คำนำ
รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของวชิ าคอมพิวเตอร์ รหสั วชิ า ว33282 ซ่ึงมีเน้ือหาเก่ียวกบั ความรู้เบ้ืองตน้
เก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ หลกั การทำงานของคอมพิวเตอร์ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ แผงวงจรหลกั และ
การรับ-ส่งขอ้ มลู ระหวา่ งหน่วยต่างๆ คุณลกั ษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพว่ ง
ผจู้ ดั ทำหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ รายงานเร่ืองจะมีเน้ือหาสาระที่เป็นประโยชนต์ ่อการศึกษาหาความรู้เร่ือง
คอมพิวเตอร์ และขอขอบคุณครูผสู้ อนท่ีใหค้ ำปรึกษา ถา้ หากรายงานบกพร่องในเน้ือหาประการใดทางคณะ
ผจู้ ดั ทำจึงขออภยั ไว้ ณ ที่น้ีดว้ ย
สารบญั หนา้
เร่ือง ก
ข
คำนำ 1
สารบญั 2
1.หลกั การทำงานของคอมพิวเตอร์ 4
2.องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ 7
3.แผงวงจรหลกั และการรับ-ส่งขอ้ มลู ระหวา่ งหน่วยต่างๆ
4.คุณลกั ษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพว่ ง
หลกั การทำงานของคอมพิวเตอร์1
1.หลกั การทำงานของคอมพิวเตอร์
หลกั การทำงานของคอมพวิ เตอร์จะเป็นไปตามที่โปรแกรมไดก้ ำหนดไว้ โดยตวั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์หรือที่เรียกวา่
ฮาร์ดแวร์ จะมีส่วนประกอบสำคญั ข้นั พ้นื ฐาน 5 หน่วย ซ่ึงแต่ละหน่วยจะมีหลกั การทำงาน ดงั น้ี
1. หน่วยรับขอ้ มลู (input unit) ทำ หนา้ ที่รับขอ้ มลู มาจดั เกบ็ ที่หน่วยความจำหลกั ของคอมพวิ เตอร์ จากน้นั เม่ือมี
คำสง่ั ใหป้ ระมวลผล ขอ้ มลู ท่ีถกู จดั เกบ็ ไวท้ ี่หน่วยความจำจะถกู ส่งไปยงั หน่วยประมวลผล
2. หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) ทำหนา้ ท่ีประมวลผลใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามที่ตอ้ งการ จากน้นั
ผลลพั ธ์จะถกู ส่งไปจดั เกบ็ ท่ีหน่วยความจำหลกั
3. หน่วยความจำหลกั (main memory) ทำ หนา้ ท่ีจดั เกบ็ ขอ้ มลู และโปรแกรมต่างๆ ในขณะท่ีเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
เปิ ดอยเู่ ท่าน้นั ถา้ ปิ ดเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ขอ้ มลู หรือโปรแกรมน้นั จะสูญหายไป
4. หน่วยแสดงผล (output unit) ทำหนา้ ที่นำผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากการประมวลผลมาแสดงผลหรือจดั เกบ็ ไวท้ ่ีหน่วย
ความจำรอง
5. หน่วยความจำรอง (secondary storage) ทำ หนา้ ท่ีจดั เกบ็ ขอ้ มลู และโปรแกรมต่างๆ เพอ่ื นำมาใชอ้ ีกคร้ังใน
ภายหลงั ได้ แมจ้ ะปิ ดเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ขอ้ มลู และโปรแกรมท่ีจดั เกบ็ ไวจ้ ะไม่สูญหาย
(ระบบการทำงานข้นั พ้นื ฐานของคอมพวิ เตอร์)
1 "หลกั การทำงานของคอมพวิ เตอร.์ " 2015. 26 May. 2016
<http://www.bmwit.net/Education/TechnologyUnit2M1/__1.html>
2.องคป์ ระกอบของระบบคอมพิวเตอร์2
1. ฮาร์ดแวร์
ฮาร์ดแวร์เป็นองคป์ ระกอบสำคญั ของระบบสารสนเทศ หมายถึง เคร่ืองคอมพวิ เตอร์อุปกรณ์รอบขา้ ง
รวมท้งั อุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพวิ เตอร์เขา้ เป็นเครือข่าย เช่น เครื่องพมิ พ์ เครื่องกราดตรวจเมื่อพจิ ารณาเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ สามารถแบ่งเป็น 3 หน่วย คือ
หน่วยรับขอ้ มลู (input unit) ไดแ้ ก่ แผงแป้ นอกั ขระ เมาส์
หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
หน่วยแสดงผล (output unit) ไดแ้ ก่ จอภาพ เครื่องพมิ พ์
2 . ซอฟตแ์ วร์
ซอฟตแ์ วร์หรือโปรแกรมคอมพวิ เตอร์เป็นองคป์ ระกอบที่สำคญั ประการที่สอง ซ่ึงกค็ ือลำดบั ข้นั ตอนของคำสง่ั ที่จะสง่ั
งานใหฮ้ าร์ดแวร์ทำงาน เพอื่ ประมวลผลขอ้ มลู ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามความตอ้ งการของการใชง้ าน ในปัจจุบนั มีซอฟตแ์ วร์ระบบ
ปฏิบตั ิงาน ซอฟตแ์ วร์ควบคุมระบบงาน ซอฟตแ์ วร์สำเร็จ และซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตส์ ำหรับงานต่างๆ ลกั ษณะการใชง้ านของ
ซอฟตแ์ วร์ก่อนหนา้ น้ี ผใู้ ชจ้ ะตอ้ งติดต่อใชง้ านโดยใชข้ อ้ ความเป็นหลกั แต่ในปัจจุบนั ซอฟตแ์ วร์มีลกั ษณะการใชง้ านท่ี
ง่ายข้ึน โดยมีรูปแบบการติดต่อที่ส่ือความหมายใหเ้ ขา้ ใจง่าย เช่น มีส่วนประสานกราฟิ กกบั ผใู้ ชท้ ่ีเรียกวา่ กยุ (Graphical
User Interface : GUI) ส่วนซอฟตแ์ วร์สำเร็จท่ีมีใชใ้ นทอ้ งตลาดทำใหก้ ารใชง้ านคอมพวิ เตอร์ในระดบั บุคคลเป็นไปอยา่ ง
กวา้ งขวาง และเร่ิมมีลกั ษณะส่งเสริมการทำงานของกลุ่มมากข้ึน ส่วนงานในระดบั องคก์ รส่วนใหญ่มกั จะมีการพฒั นาระบบ
ตามความตอ้ งการโดยการวา่ จา้ ง หรือโดยนกั คอมพวิ เตอร์ที่อยใู่ นฝ่ ายคอมพวิ เตอร์ขององคก์ ร เป็นตน้
ซอฟตแ์ วร์ คือ ชุดคำสงั่ ท่ีสง่ั งานคอมพวิ เตอร์ แบ่งออกไดห้ ลายประเภท เช่น
● 1. ซอฟตแ์ วร์ระบบ คือ ซอฟตแ์ วร์ที่ใชจ้ ดั การกบั ระบบคอมพวิ เตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยใู่ นระบบ เช่น
ระบบปฏิบตั ิการวนิ โดวส์ ระบบปฏิบตั ิการดอส ระบบปฏิบตั ิการยนู ิกซ์
● 2. ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์ คือ ซอฟตแ์ วร์ที่พฒั นาข้ึนเพอ่ื ใชง้ านดา้ นต่างๆ ตามความตอ้ งการของผใู้ ช้ เช่น
ซอฟตแ์ วร์กราฟิ ก ซอฟตแ์ วร์ประมวลคำ ซอฟตแ์ วร์ตารางทำงาน ซอฟตแ์ วร์นำเสนอขอ้ มลู
2 "องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง จงอธบิ าย - cs203." 2012. 26 May. 2016
<https://sites.google.com/site/mju5303103351cs203/xngkh-prakxb-khxng-rabb-sarsnthes-prakxb-dwy-
xari-bang-cng-xthiba
●
●
3. ขอ้ มลู
ขอ้ มลู เป็นองคป์ ระกอบท่ีสำคญั อีกประการหน่ึงของระบบสารสนเทศ อาจจะเป็นตวั ช้ีความสำเร็จหรือความลม้ เหลว
ของระบบได้ เน่ืองจากจะตอ้ งมีการเกบ็ ขอ้ มลู จากแหล่งกำเนิด ขอ้ มลู จะตอ้ งมีความถกู ตอ้ ง มีการกลน่ั กรองและตรวจสอบ
แลว้ เท่าน้นั จึงจะมีประโยชน์ ขอ้ มลู จำเป็นจะตอ้ งมีมาตรฐาน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เม่ือใชง้ านในระดบั กลุ่มหรือระดบั องคก์ ร
ขอ้ มลู ตอ้ งมีโครงสร้างในการจดั เกบ็ ท่ีเป็นระบบระเบียบเพอ่ื การสืบคน้ ท่ีรวดเร็วมีประสิทธิภาพ
4. บุคลากร
บุคลากรในระดบั ผใู้ ช้ ผบู้ ริหาร ผพู้ ฒั นาระบบ นกั วเิ คราะห์ระบบ และนกั เขียนโปรแกรม เป็นองคป์ ระกอบสำคญั ใน
ความสำเร็จของระบบสารสนเทศ บุคลากรมีความรู้ความสามารถทางคอมพวิ เตอร์มากเท่าใดโอกาสท่ีจะใชง้ านระบบ
สารสนเทศและระบบคอมพวิ เตอร์ไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพและคุม้ ค่ายงิ่ มากข้ึนเท่าน้นั โดยเฉพาะระบบสารสนเทศในระดบั บุคคล
ซ่ึงเคร่ืองคอมพวิ เตอร์มีขีดความสามารถมากข้ึน ทำใหผ้ ใู้ ชม้ ีโอกาสพฒั นาความสามารถของตนเองและพฒั นาระบบงานได้
เองตามความตอ้ งการ สำหรับระบบสารสนเทศในระดบั กลุ่มและองคก์ รท่ีมีความซบั ซอ้ นจะตอ้ งใชบ้ ุคลากรในสาขา
คอมพวิ เตอร์โดยตรงมาพฒั นาและดูแลระบบงาน
5. ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงานท่ีชดั เจนของผใู้ ชห้ รือของบุคลากรท่ีเกี่ยวขอ้ งกเ็ ป็นเรื่องสำคญั อีกประการหน่ึง เม่ือไดพ้ ฒั นา
ระบบงานแลว้ จำเป็นตอ้ งปฏิบตั ิงานตามลำดบั ข้นั ตอนในขณะที่ใชง้ านกจ็ ำเป็นตอ้ งคำนึงถึงลำดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั ิของคน
และความสมั พนั ธ์กบั เคร่ือง ท้งั ในกรณีปกติและกรณีฉุกเฉิน เช่น ข้นั ตอนการบนั ทึกขอ้ มลู ข้นั ตอนการประมวลผล ข้นั
ตอนปฏิบตั ิเมื่อเคร่ืองชำรุดหรือขอ้ มลู สูญหาย และข้นั ตอนการทำสำเนาขอ้ มลู สำรองเพอ่ื ความปลอดภยั เป็นตน้ สิ่งเหล่าน้ี
จะตอ้ งมีการซกั ซอ้ ม มีการเตรียมการ และการทำเอกสารคู่มือการใชง้ านที่ชดั เจน
3.แผงวงจรหลกั และการรับ-ส่งขอ้ มลู ระหวา่ งหน่วยต่างๆ3
แผงวงจรหลกั หรือเมนบอร์ด (Motherboard / Mainboard) เป็นอุปกรณ์ท่ีบรรจุอยู่
ภายในกล่องเกบ็ อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ หรือเคส (Case) เปรียบเสมือนศนู ยก์ ลางของเครื่อง
คอมพวิ เตอร์ เพราะอุปกรณ์ของหน่วยรับเขา้ หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลกั หน่วยความ
จำสำรอง และหน่วยส่งออกตอ้ งถกู นำมาเชื่อมต่อกบั แผงวงจรหลกั จึงจะทำงานได้
การทำงานของแผงวงจรหลกั นอกจากจะเก่ียวขอ้ งกบั อุปกรณ์ในหน่วยรับเขา้ หน่วยประมวล
ผลกลาง หน่วยความจำหลกั หน่วยความจำรอง และหน่วยส่งออกแลว้ ยงั ตอ้ งเกี่ยวขอ้ งกบั การรับ-ส่ง
ขอ้ มลู น้ีตอ้ งผา่ นบสั (Bus)
บสั (Bus) หมายถึง ช่องทางการติดต่อส่ือสารขนถ่ายขอ้ มลู จากหน่วยประมวลผลกลางไปยงั
อุปกรณ์อ่ืน ๆ เช่น หน่วยความจำหลกั อุปกรณ์ต่อพว่ งต่าง ๆ บสั เปรียบเสมือนช่องทางจราจรท่ียงิ่ มีมาก
กย็ ง่ิ ระบายรถไดม้ ากและหมดเร็ว ซ่ึงในหน่วยประมวลผลกลางจะมีบสั ต่าง ๆ ดงั น้ี
1. บสั ขอ้ มลู (Data Bus) เป็นบสั ท่ีหน่วยประมวลผลกลางใชเ้ ป็นเสน้ ทางผา่ นและ
ควบคุมการส่งถ่ายขอ้ มลู จากหน่วยประมวลผลกลางไปยงั อุปกรณ์ภายนอก หรือรับขอ้ มลู จาก
3
2. บสั รองรับขอ้ มลู (Address Bus) เป็นบสั ท่ีหน่วยประมวลผลกลางเลืองวา่ จะส่งขอ้ มลู
หรือรับขอ้ มลู จากอุปกรณ์ไหนไปที่ใด และตอ้ งส่งสญั ญาณเลือกออกมาทางบสั รองรับขอ้ มลู น้ี
3. บสั ควบคุม (Control Bus ) เป็นบสั ท่ีรับสญั ญาณการควบคุมจากหน่วยประมวลผลกลางเพอื่
บงั คบั วา่ จะรับขอ้ มลู เขา้ มา หรือจะส่งขอ้ มลู ออกไปจากหน่วยประมวลผลกลาง
ระบบบสั ทางกายภาพ คือ สายทองแดงท่ีวางอยบู่ นแผงวงจรหลกั ของเครื่องคอมพวิ เตอร์ที่
เช่ือมไมโครคอมพวิ เตอร์ บสั จะมีความกวา้ งของระบบจะนบั ขนาดขอ้ มลู ที่วงิ่ อยโู่ ดยจะมีหน่วย
เป็นบิต (Bit) บนเครื่องไมโครคอมพวิ เตอร์ บสั จะมีความกวา้ งหลายขนาด ข้ึนอยกู่ บั รุ่งของเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ เช่นบสั ขนาด 8 บิต 16 บิต และ 32 บิต บสั ยงิ่ กวา้ งจะทำใหก้ ารส่งถ่ายขอ้ มลู ทำได้
แผงวงจรหลกั ตอ้ งการความเร็วในการติดต่อแตกต่างกนั ระบบบสั บนแผงวงจรหลกั จึงถกู แบ่งออกเป็น
หลายชุด ดงั น้ี
1. ระบบบสั พซี ีไอ (Perpheral Component Interconnet : PCI) ระบบบสั แบบน้ีมี
ซิปเซตเป็นตวั ควบคุมโดยเฉพาะ ทำใหม้ ีความเร็วในการติดต่อกบั อุปกรณ์ต่าง ๆ ไดส้ ูงข้ึนคือ 33
เมกะเฮิรตซ์ เป็นบสั แบบ 32 บิต จึงมีความเร็วในการรับ-ส่ง ขอ้ มลู เท่ากบั 133 เมกะไบตต์ ่อวนิ าที ซ่ึง
ระบบบสั ชนิดน้ีจะใชเ้ ช่ือมต่อกบั สลอ็ ตแบบพซี ีไอ (สลอ็ ตทีมีสึขาวบนแผงวงจรหลกั ตามปกติจะมี
5-6 สลอ็ ต ซ่ึงเป็นช่องใส่อุปกรณ์ความเร็วสูงรองลงมาจากการ์ดแสดงผล ไดแ้ ก่ การ์ดเสียง โมเดม็ และการ์ด
แลน (LAN)
2. ระบบบสั แบบเอจีพี (Accelerated Graphic Port : AGP) เป็นระบบบสั ความเร็วสูง
พฒั นา เพอื่ นำมาใชก้ บั การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่เพอื่ รองรับงานส่ือประสม (Multimedia) ซ่ึงบสั ชนิดน้ี
จะเช่ือมต่ออยกู่ บั สลอ็ ตเอจีพี สำหรับการ์ดแสดงผลโดยเฉพาะตำแหน่งของสลอ็ ตอยใู่ กลก้ บั
หน่วยประมวลผลกลางท่ีสุด และแผงวงจรหลกั 1 แผง จะมีสลอ็ ตแบบเอจีพไี ดเ้ พยี ง 1 สลอ็ ตเท่าน้นั
3. ระบบบสั แบบซีพไี อเอกซ์เพรส (Peripheral Component Interconnect Express :
PCI Express) เน่ืองจากความตอ้ งการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ท่ีมีความเร็วในการรับ-ส่งขอ้ มลู ที่สูงข้ึน
และระบบ บสั แบบซีพไี อและเอจีพไี ม่สามารถสนองตอบต่อความตอ้ งการน้ีไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ เน่ืองจาก
พซี ีไอมีความเร็วท่ีต่ำไป ส่วนเอจีพใี ชไ้ ดก้ บั สลอ็ ตการ์ดแสดงผลเพยี งอยา่ งเดียวและมีได้ 1 สลอ็ ต
เท่าน้นั จึงไดม้ ีการพฒั นาระบบบสั แบบใหม่ คือ พซี ีไอเอกซ์เพรส ข้ึนมา ซ่ึงเป็นบสั ท่ีมีความเร็วสูง
และมีอตั รารับ-ส่งขอ้ มลู สูง
4.คุณลกั ษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพว่ ง4
คุณลกั ษณะของคอมพวิ เตอร์แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ไดแ้ ก่
1.ซูเปอร์คอมพวิ เตอร์ (super computer) เป็นคอมพวิ เตอร์ท่ีมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดมีขนาดใหญ่และราคาแพง
กวา่ คอมพวิ เตอร์ชนิดอ่ีนออกแบบมาเพอื่ ใชแ้ ก่ปํ ญหาทางวทิ ยาศาสตร์และทางวศิ วกรรมศาสตร์ เช่น การพยากรณ์อากาศ
ล่วงหนา้ เป็นระยะเวลาหลายวนั
2.เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ (mainframe computer) เป็นคอมพวิ เตอร์ที่มีสมรรถนะหลกั การทำงานสูงมีความเร็วสูง เฟนเฟรมค
อมพวิ เตอร์สามารถใหบ้ ริการผใู้ ชไ้ ดห้ ลายร้อยคน คอมพวิ เตอร์ชนิดน้ีมกั ใชใ้ นองคก์ รใหญ่ๆ เช่น ธนาคาร
3. มินิคอมพวิ เตอร์ (minicomputer) เป็นคอมพวิ เตอร์ท่ีเหมาะกบั องคก์ รขนาดกลางท่ีใชบ้ ริการแก่เคร่ืองลกู ข่าย เช่น
โรงแรม
4. ไมโครคอมพวิ เตอร์ (microcomputer) มีประสิทธิภาพสูงราคาไม่แพงมีความนิยมสูงเหมาะสำหรับใชส้ ่วนตวั ท่ีบา้ น
5.คอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ (handheld computer)สามารถจดั การกบั ขอ้ มลู ประจำวนั ได้ สร้างปฏิทิน บนั ทึกเตือนความจำ เล่น
เกม ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และรับ-ส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ได้ เป็นคอมพวิ เตอร์พกพาขนาดเลก็ เช่น พอี ีเอ แทป็ เลต็
อุปกรณ์ต่อพว่ ง
หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆท่ีสามารถต่อเขา้ กบั อุปกรณ์ของหน่วยประมวลผลกลางและประกอบเขา้ กบั คอมพวิ เตอร์เพอื่ ใชง้ าน
ได้
1.แผงพมิ พอ์ กั ขระ เป็นอุปกรณ์ที่รับขอ้ มลู จากการกดแป้ นจากน้นั กเ็ ปล่ียนรหสั แลว้ ส่งไปยงั ประมวลผลกลาง แป้ นพมิ พ์
โดยทว่ั ไปมี 50 แป้ นข้ึนไปแบ่งเป็นแป้ นตวั เลขและแป้ นอกั ขระ
2.เมาส์ เป็นอุปกรณ์ประเภทตวั ช้ีที่ไดร้ ับขอ้ มลู จากการกดป่ ุมขา้ งบนเมาส์ ทำหนา้ ที่คลิกป่ ุมคำสง่ั ที่ตอ้ งการ แบ่งเป็น 2
ประเภท
1. เมาส์ทางกล
2. เมาส์แบบใชแ้ สง
3.อุปกรณ์ช้ีตำแหน่งสำหรับเครื่องคอมพวิ เตอร์โนต้ บุค๊ เป็นอุปกรณ์รับเขา้ ที่สามารถติดกบั ตวั โน๊ตบุค๊ สะดวกในการพกพา
ซ่ึงมี 3ประเภท
4 "คณุ ลกั ษณะของคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง | Radchadagon3139's Blog." 2011. 26 May. 2016
<https://radchadagon3139.wordpress.com/2011/07/19/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0
%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%
B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B
8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3/>
1. ลกู กลมควบคุม
2.แท่งช้ีควบคุม
3.แผน่ รองสมั ผสั
4.กา้ นควบคุม เป็นอุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนท่ีของตวั ช้ีบนหนา้ จอมีลกั ษณะเป็นกา้ นโผล่ออกมาจากกล่อง
5.จอสมั ผสั เป็นอุปกรณ์ท่ีรับขอ้ มลู จากการสมั ผสั โดยเมื่อมีการเลือกตำแหน่งที่ถกู เลือกจะแปลงเป็นสญั ญาณไฟฟ้ าส่งไปยงั
ซอฟตแ์ วร์ท่ีแปลคำสงั่ ใหค้ อมพวิ เตอร์
6.อุปกรณ์รับเขา้ แบบตราดตรวจ ที่นิยมใชม้ ีอยู่ 3ประเภท
1. เคร่ืองอ่านรหสั แท่ง อุปกรณ์รับเขา้ ท่ีทำงานโดยหลกั การสะทอ้ นแสง เครื่องจะส่องลำเสียงไปยงั รหสั บนสินคา้ จาก
น้นั จะเปลี่ยนรหสั เป็นสญั ญาณไฟฟ้ าผา่ นสายท่ีเชื่อมต่อกบั คอมพวิ เตอร์
2. เคร่ืองกราดตรวจหรือสแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์รับเขา้ ประเภทรูปภาพและขอ้ ความท่ีอยบู่ นส่ิงพมิ พโ์ ดยใชห้ ลกั
สะทอ้ นแสง ขอ้ มลู จะถกู แปลงในแบบท่ีคอมพวิ เตอร์เขา้ ใจและเกบ็ ไวใ้ นหน่วยความจำ
3.กลอ้ งดิจิทลั ทำงานเหมือนกลอ้ งถ่ายรูปทว่ั ไปแต่ไม่ตอ้ งมีฟิ ลม์ และมีคอมแพท็ แฟลช
7.เวบ็ แคม เป็นอุปกรณ์รับเขา้ ประเภทกลอ้ งวดี ีโอท่ีสามารถบนั ทึกภาพเคลื่อนไหวผา่ นเวบ็ ไซคแ์ ลว้ ปรากฎบนหนา้ จอได้
8.จอภาพ มี2 ชนิด
1.จอภาพแบบซีอาร์ที มีลกั ษณะเหมือนจอโทรทศั น์ ทำงานโดยเทคโนโลยหี ลอดรังสีอิเลก็ ตรอน โดยยงิ อิเลก็ ตรอน
ไปยงั ผวิ ดา้ นในจอเมื่อลำแสงวงิ่ มาชนจะเกิดแสงสวา่ งข้ึน
2.จอภาพแบบแอลซีดี ทำงานโดยอาศยั การเบ่ียงเบนแสงตามการควบคุมทิศทางของพาราไลเซชนั่ ของวตั ถุท่ีก้นั
ระหวา่ งแหล่งกำเนิดแสงและแผน่ เคลือบสารเรืองแสง ป้ องแรงดนั เขา้ ไปยงั แผน่ เพลตเม่ือไดร้ ับแรงดนั ไฟฟ้ า มีผลใหแ้ สดง
จากแหล่งกำเนิดสามารถผา่ นทะลุกระทบกบั สารเรืองแสงจนเกิดแสงสีที่ตอ้ งการ
9. ลำโพง เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลเป็นเสียงโดยใชง้ านคู่กบั การดเ์ สียงซ่ึงเป็นอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ทำหนา้ ท่ีแปลงสญั ญาณ
ดิจิทลั ใหเ้ ป็นอะนาลอ็ กแลว้ ส่งไปยงั ลำโฟง
10.หูฟัง เป็นอุปกรณ์ส่งออกใชฟ้ ังเพลงจากคอม ทำหนา้ ที่เปลี่ยนสญั ญาณจากไฟฟ้ าเป็นเสียง มีท้งั ชนิดไร้สายและมีสายบาง
รุ่นกจ็ ะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาผา่ นอินเตอร์เน็ต
11. เคร่ืองพมิ พ์ เป็นอุปกรณ์ส่งออกท่ีแสดงผลงานพมิ พล์ งบนกระดาษ แบบเคร่ืองพมิ พ์
1.เคร่ืองพมิ พแ์ บบจุด
2.เคร่ืองพมิ พเ์ ลเซอร์
3.เคร่ืองพมิ พแ์ บบฉีดหมึก
4.พลอ็ ตเคอร์
12. โมเดม็ เป็นการแปลงสญั ญาณเพอื่ ใหต้ ิดต่อกบั คอมพวิ เตอร์เครื่องอื่นไดโ้ ดยเชื่อมต่อคอมเขา้ กบั คู่สายโทรศพั ท์ แลว้ โม
เดม็ จะแปลงจากสญั ญาณดิจิทลั ใหเ้ ป็นสญั ญาณอะนาลอ็ ก
อุปกรณ์ต่อพว่ ง
1. เคร่ืองพมิ พช์ นิดต่าง ๆ (Printer)
เคร่ืองพมิ พ์ เป็นอุปกรณ์ท่ีเช่ือมต่อเขา้ กบั คอมพวิ เตอร์เพอื่ ทำหนา้ ท่ีในการแปลผลลพั ธ์ที่ไดจ้ าก การประมวลผลของ
เคร่ืองคอมพวิ เตอร ใ์ หอ้ ยใู่ นรูปของอกั ขระหรือรูปภาพท่ีจะไปปรากฏอยบู่ นกระดาษ นบั เป็นอุปกรณ์แสดลงผลที่นิยมใช้
เคร่ืองพมิ พแ์ บ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. เครื่องพมิ พด์ อตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer)
เครื่องพมิ พด์ อตแมทริกซ์เป็นเครื่องพมิ พท์ ่ีนนิยมใชง้ านกนั แพร่หลายมากท่ีสุด เน่ืองจากราคา และคุณภาพการพมิ พ์
อยใู่ นระดบั ท่ีเหมาะสม การทำงานของเครื่องพมิ พช์ นิดน้ีใชห้ ลกั การสร้างจุด ลงบน กระดาษโดยตรง หวั พมิ พข์ องเครื่อง
พมิ พ์ มีลกั ษณะเป็นหวั เขม็ (pin) เม่ือตอ้ งการพมิ พส์ ่ิงใดลงบนกระดาษ หวั เขม็ ที่อยใู่ นตำแหน่งที่ประกอบกนั เป็น ขอ้ มลู ดงั
กล่าวจะยนื่ ลำหนา้ หวั เขม็ อ่ืน เพอ่ื ไปกระแทกผา่ นผา้ หมึก ลงบนกระดาษ กจ็ ะทำใหเ้ กิดจุดข้ึน การพมิ พแ์ บบน้ีจะมีเสียงดงั
พอสมควร ความคมชดั ของขอ้ มลู บน กระดาษข้ึนอยกู่ บั จำนวนจุด ถา้ จำนวนจุดยงิ่ มากขอ้ มลู ที่พมิ พล์ งบนกระดาษกย็ งิ่ คม
ชดั มากข้ึน ความเร็ว ของเครื่องพมิ พด์ อตแมทริกซ์อยรู่ ะหวา่ ง 200 ถึง 300 ตวั อกั ษรต่อวนิ าที หรือประมาณ 1 ถึง 3 หนา้ ต่อ
นาที เคร่ืองพมิ พด์ อตแมทริกซ์ เหมาะสำหรับงานท่ีพมิ พแ์ บบฟอร์มที่ตอ้ งการซอ้ นแผน่ ก๊อปป้ี หลาย ๆ ช้นั เครื่องพมิ พช์ นิด
น้ี ใชก้ ระดาษต่อเนื่องในการพมิ พ์ ซ่ึงกระดษาประเภทน้ีจะมีรูขา้ งกระดาษท้งั สองเอาให้ หนามเตยของเครื่องพมิ พเ์ ลื่อน
กระดาษ
2. เคร่ืองพมิ พแ์ บบพน่ หมึก (Ink-Jet Printer)
เครื่องพมิ พพ์ น่ หมึก เป็นเครื่องพมิ พท์ ี่มีคุณภาพการพมิ พท์ ี่ดีกวา่ เครื่องพมิ พแ์ บบดอตแมทริกซ์ โดยสามารถพมิ พต์ วั
อกั ษรท่ีมีรูปแบบ และขนาดที่แตกต่งกนั มาก ๆ รวมไปถึง พมิ พง์ านกราฟิ กที่ใหผ้ ลลพั ธ์ คมชดั วา่ เคร่ืองพมิ พด์ อตแมทริกซ์
เทคโนโลยที ี่เคร่ืองพมิ พพ์ น่ หมึก ใชใ้ นการพมิ พก์ ค็ ือ การพน่ หมึกหยดเลก็ ๆ ไปท่ีกระดาษ หยดหมึกจะมีขนาดเลก็ มาก
แต่ละจุดจะอยใู่ นตำแหน่งท่ีเมื่อประกอบกนั แลว้ เป็นตวั อกั ษร หรือรูปภาพ ตามความตอ้ งการ เครื่องพมิ พพ์ น่ หมึกมีความ
เร็วในการพมิ พ์ มากวา่ แบบดอตแมทริกซ์ มีหน่วยวดั ความเร็วเป็นในการ พมิ พเ์ ป็น PPM (Page Per Minute) ซ่ึงเร็วกวา่
เครื่องพมิ พด์ อตแมทริกซ์มาก อยา่ งไรกต็ ามถา้ เป็นการพมิ พ์ กราฟิ กหรือตวั อกั ษรท่ีมีรูปแบบในเวลาเดียวกนั เครื่องพมิ พพ์ น่
หมึกจะทำงานไดช้ า้ ลง กระดาษท่ีใชก้ บั เคร่ือง พมิ พพ์ น่ หมึกจะเป็นขนาด 8.5 X 11 นิ้ว หรือ A4 ซ่ึงสามารถพมิ พไ์ ด้ ท้งั แนว
ต้งั ที่เรียกวา่ “พอร์ทเทรต” (Portrait) และแนวนอนที่เรียกวา่ “แลนดส์ เคป” (Landscape) โดยกระดาษจะถกู วางเรียงซอ้ นกนั
อยใู่ นถาด และถกู ป้ อน เขา้ ไปในเครื่องพมิ พท์ ่ีละแผน่ เหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร
3. เครื่องพมิ พเ์ ลเซอร์ (Laser Printer)
เครื่องพมิ พเ์ ลเซอร์ เป็นเคร่ืองที่มีคุณสมบตั ิเหมือนกบั เคร่ืองพมิ พแ์ บบพน่ หมึก แต่สามารถทำงาน ไดเ้ ร็วกวา่ โดย
เคร่ืองพพิ มเ์ ลเซอร์ สามารถพมิ พต์ วั อกั ษรไดท้ ุกรูปแบบและทุกขนาดรวมท้งั สามารถพมิ พง์ าน กราฟิ กที่คมชดั ไดด้ ว้ ย
เคร่ืองเลเซอร์ใชเ้ ทคโนโลยี เดียวกบั เครื่องถ่ายเอกสาร คือยงิ เลเซอร์ไปสร้างภาพบน กระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตวั
อกั ษรบนกระดาษ
หน่วยวดั ความเร็วของเคร่ืองพมิ พเ์ ลเซอร์จะ
เป็น PPM เช่นเดียวกบั เครื่องพมิ พพ์ น่ หมึกในปัจจุบนั ความสามารถ ในการพมิ พข์ องเคร่ืองพมิ พเ์ ลเซอร์คุณภาพสูง
สามารถพมิ พไ์ ดห้ ลายร้อยหนา้ ต่อนาที ซ่ึงเหมาะ กบั งานในองคก์ รขนาดใหญ่ จะนำไปใชง้ านในการพมิ พเ์ อกสารต่าง ๆ
ส่วนคุณภาพงานพมิ พข์ องเครื่องจะวดั ดว้ ยความละเอียดในการสร้างจุดลงในกระดาษ ขนาด 1 ตารางนิ้ว เช่นความละเอียด
ที่ 300 dpi หรือ 600 dpi หรือ 1200 dpi เครื่องพมิ พเ์ ลเซอร์ที่นิยมใชใ้ นปัจจุบนั กจ็ ะมีท้งั เครื่องพมิ พเ์ ลเซอร์แบบ ขวา-ดำ
และเครื่องพมิ พ์ เลเซอร์แบบสี ซ่ึงเครื่องพมิ พเ์ ลเซอร์แบบสีจะมีราคาแพงมาก แต่งานพมิ พท์ ี่ไดอ้ อกมากม็ ีคุณภาพสูง
4. พลอ็ ตเตอร์ (plotter)
พลอ็ ตเตอร์ เป็นเคร่ืองพมิ พช์ นิดท่ีใชป้ ากกาในการเขียนขอ้ มลู ต่างๆ ลงบนกระดาษเหมาะสำหรับงาน เกี่ยวกบั การ
เขียนแบบทางวศิ วกรรม (เขียนลงบนกระดาษไข) และงานตกแต่งภายใน สำหรับวศิ วกรรมและสถาปนิก
พลอ็ ตเตอร์ทำงานโดยใชว้ ธิ ีเลื่อนกระดาษ โดยสามารถใชป้ ากกาได้ 6-8 สี ความเร็วในการทำงานของ พลอ็ ตเตอร์มีหน่วย
วดั เป็นนิ้วต่อวนิ าที (Inches Per Secon : IPS) ซ่ึงหมายถึงจำนวนนิ้วท่ีพลอ็ ตเตอร์สามารถ เลื่อนปากกาไปบนกระดาษ
2. เครื่องสแกนภาพ (Scanner)
สแกนเนอร์ (Scanner) คืออุปกรณ์ซ่ึงจบั ภาพและเปล่ียนแปลงภาพจากรูปแบบของ อนาลอ็ กเป็นดิจิตอล ซ่ึง
คอมพวิ เตอร์สามารถแสดง เรียบเรียง เกบ็ รักษาและผลิต ออกมาได้ ภาพนน่ั อาจจะเป็น รูปถ่าย ขอ้ ความ ภาพวาด หรือแมแ้ ต่
วตั ถุสามมิติ สามารถใชส้ แกนเนอร์ทำงานต่างๆ ไดด้ งั น้ี
○ ในงานเกี่ยวกบั งานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร
○ บนั ทึกขอ้ มลู ลงในเวริ ์ดโปรเซสเซอร์
○ แฟ็กเอกสาร ภายใตด้ าตา้ เบส และ เวริ ์ดโปรเซสเซอร์
● เพม่ิ เติมภาพและจินตนาการต่าง ๆ ลงในในผลิตภณั ฑส์ ่ือโฆษณาต่าง ๆ โดยพ้นื ฐานการทำงานของสแกนเนอร์
ชนิดของสแกนเนอร์ และความ สามารถในการทำงาน ของสแกนเนอร์แบ่งออกไดด้ งั ต่อไปน้ี
1. Flatbed scanners ซ่ึงใชส้ แกนภาพถ่ายหรือภาพพมิ พต์ ่าง ๆ สแกนเนอร์ชนิดน้ีมีพ้นื ผวิ แกว้ บนโลหะท่ีเป็นตวั ส
แกน เช่น ScanMader III
2. Transparency and slide scanners ScanMaker ซ่ึงถกู ใช้ สแกนโลหะโปร่ง เช่นฟิ ลม์ และสไลด์ ตวั อยา่ งของส
แกนเนอร์ชนิดน้ี เช่น ScanMaker 35t ที่ใชส้ แกนเนอร์ 35 mm และ ScanMake 45t ใชส้ แกนเนอร์ ฟิ ลม์ ขนาด 8″x10″การทำ
งานของสแกนเนอร์ การจบั ภาพ ของสแกนเนอร์ ทำโดย ฉายแสงบนเอกสารท่ีจะสแกน แสงจะผา่ นกลบั ไปมาและภาพจะ
ถกู จบั โดยเซลล์ ที่ไว ต่อแสง เรียกวา่ Charge-couple device หรือ CCD ซ่ึงโดยปกติพ้นื ที่มืดบน กระดาษจะสะทอ้ นแสง ได้
นอ้ ยและพ้นื ท่ีท่ีสวา่ งบนกระดาษจะสะทอ้ นแสง ไดม้ าก กวา่ CCD จะสืบหาปริมาณแสงท่ีสะทอ้ นกลบั จากแต่ละพ้นื ที่ของ
ภาพน้นั และ เปล่ียนคลื่นของแสง ที่สะทอ้ นกลบั มาเป็นขอ้ มลู ดิจิตอลหลงั จากน้นั ซอฟตแ์ วร์ ท่ีใชส้ ำหรับการสแกนภาพก็
จะแปลงสญั ญาณเหล่านน่ั กลบั มาเป็นภาพบนคอมพวิ เตอร์อีกทีหน่ึง
สิ่งท่ีจำเป็นสำหรับการสแกนภาพ มีดงั น้ี
○ SCSI และสาย SCSI หรือ Parallel Port สำหรับต่อจากสแกนเนอร์ ไปยงั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
○ ซอฟตแ์ วร์สำหรับการสแกนภาพซ่ึงทำหนา้ ที่ควบคุมการทำงานของสแกนเนอร์ใหส้ แกนภาพ
ตามที่กำหนด
○ สแกนเอกสารเกบ็ ไวเ้ ป็นไฟลท์ ่ีนำมาแกไ้ ขไดอ้ าจตอ้ งมีซอฟแวร์ที่สนบั สนุนดา้ น OCR
○ จอภาพท่ีเหมาะสมสำหรับการแสดงภาพท่ีสแกนมาจากสแกนเนอร์
○ เคร่ืองมือสำหรับแสดงพมิ พภ์ าพท่ีสแกน เช่น เคร่ืองพมิ พแ์ บบเลเซอร์ หรือสไลดโ์ ปรเจคเตอร์
ประเภทของภาพที่เกิดจากการสแกน แบ่งเป็นประเภทดงั น้ี
– ภาพ Single Bit เป็นภาพที่มีความพยาบมากที่สุดใชพ้ ้นื ทีในการเกบ็ ขอ้ มลู นอ้ ยที่สุด และนำมาใชป้ ระโยชน์
อะไรไม่ค่อยได้ แต่ขอ้ ดีของภาพประเภทน้ีคือ ใชท้ รัพยากร จองเครื่องนอ้ ยท่ีสุดใชพ้ ้นื ที ในการเกบ็ ขอ้ มลู นอ้ ยท่ีสุด ใชร้ ะยะ
เวลาในการสแกน ภาพนอ้ ยท่ีสุด Single Bit แบ่งออกไดส้ องประเภทคือ – Line Art ไดแ้ ก่ภาพที่มีประกอบเป็นภาพขาวดำ
ตวั อยา่ งของภาพ พวกน้ีไดแ้ ก่ ภาพจากการสเกต็ Halfone ภาพพวกน้ีจะใหเ้ ป็นสีโทนสีเทามากกวา่ แต่โดยทว่ั ไปยงั ถกู จดั
วา่ เป็นภาพประเภท Single Bit เนื่องจากเป็นภาพหยาบ ๆ
– ภาพ Gray Scale ภาพพวกน้ีจะมีส่วนประกอบมากกวา่ ภาพขาวดำ โดยจะประกอบดว้ ยเฉด สีเทาเป็นลำดบั ข้นั ทำใหเ้ ห็น
รายละเอียดดา้ นแสง-เงา ความชดั ลึก มากข้ึนกวา่ เดิม ภาพพวกน้ีแต่ละพกิ เซลหรือแต่ละจุดของภาพอาจประกอบ ดว้ ย
จำนวนบิตมากกวา่ ตอ้ งการพ้นื ที่เกบ็ ขอ้ มลู มากข้ึน
– ภาพสี หน่ึงพกิ เซลของภาพสีน้นั ประกอบดว้ ย จำนวนบิตมหาศาล และใชพ้ ้นื ท่ีเกบ็ ขอ้ มลู มากความ สามารถ
ในการสแกนภาพออกมาไดล้ ะเอียดขนาด ไหนน้นั ข้ึนอยกู่ บั สแกนเนอร์มีขนาดความละเอียด เท่าไร
3. โมเดม็ (Modem)
เป็นอุปกรณ์สำหรับคอมพวิ เตอร์อยา่ งหน่ึงที่ช่วยใหค้ ุณสมั ผสั กบั โลกภาย นอกไดอ้ ยา่ งง่ายดาย โมเดม็ เป็นเสมือน
โทรศพั ทส์ ำหรับคอมพวิ เตอร์ท่ีจะช่วยใหร้ ะบบ คอมพวิ เตอร์ของเราสามารถสื่อสารกบั คอมพวิ เตอร์อ่ืนๆ ไดท้ วั่ โลก โม
เดม็ จะสามารถ ทำงานของเราสามารส่ือสารกบั คอมพวิ เตอร์อ่ืนๆ ไดท้ วั่ โลก โมเดม็ จะสามารถทำงาน ของคุณใหส้ ำเร็จไดก้ ็
ดว้ ย การเช่ือมต่อระหวา่ งคอมพวิ เตอร์ของคุณเขา้ คุ่สายของ โทรศพั ทธ์ รรมดาคู่หน่ึงซ่ึงโมเดม็ จะทำการแปลงสญั ญาณ
ดิจิตอล (digital signals) จากเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ใหเ้ ป็นสญั ญาณ อนาลอ๊ ก (analog signals) เพอื่ ใหส้ ามารถส่งไปบน
คู่สายโทรศพั ท์
คำวา่ โมเดม็ (Modem) มาจากคำวา่ (modulate/demodulate) ผสมกนั หมายถึง กระบวนการแปลงขอ้ มลู ข่าวสารดิจิตอลใหอ้
ยใู่ นรูปของอนาลอ๊ กแลว้ จึง สญั ญาณกลบั ไปเป็นดิจิตอลอีกคร้ังหน่ึงเม่ือโมเดม็ ของเราต่อเขา้ กบั โมเดม็ ตวั อื่น
ความสามารถของโมเดม็ เราสามารถใชโ้ มเดม็ ทำอะไรต่าง ๆ ไดห้ ลายอยา่ ง เช่น
○ ใชบ้ ริการต่างๆ จากที่บา้ น เช่นสงั่ ซ้ือของผา่ นอินเตอร์เน็ต
○ ท่องไปบนอินเตอร์เน็ต
○ เขา้ ถึงบริการออนไลนไ์ ด้
○ ดาวนโ์ หลดขอ้ มลู , รูปภาพและโปรแกรมแชร์แวร์ได้
○ ส่ง – รับโทรสาร
○ ตอบรับโทรศพั ท์
ความแตกต่างของโมเดม็
1. ความเร็วในการรับ – ส่งสญั ญาณ ความเร็วในการรับ-ส่งสญั ญาณ หมายถึง อตั รา (rate) ที่โมเดม็ สามารถทำ
การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู กบั โมเดม็ อื่นๆ มีหน่วยเป็นบิต /วนิ าที (bps) หรือ กิโลบิต/ วนิ าที (kbps) ในการบอกถึง ความเร็ว
ขอโมเดม็ เพอ่ื ใหง้ ่ายในการ พดู และจดจำ
2. ความสามารถในการบีบอดั ขอ้ มลู ขอ้ มลู ข่าวสารที่ส่งออกไปบนโมเดม็ น้นั สามารทำใหม้ ีขนาดกะทดั รัด ดว้ ย
วธิ ีการบีบอดั ขอ้ มลู (compression) ทำใหส้ ามารถส่งขอ้ มลู ไดค้ ร้ังละเป็นจำนวน มากๆ
3. ความสามารถในการใชเ้ ป็นโทรสาร โมเดม็ รุ่นใหม่ ๆ สามารถส่งและรับโทรสาร(Fax capabilities) ไดด้ ีเช่น
เดียวกบั การรับ ส่งขอ้ มลู หากคุณมีซอฟแวร์ที่เหมาะสมแลว้ คุณสามารถใช้ แฟคซ์ โมเดม็ เป็นเคร่ืองพมิ พ์ (printer) ไดเ้ มื่อ
เราพมิ พเ์ ขา้ ไปที่แฟคซ์โมเดม็ มนั จะส่งเอกสาร ของเราไปยงั เคร่ืองโทรสารท่ีปลายทางได้
4. ความสามารถในการควบคุมความผดิ พลาด โมเดม็ จะใชว้ ธิ ีการควบคุมความผดิ พลาด (error control) ต่าง ๆ มากมาย
หลายวธิ ีในการตรวจสอบเพอ่ื การยนื ยนั วา่ จะไม่ขอ้ มลู ใด ๆสูญหายไประหวา่ งการส่ง ถ่ายขอ้ มลู จากคอมพวิ เตอร์ เครื่อง
หน่ึงไปยงั อีกเคร่ืองหน่ึง
5. ออกแบบใหใ้ ชไ้ ดท้ ้งั ภายในและภายนอก โมเดม็ ท่ีจำหน่ายในทอ้ งตลาดทวั่ ๆ ไปจะมี 2 รูปแบบ คือ โมเดม็ แบบ
ติด ต้งั ภายนอก (external modems) และแบบติดต้งั ภายใน (internal modems)
6.ใชเ้ ป็นโทรศพั ทไ์ ด้ โมเดม็ บางรุ่นมีการใส่วงจรโทรศพั ทธ์ รรมดาเขา้ ไปพร้อมกบั ความสามารถ ในการรับ/ ส่ง
ขอ้ มลู และโทรสารดว้ ย
บรรณานุกรม
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร. กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2556.
ราษีไศล. (2557). คอมพิวเตอร์ยคุ ท่ี 1 – 5. สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 25 พฤศจิกายน 2557, จาก
http://www.oknation.net/blog/bangkoksuvarnabhumi-college/2014/01/16/entry-2
สถาบนั วฒั นธรรมศึกษากลั ยานิวฒั นา. (2555). อาเซียนกบั คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศ.
สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 24 มกราคม 2558, จาก http://culture.pn.psu.ac.th/culture/index.php?option=
com_content&view=article&id=309:-1&catid=10:2009-11-10-07-17-21&Itemid=51