The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-29 05:01:19

ปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่า

สารบัญ



หนา
บทนํา (1)

สารบญ (2)

สารบญภาพ (3)



การปรบปรงพันธไม  1








การพัฒนาพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ 1






องคประกอบสาคญของการปรบปรงพันธไมเศรษฐกิจ 2




การคดเลอกและผสมพันธไม  5


ยุทธศาสตรและแผนงานการปรบปรงพันธไม  9









การทดลองดานการปรบปรงพันธไม  14
เอกสารอางอง 17



สารบัญภาพ



หนา











ภาพท 1 แสดงขนตอนการพัฒนาการปรบปรงพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกจ 2



ภาพท 2 แสดงกิจกรรมตางๆ ของการปรบปรงพันธไม  5











ภาพท 3 แสดงวงจรของการคดเลอกพันธและผสมพันธในการปรบปรงพันธไม  6

















ภาพท 4 แสดงขนตอนการทดสอบสายพนธ คดเลอกพันธและสรางสวนผลตเมลดพันธ  ุ 8






ภาพท 5 แสดงลาดับชนประชากร 11








ภาพท 6 แสดงยุทธศาสตรการปรบปรงพันธแบบ Multiple population breeding 12


ภาพท 7 แสดง Subline breeding 13


ภาพท 8 แสดง Nucleus breeding 14



บทนํา








การปรบปรงพันธุไม เปนงานสาคญอนหนึงในการสนับสนุนการปลกสรางสวนปาเศรษฐกิจ เพือ









พัฒนาสายพันธุไมทีใชในการปลกสรางสวนปาใหมีผลผลตสง มีคณสมบตของตนไมและเนือไมตามความ














ตองการของการนําไปใชประโยชน มีความตานทานตอโรคแมลง และมความเหมาะสมกับสภาพพืนทีที่ใชในการ




ปลกสรางสวนปา การปรบปรงพันธุเปนงานทีใชเวลาและคาใชจาย ดงนันจงตองมีการวางแนวทางหรอทิศทาง


















ในการปรบปรงพันธุใหชดเจนและมประสทธิภาพ ซงในการดาเนินงานดานนีจะเปนการดาเนินงานของกิจกรรม






ตาง ๆ อยางตอเนืองกันไป












สาหรบผทีปฎบติงานเกียวของกับการปลูกสราสวนปาควรมีความรูและความเขาใจ เกียวกับการ

ปรบปรงพันธุ เพือสามารถทีจะนําสายพันธุไมทีปรบปรงพันธุแลวไปใชประโยชนไดอยางเหมาะสม












เอกสารฉบับนีจดทําขนจากประสบการณและการศกษาจากเอกสารตาง ๆ เพือเปนแนวทางในการ


























ดาเนินงานดานการปรบปรงพันธุ โดยหวังวาจะเปนประโยชนแกผสนใจและผทีปฎบตงานทีเกียวของ



การปรับปรุงพนธุไม
Forest Tree Improvement



การพฒนาพนธุไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ (Tree Domestication)














การนําพันธไมปามาพฒนาใหเปนพันธไมเพือการปลกสรางสวนปาและนํามาใชประโยชนได (Tree














domestication) จนเปนไมเชงเศรษฐกิจนัน ตองมขบวนการและขนตอนตางๆ ซงเปนการผสมผสานทงความร  ู












ทางดานตางๆ เกียวกับพรรณไมและวิชาการ ในการดําเนินการทตอเนืองและเชอมโยงเปนขบวนการ (Process)


(Pinyopusarerk and Kalinganire, 2003) โดยประกอบดวยสวนตางๆ ดังนีคอ






การศกษาชีวภูมศาสตรและภูมปญญาทองถน (Bio-geographical descriptions and local
























knowledge) เปนการศกษาขอมลแหลงการกระจายพันธตามธรรมชาตของพันธไมวามอยูทใดบาง ขอมลลกษณะ


ทางชววิทยาของการออกดอกและออกผล และชวงเวลาความแตกตางของการออกออกผลของแหลงกระจายพนธ ุ 













ตามธรรมชาตจากแหลงตางๆ รวมทงขอมลการปลก การใชประโยชนในแตละทองถนและภูมิปญญาทองถินที ่





เกียวกับไมชนิดนี


การเกบเมลดหรอกงพันธทเปนตัวแทนของแหลงการกระจายพนธตาง ๆ (Representative sampling)























ทงแหลงธรรมชาตและแหลงทนําพันธไปปลกจนเปนแหลงพันธกรรมขนมาใหม (Land race) ในการเก็บเมลด
















เพือเปนตวแทนของแหลงพันธกรรมควรจะเก็บจากแมไมทีหางกันจํานวนไมนอยกวา 10 ตน ตอหนึงแหลง


พันธกรรม เพือสามารถเปนตวแทนของแหลงพันธกรรมนัน ๆ สาหรบแหลงเมลดพันธกรรมทไดมการทดลอง
















หรอทดสอบแลววาเปนพันธกรรมทดี ก็จะมการเก็บเมลดจากแมพันธจํานวนมากกวา 50 ตน ขึนไป เพือไปสู 









ขบวนการปรบปรงพันธตอไป







การศกษาความแตกตางของพนธกรรมจากแหลงตางๆ (Assessment and propagation) โดยศกษาทง





ลกษณะทางสณฐานวิทยา (Morphology) การเจรญเตบโต ลกษณะทางสรีรวิทยา (Physiology) และอนๆ โดย













การศกษาทดลองนัน ก็ดําเนินการศกษาลกษณะความแตกตางของกลาไมในเรือนเพาะชา ความแตกตางของ



ตนไมในแปลงทดลองถินกําเนิด (Provenance trial) รวมทังการศึกษาทางพันธุศาสตรโมเลกุล เพือศึกษาความ





แตกตางและความหลากหลายทางพนธกรรมของแหลงพันธกรรมตาง ๆ










การจัดสรางฐานพนธกรรม (Assembly base population) ซงเปนสวนสาคญของการปรบปรงพันธไม 















(Tree improvement) โดยฐานพันธกรรมควรมีความหลากหลายทางพนธกรรมสงจากแหลงพันธกรรมทดี เพือใช 




ในขนตอนตอไป


การปรบปรงพันธไม (Tree improvement) เปนขนตอนการคดเลอกพันธและผสมพันธโดยสลบกัน
























เปนวงจร (Cycle) เพือใหสายพนธมคณภาพสงขนในแตละรน (Generation) โดยในขนตอนนีจะเปนวงจรในการ



















คดเลอกพันธและผสมพันธ (Selection and breeding ) เพือใหไดสายพันธทมลกษณะดีตามความตองการ เชน




เตบโตเรว มความหนาแนนเนือไมสง ตานทานโรคและแมลง เหมาะสมกบสภาพพืนทแบบตาง ๆ เปนตน


























นอกจากนีในการปรบปรงพันธไมเพือการใชประโยชนไดอยางยังยืน ยังตองมองคประกอบทสาคญ เชน แผน
















ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไมทงระยะสนและระยะยาว แผนการดําเนินงานในแตละป และแหลงพันธกรรม



ตาง ๆ เปนตน
การนํามาใชประโยชนอยางยังยืน (Sustainable use) ซึงจะมีการจัดการสวนปาและการใชวนวัฒนวิธี








เพือใหมการปลกสวนปาไมชนิดนันไดอยางยังยืน














จากขนตอนดังกลาวก็จะทาใหพันธไมปาเพิมคณคาในการนําไปใชประโยชนมากขนตามลาดับ





(ภาพท 1) ซงในการคดเลอกชนิดพันธใดเขาสขบวนการพัฒนาตองคํานึงถึงศักยภาพในการนําใชประโยชนและ











การปลกสรางสวนปา
Tree domestication process
Site/species Threatening
Selection Processes
Improvement
Biogeographical Representative Assessment Assemble Sustainable
Descriptions & and Base (Breeding
Local Knowledge Sampling Propagation Populations and Use
Propagation)
Environmental Germplasm
Limitations Diffusion
Domestication ‐ sustainable use in cultivation
Increasing Social Utility



ภาพท 1 แสดงขนตอนการพัฒนา การปรบปรงพันธไมปาใหเปนไมเศรษฐกิจ












ทมา: Pinyopusarerk and Kalinganire, 2003
องคประกอบสําคญของการปรับปรุงพนธุไม (Basic Elements of Tree Improvement)












องคประกอบพืนฐานทตองพิจารณา ในการดําเนินงานดานการปรบปรงพันธไม เพือใหการ







ดําเนินงานเปนไปอยางมประสทธภาพ ประกอบดวย 5 องคประกอบ คอ การเลอกใชยุทธศาสตรและ






แผนการดําเนินงานทเหมาะสม (Well defined strategy and plan) การกําหนดวัตถประสงคของการปรบปรง









พันธไมทชัดเจน (Clear objectives) มีแหลงพันธุกรรมตามลําดับชันตาง ๆ (Hierarchy of populations) มี


ขบวนการคดเลอกพันธและการผสมพันธ (Selection and breeding) และมผเชยวชาญรวมทงงบประมาณ












สนับสนุนอยางเพียงพอ (Expertise and fund)





การเลอกใชยุทธศาสตรและการวางแผนการดําเนินงานทเหมาะสม (Well defined strategy and plan)




ยุทธศาสตรของการพัฒนาสายพันธไม (Tree improvement/Tree breeding strategy) เปนการ





กําหนดรปแบบของกจกรรมตางๆ ทตองดําเนินงานตอเนืองกัน ซงปจจุบนไดมการเสนอไวหลายรปแบบ













ตาง ๆ กัน เชน Mass selection , Multiple breeding population , Nucleus breeding เปนตน (Eldridge et al.,




1993) โดยรปแบบตาง ๆ ดังกลาวมีหลักการทีจะหลีกเลียงการผสมสายพันธุทีใกลชิด (Inbreeding) ลดการ





ถดถอยทางพนธกรรม (Inbreeding depression) และใหมโอกาสการผสมขามสายพนธ (Out-crossing) ให


























มากทสด อกทงใหมการถายทอดพนธกรรมทดีสลกหลาน ซงการจะเลอกรปแบบใดก็ขนอยูกับปจจัยตางๆ


คอ ความตองการมลคาทางพันธุ (Genetic gain) มากนอยเพียงใด ทรัพยากรทีมีอยู (Resources) เทคโนโลยี









ของการคดเลอกพันธและผสมพันธ และศกยภาพของนักปรบปรงพันธของหนวยงาน รวมทงคาใชจายท ่ ี





























สมพันธกับมลคาทางพนธทเพิมสงขนดวย เมอเลอกรปแบบทีเหมาะสมแลว ก็จะจัดทําแผนการดําเนินงาน






(Breeding plan) ตอไป โดยแผนดําเนินงานเปนการแปลงยุทธศาสตรใหเปนแผนปฏบตงานตามกิจกรรม





ตาง ๆ ทตองดําเนินการ ซงแผนดําเนินงานอาจจะเปนแผนกิจกรรมประจําป ประจําเดือน ตามขนตอนของ







ยุทธศาสตรทกําหนดไว






กาหนดวตถประสงคทชัดเจนของการปรบปรงพันธุไม (Clear objectives)







ควรมการกําหนดวัตถประสงควาจะปรบปรงพันธไมเพือนําไปใชประโยชนอะไร เชน ปรบปรง



















พันธไมเพือใชประโยชนในอตสาหกรรมเยือกระดาษ ปรบปรงพันธไมเพือเปนไมใชสอย ปรบปรงพันธไม 











เพือการผลตน้ามนหอมระเหย ปรับปรุงพันธุไมเพือพลังงาน เปนตน ซึงวัตถุประสงคดังกลาวก็จะนําไป












กําหนดลกษณะ(Trait) ของตนไม เพือใชเปนเกณฑในการคดเลอกพันธ (Selection criteria) โดยลกษณะ









ดังกลาวเปนลกษณะทสมพันธกับมลคาทางเศรษฐกจ (Economic trait) ตามความหนักเบาของมูลคาผลทีได












จากการเพิมขนของลกษณะนัน (Economic weight)


ตวอยางของวตถประสงคของการปรบปรงพันธไมเพือใชผลตเยือกระดาษ โดยการคํานวณ



















ผลตอบแทน (Profit) กับลกษณะทสมพันธกับมลคาทางเศรษฐกิจคอ ความหนาแนนเนือไม (Density)


ปรมาณเยือกระดาษ ( Pulp yield) ปรมาตร (Volume) และคาใชจายตางๆ (Woolaston and Javis, 1995) โดย






มีสมการดังนีคือ

Profit=Income-1000*{Plantation costs per hectare /(Density*Pulp yield* Volume)+ harvesting,
3
transport & mill costs per m /(Density*Pulp yield)}






ลาดับชันแหลงพันธกรรมในการปรบปรงพันธ (Hierarchy of populations)


ในการดําเนินการปรบปรงพันธจะตองมแหลงพันธกรรมตาง ๆ เพือดําเนินการตามยุทธศาสตรท ่ ี















วางไว โดยแหลงพันธกรรมแรกทจะตองมคอ ฐานพนธกรรม (Base population) ซงเปนแหลงพันธกรรมทม ี



















ความหลากหลายทางพนธกรรม (Genetic diversity) สงมาก เพือใชเปนแหลงในการคัดเลือกพันธุดานตาง ๆ

















โดยทวไปจะเปนแหลงพันธกรรมธรรมชาต หรอแหลงพันธกรรมทไดจากการรวบรวมพันธจากแหลงตาง ๆ






มาไวในทเดียวกัน เชน สวนรวมพันธ (Gene bank) สวนอนุรกษพันธ (Gene conservation) เปนตน แหลง









พันธกรรมลาดับตอไปเปนสวนผสมพนธ (Breeding population) ทไดมการเลอกตวแทนของแตละถน












กําเนิดจากฐานพันธุกรรม นํามาทดสอบสายพันธุ (Progeny test) คัดเลือกพันธุ และผสมพันธุ โดยการ






















ทดสอบสายพันธ คดเลอกพันธและผสมพันธจะเปนวงจรซาแลวซาอก สายพันธทมลกษณะดีตามความ









ตองการจะถกเลอกออกไป เพือไปสรางแหลงพันธกรรมในลาดับตอไปคอสวนขยายพันธ (Propagation






population) ซ่งก็คือ สวนผลิตเมล็ดพันธุ (Seed orchard) สวนรวมพันธุ (Clonal orchard) และจากสวน












ขยายพันธจะขยายสายพันธโดยเมลดหรอกิงพันธจากแมไมพันธดี เพือไปปลกสรางสวนปา เปนแหลง









พันธกรรมสดทายของการปรบปรงพันธ (ภาพท 2)










การคัดเลอกพันธและการผสมพันธ (Selection and breeding)



การคัดเลอกพันธและการผสมพันธ เปนกิจกรรมทีสําคัญของการปรับปรุงพันธุ เพือใหมีการ









พัฒนาสายพันธใหมคณภาพดีขน โดยการคัดเลอกพันธและผสมพนธนีจะอยูในสวนผสมพันธ ซง


























ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธจะมการกําหนดรปแบบของการผสมพันธ (Mating design) ในสวนผสมพันธ ุ 

วาเปนแบบ Open pollination (Half sib) หรอ Control pollination (Full sib) นอกจากนีการทดสอบสายพันธุ 












และการคดเลอกพันธก็จะเปนการประเมนคาทางพนธและการถายทอดทางพันธ โดยจะใชขอมลทางสถตใน
















การประเมนคาทางพันธ (Genetic parameters) ตางๆ ซงในการคดเลอกพันธนีมหลายวิธการ เชน Selection










index (Cotterill and Dean, 1990), Mixed model (BLUP) หรอ selection (Borralho, 1995) เปนตน



นอกจากนียังมการใชเทคโนโลยีชวภาพ (Biotechnology) และพนธศาสตรโมเลกุล (Molecular genetic) ชวย






ประเมนเพือใหเกิดความแมนยํามากยิงขึนได









ปจจุบนมการคดเลอกพันธจากการผสมขามพันธเปนลกผสม (Inter-specific hybrids) มากขน














เพราะลกผสมเพมโอกาสในการคดเลอกพันธทใหผลผลตสงขน และสามารถปรบตวกับสภาพพืนทได















หลากหลายมากขน ซงเปนอกแนวทางหนึงในการปรบปรงพันธ









มผูเชียวชาญและงบประมาณสนับสนุน (Expertise and fund)




การปรบปรงพันธุเปนการดําเนินงานทีประกอบดวยกิจกรรมตางๆ และตองการผูเชียวชาญทีชวย









แนะนําแนวทางทีเหมาะสม และทนสมยอยูตลอดเวลา เพือใหการดําเนินงานดังกลาวเปนไปอยางม ี












ประสทธภาพ เพราะการดําเนินงานดังกลาวเปนการลงทนทงงบประมาณจานวนมากและเวลาทยาวนาน



จะเห็นไดวาองคประกอบทง 5 สวน นันสมพันธกัน ดังนันความเขาใจในองคประกอบตาง ๆ จะ












ทาใหการดําเนินงานเปนไปอยางตอเนือง และมทศทางทชดเจน




BASE Progeny selection seed mass
Tests orchards/
clone
mating banks propagation

Select trees
Plantations









ภาพท 2 แสดงกิจกรรมตาง ๆ ของการปรบปรงพันธไม 





การคดเลือกพนธุและการผสมพนธุไม (Selection and breeding of Tree species)
















การคัดเลอกพันธและผสมพันธ เปนกิจกรรมหนึงของการปรบปรงพันธ (ภาพท 3) เพือใหได





สายพนธทมลกษณะตามทตองการและพัฒนาสายพันธใหมคณภาพดียิงขนไป การคดเลอกพันธนีจะเปนการ






























คดเลอกพันธจากฐานพันธกรรม (Base population) ทตองมความหลากหลายทางพนธกรรม แลวจึงมาสสวน







ผสมพนธ (Breeding population) ซงสวนผสมพนธจะเปนการปลกสรางหรือการจัดการแปลงตนไมเพือการ



















ผสมพนธไมทไดคดเลอกไว โดยจะมทงแบบเปด (Open pollination) หรอแบบใหผสมพันธตามธรรมชาต ิ




และแบบควบคม (Control pollination)








การดําเนินการคดเลอกพันธ และผสมพันธจะเปนวงจรทดําเนินการอยางตอเนืองกันเพือผลตสาย







พันธของแตละรน (Generation) สายพันธุทีมีลักษณะทางพันธุกรรมดีในแตละรุนก็จะคัดเลือกออกไป








ขยายพันธตอไปเพือสรางสวนขยายพนธแบบตาง ๆ ทงแบบอาศยเพศ ไดแก สวนผลตเมลดพันธ (Seedling














seed orchard , Clonal seed orchard) และแบบไมอาศยเพศ ไดแก สวนรวมสายตน (Clone hedge) จากสวน




ขยายพันธดังกลาวก็จะมการผลตเมลดพันธุหรือกิงพันธุจากสายตน (Clone) เพือนําไปปลูกสรางสวนปา









ตอไป






นอกจากนียังมการคดเลอกสายตน และนําสายตนไปปลกทดสอบ (Clonal test) ในสภาพทองท ี ่





แบบตาง ๆ เพือใหไดขอมลสายตนทมความเหมาะสมกับสภาพแวดลอมแบบตาง ๆ อกดวย











ภาพท 3 แสดงวงจรของการคดเลอกพันธและผสมพันธในการปรบปรงพันธไม 
















การคัดเลอกพันธและผสมพันธมการดําเนินงานดังนีคือ


การคัดเลอกพันธ (Selection)
















การปรบปรงพันธไมเพือการปลกสรางสวนปาเชงเศรษฐกิจนัน มเปาหมายเพือพัฒนามลคาของ



ไมสวนปาใหมากขน โดยการพัฒนาลกษณะทางพันธกรรมดานตาง ๆ ท่ตองการ ซึงลักษณะดังกลาวตอง




















เปนไปตามวัตถประสงคของการนําไปใชประโยชนของไมนัน ซงโดยทวไปแลวลกษณะหรอ trait ทจะ


นํามาใชในการคัดเลอกพันธมขอแนะนําดังนีคอ








1. ควรเปนลกษณะทใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic traits) ไดแกการเจรญเตบโต ซงม ี














ผลตอผลผลตของเนอไม รูปทรงลําตนซึงมีผลตอการใชประโยชนและการขนสง ความ



หนาแนนเนือไม ซงมผลตอน้าหนักของตนไม เปนตน










2. ควรเปนลกษณะทสามารถตรวจวัดไดงาย หรอเก็บขอมลเพือวิเคราะหเปรยบเทยบได ซง












สามารถวิเคราะหคาทางพนธกรรมได 







3. ควรเปนลกษณะทเกิดจากพนธกรรม และสามารถถายทอดทางพันธกรรมได ลักษณะทีเกิดจาก







สงแวดลอมไมมผลตอการพัฒนาหรอปรบปรงพันธไม 

















การคดเลอกพันธในทางปฏบตอาจจะใชเพียงลกษณะเดียว (Single trait selection) หรอการใช 











มากกวาหนึงลกษณะ (Multiple traits selection) ซงการคดเลอกพันธทมมากกวาหนึงลกษณะนัน ก็จะม 3









รปแบบ คอ การคดเลอกแตละลกษณะในแตละรุน (Tandem selection) การคัดเลือกลักษณะแรกและ










คดเลอกลกษณะตอมาในเวลาทีตางกันในรนเดียวกัน (Independent culling) และการทจะใชการคดเลอก












หลาย ๆ ลกษณะพรอมกันในแตละรน (Index selection) (Cotterill and Dean, 1990)












เกณฑทใชในการคัดเลอกพันธ (Selection criteria) ดังทกลาวมาแลวขางตนวาการคดเลอกพันธ  ุ





















โดยใชลกษณะใดในการคดเลอกนันตองขนอยูกับวัตถประสงคของการปรบปรงพันธ ซงในการปลกสราง












สวนปาเศรษฐกิจนัน วัตถประสงคของการปรบปรงพันธไดแก การปรับปรุงพันธุเพือใชเปนไมใชสอยและ












แปรรป (Sawn timber) การปรบปรงพันธไมเพือใชเปนไมในอตสาหกรรมเยือกระดาษ การปรบปรงพันธไม 












เพือใชไมเปนพลงงานทดแทน ถานหรอฟน ดังนันจึงมการกําหนดเกณฑทใชในการคดเลอกพันธ เพือใหได














สายพนธทตอบสนองตามวัตถประสงคได เกณฑโดยทวไปจะเปนดังนีคือ














1. มการเจรญเตบโตเรว ใหผลผลตเนือไมสง






2. มรปทรงลาตนกลมเปลาตรง เพือใหสามารถใชประโยชนเนือไมไดมากทสด และสามารถชวย
















ลดระยะหางระหวางตนในการปลกได (Spacing) ทาใหเพิมจํานวนตนตอพืนทใหมากขนได















3. มการรดกิงธรรมชาตไดดี และขนาดกิงไมใหญ ซงชวยลดการฉีกขาดและการเขาทาลายเนือไม


จากเชอโรคตาง ๆ (รา แบคทีเรีย และไวรัส) หลังจากกิงฉีกขาดได















4. มความหนาแนนเนือไมสง ทาใหไมมน้าหนักมาก สาหรบการใชไมเพือเยือกระดาษความ





หนาแนนควรอยูระหวาง 400 – 600 กิโลกรม/ลกบาศกเมตร






5. มเปลอกบาง ทาใหมเนือไมมากขน









การคัดเลอกพันธแบบ Index selection เนืองจากในการปรบปรงพันธไมโดยเฉพาะไมโตเร็วของ



กรมปาไม ใชรปแบบการคดเลอกพันธแบบ Index selection เปนสวนใหญ ซงจะมการคดเลอกหลาย ๆ
















ลกษณะไปพรอมกัน ในการใช Index selection นันจะทาในแปลงทดสอบสายพนธ ทมการปลกตาม















แผนการทดลองทไดวางแผนเพือการปรบปรงแปลงทดสอบสายพันธนีใหเปนสวนผลตเมลดพันธตอไปใน









อนาคต ตามภาพท 4




แผนการทดลอง (Experimental design) ของแปลงทดสอบสายพนธจะใชแผนแบบ Latinized



row-column design (John and Williams, 1995) ซงเปนแผนการทดลองเพอเตรยมการในการปรบปรงให






















เปนสวนผลิตเมลดพันธหลงจากทีไดมการคดเลอกพันธ และตดสางตนทไมตองการออกไปแลว โดยใน














แผนการทดลองดังกลาวจะหลกเลยงสายพนธเดียวกันหรอสายพันธทมพันธกรรมใกลชดมากอยูในตาแหนง














ทตดกัน เพือหลกเลยงการผสมพนธระหวางสายพนธเดียวกันหรอสายพันธทใกลชดกัน ซงอาจจะทาใหเกิด















การถดถอยทางพนธกรรมได








ภาพท 4 แสดงขนตอนการทดสอบสายพนธ คดเลอกพันธและสรางสวนผลตเมลดพันธ ุ 










สาหรบขนตอนโดยสรปของการทา Index selection ทกรมปาไมดําเนินการนัน ใชโปรแกรม


















DataPlus (Williams et al., 2000) ซงวิธการสามารถหาดูไดจากคมอการใชโปรแกรม DataPlus









ในการทํา Index selection จะไดคา Index ซงเปนตวแทนของลกษณะตาง ๆ รวมกันเปนรายตน


จัดลาดับของคา Index เพือทําการคัดเลือกพันธุ ซึงคา Index เปนตนทีมีลักษณะโดยรวมทีดี เราสามารถทีจะ

















ใหน้าหนักของลกษณะใดลกษณะหนึงมากกวาลกษณะอนไดนัน คอการกําหนด Economic weight ซง













โดยทวไป Economic weight จะไดจากการแปลงคาลกษณะนัน ๆ วาการเพมขนทางปรมาณของลกษณะนน

จะใหผลทางเศรษฐกิจมากขนเทาใด แตเนืองจากกรมปาไมยังไมมีการคํานวณคาทางดานนี เราอาจจะให












น้าหนักโดยใชเปนอตราสวนแทน คอถาตองการเนนหนักทางดานการเจรญเตบโต เราอาจจะให Economic












weight เปนสองเทาของลกษณะอน ๆ และถาตองการตนทเปลาตรงอกดวยก็อาจจะกาหนด Economic



weight ใหเปน 1.5 เทาของลกษณะอน ๆ





การคดเลอกพันธจากคา Index นี จะเลอกไดสองแบบคอ การคดเลอกพันธเพือพัฒนาใหเปนสวน






























ผลตเมลดพันธ เพือจะไดผลตเมลดพันธในรนตอไป และการเลอกเพือใชเปนสายตน (Clone) ในการนําไป








ทดสอบสายตนในสภาพทองทแบบตาง ๆ ตอไป ซงการเลอกตนทงสองแบบนีมความแตกตางกัน
















การคดเลอกพันธเพือพัฒนาใหเปนสวนผลตเมลดพันธ เพือผลตเมลดพันธในรนตอไป จะทาการ












เลอกโดยคานึงถงความหลากหลายทางพนธกรรม เพราะจะมการนําไปปรบปรงพันธในรนตอ ๆ ไป ซงใน













แผนยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไมยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซีส ไดเสนอแนะการคัดเลือกพันธุไวแลว







ผสนใจศกษาไดใน Eldridge (1995)






















การคดเลอกเพอใชเปนสายตน เปนการคดเลอกตนทมคา Index สงทสด โดยจะเลอกตนทม Index




สงทสดในลาดับ 1 ถง 50 ตนแรก โดยไมคานึงถงวาจะมาจากตนแมตนเดียวกันหรือไมก็ตาม เพราะสายตน
















นี้จะไมนําไปปรับปรุงพันธตอ แตจะนําไปปลูกทดสอบสายตนในสภาพทองท่แบบตาง ๆ และนาไป









ขยายพันธสาหรบการปลกเปนปาเศรษฐกิจตอไป
การผสมพันธ (Breeding)




เนืองจากการปรบปรงพันธไมจะหลกเลยงการผสมพนธจากสายพันธไมทมพันธกรรมใกลชดกัน

























เพราะการผสมพนธทใกลชดกัน โดยสวนใหญทาใหเกิดการถดถอยทางพันธกรรม และทาใหคณภาพของ


















พันธไมตกตาลง ซงไดมผลการศกษาแลว เชนในไมกระถนณรงคในประเทศไทย ทมการนําเขามาปลกใน











ประเทศไทยมากกวา 60 ป มาแลว แสดงการถดถอยทางพันธกรรม เม่อเปรียบเทียบกับกระถินณรงคทีมีการ






ผสมขามพันธ (วิฑูรย และคณะ, 2543) ดังนันในการผสมพันธจึงหลกเลยงการผสมพันธจากสายพันธทม ี

























ความใกลชดกันใหมากทสด ซงในการผสมพนธของการปรับปรงพันธทกรมปาไมดําเนินการอยูม 2






รปแบบ คอ การผสมพันธแบบเปด (Open pollination) และ การผสมพันธแบบควบคุม (Control pollination)













การผสมพันธแบบเปด (Open pollination) การผสมพันธแบบนี เปนการผสมพนธตามธรรมชาต ิ

















ในสวนผลตเมลดพันธ โดยมแมลง นก สตวตางๆ หรอ ลม ชวยในการผสมพนธ โดยมการวางแผนการปลก























ทหลกเลยงสายพนธทใกลชดกันมาปลกอยูใกลกัน เพือใหมการผสมขามสายพนธใหมากทสด และชวงเวลา




ของการออกดอกของพันธุไมในสวนผลิตเมล็ดพันธุควรจะอยูในชวงเวลาเดียวกัน

การผสมพันธแบบควบคุม (Control pollination) การผสมพันธแบบควบคุมนั้น เปนการผสม








พันธโดยการผสมเกสรระหวางตนท่ตองการ ซ่งในการผสมพันธก็จะมรปแบบการผสมเกสรแบบตาง ๆ



เชน Factorial mating design, Full diallel/half diallel design เปนตน การเลือกใชการผสมเกสรแบบใด








ขนอยูกับตนพอพันธและตนแมพันธุทีมีอยูมากนอยเพียงใด และตองการศึกษาอิทธิพลของพอพันธุและแม


พันธอยางใด






ปจจุบนมการผสมขามชนด (Species) เพือใหไดลกผสม (Hybrids) ทมลกษณะดีจากแตละชนด















มากขน และลกผสมขามชนิดก็ใหผลการเจรญเตบโตทีดีอีกดวย ซึงในการผสมพันธุขามชนิดดังกลาวมีการ





ใชฮอรโมนเรงดอกใหออกพรอมกัน และมปรมาณดอกมากเพียงพอตอการผสมพนธ อยางไรก็ตามลกผสม












ทไดตองนําไปทดสอบสายพนธหรอสายตนตอไป เพือพิสจนวาลกผสมทไดมคณสมบตตามตองการหรอไม 


















อยางไร

ยทธศาสตรและแผนงานการปรับปรุงพนธุไม (Tree breeding strategies and breeding plan)
















ยุทธศาสตรของการปรบปรงพันธไมไดมการพัฒนาและปรบปรง เพือใหการปรบปรงพันธเปนไป


อยางมประสทธภาพ สามารถเพิมผลผลตและคณภาพทางพันธกรรมของพนธไมไดมากและใชเวลานอยลง












ดังนันจึงมการคดคนยุทธศาสตร หรอปรบปรงยุทธศาสตรใหสอดคลองกับสถานการณและเทคโนโลยี












ปจจุบันใหมากขึน โดยยุทธศาสตรการปรับปรุงพันธุไมอาจจะมีหลากหลายแนวทาง แตทีมีการใชอยูใน


ปจจุบนคอ




Open-pollinated orchard






เปนแนวทางยุทธศาสตรทเรมใชในแถบประเทศยุโรปตอนเหนอ โดยใชวิธการของการผสมพันธ ุ 














แบบเปดในสวนผลตเมลดพันธ (Open-pollinated seed orchard) เปนหลก ซงมการดําเนินการคอ



- คดเลอกตนพันธไมในแปลงปลกสวนปา











- เก็บสวนขยายพันธ เชน ยอด กิงหรอตา ของพนธในสวนปานัน





















- เสยบยอด ทาบกง หรอตดตา ในตนไมในแปลงทจะทาเปนสวนผลตเมลดพันธจากสวน



ขยายพันธดังกลาว















- เก็บเมลดพันธในแปลงสวนผลตเมลดพันธทไดจากสวนขยายพันธ ซงมการผสมพันธแบบเปด








เพือไปปลกสรางสวนปา







- คดเลอกตนพันธรนตอไปในแปลงปลกสวนปา และดําเนินการซาตามแนวทางเดม









รปแบบจะเปนดังนี ้
Seed orchard Plantations
Seed orchard Plantations
Seed orchard Plantations

ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ







- ถาแปลงสวนผลตเมลดพันธดังกลาวอยูใกลสวนปาก็อาจจะมเกสรของตนไมจากสวนปาปลว












เขามาปะปนในสวนผลตเมล็ดพันธได





- เปนการถายทอดทางพนธุกรรมทีรูขอมูลเพียงขางแมพันธุ เนืองจากเปนการผสมเกสรแบบเปด













- การดําเนินการอาจจะใชเวลาเนืองจากตองมการขยายพนธในแปลงสวนผลตเมลดพันธเปน



หลก













- การคดเลอกตนพันธสวนปาอาจจะไดสายพันธไมดีเทาทควร เนืองจากสวนปาอาจไมมความ





หลากหลายทางพันธกรรมมากพอ

ตอมาไดมการปรบปรุงยุทธศาสตรเพิมเติมการทดสอบสายพันธุเขาไปดวย











- คดเลอกตนพันธไมในแปลงปลกสวนปา


- เก็บสวนขยายพนธ เชน ยอด กิงหรอตา ของตนพันธในสวนปานัน




















- เสยบยอด ทาบกิง หรอตดตา ในตนไมในแปลงทจะทาเปนสวนผลตเมลดพันธจากสวน


















ขยายพันธดังกลาว และทาการทดสอบสายพนธจากตนพันธดังกลาวไปดวย





- ใชขอมลจากผลการทดสอบสายพนธไปตดสางตนพันธทมการถายทอดพนธไมดีออกไปจาก


















สวนผลตเมลดพันธ





- เก็บเมลดพันธในแปลงสวนผลตเมลดพันธทไดจากสวนขยายพนธ ซงมการผสมพันธแบบเปด















เพือไปปลกสรางสวนปา









- คดเลอกตนพันธรนตอไปในแปลงปลกสวนปาและดําเนินการซําตามแนวทางเดิม




Hierarchy of population













ยุทธศาสตรนีมแนวความคดของนักปรบปรงพันธวาการคดเลอกตนพันธจากสวนปาทใชกันมาทว










โลกตงแต ป 2513ไมนาจะเปนแนวทางทดี จึงปรบปรงใหมการคดเลอกพันธในสวนผสมพันธ และนําไป



















ทดสอบสายพันธจะดีกวา และจากนันจึงสรางสวนผลตเมลดพันธ ซงนาจะใหการพัฒนาพันธกรรมไดดีกวา












แบบ Open-pollinated orchard ขางตน จึงแบงกลมประชากรพันธกรรมเปน 4 ประชากรตามลาดับชัน (ภาพ



ท 5) คอ


- ฐานพนธกรรม (Base population)

- ประชากรสวนผสมพันธ (Breeding population)






- ประชากรขยายพนธทงเมลดพันธและกงพันธ (Propagation population)









- สวนปา (Plantation population)



ภาพท 5 แสดงลาดับชนประชากร






Multiple population breeding





ยุทธศาสตรการปรบปรงพันธไดนําเสนอโดย Namkong et al., (1990) ซงมวัตถประสงคของการ










ดําเนินการปรบปรงพันธใหเหมาะกบสภาพพนทแบบตาง ๆ หรอตามวัตถประสงคของการปรบปรงพันธ  ุ












ตาง ๆ กัน จึงแยกประชากรในการปรบปรงพันธออกเปนหลายประชากรตามแตวัตถุประสงคหรือสภาพ










พืนท ดังแสดงไวในภาพท 6







ภาพท 6 แสดงยุทธศาสตรการปรบปรงพันธแบบ Multiple population breeding



ทมา Ab. Rasip, 2006



ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ




- ประชากรทใชในการปรบปรงพันธแยกกนออกไปเปนหลายประชากร ซงอาจจะแยกตามถน












กําเนิดก็ได








- เกณฑทใชในการคัดเลอกพันธ อาจจะแตกตางกันในแตละประชากร

- การปรบปรงพันธตามยุทธศาสตรนีจะทาใหไดสายพนธทเหมาะสมกับสภาพพืนท่ตางๆไดดี































ขน เมอประชากรททาการปรบปรงพันธมการตอบสนองตอทองทแตกตางกัน (Genotype x
Environment interaction)




- มการจัดการทยุงยากขน และการพฒนาทางพนธอาจจะตาเนืองจากความหลากหลายทาง










พันธกรรมลดลง ในแตละประชากร


Subline breeding




ยุทธศาสตรของการปรบปรงพันธนีมการแบงประชากรในสวนของสวนผสมพนธ Breeding
















population) เปนกลมยอย แลวจึงคดเลอกตนพันธมารวมในประชากรของการขยายพนธ (Propagation




population หรอ Packaging population) ดังแสดงไวในภาพท 7










ภาพท 7 แสดง Subline breeding


ทมา Ab. Rasip, 2006




ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ











- ยุทธศาสตรนีสามารถควบคมการเกด Inbreeding ในสวนผลตเมลดพันธไดดี เนืองจากมการ






คดเลอกตนพันธมาจากแตละ Subline



- มโอกาสเกิด Inbreeding ภายในแตละ Subline ไดสงมาก แตก็ยังไมมการนําไปใชประโยชน







ในชวงนี ้


- ตองมการแบง Subline เปนจํานวนมาก เพือใชคดเลอกมาในสวนผสมพันธ ซงมการจัดการทยุงยาก














Nucleus breeding


ยุทธศาสตรนีไดมีการนําเสนอโดย Dr Pual Cotterill (Cotterill et al.,1988) ในการประชุม IUFRO




ทประเทศไทย เมอป พ.ศ. 2531โดยประยุกตหลกการมาจากการปรบปรงพันธสตว ซงจะการแบงประชากร












ในสวนผสมพันธ (Breeding population ) ออกเปน 2 สวน คอ สวนของประชากรหลก (Main population)













และสวนของประชากรนิวเคลยส (Nucleus population) ซงจะมการถายทอดพนธกรรมระหวางประชากร








หลกและประชากรนิวเคลยส โดยในประชากรนวเคลยสจะใชการผสมเกสรแบบควบคม สวนในประชากร





หลกจะใชการผสมพันธแบบเปด ดังแสดงไวในภาพท 8


























ภาพท 8 แสดง Nucleus breeding




ทมา Ab. Rasip, 2006
ขอสงเกตของยุทธศาสตรนีคอ














- การปรบปรงพันธแนวทางนีเปนทนิยมในปจจุบนมาก เนืองจากมการใชเทคนิคการผสมเกสร







แบบควบคมในประชากรนิวเคลยส ทไดมการคดเลอกตนพันธทดีแลวนํามาผสมพันธกัน ทาให























เกิดสายพันธใหมทดีใชเวลาทเรวขน



- มการลดการเกิด Inbreeding ในแตละประชากรไดดี

- ในประชากรหลักมีโอกาสเกิดการปนเปอนของเกสรจากตนไมภายนอกประชากรได เนืองจาก





เปนการผสมพันธแบบเปด



การทดลองดานการปรับปรุงพนธุไม (Tree Improvement Trials)





กิจกรรมในการปรบปรงพันธไม ทประกอบไปดวยการผสมพันธและการคดเลอกพันธ (Selection



















and breeding) นัน จะตองมการทดลองทควบคไปกับกิจกรรมดังกลาว เพือใหมขอมลสาหรบการผสมพนธ ุ 






และคดเลอกพันธ ซงการทดลองเบองตนในงานดานปรบปรงพันธทสาคญนัน คอการทดลองชนิดพรรณไม





















การทดลองถนกําเนิด การทดลองสายพนธ และการทดสอบสายตน สาหรบการทดลองโดยเฉพาะการ













ทดลองในภาคสนามจะตองเลอกแผนการทดลองทเหมาะสม โดยการทดลองทางดานการปรบปรงพันธไม 

ดังกลาวมรปแบบดังนีคอ









การทดลองชนดพรรณไม (Species trial หรอ Species screening test)


การทดลองชนิดไมเปนการปลกทดลองชนดพรรณไมตาง ๆ ในสภาพทองททเราตองปลกสราง

























สวนปา เพือคดเลอกชนิดไมทเหมาะสมกับทองทนัน ๆ โดยชนิดไมทีนํามาปลูกทดลองอาจจะเปนชนิดไม

















ทองถน หรอชนิดไมตางถนก็ได ซงชนิดไมตางถนนีก็รวมถงชนิดไมจากตางประเทศดวย ทงนีมหลาย

















ประเทศทมการปลกสวนปาเศรษฐกิจโดยใชไมจากตางประเทศ เชน การปลก Pinus radiata ทมถนกําเนิด






ในทวีปอเมรกา เหนือ มการปลกเปนสวนปาประเทศออสเตรเลย และนิวซแลนดเปนจํานวนมาก ไมยูคา








ลปตสทมถนกําเนิดในประเทศออสเตรเลย มการนําไปปลกสรางสวนปาเศรษฐกิจในหลายประเทศคอ











บราซล โปรตุเกส อฟรกาใต อนเดีย จีน เวียดนาม และไทย ซึงชนิดไมดังกลาวไดมีการนํามาปลูกทดลอง







เปรยบเทยบชนิดไมแลววาสามารถเจรญเตบโตไดดี และมีศกยภาพในการนําไปปลกสวนปาในประเทศ






นันๆ ได





การทดลองชนิดพรรณไมอาจจะมการปลกทดลองในหลายทองทพรอม ๆ กัน เพือศกษาความผน









แปรของชนดไม เมอปลกในสภาพทองทีแบบตาง ๆ กัน ซึงชนิดไมทีการเจริญเติบโตดีและมีความผันแปร












นอย จะเปนชนิดไมทเหมาะในการปลกสวนปาตอไป เพราะสามารถปรบตวไดกับสภาพพนทแบบ ตาง ๆ









รปแบบของการปลกแปลงทดลองชนิดไม จะเปนการปลูกแปลงทดลองตามแผนการทดลอง



(Experimental design) ซงสวนใหญจะเปนแผนการทดลองแบบบลอกสมบรณ (Randomised block design)










โดยมจํานวน 3 หรอ 4 ซา (Replication) และหนวยการทดลองหรือแปลงยอยการทดลองในแตละซ้าจะปลูก


ไมชนิดเดียวกันประมาณ 25 - 36 ตน








สาหรบกรมปาไมไดมการทดลองชนดพรรณไมทงไมทองถนในประเทศและไมตางประเทศ














ไดแก การทดลองชนิดพันธไมเพือการปลกสรางสวนปา (วิศาล และคณะ 2531) โดยมการทดลองปลกชนิด






ไมจํานวน 24 ชนิด คอ สัก ประดู แดง มะคาโมง พะยูง ซอ สะเดา นนทรี มะกอกปา ยมปา เหรียง กระทุม














เสลา ทงฟา สเสยด สนทะเล สนประดพัทธ ขเหลกบาน มะมวงหิมพานต กระถนยักษ กระถนณรงค 



มะฮอกกานี ยูคาลปตส คามาลดูเลนซส ยูคาลิปตัส เทอเรทติคอนนีส
การทดลองถนกาเนิด (Provenance trial)





การทดลองถนกําเนิดเปนขนตอนตอมาจากการทดลองปลกชนิดไมตามขางตนไปแลว และไดผล













สรปวาชนิดไมชนิดไหนมศกยภาพในการนําไปปลกสรางสวนปา โดยจะศกษาการกระจายพนธหรอแหลง




























พันธกรรมทงธรรมชาตหรอแหลงพันธกรรมทมการปลกอยูแลวของชนดไมนัน เพือตองการทราบวาม ี







แหลงพันธกรรมหรอถนกําเนิดอยูทใดบาง จึงเก็บรวบรวมเมลดพันธจากตนไมทเปนตวแทนของแหลง













พันธกรรมนนๆ โดยทวไปการเก็บเมล็ดพันธุจากตนไมในถินกําเนิดตาง ๆ จะไมเก็บเมล็ดจากตนไมทีอยู 













ใกลกันนอยกวา 100 เมตร เพราะตนดังกลาวอาจจะเปนตนไมทเกิดจากเมลดจากตนแมตนเดียวกัน และการ
















เก็บเมลดพันธจากถนกําเนิดตาง ๆ นัน แตละถนกําเนิดควรเก็บเมล็ดพันธุจากตนแมทีหางกันไมนอยกวา 10

ตน ( Eldridge et al. 1993 หนา 30)


















เมอไดเมลดพันธจากถนกําเนิดตาง ๆ โดยมการผสมเมลดพันธภายในถนกําเนิดตาง ๆ จากตนแมท ่ ี



มอตราสวนเมลดทเทาเทยมกัน เพือใหเปนตวแทนของแหลงเมลดพันธในถ่นกําเนิดนัน ๆ จึงไปปลูกแปลง















ทดลองถนกําเนิด ซงรปแบบการทดลองถนกําเนิดก็จะมลกษณะคลายกับการทดลองชนิดไมขางตน แต 















เปลยนจากชนิดไมเปนถนกําเนิดของไมชนิดนัน ๆ แทน ซงการทดลองดงกลาวอาจจะมจํานวนซามากขน














เปน 4 ถึง 6 ซ้าได











การทดลองถนกําเนิดชนิดไมตาง ๆ ของกรมปาไมมอยูหลายชนิดเชน การทดลองถนกําเนิดไมสก













(พรศกดิ และคณะ, 2548) การทดลองถนกําเนิดไมกระถนณรงค (Luangviriyasaeng et al., 1991) เปนตน



ปจจุบนมการทดลองชนดและถนกําเนิดควบคกันไปในเวลาเดยวกันเพือประหยัดทรพยากรและ






















เวลา แตทงนีก็จะตองมการศึกษาเบองตนไปแลวในการคดเลอดชนิดไม เพื่อลดจานวนชนิดไมลงไป ซึงไดมี


การทดลองชนิดและถนกําเนิดนีใน วิฑูรย และคณะ (2540)





การทดสอบสายพนธ (Progeny trial)











การทดสอบสายพนธไม หรอการทดสอบลกไม เปนสวนสาคญของการปรบปรงพันธไม โดย









กิจกรรมคดเลอกพันธและผสมพันธ (Selection and breeding) ทเปนหัวใจของการปรบปรงพันธ ก็จะอยูใน










การทดสอบสายพนธ โดยการดําเนินการจะเริมจากการเก็บเมล็ดพันธุชนิดทีตองการจากแหลงพันธุกรรม


















ตาง ๆ ทมลกษณะดี หรอแหลงพันธกรรมทไดมการทดสอบถนกําเนิดมาแลววามคณภาพดี ซงควรจะมความ















หลากหลายทางพนธกรรมสง โดยมการแยกเมลดพันธทเก็บมาจากแตละตนไว (ตนแมพันธจะตองไมม ี









ความสัมพันธทางพันธุกรรม) ซึงจะเรียกเมล็ดพันธุดังกลาวเปนสายพันธุหรือ Family สําหรับจํานวนสาย



พันธทเก็บมานันควรมใหมากทสด เพือจะไดเปนฐานพันธกรรมในการปรบปรงพันธตอไป

























จากสายพันธดังกลาวนํามาปลกทดสอบในแปลงทดลอง เพือเปรยบเทียบคณลกษณะตาง ๆ ทใช 








ในกาคดเลือกพันธุ ในขณะทีทําการทดสอบสายพันธุนัน เมล็ดพันธุสวนหนึงก็ไปปลูกแปลงสวนผลิตเมล็ด








พันธไปพรอมกัน ซงผลจากการวิเคราะหทางสถตของแปลงทดสอบสายพนธก็จะนําไปเปนขอมลในการ








จัดการสวนผลตเมล็ดพันธ โดยสายพันธทมผลจากการวิเคราะหแลวไมดี ก็จะไปตัดสางสายพันธุในสวน






















ผลตเมลดพันธ ซงจะทาใหสวนผลตเมลดพันธมตนแมไมทมลกษณะดีเทานัน การดําเนินการเชนนีมการทํา










ในการทดสอบสายพนธไมสกของกรมปาไม 










นอกจากการดําเนินการขางตนแลว ปจจุบนมการปลกแปลงทดสอบสายพนธเพียงอยางเดียว แต 





















แปลงทดสอบสายพันธดังกลาวจะมการปรบปรงใหเปนสวนผลตเมลดพันธไดเลย เมอมการตัดสางสายพนธ  ุ


ทมลกษณะไมดีออกไป ซงการวางแผนการปลกจะตองมการวางแผนไวลวงหนาแลว เพราะจะตองมการวาง




















ตาแหนงสายพันธใหคละกนใหท่วถึง ในการปลูกแปลงทดสอบสายพันธุนี มีการปรับปรุงการวางแผนการ
ทดลองใหเหมาะสมกับวิธการนีแลว เชน แผนแบบการทดลองแบบ Latinised row-column design




(Williams et al, 2002)












การวิเคราะขอมลในแปลงทดสอบสายพันธนีจะมความสาคญ เพราะมการวิเคราะหคาทางพนธ ุ 


ตาง ๆ เชน heritabily, genetic correlation, breeding value เปนตน นอกเหนอจากการวิเคราะหความ





แปรปรวน (Analysis of variance) ผลจากการวเคราะหจะนําไปใชในการคดเลือกพันธุ เพือปรับปรุงพันธุใน








รนตอไป และใชคดเลอกสายตน (clone) ในการทดสอบสายตนตอไป





กรมปาไมไดมการทดสอบสายพนธของชนิดไมตางๆ เชน ยูคาลปตส คามาลดูเลนซส (พิศาล และ












วิฑูรย ,2538) กระถนณรงค (วิฑูรย และคณะ, 2538; วิฑูรย และคณะ 2543)

การทดสอบสายตน (Clonal trial)

ปจจุบนมีการปลูกสรางสวนปาแบบสายตน (Clonal plantation) เนืองจากสายตนทีมีการคัดเลือก










พันธมาแลวจะใหผลผลตสง และมความสมาเสมอในแปลงปลก ทาใหมการจัดการสวนปาไดงายทงการ










ปลกและการตดฟน แตการปลกดวยสายตนตองมการขยายพนธโดยไมอาศยเพศ เชน การปกชา หรือการ















เพาะเลยงเนือเยือ การปลกสรางสวนปาแบบสายตนนีจะตองคดเลอกพันธและผสมพันธเพือใหไดสายตนทม ี





























คณภาพดีขนไปตลอดเวลา และการปลูกแบบสายตนทใชสายตนไมมากหรอสายตนเดียวจะมความเสยงตอ


โรคและแมลงทจะระบาดไดอยางรวดเรว จึงควรมสายตนทไดจากการพัฒนาไวเปนจํานวนมากพอควร เพือ














ใชปลกแบบผสมผสานหรอปรบเปล่ยนสายตนทีเริมออนแอตอโรคและแมลง



การทดสอบสายตนหรอการทดสอบแมไม เปนกิจกรรมทตองดําเนินการกอนทจะนําสายตนพันธ  ุ
















ดีไปปลกสรางสวนปา เนืองจากสายตนไดคดเลอกจากการทดสอบสายพันธ ควรจะไดไปปลกทดสอบใน















พืนททมสภาพแบบตางๆ เพือศกษาดูวาสายตนมความแปรปรวนในการเจรญเตบโต ในทองทตางๆ อยางไร













ซงจะเปนขอมลในการนําสายตนไปใชปลกสรางสวนปาทเหมาะสมกับสภาพพนท รวมทงศกษาผลผลตเนือ

















ไม เพือใหสามารถประเมนมลคาทางเศรษฐกิจได


การทดสอบสายตนก็เปนการปลูกแปลงทดลอง ทตองมการวางแผนแบบการทดลอง โดยสวน





ใหญก็จะเปนแบบงายไมซบซอน เชน แผนแบบบลอกสมบรณ การวิเคราะหก็เปนการเปรยบเทยบ













คุณลักษณะตาง ๆ ของสายตน คือ การเจริญเติบโต รูปทรงลําตน ความตานทานโรคและแมลง สายตนทีมี
ลกษณะดีก็จะใชผลตเปนกิงพันธเพือการปลกสรางสวนปาแบบสายตน(Clonal plantation) ตอไป














เอกสารอางอิง (References)











จํานงค โพธสาโร. 2528. การปลกยูคาลปตสในประเทศไทย รายงานการสมมนายูคาลปตส คามาลดเลนซส,

กรมปาไม, กรงเทพฯ หนา 11-13






พรศกดิ มแกว ประพาย แกนนาค และประสทธ เพียรอนุรกษ.2548. การทดลองถนกําเนิดไมสก รายงาน
















วนวัฒนวิจัย ประจําป 2548 กลมงานวนวัฒนวิจัย สานักวิจัยการจัดการปาไมและผลตผลปาไม
กรมปาไม, หนา 7 – 20.




พิศาล วสวานิช และ วิฑูรย เหลองวิรยะแสง. 2539. ความผนแปรการเจรญเตบโตของไมยูคาลปตส คา









มาลดูเลนซส จากถนกําเนิดตางๆ ในแปลงทดสอบถนกําเนิด/สายพันธในประเทศไทย, ในรายงาน











การประชมวิชาการการปาไมแหงชาต ประจําป 2538 ณ มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร 20-24



พฤศจิกายน 2538. กรมปาไม, กรงเทพฯ น. 121-140.



วิฑูรย เหลองวิรยะแสง คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ และ ดาวเรือง รัตนสุวรรณ. 2540. การทดสอบชนิดและถิน



กําเนิดของพันธไม Acacia และ Eucalyptus ในประเทศสาธารณรฐประชาธปไตยประชาชนลาว





รายงานผลงานวนวัฒนวิจัย สวนวนวัฒนวิจัย สานักวิชาการปาไม กรมปาไม หนา 157 – 171












วิฑูรย เหลองวิรยะแสง คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ เกียรตกอง พิตรปรชา อภิสทธ สมศร และ บพิตร










เกียรตวุฒนนท. 2538. ผลเบองตนของการทดสอบสายพนธไมกระถนณรงค วารสารวิชาการปาไม.










14 :81-93 (2538)
วิฑูรย เหลองวิรยะแสง สรชย ปราณศลป พรศกดิ มแกว และ คงศกดิ ภิญโญภูษาฤกษ. 2543. ลกษณะสาย



























พันธรนทสองของการปรบปรงพันธไมกระถนณรงค วารสารวิชาการปาไม. 2(1): 1-15.
วิศาล เลศนิตวงค เกียรตกอง พิตรปรชา และพิณ เกือกูล.2531. การทดลองชนิดพันธุไมเพือการปลูกสราง














สวนปา. ในรายงานการสมนาวนวัฒนวิจัย ครงท 4 ระหวางวันท 18 – 22 มกราคม 2531 ณ เมองพัทยา




จังหวัดชลบุร กรมปาไม หนา 271 – 276.


Ab. Rasip A.G. 2006. Forest tree improvement. Powerpoint presented at Training Workshop in Forest
Biodiversity : Conservation and Management of Forest Genetic Resources. Kuala Lumpur,
Malaysia
Borralho, N.M.G.,1995. The impact of individual tree mixed models (Blup) in tree breeding strategies. In
“Eucalyptus Plantations: Improving Fibre Yield and quality” (Eds. B.M.G. Borralho, J.B. Reid,
R.N. Cromer, W.N. Tibbits and C.A. Raymond). Pp. 5-9. Proc. CRC-IUFRO Conf., Hobart, 19-14
Feb. (CRC for Temperate Harwood Forestry: Hobart). Woolaston and Javis, 1995

Cotterill, P.P. and C.A.Dean, 1990. Successful tree breeding with index selection. CSIRO, Melbourne,

Australia.

Cotterill,P., Dean, C., Cameron, J. and M.Brindbergs, 1998. : A New Strategy for Rapid Improvement

under Clonal Forestry . In Breeding Tropical Trees. Proceeding IUFRO Conference, Pataya,


Thailand, November 1998, (ed G.L. Gibson, A.R. Griffin, A.C. Matheson) PP 39-51 . Oxford

Forestry Institute.

Eldridge, K. 1995. Breeding plan for Eucalyptus camaldulensis in Thailand; 1995 revision. Report

prepared for CSIRO Division of Forestry, Canberra. 28 p.

Eldridge, K., Davidson, J., Harwood, C. and G.Van Wyk, 1993. Eucalypt Domestication and Breeding.

Oxford: Clarendon Press. 288 p.

John, J.A. and E.R.Williams, 1995. Cyclic and Computer Generated Design : Second edition. Chapman

& Hall .255p.

Namkoong, G., Barnes, R.D. and J. Burley, 1990. A Philophy of Breeding Strategy for Tropical Forest

Trees. Tropical Forestry Paper 16. Commonwealth Forestry Institute, Oxford.

Luangviriyasaeng, V and K. Pinyopusarerk, 2002. Genetic variation in a second-generation progeny trial


of Acacia auriculiformis in Thailand, Journal of Tropical Forest Science, 14(1):131-144

Pinyopusarerk, K. and A. Kalinganire, 2003. Domestication of Chukrasia. ACIAR Monograph

No. 98. 48 pp.


Pousajja, R.1993. Eucalyptus plantation in Thailand. Regional Expert Consultation on Eucalyptus, 4-8

October 1993, FAO/RAPA, Bangkok

Luangviriyasaeng, V. , Pinyopusarerk, K. and E. Williams, 1991. Results ar 12 months of Acacia

auriculformis trials in Thailand. ACIAR Proceeding No. 35 p 77 – 81.

Williams, E. R., Heng, S., Aken, K. M., Nguyen, A. and C. E. Harwood, 2000. DataPlus 3: Productivity

Software for Experiments. CSIRO, Canberra.

Williams, E. R., Matheson, A. C. and E. R. Harwood, 2002. Experimental Design and Analysis for Tree

Improvement. CSIRO Publishing, Melbourne, 214 pp.

Woolaston R.R and S.F.Javis, 1995. The importance of breeding objectives in forest tree improvement. In

“Eucalyptus Plantations: Improving Fibre Yield and quality” (Eds. B.M.G. Borralho, J.B. Reid, R.N.
Cromer, W.N. Tibbits and C.A. Raymond). Pp. 5-9. Proc. CRC-IUFRO Conf., Hobart, 19-14 Feb.


Click to View FlipBook Version