The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-29 05:04:33

การจัดการเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า

1



การจัดการเมล็ดพนธุไมปา
(Forest Tree Seed Management)




คานา (Introduction)









เมลดไมเปนวัสดุพันธกรรมพืนฐานเพือการปลกปาทมความสาคญ ซงปจจุบนความตองการเมลด





















พันธมมากขนทงในภาครฐและเอกชน การจัดหาเมลดไมพันธดีโดยถกตองตามหลกวิชาการจึงมความ










จําเปนเพือใหไดเมลดไมทมีคุณภาพเพือการปลูกปาหรือการฟนฟูปาไดอยางมีคุณภาพ โดยทัวไปแลว
















ประชาชนไมคอยคานึงถงคณภาพเมลดไมมากนก มกจะคดวาเมลดจากทกแหลงมคณภาพเหมอนกันโดย













ขาดความเขาในเรองของพนธกรรมและสรรวิทยาของเมลด เนืองจากการปลกปาตองใชทน แรงงาน และ
















เวลาทยาวนานกวาพืชเกษตรอยางอนกวาจะเก็บเกียวผลผลิตได การเรมตนทดีและถกตองโดยการเลอกใช 











เมลดเพือการเตรยมกลาไมทมคณภาพดี มความเหมาะสมกับพืนทปลก (Site matching) จึงเปนสงจําเปนเพือ








ทาใหการบํารงรกษาเปนไปไดงาย ตนไมมการเจรญเตบโตทดี มความตานทานตอสภาพธรรมชาติและโรค























แมลง และในทสดก็จะทาใหไดผลผลตทมคณภาพและคุมคากับการลงทน การสงเสรมใหประชาชนใน























ทองถนไดมสวนรวมในการจัดหาเมลดไมทมคณภาพดีโดยมเจาหนาททมความรคอยใหคาแนะนําในการ




ดําเนินการอยางถกวิธีนันจะชวยเสริมสรางความเขาใจ ความรูสึกรักตนไมและประโยชนของแหลงสําหรับ






เก็บเมล็ดไม ทาใหเกิดความหวงแหนและชวยปองกันรกษาแหลงเมลดไมชนิดตาง ๆ เพือการใชประโยชน








ตอไปในอนาคต ทงยังชวยปองกันรกษาปาไดอกทางหนึง







เอกสารฉบบนีจัดทาขนเพือใชเปนแนวทางในการดําเนินการจัดการเมล็ดพันธุไมปาของกรมปาไม













โดยทกรมปาไมเปนหนวยงานหลกในการจัดหาเมลดพันธไมโดยเฉพาะเมลดพันธทมคณภาพดี ทงนีเพือให



















มแหลงเมลดไม แหลงพันธกรรม และมเมลดไวใชในวัตถประสงคตาง ๆ อยางเพียงพอโดยไมขาดแคลน











ความจาเปนของการจดการเมล็ดพนธุไมปา (Importance of forest tree seed management)





















เมลดไมเปนสงทสาคญมากทสดสงแรกและมมลคาถกทสดในการเตรยมกลาไม แตมกจะถก












มองขามไป ในปจจุบนถงแมจะมความกาวหนาในเทคโนโลยีดานการขยายพนธพืช โดยเฉพาะการ

















ขยายพันธโดยไมอาศยเพศ เชน การปกชา (Cuttings) หรอ การเพาะเลียงเนือเยือ (Tissue culture) ซึงนิยมใช










กันมากในไมหลายชนิดเพือการปลกปาเศรษฐกิจ ซงควรจะเปนสายพันธทมคณภาพดีเทานัน แตก็ยังม ี












ขอจํากัดในการผลตกลาไมและการนําไปใชอยูหลายประการ สาหรบเมลดไมทผานการปรบปรงพันธหรือ













จากแหลงเมลดทดีไดรบการพิสจนแลววาสามารถใชเพือการปลกปาเศรษฐกิจไดเปนอยางดี การเตรยมกลา














ไมเพือการปลกปาโดยใชเมลดนันมขอไดเปรยบโดยสามารถกําหนดแผนการดําเนินการในแตละปได

















เนืองจากเราสามารถเกบรกษาเมลดไม (Seed storage) ใหเมลดคงสภาพความงอกไวใชโดยไมขาดแคลน








ดังนันการจัดการเมลดไมอยางถกตองตามหลกวิชาการทําใหสามารถจัดหาเมลดไมในแตละปและเกบไวใช 












ในปตอ ๆ ไปได เนืองจากเมลดไมหลายชนิดไมไดผลตเมลดดกทกป หรอการสกแกของเมลดไมไมตรงกับ






2












ชวงฤดกาลเพาะชากลาไม การเก็บรกษาเมลดไมไวใชในยามตองการเพือการเพาะชําจึงชวยประหยัด




งบประมาณไดมากกวาการดูแลกลาไมเปนเวลาแรมเดอน หรอขามป อกประการหนึงการขยายพันธโดย

















เมลดก็เปนวิธการทีใชงบประมาณตาทสดและสามารถเตรยมกลาไมไดมากเทาทตองการโดยมีขอจํากัดนอย








กวาวิธการอน














การจัดการเมลดไมเปนขบวนการทตองมการวางแผนโดยใชความรในดานตาง ๆ ทงทางดาน












ชววิทยา การปรบปรงพันธ และวิทยาการเมลดไม รวมทงการจัดการอยางถกตองเหมาะสม นับตงแตการ




จัดหาเมลด การพัฒนาแหลงเมล็ด การทดสอบคุณภาพเมล็ด การเก็บรักษาเมล็ด และการควบคุมปริมาณ










เมลดในสตอก การจัดการเมลดไมแตละชนิดอยางถกวิธทาใหไดเมลดไมทมคณภาพและมความหลากหลาย

















ทางพนธกรรม ซงความหลากหลายทางพนธกรรมเปนเรองจําเปนเพือความอยูรอดของพืชพันธทตองเผชญ








กับธรรมชาต รวมท้งผลพวงจากการกระทําของมนุษยทีทําใหสภาพธรรมชาติขาดความสมดล ความรุนแรง




ของสภาพธรรมชาติ และโรคแมลงทําลายตนไมไดลกลาม ทาใหพืชพรรณทไมสามารถทนสภาพทถก













คกคามได ตองสญหายไป ซงความหลากหลายทางพันธกรรมของพชจะชวยยับยังไวได โดยมการคดเลอก















กันเองตามธรรมชาต (Natural selection) ตนทมพันธุกรรมทีปรับตัวเขากับสภาพธรรมชาติไดก็จะอยูรอด













ตอไป การปลกปาโดยใชเมลดจึงชวยคงความหลากหลายซงเปนสงจําเปนของสงคมปาในอนาคต และเปน












ขอไดเปรยบการปลกปาแบบใชสายตน (Clonal forestry) ซงตองอาศยการจัดการเมลดไมทมประสทธภาพ








เพือใหการดําเนินการปลกปาบรรลุผล



การจดหาเมลดไม (Seed procurement)













เมลดไมทนําไปใชในการเพาะชากลาไมเพือการปลูกปาควรเปนเมลดทมคณภาพผานการจัดหา








(Seed procurement) มาอยางถกตองตามหลกวิชาการ โดยตองมคณภาพทงในดานพันธกรรม (Genetic)









คณภาพทางสรรวิทยา (Physiology) คณภาพทางกายภาพ (Physical) รวมทงสขภาพของเมลด (Health)












1. คุณภาพทางพนธกรรม เปนสงแรกทตองพิจารณา การคัดเลือกแหลงและแมไมทีเก็บเมล็ดทีดี




จะมผลตอกลาไมและตนไมทปลก โดยเฉพาะสายพันธทดีทผานการทดสอบมาแลวจะเปนแหลงทดีทสด





























แตถายังไมมขอมลหรอยังไมมการสรางแหลงเมลด ก็ควรเลอกใชแหลงธรรมชาติทีอยูในทองทีเดียวกับ

















พืนทปลกจะเปนการปลอดภัยทสดในแงของการปรบตวเขากับพืนทปลกซงหมายถงการอยูรอดของตนไมท ่ ี





















ปลก การคดเลอกแมไมเพือการเก็บเมลด (Seed tree) ควรคานึงถงวัตถประสงคหรอผลผลตสดทายท ี ่











ตองการ เชน ในดานปาไมนันการปลูกปาโดยทัวไปเพือการใชไมในรูปแบบตาง ๆ เพือการกอสราง หรือ














สงประดิษฐ ดังนันลกษณะของแมไมเพือการเกบเมลดจึงควรมลาตนทเปลาตรง มความสง ซงสามารถให









ผลผลตเนือไมไดตรงตามทตองการ เปนตน ขอสําคัญอีกประการหนึงของการเก็บเมล็ดไม คือจํานวนแมไม















และการกระจายของแมไมททาการเก็บเมลด ไมควรเก็บเมลดไมจากแมไมเพียงตนเดียว หรอเก็บหลายตน












แตอยูใกลเคยงกัน ทงนีเพือหลกเลยงการผสมกันเองภายในตน (Inbreeding) หรอ ตนทเปนเครือญาติกัน ซึง







3














จะมผลทาใหมลกษณะพนธกรรมทตา หรอเสอมลง ไมเหมาะสาหรบการนําไปใชปลกปาโดยเฉพาะใน









พืนทใหญ 



วธการเกบเมลดไมเพือใหมคุณภาพทางพนธกรรม























• หลกเลยงการเก็บเมลดทมสายพนธใกลชดกัน หรอเก็บเมล็ดจากประชากรทมการผสม





พันธกันแตเฉพาะในกลม (Inbreed) เนืองจากมลกษณะทางพันธกรรมแคบ






• หลกเลยงการเก็บเมลดในพนท หรอปทมผลผลตดอกนอย เพราะจะเสยงตอการผสม















ตวเอง (Self pollination)














• หลกเลยงการเก็บเมลดจากแมไมทขนอยูโดดเดียว (Isolated tree) หรอจากกลมประชากร








ขนาดเลก เพือไมใหเกิดการผสมพันธในสายพนธเดียวกัน (Inbreed)


• หลกเลยงการเก็บเมลดตนฤดูหรอปลายฤดู เนืองจากมโอกาสในการผสมพันธในตวเอง















หรอผสมพันธในสายพนธเดียวกันไดสง นอกจากนีเมลดทเก็บในชวงปลายฤดูมกถก












ทาลายดวยโรค-แมลงสง






• เก็บเมลดไมจากแมไมอยางนอย 15 ตน และแมไมแตละตนควรหางกันไมนอยกวา 100










เมตร เพือใหไดเมลดทมความหลากหลายทางสายพนธ  ุ







• ในกรณีแหลงเมลดทเปนชนิดพันธไมทนํามาจากตางประเทศ (Exotic) เชน ไมมะฮอกกานี








และ ไม Gliricidia ซงมลกษณะทางพนธกรรมแคบ ควรเก็บเมลดจากแมไมจํานวนไม 











นอยกวา 25 ตน และมสดสวนของเมลดจากแตละแมไมภายในชดเมลดประมาณ 4%









• เก็บเมลดไมจากตนแมทมความสมบรณแขงแรง และมลกษณะดี

















2. คุณภาพทางสรรวทยา ถอไดวามคณภาพสงสดเมอมความสกแกเตมท (Physiological maturity)












เมลดจะมความมชวิต มความแขงแรงซงหมายถึงการงอกและพัฒนาไปเปนกลาไมทีสมบูรณแข็งแรง มี













ความสม่าเสมอในการงอกซงงายตอการจัดการ รวมทงศกยภาพในการเก็บรกษาดวย ผทาการเก็บเมลดไม 

















แตละชนิดจึงตองรชวงเวลาและลกษณะของผลและเมลดไมทสกแกพรอมทจะเก็บได จึงตองมการสงเกต




และตดตามการพัฒนาการของผลและเมลดอยูเสมอเพือใหไดเมล็ดทีมีคุณภาพดีทีสุด



















เมลดพันธเปนสงทมชวิต เมอเตบโตจนถงระยะการสกแกทางสรรวิทยาคอมการ สะสมน้าหนักแหง











ในเมลดสงสด จะมความสามารถงอกเปนตนออนทสมบรณ รวมทงมความแขงแรงมากทสด จากนันก็จะเรม















เสอมอนเปนกลไกทางธรรมชาตทไมสามารถหลกเลยง เมลดเมอสุกแกทางสรีรวิทยายอมมีคุณภาพดีทีสุด



















ในทก ๆ ดาน ทงความมชวิต (Viability) และความแขงแรง (Vigour) และมความเสอม (Deterioration) นอย


















ทสด แตเมอเมลดถกเก็บรวบรวมมาแลวยังไมไดนําไปเพาะ เมลดก็จะมความเสอมเพมขนเรอย ๆ ในขณะท ี ่







4















ความมชวิตและความแขงแรงของเมลดลดลงไปตามเวลาทเพิมขนจนในทสดเมลดตาย ซงจะยาวนานเทาใด












ขนอยูกับชนิดไม คณภาพเรมตนของเมลด และสภาพการเกบรกษา (ภาพท 1)



%
100

ความมชวิตของเมลดพันธ





(Seed viability)
50 ความแขงแรงของเมลดพันธ




(Seed vigor)


ความเสอมคณภาพของเมลดพันธ




(Seed deterioration)
0

เมลดสกแกทางสรรวทยา เวลา เมลดตาย





ภาพท 1 การสกแกทางสรรวิทยาและคณภาพของเมลด (จวงจันทร 2521)




















3. คุณภาพทางกายภาพ คอความสมบรณของเมลด ไมมการแตกหรอหักของเมลด ถาเมลดทง










กองทเก็บมาแตละครง (Seed lot) ไมไดรบการปฏบตอยาระมัดระวังหรือไมถูกวิธี เมือเมล็ดเกิดความ







เสยหายโดยเฉพาะสวนของตนออนถกทาลายไป เมลดก็ไมสามารถงอกได หรอสวนของใบเลยงซงจะเปน






















อาหารของตนออนทงอกไปเปนกลาไมถกทาลาย กลาไมทงอกออกมาก็ไมสมบรณเพียงพอทจะเจรญไป








เปนกลาไมทีสมบูรณได และผลของการทีเมล็ดไมมีความสมบูรณดังกลาวก็จะมีผลทําใหโรค รา หรือแมลง






เขาทาลายไดงาย และยังมผลใหไมสามารถเกบรกษาความมชวิตของเมลดไวเปนเวลานานได เมลดจะเสอม













ไปโดยเรว








4. สขภาพของเมลด พิจารณาจากการปราศจากโรคและแมลง ตลอดจนเชอราตาง ๆ เขาทาลาย ซง



อาจมผลมาจากขบวนการปฏิบัติตอเมล็ดหลังการเก็บเกียว การเก็บเมล็ดทีมีแมลงเขาทําลายอยูกอนแลว





แมลงจะมาเจรญเตบโตในภายหลงและทาลายเมลดทงหมด (Seed lot) ได การเก็บรกษาเมลดโดยทยังม ี




















ความชนสงก็กอใหเกิดเชอราเขาทาลายและแพรกระจาย ซงทาใหคณภาพเมลดเส่อมลง และไมสามารถ



นําไปใชเพาะชาไดในทสด






5



ปจจัยทีมีผลตอคุณภาพเมล็ด


การเก็บเมลด เหมาะสม เมล็ดคุณภาพสูง

ฤดกาลเกบ


การสกแก 


การปฏิบัตหลังการเก็บเกี่ยว

ภาชนะ อณหภูม ิ


การถายเทอากาศ การขนสง

ขบวนการเตรียมเมล็ด

การผึง


ทาความสะอาด

การเก็บรักษา



อณหภูม ิ เมล็ดคุณภาพตา


ภาชนะสาหรับเกบ ไมเหมาะสม



ภาพท 2 ปจจัยทมผลตอคณภาพทางดานสรรวิทยาและกายภาพของเมลด (Wang, ____ )

















5. คุณภาพทางพนธกรรมทเหมาะสมกบพืนทปลก (Genotype x Site matching) เปนเรองทสาคญ
























ทสด การทีตนไมจะอยูรอดจากลกไมไปจนถงตนไมทมขนาดตดฟนไดจะตองผานสภาพภูมอากาศในแตละ













ปซงไมมความแนนอน รวมทงภัยธรรมชาตตาง ๆ การระบาดของโรคแมลง ในขันแรกถากลาไมทีปลูกไม










สามารถปรบตวเขากับสงแวดลอมไดก็จะตายไป หรอไมก็ไมสามารถเจรญเตบโตไดดี แคระแกรน หรอไมม ี






ความแข็งแรง รวมถงรปทรงของตนไมทโตขนดวย ซงในทสดก็จะไมไดผลผลตตามทตองการ ตามหลก























วิชาการแลวลกษณะของตนไมทีเรามองเห็น (Phenotype) เปนผลรวมของพันธุกรรม และสิงแวดลอม



ตนไมทมพันธกรรมดีจะสามารถปรบตวและเจรญเตบโตในพนทปลกนันๆ ไดดี ดังนันจะเห็นไดวาคณภาพ






















ของเมลดไมทนําไปใชเพือการเพาะชากลาไมและการปลกปาจะตองประกอบดวยคณภาพทางพันธกรรม










คณภาพทางสรีรวิทยา และความเหมาะสมกับพืนทีปลูก ถาปจจัยใดปจจัยหนึงไมดี ผลรวมของคุณภาพ







เมลดก็ไมดี เมลดนันก็อาจถอไดวามคณภาพตาได (ภาพท 3) ในทางปฏบตนันการเลอกพันธกรรมซง

























หมายถงการคดเลอกถนกําเนิด (Provenance) ทเหมาะสมเพอการนําเมล็ดไปใชเพือการปลูกจึงเปนสิงแรกที ่

ควรพิจารณา
“Seed of wrong provenance is considered of poor quality even though it may be of good
physical and genetic quality.”
6

คณภาพทาง

พนธุกรรม






คุณภาพ
เมล็ด

คณภาพทาง เหมาะสมกับ

สรระวทยา
พนทีปลก


้ ื ่ ู




ภาพท 3 องคประกอบของเมลดคณภาพดี (Schmidt, 2004)


การพฒนาแหลงเมลดไม (Seed sources development)














การพัฒนาแหลงเมลดไมไดถกจัดสรางขนในรปแบบตาง ๆ ตามวัตถประสงคและขอจํากัดของการ











จัดสราง โดยอาศยพืนฐานของการปรบปรงพันธ โดยจาแนกตามลาดับคณภาพทางพันธกรรม ซงกรมปาไม 




ไดจําแนกไวเปน 6 ระดับ (ภาพท 4)




สวนผลิตเมล็ดพันธุ 

แหลงเมล็ดพิสจนถินกําเนด



แหลงผลิตเมล็ดพันธุ 
แหลงเมล็ดคัดเลือก
แหลงเมล็ดตรวจพิสจน 

เขตเก็บเมล็ด









ภาพท 4 การจําแนกชนคณภาพทางพันธกรรมของแหลงเมลด (บณฑิต 2545)









เขตเกบเมลด (Seed zones) เปนเขตทมพืนทกวางใหญ เปนแหลงธรรมชาติทีสามารถเคลือนยาย












เมลดไปปลกภายในเขตเดียวกันได เนืองจากเปนอาณาเขตทมลกษณะภูมประเทศและภูมอากาศคลายคลง



กัน (ภาพท 5) สาหรบแหลงเมลดตรวจพิสจน (Identified seed stand) และแหลงเมลดคัดเลอก (Selected

















seed stand) นันโดยปกตเปนแหลงธรรมชาต โดยแหลงเมลดตรวจพสจนเปนแหลงทไดไปตรวจสอบมาแลว















วากลมหมไมมลกษณะทยอมรบได และจะเกบไวเปนแหลงสารอง สวนแหลงเมลดคดเลอกนัน ไดทาการ













ตรวจสอบและคดเลอกไวเปนแหลงสาหรบเก็บเมลดและไดทาการปรบปรงและพัฒนาโดยการหมายอาณา











7











เขตและ ทาปายแสดงไว อยางไรก็ดีแหลงเมลดไมในปาธรรมชาตโดยทวไปจะอยูหางไกลยากแกการดูแล
รกษา อาจถกบกรกทาลาย หรอถกตดโคนไปได











ศูนยเมล็ดไมภาค (Seed Mgmt. Centre - FSC)
1 ศูนยเมล็ดไมเสรม (Seed Support Centre - SSC)

NW 2 3
4a 5
4b 10a 11 13
7 10c
NE
W C 8 10b 12 14
6 9 15
16
19 17
18
23
Seed mgmt. Zones Seed exchange Zones Ecological Zones
เขตสิงแวดลอม
เขตแลกเปลียนเมล็ด


เขตจัดการ
ภาคเหนอ
ภาคตะวนออกเฉยงเหนอ I ) Northwest 1, 2, 4a, 10c
II ) West 4b, 6, 19

III) North 3, 5, 10a



20 S ภาคกลาง IV) Northeast 10b, 11,12, 13,14
V) East 15, 16, 17
ภาคใต (S)
VI) Central 7, 8, 9
21 23 VII) South 18, 20, 21, 22
VIII) Coast 18, 20, 21, 22, 23
23
22







ภาพท 5 เขตเมลดไม (Seed zones) จําแนกโดยลกษณะภูมประเทศและภูมอากาศ (บณฑิต 2545)










แหลงผลตเมลดพันธ (Seed production area) แหลงเมลดพิสจนถนกาเนิด (Provenance seed stand)











และสวนผลตเมลดพันธ (Seed orchard) เปนแหลงทีไดจัดสรางขึนมา มีการคัดเลือกและการทดสอบ โดย




ถอวาเปนแหลงเมลดทดีกวาแหลงธรรมชาต แหลงผลตเมลดพันธเปนการสรางขนมาคลายสวนปา แตไดม ี



























การคดเลอกกลาไมทดีมาปลก หรอการคดเลอกจากสวนปาทรูประวัติและตนไมมีลักษณะดีเปนทียอมรับ




















หรอไดเคยนาไปปลกแลวเห็นวาดี สวนแหลงเมลดพิสจนถนกําเนิดนันสรางขนจากการนําเมลดจากถน









กําเนิด (Provenance) ทไดทดสอบมาแลววาเหมาะสาหรบทองถนนัน ๆ มาปลกและจัดการใหเปนแหลง





เมลดเพือการเก็บเมลดตอไป


สวนผลตเมลดพันธนันถอวาเปนแหลงทมคณภาพดีทสด โดยการคัดเลอกแมไมมาจากทตาง ๆ มา
































ปลกในพืนทเดียวกัน มการวางแผนการปลกเพือใหมการผสมพันธกันอยางทวถง และยังมีการทดสอบสาย
8

















พันธเพือการคดเลอกแมไมเพือการสรางสวนผลตรนตอ ๆ ไปอก สวนผลตเมลดพันธนันมการสรางได 2 วิธ ี













คอ การสรางจากสายตน (Clone) ซงเรยกวา Clonal seed orchard และการสรางจากสายพันธ (Family) โดย

ใชเมลดจากแมไมแตละตน ซงรยกวา Seedling seed orchard



















การเลอกใชเมลดควรเลอกจากแหลงทดีทสดทมอยู ถาผลผลิตเมล็ดไมมีไมเพียงพอจึงพิจารณา












เลอกใชเมลดไมจากแหลงทมลาดับคณภาพของแหลงรองลงไป อยางไรก็ดีการเลอกใชเมลดจาก





















แหลงกําเนิดทไมถกตองอาจถกพิจารณาวาเปนเมลดคณภาพตา ถงแมวาจะเปนเมลดทมคณภาพดีทงทางดาน








กายภาพ และพนธกรรม


แหลงเมลดไมทควรหลกเลยง


























1. แหลงเมลดไมจากสวนปาทไมทราบประวตทมา ซงเมลดไมทใชปลกสวนปาอาจมาจากแม 







ไมเดียวกันหรอเปนหมไมในสายพนธเดียวกัน (Family or Related families)










2. แหลงเมลดไมจากสวนปาทมาจาก Clone (กลาไมทไดจากการขยายพันธโดยไมอาศยเพศ













จากตนแมเดียวกัน เชน การปกชํา หรือ การเพาะเลียงเนือเยือ) เพียง 1 หรือ 2 Clones ซึงทําใหเกิดการผสม





พันธในสายพนธเดียวกัน (Inbreeding)








3. แหลงเมลดไมจากตนแมทอยูโดดเดียวหรอเพียง 2-3 ตน








ผลของการผสมพันธของแมไมในสายพนธเดียวกน













1. คณภาพทางพันธกรรมมแนวโนมตาลง ซงมผลตอสขภาพและผลผลตของตนไม 



2. ฐานพันธกรรมแคบ (Narrow genetic base) ทําใหเสียงตอการทําลายของโรคและแมลง






หรอความทนทานตอธรรมชาตทรนแรงไมเหมาะสม (Adverse )



3. การเกิดความผดปกตทางพันธกรรม เชน กลาไมเกิดความผดปกต (Abnormal)







ธนาคารเมล็ดไม (Seed bank)











ธนาคารเมลดไมเปนแหลงสาหรบเก็บรวบรวมเมลดไมทไดจัดหามาไวใชเพือวัตถประสงคตาง ๆ















โดยเนนถงการเกบรกษาความมชวิตของเมลด และการใหบรการ ซงเมลดไมแตละชนิดจะตองถกเก็บรกษา







ไวในสภาวะทเหมาะสมจนกวาจะนาไปใชเพือการเตรยมกลาไม เปนการดําเนินการอยางถาวร และจัดการ












สาหรบภูมภาคถงระดบประเทศมากกวาเพือทองถน











การจัดการธนาคารเมลดไมมการดาเนินการอยางเปนระบบเพอใหมเมลดไมไวใชอยางเพยงพอและ









ตอเนืองโดยไมขาดแคลน โดยตองมการเก็บรกษาเมลด การควบคมคณภาพของเมลดและการทดสอบ การ



ควบคมปรมาณเมลดไมในสต็อก และการเก็บรวบรวมขอมูลเมล็ดไมเพือการนําไปใชประโยชนไดอยาง












เหมาะสม ซงตองนําระบบคอมพิวเตอรเขามาควบคมและอานวยความสะดวกในการดาเนินการ

9








บทบาทของธนาคารเมลดนอกจากการจัดการใหมเมลดไวใชแลว ยังตองทาหนาทการใหบรการ












นับตงแตการสงเสรม ใหขอมลทางวิชาการ การแนะนําดานการจัดเก็บเมลด การเก็บรกษาและการใชเมลด




ตลอดจนการฝกอบรมดานการจัดการเมลดไมอกดวย (Mortlock, 1999)




หนวยงานทดําเนินการธนาคารเมลด-ของกรมปาไม 



1) กลุมงานวนวัฒนวิจัย กรมปาไม กรุงเทพฯ

2) ศนยวนวัฒนวิจัยภาคเหนือ อาเภอเมอง จังหวัดเชยงใหม 





3) ศนยเมลดพันธไมภาคเหนือ อาเภองาว จังหวัดลาปาง







4) ศนยเมลดพันธไมภาคกลาง อาเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบร ี












5) ศนยเมลดพันธไมภาคตะวันออกเฉยงเหนือ อาเภอบานแฮด จังหวัดขอนแกน










6) ศนยเมลดพันธไมภาคใต อาเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา
1. การทดสอบคุณภาพ (Seed quality test)


เมลดไมหลงจากไดทไดรบมาจากหนวยเก็บซงผานขบวนการเตรียมเมลด (Seed processing)












มาแลว จะตองทาการทดสอบคณภาพเมลดในดานตาง ๆ คอ ขนาดของเมลด น้าหนักของเมลด ความ













บรสทธของเมลด ความชื้นของเมล็ด และอัตราการงอกของเมล็ด โดยเฉพาะความชืนและการงอกของ



เมลดจะตองมการทดสอบเปนระยะ เนืองจากความชนมผลตอโดยตรงตอคณภาพทางสรีรวิทยาและสขภาพ





















ของเมลด เมลดไมทจะนําไปใชในการเพาะชาเพือการเตรยมกลาไมจะตองเปนเมลดทมชวิต ในการทดสอบ














เมลดไมนันโดยทวไปแลวจะใชวิธการทดสอบการงอกซงดําเนินการตามกฎสากลของ ISTA (International








Seed Testing Association) ซงเปนกฎทยอมรบและใชกันโดยทวไป




นอกจากการทดสอบโดยการเพาะเมลดโดยตรงแลวยังมีวิธีการทดสอบความมีชีวิตของเมล็ด






โดยวิธอนอกไดหลายวิธ แตวิธการทีเรยกวา Quick test ทนิยมใช คอ การเอกซเรย (X-ray) การยอมสเมลด












ดวยสารเคมีเตตระโซเลยม (Tetrazolium test) และการแชเมลดใหงอกในไฮโดรเจนเปอรออกไซด (H O –


2 2











test) ซงวิธการเหลานีสามารถทดสอบและรูผลไดอยางรวดเรว เมลดไมแตละชนดจะมความเหมาะสมกบ






วิธการทดสอบแตกตางกันไป และผทาการทดสอบจะตองเปนผมความรและมประสบการณในการปฏบต ิ













2. การเกบรกษาเมลด (Seed storage)



เมลดไมสวนใหญจะสกแกและสามารถเก็บ (Collection) ไดในชวงฤดูรอน และนาไปใชโดยเรว









ทสดในฤดูการเตรยมกลาไมทจะถง สาหรับเมล็ดไมบางชนิดการสุกแกลาชาออกไปไมสามารถเพาะชําได



























ทนในปนันก็จะตองเก็บรกษาเมลดไวใชในปถดไป พันธไมบางชนิดไมใหผลผลตเมลดดกทกป (Good seed


year) ก็มความจําเปนทจะตองเก็บรกษาเมลดไวใชในปทขาดแคลน เมลดไมแตละชนิดมความสามารถใน















การเก็บรกษาไดยาวนานแตกตางกันไป โดยธรรมชาติของเมล็ดแลวความมีอายุยืน (Natural longevity) ถูก






ควบคมโดยลกษณะทางพันธกรรม ซง Ewart (1908) ไดแบงออกเปน

10



1) เมลดทมชวงชวิตสน (Microbiotic seeds) มชวิตอยูไดไมเกิน 3 ป 














2) เมลดทมชวงชวิตยาวปานกลาง (Mesobiotic seeds) มชวิตอยูไดระหวาง 3 ถง 15 ป 






3) เมลดทมชวงชวิตยืนยาว (Macrobiotic seeds) มชวิตอยูไดนานมากกวา 15 ปขนไป ถง













มากกวา 100 ป 

นอกจากลกษณะทางพนธกรรมทควบคมความมีชีวิตของเมล็ดไมแลวเมล็ดไมยังสามารถ










จําแนกโดยใชลกษณะทางสรรวิทยาทสนองตอสภาพแวดลอมในการเก็บรกษาซงไดแก ความชืน และ


















อณหภูมในการเก็บรกษา และมอทธพลตอความมชวิตของเมลด ซง Robert (1973) ไดจําแนกเมลดออกตาม





ปจจัยดังกลาวออกเปน 2 กลม คอ









กลมแรก เมลด Orthodox เปนเมลดทสามารถลดความชนภายในเมลดลงตาไดถง 5% และ












สามารถเก็บรกษาเมลดในทีอณหภูมตาไดเปนเวลานาน เปรยบเทยบไดกับเมลดทมชวงชวิตปานกลางและ











เมลดทมชวงยืนยาวนันเอง เมลดกลมนีสวนใหญเปนเมลดทมเปลอกแข็งทําใหการเปลียนแปลงความชืนใน

























เมลดมนอย เชน เมลดไมในตระกล Acacia Cassia และ Leucaena และเมลดบางชนิดทเปลอกไมแขงนัก









เชน เมลดไมตระกลสน และ Salix














กลมท 2 เมลด Recalcitrant เปนเมลดทไมสามารถลดความชนภายในเมลดใหลดตาลงได โดย





ปกตตองมความช้นประมาณ 20-50% โดยน้าหนัก และไมสามารถเก็บรักษาไวไดนาน เมล็ดกลุมนีคือเมล็ด


















ทมชวงชวิตสน เมลดในปาเขตรอนสวนใหญจัดอยูในกลมนี เชน เมลดไมวงศยาง







นอกจากเมลดทงสองกลมดังกลาวแลว Ellis et al. (1990) ไดจัดเมลดอกกลมหนึงซงมลกษณะ















คาบเกียวกันระหวางกลุมเมล็ด Orthodox และ Recalcitrant เปน เมล็ด Intermediate เมล็ดในกลุมนีสามารถ












ลดความชนภายในเมลดไดตาสดเทากับเมลด Orthodox แตไมสามารถเกบรกษาเมลดในอณหภูมตาเทาทเก็บ












รกษาเมลด Orthodox ได เชน เมลดไมมะฮอกกานี (Swietenia macrophylla) (ตารางท 1)















ตารางท 1 ขอจํากัดในการเก็บรกษาเมลดไมแยกกลมโดยลกษณะทางสรรวิทยาของเมลด



ระดับความชืน ระดับอณหภูมใน


กลมเมลด




ภายในเมลด การเกบรกษา



Orthodox ตา ตา



Intermediate ตา สง





Recalcitrant สง สง










ในการเก็บรกษาเมลดไมโดยทวไปแลวมปจจัยสาคญทมผลตอความมชวิตของเมลด คอ








1) พันธกรรม (Genetic)


2) ขบวนการจัดเก็บเมลด (Seed processing)




3) ความมชวิตเรมตน (Viability)

11


4) ความชนของเมลด (Seed moisture content)


5) ภาชนะในการเก็บรกษาเมลด (Container)





6) อณหภูมในการเกบรกษา (Temperature)

7) ปจจัยอน ๆ เชน แสง และ โรคแมลงทมากับเมลด











2.1 วธการเกบรกษาเมลด


การเก็บรกษาเมลดไมควรเลอกวิธการทีเหมาะสม และประหยัด เมลดพันธไมหลายชนิด












สามารถเกบรกษาไดในอณหภูมหองโดยไมจําเปนตองเก็บในหองเย็นใหสินเปลืองคาใชจาย เชน เมล็ดไมใน











ตระกล Leguminosae Eucalyptus Tilia และเมลดไมเนือแขงอกหลายชนิด แตการเก็บรกษาเมลดไมทก










ชนิดไวเปนระยะเวลายาวนาน เชนการอนุรกษพันธ ตองเก็บไวในทอณหภูมตาเทานัน
















2.1.1 ภาชนะในการเก็บรกษา (Storage container) ภาชนะทใชในการเก็บรกษาเมลดมผล

ตอความมีชวิตของเมลด โดยมีบทบาทในการควบคุมการแลกเปลียนอากาศและความชืนของบรรยากาศ







ภายในและภายนอกภาชนะ นอกจากนียังมประโยชนในการแยกเมลดออกเปนสวนๆ สาหรบการเก็บรกษา









สะดวกในการขนยาย การจัดเรยงในหองเก็บ รวมทงปองกันอนตรายจากสตวและแมลง ภาชนะในการเก็บ











รกษาเมลดมอยูมากมายหลายอยาง สามารถจําแนกตามคณสมบตของวัสดุทใชได 3 ประเภท (Willan, 1984)

ดังนี ้







1) ภาชนะททาจากวัสดุทยอมใหความชนและอากาศผานได (Materials freely












permeable to moisture and gas) ไดแก ถงผา กระสอบ หรอถงททาจากกระดาษหรอไฟเบอรบอรด เหมาะ









สาหรบการเก็บเมลดพวก recalcitrant และเมลดพวก Orthodox ทตองการเก็บไวเปนระยะเวลาสนๆ



2) ภาชนะททาจากวัสดุทไมยอมใหความชนและอากาศผานได (Materials compleatly








impermeable to moisture and gas) ไดแก กระปองอะลูมิเนียม ขวดแกว ถังโลหะ และภาชนะทีทําดวยโลหะ







อยางอน เหมาะสาหรบการเก็บรกษาเมลดทตองการควบคมความชืนใหตา เชนเมลดพวก orthodox ทลด















ความชนลงตา






3) ภาชนะททาจากวัสดุทไมสามารถปองกันความชนไดอยางสมบรณ (Materials






resistant, but not completely impermeable to moisture) ไดแก ภาชนะททําดวยพลาสติก อลูมิเนียมฟลอยด






ซงเปนภาชนะทสามารถปองกันการซมผานของความชืนไดในชวงเวลาไมนานนก จากนนความชนจะ










สามารถซึมเขาไปไดทละนอย เหมาะสาหรบการเกบรกษาเมลดพวก orthodox ไวเปนระยะเวลาสนหรอ












ปานกลางเทานัน








การจัดสภาพทเหมาะสมสาหรบการเก็บเมลดโดยทวไปตองมลักษณะ คือ สามารถลด



ขบวนการ Metabolism ในเมลดได ปลอดภัยจากโรค-แมลง และชะลอความเสอมของเมลดไดมากทีสด



(ตารางท 2)


12

ตารางท 2 สภาพการเก็บรกษาเมลดไม 






ระยะเวลาการ ความชืน อณหภูม ิ
ชนิดไม  ชนิดของภาชนะ

เกบรกษา (ป) (%) (°C)


True orthodox < 5 6 - 10 0 - 5 ภาชนะปดสนท


> 5 6 - 10 -18 ภาชนะปดสนท



Sub orthodox < 5 6 - 10 0 - 5 ภาชนะปดสนท

> 5 6 - 10 -18 ภาชนะปดสนท

Temperate recalcitrant < 3 30 - 45 -1 to -3 4 mil ถุงพลาสตก, ไมปด






Tropical recalcitrant >1 30 - 45 12 - 20 4 mil ถุงพลาสตก, ไมปด





(mil = 1/1000 นว = 0.025 มิลลเมตร) ทมา : Bonner et al. (1994)
2.1.2 สภาวะการเก็บรกษาเมลดไม 









การเก็บรกษาเมลดไมนันแตกตางกันไปตามชนด ลกษณะนิสย คณภาพ และความ





ยาวนานในการเก็บรกษา โดยทัวไปแบงออกไดเปน 2 ลกษณะ คอ การเก็บรกษาในสภาพแหง และเก็บ






รกษาในสภาพชน







1) การเกบรกษาสภาพแหง เหมาะสาหรบการเก็บรกษาเมลดไวเปนระยะเวลายาวนาน





การเก็บเมลดแบบนีใชกับเมลดทผานการผงใหแหง เมลดมความชนตา แบงออกได 3 วิธ ี




















1.1) การเก็บรกษาในสภาพแหง ไมมการควบคมอณหภูมและความชน เมลดจะ




เก็บเปนกอง หรอบรรจุกลอง กระสอบ เก็บรกษาไวในหอง (Ambient temperature) ทมอากาศถายเทไดดี















วิธการนีเปนทนิยมใชกันมากในประเทศเขตรอน เนืองจากงายและเสียคาใชจายนอย แตจะเก็บรักษาเมล็ดได










ในระยะเวลาสนๆ เหมาะกบเมลดทมเปลอกแขง เชน เมลดไมในตระกล Leguminosae หลายชนิด สามารถ







รกษาไดนานถง 10 ป ไมสกสามารถเก็บรกษาไดนานกวา 1 ป 








1.2) การเก็บรกษาในสภาพแหงในภาชนะทปดสนิท เก็บเมลดในภาชนะทปด





สนิทจะชวยรักษาความชืนใหคงที ในบางครังอาจใสสารดูดความชืน เชน Silica gel ไวเพือดูดความชืนที ่







เมลดคายออกมาจากการหายใจ การเก็บรกษาไวในหองทมอณหภูมไมสงเกินไป และมการเปลยนแปลงของ









อณหภูมนอย เหมาะกบไมสนบางชนิด สเสยดแกน มะมวงหิมพานต กวาว













1.3) การเก็บรกษาในสภาพแหงในภาชนะทปดสนิทและควบคมอณหภูม เก็บ













เมลดไวในอณหภูมตา ซงจะชวยลดขบวนการ metabolism ภายในเมลด และกจกรรมของโรค-แมลง












อณหภูมสาหรบเก็บรกษาแตกตางกันไปตามชนดของไม เชน ในไมสนสามใบทเก็บรกษาไวในภาชนะปด


สนิท ภายในบรรจุ Silica gel เก็บไวทอณหภูมตากวา 0 °C เล็กนอย ยังใหการงอกสูงถึง 69% เมือเก็บรักษา





ไวนาน 2 ป (Byndum, 1972)

13




2) การเกบรกษาในสภาพชืน เหมาะสาหรบเมลดทตองการความชนในระหวางการ



















เก็บรกษาสง เชน เมลดไมพวก recalcitrant การเก็บรกษาในสภาพชนแบงออกเปน 2 วิธ คอ










2.1) การเก็บรกษาเมลดในสภาพชนโดยไมมการควบคมอณหภูม เก็บโดยการวาง













กอง หรอใสบอตนๆ ทมการระบายนาดี การถายเทของอากาศดี และคลมเมลดดวยวัสดุท่มีความสามารถใน

การอมความชน เชน ใบไม ทราย ขเลอย ในบางประเทศเก็บรกษาในสภาพน้าไหล โดยเก็บเมลดในถงตา























ขายภายใตน้าไหลและอากาศถายเทไดดี เชนในไมตะเคยนทอง สามารถเกบรกษาไดนานถง 3 สปดาห การ











เก็บเมลดไมเลยนในถงพลาสติกในสภาพหองทาใหเมลดสญเสยความมชวิตภายใน 1 เดือน ในขณะทีเมล็ด



ทเก็บรกษาไวทอณหภูม 12 °C มีชีวิตอยูถึง 4 เดือน (บัณฑิต, 2526)












2.2) การเก็บรกษาเมลดในสภาพชนและควบคมอณหภูม การเก็บรกษาวิธนีจะ























ควบคมอณหภูมใหตา และควบคมความชนโดยการคลมเมลดดวยวัสดุทมความสามารถในการอมความชน





อาจตองใหความชนเปนระยะๆ เมลดไม Recalcitrant บางชนิดทเก็บรกษาดวยวิธนี้ ทีอุณหภูมิ 5 °C สามารถ










มชวิตอยูไดนานถง 2 ป 



นอกจากนียังมวิธเก็บเมลดโดยวิธอนๆ อก เชน การเก็บเมลดในไนโตรเจนเหลว












(Cryopreservation) หรอกาซอนๆ เชน คารบอนไดออกไซด การเก็บเมลดในสญญากาศ การเคลอบผวเมลด





















ดวย Wax Paraffin หรอ Latex เพือปองกันการสญเสยความชน แตวิธการเหลานีไมเปนทนิยม เนืองจาก ทํา



ไดยาก และเสยคาใชจายสง





ขอควรปฏบติในการเกบรกษาเมลด















• เก็บเมลดในระดบอณหภูมตาทสดซงไมเปนอนตรายตอเมลด


• เก็บเมลดในระดับความชืนตาทสดซงไมเปนอนตรายตอเมลด โดยเมล็ด Orthodox ลด














ความชนไดตาสดถง 5-10% เมลด Recalcitrant ลดความชนตาสดได 60-70% สาหรบเมลด

















Intermediate ลดความชนไดถง 12-14%

• ปองกันและกําจัดโรค-แมลงกอนการเก็บรกษาเมลดและในระหวางการเก็บรกษา




• เก็บรกษาเมลดในทมด






• เก็บเมลดไม Orthodox และ Intermediate ในสภาพความชนตา ในภาชนะทปดสนิท




















• ภาชนะทเก็บเมลด Orthodox ควรใหมอากาศอยูนอยทสด โดยทาใหเปนสญญากาศ หรอ

เตมกาซคารบอนไดออกไซดไปแทนทออกซเจน










• ภาชนะทปดไมสนิท อาจเก็บเมลดไวในสารดูดความชืน เชน Silica gel, CaO และถาน





สามารถเกบรกษาเมลดไดยาวนาน


• การเก็บรกษาเมลดไม Recalcitrant ตองใชภาชนะททาดวยวัสดุทมการแลกเปลยนอากาศได


















เชน ถงผา ปองกันไมใหเมลดแหง และปองกันการงอกของเมลด










• เมลดไมทใชในปรมาณนอยควรแบงจัดเก็บในภาชนะขนาดเลกเพือสะดวกในการใชเมลด



14


2.2 ระยะเวลาการเก็บรกษาเมลดไม








การเก็บรกษาเมลดไมจะยาวนานเทาใดขนอยูกับวัตถประสงคและชนิดไมเปนสาคญ ใน
















การเตรยมกลาไมโดยปกตแลวจะเก็บเมลดมาแลวเพาะชาโดยเรวทสดในฤดูกาลถดไป ซงการเก็บรกษาใน








ระยะเวลา 2 – 3 ป ถอเปนภาวะปกต แตโดยทวไประยะเวลาการเกบรกษาเมลดไดถูกแบงออกเปน 3 ระยะ









คอ











1) การเก็บรกษาเมลดระยะสน (Short term) ไมเกิน 5 ป เมลดสวนใหญจะเก็บรกษาไว




ประมาณ 2 – 3 ป แตก็อาจเก็บรกษาไวถง 5 ป 
2) การเก็บรกษาเมลดระยะปานกลาง (Medium term) 5 - 25 ป เปนการเก็บรกษาเมลดทม ี












คาหายาก หรอเมลดทผานการปรบปรงพันธแลวและเปนเมลดจากแหลงทีมีคุณภาพ

















3) การเก็บรกษาเมลดระยะยาว (Long term) มากกวา 25 ป โดยปกตแลวเปนการเก็บรกษา



สาหรบการอนุรกษพันธกรรม (Germplasm conservation)











การเก็บรกษาเมลดไมยิงยาวนานเทาไรก็สนเปลองคาใชจายมากเทานัน และในระหวางการเก็บ










รกษาเมลด จะตองทาการทดสอบคุณภาพของเมลดเปนระยะซงขนอยูกับชนิดเมลดพันธ เมลดพันธุทีมีอายุ














สนจะตองมการตรวจสอบความมชวิตในชวงเวลานับเดือน หรอ ป สาหรบเมลดไมทมอายุยาวจะทาการ











ทดสอบในชวงเวลานานขน เชน 3 ป หรอ 5 ป เปนตน












3 การใหบรการเมลดไม 



ระบบการใหบรการเมลดไมของกรมปาไมแบงออกเปน การใหความอนเคราะหรายยอย







การสนับสนุนโครงการพิเศษ เพือการกุศลหรอสาธารณประโยชน และการจําหนายเมลดไมตามราคา





จําหนายทกรมปาไมกําหนด



1) การใหความอนุเคราะหรายยอย








การขอความอนุเคราะหเมลดไมเพือนําไปใชเปนเมลดตวอยาง เพือการศกษา

ทางดานเมลดไม เพือการเพาะชากลาไมในปรมาณเลกนอย เชน การกศลสาธารณะประโยชน เอกชนราย

















ยอยทตองการเมลดไมไปเพาะชาเองทไมมวัตถประสงคเพือการคา กําหนดอานาจการแจกจายเมลดไม












2) การสนับสนุนเมลดเพือใชในโครงการตาง ๆ









การขอสนับสนุนเมลดไมเพือนําไปใชในโครงการตาง ๆ ทมปรมาณมาก ทงของ
















ภาครฐและเอกชนทไมมวัตถประสงคเพือการคา ผขอสนับสนุนเมลดไมจะตองเสนอเอกสารเปนลายลกษณ







อกษรพรอมโครงการใหอธิบดีกรมปาไมเปนผูพิจารณาอนุมัติ ทังนี จํานวนชนิดและปริมาณเมล็ดไมที ่





ขอรบการสนับสนุน กรมปาไมขอสงวนสทธในการพิจารณาอนุมตในปรมาณทจะใหการสนับสนุน







15


3) การจําหนายเมลดไม 




งานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา ศนยเมลดพันธไมภาค และศนยวนวัฒนวิจัย
















ภาคทมหนาทในการจัดการเมลดไม จําหนายเมลดใหแกผตองการซือเมล็ดไม ตามบญชแสดงรายละเอยด










และราคาจาหนายเมลดไมตามอัตราทีกรมปาไมกําหนด (ตารางที 3) และทีอาจจะกําหนดขึนอีกในอนาคต







โดยแบงประเภทของผซอเมลดออกเปนจากหนวยราชการทวไป และเอกชน ซงราคาจําหนายใหแกหนวย















ราชการมราคาเปนกึงหนึงของราคาจําหนายใหเอกชน เงนรายไดจากการจําหนายเมลดใหนําสงฝายการคลง






เปนรายไดแผนดิน และฝายการคลงตองเปนผออกใบเสรจรับเงินใหแกผูซือเมล็ด (ภาพที 6)





















16





ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม 






ราคาจําหนายเมลด





ลาดับ ชนดพนธไม  จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)



ท ่ ี Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
1 กระถินคราสสิคารปา Acacia crassicarpa 40,000-50,000 1,100 3,300 1,650
2 กระถินณรงค Acacia auriculiformis 50,000-60,000 900 2,700 1,350
3 กระถินเทพา Acacia mangium 90,000-110,000 1,100 3,300 1,650
4 กระถินบาน Leucaena glauca 22,000 60 180 90
5 กระถินยักษ Leucaena leucocephala 19,000 60 180 90
6 กระถินเล็ปโตคาปา Acacia leptocarpa 90,000 1,000 3,000 1,500

7 กระพีเขาควาย Dalbergia cultrata 2,000 1,500 4,500 2,250
8 กันเกรา Fagraea fragrans 3,000,000 2,200 6,600 3,300


9 ขีเหล็กบาน Cassia siamea หรอ Senna siaman 40,000 350 1,050 525


10 แสมสาร Senna garrettiana 29,000 600 1,800- 900
11 คูน (ราชพฤกษ) Cassia fistula 7,400 150 450 225

12 ฉนวน Dalbergia nigrescens 29,000 600 1,800 900

13 ชิงชัน Dalbergia oliveri 6,000 1,500 4,500 2,250

14 ซอ Gmelina arborea 2,400 150 450 225

15 แดง Xylia xylocarpa 3,700 1,200 3,600 1,800

16 ตะกู Anthocephalus chinensis 18,000,000 2,200 6,600 3,300

17 ตะแบกนา Lagerstroemia floribunda 190,000 350 1,050 525

18 ตีนเปด (สัตบรรณ) Alstonia scholaris 598,000 2,000 6,000 3,000


19 ถอน Albizia procera 25,000 250 750 375

20 ทรงบาดาล Senna surattensis 45,000 300 900 450

21 นนทรีปา (อะราง) Peltophorum dasyrachis 29,000 900 2,700 1,350


22 ประดู (ตีปก) Pterocarpus macrocarpus 3,000 (ผล) 150 450 225

23 ประดู (เมล็ด) Pterocarpus macrocarpus 18,000 2,500 7,500 3,750
24 ปบ Millingtonia hortensis 120,000 400 1,200 600

25 ไผขาวหลาม Cephalostachum pergracile 46,000 1,000 3,000 1,500


17








ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม (ตอ)


ราคาจําหนายเมลด










ลาดับ ชนดพนธไม  จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)
ท ี ่ Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
26 ไผซางนวล Dendrocalamus membranaceus 22,000 1,000 3,000 1,500
27 ไผปา Bambusa bambos 87,000 1,000 3,000 1,500
28 ไผรวก Thyrsostachys siamensis 20,000 1,000 3,000 1,500
29 พระเจาหาพระองค Dracontomelon mangiferum 50 - 70 2,000 6,000 3,000
30 พฤกษ Albizia lebbeck 10,000 250 750 375
31 พะยูง Dalbergia cochinchinensis 42,000 150 4,500 2,250
32 พันชาด Erythrophleum succirubrum 3,000 400 1,200 600
33 มะกอกปา Spondias pinnata 100 50 150 75

34 มะเกลือ Diospyros mollis 7,400 800 1,600 800

35 มะขามปอม Phyllanthus emblica 50,000 700 2,100 1,050

36 มะคาแต Sindora siamensis 490 - 630 70 210 105

37 มะคาโมง Afzelia xylocarpa 110 - 200 50 150 75

38 มะยมปา Ailanthus triphysa 22,000 1,200 3,600 1,800

39 มะฮอกกานี Swietenia macrophylla 2,000 300 900 450

40 โมกมัน Wrightia tomentosa 54,000 2,000 6,000 3,000

41 ยมหอม Toona ciliata 300,000 2,500 7,500 3,750

42 ยมหิน Chukrasia velutina 120,000 1,500 4,500 2,250

43 ยูคาลิปตัส Eucalyptus citriodora 257,000** 1,000 3,000 1,500

45 ยูคาลิปตัส Eucalyptus cloeziana 40,000** 1,000 3,000 1,500

46 ยูคาลิปตัส Eucalyptus tereticornis 300,000** 1,000 3,000 1,500

47 ยูคาลิปตัส Eucalyptus urophylla 480,000** 1,200 3,600 1,800

48 ยูคาลิปตัส Eucalyptus camaldulensis 100,000** 1,200 3,600 1,800

49 เลียน Melia azedarach 1,200* 50 150 75

50 สนคาริเบีย Pinus caribaea 50,000 1,300 5,200 2,600

51 สนทะเล Casuarina equisetifolia 800,000 800 2,400 1,200



18










ตารางท 3 บญชแสดงรายละเอยดชนิดไม ราคาเก็บและราคาจําหนายเมลดไม (ตอ)
ราคาจําหนายเมลด




ลาดับ ชนดพนธไม  จํานวนเมลด/ ราคาเกบเมลด (บาท/กก)






ท ี ่ Species กก. (บาท/กก) ราชการลด
เอกชน
50%
52 สนสองใบ Pinus merkusii 20,000 2,000 8,000 4,000
53 สนสามใบ Pinus kesiya 53,000 1,300 3,900 1,950
54 สนโอคาปา Pinus oocarpa 60,000 1,400 4,200 2,100
55 สมอไทย Terminalia chebula 500 500 3,600 1,800
56 สะเดา Azadirachta indica var siamensis 4,000 200 600 300
57 สัก Tectona grandis 2,000* 60 70 - 35 - 50
100
58 สาธร Millettia leucantha 3,500 600 1,800 900
59 สีเสียดแกน Acacia catechu 19,000 150 450 225

60 เสลา Lagerstroemia tomentosa 100,000 350 1,050 525

61 หลุมพอ Intsia palembanica 120 150 450 225


62 หางนกยูงฝรัง Delonix regia 2,000 250 750 375

63 อินทนิลน้า Lagerstroemia speciosa 200,000 350 1,050 525

หมายเหต : * จํานวนผล และ ** จํานวนกลาไม 




































19



การบริการและจาหนายเมล็ดไม









งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา กลุมงานวนวฒนวจย







สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม
อาคารกรต สามะพทธิ ชัน 3 หอง 324 โทร 0-2561-4292-3 ตอ 5429, 5430





โทรสาร 0-2940-7396 E-mail : [email protected]



ผูขอรบบรการ
เจาหนาท ่ ี


• ติดตอเจาหนาท ี ่


2 นาท ี • ใหคําปรกษา ตรวจสอบเมลดในคลง


พิจารณา
ผูขอรับบริการ



3 นาท ี กรอกแบบคําขอ อนุมติจายเมลด
*
กรณีซอเมลด






เบกจายเมลด ออกใบเสรจ


จากคลงและ รบเงินท ี ่


บรรจหบหอ กองคลง



กรมปาไม
5 นาท ี

สงมอบเมลด สงมอบใบเสรจรบเงิน





(รวม 10 นาท)


ผูขอรบบรการ





* โครงการพิเศษ การกศล สาธารณประโยชน และอนๆ ขอความอนุเคราะหโดยอนุมติกรมปาไม 


ภาพท 6 ขนตอนการบรการและจําหนายเมลดไม 






20

ขอมูลเมล็ดไม (Seed documentation)

















ขอมลเมลดไมเปนขอมลสาคญทใชเพือการจัดการเมลดไมและการใชเมลดไมทงเพือการปลกปา




















หรอการซอขายแลกเปลยนเมลด ประกอบไปดวยขอมลถนกําเนิด ประวัตทมาของเมลด และคณภาพของ










เมลดในดานตางๆ โดยเฉพาะขอมลของแหลงเมลด และระดับชันของแหลงเมล็ดจะบอกลักษณะทองถิน












พืนท และสงแวดลอม และระดับคณภาพทางพันธกรรม เพือการนําเมลดไปใชไดอยางเหมาะสม


วัตถประสงคในการจัดทาระบบฐานขอมลเมลดไมแตกตางกันไปตามการใชประโยชน (ภาพท 7 และ 8)













1. เพือการจัดการเมลด ขอมลเมลดไมจะใชเปนเครองมอเพือการวางแผนจัดหาเมลดไม ขอมูล


















เกียวกับแหลงเมลด ผลผลตเมลด ฤดูกาลในการออกดอกออกผล และลกษณะของกลาไมทเคยบนทกไวจะ














เปนแนวทางในการวางแผนการเกบเมลดไมไดเปนอยางดี ทาใหไมตองเสยเวลาในการศกษาและสารวจหา










แหลงเมลดใหม นอกจากนีวิธการจัดการเมลดไมทเคยปฏบตสามารถนํามาปรับปรุงใชเพือใหไดเมล็ดทีมี












คณภาพดีขน และเพือการผลตกลาไมและการนํากลาไมไปใชไดอยางถกตองเหมาะสมโดยเฉพาะแหลง









เมลดกับพืนทปลก





2. เพือการจัดทาระบบขอมลภายใน เพือเก็บขอมลเมลดไมไวใชภายในหนวยงานในทองถนซง
















เปนหนวยงานยอยๆ เชน หนวยเก็บเมลดไม งานเพาะชากลาไม และงานปลกปา เปนขอมลเพือใชในการ










ตดตามผลการใชเมลดไม 







3. สาหรบผใชเมลด ขอมลเกียวกับแหลงเมลดไมและการทดสอบคณภาพของเมลดจะม ี








ประโยชนอยางมากสาหรบผใชเมลดไมเพือการปลูกปา ชวยใหสามารถตัดสินใจเลือกใชเมล็ดจากแหลงที ่








เหมาะสมกับพืนทปลก และตรงตามวัตถประสงคในการปลกปา รวมทงสามารถเตรยมการในการผลตกลา



























ไมไดอยางถกตอง นอกจากนียังมประโยชนตอการแลกเปลยนเมลดหรอซอขายเมลดอกดวย
การรับรองเมล็ดไม (Seed certification)











หนังสอรบรองเมลดไมเปนเอกสารทีออกอยางเปนทางการเพอรบรองคณภาพเมลดไมโดย



















หนวยงานทจัดการเมลดเปนผออก เชน ศนยเมลดพันธไมภาค และงานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา ของ





กรมปาไม เปนตน แตเมลดทมหนังสอรบรองอยางเปนทางการไมไดแสดงวามีคุณภาพทีดีกวาเมล็ดไมทีไม

















มหนังสอรบรองอยางเปนทางการ โดยปกตแลวหนังสอรบรองจะออกเพอกํากับเมล็ดทมคณคาอยางสาคญ
















หรอความตองการพิเศษทงเพือใชในประเทศและระหวางประเทศ (ภาพท 9 10 และ 11) ซงเปนการรบรอง






ในดานตาง ๆ คือ




1. คณภาพทางพันธกรรม (Genetic quality) เปนขอมลทบอกแหลงทเก็บเมลด เชน สวนผลต














เมลด หรอแมไม รวมทงขอมลทตงของแหลงเมลด สภาพของแหลงเมลด และการเก็บเมลด
















2. คณภาพทางสรีรวิทยาและกายภาพ (Physiological and physical qualities) เปนขอมลทบอก





ถงการทดสอบคณภาพเมลดในดานตางๆ ทปฏบตตามกฎสากล โดยเฉพาะความมชวิตของเมลด










21




3. สขภาพ (Health and diseases) เปนขอมลสาคญเพือการคาและการสงออก รบรองวาได















ตรวจสอบแลววาไมมการติดเชอ หรอมโรค แมลงปนอยูในเมลด รวมทงมการพนยาเพอปองกันแลว














ตามแนวทางการจัดการเมลด เมลดไมทปราศจากขอมลเมลดในดานถนกําเนิด ประวัต และคณภาพ







เมลดอาจจะถกจัดวาเปนเมลดทมความเสยงตอการนําไปใชหรือเกือบไมมีคาอะไร ขอมูลเมล็ดไมจะชวยทํา













ใหเกิดความมนใจในการนําเมลดไปใช 













สาหรบเมลดไมทใชเพือการปลกปาแตละแปลงนันอยางนอยควรมีขอมลของแหลงเมลดทใชไว










อยางชดเจนเพอการประเมินผลคณภาพเมลดทใช และผลผลตของสวนปา และเพือการวางแผนการใชเมล็ด









ตอไปในอนาคตไดอยางถกตองและไดผลคมคากับเวลาและการลงทน






22


แบบฟอรม 1


งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา






สํานกวิจัยและพฒนาการปาไม กรมปาไม



แหลงเมลดไม 
ชนิดไม : ชันแหลงเมล็ด :


ชอวิทยาศาสตร :



ชอทองถิน ชอสามัญ






ทีตงหนวยงาน





ชอหนวยงาน


สถานทตดตอ



โทรศพท/โทรสาร


ชอหัวหนาหนวยงาน : โทรศพท :





ทีตงแหลงเมล็ดไม






ชอปา/สถานท :




หมบาน ตาบล


อําเภอ จังหวัด :





ความสงระดับนาทะเล (ม.) ละตจูด : ลองตจูด

รายละเอียดอืน ๆ :



ระยะทางเดนเทาถึงแหลงเมล็ด (เมตรหรือกโลเมตร) :

ระยะทางระหวางหนวยงานถึงทตงแหลงเมล็ด (กโลเมตร) :








การกาหนดขอบเขตแนวปา : ม ี ไมม ี






แผนท เลขท : สเกล แผนท :
ลักษณะถนน : ลาดยาง ลูกรัง อืน ๆ


หมายเหต :

ประเภทปาทีขึนอยู 



ปาธรรมชาต ปาไมผลัดใบ





ปาดบชน ปาผลดใบ




ปาเบญจพรรณ





ปาดบแลง ปาเตงรง






ปาดบเขา ปาชายหาด


ปาชายเลน ปาสนเขา ื
ปาพร


ปาบงนาจด










ปาปลูก ปทปลูก อายุ ป ถินกาเนดของเมล็ดทใช








ไมแนชด



อืนๆ ระบ
ภาพท 7 แบบสารวจแหลงเมลดไม (แบบฟอรม 1) 23









แบบฟอรม 1
รายละเอียดหมูไม








ความสงเฉลีย (ม.) : เสนผาศนยกลาง (ซม.) : พนท (ไร) :

จํานวนตน/ไร :


ผลผลิตเมล็ด : ม ี ไมม ี

เคยมการเกบเมล็ดจากแหลงนมากอนหรือไม : เคย ไมเคย







โปรดใหคะแนนลักษณะตางๆ ของหมไม (คะแนน 1-5) ลงในชองวาง




ความหมายของคะแนน
1. แยมาก 2. ไมด ี 3. ปานกลาง 4. ด ี 5. ดมาก


ลักษณะของหมูไม :




การเขาถึง รูปทรง การแตกกงกาน (กงกานนอยถือวาด) ผลผลิตเมล็ด ความปลอดภัย







ความหนาแนนของหมูไม :




นอย ปานกลาง หนาแนน หนาแนนมาก

การกระจายของตนไม :

ขนใกลกนเปนกลุม กระจายหางกนเปนจุด/หยอมทวพนท ่ ี ขนเปนแถวตามแนวถนน















หมายเหต : กรุณาแนบภาพถายดวย(ถาม):

แผนทีของแหลงเมล็ดไมโดยสงเขป


















ผูสารวจ วันท












ภาพท 7 แบบสารวจแหลงเมลดไม (แบบฟอรม 1) (ตอ) 24

แบบฟอรม 2




งานวจยและจัดการเมล็ดพนธุไมปา



สํานกวิจัยและพฒนาการปาไม กรมปาไม



แหลงเมลดไผ /หวาย




ชอวิทยาศาสตร :






ชอทองถิน ชอสามัญ
ทีตงหนวยงาน







ชอหนวยงาน


สถานทตดตอ



โทรศพท/โทรสาร






ชอหัวหนาหนวยงาน : โทรศพท :



ทีตงแหลงเมล็ดไผ / หวาย

ชอปา/สถานท :





หมบาน ตาบล




อําเภอ จังหวัด :





ความสงระดับนาทะเล (ม.) ละตจูด : ลองตจูด

รายละเอียดอืน ๆ :



ระยะทางเดนเทาถึงแหลงเมล็ด (เมตรหรือกโลเมตร) :





ระยะทางระหวางหนวยงานถึงทตงแหลงเมล็ด (กโลเมตร) :



การกาหนดขอบเขตแนวปา : ม ี ไมม ี







แผนท เลขท : สเกล แผนท :
ลักษณะถนน : ลาดยาง ลูกรัง อืน ๆ

หมายเหต :


ประเภทปาทีไผ / หวายขึนอยู 



ปาธรรมชาต ปาไมผลัดใบ ปาผลดใบ





ปาดบชน ปาเบญจพรรณ








ปาดบแลง ปาเตงรง




ปาดบเขา ปาชายหาด


ปาชายเลน ปาสนเขา


ปาพร ุ ปาบงนาจด















ปาปลูก ปทปลูก อายุ ป ถินกาเนดของเมล็ดทใช




ไมแนชด


อืนๆ ระบ




ภาพท 8 แบบสารวจแหลงเมลดไผ/หวาย (แบบฟอรม 2) 25








แบบฟอรม 2

รายละเอียดของหมูไม ไผ / หวาย




1. พนทโดยประมาณ (ไร) :
2. ลักษณะการกระจายของไผ / หวาย : จํานวนกอ/ไร




3. ความหนาแนนของไผ / หวาย (คดเปนเปอรเซนตของพนท/ไร)





< 25% 25-50% 50-75% 75-100%

4. ประวัตการออกดอกออกผล :

เคย เมอป : ชวงเวลาการออกดอก : ป/ครัง





ไมเคย


ไมแนชด





5. ชวงเวลาทผลแก :

หมายเหต : กรุณาแนบภาพถายดวย(ถาม)




แผนทีของแหลงเมล็ดไมโดยสงเขป



























ผูสารวจ วันท ี ่





ภาพท 8 แบบสารวจแหลงเมลดไผ/หวาย (แบบฟอรม 2) (ตอ)




26

Silvicultural Research Division

Forest Research and Development Bureau

Royal Forest Department, THAILAND
61 Paholyothin, Jatujak, Bangkok 10900, THAILAND. Tel.&Fax. 66 2 940-7396. E-mail : [email protected]


Seed Certificate



Species: Seed Lot: 07-0034


Eucalyptus camaldulensis ยูคาลิปตสคามาลดเลนซิส

Provenance Description:

Province: District (Amphur) Provenance: Longitude / Latitude
Surin Thatum Thatum (Australia) 103˚ 40’E / 15˚ 31’ N

Altitude Rainfall Seed Zone : Topography Soil
(m.s.l.) (mm/year) Slope Aspect
150 m 1,300-1,765 IV Northeast --- --- Loamy sand


Latest update Area, (ha) Age : Diameter, (cm) Height, (m) No. of trees
2007 8 29 35 16 15

Forest type: Fruiting period: Seed Source Classification:

Plantation March - April SPA

General Description:

Stem form: Good, Moderate branching. Growth: Good. Health: Good. Seed production: Good


Latest Seed Test Result:
Viability
Year of Test Purity Weight of 1,000 Moisture Germination
collection Test Date method (%) Seeds,(g). content ability (%) Viable
(Seeds/ 10 g)

2007 May, 2007 Standard 89 - 12 - 7,100

This certificate is filled and verified by:


NAME: DESIGNATION: SIGNATURE: DATE:

Seed source:
IS – Identified stand PSA – Provenance seed stand
SS – Selected stand SSO – Seedling seed orchard
SPA – Seed production area CSO – Clonal seed orchard







ภาพท 9 ตวอยางหนังสอรบรองเมลดไม 
27


กลุมงานวนวฒนวจย






สานกวจยและพฒนาการปาไม กรมปาไม









61 พหลโยธน เขตจตุจกร กรงเทพฯ 10900 โทรศพท/โทรสาร 0-2940 - 7396. E-mail : [email protected]


หนังสอรับรองเมล็ดพันธุไม 

ชนดไม (Species): Seed Lot:



รายละเอียดถินกําเนด:






ถนกาเนิด อาเภอ จงหวด เสนแวง / เสนรง








ระดับเหนือน้า ปรมาณน้าฝน ภูมประเทศ

ทะเล (m.s.l.) (มม/ป) โซนเมลด Slope Aspect ชนิดดิน

ตรวจสอบครง พืนท (ha.) อายุ (ป) DBH (ซม.) ความสง (ม.) จานวนตนไม 







สดทาย


ชนิดปา ชวงออกผล ชนิดแหลงเมลด



ลักษณะทัวไปของหมูไม:

รปทรงแมไม : การเจรญเติบโต: สขภาพ: ผลผลตเมลด:






ผลการทดสอบเมล็ด:




นาหนก 1,000 ความชืน ความมชีวิตของ


ปทเกบเมลด วันททดสอบ วิธทดสอบ ความบรสุทธ ิ ์ การงอก (%)











เมลด (กรม) เมลด (%) เมลด /10 กรม


แหลงเมลด : ผูออกหนังสอรบรอง









IS – แหลงเมล็ดตรวจพิสจน PSA – แหลงเมล็ดพิสจนถินกาเนิด




SS – แหลงเมล็ดคัดเลือก SSO – สวนผลิตเมล็ดพันธจากเมล็ด ลงชอ

SPA – แหลงผลิตเมล็ดพันธุ  CSO – สวนผลิตเมล็ดพันธจากสายตน


( )
วันท ่ ี







ภาพท 10 ตวอยางหนังสอรบรองเมลดไม (ภาษาไทย) 28




ภาพท 11 หนังสอรบรองดานสขภาพเมลด



29





ความสบสนเกียวกับคณภาพเมลด (Some misconceptions about seed quality) (บณฑิต 2553)


1. เมลดจากสวนผลตดีกวาแหลงอน -- จรงหรอ?






ขอควรคิด : เพือใหไดผลผลตเมลดทมคณภาพสง สวนผลตเมลดพันธจะตองอยูหางจากหมไมทม ี






























ลกษณะทราม และตองไดรบการปรบปรงพันธโดยการทดสอบและคดเลอกทางสายพันธแลว

2. เมลดทผานการปรบปรงพันธแลวดีกวา -จรงหรอ?


















ขอควรคิด : พันธกรรมและพืนทปลกเปนปจจัยพืนฐาน ควรเลือกเมล็ดทีเหมาะสมกับพืนทีปลูก















กอน ถาเปนเมล็ดทปรบปรงพันธแลวและเหมาะสมกับพืนทปลกจะดียิงขน








3. เมลดจากตางถนหรอตางประเทศดีกวาเมลดในทองถน -- จรงหรอ?




















ขอควรคิด : เมลดจากตางถนอาจมาจากแหลงทไมดี อยางไรก็ดีควรมเอกสารรบรองคณภาพของ

เมลดมาดวย




4. เมลดในทองถ่นดีกวาเมล็ดไมจากถินอืน - จริงหรือ?








ขอควรคิด : เมลดจากแหลงในทองถนอาจมาจากแหลงทถกบกรกทาลายทาใหตนพอตนแมท ี ่















เหลออยูมลกษณะทราม รวมทงการผสมกันเอง (Inbreeding) จึงมพันธกรรมเสอมลง ซงอาจมผลเสยตอการ














ปรบตวเขากับทองถน


5. กลาไมจากการเพาะเลียงเนือเยือดีกวาการเพาะเมล็ด --จริงหรือ?













ขอควรคิด : การเพาะเลยงเนือเยือเปนเพียงวิธการขยายพันธหรอการผลตกลาไมเทานัน กลาไมจาก










สายพนธทผานการปรบปรงพันธและทดสอบแลวจึงจะถอวามคณภาพดี











6. เมลดและกลาไมผลตโดยเทคโนโลยีชนสงดีกวา --จรงหรอ?









ขอควรคิด : การจัดหาเมล็ดไมและการเพาะเลียงกลาไมดวยเทคโนโลยีชันสูงไมไดชวยปรับปรุงคุณภาพ
ทางพันธกรรม

30

เอกสารอางอิง (References)


จวงจันทร ดวงพัตรา. 2521. เทคโนโลยีเมลดพันธ. ภาควิชาพืชไร. คณะเกษตร. มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร.







บางเขน. กรงเทพมหานคร. 210 หนา.




บณฑิต โพธนอย. 2526. การเกบรกษาและการทดสอบความมชีวตของเมลดไมเลยน. วิทยานิพนธ 










ปรญญาโท. มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร.










บณฑิต โพธนอย. 2545. คณภาพเมลดไมและการพัฒนาแหลงเมลดพันธุไมปา. เอกสารเผยแพรทาง











วนวฒนวทยา. เลมท 2 ประจาป พ.ศ. 2545. สวนวนวัฒนวิจัย. สานักวิชาการปาไม. กรมปาไม.







บณฑิต โพธนอย. 2553. เมลดพันธไมเพือการปลกปา. งานวิจัยและจัดการเมลดพันธไมปา. กลมงาน











วนวัฒนวิจัย. สานักวิจัยและพัฒนาการปาไม. กรมปาไม.

Bonner, F.T., J.A. Vozzo, W.W. Elam and S.B. Land Jr. 1994. Tree Seed Technology, Training Course
Instructors Manual. Southern Forest Exp. Station, U.S. Depart. Agric. General Technical
Report SO-106.
Bryndum, K. 1972. Pine Seed Storing Experiment. Thai - Danish Project. 2 p.
Danida Forest Seed Centre. - Management of Tree Seed Programmes. Danida Forest Seed Centre.
Denmark.
Ellis, R.H., T.D. Hong and E.H. Roberts. 1990. An Intermediate Categoriy of Seed Storage Behavior?
I. Coffee. J. Exp. Bot. 41:1167-1174.
Ewart, A.J. 1908. On the Longevity of Seeds. Proc. Roy. Soc. Victoria. (N.S.) 21:1-120.
Mortlock, W. 1999. Native Seed in Australia. A Report to the Flora Bank Project.
Robert, E.H. 1973. Predicting the Storage Life of Seed. Seed Science and Technology. 1:499-514.
Schmidt, L. 2004. A Guide to Seed Quality. Indonesia Forest Seed Project.
Wang, B. S. P. -. Tree Seed Collection and Handling in the Tropics. ASEAN Forest Tree Seed Centre
Muak-Lek Saraburi. 14 p.
Willan, R.L. 1984. A Guide to Forest Seed Handling with Special Reference to the Tropics.
DANIDA Forest Seed Centre. 394 p.


31


Click to View FlipBook Version