The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aumhero, 2020-12-07 23:34:02

โครงการวิจัยและพัฒนาไม้หอมแก่นจันทร์เพื่อการค้า

45


3. ท่านคิดว่าสามารถน าความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้กับงานในหน้าที่ได้อย่างไร

1. น าไปเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจ

2. น าไปประกอบเป็นอาชีพได้

4. ในอนาคตท่านอยากให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรอะไร

1. การอบรมไม้เศรษฐกิจ

5. ข้อเสนอแนะอื่นๆ

1. ควรมีการน าเสนอเกี่ยวกับการแปรรูปไม้หอมแก่นจันทน์


หลังจากการอบรม ทางสถานีได้มีการมอบกล้าไม้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมน าไปทดลองปลูกใน

ที่ดินของเกษตรกรเองด้วย และยังมีการแจกจ่ายกล้าไม้ให้แก่บุคคลทั่วไปด้วย ซึ่งทางกรมป่าไม้ยัง

ได้มีการติดตามการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์ของเกษตรกรที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และกล้า

ไม้จากกรมป่าไม้ไป ซึ่งการติดตามอย่างเป็นระยะ และให้ค าแนะน าอย่างต่อเนือง และยังส่งเสริม
ให้มีการแกะสลักไม้หอมแก่นจันทน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางผลผลิตของไม้หอมแก่นจันทน์ให้มีความ

หลากหลายมากยิ่งขึ้น























Figure 8 กิจกรรมการฝึกอบรมหลักสูตร “การปลูกและการใช้ประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์”
ณ สถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ อ าเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์



(A) (B) และ (C) การเพาะเมล็ดและนากล้าหอมแก่นจันทน์ลงถุงเพาะชากล้าไม้
(D) แปลงปลูกหอมแก่นจันทน์ที่ได้รับการจัดการดูแล

46














































Figure 9 กิจกรรมการใช้ประโยชน์ป่าไม้เพื่อสร้างเครือข่ายการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์

(A) – (H) การกลั่นน้ ามันหอมระเหยและและการท าผลิตภัณฑ ์

47























































Figure 10 ผลิตภัณฑ์จากไม้หอมแก่นจันทน์

(A) – (E) น้ ามันหอมระเหยแก่นจันทน์และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ามันหอมระเหย

แก่นจันทน์



การด าเนินการจัดอบรมการปลูกและการใชประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์ มีวัตถุประสงค์

เพื่อสร้างเครือข่ายการปลูกและการใชประโยชน์ป่าไม้ และเพื่อส่งเสริมการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์

ให้เป็นไม้เศรษฐกิจ จ านวน 4 รุ่น ในปี พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2555 พ.ศ.2557 และ พ.ศ. 2558 นอกจากนี้

ยังได้มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การจัดนิทรรศการเนืองในโอกาส กรมป่าไม้

ครบรอบ 120 ปี ในงานมหกรรม “สมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 13” สมุนไพรไทย เศรษฐกิจไทย
อนาคตไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559 ณ อิมแพคเมือง

48


ทองธานี จังหวัดนนทบุรี ในปี พ.ศ. 2559 ตลอดจนการจัดท าวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ความรู้ในโอกาส

ต่าง ๆ และแจกจ่ายกล้าไม้แก่ผู้สนใจ รวมทั้งส่งเสริมการปลูกให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจ (Figure 11)







































Figure 11 บรรยากาศการจัดนิทรรศการเนื่องในโอกาสกรมป่าไม้ครบรอบ 120 ปี
(A) – (D) เผยแพร่ความรู้และแจกจ่ายกล้าหอมแก่นจันทน์แก่ผู้สนใจ



ในวันที่ 18 กันยายน 2559 ส านักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้จัดแสดงผลิต

ผลไม้หอมแก่นจันทน์ และให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการเพื่อส่งเสริมการปลูก ในงาน
นิทรรศการวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 120 ปี ภายใต้แนวคิด “ 12 ทศวรรษ การป่าไม้ไทย

ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม” (Figure 12) และนอกจากนี้วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยี

เกี่ยวกับไม้หอมแก่นจันทน์ทางสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ไม้หอมแก่นจันทน์
(https://www.youtube.com/watch?v=fMRax6X1brM) งานวิจัยไม้หอมแก่นจันทน์

(https://www.youtube.com/watch?v=DvOy_QbsNXE) การขยายพันธุ์ไม้หอมแก่นจันทน์

(https://www.youtube.com/watch?v=fwZfNUJdJyk) อบรมไม้หอมแก่นจันทน์

(https://www.youtube.com/watch?v=NcKaPLYweTQ) เป็นต้น (Appendix Figure 2 – 4)

49























































Figure 12 โปสเตอร์ให้ความรู้ไม้หอมแก่นจันทน์

50







สรุปผลการศึกษา



1. การขยายพันธุ์ไม้หอมแก่นจนทน ์


จากการศึกษาและทดลองปลูกไม้หอมแก่นจันทน์ในท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า

เมล็ดไม้หอมแก่นจันทน์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 0.77 เซนติเมตร จ านวนเมล็ดประมาณ


5,340 เมล็ดต่อกิโลกรัม เมือน ามาทดสอบการงอกของเมล็ด พบว่า วัสดุเพาะที่งอกดีที่สุด คือ
ขุยมะพร้าว (66 %) รองลงมาคือ ทราย (64%) และหน้าดิน (62%) ซึ่งการปฏิบัติต่อเมล็ดก่อน



ั่
เพาะวิธีที่ดีที่สุดคือการแชน้ า 24 ชวโมง (66%) รองลงมาคือ การไม่แชน้ า (56%) และการแชน้ า
ร้อน (46%) และเมือศึกษาการเจริญเติบโตของกล้าไม้ในถุงเพาะชา พบว่าเมืออายุ 12 เดือนกล้า




ไม้มีความสูง 43.14 เซนติเมตร และเมือทดลองปลูกร่วมกับ Host ชนิดต่างๆ (ในถุงเดียวกัน)
ที่อายุ 12 เดือน จะเห็นได้ว่าปลูกร่วมกับผักเป็ดแดงมีค่าการเจริญเติบโตมากกว่า Host ชนิดอื่นๆ
เท่ากับ 63.6 เซนติเมตร รองลงมาคือ จามจุรี (50 เซนติเมตร) กระสุนเล็ก (48.2 เซนติเมตร) พริก
(45.6 เซนติเมตร) ถั่วลิสง (33.5 เซนติเมตร) ถั่วแดง (32.8 เซนติเมตร) กระถินบ้าน

(29.8 เซนติเมตร) แคบ้าน (27.0 เซนติเมตร) ขี้เหล็ก (25.8 เซนติเมตร), control (23.50 เซนติเมตร)
และกระถินณรงค์เป็นชนิด Host ที่ปลูกร่วมแล้วไม้หอมแก่นจันทน์มีค่าการเจริญเติบโตต่ าที่สุด

เท่ากับ 20.5 เซนติเมตร



การเพาะเมล็ดไม้หอมแก่นจันทน์ที่เหมาะสมที่สุดควรปฏิบัติดังนี้ 1) น าเมล็ดของ
ไม้หอมแก่นจันทน์มาแชน้ าธรรมดา 24 ชวโมง 2) น าเมล็ดมาเพาะในวัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี เชน

ั่


ขุยมะพร้าว 3) เมือกล้าไม้งอกมาประมาณ 15 วัน ให้ย้ายลงถุงพลาสติกดินผสมขุยมะพร้าวและ

ปุ๋ยหมักที่เตรียมไว้ 4) ปลูกผักเป็ดแดงลงในถุงแล้วดูแลรดน้ าสม่ าเสมอในโรงเรือนเพาะชา
หลังจากกล้าไม้อายุ 6 – 12 เดือน ก็สามารถน าไปปลูกได้




2. การปลูกและการเจรญเติบโตไม้หอมแก่นจันทน ์


ไม้หอมแก่นจันทน์เติบโตได้ดีในที่ที่ดินเป็นดินทรายร่วน ดินเป็นกรดอ่อนและมีปริมาณ
โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มีค่ามาก




จากการทดลองปลูกเมืออายุ 10 ปี พบว่า มีค่าการเจริญเติบโตทางความสูงเฉลี่ยเท่ากับ
6.68 เมตร หรือประมาณ 0.67 เมตรต่อปี การเจริญเติบโตทางโคนต้นเท่ากับ 13.45 เซนติเมตร

51







หรือประมาณ 1.3 เซนติเมตรต่อปี การเจริญเติบโตทางเส้นผ่านศูนย์กลางระดับอกเท่ากับ

9.47 เซนติเมตร หรือ 0.95 เซนติเมตรต่อปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มไม้โตเร็วปานกลาง และจากการ

คัดเลือกไม้ที่มีขนาดความโต 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก (3.5 เซนติเมตร) ขนาดกลาง (9.4 เซนติเมตร)
ั่
และขนาดใหญ่ (15.3 เซนติเมตร) มาชงเพื่อหาน้ าหนักสด พบว่า ต้นขนาดเล็ก มีน้ าหนักรวม
7.6 กิโลกรัม (ใบ 1.8 กิโลกรัม กิ่ง 2.2 กิโลกรัม ล าต้น 3.6 กิโลกรัม) ต้นขนาดกลาง มีน้ าหนักรวม

71.8 กิโลกรัม (ใบ 15 กิโลกรัม กิ่ง 28 กิโลกรัม ล าต้น 28.8 กิโลกรัม) และต้นขนาดใหญ่ มีน้ าหนัก
รวม 135.9 กิโลกรัม (ใบ 16.6 กิโลกรัม กิ่ง 47.9 กิโลกรัม ล าต้น 71.4 กิโลกรัม)



3. การเจริญเติบโตและผลผลิตมวลชีวภาพไม้หอมแก่นจันทน์อายุ 15 ปี


ผลการศึกษาผลผลิตมวลชวภาพของไม้หอมแก่นจันทน์อายุ 15 ปี ที่สถานีวนวัฒนวิจัย

ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก 8.0 เซนติเมตร มีปริมาณ
ผลผลิตมวลชวภาพของล าต้น กิ่ง และใบมีค่าเท่ากับ 2,68, 2.09 และ 0.63 กิโลกรัมตามล าดับ

ต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก 10.0 เซนติเมตร มีปริมาณผลผลิตมวลชวภาพ

ของล าต้น กิ่ง และใบมีค่าเท่ากับ 3,52, 2.18 และ 0.99 กิโลกรัมตามล าดับ ส่วนต้นที่มีขนาดเส้น

ผ่านศูนย์กลางเพียงอก 15 เซนติเมตร มีปริมาณผลผลิตมวลชวภาพของล าต้น กิ่ง และใบ

มีค่าเท่ากับ 22,80, 2.59 และ 1.31 กิโลกรัมตามล าดับ


จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ ามันหอมระเหยพบว่า ในส่วนต่างๆ ของไม้หอมแก่นจันทน์มี

ปริมาณน้ ามันหอมระเหยที่แตกต่างกัน ในน้ ามันหอมระเหยของไม้หอมแก่นจันทน์จะพบมากใน
ส่วนของแก่นไม้หอมแก่นจันทน์ ซึ่งจะมีมากที่สุดในส่วนของแก่นของรากและล าต้น ซึ่งจะมีปริมาณ

ลดน้อยตามระดับส่วนของล าต้นที่สูงขึ้น


4. คุณสมบัติน้ ามันหอมระเหยไม้หอมแก่นจันทน ์



น้ ามันหอมระเหยแก่นจันทน์ที่มีแหล่งก าเนิดจากประเทศอินโดนีเซียที่น ามาปลูกในพื้นที่
สถานีวนวัฒนวิจัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อายุ 15 ปี มีปริมาณ santalol มากที่สุดในรากร้อยละ

73.13 และในส่วนล าต้นที่สูงขึ้นไป ปริมาณ santalol จะลดน้อยลง ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีค่ามาก

ที่สุดในราก ED 6 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ส่วนน้ ามันหอมระเหยแก่นจันทน์ที่มีแหล่งก าเนิดจาก
50
ประเทศอินเดียที่ปลูกในพื้นที่ศูนย์ผลิตผลป่าไม้จังหวัดนครราชสีมา อายุประมาณ 13 ปี มีปริมาณ

santalol ร้อยละ 81.92 และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด ED 3 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร น้ ามันจาก
50

52







ทั้งสองแหล่งมีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ไทโรซิเนสและฤทธิ์ยับยั้ง Propionibacterium acnes ได้ในระดับ

ั่
หนึ่ง ซึ่งสามารถน าน้ ามันแก่นจันทน์ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าได้ เชน สบู่ โลชน น้ าหอม

ครีมทาบ ารุงผิวหน้า เป็นต้น


5. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริม


ผลการอบรมและสร้างเครือข่ายการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์เพื่อเป็นไม้เศรษฐกิจ

จ านวน 3 รุ่น โดยฝึกอบรมหลักสูตร “การปลูกและการใชประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์”

ณ สถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ อ าเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 3 - 6 มิถุนายน
2557 มีผู้เข้าฝึกอบรมจ านวน 29 คน เพศหญิง 14 คน (48.27%) เพศชาย 15 คน (51.72%) ส่วน

ใหญ่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป 16 คน (55.17%) รองลงมา 41 - 50 ปี 9 คน (31.03%)


หลังจากการอบรม ทางสถานีได้มีการมอบกล้าไม้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมน าไปทดลองปลูกใน

ที่ดินของเกษตรกรเองด้วย และยังมีการแจกจ่ายกล้าไม้ให้แก่บุคคลทั่วไปด้วย ซึ่งทางกรมป่าไม้ยัง

ได้มีการติดตามการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์ของเกษตรกรที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และกล้า


ไม้จากกรมป่าไม้ไป ซึ่งการติดตามอย่างเป็นระยะ และให้ค าแนะน าอย่างต่อเนือง และยังส่งเสริม
ให้มีการแกะสลักไม้หอมแก่นจันทน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางผลผลิตของไม้หอมแก่นจันทน์ให้มีความ

หลากหลายมากยิ่งขึ้น

53







เอกสารอ้างอิง



คงศักดิ์ มีแก้ว สมบูรณ์ บุญยืน มโน มาตรพลากร ทรรศนีย์ พัฒนเสรี และ พรเทพ เหมือนพงษ์.

2554. โครงการวิจัยและพัฒนาไม้หอมแก่นจนทน์เพื่อการค้า. ส านักวิจัยและพัฒนาการ

ป่าไม้ กรมป่าไม้.



งามผ่อง คงคาทิพย์ ศลิษา สุวรรณภักดิ์ และ พูนพิไล สุวรรณฤทธิ์. 2555. วิธีการกระตุ้นให้


เกิดสารหอมในไม้กฤษณาโดยเชื้อราและสารอินทรีย์ที่ปลอดภัย. สถาบันวิจยและ
พัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KIRDI).



ไทยรัฐ. 2558. –ข่าวการลักลอบตัดไม้และราคาไม้กฤษณา. พฤศจิกายน. 2558.


เต็ม สมิตินันท์. 2544. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม). ส่วน

พฤกษศาสตร์ป่าไม้ส านักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้.



พรศักดิ์ มีแก้ว. 2545. รวมบทคัดย่อ ผลงานวิจัยและเอกสารเผยแพร่ทางวนวัฒนวิทยา
ของสถานีบ ารุงพันธุ์ไม้ป่าประจวบคีรีขันธ์ สถานทดลองปลูกพรรณไม้ทรายทอง


จังหวัด ประจวบคีรขันธ์. ส่วนวนวัฒนวิจย ส านักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้



ลดาวัลย์ พวงจิตร. 2550. เอกสารประกอบการสอนวิชารากฐานวัฒนวิทยา. คณะวน

ศาสตร์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.กรุงเทพฯ.


ส านักส่งเสริมการปลูกป่า. 2542. การจัดการเพาะช ากล้าไม้คุณภาพ. ส่วนเพาะช ากล้าไม้

กรมป่าไม้.


Ananthapadmanabha, H.S. 2011. Sandalwood the Fragrance of the World

(Sandalwood Species around the World). Institute of Natural Resource

Conservation Education, Research and Training (INCERT). Bangalore. Indian Council of

Forestry Research and Education, Dehra Dun.

54







Applegate, G.B. 1990. Sandalwood in the Pacific : A state-of-knowledge

synthesis and summary from the April 1990 symposium. USDA Forest

Serv.oice gen. Tech..Rep. PSW - 122.


Australian Agribusiness Group. 2006. Market overview the Australian sandalwood

Industry. Beckmont Pty Ltd trading as Australian Agribusiness Group.



Australian Government, 2006. Australia’s Sandalwood Industry. Rural Industries
Research and Development Corporation.



Barbour, D, L. 2008. Analysis of Plant – Host Relationships in Tropical Sandalwood
(Santalum album L.). RIRDCInnovation for rural Australia. Australia.



Bommareddy, A., J. Hora, B. Conishand C. Dwivedi. 2007. Chemoprevention by

alpha-santalol on UV B radiation-induced skin tumor development in

mice. Anticancer Research 27: 2185 - 2188.


Brand-Williams, W., M. E. Cuvelier and C. Berset. 1995. Use of free radical method to

evaluate antioxidant activity. Lebensm.-Wiss.u-Technol 28: 25 - 30.



Burdock, G. A. and I. G. Carabin. 2008. Safety assessment of sandalwood oil (Santalum
album). Food Chem Toxicol. 46(2): 421 - 432.



Butaud, J. F. 2015. Reinstatement of the Loyalty Islands Sandalwood, Santalum

austrocaledonicum var. glabrum (Santalaceae) in New Caledonia. PhytoKeys. 56:
111–126.


Choudhury P. 2016. Effect of host plant and Bio – fertilizer on seedling growth performance

in Santalum album L.) Thesis submitted to the Navsari Agricultural University.

55







Haque, M.H. and A.U. Haque. 2002. Use of α and β-santalol, major constituents

of sandalwood oil, in the treatment of warts, skin blemishes and other

viral-induced tumors. US Patent 6406706.


Ral, S. N. 1990. Status and Cultivation od Sandalwood in India. USDA Forest Service

Gen. Tech. Rep. 3 – 6.



Howes, M.J.R., M.S.J. Simmonds and G.C. Kite. 2004. Evaluation of the quality of
sandalwood essential oil by gas chromatography-mass spectrometry.

Journal of Chromatography A 1028: 307 – 312.



Jirovetz, L.,G. Buchbauer, Z. Denkova, A.Stoyanova, I. Murgov, V.Gearon, S. Birkbeck, E.

Sshmidt and M. Geissler. 2006. Comparative study on the antimicrobial
activities of different sandalwood essential oils of various origin. Flavour

and Fragrance Journal 21:465 - 468.


Liu, X. and D. P. Xu. 2009. Effects of different culture media on the growth of Indian

sandalwood (Santalum album L.) seedlings in Zhanjiang, Guangdong, southern China.

For. Stud. China. 11(2): 132 – 138.


Moretta, P., Ghisalberti, E., and R. Trengove. 2001. Longitudinal variation in the yield and

composition of sandalwood oil from Santalum spicatum. Sandalwood Research

Newsletter. 14: 5 − 7.



Scartezzini, P. and E. Speroni. 2000. Review on some plants of Indian traditional

medicine with antioxidant activity. Journal of Ethnopharmacology 71: 23 - 24.


Solanki, N. S., Chauhan, C.S., Vyas, B. and D. Marothia. 2014. Santalum album Linn: A

Review. PharmTech. 7(4): 629 – 640.

56







Shankarnarayana, K.H. and B.S. Kamala. 1989. Fragrant products from less odorous

sandal oil. Perfume and Flavorist 14: 19 - 20.


Subasinghe, U. 2013. Sandalwood Research: A Global Perspective. Journal of Tropical

Forestry and Environment. 3(1): 1 -8.



Subasinghe, U., M.Gamage and D.S. Hettiarachchi. 2013. Essential oil content and

composition of Indian sandalwood (Santalum album) in Sri Lanka. Journal
of Forestry Research 24(1): 127 - 130.



Subasinghe, U., M.Gamage and D.S. Hettiarachchi. 2016. Santalum album as a Specialty
seed oil source: a preliminary study. Department of Forestry and Environmental

Science, Sri Lanka.


Zhang, X. and C. Dwivedi. 2011. Skin cancer chemoprevention by santalol.

Frontiers in Bioscience 3: 777 - 787.

57

































ภาคผนวก

58







ทางสถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ ส่วนวนวัฒนวิจัย ยังได้มีการจัดการอบรมและ

ถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการอบรมการปลูกและการใช้ประโยชน์ป่าไม้เพื่อสร้าง
เครือข่ายการปลูกไม้เศรษฐกิจจ านวน 3 รุ่น ในปีพ.ศ.2554, ปีพ.ศ.2555 และปี พ.ศ.2558 ให้แก่

เกษตรกร และภาคเอกชนที่สนใจในการปลูกไม้หอมแก่นจันทน์เพื่อใช้เป็นไม้เศรษฐกิจ อันจะท าให้

งานด้านการปลูกป่า การใช้ประโยชน์ไม้และผลิตผลจากไม้หอมแก่นจันทน์ได้มีการพัฒนาขึ้น เพื่อ
ส่งเสริมคุณภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศต่อไป



การฝึกอบรมหลักสูตร “การปลูกและการใช้ประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์” ณ สถานี

วนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ อ าเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 3-6 มิถุนายน 2557 มี

ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมทั้งสิน 33 คน



Appendix Table 1 รายชือผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมการปลูกและการใช้ประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์



ล าดับที่ ชื่อ – นามสกุล อาชีพ

1 พันตรีสมยศ ภัชรกุลโชติพร เกษตรกร
2 อาจารย์สมคิด ไพมณี เกษตรกร

3 อาจารย์สมใจ ไพมณี เกษตรกร

4 นายปวงยศ สันติ เกษตรกร

5 นางนิศากร สุขตะวิจิตร เกษตรกร

6 นางเซียน ประกอบปราณ เกษตรกร
7 ก านันประเวศ รุ่งรัศมี เกษตรกร

8 นางศรินทร์ทิพย์ รุ่งรัศมี เกษตรกร

9 นางโนรี ฉัตรบรรยงค์ เกษตรกร

10 นางประกายดาว อนานุการ เกษตรกร

11 นางประกายฟ้า ฤทธิ์สารพิทักษ์ เกษตรกร
12 นายปฐพี ฤทธิ์สารพิทักษ์ เกษตรกร

13 นางวิวรรณดา พูลธรัตน์ เกษตรกร

14 นางมราณี ขุนอินทร์โพธิ์ เกษตรกร

15 นายกิตติ ค าสัตย์ เกษตรกร

59








Appendix Table 1 รายชือผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม (ต่อ)


ล าดับที่ ชื่อ – นามสกุล อาชีพ

16 นายกิตติพงษ์ ค าสัตย์ เกษตรกร

17 น.อ.สุธินต์ พรรณพานิช เกษตรกร

18 อาจารย์สมหมาย ชโลธร เกษตรกร

19 อาจารย์นิคม ฮั่นเจริญ เกษตรกร
20 นายวิชาญยุทธ์ ใจเพชร เกษตรกร

21 นางลัดดา ด้วงอุ่น เกษตรกร

22 นายธเนส มาแสง เกษตรกร

23 อาจารย์พิสุทธ์ ขวัญสุวรรณ เกษตรกร

24 นางสาวสุรีรัตน์ สุทธิวรานนท์ เกษตรกร

25 นางสาวขวัญ บุญรักษ์ เกษตรกร
26 นางสาวเกษร สินธุสร เกษตรกร

27 นางสาวอ าไพร ไก่แก้ว เกษตรกร

28 นายสุเมธ คงศร เกษตรกร

29 ร.ต. อ านวย แพรพันธ์ เกษตรกร

30 นางอวยพร สันติ เกษตรกร

31 นายเทวฤทธ์ ชาญเดช เกษตรกร
32 นางสาวพันทิพา สุขตะวิจิตร เกษตรกร

33 นางนฤมล จารุพนานนท์ เกษตรกร

60






























Appendix Figure 1 ผู้เข้าอบรมหลักสูตร “การปลูกและการใช้ประโยชน์ไม้หอมแก่นจันทน์” ณ

สถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ อ าเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


































Appendix Figure 2 วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องไม้หอมแก่นจันทน์

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=fMRax6X1brM

61








































Appendix Figure 3 วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องงานวิจัยไม้หอมแก่นจันทน์

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=DvOy_QbsNXE




































Appendix Figure 4 วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการขยายพันธุ์
ไม้หอมแก่นจันทน์

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=fwZfNUJdJyk

62











































Appendix Figure 5 วิดีโอการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการอบรมไม้หอมแก่นจันทน์

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=NcKaPLYweTQ


Click to View FlipBook Version