การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
คำนำ
คำนำ
ื
สักเปนพันธุไมพ้นเมืองท่มีคาย่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
ี
ิ
ู
ื
ิ
ั
กรมปาไมไดวางโครงการปลกสรางสวนปาสกเปนโครงการใหญและตอเน่อง และเร่ม
้
ื
ดําเนนการปลกเม่อป พ.ศ. ๒๔๘๕ เพ่อทดแทนพนท่ปาสกธรรมชาตท่ลดลงจน
ื
ิ
ี
ี
ั
ื
ู
ิ
ิ
ไมสามารถผลตไมสกทมีคุณภาพดจากปาธรรมชาตได ตลอดระยะเวลาทผานมา
ี
ิ
่
ี
่
ี
ั
ี
ี
องคความรูทางดานวิชาการเก่ยวกับการปลูกสรางสวนปาสักท่ไดจากการศึกษา
ี
วจัยและจากประสบการณในการปฏิบัติงาน ไดมการพฒนาและสะสมมาอยาง
ิ
ั
ื
ตอเน่อง จนสามารถรวบรวมและสรุปผลเพ่อเปนแนวทางในการปลูกและ
ื
การจัดการสวนปาสักได
ปจจุบันภาครัฐและภาคเอกชนไดตระหนักถึงความสําคัญในการปลูก
สรางสวนปา การปลูกสรางสวนปาใหมีประสิทธิภาพและประสบผลสําเร็จ
ั
ตามวัตถุประสงคของผูปลูกน้น จําเปนตองมีความรูทางวิชาการเก่ยวกับการปลูก
ี
สรางสวนปาเปนอยางดี
ิ
กรมปาไมหวังเปนอยางย่งวา เอกสาร “การปลูกและการจัดการสวนปาสัก”
จะเปนประโยชนตอการดําเนินงานปลูกสรางสวนปาสักของภาครัฐและภาคเอกชน
ตลอดจนผูสนใจลงทุนปลูกสรางสวนปาสัก ซ่งจะสงผลใหการปลูกสรางสวนปาสัก
ึ
ของประเทศไทยมีความกาวหนายิ่งขึ้นและประสบความสําเร็จในที่สุด
คณะผูจัดทํา
สารบัญ
สารบัญ
การเลือกพื้นที่และการเตรียมพื้นที่ปลูก 2
การเตรียมกลาไม 4
การกำหนดระยะปลูก 9
การปลูก 12
การกำจัดวัชพืช 19
การใสปุย 21
การปองกันไฟ 23
การปองกันโรคและแมลง 24
การลิดกิ่ง 28
การตัดขยายระยะ 30
การกำหนดรอบหมุนเวียน 35
การประมาณปริมาตรไม 37
การสืบพันธุโดยการแตกหนอ 38
เอกสารอางอิง 40
การปลูก
การปลูก
การปลูก
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสักการจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การเลือกพื้นที่และการเตรียมพื้นที่ปลูก 2 การปลูกสวนปาสักในประเทศไทย สวนมากดําเนินการโดยภาครัฐ คือ
ื
่
ุ
การเตรียมกลาไม 4 กรมปาไม และองคการอุตสาหกรรมปาไม โดยมีวัตถประสงคเพอปลูกทดแทน
ี
ื
ี
ี
การกำหนดระยะปลูก 9 พ้นท่ปาสัมปทานและฟนฟูสภาพปาท่ถูกทําลาย นอกจากน้องคการอุตสาหกรรม
ื
การปลูก 12 ปาไมยังมีวัตถุประสงคของการปลูกสรางสวนปาสักเพ่อเปนแหลงวัตถุดิบไม
ื
ุ
่
ื
ี
ิ
การกำจัดวัชพืช 19 ในภาคอตสาหกรรมและเพ่อผลตอบแทนทางเศรษฐกจอกดวย แตเนองจาก
ความตองการใชสักยังมีอยางตอเน่องในขณะท่รัฐบาลประกาศปดปา ทําใหมีเกษตรกร
ื
ี
การใสปุย 21 และภาคเอกชนหันมาใหความสนใจในการปลูกสรางสวนปากันมากข้น โดยเฉพาะ
ึ
การปองกันไฟ 23 อยางย่ง ในป พ.ศ. 2537 รัฐบาลมีโครงการสงเสริมเกษตรกรปลูกปาโดยรัฐให
ิ
การปองกันโรคและแมลง 24 เงินทุนสนับสนุนการปลูกสวนปาเศรษฐกิจ ไรละ 3,000 บาท ทําใหมีเกษตรกร
การลิดกิ่ง 28 ทั่วทั้งประเทศใหความสนใจและปลูกสวนปาสักกันเปนจํานวนมาก
การตัดขยายระยะ 30 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก ไดมีการรวบรวมโดยนักวิชาการปาไม
หลายทาน (Kaosa-ard, 1995; จรัญ, 2542; อรุณี, 2548) โดยหลักการท่สําคัญของ
ี
การกำหนดรอบหมุนเวียน 35
การปลูกและการจัดการสวนปาสัก ประกอบดวย การเลือกพื้นที่และการเตรียม
การประมาณปริมาตรไม 37
ื
ี
ิ
พ้นท่ปลูก การเตรียมกลาไม การกําหนดระยะปลูก การบํารุงดูแลรักษา การลิดก่ง
การสืบพันธุโดยการแตกหนอ 38 การตัดขยายระยะ การกําหนดรอบหมุนเวียน การสํารวจปริมาตรไม และการจัดการ
เอกสารอางอิง 40 ใหมีการสืบพันธุโดยการแตกหนอ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การเลือกพื้นที่และการเตรียมพื้นที่ปลูก
ิ
ั
ี
การเลือกพ้นท่ปลูกท่เหมาะสม ไมเพียงแตเพ่มผลผลิตเทาน้น ยังลด
ื
ี
ํ
ื
ี
อายุรอบตัดฟนลงได ในขณะท่หากใชพ้นท่ท่ไมเหมาะสม เชน มักมีน้าทวมขัง
ี
ี
ชั้นดินตื้น เปนดินทราย ปาหญาคา หรือที่นา เปนตน จะทําใหตนสักเติบโตไมดี
ั
ผลผลตไมสูง ไมคมกบตนทนและเวลา พนททเหมาะสมกบการปลูกสรางสวนปาสก
ิ
ุ
ื
้
ั
ี
่
ุ
่
ี
ั
ื
ื
ี
ควรเปนพ้นท่ท่เคยเปนปาสัก เม่อคัดเลือกพ้นท่ไดแลว ก็เตรียมพ้นท่ปลูก ตัดไม
ี
ื
ี
ื
ี
ั
ื
ั
้
ี
ดงเดมออกตลอดจนหญา วชพืช เก็บริบ สุมเผา หากจะใหไดผลดีก็ควรเตรยมพ้นท ่ ี
ิ
อยางประณีต ดวยการไถพรวน 2 ครั้ง ในแนวสลับตั้งฉากตอกัน เพื่อตัดรากไม
ท่เหลืออยูและเพ่อกําจัดพืชท่จะมาแยงอาหารสักและบังรมขณะท่กลาสักยังเล็ก
ี
ื
ี
ี
ั
รวมท้งเปนการทําใหดินรวนซุยสําหรับการปลูกสักไดอยางมีประสิทธิภาพตอไป
ในการเตรียมพ้นท่สามารถทําไดดวยแรงงานคนหรือเคร่องจักร ซ่งมีขอดี ขอดอย
ื
ึ
ี
ื
แตกตางกัน เชน การใชแรงงานคนจะสูญเสียแรงงานและเวลามาก ตัวอยางเชน
ื
ี
ในพ้นท่ 1 ไร จะตองใชแรงงาน 3-4 คนตอวัน แลวแตความหนาทึบของ
ี
ี
ี
วัชพืช และขนาดและจํานวนของไมยืนตนท่เหลืออยูในพ้นท่ ในขณะท่การใช
ื
ื
ื
ี
เคร่องจักรจะเหมาะสําหรับพ้นท่ราบหรือคอนขางราบ โดยจะมีขีดจํากัด
ี
อยูท่สภาพภูมิประเทศ เชน ในพ้นท่ภูเขาหรือมีความลาดชันสูง (สูงกวา 45
ื
ี
ื
ื
ี
ึ
เปอรเซ็นต) ไมอาจใชเคร่องจักรกลในการเตรียมพ้นท่ปลูกได อีกประการหน่ง
ื
ี
ํ
ี
ท่ควรตระหนักถึงคือ น้าหนักของเคร่องจักรกลท่จะบดทับพ้นท่ทําใหดินแนน
ื
ี
ไดมาก เชน ควรใชแทรกเตอรตีนตะขาบขนาดเล็กหรือแทรกเตอรลอยาง
ี
จะเหมาะสมมากกวา ยกเวนในพ้นท่ท่มีตอไมหรือมีหินขนาดใหญอยูและตองการ
ื
ี
ดันออกจากพื้นที่ จึงมีความจําเปนตองใชรถแทรกเตอรขนาดใหญมาใชเฉพาะจุด
นอกจากน้การเลือกวิธีการเตรียมพ้นท่ยังตองคํานึงถึงปจจัยอ่นประกอบ เชน
ี
ื
ื
ี
คาแรงงาน ความสามารถในการหาแรงงานคน และงบประมาณ ในขณะทพนท ่ ี
่
ี
ื
้
ี
ึ
ท่มีหญาคาข้นอยูจํานวนมาก ควรฉีดพนยาปราบวัชพืชเพ่อใหหญาคาตายกอน
ื
ื
ี
ประมาณ 1 เดือน แลวจึงไถพรวน เน่องจากแมวารากหญาคาท่ถูกไถพรวน
2 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ึ
จะถูกตัดขาดแตจะสามารถงอกเปนกอใหมและจะข้นแขงกับตนสักตอไปได
ั
ื
ี
สวนการเตรียมพ้นท่โดยการใชไฟน้น แมวาจะเปนวิธีการท่สะดวกและมีการปฏิบัติกัน
ี
เรื่อยมา แตวิธีการนี้จะมีผลเสียมากกวาผลดี เชน การเผาเศษซากพืชเพื่อเปนการ
ตัดทอนวัฏจักรการหมุนเวียนธาตุอาหาร ทําใหธาตุอาหารในดินลดลง ความรอน
ทําลายจุลินทรียในดิน ทําใหดินขาดความอุดมสมบูรณ รวมท้งความรอนทําให
ั
ี
คุณสมบัติของดินเปล่ยนแปลงไป เชน ดินแข็งข้น น้าฝนไหลซึมลงดินไดนอย
ํ
ึ
ื
ดินขาดความชุมช้น และอาจเปนสาเหตุของการเกิดการชะลางพังทลายของหนาดิน
ไดมากขึ้นอีกดวย
การเตรียมพ้นท่ปลูกควรดําเนินการกอนฤดูฝน ประมาณเดือนธันวาคม
ี
ื
ถึงมีนาคม จากน้นจึงปกหลักหมายแนวปลูกใหมีระยะหางสม่าเสมอ เปนระเบียบ
ํ
ั
ื
เพ่อความสะดวกตอการตรวจสอบการรอดตาย การบํารุงดูแลรักษา และเปนท ่ ี
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 3
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ิ
ี
ั
ิ
ํ
ู
่
ั
ยดเกาะของกลาไม การวางแนวการปลกสาหรบทราบนยมวางแนวตามทศตะวนตก
ึ
-ตะวันออก โดยเฉพาะการปลูกพืชเกษตรแทรกในระบบวนเกษตร จะชวยทําให
ื
ั
พืชเกษตรซ่งตองการแสงมาก ไดรับแสงเต็มท่ตลอดท้งวัน สําหรับพ้นท่ลาดชัน
ี
ี
ึ
ควรปลูกใหแถวของตนไมขวางทิศทางดานลาด ลดการกัดเซาะและพังทลาย
ของดิน สวนหลักท่ใชควรเปนหลักไมไผกลมมีความยาวไมต่ากวา 75 เซนติเมตร ท้งน ้ ี
ั
ี
ํ
เพ่อใหมีความคงทนสามารถอยูไดนานมากจนกวาจะตรวจนับเปอรเซ็นต
ื
ี
ื
ี
การรอดตายในปหนา สําหรับพ้นท่ท่ดินขาดความอุดมสมบูรณ อาจนําตัวอยางดิน
ื
ิ
ไปวิเคราะหหาปริมาณธาตุอาหาร และทําการปรับปรุงดิน เพ่อเพ่มความอุดม
สมบูรณของดินและกําหนดการเลือกใชปุยใหเหมาะสม
การเตรียมกลาไม
การปลูกสรางสวนปาสัก จะใชกลาจํานวนมาก จึงตองเวลาในการเตรียม
กลาสําหรับการปลูกลวงหนาเพ่อใหไดกลาคุณภาพดี มีความแข็งแรง ซ่งกลาสัก
ื
ึ
4 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ั
สามารถเตรียมไดท้งแบบอาศัยเพศ (ใชเมล็ด) และแบบไมอาศัยเพศ เชน การปกชํา
ื
ี
ื
ึ
ี
ี
การเพาะเล้ยงเน้อเย่อ การใชเหงา เปนตน ซ่งวิธีท่เปนท่นิยมในการเตรียมกลาสัก
มี 2 วิธี ดังนี้
ิ
1. กลาไมจากเมลด โดยการเตรียมกลาปลูกเร่มตนจากการจัดหาเมล็ด
็
ุ
ี
ื
็
ื
็
ี
ั
จากแหลงพนธดี หรือเลอกเกบเมล็ดจากตนท่มลักษณะดี หรือเลอกเกบจากหมูไม
็
็
ี
่
ี
่
็
ทมลกษณะด หรอจดหาจากสวนผลตเมลดไม โดยแมไมทสามารถเกบเมลดทม ี
ิ
ี
่
ี
ื
ั
ั
ี
ี
คุณภาพไดควรเปนแมไมท่สมบูรณดี มีอายุมากกวา 15 ป และไมควรเกิน 100 ป
(สุรพัฒน, 2511) ในสวนปาเชิงพาณิชยควรจัดหากลาท่เกิดจากการขยายพันธุ
ี
ี
โดยไมอาศัยเพศท่ผานการทดสอบแลววาเปนกลุมพันธุท่ดีมีความเหมาะสมในการ
ี
ี
ปลูกในพ้นท่นั้นๆ ในประเทศไทยระยะเวลาท่เหมาะสมสําหรับการเก็บเมล็ดพันธุสัก
ื
ี
อยูระหวางเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม (Kaosa-ard, 1986) ไมควรเก็บกอน
ั
ี
ั
็
่
ื
่
ื
ื
เดอนมกราคม เนองจากเมลดทเกบในเดอนพฤศจกายนถึงธนวาคม จะมอตรา
ิ
ี
็
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 5
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ี
ื
ํ
การงอกต่า เม่อเปรียบเทียบกับเมล็ดท่เก็บในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ
(Bryndum, 1966; Suangtho, 1980) เนื่องจากเมล็ดนั้นอาจยังไมแกจัด หรือ
มีสาเหตุอื่น เชน ลมพายุ หรือสัตวบางประเภททําใหเมล็ดรวงหลนมากอนระยะ
ื
ี
ี
เวลาท่แกจัด สวนเมล็ดท่อยูตามพ้นดินเกินกวาเดือนพฤษภาคมไปแลวก็ไมควรนํา
ี
ไปเพาะ เพราะอาจเปนเมล็ดท่ถูกทําลายหรือเปนเมล็ดท่ไมมีคุณภาพ เน่องจาก
ื
ี
ผานฝนมาแลวในชวงเดือนเมษายน นอกจากชวงระยะเวลาที่เหมาะสมตอการ
ื
เก็บเมล็ดพันธุสักจากตนแลว ยังตองมีการจัดการเมล็ดพันธุสักเพ่อใหสามารถงอก
ื
ํ
ํ
ั
ไดในอตราสง เชน การนาเมล็ดไปแชน้า การใชสารเคมี หรือการใชเคร่องจักร
ู
ํ
ึ
็
ื
ตีแยกเปลือกหุมเมล็ดออก เพ่อขจัดความมันของเมลดกอนนาไปเพาะ รวมถงการ
เก็บรักษาเมล็ดสักทั้งในระยะสั้น 1-2 ป และในระยะยาว มากกวา 5 ป อีกดวย
หลังจากที่ไดเมล็ดพันธุที่ดีแลว ทําการเพาะเมล็ดสักในแปลงเพาะโดย
ื
ํ
การหวานอยางสม่าเสมอและไมติดกันมากเกินไป ท้งน้เพ่อมิใหกลาไมแยงชิง
ี
ั
6 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
อาหารกัน ในการหวานเมล็ดสักหากหวานแบบหางๆ จะใชเมล็ดนอย ไดกลา
ี
ี
ท่เติบโตดี แตไดจํานวนกลานอย ในขณะท่หวานเมล็ดแบบถ่ๆ หรือมีความ
ี
หนาแนนมาก ตองใชเมล็ดพันธุมาก จํานวนตนแมวาจะไดมากแตเปนตนกลา
ี
ขนาดเล็กเพราะมีการแขงขันกันมาก ซ่งกลาท่มีขนาดเล็กมากเกินไปจะทําให
ึ
ี
ึ
ํ
มีอัตราการรอดตายต่า อัตราการหวานเมล็ดท่เหมาะสมข้นอยูกับปจจัย
ี
หลายประการ เชน ขนาดกลาไม (หรือเหงา) ท่ตองการ ระยะหางระหวางกลา
ความมีชีวิต (Viability) อัตราการงอกของเมล็ดสัก อัตราการรอดตาย และเทคนิค
การหวาน เปนตน Wellendorf and Kaosa-ard (1988) ใชประสบการณจาก
ศูนยปรับปรุงพันธุสักในประเทศไทยคํานวณปริมาณเมล็ดสักท่ควรใชสําหรับ
ี
ี
การปลูกสรางสวนปาขนาด 6,250 ไร (1,000 เฮกแตร) ท่ระยะปลูกตางๆ เชน ระยะ
ปลูก 4x4 เมตร ตองการจํานวน 625,000 ตน หรือตองการเหงา 781,000 เหงา
ตองใชเมล็ดสัก 31,240 ลิตร หรือคิดเปนเมล็ดสัก 8.43 ตัน เปนตน สวนระยะ
เวลาท่เหมาะสมสําหรับการหวานเมล็ดสักในประเทศไทยนิยมในเดือนพฤษภาคม
ี
ถึงมิถุนายน หรือในชวงตนฤดูฝน
หลังจากการหวานเมล็ดสักแลวตองทําการกลบดวยดินหนาอยางมาก
ไมเกิน 1 เซนติเมตร อาจกลบดวยวัสดุอ่นท่มีน้าหนักเบา มีรูพรุน ปราศจากโรคพืช
ี
ื
ํ
แมลง และไมเปนพิษตอเมล็ดหรือกลาที่งอกใหมๆ (Kaosa-ard, 1986; สมยศ,
ํ
2540) การกลบมากเกินไปทําใหเปอรเซ็นตการงอกตา โดยความหนาของวัสด ุ
่
กลบมีสัดสวนผกผันกับอัตราการงอกของเมล็ด กลาวคือกลบเมล็ดหนามากเทาไร
ั
ิ
อัตราการงอกจะย่งลดตํ่าลงเทาน้น และทําใหไดรับกลาจํานวนลดลง (อภิชาติ และ
่
ื
ั
ํ
้
กมลวฒน, 2523) หากไมกลบดวยวสดุอยางใดเลยเมอฝนตกหรอรดนาแปลงเพาะ
ั
ื
อาจทําใหเมล็ดกล้งไปมา เปอรเซ็นตการงอกก็จะต่าไดเชนกัน จากน้นทําการกลบ
ั
ิ
ํ
ํ
ื
ี
ดวยแกลบหรือข้เล่อยท่ผานสภาพผุสลายตัวแลว ทําการดูแลรักษา โดยใหน้า
ี
ี
ซ่งโดยปกติแปลงเพาะจะไดรับความช้นจากน้าฝนในฤดูอยูแลว แตในกรณีท่อาจม ี
ึ
ํ
ื
ชวงแลงสั้นเกิดขึ้นระหวางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ในชวงที่มีการหวานเมล็ด
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 7
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
็
ื
ั
ั
ํ
ื
ใหมหรอเมลดสกเรมงอกใหมๆ อาจจาเปนตองใหนาดวย สวนการกาจดวชพช
ํ
ํ
้
่
ั
ิ
ซ่งมีความสําคัญเน่องจากสักตองการแสงแดดจัด และไมทนทานตอการปกคลุม
ึ
ื
ั
ั
ของวัชพืชได การกําจัดวัชพืชควรทําคร้งแรกต้งแตกอนการหวานเมล็ด และทํา
ึ
ื
ี
ั
คร้งท่สองเม่อหลังการหวานไปแลวประมาณ 60 วัน ซ่งเปนการชวยใหกลาสัก
กําลังงอกใหมเติบโตไดรวดเร็ว และกําจัดวัชพืชครั้งที่ 3 หลังจากการกําจัดวัชพืช
ี
คร้งท่ 2 ไปประมาณ 60-80 วัน เพ่อเปนการชวยใหกลาสักต้งตัวไดแลวม ี
ั
ั
ื
พัฒนาการอยางดีตอไป และกําจัดวัชพืชคร้งสุดทายเม่อส้นสุดฤดูฝน เพ่อลด
ิ
ั
ื
ื
ปริมาณวัชพืช และตัดแตงเรือนยอดในระหวาง 1-2 เดือนหลังจากกลาไมเริ่มงอก
ควรตัดแตงยอดกลาสักท่โตเร็วเกินไปออกดวย เพ่อไมใหบดบังกลาท่งอกภายหลัง
ี
ื
ี
หรือมีกลาขนาดเล็ก เพ่อใหไดกลาไมในขนาดท่ไมแตกตางกันมากนัก ปองกันโรค
ื
ี
แมลง สัตวท่จะทําลายแปลงเพาะ เม่อกลาสักเติบโตใหแยกใสถุงจนกระท่งเม่อโต
ื
ี
ื
ั
ตามตองการ จึงนําไปปลูกได
ี
ิ
2. ใชเหงา ซ่งเปนท่นิยมในปจจุบัน โดยเฉพาะอยางย่งการปลูกสัก
ึ
ขององคการอุตสาหกรรมปาไมท่สวนใหญใชการปลูกดวยเหงา การเตรียมเหงา
ี
โดยเพาะเมล็ดสักบนแปลงเพาะ เมื่อกลาอายุประมาณ 1 ป จะไดกลาที่มีขนาด
ลําตนประมาณน้วช้ แลวจึงถอนกลาไม โดยปกติการถอนกลาสักเพ่อผลิตเหงาสัก
ื
ี
ิ
จะดําเนินการในฤดูกาลปลูกปาคือระหวางเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซ่งเปนการ
ึ
ผลิตเหงาสักเพ่อยายปลูกทันทีโดยไมมีการเก็บรักษา หลังจากน้นทําการตัดแตง
ั
ื
ี
ใหเปนเหงาโดยใหเหลือตา 1-2 คู เหนือคอราก หรือสวนท่เปนลําตนยาว ประมาณ
1-2 เซนติเมตร และเอารากแขนงออกใหเหลือแตรากแกวยาวประมาณ 10-15
ี
ี
ื
เซนติเมตร พ้นท่ท่เหมาะสมสําหรับการเตรียมกลาไมสําหรับการผลิตเหงา ควรเลือก
ี
ื
พ้นท่ท่เปนดินทรายปนดินรวน หรือดินรวนปนทราย ไมควรใชดินท่เปนดินเหนียว
ี
ี
ปนดินรวนหรือดินรวนปนดินเหนียว เพราะดินเหนียวจะแข็งตัวและบีบรัดกลาไม
ใหถอนไดยาก และหากเปนดินทรายมากเกินไปควรมีการปรับปรุงดินโดยใช
ิ
ื
ปุยอินทรียผสมลงไปดวย เพ่อเพ่มพูนความอุดมสมบูรณของดิน ชวยใหกลาสัก
8 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
เติบโตได ในขณะดินท่คอนขางเหนียวควรใชปุยอินทรียผสมลงไปก็อาจปรับปรุง
สภาพดินใหใชสําหรับการเตรียมกลาไมไดเชนกัน แตอาจตองใชปุยอินทรีย
ในปริมาณมากกวาปกติ รวมทั้งอาจปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินในพื้นที่แปลงเพาะ
ี
แลวไถกลบลงไปเปนการชวยปรับสภาพดินดวย ขนาดของเหงาท่เหมาะสม ควรม ี
ความโตของคอราก 1.0-1.5 เซนติเมตร และมีความยาว 15-20 เซนติเมตร
ี
ตัดรากฝอยออกใหหมด การขุดเหงาตองขุดในขณะท่ดินออน และเหงาหยุด
ื
การเติบโต เม่อขุดมาแลวตองดูแลรักษาอยางระมัดระวัง เพ่อไมใหเกิดความเสียหาย
ื
ตอเหงา เหงาขนาดเล็กจะใชปลูกไดทันทีหลังจากการเตรียมเสร็จ ไมควรเก็บ
รักษาไวนานเพราะจะสูญเสียการงอกได เนื่องจากความแข็งแรงของเหงาไมดีนัก
สวนการขนสงกลาไมระยะไกลเพ่อนําไปปลูกน้น ควรบรรจุมัดเหงาสักลงใน
ั
ื
ถุงพลาสติกขนาดใหญ ผูกปากใหแนน ใสขี้เลื่อยชื้นๆ ลงไปดวย อยาใหเหงาสัก
กระทบแสงแดดโดยตรงและเมื่อถึงจุดหมายใหรีบปลูกทันที
ในปจจุบันไดมีการเตรียมกลาสักจากการเพาะเล้ยงเน้อเย่อ (Tissue
ื
ี
ื
culture) ที่ดําเนินการโดยบริษัทเอกชน คือ บริษัท Thai Orchid ซึ่งเปนผูผลิต
ํ
เพ่อการคา และการเตรียมกลาสักโดยวิธีการปกชาของกรมปาไมท่ดําเนินการ
ี
ื
ในกรณีการผลิตกลาสักเสาชิงชาเพื่อปลูกเปนไมมงคล
การกำหนดระยะปลูก
ในสวนปาสักมีการปลูกดวยระยะหางท่แตกตางกัน สําหรับใน
ี
ประเทศไทยท่เปนท่นิยมกันไดแก 2x2 เมตร 2x4 เมตร และ 4x4 เมตร ท้งน้ข้นกับ
ี
ึ
ี
ี
ั
ปจจัยตางๆ เชน คุณภาพของพื้นที่ คาใชจาย การตัดขยายระยะ ความตองการใช
ประโยชนไมขนาดตางๆ รวมทั้งรูปแบบการปลูก เชน การปลูกแบบเชิงเดี่ยว การ
ปลูกแบบวนเกษตร หรือการปลูกระหวางแถวของพืชเกษตร เปนตน อยางไรก็ตาม
ี
คุณภาพของพ้นท่เปนขอจํากัดท่สําคัญของการเลือกระยะปลูก โดยระยะปลูกเร่ม
ื
ิ
ี
ุ
ตนท่แตกตางกันมีผลตอการเติบโต คุณภาพของลําตน และการควบคมวัชพืช
ี
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 9
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ในสวนปา การเลือกระยะปลูกนั้น การปลูกในพื้นที่ที่สภาพแลง อัตราการเติบโต
คอนขางตํ่าที่มีความสูงเฉลี่ยตํ่ากวา 1 เมตรตอป การปลูกดวยระยะปลูกเริ่มตน
ั
ั
แคบเชน 2x2 เมตร นาจะเปนระยะปลกทเหมาะสม ในทางกลบกนการปลก
ู
ู
ี
่
ี
ื
ิ
ท่ระยะปลูกเร่มตนที่ 4x4 เมตร เพ่อวัตถุประสงคในดานการลดคาใชจายจะมีความ
่
ี
้
ู
ื
ู
เหมาะสมมากกวาในการปลกในพนททมสภาพความเหมาะสมสง (Kaosa-ard,
ี
่
ี
1981) ระยะปลูกที่เหมาะสมสําหรับการปลูกและใหการเติบโตที่ดีนั้น ขึ้นกับการ
ื
กําหนดอายุรอบหมุนเวียนของสวนปาเพ่อใหไดไมไปใชประโยชนตามวัตถุประสงค
วิเชียร (2540) ไดทดลองระยะปลูกสัก 4 ระยะปลูก คือ 2x2 เมตร 3x3 เมตร
4x4 เมตร และ 6x6 เมตร ที่สวนปาแมเมาะ จังหวัดลําปาง ผลการศึกษาพบวา
เมื่อหมูไมมีอายุ 10 ป ระยะปลูก 2x2 เมตร มีขนาดความโต (DBH) เฉลี่ยและ
ื
ู
ํ
ความสงสงสด รองลงมาคอระยะปลก 3x3 เมตร 4x4 เมตร และ 6x6 เมตร ตามลาดบ
ู
ู
ุ
ั
แตเมื่อหมูไมมีอายุ 18 ป และ 29 ป ระยะปลูก 6x6 เมตร มีขนาดความโตและ
ความสูงเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือระยะปลูก 4x4 เมตร 3x3 เมตร และ 2x2 เมตร
ตามลําดับ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อหมูไมมีอายุมากขึ้น การแกงแยงทางเรือนยอดและ
ี
เรือนรากของหมูไมมีมากข้นดวย ดังนั้นหมูไมท่มีระยะปลูกหางจึงมีแนวโนมท่จะม ี
ึ
ี
ี
ี
ขนาดความโตและความสูงเฉล่ยของหมูไมมากกวาระยะปลูกท่แคบกวา สอดคลอง
ู
ิ
ั
ั
ุ
่
ั
ํ
ี
กบผลการทดลองระยะปลกของสกทสวนผลตเมล็ดพนธไมปาดงลาน อาเภอชุมแพ
จังหวัดขอนแกน เมื่อหมูไมมีอายุ 25 ป พบวา ระยะปลูก 6x6 เมตร มีความโต
และความสูงเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาไดแกระยะปลูก 4x4 เมตร 3x3 เมตร และ
2x2 เมตร ตามลําดับ (ถวิล และเทพประสิทธิ์, 2540)
สําหรับการปลูกในระบบวนเกษตร หรอเพอความสะดวกตอการใช
ื
่
ื
เคร่องจักรสําหรับการกําจัดวัชพืชน้น ควรปลูกดวยระยะปลูก 2×4 เมตร (1,250 ตน
ั
ื
ตอเฮกแตร) ในขณะที่ในตางประเทศการปลูกสักมีการใชระยะปลูกที่หลากหลาย
เชน 2.5×2.5 เมตร 2.7×2.7 เมตร 1.8x3.6 เมตร และ 2.7×3.6 เมตร ในประเทศ
อินเดีย (Tewari, 1992) 2×2 เมตร ในบังคลาเทศ (Banik, 1993) 2×3 เมตร และ
10 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
3×3 เมตร ในจีน (Anon, 1993) 2×2.5 เมตร ในคาริเบียนและอเมริกากลาง
2.6×2.6 เมตร ในพมา (Gyi, 1993) 3×3 เมตร ในศรีลังกา (Maddugoda, 1993) และ
2×3 เมตร ถึง 2×5 เมตร ในอินโดนีเซีย (Anon, 1993) การเลือกระยะปลูกนั้น
ี
ื
ึ
ี
ิ
ี
ข้นกับความเหมาะสมของพ้นท่ และจํานวนไมท่ตองการปลูก และส่งสําคัญท่ตอง
คํานึงถึง คือ การปลูกในระยะชิดจะทําใหกลาสักเจริญไดดีทางดานความสูงมีลําตน
เปลาตรงไมคอยแตกกิ่งกานสาขามากในระยะแรก แตมีขอเสียคือ สิ้นเปลืองกลา
ตองดําเนินการตัดขยายระยะโดยดวนเม่อสักมีเรือนยอดชิดติดกัน เน่องจากมีการ
ื
ื
แยงอาหารกันมาก การเจริญทางความโตของเสนผานศูนยกลางมีนอย ลําตน
ื
มักออนแอ งายตอการหักโคนเม่อถูกพายุพัด และอาจเกิดอันตรายตอการระบาด
ื
ของโรคและแมลงไดงาย สําหรับการปลูกสวนปา มีวัตถุประสงคเพ่อตองการเน้อไม
ื
ท่มีคุณภาพเปนส่งสําคัญ ตนไมท่ปลูกดวยความหนาแนนในชวงแรก จะทําใหมีการ
ี
ี
ิ
แขงขันทางความสูง เมื่อตนไมมีขนาดใหญขึ้นจะหนาแนนมากเกินไป ตองทําการ
ตัดขยายระยะใหตนไมที่เหลืออยูมีการเติบโตของลําตนเพิ่มมากขึ้น
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 11
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การปลูก
ิ
การปลูกสักควรเร่มในตนฤดูฝน เชนระหวางเดือนพฤษภาคมถึง
ํ
มิถุนายน ซ่งมีปริมาณน้าฝน หรือความช้นเพียงพอใหตนไมสามารถต้งตัวและ
ึ
ั
ื
ี
ั
เติบโตและมีโอกาสรอดตายสูง ท้งน้ควรปลูกในชวงเชา ในขณะท่แดดยังไมจัดมากนัก
ี
หรือปลูกในวันท่อากาศไมรอนจัด เพราะนอกจากกลาไมหรือเหงาไมกระทบตอ
ี
อากาศที่รอนจัดจนอาจทําใหเกิดการชะงักการเติบโตไดแลว คนงานที่ปฏิบัติงาน
ยังสามารถทํางานไดอยางเต็มที่อีกดวย ซึ่งสามารถปลูกได 2 วิธี ไดแก
ุ
1. การปลูกดวยกลาสัก ทําการขุดหลมใหมีขนาดกวางและลึก
ึ
พอประมาณ 30x30 เซนติเมตร หรือ 50x50 เซนติเมตร ข้นกับขนาดตนกลา
ั
ุ
ุ
ุ
ื
หรอใหมความลึกถงระดบคอรากของกลาสัก รองกนหลมดวยปยหมก ปยคอก
ี
ั
ึ
ใสฟูราดานประมาณ 1 ชอนชา และหินฟอสเฟต ผสมดินชั้นหนาลงแลวคลุกกับ
ปุยกนหลุม ทําการกรีดถุงพลาสติกหรือภาชนะเพาะชําออก ระวังอยาใหดิน
ํ
แตกกระจาย กระทบกระเทือนระบบราก นํากลาวางลงปลูกใหระดับโคนตนต่ากวา
12 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
ผิวดินเล็กนอย กลบดวยดินรวนท่เปนหนาดินใหเต็มหลุม กดดินรอบโคนตนใหแนน
ั
ั
้
ื
้
ํ
ํ
ิ
็
ุ
ู
ิ
ี
่
ี
ี
ั
สาหรบพนทท่มฝนตกชกควรกลบดนใหสงเลกนอย ปองกนมใหนาขงโคนตนได
่
ิ
ั
ื
้
ี
ั
ตรงกนขามกบพนทคอนขางแหงแลง ควรกลบดนบรเวณโคนตนใหเปนแองเลก
็
ิ
เพื่อเก็บกักนํ้าฝนที่ตกลงมาสําหรับเอื้ออํานวยใหแกกลาไมไดอยางเต็มที่ (สมยศ,
ิ
2538) และหลังการปลูกกลาไมหากเกิดฝนท้งชวงอาจทําใหกลาสักตายได ควรทําการ
รดน้ากลาไม หรือหลังการปลูกแลวเกิดฝนตกหนักหลายวันติดตอกันทําใหดิน
ํ
แฉะน้าเกินไปก็อาจเปนอันตรายตอกลาสักไดเชนกัน และผลเสียท่อาจเกิดข้น
ึ
ี
ํ
กับลําตนของสัก คือ กลาไมที่มีความสูงเกินไปมักมีลําตนคดงอ เมื่อกลาไมเติบโต
ไปเปนไมใหญแลว ลําตนในชวงแรกท่ใชทําไมซุงก็จะคดงอทําใหขายไมไมไดราคา
ี
ี
ึ
2. การปลูกดวยเหงาสัก ซ่งทําไดงายและเปนท่นิยมกันมากใน
ประเทศไทย พมา ลาว และอินเดีย (RAP/Teaknet, 1998) เนื่องจากประหยัด
้
ี
ุ
ั
ั
ั
ิ
ี
้
ี
่
แรงงานและคาขนสงไดมาก ในปจจบนนวธการนเปนทนยมกนท่วไป โดยใช
ี
ิ
เหลกชะแลงแทงลงไปในดินใหเปนรลกพอดีกับความยาวของเหงา ตามขนาดความยาว
ู
็
ึ
ของเหงา นําเหงาสักเสียบลงไปจนเกือบมิด หรือโผลเหนือดิน 1-2 เซนติเมตร
ื
ี
ึ
หรอข้นอยูกับสภาพพ้นท่หากเปนชวงท่ฝนตกชุกควรใหเหงาอยูสูงกวาระดับดิน
ื
ี
ี
หากเปนชวงท่มีอากาศแหงแลงหรือมีฝนตกเปนระยะๆ ควรใหปลายของเหงาเสมอกับ
ระดับดินแลวใชชะแลงกระทุงดินอีกคร้งเพ่ออัดดินขางรูใหแนน การอัดดินใหแนน
ั
ื
จะทําใหเหงามีอัตราการรอดตายสูง เพราะหากมีโพรงอากาศในดินเม่อฝนตกอาจ
ื
ทําใหเหงาเนาได การปลูกดวยเหงามีอัตราการรอดตายราว 75-90 เปอรเซ็นต
การปลูกดวยเหงามีขอดีหลายอยาง คือ ปลูกไดงาย ประหยัดคาใชจาย สะดวก
ในการขนยาย ขนสงไดคร้งละมากๆ และสามารถปลูกไดวันละมากๆ โดยการปลูก
ั
โดยใชเหงาคนงานหน่งคนจะปลกไดประมาณวนละ 2 ไร ในขณะทปลกดวยกลาไม
ี
่
ั
ู
ู
ึ
จะไดเพียงวันละ 0.5 ไร เทานั้น (มณฑี, 2528) นอกจากนี้ยังเปนวิธีที่จะทําให
ื
ตนไมเติบโตไดดีกวาการปลูกท้งตน หรือปลูกโดยตรง เน่องจากไดเก็บพลังของ
ั
ิ
ี
ความเจรญเอาไวในเหงา มีลําตนเปลาตรงในระยะแรก ในขณะท่มีขอเสียอยูท ่ ี
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 13
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
14 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
ั
ึ
จะตองขุดหรือถอนเสร็จแลวจะตองมีการแตงเหงา ซ่งท้ง 2 อยางน้อาจทําใหตนไม
บอบชํ้า ทั้งนี้แลวแตความประณีตและเครื่องมือที่ใช และปญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือ
การไมดูแลรักษาเหงาในระหวางการถอนและการขนสงเหงา ปลอยใหตากลม
ตากแดดตลอดเวลาทําการตั้งแตถอน ขนยาย ตกแตง และปลูก การปลอยเหงา
ถูกแดดถูกลมยอมทําลายเซลลของเหงา สาเหตุอาจจะรุนแรงถึงทําใหเหงาตายได
ั
การปลูกสัก มีหลักการเหมือนกับการปลูกไมผลท่วไป ควรตรวจสอบ
คุณสมบัติทางกายภาพของดินเสียกอน เพ่อใหรูวาตองปรับปรุงสภาพดินกอน
ื
หรือไม หรือควรใสธาตุอาหารเสริม ซึ่งอาจเปนโดโลไมท และ หินฟอสเฟส ฯลฯ
ํ
ํ
ิ
ํ
ึ
ี
ี
่
้
่
ุ
สาหรับจานวนทใสจะมากนอยเพยงใดขนกับวาดนนนขาดธาตอาหารทจาเปน
ี
้
ั
มากนอยแคไหน ที่สําคัญไมควรใสปุยเคมี หรือปุยที่มีความเขมขนสูงรองกนหลุม
ฤดูกาลปลูกมีผลกระทบตอการรอดตายและการเติบโตของสักในสวนปา
อยางมาก โดยการรอดตายและการเติบโตจะมีสูงสุดในเดือนพฤษภาคมถึง
ี
กรกฎาคม ฤดูกาลท่เหมาะสมมากท่สุดในการปลูกสักคือหลังจากมีฝนแรก (ปลาย
ี
ื
ึ
เดือนเมษายน) และอัตราการเติบโตจะข้นสูงสุดเม่อตนฤดูฝนคือเดือนพฤษภาคม
ั
ั
ถึงมิถุนายน หลังจากน้นจะลดลงคอนขางมากในกลางฤดูฝน ต้งแตเดือนกรกฎาคม
ํ
ถึงตุลาคม และจะมีการเติบโตต่ามากในชวงฤดูแลง ระหวางเดือนพฤศจิกายน
ั
ถึงเมษายนในปตอไป (Kaosa-ard, 1981) ดังน้นการปลูกสักควรปลูกระหวาง
ปลายเดือนเมษายนถึงตนเดือนมิถุนายน การปลูกลาชาเกินไปคือประมาณ
เดือนสิงหาคมถึงกันยายน แมวาจะปลูกไดเพราะยังมีนํ้าฝนเพียงพอในการตั้งตัว
ั
แตวาฤดูฝนท่เหลืออยูจะเปนชวงส้นๆ ซ่งอาจส้นเกินกวาที่ตนไมจะต้งตัวและ
ั
ั
ึ
ี
ํ
แข็งแรงไดจริง มีผลทําใหมีอัตราการรอดตายต่าลง อยางไรก็ตามในปจจุบันฤดูกาล
คอนขางเปล่ยนแปลงไปทําใหฤดูกาลปลูกท่เหมาะสมอาจตองปรับเปลี่ยนไปดวย
ี
ี
อยางไรก็ตามสําหรับภาคเอกชนไดมีการพัฒนาการปลูกสักในเชิง
ื
ื
ํ
พาณิชย อาจมีการปรับปรุงพ้นท่เพ่อใหน้าชลประทานแบบน้าหยด (Drip
ี
ํ
ั
irrigation) จึงสามารถปลูกไดตลอดท้งปโดยไมมีขอจํากัดใดๆ หรือมีการใช
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 15
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ี
สารสังเคราะหโพลีเมอร (Polymer) ท่ดูดซับน้าจนอ่มแลวใชรองกนหลุมปลูก
ิ
ํ
เพ่อชวยทําใหกลาสักท่ปลูกมีความช้นเพียงพอในการปลูกปลายฤดูฝนได (สมยศ,
ี
ื
ื
2539)
การปลูกซอมควรทําระยะ 2 สัปดาหหลังการปลูก เพราะจะตองปลูกซอม
ใหทันฝน และทําใหอายุของไมอยูในรุนเดียวกัน หากการปลูกซอมลาชาจะทําให
ี
ี
ตนไมท่ปลูกไวกอนเติบโตบดบังตนไมท่ปลูกซอมจนตายหรือไมสามารถเติบโตได
ี
ํ
หากจํานวนตนท่ตายอยูในอัตราต่าหรือต่ากวา 5 เปอรเซ็นต อาจไมจําเปนตองปลูก
ํ
ซอมก็ได ในทางปฏิบัติจะตองเตรียมกลาหรือเหงา 10-20 เปอรเซ็นต ของจํานวน
ตนไมที่ปลูกทั้งหมดสําหรับการปลูกซอมเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ
และปจจัยอ่นท่เก่ยวของ สําหรับการปลูกสักในระบบวนเกษตรหรือปลูกพืชแทรก
ี
ี
ื
16 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ในแปลงสัก ควรทําหลังจากสักมีการเติบโตประมาณ 2-3 ปไปแลว ซึ่งมีความสูง
ี
ื
ี
พอท่พืชเกษตรไมบดบังแสง เน่องจาก สักเปนตนไมท่ตองการแสงคอนขางมาก
ึ
ี
ซ่งหากปลูกพรอมกันพืชเกษตรท่เติบโตเร็วอาจบดบังแสงและแกงแยงธาตุอาหาร
ึ
ื
เน่องจากรากอยูในระดับเดียวกัน ซ่งตนสักจะตายและเติบโตไมดี ควรรอใหตนสัก
มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร โดยการปลูกในระบบวนเกษตร ควรปลูกตนไม
ั
ื
ิ
ั
่
ี
ในแนวทศตะวนออกและตก เพอใหมแสงสองเขาแปลงไประหวางแปลงสวนสก
ไดตลอดวัน พืชเกษตรสวนมากตองการแสงเพื่อการเติบโต เมื่อตนไมอายุมากขึ้น
ึ
ี
เรือนยอดชิดกัน อาจเปล่ยนเปนพืชเกษตรท่ทนรมมากข้น การปลูกแบบวนเกษตร
ี
ื
จะเปนการใชพ้นท่ใหเต็มศักยภาพรวมท้งยังสามารถทํารายไดใหแกเกษตรกร
ั
ี
ระหวางที่รอผลผลิตจากสักอีกดวย
ี
รูปแบบการปลูกและการจัดการสวนสักท่เหมาะสมสําหรับเกษตรกรท่ม ี
ี
พ้นท่เพาะปลูกไมเกิน 50 ไร ควรปลูกสักรวมกับพืชเกษตรโดยมีการจัดการแบบผสม
ื
ี
ผสานระหวางการเกษตรกับปาไม การกําหนดรูปแบบการปลูกและวิธีการจัดการ
ี
ื
ี
ึ
ท่เหมาะสมนอกจากจะเปนระบบท่เอ้อใหมีการใชประโยชนพ้นท่ไดมากข้นแลว
ื
ี
ยังทําใหเกษตรกรมีรายไดเพ่มข้น หรือมีรายไดจากพืชเกษตรในระหวางการรอ
ึ
ิ
สักโต จากการศึกษาการจัดการฟารมแบบผสมผสานกับสวนปาสักภายในเน้อท ี ่
ื
20 ไร โดยการปลูกสักเนื้อที่ 8 ไร ปลูกขาวนาปเนื้อที่ 8 ไร ปลูกขาวนาปรังเนื้อที่
4 ไร และปลูกพืชไร (ขาวโพด มันสําปะหลัง และออย) เนื้อที่ 2 ไร บอนํ้าและอื่นๆ
ื
ี
เน้อท่ 2 ไร กําหนดอายุรอบหมุนเวียนของสวนปา 15 ป และ 20 ป ระยะปลูกของ
สวนปา 2x2 เมตร และ 4x4 เมตร วางแผนการตัดขยายระยะสวนปา เมื่อสวนปา
มีอายุ 5 ป 10 ป 15 ป และ 20 ป วิเคราะหเปรียบเทียบคาสมมูลของรายไดรายป
(Equivalent annual income) พบวารูปแบบการจัดการฟารมแบบผสมผสานกับ
สวนปาสักทําใหความสามารถในการทํากําไร (Profitability) เพิ่มขึ้นและชวยลด
รายไดที่ติดลบจากการปลูกสักแตเพียงชนิดเดียว การกําหนดอายุรอบหมุนเวียน
ของสวนปา 20 ป และกําหนดระยะปลูก 4x4 เมตร ใหคาสมมูลของรายไดรายป
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 17
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
สูงสุด (Noda et al., 2012)
สําหรับการปลูกสักในระบบวนเกษตร ลักษณะการปลูกควรใหชองวาง
ี
ระหวางแถวตนสักอยูในทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก เพ่อใหพืชเกษตรท่ปลูกแทรก
ื
ไดรับแสงแดด เมื่อสักอายุมากขึ้นและเรือนยอดชิดกัน อาจเปลี่ยนพืชเกษตรเปน
ประเภทที่ทนรมมากขึ้น หรือลิดกิ่งใหโปรงมากขึ้น สักเปนพันธุไมที่มีการผลัดใบ
ในชวงฤดูแลง ทําใหมีแสงสวางเขามาในพื้นที่ไดมาก ที่ผานมาเกษตรกรไดมีการ
ปลูกสักรวมกับพืชเกษตรหลายชนิดและประสบผลสําเร็จ ชนิดพืชท่ปลูกรวมกับ
ี
สัก ไดแก กลวย กระชาย มันสําปะหลัง พืชสมุนไพร ขาวโพด และไมผลตางๆ
เปนตน การปลูกสักในระบบวนเกษตรสามารถสรุปได 3 แนวทาง คือ
1. การปลูกสักและพืชเกษตรพรอมกัน
การปลูกรวมกันจะชวยใหมีการแขงขันของสักในการเติบโตทางความสูง
แตการปลูกพรอมกันตองระมัดระวัง พืชเกษตรท่ทําการปลูกแทรกควรเปน
ี
พืชเกษตรที่มีการเติบโตทางความสูงไมมาก ไมเติบโตเร็วจนบดบังแสงแดดทําให
สักชะลอการเติบโต หรือตายได ระบบรากตื้นอาจเปนพืชเกษตรที่เก็บเกี่ยวระยะ
ื
ี
ั
เวลาส้น ท่ผานมามีการปลูกสักกับไผพรอมกัน สักเติบโตชา เน่องจากไผเติบโต
เร็วกวาและรากขยายไปเร็ว ดังน้นถาจะปลูกรวมควรปลูกสักกอน แทรกไผ
ั
ภายหลังจากสักเติบโตตั้งตัวไดแลว
2. การปลูกพืชเกษตรแทรกภายหลัง
เปนการปลูกพืชเกษตรแทรกลงในแปลงสัก โดยทําการปลูกพืชเกษตร
เม่อสักเติบโตไดระยะเวลาหน่ง หรือมีความสูงประมาณ 1 ถึง 3 เมตร ซ่งสัก
ึ
ึ
ื
สามารถต้งตัวไดแลว เน่องจากสักเปนพันธุไมท่ตองการแสงมาก หากปลูกพรอมกับ
ี
ื
ั
ี
พืชเกษตรท่เติบโตเร็ว อาจเปนการบดบังแสงและแกงแยงธาตุอาหารจากตนสัก
จะทําใหสักตายหรือเติบโตไมดี
18 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
3. การปลูกพืชเกษตรกอน ปลูกสักแทรกภายหลัง
ี
โดยปลูกสักแทรกไปในพืชเกษตรท่ปลูกอยูกอน ทําใหสักเติบโตทาง
ึ
ึ
ื
ั
ความสูงไดดี แตเม่อสักเติบโตมากข้น จะบดบังแสงตอพืชเกษตรได ท้งน้ข้นอยู
ี
กับระยะหางระหวางตนสักและพืชเกษตร
ื
ี
ี
สําหรับเกษตรกรท่ตองการเปล่ยนพ้นท่การเกษตรไปเปนสวนสัก
ี
ึ
สามารถปลูกสักแทรกและทําการเกษตรไปดวย เม่อตนสักมีขนาดใหญข้น
ื
ี
ื
จึงเปล่ยนพ้นท่เปนสวนสักอยางเดียว เชน การทําสวนผลไม เม่อผลไมเร่มมีผลผลิต
ื
ิ
ี
ิ
ลดลง และตองการตัดตนท้งในเวลา 2-3 ปขางหนา เกษตรกรสามารถปลูกสัก
แทรกลงไปได เชน การปลูกสักแทรกในสวนมังคุดที่มีอายุมาก ซึ่งมีผลผลิตลดลง
และตองการตัดออกในอีก 3-4 ป ขางหนา เมื่อปลูกสักแทรกลงไป ปรากฏวาสัก
มีการเติบโตทางความสูงไดดี (อรุณี, 2553)
การกำจัดวัชพืช
สักเปนไมท่ตองการแสงสวาง ดังน้นการกําจัดวัชพืชมีความจําเปน
ั
ี
ี
ี
ั
ึ
ี
เปนอยางมากในชวงท่สักกําลังต้งตัว หรือ ท่อายุ 1-3 ป กอนท่ตนสักจะเติบโตข้นมา
บดบังวัชพืช การกําจัดวัชพืชตองทําเปนระยะๆ ดังนี้
ี
1. การกำจัดวัชพืชคร้งท่ 1 จะดําเนินการในเดือนพฤษภาคมถึง
ั
มิถุนายน หรือหลังจากการปลูกใหมประมาณ 1 เดือน เพื่อลดการแกงแยงอาหาร
จากวัชพืช ชวยเปดแสงใหสัก เพ่อใหมีอัตราการเติบโตดี การกําจัดวัชพืชในระยะน ้ ี
ื
ควรเปนการถางตลอดท่วท้งพ้นท่ (Clear weeding) เพ่อใหโลงเตียนท่วท้ง
ื
ั
ื
ี
ั
ั
ั
สวนปา โดยเฉพาะอยางยิ่งวัชพืชประเภทใบกวาง แตสําหรับวัชพืชที่เปนหญาคา
ื
ั
การถางใหโลงเตียนท่วพ้นท่ทําไดยากและส้นเปลืองมาก เพราะหญาคากลับ
ี
ิ
แตกหนอใหมไดอยางรวดเร็ว การถางเฉพาะแนวปลูก (Strip weeding) จะเปน
การเหมาะสมมากกวา
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 19
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ี
ั
2. การกำจัดวัชพืชคร้งท่ 2 ควรดําเนินการในเดือนกันยายน หรือ
ประมาณ 2 เดือนหลังจากการกําจัดวัชพืชคร้งแรกไปแลว ควรกําจัดแบบการ
ั
ถางเฉพาะแนวปลูก (Strip weeding) คือถางใหเปนแนวกวางประมาณ 2 เมตร
ตามแนวปลูกตนไมสําหรับการปลูกปาในพ้นท่ท่เปนหญาคามากๆ การกําจัดวัชพืช
ี
ื
ี
รอบๆ โคนตน (Spot weeding) ใหมีรัศมี 1 เมตร รอบโคนตนก็เพียงพอ เพราะวา
เปนการประหยัด และรวดเร็ว
ี
ิ
3. การกำจัดวัชพืชคร้งท่ 3 ดําเนินการในชวงกอนส้นฤดูฝน หรือ
ั
ประมาณเดือนพฤศจิกายน กอนจะเร่มฤดูรอนตอไป การกําจัดวัชพืชครั้งน้เพ่อ
ี
ื
ิ
ื
ั
ลดปริมาณเช้อเพลิงในสวนปาใหเหลือนอยท่สุดในชวงฤดูรอน การถางแบบท่วท้ง ั
ี
พื้นที่ (Clear weeding) แลวนําไปสุมเผาโดยมีการควบคุมตอไป
20 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
การกําจัดวัชพืชในระยะ 1-3 ป ควรดําเนินการ 3-4 ครั้งตอป และในป
ถัดไปกําจัดวัชพืชตอปละ 2-3 ครั้ง ไปจนถึง 5 ป หรือจนกวาตนไมจะมีการเติบโต
ื
ั
สูงพนวัชพืช โดยเทคนิคการกําจดวัชพืชอาจทําดวยแรงงานคน เคร่องทุนแรง เชน
เครื่องตัดหญา ติดตั้งกับแทรกเตอรลอยาง (Rotary cutter) หรือเครื่องตัดหญา
ี
สะพายบา (Knapsack slasher) ท่มีขนาดเล็กและน้าหนักเบา หรือใชสารเคม ี
ํ
ิ
ี
กําจัดวัชพืชฉีดพน นอกจากน้ยังมีวิธีการใชส่งมีชีวิตดวยกันชวยกันกําจัดวัชพืช
เชน การเล้ยงสัตวตางๆ ให วัว ควาย แพะ แกะ เขาไปเล็มวัชพืชในสวนปา
ี
ื
เปนอาหาร (Bio-control) ซ่งอาจมีขอเสียในเร่องการแทะเล็มใบ หนอ ตา ของตนไม
ึ
ั
่
ํ
ี
ี
ี
้
ั
ุ
ี
รวมทงเหยยบทาลายกลาไมทยงมขนาดเลกอกดวย นอกจากนยงอาจควบคม
็
ี
ั
้
ึ
ั
วัชพืชโดยการใชพืช เชน การปลูกพืชตระกูลถ่วคลุมดิน ซ่งนอกจากสามารถ
แผขยายตัวคลุมดินและคลุมวัชพืช และปองกันมิใหวัชพืชเติบโตไดดีแลว ยังชวย
ั
ในการปรับปรุงบํารุงดินเพราะมีปมรากท่ตรึงไนโตรเจนได รวมท้งเปนอินทรียวัตถ ุ
ี
ในการปรับปรุงดินไดเปนอยางดีอีกดวย
การใสปุย
การใสปุยใหแกสวนปาในภูมิภาคเขตรอนและชุมช้นในอดีตไมเปนท ี ่
ื
ื
นยมทากนมากนก เพราะวานอกจากดนในเขตรอนและชมชนมความอดมสมบรณ
ั
ุ
ั
ิ
ี
ุ
ํ
ู
ิ
้
ํ
ี
สูง มีอินทรียวัตถุมากแลว ปริมาณน้าฝนท่คอนขางสูง ทําใหปุยสลายตัวไดรวดเร็ว
หรือถูกชะลางไปไดงาย การใสปุยจึงดูเหมือนเปนการส้นเปลืองมากเกินไป สําหรับ
ิ
สักจึงไมมีการใสปุยเรงการเติบโตกันมากนัก มีการทดลองการใสปุยในสวนปาสัก
อายุ 1-3 ป ในตางประเทศ พบวาตนสักเติบโตดีเกินไปจนยอดหักในชวงฤดูฝน
ี
ื
ื
เน่องจากตนกลาจากการเพาะเล้ยงเน้อเย่อมีการเติบโตทางความสูงเร็วมาก
ื
ี
ิ
ไมแตกก่งขาง และมีใบขนาดใหญ ยอดออนท่เน้อเย่อยังไมแข็งแรงมากนัก อยางไร
ื
ื
ี
ึ
ก็ตามการทดลองท่รัฐอุตตรประเทศ และรัฐกานาตากาในประเทศอินเดีย ซ่งม ี
ปริมาณนํ้าฝนไมสูงมากนัก คือระหวาง 1,200-1,500 มิลลิเมตรตอป ไดทดลอง
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 21
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ใสปุยในสวนปาสักปรากฏวาสามารถลดรอบตัดฟนใหเหลือเพียง 20 ป ได โดยมี
เสนผานศูนยกลางระดับอกเฉลี่ย 45-48 เซนติเมตร ขณะตัดฟน (RAP/Teaknet,
1998)
ื
่
ั
ุ
ู
็
ั
อยางไรกตามการปลกสรางสวนปาสกเพอวตถประสงคดานเศรษฐกจ
ิ
ี
ั
ื
ื
รวมท้งเม่อมีการปลูกสวนปาสักในพ้นท่ตางๆ กันอยางกวางขวางจึงมีความจําเปน
ี
ตองใสปุยใหแกตนสัก โดยเฉพาะอยางย่งในระยะแรก ปุยท่ดีท่สุดท่ไมมีผล
ี
ี
ิ
ิ
ขางเคียงตอส่งแวดลอม และเหมาะสมสําหรับตนไม คือ ปุยอินทรีย ไดแก ปุยหมัก
ปุยคอก กระดูกปน กากถั่ว ปุยพืชสด ปุยเทศบาล และปุยจากกลุมจุลินทรียที่มี
ประสิทธิภาพ (Effective Micro-organism, EM) เปนตน ทั้งนี้อินทรียวัตถุในดิน
เปนตัวสงเสริมการจับตัวของเม็ดดิน มีผลตอการอุมนํ้า การเคลื่อนที่ของนํ้า และ
อากาศในดิน ธาตุอาหารที่สําคัญ คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และ
ึ
แคลเซียม เปนตน และยังชวยใหการดูดซับประจุบวกไดดีข้น พบวาสักเปนไม
ิ
่
ื
ู
ิ
ี
ี
่
ี
ทมความตองการแคลเซยมในการเตบโตสงกวาไมชนดอนๆ เกษตรกรเจาของ
ั
ิ
ี
สวนปาจึงมักนิยมใสธาตุอาหารน้เพ่ม รวมท้งการปรับคาความเปนกรด-ดางท ่ ี
เหมาะสมก็ทําใหสักดูดธาตุอาหารที่จําเปนไดมากขึ้น
ึ
การใสปุยจะใสหลังจากท่กลาสักมีการเติบโตไปแลวระยะหน่งหากใช
ี
ปุยเคมีควรขุดดินใหเปนรูหยอดปุยในหลุมดินประมาณ 1 ชอนโตะ จํานวน 4–6 หลุม
ื
ี
ั
ตอตน แลวกลบดวยดินท่ขุดข้นไวแตแรก ท้งน้เพ่อปองกันการเกิดดินเค็ม และ
ึ
ี
ื
ควรใสหางจากตนไมเพ่อปองกันไมใหปุยถูกรากฝอย เพราะหากรากสัมผัสปุย
แตแรกกลาสักอาจตายได หรือหากจะใชปุยเคมีรองกนหลุม ประมาณ 1 ชอนโตะ
แลวตองใชดินรองกนหลุมไปสักช้นหน่งกอนเพ่อไมใหระบบรากสัมผัสกับปุย
ั
ื
ึ
ํ
ี
้
ุ
ิ
ํ
ี
็
ั
โดยตรง ธาตโพแทสเซยมอาจมผลทาใหสกออกดอกและผลเรวขน ทาใหการเตบโต
ึ
ดานความสูงหยุดไป การปลูกสักของสวนปาภาคเอกชนท่ผานมามีบางสวนท ี ่
ี
ตนสักออกดอกและผลตั้งแตอายุยังนอย
22 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
การปองกันไฟ
ไฟสามารถทําความเสียหายใหกับสวนปา คือทําใหตนไมตายและเติบโต
ี
ชาลง การทําแนวกันไฟหรือทางตรวจการจึงมีความจําเปนและมความสําคัญ
เพื่อปองกันไฟปา รวมทั้งทําใหสะดวกในการตรวจตราปองกันสวนปา เนื่องจาก
สักเปนไมผลัดใบในฤดูแลง ปริมาณการรวงหลนของเศษไม ใบไม จะเปนแหลง
เชื้อเพลิงที่สําคัญที่สุดของสวนสัก เศษไม ใบไมที่รวงหลนในสวนสักอายุ 1 ป 2 ป
ั
ิ
6 ป และ 8 ป น้นมีปริมาณเพ่มข้นจาก 402 กิโลกรัมตอไรตอป 614 กิโลกรัมตอไร
ึ
ิ
ั
ั
ํ
ิ
ั
ตอป 878 กโลกรมตอไรตอป และ 1,864 กโลกรมตอไรตอป ตามลาดบ โดยรวงหลน
มากที่สุดในเดือนมีนาคมและเมษายน (สนิท และคณะ, 2515) ซึ่งขอมูลนี้จะเปน
ประโยชนตอการกําจัดวัชพืช ทําแนวกันไฟ หรือกําหนดการชิงเผาในสวนสักเพื่อ
ปองกันการเกิดไฟไหมในสวนสัก
การทําแนวกันไฟ ควรทําในชวงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม โดยการ
ไถเปนแนวกวางประมาณ 3–4 เมตร และทําการชิงเผา เพราะเดือนนี้ความชื้น
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 23
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ในอากาศยังสูง การเก็บริบ สุมเผา เปนหยอมๆ และการชิงเผาในตอนกลางคืน
จะสามารถกําจัดวัชพืชและใบสักท่รวงหลนลงมาไดดี ควรมีการทําความสะอาด
ี
ํ
ั
แนวกันไฟรวมท้งทําการตรวจตราอยางสม่าเสมอ การปองกันไฟอาจใชแนวกันไฟ
ี
่
ื
ิ
ธรรมชาต โดยปลูกตนไมหรอพืชเกษตรทมความช้นสง และไมผลดใบในฤดแลง
ู
ั
ี
ื
ู
ั
รอบแปลงสวนสักแทนแนวกันไฟ ไดแก กลวย หรือพืชอวบน้า ดังน้นสวนปาควรม ี
ํ
ถังดับไฟปา และมีความรูเร่องการดับไฟปาบางพอสมควร เพ่อปองกันความเสียหาย
ื
ื
ที่อาจเกิดขึ้นไดอยางไมคาดคิด
ั
ี
อยางไรก็ตามไฟมีท้งคุณและโทษ สวนสักหรือปาสักท่ไมเคยโดนไฟไหม
หลายปติดตอกันอาจเปนบอเกิดของโรคและแมลง เทียม และคณะ (2512) แนะนํา
ใหปองกันไฟในสวนสักติดตอกัน 6 ปแลวเผา 1 ป จะชวยกําจัดถิ่นที่อยูของโรค
ํ
และแมลง โดยไมมีผลกระทบในทางลบตอการสูญเสียดินและน้าในรูปของปริมาณ
ตะกอนและนํ้าไหลบาหนาดินแตอยางใด
การปองกันโรคและแมลง
ี
การปลูกสวนปาในลักษณะเชิงเด่ยวเปนแปลงขนาดใหญ ทําใหมีโอกาส
ระบาดของโรคและแมลงไดมาก และจะมีการแพรระบาดอยางรวดเร็วและยาก
ในการแกไข โดยโรคท่เกิดจากเช้อราหรือแบคทีเรียท่เกิดกับสักจะพบในระยะกลาไม
ี
ื
ี
มากกวา เชน โรครากเนา ในสวนปาอายุมากๆ ที่พบเห็นคือโรคไสผุหรือเนื้อไมผุ
อันมีสาเหตุจากลําตนถูกทําลายจากการตัดถากหรือรอยครูดจากยานพาหนะหรือ
บาดแผลจากไฟไหม แลวจึงมีเช้อราเขาไปทําลายเน้อไมใหผุและเปนโพรง แตไมม ี
ื
ื
ี
ื
ื
ผลตอการเติบโตของสักมากนัก นอกจากน้ยังมีโรคใบดาง โรคใบจุดเน่องจากเช้อรา
ํ
พวกราสนิม (Rust) หรือในชวงฤดูฝนท่มีความช้นสูงมาก อาจพบโรคราน้าคาง
ี
ื
ื
(Powdery mildew) โรคพืชอันเน่องจากพืชเบียน คือ กาฝากจะพบในสวนปาสัก
มากที่สุด กาฝากจะเกิดขึ้นในสวนสักแลวคอยระบาดออกไปโดยสัตวเปนพาหนะ
ในการนําเมล็ดกาฝากไปแพรกระจาย ทําใหสักมีกาฝากขึ้นอยูมาก
24 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
สําหรับตนสัก พบวามีแมลงเขามาทําลาย ประมาณ 56 ชนิด แมลงศัตร ู
ี
ี
ื
ท่สําคัญท่ทําความเสียหายแกสักในประเทศไทยโดยการเจาะทําลายเน้อไมใหเสีย
คุณภาพและเสียราคา คือ ประเภทเจาะลําตนและกิ่ง ไดแก มอดปาเจาะตนสัก
(Teak beehole borer) ที่มีชื่อวิทยาศาสตรวา Xyleutes ceramicus Walker
ี
สักท่มีรูมอดปาจํานวนมากอาจไมสามารถขายไมได หรืออาจเปนประเภทกินใบ
ไดแก หนอนผีเสื้อกินใบ ที่มีชื่อวิทยาศาสตรวา Hyblaea puera Cramer และ
Pyrausta machaeralis Walker ซ่งจะเกิดการระบาดหนักในชวงฤดูฝน
ึ
ิ
ึ
โดยเฉพาะเม่อฝนท้งชวง และมีรอบการระบาดประมาณ 30 วัน หากในปหน่ง
ื
ี
สักถูกหนอนกินใบหลายคร้งของทุกคร้งท่ผลิใบใหม ก็จะทําใหอัตราการเติบโตของ
ั
ั
สักในปนั้นลดลง นอกจากนี้จะมีตั๊กแตนผี (Aulaches miliaris L.) จะดูดนํ้าเลี้ยง
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 25
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ของใบและยอดออน อีกพวกหนึ่งที่ทํา
อันตรายตอกลาสักในระยะแรกๆ คือ
ปลวก ซ่งสามารถกัดกินรากหรือเหงา
ึ
ของสักในแปลงเพาะหรือในสวนสักได
มีผลทําใหกลาสักตายเปนจํานวนมาก
ู
้
ี
ปญหานจะพบในฤดแลงเพราะปลวก
ี
ื
ตองการอาหารและความช้น สักท่ปลูก
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้งแตยาย
ั
ปลูกจนถึง 2 ป ไดรับความเสียหาย
จากปลวกเปนประจํา (ฉวีวรรณ และ
สุภโชติ, 2538)
การปองกันโดยการฉีดพนยา
ฆาแมลงชนิดถูกตัวตายหรือชนิดดูดซึม
เม่อกลาสักเร่มถูกทําลาย นอกจากนยัง
ื
ี
ิ
้
ื
ตองใชเช้อแบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเยนซิส
(Bacillus thuringiensis) ดวยเครื่อง
พนหมอก หรือเครื่องพนสารเคมี หรือ
ื
โปรยจากเคร่องบินใชสารเคมีกําจัด
ื
ศัตรูพืชพวกเช้อรา การเรงการเติบโต
ของกลาสักชวง 5 ปแรก จะชวยลด
การทําลายของแมลงได และการกําจัด
ื
ี
พืชอาหารแมลงออกจากพ้นท่สวนปา
เชน ตนกระเชาถุงทอง นางแยมปา คูน
เปลาหลวง ปอเจ๋ยน เถาตูดหมูตูดหมาแดง
ี
และมะคาโมง เปนตน การใชไฟเผา
26 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
หนาดินในชวงดวงกําลังวางไข หรือฟกตัว ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
ี
ั
ื
ี
ื
และเน่องจากแมลงท่ทําลายสักมักจะอยูในระยะท่เปนหนอน เพราะฉะน้นเม่อ
พบเห็นหนอน ดักแด หรือตัวเต็มวัยของแมลงที่ทําลายสัก ใหจับแลวทําลายเสีย
ึ
ซ่งจะเปนการลดจํานวนและตัดวงจรชีวิต สามารถลดความเสียหายลงไดมาก
พอสมควร
เพื่อใหการปลูกสรางสวนปาประสบความสําเร็จนอกจากการกําจัดโรค
ี
ึ
ื
และแมลงท่เกิดข้นแลว ควรพิจารณาในเร่องวนวัฒนวิทยา ไดแก การคัดเลือก
พันธุไมท่มีความทนทานตอการทําลายของโรคและแมลงสําหรับใชขยายพันธุ
ี
ตอไป รวมท้งการปลูกปาแบบผสมใหมีไมอยางนอย 2 ชนิดข้นไปปะปนกัน
ึ
ั
สามารถลดความเส่ยงหรือลดความรุนแรงในการแพรระบาดของโรคและแมลงได
ี
เชนเดียวกัน ดังเชนในการศึกษาของสุรชัยและพรทิพย (2535) พบวาการปลูกสัก
ผสมกับยูคาลิปตัส ทําใหการระบาดของมอดปาเจาะสักในสวนปาวังช้นลดลงจาก
ิ
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 27
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ี
76.40 เปอรเซ็นต เหลือเพียง 10.19 เปอรเซ็นต และท่สวนปาแมนาพูนลดลงจาก
44.14 เปอรเซ็นต เหลือเพียง 16.27 เปอรเซ็นต ในขณะที่สวนปาแมยม-แมแปง
การปลูกยูคาลิปตัสผสมในสวนสัก ทําใหการระบาดของมอดปาเจาะสักลดลงจาก
42.23 เปอรเซ็นต เหลือเพียง 26.00 เปอรเซ็นต เทานั้น ฉวีวรรณ (2534) แนะนํา
ํ
ื
ใหปลูกไมอ่นผสมรอบๆ แปลงปลูกสัก ใหมีความกวางของแนวกันชนไมต่ากวา
ั
ิ
้
50 เมตร จะสกดกนทางบนของมอดปาสกไมใหเขาไปทาลายสกได ชนดไมทควรปลก
ั
ั
ิ
ํ
ั
่
ู
ี
รอบๆ ควรเปนพวกไมในกลุมที่มีสารขับไลแมลง (Insect repellent) เชน สะเดา
ิ
ึ
ื
ี
ี
่
้
ั
้
ึ
เปนตน เพราะสะเดาสามารถขนไดดีในพนท่ทสกข้นอย ทนแลงและสภาพดนตางๆ
ู
ไดดีมาก และสะเดามีสารอะซาดิราชติน (Azadirachtin) สูงเหมือนสะเดาเทียม
แตจะขึ้นในที่แหงแลงไดดีกวา
การลิดกิ่ง
การลิดก่งเปนการตัดก่งไมท่อยูดานลางท่ถูกบดบัง หรือก่งแหงตาย
ิ
ิ
ี
ิ
ี
ของตนไม เพื่อใหรูปทรงของตนไมดีขึ้น ไดลําตนที่เปลาตรง เหมาะสําหรับการใช
ึ
ประโยชนในรูปแบบตางๆ และงายตอการแปรรูปไม สําหรับสักซ่งโดยปกติเปน
ึ
ิ
ี
ื
ิ
พันธุไมท่มีการลิดก่งตามธรรมชาติ คือก่งขนาดเล็กเม่ออายุมากข้นจะคอยๆ
แหงตายและรวงหลนไปเอง การปลูกดวยความหนาแนนท่เหมาะสมจะทําใหตนไม
ี
ิ
ิ
เปลาตรง แตกก่งกานนอย โดยไมจําเปนตองชวยในการลิดก่ง ซ่งเปนการส้นเปลือง
ึ
ิ
ี
ึ
ิ
แรงงานและคาใชจาย ยกเวนก่งขนาดใหญซ่งจะติดกับลําตนเปนเวลานานท่จะ
ื
ทําใหรูปทรงของสักเสียไป และอาจทําใหเกิดรอยแผลทําใหสูญเสียคุณคาของเน้อไม
เมื่อนํามาแปรรูป ควรลิดกิ่งประมาณรอยละ 25 ของเรือนยอด หรือ 1 ใน 4 ของ
ความสูงตนไม โดยปกติมักทําการลิดกิ่งสูงจากพื้นดิน ประมาณ 5 เมตร ซึ่งเปน
ขนาดความยาวของไมซุงท่ตองการ ดังน้นจึงควรลิดก่งเม่อไมมีความสูงไดขนาด
ี
ื
ั
ิ
ี
ึ
ิ
ี
ี
พอท่จะทําไมซุงไดทอนหน่งแลว แตไมควรลิดก่งตนไมท่มีอายุนอยและมขนาด
เล็กเกินไป เพราะอาจทําใหตนไมโตชา อยางไรก็ตามการลิดกิ่งตองเหลือทรงพุม
28 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ื
ิ
ี
่
ของเรอนยอดใหมากพอทจะใชปรุงอาหารและสรางความเตบโตตอไปในอนาคต
ิ
่
ั
่
ิ
ื
่
ํ
ั
ํ
ิ
ไดเปนอยางดี และการลดกงควรตดกงใหเสมอกบผิวของลาตนเพอไมทาใหเกด
ิ
แผลบนลําตนมากจนเกิดความเสียหายหรือทําใหลําตนฉีกขาด ควรใชเล่อยแทน
ื
มีดและขวาน จากน้นใชปูนขาวปายเพ่อกันโรคและแมลงทําลาย อยางไรก็ตาม
ั
ื
ในสวนปาของเกษตรกรสวนใหญมีการลิดก่งกันโดยทวไป แตไมมีการเกบขอมูล
็
ั
่
ิ
ื
ิ
ี
รวมท้งการศึกษาในเร่องของการลิดก่งสักท่เหมาะสมในประเทศไทยยังมีอยูนอยมาก
ั
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 29
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การตัดขยายระยะ
การตัดขยายระยะเปนการปฏิบัติเพ่อลดความหนาแนนของตนไมลง
ื
ลดการเบียดเสียดแกงแยงทางเรือนยอดและทางระบบรากใหนอยลง เปดโอกาส
ใหไมท่เหลืออยูเติบโตตอไปอยางเต็มท่ หากไมทําการตัดขยายระยะจะสงผลทําให
ี
ี
ั
ื
ี
ตนไมท้งแปลงหยุดการเติบโตและตายลงบางสวนเพ่อใหตนไมท่เหลืออยูสามารถ
ี
ึ
เติบโตได ซ่งการปลอยใหเปนไปตามธรรมชาติจะทําใหระยะเวลาท่ตนไมจะม ี
ขนาดใหญไดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจชาไปมาก การตัดขยายระยะในคร้งแรก
ั
ื
่
่
่
ั
ุ
้
ั
ี
ื
ี
ู
ี
ี
ิ
ุ
ั
ี
ื
มวตถประสงคเพอตองการใหไมทเหลออยเตบโตดมคณภาพ ดงนนตนไมทเหลอไว
ี
ี
ี
ควรเปนตนไมท่มีลักษณะดี และมีขนาดใหญ ไมท่จะใหราคา คือไมท่มีอายุมากกวา
15 ป หรือมีขนาดเสนผานศูนยกลางมากกวา 10 น้วข้นไป ซ่งมีราคาดีกวาไมขนาด
ิ
ึ
ึ
ื
เล็กมาก ในทางทฤษฎีอาจตองวัดอัตราการเติบโตของตนไมติดตอกันทุกป เม่อพบวา
ี
การเติบโตเฉล่ยลดลงจึงควรทําการตัดขยายระยะแตทางปฏิบัติการตัดขยายระยะ
จะทํากันเมื่อเรือนยอดชิดกันมากเกินไปแลว
ั
ั
ปกติแลวการตัดขยายระยะตนไมในสวนปาคร้งแรกน้นเปนปจจัยสําคัญ
ิ
ื
ึ
ในการจัดการสวนปาเพ่อใหอัตราการเติบโตเพ่มข้น สวนใหญแลวจะดําเนินการ
เม่อตนไมมีเรือนยอดเบียดชิดกัน โดยท่วไปจะเร่มดําเนินการคร้งแรกเม่อตนไม
ิ
ั
ื
ั
ื
มีอายุ 5–7 ป และดําเนินการครั้งตอไปทุก 5 ป (เจริญ และคณะ, 2522) สําหรับ
วิธีการตัดขยายระยะนั้นมี 5 วิธี ประกอบดวย 1) การตัดขยายระยะที่ตัดตนไม
ที่มีเรือนยอดไมเจริญหรือถูกงํา (Suppressed) และที่ตายแลวออกกอน แลวจึง
ี
ั
ี
ตัดตนไมท่มีช้นเรือนยอดเหนือข้นไปตามลําดับ จนถึงตนท่มีเรือนยอดเดน
ึ
ี
ั
(Dominant) หรือท่เรียกวา Low thinning หรือ Thinning from below 2) การตด
ั
ี
ขยายระยะไมช้นบน หรือเลือกตัดตนไมท่มีเรือนยอดเดนและเรือนยอดรองเดน
ึ
ื
ื
ั
(Co-dominant) ซ่งเบียดบังตนไมอ่นท่อยูในช้นเรือนยอดเดียวกันออก เพ่อสงเสริม
ี
ี
การเติบโตของตนไมท่เหลือ หรือท่เรียกวา Crown thinning หรือ Thinning from
ี
ี
above 3) การตัดขยายระยะโดยตัดตนไมท่มีเรือนยอดเดนท่สุดออก เพ่อชวย
ี
ื
30 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
ี
ี
ใหตนไมท่มีเรือนยอดรองลงไปมีโอกาสเจริญเติบโตอยางเต็มท่ หรือท่เรียกวา
Selection thinning หรือ Thinning of dominants 4) การตัดขยายระยะ
โดยเลือกตัดแบบตนเวนตน หรือโดยวิธีตัดเวนระยะระหวางแถวหรือแนว โดยไม
คํานึงถึงเรือนยอดของตนไม หรือเรียกวา Mechanical thinning 5) การตัดขยาย
ระยะที่ใชอยางนอย 2 วิธีขึ้นไปรวมกัน ที่เรียกวา Free thinning หรือ Integrate
thinning หรือบางครั้งเรียกวา Combine method (Nyland, 1996) อยางไรก็ดี
ํ
ั
การจะเลือกวิธีการตัดขยายระยะแบบไหนน้น จะตองคํานึงถึงความสม่าเสมอของ
ตนไมในแปลงปลูก สวนจะทําการตัดขยายระยะเมื่อใดนั้นขึ้นอยูกับหลายปจจัย
เชน ระยะปลูก หรืออัตราการเติบโต เปนตน
ั
ิ
ี
ื
การตดขยายระยะ แบบเลอกตดแบบตนเวนตน หรอโดยวธตดเวนระยะ
ั
ั
ื
ระหวางแถวหรอแนว (Mechanical thinning) โดยยดระยะระหวางตนเปนสาคญ
ํ
ึ
ั
ื
เปนวิธีท่สะดวกและเสียคาใชจายในการดําเนินการนอยท่สุดสําหรับสวนปาสักท ี ่
ี
ี
ํ
ั
การเติบโตของหมูไมมีความสม่าเสมอและทําการตัดขยายระยะคร้งแรก สวนการ
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 31
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ี
ี
ี
ตัดขยายระยะแบบท่ตัดตนไมท่มีเรือนยอดไมเจริญหรือถูกงําและท่ตายแลวออกกอน
ี
(Low thinning) จะเหมาะสมตอการสรางรายไดท่ดีในรอบตัดฟนรอบสุดทาย
เพราะจะตัดไมท่ถูกบดบังออก ซ่งไมพวกน้ไมชาก็จะตายไปเอง ไมกอใหเกิดรายได
ึ
ี
ี
ื
ี
เทาไร ในขณะท่สุริยัน (2537) ไดรายงานวาสักในสวนปาตองการแสงสวางเพ่อ
การเติบโตในสภาพท่เรือนยอดชิดกันหรือถูกคลุมไวจะออนแอ การตัดขยายระยะ
ี
อยางเหมาะสมในชวงครึ่งแรกของอายุรอบหมุนเวียนจะชวยใหสักเติบโตดีที่สุด
การศึกษาเรื่องการตัดขยายระยะในประเทศไทย สําหรับการปลูกดวย
ั
ระยะ 2x2 เมตร บุญวงศและวสันต (2529) แนะนําใหตัดขยายระยะคร้งแรก
ื
โดยวิธีตัดแถวเวนแถว และควรดําเนินการเม่อสวนปามีอายุ 10 ป หากกําหนดรอบ
ตัดฟนไวที่ 60 ป ก็ควรทําการตัดขยายระยะรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยครั้งที่สองเมื่อ
อายุ 15 ป ครั้งที่สามเมื่ออายุ 20 ป ครั้งที่สี่เมื่ออายุ 30 ป และครั้งที่หาเมื่ออายุ
40 ป ตามลําดับ สําหรับสวนปารุนใหมที่ปลูกดวยระยะปลูก 4x4 เมตร และมี
การปลูกพืชเกษตรแทรกตามระบบวนเกษตร แนะนําวาอาจทําการตัดขยายระยะ
3 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ป ตัดออกสองแถวเวนสองแถว จะไดสักขนาด
เล็กออกมาใชประโยชน สําหรับทําบานปกไม (Log cabin) หรือทําของใชภายใน
ี
ื
ครัวเรือนหรือไมแกะสลักขนาดเล็กได ขณะเดียวกันพ้นท่อันเกิดจากการตัดขยาย
ระยะออกสองแถวจะมีความกวางถึง 12 เมตร สามารถใชประโยชนในการปลูก
ึ
พืชเกษตรแทรกไดอีกระยะหน่ง พรอมกับการจัดการสวนปา ตามระบบการตัดให
แตกหนอ ทําใหสวนปาภายหลังการตัดขยายระยะรุนแรกจะมีไมอยูสองลักษณะ
คือ หมูไมที่เหลืออยูเดิมที่ปลูกดวยเหงาหรือกลา และหมูไมรุนใหมที่เกิดจากการ
แตกหนอ การตัดขยายระยะควรทําใหอยูในแนวตะวันออก ตะวันตก และควร
ี
ตัดไมในฤดูท่ตากําลังงันและพักตัวอยูพรอมท่จะแตกหนอไดทันทีภายหลังการตัดฟน
ี
ี
ื
ั
สวนการตัดขยายระยะคร้งท่สองและคร้งท่สามนั้น จะทําเม่อตนสักอายุ 20 ป
ั
ี
และ 30 ป โดยใชวธการเลอกตด หรอวธตดไมขนาดเลกออกใหเหลอไรละประมาณ
ื
็
ิ
ั
ี
ื
ื
ิ
ี
ั
35 ตน และ 20 ตน ตามลําดับ ไมท่คัดออกจะเปนไมขนาดกลาง สามารถจําหนาย
ี
32 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ั
สําหรับทําเฟอรนิเจอร ปารเก และไมแกะสลักท่วไปได (บุญวงศ และคณะ, 2535)
ํ
ิ
การตดขยายระยะมผลทาใหอัตราการเตบโตของหมูไมเพมข้น ดังเชน
ั
ี
่
ึ
ิ
ผลการทดลองตัดขยายระยะสวนปาสักที่มีระยะปลูก 4x4 เมตร เมื่ออายุ 20 ป
ี
ี
โดยเปรยบเทยบวิธีการตัดแบบสองแถวเวนสองแถว และตัดหน่งแถวเวนหน่งแถว
ึ
ึ
ั
ถึงแมวาการตัดขยายระยะคร้งแรกดําเนินการลาชาไปก็ตาม แตภายหลังการตัดขยาย
ระยะ 3 ป ผลปรากฏวาตนไมในแปลงที่ตัดขยายระยะทั้งสองวิธีมีอัตราการเติบโต
ึ
ิ
ทางดานเสนผานศูนยกลางลําตนเพ่มข้น ไมวาจะทําการวิเคราะหในภาพรวมของ
ั
ั
ตนไมท้งหมดหรือวิเคราะหเฉพาะไมช้นเรือนยอดเดนและไมช้นรองเดนเทาน้น
ั
ั
ั
ั
แตอยางไรก็ตามการตัดขยายระยะท้งสองวิธีไมมีผลตอผลผลิตรวมท้งหมดและ
อัตราการเติบโตทางดานปริมาตรของหมูไม เมื่อพิจารณาถึงอัตราการเติบโตทาง
ี
ดานปริมาตรตอตน ผลการศึกษาปรากฏวาแปลงท่ตัดขยายระยะท้งสองวิธีมีอัตรา
ั
การเตบโตสงกวาแปลงทไมไดตดขยายระยะอยางมนยสาคญทางสถต (ทศพร และ
ั
ิ
ิ
ํ
ี
ั
่
ู
ี
ั
ิ
ชิงชัย, 2545)
ั
การตดขยายระยะทสวนปาสกในโครงการสงเสรมปลกไมเศรษฐกจ
ิ
ิ
ู
ั
ี
่
อําเภอตากฟา จังหวัดนครสวรรค พบวาการตัดขยายระยะมีผลทําใหไมขนาด
ี
ใหญท่เหลืออยูภายหลังการตัดขยายระยะมีอัตราการเติบโตและผลผลิตสูงข้น
ึ
จึงควรมีการตัดขยายระยะเมื่อสักอายุ 6-9 ป และการตัดขยายระยะแบบการตัด
ี
ขยายระยะแบบท่ตัดตนไมท่มีเรือนยอดไมเจริญหรือถูกงําและท่ตายแลวออกกอน
ี
ี
ี
ี
(Low thinning) จะเหมาะสมกับการสงเสริมใหไมท่มีขนาดใหญท่เหลืออยูเติบโต
เร็วขึ้น (กฤษฎา, 2549)
ี
การดําเนินการจัดการสวนปาขององคการอุตสาหกรรมปาไมท่ใช
รอบหมุนเวียน 30 ป มีการตัดขยายระยะโดยพิจารณาจากหลักวนวัฒนวิธี ได
กําหนดการตัดขยายระยะจํานวน 3 ครั้ง ตามตารางที่ 1
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 33
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ตารางที่ 1 การจัดการสวนปาขององคการอุตสาหกรรมปาไมที่ใช
รอบหมุนเวียน 30 ป
ตัดขยาย คงเหลือตนไมจำนวน
ระยะครั้งที่ อายุ (ป) วิธีการตัดขยายระยะ (ตนตอไร)
1 10 Integrate thinning 70
2 15 Low thinning และ 50
Selection thinning
3 20 Low thinning และ 30
Selection thinning
ที่มา: องคการอุตสาหกรรมปาไม (2548)
อยางไรก็ตามการตัดขยายระยะสวนปาสักขององคการอุตสาหกรรมปาไม
ก็มีการปรับเปลี่ยนตามปจจัยอื่นๆ เชน งบประมาณ แรงงาน หรือความตองการ
ี
ี
นําไมจากการตัดขยายระยะไปใชในการจําหนาย ปจจุบันน้ไดมีการปรับเปล่ยน
ื
ิ
ี
ระบบเพ่อปองกันปญหาดานส่งแวดลอมจึงยังคงเหลือตนไมอยูในพ้นท่หรือไมได
ื
ใชระบบการตัดหมดนั่นเอง
ั
ในการจัดการสวนปาของเกษตรกรน้นสวนใหญไมนิยมตัดขยายระยะ
เน่องจากสาเหตุหลายประการ เชน ไมยังมีขนาดไมใหญมากนักจึงเสียดาย
ื
ไมตองการตัดตนไมหรือตองการเก็บไมเอาไวใช ไมขนาดเล็กจากการตัดขยายระยะ
ไมสามารถนําไปจําหนายได ไมมีแรงงานในการตัดขยายระยะ และไมตองการ
ี
ี
เสียคาใชจายในการตัดขยายระยะในขณะท่ไมท่ตัดออกมาไมสามารถนําไปจําหนาย
ิ
ี
ื
ื
ั
่
ั
เพอใหเกดรายได หากมีการตดตนไมออกจากสวนปาจะใชวธการเลอกตด โดย
ิ
ตัดตนไมท่มีลักษณะแคระแกรน มีลําตนไมสวยงาม มีการเติบโตไมดีออก และ
ี
34 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
บางกรณีเลือกตัดตนไมออกตามความตองการเชน ตัดไมท่มีขนาดตามตองการ
ี
ไปใชประโยชน หรือตัดไมตามขนาดท่มีผูมาขอซ้อ โดยไมไดคํานึงถึงหลักการ
ื
เรื่องการแกงแยงแขงขัน ซึ่งอาจตัดตนไมออกนอยเกินไป ทําใหไมที่เหลืออยูก็ยัง
ไมสามารถเติบโตไดอยางเต็มที่นัก ซึ่งอาจไมไดนับวาเปนการตัดขยายระยะ
จรัญ (2542) รายงานวาภาครัฐไมใหความสนใจตอการตัดขยายระยะ
ระเบียบการตางๆ ท่กําหนดไวทําใหการตัดขยายระยะไมในสวนปาทําไดยาก
ี
เสียเวลา เพราะมีข้นตอนมาก ไมอํานวยประโยชนตอบแทนแกการลงทุน ในบางกรณ ี
ั
ี
ไมท่ตัดขยายระยะลงจะเนาเปอยไปโดยเปลาประโยชนเพราะระเบียบดังกลาว
ี
สมควรท่รัฐควรใหความสนใจปรับปรุงเปล่ยนแปลงระเบียบใหสอดคลองกับ
ี
ิ
สภาวะความเปนจริงดวย โดยเฉพาะอยางย่งในการพัฒนาสวนปาเปนแหลงเก็บ
เมล็ดพันธุ ซึ่งการตัดขยายระยะจะทําใหการผลิตเมล็ดมีศักยภาพเพิ่มขึ้นดวย
ในป พ.ศ. 2555 กรมปาไมโดยกลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและ
ื
พัฒนาการปาไม ไดเร่มดําเนินโครงการศึกษาเก่ยวกับการตัดขยายระยะเพ่อให
ี
ิ
ี
ทราบถึงวิธีการ อัตราการตัดขยายระยะท่เหมาะสม อายุของตนไมในสวนปา
ที่เหมาะสมตอการตัดขยายระยะ และผลที่เกิดจากการตัดขยายระยะ
การกำหนดรอบหมุนเวียน
ึ
การกําหนดรอบหมุนเวียน ข้นอยูกับอัตราการเติบโตของหมูไมหรือ
ึ
ื
คุณภาพของพ้นท่ปลูก และวัตถุประสงคของการปลูกสรางสวนปา ซ่งมีปจจัย
ี
หลายประการที่จะนํามาพิจารณา คือ
1. อัตราดอกเบี้ย กลาวคือขึ้นกับเจาของสวนจะสามารถยืดอายุรอบ
ื
ตัดฟนออกไปอีกไดนานแคไหน หรือจําเปนตองตัดฟนไปใชประโยชนเพ่อ
ลดตนทุนคาใชจาย
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 35
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
2. อัตราการเติบโตของตนไม หากสวนปาที่ใชสายพันธุที่ดี ผานการ
ั
คัดเลือก หรือการปรับปรุงพันธุมาแลว ก็จะทําใหรอบตัดฟนส้นลงได อาจเหลือเพียง
15 ป ที่ความโต 80-90 เซนติเมตร จากที่สวนปาของรัฐและปาธรรมชาติใชรอบ
ตัดฟน 60 ป ที่ความโต ประมาณ 120 เซนติเมตร
3. สวนปาบางแหง อาจพบปญหาการลักลอบเขามาตัดฟนสัก อาจตอง
ั
ื
ลดรอบตดฟนลงเพ่อปองกันมิใหไมหมดสวนปากอน อาจลดรอบตัดฟนเหลือ 30 ป
ในประเทศไทยในอดีตการปลูกสรางสวนปาและการจัดการสวนปาสัก
ู
ิ
ี
ุ
ขององคการอตสาหกรรมปาไม ใชวธการปลกดวยเหงาและกาหนดอายรอบหมนเวยน
ุ
ํ
ุ
ี
ของไมที่ปลูกเปนสวนปาไว 60 ป ตามที่กรมปาไมไดดําเนินการมากอน (อํานวย,
2535) และตอมาไดปรับเปลี่ยนเปนรอบหมุนเวียน 30 ป
36 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
การประมาณปริมาตรไม
ี
ู
ู
เพ่อการวิเคราะหขอมลของไมท่มีอย เพอใชในการตดสินใจในการ
ื
ื
ั
่
จัดการไดอยางถูกตอง การสํารวจหาปริมาตรไมทําได 2 แบบ คือ แบบวัดหมด
ทุกตน ซ่งส้นเปลืองเวลาและงบประมาณ แตก็ไดความแมนยําของขอมูล หรือแบบ
ิ
ึ
สุมตัวอยาง ซึ่งนิยมวัดเพียง 10-20 เปอรเซ็นตของพื้นที่ก็นับวาเพียงพอแลว โดย
ั
ื
ี
ี
ั
ี
ื
เลือกพ้นท่ท่เห็นวาเปนตัวแทนของพ้นท่สวนปาท้งหมด ทําการวัดไมบริเวณน้น วิธ ี
ที่งายที่สุด คือ การวางแปลงตัวอยางถาวร ขนาดแปลงละ 40x40 เมตร จํานวน
ึ
้
ํ
ั
ู
ั
่
ี
กแปลงขนอยกบขนาดของสวนใหญมากนอยแคไหน โดยทาการวดขนาด
เสนรอบวงท่ความสูงเพียงอก (ความสูงจากระดับดิน 1.30 เมตร) และความสูงของ
ี
ั
เรือนยอดท้งหมด จดบันทึกเปนรายปแลวนําไปคํานวณหาอัตราการเติบโตและ
ั
ปริมาตรไม จัดทําขอมูลควบคูกับคาใชจายของสวนต้งแตปแรกจนถึงรอบตัดฟน
ุ
ื
่
ปสดทาย เพอจะใหสามารถเปรียบเทียบตนทุนกับปริมาตรของเน้อไมท่งอกเงย
ี
ื
ข้นมาในรอบปท่ผานๆ ไป ตลอดจนทราบตนทนและผลผลิตในรอบตดฟนสดทาย
ุ
ั
ึ
ุ
ี
ํ
ู
่
ี
ี
ิ
ั
ไดอยางถูกตองอีกดวย ขอมูลท่ควรวัด ไดแก การวดความสงททาเปนสนคาได
่
ํ
ื
ี
การสํารวจเปอรเซ็นตการรอดตาย การรังวัดจัดทําแผนท่สวนปาก็มีความจาเปนเพอ
ใชในการวางแผนที่รอบคอบ ถูกตอง และใชเปนขอมูลในการตัดสินใจที่จะทําให
เกิดประโยชนสูงสุดตอการจัดการสวนปา
กรมปาไม โดยโครงการความรวมมือดานการวิจัยระหวางกรมปาไมและ
Japan International Research Center for Agricultural Sciences (JIRCAS)
ไดจัดทําตารางผลผลิตของสวนปาสักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โครงการ
ึ
ความรวมมือดานการวิจัยระหวางกรมปาไมและ JIRCAS, 2554) ซ่งแสดงผลผลิตของ
สักในสวนปาท่จําแนกตามระยะปลูกหรือความหนาแนนเม่อเร่มปลูก พรอมคําแนะนํา
ี
ื
ิ
ในการใชสําหรับเกษตรกรเพ่อนําไปประเมินผลผลิตหรือปริมาตรสักในสวนปา
ื
ไดดวยตนเองอีกดวย อยางไรก็ตามควรมีการศึกษาวิจัยเพ่อจัดทําตารางผลผลิต
ื
เชนเดียวกันนี้สําหรับการปลูกสรางสวนปาสักในภาคอื่นๆ เพิ่มเติม
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 37
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การสืบพันธุโดยการแตกหนอ
ี
ื
เน่องจากสักเปนไมท่แตกหนอไดดีมาก หลังจากท่ไดตัดฟนสักออกจาก
ี
พ้นท่แลว หากไมตองการท่จะเตรียมพ้นท่และดําเนินการปลูกใหม สักสามารถ
ี
ี
ี
ื
ื
ี
จัดการใหมีการสืบพันธุโดยการแตกหนอจากตอท่เหลือได โดยสักสามารถ
แตกหนอใหมได 100 เปอรเซ็นต (บุญวงศ และคณะ, 2535) และหนอสวนใหญ
มีการเติบโตท่เร็วมาก หากเลือกตนท่แข็งแรงไวหนอเดียว ก็จะเติบโตเปนสักรุนท่ 2
ี
ี
ี
ไดเปนอยางดีและมีการเติบโตท่เร็วมาก ยังเปลาตรงดีงามอีกดวย การตัดสัก
ี
ใหแตกหนอใหมตองตัดหมดใหตอสูงจากพื้นดินไมเกิน 60 เซนติเมตร และตนสัก
ี
ี
ท่ใชระบบการตัดฟนแบบน้ควรมีเสนผานศูนยกลางเพียงอกประมาณ 30 เซนติเมตร
หรืออายุประมาณ 20 ป หากตองการใหมีการแตกหนอควรตัดฟนเสร็จเรียบรอย
ิ
ี
ี
กอนเร่มฤดูฝน การตัดใหแตกหนอในขณะท่อากาศรอนจัดควรหลีกเล่ยงเพราะจะทํา
ื
ใหเย่อเจริญ (Cambium) ของตอแหงตายได และภายหลังการตัดฟนจะตอง
ื
ปองกันไฟปาใหไดผลอยางจริงจังดวย เพ่อใหการแตกหนอและการเติบโตของ
หนอมีประสิทธิภาพ (บุญวงศ และคณะ, 2535)
การศึกษาการแตกหนอของสักในสวนรวมพันธุ (Clone bank) สักท ่ ี
จังหวัดอุทัยธานี ของ Thueksathit (2006) พบวาสายพันธุ (Clone) สัก 5 อันดับ
แรกที่มีศักยภาพในการแตกหนอดีที่สุด ตามลําดับ จากทั้งหมด 71 สายพันธุ คือ
สายพันธุ V100 ที่มาจากแมไมในอําเภอเดนชัย จังหวัดแพร สายพันธุ V34 จาก
แมไมในอําเภองาวและอําเภอแมหวด จังหวัดลําปาง สายพันธุ V126 จากแมไม
ในอําเภอลอง จังหวัดแพร สายพันธุ V49 จากแมไมในจังหวัดยะลา และสายพันธุ
V118 จากแมไมในอําเภอลอง จังหวัดแพร โดยขนาดของตอไมมีความสัมพันธกับ
ศักยภาพของการแตกหนอของแตละสายตน สวนในเร่องการเติบโตของหนอสัก
ื
พบวา ความโตที่ระดับโคนตน (D0) ความโตที่ระดับความสูงเพียงอก (DBH) และ
ความสูง (H) เฉล่ย เม่ออายุ 1 ป เทากับ 6.40 เซนติเมตร 4.60 เซนติเมตร และ 5.33
ี
ื
เมตร ตามลําดับ และเมื่อทําการเปรียบเทียบระหวางตนที่เกิดจากการแตกหนอ
38 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ี
และกลาท่เกิดจากการปกชํา (Ramet) ในสายตนเดียวกันพบวา มีคาความสูง
แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (P<0.01) แมวาในพืชหลายชนิดการจัดการแบบ
ั
ื
ึ
ึ
ใหแตกหนอจะมีผลดีในเร่องการทําใหรอบตัดฟนส้นข้นหรือไดผลผลิตเร็วมากข้น
ื
ก็ตาม แตจากการศึกษาในสักพบวาเม่อมีอายุมากข้นคาความแตกตางในการ
ึ
ี
เติบโตระหวางตนท่เกิดจากการแตกหนอและจากกลาท่ไดจากการปกชํามีคาลดลง
ี
ื
ในการศึกษาของ Thaiutsa et al. (2001) เร่องความสามารถ
ในการแตกหนอของสักอายุ 17 ป หลังการตัดขยายระยะในสวนปาทองผาภูม ิ
จังหวัดกาญจนบุรี ขององคการอุตสาหกรรมปาไม พบวาวิธีการตัดขยายระยะไมสงผล
ื
ตอความหนาแนนของสักแตสงผลตอคาความโตและความสูงของหนอ เม่อหนอสัก
มีอายุ 1 ป ในแปลงทดลองที่มีการตัดหมดความโตและความสูงของหนอสักจะมี
คาสูงท่สุด รองลงมา ไดแก วิธีการตัดขยายระยะแบบ 2:2 Mechanical thinning
ี
1:1 Mechanical thinning และ Low thinning ตามลําดับ อยางไรก็ตาม
ี
การตัดขยายระยะแบบ 2:2 Mechanical thinning เปนวิธีการท่ควรนํามาใชหาก
ี
ในพ้นท่ดังกลาวไมสามารถใชวิธีการตัดหมดได สักท่แตกหนอจากตอหลังการตัดไม
ื
ี
ื
ออกจากพ้นท่ท้งหมด (Clear cutting) จะมีการเติบโตดีกวาสักท่แตกหนอจากตอ
ี
ี
ั
หลังการตัดขยายระยะ และสักที่ปลูกขึ้นใหม (Himmapan and Noda, 2012)
การจัดการใหมีการสืบพันธุโดยการแตกหนอของสักน้นจะชวยลดคาใชจาย
ั
ในเร่องการเตรียมพ้นท่ การปลูก การใสปุยและการกําจัดวัชพืชในระยะแรก รวมท้ง ั
ื
ื
ี
คากลาไม โดยหากในสวนปาสักท่ปลูกดวยระยะปลูก 4x4 เมตร การจัดการใหสัก
ี
แตกหนอจะสามารถลดคาใชจายในปแรก จาก 3,960 บาทตอไร ซึ่งเปนคาใชจาย
มาตรฐานขององคการอุตสาหกรรมปาไม เหลือเพียง 1,933 บาทตอไร และลดลง
เหลือเพียง 1,758 บาทตอไร ถาสักสามารถแตกหนอได 50 เปอรเซ็นต และ
ื
70 เปอรเซ็นต ตามลําดับ (วรพรรณ, 2551) ในเร่องความสามารถในการแตกหนอ
ั
และการจัดการน้น กรมปาไมกําลังทําการศึกษาภายใตโครงการความรวมมือดาน
การวิจัยระหวางกรมปาไมและ JIRCAS เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมตอไป
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 39
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
เอกสารอางอิง
กฤษฎา จันทรทองศรี. 2549. ผลของการตัดขยายระยะตอการเจริญเติบโตและ
ผลผลิตของสวนปาสักในโครงการสงเสริมปลูกไมเศรษฐกิจ อําเภอตากฟา
จังหวัดนครสวรรค. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
กรุงเทพมหานคร.
โครงการความรวมมือดานการวิจัยระหวางกรมปาไมและ JIRCAS. 2554. ตาราง
ผลผลิตของสวนปาไมสักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. หางหุนสวนจํากัด
ฟนนี่ พับบลิซซิ่ง. กรุงเทพมหานคร.
ิ
จรัญ สะวิคามน. 2542. การปลกสรางสวนปาสกในประเทศไทย. สํานักงานปาไมเขต
ั
ู
ลําปาง กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
เจริญ การกสิขวิธี ชุบ เข็มนาค สนิท อักษรแกว ปรีชา ธรรมานนท พงษศักด์ สหุนาฬ ุ
ิ
สุรีย ภูมิภมร และ วิสุทธิ์ สุวรรณภินันท. 2522. การปลูกสวนพืชปา.
ภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
กรุงเทพมหานคร.
ฉวีวรรณ หุตะเจริญ. 2534. แนวคิดในการจัดการมอดปาเจาะตนสักในวิธีปลูก
แบบผสม ใน การประชุมวิชาการปาไมประจําป 2534. กรมปาไม.
กรุงเทพมหานคร.
ิ
ึ
้
ั
ุ
ุ
ฉวีวรรณ หตะเจริญ และ สภโชต องวิจารณปญญา. 2538. แมลงศตร ู
ตนสัก. สวนปลูกปาภาคเอกชน สํานักสงเสริมการปลูกปา กรมปาไม,
กรุงเทพมหานคร.
40 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
ิ
ถวิล กุศลกุล และเทพประสิทธ์ ณ นคร. 2540. การเจริญเติบโตของสักในระยะปลูก
่
ตางกน (ออนไลน). แหลงทมา http://www.dnp.go.th/research/
ี
ั
silviculture/teak-spacing.htm. 23 สิงหาคม 2555.
ทศพร วัชรางกูร และ ชิงชัย วิริยะบัญชา. 2545. การตัดสางขยายระยะและ
การแตกหนอของสวนปาสัก I. การเจริญเติบโตของสวนปาสักในชวง
ระยะเวลา 3 ป ภายหลังการตัดขยายระยะ. น. 83-102. ใน รายงาน
การประชุมวิชาการปาไม ประจําป 2545. “ศักยภาพของปาไมตอ
ิ
การฟนฟเศรษฐกจไทย” กรมปาไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
ู
กรุงเทพมหานคร. ISBN : 974-9623-11-8.
เทียม คมกฤส วัลลภ นรพัลลภ เกษม จันทรแกว ชุมพล งามผองใส และนิพนธ
ั
ต้งธรรม. 2512. อิทธิพลของไฟปาตอการสูญเสียดินและน้าท่ปาแมหวด
ํ
ี
อําเภองาวจังหวัดลําปาง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. ใน รายงาน
วนศาสตรวิจัย เลมท่ 6. อางโดย บุญวงศ ไทยอุตสาห สุนันทา ขจรศรีชล
ี
และสิรินทร ติยานนท. 2535. งานวิจัยดานการปลูกสรางสวนสัก. ใน
สัมมนา 50 ป สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชินี
ระหวางวันที่ 5-8 สิงหาคม 2535 ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลําปาง.
กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
ี
บุญวงศ ไทยอุตสาห และ วสันต เกตุปราณีต. 2529. ขอสังเกตเก่ยวกับอาย ุ
เสนผานศูนย
ั
ั
กลางเพยงอกและความหนาแนนของสกในสวนสักหวยทาก จงหวัดลําปาง.
ี
ี
บันทึกวิจัย ฉบับท่ 20. คณะวนศาสตร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
กรุงเทพมหานคร.
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 41
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
บุญวงศ ไทยอุตสาห สุนันทา ขจรศรีชล และสิรินทร ติยานนท. 2535. งานวิจัยดาน
ู
การปลกสรางสวนสัก. ใน สัมมนา 50 ป สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรต ิ
60 พรรษามหาราชินี ระหวางวันท่ 5-8 สิงหาคม 2535 ณ โรงแรมเวียงทอง
ี
จังหวัดลําปาง. กรมปาไม. กรงเทพมหานคร.
ุ
ิ
มณฑี โพธ์ทัย. 2528. การปลูกสรางสวนปา. สวนปลูกสรางปาไม ฝายทําไม
ภาคตะวันตกและภาคใต องคการอุตสาหกรรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
มนันยา เตยะธิติ และโชติรัตน วิมุกตะลพ. 2535. การศึกษาความเปนไปได
ของการปลูกสักเชิงเศรษฐกิจโดยเกษตรกร. น. 324. ใน การสัมมนา
50 ป สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี. กรมปาไม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ. กรุงเทพมหานคร.
วรพรรณ หิมพานต. 2551. การเจริญเติบโตของสักแตกหนอ. กรมปาไม.
กรุงเทพมหานคร.
วิเชียร สุมันตกุล. 2540. การทดลองระยะปลูกสัก. เอกสารงานวิจัย พ.ศ.2540.
สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
สนิท อักษรแกว ชุบ เข็มนาค และทวี แกวละเอียด. 2515. การศึกษาอินทรีย
วัตถุในสวนสัก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. ใน รายงานวนศาสตรวิจัย
ี
เลมท่ 23. อางโดย บุญวงศ ไทยอุตสาห สุนันทา ขจรศรีชล และ
สิรินทร ติยานนท. 2535. งานวิจัยดานการปลูกสรางสวนสัก. ใน สัมมนา
50 ป สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชินี ระหวาง
ี
วันท่ 5-8 สิงหาคม 2535 ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลําปาง. กรมปาไม.
กรุงเทพมหานคร.
สมยศ กิจคา. 2538. กลยุทธใหมในการปลูกสรางปาไมเขตรอน. สวนวนวัฒนวิจัย
สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
42 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
สมยศ กิจคา. 2539. การปลูกปานอกฤดูฝนของภาคเอกชนในประเทศไทย.
อนุสารไมอัดบางนา เลมที่ 2 ปที่ 25 ฉบับที่ 139 มีนาคม-เมษายน
2539. กรุงเทพมหานคร.
สมยศ กิจคา. 2540. กลยุทธการขยายพันธุไมปา. สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการ
ปาไม กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
สุรชัย ชลดํารงคกุล และพรทิพย ผลวิชา. 2535. อิทธิพลของการปลูกสักผสม
ยูคาลิปตัสตอการระบาดของมอดปาเจาะตนสัก. ใน สัมมนา 50 ป
สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี 5-8 สิงหาคม
2535. ลําปาง
สุรพัฒน รัตรโกเศศ. 2511. การทดลองเพาะเมล็ดสักในคณะวนศาสตร.
มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร ป 2503-2510. ใน รายงานการสัมมนา
ทางวนวัฒนวิทยา ครั้งที่ 1. กรมปาไม. น. 120-139. อางโดย บุญวงศ
ไทยอุตสาห สุนันทา ขจรศรีชล และสิรินทร ติยานนท. 2535.
งานวิจัยดานการปลูกสรางสวนสัก. ใน สัมมนา 50 ป สวนสักหวยทาก
เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชินี ระหวางวันท่ 5-8 สิงหาคม
ี
2535 ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลําปาง. กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
สุริยัน มูลสาร. 2537. ปลูกสักทองอายุ 15 ป แลวขายไดจริงหรือ. อนุสารไมอัด
บางนา 23 (130): 4-17
องคการอุตสาหกรรมปาไม. 2548. คูมือการปลูกสรางสวนปาสัก (ออนไลน).
่
ี
แหลงทมา http://www.fioln.org/manuals/teak_manual.swf.
27 สิงหาคม 2555
อภิชาติ ขาวสะอาด และกมลวัฒน วิเศษศิริ. 2523. อิทธิพลของความลึก
ในการหวานเมล็ดตอการงอกและการผลิตกลาสัก. วนสาร ฉบับที่ 38 :
138-145.
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 43
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
ื
อรุณี ภูสุดแสวง. 2548. ความรูและขอแนะนําเพ่อการตัดสินใจปลูกสวนปาสัก
เชิงเศรษฐกิจ. กลุมเศรษฐกิจปาไม สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม
กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
ุ
ู
ั
ู
ิ
ั
ั
ิ
ํ
ี
อรณ ภสดแสวง. 2553. การปลกและจดการสกเชงเศรษฐกจ สาหรบเกษตรกรและ
ุ
ภาคเอกชน. กลุมงานเศรษฐกิจปาไม สํานักวจัยและพัฒนาการปาไม
ิ
กรมปาไม. กรุงเทพมหานคร.
อํานวย คอวนิช. 2535. อดีต ปจจุบัน และอนาคตของสักในประเทศไทย.
คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. น. 1-14 ใน สัมมนา 50 ป
ี
สวนสักหวยทาก เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี วันท่ 5-8
สิงหาคม 2535 ณ โรงแรมเวียงทอง จังหวัดลําปาง. กรมปาไม.
กรุงเทพมหานคร.
Anon. 1993. Teak in Indonesia. In “Teak In Asia” Technical Document
GCP/RAS/I34/ASB, FORSPA Publication 4. FAO-RAPA. 35-40 pp.
Banik, R.L. 1993. Teak in Bangladesh. In “Teak In Asia” Technical
Document GCP/RAS/I34/ASB, FORSPA Publication 4. FAO-RAPA.
1-10 pp.
Bryndum, K. 1966. The germination of teak. Nat. His.Bull. Siam Soc. Vol.21 :
75-86.
Gyi, K.K. 1993. Teak in Myanmar. In “Teak In Asia” Technical Document
GCP/RAS/I34/ASB. FORSPA Publication 4. FAO-RAPA. 51-62 pp.
H
44 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก
immapan, W. and I. Noda. 2012. A preliminary result of coppicing
trails in teak plantations in Kanchanaburi. Thailand. 13-18
pp. In Approach to Sustainable Forestry of Indigenous Tree
Species in Northeast Thaniland. JIRCAS Working Report No. 74.
Edited by I.Noda, T.Vacharangkura and W.Himmapan. Japan
Internatiional Research Center for Agricultural Sciednces.
Tsukuba Ibaraki. Japan. ISSN 1341-710X
Kaosa-ard, A. 1981. Teak Its natural distribution and related factors.
Nat. His. Bull. Siam. Soc. 29;55-74
Kaosa-ard, A. 1986. Teak (Tectona grandis Linn. f.). Nursery Techniques:
with special reference to Thailand. Danida Forest Seed Center
Seed Leaflet No.4-A. November 1986. 21 p.
Kaosa-ard, A. 1995. Management of Teak Plantations : Overview of
problems in teak plantation establishment. Teak for future.
In Proceedings of the Second Regional Seminar on Teak. 29
May-3 June 1995. TEAKNET Publication : No.1, RAP Publication
1998/5. 49-59 pp.
Keogh, R.M. 1987. The care and management of teak plantations. A
practical guide for foresters in the Caribbean. Central America.
Venezuela and Colombia. Universidad Nacional de Costa Rica
and Gorta. cited by Apichart Kaosa-ard. 1995. Management of
Teak Plantations : Overview of problems in teak plantation
establishment. Teak for future. In Proceedings of the Second
Regional Seminar on Teak. 29 May-3 June 1995. TEAKNET
Publication : No.1, RAP Publication 1998/5. 49-59 pp.
กรมปาไม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 45
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การปลูกและ
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
การจัดการสวนปาสัก
Maddugoda, 1993. Teak in Sri Lanka. In Teak in Asia (edited by
H.Wood). FORSPA publication 4, GCP/RAS/I34/ASB. Bangkok.
Thailand. cited by Apichart Kaosa-ard. 1995. Management of
Teak Plantations : Overview of problems in teak plantation
establishment. Teak for future. In Proceedings of the Second
Regional Seminar on Teak. 29 May-3 June 1995. TEAKNET
Publication : No.1, RAP Publication 1998/5. 49-59 pp.
Nyland, R.D. 1996. Silviculture : Concepts and Applications. The McGraw-
Hill Companies. INC. Singapore.
Noda, I. W.Himmapan N.Furuya and A.Pusudsavang. 2012. Profitability
of combined farm management with teak plantations in
Northeast Thailand. 82-89 pp. In Approach to Sustainable
Forestry of Indigenous Tree Species in Northeast Thailand.
JIRCAS Working Report No. 74. Edited by I.Noda, T.Vacharangkura
and W.Himmapan. Japan Internatiional Research Center for
Agricultural Sciednces, Tsukuba, Ibaraki. Japan. ISSN 1341-
710X
RAP/Teaknet. 1998. Teak for future. In Proceedings of the Second
Regional Seminar on Teak. 29 May-3 June 1995. TEAKNET
Publication : No.1. RAP Publication 1998/5. 49-59 pp.
Suangtho, V. 1980. Factors controlling teak (Tectona grandis) seed
germination and their importance to Thailand. M.Sc. Thesis.
Australian National University. Canberra. Australia.
46 การปลูกและการจัดการสวนปาสัก