สาละอินเดีย
สาละอินเดีย
S Sh ho or re ea a r ro ob bu us st ta a C C. .F F. . G Ga ae er rt tn n. .
่
กรมปาไม้
ิ
สาละอนเดีย
์
่
มีชือพฤกษศาสตรวา “Shorea robusta C.F. Gaertn.” อยูในวงศ์ Dipterocarpaceae
่
่
่
ํ
้
ิ
ึ
่
ิ
มีถนกาเนด มาจากประเทศอินเดียทางเหนอ ปัจจุบันคือประเทศเนปาล มักขนเป็นกลุมๆ
ื
ี
่
ิ
ี
ั
ั
่
่
ี
่
้
ตามบรเวณทค่อนขางชุมชืน ชาวอินเดียเรยกกนโดยทวไปวา“ซาล” Sal, Sal of India ในภาษาบาล
้
้
่
้
ํ
่
เรยกวา “ตนมหาสาละ” พบมากในแถบแควนเบงกอล อัสสัม ลุมน้ายมุนา เป็นไม้ยืนต้นทีไม่ผลัดใบ
ี
่
้
ึ
ึ
่
ขนาดกลางถงขนาดใหญ ความสูงประมาณ ๑๐-๒๕ เมตร และสามารถสูงได้ถง ๓๕ เมตร มีลําตน
ํ
่
้
็
่
ั
ื
่
ตรง เปลือกสีนาตาลอมดํา แตกเป็นรองสะเกดทวไป เรอนยอดเป็นพุมหนาทบ ใบดกหนา รูปไข่
ึ
ิ
่
้
ิ
้
้
ปลายใบหยกเป็นตงแหลมสัน ผวใบเป็นมันเกลียง กงอ่อนเกลียง ปลายกงห้อยลูลง ดอกจะออก
่
่
ิ
ั
่
ิ
่
ในช่วงต้นฤดูรอน มีสีเหลืองอ่อน ออกรวมกนเป็นช่อสันตามปลายกงและงามใบ กลีบดอกและกลีบรอง
้
่
้
ิ
ั
ุ
็
มีอย่างละ ๕ กลีบ ผลแขง มีปีก ๕ ปีก ขยายพันธโดยการเพาะเมล็ดและการตอนกง
ิ
่
์
สาละอินเดียมีลักษณะใกล้เคียงกับต้นรัง (Shorea siamensis Miq.) ซึงมีมากในประเทศไทย
่
้
่
ั
ิ
จึงมักเขาใจกนเป็นชนดเดียวกน ตนสาละอินเดียอยูในวงศ์ Dipterocarpaceae เช่นเดียวกน มีส่วนท ่ ี
้
ั
ั
ี
่
่
่
ั
่
แตกต่างกนเด่นชัด คือ สาละอินเดียเปลือกไม่แตกเป็นรอง ใบแกทรวงหล่นเป็นสีเหลือง และผิวใบ
เกลียงมันไม่มีขน มีเกสรเพศผจํานวน ๑๕ อัน เส้นแขนงใบยอยมี ๑๐-๑๒ คู ผลมีเส้นปีก ๑๐-๑๒ เส้น
่
่
ู
้
้
้
โคนปีกแนบตดผลมากกว่ากงหนงของผล มีขนสันรปดาวปกคลุมประปราย ตนรงมีใบอ่อนแตกใหม่
ึ
้
ิ
ั
ู
่
่
ึ
่
้
่
่
และใบแกเป็นสีแดง ใบมีขนอ่อนนุม ปกคลุม เกสรเพศผูมีจํานวนมาก เส้นแขนงใบย่อยมี ๑๔-๑๘ คู
ึ
ี
ุ
ึ
่
่
่
ิ
ผลมีเส้นทปีก ๗-๙ เส้น โคนปีกแนบตดผลนอยกว่ากงหนงของผลและไม่มีขนปกคลม
้
ุ
อาจารย์เคียน เอียดแกว และอาจารย์เฉลิม มหิทธกล คณะวนศาสตร มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร์
ิ
้
์
้
ิ
ได้นากล้าไม้สาละอินเดียอายุ ๑ ปี จากป่า Lashiwala เมือง Dehradun ประเทศอินเดียมาปลูกท ่ ี
ํ
ั
ี
สถานฝกนสิตวนศาสตรห้วยทาก อําเภองาว จังหวดลําปาง เมือวนท ๒๗ ตลาคม ๒๕๐๕ จํานวน
ั
ุ
์
ิ
ี
่
ึ
่
ี
ุ
้
่
๑ ตน และทคณะวนศาสตร์ มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร เขตบางเขน กรงเทพมหานคร จํานวน ๑ ตน
ิ
้
์
ิ
่
้
ั
่
่
ั
ั
ิ
นายสมเพิม กตตนนท อดีตรองอธบดีกรมปาไม้ เมือครงดํารง ตาแหนงหัวหนาฝายวนวฒนวจัย
้
่
ิ
่
์
ํ
ิ
่
์
ํ
กองบํารง ทาการปลกทศูนย์บํารงพันธไม้สัก ตาบลบ้านหวด อําเภองาว จังหวดลําปาง จํานวน ๑ ตน
ุ
้
ี
ุ
ํ
ู
ั
ุ
ี
ี
่
่
ทานพุทธทาสภกขได้นาไปปลูกทสวนโมกขพลาราม อําเภอไชยาจังหวดสุราษฎรธาน จํานวน ๑ ตน
ํ
ิ
ั
ุ
์
้
ํ
ตอมาหลวงบุเรศรบํารงการ ได้นาเอาต้นสาละอินเดีย ถวายสมเด็จพระมหาวรวงศ์ (พิมพ์ธมฺมธโร)
ี
ุ
่
่
วดพระศรีมหาธาตุวรวหาร เขตบางเขน กรงเทพมหานคร โดยปลูกไว้ทีหน้าพระอุโบสถ จํานวน
ั
ุ
ิ
้
่
ั
ี
ั
้
่
้
่
๒ ตน พรอมกบเมือวนท ๒ ธนวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้นอมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว
ั
ํ
้
้
จํานวน ๒ ตน ได้ทรงปลูกไวในพระตาหนกจิตรลดารโหฐาน จํานวน ๒ ตน และทรงมอบให้ไปปลูกท ี ่
้
ั
ิ
ํ
วทยาลัยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ตาบลกระทงลาย อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จํานวน ๑ ตน
ิ
้
ั
้
ํ
์
ิ
ุ
ั
์
้
ี
ู
นอกจากนีนายสวสดิ นชรตน อดีตผอํานวยการกองบํารง กรมป่าไม้ ได้ทาการปลูกทสวน
่
์
ิ
ั
ี
พฤกษศาสตรพุแค อําเภอเฉลิมพระเกยรต จังหวดสระบุร จํานวน ๑ ตน
้
ี
ั
ั
ั
ุ
ํ
ี
ิ
ความสาคญของสาละอนเดยกบพทธประวต ิ
้
ู
พระพทธเจาประสติ
ุ
กอนพุทธศักราช ๘๐ ปี พระนางสิรมหามายาทรงครรภ์ใกล้ครบกาหนดพระสูตการ
ิ
ํ
่
ิ
่
ุ
ุ
ิ
์
่
่
ึ
จึงเสด็จออกจาก กรงกบิลพัสดุ เพือไปมีพระสูตการ ณ กรงเทวหะ เมือขบวนเสด็จมาถงครงทาง
ึ
่
ั
ี
์
่
ุ
้
ั
่
่
ระหวางกรุงกบิลพัสดุกบกรงเทวหะ ณ ทตรงนนเป็นสวนมีชือวา “สวนลุมพินีวัน” เป็นสวน
่
์
่
ั
“สาละใหญ” พระนางประชวรพระครรภ์ พลางประทบยืนชูพระหัตถเหนยวกงสาละใหญ และได้
่
่
ี
ิ
ิ
ั
่
์
ั
ํ
่
ุ
ึ
ประสูต พระสิทธตถะกมาร ซึงตรงกบวนศุกรขน ๑๕ ค่า เดือน ๖ ปีจอ กอนพุทธศักราช ๘๐ ปี
ั
้
ุ
พระพทธเจาทรงตรสรอนุตตรสัมมาสมโพธิญาณ
ั
้
ั
ู
้
ู
กอนพระพุทธเจ้าจะตรสร้และแสดงธรรมเทศนา พระองค์เสด็จไปประทับยังต้นสาละใหญ่
่
ั
ุ
ิ
์
่
และเสด็จไปประทบนงยังตนพระศรีมหาโพธ ทรงบําเพ็ญเพียรจนตรัสรอนตตรสัมมาสัมโพธญาณ
ิ
ั
ั
ู
้
้
่
ั
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลารงอรณยามสาม ในวนเพ็ญเดือน ๖ และพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม
ุ
ุ
ั
่
เทศนา “ธรรมจักกปวตตนสูตร” โปรดปัญจวคคีย์ บริเวณป่าสาละใหญ่อันร่มรืน ณ อุทยาน
ั
ั
ั
ิ
ั
ิ
ั
้
์
ั
้
ั
มฤคทายวน ในวนเพ็ญเดือน ๘ พระรตนตรยจึงเกดครบบรบูรณครงแรกในโลกนี คือ พระพุทธ พระ
ธรรม พระสงฆ์
ุ
พระพทธเจาเสด็จสปรนิพพาน
ิ
่
้
ู
ิ
พระพุทธเจ้าเสด็จดับขนธปรนพพาน เมือมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ณ บรเวณสาลวโณ
ิ
ิ
์
ั
่
ํ
ํ
่
ทยาน เมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์ ใกล้ฝังแม่น้าหิรัญวดี เวลาใกล้ค่าของวันเพ็ญเดือน ๖
่
ั
พระองค์ทรงเหนดเหนอยมาก จึงมีรบสังให้พระอานนทซึงเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดพระทบรรทม โดย
่
ื
่
ี
่
์
็
ิ
หันพระเศียรไปทางทศเหนอ ระหวางตนสาละใหญ ๒ ตน แล้วพระองค์ก็ทรงเอนพระวรกายลง
ื
้
้
่
่
ประทบไสยาสนแบบสีหไสยาโดยนอนตะแคงขวาพระบาทซายซ้อนทบพระบาทขวาและเสด็จสูปรน ิ
์
ั
่
ิ
้
ั
พาน
้
กล้าไมสาละอนเดย
ิ
ี
กล้าไม้ทใช้ปลูกในโครงการตนสาละอินเดียเฉลมพระเกยรต ถวายพระกศลสมเด็จพระญาณ
ี
ุ
่
ี
ิ
ิ
้
ื
สังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณายก เนองในโอกาสเฉลมพระชนมพรรษา ๑๐๐ พรรษา
ิ
่
ิ
้
ั
ุ
ั
ั
ํ
ในวนตนไม้ประจาปีของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ จัดเตรียมโดย ดร.สาโรจน วฒนสุขสกล นกวชาการป่าไม้
ิ
์
่
ชํานาญการพิเศษ โดยเกบเมล็ดสาละอินเดียจากแม่ไม้ ซึงปลูกไวทสถานวนวฒนวจัยงาว ชือเดิมศูนย์
็
้
ั
่
ี
ี
ิ
่
บํารงพันธไม้สัก อําเภองาว จังหวดลําปาง ปัจจุบันอายุแม่ไม้มีอายุประมาณ ๓๗ ปี มีขนาด
ุ
ั
ุ
์
่
่
ี
ั
ิ
้
่
่
เส้นผาศูนย์กลางทความสูงเพียงอก ๔๘.๑เซนตเมตร ความสูงทงหมด ๒๑.๕ เมตร ซึงรวงหลนใน
่
เดือนเมษายน ๒๕๕๕ มาเพาะในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕
การทํากลาไม้สาละอินเดยให้แกรง กลาไม้สาละอินเดย
่
ี
้
้
ี
ิ
การใชประโยชน์สาละอนเดย
ี
้
ี
่
็
ื
้
ี
์
ํ
ํ
ํ
้
ื
ื
่
สาละอินเดียเป็นไม้เนอแขงทมีประโยชนมาก มักนามาใช้สรางบ้านเรอน ตอเรอ ทาเกวยน ทา
่
์
้
่
ํ
ิ
ไม้หมอนรถไฟ ทาสะพาน รวมถงเฟอรนเจอรเครองใช้ตางๆ เช่น โตะ เกาอี เป็นตน เมล็ด ใช้เป็น
ึ
๊
้
ื
์
้
ํ
ํ
้
ี
อาหารสัตว และน้ามันทได้จากเมล็ดนามาทาเนย ใช้เป็นนามันตะเกยง รวมทงใช้ทาสบูด้วย
ั
้
ี
่
ํ
์
ํ
่
ํ
ี
้
่
ุ
นอกจากน ยังมีสรรพคุณด้านพืชสมุนไพร ยางใช้เป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด แกโรคผวหนง ตม
ิ
้
ั
้
ั
ี
ิ
้
่
พุพอง โรคซฟิลิส โกโนเรย วณโรค ทองรวง บิด หูอักเสบ ผล ใช้แก้โรคท้องเสีย ท้องร่วง เป็นตน
ศูนยบารงพนธไมสัก สถานฝกนสิตห้วยทาก
ั
ุ
ุ
์
ํ
์
ึ
ิ
ี
้