The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-10-29 00:19:44

ไม้สน2547

ไมสน


(Pinus spp.)




































ศูนยวนวัฒนวิจัยเชยงใหม ่







สานกบรหารจัดการในพื นที ปาอนุรกษ 16 จงหวัดเชยงใหม ่


กรมอุทยานแหงชาติ สตวปา และพันธุพืช





2547

จัดทําโดย





ประดิษฐ หอมจน
วินย ศรกุล



สมเกียรติ กลั นกลิ น

อําไพ พรลีแสงสุวรรณ ์



สาโรจน วัฒนสุขสกุล
สมชาย นองเนอง


คํานํา






ไม้สนเปนไม้สกุล Pinus ซงอยู่ในวงศ์ Pinaceae ไม้สน




ทพบในประเทศไทยจัดเปนไม้สนเขตรอน (Tropical pine) มอยู่ 2 ชนด




ทพบข ึนอยู่ตามธรรมชาต คอ สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex

Gordon) และ สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese) นอกจาก
น ยังได้นําไม้สนต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูกร่วมด้วย และพบว่ามไม้









สนต่างถ นอก 3 ชนด ทน่าส่งเสรมในการปลูกสรางสวนปาไม้สนของ
ประเทศไทย คอ สนคารเบย (Pinus caribaea Morelet) สนโอคารปา





(Pinus oocarpa Schiede) แ ล ะ ส น เท คู น ม าน (Pinus patula ssp.






tecunumanii) เนองจากมการเจรญเตบโตด รปทรงสวยงาม โดยเฉพาะ

สนคารเบยเปนไม้ทสามารถปลูกได้ทั งในพ นทระดับตําและระดับสง









สามารถปรบตัวได้ดในหลายสภาพพ นท ได้มการปรบปรงพันธ์ ทดสอบ







สายพันธ และจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดทั งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัย









เพศ เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ดเพื อการปลูกสรางสวนปา นอกจากน ยัง





ได้มการศกษาการผสมเกสร การทดสอบการผสมพันธเพอสรางสาย



พันธ์ใหม่ การศกษาการขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศ การศกษาเทคนคการ







เพาะชําไม้สนและวนวัฒนวธต่างๆ ทเหมาะสมในการปลูกสรางสวนปา


เพื อนําความรมาพัฒนาและปรับปรงพันธ์ไม้สนให้มคุณภาพดยิ งขึ น





คณะผู้จัดทํา

สารบัญ




หน้า


บทนํา 1

ลักษณะทั วไปของไม้สน 4


1. ไม้สนท้องถ น 4

2. ไม้สนต่างถ น 15


ขั นตอนการปรับปรงพันธ์ไม้สนในประเทศไทย 22
การทดสอบชนดไม้ 25


การทดสอบถ นกําเนด 26






การจัดสรางสวนอนรกษ์พันธ 33

การจัดสรางสวนรวมพันธ ุ ์ 36

การคัดเลือกแม่ไม้ 37
การทดสอบสายพันธ 39


การใช้ประโยชน ์ 45


เอกสารอ้างอง 51


ไมสน

บทนา




ไม้สนเปนไม้สกุล Pinus ซงอยู่ในวงศ์ Pinaceae







เปนต้นไม้ทไม่มดอก จําแนกอยู่ในพวก Gymnosperm ไม่มรงไข่

(ovary) ห่อหมคัพภะ (embryo) มอวัยวะเพศเมยและเพศผู้แยกจากกัน







ไม้สนทพบในประเทศไทยจัดเปนไม้สนเขตรอน (Tropical pine) มอยู่ 2


ชนด ทพบข นอยู่ตามธรรมชาต คอ สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex



Gordon) และสนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese) เน อไม้




ของสนมวงปเหนเด่นชัด จงมผู้นยมนําไปใช้ทําเฟอรนเจอร ไม้อัดหรอ








ส่วนประกอบของอาคารบ้านเรอนภายในร่มทไม่ต้องรับนํ าหนักมากนัก






เช่น ทําฝา ทําเครองใช้ เช่น ตู้ โต๊ะ เตยง ฯลฯ ปจจบันมผู้นยมนําไม้สน




มาปลูกสรางเปน Log cabin โดยนําเข้าไม้สนจากต่างประเทศ ไม้สนเปน

ไม้ทมเส้นใย (fiber) ยาวเหมาะสําหรบใช้เปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมทํา






เยื อกระดาษ เนองจากให้ผลผลตของเยื อสงและมความต้านทานแรงฉก



ขาดสงมาก นอกจากน ยางทได้จากการเจาะต้นสนสามารถนําไปสกัดทํา



นํ ามันสนและชันสนได้ นํ ามันสนส่วนมากใช้ในการผสมสนํ ามันและทํา


นํ ามันขัดเงา ใช้ในการปรงยา เช่น ยาทาแก้หวัด ทํานํ ามันสะโต๊ก และอุต



สาหกรรมอื นๆอกมากมาย ชันสนใช้ในการทําสบู่มากทสด นอกจากน ี
1





โดยทั วไปสภาพปาสนเปนปาทไม่ผลัดใบให้ความร่มรนและในต้นสน





มสาร terpentine จงทําให้สดชนหายใจสะดวกเหมาะสําหรบพักผ่อน







หย่อนใจ และในปายังมเหดหลายชนดทเกิดข นในฤดูฝน เช่น เหดไข่








ห่าน เหดปลวก เหดขม น เหดขอน หรอเหดลมหนาว ซงราษฎรทอาศัย

อยู่บรเวณใกล้เคียงสามารถใช้บรโภคและขายเปนรายได้เลี ยงครอบครัว






ได้ จากประโยชนดังกล่าวไม้สนจงเปนไม้ทควรส่งเสรมให้มการปลูก




สรางสวนปา เพราะนอกจากจะให้คุณค่าต่อส งแวดล้อมแล้ว ยังให้



ผลผลตในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
การพัฒนาไม้สนในประเทศไทยได้เร มดําเนนการมากว่า







30 ปแล้ว โดยป 2507 ได้เร มดําเนนการโครงการสํารวจวัตถุดบเพอทํา





เยื อกระดาษ ซงเปนโครงการทได้รบความช่วยเหลอจากกองทุน






พเศษขององค์การสหประชาชาตและในป 2512 ได้มโครงการปรบปรง



พันธ์ไม้สนและไม้โตเรวเกิดข น โดยความร่วมมอทางวชาการระหว่างรัฐ







บาลไทยโดยกรมปาไม้กับรฐบาลเดนมารกโดย DANIDA (Danish

International Development Agency) วางแผนการปรบปรงพันธไม้สน




ในประเทศไทย นอกจากน ยังได้นําไม้สนต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูก
ร่วมด้วย และพบว่ามไม้สนต่างถ นอีก 3 ชนด ทมถ นดั งเดมอยู่ในแถบ











อเมรกากลาง จัดเปนไม้สนเขตรอนที น่าส่งเสรมในการปลูกสรางสวน


ปาไม้สนของประเทศไทย คอ สนคารเบีย (Pinus caribaea Morelet) สน


2




โอคารปา (Pinus oocarpa Schiede) และสนเทคูนมาน (Pinus patula




ssp. tecunumanii) เนองจากมการเจรญเตบโตด รปทรงสวยงาม โดย








เฉพาะสนคารเบียเปนไม้ทสามารถปลูกได้ทั งในพ นทระดับตําและระดับ
สงสามารถปรบตัวได้ดในหลายสภาพพ นที โครงการปรบปรงพันธไม้










สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สนชนดต่างๆหลายถ นกําเนด และเก็บเมล็ด







ไม้มาปลูกสรางเปนสวนอนรกษ์สายพันธจากแหล่งต่างๆ ทั งในและ

นอกประเทศ โดยได้รบความร่วมมอจากองค์การต่างๆ เช่น Oxford

Forestry Institute (OFI) ประเทศอังกฤษ ทําการศกษาค้นคว้าวจัยระดับ



นานาชาตของถ นกําเนดพันธไม้ (International provenance trial) ของ












ชนดไม้สนคารเบยและสนโอคารปา ซงในปจจบันโครงการปรบปรง


พันธ์ไม้สนมสวนอนรกษ์พันธของไม้สนท้องถ นและไม้สนต่างประเทศ










รวมทั ง 5 ชนด ซงได้มการปรบปรงพันธ ทดสอบสายพันธ (Progeny







test) และจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดทั งแบบอาศัยเพศ (Seedling seed




orchard) และสวนผลตเมล็ดแบบไม่อาศัยเพศ (Clonal seed orchard)



เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ดเพื อการปลูกสรางสวนปา นอกจากน ยังได้ม ี




การศกษาการผสมเกสร การทดสอบการผสมพันธตัวเองและข้ามพันธ ุ ์






เพื อสรางสายพันธใหม่ การศกษาการขยายพันธโดยไม่อาศัยเพศ การ
ศกษาเทคนคการเพาะชําไม้สนและวนวัฒนวิธต่างๆ ทเหมาะสมในการ




3







ปลูกสรางสวนปา เพอนําความรมาพัฒนาและปรบปรงพันธ์ไม้สนให้ม ี


คุณภาพดยิ งขึ น


ลักษณะทั วไปของไมสน


ไม้สนชนดต่างๆ ทสามารถปลูกและเจรญเตบโตได้ดใน






ประเทศไทย จําแนกออกเปน 2 ประเภท คอ




1. ไมสนทองถิ น (Indigenous pine) เปนไม้สนที มถ นกําเนดอยู่




ในประเทศไทย พบอยู่ 2 ชนด คอ

1.1 สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex Gordon)



เปนไม้ยืนต้นขนาดกลางถงขนาดใหญ่ มความสง


ประมาณ 35 – 45 เมตร ลําต้นเปลาตรง มเรอนยอดเปนพุ่มกลม ขณะม ี









อายุน้อยเรอนยอดจะเปนรปปรามด เมอโตเต็มทมเรอนยอดเปนรปร่ม





(สวทย์, 2516) เปลอก หนา มสชมพูหรอสนํ าตาลแดง และจะแตกหลุด







ออกเปนเกล็ดหรอแผ่นเมอต้นไม้มอายุเต็มวัยแล้ว ใบ เปนลักษณะใบ




เดยว เล็กเรยวยาวเปนรปเข็ม รวมเปนกระจกๆ ละ 3 ใบมความยาว









ประมาณ 12 - 25 เซนตเมตร หนาประมาณ 0.5 - 1.0 มม. มสเขยวอ่อนม ี





ท่อนํ ามัน 3 - 5 ท่อต่อผิวใบ โคนของกระจุกใบหรอกลุ่มใบจะมเยื อห้มส ี

นํ าตาลอมเทายาวประมาณ 0.5 - 1.5 เซนตเมตร ดอก ดอกตัวผู้ (male
4



strobili) เปนรปทรงกระบอก ยาว

ประมาณ 2 - 3 เซนตเมตร ออก
เปนกลุ่มรวมกันแต่ละดอกกว้าง

ประมาณ 0.5 เซนตเมตร ระยะ






แรกๆ จะมสเหลองซดๆ หรอนํ า

ตาลอ่อนเมอแก่จัดจะมสออกส ี



ม่วง เกสรตัวผู้จะมอยู่ระหว่าง


เดอนธันวาคม – มนาคม ดอกตัว

เมย (conelet) จะมสม่วงอมเขยว



เปนเกล็ดเล็กๆ เรยงสลับเวยนกัน






แต่ละเกล็ด ทางด้านล่างของเกล็ดมกาบรองรบอยู่ ดอกตัวเมยจะออกช่วง



เดอน ธันวาคมถงต้น เดอน

กุมภาพันธ์ ช่วงผสมเกสรจะมอยู่


ระห ว่างเดอ น มก ราคมถ ง


กุมภาพันธเปนเวลา 7 วันในแต่
ละต้น โดยเกล็ดเล็กๆ ตามดอก



ตัวเมยจะเปดอ้าออกรบละออง

เกสรตัวผู้แล้วพัฒนาเปนโคน



(cone) ซงขนาดโตเต็มทจะยาวประมาณ 5 - 8 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์

5






กลาง 3 - 4 เซนตเมตร มสเขียว และเมอระยะประมาณ 23 เดอน ลูกสน

จะแก่จัดมสนํ าตาลเกล็ดจะอ้าออกเปดโอกาสให้เมล็ดใต้เกล็ด 1 - 2 เมล็ด



ขนาด 0.3 - 0.5 เซนตเมตร หลุดร่วงออกมา เมล็ด รปรๆ มครบบางเปน








ปกอยู่ทตอนปลายยาวประมาณ 1.5 - 2.5 เซนตเมตร ช่วยในการปลว

กระจายไปตามลมเปนการกระจายพันธ ลูกสนแก่จัดในช่วงเดอน








ธันวาคม – มกราคม เน อไม้สนสามใบมสเหลองถงนํ าตาลอ่อน เส ียน

ตรงเน อละเอยด





ไม้สนสามใบมการกระจายพันธตามธรรมชาตเปน


o


o
บรเวณกว้างระหว่าง 30 N และ 12 N ในเขตเอเซยตะวันออกเฉยงใต้







บรเวณประเทศพม่า อนเดย ธเบต ลาว เวียดนาม ไทย ฟลปปนส และจน




สนสามใบจะข นอยู่ในความสงจากระดับนํ าทะเล 300 - 3,000 เมตร ส่วน

ใหญ่แล้วจะพบอยู่ในช่วงความสงระหว่าง 1,000 - 1,800 เมตร สําหรบ






ในประเทศไทยสนสามใบข นอยู่ตามบรเวณเทอกเขาทางทศตะวันตก






ทศเหนอ และพ นที ราบสงโคราช สําหรบเทอกเขาทางทศตะวันตกซง



วางตัวขนานไปกับพรมแดนประเทศพม่าจากภาคเหนอไปจนถงคาบ



สมุทรมลายาซงเปนภูเขาหนแกรนตมบ้างทเปนหนปูน เทือกเขาทางภาค








/




o
เหนอต่อไปทางทศใต้ส นสดทราบสงฉานในพม่าประมาณ 17 30 N






เปนภูเขาเก่าทมหนเชล หนชส และหนปูน ทราบสงโคราชวางตัวเอียง







เข้าหาทราบภาคกลางของประเทศ พ นทเกิดจากหนทรายแดงบรเวณท ี



6




สงที สดอยู่ทางทิศเหนอของจังหวัดเพชรบูรณประมาณ 2,000 เมตร ดน





บรเวณปาสนสามใบส่วนมากพบว่าเปนดนร่วนและดนร่วนปนทราย




(loam to sandy clay loam) เกิดจากวัตถุต้นกําเนดคอ หนแกรนตและหน







ทราย ค่าความเปนกรดเปนด่าง (pH) ของดนในปาสนอยู่ระหว่าง 5.5 -
5.7 ตามบรเวณพ นผิวดน และ 4.8 - 5.2 ตามบรเวณชั นล่างถัดลงไป ใน





ประเทศไทยส่วนมากจะพบสนสามใบข นอยู่ทระดับความสงระหว่าง




1,000 – 1,500 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ปรมาณนํ าฝนเฉลย

1,000 – 2,000 มลลเมตร/ป อุณหภูมเฉลย 25 C โดยทั วไปจะพบสนสาม


o


ใบข นปะปนกับสนสองใบหรออาจพบข นปะปนกับไม้ก่อชนดต่างๆ







หรอไม้ในปาเต็งรัง เช่น ไม้เต็ง ไม้รง ไม้เหยง ไม้พลวง เปนต้น



1.2 สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese)
สนสองใบเปนไม้ขนาดใหญ่และลําต้นตรงงาม

เมอเทยบกับไม้ใบกว้างทอยู่ด้วยกัน กลุ่มไม้โตเต็มทมความสงถง 30









เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 - 80 เซนตเมตร ในต้นทโตมากๆ

อาจมความสงถึง 45 เมตรและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 140 เซนตเมตร ไม้








วัยหน่มจะมเรอนยอดทรงกรวยและมยอดแหลม เมอโตข นเรอนยอดจะ

แผ่กว้างและแบน สนสองใบมลักษณะเด่นบางอย่างแตกต่างกันตามสาย





พันธอย่างเหนได้ชัด สามารถแยกออกเปน 2 สายพันธกว้างๆ คอสาย



7











พันธ Insular ซงพบข นตามหม่เกาะสมาตรา ประเทศอนโดนเซย และ







สายพันธ Continental ซงพบข นบนแผ่นดนใหญ่ในทวปเอเซย ลักษณะ




แตกต่างทเด่นชัดของสนทั ง 2 สายพันธ คอ


สายพันธ Insular การเจรญเตบโตเปนไปตามปกตโดยไม่









มการชะงักงันในระยะแรก การเจรญเตบโตค่อนข้างสมําเสมอส่วนใหญ่



ลักษณะรปทรงลําต้นคดงอกิ งมีขนาดเล็ก ลักษณะผลของสายพันธน จะ



ออกเปนกลุ่มมขนาดเล็กความยาว 5 - 6 เซนตเมตรและความกว้าง 2 - 3

เซนตเมตร






สายพันธ Continental ในระยะกล้าไม้จะมการเจรญเตบ




โตช้าและมการชะงักงัน โดยกล้าไม้จะมการพักการเจรญเตบโตทาง
ความสงระยะหนง แต่การเจรญเตบโตทางลําต้นจะอวบมาก ใบจะเจรญ






ยืดยาวแผ่กระจายปกคลุมลําต้นจนมลักษณะเปนพุ่ม เรยกว่า สภาพหญ้า







(grass stage) ส่วนรากจะเจรญเตบโตอวบอ้วนมลักษณะเปนเหง้า สภาพ



เช่นน จะคงอยู่นาน 1 – 7 ป ทั งน ข นอยู่กับความหลากหลายของแหล่ง






กําเนดสายพันธ เช่น แหล่งกําเนดในภาคอสานจากจังหวัดสรนทร ศรสะ




เกษ อุบลราชธาน มระยะชะงักงันประมาณ 1 ป แหล่งกําเนดอําเภอ






ฝาง จังหวัดเชยงใหม่ มระยะชะงักงัน 5 – 7 ป เปนต้น จากการเปรยบ



เทียบการเจรญเตบโตของกล้าไม้สน 4 ชนดเมออายุ 1 ป พบว่าสนคาร ิ








เบย สนโอคารปา และสนสามใบ มความสงเฉลย 31.27, 27.26 และ


8







27.18 เซนตเมตรตามลําดับ โดยสงกว่าสนสองใบซงมความสงเพยง





6.27 เซนตเมตร แต่การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางทคอรากของสน


สามใบ สนโอคารปา สนสองใบ และสนคารเบีย ไม่แตกต่างกันซงมค่า



เท่ากับ 0.38, 0.37, 0.36 และ

0.32 เซนตเมตรตามลําดับ สน

สองใบเมอพ้นระยะสภาพหญ้า

แล้วในช่วง 2 – 3 ปแรกกล้าไม้
จะยังคงมการเจรญเตบโตค่อน






ข้างช้าอกระยะหนง เมอตั งตัวด ี




แล้วจงจะเจรญเตบโตอย่างรวด




เรวมลําต้นเปลาตรงสงเฉลยป ี
ละ 1 – 2 เมตร และขนาดเส้น



ผ่าศูนย์กลางเพ มข นเฉลยปละ

0.7 – 1.0 เซนตเมตร จนบางต้น






ทําให้เกิด “foxtail” ข นมา คอการมเรอนยอดพุ่งสงข นไป โดยไม่แตกกิ ง

ก้านเปนระยะหลายๆ เมตร ซงอาจทําให้ลําต้นหักงอหรอพับกลับลงมา




ได้ อันเปนข้อเสยอย่างหนงของสนสองใบ ลักษณะการเกิด foxtail จะม ี




ความสัมพันธ์โดยตรงกับคุณสมบัตของดนทั งทางกายภาพและทางเคม ี






ดนยิ งมความอุดมสมบูรณสงเพยงไรยิ งมโอกาสเกิด foxtail ได้มาก


9




เปลอก ไม้สนสองใบจะหนามากและเปนร่องลกตาม


ความยาวของลําต้นและมรอยตัดขวางบ้างเปนระยะๆ ต้นทโตเต็มวัย





ความหนาของเปลอก 4 – 6 เซนตเมตร สนํ าตาลดําหรอเทาดํา สนสอง
ใบสายพันธ Continental จะมเปลอกหนาร่องลกและใหญ่กว่าสายพันธ ุ ์










Insular การมเปลอกหนาเช่นน ทําให้ค่อนข้างมความทนทานต่อไฟปา

โดยทั วไปสนสองใบจะมปรมาณเปลอกประมาณ 15 – 20 % ของลําต้น




ใบ จะอยู่รวมกันเปนกระจก กระจกละ 2 ใบ แต่ละกระจกอยู่รวมชดตด





กันตามปลายกิ งทําให้ดูเป็นช่อแน่นคล้ายหางม้า รปทรงด้านขวางของใบ




เปนแบบ sector มรปลักษณะคล้ายครงวงกลม ดอก จะออกตามปลายกิ ง


ตอนบนของลําต้น ดอกตัวผู้มลักษณะรปทรงคล้ายหมอนกลมยาวนวลๆ








ออกเรยงซ้อนกันรอบๆ กิ ง และมการเจรญเตบโตพรอมทั งมการเปลยน
แปลงของสดอกเร มจากสเขียวนวล เหลืองอมเขยว เหลองม่วง และเมอ







แก่จัดเกสรตัวผู้จะปลวกระจายออกมาแล้วกลายเปนสนํ าตาลมลักษณะ




แห้งและร่วงหลุดจากกิ ง ดอกตัวผู้ของสายพันธ Insular อาจจะพบเหน





ได้ตลอดป ส่วนดอกตัวผู้ของสายพันธ Continental จะเร มบานประมาณ



เดอนกุมภาพันธ์ – มนาคม ดอกตัวเมยมลักษณะคล้ายรปหลอดไฟหรอ





คล้ายรปไมโครโฟนแท่งยาวตดอยู่ปลายกิ ง ส่วนทเปนดอกมรปร่างโค้ง









นนและมเกสรโดยรอบมสเหลืองอมเขยว เมอถึงระยะทจะรองรับละออง




เกสรตัวผู้เกล็ดจะเปดออกและมนํ าเลี ยงซมอยู่รอบๆ เมอดอกตัวเมยได้




10




รบการผสมจากละอองเกสรตัวผู้แล้วจะเจรญพัฒนาเปลี ยนเปนสม่วง 4



เดอนแรกหลังการผสมเกสรผลจะยาว 0.7 – 2.0 เซนตเมตร แล้วจะเจรญ



เตบโตอย่างรวดเรวประมาณเดอนละ 2 เซนตเมตรในช่วง 4 เดอนต่อมา






จนกระทั งปลายเดอนพฤศจกายนก็จะโตเต็มท (10 - 11 เซนตเมตร) และ







ช่วงเดอนธันวาคม – มนาคมผลสนสองใบจะเร มเปลยนจากสเขียวเปนส ี
นํ าตาลพรอมที จะเก็บได้ประมาณเดอนเมษายน – มถุนายน ซงใช้เวลา






เร มผสมพันธ์จนผลแก่ 12½ – 13 เดอน







ผล มลักษณะคล้ายรปกรวยยาวมเกล็ด (scale) หมอยู่
โดยรอบ ผลของสนสองใบสายพันธ Continental มขนาดยาวประมาณ 3




– 5 น ว และมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1½ - 2 น วตดอยู่กับกิ ง








อาจเปนผลเดยวหรอเปนกลุ่ม 2 – 3 ผลตดอยู่ในแนวตั งฉากกับกิ ง แต่



ละผลจะมความยาวเฉลย 10 – 12 เซนตเมตร ขนาดความกว้าง 5 – 6
เซนตเมตร ส่วนผลของสายพันธ Insular มขนาดเล็กรปร่างค่อนข้างกลม








ตดกระจายตามกิ งทั วไป อาจพบเหนได้ตลอดป ผลของสนสองใบเมอ



แก่จัดมสเขียวปนนํ าตาลและเมอสภาวะภูมอากาศพอเหมาะเกล็ดจะเปด






ออกให้เมล็ดซงมปกตดอยู่หลุดปลวออกมา เกล็ดของผลเมอแก่จัดจะ






แข็ง ผลของสนสองใบจะแก่ไม่พรอมกันภายในต้นแม้กระทั งในช่อเดยว


กันก็อาจแก่ไม่พรอมกันได้ การตดผลให้เมล็ดมักจะสลับปเว้นปและ


11

หลังจากเมล็ดหลุดล่วงไปแล้วส่วนใหญ่ผลจะหลุดร่วงลงมาจากลําต้น


ไม่ตดอยู่กับกิ งบนต้นเหมือนสนบางชนิด




เมล็ด มลักษณะเปนรปวงกลมรยาวประมาณ 7.5





มลลเมตร ถ้าผ่าครงมขนาดกว้างประมาณ 4.0 มลลเมตร ความหนา 2.0




มลลเมตร เมล็ดเมอหลุด



ออกจากผลแล้วจะมปก 2
ปก เปนแผ่นบางมความ




ยาวไม่เท่ากันคอประมาณ
2.0 – 3.0 มลลิเมตร กว้าง 8




มลลเมตร ตดอยู่ด้วยจง

สามารถปลวไปตามลมได้


เปนระยะไกลๆ

สนสองใบมการกระจายพันธตามธรรมชาตอย่างกว้าง



o
/
/

o
o
/
ขวางตามเส้นรงที 23 00 N – 2 06 S และเส้นแวงท 95 30 E – 121 30 E


o
/


ระดับความสงตั งแต่ 30 เมตรจนถง 2,000 เมตร สนสองใบทพบตาม



ธรรมชาตในประเทศไทยมทั งข นอยู่ในระดับตํา (lowland) ไปจนถึงพ น



ทระดับสง (highland) ดังน ี





1. ด้านทศตะวันตกของจังหวัดเชยงใหม่ไปจนถึงเขตตด
ต่อพรมแดนพม่าสงจากระดับนํ าทะเล 700 – 1,000 เมตร

12


2. บรเวณระหว่างอําเภอเมองและอําเภอแม่สอด


จังหวัดตาก ท้องทหม่บ้านห้วยยะอุ

3. แถบจังหวัดกาญจนบุรตดต่อกับเทอกเขาตะนาวศร





และทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุร สพรรณบุร ี



4. เขตตดต่อระหว่างภาคเหนอและภาคกลาง จะพบ


สนสองใบระหว่างจังหวัดพษณโลกบรเวณทุ่งแสลง


หลวง จังหวัดเพชรบูรณบรเวณนํ าหนาว (สงจาก



ระดับนํ าทะเล 760 เมตร) และทภูกระดง จังหวัดเลย


(สงจากระดับนํ าทะเล 1,500 เมตร)




5. ด้านภาคตะวันออกเฉยงเหนอ ซงเปนที ราบสงโคราช






จะพบสนสองใบทจังหวัดสรนทร ศรสะเกษ



และ อุบลราชธาน มความสงจากระดับนํ าทะเล

ระหว่าง 150 – 200 เมตร

การข นอยู่ของไม้สนสองใบ อาจขึ นเปนกลุ่มสนสองใบ




ล้วนๆ หรอปะปนอยู่กับไม้สนสามใบหรอไม้ใบกว้างอนๆ โดยแยก


ลักษณะเปนสภาพปาดังน ี



1. ปาผสมสนสองใบ – ปาเต็งรง บนทสงระหว่าง 700 –



1,000 เมตร จะพบปาชนดน ทางตะวันตกของเชยงใหม่ตดต่อกับพม่า ท ี






อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก และบางส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ ซงมไม้


13




สนสองใบข นอยู่เปนกลุ่มเล็กๆ หรออยู่โดดเดยวท่ามกลางไม้ใบกว้าง





ชนดต่างๆ โดยเฉพาะไม้เหยงและไม้พลวง ปาชนดน จะเกิดไฟไหม้ปา









บ่อยๆ แทบทุกปในฤดูรอน จนทําให้การสบพันธตามธรรมชาตเปนไป

ได้น้อย ดนส่วนใหญ่เปนพวก podzolic soils มความอุดมสมบูรณตําม ี




กรวดลูกรังมาก




2. ปาผสมสนสองใบ – ไม้ใบกว้างอนๆ ในพ นทระดับตํา





พบไม้สนสองใบข นอยู่เปนกลุ่มเล็กๆ หรอข นอยู่โดดเดยวท่ามกลางไม้

ใบกว้างชนดอนๆ เช่น ไม้เต็ง รง กราด พลวง บนพ นที ระดับตําระหว่าง





100 – 200 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เช่น แถบจังหวัดศรสะเกษ

สรนทร และอุบลราชธาน ดนเปนพวก sandy loam, podzolic soils ม ี








ความอุดมสมบูรณปานกลาง พ นทบางแห่งมนํ าขังหรอมนํ าท่วมเปนคร ัง





คราวได้






3. ปาสนสองใบทราบสงโคราช ซงเปนหนทราย เช่น ภู


กระดง จังหวัดเลย พบสนสองใบอยู่เปนกลุ่มใหญ่ล้วนๆ พ นล่างเปน




หญ้าคาทําให้เกิดไฟไหม้ปาได้บ่อย ในปาชนดน ีจะพบไม้ก่อพวก



Castanopsis spp. ข นอยู่กระจัดกระจาย ดนเปนพวก podzolic soils เช่น



เดยวกัน กําเนดมาจากหนทรายแต่เปนกรดจัดความอุดมสมบูรณค่อน







ข้างตํา แต่ปรมาณความช นค่อนข้างสง


14



2. ไมสนตางถิ น (Exotic pine)


เปนไม้สนทไม่พบข นอยู่ในปาธรรมชาตของประเทศ






ไทย แต่เปนการนําเอาพันธ์ไม้จากต่างประเทศเข้ามาปลูก


2.1 สนคารเบีย (Pinus caribaea Morelet)


สนคารเบยเปนไม้ขนาดใหญ่มขนาดสงสดถง 45







เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถง 1.35 เมตร ลําต้นตรงเปลาและมกิ ง

เล็ก มการลดกิ งตามธรรมชาติดีมาก ใบ เล็กเรยวคล้ายเข็มอยู่เปนกระจุก





กระจุกหนงจะมใบอยู่ระหว่าง 3


– 6 ใบ แต่ละใบมความยาว


ระหว่าง 15 – 25 เซนตเมตรและ
กว้างประมาณ 1.5 มลลเมตร มส ี






เขยวอมเหลองถงเขยวเข้ม


กระจกใบจะไปรวมกันอยู่ท ี
ปลายกิ งทําให้ดูเปนพุ่ม ใบจะม ี

ผิวมันมปากใบสเหลืองอ่อนเรยง



ตัวเปนแนวเส้นอยู่รอบๆใบ กาบ



ห้มใบจะมความยาวประมาณ 10








– 12 มลลเมตร มสนํ าตาลอ่อนแล้วค่อยๆ เปลยนเปนเข้มมความเหนยว
15




คงทน ไม้สนคารเบียจะมการแตกกิ งจากตายอดประมาณ 2 – 6 คร งภาย







ในหนงป ทั งน ข นอยู่กับปจจัยส งแวดล้อม ดอก จะอยู่แยกกันโดยดอก
ตัวผู้จะอยู่ตรงโคนยอด และดอกตัวเมยจะอยู่ตรงปลายกิ ง โดยทั วไปดอก

ตัวผู้และดอกตัวเมยจะอยู่คนละกิ ง โดยดอกตัวผู้มักจะเกิดบนกิ งที อยู่

ตอนล่างๆ ของเรอนยอด และดอกตัวเมยจะอยู่บนกิ งที อยู่ตอนบนของ




เรอนยอด แต่บางคร ังอาจพบดอกตัวผู้และดอกตัวเมยอยู่บนกิ งเดียวกัน

ดอกตัวผู้จะปรากฏในปลายเดอนตุลาคมจนถงต้นเดอนพฤศจกายน





ประมาณปลายเดอนพฤศจกายนดอกตัวผู้ของสนคารเบียจะเร มปล่อย



ละอองเกสรออกมาตดต่อกันไปจนถึงประมาณเดอนมกราคม ดอกตัว





เมยจะปรากฏในปลายเดอนตุลาคมจนถงต้นเดอนพฤศจกายน และ

ค่อยๆ พัฒนาข นตามลําดับ ต่อจากนั นประมาณ 3 สัปดาหเกล็ดดอกจะ


อ้าออกรับละอองเกสรตัวผู้ได้ จนกระทั งกลางเดอนธันวาคมก็จะผ่านพ้น

ระยะการผสมเกสร ผล
หลังจากผสมเกสรแล้วจะ


ค่อยๆ เจรญเตบโตไป

เรอยๆ จนกระทั งแก่พรอม

ทจะเก็บเมล็ดได้ โดยใช้

ระยะเวลาประมาณ 20 –


22 เดอน คอจะแก่จัดราวๆ
16






เดอนกรกฎาคม – กันยายน ผลแก่จะมลักษณะเปนรปโคนมขนาดยาว
10 – 12 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 – 3.5 เซนตเมตร






การกระจายพันธตามธรรมชาตของไม้สนคารเบียอยู่ใน

แถบอเมรกากลางระหว่างเส้นรงท 27 25 N ราวๆ แกรนด์บาฮามา

/
o



(Grand Bahama) และเกรทอะบาโค (Great Abaco) และเส้นรงท 12 13
/
o


N ใกล้กับบลูฟลด์ (Blue Field) ในฝ งตะวันออกของนคารากัว



/
o

(Nicaragua) ระหว่างเส้นแวงท 71 40 W ในเกาะไคโคส (Caicos) และ
/

o

เส้นแวงท 89 25 W ทปอปตุน (Poptun) ประเทศกัวเตมาลา




(Guatemala) มการกระจายพันธ์ตั งแต่ระดับนํ าทะเลจนถงความสง 1,000
เมตรเหนอระดับนํ าทะเลปานกลาง ในที ราบไม้สนคารเบยเกิดข นหลัง






จากทปาไม้ใบกว้างถูกรบกวนโดยมนษย์หรอโดยลมพายุ ในทระดับสง








ไม้สนคารเบยข นปะปนกับไม้สนพันธอนๆ ได้แก่ ไม้สนโอคารปา



(Pinus oocarpa Schiede) และไม้สนทรอพปกาลส (Pinus tropicalis







Morelet) ไม้สนคารเบียจะอยู่เปนแห่งๆ คั นด้วยปาพร บรเวณทพบไม้






สนคารเบียโดยทั วไปมปรมาณนํ าฝนเฉลยรายปสงฝนตกชุก โดยทั วไป





บรเวณทมอุณหภูมเฉลี ยประมาณ 27 C ไม้สนคารเบียจะเจรญเตบโตดท ี

o







สดทความสงตั งแต่ระดับนํ าทะเลปานกลางจนถง 1,000 เมตร ในท ี
อุณหภูมตําเช่นในทเปนภูเขาสงไม้สนคารเบียมการเจรญเตบโตไม่ดและ










รปทรงคดไม่งาม ความช นในดนและปรมาณนํ าฝนก็เปนปจจัยสําคัญต่อ






17







การเจรญเตบโตของไม้สนคารเบีย ในทมความช นมากๆ สนคารเบียจะ


เกิดสภาพ foxtail แต่ถ้าหากสภาพแวดล้อมแห้งแล้งมากการเจรญเตบโต




ก็ไม่ด สําหรบประเทศไทยไม้สนคารเบยได้นําเข้ามาทดลองปลูกใน



ประเทศราวๆ พ.ศ. 2507 ตามโครงการสํารวจวัตถุดบเพอทําเยื อกระดาษ

2.2 สนโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede)





สนโอคารปาเปนไม้ขนาดกลางมความสง
ประมาณ 18 เมตร และมขนาดเส้นผ่า


ศูนย์กลางเพยงอกประมาณ 50

เซนตเมตร ลําต้นมลักษณะเปลาตรง


เรอนยอดหนาแน่นกิ งก้านมีจํานวน
มากขณะอายุน้อย กิ งก้านจะพุ่งข ึน
ข้างบน แต่เมออายุมากข ึนกิ งก้าน



เหล่าน ีจะขนานกับพ นราบ เปลอก


ส่วนบนของลําต้นบางมสแดงแตก


เปนสะเก็ด ส่วนเปลอกล่างของ







ลําต้นจะหนากว่าและขรขระมสนํ าตาลเข้ม เน ือไม้จะมสขาวถงส

เหลองอ่อนและเบา ความหนาแน่นของเน อไม้ประมาณ 0.44 กรม/





ลูกบาศก์เซนตเมตร ใบ ส่วนมากจะพบเปนกระจกทปลายของกิ งย่อย

18



กระจุกละ 5 ใบ อาจจะม 3 หรอ 4 ใบบ้าง ความยาวของใบอยู่ระหว่าง




12 – 28 เซนตเมตร ความกว้างของใบอาจถง 1.5 มลลเมตร ใบจะม ี

ลักษณะแข็ง หยาบ ใบอ่อนมสนํ าตาล ใบแก่จะมสนํ าตาลเข้มเกือบดํา









ผล เปนรปไข่หรอเหมอนกรวยตดอยู่บนก้านม 1 – 2 ผล และบางคร ัง



อาจจะพบถง 3 ผล ผลจะมเปลอกหนาและมลักษณะคล้ายหนามแหลม






ตลอดลูก เมล็ด มขนาดเล็กยาวประมาณ 6 มลลเมตร มสดําเปนจดๆ



และเมล็ดจะมปกยาวประมาณ 15 – 18 มลลิเมตรตดอยู่ด้วย




ถ นกําเนดของ


ไม้สนโอคารปาพบว่ามการ

กระจายอยู่ตามธรรมชาต

ในเขตประเทศเม็กซโกและ


อเมรกากลาง โดยเหนอสด


ของพ นที ทมไม้สนโอคารปา






ข นอยู่ในประเทศเม็กซโกทละตจด 27 00 N 108 08 W และพบอยู่ใต้
o

/


/
o
o

o
/
/


สดในประเทศนคารากัวทละตจด 12 45 N 81 51 W โดยการกระจาย




ของสนโอคารปาในประเทศเม็กซโกนั นจะอยู่ทางทศใต้และทศตะวันตก



ประเทศฮอนดูรสเปนประเทศเดยวที มการกระจายของสนโอคารปาอย่าง









ต่อเนอง โดยมพ นทครอบคลุมเปนระยะทางมากกว่า 160 กิโลเมตรจาก

ทศเหนอไปยังทศใต้ และเปนระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตรจากทศ




19




ตะวันออกไปทศตะวันตก นอกจากน ทางตอนเหนอก็มการกระจายไป


ตดต่อกับทางตอนใต้ของประเทศกัวเตมาลา และในทางตะวันตกของ


ประเทศฮอนดูรสนั นก็ยังพบว่ามการกระจายของสนโอคารปาอย่างต่อ





เนองกับทางตอนเหนอของประเทศเอลซัลวาดอรด้วย ซงในประเทศเม็ก








ซโก กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร และนคารากัวนั น ไม้สนชนดน จะข นเปน
พ นทไม่ต่อเนองและไม่ใหญ่โตมากนัก







โดยธรรมชาตไม้สนโอคารปาจะเกิดในดนที มความอุดม







สมบูรณตํามการระบายนํ าด หรอดนในบรเวณที เกิดการพ่นของภูเขาไฟ

ออกมานาน และทนต่อสภาพความแห้งแล้งรวมถงอากาศทหนาวเย็น



ด้วย พบข นในระดับความสงตั งแต่ 600 – 2,400 เมตร จากระดับนํ าทะเล


ปานกลาง แต่จะพบหนาแน่นทระดับความสง 700 – 1,500 เมตร ปรมาณ


o
o
นํ าฝนเฉลี ย 1,000 – 1,500 มลลิเมตร อุณหภูมเฉลี ย 13 – 23 C


2.3 สนเทคูนูมาน [Pinus patula ssp. tecunumanii

(Schwerdtfeger) Mittak and Styles]


สนเทคูนมานเปนไม้ขนาดกลาง เช่นเดยวกับไม้สนโอ



คารปา ตามธรรมชาตข นปะปนกับไม้สนโอคารปา (P. oocarpa) และ







สนแมกซมนอยด์ (P. maximinoi) ในระดับความสง 1,000 – 2,000 เมตร
จากระดับนํ าทะเลปานกลาง ข นอยู่ในดนค่อนข้างลกและดกว่าสนโอ




20







คารปา แต่ยังจัดเปนดนชนดเลว ปรมาณนํ าฝนโดยเฉลย 1,200 – 1,800

มลลเมตร/ป มความแห้งแล้ง



ประมาณ 3 – 4.5 เดอนต่อป เดม






ไม้ชนดน จัดเปนชนดเดยวกับสน



โอคารปา จนกระทั งป 1981 มผู้


นําเอาลักษณะบางอย่างทแตก



ต่างกันแยกสนเทคูนมานออกมา
จากสนโอคารปา โดยใช้ข้อแตก

ต่างหลายอย่างคอสนโอคารปา



หลังจากตัดฟนแล้วตอที เหลออยู่

สามารถ แตกหนอ (coppice) ได้



หากได้รบความช นเพยงพอ แต่สนเทคูนมานจะไม่สามารถแตกหน่อได้






โคน (cone) ของสนโอคารปาจะมขั วยาวประมาณ 0.5 – 1 เซนตเมตร
เหนได้ชัดเจน แต่โคนของสน


เทคูนมานจะตดกับกิ งหรอลํา




ต้นโดยมขั วสั นมาก ใบ ของ



สนเทคูนมานจะมขนาดเล็ก
เปนฝอยๆ ยาวกว่าใบสนโอ

คารปา

21






สนเทคูนมานมการกระจายพันธตามธรรมชาตใน


อเมรกากลางประเทศบรทชฮอนดูรส (British Honduras) กัวเตมาลา






(Guatemala) เอลซัลวาดอร (El Salvador) ฮอนดูรส (Honduras) นคารา

กัว (Nicaragua) และบางส่วนของเม็กซโก (Mexico)





ขันตอนการปรบปรุงพันธุไมสนในประเทศไทย






การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้เร มดําเนนการมาตั งแต่ป พ.ศ.



2512 โดยได้รบความร่วมมอทางวิชาการระหว่างรฐบาลไทยโดยกรมปา

ไม้ กับ รฐ บ าล เด น ม าร ก โ ด ย DANIDA (Danish International





Development Agency) การปรบปรงพันธได้ดําเนนการเปนขั นตอน ดัง




น คอ


ขันตอนที 1 ทําการศกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลือกหาชนด


ถ นกําเนดและสายพันธ์ของพันธ์ไม้ทเหมาะสม ทั งโดยการสังเกตทั วไป









และจากการสรางแปลงทดลอง แล้วจงนําเอาผลทได้มากําหนดชนดและ








ถ นกําเนดทสําคัญมาศกษาปรบปรงพันธ์ในขั นตอนท 2 ต่อไป







ขันตอนที 2 ทําการสรางสวนอนรกษ์พันธและสรางฐาน
ประชากร (Gene conservation and base population) ของชนดและถ น







กําเนดพันธไม้ทคัดเลือกมาจากขั นตอนท 1 เพื อทําการปรบปรงพันธ์ใน




ขั นต่อไป การสรางสวนอนรกษ์พันธน ี นอกจากปลูกไว้เพอวัตถุ





22





ประสงค์ในการปรบปรงพันธแล้ว ในอนาคตสวนน ียังสามารถปรบ








ปรงให้เปนแหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) ทมคุณภาพด้วย
นอกจากนั นในขั นตอนน ยังทําการคัดเลือกแม่ไม้ทั งจากปาธรรมชาต ิ




และจากแปลงทดลองทมอยู่ เก็บเมล็ดพันธและกิ งพันธนํามาขยายพันธ ุ ์




เพอสรางสวนรวมพันธ (Clone bank) และทําการทดสอบสายพันธ ุ ์




(Progeny trial) ต่อไป





ขันตอนที 3 ใช้เมล็ดพันธจากแม่ไม้ทคัดเลอกไว้ในขั น




ตอนที 2 มาสรางเปนแหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) และ


สรางเปนสวนผลตเมล็ดพันธแบบอาศัยเพศ (Seedling seed orchard)




และนําเอากิ งพันธุ์จากแม่ไม้ในขั นตอนที 2 มาสรางเปนสวนผลตเมล็ด



พันธแบบไม่อาศัยเพศ (Clonal seed orchard) และทําการวจัยปรบปรง







พันธ์ในขั นสงต่อไป
ขันตอนที 4 การผสมเกสรข้ามต้นระหว่างพ่อ – แม่พันธ ุ ์


ทคัดเลือกแล้ว เพื อให้มลูก (F) ร่นต่อๆไปที ดยิ งขึ น



23




การดําเนนงานในทุกขั นตอนจําเปนต้องมการค้นคว้า





วจัยด้านต่างๆ ทั งในด้านวนวัฒนวทยา พันธศาสตร และอื นๆ สนันสนน
ควบคู่ไปด้วย เช่น การวิจัยในเรองการเพาะชํากล้าไม้ การออกดอกออก




ผล การขยายพันธ และการจัดการเกี ยวกับเมล็ดไม้ เปนต้น

































การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้ดําเนนการในขั นต้น โดยการ





ศกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลอกหาชนดพันธไม้ทเหมาะสม ทสามารถนํา



เข้ามาปลูกในประเทศไทย ซงได้ทําไปแล้วหลายขั นตอน ดังน



24

การทดสอบชนิดไม (Species trial)





ได้ทําการทดสอบชนดไม้ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้





ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ โดยคัดเลือกชนดไม้ 5 ชนด คอ สนสามใบ สน



สองใบ สนคารเบีย สนโอคารปา และสนจน มาทําการทดลองปลูก เมอ

ป พ.ศ. 2514 ผลการศกษา พบว่าสนจนมการเจรญเตบโตไม่ด และม ี







อัตราการรอดตายตําไม่เหมาะทจะปลูกในสภาพพ นที นั น แต่ไม้สนอีก 4









ชนด มการเจรญเตบโตด โดยในช่วงแรกไม้สนสองใบจะมระยะหญ้า

(grass stage) คอ กล้าไม้จะงันโดยไม่มการเจรญเตบโตทางความสง แต่




จะมการพัฒนาระบบราก อยู่ไม่น้อยกว่า 3 ป ทําให้ต้นไม้มการเจรญเตบ










โตช้ากว่าสนสามใบ สนคารเบย และสนโอคารปา เมอเปรยบเทียบการ





เจรญเตบโตของไม้ทั ง 3 ชนดเมอต้นไม้มอายุมากข น พบว่าสนโอคารปา











มการเจรญเตบโตดทสด รองลงมาคอ สนคารเบย และสนสามใบ สน





สองใบมการเจรญเตบโตน้อยทสด

หลังจากมการทดสอบชนดพันธ์ไม้แล้วพบว่ามไม้สนอยู่




4 ชนด คอ สนสามใบ สนสองใบ สนคารเบีย และสนโอคารปา สามารถ



ปรับตัวและเจรญเตบโตได้ด จงได้ดําเนนการปรบปรงพันธ์ไม้สนทั ง 4










ชนด แต่ในป พ.ศ. 2524 มผู้นําเอาลักษณะบางอย่างทแตกต่างกันแยกสน







เทคูนมานออกมาจากสนโอคารปา ดังนั นจงมพันธไม้สนทั งหมด 5 ชนด



25









อยู่ในโครงการปรบปรงพันธไม้สน ซงไม้สนแต่ละชนดได้ดําเนนการ
ปรับปรงพันธ์เปนขั นตอนต่อไป




การทดสอบถิ นกําเนด (Provenance trial)

1. สนสามใบ


การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการต่อ


มาในป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด




/
เชยงใหม่ (เส้นรง 18 10 เหนอ, เส้นแวง 98 25 ตะวันออก ระดับความ
o

/
o



สง 800 เมตรจากระดับนํ าทะเล ปรมาณนํ าฝน 1,200 – 1,400 มม./ป)







โดยนําไม้สนจาก 18 ถ นกําเนดในประเทศต่างๆ คอ ไทย ฟลปปนส ์







แซมเปย และมาลาว พบว่าถ นกําเนดจากประเทศไทย 3 ถ นกําเนดมการ





เจรญเตบโตดทสด คอ ดอยอนทนนท์ ดอยสเทพ และแม่รด จังหวัด





เชยงใหม่



ในป พ.ศ. 2514 น ได้มการทดสอบถ นกําเนดไม้สนสาม


ใบท อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซงมระดับความสง 100 เมตร latitude








1052´N จํานวน 11 ถ นกําเนด จากประเทศไทย 8 ถ นกําเนด และฟลป












ปนส 3 ถ นกําเนด โดยมไม้สนเทคูนมานถ นกําเนด Yucul จากประเทศน ิ


คารากัวเปนตัวเปรยบเทียบ ซงต่อมาแปลงทดลองน ได้รบความเสยหาย






จากพายุเกย์ในป พ.ศ. 2532
26






จากการเก็บข้อมลการเจรญเตบโตทางความสงเมออายุ





1 ป 2 เดอน และเก็บข้อมลการเจรญเตบโตทางความสงและอัตราการ

รอดตายเมออายุ 2 ป 10 เดอน และอายุ 4 ป พบว่าแหล่งที มการเจรญเตบ








โตทางความสงดทสดและมอัตราการรอดตายสงกว่าค่าเฉลยคอ







Chichele (Zambia ex Vietnam) และ Huey Chumpa (Chiangmai) ใน








ขณะทแหล่งดอยอนทนนท์และดอยสเทพ ซงเปนถิ นกําเนดทดทสดเมอ













ปลูกในพ นทระดับสงกลับมอัตราการรอดตายตําทสด เมอเปรยบเทยบ

27

ระหว่างชนดพบว่าสนเทคูนมานมการเจรญเตบโตดกว่าสนสามใบ แต่










มอัตราการรอดตายตํากว่าค่าเฉลย
2. สนสองใบ

การทดสอบถ นกําเนดไม้สนสองใบ ได้ดําเนนการในป



พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่












จํานวน 14 ถ นกําเนด จากประเทศไทย ฟลปปนส ปาปวนวกิน และแซม




เบย พบว่าในแปลงทดลองทจังหวัดเชยงใหม่ ถ นกําเนดจาก สังขะ




(สรนทร) และห้วยทา (ศรสะเกษ) มการเจรญเตบโตดทสด







3. สนคารเบีย




การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนคารเบย ได้ทดลองใน




ระดับนานาชาต โดยได้ร่วมมอกับสถาบันปาไม้แห่งสหราชอาณาจักร

(Common Wealth Forestry Institute : CFI ห ร อ Oxford Forestry


Institute : OFI ในปจจบัน) โดยการประสานงานของ DANIDA ทําการ


ทดลองถ นกําเนดนานาชาตของไม้สนคารเบย ในป พ.ศ. 2515 ทสถาน ี







ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 13 ถ นกําเนด


และทแปลงทดสอบท่าแซะ จังหวัดชุมพร จํานวน 14 ถ นกําเนด ท ี







จังหวัดชุมพรนั นต้นไม้มการเจรญเตบโตดมาก แต่แปลงทดลองได้รบ


ความเสยหายจากพายุเกย์ในปลายป พ.ศ. 2532 คงเหลอแปลงทดลองอยู่



แห่งเดยวคอที จังหวัดเชยงใหม่

28


การเจรญเตบโตของสนคารเบยในท้องทจังหวัดชุมพร





จะดกว่าในท้องที จังหวัดเชยงใหม่ เมอเก็บข้อมูลขณะทต้นไม้มอายุ 7 ป










โดยสนคารเบยทจังหวัดชุมพรมปรมาตรเหนอเปลอกมากกว่าจังหวัด




เชยงใหม่ถง 6.67 เท่า




การเจรญเตบโตของสนคารเบย ในจังหวัดเชยงใหม่ ใน






แปลงทดลองถ นกําเนดนานาชาตนั น พบว่าเมออายุ 25 ป ถ นกําเนด Brus










จากประเทศฮอนดูรส มการเจรญเตบโตทางด้านความสงมากทสด คอ





22.11 เมตร ส่วนถ นกําเนด Limones จากประเทศฮอนดูรสมการเจรญ

เตบโตทางด้านเส้นผ่าศูนย์กลางมากทสด คอ 24.32 ซม.








การทดสอบถ นกําเนดไม้สนคารเบย แปลงป พ.ศ. 2523




ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 9 ถ น



กําเนด เมออายุ 19 ป พบว่าถ นกําเนด Lololo จากประเทศฟจ มการเจรญ







เตบโตทางความสงเฉลยมากทสด 15.61 เมตร และถ นกําเนด La Brea










จากประเทศฮอนดูรส มการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลยมากท ี

สด 18.58 เซนตเมตร



4. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี

การทดลองของไม้สนโอคารปา ในตอนแรกยังไม่ได้
แยกไม้สนเทคูนมานออกมา จนกระทั งในป พ.ศ. 2524 มผู้นําเอาลักษณะ




29




บางอย่างทแตกต่างกันแยกสนเทคูนมานออกมาจากสนโอคารปา ดัง






นั นในแปลงทดลองของไม้สนโอคารปาจงมสนเทคูนมานรวมอยู่ด้วย



การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนโอคารปาได้ทดลองใน






ระดับนานาชาตของถิ นกําเนดพันธ์ไม้ โดยโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน


กรมปาไม้ ร่วมมอกับ OFI ควบคู่ไปกับไม้สนคารเบย ในป พ.ศ. 2515





ซงมการร่วมมอกันระหว่าง 50 ประเทศ ทําการคัดเลือกแม่ไม้และเก็บ




เมล็ดจากถ นกําเนดทั วโลกจํานวน 42 ถ นกําเนด นําไปปลูกในประเทศ




ต่างๆ รวมทั งประเทศไทย โดยนําไปปลูกในสภาพพ นที ทต่างกันคือ ใน


พ นที ระดับสงทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัด





เชยงใหม่ (เส้นรง18 10 N, เส้นแวง 98 25 E ความสง 800 เมตรจาก

o
/
o
/





30




ระดับนํ าทะเลปานกลาง) และในพ นที ระดับตําทแปลงทดลองท่าแซะ
o
/

/

o

จังหวัดชุมพร (เส้นรง 10 52 N, เส้นแวง 99 15 E ความสง 100 เมตร


จากระดับนํ าทะเลปานกลาง) โดยคัดเลอกถ นกําเนดไม้สนโอคารปา




จํานวน 12 ถ นกําเนด ปลูกในจังหวัดเชยงใหม่ และ 5 ถ นกําเนด ปลูกใน



จังหวัดชุมพร และในภายหลังแปลงทดลองทจังหวัดชุมพรได้รบความ






เสยหายจากพายุเกย์ในป พ.ศ. 2532 คงเหลอแปลงทดลองทจังหวัด

เชยงใหม่เพียงแห่งเดยว






จากการเปรยบเทยบการเจรญเตบโตของไม้สนโอคารปา





และสนเทคูนมานในพ นทระดับสงที จังหวัดเชยงใหม่และพ นทระดับตํา






ทจังหวัดชุมพร เมออายุ 7 ป พบว่าไม้สนทั งสองชนดทจังหวัดชุมพรม ี




ความสง เส้นผ่าศูนย์กลาง และปรมาตรเหนอเปลือก มากกว่าจังหวัด


เชยงใหม่ 1.7, 1.6 และ 5.6 เท่าตามลําดับ

เมอพจารณาเฉพาะไม้สนโอคารปา พบว่าผลการศกษา




เมออายุ 4 ป ถ นกําเนดจาก Dola Hill ประเทศแซมเบย และ Conacaste









ประเทศกัวเตมาลา มการเจรญเตบโตดทสดในพ นทระดับสง ส่วนในพ น








ทระดับตําถ นกําเนด Canas ประเทศกัวเตมาลา, Siquatepeque







ประเทศฮอนดูรส และ Bucaral ประเทศกัวเตมาลา มการเจรญเตบโตดท ี





สด และสนโอคารปาทจังหวัดเชยงใหม่ เมออายุ 25 ป พบว่าถ นกําเนด



31



จาก Angeles ประเทศฮอนดูรัส และ Junquillo ประเทศนคารากัวมการ





เจรญเตบโตดทสด



สําหรบไม้สนเทคูนมาน พบว่าผลการศกษาเมออายุ 4








ป ถ นกําเนดจาก Rafael ประเทศนคารากัว มการเจรญเตบโตดทสด






ในพ นที ระดับสง ส่วนในพ นที ระดับตําถ นกําเนด Camelias ประเทศน ิ








คารากัว มการเจรญเตบโตดทสด และเมออายุ 25 ปพบว่า ไม้สนเทคูนมา










นทจังหวัดเชยงใหม่ ถ นกําเนดจาก Camelias ประเทศนคารากัว มการ







เจรญเตบโตดทสด





ในแปลงทดลองถ นกําเนดน ได้ปลูกไม้สนคารเบยเปรยบ




เทียบด้วย พบว่าสนโอคารปา เมออายุ 7 ป ให้ผลผลตด้านปรมาตรมาก


กว่าสนคารเบียแต่ไม่แตกต่างกันมากนัก




ต่อมาในป พ.ศ. 2523 ได้มการทดสอบถ นกําเนดไม้สนโอ


คารปา ทสถานปรับปรงแหล่งผลตเมล็ดพันธ์ไม้ปาหนองกระทง จังหวัด












เชยงใหม่ จํานวน 3 ถ นกําเนด โดยปลูกเปรยบเทยบกับไม้สนสามใบอก


1 ถ นกําเนด พบว่าเมออายุ 17 ปสนโอคารปาถ นกําเนด El Lobo ประเทศ













กัวเตมาลามการเจรญเตบโตดทสด และสนโอคารปาทุกถิ นกําเนดมการ



เจรญเตบโตดกว่าสนสามใบ





32





การจัดสรางสวนอนุรกษพันธุ (Gene Conservation)







การอนรกษ์พันธ์ไม้เปนส งจําเปนและเปนหลักประกันว่า








พันธไม้นั นๆจะไม่สญพันธไปจากโลกน และเพื อให้มแหล่งพันธกรรม


สําหรบขยายพันธ์ได้ตลอดไป
1. สนสามใบ
ได้มีการจัดสร้างแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมในถิ นอื น (Ex –
situ gene conservation) ของไม้สนสามใบ ในหน่วยงานต่างๆ ของโครง

การปรบปรงพันธไม้สนทั งหมด 9 ถ นกําเนด ส่วนใหญ่เปนถ นกําเนด
















เดมในภาคเหนอ และมถ นกําเนดจากภาคตะวันออกเฉยงเหนออีก 1 ถ น









กําเนด นอกจากน ยังมถ นกําเนดเดมจากประเทศฟลปปนส ซงถิ นกําเนด









ไม้สนสามใบจากแหล่งต่างๆ น ได้รบการทดสอบถ นกําเนดแล้วว่าเปน
ถ นกําเนดทด จงได้คัดเลือกแม่ไม้และเก็บเมล็ดมาเพาะและจัดสรางเปน











สวนอนรกษ์พันธในถ นอื น เพอเอาไว้ใช้ในการปรบปรงพันธต่อไป ซง











บางถ นกําเนด เช่น แม่รด ปจจบันได้ถูกทําลายไปจนหมดแล้ว นับเปน











ข้อดทได้มการจัดสรางแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถ นอนไว้มให้สญหาย



ไป
2. สนสองใบ


การที ปาสนสองใบอยู่ในสภาพทรดโทรมและจํานวนลด
ลงอย่างรวดเรว ทําให้แม่ไม้ตามธรรมชาตทมลักษณะทางพันธกรรมด ี





33


ลดจํานวนไปด้วย ดังนั นเพื อปองกันการลดจํานวนลงของไม้สนสองใบ





และรกษาคุณภาพทางพันธกรรมที ดไว้ กรมปาไม้และรฐบาลเดนมารก







จงได้จัดทําโครงการอนรกษ์พันธไม้สนสองใบในปาธรรมชาตข นท ี










ตําบลทับทัน อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ซงปาสนสองใบแห่งน ผู้เชยว


ชาญเดนมารกและนักวชาการปาไม้ของไทยได้ทําการปลูกทดลองวจัย


และพบว่าเปนแหล่งพันธไม้สนสองใบที มคุณภาพทางพันธกรรมดทสด












ในโลก ต่อมาในป พ.ศ. 2527 ได้มการจัดตั งสถานอนรกษ์พันธไม้สน




สองใบเพ มขึ นทจังหวัดอุบลราชธาน โดยความร่วมมอระหว่างรฐบาล








ไทยกับรัฐบาลเดนมารก ดําเนนงานโดยส่วนวนวัฒนวจัย สํานักวชาการ





ปาไม้ กรมปาไม้ มพ นทดําเนนการ 2 แห่ง คอ


1. ปาสนสองใบโขงเจยม อําเภอโขงเจยม จังหวัด



อุบลราชธาน ี



2. ปาสนสองใบดงตาหวัง อําเภอโพธไทย จังหวัด
อุบลราชธาน ี


3. สนคารเบีย
การจัดสร้างสวนอนุรักษ์พันธุ์ของไม้สนคาริเบีย เป็นการ
อนรกษ์แหล่งพันธกรรมในถ นอน โดยนําไม้สนคารเบียจากต่างประเทศ









ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศอเมรกากลางและหม่เกาะทะเลคารเบียน ได้







ดําเนนการไปแล้ว 13 ถ นกําเนด ซงบางถ นกําเนดในประเทศอนได้ถูก

34





บุกรกตัดโค่นไปจนแทบสญหายแล้ว แต่ยังคงมสายพันธ์อยู่ในประเทศ
ไทย

4. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี






การจัดสรางสวนอนรกษ์พันธ์ของไม้สนโอคารปาเปนการ





อนรกษ์พันธกรรมในถ นอื น เช่นเดยวกับไม้สนคารเบีย โดยนําไม้สนโอ


คารปาจากประเทศในกลุ่มอเมรกากลาง และหมู่เกาะคารเบียน ทั งหมด 7




ถ นกําเนด มาจัดสรางเปนสวนอนรกษ์พันธ์ไว้ในประเทศไทย





























35





การอนรกษ์แหล่งพันธกรรมในถิ นอนของไม้สนเทคูน ู






มาน ในโครงการปรับปรงพันธไม้สนส่วนใหญ่มถ นกําเนดจากประเทศ




ในกลุ่มอเมรกากลาง ซงมทั งหมด 4 ถ นกําเนด มาจัดสรางเปนสวน








อนรกษ์พันธ์ไว้ในประเทศไทย



การจัดสรางสวนรวมพันธุ (Clone bank)
1. สนสามใบ







มการจัดสรางสวนรวมพันธของไม้สนสามใบซงดําเนน


การในป พ.ศ. 2522 ทบ้านแม่สะนาม อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ โดย


ทําการคัดเลอกแม่ไม้สนสามใบจาก 3 แห่ง ในหน่วยงานของโครงการ


ปรับปรงพันธ์ไม้สน รวมทั งหมด 76 แม่ไม้ โดยแยกรายละเอยด ดังน ี

1) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาตบ้านแม่รด อําเภอ



แม่สะเรยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จํานวน 24 แม่ไม้


2) แม่ไม้สนสามใบจากแปลงปลูก สวนผลตเมล็ดพันธ ุ ์

ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 22 แม่ไม้




3) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาต อุทยานแห่งชาต ิ
ดอยอนทนนท์ จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 30 แม่ไม้


วธดําเนนการโดยเก็บยอดหรอกิ งพันธไม้สนสามใบ






(clones) จากแม่ไม้ดังกล่าวมาทําการต่อยอด (grafting) และนํามาปลูก
รวมกันไว้เปนสวนรวมพันธ ุ ์

36




การคัดเลอกแมไม (Plus tree selection)




การคัดเลอกแม่ไม้เปนขบวนการทสําคัญของการปรบ
ปรงพันธ์ไม้ปาและแม่ไม้สามารถทจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธกรรมท ี









ดไปส่ลูกหลานได้ ดังนั นการคัดเลือกแม่ไม้จงมความสําคัญอย่างยิ งต่อ

การประสบความสําเรจของงานปรับปรงพันธ การคัดเลือกแม่ไม้ อาจให้







คําจํากัดความว่า เปนขบวนการคัดเลอกคุณลักษณะทดของต้นไม้เพอ


การขยายพันธ์ต่อไป

การคัดเลือกแม่ไม้มวัตถุประสงค์เพื อให้ได้ผลตอบแทน

ทางพันธ (Genetic gain) สงสด เรวทสด และถูกทสดเท่าทจะทําได้ ใน











ขณะเดยวกันก็รกษาฐานทางพันธกรรม (Genetic base) ไว้ให้กว้างพอ



เพื อให้มั นใจได้ว่าจะได้ผลตอบแทนทางพันธ์เพิ มข นในร่น (Generation)



ต่อๆไป โดยทั วไปแล้วการคัดเลือกแม่ไม้เพื อการปรบปรงพันธจะใช้









หลักเดยวกันคอ คัดเลือกต้นทมคุณลักษณะต่างๆ ทต้องการดทสดเพื อใช้



เปนพ่อและแม่ในงานการผสมพันธและงานการผลตเมล็ดไม้คุณภาพด ี



ทั งน อยู่บนสมมุตฐานทว่าพ่อแม่ทมลักษณะทางพันธดย่อมจะถ่ายทอด








ลักษณะดไปส่ลูกหลานเสมอ

1. สนสามใบ
โครงการปรับปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สน






สามใบจากแหล่งต่างๆ โดยคัดเลอกจากปาธรรมชาต แปลงทดสอบถ น
37




กําเนด สวนผลตเมล็ดพันธ และสวนปาปลูกจํานวนทั งหมด 313 แม่ไม้







ซงถ นกําเนดเดมของแม่ไม้ทคัดเลือกมทั งในประเทศและต่างประเทศ






สําหรบในประเทศได้จากดอยอนทนนท์ ดอยสเทพ ภูกระดง แม่รด อม


ก๋อย นํ าหนาว หนองกระทง และแม่สะเรยง ส่วนแม่ไม้สนสามใบถ น



กําเนดเดมจากต่างประเทศได้จาก Lagangilang ประเทศฟลปปนส,









Lepanto ประเทศฟลปปนส และ Chati ประเทศแซมเบีย
2. สนสองใบ
ได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สนสองใบจากแปลงทดสอบถ น


กําเนดไม้สนสองใบทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด





จังหวัดเชยงใหม่ มเพยง 4 แม่ไม้เท่านั น โดยเปนแม่ไม้ทมถ นกําเนดเดม













จากสังขะ จังหวัดสรนทร ซงเปนถ นกําเนดทดทสด หลังจากนั นได้ม ี











การคัดเลอกแม่ไม้สนสองใบจากปาธรรมชาต ทสถานอนรกษ์พันธไม้



ปาหนองคู อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร อก 27 แม่ไม้





3. สนคารเบีย

โครงการปรับปรุงพันธุ์ไม้สน ได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้


สนคารเบียจากแปลงทดสอบถ นกําเนด สวนผลตเมล็ด แปลงทดสอบ




ชนดพันธไม้ และสวนอนรกษ์พันธจํานวน 350 แม่ไม้ ซงเปนแม่ไม้ทม ี











ถ นกําเนดเดมจากต่างประเทศ ได้แก่ Alamicamba ประเทศนคารากัว,



Rio Coco ประเทศนคารากัว, Karawala ประเทศนคารากัว, Poptun ประ

38



เทศกัวเตมาลา, Limones ประเทศฮอนดูรส, Brus ประเทศฮอนดูรส,


Santa Clara ประเทศฮอนดูรส, Potosi ประเทศฮอนดูรส, Cayo –




Mountain Pine Ridge ประเทศฮอนดูรส และ Bowenia รฐควนสแลนด์
ประเทศออสเตรเลีย
4. สนเทคูนูมานี


โครงการปรับปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สน









เทคูนมาน จากแปลงทดสอบถ นกําเนด และสวนอนรกษ์พันธจํานวน






135 แม่ไม้ ซงเดมแม่ไม้น เปนสนโอคารปา แต่ภายหลังได้มการแยกออก




มาเปนสนเทคูนมาน ในป พ.ศ. 2524 ซงแม่ไม้น มถ นกําเนดเดมจากต่าง










ประเทศ ได้แก่ Yucul ประเทศนคารากัว, Camelias ประเทศนคารากัว

และ Mt. Pine Ridge ประเทศฮอนดูรส

การทดสอบสายพันธุ (Progeny trial)





การทดสอบสายพันธ หมายถง การทดสอบลูกไม้ทเกิด



จากการผสมพันธ ทั งแบบ Full-sib และ Half-sib เปนการประเมนคุณค่า





ทางพันธกรรมของลูกไม้ในพ นที ทมการทดสอบทเหมาะสม ซงค่าเฉลี ย




ของลูกไม้ทแสดงออกในลักษณะต่างๆ จะเปนตัวบ่งบอกลักษณะทาง

พันธกรรมของพ่อและแม่ได้และยังใช้เปนประชากรพ นฐานเพื อคัดเลือก



พันธในร่นต่อไปอกด้วย การทดสอบสายพันธสามารถประเมนการคัด







เลือกพันธ์ของร่นลูก (Progenies) ในแต่ละ Family ททําการทดสอบ ทํา



39




ให้ทราบค่าสัดส่วนทางพันธ (Heritability) แต่ละลักษณะททดสอบ


เพื อใช้ประเมนหาค่าตอบสนองทางพันธ (Genetic gain) ของแม่ไม้ทคัด


เลือกไว้ ซงสามารถใช้เปนแนวทางคัดเลอกซํ า (Back selection) แม่ไม้ท ี

















ดไปขยายพันธ จัดสรางสวนผลตเมล็ดพันธ และปรบปรงพันธให้ดข น

ในร่นต่อๆไป สําหรบแปลงทดสอบสายพันธทมอยู่ก็สามารถทําการตัด





สางขยายระยะ (Genetic thinning) ให้เหลอแต่แม่ไม้ทมคุณภาพด เพื อใช้





เปนแหล่งเก็บเมล็ด (Seed production area) ทดต่อไปได้


1. สนสามใบ



การทดสอบสายพันธของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการท ี



สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมอป พ.ศ. 2530



เปนการทดสอบสายพันธข้างแม่ (Half-sib progeny test) โดยเก็บเมล็ด



จากแม่ไม้ (Plus tree) ในปาธรรมชาตและแปลงปลูกในท้องทจังหวัด





เชยงใหม่ ได้แก่ แหล่งดอยอนทนนท์ แม่รด ดอยสเทพ หนองกระทง


และวัดจันทร จํานวน 100 Families





ได้มการประเมนผลในป พ.ศ. 2540 เมอต้นไม้มอายุ 10 ป




โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์


กลางทระดับอก การแตกง่าม และความตรงเปลาของลําต้น พบว่ากลุ่มที



จัดอยู่ในกลุ่มทดม 21 Families ซงเปนแหล่งจากดอย อนทนนท์ 18




Families และดอยสเทพ 3 Families ซงกลุ่มสายพันธ์น ควรเก็บไว้พัฒนา





40




ต่อไปในอนาคต สําหรบกลุ่มปานกลางม 58 Families เปนแหล่งจาก
ดอยอนทนนท์ 45 Families แหล่งแม่รด 7 Families แหล่งวัดจันทร 3





Families แหล่งดอยสเทพ 2 Families และแหล่งหนองกระทง 1 Family








กลุ่มสายพันธน การพจารณาเก็บสายพันธไว้ข นอยู่กับปรมาณมากน้อย


ในการตัดสางขยายระยะ (Genetic thinning) เมอจําเปนต้องตัดท งบาง

สายพันธ์ควรพจารณาตัดท งจาก Families ทอยู่อันดับท้ายก่อน ส่วนกลุ่ม









ไม่ดม 21 Families ซงเปนแหล่งหนองกระทง 9 Families แหล่งวัด

จันทร 6 Families แหล่งดอยอนทนนท์ 5 Families และแหล่งแม่รด 1



Family กลุ่มสายพันธ์น ควรตัดท งทั งหมด




2. สนคารเบีย
การทดสอบสายพันธุ์ของไม้สนคาริเบียแปลงแรกได้ทํา



การปลูกในป พ.ศ. 2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด



เชยงใหม่ เปนแปลงทดสอบสายพันธนานาชาต โดยนําเมล็ดจากแม่ไม้


ในสวนผลตเมล็ดไม้แหล่งต่างๆ จาก Queensland ประเทศออสเตรเลีย

ได้แก่ Byfield, Toolara, Kennedy Seed Orchard และ Cardwell และจาก
ประเทศฮอนดูรส, ฟจ และ Malalo Manga Seed Orchard ประเทศคอง







โก รวมทั งหมด 90 สายพันธ (Families) โดยแปลงทดสอบสายพันธน ี

เปนแปลงทดสอบสายพันธแบบเปด (Half – sib progeny test) การ





ประเมนผลได้ดําเนนการในป พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 19 ป โดย




41




ประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศนย์กลาง




ทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น และการแตกง่าม โดยแยกถิ นกําเนด




จากพ นทระดับสง 17 Families และถ นกําเนดจากพ นทระดับตํา 73






Families ในการพจารณาคัดเลอก Families โดยใช้ค่าดัชนความสําคัญ



(RIVI) พบว่า Family ทดทสด จากพ นทระดับสง คอ 2155 ซงมถ น










กําเนดจาก Malalo, Manga Seed Orchard ประเทศคองโก ส่วน Family










ทดทสดจากพ ืนทระดับตํา คอ 2153 ซงมถ ินกําเนดจาก Byfield,


Queensland ประเทศออสเตรเลีย
ต่อมาในป พ.ศ. 2524 ได้มการทดสอบสายพันธ์ไม้สนคา



รเบยนานาชาต ทสถานทดลอง





ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด


เชยงให ม่ โด ยได้รบ ก าร


สนับสนนเมล็ดจากสถาบันปา
ไม้แห่ งสห ราชอาณ าจัก ร
(OFI) จํานวน 88 สายพันธ ซง





เปนแปลงทดสอบสายพันธ ุ ์

แบ บ เป ด อ ก เช่ น กัน ก าร


ประเมนผลได้ดําเนนการในป


พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 18


42






ป โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์

กลางทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น และการแตกง่าม โดยแยกเปน







ถ นกําเนดจากพ นที ระดับสง 48 Families และถิ นกําเนดจากพ นที ระดับ
ตํา 40 Families ในการพจารณาคัดเลือก Family โดยใช้ดัชนความสําคัญ








(RIVI) พบว่า Family ทดทสดจากพ นทระดับสง คอ 2272 ซงมถ น











กําเนดจาก Queensland ประเทศออสเตรเลีย ส่วน Family ทดทสดจาก











พ นทระดับตําคอ 2199 ซงมถ นกําเนดจาก Karawala ประเทศนคารากัว





การทดสอบสายพันธไม้สนคารเบีย ได้ดําเนนการอกครั ง

ในป พ.ศ. 2535 ทสถานทดลองปลูกพันธไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่








เปนการทดสอบสายพันธแบบเปด โดยใช้เมล็ดจากแม่ไม้ของโครงการ







ปรับปรงพันธไม้สน ซงมถ นกําเนดเดมจาก Limones ประเทศฮอนดูรส






จํานวน 70 Families ประเมนผลเมอป พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 7 ป




โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์





กลางทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น การแตกง่าม และลักษณะ


Foxtail ในการพจารณาคัดเลอก Families โดยใช้ค่าดัชนความสําคัญ




(RIVI) พบว่า Family ท 235 มลักษณะเด่นทสด

3. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี




การทดสอบสายพันธของไม้สนโอคารปา และ สนเทคูน ู






มาน เปนการทดสอบสายพันธแบบเปด (Half – sib progeny test) ซง

43





ดําเนนการในป พ.ศ. 2525 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง
จังหวัดเชยงใหม่ ซงเดมทําการทดสอบสายพันธแม่ไม้สนโอคารปา










จํานวน 90 Families แต่ภายหลังได้แยกออกเปนสนเทคูนมานจํานวน 24




Families จงเหลอไม้สนโอคารปาเพียง 66 Families การประเมนผลได้
ดําเนนการในป พ.ศ.




2542 เมอต้นไม้มอายุ

17 ป โดยประเมน

จาก ลักษ ณ ะการ


เจรญ เตบ โตทาง

ความสงและเส้นผ่า
ศูนย์กลางทระดับอก

ความตรงเปลาของ

ลําต้นและการแตกง่าม ในการพจารณาคัดเลือก Family โดยใช้ค่าดัชน ี


ความสําคัญ (RIVI) พบว่า Family ทดทสดของสนโอคารปา คอ 3238




ซงมถ นกําเนดจาก Mal Paso ประเทศ Guatemala ส่วน Family ทดทสด

















ของสนเทคูนมานคอ 3190 ซงมถ นกําเนดจาก Yucul ประเทศ Nicaragua


จากข้อมูลการปรบปรงพันธ์ไม้สนที ได้ดําเนนงานมา ได้




ทําต่อเนองโดยจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดพันธ (Seed orchard) และ




44








แหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) เพอผลตเมล็ดไม้ทมคุณ


ภาพสําหรบการปลูกสรางสวนปาต่อไป




การใชประโยชน

ในการนําไม้สนไปใช้ประโยชน์นั น จะต้องคํานงถึงโครง


สรางทางวิศวกรรมด้วย ซงแต่เดมนั นนยมใช้ไม้เน อแข็งและไม้สัก แต่






เมอไม้เหล่าน ถูกตัดโค่นนํามาใช้เปนจํานวนมากตามการเพ มข นของ






ประชากร ทําให้คนเร มหันมาใช้ไม้โตเรวและไม้เน ออ่อนแทน และได้ม ี


การนําเข้าไม้จากต่างประเทศอย่างต่อเนอง ซงในป พ.ศ. 2542 ประเทศ


ไทยได้นําเข้าไม้ตระกูลสนทั งไม้ท่อนและไม้แปรรปจํานวน 111,649

ลูกบาศก์เมตร มมลค่าถง 659.852 ล้านบาท นําเข้าเยื อกระดาษ 438,525



ตัน มลค่า 7,987.28 ล้านบาท และนําเข้ากระดาษ 365,208 ตัน มลค่า





16,327.513 ล้านบาท จะเหนได้ว่าประเทศไทยต้องเสยเงนตราในการนํา






เข้าเปนจํานวนมาก ซงยังไม่ได้รวมถงผลตภัณฑ์จากไม้ประเภทอนๆ
เช่น เฟอรนเจอร ไม้อัด ไม้บาง ยางสน เปนต้น และจะมการนําเข้าเพิ ม






มากข นตามจํานวนประชากรทเพ มข น สําหรบประมาณการการใช้เยื อ




ยาวภายในประเทศ โดย Thai pulp and paper industry association

(2001) คาดว่าประเทศไทยใช้เยื อยาวในป 2544, 2545, 2546, และ 2547

จํานวน 248,000, 264,000, 281,000 และ 299,000 ตัน ตามลําดับจะเหน
45


ได้ว่าประเทศไทยเสยดุลการค้าจากการนําไม้ตระกูลสน เยื อกระดาษ




และกระดาษแต่ละปมมลค่าหลายหมนล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 5 ป


(พ.ศ. 2539-2543) ประเทศไทยต้องเสยดุลการค้าในการนําเข้าเยื อ



กระดาษปละประมาณ 6,000 – 11,000 ล้านบาท โดยมข้อมลการนําเข้า
จากผู้ส่งออกรายใหญ่ 6 ประเทศแรก ดังตารางที 1

ตารางท 1 มูลคาการนําเข้าเยื อกระดาษจากผู้สงออกรายใหญ 6 ประเทศแรก






(มูลค่าเปนพันล้านบาท)
2539 2540 2541 2542 2543
แคนาดา 1,268,450 1,518,665 1,641,728 1,968,913 3,558,119


สหรัฐอเมรกา 2,090,453 1,783,859 1,236,821 1,430,578 1,807,790
อัฟรกาใต้ 777,812 959,511 1,787,888 1,040,571 1,815,888

ชิลี 587,582 368,004 428,638 789,868 1,571,810

สวีเดน 344,271 293,384 407,097 627,074 955,707

นวซแลนด์ 325,365 236,963 336,218 410,092 530,628

รวม 5,393,933 5,160,386 5,838,390 6,267,096 10,239,842
ที มา : กรมปาไม้ (2543)





ดังนั น ควรมการส่งเสรมให้ปลูกไม้โตเรวเพอลดการ







นําเข้า ซงสนคารเบยก็เปนไม้โตเรวชนดหนงทเน อไม้มความแข็งแรง






ปานกลาง เส้นใยยาวเหมาะสําหรบทําเยื อกระดาษ แปรรปง่าย ให้ลายไม้


46


Click to View FlipBook Version