกทงใหมการถายทอดพนธกรรมทดีสลกหลาน ซงการจะเลอกรปแบบใดก็ขนอยูกับปจจัยตางๆ
่
ี
คอ ความตองการมลคาทางพันธุ (Genetic gain) มากนอยเพียงใด ทรัพยากรทีมีอยู (Resources) เทคโนโลยี
ู
ื
่
ุ
ุ
ของการคดเลอกพันธและผสมพันธ และศกยภาพของนักปรบปรงพันธของหนวยงาน รวมทงคาใชจายท ่ ี
ั
ั
้
ั
ื
ุ
ั
ุ
ี
่
ุ
ื
ึ
่
ื
้
่
่
ู
ู
ั
ั
ู
สมพันธกับมลคาทางพนธทเพิมสงขนดวย เมอเลอกรปแบบทีเหมาะสมแลว ก็จะจัดทําแผนการดําเนินงาน
ิ
ิ
ั
(Breeding plan) ตอไป โดยแผนดําเนินงานเปนการแปลงยุทธศาสตรใหเปนแผนปฏบตงานตามกิจกรรม
ั
้
ตาง ๆ ทตองดําเนินการ ซงแผนดําเนินงานอาจจะเปนแผนกิจกรรมประจําป ประจําเดือน ตามขนตอนของ
่
ึ
ี
่
่
ยุทธศาสตรทกําหนดไว
ี
ุ
ั
ํ
กาหนดวตถประสงคทชัดเจนของการปรบปรงพันธุไม (Clear objectives)
่
ี
ุ
ั
ั
ุ
ควรมการกําหนดวัตถประสงควาจะปรบปรงพันธไมเพือนําไปใชประโยชนอะไร เชน ปรบปรง
ี
ั
ุ
ุ
่
ุ
ั
่
ุ
ุ
ุ
พันธไมเพือใชประโยชนในอตสาหกรรมเยือกระดาษ ปรบปรงพันธไมเพือเปนไมใชสอย ปรบปรงพันธไม
่
่
ุ
ุ
ั
ุ
่
เพือการผลตน้ามนหอมระเหย ปรับปรุงพันธุไมเพือพลังงาน เปนตน ซึงวัตถุประสงคดังกลาวก็จะนําไป
่
ั
่
ิ
ํ
่
ุ
ื
กําหนดลกษณะ(Trait) ของตนไม เพือใชเปนเกณฑในการคดเลอกพันธ (Selection criteria) โดยลกษณะ
ั
ั
ั
ิ
ู
ั
ดังกลาวเปนลกษณะทสมพันธกับมลคาทางเศรษฐกจ (Economic trait) ตามความหนักเบาของมูลคาผลทีได
ั
ี
่
่
ั
้
้
่
ึ
จากการเพิมขนของลกษณะนัน (Economic weight)
่
ุ
ตวอยางของวตถประสงคของการปรบปรงพันธไมเพือใชผลตเยือกระดาษ โดยการคํานวณ
ั
ั
ุ
ั
่
ุ
ิ
ื
่
ั
้
ั
ี
ผลตอบแทน (Profit) กับลกษณะทสมพันธกับมลคาทางเศรษฐกิจคอ ความหนาแนนเนือไม (Density)
ู
ปรมาณเยือกระดาษ ( Pulp yield) ปรมาตร (Volume) และคาใชจายตางๆ (Woolaston and Javis, 1995) โดย
ิ
่
ิ
มีสมการดังนีคือ
้
Profit=Income-1000*{Plantation costs per hectare /(Density*Pulp yield* Volume)+ harvesting,
3
transport & mill costs per m /(Density*Pulp yield)}
ุ
ั
ุ
ุ
ํ
ลาดับชันแหลงพันธกรรมในการปรบปรงพันธ (Hierarchy of populations)
้
ในการดําเนินการปรบปรงพันธจะตองมแหลงพันธกรรมตาง ๆ เพือดําเนินการตามยุทธศาสตรท ่ ี
ุ
ั
ุ
ุ
่
ี
่
ุ
ุ
ึ
วางไว โดยแหลงพันธกรรมแรกทจะตองมคอ ฐานพนธกรรม (Base population) ซงเปนแหลงพันธกรรมทม ี
่
ี
ี
ื
ี
ุ
ั
่
ั
ู
ุ
่
ความหลากหลายทางพนธกรรม (Genetic diversity) สงมาก เพือใชเปนแหลงในการคัดเลือกพันธุดานตาง ๆ
่
่
ี
ุ
ั
ุ
ุ
ื
ิ
โดยทวไปจะเปนแหลงพันธกรรมธรรมชาต หรอแหลงพันธกรรมทไดจากการรวบรวมพันธจากแหลงตาง ๆ
ั
ุ
ี
ุ
มาไวในทเดียวกัน เชน สวนรวมพันธ (Gene bank) สวนอนุรกษพันธ (Gene conservation) เปนตน แหลง
่
ุ
ั
ิ
พันธกรรมลาดับตอไปเปนสวนผสมพนธ (Breeding population) ทไดมการเลอกตวแทนของแตละถน
่
ํ
ั
ุ
ี
่
ื
ี
กําเนิดจากฐานพันธุกรรม นํามาทดสอบสายพันธุ (Progeny test) คัดเลือกพันธุ และผสมพันธุ โดยการ
ุ
ั
ุ
ั
ื
ี
ุ
้
ี
ํ
้
ุ
ี
่
ํ
ทดสอบสายพันธ คดเลอกพันธและผสมพันธจะเปนวงจรซาแลวซาอก สายพันธทมลกษณะดีตามความ
ื
ื
ํ
ุ
ู
ตองการจะถกเลอกออกไป เพือไปสรางแหลงพันธกรรมในลาดับตอไปคอสวนขยายพันธ (Propagation
ุ
่
ึ
population) ซ่งก็คือ สวนผลิตเมล็ดพันธุ (Seed orchard) สวนรวมพันธุ (Clonal orchard) และจากสวน
ุ
่
ู
็
ุ
ขยายพันธจะขยายสายพันธโดยเมลดหรอกิงพันธจากแมไมพันธดี เพือไปปลกสรางสวนปา เปนแหลง
ื
ุ
ุ
่
ั
ุ
พันธกรรมสดทายของการปรบปรงพันธ (ภาพท 2)
่
ี
ุ
ุ
ุ
ุ
ื
การคัดเลอกพันธและการผสมพันธ (Selection and breeding)
ุ
ุ
การคัดเลอกพันธและการผสมพันธ เปนกิจกรรมทีสําคัญของการปรับปรุงพันธุ เพือใหมีการ
ุ
่
ื
่
ื
พัฒนาสายพันธใหมคณภาพดีขน โดยการคัดเลอกพันธและผสมพนธนีจะอยูในสวนผสมพันธ ซง
ึ
ุ
ี
ุ
้
ึ
่
้
ั
ุ
ุ
ุ
ั
ู
ุ
ุ
ี
ุ
ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธจะมการกําหนดรปแบบของการผสมพันธ (Mating design) ในสวนผสมพันธ ุ
้
วาเปนแบบ Open pollination (Half sib) หรอ Control pollination (Full sib) นอกจากนีการทดสอบสายพันธุ
ื
ิ
ิ
ุ
ุ
ั
และการคดเลอกพันธก็จะเปนการประเมนคาทางพนธและการถายทอดทางพันธ โดยจะใชขอมลทางสถตใน
ู
ิ
ื
ุ
ั
ั
ี
้
ื
ิ
ุ
การประเมนคาทางพันธ (Genetic parameters) ตางๆ ซงในการคดเลอกพันธนีมหลายวิธการ เชน Selection
ึ
่
ุ
ี
ื
index (Cotterill and Dean, 1990), Mixed model (BLUP) หรอ selection (Borralho, 1995) เปนตน
ั
นอกจากนียังมการใชเทคโนโลยีชวภาพ (Biotechnology) และพนธศาสตรโมเลกุล (Molecular genetic) ชวย
ี
ี
้
ุ
่
ประเมนเพือใหเกิดความแมนยํามากยิงขึนได
้
ิ
่
ุ
ี
ปจจุบนมการคดเลอกพันธจากการผสมขามพันธเปนลกผสม (Inter-specific hybrids) มากขน
ั
ึ
ุ
ื
ั
้
ู
ั
่
ุ
ั
ู
เพราะลกผสมเพมโอกาสในการคดเลอกพันธทใหผลผลตสงขน และสามารถปรบตวกับสภาพพืนทได
ี
ิ
ั
้
ึ
่
ู
้
ื
่
ี
ิ
่
่
ี
หลากหลายมากขน ซงเปนอกแนวทางหนึงในการปรบปรงพันธ
ุ
ึ
้
ึ
ั
ุ
่
มผูเชียวชาญและงบประมาณสนับสนุน (Expertise and fund)
ี
่
ุ
การปรบปรงพันธุเปนการดําเนินงานทีประกอบดวยกิจกรรมตางๆ และตองการผูเชียวชาญทีชวย
ั
่
่
ั
่
่
แนะนําแนวทางทีเหมาะสม และทนสมยอยูตลอดเวลา เพือใหการดําเนินงานดังกลาวเปนไปอยางม ี
ั
ํ
ิ
ิ
ั
ี
่
ุ
ประสทธภาพ เพราะการดําเนินงานดังกลาวเปนการลงทนทงงบประมาณจานวนมากและเวลาทยาวนาน
้
้
จะเห็นไดวาองคประกอบทง 5 สวน นันสมพันธกัน ดังนันความเขาใจในองคประกอบตาง ๆ จะ
ั
้
้
ั
ี
ิ
่
ํ
ทาใหการดําเนินงานเปนไปอยางตอเนือง และมทศทางทชดเจน
ั
่
ี
BASE Progeny selection seed mass
Tests orchards/
clone
mating banks propagation
Select trees
Plantations
ุ
ุ
ั
ภาพท 2 แสดงกิจกรรมตาง ๆ ของการปรบปรงพันธไม
ี
่
การคดเลือกพนธุและการผสมพนธุไม (Selection and breeding of Tree species)
ั
ั
ั
ุ
ื
ุ
ั
ุ
่
่
่
ี
การคัดเลอกพันธและผสมพันธ เปนกิจกรรมหนึงของการปรบปรงพันธ (ภาพท 3) เพือใหได
ุ
ุ
ุ
้
สายพนธทมลกษณะตามทตองการและพัฒนาสายพันธใหมคณภาพดียิงขนไป การคดเลอกพันธนีจะเปนการ
่
้
ี
่
ึ
ุ
ี
ี
่
ั
ี
ั
ั
ุ
ื
ุ
ี
ี
่
ั
ั
ื
ุ
ุ
คดเลอกพันธจากฐานพันธกรรม (Base population) ทตองมความหลากหลายทางพนธกรรม แลวจึงมาสสวน
ู
ึ
่
ผสมพนธ (Breeding population) ซงสวนผสมพนธจะเปนการปลกสรางหรือการจัดการแปลงตนไมเพือการ
ุ
ู
ุ
่
ั
ั
้
ั
ุ
ี
ั
ุ
่
ื
ผสมพนธไมทไดคดเลอกไว โดยจะมทงแบบเปด (Open pollination) หรอแบบใหผสมพันธตามธรรมชาต ิ
ี
ื
ั
ุ
และแบบควบคม (Control pollination)
่
ี
่
ุ
ุ
การดําเนินการคดเลอกพันธ และผสมพันธจะเปนวงจรทดําเนินการอยางตอเนืองกันเพือผลตสาย
่
ั
ื
ิ
ุ
่
พันธของแตละรน (Generation) สายพันธุทีมีลักษณะทางพันธุกรรมดีในแตละรุนก็จะคัดเลือกออกไป
ุ
ุ
่
ขยายพันธตอไปเพือสรางสวนขยายพนธแบบตาง ๆ ทงแบบอาศยเพศ ไดแก สวนผลตเมลดพันธ (Seedling
็
ิ
ุ
ั
ั
ั
้
ุ
seed orchard , Clonal seed orchard) และแบบไมอาศยเพศ ไดแก สวนรวมสายตน (Clone hedge) จากสวน
ั
่
ขยายพันธดังกลาวก็จะมการผลตเมลดพันธุหรือกิงพันธุจากสายตน (Clone) เพือนําไปปลูกสรางสวนปา
็
ี
ิ
ุ
่
ตอไป
้
ู
ี
ั
นอกจากนียังมการคดเลอกสายตน และนําสายตนไปปลกทดสอบ (Clonal test) ในสภาพทองท ี ่
ื
ู
แบบตาง ๆ เพือใหไดขอมลสายตนทมความเหมาะสมกับสภาพแวดลอมแบบตาง ๆ อกดวย
่
ี
ี
่
ี
ุ
ั
ภาพท 3 แสดงวงจรของการคดเลอกพันธและผสมพันธในการปรบปรงพันธไม
ุ
ี
่
ั
ุ
ื
ุ
้
ุ
ี
ุ
ื
การคัดเลอกพันธและผสมพันธมการดําเนินงานดังนีคือ
ื
ุ
การคัดเลอกพันธ (Selection)
ิ
ั
่
ุ
้
่
ี
ุ
ู
ู
การปรบปรงพันธไมเพือการปลกสรางสวนปาเชงเศรษฐกิจนัน มเปาหมายเพือพัฒนามลคาของ
ั
ไมสวนปาใหมากขน โดยการพัฒนาลกษณะทางพันธกรรมดานตาง ๆ ท่ตองการ ซึงลักษณะดังกลาวตอง
ุ
่
ึ
ี
้
่
ื
้
ี
่
ั
ั
ึ
ุ
เปนไปตามวัตถประสงคของการนําไปใชประโยชนของไมนัน ซงโดยทวไปแลวลกษณะหรอ trait ทจะ
่
นํามาใชในการคัดเลอกพันธมขอแนะนําดังนีคอ
ื
ี
้
ื
ุ
1. ควรเปนลกษณะทใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic traits) ไดแกการเจรญเตบโต ซงม ี
ิ
ั
ิ
ึ
่
ี
่
ื
้
ิ
่
ผลตอผลผลตของเนอไม รูปทรงลําตนซึงมีผลตอการใชประโยชนและการขนสง ความ
ํ
้
หนาแนนเนือไม ซงมผลตอน้าหนักของตนไม เปนตน
ี
่
ึ
ึ
ื
2. ควรเปนลกษณะทสามารถตรวจวัดไดงาย หรอเก็บขอมลเพือวิเคราะหเปรยบเทยบได ซง
ี
่
ู
่
ี
ี
่
ั
สามารถวิเคราะหคาทางพนธกรรมได
ั
ุ
ั
3. ควรเปนลกษณะทเกิดจากพนธกรรม และสามารถถายทอดทางพันธกรรมได ลักษณะทีเกิดจาก
่
ี
ั
ุ
่
ุ
สงแวดลอมไมมผลตอการพัฒนาหรอปรบปรงพันธไม
ุ
ื
ิ
ุ
ี
่
ั
ื
ิ
ุ
ิ
ั
ั
การคดเลอกพันธในทางปฏบตอาจจะใชเพียงลกษณะเดียว (Single trait selection) หรอการใช
ื
ั
ั
ึ
่
่
ั
ื
ี
มากกวาหนึงลกษณะ (Multiple traits selection) ซงการคดเลอกพันธทมมากกวาหนึงลกษณะนัน ก็จะม 3
ั
้
่
ุ
ี
ี
่
รปแบบ คอ การคดเลอกแตละลกษณะในแตละรุน (Tandem selection) การคัดเลือกลักษณะแรกและ
ั
ั
ู
ื
ื
ั
ั
ั
คดเลอกลกษณะตอมาในเวลาทีตางกันในรนเดียวกัน (Independent culling) และการทจะใชการคดเลอก
ื
ื
่
่
ี
ุ
ุ
ั
หลาย ๆ ลกษณะพรอมกันในแตละรน (Index selection) (Cotterill and Dean, 1990)
ี
่
่
ื
ุ
ี
เกณฑทใชในการคัดเลอกพันธ (Selection criteria) ดังทกลาวมาแลวขางตนวาการคดเลอกพันธ ุ
ื
ั
ึ
ั
ั
้
้
ู
ุ
ึ
ั
ุ
ุ
ื
โดยใชลกษณะใดในการคดเลอกนันตองขนอยูกับวัตถประสงคของการปรบปรงพันธ ซงในการปลกสราง
่
้
ุ
่
ุ
ั
ุ
สวนปาเศรษฐกิจนัน วัตถประสงคของการปรบปรงพันธไดแก การปรับปรุงพันธุเพือใชเปนไมใชสอยและ
ู
่
ุ
ุ
ุ
ั
่
แปรรป (Sawn timber) การปรบปรงพันธไมเพือใชเปนไมในอตสาหกรรมเยือกระดาษ การปรบปรงพันธไม
ั
ุ
ุ
้
ี
ุ
ื
่
เพือใชไมเปนพลงงานทดแทน ถานหรอฟน ดังนันจึงมการกําหนดเกณฑทใชในการคดเลอกพันธ เพือใหได
่
่
ั
ี
ั
ื
่
ั
ั
ุ
สายพนธทตอบสนองตามวัตถประสงคได เกณฑโดยทวไปจะเปนดังนีคือ
ุ
้
่
ี
ิ
็
ิ
ิ
ู
1. มการเจรญเตบโตเรว ใหผลผลตเนือไมสง
้
ี
ู
่
ี
่
2. มรปทรงลาตนกลมเปลาตรง เพือใหสามารถใชประโยชนเนือไมไดมากทสด และสามารถชวย
ํ
้
ี
ุ
่
้
่
ี
ํ
ู
้
ึ
ลดระยะหางระหวางตนในการปลกได (Spacing) ทาใหเพิมจํานวนตนตอพืนทใหมากขนได
ึ
่
ิ
่
ํ
้
ี
ิ
่
3. มการรดกิงธรรมชาตไดดี และขนาดกิงไมใหญ ซงชวยลดการฉีกขาดและการเขาทาลายเนือไม
จากเชอโรคตาง ๆ (รา แบคทีเรีย และไวรัส) หลังจากกิงฉีกขาดได
่
ื
้
ี
่
ี
่
ํ
ํ
ั
ู
4. มความหนาแนนเนือไมสง ทาใหไมมน้าหนักมาก สาหรบการใชไมเพือเยือกระดาษความ
ํ
้
ู
หนาแนนควรอยูระหวาง 400 – 600 กิโลกรม/ลกบาศกเมตร
ั
ี
ํ
ี
ื
5. มเปลอกบาง ทาใหมเนือไมมากขน
้
้
ึ
ั
ุ
่
ุ
ื
การคัดเลอกพันธแบบ Index selection เนืองจากในการปรบปรงพันธไมโดยเฉพาะไมโตเร็วของ
ุ
ุ
กรมปาไม ใชรปแบบการคดเลอกพันธแบบ Index selection เปนสวนใหญ ซงจะมการคดเลอกหลาย ๆ
ั
่
ี
ึ
ื
ู
ื
ั
ั
ี
ลกษณะไปพรอมกัน ในการใช Index selection นันจะทาในแปลงทดสอบสายพนธ ทมการปลกตาม
ุ
้
ี
ํ
ู
่
ั
่
ี
ุ
้
แผนการทดลองทไดวางแผนเพือการปรบปรงแปลงทดสอบสายพันธนีใหเปนสวนผลตเมลดพันธตอไปใน
ุ
ุ
ิ
่
็
ั
ี
่
อนาคต ตามภาพท 4
ุ
ั
แผนการทดลอง (Experimental design) ของแปลงทดสอบสายพนธจะใชแผนแบบ Latinized
ี
ุ
ั
row-column design (John and Williams, 1995) ซงเปนแผนการทดลองเพอเตรยมการในการปรบปรงให
ื
ึ
่
่
ี
ั
ั
็
ั
ุ
่
ุ
่
ี
ื
เปนสวนผลิตเมลดพันธหลงจากทีไดมการคดเลอกพันธ และตดสางตนทไมตองการออกไปแลว โดยใน
่
ี
ั
ี
ํ
ื
ุ
ิ
ี
่
แผนการทดลองดังกลาวจะหลกเลยงสายพนธเดียวกันหรอสายพันธทมพันธกรรมใกลชดมากอยูในตาแหนง
ุ
ุ
ี
ี
่
ี
ี
่
ํ
ุ
ทตดกัน เพือหลกเลยงการผสมพนธระหวางสายพนธเดียวกันหรอสายพันธทใกลชดกัน ซงอาจจะทาใหเกิด
ั
ิ
ั
ี
ื
ึ
่
่
ุ
ิ
ุ
่
การถดถอยทางพนธกรรมได
ั
ุ
ั
้
ิ
็
ภาพท 4 แสดงขนตอนการทดสอบสายพนธ คดเลอกพันธและสรางสวนผลตเมลดพันธ ุ
่
ี
ั
ื
ั
ุ
ุ
ํ
สาหรบขนตอนโดยสรปของการทา Index selection ทกรมปาไมดําเนินการนัน ใชโปรแกรม
ํ
ี
่
ุ
ั
ั
้
้
ี
ึ
่
ู
ื
DataPlus (Williams et al., 2000) ซงวิธการสามารถหาดูไดจากคมอการใชโปรแกรม DataPlus
่
ั
ั
ึ
ในการทํา Index selection จะไดคา Index ซงเปนตวแทนของลกษณะตาง ๆ รวมกันเปนรายตน
่
่
จัดลาดับของคา Index เพือทําการคัดเลือกพันธุ ซึงคา Index เปนตนทีมีลักษณะโดยรวมทีดี เราสามารถทีจะ
่
ํ
่
่
ื
ึ
้
่
่
ั
ั
่
ื
ั
ํ
ใหน้าหนักของลกษณะใดลกษณะหนึงมากกวาลกษณะอนไดนัน คอการกําหนด Economic weight ซง
ิ
้
ั
่
ั
ั
้
ึ
ิ
่
้
ั
โดยทวไป Economic weight จะไดจากการแปลงคาลกษณะนัน ๆ วาการเพมขนทางปรมาณของลกษณะนน
จะใหผลทางเศรษฐกิจมากขนเทาใด แตเนืองจากกรมปาไมยังไมมีการคํานวณคาทางดานนี เราอาจจะให
่
้
้
ึ
ํ
ั
ื
ิ
น้าหนักโดยใชเปนอตราสวนแทน คอถาตองการเนนหนักทางดานการเจรญเตบโต เราอาจจะให Economic
ิ
ี
ํ
่
่
weight เปนสองเทาของลกษณะอน ๆ และถาตองการตนทเปลาตรงอกดวยก็อาจจะกาหนด Economic
ั
ื
ี
weight ใหเปน 1.5 เทาของลกษณะอน ๆ
ั
ื
่
การคดเลอกพันธจากคา Index นี จะเลอกไดสองแบบคอ การคดเลอกพันธเพือพัฒนาใหเปนสวน
ื
้
่
ุ
ื
ื
ื
ุ
ั
ั
่
ื
ุ
ุ
่
ิ
ุ
ิ
็
ผลตเมลดพันธ เพือจะไดผลตเมลดพันธในรนตอไป และการเลอกเพือใชเปนสายตน (Clone) ในการนําไป
็
ี
้
่
ี
ั
้
ทดสอบสายตนในสภาพทองทแบบตาง ๆ ตอไป ซงการเลอกตนทงสองแบบนีมความแตกตางกัน
ื
ึ
่
ุ
่
ิ
ํ
ั
ุ
การคดเลอกพันธเพือพัฒนาใหเปนสวนผลตเมลดพันธ เพือผลตเมลดพันธในรนตอไป จะทาการ
ุ
็
ื
ิ
็
ุ
่
ี
ั
ึ
เลอกโดยคานึงถงความหลากหลายทางพนธกรรม เพราะจะมการนําไปปรบปรงพันธในรนตอ ๆ ไป ซงใน
ุ
ํ
ุ
ื
ุ
ุ
ั
ึ
่
ุ
แผนยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไมยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซีส ไดเสนอแนะการคัดเลือกพันธุไวแลว
ุ
ั
ผสนใจศกษาไดใน Eldridge (1995)
ู
ึ
่
ี
ื
ั
ี
ื
ั
ู
ุ
ื
ี
ี
่
ี
่
การคดเลอกเพอใชเปนสายตน เปนการคดเลอกตนทมคา Index สงทสด โดยจะเลอกตนทม Index
่
ื
สงทสดในลาดับ 1 ถง 50 ตนแรก โดยไมคานึงถงวาจะมาจากตนแมตนเดียวกันหรือไมก็ตาม เพราะสายตน
ึ
ํ
ี
่
ู
ึ
ํ
ุ
ี
ุ
นี้จะไมนําไปปรับปรุงพันธตอ แตจะนําไปปลูกทดสอบสายตนในสภาพทองท่แบบตาง ๆ และนาไป
ํ
ํ
ั
ู
ุ
ขยายพันธสาหรบการปลกเปนปาเศรษฐกิจตอไป
การผสมพันธ (Breeding)
ุ
ุ
เนืองจากการปรบปรงพันธไมจะหลกเลยงการผสมพนธจากสายพันธไมทมพันธกรรมใกลชดกัน
ี
ี
่
ั
ั
ี
่
ุ
ี
่
ุ
ุ
ิ
ุ
ิ
ุ
ํ
ั
เพราะการผสมพนธทใกลชดกัน โดยสวนใหญทาใหเกิดการถดถอยทางพันธกรรม และทาใหคณภาพของ
ุ
ุ
ํ
ี
่
ึ
ี
่
ี
่
ี
่
ํ
พันธไมตกตาลง ซงไดมผลการศกษาแลว เชนในไมกระถนณรงคในประเทศไทย ทมการนําเขามาปลกใน
ู
ิ
ึ
ุ
่
ประเทศไทยมากกวา 60 ป มาแลว แสดงการถดถอยทางพันธกรรม เม่อเปรียบเทียบกับกระถินณรงคทีมีการ
ุ
ื
ุ
ี
ผสมขามพันธ (วิฑูรย และคณะ, 2543) ดังนันในการผสมพันธจึงหลกเลยงการผสมพันธจากสายพันธทม ี
่
่
ุ
ี
ุ
ุ
ี
้
ึ
่
ุ
ี
่
ั
่
ี
ุ
ี
ความใกลชดกันใหมากทสด ซงในการผสมพนธของการปรับปรงพันธทกรมปาไมดําเนินการอยูม 2
ุ
ิ
ุ
รปแบบ คอ การผสมพันธแบบเปด (Open pollination) และ การผสมพันธแบบควบคุม (Control pollination)
ุ
ุ
ู
ื
ุ
ุ
ั
การผสมพันธแบบเปด (Open pollination) การผสมพันธแบบนี เปนการผสมพนธตามธรรมชาต ิ
้
ุ
ู
ื
ั
ั
ี
ุ
ิ
ุ
ี
็
ในสวนผลตเมลดพันธ โดยมแมลง นก สตวตางๆ หรอ ลม ชวยในการผสมพนธ โดยมการวางแผนการปลก
ี
่
ี
่
ุ
ี
่
ุ
ั
ี
่
ี
่
ี
ั
ุ
ทหลกเลยงสายพนธทใกลชดกันมาปลกอยูใกลกัน เพือใหมการผสมขามสายพนธใหมากทสด และชวงเวลา
ู
ิ
ของการออกดอกของพันธุไมในสวนผลิตเมล็ดพันธุควรจะอยูในชวงเวลาเดียวกัน
การผสมพันธแบบควบคุม (Control pollination) การผสมพันธแบบควบคุมนั้น เปนการผสม
ุ
ุ
ุ
ี
ี
พันธโดยการผสมเกสรระหวางตนท่ตองการ ซ่งในการผสมพันธก็จะมรปแบบการผสมเกสรแบบตาง ๆ
ู
ึ
ุ
เชน Factorial mating design, Full diallel/half diallel design เปนตน การเลือกใชการผสมเกสรแบบใด
่
ุ
ึ
้
ขนอยูกับตนพอพันธและตนแมพันธุทีมีอยูมากนอยเพียงใด และตองการศึกษาอิทธิพลของพอพันธุและแม
พันธอยางใด
ุ
ี
ั
ั
ปจจุบนมการผสมขามชนด (Species) เพือใหไดลกผสม (Hybrids) ทมลกษณะดีจากแตละชนด
ี
ิ
่
่
ู
ิ
ี
่
ิ
้
ิ
ึ
มากขน และลกผสมขามชนิดก็ใหผลการเจรญเตบโตทีดีอีกดวย ซึงในการผสมพันธุขามชนิดดังกลาวมีการ
่
ู
ั
ใชฮอรโมนเรงดอกใหออกพรอมกัน และมปรมาณดอกมากเพียงพอตอการผสมพนธ อยางไรก็ตามลกผสม
ี
ู
ิ
ุ
ทไดตองนําไปทดสอบสายพนธหรอสายตนตอไป เพือพิสจนวาลกผสมทไดมคณสมบตตามตองการหรอไม
ิ
ั
่
ื
ี
ุ
ั
ู
่
ี
ู
ุ
ื
่
ี
อยางไร
ั
ยทธศาสตรและแผนงานการปรับปรุงพนธุไม (Tree breeding strategies and breeding plan)
ุ
ี
ุ
ั
ุ
ุ
ุ
ั
่
ุ
ยุทธศาสตรของการปรบปรงพันธไมไดมการพัฒนาและปรบปรง เพือใหการปรบปรงพันธเปนไป
ั
ั
อยางมประสทธภาพ สามารถเพิมผลผลตและคณภาพทางพันธกรรมของพนธไมไดมากและใชเวลานอยลง
ิ
ุ
่
ิ
ี
ิ
ุ
ุ
ุ
ดังนันจึงมการคดคนยุทธศาสตร หรอปรบปรงยุทธศาสตรใหสอดคลองกับสถานการณและเทคโนโลยี
ั
ื
ี
ิ
้
่
ปจจุบันใหมากขึน โดยยุทธศาสตรการปรับปรุงพันธุไมอาจจะมีหลากหลายแนวทาง แตทีมีการใชอยูใน
้
ปจจุบนคอ
ื
ั
Open-pollinated orchard
ี
่
่
ิ
เปนแนวทางยุทธศาสตรทเรมใชในแถบประเทศยุโรปตอนเหนอ โดยใชวิธการของการผสมพันธ ุ
ื
ี
ั
ึ
ื
ี
ุ
ิ
่
็
แบบเปดในสวนผลตเมลดพันธ (Open-pollinated seed orchard) เปนหลก ซงมการดําเนินการคอ
ุ
- คดเลอกตนพันธไมในแปลงปลกสวนปา
ู
ั
ื
่
้
ุ
- เก็บสวนขยายพันธ เชน ยอด กิงหรอตา ของพนธในสวนปานัน
ุ
ื
ั
็
ิ
ิ
ุ
ํ
ิ
ี
่
ื
่
- เสยบยอด ทาบกง หรอตดตา ในตนไมในแปลงทจะทาเปนสวนผลตเมลดพันธจากสวน
ี
ขยายพันธดังกลาว
ุ
ึ
็
ี
่
่
ุ
ุ
ี
ุ
็
- เก็บเมลดพันธในแปลงสวนผลตเมลดพันธทไดจากสวนขยายพันธ ซงมการผสมพันธแบบเปด
ุ
ิ
ู
่
เพือไปปลกสรางสวนปา
ู
ํ
้
ั
- คดเลอกตนพันธรนตอไปในแปลงปลกสวนปา และดําเนินการซาตามแนวทางเดม
ื
ิ
ุ
ุ
ู
รปแบบจะเปนดังนี ้
Seed orchard Plantations
Seed orchard Plantations
Seed orchard Plantations
ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ
ั
้
ื
็
ิ
- ถาแปลงสวนผลตเมลดพันธดังกลาวอยูใกลสวนปาก็อาจจะมเกสรของตนไมจากสวนปาปลว
ิ
ี
ุ
เขามาปะปนในสวนผลตเมล็ดพันธได
ุ
ิ
- เปนการถายทอดทางพนธุกรรมทีรูขอมูลเพียงขางแมพันธุ เนืองจากเปนการผสมเกสรแบบเปด
่
ั
่
็
่
ี
ิ
ุ
ุ
- การดําเนินการอาจจะใชเวลาเนืองจากตองมการขยายพนธในแปลงสวนผลตเมลดพันธเปน
ั
หลก
ั
ี
่
่
ี
ุ
ั
- การคดเลอกตนพันธสวนปาอาจจะไดสายพันธไมดีเทาทควร เนืองจากสวนปาอาจไมมความ
ื
ุ
ุ
หลากหลายทางพันธกรรมมากพอ
ตอมาไดมการปรบปรุงยุทธศาสตรเพิมเติมการทดสอบสายพันธุเขาไปดวย
่
ั
ี
ุ
ั
ื
- คดเลอกตนพันธไมในแปลงปลกสวนปา
ู
- เก็บสวนขยายพนธ เชน ยอด กิงหรอตา ของตนพันธในสวนปานัน
ุ
ั
ุ
่
ื
้
ี
่
ํ
ุ
- เสยบยอด ทาบกิง หรอตดตา ในตนไมในแปลงทจะทาเปนสวนผลตเมลดพันธจากสวน
็
ิ
ี
ิ
ื
่
ั
ุ
ํ
ุ
ุ
ขยายพันธดังกลาว และทาการทดสอบสายพนธจากตนพันธดังกลาวไปดวย
ั
- ใชขอมลจากผลการทดสอบสายพนธไปตดสางตนพันธทมการถายทอดพนธไมดีออกไปจาก
ู
ุ
ี
ุ
ั
ุ
ั
ี
่
ุ
ิ
็
สวนผลตเมลดพันธ
็
ุ
ี
- เก็บเมลดพันธในแปลงสวนผลตเมลดพันธทไดจากสวนขยายพนธ ซงมการผสมพันธแบบเปด
ุ
ิ
ั
ุ
่
ึ
็
ุ
่
ี
่
เพือไปปลกสรางสวนปา
ู
ุ
ื
้
ั
- คดเลอกตนพันธรนตอไปในแปลงปลกสวนปาและดําเนินการซําตามแนวทางเดิม
ู
ุ
Hierarchy of population
ุ
่
ั
ุ
ั
ั
ื
ุ
ยุทธศาสตรนีมแนวความคดของนักปรบปรงพันธวาการคดเลอกตนพันธจากสวนปาทใชกันมาทว
ี
ี
้
่
ิ
ี
ื
ุ
โลกตงแต ป 2513ไมนาจะเปนแนวทางทดี จึงปรบปรงใหมการคดเลอกพันธในสวนผสมพันธ และนําไป
่
ี
ั
ั
ุ
ุ
ั
้
็
ุ
ุ
ุ
ทดสอบสายพันธจะดีกวา และจากนันจึงสรางสวนผลตเมลดพันธ ซงนาจะใหการพัฒนาพันธกรรมไดดีกวา
้
ึ
่
ิ
ํ
้
ุ
ุ
แบบ Open-pollinated orchard ขางตน จึงแบงกลมประชากรพันธกรรมเปน 4 ประชากรตามลาดับชัน (ภาพ
่
ี
ท 5) คอ
ื
ั
- ฐานพนธกรรม (Base population)
ุ
- ประชากรสวนผสมพันธ (Breeding population)
ุ
ั
่
ุ
ุ
- ประชากรขยายพนธทงเมลดพันธและกงพันธ (Propagation population)
็
ุ
ิ
้
ั
- สวนปา (Plantation population)
ภาพท 5 แสดงลาดับชนประชากร
้
ั
ํ
ี
่
Multiple population breeding
ั
ุ
ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไดนําเสนอโดย Namkong et al., (1990) ซงมวัตถประสงคของการ
ุ
ึ
ุ
ี
่
ื
ั
้
่
ดําเนินการปรบปรงพันธใหเหมาะกบสภาพพนทแบบตาง ๆ หรอตามวัตถประสงคของการปรบปรงพันธ ุ
ั
ุ
ุ
ั
ี
ื
ุ
ุ
ตาง ๆ กัน จึงแยกประชากรในการปรบปรงพันธออกเปนหลายประชากรตามแตวัตถุประสงคหรือสภาพ
ั
ุ
ุ
ี
่
ี
้
พืนท ดังแสดงไวในภาพท 6
่
ุ
ุ
ั
ภาพท 6 แสดงยุทธศาสตรการปรบปรงพันธแบบ Multiple population breeding
่
ี
่
ทมา Ab. Rasip, 2006
ี
ั
ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ
ื
้
ุ
- ประชากรทใชในการปรบปรงพันธแยกกนออกไปเปนหลายประชากร ซงอาจจะแยกตามถน
ั
ุ
ี
่
่
ิ
ั
ึ
่
กําเนิดก็ได
ุ
ี
ื
่
- เกณฑทใชในการคัดเลอกพันธ อาจจะแตกตางกันในแตละประชากร
- การปรบปรงพันธตามยุทธศาสตรนีจะทาใหไดสายพนธทเหมาะสมกับสภาพพืนท่ตางๆไดดี
ํ
้
ี
ั
่
ุ
ุ
ุ
ี
ั
้
ี
่
่
ื
ึ
ํ
่
ี
ั
ุ
ี
ุ
้
ขน เมอประชากรททาการปรบปรงพันธมการตอบสนองตอทองทแตกตางกัน (Genotype x
Environment interaction)
่
ี
ึ
- มการจัดการทยุงยากขน และการพฒนาทางพนธอาจจะตาเนืองจากความหลากหลายทาง
ี
่
้
่
ํ
ุ
ั
ั
ุ
พันธกรรมลดลง ในแตละประชากร
Subline breeding
ุ
ี
ุ
ยุทธศาสตรของการปรบปรงพันธนีมการแบงประชากรในสวนของสวนผสมพนธ Breeding
ั
ั
้
ุ
ั
ั
ุ
ื
population) เปนกลมยอย แลวจึงคดเลอกตนพันธมารวมในประชากรของการขยายพนธ (Propagation
ุ
ุ
population หรอ Packaging population) ดังแสดงไวในภาพท 7
ื
ี
่
ภาพท 7 แสดง Subline breeding
่
ี
ทมา Ab. Rasip, 2006
ี
่
้
ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ
ื
ั
ุ
ี
่
ิ
ุ
็
ิ
- ยุทธศาสตรนีสามารถควบคมการเกด Inbreeding ในสวนผลตเมลดพันธไดดี เนืองจากมการ
้
ั
ื
คดเลอกตนพันธมาจากแตละ Subline
ุ
- มโอกาสเกิด Inbreeding ภายในแตละ Subline ไดสงมาก แตก็ยังไมมการนําไปใชประโยชน
ี
ู
ี
ในชวงนี ้
ึ
- ตองมการแบง Subline เปนจํานวนมาก เพือใชคดเลอกมาในสวนผสมพันธ ซงมการจัดการทยุงยาก
ุ
่
ื
ั
ี
ี
่
ี
่
Nucleus breeding
้
ยุทธศาสตรนีไดมีการนําเสนอโดย Dr Pual Cotterill (Cotterill et al.,1988) ในการประชุม IUFRO
ี
่
ึ
ทประเทศไทย เมอป พ.ศ. 2531โดยประยุกตหลกการมาจากการปรบปรงพันธสตว ซงจะการแบงประชากร
่
ั
ั
่
ั
ื
ุ
ุ
ในสวนผสมพันธ (Breeding population ) ออกเปน 2 สวน คอ สวนของประชากรหลก (Main population)
ื
ั
ุ
ี
ุ
ี
ั
และสวนของประชากรนิวเคลยส (Nucleus population) ซงจะมการถายทอดพนธกรรมระหวางประชากร
่
ึ
ี
ั
ุ
ี
หลกและประชากรนิวเคลยส โดยในประชากรนวเคลยสจะใชการผสมเกสรแบบควบคม สวนในประชากร
ิ
ั
่
หลกจะใชการผสมพันธแบบเปด ดังแสดงไวในภาพท 8
ี
ุ
ภาพท 8 แสดง Nucleus breeding
่
ี
่
ี
ทมา Ab. Rasip, 2006
ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ
ั
ื
้
ั
ุ
ั
ี
้
- การปรบปรงพันธแนวทางนีเปนทนิยมในปจจุบนมาก เนืองจากมการใชเทคนิคการผสมเกสร
่
่
ี
ุ
่
ี
ี
แบบควบคมในประชากรนิวเคลยส ทไดมการคดเลอกตนพันธทดีแลวนํามาผสมพันธกัน ทาให
่
ี
ํ
ุ
ี
ั
ุ
ื
ุ
่
ี
้
ึ
็
ุ
่
ี
เกิดสายพันธใหมทดีใชเวลาทเรวขน
ี
- มการลดการเกิด Inbreeding ในแตละประชากรไดดี
- ในประชากรหลักมีโอกาสเกิดการปนเปอนของเกสรจากตนไมภายนอกประชากรได เนืองจาก
่
ุ
เปนการผสมพันธแบบเปด
ั
การทดลองดานการปรับปรุงพนธุไม (Tree Improvement Trials)
ุ
ุ
กิจกรรมในการปรบปรงพันธไม ทประกอบไปดวยการผสมพันธและการคดเลอกพันธ (Selection
ื
ั
่
ั
ี
ุ
ุ
่
ี
ู
ู
ั
ั
ี
and breeding) นัน จะตองมการทดลองทควบคไปกับกิจกรรมดังกลาว เพือใหมขอมลสาหรบการผสมพนธ ุ
้
ี
่
ํ
ั
ื
และคดเลอกพันธ ซงการทดลองเบองตนในงานดานปรบปรงพันธทสาคญนัน คอการทดลองชนิดพรรณไม
ื
้
ุ
่
ุ
ุ
ื
้
ึ
ั
ํ
ั
่
ี
ิ
ั
่
ั
การทดลองถนกําเนิด การทดลองสายพนธ และการทดสอบสายตน สาหรบการทดลองโดยเฉพาะการ
ํ
ุ
ุ
่
ี
ื
ุ
ั
ทดลองในภาคสนามจะตองเลอกแผนการทดลองทเหมาะสม โดยการทดลองทางดานการปรบปรงพันธไม
ดังกลาวมรปแบบดังนีคอ
ื
้
ู
ี
ื
ิ
การทดลองชนดพรรณไม (Species trial หรอ Species screening test)
การทดลองชนิดไมเปนการปลกทดลองชนดพรรณไมตาง ๆ ในสภาพทองททเราตองปลกสราง
ู
ิ
ี
่
่
ู
ี
่
่
ั
่
ี
้
ื
ี
่
สวนปา เพือคดเลอกชนิดไมทเหมาะสมกับทองทนัน ๆ โดยชนิดไมทีนํามาปลูกทดลองอาจจะเปนชนิดไม
ิ
่
่
ึ
ิ
้
่
ิ
่
้
ึ
้
ทองถน หรอชนิดไมตางถนก็ได ซงชนิดไมตางถนนีก็รวมถงชนิดไมจากตางประเทศดวย ทงนีมหลาย
ั
ื
ี
่
ี
ิ
่
ี
ี
ี
่
ประเทศทมการปลกสวนปาเศรษฐกิจโดยใชไมจากตางประเทศ เชน การปลก Pinus radiata ทมถนกําเนิด
ู
ู
ี
ี
ในทวีปอเมรกา เหนือ มการปลกเปนสวนปาประเทศออสเตรเลย และนิวซแลนดเปนจํานวนมาก ไมยูคา
ู
ิ
ี
ี
ื
ั
ลปตสทมถนกําเนิดในประเทศออสเตรเลย มการนําไปปลกสรางสวนปาเศรษฐกิจในหลายประเทศคอ
ิ
่
ี
ิ
ี
่
ู
ี
ิ
บราซล โปรตุเกส อฟรกาใต อนเดีย จีน เวียดนาม และไทย ซึงชนิดไมดังกลาวไดมีการนํามาปลูกทดลอง
ิ
่
ิ
ั
ิ
ู
เปรยบเทยบชนิดไมแลววาสามารถเจรญเตบโตไดดี และมีศกยภาพในการนําไปปลกสวนปาในประเทศ
ิ
ั
ี
ี
นันๆ ได
้
่
ึ
ู
การทดลองชนิดพรรณไมอาจจะมการปลกทดลองในหลายทองทพรอม ๆ กัน เพือศกษาความผน
ี
ี
ั
่
ู
ิ
่
แปรของชนดไม เมอปลกในสภาพทองทีแบบตาง ๆ กัน ซึงชนิดไมทีการเจริญเติบโตดีและมีความผันแปร
่
่
ื
่
ั
่
ี
ื
ั
้
นอย จะเปนชนิดไมทเหมาะในการปลกสวนปาตอไป เพราะสามารถปรบตวไดกับสภาพพนทแบบ ตาง ๆ
ี
่
ู
ู
ู
รปแบบของการปลกแปลงทดลองชนิดไม จะเปนการปลูกแปลงทดลองตามแผนการทดลอง
็
(Experimental design) ซงสวนใหญจะเปนแผนการทดลองแบบบลอกสมบรณ (Randomised block design)
ึ
่
ู
ี
ํ
้
ํ
ื
โดยมจํานวน 3 หรอ 4 ซา (Replication) และหนวยการทดลองหรือแปลงยอยการทดลองในแตละซ้าจะปลูก
ไมชนิดเดียวกันประมาณ 25 - 36 ตน
ั
ํ
่
ิ
สาหรบกรมปาไมไดมการทดลองชนดพรรณไมทงไมทองถนในประเทศและไมตางประเทศ
ิ
ี
ั
้
่
ู
ู
ี
ไดแก การทดลองชนิดพันธไมเพือการปลกสรางสวนปา (วิศาล และคณะ 2531) โดยมการทดลองปลกชนิด
ุ
ื
ไมจํานวน 24 ชนิด คอ สัก ประดู แดง มะคาโมง พะยูง ซอ สะเดา นนทรี มะกอกปา ยมปา เหรียง กระทุม
ิ
ิ
ิ
ุ
ี
ี
็
ี
้
เสลา ทงฟา สเสยด สนทะเล สนประดพัทธ ขเหลกบาน มะมวงหิมพานต กระถนยักษ กระถนณรงค
ิ
ั
ี
มะฮอกกานี ยูคาลปตส คามาลดูเลนซส ยูคาลิปตัส เทอเรทติคอนนีส
การทดลองถนกาเนิด (Provenance trial)
ํ
ิ
่
ั
การทดลองถนกําเนิดเปนขนตอนตอมาจากการทดลองปลกชนิดไมตามขางตนไปแลว และไดผล
ิ
่
ู
้
ุ
ุ
สรปวาชนิดไมชนิดไหนมศกยภาพในการนําไปปลกสรางสวนปา โดยจะศกษาการกระจายพนธหรอแหลง
ั
ึ
ู
ี
ื
ั
ิ
ุ
่
ั
้
่
ู
ี
ี
ุ
้
ิ
ื
พันธกรรมทงธรรมชาตหรอแหลงพันธกรรมทมการปลกอยูแลวของชนดไมนัน เพือตองการทราบวาม ี
ิ
ุ
่
ุ
็
ื
แหลงพันธกรรมหรอถนกําเนิดอยูทใดบาง จึงเก็บรวบรวมเมลดพันธจากตนไมทเปนตวแทนของแหลง
ั
่
ี
่
ี
ั
พันธกรรมนนๆ โดยทวไปการเก็บเมล็ดพันธุจากตนไมในถินกําเนิดตาง ๆ จะไมเก็บเมล็ดจากตนไมทีอยู
่
ั
ุ
้
่
่
ี
็
ใกลกันนอยกวา 100 เมตร เพราะตนดังกลาวอาจจะเปนตนไมทเกิดจากเมลดจากตนแมตนเดียวกัน และการ
่
้
ุ
่
่
่
ิ
็
ิ
เก็บเมลดพันธจากถนกําเนิดตาง ๆ นัน แตละถนกําเนิดควรเก็บเมล็ดพันธุจากตนแมทีหางกันไมนอยกวา 10
ตน ( Eldridge et al. 1993 หนา 30)
็
ุ
็
ี
ิ
ุ
่
่
ิ
่
ื
เมอไดเมลดพันธจากถนกําเนิดตาง ๆ โดยมการผสมเมลดพันธภายในถนกําเนิดตาง ๆ จากตนแมท ่ ี
้
ุ
มอตราสวนเมลดทเทาเทยมกัน เพือใหเปนตวแทนของแหลงเมลดพันธในถ่นกําเนิดนัน ๆ จึงไปปลูกแปลง
็
ั
ั
ิ
่
ี
ี
่
ี
็
ี
ทดลองถนกําเนิด ซงรปแบบการทดลองถนกําเนิดก็จะมลกษณะคลายกับการทดลองชนิดไมขางตน แต
ั
ู
ิ
่
ึ
่
ิ
่
ี
ั
เปลยนจากชนิดไมเปนถนกําเนิดของไมชนิดนัน ๆ แทน ซงการทดลองดงกลาวอาจจะมจํานวนซามากขน
้
ี
ิ
่
ึ
้
ึ
้
ํ
่
่
เปน 4 ถึง 6 ซ้าได
ํ
ั
่
ิ
การทดลองถนกําเนิดชนิดไมตาง ๆ ของกรมปาไมมอยูหลายชนิดเชน การทดลองถนกําเนิดไมสก
่
ี
ิ
ิ
์
่
ิ
ั
(พรศกดิ และคณะ, 2548) การทดลองถนกําเนิดไมกระถนณรงค (Luangviriyasaeng et al., 1991) เปนตน
ู
ี
ปจจุบนมการทดลองชนดและถนกําเนิดควบคกันไปในเวลาเดยวกันเพือประหยัดทรพยากรและ
ี
ั
่
ิ
่
ิ
ั
ั
ั
้
ื
่
ํ
ี
ี
้
เวลา แตทงนีก็จะตองมการศึกษาเบองตนไปแลวในการคดเลอดชนิดไม เพื่อลดจานวนชนิดไมลงไป ซึงไดมี
้
่
การทดลองชนิดและถนกําเนิดนีใน วิฑูรย และคณะ (2540)
้
ิ
ั
ุ
การทดสอบสายพนธ (Progeny trial)
ุ
ั
ู
ํ
ั
ื
การทดสอบสายพนธไม หรอการทดสอบลกไม เปนสวนสาคญของการปรบปรงพันธไม โดย
ุ
ั
ุ
่
ี
ุ
กิจกรรมคดเลอกพันธและผสมพันธ (Selection and breeding) ทเปนหัวใจของการปรบปรงพันธ ก็จะอยูใน
ั
ื
ั
ุ
ุ
ุ
การทดสอบสายพนธ โดยการดําเนินการจะเริมจากการเก็บเมล็ดพันธุชนิดทีตองการจากแหลงพันธุกรรม
่
่
ั
ุ
ึ
่
ื
่
่
ี
่
ี
ี
ี
ตาง ๆ ทมลกษณะดี หรอแหลงพันธกรรมทไดมการทดสอบถนกําเนิดมาแลววามคณภาพดี ซงควรจะมความ
ั
ิ
ุ
ี
ี
ุ
ุ
ุ
ั
็
่
หลากหลายทางพนธกรรมสง โดยมการแยกเมลดพันธทเก็บมาจากแตละตนไว (ตนแมพันธจะตองไมม ี
ู
ี
ี
ุ
ความสัมพันธทางพันธุกรรม) ซึงจะเรียกเมล็ดพันธุดังกลาวเปนสายพันธุหรือ Family สําหรับจํานวนสาย
่
ุ
พันธทเก็บมานันควรมใหมากทสด เพือจะไดเปนฐานพันธกรรมในการปรบปรงพันธตอไป
่
ุ
ี
ุ
่
ุ
้
ั
ี
ุ
ี
่
ุ
ุ
ู
่
่
ี
ี
จากสายพันธดังกลาวนํามาปลกทดสอบในแปลงทดลอง เพือเปรยบเทียบคณลกษณะตาง ๆ ทใช
ั
่
่
้
ั
ในกาคดเลือกพันธุ ในขณะทีทําการทดสอบสายพันธุนัน เมล็ดพันธุสวนหนึงก็ไปปลูกแปลงสวนผลิตเมล็ด
ุ
ุ
ู
ั
่
พันธไปพรอมกัน ซงผลจากการวิเคราะหทางสถตของแปลงทดสอบสายพนธก็จะนําไปเปนขอมลในการ
ึ
ิ
ิ
่
จัดการสวนผลตเมล็ดพันธ โดยสายพันธทมผลจากการวิเคราะหแลวไมดี ก็จะไปตัดสางสายพันธุในสวน
ุ
ี
ุ
ิ
ี
ี
้
ุ
็
ี
ิ
่
ํ
ึ
ุ
็
ผลตเมลดพันธ ซงจะทาใหสวนผลตเมลดพันธมตนแมไมทมลกษณะดีเทานัน การดําเนินการเชนนีมการทํา
ั
ิ
้
ี
ี
่
ั
ในการทดสอบสายพนธไมสกของกรมปาไม
ุ
ั
ั
นอกจากการดําเนินการขางตนแลว ปจจุบนมการปลกแปลงทดสอบสายพนธเพียงอยางเดียว แต
ั
ู
ุ
ี
ุ
ี
ั
ี
่
ื
ุ
ิ
ุ
็
ั
แปลงทดสอบสายพันธดังกลาวจะมการปรบปรงใหเปนสวนผลตเมลดพันธไดเลย เมอมการตัดสางสายพนธ ุ
ึ
่
ทมลกษณะไมดีออกไป ซงการวางแผนการปลกจะตองมการวางแผนไวลวงหนาแลว เพราะจะตองมการวาง
ี
ั
ี
ี
ู
่
ี
ุ
้
ั
ั
ํ
ตาแหนงสายพันธใหคละกนใหท่วถึง ในการปลูกแปลงทดสอบสายพันธุนี มีการปรับปรุงการวางแผนการ
ทดลองใหเหมาะสมกับวิธการนีแลว เชน แผนแบบการทดลองแบบ Latinised row-column design
ี
้
(Williams et al, 2002)
ี
ํ
ู
ี
ุ
้
ั
ั
การวิเคราะขอมลในแปลงทดสอบสายพันธนีจะมความสาคญ เพราะมการวิเคราะหคาทางพนธ ุ
ตาง ๆ เชน heritabily, genetic correlation, breeding value เปนตน นอกเหนอจากการวิเคราะหความ
ื
ั
แปรปรวน (Analysis of variance) ผลจากการวเคราะหจะนําไปใชในการคดเลือกพันธุ เพือปรับปรุงพันธุใน
่
ิ
ื
ุ
รนตอไป และใชคดเลอกสายตน (clone) ในการทดสอบสายตนตอไป
ั
กรมปาไมไดมการทดสอบสายพนธของชนิดไมตางๆ เชน ยูคาลปตส คามาลดูเลนซส (พิศาล และ
ั
ิ
ั
ี
ุ
ี
ิ
วิฑูรย ,2538) กระถนณรงค (วิฑูรย และคณะ, 2538; วิฑูรย และคณะ 2543)
การทดสอบสายตน (Clonal trial)
ั
ปจจุบนมีการปลูกสรางสวนปาแบบสายตน (Clonal plantation) เนืองจากสายตนทีมีการคัดเลือก
่
่
ุ
ํ
ี
ี
ิ
ู
พันธมาแลวจะใหผลผลตสง และมความสมาเสมอในแปลงปลก ทาใหมการจัดการสวนปาไดงายทงการ
้
ู
ั
่
ํ
ั
ั
ุ
ปลกและการตดฟน แตการปลกดวยสายตนตองมการขยายพนธโดยไมอาศยเพศ เชน การปกชา หรือการ
ู
ั
ู
ํ
ี
ี
้
ุ
เพาะเลยงเนือเยือ การปลกสรางสวนปาแบบสายตนนีจะตองคดเลอกพันธและผสมพันธเพือใหไดสายตนทม ี
่
ู
้
่
ั
ื
ุ
ี
่
้
ี
่
ุ
ื
่
้
ี
ี
ึ
คณภาพดีขนไปตลอดเวลา และการปลูกแบบสายตนทใชสายตนไมมากหรอสายตนเดียวจะมความเสยงตอ
ี
โรคและแมลงทจะระบาดไดอยางรวดเรว จึงควรมสายตนทไดจากการพัฒนาไวเปนจํานวนมากพอควร เพือ
่
ี
่
ี
่
็
่
ื
่
ี
ู
ั
ใชปลกแบบผสมผสานหรอปรบเปล่ยนสายตนทีเริมออนแอตอโรคและแมลง
ี
ื
่
การทดสอบสายตนหรอการทดสอบแมไม เปนกิจกรรมทตองดําเนินการกอนทจะนําสายตนพันธ ุ
ี
่
ู
ุ
่
ื
ั
ู
ดีไปปลกสรางสวนปา เนืองจากสายตนไดคดเลอกจากการทดสอบสายพันธ ควรจะไดไปปลกทดสอบใน
่
่
ี
ี
ี
ิ
ิ
ึ
่
ี
่
ี
พืนททมสภาพแบบตางๆ เพือศกษาดูวาสายตนมความแปรปรวนในการเจรญเตบโต ในทองทตางๆ อยางไร
้
ี
ิ
ู
ั
่
ึ
้
ซงจะเปนขอมลในการนําสายตนไปใชปลกสรางสวนปาทเหมาะสมกับสภาพพนท รวมทงศกษาผลผลตเนือ
ี
่
ู
ึ
้
่
ื
้
ู
ิ
่
ไม เพือใหสามารถประเมนมลคาทางเศรษฐกิจได
ี
การทดสอบสายตนก็เปนการปลูกแปลงทดลอง ทตองมการวางแผนแบบการทดลอง โดยสวน
ี
่
ใหญก็จะเปนแบบงายไมซบซอน เชน แผนแบบบลอกสมบรณ การวิเคราะหก็เปนการเปรยบเทยบ
ู
ี
ี
ั
็
่
คุณลักษณะตาง ๆ ของสายตน คือ การเจริญเติบโต รูปทรงลําตน ความตานทานโรคและแมลง สายตนทีมี
ลกษณะดีก็จะใชผลตเปนกิงพันธเพือการปลกสรางสวนปาแบบสายตน(Clonal plantation) ตอไป
ั
ู
่
ุ
ิ
่
เอกสารอางอิง (References)
ั
ั
ั
ิ
ิ
ิ
ู
ู
ี
จํานงค โพธสาโร. 2528. การปลกยูคาลปตสในประเทศไทย รายงานการสมมนายูคาลปตส คามาลดเลนซส,
ุ
กรมปาไม, กรงเทพฯ หนา 11-13
ิ
ิ
ี
์
พรศกดิ มแกว ประพาย แกนนาค และประสทธ เพียรอนุรกษ.2548. การทดลองถนกําเนิดไมสก รายงาน
์
ิ
่
ั
ั
ั
ิ
ํ
ุ
วนวัฒนวิจัย ประจําป 2548 กลมงานวนวัฒนวิจัย สานักวิจัยการจัดการปาไมและผลตผลปาไม
กรมปาไม, หนา 7 – 20.
ั
ิ
พิศาล วสวานิช และ วิฑูรย เหลองวิรยะแสง. 2539. ความผนแปรการเจรญเตบโตของไมยูคาลปตส คา
ุ
ื
ิ
ิ
ั
ิ
ิ
่
มาลดูเลนซส จากถนกําเนิดตางๆ ในแปลงทดสอบถนกําเนิด/สายพันธในประเทศไทย, ในรายงาน
ิ
่
ี
ุ
ิ
ุ
ั
การประชมวิชาการการปาไมแหงชาต ประจําป 2538 ณ มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร 20-24
พฤศจิกายน 2538. กรมปาไม, กรงเทพฯ น. 121-140.
ุ
่
์
วิฑูรย เหลองวิรยะแสง คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ และ ดาวเรือง รัตนสุวรรณ. 2540. การทดสอบชนิดและถิน
ื
ั
ิ
กําเนิดของพันธไม Acacia และ Eucalyptus ในประเทศสาธารณรฐประชาธปไตยประชาชนลาว
ุ
ั
ิ
รายงานผลงานวนวัฒนวิจัย สวนวนวัฒนวิจัย สานักวิชาการปาไม กรมปาไม หนา 157 – 171
ํ
ิ
ื
ิ
ิ
์
ิ
วิฑูรย เหลองวิรยะแสง คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ เกียรตกอง พิตรปรชา อภิสทธ สมศร และ บพิตร
ั
ี
ิ
ิ
ิ
์
ุ
เกียรตวุฒนนท. 2538. ผลเบองตนของการทดสอบสายพนธไมกระถนณรงค วารสารวิชาการปาไม.
ั
้
ิ
ื
ิ
ิ
14 :81-93 (2538)
วิฑูรย เหลองวิรยะแสง สรชย ปราณศลป พรศกดิ มแกว และ คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ. 2543. ลกษณะสาย
ุ
ั
์
ิ
ี
์
ื
ิ
ั
ั
ั
ุ
ุ
ุ
่
ี
ั
ุ
ิ
พันธรนทสองของการปรบปรงพันธไมกระถนณรงค วารสารวิชาการปาไม. 2(1): 1-15.
วิศาล เลศนิตวงค เกียรตกอง พิตรปรชา และพิณ เกือกูล.2531. การทดลองชนิดพันธุไมเพือการปลูกสราง
่
ิ
้
ิ
ิ
ี
ี
ั
ั
่
ี
สวนปา. ในรายงานการสมนาวนวัฒนวิจัย ครงท 4 ระหวางวันท 18 – 22 มกราคม 2531 ณ เมองพัทยา
้
ื
่
จังหวัดชลบุร กรมปาไม หนา 271 – 276.
ี
Ab. Rasip A.G. 2006. Forest tree improvement. Powerpoint presented at Training Workshop in Forest
Biodiversity : Conservation and Management of Forest Genetic Resources. Kuala Lumpur,
Malaysia
Borralho, N.M.G.,1995. The impact of individual tree mixed models (Blup) in tree breeding strategies. In
“Eucalyptus Plantations: Improving Fibre Yield and quality” (Eds. B.M.G. Borralho, J.B. Reid,
R.N. Cromer, W.N. Tibbits and C.A. Raymond). Pp. 5-9. Proc. CRC-IUFRO Conf., Hobart, 19-14
Feb. (CRC for Temperate Harwood Forestry: Hobart). Woolaston and Javis, 1995
Cotterill, P.P. and C.A.Dean, 1990. Successful tree breeding with index selection. CSIRO, Melbourne,
Australia.
Cotterill,P., Dean, C., Cameron, J. and M.Brindbergs, 1998. : A New Strategy for Rapid Improvement
under Clonal Forestry . In Breeding Tropical Trees. Proceeding IUFRO Conference, Pataya,
Thailand, November 1998, (ed G.L. Gibson, A.R. Griffin, A.C. Matheson) PP 39-51 . Oxford
Forestry Institute.
Eldridge, K. 1995. Breeding plan for Eucalyptus camaldulensis in Thailand; 1995 revision. Report
prepared for CSIRO Division of Forestry, Canberra. 28 p.
Eldridge, K., Davidson, J., Harwood, C. and G.Van Wyk, 1993. Eucalypt Domestication and Breeding.
Oxford: Clarendon Press. 288 p.
John, J.A. and E.R.Williams, 1995. Cyclic and Computer Generated Design : Second edition. Chapman
& Hall .255p.
Namkoong, G., Barnes, R.D. and J. Burley, 1990. A Philophy of Breeding Strategy for Tropical Forest
Trees. Tropical Forestry Paper 16. Commonwealth Forestry Institute, Oxford.
Luangviriyasaeng, V and K. Pinyopusarerk, 2002. Genetic variation in a second-generation progeny trial
of Acacia auriculiformis in Thailand, Journal of Tropical Forest Science, 14(1):131-144
Pinyopusarerk, K. and A. Kalinganire, 2003. Domestication of Chukrasia. ACIAR Monograph
No. 98. 48 pp.
Pousajja, R.1993. Eucalyptus plantation in Thailand. Regional Expert Consultation on Eucalyptus, 4-8
October 1993, FAO/RAPA, Bangkok
Luangviriyasaeng, V. , Pinyopusarerk, K. and E. Williams, 1991. Results ar 12 months of Acacia
auriculformis trials in Thailand. ACIAR Proceeding No. 35 p 77 – 81.
Williams, E. R., Heng, S., Aken, K. M., Nguyen, A. and C. E. Harwood, 2000. DataPlus 3: Productivity
Software for Experiments. CSIRO, Canberra.
Williams, E. R., Matheson, A. C. and E. R. Harwood, 2002. Experimental Design and Analysis for Tree
Improvement. CSIRO Publishing, Melbourne, 214 pp.
Woolaston R.R and S.F.Javis, 1995. The importance of breeding objectives in forest tree improvement. In
“Eucalyptus Plantations: Improving Fibre Yield and quality” (Eds. B.M.G. Borralho, J.B. Reid, R.N.
Cromer, W.N. Tibbits and C.A. Raymond). Pp. 5-9. Proc. CRC-IUFRO Conf., Hobart, 19-14 Feb.