ไมสน
้
(Pinus spp.)
์
ี
ศูนยวนวัฒนวิจัยเชยงใหม ่
ั
่
ี
ั
์
ํ
สานกบรหารจัดการในพื นที ปาอนุรกษ 16 จงหวัดเชยงใหม ่
ั
ิ
กรมอุทยานแหงชาติ สตวปา และพันธุพืช
์
่
ั
์
่
2547
จัดทําโดย
์
ี
ประดิษฐ หอมจน
วินย ศรกุล
ิ
ิ
ั
สมเกียรติ กลั นกลิ น
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ ์
์
สาโรจน วัฒนสุขสกุล
สมชาย นองเนอง
ื
คํานํา
ึ
ไม้สนเปนไม้สกุล Pinus ซงอยู่ในวงศ์ Pinaceae ไม้สน
็
็
้
ี
ทพบในประเทศไทยจัดเปนไม้สนเขตรอน (Tropical pine) มอยู่ 2 ชนด
ี
ิ
ิ
ี
ทพบข ึนอยู่ตามธรรมชาต คอ สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex
ื
Gordon) และ สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese) นอกจาก
น ยังได้นําไม้สนต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูกร่วมด้วย และพบว่ามไม้
ี
ี
้
ิ
ี
่
ี
ิ
ิ
สนต่างถ นอก 3 ชนด ทน่าส่งเสรมในการปลูกสรางสวนปาไม้สนของ
ประเทศไทย คอ สนคารเบย (Pinus caribaea Morelet) สนโอคารปา
ี
ิ
์
ื
ี
(Pinus oocarpa Schiede) แ ล ะ ส น เท คู น ม าน (Pinus patula ssp.
ู
ิ
ิ
ี
ู
ี
tecunumanii) เนองจากมการเจรญเตบโตด รปทรงสวยงาม โดยเฉพาะ
ื
สนคารเบยเปนไม้ทสามารถปลูกได้ทั งในพ นทระดับตําและระดับสง
ู
ิ
็
ี
ี
ื
ี
ื
สามารถปรบตัวได้ดในหลายสภาพพ นท ได้มการปรบปรงพันธ์ ทดสอบ
ุ
ุ
ี
ี
ี
ั
ั
สายพันธ และจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดทั งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัย
็
้
์
ิ
ุ
้
่
ี
็
เพศ เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ดเพื อการปลูกสรางสวนปา นอกจากน ยัง
้
ื
ึ
์
ุ
ได้มการศกษาการผสมเกสร การทดสอบการผสมพันธเพอสรางสาย
ี
ุ
ิ
พันธ์ใหม่ การศกษาการขยายพันธ์โดยไม่อาศัยเพศ การศกษาเทคนคการ
ึ
ุ
ึ
่
้
ี
ิ
เพาะชําไม้สนและวนวัฒนวธต่างๆ ทเหมาะสมในการปลูกสรางสวนปา
ี
ู
เพื อนําความรมาพัฒนาและปรับปรงพันธ์ไม้สนให้มคุณภาพดยิ งขึ น
ี
้
ุ
ุ
ี
คณะผู้จัดทํา
สารบัญ
หน้า
บทนํา 1
ลักษณะทั วไปของไม้สน 4
ิ
1. ไม้สนท้องถ น 4
ิ
2. ไม้สนต่างถ น 15
ุ
ุ
ขั นตอนการปรับปรงพันธ์ไม้สนในประเทศไทย 22
การทดสอบชนดไม้ 25
ิ
การทดสอบถ นกําเนด 26
ิ
ิ
์
ุ
ุ
ั
การจัดสรางสวนอนรกษ์พันธ 33
้
การจัดสรางสวนรวมพันธ ุ ์ 36
้
การคัดเลือกแม่ไม้ 37
การทดสอบสายพันธ 39
์
ุ
การใช้ประโยชน ์ 45
ิ
เอกสารอ้างอง 51
้
ไมสน
บทนา
ํ
็
ไม้สนเปนไม้สกุล Pinus ซงอยู่ในวงศ์ Pinaceae
ึ
็
ี
ี
ั
ี
เปนต้นไม้ทไม่มดอก จําแนกอยู่ในพวก Gymnosperm ไม่มรงไข่
ี
(ovary) ห่อหมคัพภะ (embryo) มอวัยวะเพศเมยและเพศผู้แยกจากกัน
ี
้
ุ
้
ี
็
ี
ไม้สนทพบในประเทศไทยจัดเปนไม้สนเขตรอน (Tropical pine) มอยู่ 2
ิ
ื
ชนด ทพบข นอยู่ตามธรรมชาต คอ สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex
ึ
ี
ิ
Gordon) และสนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese) เน อไม้
ื
์
ี
ึ
ของสนมวงปเหนเด่นชัด จงมผู้นยมนําไปใช้ทําเฟอรนเจอร ไม้อัดหรอ
ิ
ี
ื
์
็
ี
ิ
ื
ส่วนประกอบของอาคารบ้านเรอนภายในร่มทไม่ต้องรับนํ าหนักมากนัก
ี
ุ
ั
ี
ิ
ี
เช่น ทําฝา ทําเครองใช้ เช่น ตู้ โต๊ะ เตยง ฯลฯ ปจจบันมผู้นยมนําไม้สน
ื
็
็
้
มาปลูกสรางเปน Log cabin โดยนําเข้าไม้สนจากต่างประเทศ ไม้สนเปน
ี
ไม้ทมเส้นใย (fiber) ยาวเหมาะสําหรบใช้เปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมทํา
ิ
ี
็
ั
ู
ี
เยื อกระดาษ เนองจากให้ผลผลตของเยื อสงและมความต้านทานแรงฉก
ื
ี
ิ
ขาดสงมาก นอกจากน ยางทได้จากการเจาะต้นสนสามารถนําไปสกัดทํา
ี
ี
ู
นํ ามันสนและชันสนได้ นํ ามันสนส่วนมากใช้ในการผสมสนํ ามันและทํา
ี
ุ
นํ ามันขัดเงา ใช้ในการปรงยา เช่น ยาทาแก้หวัด ทํานํ ามันสะโต๊ก และอุต
ี
ุ
ี
สาหกรรมอื นๆอกมากมาย ชันสนใช้ในการทําสบู่มากทสด นอกจากน ี
1
็
่
ี
ื
โดยทั วไปสภาพปาสนเปนปาทไม่ผลัดใบให้ความร่มรนและในต้นสน
่
ึ
ี
ื
ั
มสาร terpentine จงทําให้สดชนหายใจสะดวกเหมาะสําหรบพักผ่อน
ึ
็
่
็
ิ
ี
ี
หย่อนใจ และในปายังมเหดหลายชนดทเกิดข นในฤดูฝน เช่น เหดไข่
ิ
็
็
ึ
ี
็
็
ห่าน เหดปลวก เหดขม น เหดขอน หรอเหดลมหนาว ซงราษฎรทอาศัย
ื
อยู่บรเวณใกล้เคียงสามารถใช้บรโภคและขายเปนรายได้เลี ยงครอบครัว
็
ิ
ิ
็
ึ
ี
ได้ จากประโยชนดังกล่าวไม้สนจงเปนไม้ทควรส่งเสรมให้มการปลูก
ี
์
ิ
ิ
สรางสวนปา เพราะนอกจากจะให้คุณค่าต่อส งแวดล้อมแล้ว ยังให้
้
่
ิ
ผลผลตในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
การพัฒนาไม้สนในประเทศไทยได้เร มดําเนนการมากว่า
ิ
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ิ
30 ปแล้ว โดยป 2507 ได้เร มดําเนนการโครงการสํารวจวัตถุดบเพอทํา
ื
ั
ี
ึ
็
เยื อกระดาษ ซงเปนโครงการทได้รบความช่วยเหลอจากกองทุน
ื
ี
ี
ิ
ุ
พเศษขององค์การสหประชาชาตและในป 2512 ได้มโครงการปรบปรง
ั
ิ
ิ
พันธ์ไม้สนและไม้โตเรวเกิดข น โดยความร่วมมอทางวชาการระหว่างรัฐ
ุ
็
ื
ึ
์
ั
่
บาลไทยโดยกรมปาไม้กับรฐบาลเดนมารกโดย DANIDA (Danish
ั
International Development Agency) วางแผนการปรบปรงพันธไม้สน
ุ
ุ
์
ี
ในประเทศไทย นอกจากน ยังได้นําไม้สนต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูก
ร่วมด้วย และพบว่ามไม้สนต่างถ นอีก 3 ชนด ทมถ นดั งเดมอยู่ในแถบ
ิ
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ี
้
้
็
ิ
อเมรกากลาง จัดเปนไม้สนเขตรอนที น่าส่งเสรมในการปลูกสรางสวน
ิ
่
ปาไม้สนของประเทศไทย คอ สนคารเบีย (Pinus caribaea Morelet) สน
ิ
ื
2
ี
ู
์
โอคารปา (Pinus oocarpa Schiede) และสนเทคูนมาน (Pinus patula
ี
ิ
ิ
ี
ssp. tecunumanii) เนองจากมการเจรญเตบโตด รปทรงสวยงาม โดย
ื
ู
ิ
็
ี
ี
ื
เฉพาะสนคารเบียเปนไม้ทสามารถปลูกได้ทั งในพ นทระดับตําและระดับ
สงสามารถปรบตัวได้ดในหลายสภาพพ นที โครงการปรบปรงพันธไม้
ั
ื
ั
์
ี
ุ
ุ
ู
ิ
ิ
สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สนชนดต่างๆหลายถ นกําเนด และเก็บเมล็ด
ิ
ุ
็
ั
ุ
์
้
ไม้มาปลูกสรางเปนสวนอนรกษ์สายพันธจากแหล่งต่างๆ ทั งในและ
ั
นอกประเทศ โดยได้รบความร่วมมอจากองค์การต่างๆ เช่น Oxford
ื
Forestry Institute (OFI) ประเทศอังกฤษ ทําการศกษาค้นคว้าวจัยระดับ
ิ
ึ
ิ
นานาชาตของถ นกําเนดพันธไม้ (International provenance trial) ของ
ุ
์
ิ
ิ
ิ
์
ุ
ี
ั
ึ
ุ
ชนดไม้สนคารเบยและสนโอคารปา ซงในปจจบันโครงการปรบปรง
ิ
ั
พันธ์ไม้สนมสวนอนรกษ์พันธของไม้สนท้องถ นและไม้สนต่างประเทศ
ุ
์
ิ
ุ
ี
ั
ุ
ุ
์
รวมทั ง 5 ชนด ซงได้มการปรบปรงพันธ ทดสอบสายพันธ (Progeny
ุ
ี
์
ุ
ึ
ิ
ั
test) และจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดทั งแบบอาศัยเพศ (Seedling seed
็
ิ
้
ิ
orchard) และสวนผลตเมล็ดแบบไม่อาศัยเพศ (Clonal seed orchard)
่
็
ี
เพื อใช้เปนแหล่งเก็บเมล็ดเพื อการปลูกสรางสวนปา นอกจากน ยังได้ม ี
้
์
ึ
ุ
การศกษาการผสมเกสร การทดสอบการผสมพันธตัวเองและข้ามพันธ ุ ์
ึ
ุ
์
ุ
์
้
เพื อสรางสายพันธใหม่ การศกษาการขยายพันธโดยไม่อาศัยเพศ การ
ศกษาเทคนคการเพาะชําไม้สนและวนวัฒนวิธต่างๆ ทเหมาะสมในการ
ี
ิ
ี
ึ
3
ุ
้
ุ
่
ื
้
ปลูกสรางสวนปา เพอนําความรมาพัฒนาและปรบปรงพันธ์ไม้สนให้ม ี
ั
ู
คุณภาพดยิ งขึ น
ี
ลักษณะทั วไปของไมสน
้
ี
ไม้สนชนดต่างๆ ทสามารถปลูกและเจรญเตบโตได้ดใน
ิ
ี
ิ
ิ
็
ื
ประเทศไทย จําแนกออกเปน 2 ประเภท คอ
ิ
ี
้
ิ
1. ไมสนทองถิ น (Indigenous pine) เปนไม้สนที มถ นกําเนดอยู่
็
้
ื
ิ
ในประเทศไทย พบอยู่ 2 ชนด คอ
1.1 สนสามใบ (Pinus kesiya Royal ex Gordon)
็
ู
ึ
เปนไม้ยืนต้นขนาดกลางถงขนาดใหญ่ มความสง
ี
ื
ประมาณ 35 – 45 เมตร ลําต้นเปลาตรง มเรอนยอดเปนพุ่มกลม ขณะม ี
ี
็
ี
ู
ิ
ื
ื
ู
็
อายุน้อยเรอนยอดจะเปนรปปรามด เมอโตเต็มทมเรอนยอดเปนรปร่ม
ี
ิ
็
ื
ี
(สวทย์, 2516) เปลอก หนา มสชมพูหรอสนํ าตาลแดง และจะแตกหลุด
ิ
ุ
ี
ี
ื
ื
็
ออกเปนเกล็ดหรอแผ่นเมอต้นไม้มอายุเต็มวัยแล้ว ใบ เปนลักษณะใบ
ื
็
ี
ื
เดยว เล็กเรยวยาวเปนรปเข็ม รวมเปนกระจกๆ ละ 3 ใบมความยาว
ี
ู
ี
ี
็
ุ
็
ี
ิ
ประมาณ 12 - 25 เซนตเมตร หนาประมาณ 0.5 - 1.0 มม. มสเขยวอ่อนม ี
ี
ี
ื
ุ
ี
ท่อนํ ามัน 3 - 5 ท่อต่อผิวใบ โคนของกระจุกใบหรอกลุ่มใบจะมเยื อห้มส ี
ิ
นํ าตาลอมเทายาวประมาณ 0.5 - 1.5 เซนตเมตร ดอก ดอกตัวผู้ (male
4
ู
็
strobili) เปนรปทรงกระบอก ยาว
ิ
ประมาณ 2 - 3 เซนตเมตร ออก
เปนกลุ่มรวมกันแต่ละดอกกว้าง
็
ประมาณ 0.5 เซนตเมตร ระยะ
ิ
ี
ี
ื
ื
ี
แรกๆ จะมสเหลองซดๆ หรอนํ า
ื
ตาลอ่อนเมอแก่จัดจะมสออกส ี
ี
ี
ี
ม่วง เกสรตัวผู้จะมอยู่ระหว่าง
ื
ี
เดอนธันวาคม – มนาคม ดอกตัว
ี
เมย (conelet) จะมสม่วงอมเขยว
ี
ี
ี
เปนเกล็ดเล็กๆ เรยงสลับเวยนกัน
ี
ี
็
ี
ี
ั
แต่ละเกล็ด ทางด้านล่างของเกล็ดมกาบรองรบอยู่ ดอกตัวเมยจะออกช่วง
ื
ึ
ื
เดอน ธันวาคมถงต้น เดอน
ี
กุมภาพันธ์ ช่วงผสมเกสรจะมอยู่
ึ
ื
ระห ว่างเดอ น มก ราคมถ ง
็
์
กุมภาพันธเปนเวลา 7 วันในแต่
ละต้น โดยเกล็ดเล็กๆ ตามดอก
ั
ิ
ี
ตัวเมยจะเปดอ้าออกรบละออง
็
เกสรตัวผู้แล้วพัฒนาเปนโคน
ึ
ี
ิ
(cone) ซงขนาดโตเต็มทจะยาวประมาณ 5 - 8 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์
5
ี
ื
ี
ื
ิ
กลาง 3 - 4 เซนตเมตร มสเขียว และเมอระยะประมาณ 23 เดอน ลูกสน
ิ
จะแก่จัดมสนํ าตาลเกล็ดจะอ้าออกเปดโอกาสให้เมล็ดใต้เกล็ด 1 - 2 เมล็ด
ี
ี
็
ขนาด 0.3 - 0.5 เซนตเมตร หลุดร่วงออกมา เมล็ด รปรๆ มครบบางเปน
ี
ี
ี
ู
ิ
ี
ี
ิ
ปกอยู่ทตอนปลายยาวประมาณ 1.5 - 2.5 เซนตเมตร ช่วยในการปลว
ิ
กระจายไปตามลมเปนการกระจายพันธ ลูกสนแก่จัดในช่วงเดอน
็
ุ
ื
์
ื
ี
ี
ึ
ธันวาคม – มกราคม เน อไม้สนสามใบมสเหลองถงนํ าตาลอ่อน เส ียน
ื
ตรงเน อละเอยด
ื
ี
ุ
์
ี
ไม้สนสามใบมการกระจายพันธตามธรรมชาตเปน
็
ิ
o
ี
ี
o
บรเวณกว้างระหว่าง 30 N และ 12 N ในเขตเอเซยตะวันออกเฉยงใต้
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
ี
บรเวณประเทศพม่า อนเดย ธเบต ลาว เวียดนาม ไทย ฟลปปนส และจน
ิ
์
ิ
ู
สนสามใบจะข นอยู่ในความสงจากระดับนํ าทะเล 300 - 3,000 เมตร ส่วน
ึ
ใหญ่แล้วจะพบอยู่ในช่วงความสงระหว่าง 1,000 - 1,800 เมตร สําหรบ
ั
ู
ึ
ื
ิ
ิ
ในประเทศไทยสนสามใบข นอยู่ตามบรเวณเทอกเขาทางทศตะวันตก
ื
ื
ิ
ู
ิ
ึ
ทศเหนอ และพ นที ราบสงโคราช สําหรบเทอกเขาทางทศตะวันตกซง
ื
ั
วางตัวขนานไปกับพรมแดนประเทศพม่าจากภาคเหนอไปจนถงคาบ
ึ
ื
ิ
สมุทรมลายาซงเปนภูเขาหนแกรนตมบ้างทเปนหนปูน เทือกเขาทางภาค
ึ
ิ
็
ี
็
ี
ิ
/
ุ
ิ
ิ
ี
o
เหนอต่อไปทางทศใต้ส นสดทราบสงฉานในพม่าประมาณ 17 30 N
ู
ื
ิ
ิ
ี
ี
เปนภูเขาเก่าทมหนเชล หนชส และหนปูน ทราบสงโคราชวางตัวเอียง
็
ี
ี
ู
ิ
ิ
ื
เข้าหาทราบภาคกลางของประเทศ พ นทเกิดจากหนทรายแดงบรเวณท ี
ี
ิ
ี
6
ู
ิ
ื
สงที สดอยู่ทางทิศเหนอของจังหวัดเพชรบูรณประมาณ 2,000 เมตร ดน
์
ุ
ิ
็
่
บรเวณปาสนสามใบส่วนมากพบว่าเปนดนร่วนและดนร่วนปนทราย
ิ
ิ
ิ
ิ
(loam to sandy clay loam) เกิดจากวัตถุต้นกําเนดคอ หนแกรนตและหน
ิ
ื
ิ
ิ
่
็
็
ทราย ค่าความเปนกรดเปนด่าง (pH) ของดนในปาสนอยู่ระหว่าง 5.5 -
5.7 ตามบรเวณพ นผิวดน และ 4.8 - 5.2 ตามบรเวณชั นล่างถัดลงไป ใน
ิ
ื
ิ
ิ
ู
ประเทศไทยส่วนมากจะพบสนสามใบข นอยู่ทระดับความสงระหว่าง
ึ
ี
ิ
ี
1,000 – 1,500 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ปรมาณนํ าฝนเฉลย
ี
1,000 – 2,000 มลลเมตร/ป อุณหภูมเฉลย 25 C โดยทั วไปจะพบสนสาม
ี
ิ
o
ิ
ิ
ใบข นปะปนกับสนสองใบหรออาจพบข นปะปนกับไม้ก่อชนดต่างๆ
ึ
ื
ิ
ึ
่
็
ั
หรอไม้ในปาเต็งรัง เช่น ไม้เต็ง ไม้รง ไม้เหยง ไม้พลวง เปนต้น
ี
ื
1.2 สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese)
สนสองใบเปนไม้ขนาดใหญ่และลําต้นตรงงาม
็
เมอเทยบกับไม้ใบกว้างทอยู่ด้วยกัน กลุ่มไม้โตเต็มทมความสงถง 30
ี
ี
ึ
ี
ื
ู
ี
ี
ิ
เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 - 80 เซนตเมตร ในต้นทโตมากๆ
ี
อาจมความสงถึง 45 เมตรและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 140 เซนตเมตร ไม้
ิ
ู
ื
ึ
ี
ี
ื
ื
วัยหน่มจะมเรอนยอดทรงกรวยและมยอดแหลม เมอโตข นเรอนยอดจะ
ุ
แผ่กว้างและแบน สนสองใบมลักษณะเด่นบางอย่างแตกต่างกันตามสาย
ี
ื
็
์
ุ
พันธอย่างเหนได้ชัด สามารถแยกออกเปน 2 สายพันธกว้างๆ คอสาย
์
ุ
็
7
ุ
ี
์
ุ
ี
ิ
ึ
ึ
ู
พันธ Insular ซงพบข นตามหม่เกาะสมาตรา ประเทศอนโดนเซย และ
ุ
์
ี
ิ
ึ
ึ
สายพันธ Continental ซงพบข นบนแผ่นดนใหญ่ในทวปเอเซย ลักษณะ
ี
ี
ุ
ื
แตกต่างทเด่นชัดของสนทั ง 2 สายพันธ คอ
์
ิ
สายพันธ Insular การเจรญเตบโตเปนไปตามปกตโดยไม่
์
็
ิ
ิ
ุ
ิ
ี
ิ
มการชะงักงันในระยะแรก การเจรญเตบโตค่อนข้างสมําเสมอส่วนใหญ่
ี
ู
ุ
ลักษณะรปทรงลําต้นคดงอกิ งมีขนาดเล็ก ลักษณะผลของสายพันธน จะ
์
็
ี
ออกเปนกลุ่มมขนาดเล็กความยาว 5 - 6 เซนตเมตรและความกว้าง 2 - 3
ิ
เซนตเมตร
ิ
ุ
์
ิ
ิ
ี
สายพันธ Continental ในระยะกล้าไม้จะมการเจรญเตบ
ี
ิ
ี
ิ
โตช้าและมการชะงักงัน โดยกล้าไม้จะมการพักการเจรญเตบโตทาง
ความสงระยะหนง แต่การเจรญเตบโตทางลําต้นจะอวบมาก ใบจะเจรญ
ิ
ิ
ึ
ู
ิ
ยืดยาวแผ่กระจายปกคลุมลําต้นจนมลักษณะเปนพุ่ม เรยกว่า สภาพหญ้า
ี
็
ี
็
ี
ิ
ิ
(grass stage) ส่วนรากจะเจรญเตบโตอวบอ้วนมลักษณะเปนเหง้า สภาพ
ี
ี
ี
เช่นน จะคงอยู่นาน 1 – 7 ป ทั งน ข นอยู่กับความหลากหลายของแหล่ง
ึ
ิ
ุ
์
ุ
ี
กําเนดสายพันธ เช่น แหล่งกําเนดในภาคอสานจากจังหวัดสรนทร ศรสะ
ิ
์
ิ
ี
เกษ อุบลราชธาน มระยะชะงักงันประมาณ 1 ป แหล่งกําเนดอําเภอ
ิ
ี
ี
ี
ี
ี
ฝาง จังหวัดเชยงใหม่ มระยะชะงักงัน 5 – 7 ป เปนต้น จากการเปรยบ
ี
ี
็
เทียบการเจรญเตบโตของกล้าไม้สน 4 ชนดเมออายุ 1 ป พบว่าสนคาร ิ
ิ
ิ
ี
ื
ิ
ี
ี
์
เบย สนโอคารปา และสนสามใบ มความสงเฉลย 31.27, 27.26 และ
ู
ี
8
ี
ึ
ิ
ู
ี
ู
27.18 เซนตเมตรตามลําดับ โดยสงกว่าสนสองใบซงมความสงเพยง
ิ
ี
ิ
ิ
6.27 เซนตเมตร แต่การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางทคอรากของสน
ิ
สามใบ สนโอคารปา สนสองใบ และสนคารเบีย ไม่แตกต่างกันซงมค่า
ี
ึ
์
เท่ากับ 0.38, 0.37, 0.36 และ
ิ
0.32 เซนตเมตรตามลําดับ สน
ื
สองใบเมอพ้นระยะสภาพหญ้า
ี
แล้วในช่วง 2 – 3 ปแรกกล้าไม้
จะยังคงมการเจรญเตบโตค่อน
ิ
ิ
ี
ึ
ื
ี
ข้างช้าอกระยะหนง เมอตั งตัวด ี
ิ
ิ
ึ
แล้วจงจะเจรญเตบโตอย่างรวด
็
ี
ี
ู
เรวมลําต้นเปลาตรงสงเฉลยป ี
ละ 1 – 2 เมตร และขนาดเส้น
ี
ี
ึ
ผ่าศูนย์กลางเพ มข นเฉลยปละ
ิ
0.7 – 1.0 เซนตเมตร จนบางต้น
ิ
ึ
ื
ึ
ี
ื
ทําให้เกิด “foxtail” ข นมา คอการมเรอนยอดพุ่งสงข นไป โดยไม่แตกกิ ง
ู
ก้านเปนระยะหลายๆ เมตร ซงอาจทําให้ลําต้นหักงอหรอพับกลับลงมา
็
ื
ึ
ได้ อันเปนข้อเสยอย่างหนงของสนสองใบ ลักษณะการเกิด foxtail จะม ี
ึ
ี
็
ความสัมพันธ์โดยตรงกับคุณสมบัตของดนทั งทางกายภาพและทางเคม ี
ิ
ิ
ี
ู
ี
์
ดนยิ งมความอุดมสมบูรณสงเพยงไรยิ งมโอกาสเกิด foxtail ได้มาก
ี
ิ
9
ื
ึ
็
เปลอก ไม้สนสองใบจะหนามากและเปนร่องลกตาม
ี
็
ความยาวของลําต้นและมรอยตัดขวางบ้างเปนระยะๆ ต้นทโตเต็มวัย
ี
ื
ี
ิ
ื
ความหนาของเปลอก 4 – 6 เซนตเมตร สนํ าตาลดําหรอเทาดํา สนสอง
ใบสายพันธ Continental จะมเปลอกหนาร่องลกและใหญ่กว่าสายพันธ ุ ์
ุ
ี
ึ
ื
์
ี
ี
ี
ื
่
Insular การมเปลอกหนาเช่นน ทําให้ค่อนข้างมความทนทานต่อไฟปา
ี
โดยทั วไปสนสองใบจะมปรมาณเปลอกประมาณ 15 – 20 % ของลําต้น
ิ
ื
ิ
ิ
ใบ จะอยู่รวมกันเปนกระจก กระจกละ 2 ใบ แต่ละกระจกอยู่รวมชดตด
็
ุ
ุ
ุ
ู
กันตามปลายกิ งทําให้ดูเป็นช่อแน่นคล้ายหางม้า รปทรงด้านขวางของใบ
ี
็
ึ
เปนแบบ sector มรปลักษณะคล้ายครงวงกลม ดอก จะออกตามปลายกิ ง
ู
ี
ตอนบนของลําต้น ดอกตัวผู้มลักษณะรปทรงคล้ายหมอนกลมยาวนวลๆ
ู
ี
้
ี
ิ
ี
ี
ิ
ออกเรยงซ้อนกันรอบๆ กิ ง และมการเจรญเตบโตพรอมทั งมการเปลยน
แปลงของสดอกเร มจากสเขียวนวล เหลืองอมเขยว เหลองม่วง และเมอ
ื
ี
ิ
ี
ี
ื
ิ
แก่จัดเกสรตัวผู้จะปลวกระจายออกมาแล้วกลายเปนสนํ าตาลมลักษณะ
ี
ี
็
็
แห้งและร่วงหลุดจากกิ ง ดอกตัวผู้ของสายพันธ Insular อาจจะพบเหน
์
ุ
ิ
์
ุ
ได้ตลอดป ส่วนดอกตัวผู้ของสายพันธ Continental จะเร มบานประมาณ
ี
ู
ี
เดอนกุมภาพันธ์ – มนาคม ดอกตัวเมยมลักษณะคล้ายรปหลอดไฟหรอ
ี
ื
ี
ื
ู
คล้ายรปไมโครโฟนแท่งยาวตดอยู่ปลายกิ ง ส่วนทเปนดอกมรปร่างโค้ง
ู
ี
ิ
็
ี
ี
ู
ี
ี
นนและมเกสรโดยรอบมสเหลืองอมเขยว เมอถึงระยะทจะรองรับละออง
ื
ี
ี
ึ
เกสรตัวผู้เกล็ดจะเปดออกและมนํ าเลี ยงซมอยู่รอบๆ เมอดอกตัวเมยได้
ี
ื
ี
ิ
10
ิ
ั
ี
รบการผสมจากละอองเกสรตัวผู้แล้วจะเจรญพัฒนาเปลี ยนเปนสม่วง 4
็
ิ
ิ
เดอนแรกหลังการผสมเกสรผลจะยาว 0.7 – 2.0 เซนตเมตร แล้วจะเจรญ
ื
ื
ิ
เตบโตอย่างรวดเรวประมาณเดอนละ 2 เซนตเมตรในช่วง 4 เดอนต่อมา
็
ิ
ื
ิ
ิ
ื
จนกระทั งปลายเดอนพฤศจกายนก็จะโตเต็มท (10 - 11 เซนตเมตร) และ
ี
ี
ิ
ื
ี
็
ี
ช่วงเดอนธันวาคม – มนาคมผลสนสองใบจะเร มเปลยนจากสเขียวเปนส ี
นํ าตาลพรอมที จะเก็บได้ประมาณเดอนเมษายน – มถุนายน ซงใช้เวลา
ิ
ื
้
ึ
ิ
เร มผสมพันธ์จนผลแก่ 12½ – 13 เดอน
ุ
ื
ู
ี
ี
้
ุ
ผล มลักษณะคล้ายรปกรวยยาวมเกล็ด (scale) หมอยู่
โดยรอบ ผลของสนสองใบสายพันธ Continental มขนาดยาวประมาณ 3
ี
์
ุ
ิ
– 5 น ว และมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1½ - 2 น วตดอยู่กับกิ ง
ี
ิ
ิ
็
ี
ื
ิ
็
อาจเปนผลเดยวหรอเปนกลุ่ม 2 – 3 ผลตดอยู่ในแนวตั งฉากกับกิ ง แต่
ิ
ี
ี
ละผลจะมความยาวเฉลย 10 – 12 เซนตเมตร ขนาดความกว้าง 5 – 6
เซนตเมตร ส่วนผลของสายพันธ Insular มขนาดเล็กรปร่างค่อนข้างกลม
ู
ิ
ุ
์
ี
ิ
ื
ี
ตดกระจายตามกิ งทั วไป อาจพบเหนได้ตลอดป ผลของสนสองใบเมอ
็
ี
ิ
แก่จัดมสเขียวปนนํ าตาลและเมอสภาวะภูมอากาศพอเหมาะเกล็ดจะเปด
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ออกให้เมล็ดซงมปกตดอยู่หลุดปลวออกมา เกล็ดของผลเมอแก่จัดจะ
ื
ี
ี
ึ
้
ี
แข็ง ผลของสนสองใบจะแก่ไม่พรอมกันภายในต้นแม้กระทั งในช่อเดยว
ี
้
กันก็อาจแก่ไม่พรอมกันได้ การตดผลให้เมล็ดมักจะสลับปเว้นปและ
ี
ิ
11
หลังจากเมล็ดหลุดล่วงไปแล้วส่วนใหญ่ผลจะหลุดร่วงลงมาจากลําต้น
ิ
ไม่ตดอยู่กับกิ งบนต้นเหมือนสนบางชนิด
ี
ี
ู
็
เมล็ด มลักษณะเปนรปวงกลมรยาวประมาณ 7.5
ึ
ิ
ี
ิ
มลลเมตร ถ้าผ่าครงมขนาดกว้างประมาณ 4.0 มลลเมตร ความหนา 2.0
ิ
ิ
ิ
ิ
มลลเมตร เมล็ดเมอหลุด
ื
ี
ี
ออกจากผลแล้วจะมปก 2
ปก เปนแผ่นบางมความ
็
ี
ี
ื
ยาวไม่เท่ากันคอประมาณ
2.0 – 3.0 มลลิเมตร กว้าง 8
ิ
ิ
ึ
ิ
มลลเมตร ตดอยู่ด้วยจง
ิ
สามารถปลวไปตามลมได้
ิ
็
เปนระยะไกลๆ
ิ
สนสองใบมการกระจายพันธตามธรรมชาตอย่างกว้าง
ี
ุ
์
o
/
/
ี
o
o
/
ขวางตามเส้นรงที 23 00 N – 2 06 S และเส้นแวงท 95 30 E – 121 30 E
้
ุ
o
/
ู
ี
ระดับความสงตั งแต่ 30 เมตรจนถง 2,000 เมตร สนสองใบทพบตาม
ึ
ื
ึ
ธรรมชาตในประเทศไทยมทั งข นอยู่ในระดับตํา (lowland) ไปจนถึงพ น
ี
ิ
ทระดับสง (highland) ดังน ี
ู
ี
ิ
ิ
ี
1. ด้านทศตะวันตกของจังหวัดเชยงใหม่ไปจนถึงเขตตด
ต่อพรมแดนพม่าสงจากระดับนํ าทะเล 700 – 1,000 เมตร
ู
12
ิ
2. บรเวณระหว่างอําเภอเมองและอําเภอแม่สอด
ื
ี
จังหวัดตาก ท้องทหม่บ้านห้วยยะอุ
ู
3. แถบจังหวัดกาญจนบุรตดต่อกับเทอกเขาตะนาวศร
ี
ื
ิ
ี
ุ
และทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุร สพรรณบุร ี
ี
ิ
ื
4. เขตตดต่อระหว่างภาคเหนอและภาคกลาง จะพบ
ิ
ิ
สนสองใบระหว่างจังหวัดพษณโลกบรเวณทุ่งแสลง
ุ
ิ
หลวง จังหวัดเพชรบูรณบรเวณนํ าหนาว (สงจาก
์
ู
ึ
ระดับนํ าทะเล 760 เมตร) และทภูกระดง จังหวัดเลย
ี
ู
(สงจากระดับนํ าทะเล 1,500 เมตร)
ี
็
ื
ู
5. ด้านภาคตะวันออกเฉยงเหนอ ซงเปนที ราบสงโคราช
ึ
ุ
ิ
ี
ี
จะพบสนสองใบทจังหวัดสรนทร ศรสะเกษ
์
ี
ู
และ อุบลราชธาน มความสงจากระดับนํ าทะเล
ี
ระหว่าง 150 – 200 เมตร
ึ
การข นอยู่ของไม้สนสองใบ อาจขึ นเปนกลุ่มสนสองใบ
็
ื
ื
ื
ล้วนๆ หรอปะปนอยู่กับไม้สนสามใบหรอไม้ใบกว้างอนๆ โดยแยก
็
่
ลักษณะเปนสภาพปาดังน ี
ู
่
่
1. ปาผสมสนสองใบ – ปาเต็งรง บนทสงระหว่าง 700 –
ั
ี
ี
1,000 เมตร จะพบปาชนดน ทางตะวันตกของเชยงใหม่ตดต่อกับพม่า ท ี
่
ิ
ี
ิ
ึ
ี
อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก และบางส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ ซงมไม้
์
13
ื
็
ึ
สนสองใบข นอยู่เปนกลุ่มเล็กๆ หรออยู่โดดเดยวท่ามกลางไม้ใบกว้าง
ี
ิ
่
ิ
ี
ชนดต่างๆ โดยเฉพาะไม้เหยงและไม้พลวง ปาชนดน จะเกิดไฟไหม้ปา
ี
่
็
ิ
ี
์
ุ
้
ื
บ่อยๆ แทบทุกปในฤดูรอน จนทําให้การสบพันธตามธรรมชาตเปนไป
ี
ได้น้อย ดนส่วนใหญ่เปนพวก podzolic soils มความอุดมสมบูรณตําม ี
ิ
็
์
กรวดลูกรังมาก
่
ื
ี
ื
2. ปาผสมสนสองใบ – ไม้ใบกว้างอนๆ ในพ นทระดับตํา
ึ
็
ี
ื
พบไม้สนสองใบข นอยู่เปนกลุ่มเล็กๆ หรอข นอยู่โดดเดยวท่ามกลางไม้
ึ
ใบกว้างชนดอนๆ เช่น ไม้เต็ง รง กราด พลวง บนพ นที ระดับตําระหว่าง
ั
ื
ื
ิ
100 – 200 เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เช่น แถบจังหวัดศรสะเกษ
ี
สรนทร และอุบลราชธาน ดนเปนพวก sandy loam, podzolic soils ม ี
็
์
ิ
ิ
ี
ุ
ื
์
ความอุดมสมบูรณปานกลาง พ นทบางแห่งมนํ าขังหรอมนํ าท่วมเปนคร ัง
็
ี
ื
ี
ี
คราวได้
ึ
ี
ิ
่
็
3. ปาสนสองใบทราบสงโคราช ซงเปนหนทราย เช่น ภู
ู
็
กระดง จังหวัดเลย พบสนสองใบอยู่เปนกลุ่มใหญ่ล้วนๆ พ นล่างเปน
็
ื
ึ
่
หญ้าคาทําให้เกิดไฟไหม้ปาได้บ่อย ในปาชนดน ีจะพบไม้ก่อพวก
่
ิ
ึ
Castanopsis spp. ข นอยู่กระจัดกระจาย ดนเปนพวก podzolic soils เช่น
็
ิ
ี
เดยวกัน กําเนดมาจากหนทรายแต่เปนกรดจัดความอุดมสมบูรณค่อน
์
ิ
็
ิ
ื
ู
ิ
ข้างตํา แต่ปรมาณความช นค่อนข้างสง
14
่
้
2. ไมสนตางถิ น (Exotic pine)
็
เปนไม้สนทไม่พบข นอยู่ในปาธรรมชาตของประเทศ
่
ิ
ี
ึ
ุ
ไทย แต่เปนการนําเอาพันธ์ไม้จากต่างประเทศเข้ามาปลูก
็
2.1 สนคารเบีย (Pinus caribaea Morelet)
ิ
ิ
สนคารเบยเปนไม้ขนาดใหญ่มขนาดสงสดถง 45
ู
ุ
ึ
ี
็
ี
ึ
เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถง 1.35 เมตร ลําต้นตรงเปลาและมกิ ง
ี
เล็ก มการลดกิ งตามธรรมชาติดีมาก ใบ เล็กเรยวคล้ายเข็มอยู่เปนกระจุก
ี
ิ
็
ี
ี
กระจุกหนงจะมใบอยู่ระหว่าง 3
ึ
– 6 ใบ แต่ละใบมความยาว
ี
ิ
ระหว่าง 15 – 25 เซนตเมตรและ
กว้างประมาณ 1.5 มลลเมตร มส ี
ิ
ี
ิ
ี
ี
ื
เขยวอมเหลองถงเขยวเข้ม
ึ
ุ
กระจกใบจะไปรวมกันอยู่ท ี
ปลายกิ งทําให้ดูเปนพุ่ม ใบจะม ี
็
ผิวมันมปากใบสเหลืองอ่อนเรยง
ี
ี
ี
ตัวเปนแนวเส้นอยู่รอบๆใบ กาบ
็
ุ
ี
ห้มใบจะมความยาวประมาณ 10
ิ
ิ
ี
ี
ี
ี
็
ี
– 12 มลลเมตร มสนํ าตาลอ่อนแล้วค่อยๆ เปลยนเปนเข้มมความเหนยว
15
ี
ั
ิ
คงทน ไม้สนคารเบียจะมการแตกกิ งจากตายอดประมาณ 2 – 6 คร งภาย
ึ
ิ
ี
ี
ั
ึ
ในหนงป ทั งน ข นอยู่กับปจจัยส งแวดล้อม ดอก จะอยู่แยกกันโดยดอก
ตัวผู้จะอยู่ตรงโคนยอด และดอกตัวเมยจะอยู่ตรงปลายกิ ง โดยทั วไปดอก
ี
ตัวผู้และดอกตัวเมยจะอยู่คนละกิ ง โดยดอกตัวผู้มักจะเกิดบนกิ งที อยู่
ี
ตอนล่างๆ ของเรอนยอด และดอกตัวเมยจะอยู่บนกิ งที อยู่ตอนบนของ
ื
ี
ื
ี
เรอนยอด แต่บางคร ังอาจพบดอกตัวผู้และดอกตัวเมยอยู่บนกิ งเดียวกัน
ื
ดอกตัวผู้จะปรากฏในปลายเดอนตุลาคมจนถงต้นเดอนพฤศจกายน
ิ
ื
ึ
ิ
ิ
ประมาณปลายเดอนพฤศจกายนดอกตัวผู้ของสนคารเบียจะเร มปล่อย
ิ
ื
ื
ละอองเกสรออกมาตดต่อกันไปจนถึงประมาณเดอนมกราคม ดอกตัว
ิ
ื
ึ
ี
ิ
เมยจะปรากฏในปลายเดอนตุลาคมจนถงต้นเดอนพฤศจกายน และ
ื
ค่อยๆ พัฒนาข นตามลําดับ ต่อจากนั นประมาณ 3 สัปดาหเกล็ดดอกจะ
ึ
์
อ้าออกรับละอองเกสรตัวผู้ได้ จนกระทั งกลางเดอนธันวาคมก็จะผ่านพ้น
ื
ระยะการผสมเกสร ผล
หลังจากผสมเกสรแล้วจะ
ิ
ิ
ค่อยๆ เจรญเตบโตไป
ื
เรอยๆ จนกระทั งแก่พรอม
้
ทจะเก็บเมล็ดได้ โดยใช้
ี
ระยะเวลาประมาณ 20 –
ื
ื
22 เดอน คอจะแก่จัดราวๆ
16
็
ู
ื
ี
ี
เดอนกรกฎาคม – กันยายน ผลแก่จะมลักษณะเปนรปโคนมขนาดยาว
10 – 12 เซนตเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 – 3.5 เซนตเมตร
ิ
ิ
ิ
ุ
ิ
์
การกระจายพันธตามธรรมชาตของไม้สนคารเบียอยู่ใน
ุ
แถบอเมรกากลางระหว่างเส้นรงท 27 25 N ราวๆ แกรนด์บาฮามา
้
/
o
ี
ิ
้
(Grand Bahama) และเกรทอะบาโค (Great Abaco) และเส้นรงท 12 13
/
o
ี
ุ
N ใกล้กับบลูฟลด์ (Blue Field) ในฝ งตะวันออกของนคารากัว
ิ
ิ
ั
/
o
ี
(Nicaragua) ระหว่างเส้นแวงท 71 40 W ในเกาะไคโคส (Caicos) และ
/
ี
o
ี
เส้นแวงท 89 25 W ทปอปตุน (Poptun) ประเทศกัวเตมาลา
ู
ึ
ุ
ี
(Guatemala) มการกระจายพันธ์ตั งแต่ระดับนํ าทะเลจนถงความสง 1,000
เมตรเหนอระดับนํ าทะเลปานกลาง ในที ราบไม้สนคารเบยเกิดข นหลัง
ึ
ี
ื
ิ
ื
ู
จากทปาไม้ใบกว้างถูกรบกวนโดยมนษย์หรอโดยลมพายุ ในทระดับสง
ุ
ี
ี
่
ุ
์
ี
ึ
ไม้สนคารเบยข นปะปนกับไม้สนพันธอนๆ ได้แก่ ไม้สนโอคารปา
ื
์
ิ
(Pinus oocarpa Schiede) และไม้สนทรอพปกาลส (Pinus tropicalis
ิ
ิ
็
ิ
ุ
ี
่
Morelet) ไม้สนคารเบียจะอยู่เปนแห่งๆ คั นด้วยปาพร บรเวณทพบไม้
ิ
ี
ี
ู
ิ
ิ
สนคารเบียโดยทั วไปมปรมาณนํ าฝนเฉลยรายปสงฝนตกชุก โดยทั วไป
ี
ิ
ี
ิ
ิ
บรเวณทมอุณหภูมเฉลี ยประมาณ 27 C ไม้สนคารเบียจะเจรญเตบโตดท ี
ี
o
ิ
ี
ิ
ึ
ี
ู
ุ
สดทความสงตั งแต่ระดับนํ าทะเลปานกลางจนถง 1,000 เมตร ในท ี
อุณหภูมตําเช่นในทเปนภูเขาสงไม้สนคารเบียมการเจรญเตบโตไม่ดและ
ี
ี
ิ
ี
ิ
็
ิ
ิ
ู
รปทรงคดไม่งาม ความช นในดนและปรมาณนํ าฝนก็เปนปจจัยสําคัญต่อ
ิ
ิ
็
ู
ื
ั
17
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ื
การเจรญเตบโตของไม้สนคารเบีย ในทมความช นมากๆ สนคารเบียจะ
ี
ิ
เกิดสภาพ foxtail แต่ถ้าหากสภาพแวดล้อมแห้งแล้งมากการเจรญเตบโต
ิ
ิ
ี
ั
ก็ไม่ด สําหรบประเทศไทยไม้สนคารเบยได้นําเข้ามาทดลองปลูกใน
ี
ิ
ื
ประเทศราวๆ พ.ศ. 2507 ตามโครงการสํารวจวัตถุดบเพอทําเยื อกระดาษ
2.2 สนโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede)
์
ู
ี
์
็
สนโอคารปาเปนไม้ขนาดกลางมความสง
ประมาณ 18 เมตร และมขนาดเส้นผ่า
ี
ี
ศูนย์กลางเพยงอกประมาณ 50
ี
เซนตเมตร ลําต้นมลักษณะเปลาตรง
ิ
ื
เรอนยอดหนาแน่นกิ งก้านมีจํานวน
มากขณะอายุน้อย กิ งก้านจะพุ่งข ึน
ข้างบน แต่เมออายุมากข ึนกิ งก้าน
ื
ื
ื
เหล่าน ีจะขนานกับพ นราบ เปลอก
ี
ี
ส่วนบนของลําต้นบางมสแดงแตก
็
ื
เปนสะเก็ด ส่วนเปลอกล่างของ
ี
ึ
ี
ี
ี
ี
ุ
ลําต้นจะหนากว่าและขรขระมสนํ าตาลเข้ม เน ือไม้จะมสขาวถงส
ื
เหลองอ่อนและเบา ความหนาแน่นของเน อไม้ประมาณ 0.44 กรม/
ื
ั
็
ุ
ี
ลูกบาศก์เซนตเมตร ใบ ส่วนมากจะพบเปนกระจกทปลายของกิ งย่อย
ิ
18
ี
ื
กระจุกละ 5 ใบ อาจจะม 3 หรอ 4 ใบบ้าง ความยาวของใบอยู่ระหว่าง
ึ
ิ
ิ
ิ
12 – 28 เซนตเมตร ความกว้างของใบอาจถง 1.5 มลลเมตร ใบจะม ี
ี
ลักษณะแข็ง หยาบ ใบอ่อนมสนํ าตาล ใบแก่จะมสนํ าตาลเข้มเกือบดํา
ี
ี
ี
ี
ู
็
ิ
ื
ื
ผล เปนรปไข่หรอเหมอนกรวยตดอยู่บนก้านม 1 – 2 ผล และบางคร ัง
ี
ึ
ื
อาจจะพบถง 3 ผล ผลจะมเปลอกหนาและมลักษณะคล้ายหนามแหลม
ี
ุ
ี
ี
ิ
ี
ตลอดลูก เมล็ด มขนาดเล็กยาวประมาณ 6 มลลเมตร มสดําเปนจดๆ
ิ
็
ี
และเมล็ดจะมปกยาวประมาณ 15 – 18 มลลิเมตรตดอยู่ด้วย
ิ
ิ
ี
ิ
ถ นกําเนดของ
ิ
ี
ไม้สนโอคารปาพบว่ามการ
์
กระจายอยู่ตามธรรมชาต
ิ
ในเขตประเทศเม็กซโกและ
ิ
ุ
อเมรกากลาง โดยเหนอสด
ิ
ื
ของพ นที ทมไม้สนโอคารปา
ี
ื
ี
์
ิ
ิ
ข นอยู่ในประเทศเม็กซโกทละตจด 27 00 N 108 08 W และพบอยู่ใต้
o
ึ
/
ี
ู
/
o
o
ุ
o
/
/
ิ
ิ
สดในประเทศนคารากัวทละตจด 12 45 N 81 51 W โดยการกระจาย
ี
ู
ิ
ิ
ของสนโอคารปาในประเทศเม็กซโกนั นจะอยู่ทางทศใต้และทศตะวันตก
ิ
์
ั
ประเทศฮอนดูรสเปนประเทศเดยวที มการกระจายของสนโอคารปาอย่าง
์
ี
ี
็
ี
็
ื
ี
ื
ต่อเนอง โดยมพ นทครอบคลุมเปนระยะทางมากกว่า 160 กิโลเมตรจาก
ิ
ทศเหนอไปยังทศใต้ และเปนระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตรจากทศ
ิ
ื
็
ิ
19
ื
ิ
ี
ตะวันออกไปทศตะวันตก นอกจากน ทางตอนเหนอก็มการกระจายไป
ี
ิ
ตดต่อกับทางตอนใต้ของประเทศกัวเตมาลา และในทางตะวันตกของ
์
ั
ประเทศฮอนดูรสนั นก็ยังพบว่ามการกระจายของสนโอคารปาอย่างต่อ
ี
ื
์
ื
เนองกับทางตอนเหนอของประเทศเอลซัลวาดอรด้วย ซงในประเทศเม็ก
ึ
ิ
็
ึ
์
ี
ิ
ิ
ซโก กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร และนคารากัวนั น ไม้สนชนดน จะข นเปน
พ นทไม่ต่อเนองและไม่ใหญ่โตมากนัก
ื
ื
ี
ี
ิ
์
ิ
โดยธรรมชาตไม้สนโอคารปาจะเกิดในดนที มความอุดม
ิ
ี
ิ
ื
ี
์
สมบูรณตํามการระบายนํ าด หรอดนในบรเวณที เกิดการพ่นของภูเขาไฟ
ึ
ออกมานาน และทนต่อสภาพความแห้งแล้งรวมถงอากาศทหนาวเย็น
ี
ึ
ู
ด้วย พบข นในระดับความสงตั งแต่ 600 – 2,400 เมตร จากระดับนํ าทะเล
ู
ี
ปานกลาง แต่จะพบหนาแน่นทระดับความสง 700 – 1,500 เมตร ปรมาณ
ิ
ิ
o
o
นํ าฝนเฉลี ย 1,000 – 1,500 มลลิเมตร อุณหภูมเฉลี ย 13 – 23 C
ิ
2.3 สนเทคูนูมาน [Pinus patula ssp. tecunumanii
ี
(Schwerdtfeger) Mittak and Styles]
็
สนเทคูนมานเปนไม้ขนาดกลาง เช่นเดยวกับไม้สนโอ
ู
ี
ี
คารปา ตามธรรมชาตข นปะปนกับไม้สนโอคารปา (P. oocarpa) และ
ิ
์
ึ
์
ิ
ู
ิ
สนแมกซมนอยด์ (P. maximinoi) ในระดับความสง 1,000 – 2,000 เมตร
จากระดับนํ าทะเลปานกลาง ข นอยู่ในดนค่อนข้างลกและดกว่าสนโอ
ิ
ึ
ี
ึ
20
ี
ิ
ิ
์
ิ
็
คารปา แต่ยังจัดเปนดนชนดเลว ปรมาณนํ าฝนโดยเฉลย 1,200 – 1,800
ิ
มลลเมตร/ป มความแห้งแล้ง
ี
ี
ิ
ประมาณ 3 – 4.5 เดอนต่อป เดม
ื
ี
ิ
็
ิ
ี
ไม้ชนดน จัดเปนชนดเดยวกับสน
ิ
ี
ี
โอคารปา จนกระทั งป 1981 มผู้
์
ี
นําเอาลักษณะบางอย่างทแตก
ี
ู
ี
ต่างกันแยกสนเทคูนมานออกมา
จากสนโอคารปา โดยใช้ข้อแตก
์
ต่างหลายอย่างคอสนโอคารปา
ื
์
ั
หลังจากตัดฟนแล้วตอที เหลออยู่
ื
สามารถ แตกหนอ (coppice) ได้
่
ี
ื
หากได้รบความช นเพยงพอ แต่สนเทคูนมานจะไม่สามารถแตกหน่อได้
ี
ั
ู
ิ
์
ี
โคน (cone) ของสนโอคารปาจะมขั วยาวประมาณ 0.5 – 1 เซนตเมตร
เหนได้ชัดเจน แต่โคนของสน
็
ี
เทคูนมานจะตดกับกิ งหรอลํา
ื
ู
ิ
ี
ต้นโดยมขั วสั นมาก ใบ ของ
ู
ี
ี
สนเทคูนมานจะมขนาดเล็ก
เปนฝอยๆ ยาวกว่าใบสนโอ
็
คารปา
์
21
ุ
ิ
์
ี
ี
สนเทคูนมานมการกระจายพันธตามธรรมชาตใน
ู
ั
อเมรกากลางประเทศบรทชฮอนดูรส (British Honduras) กัวเตมาลา
ิ
ิ
ิ
ิ
์
ั
(Guatemala) เอลซัลวาดอร (El Salvador) ฮอนดูรส (Honduras) นคารา
ิ
กัว (Nicaragua) และบางส่วนของเม็กซโก (Mexico)
์
ั
้
ขันตอนการปรบปรุงพันธุไมสนในประเทศไทย
ุ
ิ
ิ
ั
ี
ุ
การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้เร มดําเนนการมาตั งแต่ป พ.ศ.
ั
ื
ั
2512 โดยได้รบความร่วมมอทางวิชาการระหว่างรฐบาลไทยโดยกรมปา
่
ไม้ กับ รฐ บ าล เด น ม าร ก โ ด ย DANIDA (Danish International
์
ั
็
ั
ิ
Development Agency) การปรบปรงพันธได้ดําเนนการเปนขั นตอน ดัง
์
ุ
ุ
ี
น คอ
ื
ึ
ขันตอนที 1 ทําการศกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลือกหาชนด
ิ
ถ นกําเนดและสายพันธ์ของพันธ์ไม้ทเหมาะสม ทั งโดยการสังเกตทั วไป
ุ
ี
ิ
ุ
ิ
ึ
ี
ิ
้
และจากการสรางแปลงทดลอง แล้วจงนําเอาผลทได้มากําหนดชนดและ
ี
ึ
ุ
ิ
ี
ิ
ั
ุ
ถ นกําเนดทสําคัญมาศกษาปรบปรงพันธ์ในขั นตอนท 2 ต่อไป
ุ
้
้
์
ั
ุ
ขันตอนที 2 ทําการสรางสวนอนรกษ์พันธและสรางฐาน
ประชากร (Gene conservation and base population) ของชนดและถ น
ิ
ิ
ิ
์
ุ
ี
ุ
กําเนดพันธไม้ทคัดเลือกมาจากขั นตอนท 1 เพื อทําการปรบปรงพันธ์ใน
ั
ี
ุ
้
ขั นต่อไป การสรางสวนอนรกษ์พันธน ี นอกจากปลูกไว้เพอวัตถุ
ุ
ุ
ื
์
ั
22
ุ
์
ั
ั
ประสงค์ในการปรบปรงพันธแล้ว ในอนาคตสวนน ียังสามารถปรบ
ุ
ุ
ี
์
ิ
ุ
็
ี
ปรงให้เปนแหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) ทมคุณภาพด้วย
นอกจากนั นในขั นตอนน ยังทําการคัดเลือกแม่ไม้ทั งจากปาธรรมชาต ิ
่
ี
ี
์
และจากแปลงทดลองทมอยู่ เก็บเมล็ดพันธและกิ งพันธนํามาขยายพันธ ุ ์
ุ
์
ี
ุ
เพอสรางสวนรวมพันธ (Clone bank) และทําการทดสอบสายพันธ ุ ์
ุ
ื
์
้
(Progeny trial) ต่อไป
ี
ุ
์
ื
ขันตอนที 3 ใช้เมล็ดพันธจากแม่ไม้ทคัดเลอกไว้ในขั น
ุ
์
ิ
้
ตอนที 2 มาสรางเปนแหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) และ
็
้
สรางเปนสวนผลตเมล็ดพันธแบบอาศัยเพศ (Seedling seed orchard)
็
ิ
์
ุ
และนําเอากิ งพันธุ์จากแม่ไม้ในขั นตอนที 2 มาสรางเปนสวนผลตเมล็ด
้
็
ิ
พันธแบบไม่อาศัยเพศ (Clonal seed orchard) และทําการวจัยปรบปรง
ุ
์
ิ
ั
ุ
ุ
ู
พันธ์ในขั นสงต่อไป
ขันตอนที 4 การผสมเกสรข้ามต้นระหว่างพ่อ – แม่พันธ ุ ์
ี
ทคัดเลือกแล้ว เพื อให้มลูก (F) ร่นต่อๆไปที ดยิ งขึ น
ี
ี
ุ
23
็
ิ
ี
การดําเนนงานในทุกขั นตอนจําเปนต้องมการค้นคว้า
ิ
์
ิ
ุ
ุ
วจัยด้านต่างๆ ทั งในด้านวนวัฒนวทยา พันธศาสตร และอื นๆ สนันสนน
ควบคู่ไปด้วย เช่น การวิจัยในเรองการเพาะชํากล้าไม้ การออกดอกออก
ื
์
็
ุ
ผล การขยายพันธ และการจัดการเกี ยวกับเมล็ดไม้ เปนต้น
ิ
ุ
ั
ุ
การปรบปรงพันธ์ไม้สนได้ดําเนนการในขั นต้น โดยการ
ุ
ี
ี
ื
ึ
ศกษาค้นคว้าทดลอง คัดเลอกหาชนดพันธไม้ทเหมาะสม ทสามารถนํา
ิ
์
ี
เข้ามาปลูกในประเทศไทย ซงได้ทําไปแล้วหลายขั นตอน ดังน
ึ
24
การทดสอบชนิดไม (Species trial)
้
ี
ิ
ได้ทําการทดสอบชนดไม้ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้
ี
ี
ื
ิ
ิ
ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ โดยคัดเลือกชนดไม้ 5 ชนด คอ สนสามใบ สน
ิ
์
ื
สองใบ สนคารเบีย สนโอคารปา และสนจน มาทําการทดลองปลูก เมอ
ี
ป พ.ศ. 2514 ผลการศกษา พบว่าสนจนมการเจรญเตบโตไม่ด และม ี
ี
ิ
ึ
ี
ิ
ี
ี
อัตราการรอดตายตําไม่เหมาะทจะปลูกในสภาพพ นที นั น แต่ไม้สนอีก 4
ี
ื
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ชนด มการเจรญเตบโตด โดยในช่วงแรกไม้สนสองใบจะมระยะหญ้า
ู
(grass stage) คอ กล้าไม้จะงันโดยไม่มการเจรญเตบโตทางความสง แต่
ี
ิ
ื
ิ
จะมการพัฒนาระบบราก อยู่ไม่น้อยกว่า 3 ป ทําให้ต้นไม้มการเจรญเตบ
ิ
ิ
ี
ี
ี
ิ
ื
์
ี
ี
โตช้ากว่าสนสามใบ สนคารเบย และสนโอคารปา เมอเปรยบเทียบการ
ึ
ิ
ื
ี
ิ
เจรญเตบโตของไม้ทั ง 3 ชนดเมอต้นไม้มอายุมากข น พบว่าสนโอคารปา
์
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
ื
ี
ุ
มการเจรญเตบโตดทสด รองลงมาคอ สนคารเบย และสนสามใบ สน
ี
ี
ิ
ิ
ุ
สองใบมการเจรญเตบโตน้อยทสด
ุ
หลังจากมการทดสอบชนดพันธ์ไม้แล้วพบว่ามไม้สนอยู่
ี
ี
ิ
ิ
4 ชนด คอ สนสามใบ สนสองใบ สนคารเบีย และสนโอคารปา สามารถ
ิ
์
ื
ปรับตัวและเจรญเตบโตได้ด จงได้ดําเนนการปรบปรงพันธ์ไม้สนทั ง 4
ุ
ี
ุ
ิ
ึ
ิ
ั
ิ
ิ
ี
ชนด แต่ในป พ.ศ. 2524 มผู้นําเอาลักษณะบางอย่างทแตกต่างกันแยกสน
ี
ี
์
ิ
ี
ี
์
เทคูนมานออกมาจากสนโอคารปา ดังนั นจงมพันธไม้สนทั งหมด 5 ชนด
ุ
ึ
ู
25
ุ
ิ
ั
ิ
์
ึ
ุ
อยู่ในโครงการปรบปรงพันธไม้สน ซงไม้สนแต่ละชนดได้ดําเนนการ
ปรับปรงพันธ์เปนขั นตอนต่อไป
ุ
ุ
็
การทดสอบถิ นกําเนด (Provenance trial)
ิ
1. สนสามใบ
ิ
ิ
การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการต่อ
ิ
ี
มาในป พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด
ี
ี
ื
ุ
/
เชยงใหม่ (เส้นรง 18 10 เหนอ, เส้นแวง 98 25 ตะวันออก ระดับความ
o
ี
/
o
้
ี
ู
สง 800 เมตรจากระดับนํ าทะเล ปรมาณนํ าฝน 1,200 – 1,400 มม./ป)
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ื
โดยนําไม้สนจาก 18 ถ นกําเนดในประเทศต่างๆ คอ ไทย ฟลปปนส ์
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
แซมเปย และมาลาว พบว่าถ นกําเนดจากประเทศไทย 3 ถ นกําเนดมการ
ิ
ุ
ิ
ิ
ุ
เจรญเตบโตดทสด คอ ดอยอนทนนท์ ดอยสเทพ และแม่รด จังหวัด
ี
ี
ิ
ื
ี
เชยงใหม่
ิ
ิ
ี
ในป พ.ศ. 2514 น ได้มการทดสอบถ นกําเนดไม้สนสาม
ี
ี
ใบท อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซงมระดับความสง 100 เมตร latitude
ี
ู
ึ
ี
ิ
ิ
ิ
1052´N จํานวน 11 ถ นกําเนด จากประเทศไทย 8 ถ นกําเนด และฟลป
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ี
ู
์
ิ
ิ
ปนส 3 ถ นกําเนด โดยมไม้สนเทคูนมานถ นกําเนด Yucul จากประเทศน ิ
ี
ี
คารากัวเปนตัวเปรยบเทียบ ซงต่อมาแปลงทดลองน ได้รบความเสยหาย
ี
ั
ึ
็
ี
จากพายุเกย์ในป พ.ศ. 2532
26
ิ
ิ
ู
ื
ู
จากการเก็บข้อมลการเจรญเตบโตทางความสงเมออายุ
ู
ู
ิ
ิ
ื
1 ป 2 เดอน และเก็บข้อมลการเจรญเตบโตทางความสงและอัตราการ
ี
รอดตายเมออายุ 2 ป 10 เดอน และอายุ 4 ป พบว่าแหล่งที มการเจรญเตบ
ี
ิ
ื
ื
ิ
ี
ี
ู
โตทางความสงดทสดและมอัตราการรอดตายสงกว่าค่าเฉลยคอ
ี
ี
ี
ี
ื
ู
ุ
Chichele (Zambia ex Vietnam) และ Huey Chumpa (Chiangmai) ใน
ิ
ื
ุ
ี
ี
ี
ึ
ขณะทแหล่งดอยอนทนนท์และดอยสเทพ ซงเปนถิ นกําเนดทดทสดเมอ
ุ
ี
ิ
็
ื
ี
ี
ี
ู
ี
ุ
ื
ปลูกในพ นทระดับสงกลับมอัตราการรอดตายตําทสด เมอเปรยบเทยบ
ี
27
ระหว่างชนดพบว่าสนเทคูนมานมการเจรญเตบโตดกว่าสนสามใบ แต่
ู
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ี
ี
มอัตราการรอดตายตํากว่าค่าเฉลย
2. สนสองใบ
ิ
การทดสอบถ นกําเนดไม้สนสองใบ ได้ดําเนนการในป
ิ
ิ
ี
พ.ศ. 2514 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ี
ิ
ิ
ิ
์
ิ
ั
ิ
ี
ิ
จํานวน 14 ถ นกําเนด จากประเทศไทย ฟลปปนส ปาปวนวกิน และแซม
ี
ี
ี
ิ
เบย พบว่าในแปลงทดลองทจังหวัดเชยงใหม่ ถ นกําเนดจาก สังขะ
ิ
ุ
ิ
ุ
(สรนทร) และห้วยทา (ศรสะเกษ) มการเจรญเตบโตดทสด
ี
ิ
ี
์
ี
ี
ิ
3. สนคารเบีย
ิ
ิ
ิ
ิ
การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนคารเบย ได้ทดลองใน
ี
่
ิ
ื
ระดับนานาชาต โดยได้ร่วมมอกับสถาบันปาไม้แห่งสหราชอาณาจักร
ื
(Common Wealth Forestry Institute : CFI ห ร อ Oxford Forestry
ั
ุ
Institute : OFI ในปจจบัน) โดยการประสานงานของ DANIDA ทําการ
ิ
ี
ทดลองถ นกําเนดนานาชาตของไม้สนคารเบย ในป พ.ศ. 2515 ทสถาน ี
ิ
ี
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 13 ถ นกําเนด
ิ
ิ
และทแปลงทดสอบท่าแซะ จังหวัดชุมพร จํานวน 14 ถ นกําเนด ท ี
ิ
ี
ี
ั
ี
ิ
ิ
จังหวัดชุมพรนั นต้นไม้มการเจรญเตบโตดมาก แต่แปลงทดลองได้รบ
ี
ื
ความเสยหายจากพายุเกย์ในปลายป พ.ศ. 2532 คงเหลอแปลงทดลองอยู่
ี
ื
ี
แห่งเดยวคอที จังหวัดเชยงใหม่
ี
28
ิ
การเจรญเตบโตของสนคารเบยในท้องทจังหวัดชุมพร
ี
ิ
ิ
ี
ี
จะดกว่าในท้องที จังหวัดเชยงใหม่ เมอเก็บข้อมูลขณะทต้นไม้มอายุ 7 ป
ี
ี
ี
ื
ี
ื
ิ
ี
ี
ิ
โดยสนคารเบยทจังหวัดชุมพรมปรมาตรเหนอเปลอกมากกว่าจังหวัด
ี
ื
ี
ึ
เชยงใหม่ถง 6.67 เท่า
ี
ี
ิ
ิ
การเจรญเตบโตของสนคารเบย ในจังหวัดเชยงใหม่ ใน
ิ
ิ
ิ
ื
ี
ิ
แปลงทดลองถ นกําเนดนานาชาตนั น พบว่าเมออายุ 25 ป ถ นกําเนด Brus
ิ
ิ
ู
ิ
ุ
ี
ื
ี
ิ
ั
จากประเทศฮอนดูรส มการเจรญเตบโตทางด้านความสงมากทสด คอ
ิ
ี
ิ
ั
ิ
22.11 เมตร ส่วนถ นกําเนด Limones จากประเทศฮอนดูรสมการเจรญ
ี
เตบโตทางด้านเส้นผ่าศูนย์กลางมากทสด คอ 24.32 ซม.
ิ
ื
ุ
ี
ี
ิ
ิ
ิ
การทดสอบถ นกําเนดไม้สนคารเบย แปลงป พ.ศ. 2523
ี
ี
ี
ิ
ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 9 ถ น
ื
ิ
ี
กําเนด เมออายุ 19 ป พบว่าถ นกําเนด Lololo จากประเทศฟจ มการเจรญ
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
เตบโตทางความสงเฉลยมากทสด 15.61 เมตร และถ นกําเนด La Brea
ี
ิ
ิ
ู
ุ
ิ
ี
ิ
ิ
ั
จากประเทศฮอนดูรส มการเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลยมากท ี
ี
สด 18.58 เซนตเมตร
ุ
ิ
์
4. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี
์
การทดลองของไม้สนโอคารปา ในตอนแรกยังไม่ได้
แยกไม้สนเทคูนมานออกมา จนกระทั งในป พ.ศ. 2524 มผู้นําเอาลักษณะ
ู
ี
ี
ี
29
ู
ี
์
บางอย่างทแตกต่างกันแยกสนเทคูนมานออกมาจากสนโอคารปา ดัง
ี
ึ
์
ู
ี
ี
นั นในแปลงทดลองของไม้สนโอคารปาจงมสนเทคูนมานรวมอยู่ด้วย
ิ
ิ
์
การทดสอบถ นกําเนดของไม้สนโอคารปาได้ทดลองใน
ิ
ุ
ั
ุ
ิ
ุ
ระดับนานาชาตของถิ นกําเนดพันธ์ไม้ โดยโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สน
ื
ี
กรมปาไม้ ร่วมมอกับ OFI ควบคู่ไปกับไม้สนคารเบย ในป พ.ศ. 2515
ี
ิ
่
ึ
ี
ซงมการร่วมมอกันระหว่าง 50 ประเทศ ทําการคัดเลือกแม่ไม้และเก็บ
ื
ิ
ิ
เมล็ดจากถ นกําเนดทั วโลกจํานวน 42 ถ นกําเนด นําไปปลูกในประเทศ
ิ
ิ
ื
ี
ต่างๆ รวมทั งประเทศไทย โดยนําไปปลูกในสภาพพ นที ทต่างกันคือ ใน
ู
ื
พ นที ระดับสงทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัด
ี
ี
ู
ุ
้
เชยงใหม่ (เส้นรง18 10 N, เส้นแวง 98 25 E ความสง 800 เมตรจาก
ี
o
/
o
/
30
ื
ี
ระดับนํ าทะเลปานกลาง) และในพ นที ระดับตําทแปลงทดลองท่าแซะ
o
/
ู
/
้
o
ุ
จังหวัดชุมพร (เส้นรง 10 52 N, เส้นแวง 99 15 E ความสง 100 เมตร
ิ
์
จากระดับนํ าทะเลปานกลาง) โดยคัดเลอกถ นกําเนดไม้สนโอคารปา
ื
ิ
ิ
ี
จํานวน 12 ถ นกําเนด ปลูกในจังหวัดเชยงใหม่ และ 5 ถ นกําเนด ปลูกใน
ิ
ิ
ิ
จังหวัดชุมพร และในภายหลังแปลงทดลองทจังหวัดชุมพรได้รบความ
ี
ั
ี
ี
ี
ื
เสยหายจากพายุเกย์ในป พ.ศ. 2532 คงเหลอแปลงทดลองทจังหวัด
ี
เชยงใหม่เพียงแห่งเดยว
ี
ิ
์
ิ
ี
ี
จากการเปรยบเทยบการเจรญเตบโตของไม้สนโอคารปา
ื
ี
ี
ื
ี
และสนเทคูนมานในพ นทระดับสงที จังหวัดเชยงใหม่และพ นทระดับตํา
ู
ี
ู
ี
ี
ทจังหวัดชุมพร เมออายุ 7 ป พบว่าไม้สนทั งสองชนดทจังหวัดชุมพรม ี
ื
ิ
ี
ู
ความสง เส้นผ่าศูนย์กลาง และปรมาตรเหนอเปลือก มากกว่าจังหวัด
ื
ิ
เชยงใหม่ 1.7, 1.6 และ 5.6 เท่าตามลําดับ
ี
เมอพจารณาเฉพาะไม้สนโอคารปา พบว่าผลการศกษา
์
ื
ิ
ึ
เมออายุ 4 ป ถ นกําเนดจาก Dola Hill ประเทศแซมเบย และ Conacaste
ิ
ี
ี
ิ
ื
ู
ี
ี
ี
ประเทศกัวเตมาลา มการเจรญเตบโตดทสดในพ นทระดับสง ส่วนในพ น
ุ
ี
ื
ิ
ิ
ื
ิ
ิ
ทระดับตําถ นกําเนด Canas ประเทศกัวเตมาลา, Siquatepeque
ี
ิ
ิ
ี
ี
ั
ประเทศฮอนดูรส และ Bucaral ประเทศกัวเตมาลา มการเจรญเตบโตดท ี
ิ
์
ุ
ี
ื
สด และสนโอคารปาทจังหวัดเชยงใหม่ เมออายุ 25 ป พบว่าถ นกําเนด
ี
ิ
ี
31
ิ
ี
จาก Angeles ประเทศฮอนดูรัส และ Junquillo ประเทศนคารากัวมการ
ิ
ิ
ี
ุ
ี
เจรญเตบโตดทสด
ี
ึ
ู
สําหรบไม้สนเทคูนมาน พบว่าผลการศกษาเมออายุ 4
ั
ื
ิ
ิ
ุ
ี
ิ
ิ
ป ถ นกําเนดจาก Rafael ประเทศนคารากัว มการเจรญเตบโตดทสด
ิ
ี
ี
ี
ิ
ู
ในพ นที ระดับสง ส่วนในพ นที ระดับตําถ นกําเนด Camelias ประเทศน ิ
ื
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ื
คารากัว มการเจรญเตบโตดทสด และเมออายุ 25 ปพบว่า ไม้สนเทคูนมา
ู
ี
ุ
ี
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ี
นทจังหวัดเชยงใหม่ ถ นกําเนดจาก Camelias ประเทศนคารากัว มการ
ี
ี
ิ
ิ
ี
ุ
ี
เจรญเตบโตดทสด
ิ
ี
ิ
ิ
ี
ในแปลงทดลองถ นกําเนดน ได้ปลูกไม้สนคารเบยเปรยบ
ี
์
ื
ิ
เทียบด้วย พบว่าสนโอคารปา เมออายุ 7 ป ให้ผลผลตด้านปรมาตรมาก
ิ
ี
กว่าสนคารเบียแต่ไม่แตกต่างกันมากนัก
ิ
ี
ิ
ิ
ต่อมาในป พ.ศ. 2523 ได้มการทดสอบถ นกําเนดไม้สนโอ
ี
ี
คารปา ทสถานปรับปรงแหล่งผลตเมล็ดพันธ์ไม้ปาหนองกระทง จังหวัด
ุ
่
ี
ิ
ุ
์
ิ
ี
ี
ิ
ี
ี
เชยงใหม่ จํานวน 3 ถ นกําเนด โดยปลูกเปรยบเทยบกับไม้สนสามใบอก
ิ
ิ
1 ถ นกําเนด พบว่าเมออายุ 17 ปสนโอคารปาถ นกําเนด El Lobo ประเทศ
ิ
ิ
์
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ี
ี
ี
ิ
ี
กัวเตมาลามการเจรญเตบโตดทสด และสนโอคารปาทุกถิ นกําเนดมการ
์
ุ
ี
เจรญเตบโตดกว่าสนสามใบ
ิ
ิ
32
ั
์
์
้
การจัดสรางสวนอนุรกษพันธุ (Gene Conservation)
็
ุ
็
ุ
ิ
็
ั
การอนรกษ์พันธ์ไม้เปนส งจําเปนและเปนหลักประกันว่า
ุ
ู
์
์
ุ
ี
ี
ุ
พันธไม้นั นๆจะไม่สญพันธไปจากโลกน และเพื อให้มแหล่งพันธกรรม
ั
ุ
สําหรบขยายพันธ์ได้ตลอดไป
1. สนสามใบ
ได้มีการจัดสร้างแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมในถิ นอื น (Ex –
situ gene conservation) ของไม้สนสามใบ ในหน่วยงานต่างๆ ของโครง
ุ
การปรบปรงพันธไม้สนทั งหมด 9 ถ นกําเนด ส่วนใหญ่เปนถ นกําเนด
ิ
ุ
ิ
์
ิ
ิ
ั
็
ิ
ื
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ื
เดมในภาคเหนอ และมถ นกําเนดจากภาคตะวันออกเฉยงเหนออีก 1 ถ น
์
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
กําเนด นอกจากน ยังมถ นกําเนดเดมจากประเทศฟลปปนส ซงถิ นกําเนด
ี
ิ
ี
ึ
ี
ั
ิ
ิ
็
ไม้สนสามใบจากแหล่งต่างๆ น ได้รบการทดสอบถ นกําเนดแล้วว่าเปน
ถ นกําเนดทด จงได้คัดเลือกแม่ไม้และเก็บเมล็ดมาเพาะและจัดสรางเปน
้
็
ิ
ิ
ึ
ี
ี
ื
ุ
์
ั
สวนอนรกษ์พันธในถ นอื น เพอเอาไว้ใช้ในการปรบปรงพันธต่อไป ซง
ั
ุ
ุ
์
ึ
ุ
ิ
ุ
ิ
ิ
บางถ นกําเนด เช่น แม่รด ปจจบันได้ถูกทําลายไปจนหมดแล้ว นับเปน
ิ
็
ั
ู
ิ
้
ุ
ิ
ี
ุ
ี
ข้อดทได้มการจัดสรางแหล่งอนรกษ์พันธกรรมในถ นอนไว้มให้สญหาย
ื
ี
ั
ไป
2. สนสองใบ
่
ุ
การที ปาสนสองใบอยู่ในสภาพทรดโทรมและจํานวนลด
ลงอย่างรวดเรว ทําให้แม่ไม้ตามธรรมชาตทมลักษณะทางพันธกรรมด ี
ี
ิ
ี
็
ุ
33
้
ลดจํานวนไปด้วย ดังนั นเพื อปองกันการลดจํานวนลงของไม้สนสองใบ
ั
ุ
์
่
ั
และรกษาคุณภาพทางพันธกรรมที ดไว้ กรมปาไม้และรฐบาลเดนมารก
ี
ึ
ิ
์
ึ
ุ
ุ
จงได้จัดทําโครงการอนรกษ์พันธไม้สนสองใบในปาธรรมชาตข นท ี
ั
่
ึ
์
่
ี
ุ
ิ
ี
ตําบลทับทัน อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร ซงปาสนสองใบแห่งน ผู้เชยว
ิ
ิ
ชาญเดนมารกและนักวชาการปาไม้ของไทยได้ทําการปลูกทดลองวจัย
์
่
และพบว่าเปนแหล่งพันธไม้สนสองใบที มคุณภาพทางพันธกรรมดทสด
ี
ุ
ี
ี
ุ
็
ุ
์
ี
ั
ุ
ุ
ในโลก ต่อมาในป พ.ศ. 2527 ได้มการจัดตั งสถานอนรกษ์พันธไม้สน
์
ี
ี
ั
สองใบเพ มขึ นทจังหวัดอุบลราชธาน โดยความร่วมมอระหว่างรฐบาล
ื
ี
ี
ิ
ิ
ิ
์
ิ
ไทยกับรัฐบาลเดนมารก ดําเนนงานโดยส่วนวนวัฒนวจัย สํานักวชาการ
ี
ื
ิ
ื
่
ปาไม้ กรมปาไม้ มพ นทดําเนนการ 2 แห่ง คอ
ี
่
1. ปาสนสองใบโขงเจยม อําเภอโขงเจยม จังหวัด
่
ี
ี
อุบลราชธาน ี
่
ิ
2. ปาสนสองใบดงตาหวัง อําเภอโพธไทย จังหวัด
อุบลราชธาน ี
ิ
3. สนคารเบีย
การจัดสร้างสวนอนุรักษ์พันธุ์ของไม้สนคาริเบีย เป็นการ
อนรกษ์แหล่งพันธกรรมในถ นอน โดยนําไม้สนคารเบียจากต่างประเทศ
ิ
ุ
ั
ุ
ื
ิ
ู
ิ
ิ
ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศอเมรกากลางและหม่เกาะทะเลคารเบียน ได้
ึ
ิ
ิ
ื
ิ
ิ
ดําเนนการไปแล้ว 13 ถ นกําเนด ซงบางถ นกําเนดในประเทศอนได้ถูก
ิ
34
ี
ุ
ุ
ู
บุกรกตัดโค่นไปจนแทบสญหายแล้ว แต่ยังคงมสายพันธ์อยู่ในประเทศ
ไทย
์
4. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี
ั
ุ
็
์
ุ
้
การจัดสรางสวนอนรกษ์พันธ์ของไม้สนโอคารปาเปนการ
ิ
ี
ิ
ุ
ุ
อนรกษ์พันธกรรมในถ นอื น เช่นเดยวกับไม้สนคารเบีย โดยนําไม้สนโอ
ั
์
คารปาจากประเทศในกลุ่มอเมรกากลาง และหมู่เกาะคารเบียน ทั งหมด 7
ิ
ิ
็
้
ถ นกําเนด มาจัดสรางเปนสวนอนรกษ์พันธ์ไว้ในประเทศไทย
ิ
ิ
ั
ุ
ุ
35
ุ
ั
ื
ุ
การอนรกษ์แหล่งพันธกรรมในถิ นอนของไม้สนเทคูน ู
ิ
ิ
ี
ุ
์
ี
มาน ในโครงการปรับปรงพันธไม้สนส่วนใหญ่มถ นกําเนดจากประเทศ
ุ
ึ
ิ
ในกลุ่มอเมรกากลาง ซงมทั งหมด 4 ถ นกําเนด มาจัดสรางเปนสวน
ี
ิ
้
ิ
็
ุ
ั
ุ
อนรกษ์พันธ์ไว้ในประเทศไทย
้
์
การจัดสรางสวนรวมพันธุ (Clone bank)
1. สนสามใบ
ิ
ี
ุ
้
์
ึ
มการจัดสรางสวนรวมพันธของไม้สนสามใบซงดําเนน
ี
ี
การในป พ.ศ. 2522 ทบ้านแม่สะนาม อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่ โดย
ี
ื
ทําการคัดเลอกแม่ไม้สนสามใบจาก 3 แห่ง ในหน่วยงานของโครงการ
ุ
ี
ปรับปรงพันธ์ไม้สน รวมทั งหมด 76 แม่ไม้ โดยแยกรายละเอยด ดังน ี
ุ
1) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาตบ้านแม่รด อําเภอ
่
ิ
ิ
แม่สะเรยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จํานวน 24 แม่ไม้
ี
ิ
2) แม่ไม้สนสามใบจากแปลงปลูก สวนผลตเมล็ดพันธ ุ ์
ี
ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 22 แม่ไม้
ี
ี
่
ิ
3) แม่ไม้สนสามใบจากปาธรรมชาต อุทยานแห่งชาต ิ
ดอยอนทนนท์ จังหวัดเชยงใหม่ จํานวน 30 แม่ไม้
ิ
ี
วธดําเนนการโดยเก็บยอดหรอกิ งพันธไม้สนสามใบ
ื
ิ
ี
ิ
ุ
์
(clones) จากแม่ไม้ดังกล่าวมาทําการต่อยอด (grafting) และนํามาปลูก
รวมกันไว้เปนสวนรวมพันธ ุ ์
็
36
่
้
ื
การคัดเลอกแมไม (Plus tree selection)
ี
ั
็
ื
การคัดเลอกแม่ไม้เปนขบวนการทสําคัญของการปรบ
ปรงพันธ์ไม้ปาและแม่ไม้สามารถทจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธกรรมท ี
ุ
ุ
ี
่
ุ
ี
ี
ึ
ู
ดไปส่ลูกหลานได้ ดังนั นการคัดเลือกแม่ไม้จงมความสําคัญอย่างยิ งต่อ
็
การประสบความสําเรจของงานปรับปรงพันธ การคัดเลือกแม่ไม้ อาจให้
์
ุ
ุ
็
ี
ื
ื
คําจํากัดความว่า เปนขบวนการคัดเลอกคุณลักษณะทดของต้นไม้เพอ
ี
ุ
การขยายพันธ์ต่อไป
ี
การคัดเลือกแม่ไม้มวัตถุประสงค์เพื อให้ได้ผลตอบแทน
ู
ทางพันธ (Genetic gain) สงสด เรวทสด และถูกทสดเท่าทจะทําได้ ใน
ี
็
ุ
ุ
ุ
ี
์
ี
ุ
ี
ั
ขณะเดยวกันก็รกษาฐานทางพันธกรรม (Genetic base) ไว้ให้กว้างพอ
ุ
ุ
ุ
เพื อให้มั นใจได้ว่าจะได้ผลตอบแทนทางพันธ์เพิ มข นในร่น (Generation)
ึ
์
ุ
ต่อๆไป โดยทั วไปแล้วการคัดเลือกแม่ไม้เพื อการปรบปรงพันธจะใช้
ั
ุ
ี
ี
ุ
ี
ี
ี
ื
หลักเดยวกันคอ คัดเลือกต้นทมคุณลักษณะต่างๆ ทต้องการดทสดเพื อใช้
ี
ิ
์
เปนพ่อและแม่ในงานการผสมพันธและงานการผลตเมล็ดไม้คุณภาพด ี
็
ุ
ุ
ทั งน อยู่บนสมมุตฐานทว่าพ่อแม่ทมลักษณะทางพันธดย่อมจะถ่ายทอด
ี
ี
์
ี
ี
ี
ิ
ู
ลักษณะดไปส่ลูกหลานเสมอ
ี
1. สนสามใบ
โครงการปรับปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สน
ุ
ุ
่
ิ
ิ
ื
สามใบจากแหล่งต่างๆ โดยคัดเลอกจากปาธรรมชาต แปลงทดสอบถ น
37
ิ
์
ิ
กําเนด สวนผลตเมล็ดพันธ และสวนปาปลูกจํานวนทั งหมด 313 แม่ไม้
่
ุ
ึ
ี
ี
ิ
ซงถ นกําเนดเดมของแม่ไม้ทคัดเลือกมทั งในประเทศและต่างประเทศ
ิ
ิ
ั
ิ
ิ
ึ
สําหรบในประเทศได้จากดอยอนทนนท์ ดอยสเทพ ภูกระดง แม่รด อม
ุ
ิ
ก๋อย นํ าหนาว หนองกระทง และแม่สะเรยง ส่วนแม่ไม้สนสามใบถ น
ิ
ี
์
กําเนดเดมจากต่างประเทศได้จาก Lagangilang ประเทศฟลปปนส,
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
์
ิ
ิ
ิ
Lepanto ประเทศฟลปปนส และ Chati ประเทศแซมเบีย
2. สนสองใบ
ได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สนสองใบจากแปลงทดสอบถ น
ิ
ิ
กําเนดไม้สนสองใบทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด
ี
ี
ิ
ี
ิ
จังหวัดเชยงใหม่ มเพยง 4 แม่ไม้เท่านั น โดยเปนแม่ไม้ทมถ นกําเนดเดม
ี
ี
ี
ิ
็
ี
ี
็
ี
ุ
ี
ิ
ิ
จากสังขะ จังหวัดสรนทร ซงเปนถ นกําเนดทดทสด หลังจากนั นได้ม ี
์
ิ
ุ
ึ
์
ื
ุ
ิ
ุ
ั
การคัดเลอกแม่ไม้สนสองใบจากปาธรรมชาต ทสถานอนรกษ์พันธไม้
ี
่
ี
ปาหนองคู อําเภอสังขะ จังหวัดสรนทร อก 27 แม่ไม้
่
์
ิ
ุ
ี
3. สนคารเบีย
ิ
โครงการปรับปรุงพันธุ์ไม้สน ได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้
ิ
ิ
สนคารเบียจากแปลงทดสอบถ นกําเนด สวนผลตเมล็ด แปลงทดสอบ
ิ
ิ
ิ
็
ชนดพันธไม้ และสวนอนรกษ์พันธจํานวน 350 แม่ไม้ ซงเปนแม่ไม้ทม ี
ุ
ี
์
ุ
ุ
์
ึ
ั
ิ
ิ
ถ นกําเนดเดมจากต่างประเทศ ได้แก่ Alamicamba ประเทศนคารากัว,
ิ
ิ
ิ
Rio Coco ประเทศนคารากัว, Karawala ประเทศนคารากัว, Poptun ประ
ิ
38
ั
ั
เทศกัวเตมาลา, Limones ประเทศฮอนดูรส, Brus ประเทศฮอนดูรส,
ั
ั
Santa Clara ประเทศฮอนดูรส, Potosi ประเทศฮอนดูรส, Cayo –
ั
ี
์
ั
Mountain Pine Ridge ประเทศฮอนดูรส และ Bowenia รฐควนสแลนด์
ประเทศออสเตรเลีย
4. สนเทคูนูมานี
ุ
โครงการปรับปรงพันธ์ไม้สนได้ทําการคัดเลือกแม่ไม้สน
ุ
ิ
ุ
ิ
ี
ั
ู
ุ
์
เทคูนมาน จากแปลงทดสอบถ นกําเนด และสวนอนรกษ์พันธจํานวน
ี
ึ
ิ
ี
็
135 แม่ไม้ ซงเดมแม่ไม้น เปนสนโอคารปา แต่ภายหลังได้มการแยกออก
์
ี
ี
ี
มาเปนสนเทคูนมาน ในป พ.ศ. 2524 ซงแม่ไม้น มถ นกําเนดเดมจากต่าง
ิ
ิ
ึ
็
ี
ู
ิ
ิ
ิ
ประเทศ ได้แก่ Yucul ประเทศนคารากัว, Camelias ประเทศนคารากัว
ั
และ Mt. Pine Ridge ประเทศฮอนดูรส
การทดสอบสายพันธุ (Progeny trial)
์
ี
ึ
ุ
์
การทดสอบสายพันธ หมายถง การทดสอบลูกไม้ทเกิด
์
ุ
็
จากการผสมพันธ ทั งแบบ Full-sib และ Half-sib เปนการประเมนคุณค่า
ิ
ี
ึ
ี
ทางพันธกรรมของลูกไม้ในพ นที ทมการทดสอบทเหมาะสม ซงค่าเฉลี ย
ุ
ื
ี
็
ของลูกไม้ทแสดงออกในลักษณะต่างๆ จะเปนตัวบ่งบอกลักษณะทาง
ี
พันธกรรมของพ่อและแม่ได้และยังใช้เปนประชากรพ นฐานเพื อคัดเลือก
ื
็
ุ
พันธในร่นต่อไปอกด้วย การทดสอบสายพันธสามารถประเมนการคัด
ุ
ิ
์
ุ
์
ุ
ี
เลือกพันธ์ของร่นลูก (Progenies) ในแต่ละ Family ททําการทดสอบ ทํา
ุ
ี
ุ
39
ุ
์
ี
ให้ทราบค่าสัดส่วนทางพันธ (Heritability) แต่ละลักษณะททดสอบ
ุ
ี
เพื อใช้ประเมนหาค่าตอบสนองทางพันธ (Genetic gain) ของแม่ไม้ทคัด
ิ
์
เลือกไว้ ซงสามารถใช้เปนแนวทางคัดเลอกซํ า (Back selection) แม่ไม้ท ี
็
ึ
ื
ุ
์
ั
์
ุ
ุ
ิ
้
ุ
์
ึ
ี
ี
ดไปขยายพันธ จัดสรางสวนผลตเมล็ดพันธ และปรบปรงพันธให้ดข น
ั
ในร่นต่อๆไป สําหรบแปลงทดสอบสายพันธทมอยู่ก็สามารถทําการตัด
ุ
์
ี
ี
ุ
สางขยายระยะ (Genetic thinning) ให้เหลอแต่แม่ไม้ทมคุณภาพด เพื อใช้
ี
ี
ื
ี
็
เปนแหล่งเก็บเมล็ด (Seed production area) ทดต่อไปได้
ี
ี
1. สนสามใบ
ุ
์
ิ
การทดสอบสายพันธของไม้สนสามใบ ได้ดําเนนการท ี
ื
ี
ี
สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมอป พ.ศ. 2530
ี
็
ุ
เปนการทดสอบสายพันธข้างแม่ (Half-sib progeny test) โดยเก็บเมล็ด
์
่
ี
จากแม่ไม้ (Plus tree) ในปาธรรมชาตและแปลงปลูกในท้องทจังหวัด
ิ
ุ
ิ
ี
ิ
เชยงใหม่ ได้แก่ แหล่งดอยอนทนนท์ แม่รด ดอยสเทพ หนองกระทง
ิ
์
และวัดจันทร จํานวน 100 Families
ี
ื
ิ
ี
ี
ได้มการประเมนผลในป พ.ศ. 2540 เมอต้นไม้มอายุ 10 ป
ี
ู
ิ
ิ
โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์
ิ
ี
กลางทระดับอก การแตกง่าม และความตรงเปลาของลําต้น พบว่ากลุ่มที
ี
ี
ี
จัดอยู่ในกลุ่มทดม 21 Families ซงเปนแหล่งจากดอย อนทนนท์ 18
็
ึ
ิ
Families และดอยสเทพ 3 Families ซงกลุ่มสายพันธ์น ควรเก็บไว้พัฒนา
ึ
ี
ุ
ุ
40
็
ี
ั
ต่อไปในอนาคต สําหรบกลุ่มปานกลางม 58 Families เปนแหล่งจาก
ดอยอนทนนท์ 45 Families แหล่งแม่รด 7 Families แหล่งวัดจันทร 3
ิ
ิ
์
ิ
ุ
Families แหล่งดอยสเทพ 2 Families และแหล่งหนองกระทง 1 Family
์
ุ
ี
ึ
ิ
์
ิ
ุ
กลุ่มสายพันธน การพจารณาเก็บสายพันธไว้ข นอยู่กับปรมาณมากน้อย
ิ
็
ในการตัดสางขยายระยะ (Genetic thinning) เมอจําเปนต้องตัดท งบาง
ื
สายพันธ์ควรพจารณาตัดท งจาก Families ทอยู่อันดับท้ายก่อน ส่วนกลุ่ม
ุ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
็
ี
ไม่ดม 21 Families ซงเปนแหล่งหนองกระทง 9 Families แหล่งวัด
ึ
จันทร 6 Families แหล่งดอยอนทนนท์ 5 Families และแหล่งแม่รด 1
์
ิ
ิ
Family กลุ่มสายพันธ์น ควรตัดท งทั งหมด
ิ
ุ
ี
ิ
2. สนคารเบีย
การทดสอบสายพันธุ์ของไม้สนคาริเบียแปลงแรกได้ทํา
ี
ี
ี
การปลูกในป พ.ศ. 2523 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด
็
ุ
ี
เชยงใหม่ เปนแปลงทดสอบสายพันธนานาชาต โดยนําเมล็ดจากแม่ไม้
์
ิ
ในสวนผลตเมล็ดไม้แหล่งต่างๆ จาก Queensland ประเทศออสเตรเลีย
ิ
ได้แก่ Byfield, Toolara, Kennedy Seed Orchard และ Cardwell และจาก
ประเทศฮอนดูรส, ฟจ และ Malalo Manga Seed Orchard ประเทศคอง
ิ
ั
ิ
ุ
์
ุ
์
โก รวมทั งหมด 90 สายพันธ (Families) โดยแปลงทดสอบสายพันธน ี
็
เปนแปลงทดสอบสายพันธแบบเปด (Half – sib progeny test) การ
ิ
ุ
์
ี
ิ
ประเมนผลได้ดําเนนการในป พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 19 ป โดย
ี
ื
ิ
ี
41
ิ
ู
ิ
ประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศนย์กลาง
ิ
ู
ิ
ี
ทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น และการแตกง่าม โดยแยกถิ นกําเนด
ื
ี
ู
ี
จากพ นทระดับสง 17 Families และถ นกําเนดจากพ นทระดับตํา 73
ื
ิ
ิ
ื
ิ
Families ในการพจารณาคัดเลอก Families โดยใช้ค่าดัชนความสําคัญ
ี
ี
ุ
(RIVI) พบว่า Family ทดทสด จากพ นทระดับสง คอ 2155 ซงมถ น
ี
ื
ิ
ี
ู
ี
ึ
ี
ื
กําเนดจาก Malalo, Manga Seed Orchard ประเทศคองโก ส่วน Family
ิ
ิ
ึ
ี
ี
ุ
ื
ี
ทดทสดจากพ ืนทระดับตํา คอ 2153 ซงมถ ินกําเนดจาก Byfield,
ี
ี
Queensland ประเทศออสเตรเลีย
ต่อมาในป พ.ศ. 2524 ได้มการทดสอบสายพันธ์ไม้สนคา
ี
ุ
ี
รเบยนานาชาต ทสถานทดลอง
ี
ี
ิ
ิ
ี
ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัด
ั
ี
เชยงให ม่ โด ยได้รบ ก าร
่
ุ
สนับสนนเมล็ดจากสถาบันปา
ไม้แห่ งสห ราชอาณ าจัก ร
(OFI) จํานวน 88 สายพันธ ซง
ึ
ุ
์
็
เปนแปลงทดสอบสายพันธ ุ ์
ิ
แบ บ เป ด อ ก เช่ น กัน ก าร
ี
ี
ประเมนผลได้ดําเนนการในป
ิ
ิ
พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 18
ื
ี
42
ิ
ิ
ี
ู
ิ
ป โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์
ี
กลางทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น และการแตกง่าม โดยแยกเปน
็
ื
ิ
ิ
ิ
ู
ื
ถ นกําเนดจากพ นที ระดับสง 48 Families และถิ นกําเนดจากพ นที ระดับ
ตํา 40 Families ในการพจารณาคัดเลือก Family โดยใช้ดัชนความสําคัญ
ิ
ี
ุ
ิ
ี
ี
ี
(RIVI) พบว่า Family ทดทสดจากพ นทระดับสง คอ 2272 ซงมถ น
ี
ึ
ู
ื
ี
ื
ี
ี
ี
ิ
กําเนดจาก Queensland ประเทศออสเตรเลีย ส่วน Family ทดทสดจาก
ุ
ิ
ิ
ิ
ี
ึ
ื
ื
ี
พ นทระดับตําคอ 2199 ซงมถ นกําเนดจาก Karawala ประเทศนคารากัว
ิ
ิ
ุ
ี
์
การทดสอบสายพันธไม้สนคารเบีย ได้ดําเนนการอกครั ง
์
ในป พ.ศ. 2535 ทสถานทดลองปลูกพันธไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ุ
ี
ี
์
็
ุ
เปนการทดสอบสายพันธแบบเปด โดยใช้เมล็ดจากแม่ไม้ของโครงการ
ิ
ิ
ึ
ั
์
ิ
ปรับปรงพันธไม้สน ซงมถ นกําเนดเดมจาก Limones ประเทศฮอนดูรส
ุ
ิ
ี
ุ
ี
ี
จํานวน 70 Families ประเมนผลเมอป พ.ศ. 2542 เมอต้นไม้มอายุ 7 ป
ิ
ื
ื
ี
โดยประเมนจากลักษณะการเจรญเตบโตทางความสงและเส้นผ่าศูนย์
ู
ิ
ิ
ิ
ี
กลางทระดับอก ความตรงเปลาของลําต้น การแตกง่าม และลักษณะ
ิ
ี
Foxtail ในการพจารณาคัดเลอก Families โดยใช้ค่าดัชนความสําคัญ
ื
ุ
ี
ี
(RIVI) พบว่า Family ท 235 มลักษณะเด่นทสด
ี
3. สนโอคารปา และสนเทคูนูมานี
์
ุ
์
์
การทดสอบสายพันธของไม้สนโอคารปา และ สนเทคูน ู
ึ
็
ุ
์
ี
มาน เปนการทดสอบสายพันธแบบเปด (Half – sib progeny test) ซง
ิ
43
ี
ี
ี
ิ
ดําเนนการในป พ.ศ. 2525 ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง
จังหวัดเชยงใหม่ ซงเดมทําการทดสอบสายพันธแม่ไม้สนโอคารปา
ึ
ิ
์
ุ
์
ี
ี
็
ู
จํานวน 90 Families แต่ภายหลังได้แยกออกเปนสนเทคูนมานจํานวน 24
ื
์
ิ
ึ
Families จงเหลอไม้สนโอคารปาเพียง 66 Families การประเมนผลได้
ดําเนนการในป พ.ศ.
ิ
ี
ี
ื
2542 เมอต้นไม้มอายุ
ี
17 ป โดยประเมน
ิ
จาก ลักษ ณ ะการ
ิ
ิ
เจรญ เตบ โตทาง
ู
ความสงและเส้นผ่า
ศูนย์กลางทระดับอก
ี
ความตรงเปลาของ
ิ
ลําต้นและการแตกง่าม ในการพจารณาคัดเลือก Family โดยใช้ค่าดัชน ี
ุ
์
ความสําคัญ (RIVI) พบว่า Family ทดทสดของสนโอคารปา คอ 3238
ื
ี
ี
ี
ซงมถ นกําเนดจาก Mal Paso ประเทศ Guatemala ส่วน Family ทดทสด
ี
ึ
ิ
ิ
ี
ี
ุ
ี
ื
ู
ี
ึ
ิ
ิ
ี
ของสนเทคูนมานคอ 3190 ซงมถ นกําเนดจาก Yucul ประเทศ Nicaragua
ุ
ั
จากข้อมูลการปรบปรงพันธ์ไม้สนที ได้ดําเนนงานมา ได้
ุ
ิ
้
ื
ทําต่อเนองโดยจัดสรางเปนสวนผลตเมล็ดพันธ (Seed orchard) และ
ิ
ุ
็
์
44
ิ
ี
ี
ิ
ื
์
ุ
แหล่งผลตเมล็ดพันธ (Seed production area) เพอผลตเมล็ดไม้ทมคุณ
้
ั
ภาพสําหรบการปลูกสรางสวนปาต่อไป
่
์
้
การใชประโยชน
ึ
ในการนําไม้สนไปใช้ประโยชน์นั น จะต้องคํานงถึงโครง
ิ
ิ
สรางทางวิศวกรรมด้วย ซงแต่เดมนั นนยมใช้ไม้เน อแข็งและไม้สัก แต่
ึ
้
ื
็
ี
เมอไม้เหล่าน ถูกตัดโค่นนํามาใช้เปนจํานวนมากตามการเพ มข นของ
ิ
ื
ึ
็
ิ
ื
ประชากร ทําให้คนเร มหันมาใช้ไม้โตเรวและไม้เน ออ่อนแทน และได้ม ี
ื
ึ
การนําเข้าไม้จากต่างประเทศอย่างต่อเนอง ซงในป พ.ศ. 2542 ประเทศ
ี
ไทยได้นําเข้าไม้ตระกูลสนทั งไม้ท่อนและไม้แปรรปจํานวน 111,649
ู
ลูกบาศก์เมตร มมลค่าถง 659.852 ล้านบาท นําเข้าเยื อกระดาษ 438,525
ู
ึ
ี
ตัน มลค่า 7,987.28 ล้านบาท และนําเข้ากระดาษ 365,208 ตัน มลค่า
ู
ู
ี
็
ิ
16,327.513 ล้านบาท จะเหนได้ว่าประเทศไทยต้องเสยเงนตราในการนํา
ื
ิ
็
ึ
ึ
เข้าเปนจํานวนมาก ซงยังไม่ได้รวมถงผลตภัณฑ์จากไม้ประเภทอนๆ
เช่น เฟอรนเจอร ไม้อัด ไม้บาง ยางสน เปนต้น และจะมการนําเข้าเพิ ม
ิ
ี
์
์
็
ึ
มากข นตามจํานวนประชากรทเพ มข น สําหรบประมาณการการใช้เยื อ
ิ
ี
ั
ึ
ยาวภายในประเทศ โดย Thai pulp and paper industry association
ี
(2001) คาดว่าประเทศไทยใช้เยื อยาวในป 2544, 2545, 2546, และ 2547
็
จํานวน 248,000, 264,000, 281,000 และ 299,000 ตัน ตามลําดับจะเหน
45
ี
ได้ว่าประเทศไทยเสยดุลการค้าจากการนําไม้ตระกูลสน เยื อกระดาษ
ี
ู
ี
ื
และกระดาษแต่ละปมมลค่าหลายหมนล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 5 ป
ี
ี
(พ.ศ. 2539-2543) ประเทศไทยต้องเสยดุลการค้าในการนําเข้าเยื อ
ี
ี
ู
กระดาษปละประมาณ 6,000 – 11,000 ล้านบาท โดยมข้อมลการนําเข้า
จากผู้ส่งออกรายใหญ่ 6 ประเทศแรก ดังตารางที 1
ตารางท 1 มูลคาการนําเข้าเยื อกระดาษจากผู้สงออกรายใหญ 6 ประเทศแรก
ี
่
่
่
็
(มูลค่าเปนพันล้านบาท)
2539 2540 2541 2542 2543
แคนาดา 1,268,450 1,518,665 1,641,728 1,968,913 3,558,119
ิ
สหรัฐอเมรกา 2,090,453 1,783,859 1,236,821 1,430,578 1,807,790
อัฟรกาใต้ 777,812 959,511 1,787,888 1,040,571 1,815,888
ิ
ชิลี 587,582 368,004 428,638 789,868 1,571,810
สวีเดน 344,271 293,384 407,097 627,074 955,707
ี
นวซแลนด์ 325,365 236,963 336,218 410,092 530,628
ิ
รวม 5,393,933 5,160,386 5,838,390 6,267,096 10,239,842
ที มา : กรมปาไม้ (2543)
่
ี
ิ
็
ดังนั น ควรมการส่งเสรมให้ปลูกไม้โตเรวเพอลดการ
ื
ื
ี
ึ
ี
ึ
นําเข้า ซงสนคารเบยก็เปนไม้โตเรวชนดหนงทเน อไม้มความแข็งแรง
ี
ิ
็
ิ
็
ปานกลาง เส้นใยยาวเหมาะสําหรบทําเยื อกระดาษ แปรรปง่าย ให้ลายไม้
ั
ู
46