42
Figure 17 Total height of Cinnamomum porrectum seedling between 2551 - 2554
ี
จากการศึกษามวลชวภาพของไม้เทพทาโรอายุ 5 ปี ที่สถานีวนวัฒนวิจัยสงขลา โดย
วิธีการตัดฟัน (Scarified clip technique) และวิธีการขุดล้าง (Excavation technique) พบว่ามวล
ี
ี
ชวภาพของไม้เทพทาโรในส่วนเหนือดิน (ลําต้น กิ่งและใบ)และมวลชวภาพของราก มี
ความสัมพันธ์กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและตัวแปรร่วมระหว่างกําลังสองของขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและตัวแปรร่วมระหว่างกําลังสองของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง
้
่
อกและความสูงทั้งหมด ในรูปของสมการเส้นโค้ง (Allomtric equation) โดยพบว่าเมือใชตัวแปร
ร่วมระหว่างกําลังสองของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและความสูงในการพยากรณ์
2
้
ผลผลิตมวลชวภาพ จึงให้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R ) ที่สูงกว่าการใชค่าขนาดเส้นผ่าน
ี
ศูนย์กลางเพียงอกเป็นตัวแปรเพียงตัวเดียวอยู่เล็กน้อย กล่าวคือมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
ระหว่าง 0.80-0.99 รายละเอียดปรากฏดังแสดงไว้ใน Table 14 และ Figure 18
2
Table 14 Allometric constants (a,b) and coefficients of determination (R ) for estimating
1
biomass components of individual tree (kg tree" )
2
Component Parameter a b R
Stem dbh 0.06 2.45 0.99
Branch 0.02 2.61 0.98
Leaf 0.07 1.95 0.84
Root 0.0002 4.05 0.93
2
Stem dbh h 0.02 1.02 0.99
Branch 0.01 1.09 0.99
Leaf 0.03 0.82 0.86
Root 0.0001 1.52 0.96
2
Remark: number after alphabet indicate the difference equation parameter where; 1: dbh and 2:dbh h
43
Figure 18 Biomass estimation of Cinnamomum porrectum in each tree part; a: stem,
b: branch, c: leaf and d: root
ี
่
ผลผลิตของมวลชวภาพของไม้เทพทาโรเมืออายุ 4 ปี ที่ปลูกในพื้นที่อําเภอกุยบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการใชสมการประมาณผลผลิตมวลชวภาพรายต้นของไม้เทพทาโร
ี
้
2
โดยใช้ตัวแปรเป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกและความสูง (dbh h) ดังปรากฏใน Table 14
44
่
ร่วมกับอัตราการรอดตายของไม้ในแต่ละแปลง (Table 13) พบว่าเมืออายุ 4 ปี ไม้เทพทาโรใน
ี
แปลงที่ปลูกใต้เรือนยอดของไม้กระถินณรงค์และปลูกกลางแจ้ง จะมีผลผลิตมวลชวภาพใน
ส่วนของลําต้น เท่ากับ 2.62 และ 10.43 กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ ส่วนของกิ่งเท่ากับ 1.50 และ 5.37
กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ ส่วนของใบเท่ากับ 2.69 และ 14.37 กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ และในส่วนของ
ี
รากเท่ากับ 0.03 และ 0.06 กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ ตามลําดับ ในขณะที่ผลรวมของมวลชวภาพ
ทั้งหมดจากทั้งสองพื้นที่เท่ากับ 6.84 และ 30.23 กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ ตามลําดับ ดัง
ี
รายละเอียดใน Table 15 เป็นที่น่าสนใจว่าสัดส่วนของมวลชวภาพระหว่างลําต้นและใบมี
ปริมาณที่ใกล้เคียงกัน โดยมีมวลชวภาพในส่วนของใบมีมากกว่าในส่วนของลําต้นอยู่เล็กน้อย
ี
ี
่
ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวแตกต่างจากการศึกษาเรืองมวลชวภาพของไม้อื่นๆโดยทั่วไป ที่ส่วน
ี
่
ใหญ่แล้วลําต้น และกิ่งมักจะมีผลผลิตมวลชวภาพในอัตราส่วนที่มากกว่าใบเสมอ เชน ผล
ี
การศึกษาของ Nualngam (2002) และ (Ponthep et al. (2011) ในขณะที่มวลชวภาพของรากอยู่
ี
่
ในสัดส่วนที่น้อยมากเมือเทียบกับสัดส่วนอื่น สอดคล้องกับผลการศึกษาที่พบว่ามวลชวภาพ
รากมักมีสัดส่วนของผลผลิตมวลชีวภาพน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ เช่นกัน
Table 15 Biomass distribution of Cinnamomum porrectum seedling between 2551 – 2554
1
Tree part (kg ha' ) Total
plot
1
stem branch leaf root (kg ha' )
under canopy 2.62 1.50 2.69 0.03 6.84
bare plot 10.43 5.37 14.37 0.06 30.23
จากการศึกษาดังกล่าวข้างต้นซึ่งแสดงให้เห็นในภาพรวมว่า ทั้งพื้นที่ที่ปลูกภายใต้เรือน
ี
ยอดของไม้กระถินณรงค์ และพื้นที่โล่งแจ้งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ผลผลิตมวลชวภาพ
ค่อนข้างต่ํา เมือเปรียบเทียบกับการปลูกไม้โตเร็วชนิดอื่นๆ เป็นผลเนืองมาจากไม้เทพทาโรที่
่
่
ปลูกนั้นมีอัตราการรอดตายต่ํามาก แม้ว่าจะมีการดูแลรักษากล้าไม้เป็นอย่างดี ทั้งการรดน้ํา
ี
การให้ ร่มเงาในระยะแรก การกําจัดวัชพืชอย่างสม่ําเสมอและต้นไม้ที่เหลือรอดชวิตอยู่จะมี
อัตราการเติบโตค่อนข้างดีก็ตาม แสดงให้เห็นว่ากล้าเทพทาโรมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะ
แวดล้อมนอกพื้นที่การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มี
ความแห้งแล้งสูง เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
การกระจายของมวลชวภาพของรากไม้เทพทาโรดังแสดงใน Figure 19 พบว่า มวล
ี
ี
ชวภาพใต้ดินส่วนใหญ่ มีการกระจายอยู่ในชนความลึก 2 ระดับชน ได้แก่ ความลึกระดับ
ั้
ั้
45
10 - 20 เซนติเมตร จากผิวดินสูงมีค่าสูงที่สุดเท่ากับ 50.83 เปอร์เซ็นต์ และระดับ 20 - 30
ั้
เซนติเมตร เท่ากับ 32.04 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ในชนผิวดิน 0 – 10 เซนติเมตร พบการกระจาย
ั้
ของรากเพียง 5.17 เซนติเมตร เท่านั้น สําหรับในชน 30 – 40 เซนติเมตร มีกระจายของราก
เท่ากับ 9.56 เซนติเมตร และในชนลึกที่สุดของการศึกษาในครั้งนี้คือ 40 - 50 เซนติเมตร พบ
ั้
การกระจายของรากต่ําที่สุด เพียง 2.41 เซนติเมตรเท่านั้น จากผลการศึกษาดังกล่าวจะสังเกต
่
ได้ว่านอกจากชนผิวดินแล้ว การกระจายของมวลชวภาพของรากไม้เทพทาโรจะลดลงเรือยๆ
ั้
ี
ตามความลึกของดินที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับผลการศึกษามากมายที่พบว่าการกระจายของราก
จะลดลงตามความลึกของดินที่เพิ่มมากขึ้น (Srivastava et al.,1986: RytterandHanson, 1996;
่
tongtapao,2008; Ponthep et al.,2011) ซึ่งเป็นผลเนืองมาจากการกระจายของรากมี
ความสัมพันธ์กับปริมาณของน้ํา และแร่ธาตุอาหารในดินซึ่งมักพบความอุดมสมบูรณ์ในดินชน
ั้
บนและลดความอุดมสมบูรณ์ลงตามความลึกของดินที่เพิ่มมากขึ้น สําหรับการที่พบมวล
ชีวภาพของรากในส่วนผิวดินค่อนข้างต่ํานั้น น่าจะเกิดขึ้นจากระยะแรกของการเจริญเติบโต ไม้
เทพทาโรมีการพัฒนาการหยั่งรากลงในแนวดิ่งเพื่อยึดลําต้นให้มั่นคง ก่อนที่จะมีการพัฒนา
จํานวนรากมากขึ้น ในระยะเวลาต่อมาเพื่อดูดซึมน้ํา และธาตุอาหารต่อไป
Figure 19 Proportion of root mass distributing through soil depth
4. การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของน้ ามันหอมระเหยจากใบเทพทาโร
การทดลองนี้เป็นการกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากใบเทพทาโรอายุ 2 ปี 5 เดือน จาก
แปลงทดสอบสายพันธุ์แบบเปิด ท้องที่จังหวัดสงขลา ทําการเก็บตัวอย่างแบบสุ่มในทุกซ้ํา
(replication) ของแปลงปลูก และให้ได้กลิ่นของเทพทาโรครบทั้ง 4 กลิ่น 8 สายพันธุ์ จาก 2
แหล่งพันธุกรรม คือ แหล่งพันธุกรรมจากวัดนิโรธรังสี อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา และ
แหล่งพันธุกรรมจากสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคใต้ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ทําการ
46
กลั่นน้ํามันตัวอย่างละ 4 ซ้ํา หาปริมาณน้ํามันหอมระเหยที่ได้เทียบกับน้ําหนักอบแห้ง ดังแสดง
ใน Table 16 พิจารณาสายพันธุ์ที่มีแหล่งมาจากจังหวัดพังงาทั้งหมด 5 สายพันธุ์พบว่า น้ํามัน
หอมระเหยจากใบเทพทาโรที่มีกลิ่นคล้ายรูทเบียร์มีสีเหลืองอ่อน ให้ปริมาณน้ํามันน้อยที่สุดเป็น
1.55 เปอร์เซ็นต์ และมีความถ่วงจําเพาะ 1.0862 จัดเป็นน้ํามันหอมระเหยเทพทาโรกลิ่นเดียว
เท่านั้นที่หนักกว่าน้ํา ส่วนน้ํามันหอมระเหยกลิ่นคล้ายตะไคร้ กลิ่นคล้ายกลิ่นหอมของดอกไม้
่
และกลิ่นคล้ายน้ํามันเสม็ดขาวล้วนเบากว่าน้ําเนืองจากมีค่าของความถ่วงจําเพาะระหว่าง
0.8700 – 0.9048 ปริมาณน้ํามันหอมระเหยจากใบเทพทาโร ที่มีกลิ่นคล้ายตะไคร้มีค่า 1.64
เปอร์เซ็นต์ ส่วนน้ํามันหอมระเหยจากใบเทพทาโรที่มีกลิ่นคล้ายน้ํามันเสม็ดขาว แม้ว่าจะเป็น
สายพันธุ์ที่มาจากต้นแม่เดียวกัน (PC5) แต่เก็บจากแปลงทดลองคนละซ้ํากัน (r1 และ r2) ให้
ปริมาณของน้ํามันต่างกันมาก คือ PC5 R1 C2 N7 ให้ปริมาณน้ํามันหอมระเหย 1.61
เปอร์เซ็นต์ และ PC5 R2 C7 N13 ให้ปริมาณน้ํามันหอมระเหย 2.61 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีค่าสูงกว่า
มาก จะต้องมีการทดสอบซ้ําเมื่อต้นเทพทาโรในแปลงทดลองมีอายุมากขึ้น
Table 16 Percent yield, specific gravity and color of volatile leaves oils with various odor
from Cinnamomum porrectum
No. Code of Plants Odor of oils Yield (%) Specific gravity Color
1 PC4 R4 C13 N6 Root beer 1.55 1.0862 Pale yellow
2 PC9 R1 C3 N4 Lennon grass 1.64 0.8700 Deep yellow
3 PC10 R2 C5 N9 Flower 2.52 0.9001 Pale yellow
4 PC5 R1 C2 N7 Cajuput oil 1.61 0.9048 Pale yellow
5 PC5 R2 C7 N13 Cajuput oil 2.61 0.9110 Pale yellow
6 SC1R1C3N5 Cajuput oil 1.87 0.9034 Pale yellow
7 SC6R2C5N13 Cajuput oil 1.53 0.9039 Pale yellow
8 SC8R3C11N15 Cajuput oil 0.55 0.9008 Pale yellow
PC - plant genetic from Pang-nga province R - replication of planting
N - number of planting in each row
SC - plant genetic from Song Khla province
c - column of planting in each replication
47
พิจารณาน้ํามันหอมระเหยจากเทพทาโรที่มีแหล่งพันธุกรรมจากจังหวัดสงขลา 3 สาย
พันธุ์ ซึ่งเป็นกลิ่นคล้ายน้ํามันเสม็ดขาวทั้งหมด แต่เก็บจากแปลงทดลองซ้ํากัน พบว่าน้ํามันหอม
ระเหยที่ได้มีสีเหลืองอ่อน มีค่าความถ่วงจําเพาะใกล้เคียงกัน มีระหว่าง 0.9008 - 0.9034 ซึ่ง
เป็นน้ํามันที่เบากว่าน้ํา และมีค่าใกล้เคียงกับน้ํามันกลิ่นคล้ายน้ํามันเสม็ดขาวที่มีแหล่ง
พันธุกรรมจากจังหวัดพังงา ปริมาณน้ํามันหอมระเหยในสายพันธุ์ SC1 R1 C3 N5 และ SC6 R2
C5 N13 มีค่าใกล้เคียงกันเป็น 1.87 เปอร์เซ็นต์ และ 1.53 เปอร์เซ็นต์ ตามลําดับ ส่วนสายพันธุ์
SC8 R3 C11 N15 ให้ปริมาณน้ํามันน้อยมากเป็น 0.55 เปอร์เซ็นต์
การศึกษาด้านองค์ประกอบทางเคมีในน้ํามันหอมระเหยจากใบเทพทาโรแต่ละกลิ่นนั้น
จะพิจารณาจาก Retention time และ Percent area ของสารแต่ละชนิดที่ได้จากการวิเคราะห์
้
โดยใชเครือง GC-MS เทียบ กับสารมาตรฐานใน WILEY7N Libraries และ NIST05 Libraries ดัง
่
แสดงไว้ใน Table 17 จะเห็นว่า น้ํามันหอมระเหยจากใบเทพทาโรที่มีแหล่งจากจังหวัดพังงา
จํานวน 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ PC4R4 C13 N6 มีกลิ่นคล้ายรูทเบียร์ องค์ประกอบหลักทาง
เคมีเป็นแซฟรอลมากถึง 97.02 เปอร์เซ็นต์ มี valencene และ caryophyllene อยู่ในปริมาณ
น้อยมากเป็น 0.31 เปอร์เซ็นต์ และ 1.04 เปอร์เซ็นต์ สายพันธุ์ PC9 R1 C3 N4 น้ํามันหอม
ระเหยมีกลิ่นคล้ายตะไคร้องค์ประกอบหลักทางเคมีเป็น ß-citral หรือ Z-citral 29.78
เปอร์เซ็นต์ และ ∞-citral หรือ e-citral 33.90 เปอร์เซ็นต์ และมี valencene 1.8-ceneole ∞-
trepineole และ caryophyllene เป็น 16.36 เปอร์เซ็นต์ 3.22 เปอร์เซ็นต์ 1.97 เปอร์เซ็นต์ และ
7.00 เปอร์เซ็นต์ ตามลําดับ จะเห็นว่ามี citral เป็นองค์ประกอบหลักมากถึง 63.68 เปอร์เซ็นต์
น้ํามันหอมระเหยที่มีกลิ่นคล้ายกลิ่นหอมของดอกไม้ มีองค์ประกอบหลักทางเคมีเป็นสินาลูล
(linalool) 68.87 เปอร์เซ็นต์ และประกอบด้วย valencene 1.8-ceneole ∞-trepineole และ
caryophyllene เป็น 4.82 เปอร์เซ็นต์ 0.24 เปอร์เซ็นต์ 0.58 เปอร์เซ็นต์ และ 2.33 เปอร์เซ็นต์
ตามลําดับ
Table 17 Major chemical compositions in volatile leaves oils with various odor from Cinnamomum porrectum
Major Chemical Compositions (%)
No. Code of Plants Odor of oils
Safrole 3-citral Citral Valencene Limonene 1,8-cineole OC-trepineole Caryophyllene
1 PC4 R4 C13 N6 Root beer 97.02 - - 0.31 - - - 1.04
2 PC9 R1 C3 N4 Lemon grass - 29.78 33.90 16.36 - 3.22 1.97 7.00
3 PC10 R2 C5 N9 Flower - - - 4.82 68.87 0.24 0.58 2.33
4 PC5 R1 C2 N7 Cajuput oil - - - 2.49 - 47.87 19.05 6.59
5 PC5R2C7 N13 Cajuput oil - - - 2.12 - 49.40 17.36 7.43
6 SC1 R1 C3 N5 Cajuput oil - - - 0.49 - 49.73 16.82 4.36
7 SC6 R2C5 N13 Cajuput oil - - - 3.53 - 43.24 23.27 9.58
8 SC8 R3 C11 N15 Cajuput oil - - - 2.09 - 47.25 19.57 4.85
PC - plant genetic from Pang-nga province sc- plant genetic from Song Khla province
R - replication of planting
C- column of planting in each replication
N - number of planting in each row 48
Table 17 Major chemical compositions in volatile leaves oils with various odor from Cinnamomum porrectum
Major Chemical Compositions (%)
No. Code of Plants Odor of oils
Safrole 3-citral Citral Valencene Limonene 1,8-cineole OC-trepineole Caryophyllene
1 PC4 R4 C13 N6 Root beer 97.02 - - 0.31 - - - 1.04
2 PC9 R1 C3 N4 Lemon grass - 29.78 33.90 16.36 - 3.22 1.97 7.00
3 PC10 R2 C5 N9 Flower - - - 4.82 68.87 0.24 0.58 2.33
4 PC5 R1 C2 N7 Cajuput oil - - - 2.49 - 47.87 19.05 6.59
5 PC5R2C7 N13 Cajuput oil - - - 2.12 - 49.40 17.36 7.43
6 SC1 R1 C3 N5 Cajuput oil - - - 0.49 - 49.73 16.82 4.36
7 SC6 R2C5 N13 Cajuput oil - - - 3.53 - 43.24 23.27 9.58
8 SC8 R3 C11 N15 Cajuput oil - - - 2.09 - 47.25 19.57 4.85
PC - plant genetic from Pang-nga province sc- plant genetic from Song Khla province
R - replication of planting
C- column of planting in each replication
N - number of planting in each row 48
49
Figure 20 Major chemical compositions of volatile leaves oils from different progeny test
of Cinnamomumporrectum with Cajuput oil odor
ใน Figure 20 แสดงถึงองค์ประกอบทางเคมีในน้ํามันหอมระเหยใบเทพทาโรที่มีกลิ่น
คล้ายกลิ่นน้ํามันเสม็ดขาวทั้งหมด 5 สายพันธุ์ จะเห็นว่ามีชนิดขององค์ประกอบทางเคมี
เหมือนกัน แต่ปริมาณขององค์ประกอบทางเคมีจะแตกต่างกัน กล่าวคือ สายพันธุ์ PC5 R1 C2
N7 มีปริมาณ 1.8-ceneole เป็น 47.87 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาณน้ํามัน 1.61 เปอร์เซ็นต์) และสาย
พันธุ์ PC5 R2 C7 N13 มีปริมาณ V1.8-ceneole เป็น 49.40 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาณน้ํามัน 2.61
เปอร์เซ็นต์) ทั้งที่ 2 สายพันธุ์นี้มาจากแม่ไม้เดียวกัน (PC5) แต่ปริมาณของ 1.8-ceneole ต่างกัน
และมีปริมาณน้ํามันหอมระเหยต่างกันด้วย แต่เนืองจากการทดลองนี้เป็นการวิจัยขั้นต้น การ
่
เก็บตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะสรุปผลได้ จะต้องมีการทดลองจากตัวอย่างในแปลงทดสอบสาย
พันธุ์เทพทาโรที่มากกว่านี้ และในชนอายุที่มากขึ้น จึงจะสามารถยืนยันผลได้ถูกต้อง ในกรณี
ั้
น้ํามันหอมระเหยกลิ่นคล้ายน้ํามันเสม็ดขาวจากใบเทพทาโรอีก 3 สายพันธุ์ที่มีแหล่งจาก
จังหวัดสงขลา พบว่า สายพันธุ์ SC1 R1 C3 N5 สายพันธุ์ SC6 R2 C5 N13 และสายพันธุ์ SC8
R3 C11 N15 ประกอบด้วย 1.8-ceneole 49.73 เปอร์เซ็นต์ 43.25 เปอร์เซ็นต์ และ 47.25
เปอร์เซ็นต์ ตามลําดับ ซึ่งถ้าพิจารณาในสายพันธุ์ SC8 R3 C11 N15 จะเห็นว่ามีปริมาณของ
1.8-ceneole มีค่าเป็น 47.25 เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณของน้ํามันหอมระเหยน้อยมาก มีค่า
เพียง 0.55 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น จะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับน้ํามันหอมระเหยของเทพทาโรใน
สายพันธุ์นี้ เปรียบเทียบกันในระหว่างแปลงทดลองแต่ละซ้ํา เพื่อพิจารณาว่ามีความผันแปร
50
ขององค์ประกอบทางเคมีมากน้อยอย่างไรในสายพันธุ์เดียวกัน
ความแตกต่างขององค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญของน้ํามันเทพทาโรทั้ง 4 สายพันธุ์ ทํา
ให้เทพทาโรแต่ละสายพันธุ์มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้แตกต่างกัน
ี
่
เนืองจากองค์ประกอบทางเคมีแต่ละชนิดในน้ํามันมีฤทธิ์ทางชวภาพที่แตกต่างกัน เชน
่
เทพทาโรกลุ่มที่มีสารแซฟฟรอลสูง พบว่าน้ํามันที่ได้มีลักษณะคล้ายน้ํามันแซสซาฟรัส ซึ่งมี
ความสําคัญต่อการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมยา ยาฆ่าแมลงและน้ําหอม เพราะสารแซฟฟรอล
เป็นสารตั้งต้นที่สําคัญในอุตสาหกรรมดังกล่าว ส่วนเทพทาโรกลุ่มที่มีสารซิตรอลมีกลิ่นคล้าย
้
่
ตะไคร้ผสมส้ม ไม่ฉุนเหมือนตะไคร้ ใชแต่งกลิ่นเครืองหอม สบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช ้
ในครัวเรือนได้ดี และสารสําคัญที่พบในกลุ่มนี้มีรายงานว่าไล่แมลงได้ดี จึงสามารถพัฒนาการ
ไปสู่ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงได้ด้วย เช่นเดียวกันกับกลุ่มที่มีสารสําคัญเป็นซีนิออล อาจนําไปสู่การใช ้
่
ประโยชน์ในทางยา และแต่งกลิ่นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เชนเดียวกันกับน้ํามันเสม็ด และน้ํามันยูคา
ลิปตัส ส่วนกลุ่มที่มีสารสําคัญเป็นลินาลูล สามารถนําไปใชในการแต่งกลิ่นเครืองสําอาง สบู่
่
้
่
แชมพู ทําผลิตภัณฑ์เครืองหอม น้ําหอม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ลินาลูลมีฤทธิ์ฆ่าหมัดและ
แมลงสาปได้ดี รวมถึงเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์วิตามินอีด้วย
การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้ํามันหอมระเหยแต่ละกลิ่นด้วยวิธี DPPH free
radical colorimetry ได้แสดงไว้ใน Figure 21 Figure 22 Figure 23 และ Figure 24
Figure 21 Antioxidant activity of volatile leaves oils from Cinnamomum porrectum with
Root Beer odor
51
Figure 22 Antioxidant activity of volatile leaves oils from Cinnamomum porrectum with
Lemongrass odor
Figure 23 Antioxidant activity of volatile leaves oils from Cinnamomum porrectum with
Cajuput oil odor
52
Figure 24 Antioxidant activity of volatile leaves oils from Cinnamomum porrectum with
Flowerl odor
่
5. การถายทอดทางเทคโนโลยีและการส่งเสริม
้
การใชประโยชน์จากไม้เทพทาโรในระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นไม้ในท้องถิ่นที่พบได้ในทาง
ภาคใต้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้มีการใชประโยชน์จากไม้เทพทาโร มีการนําน้ํามันจากเทพธาโร
้
้
่
มาใชในการแก้ปวดเมือย ในปัจจุบันไม้ชนิดนี้หาได้ยาก เกิดการรู้สึกรักและหวงแหนพันธุ์ไม้ใน
ท้องถิ่น ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากไม้เทพทาโรอย่างยั่งยืน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จโครงการพัฒนาพื้นที่บ้านทุ่ง
รัก อําเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และเสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์การกลั่นน้ํามันหอมระเหย
จากใบและทรงปลูกไม้เทพทาโร
53
Figure 25 นายคงศักดิ์ มีแก้ว กราบบังคมทูลเรื่องไม้เทพทาโร
ในการรับเสร็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการ
พัฒนาพื้นที่บ้านทุ่งรัก จงหวัดพังงา
ั
มีการการฝึกอบรมหลักสูตร “การใช้ประโยชน์และการทําผลิตภัณฑ์จากน้ํามันหอม
ระเหยเทพทาโร” ณ ศนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิจัยป่าไม้ภาคใต้ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ู
วันที่ 22 -25 เมษายน 2557 มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 42 คน (Table 18 และ Appendix 1) โดย
ผลการฝึกอบรมหลักสูตร “การใช้ประโยชน์และการทําผลิตภัณฑ์จากน้ํามนหอมระเหย
ั
ิ
เทพทาโร” ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิจัยป่าไม้ภาคใต้ อําเภอรัตภูม จังหวัดสงขลา วันที่
22 - 25 เมษายน 2557 มีข้อมูลดังนี้
1. ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าฝึกอบรม
1.1 เพศ ชาย 6 คน ( 15.38 %) หญิง 33 คน ( 84.62 %)
1.2 อายุ ต่ํากว่า 20 ปี 0 คน ( 0.00 %) 21 - 40 ปี 12 คน ( 30.77 %)
41 - 60 ปี 18 คน ( 46.15 %)61 ปีขึ้นไป 9 คน ( 23.08 %)
54
1.3 วุฒิการศึกษา ต่ํากว่าปริญญาตรี 22 คน (56.41 %)
ปริญญาตรี 13 คน ( 33.33 %)
สูงกว่าปริญญาตรี 4 คน ( 10.26 %)
1.4 ตําแหน่งปัจจุบัน ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 10 คน (25.64 %)
นักเรียน/นักศึกษา 2 คน ( 5.13 %)
พนักงาน/เจ้าหน้าที่บริษัทเอกชน 0 คน (0.00 %)
เกษตรกร 18 คน ( 46.15 %)
ผู้ประกอบการ/เจ้าของกิจการ 2 คน ( 5.13 %)
อื่นๆ 7 คน ( 17.95 %)
2. การประเมินการฝึกอบรม
ดีมาก ดี น้อย ไม่รู้
รายการประเมิน
(คน)(%) (คน)(%) (คน)(%) (คน)(%)
1. ความรู้และความเข้าใจในการฝึกอบรม
- ระดับความรู้ก่อนการฝึกอบรม 1 12 20 6
(2.56%) (30.77%) (51.28%) (15.38%)
- ระดับความรู้หลังการอบรม 18 21 0 0
(46.15%) (53.85%) (0.00%) (0.00%)
2. ความพึงพอใจ
่
- ความสะดวกของสถานทีฝึกอบรม 20 18 1 0
(51.28%) (46.15%) (2.56%) (0.00%)
- การให้บริการของเจ้าหน้าที ่ 26 13 0 0
(66.67%) (33.33%) (0.00%) (0.00%)
- การประชาสัมพันธ ์ 16 21 2 0
(41.03%) (53.85%) (5.13%) (0.00%)
- ความเหมาะสมของระยะเวลาในการฝึกอบรม 14 25 0 0
(35.90%) (64.10%) (0.00%) (0.00%)
- เอกสารประกอบการฝึกอบรม 17 22 0 0
(43.59%) (56.41%) (0.00%) (0.00%)
- ความเหมาะสมของระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติ 12 26 1 0
(30.77%) (66.67%) (2.56%) (0.00%)
- สื่อการสอนที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเนื้อหาวิชา 23 15 1 0
(58.97%) (38.56%) (2.56%) (0.00%)
-
55
2. การประเมินการฝึกอบรม (ต่อ)
ดีมาก ดี น้อย ไม่รู้
รายการประเมิน
(คน)(%) (คน)(%) (คน)(%) (คน)(%)
3. การประเมินความเหมาะสมของวิทยากร
- มีความรอบรู้ในวิชาที่บรรยาย 23 16 0 0
(58.97%) (41.03%) (0.00%) (0.00%)
- มีความครบถ้วนในเนื้อหาที่บรรยาย 16 20 0 0
(41.03%) (51.28%) (0.00%) (0.00%)
- มีความสามารถในการถ่ายทอดความร ู้ 18 21 0 0
(46.15%) (53.85%) (0.00%) (0.00%)
- ใช้สื่อทันสมัยและสอดคล้องกับเนื้อหาวิชา 13 25 1 0
(33.33%) (64.10%) (2.56%) (0.00%)
- มีการควบคุมเวลาให้เป็นไปตามที่กําหนด 14 24 1 0
(35.90%) (61.54%) (2.56%) (0.00%)
4. การประเมินวิทยากร
- นายสมบูรณ์ บุญยืน 29 10 0 0
(74.36%) (25.64%) (0.00%) (0.00%)
- ดร.คงศักดิ์ มีแก้ว 27 12 0 0
(69.23%) (30.77%) (0.00%) (0.00%)
- นายณธีพัฒน์ ฐิติภัทรภูวนนท ์ 27 12 0 0
(69.23%) (30.77%) (0.00%) (0.00%)
- นางทรรศนีย์ พัฒนเสร ี 30 9 0 0
(76.92%) (23.08%) (0.00%) (0.00%)
5. ความเหมาะสมของหลักสูตรการฝึกอบรม
- เนื้อหาของหลักสูตรมีประโยชน์ต่ออาชีพ/ 25 14 0 0
งานในหน้าท ี่ (64.10%) (35.90%) (0.00%) (0.00%)
- การฝึกปฏิบัติ/การดูงาน สามารถนําไปประยุกต์ใช้ใน 23 16 0 0
อาชีพ/หน้าที่การงาน (58.97%) (41.03%) (0.00%) (0.00%)
3. ท่านคิดว่าสามารถนําความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้อะไรได้บ้าง
1. ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
2. นําไปประกอบอาชีพ
3. เผยแพร่ให้กับผู้อื่นได้รับรู้
56
4. ในอนาคตท่านอยากให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรอะไร
1. การใช้เทพทาโรเกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆ
2. การทําเครื่องหอมจากเทพทาโร
3. พันธุ์ไม้หายาก
4. การสกัดน้ํามันหอมระเหยจากสมุนไพร
5. การกําจัดแมลงศัตรูไม้เทพทาโร
5. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
1. สถานที่ดูงานและที่ฝึกอบรมไกลเกินไป
2. สถานที่คับแคบเกินไป
กิจกรรมการฝึกอบรมหลักสูตร “การใช้ประโยชน์และการทําผลิตภัณฑ์จากน้ํามันหอม
ระเหยเทพทาโร” ณ ศนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิจัยป่าไม้ภาคใต้ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ู
วันที่ 22-25 เมษายน 2557 มีการอบรมตั้งแต่การเพาะเมล็ดเพื่อให้ได้เมล็ดที่มีคุณภาพ การ
ปลูกการดูแลรักษา ตลอดจนการนํามาใช้ประโยชน์และทําผลิตภัณฑ์จากเทพทาโร (Figure 26)
Figure 26 Activies about Cinnamomum porrectum train
57
Table 18 Name of people with Cinnamomum porrectum train
ล ำดับ ชื่อ-นำมสกุล ที่อยู่
1 นางโสภณ ศิริเลี้ยง 14 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
2 นางฮาลีเม๊าะ เบ็ญมฮามะ 92 ม. 10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
3 นายเฉลิมวุฒิ เพชรโพลา 502/386 รัชดา ซ.3 เขตดินแดง แขวงดินแดง
กรุงเทพฯ 10400
4 นางจรวย จันทศรี 1/6 ม.7 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
5 นางสาเรศ วิจะสิกะ 11/1 ม.5 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
6 นางแดง ปาณะบุตร 131 ม.9 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
7 ด.ต.อภิชาติ จิตพิทักษ ์ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา
8 นายสามารถ รอดสันเทียะ 81 ถนนพลพิชัย ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่
ั
9 นางสาวชามาดา ชัยเจริญ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตพทลุง
10 นางเบ็ญจวรรณ บัวขวัญ วิทยาลัยภูมิปัญญา ม.ทักษิณ
11 นางปนัดดา พรหมจรรย์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตพทลุง
ั
12 นางจรรยา อุปถัมภ์ 12 เทศบาล 1 ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา
13 นางกันยา หนูแก้ว 337 ม.12 ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
ิ่
14 นางศรี ฉีดอม 428 ม.12 ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
15 นางวรรณา โยมเมือง 148 ม.3 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
16 นางอุบล โยมเมือง 294 ม.3 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
17 นางผ่อง โยมเมือง 279 ม.3 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
18 นางสุจิตรา พรหมห้อง 20 ม.1 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
19 นางสาวเรวดี ขุนไชย 197 ม.1 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
20 นางสาวสาคร คงสุด คณะวิทยาศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตพทลุง
ั
21 ว่าที่ร้อยตรีเกรียงไกร บรรจงเมือง คณะวิทยาสุขภาพและการกีฬา ม.ทักษิณ
22 นางสาวอรัญญา อทัยแจ่ม ส.ป.ก. 166 ถ.ประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญา
ุ
ไท กรุงเทพฯ 10400
23 นางสาวชลธิชา แสงทอง ส.ป.ก. 166 ถ.ประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญา
ไท กรุงเทพฯ 10400
58
Table 19 name of people with Cinnamomum porrectum train
ล ำดับ ชื่อ-นำมสกุล ที่อยู่
24 นายสุริยา เปรมสมัย ส.ป.ก. 166 ถ.ประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญา
ไท กรุงเทพฯ 10400
25 นางพิณทิพย์ วัฒนศักดิ์ภิบาล 78/3 ม.1 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
26 นางแสงวรรณ จันทะโร 414 ม.1 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
27 นางเอียน สุดรัก 4 ม.1 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
28 นายธนกร กิตติภูมิธนิน 175/2 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
29 นางสาวรอกีเย๊าะ เจ๊ะอาแซ 92 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
30 นางสาวศุภากร โนไพโส 19 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
ิ
31 นางสาวอุมารินทร์ อินทร์นวน ม.ทักษณ วิทยาเขตพัทลุง
ั
32 นางสาวมาณี แก้วชนิด คณะวิทยาศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตพทลุง
33 นางสาวถวัลย์ ทองจันทร์ 30/4 ถ.แก้วสมิทธิ์ ต.หาดใหญ่ จ.สงขลา
็
34 นางช่อง เซ่งเขม 26 ม.7 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง
35 นางจงรัก มีบุญ 242/2 ม.1 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
36 นางปาณิภา กิตติภูมิธนิน 175/2 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
37 นางอุไร แก้วดี 153 ม.10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
38 นางประภา ถิ่นจะนะ 12 ม.15 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
39 นางสาววีณา ชัยประสิทธิ์ 117 ม.15 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
40 นางเพชรน้อย แซ่กี่ 117/1 ม.15 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
41 นางสุธา หวังดี 39/1 ม.15 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
42 นางหวันดุหา ช่วยศิริ 177 ม.15 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
59
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
1. เทคนิคการเพาะเมล็ดไม้เทพทาโร
1. ปัจจัยการให้แสงสว่างในระหว่างการเพาะ ไม่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอกทั้งหมด
ของเมล็ดไม้เทพทาโร กล่าวคือเมล็ดไม้เทพทาโรสามารถงอกได้ในปริมาณที่ไม่มีความแตกต่าง
กันในทางสถิติ ไม่ว่าจะทําการเพาะในบริเวณที่มีแสงสว่างหรือไม่มีแสงสว่างก็ตาม แต่กล้าไม้ที่
ได้จากการเพาะสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างจะมีลักษณะสมบูรณ์และมีสีเขียว ส่วนกล้าที่เพาะ
่
ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแสงสว่างจะมีลักษณะสีขาว แต่เมือต่อมานํามาเลี้ยงในที่ที่มีแสงสว่าง
ระยะหนึ่ง กล้าไม้เทพทาโรก็จะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียวและสมบูรณ์ขึ้น ดังนั้นจึงควรเพาะ
เมล็ดไม้เทพทาโรในสภาพแสงปกติซึ่งจะทําให้กล้าไม้มีลักษณะแข็งแรง เติบโตต่อไปได้ดี
2. โดยธรรมชาติแล้วเมล็ดไม้เทพทาโรจะสามารถงอกได้เพียง 1-3 เปอร์เซ็นต์ ใน
เวลา 3 เดือน แต่ในการทดลองครั้งนี้ทําให้ทราบว่า หากมีการปฏิบัติต่อเมล็ดในวิธีที่เหมาะสม
ก่อนนําไปเพาะก็จะสามารถเพาะให้ได้กล้าไม้เทพทาโรจํานวนมากได้ วิธีที่ดีที่สุดในการเพาะ
เมล็ดไม้เทพทาโร คือวิธีการผ่าซีกเมล็ด (Presowing treatment No.3) การผ่าซีกเมล็ดไม้
เทพทาโรในแนวกลางของเมล็ด ซึ่งจะได้เมล็ดเป็นสองซีกตามแนวของ cotyledon นําซีกของ
cotyledon ที่มี Embryo ติดอยู่ ไปแช่น้ําในน้ําเปล่าเป็นเวลา 8 ชั่วโมง แล้วนําไปเพาะในวัสดุเพาะ
แกลบเผาหรือวัสดุเพาะขุยมะพร้าว ซึ่งจะให้การงอกที่สูงสุด คือ 76 เปอร์เซ็นต์ 70.33
้
เปอร์เซ็นต์ ตามลําดับ และใชเวลาในการงอกให้ได้จํานวนกล้า 50 เปอร์เซ็นต์ ของการงอก
ทั้งหมด เท่ากับ 11.33 วัน และ 11.01 วัน ตามลําดับ จากการสังเกตพบว่า การผ่าครึ่งเมล็ด
ก่อนนําไปเพาะแบบไม่มีทิศทางในการผ่า จะให้เปอร์เซ็นต์การงอกประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์
ดังนั้นการผ่าผิดแนวจะมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดอย่างมาก สําหรับวิธีการขริบเมล็ด
บริเวณที่รากงอก (Presowing treatment No.2) แล้วนําไปเพาะในวัสดุแกลบเผาหรือวัสดุขุย
มะพร้าวนั้น จะให้เปอร์เซ็นต์การงอกที่รองลงมา คือ 31.00 เปอร์เซ็นต์ และ 31.67 เปอร์เซ็นต์
ตามลําดับ และใช้เวลาในการงอกให้ได้จํานวนกล้า 50 เปอร์เซ็นต์ ของการงอกทั้งหมด เท่ากับ
16.77 วัน และ 19.22 วัน ตามลําดับ และการขริบเมล็ดในบริเวณใดๆ (Presowing treatment
No.1) แล้วนําไปเพาะในวัสดุแกลบเผานั้น เมล็ดก็สามารถที่จะงอกได้ถึง 12.67 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง
แสดงให้เห็นว่าการกระทําใดๆ ให้เปลือกเมล็ดแตก ก็จะสามารถทําให้เมล็ดมีการงอกเพิ่มขึ้นได้
มากน้อยตามวิธีการที่ต่างกันไป
60
3. การปฏิบัติต่อเมล็ดก่อนนําไปเพาะวิธีที่ 2 (Presowing treatment No.2) จะให้กล้า
ไม้เทพทาโรที่สมบูรณ์กว่ากล้าไม้เทพทาโรที่ได้จากการปฏิบัติต่อเมล็ดก่อนนําไปเพาะวิธีที่ 3
(Presowing treatment No.3) ทั้งนี้เพราะวิธีที่ 3 นั้น กล้าไม้จะได้รับอาหารสะสมจากเมล็ดเพียง
่
ครึ่งเดียว แต่ในวิธีที่ 2 กล้าไม้จะได้รับอาหารสะสมจากเมล็ดเต็มทั้งเมล็ด แต่เมือพิจารณาถึง
่
เปอร์เซ็นต์การงอกทั้งหมดจะพิจารณาถึงค่าความแข็งแรง พบว่า วิธีที่ 3 เป็นวิธีที่ดีที่สุด เมือ
เปรียบเทียบกับวิธีอื่นในการทดลอง วิธีที่ 3 จะให้เปอร์เซ็นต์การงอกทั้งหมดและค่าความ
่
แข็งแรงของเมล็ดสูงสุด ส่วนกล้าไม้เทพทาโรที่ได้จากวิธีการเพาะทั้งสองวิธีนั้นเมือย้ายลงถุง
เพาะชําและมีการบํารุงรักษาตามปกติในระยะหนึง การเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของกล้า
่
ไม้จะไม่ปรากฏความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงเห็นควรให้เลือกวิธีที่ 3 ในการเพาะเมล็ดไม้เทพทาโร
จากการสังเกตพบว่าเมือนําเมล็ดไปผ่าซีกตามวิธีการปฏิบัติต่อเมล็ดก่อนนําไปเพาะ
่
่
ดังกล่าวข้างต้น (Presowing treatment No.3) แล้วนําไปแชในสารเตตราโซเดียมคลอไรด์
่
ี
ั่
1 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 24 ชวโมง เพื่อนําไปวิเคราะห์ความแข็งแรง ความมีชวิตของเมล็ด เมือ
วิเคราะห์เสร็จแล้ว ได้ทดลองนําเมล็ดนั้นไปเพาะในขุยมะพร้าว พบว่าเมล็ดสามารถให้
เปอร์เซ็นต์การงอกทั้งหมด 70 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาเพียง 7 วัน มีค่า GV=22.85 ความสามารถ
่
ในการงอกได้ที่มากและเร็วนั้น อาจเป็นเพาะการแชเมล็ดนานขึ้น ทําให้สารยับยั้งการงอกของ
เมล็ดบางอย่างอาจถูกละลายออกมากขึ้น หรืออาจเป็นเพาะอิทธิพลของสารเตตราโซเดียมคลอ
่
ไรด์ในระหว่างการแชเมล็ด อีกประการหนึ่งคือในบางปีที่มีการติดดอกออกผลจํานวนมาก
เมล็ดมีความสมบูรณ์ เมล็ดสามารถจะให้เปอร์เซ็นต์การงอกทั้งหมดได้ถึง 80-85 เปอร์เซ็นต์
โดยวิธีการผ่าเมล็ดข้างต้น ข้อมูลการสังเกตทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจในการศึกษาค้นคว้า
และพัฒนาให้เมล็ดมีการงอกที่มากขึ้นและเร็วขึ้นอีกระดับหนึงต่อไปในอนาคต
่
2. การผลิตกล้าไม้เทพทาโรพันธุ์ดีจากการปักช า
1. การขยายพันธุ์แม่ไม้เพื่อสร้างสวนผลิตกิ่งพันธุ์ ทําได้ทั้ง 2 วิธีคือ การตอนกิ่งและ
การขุดรากที่มีต้นกล้ามาปลูก แต่การขุดรากทําได้ง่ายกว่าและกล้าแข็งแรงกว่า แต่การตอนกิ่ง
ํ
ทําได้ทุกต้น ได้ต้นตอที่เติบโตเร็วกว่าแต่การแตกรากค่อนข้างยาก โดยกิ่งปักชาทั้งที่เป็นปลาย
ยอดและส่วนที่ถัดลงมาสามารถแตกรากได้ แต่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญยิ่ง ส่วนที่
เป็นปลายยอดจะแตกรากได้ดีกว่า
61
ํ
ํ
ํ
2. วัสดุเพาะชาต่อการปักชากิ่งเทพทาโร พบว่ากิ่งปักชาเทพทาโรสามารถแตกรากได้
ํ
ในวัสดุปักชาทั้ง 4 ชนิดที่ทดลอง คือ ทราย ขุยมะพร้าว แกลบเผา และทรายผสมขุยมะพร้าว
อัตราส่วน 2:1 วัสดุปักชามีอิทธิพลต่อการแตกรากของกิ่งปักชาโดยวัสดุที่ดีที่สุดคือ ส่วนผสม
ํ
ํ
ของ ทรายและขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 2:1 แต่แกลบเผาไม่เหมาะสมต่อการปักชากิ่งเทพทาโร
ํ
เพราะมีความเป็นด่างสูงเกินไปจะแตกรากน้อยมากแต่จะแตกรากยอดอ่อน
ํ
ดังนั้นการปักชากิ่งเทพทาโรควรใชส่วนยอดที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปและควรใชส่วน
้
้
้
ปลายยอดของกิ่งจากต้นเทพทาโรที่ตัดให้แตกกิ่งใหม่ โดยใชวัสดุทรายผสมขุยมะพร้าวใน
ํ
อัตราส่วน 2:1 และปักชาในครอบพลาสติกภายใต้เรือนเพาะชาที่พรางแสงประมาณ 50
ํ
เปอร์เซ็นต์ ให้มีความชื้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 45 - 60 วัน กิ่งปักชาจะแตกราก
ํ
แล้วย้ายลงถุงเพาะชําทั่วไป บํารุงดูแลกล้าอีก 4 เดือน ก็สามารถลงปลูกในพื้นที่ต่อไปได้
3. การเจริญเติบโตของไม้เทพทาโร
จากผลการศึกษาเรืองการเจริญเติบโตและจัดการไม้เทพทาโร ในพื้นที่ที่ทดลองของ
่
สถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ อําเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการเปรียบเทียบ
ระหว่างการปลูกภายในเรือนยอดไม้ โตเร็ว ได้แก่ ไม้กระถินณรงค์ และการปลูกในพื้นที่โล่ง
แจ้ง สรุป และมีข้อเสนอแนะดังนี ้
1. ในการปลูกกล้าไม้เทพทาโรมีความต้องการร่มเงาเพื่อชวยลดความร้อน และการ
่
สัมผัสโดยตรงของแสงแดดซึ่งจะเป็นปัญหาให้กล้าไม้แห้งตายโดยเฉพาะในระยะแรก แต่
หลังจากกล้าไม้ตั้งตัวได้แล้ว การให้ร่มเงาจะส่งผลให้อัตราการตายของกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็น
ได้ชด ในขณะที่กล้าไม้ที่ปลูกโดยไม่มีสิ่งปกคลุมกลับมีอัตราการตายที่ต่ํามาก จึงกล่าวได้ว่า
ั
แท้จริงแล้วไม้เทพทาโรเป็นชนิดไม้ที่ต้องการแสงมากพอสมควรในการเจริญเติบโตโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในระยะกล้าไม้ การปลูกไม้เทพทาโรในรูปของสวนป่าอาจปลูกควบคู่กับการปลูกไม้โต
เร็ว หรือพืชล้มลุกอายุสั้น เชน กล้วยฯ แต่หลังจากชวงปีแรกผ่านไปแล้ว จําเป็นอย่างยิ่งที่
่
่
จะต้องเปิดร่มเงาเพื่อให้ไม้เทพทาโรที่ปลูกเจริญเติบโตต่อไปได้
2. ผลผลิตมวลชวภาพของไม้เทพทาโรมีการกระจายอยู่ในส่วนของใบในอัตราส่วนที่
ี
สูงกว่าส่วนอื่นในแง่ของการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะการกลั่นน้ํามันหอมระเหยอาจเป็นจุดเด่นอีก
่
ข้อหนึ่งของไม้เทพทาโร เนืองจากน้ําหอมระเหยที่ได้จากใบ ให้คุณภาพ และปริมาณที่ไม่
62
่
แตกต่างจากการกลั่นจากส่วนอื่นๆ รวมถึงยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย มีความต่อเนือง
่
และยั่งยืน เมือเปรียบเทียบกับการตัดส่วนของลําต้น กิ่ง หรือรากที่อาจทําได้เพียงครั้งเดียว
เมื่อครบรอบตัดฟันสุดท้ายเท่านั้น
่
3. มวลชวภาพของรากในพื้นที่ศึกษามีอัตราส่วนที่ต่ํามากเมือเทียบกับส่วนอื่นๆ
ี
รวมถึงมีการกระจายมากในระดับความลึก 10 - 30 เซนติเมตร เท่านั้น ดังนั้นการปลูกไม้
่
เทพทาโรเป็นแถวเดียว หรือใช้ระยะปลูกที่กว้างมากเกินไป อาจเกิดปัญหาต้นไม้ค่อนล้มเมือลม
้
แรง หรือพายุได้ ระยะปลูกที่เหมาะสม และไม่หนาแน่นเกินไปควรใชที่ 3 x 3 เมตร หรือ 4 x 4
เมตร ทั้งยังเพียงพอในการปลูกในการปลูกพืชล้มลุกควบด้วย นอกจากนี้การนําไม้เทพทาโรไป
ปลูกในพื้นที่สูงชนจําเป็นที่จะต้องมีการวางแผนการจัดการอย่างเข้มข้นเพื่อลดปัญหาการ
ั
พังทลายของหน้าดิน และความเสียหายของกล้าไม้ที่อาจเกิดขึ้น
4. การส่งเสริมการปลูกสร้างสวนป่าไม้เทพทาโร ควรพิจารณาถึงปัจจัยทางสภาวะ
แวดล้อมโดยเฉพาะสภาพอากาศ และปริมาณน้ําฝนเป็นอันดับแรก ในพื้นที่ที่ปริมาณน้ําฝนต่ํา
กว่าปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยคือ 1,630 มิลลิเมตร จําเป็นต้องแนะนําให้
เกษตรกรปลูกไม้เทพทาโรมีการจัดการสวนป่าอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะในระยะกล้าไม้ การปลูก
พืชควบ หรือการให้ร่มเงา และน้ําในฤดูแล้ง ต้องทําควบคู่กับการกําจัดวัชพืช และให้ปุ๋ยอย่าง
สม่ําเสมอ แต่หากเป็นการปลูกไม้เทพทาโรภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การปลูกสร้าง
สวนสามารถกระทําได้โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคนัก อีกทั้งยังเป็นไม้ที่โตเร็ว และสามารถให้
ผลผลิตได้ในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย
่
5. การศึกษาในครั้งนี้ดําเนินการในชวงแรกของการเติบโตเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลต่างๆ
อาจยังไม่เพียงพอต่อการวางแผนจัดการ หรือสร้างแนวทางการดําเนินงานของสวนป่าไม้
เทพทาโรในระยะยาว ดังนั้นจึงควรมีการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนือง เพื่อให้ได้ข้อมูล
่
พื้นฐานที่เพียงพอในการจัดสินใจดําเนินการต่างๆ เกี่ยวกับสวนป่าไม้เทพทาโร ในอนาคตต่อไป
4. การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของน้ ามันหอมระเหยจากใบเทพทาโร
จากผลการทดลองกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากใบและผลเทพทาโรจากวัดท้ายเหมือง
จังหวัดพังงา และจากสวนเอกชนในอําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา สามารถสรุปได้ว่า ผล
เทพทาโร ให้ปริมาณน้ํามันหอมระเหยมากว่าใบมากหลายเท่าตัว น้ํามันหอมระเหยที่ได้มี่กลิ่น
63
แตกต่างกันออกไปขึ้นกับองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นองค์ประกอบหลัก น้ํามันหอมระเหยจากใบ
และผลเทพทาโรจากต้นเดียวกันมีองค์ประกอบทางเคมีที่คล้ายคลึงกัน แต่น้ํามันหอมระเหยที่
ได้จากเทพทาโรต่างต้นกัน แม้จะเจริญเติบโตในบริเวณเดียวกันจะมีองค์ประกอบหลักทางเคมี
แตกต่างกัน ทําให้สามารถแบ่งสายพันธุ์ย่อยของเทพทาโรตามองค์ประกอบหลักทางเคมีของ
น้ํามันหอมระเหย (Chemotype) ได้เป็น 4 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ กลุ่มที่น้ํามันหอมระเหยมี
องค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญเป็นสารแซฟฟรอล (Safrole) ให้กลิ่นคล้ายรูทเบียร์ กลุ่มที่น้ํามัน
หอมระเหยมีองค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญเป็นสารซิตรอล (Citral) ให้กลิ่นคล้ายตะไคร้ผสมส้ม
กลุ่มที่น้ํามันหอมระเหยมีองค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญเป็นสารซีนิออล (1.8-cineole) ให้กลิ่น
คล้ายน้ํามันเสม็ดขาว และกลุ่มที่น้ํามันหอมระเหยที่มีองค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญเป็นลินาลูล
้
(Linalool) จะให้กลิ่นหอมของดอกไม้ การใชประโยชน์น้ํามันหอมระเหยที่ได้จะแตกต่างกัน
ออกไปขึ้นกับองค์ประกอบหลักทางเคมีที่มีอยู่ในน้ํามันหอมระเหย
5. การถ่ายทอดทางเทคโนโลยีและการส่งเสริม
ผลการอบรมหลักสูตร การใชประโยชน์และการทําผลิตภัณฑ์จากน้ํามันหอมระเหย
้
เทพทาโร ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิจัยป่าไม้ภาคใต้ อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาวันที่
22 – 25 เมษายน 2557 มีผู้เข้าฝึกอบรมจํานวน 42 คน เพศหญิง 33 คน (84.62%) เพศชาย 6
คน (15.38%) ส่วนใหญ่มีอายุ 41 - 60 ปี จํานวน 18 คน (46.15%) รองลงมา 21 - 40 ปี
จํานวน 12 คน (30.77%) และนอกจากนี้ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมจากกรม
ป่าไม้ทางชอง Youtube เพื่อเป็นแนวทางต่อผู้ที่สนใจ เป็นวิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอด
่
เทคโนโลยีเกี่ยวกับไม้เทพทาโรทางสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่
-รายการถอดสลักข่าว 19 ก.พ. 57 เทพทาโรไม้หอมมงคลมหัศจรรย์ 1/1
(https://www.youtube.com/watch?v=Q5FJkYIU-0c)
- รายการถอดสลักข่าว 19 ก.พ. 57 เทพทาโรไม้หอมมงคลมหัศจรรย์ 2/2
(https://www.youtube.com/watch?v=_k8w88vVfg8),
- แปลงปลูกไม้เทพทาโร (https://www.youtube.com/watch?v=PvWUv-qJM1g&t=174s),
- การขยายพันธุ์เทพทาโรด้วยการปักชํา (https://www.youtube.com/watch?v=CLdSuTproLc),
- คุณสมบัติทางเคมีของเทพทาโร (https://www.youtube.com/watch?v=Cr_SG91wmy4)
-เ อ ก ส า ร ท า ง วิ ช า ก า ร เ กี่ ย ว กั บ ไ ม้ เ ท พ ท า โ ร
(http://forestinfo.forest.go.th/Content/file/teptaro.pdf) เป็นต้น (Appendix 2)
64
เอกสารอ้างอิง
กรมป่าไม้. 2552. เทพทาโร Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.
สํานักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้. 31 หน้า.
คณิต รัตนวัฒน์กุล และ สาโรจน์ วัฒนสุขสกุล. 2545. การศึกษาการปักช ากล้าไม้สัก, น.
62-77. ในรายงานวนวัฒนวิจัย. ประจําปี พ.ศ. 2544 ส่วนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการ
ป่าไม้ กรมป่าไม้, กรุงเทพฯ.
คมสัน หุตะแพทย์. 2551. การสกัดน้ํามันหอมระเหย: การใช้ประโยชน์และการทําผลิตภัณฑ ์
น้ํามันหอมระเหย. สํานักพิมพ์เกษตรกรธรรมชาติ. 107 น.
ไซมอน การ์ดเนอร์ พนิดา สิทธิสุนทร และวิไลวรรณ อนุสาร สุนทร. 2543. ต้นไม้เมือง
เหนือ. คู่มือศึกษาพรรณไม้ยืนต้นในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย. หอพรรณไม้,
ภาควิชาวิทยาศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 545 น.
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. 2554. วิจัยไม้มงคล”เทพทาโร” สู่ผลิตภัณฑ์ คุณประโยชน์มากหลาย.
www.thairath.co.th/content/edu/192192. 8 สิงหาคม 2554.
เต็ม สมิตินันท์. 2544. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544).
บริษัท ประชาชน จํากัด. กรุงเทพฯ. 810 หน้า.
นวลพรรณ ศิรินุพงศ์, วิภา พลันสังเกตุ, รักษ์เกียรติจิรัญธร, เกษม ตั้นสุวรรณ, ถนอมจิต สุภาวิ
ตาอรุณพร อิฐรัตน์ และ ปิยนุช ลีสุรพงศ์. 2550. การศึกษาภูมิปัญญาพืนบ้านและ
้
การใช้ประโยชน์จากต้นเทพทาโร. ใน รายงานวิจัย ชุดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก
เทพทาโรโรครบวงจร. สงขลา: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
บัณฑิต โพธิ์น้อย. 2544. คุณภาพเมล็ดไม้และการพัฒนาแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า. โครงการ
อนุรักษ์และจัดการแหล่งพันธุกรรมไม้ป่า, สํานักวิชาการ, กรมป่าไม้. กรุงเทพฯ.
65
ปทุม บุญฤทธิ์ และ พิศาล วสุวานิช. 2542. อิทธิพลของแหล่งเมล็ดและอุณหภูมิต่อการงอก
ของเมล็ด ไม้ยมหินรายงานวนวัฒนวิจัย ประจ าปี 2542. ส่วนวนวัฒนวิจัย, สํานัก
วิชาการป่าไม้, กรมป่าไม้
พิชญดา ฉายแสง. 2552. การผลิตและการเสริมสร้างมูลค่าของน้ํามันหอมระเหยจากเศษเหลือ
ไม้เทพทาโร. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พิชญดา ฉายแสง บงกชรัตน์ ปิติยนต์ และ นุจารี ประสิทธิ์พันธ์. 2552. การผลิตน้ํามันหอม
ระเหยจากเศษรากไม้เทพทาโร. Agricultural Sci. J. 40 (3): 329 – 332.
มยุรี วรรณพินิจ, บพิตร เกียรติวุฒินนท์ และ พรศักดิ์ มีแก้ว. 2536. ไม้สนทะเล, ในการปลูก
ไม้ป่า. โครงการพัฒนาป่าชุมชน, ส านักส่งเสริมการปลูกป่าและส านักวิชาการป่า
ไม้. กรมป่าไม้. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. หน้า 222 - 230.
ั
มโนชญ์ มาตรพลากร. 2546. คู่มือการจดการเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า. เอกสารทางวิชาการ.สํานัก
บริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 20, จงหวัดสงขลา, กรมอุทยานแหงชาติ สัตว์ป่า และ
ั
่
พันธุ์พืช.
สถานีเพาะชากล้าไม้จังหวัดพังงา. 2546. ข้อมูลพื้นฐานของไม้เทพทาโร. กรมป่าไม้.
ํ
สมเกียรติ์ กลั่นกลิ่น , ชูจิตร อนันตโชค, ทรรศนีย์ พัฒนเสรี, มโนชญ์ มาตรพลากร,
สมบูรณ์ บุญยืน, คงศักดิ์ มีแก้ว และ พรเทพ เหมือนพงษ์. 2552. เทพทาโร
Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm. สํานักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้. กรม
ป่าไม้.
สุนันทา ขจรศรีชล, พงษ์ศักดิ์ สหุนาฬุ, ฮิโรยูกิ วาตานาเบ, วิเชียร สุมันตกุล และ
บุญชุบ บุญทวี. 2539. ผลของการใช้ออกซินต่อความสามารถในการแตกราก
่
ของกิ่งชาจากกล้าไม้สัก, น. 149-158. ใน เอกสารสมทบการประชุมป่าไม้แหงชาติ
ประจําปี 2538. 20-24 พฤศจิกายน 2538. กรมป่าไม้, กรุงเทพฯ.
66
สุวิมล อุทัยรัศมี และ ดํารง พิพัฒนวัฒนากุล. 2554. ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของไม้เทพทาโร.
คณะวนศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สุวิมล อุทัยรัศมี นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์3 และ ดํารง พิพัฒนวัฒนากุล.
2555. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดจากส่วนต่างๆ
ของเทพทาโร. คณะวนศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร โสภา คํามี ลัดดา นิลรัตน์ และอรุณพร อิฐรัตน์. 2550. ฤทธิ์ต้าน
จุลินทรีย์ของน้ํามันหอมระเหยจากรากเทพทาโร. Songklanakarin J. Sci. Technol.
29(1): 11 – 16.
โสระยา ร่วมรังสี. 2550. การปลูกไม้ดอกแบบไม่ใช้ดิน. เอกสารประกอบการฝึกอบรม
หลักสูตรเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน. ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 22 หน้า. สํานักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้.
Bhodthipuks, J., Pukittayacamee, P., Samlim, S., B.SP. Wang and S.L. Yu. 1994. Rapid
Viability testing Of Tropical Tree Seed, Training Course Proceeding No. 4,
ASEAN forest Tree Seed Center Project, Muak-lek. Saraburi, 1810, Thailand.
Copeland, L. O. 1976. Principles of Seed Science and Technology. Dept. of Crop and
soil sciences. Michigan State University. 369 p.
Czabator, F, J. 1962. Germination value. An lndex Combining Speed and
Completeness of Pine and seed germination. Forest Sciences. 8: 386-396
Forgenmap, 1998. A Manual to Tree Seed Testing Volme 1. Forest Genetic Resources
Consservation and Management Project. DANCED, Danagro Adviser A/S, Danida
Forest Seed Centre. Denmark.
67
Forgenmap, 1998. A Manual to Tree Seed Testing Volume 2. Forest Genetic Resources
Conservation and Management Project. DANCED, Danagro Adviser A/S Danida Forest
Seed Centre. Denmark.
ISTA. 1993. International Rules for seed testing Rules 1993, Seed Science and
Technology, volume 21, Supplement.
Kraenzel, M., A. Castillo, T. Moore and C. Potrin, 2003. Carbon storage of harvest-age
teak (Tectona grandis ) plantations, Panama. For Ecol. Manage. 174: 213-225.
Lars Schmidt. 2000. Guide to Handling of Tropical and Subtropical Forest Seed. Danida
Forest Seed Centre. Krogerupvej 21, DK-3050 Humlebaek, Denmark.
Lemmens, R. H. M. J., I. Soerianegara and W. C. Wong. 1995. Plant Resources of South-
East Asia No. 5(2) Timber Trees: Minor Commercial Timbers. Bogor,
Indonesia.
Meunpong, P., C. Wachrinrat, B. Thaiutsa, M. Kanzaki and K. Meekaew. 2001. Carbon pool
of Indigenous and exotic tree species in forest plantaion, PrachuapKhiri
Khan, Thailand. Kasetsart J. 45.
Monsi, M. and T. Saeki. 1953. Uber den Lichtfaktor inden Pflanzengase llschaten and
seineBedeutung fur die Stoff production. Jap. J. Bot. 14 : 22-25.
Nualngam, S. 2002. Role of Reforestation on Carbon Sink and some Soil Properties
at Reafforestation and Training station, Changwat Nakhon Ratchasima. M.S.
thesis. Kasetsartuniversity. Bangkok.
68
Palanuvej, C., P. Werawatganone., V. Lipipun and N. Ruangrungsi. 2006. Chemical
composition and antimicrobial activity against Candida albicans of
essential oil from leaves of Cinnamomum porrectum , Thai J. Health Res.
20 (1): 69-76.
Pattani botany. 2547. เทพทาโร. http:www.dnp.go.th/Pattani botany.[2017, July 5]
Pongpaichit, S., S. Kummee., L. Nilrat and A. Itarat. 2006. Antimicrobial activity of oil
from the root of Cinnamomum porrectum. Songklanakarin J. Sci. Technol. 29
(Suppl. 1 Thai Herbs II): 11-16.
Rytter R. M. and Hansson A.C. 1996. Seasonal amount, growth and depth distribution
of fine roots in an irrigated and fertilized Salix viminalis L. plantation.
Biomass and Bioenergy 11: 129-137.
Srivastave S. K., K. P. Singh and R. S. Upadhyay 1986. Fine root growth dynamics in
teak (Tectonagrandis Linn. F.). Can. J. of For. Res. 16: 1360-1364.
Uthairatsamee, S and D. Pipatwattanakul. 2012. Genetic Diversity of Cinnamomum
porrectum (Roxb.) Kosterm. in Southern Thailand Detected by Inter Simple
Sequence Repeat (ISSR) Analysis. Thai J. For. 31 (1): 10-19.
Tongtapao, T. 2008. Some Soil Properties and Root Distribution of 16-year-old
Acacia aulacocarpa and Eucalyptus urophylla
Plantations at Saithong
Silvicultural Research Station, Bang SaphanNoi District, PrachuapKhiri Khan
Province. M.S. Thesis. Kasetsart University.
Werawatganone, P., C. Palanuvej and N. Ruangrunsri. 2006. Thep-taa-ro oil extract in
solution and emulgel dosage dosage forms. Thai J. Health Res. 20(1): 77-86.
69
Zhu L.F., Lu B.Y. and S. Kummee. 2002. Composition and antimicrobial evaluation of
volatile oil from Cinnamomum porrectum stem. P. 420-421. In 28st Congress
on Science and Technology of Thailand. King Mongkut’s Institute. Bangkok.
70
ภาคผนวก
71
Appendix Figure 1 ภาพถ่ายผู้เข้าร่วมฝึกอบรม
วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับไม้เทพทาโรทางสื่อออนไลน์ในรูปแบบ
ต่างๆ ได้แก่ รายการถอดสลักข่าว 19 ก.พ. 57 – เทพทาโรไม้หอมมงคลมหัศจรรย์ 1/1
(https://www.youtube.com/watch?v=Q5FJkYIU-0c), รายการถอดสลักข่าว 19 ก.พ. 57-
เทพทาโรไม้หอมมงคลมหัศจรรย์ 2/2 (https://www.youtube.com/watch?v=_k8w88vVfg8),
แปลงปลูกไม้เทพทาโร (https://www.youtube.com/watch?v=PvWUv-qJM1g&t=174s), การ
ขยายพันธุ์เทพทาโรด้วยการปักชํา (https://www.youtube.com/watch?v=CLdSuTproLc),
คุณสมบัติทางเคมีของเทพทาโร (https://www.youtube.com/watch?v=Cr_SG91wmy4)
เอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับไม้เทพทาโร (http://forestinfo.forest.go.th/Content/file/teptaro.pdf)
เป็นต้น
Appendix Figure 2 วีดีโอเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยี