ความเจริญรุ่งเรืองของ
อารยธรรมอนิ เดยี โบราณ
ประเทศอนิ เดยี
อนิ เดยี
อนิ เดยี เป็ นตน้ สายธารทางวฒั นธรรมของชาตติ ะวนั ออกชนชาตใิ น
ทวปี เอเชยี หลายชาติ เป็ นแหลง่ อารยธรรมทเี? กา่ แกแ่ หง่ หนึ?งของโลก
บางทเี รยี กวา่ “แหล่งอารยธรรมลุ่มแมน่ ํ/าสนิ ธุ”
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั อารยธรรมลุ่มแม่นํ/าสนิ ธุ ถอื วา่ เป็ นสมยั
อารยธรรม “กงึ3 กอ่ นประวตั ศิ าสตร”์ เพราะมกี ารคน้ พบ
หลกั ฐานจารกึ เป็ นตวั อกั ษรโบราณแลว้ แตย่ งั ไม่มผี ูใ้ ดอา่ น
ออก และไม่แน่ใจวา่ เป็ นตวั อกั ษรหรอื ภาษาเขยี นจรงิ หรอื ไม่
• ศนู ยก์ ลางความเจรญิ อยทู่ เี3 มอื งโมเฮนโจ – ดาโร และ
เมอื งฮารปั ปา รมิ ฝ3ังแม่นําS สนิ ธปุ ระเทศปากสี ถานในปัจจบุ นั
สนั นิษฐานวา่ เป็ นอารยธรรมของชนพนืS เมอื งเดมิ ที3
เรยี กวา่ “ทราวฑิ ” หรอื พวกดราวเิ ดยี น
เผา่ ดราวเิ ดยี น
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั พระเวท เป็ นอารยธรรมของชนเผ่าอนิ โด-
อารยนั ซงึ3 อพยพมาจากเอเชยี กลาง เขา้ มาตงัS ถนิ3 ฐานใน
บรเิ วณทรี3 าบลมุ่ แม่นําS สนิ ธแุ ละคงคา โดยขบั ไลช่ นพนืS เมอื ง
ทราวฑิ ใหถ้ อยรน่ ลงไปทางตอนใตข้ องอนิ เดยี สมยั พระเวท
แสดงถงึ ความเจรญิ รงุ่ เรอื งของศาสนาพราหมณ์ หลกั ฐานทที3 าํ
ใหท้ ราบเรอื3 งราวของยคุ สมยั นีS คอื “คมั ภรี พ์ ระเวท” ซงึ3 เป็ นบท
สวดของพวกพราหมณ์ นอกจากนียS งั มบี ทประพนั ธม์ หากาพย ์
ทยี3 งิ3 ใหญอ่ กี 2 เรอื3 ง คอื มหากาพยร์ ามายณะ
และมหาภารตะ บางทจี งึ เรยี กวา่ เป็ นยคุ มหากาฬ
เผา่ อนิ โด-อารยนั
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั พุทธกาลหรอื สมยั กอ่ นราชวงศเ์ มารยะ
เป็ นชว่ งทอี3 นิ เดยี ถอื กาํ เนิดศาสนาทสี3 าํ คญั 2 ศาสนา คอื
ศาสนาพุทธและศาสนาเชน
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั จกั รวรรดเิ มารยะ พระเจา้ จนั ทรคปุ ตป์ ฐม
กษตั รยิ ร์ าชวงศเ์ มารยะไดร้ วบรวมแวน่ แควน้ ในดนิ แดนชมพู
ทวปี ใหเ้ ป็ นปึ กแผ่นภายใตจ้ กั รวรรดทิ ยี3 งิ3 ใหญเ่ ป็ นครงSั แรกของ
อนิ เดยี
• พระพุทธศาสนาไดร้ บั การอปุ ถมั ภใ์ หเ้ จรญิ รงุ่ เรอื ง
โดยเฉพาะในสมยั พระเจา้ อโศกมหาราช ไดเ้ ผยแพร่
พระพุทธศาสนาไปยงั ดนิ แดนทงSั ใกลแ้ ละไกล รวมทงัS ดนิ แดน
ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต ้ ซงึ3 เผยแพรเ่ ขา้ สแู่ ผ่นดนิ
ไทยในยคุ สมยั ทยี3 งั เป็ นอาณาจกั รทวารวดี
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั ราชวงศก์ ษุ าณะ พวกกษุ าณะ เป็ นชน
ตา่ งชาตทิ เี3 ขา้ มารกุ รานและตงัS อาณาจกั รปกครองอนิ เดยี ทาง
ตอนเหนือ กษตั รยิ ท์ ยี3 งิ3 ใหญ่ คอื พระเจา้ กนิษกะ รชั สมยั ของ
พระองคอ์ นิ เดยี มคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งทางดา้ นศลิ ปวทิ ยาการ
แขนงตา่ ง ๆ โดยเฉพาะดา้ นการแพทยน์ อก จากนSัน ยงั ทรง
อปุ ถมั ภพ์ ระพุทธศาสนา ( นิกายมหายาน ) ใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื ง
โดยจดั สง่ สมณทตู ไปเผยแพรพ่ ระศาสนายงั จนี และทเิ บต มี
การสรา้ งพระพุทธรปู ทมี3 ศี ลิ ปะงดงาม และสรา้ งเจดยี ใ์ หญท่ ี3
เมอื งเปชะวาร ์
เจดยี ใ์ หญท่ เี5 มอื งเปชะวาร ์
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั จกั รวรรดคิ ปุ ตะ พระเจา้ จนั ทรคปุ ตท์ ี3 1
ตน้ ราชวงศค์ ปุ ตะไดท้ รงรวบรวมอนิ เดยี ใหเ้ ป็ นจกั รวรรดอิ กี
ครงSั หนึ3ง ไดช้ อื3 วา่ เป็ นยคุ ทองของอนิ เดยี มคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื ง
ในทกุ ๆ ดา้ น ทงัS ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม การเมอื ง การปกครอง
ปรชั ญาและศาสนา ตลอดจนการคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศ
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั หลงั ราชวงศค์ ปุ ตะ ( ยุคกลางของอนิ เดยี )
เป็ นยคุ ทจี3 กั รวรรดแิ ตกแยกเป็ นแควน้ หรอื อาณาจกั รจาํ นวน
มาก ตา่ งมรี าชวงศแ์ ยกปกครองกนั เอง
สมยั สุลตา่ นแหง่ เดลฮี หรอื อาณาจกั รเดลฮี
เป็ นยคุ ทพี3 วกมุสลมิ เขา้ มาปกครองอนิ เดยี มสี ลุ ตา่ นเป็ น
ผูป้ กครองทเี3 มอื งเดลฮี
ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม
สมยั จกั รวรรดโิ มกลุ พระเจา้ บาบรู ์ ผูก้ อ่ ตงSั พระเจา้ อกั บาร ์
ราชวงศโ์ มกลุ ไดร้ วบรวมอนิ เดยี ใหเ้ ป็ นปึ กแผ่นอกี ครงัS หนึ3ง มหาราช
ไดช้ อื3 วา่ เป็ นจกั รวรรดอิ สิ ลามและเป็ นราชวงศส์ ดุ ทา้ ยของ
อนิ เดยี โดยอนิ เดยี ตกเป็ นอาณานิคมขององั กฤษในปี
ค.ศ. 1858 กษตั รยิ ร์ าชวงศโ์ มกลุ ทยี3 งิ3 ใหญ่ คอื พระเจา้ อกั
บารม์ หาราช ในสมยั ของชาห ์ เจฮนั ทรงสรา้ ง “ทชั มาฮลั ”
ซงึ3 เป็ นอนุสรณแ์ หง่ ความรกั เป็ นงานสถาปัตยกรรมที3
ผสมผสานศลิ ปะอนิ เดยี และเปอรเ์ซยี ทมี3 คี วามงดงามยงิ3
ทชั มาฮลั