The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-30 03:41:25

เทคนิคการปักชำไม้สัก

48








ี่

ี่


โดยตรง แต่ลมทพัดผ่านจะช่วยระบายอุณหภูมิทรอนออกจากบรเวณเรอนเพาะชาได ้ การมีลม




อ่อนช่วยใหอากาศถ่ายเทไดดี การป้องกันลมทแรงเกนไปโดยกั้นดวยตาข่ายพรางแสงโดยรอบจะ
ี่





ช่วยเกบความช้น และลดอุณหภูมิภายในเรอนเพาะชาได ้
การเก็บกิงปกช า





อปกรณในการเก็บกิง
ิ่

ิ่



ี่



1. อุปกรณตัดกง ส าหรบการปกชาไมสัก ซึ่งเปนลักษณะการปกชากงอ่อน อุปกรณทใช ้


ตัดควรมีลักษณะคม บาง เช่น ใบมดคัตเตอร จะดีกว่าการใชกรรไกรตัดกง เพราะกรรไกรจะทาให ้



ิ่

ื่

เกดรอยช้าของเน้อเยอดานหนึ่ง ซึ่งจะมีผลทาใหโคนกงเน่าได ้




ิ่





ี่


2. อุปกรณในการตัดใบ ใบมดคัตเตอรหรอกรรไกรตัดกระดาษ เปนอุปกรณทใชตัดใบได ้

ดีและสะดวก

ิ่

ี่
ี่

ิ่
3. ภาชนะใส่กง มสองกรณทควรค านึงถึงเกยวกับภาชนะใส่กงหลังการเกบ ขึ้นอยู่กับ


ิ่

ระยะทางระหว่างสวนผลิตกงกับแปลงปกชา คือ หากสวนผลิตกงอยู่ติดกับแปลงปกชา การใชถัง
ิ่



ิ่


น้าใบเล็ก ๆ ใส่น้าเปนภาชนะใส่กงกจะสะดวกมาก และไม่ก่อใหเกดความเสียหายต่อกงปกชา แต่





ิ่
ี่

ิ่
ี่
ิ่

อย่างใด เพราะสามารถกาหนดเวลาในเดินทางทกงถูกตัดจากตนตอ ถึงเวลาทกงถูกปกลงในวัสดุ




ชาไดใหมเวลาสั้นและเหมาะสม แต่ถาสวนผลิตกงอยู่ห่างจากแปลงปกชามากตองใชเวลาในการ






ิ่


เดินทางขนส่ง การใชภาชนะปด เช่น ถุงพลาสติกจะเหมาะสมกว่า



4. ป้ายและดินสอ ในการปกชาหรอขยายพันธุแบบไม่อาศัยเพศนั้น มวัตถุประสงคเพื่อ




ี่



ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุของตนแม่ สิ่งส าคัญทจะตองทาอย่างหนึ่งคือ การเขยนป้ายแสดง

ิ่
ี่
หมายเลขแม่ไมของกงทเกบไปปกชาแต่ละชุด ป้ายพลาสติกทใชบันทึกส่วนใหญจะใชดินสิอเขยน




ี่







ื่


ิ่

ติดไดง่ายและไม่ลบเลือน เมอตัดกงแต่ละแม่ไมตองเขยนป้ายบอกหมายเลขแม่ไมทุกคร้ง


ชวงเวลาทีเหมาะสมในการเก็บกิงปกช า


ู่


ในเวลาเชาตรอากาศเย็น อุณหภูมิต ่าและความช้นในอากาศสูง จะเปนช่วงเวลาท ี่

ี่
ี่

ิ่
ิ่
เหมาะสมทสุดในการเกบกงปกชาเพราะกงจะสดไม่เหยวง่าย



49












การเลอกลกษณะกิงสกทีเหมาะสมตอการปกช า






ี่

ิ่
ขอสังเกตลักษณะกงทเหมาะสมต่อการปกชาไมสัก

ี่




ิ่

ถึงแมว่าการใชอายุกงเปนตัวกาหนดในการเลือกตัดกงไปปกชาจะมความเทยงตรงและ
ิ่


ิ่
ี่

ื่
แน่นอนกว่า แต่ในกรณทไม่ทราบแน่ชัดว่ากงทจะตัดไปปกชานั้นแตกขึ้นมาเมอไหรและมความ

ี่





เหมาะสมต่อการปกชาหรอไม่ การรจักวิธสังเกตลักษณะยอดทเหมาะสมต่อการปกชาของไมสัก ก็





ี่



ิ่
ี่
ิ่



ี่
จะช่วยใหการเลือกตัดกงไดถูกตอง กงทมลักษณะเหมาะสมต่อการปกชาของไมสัก (ภาพท 2)



สังเกตไดดังน้ ี

ิ่
ิ่
1. กงทมอายุ 4 สัปดาหหลังการแตกจะมีความยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตรจากโคนกง
ี่





ิ่
ิ่

ี่
ี่



2. กงทมลักษณะแข็งแรง และปกชาไดดีจะไม่อวบเกนไปหรอแก่จนเปนเน้อไม กงทม ี


ลักษณะอวบส่วนใหญจะมีขนาดเสนผ่าศูนยกลางมากกว่า 0.5 เซนติเมตรซึ่งจะแตกรากไม่ดี




ี่

3. กงอ่อนหรอกงทชักนาใหอ่อนแลว ใบจะมลักษณะเรยวเปนรปหอก ผิวใบบาง ขนใบทอยู ่


ี่


ิ่


ิ่





ี่
บนเสนใบดานล่างจะยาวเห็นไดชัด ปลายยอดเปนสีเขยวอ่อน ในขณะทใบลักษณะแก่ถึงแมจะ


ี่




เปนยอดทแตกใหม่ๆ ผิวใบจะหนากว่า ขนใบละเอยดสั้นกว่า บนเสนใบดานล่างไม่มขนยาว และ


ี่
ปลายยอดเปนสีน้าตาล ลักษณะใบโคนใบจะแคบกลางใบกวางมาก (ภาพท 1)


ิ่
ี่
ี่
ิ่
ี่
ิ่
ิ่

4. ถาตัดดานขวางของกง กงทอ่อนจะมลักษณะกลม ขนบนกงยาว ขณะทกงทแก่จะม ี


ิ่
ี่
ิ่



ี่
ิ่


รปทรงสี่เหลี่ยม ขนบนกงสั้นนอกจากกงแก่จะไม่เหมาะสมต่อการปกชาแลว กงอ่อนทมขอสั้นถ ซึ่ง


ี่
ี่
ิ่


ส่วนใหญจะเปนกงทอยูดานล่างของล าตน กมลักษณะทไม่เหมาะสมต่อการปกชา เพราะไม่มพื้นท ี่






ี่
ื่

ิ่
ิ่

ิ่
ี่

ของกงทจะปกลงในวัสดุปกชา เมอตัดกงทอยู่ส่วนบนของล าตนออกไป กงอ่อนลักษณะน้บางส่วน




จะพัฒนาขึ้นมาและสามารถนามาตัดปกชาไดในภายหลัง



การขนสงกิงปกช า




ในกรณทสวนผลิตกงอยู่ใกลกับแปลงปกชา ไม่ตองขนส่งกงปกชา เพียงจัดหา ถังน้า ใส่






ิ่
ิ่
ี่


น้ากนถังประมาณ 5 เซนติเมตร ไวใส่กงปกชากพอ



ิ่

ิ่


ในกรณทสวนผลิตกงอยู่ไกลจากแปลงปกชา ตองมการขนส่งโดยทางรถยนต ควรบรรจุ
ี่







กงชาลงถุงพลาสติก พ่นน้าใส่ถุง ปดปากถุงพลาสติก มัดใหแน่น แลวใชเวลาในการขนส่งนอยทสุด
ี่

ิ่




เท่าทจะทาได และตองไวในรมตลอดเวลา ไม่ควรวางถุงซอนกันหรอโยนถุง เพราะจะทาใหกงช้า
ิ่






ี่





ิ่




ถากงปกชาโดนเขย่าจะช้าและเจรญเติบโตไม่ดี เพื่อลดการกดทับและกระเทอนกงใหใส่กล่องแยก

ิ่

50













หรอผูกถุงหอยไว ้ เวลาในการขนส่งกงปกชามความส าคัญอย่างยิ่งต่อความมชวิตและความสด

ิ่


ิ่

ี่
ี่

ี่



ของกงปกชา ดังนั้นควรพยายามใหสั้นทสุดเท่าทจะทาได การวางแผนและเลือกพื้นทสรางสวน
ผลิตกงและแปลงปกชาสิ่งควรค านึงถึงอันดับแรกคือตองอยูใกลเคียงกัน

ิ่




























ี่
ี่
ภาพที 3 ยอดชุดท 2 ทแตกหลังการตัดยอดติดตาชุดแรกทิ้ง 4 สัปดาห์ แสดงลักษณะอ่อนท ี่


เหมาะสมต่อการตัดปกชา มขอพึงสังเกตไดดังน้







ิ่

ิ่
a) กงมลักษณะผอมบาง รอบกงกลม มขนยาวปกคลุม ใบมลักษณะเรยวแคบ แผ่น


ใบบางปลายยอดมสีเขยวอ่อน



b) ภาพขยายใตแผ่นใบ แสดงใหเห็นเสนใบชัดเจนมาก และมขนยาวปกคลุมเสนใบ




ทั้งเสนใบหลักและเสนใบรอง


c) ลักษณะการเตรยมกงปกชา.


ิ่
ภาพวาดโดย นางสาวพานทอง มาแกว



51








ิ่
สิ่งทตองระวังในการเกบกง


ี่

ิ่



ี่
ขอส าคัญทสุดในการเกบกง คือ ความสดของกง ถาปกชาคร้งละหลาย ๆ สายพันธุเพื่อ

ิ่






การทดสอบแม่ไม ้ ตองระวังอย่าใหแต่ละสายพันธุปนเปกันดวยการแยกตัดคร้งละสายพันธุและ


ิ่


ี่
แยกภาชนะ รวมทั้งเขยนป้ายติดใหชัดเจน เลือกตัดเฉพาะกงทเหมาะสมเท่านั้น และการตัดแต่ละ





ี่
ิ่


ี่



คร้งหากเปนตนตอทใชการติดตาตองตรวจสอบซ ้าอกคร้งว่ากงทเกบนั้นไม่ไดแตกมาจากตนตอ



ิ่


การเกบกงต่อ 1 ตนตอไม่ควรเกบมากเกนไป ควรเวนกงหรอใบบนตนตอไวในช่วงปลายฤดูฝน



ิ่

ื่


ิ่

เพื่อใหตนตอมเวลาในการสะสมอาหารเพอผลิตกงในปต่อ ๆ ไป




การตัดแตงกิงกอนการปกช า



ิ่

ี่



การปกชาไมสักตองแต่งกงใหมใบติดจึงจะออกรากไดดี จานวนใบทอยู่บนกงถูกกาหนด

ิ่


ิ่


ี่
โดยอายุกงทเหมาะต่อการปกชานั่นกคือประามณ 4 สัปดาห ซึ่งส่วนใหญอายุเท่าน้กงจะมใบติด


ิ่





อยู 2-4 คู ใบคูล่างมักถูกตัดออกเพื่อให ้



มพื้นททปกชากงลงวัสดุปกชา แลว
ี่
ี่


ิ่

เหลือใบบนไว 1 คู ควรเหลือปลายยอด





ไวใหพัฒนาต่อไปไม่ตองตัดท้ง

การตัดใบ ไมสักเปนพืช


ทมใบขนาดใหญ การเหลือใบไวทั้งใบ


ี่

จะคายน้ามากและเหยวง่าย การตัดใบ
ี่

ออกประมาณ 1/2 ใบ จะช่วยลดการ



คายน้าไดดีและทาใหยอดสด

การตัดแตงโคนกิง หาก



ิ่
ิ่






ี่



มการขนส่งกงระยะทางไกลจะทาใหรอยตัดทบรเวณโคนกงช้า จาเปนตองทาการตัดซ ้าอกทหนึ่ง

เพื่อใหรอยแผลสด


การใชฮอรโมนเรงราก






ิ่

ี่



ี่
ฮอรโมนทใชในการปกชากงไมสักทไดผลดีคือ Seradix #3 ซึ่งเปนฮอรโมนผง การใชทาได ้


ง่ายเพียงเตรยมถวยใส่ฮอรโมนผงไวในแปลงปกชา ก่อนปกชากงลงรทเสียบไว กชุบโคนกงใน






ิ่




ี่
ิ่


ี่

ฮอรโมนผงทใส่น้าเล็กนอยเพื่อใหติดกงไม่มากเกนไปและติดสมาเสมอ จากนั้นกชากงไดเลย
ิ่







ิ่

52











การปกช ากิง
อปกรณการปกช ากิง





- ไมแหลมแทงร


- จานแบ่งฮอรโมน



- กระบอกฉดน้า
ขั้นตอนการปกช ากิง จะด าเนินการเปนล าดับขั้นตอนดังน้





1. รดวัสดุปกชาใหชุ่ม ปดกระโจมไว ้



ิ่

2. ตัดกงจากตนตอ แต่งใบ และแต่ง
ิ่
กง
ี่


3. เปดกระโจมเฉพาะจุดททางาน
4. ใชไมแหลมขนาดใกลเคียงกับกง


ิ่







ปกชาแทงวัสดุชาใหเปนรนาไปกอน






5. ชุบโคนกงปกชาดวยฮอรโมน
ิ่

ิ่
6. ปกกงชาลงในรทแทงไว ้


ี่



ิ่


7. กดวัสดุปกชาใหแนบกับกงชาใหสนิท




8. รดน้าหรอพ่นฝอยน้าเปนระยะหาก
ี่
สังเกตพบอาการเหยว
9. เมอปกชาเสรจราดดวยยาฆ่าเช้อ


ื่




ราใหทั่วก่อนปดกระโจมโดยรอบให ้

สนิท
ระยะหางของการปกช ากิง




หากใชภาชนะเปนถุงเพาะชาระยะห่างจะ








ถูกกาหนดโดยขนาดของถุง แต่ถาปกชาในกระบะหรอในตะกราหรอแปลงปกชา ควรปกห่างพอท ี่





ิ่
กงจะไม่สัมผัสกัน แต่ไม่ห่างเกนไป

53








การเขียนปาย



ี่

อย่างนอยตองใส่ 2 ป้าย คือป้ายแรก บอกจุดเรมของสายพันธุนั้น ป้ายท 2 บอก
ิ่



จุดสิ้นสุด ตองเขยนป้ายใหชัดเจนดวยดินสอด า หามใชปากกา ขอมูลส าคัญทตองเขยนไดแก ่








ี่
1. หมายเลขสายพันธุ ์


ี่
2. วันทปกชา

3. จานวนกงปกชา


ิ่
4. ปจจัยการทดลอง



การฉดพนยาฆาเชื้อราและยาฆาแมลง





ี่






หลังการปกชาเสรจในวันหนึ่ง ๆ ก่อนปดกระโจม จะตองราดแปลงปกชาทเสรจเรยบรอย









แลวดวยยาฆ่าเช้อราใหทั่ว การราดยาฆ่าเช้อราน้จะทาเปนล าดับสุดทายของการทางานในแต่ละ




ี่




ี่
ื่

วัน เพราะเมอเสรจงานแลวจะไดกลับบานชาระรางกายทเป้อนสารเคมทันท ยาฆ่าเช้อราทใช ้





ี่

โดยทั่วไปมขายตามรานคาทางเกษตร เลือกใชชนิดทฆ่าเช้อราไดหลายชนิด ปรมาณการใชตาม





ี่


ฉลากทกาหนดไว การใชยาฆ่าแมลงควรหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากจะเปนอันตรายต่อคนแลว





บางคร้งยังเปนอันตรายต่อกงปกชาดวย นอกจากน้ระบบปกชาน้เปนระบบปด การระบาดของ






ิ่



ี่


แมลงจึงนอย หากพบเห็นสามารถทจะจับบี้ได ศัตรส าคัญอีกอย่างคือ หอยทาก ทระบาดมาก

ี่



บางคร้งตองใชสารเคม การใส่ยาควรทาโดยการโรยโดยรอบแปลงเปนวงรอบกระโจม และรอบ



ี่







เรอนปกชา ไม่ควรใส่ลงในถุงปกชาโดยตรง ศัตรทมักพบบ่อยคร้งคือ หนู ทชอบมาอาศัยอยู่ใน
ี่




ช่องว่างใตแปลงปกชา หนูจะกัดแทะกงปกชาและถุงปกชาใหเสียหาย หากสังเกตพบกใหกาจัด







ิ่


โดยใชเหยื่อล่อหรอกับดัก


บทที 6


การดูแลหลงการปกช า

ค าน า


ี่



สิ่งส ำคัญทสุดในกำรดูแลหลังกำรปกชำคือ จะตองดูว่ำสภำพแวดลอมต่ำง ๆ ยังคง




ี่
เหมำะสมดี และสภำพของกงปกชำเปนอย่ำงไรบำง อำกำรผิดปกติทแสดงออกของกงปกชำจะเปน



ิ่

ิ่
ี่




ิ่

ตัวบ่งช้ถึงกำรดูแลหรอสภำพแวดลอมไม่เหมำะสม สิ่งส ำคัญทจะตองดูแลคือ กงทนำมำปกชำตอง



ี่

ี่

ี่



ไม่มอำกำรเหยว อำกำรเหยวเกดจำกกำรคำยน้ำ จะตองทำกำรรกษำควำมช้นในอำกำศใหสูงมำก





ี่
ๆ เพื่อลดกำรคำยน้ำ โคนกงชำจะดูดน้ำจำกวัสดุชำเขำมำแทนท แต่ถำควำมช้นในวัสดุปกชำสูง
ิ่









ิ่



เกนไป จะทำใหโคนกงเน่ำ กำรรกษำควำมช้นและอุณหภูมิภำยในกระโจมใหมควำมเหมำะสมต่อ



ิ่



ี่

กำรแตกรำกกงปกชำเปนสิ่งทตองทำควบคูกันไป





ชวงเวลาทีกิงปกช าเกิดความเสยหายไดงาย และสิงทีตองระมดระวงเปนพิเศษ คือ









ื่


ิ่

1 เมอกงปกชำตัดออกจำกตนตอใหม่ ๆ
2 เมอทำกำรเปลี่ยนถุง หรอเปลี่ยนวัสดุปลูก

ื่





3 ใชวัสดุปกชำ หรอวัสดุปลูกทระบำยน้ำไม่ดี
ี่


4 เปลี่ยนสภำพแวดลอมกระทันหัน
5 กำรใหน้ำไม่สมำเสมอและไม่ด ี




6 ปล่อยใหรำกลงดิน


การดูแลกิงปกช า



ี่
ิ่
ช่วงเวลำทส ำคัญทสุดในกำรดูแลกงปกชำ กคือ ในระยะสัปดำหแรก ๆ ของกำรปกชำ ซึ่ง
ี่




ี่




กงยังไม่มกำรแตกรำก ซึ่งมลักษณะอำกำรผิดปกติทพอสังเกตได อำกำรทเกดขึ้นอำจเกดจำก
ี่
ิ่

สำเหตุต่ำงๆ ดังน้
ิ่


1. กงปกชำเหยวเฉำ
ี่
ิ่

2. กงปกชำใบรวง


3. โคนกงเน่ำ
ิ่

ี่

ิ่
4. เกดแคลลัสทโคนกงอย่ำงมำกมำยแต่ไม่เกดรำก

ิ่
5. กงปกชำไม่ตำยแต่ไม่ออกรำก


55








6. กงปกชำมีสีซีดเหลือง


ิ่

สาเหตุทีท าใหกิงปกช ามีอาการผิดปกติ



ี่


ี่

ิ่
สำเหตุส ำคัญททำใหกงเกดอำกำรเหยวเฉำ

ไดแก ่



1. วัสดุปกชำแหงเกนไป



2. วัสดุปกชำเปยกเกนไป




3. บรรยำกำศแหงเกนไป
ี่
4. ระบบรำกยังไม่พอทจะดูดน้ำ

ี่

ขึ้นมำแทนทน้ำทคำยออก
ี่


5. ตนกลำปรบตัวไม่ทันจำกกำรยำย


ี่
จำกรมสูทมแสงแดดทันททันใด







6. อำกำศรอนหรอเย็นเกนไป


ิ่
สำเหตุส ำคัญททำใหกงปกชำใบรวง



ี่

ี่

1. ช่วงกำรเกบกง ถุงทใชเปยกเกนไป แช่น้ำ



ิ่

นำนเกนไป
2. กงตำยนึ่งระหว่ำงกำรขนส่งเนองจำกควำม
ิ่
ื่




รอน หรอแข็ง ถำขนส่งโดยวำงใกลน้ำแข็ง



3. เกบไวนำนเกนไปกว่ำจะปกชำ





ี่
4. โดนแสงแดดอย่ำงแรง และแหงเหยว หรอโดนควำมรอนในระหว่ำงกำรเกบหรอกำรปก





ชำ





5. มแสงนอยเกนไปในแปลงปกชำ
6. กงแก่เกนไป ซึ่งใบกจะรวงอยูแลว




ิ่


56








ี่


สำเหตุส ำคัญททำใหโคนกงเน่ำ
ิ่

1. วัสดุปกชำเปยกโชกมำก


เกนไป ระบำยน้ำไม่ดี ไม่ม ี





รพรน ใหใชทรำยหยำบขึ้น



2. ถูกเช้อรำทำลำย ใหใชยำฆ่ำ



เช้อรำหรอเปลี่ยนวัสดุปก


ชำ

3. โคนกงช้ำ เนองจำกกรรไกร
ื่

ิ่
ิ่

ื่
ทอระหว่ำงกำรเตรยมกง




ี่


4. แอลกอฮอลทใชเปนตัวทำละลำยฮอรโมนถำระเหยชำจะกัดโคนกงปกชำไมสัก




ิ่
ี่

ิ่
ี่



สำเหตุส ำคัญททำใหเกดแคลลัสทโคนกงอย่ำงมำกมำยแต่ไม่เกดรำก





1. ใชฮอรโมนผิดสูตร ลองใชฮอรโมนใหม่ หรอควำมเขมขนใหม่




2. เหลือใบมำกเกนไป ลองลดขนำดใบใหเล็กลง
ี่

ิ่


3. เกบกงจำกยอดสูง เกบกงปกชำจำกส่วนทอยูใกลโคนมำกขึ้น



ิ่



ิ่
ิ่

ิ่


4. เกบกงแก่ ใหแต่งกงตนตอเพื่อใหไดกงทมควำมหนุ่มมำกขึ้น
ี่




5. ตนตอไดแสงแดดจัด ใหรมเงำแกตนตอ




ิ่
ี่

สำเหตุส ำคัญททำใหกงปกชำไม่ตำย แต่ไม่ออกรำก มสำเหตุเดียวกับกงทเกดแคลลัส อำจลอง
ี่
ิ่



แกไขโดย







1. ใหพิจำรณำปรบปรงสภำพแวดลอมในกำรปกชำ
ี่
2. ลองตัดแต่งใบหลำย ๆ ขนำดพื้นทใบ
ี่
3. ลองตัดกงปกชำทอำยุกงต่ำง ๆ กัน เช่น กงทอ่อนขึ้น เปนตน


ิ่
ี่

ิ่
ิ่

สำเหตุส ำคัญททำใหกงปกชำมีสีซีดเหลือง


ี่


ิ่
1. รมเงำมำกเกนไป


2. มเช้อโรคและแมลง



3. ธำตุอำหำรของตนตอ

57










อย่ำงไรกตำม กงปกชำมักจะมสีทอ่อนลงบำง เนองจำกมันจะดูดธำตุอำหำรไดเพียง
ิ่

ี่
ื่







เล็กนอยหรอไม่ไดดูดธำตุอำหำรเลยในช่วงที่ยังไม่มรำก
ี่



ิ่
จำกสำเหตุททำใหเกดอำกำรผิดปกติของกงปกชำ จะพบว่ำ มสำเหตุมำจำกปจจัยท ี่







ิ่
ี่

ิ่


ี่
ิ่

เกยวกับกงทนำมำปกชำเอง และกำรปฏิบัติต่อกงปกชำในช่วงก่อนกำรปกชำ หรอในสวนผลิตกง





ี่



ซึ่งเปนสิ่งทตองพิจำรณำปฏิบัติใหถูกตองตั้งแต่ก่อนกำรปกชำ หรอเกบไวแกไขในกำรปกชำครำว





ต่อไป แต่สำเหตุทเกยวกับสภำพแวดลอมไดแก่ วัสดุปกชำ บรรยำกำศในแปลงปกชำ อุณหภูมิ



ี่



ี่
ี่



แสงแดด เช้อโรคและแมลง ซึ่งเปนสิ่งทจะตองดูแลและแกไขไดดังต่อไปน้ ี


การดูแลวัสดุปกช า





ิ่


ี่

พบว่ำสำเหตุหลักทวัสดุปกชำจะทำใหกงปกชำเกดอำกำรผิดปกติคือควำมช้นในวัสดุปก




ชำ ซึ่งตองไม่สูงเกนไปจนแฉะและไม่แหงเกน ทส ำคัญคือตองโปรงและระบำยน้ำดี โดยปกติกำรใช ้





ี่










ทรำยหยำบเปนวัสดุปกชำจะทำใหกำรระบำยน้ำดีอยู่แลว ควำมช้นในวัสดุปกชำจึงขึ้นอยู่กับกำร




ี่


ิ่


ื่
รดน้ำเท่ำนั้น เมอสังเกตพบว่ำ กงปกชำเหยวเฉำ หำกตรวจสอบพบว่ำเกดจำกวัสดุปกชำแหง








เกนไป ถำพบในช่วงวันแรกของกำรปกชำ สำเหตุจะเกดจำกกำรรดน้ำลงวัสดุปกชำไม่ชุมถึง



ดำนล่ำงของถุงปกชำ วิธกำรป้องกันคือ ก่อนกำรปกชำจะตองรดน้ำก่อนล่วงหนำ 1 วัน และรงเชำ








ุ่









รดอกหลำย ๆ รอบ และตรวจสอบบำงถุงเพื่อใหแน่ใจว่ำรดน้ำเปยกทั่ววัสดุปกชำ กำรแกไขกรดน้ำ
ซ ้ำโดยเรวทสุด และอกสำเหตุหนึ่งกคือ ใบทเหลือไวกวำงมำกจนคลุมวัสดุปกชำหมด เวลำรดน้ำจึง




ี่
ี่





ไม่เปยกถึงวัสดุปกชำ วิธกำรป้องกันกคือขณะปกชำใหสังเกตว่ำมช่องว่ำงระหว่ำงใบพอทจะใหน้ำ


ี่








ี่





ทรดเปยกวัสดุปกชำไดหรอไม่ หำกไม่กทำกำรตัดแต่งใบออกอก ส่วนกำรแกไขกโดยกำรตัดแต่งใบ






ิ่

ิ่


ของกงทเหลือใบออก แต่ถำตรวจสอบพบว่ำอำกำรเหยวเฉำของกงปกชำเกดจำกวัสดุปกชำเปยก



ี่
ี่
ิ่

ี่




เกนไป อำกำรทพบรวมกันคือโคนกงเน่ำ สำเหตุเกดจำกกำรระบำยน้ำของวัสดุปกชำไม่ดี รดน้ำ








มำกเกนไป จะเกดไดมำกในระบบพ่นหมอก หรอกำรเตรยมกระโจมไม่ไดยกพื้นตะแกรงสูงจำกพื้น


ทำใหไม่มทระบำยน้ำออกจำกวัสดุปกชำ กำรรดน้ำในวัสดุปกชำไม่จำเปนตองรดทุกวัน แต่กำรรด




ี่







น้ำในกระโจมเพื่อเพิ่มควำมช้นในอำกำศตองทำทุกวัน โดยฉดใตตะแกรง หลีกเลี่ยงกำรฉดลงวัสดุ











ิ่
ี่



ปกชำ เพรำะกงปกชำทยังไม่มรำก ตองใหมควำมช้นในอำกำศสูงมำกตลอดเวลำ แต่มันจะไม่ออก







รำก ถำทำใหวัสดุปกชำเปยกเกนไป กำรตรวจสอบโดยทั่วไปถำไม่พบอำกำรผิดปกติของกงปกชำก ็


ิ่







คือตรวจดูใหวัสดุช้นแต่อย่ำใหแฉะ ถำแหงไปกใหรดน้ำ ถำช้นดีแลวกไม่ตองรด









58










การดูแลความช้นของอากาศในกระโจม




ี่

ควำมช้นของอำกำศในกระโจมหรอบรรยำกำศในแปลงปกชำ มผลต่ออำกำรเหยวเฉำ






ิ่

ของกงปกชำ เมอบรรยำกำศแหงเกนไป เนองจำกแสงแดด ควำมรอน ควำมแหงแลงในอำกำศ ลม
ื่

ื่




ั่





แรง เกดจำกเปดกระโจมนำนเกนไป หรอวัสดุพรำงแสงไม่พอ กระโจมมรอยรวทำใหเกบควำมช้น
ในอำกำศไม่ได สำเหตุของควำมแหงในอำกำศอกอย่ำงหนึ่งทอำจคิดไม่ถึงกคือ จำนวนกงปกชำไม่

ิ่

ี่







ิ่





สมดุลกับขนำดของกระโจม คือกระโจมขนำดใหญมำก แต่กงปกชำมจำนวนนอย หรอกระโจม




ิ่



แบบทำงำนภำยในได (Walk in) กำรรดน้ำเฉพำะบรเวณกงปกชำจะทำใหควำมช้นแพรกระจำยไป





ยังทว่ำงเปล่ำ จะทำใหควำมช้นในอำกำศรอบ ๆ กงต ่ำ กงจะเหยวได ถำหำกจำเปนจะตองทำ
ิ่
ี่

ิ่

ี่







ิ่

ื่



กระโจมใหญ และจะปกชำกงเพิ่มเรอย ๆ จนเต็มกระโจม จะตองรดน้ำใหชุมทั้งกระโจมจึงจะแกไข



ู่


ี่





ปญหำน้ได ควำมช้นในกระโจมเปนสิ่งทตองตรวจสอบวันละ 1-2 คร้ง ในตอนเชำตร และบ่ำยแก่ ๆ






โดยปกติควำมช้นมำกจะไม่มปญหำ จะมปญหำเฉพำะควำมช้นต ่ำ กำรดูแลไม่ใหควำมช้นใน


กระโจมต ่ำเกนไปนั้นทุกๆวัน ใหฉดน้ำดำนล่ำงกระโจม หรอรดวัสดุปกชำบำงถำจำเปนโดยเฉพำะ













ี่


ในวันทอำกำศรอนและแหง ยกเวนว่ำมหยดน้ำเกำะบนใบแลวในวันทอำกำศช้นและเย็น และ
ี่




ี่
กระโจมปกชำปดสนทดี ใหพ่นฝอยเฉพำะเมื่อใบแสดงอำกำรเหยว





การดูแลเกยวกบอณหภูม ิ






อุณหภูมิมอิทธพลอย่ำงยิ่งต่อ
กำรเปลี่ยนแปลงของกงปกชำ

ิ่


ี่
โดยเฉพำะอุณหภูมิทสูงเกนไปคือ

มำกกว่ำ 30 องศำเซลเซียสจะมผลทำให ้

ี่
กงเหยวเฉำและแหงตำย เนองจำก
ิ่

ื่
อุณหภูมิมกำรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลำ


กำรดูแลในเรองอุณหภูมิจำเปนตองทำ


ื่

ทุกวันในช่วงทกงปกชำยังไม่แตกรำก ใน

ิ่
ี่


ี่
ฤดูกำรปกชำทเปนช่วงฤดูฝนอุณภูมิทต ่ำเกนไปไม่เปนสิ่งทตองกังวลมำกนัก แต่อุณหภูมิทสูง
ี่




ี่

ี่
ิ่
ื่
ี่



เกนไปเปนเรองทจะตองใหควำมส ำคัญ ในแต่ละวันอุณหภูมิในอำกำศจะเรมสูงมำกเวลำประมำณ

ตั้งแต่ 11 นำฬิกำ ไปจนถึง 15 นำฬิกำ โดยเฉพำะอุณหภูมิในกระโจมจะยิ่งสูงมำกกว่ำอุณหภูมิ



ี่




ภำยนอกเสียอก เนองจำกเกดปฏิกรยำทเรยกว่ำปฏิกรยำเรอนกระจก กำรลดอุณหภูมิลงเปนสิ่งท ี่


ื่

59
















จำเปนอย่ำงยิ่ง หำกพบว่ำมอำกำศรอนจัดหรออุณหภูมิสูงกว่ำ 30 องศำเซลเซียส ตองทำกำรฉด






น้ำทั้งภำยในและภำยนอกกระโจมใหทั่วทั้งโรงเรอนวันละ 2 คร้ง จะทำใหอุณหภูมิลดลงและ

ควำมช้นในอำกำศสูงขึ้น กำรเปดกระโจมเพื่อระบำยควำมรอนจะลดอุหภูมิไดรวดเรวแต่ใน





ขณะเดียวกันจะลดควำมช้นในอำกำศไดรวดเรวเช่นเดียวกันซึ่งเปนสำเหตุส ำคัญของกำรเหยวของ
ี่





กงปกชำ กำรกระทำดังกล่ำวตองทำดวยควำมระมัดระวัง หำกหลีกเลี่ยงไดควรหลีกเลี่ยง
ิ่






ี่
อุณหภูมิทต ่ำเกนไป โดยปกติแลวอำกำศทเย็นจนมผลกระทบต่อกลำปกชำ จะเปนช่วง





ี่




ี่





ฤดูหนำว ซึ่งเปนระยะทกลำไมส่วนใหญจะอยู่นอกแปลงปกชำ และอยู่ระยะเลี้ยงดูใหเจรญเติบโต

ื่



ผลกระทบของอำกำศเย็นจัด คือจะทำใหใบแหงและรวงหล่น แต่ตนจะยังไม่ตำย เมออำกำศอบอุ่น

ขึ้นจะแตกยอดใหม่ได กำรป้องกันหำกทรำบล่วงหนำว่ำอำกำศจะเย็นจัดควรทำกระโจมพลำสติก



ครอบกลำไม ้



การดูแลเกยวกับแสงแดด



ในช่วงเรมตนของกำรปกชำ หำกไดด ำเนินกำรสรำงเรอนปกชำตำมทไดบรรยำยไวในบท
ี่




ิ่



ทเกยวกับกำรสรำงโรงเรอนและแปลงปกชำ

ี่
ี่



ี่
จะไม่พบปญหำทเกยวกับเรองแสงแดดแต่
ื่
ี่


อย่ำงใด แสงแดดจะมผลต่อกงปกชำมำก
ิ่




ี่


ทสุดในช่วงของกำรปรบสภำพกลำปกชำสู ่

สภำพอำกำศภำยนอก กำรยำยจำกกระโจม


ี่




สูทมแสงแดดทันททันใด ตนกลำปรบตัวไม่
ทัน จะแสดงอำกำรเหยวได จำเปนจะตอง
ี่





ค่อย ๆ ปรบแบบค่อยเปนค่อยไป

การดูแลเรองโรคและแมลง


ิ่
กำรดูแลเรองโรคและแมลงเปนสิ่งทไม่ตองตรวจสอบทุกวัน เพียงดูว่ำมกงปกชำเน่ำ

ี่


ื่














ิ่

หรอไม่ หรอว่ำมใบรวง มีรองรอยกำรทำลำยของแมลงไหม ถำพบกงปกชำเน่ำกใหเกบทิ้ง ถำพบ

กระจำยเปนวงกวำงอำจพิจำรณำรำดยำฆ่ำเช้อรำซ ้ำ สัตวและแมลงทพบจะเปนหอยทำก และ

ี่









หนอนผเสื้อกนใบสัก แต่ถำปดกระโจมแน่นหนำดีจะไม่ค่อยพบ ถำพบหอยทำกอำจใชเหยื่อล่อท ี่


ผสมยำฆ่ำหอยวำงไวรอบเรอนเพำะชำ


60










การดูแลกลาไมหลงการแตกราก

การตรวจการแตกราก กำร


ิ่

ตรวจกำรออกรำกของกงปกชำควรทำ
เปนคร้งครำว แต่ดีทสุดทจะไม่รบกวนกง

ี่
ี่
ิ่

ิ่




ปกชำ เพียงดูลักษณะของกงปกชำกพอร ้ ู


ว่ำมชวิตอยู่หรอไม่ ปกติกงปกชำไมสักจะ


ิ่




ออกรำกก่อน 1 เดือนหลังกำรปกชำ กำร

สังเกตลักษณะภำยนอกเพื่อดูว่ำกงปกชำ

ิ่





ไมสักออกรำกหรอไม่นั้นทำไดโดย ดูจำก
กงชำทมควำมสด บำงกงเรมพัฒนำยอด
ิ่

ิ่

ิ่
ี่
ต่อ บำงกงมีรำกโผล่จำกถุงชำ

ิ่
การใหแสงและลดความช้น



ื่


ิ่
เมอสังเกตพบว่ำกงปกชำมกำรแตกรำก





แลวไม่จำเปนตองเปดกระโจมทันท เพรำะบำงคร้งระบบรำกยังไม่พอทจะดูดน้ำขึ้นมำแทนทน้ำท ี่

ี่
ี่




ิ่
คำยออกทำงใบ หรอบำงกงกยังไม่แตกรำก ควรรอใหกงปกชำแตกรำกสมบูรณดีแลวจึงค่อยให ้


ิ่




ิ่


ี่


แสงและลดควำมช้น เพรำะสำเหตุททำใหกงปกชำเหยวจะเกดจำกกำรเปดกระโจมขณะทกงปกชำ
ิ่
ี่




ี่






ยังไม่แตกรำก หรอแตกรำกแลวแต่กำรเปดกระโจมเพื่อใหกงปกชำปรบตัวกับสภำพภำยนอก

ิ่






กระทำอย่ำงทันททันใดเกนไป จำเปนจะตองค่อย ๆ ปรบแบบค่อยเปนค่อยไป



การปรบสภาพกลาเพือออกนอกกระโจม



ิ่
การปรบสภาพความช้นใหกงปกชำจะเรมทกำรลดควำมช้นก่อน ตำมธรรมชำติ

ี่
ิ่





ควำมช้นจะลดต ่ำในช่วงเวลำกลำงวัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งถำอุณหภูมิภำยในกระโจมขึ้นสูง กว่ำ 30







องศำเซลเซียส ดังนั้นกำรค่อยๆลดควำมช้นควรทำโดย กำรเปดกระโจมในช่วงกลำงคืนแลวปดไว ้
ี่




ในช่วงกลำงวัน เปนเวลำ 1 สัปดำห ในช่วงน้หำกมีฝนตกไม่ตองปดกระโจมเพรำะควำมช้นทมำกับ









ี่
สำยฝนจะช่วยทำใหตนกลำตั้งตัวอย่ำงรวดเรว แต่ถำสังเกตพบว่ำตนไมเหยวในตอน


61
















































เชำหลังเปดกระโจมใหเลื่อนกำรเปดกระโจมออกไปอก ขอสังเกตอีกอย่ำงหนึ่งคือถำเปนช่วงฝนตก



ชุก และมอำกำศช้นกำรลดควำมช้นจะทำไดดีกว่ำช่วงทอำกำศแหงแลงและแดดจัด หลังจำกกำร


ี่



เปดช่วงกลำงคืนระยะหนึ่งแลวกลำไมยังแสดงอำกำรปกติดี กทำกำรเปดกระโจมทั้งกลำงวันและ






ี่






ี่
กลำงคืน แต่ในวันแรกๆหรอวันทอำกำศรอนจัดใหสังเกตอำกำรของตนไมว่ำเหยวหรอไม่ ถำเหยว
ี่







ใหรดน้ำถำยังเหยวอยู่ตองคลุมกระโจมไวตำมเดิมแลวค่อยเปดใหม่ในช่วงเย็น และตอนเชำกปด



ี่







กระโจมสำยขึ้นวันละชั่วโมง กำรปดเปดกระโจมอำจค่อยๆทำโดยปดเปดเฉพำะหัวทำยกระโจมสัก






ระยะหนึ่งก่อนแลวค่อยเปดทั้งกระโจมในภำยหลัง กำรปดเปดกระโจมน้ทำไดง่ำยเพียงยกชำย


ื่





พลำสติกพับขึ้นดำนบน ใหมอำกำศเขำออกกระโจมเท่ำนั้น เมอจะปดกยกลง กำรปดเปดจะให ้








กวำงมำกนอยเท่ำใดกได ถำใชกระโจมแบบชั่วครำว
การปรบแสง แสงมควำม





จำเปนต่อกำรเจรญเติบโตของตนไม เมอ


ื่
กลำปกชำแตกรำกดีแลวกำรใหไดรบแสง







ี่




เต็มทจะช่วยใหตนกลำเจรญเติบโต

ตำมปกติ โดยเฉพำะไมสักซึ่งเปนไมใบกวำง




ี่


ทตองกำรแสงแดด อย่ำงไรกตำมกำรยำย

กลำปกชำจำกรมออกสูแดดทันทจะทำให ้







62













ี่




ตนกลำปรบตัวไม่ทันจะแสดงอำกำรเหยวได ตำมแบบกำรสรำงแปลงปกชำไดกล่ำวไวว่ำหลังคำ


เรอนปกชำจะพรำงแสงดวย ตำข่ำยพรำงแสง 50 เปอรเซ็นต 2 ชั้นใหเปดออกชั้นหนึ่งก่อน หลังจำก







ี่
นั้น 1 สัปดำหค่อยเปดขั้นท 2 แต่ตองระวังเวลำทมแสงแดดจัด ในฤดูฝนซึ่งมักมเมฆบัง กำรปรบ

ี่














แสงจะทำไดเรวเพรำะเมฆจะเปนตัวช่วยพรำงแสงอกชั้นหนึ่ง เมอตนไมปรบตัวไดดีจึงค่อยเปด
ื่


ทั้งหมด หลักกำรกคือลดรมเงำของตนไมทแตกรำกแลวอย่ำงค่อยเปนค่อยไป ค่อย ๆ เปดทละนอย




ี่



ในแต่ละวัน จนกว่ำจะไดแสงเต็มท ี่







ื่
ิ่

การใหน้า เมอกงปกชำแตกรำกแลวจะสำมำรถดูดน้ำจำกวัสดุปกชำไดมำกขึ้น แต่












ื่
อยูในสิ่งแวดลอมทมควำมช้นสูง ปรมำณน้ำทดูดกยังนอยอยู วัสดุปกชำจึงมักไม่แหงนักเมอ

ี่

ี่





ี่



ตรวจสอบเปนประจำกงปกชำจะตองกำรน้ำมำกขึ้นหลังจำกทยำยปลูกลงถุง (กรณทปลูกใน
ี่
ิ่

ื่
ี่

กระบะหรอแปลงปกชำแลวยำยลงถุง) หรอช่วงทเรมเปดกระโจมคร้งแรก และเมอมกำร







ิ่





เปลี่ยนแปลงสภำพแวดลอม กำรใหน้ำมำกเกนไปในช่วงน้จะไม่ทำใหพืชอ่อนแอ เพรำะตนกลำ





ื่
ใหม่ตองกำรน้ำมำกจนกว่ำจะมระบบรำกทดีพอ เมอกลำตั้งตัวไดดีแลว กสำมำรถทำใหแกรงได ้
ี่











เช่นเดียวกับกลำทเลี้ยงจำกเมล็ด ขณะททำใหแกรงตองดูแลเรองกำรใหน้ำอย่ำงเขมงวด กำรใหน้ำ
ื่
ี่






ี่








ในช่วงวิกฤต 3-6 สัปดำหแรกหลังกำรยำยลงถุงหรอช่วงปรบสภำพใหทำดังน้ ี



1. ตรวจดูทุก ๆ วันว่ำวัสดุเพำะชำแหงหรอไม่





2. ถำแหงใหรดน้ำใหชุ่ม ถำไม่แหงกรอผลกำรตรวจสอบต่อไป





ี่

3. ใหรดเฉพำะตนทตองกำรเท่ำนั้น










4. อย่ำทำใหตนไมจมน้ำตำย โดยกำรรดน้ำจำนวนมำก แต่ไม่ใช่รดน้ำนอยเกนไปในแต่ละ




คร้ง ทำใหควำมช้นไม่ทั่วถึงทั้งถุง
5. ตองแน่ใจว่ำน้ำไม่ไหลไป


ตำมใบจนหมดและไม่ถึงวัสดุปลูก

ี่

6. ถำพบว่ำมตนไหนเหยว แต่

ดินยังช้นอยู อย่ำรดน้ำ ตองใหรมทันท ี









หรอนำไปใส่ในกระโจมเพรำะปญหำ



ไม่ไดเกดทน้ำในดินไม่พอ แต่เกดจำก

ี่
ตนกลำใหม่สูญเสียน้ำจำกใบมำกกว่ำ



ี่

ี่
น้ำทดูดขึ้นจำกระบบรำกทเล็ก (ตรวจดู

ว่ำมีอะไรกนรำกหรอไม่)


63














นอกจำกกำรใหน้ำแลวแหล่งน้ำถึงแมว่ำจะนำมำจำกแหล่งใดกได แต่ตองสะอำด





ปรำศจำกสำรพิษทเปนอันตรำย และมอุณหภูมิใกลเคียงกับระบบรำกใหม่ อุณหภูมิของน้ำม ี

ี่


ี่
ควำมส ำคัญต่อรำกทเกดใหม่ซึ่งบอบบำง และสำมำรถถูกทำลำยไดดวยอุณหภูมิทเปลี่ยนแปลง



ี่
ี่





ทันททันใด เช่นอุณหภูมิน้ำทรอนจัดเมอขังอยูในสำยยำงที่ตั้งทิ้งไวกลำงแดด เปนตน

ื่





อาการเครยดของกลาชวงปรบสภาพ

ตนกลำขณะปรบตัวสู่สภำพแวดลอมภำยนอกอำจแสดงอำกำรเครยดได หำกไม่ทำกำร







ปรบสภำพอย่ำงเหมำะสม อำกำรเครยดทเกดขึ้นกับกลำปกชำขณะทำกำรปรบตัวสู ่

ี่






สภำพแวดลอมภำยนอกเกดจำกหลำยสำเหตุ


ี่
1. สำเหตุอำกำรเครยดทเกดจำกน้ำ






1.1 วัสดุปกชำแหงเกนไป





1.2 วัสดุปกชำเปยกเกนไป ทำใหไม่มอำกำศพอทรำกจะหำยใจ



ี่

1.3 บรรยำกำศแหงเกนไป เนองจำกแสงแดด ควำมรอน ควำมแหงในอำกำศ ลม

ื่


แรง

ี่
ี่
1.4 ระบบรำก ยังไม่พอทจะดูดน้ำขึ้นมำแทนทน้ำทคำยออก

ี่



1.5 อุณหภูมิของน้ำรอนหรอเย็นเกนไป



ี่
2. สำเหตุอำกำรเครยดทเกดจำกแสง


2.1 กำรยำยจำกรมสูแสงทันททันใด



2.2 กำรใหรมมำกเกนไป



3. สำเหตุอำกำรเครยดทเกดจำกอุณหภูมิ
ี่


3.1 อำกำศรอนเกนไป เช่น สูงกว่ำ 40 c

o
o

3.2 อำกำศเย็นเกนไป ต ่ำกว่ำ 15 c
ี่
4. สำเหตุอำกำรเครยดทกำรขำดธำตุอำหำรทจำเปน เช่นอยู่ในวัสดุปกชำทไม่มธำตุอำหำร



ี่

ี่





นำนเกนไป หลังจำกตนกลำปรบตัวเขำกับสภำพแวดลอมไดแลว ควรเติมธำตุอำหำรดวยแต่กำรให ้






ปุยไม่ควรใหขณะทตนกลำอ่อนแอเพรำะควำมเขมขนของปุยจะทำใหตนกลำตำย กำรใหปุยใน











ี่



ระยะแรกๆควรใส่แบบเจอจำง

64








ี่





5. สำเหตุอำกำรเครยดทเกดจำกลมแรง คือ ทำใหใบฉกขำด และคำยน้ำมำกหำกพบว่ำ

ี่

ี่














บรเวณทตั้งเรอนปกชำมักมลมแรง ตำข่ำยทปดดำนขำงของเรอนปกชำไม่ตองร้อออกกได เพียง
ระวังกลำไมบรเวณขอบใหไดรบแสงเท่ำกับบรเวณอนๆกพอ






ื่





ี่



6. สำเหตุอำกำรเครยดทเกดจำกโรคและแมลง กลำไมสักไม่พบว่ำมโรคระบำดรนแรง นอก







รำกเน่ำเพรำะน้ำมำกเกนไปซึ่งเกดเฉพำะตนแกไขโดยกำรเลือกวัสดุเพำะชำใหเหมำะสมและกำร



ใหน้ำทพอเหมำะ ส่วนแมลงทเปนศัตรส ำคัญกคือหนอนผีเสื้อกนใบสัก
ี่



ี่



การเปลยนขนาดถง

ี่










กลำปกชำไมสักก่อนทจะทำกำรปลูกจำเปนตองเปลี่ยนขนำดถุงใหใหญขึ้นเพื่อใหตน




ื่
ี่
ี่
ื่
กลำเจรญเติบโตดีและแข็งแรงพอทจะแข่งขันกับวัชพืชเมอนำไปปลูกในพื้นท เนองจำกไมสักเปน




ี่







ไมใบกวำง มขนำดใบใหญมำก กำรเลี้ยงกลำในถุงขนำด 2 X6 นิ้วทใชในกำรปกชำย่อมจำกัดกำร





เจรญเติบโตตนกลำทเลี้ยงจะไม่โต ถุงขนำด 5 X 8 นิ้วพบว่ำมขนำดใหญเพียงพอทจะเลี้ยงกลำสัก
ี่

ี่

ไดดี




วิธการเปลยนขนาดถง

ี่



ี่


กลำไมสักทเลี้ยงในถุงโดยทั่วไปหำกเหลือคำงจำกปทผ่ำนมำและจะเกบไวปลูกในปต่อไป


ี่







กจะทำกำรเปลี่ยนถุงใหมขนำดใหญขึ้น เมอหน่วยงำนปลูกรบกลำไมทใส่ขนำดถุงเล็กมำจำก
ื่


หน่วยงำนปกชำควรทำกำรกำรเปลี่ยนถุงกลำปกชำดวยวิธเดียวกันโดย กรอกวัสดุเพำะชำทเปน

ี่










ส่วนผสมของดิน ข้เถำแกลบ และแกลบดิบ ในอัตรำส่วน 5:3:2 ประมำณ ¼ ของถุง ใชมดคัต



เตอรกรดถุงเดิมตำมยำว แกะตนกลำออกมำโดยใหดินหุมรำกอยูไม่ใหรำกกระทบกระเทอนวำงตน












กลำลงตรงกลำงถุงใหม่อย่ำงเบำมอ เติมวัสดุเพำะชำรอบตนกลำใหเต็มใชสองมอกดรอบตนเบำๆ





ใหวัสดุเพำะชำแนบกับตนกลำใหสนิท จัดเรยงตำมล ำดับหมำยเลขแม่ไมเปนกลุมๆแลวรดน้ำใหทั่ว












ๆ กำรเปลี่ยนถุงสำมำรถทำกลำงแจงได ้





การใสปย

กำรใส่ปุยมขอควรระวังอย่ำงหนึ่งคืออย่ำใชวิธหยอดปุยละลำยเรวโดยทั่วไป ใส่ถุงกลำ







ี่







ไมโดยตรงเพรำะควำมเค็มของปุยจะทำใหตนไมตำยทันท กำรใส่ปุยทปลอดภัยและไดผลดีทสุด


ี่



คือ ปฏิบัติตำมทวิธกำรใชทบอกไวในสลำกปุยแต่ละชนิด
ี่

ี่

65










การท าใหแกรง


โดยทั่วไปคนทปลูกตนไมหรอหำซื้อตนไมไปปลูกมักจะเลือกตนทงำมอวบใบโต แต่

ี่

ี่


ื่


หลังจำกนำไปปลูกแลวมักพบว่ำตนไมนั้นจะเหยวเฉำตำยหมด สำเหตุกเนองจำกว่ำตนไมนั้นไม่ได ้





ี่



ี่

ี่




ผ่ำนกำรทำใหแกรงเสียก่อน ถูกบ ำรงมำอย่ำงดีใหน้ำใหปุยเต็มท แต่สภำพพื้นทในกำรปลูกปำ




มักจะตองพบกับควำมแหงแลง อดอำหำร ตนไมทถูกเปลี่ยนสภำพแวดลอมกะทันหันจะชอก และ



ี่








ี่




ตำย กำรทำใหแกรง (Hardening) เปนกำรเตรยมควำมพรอมใหตนไมมควำมแข็งแกรงพรอมทจะ

ิ่


ทนทำนต่อสภำพทไม่เหมำะสมต่ำงๆได ก่อนถึงฤดูปลูกประมำณ 1-2 เดือนควรเรมทำใหตนไม ้


ี่





แกรงดวยกำรงดปุย และ เพิ่มระยะเวลำกำรใหน้ำใหห่ำงออกไป จำกทเคยใหทุกวันกเปลี่ยน เปน 2




ี่


วันคร้ง 3 วันคร้ง ไปจนถึงสัปดำหละคร้ง ช่วงทฝนตกกงดใหน้ำ กำรเปลี่ยนเวลำใหน้ำน้ใหทำแบบ









ี่





ี่


ค่อยเปนค่อยไป โดยสังเกตจำกอำกำรของตนกลำอย่ำใหเหยว กำรงดน้ำน้อำจทำรวมกับกำรลิด








ี่
ใบ หำกพบว่ำมีใบใหญเกนไป ตนกลำทแกรงดีแลวจะไม่อวบ ใบเล็ก
การขนสงไปแปลงปลูก


หลังจำกทตนไมผ่ำนกำร
ี่




ทำใหแกรงแลวกำรขนส่งสำมำรถ


ทำไดโดยปลอดภัยและขนได ้


จำนวนมำก ระบบกำรขนส่งท ี่



ทันสมัยจะมชั้นวำงกลำไมเปนชั้น

ไม่ใหซอนทับกัน แต่กำรขนส่งใน


ประเทศไทยนิยมเรยงกลำไมซอน





กันหลำยชั้นโดยวำงโดยจัดเรยง


ื่
สลับกันไปเรอยๆใหแน่นๆ ส ำหรบ


ไมทผ่ำนกำรทำใหแกรงและงดกำร

ี่










ใหน้ำ 2-3 วันก่อนกำรขนส่งไม่พบว่ำกำรขนส่งดวยวิธดังกล่ำวทำใหตนไมตำยแต่อย่ำงใด สิ่งทเปน
ี่



อันตรำยในช่วงกำรขนส่งกคือลมและแสงแดดเท่ำนั้น ซึ่งป้องกันไดโดยกำรคลุมดวยตำข่ำยพรำง

แสงใหมิด

66














ระบบรากและการเจรญเติบโตของกลาสกปกช าหลงการปลูก

มขอกังขำเกยวกับกำรเจรญเติบโต
ี่




หลังกำรปลูกของกลำไมสักทไดจำกกำรปกชำ



ี่
ี่

โดยขอแรกจะเกยวกับระบบรำก จำกรำยงำน
ี่

ผลกำรปลูกทดสอบแม่ไมแปลงแรกทอำยุ 4 ปี


ถึงแมจะไม่ไดขุดรำกขึ้นมำตรวจสอบ แต่ตนไม ้

แสดงอำกำรเจรญเติบโตไดตำมปกติ แสดงว่ำ


ระบบรำกไม่มปญหำในระยะยำว แต่กำรแสดง



ระยะงันในช่วงปแรกของกำรปลูกสำเหตุอำจจะ
ี่

ี่
มำจำกระบบรำกทยังไม่พัฒนำเต็มทหรอกำร

แสดงลักษณะแก่อย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ปญหำของ




ตนกลำทมำจำกกำรปกชำอกอย่ำงหนึ่งคือกำร

ี่

เจรญเติบโตไปดำนขำงของตนทปลูกสำเหตุ

ี่


ิ่
ี่
หลักมำจำกกำรเลือกกงทไม่เหมำะสม แต่


ส ำหรบไมสักตนทแสดงอำกำรดังกล่ำวจะแทง
ี่

หน่อทตั้งตรงขึ้นมำใหม่ และเจรญเติบโตข่มตน

ี่

ทเกดก่อนใหชะงักไป ตนใหม่ทเกดขึ้นเจรญ



ี่

ี่

ี่



แทนทต่อไป หำกแกปญหำกำรงันของตนใน


ระยะแรกดวยกำรเลี้ยงกลำใหแข็งแรงก่อน



ี่




ี่

นำไปปลูกและเลือกกงทเหมำะสมมำปกชำตั้งแต่แรกแลว กลำสักทไดจำกกำรปกชำกสำมำรถทจะ
ิ่
ี่


ี่


เจรญเติบโตไดเหมอนตนไมปกติ และจะเจรญเติบโตไดดีทสุดหำกมกำรคัดเลือกสำยพันธุทดีและ

ี่






ดูแลสวนปำอย่ำงถูกตองตำมหลักวิชำกำร


Click to View FlipBook Version