1
ั
การจัดการเมล็ดพนธุไมปา
(Forest Tree Seed Management)
ํ
ํ
คานา (Introduction)
ํ
ั
ี
ึ
่
็
ั
เมลดไมเปนวัสดุพันธกรรมพืนฐานเพือการปลกปาทมความสาคญ ซงปจจุบนความตองการเมลด
่
ู
่
็
ี
ุ
้
ู
ั
ี
ั
้
ึ
็
ุ
้
พันธมมากขนทงในภาครฐและเอกชน การจัดหาเมลดไมพันธดีโดยถกตองตามหลกวิชาการจึงมความ
ั
ี
ุ
็
่
่
่
จําเปนเพือใหไดเมลดไมทมีคุณภาพเพือการปลูกปาหรือการฟนฟูปาไดอยางมีคุณภาพ โดยทัวไปแลว
่
ี
ื
ํ
็
ิ
ั
ึ
ุ
ุ
็
ประชาชนไมคอยคานึงถงคณภาพเมลดไมมากนก มกจะคดวาเมลดจากทกแหลงมคณภาพเหมอนกันโดย
ุ
ี
ั
ี
่
็
่
ุ
ุ
ั
ขาดความเขาในเรองของพนธกรรมและสรรวิทยาของเมลด เนืองจากการปลกปาตองใชทน แรงงาน และ
ื
ู
่
ื
่
ู
่
ิ
่
ี
่
ื
ี
เวลาทยาวนานกวาพืชเกษตรอยางอนกวาจะเก็บเกียวผลผลิตได การเรมตนทดีและถกตองโดยการเลอกใช
่
ี
็
่
ี
ี
ี
ู
่
เมลดเพือการเตรยมกลาไมทมคณภาพดี มความเหมาะสมกับพืนทปลก (Site matching) จึงเปนสงจําเปนเพือ
้
่
ิ
่
ุ
ี
ทาใหการบํารงรกษาเปนไปไดงาย ตนไมมการเจรญเตบโตทดี มความตานทานตอสภาพธรรมชาติและโรค
ี
ิ
ิ
ี
่
ี
ุ
ํ
ั
ุ
่
ี
ี
่
ิ
ิ
ุ
ี
แมลง และในทสดก็จะทาใหไดผลผลตทมคณภาพและคุมคากับการลงทน การสงเสรมใหประชาชนใน
ํ
ุ
่
ู
่
ี
ี
็
่
ํ
ี
ี
ี
ี
ุ
ี
่
ทองถนไดมสวนรวมในการจัดหาเมลดไมทมคณภาพดีโดยมเจาหนาททมความรคอยใหคาแนะนําในการ
ิ
ู
ดําเนินการอยางถกวิธีนันจะชวยเสริมสรางความเขาใจ ความรูสึกรักตนไมและประโยชนของแหลงสําหรับ
้
็
ํ
่
เก็บเมล็ดไม ทาใหเกิดความหวงแหนและชวยปองกันรกษาแหลงเมลดไมชนิดตาง ๆ เพือการใชประโยชน
ั
ตอไปในอนาคต ทงยังชวยปองกันรกษาปาไดอกทางหนึง
่
ั
ั
้
ี
เอกสารฉบบนีจัดทาขนเพือใชเปนแนวทางในการดําเนินการจัดการเมล็ดพันธุไมปาของกรมปาไม
้
ั
ึ
ํ
้
่
ั
้
ุ
ั
โดยทกรมปาไมเปนหนวยงานหลกในการจัดหาเมลดพันธไมโดยเฉพาะเมลดพันธทมคณภาพดี ทงนีเพือให
่
้
็
็
ุ
ุ
่
ี
่
ี
ี
ุ
ี
มแหลงเมลดไม แหลงพันธกรรม และมเมลดไวใชในวัตถประสงคตาง ๆ อยางเพียงพอโดยไมขาดแคลน
็
็
ี
ุ
ั
ความจาเปนของการจดการเมล็ดพนธุไมปา (Importance of forest tree seed management)
ั
ํ
ี
ํ
่
ี
ี
ู
ั
่
ี
ิ
ี
่
็
่
ุ
เมลดไมเปนสงทสาคญมากทสดสงแรกและมมลคาถกทสดในการเตรยมกลาไม แตมกจะถก
ุ
ั
ิ
่
ู
ู
ั
มองขามไป ในปจจุบนถงแมจะมความกาวหนาในเทคโนโลยีดานการขยายพนธพืช โดยเฉพาะการ
ี
ึ
ั
ุ
ั
้
ุ
่
ื
ํ
่
ขยายพันธโดยไมอาศยเพศ เชน การปกชา (Cuttings) หรอ การเพาะเลียงเนือเยือ (Tissue culture) ซึงนิยมใช
้
ุ
ี
ี
่
่
ุ
กันมากในไมหลายชนิดเพือการปลกปาเศรษฐกิจ ซงควรจะเปนสายพันธทมคณภาพดีเทานัน แตก็ยังม ี
ู
ึ
่
้
่
ั
ุ
ขอจํากัดในการผลตกลาไมและการนําไปใชอยูหลายประการ สาหรบเมลดไมทผานการปรบปรงพันธหรือ
ุ
ี
ั
ํ
ิ
็
็
ี
จากแหลงเมลดทดีไดรบการพิสจนแลววาสามารถใชเพือการปลกปาเศรษฐกิจไดเปนอยางดี การเตรยมกลา
ั
ู
่
ู
ี
่
ี
ไมเพือการปลกปาโดยใชเมลดนันมขอไดเปรยบโดยสามารถกําหนดแผนการดําเนินการในแตละปได
ี
้
ู
็
่
็
็
่
็
ั
เนืองจากเราสามารถเกบรกษาเมลดไม (Seed storage) ใหเมลดคงสภาพความงอกไวใชโดยไมขาดแคลน
้
็
ู
็
็
ดังนันการจัดการเมลดไมอยางถกตองตามหลกวิชาการทําใหสามารถจัดหาเมลดไมในแตละปและเกบไวใช
ั
็
ิ
ุ
่
็
ในปตอ ๆ ไปได เนืองจากเมลดไมหลายชนิดไมไดผลตเมลดดกทกป หรอการสกแกของเมลดไมไมตรงกับ
ุ
็
ื
2
็
่
ู
ํ
ั
ชวงฤดกาลเพาะชากลาไม การเก็บรกษาเมลดไมไวใชในยามตองการเพือการเพาะชําจึงชวยประหยัด
ื
ื
งบประมาณไดมากกวาการดูแลกลาไมเปนเวลาแรมเดอน หรอขามป อกประการหนึงการขยายพันธโดย
ุ
่
ี
็
่
่
ี
ํ
่
ี
่
เมลดก็เปนวิธการทีใชงบประมาณตาทสดและสามารถเตรยมกลาไมไดมากเทาทตองการโดยมีขอจํากัดนอย
ี
ี
ุ
ี
กวาวิธการอน
่
ื
ี
ู
่
ี
ั
้
็
การจัดการเมลดไมเปนขบวนการทตองมการวางแผนโดยใชความรในดานตาง ๆ ทงทางดาน
ั
ั
้
ุ
ั
ู
ี
ุ
็
้
ชววิทยา การปรบปรงพันธ และวิทยาการเมลดไม รวมทงการจัดการอยางถกตองเหมาะสม นับตงแตการ
็
จัดหาเมลด การพัฒนาแหลงเมล็ด การทดสอบคุณภาพเมล็ด การเก็บรักษาเมล็ด และการควบคุมปริมาณ
ู
ี
่
ี
็
ํ
็
็
เมลดในสตอก การจัดการเมลดไมแตละชนิดอยางถกวิธทาใหไดเมลดไมทมคณภาพและมความหลากหลาย
ี
็
ุ
ี
่
ั
ื
่
่
ี
ุ
ิ
ุ
ั
ทางพนธกรรม ซงความหลากหลายทางพนธกรรมเปนเรองจําเปนเพือความอยูรอดของพืชพันธทตองเผชญ
่
ุ
ึ
่
ั
กับธรรมชาต รวมท้งผลพวงจากการกระทําของมนุษยทีทําใหสภาพธรรมชาติขาดความสมดล ความรุนแรง
ุ
ิ
ู
ของสภาพธรรมชาติ และโรคแมลงทําลายตนไมไดลกลาม ทาใหพืชพรรณทไมสามารถทนสภาพทถก
ี
่
่
ุ
ี
ํ
ั
ื
ื
ุ
้
คกคามได ตองสญหายไป ซงความหลากหลายทางพันธกรรมของพชจะชวยยับยังไวได โดยมการคดเลอก
ุ
ี
ึ
ู
่
ี
ิ
่
่
ี
กันเองตามธรรมชาต (Natural selection) ตนทมพันธุกรรมทีปรับตัวเขากับสภาพธรรมชาติไดก็จะอยูรอด
ึ
่
ู
ิ
ั
่
ตอไป การปลกปาโดยใชเมลดจึงชวยคงความหลากหลายซงเปนสงจําเปนของสงคมปาในอนาคต และเปน
็
ี
ี
ู
ิ
่
ั
ขอไดเปรยบการปลกปาแบบใชสายตน (Clonal forestry) ซงตองอาศยการจัดการเมลดไมทมประสทธภาพ
ึ
่
ี
์
็
ิ
ู
เพือใหการดําเนินการปลกปาบรรลุผล
่
ั
การจดหาเมลดไม (Seed procurement)
็
ี
่
ี
ุ
ํ
่
็
เมลดไมทนําไปใชในการเพาะชากลาไมเพือการปลูกปาควรเปนเมลดทมคณภาพผานการจัดหา
่
ี
็
ุ
ั
ุ
(Seed procurement) มาอยางถกตองตามหลกวิชาการ โดยตองมคณภาพทงในดานพันธกรรม (Genetic)
ี
ู
้
ั
ั
ุ
ุ
คณภาพทางสรรวิทยา (Physiology) คณภาพทางกายภาพ (Physical) รวมทงสขภาพของเมลด (Health)
ุ
้
ี
็
ิ
ี
่
่
่
่
1. คุณภาพทางพนธกรรม เปนสงแรกทตองพิจารณา การคัดเลือกแหลงและแมไมทีเก็บเมล็ดทีดี
ุ
ั
่
จะมผลตอกลาไมและตนไมทปลก โดยเฉพาะสายพันธทดีทผานการทดสอบมาแลวจะเปนแหลงทดีทสด
ี
ุ
ี
่
ี
ี
่
ุ
่
ี
่
ี
ู
็
ื
ู
แตถายังไมมขอมลหรอยังไมมการสรางแหลงเมลด ก็ควรเลอกใชแหลงธรรมชาติทีอยูในทองทีเดียวกับ
ี
่
ื
่
ี
ู
ึ
ี
่
พืนทปลกจะเปนการปลอดภัยทสดในแงของการปรบตวเขากับพืนทปลกซงหมายถงการอยูรอดของตนไมท ่ ี
ู
ี
ั
่
้
้
ุ
ี
่
ึ
่
ั
ื
ํ
ุ
ื
็
ุ
ปลก การคดเลอกแมไมเพือการเก็บเมลด (Seed tree) ควรคานึงถงวัตถประสงคหรอผลผลตสดทายท ี ่
ู
ึ
่
ิ
ั
้
่
่
่
ตองการ เชน ในดานปาไมนันการปลูกปาโดยทัวไปเพือการใชไมในรูปแบบตาง ๆ เพือการกอสราง หรือ
่
ู
็
ึ
็
้
ํ
ั
่
ี
ี
สงประดิษฐ ดังนันลกษณะของแมไมเพือการเกบเมลดจึงควรมลาตนทเปลาตรง มความสง ซงสามารถให
่
ี
ิ
่
้
ี
่
ผลผลตเนือไมไดตรงตามทตองการ เปนตน ขอสําคัญอีกประการหนึงของการเก็บเมล็ดไม คือจํานวนแมไม
ิ
่
็
็
่
ํ
ี
ื
และการกระจายของแมไมททาการเก็บเมลด ไมควรเก็บเมลดไมจากแมไมเพียงตนเดียว หรอเก็บหลายตน
่
ั
ี
้
ี
่
ี
แตอยูใกลเคยงกัน ทงนีเพือหลกเลยงการผสมกันเองภายในตน (Inbreeding) หรอ ตนทเปนเครือญาติกัน ซึง
่
่
ื
ี
้
3
่
ั
่
ํ
ี
ี
ํ
ั
่
ู
จะมผลทาใหมลกษณะพนธกรรมทตา หรอเสอมลง ไมเหมาะสาหรบการนําไปใชปลกปาโดยเฉพาะใน
ื
ํ
ี
ุ
ื
ั
ี
่
้
พืนทใหญ
ิ
ั
ี
วธการเกบเมลดไมเพือใหมคุณภาพทางพนธกรรม
็
็
ี
ุ
่
่
ุ
ี
่
ี
็
ี
ี
ั
่
ี
ื
ิ
ี
• หลกเลยงการเก็บเมลดทมสายพนธใกลชดกัน หรอเก็บเมล็ดจากประชากรทมการผสม
ี
ุ
ุ
ั
พันธกันแตเฉพาะในกลม (Inbreed) เนืองจากมลกษณะทางพันธกรรมแคบ
่
ุ
ี
• หลกเลยงการเก็บเมลดในพนท หรอปทมผลผลตดอกนอย เพราะจะเสยงตอการผสม
่
ี
่
็
ิ
ี
ี
่
ื
ื
้
ี
่
ี
ตวเอง (Self pollination)
ั
็
ุ
้
ึ
่
่
ื
ี
ี
• หลกเลยงการเก็บเมลดจากแมไมทขนอยูโดดเดียว (Isolated tree) หรอจากกลมประชากร
่
ี
ั
ุ
็
ขนาดเลก เพือไมใหเกิดการผสมพันธในสายพนธเดียวกัน (Inbreed)
ุ
่
• หลกเลยงการเก็บเมลดตนฤดูหรอปลายฤดู เนืองจากมโอกาสในการผสมพันธในตวเอง
ั
ี
็
ี
่
ื
ุ
่
ี
ู
ั
็
ื
หรอผสมพันธในสายพนธเดียวกันไดสง นอกจากนีเมลดทเก็บในชวงปลายฤดูมกถก
ั
้
ุ
่
ุ
ู
ี
ํ
ู
ทาลายดวยโรค-แมลงสง
็
• เก็บเมลดไมจากแมไมอยางนอย 15 ตน และแมไมแตละตนควรหางกันไมนอยกวา 100
ี
่
่
ั
็
ี
เมตร เพือใหไดเมลดทมความหลากหลายทางสายพนธ ุ
ุ
่
• ในกรณีแหลงเมลดทเปนชนิดพันธไมทนํามาจากตางประเทศ (Exotic) เชน ไมมะฮอกกานี
ี
่
็
ี
ั
และ ไม Gliricidia ซงมลกษณะทางพนธกรรมแคบ ควรเก็บเมลดจากแมไมจํานวนไม
็
่
ี
ึ
ุ
ั
ี
ั
็
นอยกวา 25 ตน และมสดสวนของเมลดจากแตละแมไมภายในชดเมลดประมาณ 4%
็
ุ
็
ู
• เก็บเมลดไมจากตนแมทมความสมบรณแขงแรง และมลกษณะดี
ั
ี
่
ี
็
ี
่
ี
ี
ุ
ื
ู
่
2. คุณภาพทางสรรวทยา ถอไดวามคณภาพสงสดเมอมความสกแกเตมท (Physiological maturity)
ุ
ื
ี
ุ
็
ี
ิ
ี
่
ี
็
็
เมลดจะมความมชวิต มความแขงแรงซงหมายถึงการงอกและพัฒนาไปเปนกลาไมทีสมบูรณแข็งแรง มี
่
ี
ึ
ี
็
ั
้
่
ึ
ั
ั
ํ
ํ
ความสม่าเสมอในการงอกซงงายตอการจัดการ รวมทงศกยภาพในการเก็บรกษาดวย ผทาการเก็บเมลดไม
ู
ั
ี
ุ
ี
่
่
ู
แตละชนิดจึงตองรชวงเวลาและลกษณะของผลและเมลดไมทสกแกพรอมทจะเก็บได จึงตองมการสงเกต
ั
็
ี
และตดตามการพัฒนาการของผลและเมลดอยูเสมอเพือใหไดเมล็ดทีมีคุณภาพดีทีสุด
่
่
็
่
ิ
ุ
็
ื
ํ
ี
ิ
่
ื
ี
ุ
ิ
เมลดพันธเปนสงทมชวิต เมอเตบโตจนถงระยะการสกแกทางสรรวิทยาคอมการ สะสมน้าหนักแหง
่
ี
ึ
ี
ี
่
่
่
้
ิ
ุ
ในเมลดสงสด จะมความสามารถงอกเปนตนออนทสมบรณ รวมทงมความแขงแรงมากทสด จากนันก็จะเรม
ี
็
ู
ุ
่
ู
็
ี
้
ี
ี
ั
เสอมอนเปนกลไกทางธรรมชาตทไมสามารถหลกเลยง เมลดเมอสุกแกทางสรีรวิทยายอมมีคุณภาพดีทีสุด
่
่
ี
่
ี
ิ
ี
่
ั
ื
็
ื
่
้
่
ั
ุ
ในทก ๆ ดาน ทงความมชวิต (Viability) และความแขงแรง (Vigour) และมความเสอม (Deterioration) นอย
ี
ี
ี
็
ื
่
ุ
ื
ู
็
ี
่
ื
ี
่
ิ
่
ทสด แตเมอเมลดถกเก็บรวบรวมมาแลวยังไมไดนําไปเพาะ เมลดก็จะมความเสอมเพมขนเรอย ๆ ในขณะท ี ่
ึ
ื
่
้
็
4
่
่
่
็
ึ
้
ี
ึ
่
ี
ุ
็
็
ความมชวิตและความแขงแรงของเมลดลดลงไปตามเวลาทเพิมขนจนในทสดเมลดตาย ซงจะยาวนานเทาใด
ี
ี
ี
่
็
ั
่
ิ
ุ
ขนอยูกับชนิดไม คณภาพเรมตนของเมลด และสภาพการเกบรกษา (ภาพท 1)
ึ
้
็
%
100
ความมชวิตของเมลดพันธ
ี
็
ี
ุ
(Seed viability)
50 ความแขงแรงของเมลดพันธ
็
็
ุ
(Seed vigor)
่
็
ความเสอมคณภาพของเมลดพันธ
ุ
ุ
ื
(Seed deterioration)
0
็
เมลดสกแกทางสรรวทยา เวลา เมลดตาย
ิ
ี
ุ
็
ภาพท 1 การสกแกทางสรรวิทยาและคณภาพของเมลด (จวงจันทร 2521)
ุ
ี
ุ
็
่
ี
้
ั
ื
ู
็
ื
็
ี
็
3. คุณภาพทางกายภาพ คอความสมบรณของเมลด ไมมการแตกหรอหักของเมลด ถาเมลดทง
ั
ิ
ั
้
ิ
ี
่
ั
่
กองทเก็บมาแตละครง (Seed lot) ไมไดรบการปฏบตอยาระมัดระวังหรือไมถูกวิธี เมือเมล็ดเกิดความ
็
ี
ี
เสยหายโดยเฉพาะสวนของตนออนถกทาลายไป เมลดก็ไมสามารถงอกได หรอสวนของใบเลยงซงจะเปน
ู
้
ึ
่
ํ
ื
่
ี
่
ี
ู
ู
ิ
ํ
อาหารของตนออนทงอกไปเปนกลาไมถกทาลาย กลาไมทงอกออกมาก็ไมสมบรณเพียงพอทจะเจรญไป
ี
่
เปนกลาไมทีสมบูรณได และผลของการทีเมล็ดไมมีความสมบูรณดังกลาวก็จะมีผลทําใหโรค รา หรือแมลง
่
่
ี
ี
ี
่
เขาทาลายไดงาย และยังมผลใหไมสามารถเกบรกษาความมชวิตของเมลดไวเปนเวลานานได เมลดจะเสอม
ื
็
็
็
ํ
ั
ไปโดยเรว
็
้
่
ํ
ึ
ื
4. สขภาพของเมลด พิจารณาจากการปราศจากโรคและแมลง ตลอดจนเชอราตาง ๆ เขาทาลาย ซง
ุ
็
อาจมผลมาจากขบวนการปฏิบัติตอเมล็ดหลังการเก็บเกียว การเก็บเมล็ดทีมีแมลงเขาทําลายอยูกอนแลว
่
่
ี
็
็
แมลงจะมาเจรญเตบโตในภายหลงและทาลายเมลดทงหมด (Seed lot) ได การเก็บรกษาเมลดโดยทยังม ี
ํ
ิ
ี
่
ั
ั
ั
้
ิ
ํ
้
่
็
ื
ํ
ุ
ู
ึ
ื
ความชนสงก็กอใหเกิดเชอราเขาทาลายและแพรกระจาย ซงทาใหคณภาพเมลดเส่อมลง และไมสามารถ
้
ื
นําไปใชเพาะชาไดในทสด
ี
ํ
่
ุ
5
่
ปจจัยทีมีผลตอคุณภาพเมล็ด
การเก็บเมลด เหมาะสม เมล็ดคุณภาพสูง
็
ฤดกาลเกบ
็
ู
การสกแก
ุ
การปฏิบัตหลังการเก็บเกี่ยว
ิ
ภาชนะ อณหภูม ิ
ุ
การถายเทอากาศ การขนสง
ขบวนการเตรียมเมล็ด
การผึง
่
ํ
ทาความสะอาด
การเก็บรักษา
ํ
่
ุ
อณหภูม ิ เมล็ดคุณภาพตา
็
ํ
ภาชนะสาหรับเกบ ไมเหมาะสม
ภาพท 2 ปจจัยทมผลตอคณภาพทางดานสรรวิทยาและกายภาพของเมลด (Wang, ____ )
ุ
็
ี
่
ี
ี
่
ี
ี
่
ื
ํ
ั
่
5. คุณภาพทางพนธกรรมทเหมาะสมกบพืนทปลก (Genotype x Site matching) เปนเรองทสาคญ
ู
ี
่
ั
ุ
่
ี
ั
้
ุ
ั
ึ
ู
ิ
่
่
่
ทสด การทีตนไมจะอยูรอดจากลกไมไปจนถงตนไมทมขนาดตดฟนไดจะตองผานสภาพภูมอากาศในแตละ
ี
ี
ี
้
ี
่
ึ
ิ
ปซงไมมความแนนอน รวมทงภัยธรรมชาตตาง ๆ การระบาดของโรคแมลง ในขันแรกถากลาไมทีปลูกไม
้
่
ั
ิ
่
ิ
ื
สามารถปรบตวเขากับสงแวดลอมไดก็จะตายไป หรอไมก็ไมสามารถเจรญเตบโตไดดี แคระแกรน หรอไมม ี
ั
ิ
ั
ื
ความแข็งแรง รวมถงรปทรงของตนไมทโตขนดวย ซงในทสดก็จะไมไดผลผลตตามทตองการ ตามหลก
่
ี
้
ุ
ึ
ู
่
ึ
ี
ิ
่
่
ี
ั
ึ
่
่
วิชาการแลวลกษณะของตนไมทีเรามองเห็น (Phenotype) เปนผลรวมของพันธุกรรม และสิงแวดลอม
ั
้
ตนไมทมพันธกรรมดีจะสามารถปรบตวและเจรญเตบโตในพนทปลกนันๆ ไดดี ดังนันจะเห็นไดวาคณภาพ
้
ุ
ู
ื
้
ี
่
ิ
ี
่
ั
ี
ุ
ั
ิ
ํ
ุ
่
ของเมลดไมทนําไปใชเพือการเพาะชากลาไมและการปลกปาจะตองประกอบดวยคณภาพทางพันธกรรม
ี
ุ
็
่
ู
่
คณภาพทางสรีรวิทยา และความเหมาะสมกับพืนทีปลูก ถาปจจัยใดปจจัยหนึงไมดี ผลรวมของคุณภาพ
้
่
ุ
ึ
ื
้
เมลดก็ไมดี เมลดนันก็อาจถอไดวามคณภาพตาได (ภาพท 3) ในทางปฏบตนันการเลอกพันธกรรมซง
ื
่
ุ
่
ิ
ั
ิ
ุ
ี
็
่
ี
้
็
ํ
ื
ิ
่
่
ึ
ี
ื
่
ั
่
หมายถงการคดเลอกถนกําเนิด (Provenance) ทเหมาะสมเพอการนําเมล็ดไปใชเพือการปลูกจึงเปนสิงแรกที ่
่
ควรพิจารณา
“Seed of wrong provenance is considered of poor quality even though it may be of good
physical and genetic quality.”
6
คณภาพทาง
ุ
พนธุกรรม
ั
คุณภาพ
เมล็ด
คณภาพทาง เหมาะสมกับ
ุ
สรระวทยา
พนทีปลก
ี
ิ
้ ื ่ ู
ี
็
ภาพท 3 องคประกอบของเมลดคณภาพดี (Schmidt, 2004)
่
ุ
การพฒนาแหลงเมลดไม (Seed sources development)
ั
็
็
ุ
ึ
้
ู
ู
การพัฒนาแหลงเมลดไมไดถกจัดสรางขนในรปแบบตาง ๆ ตามวัตถประสงคและขอจํากัดของการ
้
ํ
ั
ุ
ุ
ํ
ั
่
ุ
จัดสราง โดยอาศยพืนฐานของการปรบปรงพันธ โดยจาแนกตามลาดับคณภาพทางพันธกรรม ซงกรมปาไม
ึ
ุ
่
ไดจําแนกไวเปน 6 ระดับ (ภาพท 4)
ี
สวนผลิตเมล็ดพันธุ
แหลงเมล็ดพิสจนถินกําเนด
ิ
่
ู
แหลงผลิตเมล็ดพันธุ
แหลงเมล็ดคัดเลือก
แหลงเมล็ดตรวจพิสจน
ู
เขตเก็บเมล็ด
ุ
้
ั
ั
็
ุ
่
ี
ภาพท 4 การจําแนกชนคณภาพทางพันธกรรมของแหลงเมลด (บณฑิต 2545)
ี
้
ี
่
่
็
ี
เขตเกบเมลด (Seed zones) เปนเขตทมพืนทกวางใหญ เปนแหลงธรรมชาติทีสามารถเคลือนยาย
็
่
่
่
ี
ั
ี
ึ
ิ
ิ
็
เมลดไปปลกภายในเขตเดียวกันได เนืองจากเปนอาณาเขตทมลกษณะภูมประเทศและภูมอากาศคลายคลง
่
ู
กัน (ภาพท 5) สาหรบแหลงเมลดตรวจพิสจน (Identified seed stand) และแหลงเมลดคัดเลอก (Selected
่
ํ
ั
ี
็
ื
ู
็
ิ
ู
ิ
้
seed stand) นันโดยปกตเปนแหลงธรรมชาต โดยแหลงเมลดตรวจพสจนเปนแหลงทไดไปตรวจสอบมาแลว
็
ิ
ี
่
ั
ื
็
ู
ุ
วากลมหมไมมลกษณะทยอมรบได และจะเกบไวเปนแหลงสารอง สวนแหลงเมลดคดเลอกนัน ไดทาการ
ํ
็
ํ
ั
ี
ั
่
ี
้
ตรวจสอบและคดเลอกไวเปนแหลงสาหรบเก็บเมลดและไดทาการปรบปรงและพัฒนาโดยการหมายอาณา
ั
็
ํ
ั
ั
ุ
ํ
ื
7
่
ั
ํ
ิ
็
เขตและ ทาปายแสดงไว อยางไรก็ดีแหลงเมลดไมในปาธรรมชาตโดยทวไปจะอยูหางไกลยากแกการดูแล
รกษา อาจถกบกรกทาลาย หรอถกตดโคนไปได
ู
ุ
ื
ํ
ู
ั
ุ
ั
ศูนยเมล็ดไมภาค (Seed Mgmt. Centre - FSC)
1 ศูนยเมล็ดไมเสรม (Seed Support Centre - SSC)
ิ
NW 2 3
4a 5
4b 10a 11 13
7 10c
NE
W C 8 10b 12 14
6 9 15
16
19 17
18
23
Seed mgmt. Zones Seed exchange Zones Ecological Zones
เขตสิงแวดลอม
เขตแลกเปลียนเมล็ด
่
่
เขตจัดการ
ภาคเหนอ
ภาคตะวนออกเฉยงเหนอ I ) Northwest 1, 2, 4a, 10c
II ) West 4b, 6, 19
ื
III) North 3, 5, 10a
ื
ี
ั
20 S ภาคกลาง IV) Northeast 10b, 11,12, 13,14
V) East 15, 16, 17
ภาคใต (S)
VI) Central 7, 8, 9
21 23 VII) South 18, 20, 21, 22
VIII) Coast 18, 20, 21, 22, 23
23
22
ิ
็
ั
ภาพท 5 เขตเมลดไม (Seed zones) จําแนกโดยลกษณะภูมประเทศและภูมอากาศ (บณฑิต 2545)
ี
ั
ิ
่
่
ํ
แหลงผลตเมลดพันธ (Seed production area) แหลงเมลดพิสจนถนกาเนิด (Provenance seed stand)
ุ
ิ
ิ
็
็
ู
ิ
่
้
ุ
และสวนผลตเมลดพันธ (Seed orchard) เปนแหลงทีไดจัดสรางขึนมา มีการคัดเลือกและการทดสอบ โดย
็
ิ
ิ
ถอวาเปนแหลงเมลดทดีกวาแหลงธรรมชาต แหลงผลตเมลดพันธเปนการสรางขนมาคลายสวนปา แตไดม ี
็
้
ื
ึ
ี
็
่
ุ
่
่
ี
่
ี
ู
ั
ื
ั
การคดเลอกกลาไมทดีมาปลก หรอการคดเลอกจากสวนปาทรูประวัติและตนไมมีลักษณะดีเปนทียอมรับ
ื
ื
ื
่
็
ิ
ึ
ู
้
ิ
ู
ํ
่
็
้
หรอไดเคยนาไปปลกแลวเห็นวาดี สวนแหลงเมลดพิสจนถนกําเนิดนันสรางขนจากการนําเมลดจากถน
ิ
่
้
ู
ั
ี
กําเนิด (Provenance) ทไดทดสอบมาแลววาเหมาะสาหรบทองถนนัน ๆ มาปลกและจัดการใหเปนแหลง
ํ
่
่
็
เมลดเพือการเก็บเมลดตอไป
็
ี
สวนผลตเมลดพันธนันถอวาเปนแหลงทมคณภาพดีทสด โดยการคัดเลอกแมไมมาจากทตาง ๆ มา
่
ี
ี
ื
ี
่
็
ุ
ุ
ื
้
ุ
่
ิ
่
่
้
ู
ี
ี
ั
ึ
ุ
่
ู
ี
ปลกในพืนทเดียวกัน มการวางแผนการปลกเพือใหมการผสมพันธกันอยางทวถง และยังมีการทดสอบสาย
8
่
ุ
ิ
ุ
่
ื
ั
้
ุ
พันธเพือการคดเลอกแมไมเพือการสรางสวนผลตรนตอ ๆ ไปอก สวนผลตเมลดพันธนันมการสรางได 2 วิธ ี
ี
็
ิ
ี
ุ
ึ
่
ี
คอ การสรางจากสายตน (Clone) ซงเรยกวา Clonal seed orchard และการสรางจากสายพันธ (Family) โดย
ื
ใชเมลดจากแมไมแตละตน ซงรยกวา Seedling seed orchard
่
ึ
็
ี
่
ี
ื
่
ี
ุ
ี
่
การเลอกใชเมลดควรเลอกจากแหลงทดีทสดทมอยู ถาผลผลิตเมล็ดไมมีไมเพียงพอจึงพิจารณา
ื
็
ี
่
ี
ํ
ื
ี
เลอกใชเมลดไมจากแหลงทมลาดับคณภาพของแหลงรองลงไป อยางไรก็ดีการเลอกใชเมลดจาก
ื
ุ
็
็
ํ
ั
้
็
่
ู
็
ี
ุ
ุ
แหลงกําเนิดทไมถกตองอาจถกพิจารณาวาเปนเมลดคณภาพตา ถงแมวาจะเปนเมลดทมคณภาพดีทงทางดาน
ี
่
่
ู
ี
ึ
ั
กายภาพ และพนธกรรม
ุ
ี
แหลงเมลดไมทควรหลกเลยง
ี
่
ี
่
็
่
ี
ึ
่
ู
่
ี
่
ั
็
็
ี
1. แหลงเมลดไมจากสวนปาทไมทราบประวตทมา ซงเมลดไมทใชปลกสวนปาอาจมาจากแม
ิ
ุ
ั
ู
ไมเดียวกันหรอเปนหมไมในสายพนธเดียวกัน (Family or Related families)
ื
ุ
่
ี
ั
2. แหลงเมลดไมจากสวนปาทมาจาก Clone (กลาไมทไดจากการขยายพันธโดยไมอาศยเพศ
ี
็
่
้
่
้
่
จากตนแมเดียวกัน เชน การปกชํา หรือ การเพาะเลียงเนือเยือ) เพียง 1 หรือ 2 Clones ซึงทําใหเกิดการผสม
ุ
ั
ุ
พันธในสายพนธเดียวกัน (Inbreeding)
ื
่
ี
็
3. แหลงเมลดไมจากตนแมทอยูโดดเดียวหรอเพียง 2-3 ตน
่
ุ
ั
ผลของการผสมพันธของแมไมในสายพนธเดียวกน
ุ
ั
ํ
ี
่
ุ
ิ
ุ
่
ึ
ุ
1. คณภาพทางพันธกรรมมแนวโนมตาลง ซงมผลตอสขภาพและผลผลตของตนไม
ี
่
2. ฐานพันธกรรมแคบ (Narrow genetic base) ทําใหเสียงตอการทําลายของโรคและแมลง
ุ
ื
ุ
ี
่
หรอความทนทานตอธรรมชาตทรนแรงไมเหมาะสม (Adverse )
ิ
ิ
3. การเกิดความผดปกตทางพันธกรรม เชน กลาไมเกิดความผดปกต (Abnormal)
ิ
ิ
ุ
ิ
ธนาคารเมล็ดไม (Seed bank)
ี
่
็
ุ
ั
ธนาคารเมลดไมเปนแหลงสาหรบเก็บรวบรวมเมลดไมทไดจัดหามาไวใชเพือวัตถประสงคตาง ๆ
่
ํ
็
ึ
ู
็
็
ั
ึ
็
ั
โดยเนนถงการเกบรกษาความมชวิตของเมลด และการใหบรการ ซงเมลดไมแตละชนิดจะตองถกเก็บรกษา
ี
่
ี
ิ
่
ํ
ี
ไวในสภาวะทเหมาะสมจนกวาจะนาไปใชเพือการเตรยมกลาไม เปนการดําเนินการอยางถาวร และจัดการ
ี
่
่
ึ
ั
่
ิ
ิ
ั
สาหรบภูมภาคถงระดบประเทศมากกวาเพือทองถน
ํ
็
ี
ี
ํ
่
็
ื
ี
การจัดการธนาคารเมลดไมมการดาเนินการอยางเปนระบบเพอใหมเมลดไมไวใชอยางเพยงพอและ
่
ุ
ุ
็
ี
ตอเนืองโดยไมขาดแคลน โดยตองมการเก็บรกษาเมลด การควบคมคณภาพของเมลดและการทดสอบ การ
็
ั
ควบคมปรมาณเมลดไมในสต็อก และการเก็บรวบรวมขอมูลเมล็ดไมเพือการนําไปใชประโยชนไดอยาง
ุ
่
ิ
็
ุ
ึ
ํ
่
เหมาะสม ซงตองนําระบบคอมพิวเตอรเขามาควบคมและอานวยความสะดวกในการดาเนินการ
ํ
9
ํ
็
ี
บทบาทของธนาคารเมลดนอกจากการจัดการใหมเมลดไวใชแลว ยังตองทาหนาทการใหบรการ
ิ
็
่
ี
ั
ิ
้
ู
ั
นับตงแตการสงเสรม ใหขอมลทางวิชาการ การแนะนําดานการจัดเก็บเมลด การเก็บรกษาและการใชเมลด
็
็
็
ตลอดจนการฝกอบรมดานการจัดการเมลดไมอกดวย (Mortlock, 1999)
ี
็
หนวยงานทดําเนินการธนาคารเมลด-ของกรมปาไม
่
ี
1) กลุมงานวนวัฒนวิจัย กรมปาไม กรุงเทพฯ
2) ศนยวนวัฒนวิจัยภาคเหนือ อาเภอเมอง จังหวัดเชยงใหม
ื
ู
ํ
ี
ุ
3) ศนยเมลดพันธไมภาคเหนือ อาเภองาว จังหวัดลาปาง
็
ํ
ู
ํ
ุ
4) ศนยเมลดพันธไมภาคกลาง อาเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบร ี
็
ํ
ู
ุ
ู
็
ุ
5) ศนยเมลดพันธไมภาคตะวันออกเฉยงเหนือ อาเภอบานแฮด จังหวัดขอนแกน
ี
ํ
ู
ํ
็
ุ
6) ศนยเมลดพันธไมภาคใต อาเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา
1. การทดสอบคุณภาพ (Seed quality test)
่
เมลดไมหลงจากไดทไดรบมาจากหนวยเก็บซงผานขบวนการเตรียมเมลด (Seed processing)
ั
ึ
ั
่
็
ี
็
็
มาแลว จะตองทาการทดสอบคณภาพเมลดในดานตาง ๆ คอ ขนาดของเมลด น้าหนักของเมลด ความ
ุ
ํ
็
ื
็
ํ
ุ
์
ิ
ิ
้
็
บรสทธของเมลด ความชื้นของเมล็ด และอัตราการงอกของเมล็ด โดยเฉพาะความชืนและการงอกของ
่
ุ
เมลดจะตองมการทดสอบเปนระยะ เนืองจากความชนมผลตอโดยตรงตอคณภาพทางสรีรวิทยาและสขภาพ
ื
้
็
ี
ุ
ี
ี
ี
่
็
็
่
ของเมลด เมลดไมทจะนําไปใชในการเพาะชาเพือการเตรยมกลาไมจะตองเปนเมลดทมชวิต ในการทดสอบ
ํ
็
ี
ี
่
ี
ี
่
ึ
็
้
เมลดไมนันโดยทวไปแลวจะใชวิธการทดสอบการงอกซงดําเนินการตามกฎสากลของ ISTA (International
่
ั
ี
่
ั
่
Seed Testing Association) ซงเปนกฎทยอมรบและใชกันโดยทวไป
ั
่
ึ
็
นอกจากการทดสอบโดยการเพาะเมลดโดยตรงแลวยังมีวิธีการทดสอบความมีชีวิตของเมล็ด
ื
็
่
ี
ี
โดยวิธอนอกไดหลายวิธ แตวิธการทีเรยกวา Quick test ทนิยมใช คอ การเอกซเรย (X-ray) การยอมสเมลด
ี
ี
ื
ี
่
ี
ี
่
็
ี
ดวยสารเคมีเตตระโซเลยม (Tetrazolium test) และการแชเมลดใหงอกในไฮโดรเจนเปอรออกไซด (H O –
2 2
็
ี
ั
็
ึ
ิ
่
ี
test) ซงวิธการเหลานีสามารถทดสอบและรูผลไดอยางรวดเรว เมลดไมแตละชนดจะมความเหมาะสมกบ
่
ั
ู
วิธการทดสอบแตกตางกันไป และผทาการทดสอบจะตองเปนผมความรและมประสบการณในการปฏบต ิ
ู
ิ
ี
ู
ี
ี
ํ
็
2. การเกบรกษาเมลด (Seed storage)
็
ั
็
เมลดไมสวนใหญจะสกแกและสามารถเก็บ (Collection) ไดในชวงฤดูรอน และนาไปใชโดยเรว
็
ํ
ุ
ทสดในฤดูการเตรยมกลาไมทจะถง สาหรับเมล็ดไมบางชนิดการสุกแกลาชาออกไปไมสามารถเพาะชําได
ี
ุ
ี
ี
ึ
่
่
ํ
็
้
็
ั
ั
ั
ุ
ุ
ิ
ทนในปนันก็จะตองเก็บรกษาเมลดไวใชในปถดไป พันธไมบางชนิดไมใหผลผลตเมลดดกทกป (Good seed
ี
ั
year) ก็มความจําเปนทจะตองเก็บรกษาเมลดไวใชในปทขาดแคลน เมลดไมแตละชนิดมความสามารถใน
็
็
่
ี
ี
ี
่
ั
การเก็บรกษาไดยาวนานแตกตางกันไป โดยธรรมชาติของเมล็ดแลวความมีอายุยืน (Natural longevity) ถูก
่
ุ
ึ
ั
ุ
ควบคมโดยลกษณะทางพันธกรรม ซง Ewart (1908) ไดแบงออกเปน
10
ี
่
1) เมลดทมชวงชวิตสน (Microbiotic seeds) มชวิตอยูไดไมเกิน 3 ป
ี
้
ั
ี
็
ี
ี
ี
่
ี
2) เมลดทมชวงชวิตยาวปานกลาง (Mesobiotic seeds) มชวิตอยูไดระหวาง 3 ถง 15 ป
ี
็
ี
ึ
ี
3) เมลดทมชวงชวิตยืนยาว (Macrobiotic seeds) มชวิตอยูไดนานมากกวา 15 ปขนไป ถง
ี
ี
ี
ึ
ี
้
ึ
็
ี
่
มากกวา 100 ป
ี
นอกจากลกษณะทางพนธกรรมทควบคมความมีชีวิตของเมล็ดไมแลวเมล็ดไมยังสามารถ
ั
่
ุ
ุ
ั
ั
่
ั
จําแนกโดยใชลกษณะทางสรรวิทยาทสนองตอสภาพแวดลอมในการเก็บรกษาซงไดแก ความชืน และ
้
ึ
ี
่
ี
ิ
ิ
็
ี
ั
ี
ี
่
ึ
็
ิ
ุ
อณหภูมในการเก็บรกษา และมอทธพลตอความมชวิตของเมลด ซง Robert (1973) ไดจําแนกเมลดออกตาม
ุ
ปจจัยดังกลาวออกเปน 2 กลม คอ
ื
็
็
่
ุ
่
ี
กลมแรก เมลด Orthodox เปนเมลดทสามารถลดความชนภายในเมลดลงตาไดถง 5% และ
็
ื
้
ึ
ํ
ี
็
่
ี
ุ
็
่
สามารถเก็บรกษาเมลดในทีอณหภูมตาไดเปนเวลานาน เปรยบเทยบไดกับเมลดทมชวงชวิตปานกลางและ
ิ
ั
ี
ี
ํ
ี
่
็
ุ
เมลดทมชวงยืนยาวนันเอง เมลดกลมนีสวนใหญเปนเมลดทมเปลอกแข็งทําใหการเปลียนแปลงความชืนใน
่
ี
้
้
ี
่
ี
็
ื
่
็
่
ี
่
ื
็
็
ี
เมลดมนอย เชน เมลดไมในตระกล Acacia Cassia และ Leucaena และเมลดบางชนิดทเปลอกไมแขงนัก
็
็
ี
ู
็
ู
เชน เมลดไมตระกลสน และ Salix
็
ี
่
่
้
็
ื
ํ
ี
ุ
็
่
กลมท 2 เมลด Recalcitrant เปนเมลดทไมสามารถลดความชนภายในเมลดใหลดตาลงได โดย
้
ื
ิ
ปกตตองมความช้นประมาณ 20-50% โดยน้าหนัก และไมสามารถเก็บรักษาไวไดนาน เมล็ดกลุมนีคือเมล็ด
ี
ํ
ุ
็
้
้
ี
ี
่
ั
ทมชวงชวิตสน เมลดในปาเขตรอนสวนใหญจัดอยูในกลมนี เชน เมลดไมวงศยาง
ี
็
ุ
่
นอกจากเมลดทงสองกลมดังกลาวแลว Ellis et al. (1990) ไดจัดเมลดอกกลมหนึงซงมลกษณะ
ุ
ี
ี
้
็
่
็
ึ
ั
ั
้
คาบเกียวกันระหวางกลุมเมล็ด Orthodox และ Recalcitrant เปน เมล็ด Intermediate เมล็ดในกลุมนีสามารถ
่
ํ
่
้
็
็
ั
ี
ลดความชนภายในเมลดไดตาสดเทากับเมลด Orthodox แตไมสามารถเกบรกษาเมลดในอณหภูมตาเทาทเก็บ
่
็
ุ
ํ
่
ิ
ุ
็
ื
ี
รกษาเมลด Orthodox ได เชน เมลดไมมะฮอกกานี (Swietenia macrophylla) (ตารางท 1)
่
็
ั
็
ี
ี
ั
ั
ุ
็
็
ตารางท 1 ขอจํากัดในการเก็บรกษาเมลดไมแยกกลมโดยลกษณะทางสรรวิทยาของเมลด
่
ุ
ระดับความชืน ระดับอณหภูมใน
ิ
้
กลมเมลด
ุ
็
ั
ภายในเมลด การเกบรกษา
็
็
ํ
Orthodox ตา ตา
่
่
ํ
Intermediate ตา สง
ํ
่
ู
ู
ู
Recalcitrant สง สง
ั
ื
่
ี
ี
ํ
ั
่
ในการเก็บรกษาเมลดไมโดยทวไปแลวมปจจัยสาคญทมผลตอความมชวิตของเมลด คอ
ี
ี
ั
ี
็
็
1) พันธกรรม (Genetic)
ุ
็
2) ขบวนการจัดเก็บเมลด (Seed processing)
ิ
ี
ี
3) ความมชวิตเรมตน (Viability)
่
11
็
4) ความชนของเมลด (Seed moisture content)
้
ื
5) ภาชนะในการเก็บรกษาเมลด (Container)
็
ั
ุ
ั
็
6) อณหภูมในการเกบรกษา (Temperature)
ิ
7) ปจจัยอน ๆ เชน แสง และ โรคแมลงทมากับเมลด
็
่
ี
่
ื
ี
ิ
็
ั
2.1 วธการเกบรกษาเมลด
็
ุ
การเก็บรกษาเมลดไมควรเลอกวิธการทีเหมาะสม และประหยัด เมลดพันธไมหลายชนิด
ี
ื
ั
็
่
็
ิ
้
ุ
สามารถเกบรกษาไดในอณหภูมหองโดยไมจําเปนตองเก็บในหองเย็นใหสินเปลืองคาใชจาย เชน เมล็ดไมใน
็
ั
็
ี
้
็
ตระกล Leguminosae Eucalyptus Tilia และเมลดไมเนือแขงอกหลายชนิด แตการเก็บรกษาเมลดไมทก
ู
ุ
็
ั
ุ
่
้
ี
ชนิดไวเปนระยะเวลายาวนาน เชนการอนุรกษพันธ ตองเก็บไวในทอณหภูมตาเทานัน
ํ
่
ุ
ั
ิ
ั
่
็
ั
ี
ี
2.1.1 ภาชนะในการเก็บรกษา (Storage container) ภาชนะทใชในการเก็บรกษาเมลดมผล
้
ตอความมีชวิตของเมลด โดยมีบทบาทในการควบคุมการแลกเปลียนอากาศและความชืนของบรรยากาศ
่
็
ี
ั
ํ
้
ภายในและภายนอกภาชนะ นอกจากนียังมประโยชนในการแยกเมลดออกเปนสวนๆ สาหรบการเก็บรกษา
ั
ี
็
ี
้
ั
สะดวกในการขนยาย การจัดเรยงในหองเก็บ รวมทงปองกันอนตรายจากสตวและแมลง ภาชนะในการเก็บ
ั
ั
ั
ี
็
ิ
ี
่
ั
รกษาเมลดมอยูมากมายหลายอยาง สามารถจําแนกตามคณสมบตของวัสดุทใชได 3 ประเภท (Willan, 1984)
ุ
ดังนี ้
่
ี
ื
้
่
1) ภาชนะททาจากวัสดุทยอมใหความชนและอากาศผานได (Materials freely
ี
ํ
ื
ุ
ื
ุ
ี
่
ํ
permeable to moisture and gas) ไดแก ถงผา กระสอบ หรอถงททาจากกระดาษหรอไฟเบอรบอรด เหมาะ
็
ั
็
ั
ี
่
ํ
สาหรบการเก็บเมลดพวก recalcitrant และเมลดพวก Orthodox ทตองการเก็บไวเปนระยะเวลาสนๆ
้
ี
้
2) ภาชนะททาจากวัสดุทไมยอมใหความชนและอากาศผานได (Materials compleatly
่
ื
ี
ํ
่
่
impermeable to moisture and gas) ไดแก กระปองอะลูมิเนียม ขวดแกว ถังโลหะ และภาชนะทีทําดวยโลหะ
่
ี
ํ
้
ั
อยางอน เหมาะสาหรบการเก็บรกษาเมลดทตองการควบคมความชืนใหตา เชนเมลดพวก orthodox ทลด
ื
็
่
่
ํ
ี
ั
็
่
ุ
ํ
่
ื
้
ความชนลงตา
ื
้
่
ํ
ู
ี
3) ภาชนะททาจากวัสดุทไมสามารถปองกันความชนไดอยางสมบรณ (Materials
่
ี
ี
่
resistant, but not completely impermeable to moisture) ไดแก ภาชนะททําดวยพลาสติก อลูมิเนียมฟลอยด
ั
ั
ึ
้
ซงเปนภาชนะทสามารถปองกันการซมผานของความชืนไดในชวงเวลาไมนานนก จากนนความชนจะ
่
ึ
ื
้
่
้
ี
สามารถซึมเขาไปไดทละนอย เหมาะสาหรบการเกบรกษาเมลดพวก orthodox ไวเปนระยะเวลาสนหรอ
็
ั
ี
ื
็
้
ั
ํ
ั
้
ปานกลางเทานัน
ี
ี
ั
่
่
ั
ํ
็
การจัดสภาพทเหมาะสมสาหรบการเก็บเมลดโดยทวไปตองมลักษณะ คือ สามารถลด
่
ุ
็
ขบวนการ Metabolism ในเมลดได ปลอดภัยจากโรค-แมลง และชะลอความเสอมของเมลดไดมากทีสด
็
ื
่
(ตารางท 2)
ี
่
12
ตารางท 2 สภาพการเก็บรกษาเมลดไม
็
ั
ี
่
ุ
้
ระยะเวลาการ ความชืน อณหภูม ิ
ชนิดไม ชนิดของภาชนะ
ั
เกบรกษา (ป) (%) (°C)
็
ิ
True orthodox < 5 6 - 10 0 - 5 ภาชนะปดสนท
ิ
> 5 6 - 10 -18 ภาชนะปดสนท
ิ
Sub orthodox < 5 6 - 10 0 - 5 ภาชนะปดสนท
> 5 6 - 10 -18 ภาชนะปดสนท
ิ
Temperate recalcitrant < 3 30 - 45 -1 to -3 4 mil ถุงพลาสตก, ไมปด
ิ
ิ
Tropical recalcitrant >1 30 - 45 12 - 20 4 mil ถุงพลาสตก, ไมปด
้
่
ี
ิ
ิ
(mil = 1/1000 นว = 0.025 มิลลเมตร) ทมา : Bonner et al. (1994)
2.1.2 สภาวะการเก็บรกษาเมลดไม
ั
็
็
ั
ุ
้
ิ
ั
การเก็บรกษาเมลดไมนันแตกตางกันไปตามชนด ลกษณะนิสย คณภาพ และความ
ั
่
ื
ั
ยาวนานในการเก็บรกษา โดยทัวไปแบงออกไดเปน 2 ลกษณะ คอ การเก็บรกษาในสภาพแหง และเก็บ
ั
ั
้
รกษาในสภาพชน
ื
ั
ั
ั
็
ํ
1) การเกบรกษาสภาพแหง เหมาะสาหรบการเก็บรกษาเมลดไวเปนระยะเวลายาวนาน
ั
็
่
การเก็บเมลดแบบนีใชกับเมลดทผานการผงใหแหง เมลดมความชนตา แบงออกได 3 วิธ ี
้
ี
ึ
่
ี
็
ื
ํ
็
่
้
็
้
็
ั
ุ
1.1) การเก็บรกษาในสภาพแหง ไมมการควบคมอณหภูมและความชน เมลดจะ
ื
ิ
ุ
ี
เก็บเปนกอง หรอบรรจุกลอง กระสอบ เก็บรกษาไวในหอง (Ambient temperature) ทมอากาศถายเทไดดี
ื
ี
ี
ั
่
ี
่
่
ี
้
วิธการนีเปนทนิยมใชกันมากในประเทศเขตรอน เนืองจากงายและเสียคาใชจายนอย แตจะเก็บรักษาเมล็ดได
็
ั
้
่
ี
ี
ั
็
ในระยะเวลาสนๆ เหมาะกบเมลดทมเปลอกแขง เชน เมลดไมในตระกล Leguminosae หลายชนิด สามารถ
ื
็
ู
ั
ั
รกษาไดนานถง 10 ป ไมสกสามารถเก็บรกษาไดนานกวา 1 ป
ั
ึ
ั
ี
็
่
1.2) การเก็บรกษาในสภาพแหงในภาชนะทปดสนิท เก็บเมลดในภาชนะทปด
่
ี
้
้
้
สนิทจะชวยรักษาความชืนใหคงที ในบางครังอาจใสสารดูดความชืน เชน Silica gel ไวเพือดูดความชืนที ่
้
่
่
ู
ั
เมลดคายออกมาจากการหายใจ การเก็บรกษาไวในหองทมอณหภูมไมสงเกินไป และมการเปลยนแปลงของ
่
็
ี
ี
ี
ุ
ิ
่
ี
อณหภูมนอย เหมาะกบไมสนบางชนิด สเสยดแกน มะมวงหิมพานต กวาว
ั
ุ
ิ
ี
ี
ุ
ิ
ั
ุ
1.3) การเก็บรกษาในสภาพแหงในภาชนะทปดสนิทและควบคมอณหภูม เก็บ
ี
่
ิ
็
่
ุ
่
ึ
ิ
็
ํ
เมลดไวในอณหภูมตา ซงจะชวยลดขบวนการ metabolism ภายในเมลด และกจกรรมของโรค-แมลง
ุ
ิ
ี
่
ํ
ั
ิ
ั
ั
อณหภูมสาหรบเก็บรกษาแตกตางกันไปตามชนดของไม เชน ในไมสนสามใบทเก็บรกษาไวในภาชนะปด
่
ิ
สนิท ภายในบรรจุ Silica gel เก็บไวทอณหภูมตากวา 0 °C เล็กนอย ยังใหการงอกสูงถึง 69% เมือเก็บรักษา
ํ
่
่
ี
ุ
ไวนาน 2 ป (Byndum, 1972)
13
่
ั
2) การเกบรกษาในสภาพชืน เหมาะสาหรบเมลดทตองการความชนในระหวางการ
็
็
ั
ี
ื
้
้
ํ
ี
็
ู
ื
้
ื
ั
เก็บรกษาสง เชน เมลดไมพวก recalcitrant การเก็บรกษาในสภาพชนแบงออกเปน 2 วิธ คอ
ั
ุ
ุ
ั
ิ
็
ื
้
ี
2.1) การเก็บรกษาเมลดในสภาพชนโดยไมมการควบคมอณหภูม เก็บโดยการวาง
ื
้
ุ
ี
่
้
็
ี
ี
ํ
กอง หรอใสบอตนๆ ทมการระบายนาดี การถายเทของอากาศดี และคลมเมลดดวยวัสดุท่มีความสามารถใน
ื
การอมความชน เชน ใบไม ทราย ขเลอย ในบางประเทศเก็บรกษาในสภาพน้าไหล โดยเก็บเมลดในถงตา
ื
้
่
ุ
็
ํ
ั
ี
ื
้
ุ
ั
ึ
ํ
็
ั
ขายภายใตน้าไหลและอากาศถายเทไดดี เชนในไมตะเคยนทอง สามารถเกบรกษาไดนานถง 3 สปดาห การ
ี
ี
่
ุ
็
ี
ี
ู
็
ํ
เก็บเมลดไมเลยนในถงพลาสติกในสภาพหองทาใหเมลดสญเสยความมชวิตภายใน 1 เดือน ในขณะทีเมล็ด
ี
่
ทเก็บรกษาไวทอณหภูม 12 °C มีชีวิตอยูถึง 4 เดือน (บัณฑิต, 2526)
ี
ุ
ั
ี
่
่
ิ
ุ
ุ
ั
็
2.2) การเก็บรกษาเมลดในสภาพชนและควบคมอณหภูม การเก็บรกษาวิธนีจะ
้
ี
้
ิ
ื
ั
ิ
ุ
่
ุ
็
ื
ํ
้
ุ
ื
ุ
้
ี
ุ
ี
่
ควบคมอณหภูมใหตา และควบคมความชนโดยการคลมเมลดดวยวัสดุทมความสามารถในการอมความชน
ั
ี
็
่
อาจตองใหความชนเปนระยะๆ เมลดไม Recalcitrant บางชนิดทเก็บรกษาดวยวิธนี้ ทีอุณหภูมิ 5 °C สามารถ
้
ื
ี
่
ี
ี
ึ
มชวิตอยูไดนานถง 2 ป
้
ี
่
นอกจากนียังมวิธเก็บเมลดโดยวิธอนๆ อก เชน การเก็บเมลดในไนโตรเจนเหลว
ี
็
็
ื
ี
ี
็
็
ู
ิ
(Cryopreservation) หรอกาซอนๆ เชน คารบอนไดออกไซด การเก็บเมลดในสญญากาศ การเคลอบผวเมลด
ื
ื
่
ื
่
ี
ี
ี
่
่
ู
ื
ื
้
้
ดวย Wax Paraffin หรอ Latex เพือปองกันการสญเสยความชน แตวิธการเหลานีไมเปนทนิยม เนืองจาก ทํา
ี
ู
ไดยาก และเสยคาใชจายสง
็
ั
ั
ิ
ขอควรปฏบติในการเกบรกษาเมลด
็
็
ั
ํ
่
ิ
่
่
ุ
ึ
ี
็
• เก็บเมลดในระดบอณหภูมตาทสดซงไมเปนอนตรายตอเมลด
ั
ุ
• เก็บเมลดในระดับความชืนตาทสดซงไมเปนอนตรายตอเมลด โดยเมล็ด Orthodox ลด
้
่
็
็
่
ํ
ึ
ุ
ั
ี
่
ความชนไดตาสดถง 5-10% เมลด Recalcitrant ลดความชนตาสดได 60-70% สาหรบเมลด
ุ
ึ
้
ื
ั
ํ
ุ
ื
้
ํ
่
ํ
่
็
็
้
ึ
Intermediate ลดความชนไดถง 12-14%
ื
• ปองกันและกําจัดโรค-แมลงกอนการเก็บรกษาเมลดและในระหวางการเก็บรกษา
ั
ั
็
• เก็บรกษาเมลดในทมด
ั
็
่
ื
ี
ื
• เก็บเมลดไม Orthodox และ Intermediate ในสภาพความชนตา ในภาชนะทปดสนิท
้
ํ
่
็
่
ี
่
ี
ุ
ํ
ี
ี
ื
็
่
ู
• ภาชนะทเก็บเมลด Orthodox ควรใหมอากาศอยูนอยทสด โดยทาใหเปนสญญากาศ หรอ
เตมกาซคารบอนไดออกไซดไปแทนทออกซเจน
ิ
ี
่
ิ
ี
่
้
• ภาชนะทปดไมสนิท อาจเก็บเมลดไวในสารดูดความชืน เชน Silica gel, CaO และถาน
็
็
็
ั
สามารถเกบรกษาเมลดไดยาวนาน
ี
่
• การเก็บรกษาเมลดไม Recalcitrant ตองใชภาชนะททาดวยวัสดุทมการแลกเปลยนอากาศได
็
ี
่
ี
ํ
่
ั
ี
็
็
ุ
เชน ถงผา ปองกันไมใหเมลดแหง และปองกันการงอกของเมลด
็
ี
่
็
• เมลดไมทใชในปรมาณนอยควรแบงจัดเก็บในภาชนะขนาดเลกเพือสะดวกในการใชเมลด
่
็
ิ
14
็
2.2 ระยะเวลาการเก็บรกษาเมลดไม
ั
้
ึ
ุ
การเก็บรกษาเมลดไมจะยาวนานเทาใดขนอยูกับวัตถประสงคและชนิดไมเปนสาคญ ใน
็
ั
ั
ํ
่
ี
ึ
ํ
ั
็
็
การเตรยมกลาไมโดยปกตแลวจะเก็บเมลดมาแลวเพาะชาโดยเรวทสดในฤดูกาลถดไป ซงการเก็บรกษาใน
ิ
ั
ุ
ี
่
ระยะเวลา 2 – 3 ป ถอเปนภาวะปกต แตโดยทวไประยะเวลาการเกบรกษาเมลดไดถูกแบงออกเปน 3 ระยะ
ื
ิ
ั
ั
่
็
็
คอ
ื
็
ั
ั
ั
้
็
1) การเก็บรกษาเมลดระยะสน (Short term) ไมเกิน 5 ป เมลดสวนใหญจะเก็บรกษาไว
ั
ึ
ประมาณ 2 – 3 ป แตก็อาจเก็บรกษาไวถง 5 ป
2) การเก็บรกษาเมลดระยะปานกลาง (Medium term) 5 - 25 ป เปนการเก็บรกษาเมลดทม ี
็
็
ั
่
ี
ั
ั
ุ
็
คาหายาก หรอเมลดทผานการปรบปรงพันธแลวและเปนเมลดจากแหลงทีมีคุณภาพ
่
ื
ุ
ี
่
็
็
ิ
ั
ั
3) การเก็บรกษาเมลดระยะยาว (Long term) มากกวา 25 ป โดยปกตแลวเปนการเก็บรกษา
ั
ํ
ั
สาหรบการอนุรกษพันธกรรม (Germplasm conservation)
ุ
ิ
้
ื
ั
็
่
การเก็บรกษาเมลดไมยิงยาวนานเทาไรก็สนเปลองคาใชจายมากเทานัน และในระหวางการเก็บ
้
ึ
็
็
็
ุ
่
รกษาเมลด จะตองทาการทดสอบคุณภาพของเมลดเปนระยะซงขนอยูกับชนิดเมลดพันธ เมลดพันธุทีมีอายุ
็
ึ
้
่
ั
ํ
็
ี
ี
่
ี
สนจะตองมการตรวจสอบความมชวิตในชวงเวลานับเดือน หรอ ป สาหรบเมลดไมทมอายุยาวจะทาการ
ี
้
ํ
ั
ื
ั
ี
ํ
ทดสอบในชวงเวลานานขน เชน 3 ป หรอ 5 ป เปนตน
้
ึ
ื
ิ
็
3 การใหบรการเมลดไม
ระบบการใหบรการเมลดไมของกรมปาไมแบงออกเปน การใหความอนเคราะหรายยอย
็
ุ
ิ
การสนับสนุนโครงการพิเศษ เพือการกุศลหรอสาธารณประโยชน และการจําหนายเมลดไมตามราคา
่
ื
็
่
จําหนายทกรมปาไมกําหนด
ี
1) การใหความอนุเคราะหรายยอย
็
ั
ึ
่
่
การขอความอนุเคราะหเมลดไมเพือนําไปใชเปนเมลดตวอยาง เพือการศกษา
็
ทางดานเมลดไม เพือการเพาะชากลาไมในปรมาณเลกนอย เชน การกศลสาธารณะประโยชน เอกชนราย
ุ
ํ
็
็
ิ
่
ํ
ี
่
ํ
ี
ยอยทตองการเมลดไมไปเพาะชาเองทไมมวัตถประสงคเพือการคา กําหนดอานาจการแจกจายเมลดไม
่
็
่
ุ
ี
็
่
2) การสนับสนุนเมลดเพือใชในโครงการตาง ๆ
็
ั
็
ี
้
ิ
่
การขอสนับสนุนเมลดไมเพือนําไปใชในโครงการตาง ๆ ทมปรมาณมาก ทงของ
่
ี
่
ั
็
ุ
ั
ู
ี
ภาครฐและเอกชนทไมมวัตถประสงคเพือการคา ผขอสนับสนุนเมลดไมจะตองเสนอเอกสารเปนลายลกษณ
ี
่
้
ั
้
อกษรพรอมโครงการใหอธิบดีกรมปาไมเปนผูพิจารณาอนุมัติ ทังนี จํานวนชนิดและปริมาณเมล็ดไมที ่
์
ั
ิ
ิ
ขอรบการสนับสนุน กรมปาไมขอสงวนสทธในการพิจารณาอนุมตในปรมาณทจะใหการสนับสนุน
่
ั
ิ
ิ
ี
15
็
3) การจําหนายเมลดไม
ุ
็
ู
งานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา ศนยเมลดพันธไมภาค และศนยวนวัฒนวิจัย
็
ุ
ู
ั
็
ี
ี
็
ี
่
้
ภาคทมหนาทในการจัดการเมลดไม จําหนายเมลดใหแกผตองการซือเมล็ดไม ตามบญชแสดงรายละเอยด
ี
ู
่
ี
ํ
็
่
และราคาจาหนายเมลดไมตามอัตราทีกรมปาไมกําหนด (ตารางที 3) และทีอาจจะกําหนดขึนอีกในอนาคต
่
้
่
ึ
็
่
โดยแบงประเภทของผซอเมลดออกเปนจากหนวยราชการทวไป และเอกชน ซงราคาจําหนายใหแกหนวย
ั
่
ู
้
ื
ี
่
ิ
็
่
ราชการมราคาเปนกึงหนึงของราคาจําหนายใหเอกชน เงนรายไดจากการจําหนายเมลดใหนําสงฝายการคลง
ั
่
ั
เปนรายไดแผนดิน และฝายการคลงตองเปนผออกใบเสรจรับเงินใหแกผูซือเมล็ด (ภาพที 6)
็
้
ู
16
ี
ั
ี
็
ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม
่
ี
็
ราคาจําหนายเมลด
ุ
ิ
ั
็
ํ
ลาดับ ชนดพนธไม จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)
็
็
ท ่ ี Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
1 กระถินคราสสิคารปา Acacia crassicarpa 40,000-50,000 1,100 3,300 1,650
2 กระถินณรงค Acacia auriculiformis 50,000-60,000 900 2,700 1,350
3 กระถินเทพา Acacia mangium 90,000-110,000 1,100 3,300 1,650
4 กระถินบาน Leucaena glauca 22,000 60 180 90
5 กระถินยักษ Leucaena leucocephala 19,000 60 180 90
6 กระถินเล็ปโตคาปา Acacia leptocarpa 90,000 1,000 3,000 1,500
้
7 กระพีเขาควาย Dalbergia cultrata 2,000 1,500 4,500 2,250
8 กันเกรา Fagraea fragrans 3,000,000 2,200 6,600 3,300
9 ขีเหล็กบาน Cassia siamea หรอ Senna siaman 40,000 350 1,050 525
้
ื
10 แสมสาร Senna garrettiana 29,000 600 1,800- 900
11 คูน (ราชพฤกษ) Cassia fistula 7,400 150 450 225
12 ฉนวน Dalbergia nigrescens 29,000 600 1,800 900
13 ชิงชัน Dalbergia oliveri 6,000 1,500 4,500 2,250
14 ซอ Gmelina arborea 2,400 150 450 225
15 แดง Xylia xylocarpa 3,700 1,200 3,600 1,800
16 ตะกู Anthocephalus chinensis 18,000,000 2,200 6,600 3,300
17 ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda 190,000 350 1,050 525
18 ตีนเปด (สัตบรรณ) Alstonia scholaris 598,000 2,000 6,000 3,000
19 ถอน Albizia procera 25,000 250 750 375
20 ทรงบาดาล Senna surattensis 45,000 300 900 450
21 นนทรีปา (อะราง) Peltophorum dasyrachis 29,000 900 2,700 1,350
22 ประดู (ตีปก) Pterocarpus macrocarpus 3,000 (ผล) 150 450 225
23 ประดู (เมล็ด) Pterocarpus macrocarpus 18,000 2,500 7,500 3,750
24 ปบ Millingtonia hortensis 120,000 400 1,200 600
25 ไผขาวหลาม Cephalostachum pergracile 46,000 1,000 3,000 1,500
17
่
ั
ี
ี
็
ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม (ตอ)
ี
ราคาจําหนายเมลด
็
็
ิ
็
ั
ุ
็
ํ
ลาดับ ชนดพนธไม จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)
ท ี ่ Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
26 ไผซางนวล Dendrocalamus membranaceus 22,000 1,000 3,000 1,500
27 ไผปา Bambusa bambos 87,000 1,000 3,000 1,500
28 ไผรวก Thyrsostachys siamensis 20,000 1,000 3,000 1,500
29 พระเจาหาพระองค Dracontomelon mangiferum 50 - 70 2,000 6,000 3,000
30 พฤกษ Albizia lebbeck 10,000 250 750 375
31 พะยูง Dalbergia cochinchinensis 42,000 150 4,500 2,250
32 พันชาด Erythrophleum succirubrum 3,000 400 1,200 600
33 มะกอกปา Spondias pinnata 100 50 150 75
34 มะเกลือ Diospyros mollis 7,400 800 1,600 800
35 มะขามปอม Phyllanthus emblica 50,000 700 2,100 1,050
36 มะคาแต Sindora siamensis 490 - 630 70 210 105
37 มะคาโมง Afzelia xylocarpa 110 - 200 50 150 75
38 มะยมปา Ailanthus triphysa 22,000 1,200 3,600 1,800
39 มะฮอกกานี Swietenia macrophylla 2,000 300 900 450
40 โมกมัน Wrightia tomentosa 54,000 2,000 6,000 3,000
41 ยมหอม Toona ciliata 300,000 2,500 7,500 3,750
42 ยมหิน Chukrasia velutina 120,000 1,500 4,500 2,250
43 ยูคาลิปตัส Eucalyptus citriodora 257,000** 1,000 3,000 1,500
45 ยูคาลิปตัส Eucalyptus cloeziana 40,000** 1,000 3,000 1,500
46 ยูคาลิปตัส Eucalyptus tereticornis 300,000** 1,000 3,000 1,500
47 ยูคาลิปตัส Eucalyptus urophylla 480,000** 1,200 3,600 1,800
48 ยูคาลิปตัส Eucalyptus camaldulensis 100,000** 1,200 3,600 1,800
49 เลียน Melia azedarach 1,200* 50 150 75
่
50 สนคาริเบีย Pinus caribaea 50,000 1,300 5,200 2,600
51 สนทะเล Casuarina equisetifolia 800,000 800 2,400 1,200
18
ั
ี
ี
่
ี
็
ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม (ตอ)
ราคาจําหนายเมลด
็
ิ
ํ
ลาดับ ชนดพนธไม จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)
็
็
็
ั
ุ
ท ี ่ Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
52 สนสองใบ Pinus merkusii 20,000 2,000 8,000 4,000
53 สนสามใบ Pinus kesiya 53,000 1,300 3,900 1,950
54 สนโอคาปา Pinus oocarpa 60,000 1,400 4,200 2,100
55 สมอไทย Terminalia chebula 500 500 3,600 1,800
56 สะเดา Azadirachta indica var siamensis 4,000 200 600 300
57 สัก Tectona grandis 2,000* 60 70 - 35 - 50
100
58 สาธร Millettia leucantha 3,500 600 1,800 900
59 สีเสียดแกน Acacia catechu 19,000 150 450 225
60 เสลา Lagerstroemia tomentosa 100,000 350 1,050 525
61 หลุมพอ Intsia palembanica 120 150 450 225
่
62 หางนกยูงฝรัง Delonix regia 2,000 250 750 375
ํ
63 อินทนิลน้า Lagerstroemia speciosa 200,000 350 1,050 525
ุ
หมายเหต : * จํานวนผล และ ** จํานวนกลาไม
19
ํ
การบริการและจาหนายเมล็ดไม
ั
ั
ิ
ั
ั
ิ
งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา กลุมงานวนวฒนวจย
ํ
ิ
ั
ั
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
อาคารกรต สามะพทธิ ชัน 3 หอง 324 โทร 0-2561-4292-3 ตอ 5429, 5430
้
ิ
ุ
โทรสาร 0-2940-7396 E-mail : [email protected]
ิ
ั
ผูขอรบบรการ
เจาหนาท ่ ี
• ติดตอเจาหนาท ี ่
ั
็
2 นาท ี • ใหคําปรกษา ตรวจสอบเมลดในคลง
ึ
พิจารณา
ผูขอรับบริการ
็
ั
3 นาท ี กรอกแบบคําขอ อนุมติจายเมลด
*
กรณีซอเมลด
้
็
ื
็
ิ
เบกจายเมลด ออกใบเสรจ
็
ั
จากคลงและ รบเงินท ี ่
ั
ั
บรรจหบหอ กองคลง
ี
ุ
กรมปาไม
5 นาท ี
็
สงมอบเมลด สงมอบใบเสรจรบเงิน
็
ั
ี
(รวม 10 นาท)
ั
ผูขอรบบรการ
ิ
ื
ั
ุ
* โครงการพิเศษ การกศล สาธารณประโยชน และอนๆ ขอความอนุเคราะหโดยอนุมติกรมปาไม
่
ภาพท 6 ขนตอนการบรการและจําหนายเมลดไม
็
ิ
ั
้
่
ี
20
ขอมูลเมล็ดไม (Seed documentation)
ู
็
ั
ู
้
ั
็
็
่
ี
ขอมลเมลดไมเปนขอมลสาคญทใชเพือการจัดการเมลดไมและการใชเมลดไมทงเพือการปลกปา
ํ
่
่
ู
ื
ี
่
ิ
่
ิ
ู
็
่
้
ื
หรอการซอขายแลกเปลยนเมลด ประกอบไปดวยขอมลถนกําเนิด ประวัตทมาของเมลด และคณภาพของ
็
ี
ุ
็
็
่
ู
เมลดในดานตางๆ โดยเฉพาะขอมลของแหลงเมลด และระดับชันของแหลงเมล็ดจะบอกลักษณะทองถิน
้
่
ิ
ุ
ุ
็
่
ี
่
้
พืนท และสงแวดลอม และระดับคณภาพทางพันธกรรม เพือการนําเมลดไปใชไดอยางเหมาะสม
ี
็
วัตถประสงคในการจัดทาระบบฐานขอมลเมลดไมแตกตางกันไปตามการใชประโยชน (ภาพท 7 และ 8)
่
ํ
ู
ุ
ู
็
่
1. เพือการจัดการเมลด ขอมลเมลดไมจะใชเปนเครองมอเพือการวางแผนจัดหาเมลดไม ขอมูล
่
ื
็
่
ื
็
ี
ั
็
่
่
ิ
็
เกียวกับแหลงเมลด ผลผลตเมลด ฤดูกาลในการออกดอกออกผล และลกษณะของกลาไมทเคยบนทกไวจะ
ั
ึ
ํ
ํ
็
็
ึ
ี
เปนแนวทางในการวางแผนการเกบเมลดไมไดเปนอยางดี ทาใหไมตองเสยเวลาในการศกษาและสารวจหา
่
ิ
ี
้
ิ
ั
ี
่
่
แหลงเมลดใหม นอกจากนีวิธการจัดการเมลดไมทเคยปฏบตสามารถนํามาปรับปรุงใชเพือใหไดเมล็ดทีมี
็
็
ึ
่
ู
้
ิ
คณภาพดีขน และเพือการผลตกลาไมและการนํากลาไมไปใชไดอยางถกตองเหมาะสมโดยเฉพาะแหลง
ุ
ู
่
ี
้
็
เมลดกับพืนทปลก
ู
ู
่
่
2. เพือการจัดทาระบบขอมลภายใน เพือเก็บขอมลเมลดไมไวใชภายในหนวยงานในทองถนซง
่
่
ิ
ํ
็
ึ
ํ
็
ู
่
เปนหนวยงานยอยๆ เชน หนวยเก็บเมลดไม งานเพาะชากลาไม และงานปลกปา เปนขอมลเพือใชในการ
ู
ิ
ตดตามผลการใชเมลดไม
็
ุ
่
็
็
3. สาหรบผใชเมลด ขอมลเกียวกับแหลงเมลดไมและการทดสอบคณภาพของเมลดจะม ี
ํ
ู
ั
็
ู
ประโยชนอยางมากสาหรบผใชเมลดไมเพือการปลูกปา ชวยใหสามารถตัดสินใจเลือกใชเมล็ดจากแหลงที ่
ํ
็
่
ั
ู
เหมาะสมกับพืนทปลก และตรงตามวัตถประสงคในการปลกปา รวมทงสามารถเตรยมการในการผลตกลา
ี
่
ุ
ู
ู
ิ
้
ั
้
ี
่
ี
ี
้
ื
็
ี
ื
็
้
ู
ไมไดอยางถกตอง นอกจากนียังมประโยชนตอการแลกเปลยนเมลดหรอซอขายเมลดอกดวย
การรับรองเมล็ดไม (Seed certification)
็
ั
ุ
่
ื
่
็
ั
หนังสอรบรองเมลดไมเปนเอกสารทีออกอยางเปนทางการเพอรบรองคณภาพเมลดไมโดย
ื
ุ
่
็
็
ู
ี
ู
็
ุ
หนวยงานทจัดการเมลดเปนผออก เชน ศนยเมลดพันธไมภาค และงานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา ของ
็
่
ี
กรมปาไม เปนตน แตเมลดทมหนังสอรบรองอยางเปนทางการไมไดแสดงวามีคุณภาพทีดีกวาเมล็ดไมทีไม
่
ี
่
ั
ื
ี
่
ื
ื
ี
ี
มหนังสอรบรองอยางเปนทางการ โดยปกตแลวหนังสอรบรองจะออกเพอกํากับเมล็ดทมคณคาอยางสาคญ
ุ
ั
ั
ํ
ิ
ื
ั
่
ั
ี
่
ื
ึ
่
หรอความตองการพิเศษทงเพือใชในประเทศและระหวางประเทศ (ภาพท 9 10 และ 11) ซงเปนการรบรอง
่
ั
้
ในดานตาง ๆ คือ
็
ุ
1. คณภาพทางพันธกรรม (Genetic quality) เปนขอมลทบอกแหลงทเก็บเมลด เชน สวนผลต
ิ
่
ี
ู
ี
่
ุ
็
็
ู
เมลด หรอแมไม รวมทงขอมลทตงของแหลงเมลด สภาพของแหลงเมลด และการเก็บเมลด
็
ั
้
่
ี
็
ื
ั
้
่
ี
ุ
2. คณภาพทางสรีรวิทยาและกายภาพ (Physiological and physical qualities) เปนขอมลทบอก
ู
ี
ถงการทดสอบคณภาพเมลดในดานตางๆ ทปฏบตตามกฎสากล โดยเฉพาะความมชวิตของเมลด
ึ
็
ี
ิ
ั
ุ
่
ิ
็
ี
21
่
ั
ุ
3. สขภาพ (Health and diseases) เปนขอมลสาคญเพือการคาและการสงออก รบรองวาได
ั
ํ
ู
้
่
ี
ื
ี
ตรวจสอบแลววาไมมการติดเชอ หรอมโรค แมลงปนอยูในเมลด รวมทงมการพนยาเพอปองกันแลว
ื
็
ื
ั
ี
้
ิ
็
่
็
ี
่
ตามแนวทางการจัดการเมลด เมลดไมทปราศจากขอมลเมลดในดานถนกําเนิด ประวัต และคณภาพ
ิ
ู
็
ุ
็
เมลดอาจจะถกจัดวาเปนเมลดทมความเสยงตอการนําไปใชหรือเกือบไมมีคาอะไร ขอมูลเมล็ดไมจะชวยทํา
็
ู
ี
ี
่
ี
่
็
ั
่
ใหเกิดความมนใจในการนําเมลดไปใช
ู
้
็
็
่
ี
ั
่
ี
ํ
สาหรบเมลดไมทใชเพือการปลกปาแตละแปลงนันอยางนอยควรมีขอมลของแหลงเมลดทใชไว
ู
่
่
ั
่
อยางชดเจนเพอการประเมินผลคณภาพเมลดทใช และผลผลตของสวนปา และเพือการวางแผนการใชเมล็ด
ี
ื
็
ุ
ิ
่
ู
ตอไปในอนาคตไดอยางถกตองและไดผลคมคากับเวลาและการลงทน
ุ
ุ
22
แบบฟอรม 1
ิ
งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา
ั
ั
ั
สํานกวิจัยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
ั
็
แหลงเมลดไม
ชนิดไม : ชันแหลงเมล็ด :
้
่
ชอวิทยาศาสตร :
ื
่
ื
ชอทองถิน ชอสามัญ
่
่
ื
้
ทีตงหนวยงาน
ั
่
่
ื
ชอหนวยงาน
่
ิ
สถานทตดตอ
ี
โทรศพท/โทรสาร
ั
ชอหัวหนาหนวยงาน : โทรศพท :
ื
ั
่
ทีตงแหลงเมล็ดไม
้
ั
่
ี
่
ชอปา/สถานท :
่
ื
ู
หมบาน ตาบล
ํ
อําเภอ จังหวัด :
้
ิ
ํ
ิ
ู
ความสงระดับนาทะเล (ม.) ละตจูด : ลองตจูด
่
รายละเอียดอืน ๆ :
ิ
ิ
ระยะทางเดนเทาถึงแหลงเมล็ด (เมตรหรือกโลเมตร) :
่
ระยะทางระหวางหนวยงานถึงทตงแหลงเมล็ด (กโลเมตร) :
ั
้
ี
ิ
ํ
การกาหนดขอบเขตแนวปา : ม ี ไมม ี
ี
่
่
ี
ี
่
แผนท เลขท : สเกล แผนท :
ลักษณะถนน : ลาดยาง ลูกรัง อืน ๆ
่
ุ
หมายเหต :
่
ประเภทปาทีขึนอยู
้
ิ
ปาธรรมชาต ปาไมผลัดใบ
ั
ปาดบชน ปาผลดใบ
ื
้
ิ
ปาเบญจพรรณ
ิ
ปาดบแลง ปาเตงรง
็
ั
ิ
ปาดบเขา ปาชายหาด
ปาชายเลน ปาสนเขา ื
ปาพร
ุ
ปาบงนาจด
้
ํ
ึ
ิ
่
ี
ปาปลูก ปทปลูก อายุ ป ถินกาเนดของเมล็ดทใช
่
ี
ํ
่
ั
ไมแนชด
ุ
่
อืนๆ ระบ
ภาพท 7 แบบสารวจแหลงเมลดไม (แบบฟอรม 1) 23
ํ
็
่
ี
แบบฟอรม 1
รายละเอียดหมูไม
ี
ื
้
่
ู
ู
ความสงเฉลีย (ม.) : เสนผาศนยกลาง (ซม.) : พนท (ไร) :
่
จํานวนตน/ไร :
ผลผลิตเมล็ด : ม ี ไมม ี
็
เคยมการเกบเมล็ดจากแหลงนมากอนหรือไม : เคย ไมเคย
ี
ี
้
โปรดใหคะแนนลักษณะตางๆ ของหมไม (คะแนน 1-5) ลงในชองวาง
ู
ความหมายของคะแนน
1. แยมาก 2. ไมด ี 3. ปานกลาง 4. ด ี 5. ดมาก
ี
ลักษณะของหมูไม :
การเขาถึง รูปทรง การแตกกงกาน (กงกานนอยถือวาด) ผลผลิตเมล็ด ความปลอดภัย
ี
่
ิ
่
ิ
ความหนาแนนของหมูไม :
นอย ปานกลาง หนาแนน หนาแนนมาก
การกระจายของตนไม :
้
ขนใกลกนเปนกลุม กระจายหางกนเปนจุด/หยอมทวพนท ่ ี ขนเปนแถวตามแนวถนน
ึ
่
ั
ื
้
ั
้
ึ
ั
ุ
หมายเหต : กรุณาแนบภาพถายดวย(ถาม):
ี
แผนทีของแหลงเมล็ดไมโดยสงเขป
ั
่
ผูสารวจ วันท
ี
ํ
่
่
็
ี
ํ
ภาพท 7 แบบสารวจแหลงเมลดไม (แบบฟอรม 1) (ตอ) 24
แบบฟอรม 2
งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา
ิ
ั
ั
สํานกวิจัยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
ั
ั
แหลงเมลดไผ /หวาย
็
ื
่
ชอวิทยาศาสตร :
่
ื
่
ื
่
ชอทองถิน ชอสามัญ
ทีตงหนวยงาน
้
ั
่
่
ื
ชอหนวยงาน
ิ
สถานทตดตอ
่
ี
ั
โทรศพท/โทรสาร
่
ื
ั
ชอหัวหนาหนวยงาน : โทรศพท :
่
้
ทีตงแหลงเมล็ดไผ / หวาย
ั
ชอปา/สถานท :
ี
่
่
ื
หมบาน ตาบล
ู
ํ
อําเภอ จังหวัด :
้
ิ
ู
ิ
ํ
ความสงระดับนาทะเล (ม.) ละตจูด : ลองตจูด
่
รายละเอียดอืน ๆ :
ิ
ิ
ระยะทางเดนเทาถึงแหลงเมล็ด (เมตรหรือกโลเมตร) :
ี
ิ
่
ั
ระยะทางระหวางหนวยงานถึงทตงแหลงเมล็ด (กโลเมตร) :
้
ํ
การกาหนดขอบเขตแนวปา : ม ี ไมม ี
ี
่
่
่
ี
ี
แผนท เลขท : สเกล แผนท :
ลักษณะถนน : ลาดยาง ลูกรัง อืน ๆ
่
หมายเหต :
ุ
่
ประเภทปาทีไผ / หวายขึนอยู
้
ิ
ปาธรรมชาต ปาไมผลัดใบ ปาผลดใบ
ั
ปาดบชน ปาเบญจพรรณ
้
ื
ิ
ิ
ปาดบแลง ปาเตงรง
ั
็
ปาดบเขา ปาชายหาด
ิ
ปาชายเลน ปาสนเขา
ปาพร ุ ปาบงนาจด
ึ
ื
ํ
้
ี
่
ิ
ี
ปาปลูก ปทปลูก อายุ ป ถินกาเนดของเมล็ดทใช
่
ํ
่
ไมแนชด
ั
อืนๆ ระบ
ุ
่
ํ
ภาพท 8 แบบสารวจแหลงเมลดไผ/หวาย (แบบฟอรม 2) 25
็
่
ี
แบบฟอรม 2
รายละเอียดของหมูไม ไผ / หวาย
ื
้
ี
่
1. พนทโดยประมาณ (ไร) :
2. ลักษณะการกระจายของไผ / หวาย : จํานวนกอ/ไร
็
3. ความหนาแนนของไผ / หวาย (คดเปนเปอรเซนตของพนท/ไร)
ิ
ี
่
้
ื
< 25% 25-50% 50-75% 75-100%
ิ
4. ประวัตการออกดอกออกผล :
้
เคย เมอป : ชวงเวลาการออกดอก : ป/ครัง
ื
่
ไมเคย
ไมแนชด
ั
่
ี
5. ชวงเวลาทผลแก :
หมายเหต : กรุณาแนบภาพถายดวย(ถาม)
ี
ุ
ั
แผนทีของแหลงเมล็ดไมโดยสงเขป
่
ํ
ผูสารวจ วันท ี ่
ํ
ภาพท 8 แบบสารวจแหลงเมลดไผ/หวาย (แบบฟอรม 2) (ตอ)
็
่
ี
26
Silvicultural Research Division
Forest Research and Development Bureau
Royal Forest Department, THAILAND
61 Paholyothin, Jatujak, Bangkok 10900, THAILAND. Tel.&Fax. 66 2 940-7396. E-mail : [email protected]
Seed Certificate
Species: Seed Lot: 07-0034
ู
ั
Eucalyptus camaldulensis ยูคาลิปตสคามาลดเลนซิส
Provenance Description:
Province: District (Amphur) Provenance: Longitude / Latitude
Surin Thatum Thatum (Australia) 103˚ 40’E / 15˚ 31’ N
Altitude Rainfall Seed Zone : Topography Soil
(m.s.l.) (mm/year) Slope Aspect
150 m 1,300-1,765 IV Northeast --- --- Loamy sand
Latest update Area, (ha) Age : Diameter, (cm) Height, (m) No. of trees
2007 8 29 35 16 15
Forest type: Fruiting period: Seed Source Classification:
Plantation March - April SPA
General Description:
Stem form: Good, Moderate branching. Growth: Good. Health: Good. Seed production: Good
Latest Seed Test Result:
Viability
Year of Test Purity Weight of 1,000 Moisture Germination
collection Test Date method (%) Seeds,(g). content ability (%) Viable
(Seeds/ 10 g)
2007 May, 2007 Standard 89 - 12 - 7,100
This certificate is filled and verified by:
NAME: DESIGNATION: SIGNATURE: DATE:
Seed source:
IS – Identified stand PSA – Provenance seed stand
SS – Selected stand SSO – Seedling seed orchard
SPA – Seed production area CSO – Clonal seed orchard
ั
็
ั
ื
ี
่
ภาพท 9 ตวอยางหนังสอรบรองเมลดไม
27
กลุมงานวนวฒนวจย
ั
ั
ิ
ั
ั
สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
ั
ํ
ิ
ั
ิ
ั
ุ
61 พหลโยธน เขตจตุจกร กรงเทพฯ 10900 โทรศพท/โทรสาร 0-2940 - 7396. E-mail : [email protected]
ื
หนังสอรับรองเมล็ดพันธุไม
ิ
ชนดไม (Species): Seed Lot:
ิ
่
รายละเอียดถินกําเนด:
ิ
ุ
ั
ํ
่
ถนกาเนิด อาเภอ จงหวด เสนแวง / เสนรง
ํ
ั
ิ
ํ
ิ
ํ
ระดับเหนือน้า ปรมาณน้าฝน ภูมประเทศ
็
ทะเล (m.s.l.) (มม/ป) โซนเมลด Slope Aspect ชนิดดิน
ั
ตรวจสอบครง พืนท (ha.) อายุ (ป) DBH (ซม.) ความสง (ม.) จานวนตนไม
้
ํ
่
้
ู
ี
สดทาย
ุ
ชนิดปา ชวงออกผล ชนิดแหลงเมลด
็
่
ลักษณะทัวไปของหมูไม:
็
รปทรงแมไม : การเจรญเติบโต: สขภาพ: ผลผลตเมลด:
ิ
ู
ิ
ุ
ผลการทดสอบเมล็ด:
้
ั
ี
้
นาหนก 1,000 ความชืน ความมชีวิตของ
ํ
ปทเกบเมลด วันททดสอบ วิธทดสอบ ความบรสุทธ ิ ์ การงอก (%)
่
่
ี
็
ี
็
ี
ิ
ั
ั
็
เมลด (กรม) เมลด (%) เมลด /10 กรม
็
็
แหลงเมลด : ผูออกหนังสอรบรอง
ั
ื
็
ู
ู
ํ
่
IS – แหลงเมล็ดตรวจพิสจน PSA – แหลงเมล็ดพิสจนถินกาเนิด
ื
่
ุ
SS – แหลงเมล็ดคัดเลือก SSO – สวนผลิตเมล็ดพันธจากเมล็ด ลงชอ
SPA – แหลงผลิตเมล็ดพันธุ CSO – สวนผลิตเมล็ดพันธจากสายตน
ุ
( )
วันท ่ ี
็
ี
ั
ื
ั
่
ภาพท 10 ตวอยางหนังสอรบรองเมลดไม (ภาษาไทย) 28
ั
็
ุ
ภาพท 11 หนังสอรบรองดานสขภาพเมลด
ื
ี
่
29
็
ุ
ั
่
ความสบสนเกียวกับคณภาพเมลด (Some misconceptions about seed quality) (บณฑิต 2553)
ั
1. เมลดจากสวนผลตดีกวาแหลงอน -- จรงหรอ?
่
ื
ิ
ิ
็
ื
ขอควรคิด : เพือใหไดผลผลตเมลดทมคณภาพสง สวนผลตเมลดพันธจะตองอยูหางจากหมไมทม ี
็
่
ิ
ู
่
ี
ู
็
ุ
ิ
ุ
ี
่
ี
ื
ุ
ั
ุ
ั
ั
ุ
ลกษณะทราม และตองไดรบการปรบปรงพันธโดยการทดสอบและคดเลอกทางสายพันธแลว
ั
2. เมลดทผานการปรบปรงพันธแลวดีกวา -จรงหรอ?
็
ุ
ั
ุ
่
ี
ื
ิ
้
่
้
ู
่
ขอควรคิด : พันธกรรมและพืนทปลกเปนปจจัยพืนฐาน ควรเลือกเมล็ดทีเหมาะสมกับพืนทีปลูก
่
ี
ุ
้
่
้
ี
ั
ุ
่
ู
กอน ถาเปนเมล็ดทปรบปรงพันธแลวและเหมาะสมกับพืนทปลกจะดียิงขน
ุ
ึ
ี
่
้
ิ
่
็
3. เมลดจากตางถนหรอตางประเทศดีกวาเมลดในทองถน -- จรงหรอ?
่
ิ
็
ื
ิ
ื
ั
่
่
ี
ี
ุ
ิ
็
ขอควรคิด : เมลดจากตางถนอาจมาจากแหลงทไมดี อยางไรก็ดีควรมเอกสารรบรองคณภาพของ
็
เมลดมาดวย
็
่
่
4. เมลดในทองถ่นดีกวาเมล็ดไมจากถินอืน - จริงหรือ?
ิ
ํ
ุ
ขอควรคิด : เมลดจากแหลงในทองถนอาจมาจากแหลงทถกบกรกทาลายทาใหตนพอตนแมท ี ่
่
็
่
ิ
ุ
ู
ี
ํ
ั
ั
ุ
ื
ี
เหลออยูมลกษณะทราม รวมทงการผสมกันเอง (Inbreeding) จึงมพันธกรรมเสอมลง ซงอาจมผลเสยตอการ
ี
่
้
ื
ี
ี
ึ
่
ั
ิ
ั
่
ปรบตวเขากับทองถน
่
5. กลาไมจากการเพาะเลียงเนือเยือดีกวาการเพาะเมล็ด --จริงหรือ?
้
้
้
ิ
่
ี
้
ขอควรคิด : การเพาะเลยงเนือเยือเปนเพียงวิธการขยายพันธหรอการผลตกลาไมเทานัน กลาไมจาก
้
ี
ื
ุ
ั
ุ
่
ั
สายพนธทผานการปรบปรงพันธและทดสอบแลวจึงจะถอวามคณภาพดี
ี
ุ
ุ
ุ
ื
ี
ู
ิ
6. เมลดและกลาไมผลตโดยเทคโนโลยีชนสงดีกวา --จรงหรอ?
ิ
ั
ื
้
็
้
้
ขอควรคิด : การจัดหาเมล็ดไมและการเพาะเลียงกลาไมดวยเทคโนโลยีชันสูงไมไดชวยปรับปรุงคุณภาพ
ทางพันธกรรม
ุ
30
เอกสารอางอิง (References)
จวงจันทร ดวงพัตรา. 2521. เทคโนโลยีเมลดพันธ. ภาควิชาพืชไร. คณะเกษตร. มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร.
ั
็
ุ
บางเขน. กรงเทพมหานคร. 210 หนา.
ุ
ิ
์
ั
บณฑิต โพธนอย. 2526. การเกบรกษาและการทดสอบความมชีวตของเมลดไมเลยน. วิทยานิพนธ
ี
ี
็
่
็
ั
ิ
ิ
ปรญญาโท. มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร.
ั
ิ
์
ุ
็
ั
็
บณฑิต โพธนอย. 2545. คณภาพเมลดไมและการพัฒนาแหลงเมลดพันธุไมปา. เอกสารเผยแพรทาง
ํ
ํ
ี
่
วนวฒนวทยา. เลมท 2 ประจาป พ.ศ. 2545. สวนวนวัฒนวิจัย. สานักวิชาการปาไม. กรมปาไม.
ั
ิ
ั
ุ
็
ุ
บณฑิต โพธนอย. 2553. เมลดพันธไมเพือการปลกปา. งานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา. กลมงาน
ิ
์
่
ุ
ู
็
วนวัฒนวิจัย. สานักวิจัยและพัฒนาการปาไม. กรมปาไม.
ํ
Bonner, F.T., J.A. Vozzo, W.W. Elam and S.B. Land Jr. 1994. Tree Seed Technology, Training Course
Instructors Manual. Southern Forest Exp. Station, U.S. Depart. Agric. General Technical
Report SO-106.
Bryndum, K. 1972. Pine Seed Storing Experiment. Thai - Danish Project. 2 p.
Danida Forest Seed Centre. - Management of Tree Seed Programmes. Danida Forest Seed Centre.
Denmark.
Ellis, R.H., T.D. Hong and E.H. Roberts. 1990. An Intermediate Categoriy of Seed Storage Behavior?
I. Coffee. J. Exp. Bot. 41:1167-1174.
Ewart, A.J. 1908. On the Longevity of Seeds. Proc. Roy. Soc. Victoria. (N.S.) 21:1-120.
Mortlock, W. 1999. Native Seed in Australia. A Report to the Flora Bank Project.
Robert, E.H. 1973. Predicting the Storage Life of Seed. Seed Science and Technology. 1:499-514.
Schmidt, L. 2004. A Guide to Seed Quality. Indonesia Forest Seed Project.
Wang, B. S. P. -. Tree Seed Collection and Handling in the Tropics. ASEAN Forest Tree Seed Centre
Muak-Lek Saraburi. 14 p.
Willan, R.L. 1984. A Guide to Forest Seed Handling with Special Reference to the Tropics.
DANIDA Forest Seed Centre. 394 p.
31