The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวกุลิสรา วีระสุข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-04 14:58:52

นางสาวกุลิสรา วีระสุข

นางสาวกุลิสรา วีระสุข

จรรโลงอักษร

"เมษา"
นางสาวกุลิสรา วีระสุข

ดั่งความคิด ถ่ายทอดเป็นอักษรทำนองบทกวีเล่าเรื่องราว
และความทรงจำ

คำนำ

สมุดทำมือ "จรรโลงอักษร เมษา" เป็นการรวบรวมงานบท
ประพันธ์ตลอดระยะเวลาในการเรียน รายวิซา กวีนิพนธ์ไทย ชั้นปีที่ ๑
ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๔ (ทศศ.๖๔๒) ของ นางสาวกุลิสรา วีระสุข ภายใต้
นามปากกา เมษา

งานบทประพันธ์ดังกล่าว ได้แต่งขึ้นผ่านประสบการณ์ การ
เรียนรู้ การพบเจอกับเหตุการณ์ที่นำประทับใจ เรียงร้อย เล่าความเป็น
เรื่องราวผ่านรูปแบบบทประพันธ์ประเภทต่าง ๆ อาทิ กลอนสุภาพ
กาพย์ยานี ๑๑ โคลงสี่สุภาพ ฉันท์และร่าย

งานประพันธ์ เมษา ได้ผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบ จากผู้มี
ความรู้ความสามารถด้านรายวิชา กวีนิพนธ์ไทย คือ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์
ทองสกุล อ.ประจำวิชา และ อ.สุริยา ทองคำ ที่คอยให้คำปรึกษา ชี้แนะ
การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นพระคุณอย่างสูง

"จรรโลงอักษร"
นางสาวกุลิสรา วีระสุข

สารบัญ ๑



คำนำ ๔
สารบัญ ๕
บทแนะนำตัวเอง ๖
กลอนสุภาพ ๗
กาพย์ยานี ๑๑ ๘
กาพย์ฉบัง ๑๖ ๙
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๑๐
โคลงสี่สุภาพ ๑๑
กลอนเปล่า ๑๒-๑๔
เพลงตันหยง ๑๕-๑๘
เพลงสอนน้อง ๑๙-๒๑
อินทรวิเชียร์ฉันท์ ๒๒-๒๕
ร่ายยาว ๒๖-๒๘
บทครูในดวงใจ
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์
แนะนำงานเขียนประเภทกวีนิพนธ์
สุนทรียศาสตร์ด้านความหมาย
นิราศ



บทเเนะนำตัวเอง

ตัวฉันนามว่ากุลิสราหนา มีดวงตากลมโตหน้าคมสวย

ความหมายนามของเรานั้นไม่ได้อวย เป็นผู้ช่วยที่ยิ่งใหญ่ในวงศ์ตระกูล

เมษา
๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

กลอนสุภาพ ๒
เรื่อง เสียงบอกเล่าจากชาวนา

จากเมล็ดบ่มเพาะจนเติบใหญ่ เกิดเป็นใบเขียวปนเหลืองทั่วทุ่งหญ้า
หอมระรื่นรวยรินยามโชยมา
ยิ้มเริงร่าข้าวพร้อมรอคอยเคียว
เกิดเป็นลูกชาวนาพึ่งฟ้าฝน
หนักเบาสู้ก็ไม่หวั่นสักครั้งเดียว ต้องดิ้นรนตรากตรำก้มหน้าเกี่ยว

ผืนดินเขียวบนถิ่นสุขจากชาวนา



เมษา

๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

กาพย์ยานี ๑๑ ๓
เรื่อง นกเงือก เทือกพงไพร

นกเอ๋ยนกเงือกน้อย บินล่องลอยบนเวหา
อาศัยอยู่ในป่า ถึงเพลาก็หากิน
ช่างยาวไกลชั่วชีวิน
รักแท้ที่มีให้ หมู่นกเงือกเคียงคู่กัน
เพลิดเพลินเป็นอาจิณ คอยเฝ้ารอนานนับวัน
ครองคู่กันนิรันดร
รักแน่จริงแท้หนอ
เมียลูกรักผูกมั่น เมษา
๙ มกราคม ๒๕๖๕

กาพย์ฉบัง ๑๖ ๔

เรื่อง เรือลำน้อย



ยามเรือล่องท่องจุดหมาย ลมพาชื่นกาย
น้ำใสเย็นเป็นฟองคลื่น ต้องทนคอยฝืน
ช่างหนาวเหน็บแทบสะอื้น เหนื่อยใจอย่าบ่น
พายจ้ำไปจนกล้ามล้น
เป็นเรือพายพ่ายเรือยนต์ เมษา
เหมือนได้ฝึกกำลังตน ๙ มกราคม ๒๕๖๕

กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๕
เรื่อง เด็กน้อย

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย นั่งเฝ้ารอคอย วันที่เติบใหญ่ ช่างไร้เดียงสา
เรียนเล่นปนกัน แสนซนสุขใจ วัยเด็กสดใส พินิจคิดเอย
หมั่นเก็บอดออม อย่าได้เฉยชา
เมื่อกายพรั่งพร้อม ด้วยตัวเราหนา ปลูกฝังคุณค่า
วันหน้าก้าวไกล

เมษา
๙ มกราคม ๒๕๖๕



โ ค ล ง สี่ สุ ภ า พ
เรื่อง ลมปาก

คำคนผลส่งให้ ชอกช้ำ ใจเอย
ควรกลั่นกรองและย้ำ ว่าไว้
เป็นเพียงแค่ถ้อยคำ ตกต่ำ จริงแฮ
หนีห่างไม่ควรใกล้ อย่าได้นับถือ
รุนแรง จริงฤา
ลมปากคือว่าร้าย แกร่งกล้า
หากบ่ไหวใจแข็ง เหยียบย่ำ นั้นแล
เผลอหลงเชื่อคำแฝง เหนี่ยวรั้งใจตน
จะบ่ไหวเหนื่อยล้า
เมษา
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ก ล อ น เ ป ล่ า ๗
เรื่อง วาจาคืออาวุธ




บนถนนแห่งสงครามจากเสียงพูด
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของผู้คน
จากรอบด้านถาโถมดั่งคลื่นซัด
กี่เสียงคำที่กล่าวมาเป็นหมัด
ตัวเรารู้ดีสุดว่าเรานั้นเป็นใคร

อย่าทำให้คำดูถูกกลายเป็นคำที่ถูก
จงเนรมิตคำดูถูกเป็นเพียงคำที่แสนราคาถูก
ฉะนั้นแล้วจะนำพาความสำเร็จมาซึ่งราคาแพง



เมษา

๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

เ พ ล ง ตั น ห ย ง ๘

เฟื่ องฟ้า


ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้องหยงดอกเฟื่องฟ้า
เดี๋ยวน้องจะพาเที่ยวเมืองตรัง
ให้พี่บ่าวนั้นได้โปรดมา น้ำตกนาวาเลปะการัง
โอ้พี่บ่าวจ๋า แสนสุขสมจังล่องกันสักที

เดี๋ยวน้องจะพาเที่ยวเมืองตรัง เมษา
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เ พ ล ง ส อ น น้ อ ง ๙

เพลง ระดับภาษา





ทำนอง เพลงอย่าไปน่ารักกับใครอีกนะ
ศิลปิน ทนแฮ๊ะ ได้หมดถ้าสดชื่น



รักแล้วไม่เทได้หม้าย
ภาษามี ๒ ระดับ ทางการและไม่ทางการ
งานราชพิธี คือ ทางการน้าเธอ
ส่วนราชการเอาไว้ภาษาที่แต่งตำรา
ไม่เป็นทางการนั้นแบ่งได้อีก ๓ ระดับ
ก็กึ่งทางการ ให้จำ เอาไว้ ว่าตอนจารย์สอน
ส่วนสนทนา ใช้กับคน ไม่คุ้นเคย
สุดท้ายกันเอง เอาไว้ เพียงแค่ talk with my friend
ยอมทำทุกอย่างท่องจำไปให้เธอยืนหนึ่ง



ลวิตรา

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ๑๐

เรื่อง บูชาพระคุณครู




สำนึกพระคุณครู ปิยะผู้พิเศษสอน
ท่านเตือนประทานพร มติเกื้อและเจือจุน
รติใคร่บ่ทวงคุณ
ทุ่มเทหทัยให้ อวิชาอุดมการณ์
เมตตาและการุณย์ ปิติซึ่งมหาศาล
มิริรอจะเชิดชู
ด้วยจิตระลึกถึง
ใดหนอจะเทียบทาน



เมษา

๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ร่ า ย ย า ว ๑๑
เรื่อง สรรเสริญบุญคุณพ่อแม่





พนมมือก้มลงตรงตักอุ่น สองพระคุณอุ้มชูเลี้ยงดูฉัน คอยสานฝัน
หนุนส่งทุกสถาน ดลบันดาลพบแต่สุขไร้ทุกข์ภัย สองมือใหญ่นี้หนาจะประคอง
จักปกป้องชี้แนวทางอย่าได้หลงคล้องบรรจงเป็นผู้ให้และแรงใจ ฉะนี้แล



เมษา
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

บ ท ค รู ใ น ด ว ง ใ จ ๑๒

โคลงสี่สุภาพ



พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้

เขาสูงอาจวัดวา กำหนด

จิตมนุษย์นี้ไซร้
ยากแท้หยั่งถึง

ชื่อเรื่อง : โคลงโลกนิติ

ผู้แต่ง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร

คำประพันธ์ : โคลงสี่สุภาพ

ปีที่แต่ง : พ.ศ.๒๓๗๔

ที่มา : https://www.blogging.com

กลอนสุภาพ



แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล

ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน
เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา

ชื่อเรื่อง : พระอภัยมณี

ผู้แต่ง : สุนทรภู่

คำประพันธ์ : กลอนสุภาพ

ปีที่แต่ง : รัชกาลที่ ๒

ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/273714

๑๓

กาพย์ยานี ๑๑



สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม

เสียงเส้าเร้าระดม
ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน

ชื่อเรื่อง : กาพย์เห่เรือ ตอน เห่ชมเรือ

ผู้แต่ง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง)

คำประพันธ์ : กาพย์ยานี ๑๑

ปีที่แต่ง : รัชกาลที่ ๔

ที่มา : หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ ๖

หน้า : ๘๗


อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑



พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรรค์

รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี

ดั่งนั้น ณ หมู่ใด ผิ บ ไร้สมัครมี

ร้อมเพรียงนิพัทธ์นี รวิวาทระแวงกัน

ชื่อเรื่อง : สามัคคีเภทคำฉันท์
ผู้แต่ง : ชิต บุรทัต
คำประพันธ์ : อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
ปีที่แต่ง : พ.ศ. ๒๔๕๗
ที่มา : หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๖
หน้า : ๑๒๑

๑๔

นักเรียนดีเด่นประจำสัปดาห์

ร่ายสุภาพ

ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพก
แผ่นฟากฟ้าหล้าล่มเลื่องชัยเชวง เกรงพระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิ
หาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์ ท้าว
ทั่วทิศทั่วเทศ ไท้ทุกเขตทุกด้าว น้าวมกุฎมานบ น้อมพิภพมานอบ เถลิง
พระเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี

ชื่อเรื่อง : ลิลิตตะเลงพ่าย
ผู้แต่ง : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
คำประพันธ์ : ร่ายสุภาพ
ปีที่แต่ง : พ.ศ. ๒๓๗๕
ที่มา : https://www.digitalschool.club

๑๕

วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์

โคลงสี่สุภาพ



พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้

เขาสูงอาจวัดวา กำหนด

จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง

( สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร,โคลงโลกนิติ, ๒๓๗๔,
หน้า ๑๐๙ )
สัมผัสสระ

วรรคที่ ๑ คำว่า สมุทร - สุด วรรคที่ ๓ คำว่า ดิ่ง - ทิ้ง
สัมผัสอักษร

วรรคที่ ๑ คำว่า สมุทร - สุด , ลึก - ล้น วรรคที่ ๓ คำว่า
ทิ้ง - ทอด วรรคที่ ๕ คำว่า วัด - วา

๑๖

กลอนสุภาพ

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
บิดามารดารักมักเป็นผล
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน

( สุนทรภู่, วรรณคลีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ , ๒๓๘๘, หน้า ๓๖ )
สัมผัสสระ

วรรคที่ ๑ คำว่า ว่า - อย่า , ไว้ - ใจ วรรคที่ ๒ คำว่า ล้ำ - กำ
วรรคที่ ๓ คำว่า วัลย์ - พัน , เกี่ยว - เลี้ยว วรรคที่ ๔ คำว่า ไม่ - ใน -
ใจ วรรคที่ ๕ คำว่า นี้ - ที่ วรรคที่ ๖ คำว่า รัก - มัก
วรรคที่ ๗ คำว่า พึ่ง - หนึ่ง วรรคที่ ๘ คำว่า เป็น - เห็น
สัมผัสอักษร

วรรคที่ ๑ คำว่า ว่า - ไว้ วรรคที่ ๒ คำว่า แสน - สุด , ลึก - ล้ำ
- เหลือ วรรคที่ ๓ คำว่า ถึง - เถา , เลี้ยว - ลด วรรคที่ ๔ คำว่า คด
- คน , หนึ่ง - ใน - น้ำ วรรคที่ ๕ คำว่า สอง - สถาน วรรคที่ ๗ คำว่า
พึ่ง - พึ่ง , แต่ - ตน วรรคที่ ๘ กคำาพว่าย์ยคานนี -๑๑คิด , จึง - เจรจา

วรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
ลิงลาศเลื่อนเตือนตาชม
ไคล์ บวนคามิโนเพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์

รือชัยไวว่อกงวาิ่งรมีส่วนร่วมอย่างโรดวดดเเดร่็วนจริงยิ่งอย่างลม

เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน

( เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ, วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖, ๒๕๑๓, หน้า ๘๗ )

๑๗

สัมผัสสระ
วรรคที่ ๑ คำว่า หงส์ - ทรง วรรคที่ ๒ คำว่า ช้อย - ลอย

วรรคที่ ๓ คำว่า หงส์ - ทรง วรรคที่ ๔ คำว่า เลื่อน - เตือน วรรคที่ ๕
คำว่า ชัย - ไว วรรคที่ ๖ คำว่า จริง - ยิ่ง วรรคที่ ๗ คำว่า เส้า - เร้า
วรรคที่ ๘ คำว่า เยิ่น - เดิน

สัมผัสอักษร
วรรคที่ ๑ คำว่า หงส์ - ห้อย วรรคที่ ๒ คำว่า ชด - ช้อย ,

ลอย - หลัง วรรคที่ ๓ คำว่า เพียง - พรหม วรรคที่ ๔ คำว่า ลิน - ลาศ
- เลื่อน , เตือน - ตา วรรคที่ ๕ คำว่า ไว - ว่อง - วิ่ง วรรคที่ ๖ คำว่า
รวด - เร็ว , ยิ่ง - อย่าง วรรคที่ ๗ คำว่า เสียง - เส้า , เร้า - ระ

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑



พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรรค์

รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี

ดั่งนั้น ณ หมู่ใด ผิ บ ไร้สมัครมี

พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี รวิวาทระแวงกัน

( ชิต บุรทัต, วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖, ๒๔๕๗, หน้า ๑๒๑ )



สัมผัสอักษร

วรรคที่ ๑ คำว่า ยาท - ยึด วรรคที่ ๒ คำว่า พฤติ - พรรค์

วรรคที่ ๓ คำว่า รื้อ - ริษ วรรคที่ ๕ คำว่า ดั่ง - ใด วรรคที่ ๗ คำว่า

พร้อม - เพรียง - พิทธ์ , นิ - นี วรรคที่ ๘ คำว่า วิ - วาท - แวง

๑๘

ร่ายสุภาพ

ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง
แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์
เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท

( นายนรินทร์ธิเบศร์, วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔,
๒๓๕๒, หน้า ๑๒๔ )

สัมผัสสระ
วรรคที่ ๑ คำว่า แผน - แผ่น

สัมผัสอักษร
วรรคที่ ๑ คำว่า ศรี - สิทธิ์ - ศาล , พิ - ภพ วรรคที่ ๒ คำว่า

เลอ - หล้า - ลบ -ล่ม วรรคที่ ๓ คำว่า โลง - โลก , กว่า - กว้าง
วรรคที่ ๔ คำว่า แผน - แผ่น - ผ้าง , เมือง - เมรุ วรรคที่ ๕ คำว่า ยุธ
- เยนทร์ - แย้ม วรรคที่ ๖ คำว่า แจก - จ้า - เจิด - จันทร์ วรรคที่ ๗
คำว่า เพียง - พิ - พรรณ - ผ่อง วรรคที่ ๘ คำว่า หาญ - ห้าว - แหน

๑๙

แนะนำงานเขียนประเภทกวีนิพนธ์

พระไชยสุริยา
ผู้แต่ง
พระสุนทรโวหาร ( สุนทรภู่ ) แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๓

วัตถุประสงค์ในการแต่ง
สุนทรภู่แต่งกาพย์เรื่องพระไชยสุริยาเพื่อให้เป็นแบบเรียนภาษาไทยใช้
สอนอ่านคำเทียบแก่เด็กๆหลังจากเรียนผันอักษรแล้ว เพราะจะมีบทอ่าน
เรียงลำดับตั้งแต่มาตราแม่ ก กา แล้วต่อด้วย แม่กน แม่กง แม่กก แม่
กด แม่กบ แม่กม และแม่เกย โดยเนื้อเรื่องกาพย์พระไชยสุริยาจะเป็น
นิทาน

ลักษณะคำประพันธ์
ใช้กาพย์ในการแต่งทั้งเรื่อง แต่งด้วยคำประพันธ์ถึง ๓ ชนิด ได้แก่ กาพย์
ยานี ๑๑
กาพย์ฉบัง ๑๖ และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘

เรื่องย่อ
พระไชยสุริยา กษัตริย์แห่งเมืองสาวัตถี และพระมเหสีชื่อ พระนางสุมาลี
ปกครองบ้านเมืองด้วยความผาสุก ต่อมาเสนาข้าราชการ ประชาชน
ตลอดจนพระภิกษุสงฆ์เริ่มประพฤติทราม ทำให้บ้านเมืองเสื่อมโทรม เกิด
อาเพศประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก พระไชยสุริยาจึงพาพระมเหสีลง
เรือสำเภาหนีภัย แต่กลับพบกับพายุใหญ่พัดเรือจนแตก พระไชยสุริยา
และพระมเหสีรอดขึ้นฝั่งได้ แต่ก็ต้องตกระกำลำบากอยู่ในป่า จนกระทั่ง
พบกับพระฤาษีผู้ชี้ให้เห็น “กาลกิณี ๔ ประการ” ที่เป็นสาเหตุความพินาศ

๒๐

ของบ้านเมืองและโปรดเทศนาสั่งสอนให้ทั้งสองตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม
สองกษัตริย์จึงเกิดความเลื่อมใสจึงออกบวชและบำเพ็ญธรรมจนดับขันธ์
ได้ไปเสวยสุขอยู่ในสวรรค์
ตัวอย่างบทประพันธ์
กาพย์ยานี ๑๑

สะธุสะจะขอไหว้ พระศรีไตรสรณา
พ่อแม่แลครูบา เทวดาในราศี
ข้าเจ้าเอา ก ข เข้ามาต่อ ก กา มี
แก้ไขในเท่านี้ ดีมิดีอย่าตรีชา

คุณค่าของเรื่องที่อ่าน
๑. คุณค่าด้านการสอนภาษาไทย
กาพย์พระไชยสุริยาเป็นเเบบสอนอ่านคำเทียบที่มีคุณค่าด้านการสอน
ภาษาไทยสุนทรภู่เเต่งกาพย์เรื่องพระไชยสุริยาเพื่อเป็นเเบบเรียนสอน
อ่านให้แก่เด็กๆ ได้อย่างมีหลักวิชา โดยศึกษาจำนวนคำที่มีใช้อยู่ในมาตรา
เเม่ ก.กา เเละมาตรมีตัวสะกดเเม่ต่างๆ เเล้วจึงนำคำเหล่านั้นมาผูกขึ้น
เป็นเรื่องราวนิทานได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีพระไชยสุริยาเเละพระนาง
สุมาลีเป็นตัวละครสำคัญ นับเป็นวิธีการเขียนเเบบเรียนโดยใช้วงศัพท์ที่
เหมาะกับวัยของเด็กที่ถูกต้อง

๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
วรรณกรรมของสุนทรภู่เป็นวรรณกรรมเพื่อการอ่านเขียนขึ้นเพื่อให้ผู้
อ่าน อ่านเเล้วได้รับความเพลินตามยุคสมัยที่มีผู้อ่านออกเขียนได้มากขึ้น
เเละตามรสนิยมของผู้อ่าน มีสีสันเเละสะเทือนอารมณ์อย่างง่ายๆ ดังนั้น
การนำเสนอเนื้อหาในกาพย์พระไชยสุริยาของสุนทรภู่ จึงมีความงาม
หลากหลาย เช่น มีการใช้วรรณศิลป์โดยใช้ภาพพจน์ประเภทสัทพจน์
(เลียนเสียงธรรมชาติ) ทำให้ผู้อ่านได้ยินเสียงธรรมชาติ ดังตัวอย่าง

๒๑

ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสะดานขานเสียง

ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง

๓. คุณค่าด้านสังคม
สุนทรภู่เเต่งกาพย์พระไชยสุริยาโดยเเสดงคุณค่าด้านสังคม กล่าวคือ
เสนอภาพการล่มสลายของเมือง อันเนื่องมาจากการประพฤติทุจริตของ
ผู้มีอำนาจ เหตุการณ์ในเมืองสาวัตถีจึงเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ประชาชนทุก
คนที่จะต้องร่วมใจและปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม เพื่อสร้าง
ความสงบและสันติ

สุนทรียศาสตร์ด้านความหมาย ๒๒
เรื่อง พระไชยสุริยา

๑. รสวรรณคดี

๑.๑ สัลปังคพิสัย คือ รสแห่งความโศกเศร้า เป็นบทหนึ่งที่
พรรณนาถึงความโศกเศร้าคร่ำครวญ ใช้พรรณนาบรรยากาศที่ประกอบ
ท้องเรื่องและฉากให้มีความสะเทือนใจแก่ผู้อ่าน ตัวอย่างดังนี้

ภูธรนอนเนินเขา เคียงคลึงเคล้าเยาวมาลย์
ตกยากจากศฤงคาร สงสารน้องหมองภักตรา
สร่างโศกเศร้าเจ้าพี่ระอา
ยากเย็นเห็นหน้าเจ้า มาหม่นหมองลอองนวล
อยู่ดังวังดังจันทรา จะรักเจ้าเฝ้าสงวน
นวลภักตร์น้องจะหมองศรี
เพื่อนทุกข์ศุขโศกเศร้า มิรู้สิ้นกลิ่นมาลี
มิ่งขวัญอย่ารัญจวน ที่ทุกข์ร้อนหย่อนเย็นทรวง

ชวนชื่นกลืนกล้ำกลิ่น ( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๑๐-๑๑ )
คลึงเคล้าเย้ายวนยี

จากบทประพันธ์นี้เป็นตอนที่ทั้งสองพระองค์นอนเคียงกันอยู่บน
เนินเขาพระไชยสุริยารู้สึกสงสารพระนางสุมาลีเป็นอย่างมากที่ต้องมาตก
ระกำลำบาก พร้อมปลอบใจและสัญญาว่าจะดูแลพระนางเป็นอย่างดี

5 กันยายน 2559
สนามฟุ ตบอลริชมอนด์
18.00 น.

๒๓

๑.๒ นารีปราโมทย์ คือ รสแห่งความรัก เป็นบทเกี้ยว บท
โอ้โลมแสดงในทางรักใคร่ หรือพูดจาให้อีกฝ่ายชื่นชอบ ดังตัวอย่าง

พวกผีที่ปั้นลูก ติดจมูกลูกตาพลัน
ขิกขิกระริกกัน ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ
โลกธาตุหวาดหวั่นไหว
สององค์ทรงสังวาศ เดินไม่ได้ให้อาดูร
ตื่นนอนอ่อนอกใจ
( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๑๒ )

โ ร ง เ รี ย น มั ธ ย ม ริ ช ม อ น ด์

จากบทประพันธ์นี้เป็นตอนแสดงฉากร่วมรักระหว่างพระไชย

สุริยาและพระนางสุมาลี ไม่ได้กล่าวถึงหรือบรรยายเหตุการณ์โดยตรง

แต่ใช้การพรรณาภาพธรรมชาติรอบ ๆ ที่อุตลุตวุ่นวาย และแตกต่างไป

จากเดิมแทน

๒. ภาพพจน์ของวรรณคดี

๒.๑ อุปมา คือ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง
อุปมาจะใช้ควบคู่กับอุปไมย ซึ่งอุปไมยก็คือเนื้อความที่ต้องการกล่าว
ภาพพจน์ลักษณะนี้จะมีคำที่ปรากฏอยู่ เช่น เหมือน เปรียบ ประดุจ
ราว ราวกับ ประหนึ่ง ปาน ละม้าย เสมอเหมือน เป็นต้น ดังตัวอย่าง

ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสะดาลขานเสียง พระยาลอคลอเคียง
( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๙ )
กะลิงกะลางนางนวนนอนเรียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง

5 กันยายน 2559

สนามฟุ ตบอลริชมอนด์

18.00 น.

จากบทประพันธ์นี้เป็นตอนบรรยายธรรมชาติและกล่าวถึงสัตว์ในป่า เช่น ๒๔
นกยูงทอง นกกะลิง นกกะลาง นกนางนวล นกนางแอ่น นกเอี้ยง นก
อีโก้ง ก็เดินเล่นและส่งเสียงร้องกันอยู่ในป่า

๒.๒ สัทพจน์ คือ ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ ผู้อ่านจะรู้สึก
เหมือนได้ยินเสียงเหล่านั้นด้วยตนเอง ดังตัวอย่าง

อโ่รานงเเขรีียยนกนผขมสัมกธกยกมมาเกรวิ่ยาชเมวียอนน ด์ หนูน้อยค่อยเพียร
ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย ไม้เรียวเจียวเหวย
หยิกซ้ำช้ำเขียว
กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว ( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๑๖-๑๗ )
หันหวดปวดแสบแปลบเสียว

อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ

จากบทประพันธ์นี้เป็นตอนเล่าถึงจุดประสงค์ในการแต่งกาพย์
พระไชยสุริยาที่ตั้งใจให้เป็นตำราอ่านเขียนสำหรับเด็ก พร้อมสั่งสอนให้
ตั้งใจศึกษา รู้จักเกรงกลัวครูอาจารย์

๑.๒ นารีปราโมทย์ คือ รสแห่งความรัก เป็นบทเกี้ยว บทโอ้โลมแสดงใน
ทางรักใคร่ หรือพูดจาให้อีกฝ่ายชื่นชอบ ดังตัวอย่าง

พวกผีที่ปั้นลูก ติดจมูกลูกตาพลัน
ขิกขิกระริกกัน ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ
5 กันยายสนอง2อ5งค5์ท9รงสังวาศ โลกธาตุหวาดหวั่นไหว
สตื่นนนาอมนฟอุ่ตอนบออกลใจริ ช ม อ น ด์
เดินไม่ได้ให้อาดูร
18.00 น. ( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๑๒ )

๒๕

จากบทประพันธ์นี้เป็นตอนแสดงฉากร่วมรักระหว่างพระไชย
สุริยาและพระนางสุมาลี ไม่ได้กล่าวถึงหรือบรรยายเหตุการณ์โดยตรง แต่
ใช้การพรรณาภาพธรรมชาติรอบ ๆ ที่อุตลุตวุ่นวาย และแตกต่างไปจาก
เดิมแทน

๒. ภาพพจน์ของวรรณคดี

โรงเรีย๒.น๑มัอุธปยมมา รคิืชอมกอารนเปด์รียบเทียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง
อุปมาจะใช้ควบคู่กับอุปไมย ซึ่งอุปไมยก็คือเนื้อความที่ต้องการกล่าว
ภาพพจน์ลักษณะนี้จะมีคำที่ปรากฏอยู่ เช่น เหมือน เปรียบ ประดุจ ราว
ราวกับ ประหนึ่ง ปาน ละม้าย เสมอเหมือน เป็นต้น ดังตัวอย่าง

ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสะดาลขานเสียง พระยาลอคลอเคียง

กะลิงกะลางนางนวนนอนเรียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
( สุนทรภู่, ๒๓๘๒, หน้า ๙ )

5 กันยายน 2559
สนามฟุ ตบอลริชมอนด์
18.00 น.

นิราศกลับรัง ๒๖


โอ้ตัวฉันแสนเศร้าเสียใจนัก
จำต้องพรากจากครอบครัวที่รัก ยากจะหักห้ามใจมิให้เศร้า

ต้องลาจากอ้อมอกของผู้ใหญ่ เดินทางไกลเพื่อมุ่งเดินตามเป้า

ต้องจำใจไม่มีใครคอยหยอกเย้า มีเพื่อนเฝ้าปลอบจิตคลายกังวล

สวัสดีสี่สาวสวยเพื่อนของฉัน ผ่านคืนวันที่มีเธอสุขเหลือล้น

เดินพูดคุยหยอกล้อริมถนน เราทุกคนอยากท่องเที่ยวด้วยกันจัง

วางแผนเที่ยวให้ทั่วรอบภูเก็ต ร้านไหนเด็ดร้านไหนแซ่บต้องได้สั่ง

โควิดมาทำแผนพวกเราพัง ต้องกลับรังกลับถิ่นฐานบ้านเกิด

ถึงปีใหม่ต่างแยกย้ายกันไปเที่ยว อย่าเปล่าเปลี่ยวเสพสุขให้พอเถิด

ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยแสงจ้าเจิด พร้อมเพลินเพลิดที่จะได้เยี่ยมชม

ออกจากบ้านตามถนนผ่านผืนป่า เหล่าพฤกษาโอนเอนเหมือนจะล้ม

เห็นแนวต้นสนลอยลู่ตามลม หยิบขนมลงจากรถแล้วเดินไป

มุ่งสู่ผืนทรายขาวทิวทัศน์สวย ขอเธอช่วยจำว่า เลนาใต้

สถานที่สุดชิคนั้นอยู่ที่ใด อ้อนั่นไงสะพานคนแวะเวียน

หยิบโทรศัพท์คอลหาทั้งสี่สาว เล่าเรื่องราวพบเจอแล้วแลกเปลี่ยน

ถึงคราเพื่อนแล้วหนาอย่าทำเนียน ได้เยี่ยมเยียนที่ไหนบ้างเล่ามา

บอกสุชาดาได้ไหมจ๊ะเพื่อนรัก ฉันก็ชักอยากจะรู้เที่ยวไหนหนา

เธอไปเที่ยวไหนบ้างล่ะธิดา ทุกเวลาเล่าได้เลยฉันรอฟัง

ถึงเรื่องราวของฉันแล้วหรือนี่ จะบ่งชี้ให้เธอรู้ถึงความหลัง

โรคโควิดทำให้ฉันหมดพลัง คงหมดหวัง รื่นเริงบันเทิงใจ

เหตุการณ์แรกของฉันคล้ายกับเธอ คิดเสมอจากบ้านมามิใกล้

หวนนึกถึงรอยยิ้มที่มีให้ สู้ต่อไปธิดารัตน์เพื่อตัวเอง

หลังจากนี้มีสี่สาวเป็นเพื่อนกัน ในทุกวันชวนเที่ยวไม่คว้างเคว้ง

อุปสรรคปัญหาใดอย่ากลัวเกรง จงรีบเร่งแก้ไขให้ทันกาล

อยู่ภูเก็ตเป็นเวลาครบหนึ่งเดือน ข่าวแจ้งเตือนสายพันธุ์ใหม่มาสืบสาน

ไม่สูญสิ้นโรคร้ายอันยาวนาน ย้อนวันวานเปิดไทม์ไลน์เฝ้าระวัง ๒๗๔

ถึงช่วงของเวลาวันสิ้นปี แต่ครานี้จำเป็นต้องหยุดยั้งนอนอยู่หอ

หม่นหมองได้ลองฟัง
เสียงพรุดังขึ้นฟ้าน่างดงาม
ครั้นเที่ยงคืนวันดีขึ้นปีใหม่ แต่ทำให้ดวงจิตนั้นเฝ้าถาม
จะมีทุกข์หรือมีสุขนั้นก็ตาม ทุกชั่วยามเป็นเรื่องที่เปรมปรีดิ์

วันที่ห้ามกราก็มาถึง เฝ้าคะนึงรอคอยจนวันนี้เมื่อรถมาจอด

รับกลับเร็วรี่ ทั้งน้องพี่ครอบครัวตั้งตารอ

ระหว่างทางมองเห็นแต่ทะเล ลมพัดเพเจอเรือทิ้งสมอ

ยังได้เห็นรอยยิ้มของแม่พ่อ นั่งเฝ้ารอดูตะวันไม่ลับเลือน

พื้นที่นั้นแสนกว้างหลายร้อยไร่ บ้านหลังใหญ่สีขาวไม่แปดเปื้อน

ในสระน้ำมีห่วงยางลอยกลาดเกลื่อน กระจกเลื่อนมองเห็นถึงห้องนอน

วันหยุดนี้เป็นวัยรุ่นพูลวิลล่า ทั่วท้องฟ้าสดใสสวยสมร

นำสุขนี้มาบรรยายไว้เป็นกลอน ตะวันรอนตามหาล่าของกิน

การได้มาพักผ่อนในยามสั้น คราทุกข์นั้นได้มลายหายสูญสิ้น

ถึงเวลาถ่ายรูปโพสต์แล้วเช็คอิน เก็บมาปริ้นต์เก็บไว้เป็นความทรงจำ

เล่าจบแล้วสำหรับเรื่องธิดา ถือได้ว่ามีสุขแสนเลิศล้ำ

หยุดครั้งหน้ามีที่เที่ยวให้แนะนำ จะสูงต่ำเลหรือเขาไปด้วยกัน

ต่อจากนี้คือเธอกุลิสรา ไหนเล่ามาให้ครบถ้วนอย่าเปลี่ยนผัน

ว่าเธอมีความทุกข์หรือสุขสันต์ ในช่วงวันหยุดนี่ที่ผ่านมา

เชิญเพื่อนฟังเรื่องราวของฉันนี่ หลังจากที่ตื่นก็รีบเก็บเสื้อผ้า

ออกจากเมืองในภูเก็ตกลับบ้านนา มุ่งเดินหน้าสู่เมืองตรังบ้านเรา

วันหยุดสิ้นปีนี้เวียนมาถึง เป็นที่พึ่งแสนสุขใจในยามเฉา

ได้ท่องเที่ยวร่าเริงกายที่คอยเฝ้า จะบอกเล่าถึงเหตุการณ์นี้แล้วกัน

เที่ยวครานี้หวังสนุกมิให้จาง ออกเดินทางมุ่งเข้าสู่ที่ดั่งฝัน

ลงเรือรับสายลมโกรกโบกพริ้วพลัน ไม่หวาดหวั่นลอยล่องในธารา

ถึงสักทีเกาะกระดานน้ำตื้นใส มันช่างไร้ที่ติเสียจริงหนา

หาดทรายกว้างสีขาวมองเพลินตา แม้เหนื่อยล้าจากเดินทางก็ผ่อนคลาย

คลื่นสงบลมพริ้วเบาเร้าฤดี ทะเลนี้เห็นฝูงปลาที่หลากหลาย

แหวกว่ายกันชุลมุนแสนวุ่นวาย สุขมิหายยามได้มองและชื่นชม

ถึงคราวเธอแล้วล่ะกิติมา ๒๕๘

บอกหน่อยหนาถึงวันวานที่สุขสม

เล่าเรื่องราวให้เพื่อนรักนั้นเชยชม ช่างภิรมย์อย่างไรหนอพร้อมรอฟัง

จะกล่าวถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
นั้นพบว่าชีวิตถูกกักขัง
สามอาทิตย์ที่อยู่หอก็มีทั้ง ท้อหลายครั้งจนชินจึงทำใจ

ยี่สิบสี่ธันวาเริ่มเก็บของ เป็นเพราะต้องกลับบ้านเจอผู้ใหญ่

ทั้งแม่พ่อต่างพาเดินทางไกล เพื่อจะได้รับลูกกลับถิ่นกำเนิด

ถึงปีใหม่หกห้าแล้วหรือนี่ ขอให้ปีขาลนั้นสุขสมเถิด

เที่ยวทะเลพร้อมอาหารที่รสเลิศ ทั้งเพลินเพลิดกับวิวธรรมชาติ

วันต่อมาเที่ยวกะปงน้ำพุร้อน ไปถึงตอนเที่ยงวันแล้วเจอญาติ

พากันหาของกินมิให้ขาด ทุกคนคาดอยากหยุดเวลาไว้

เรื่องราวฉันทั้งหมดก็จบลง ฉันขอส่งต่อเธอเล่าเรื่องได้

ธัญชนกเพื่อนรักเที่ยวที่ใด ป็นอย่างไรจงเล่ามาเถิดหนา

ฟังเพลิดเพลินเรื่องราวที่เพื่อนเล่า ถึงคิวเราแล้วหรือนี่ไม่รอช้า

ออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าที่พกพา เดินทางมาที่เกาะมุกทะเลตรัง

กวาดสายตามองทะเลแสนสุขสม แวะเที่ยวชมบรรยากาศที่พักนั่ง

คลื่นทะเลซัดสาดกระทบฝั่ง คอยรอฟังเสียงซู่ซ่าจากที่ไกล

มาเที่ยวชมพร้อมครอบครัวให้ครบครัน ช่างเป็นวันช่วงความสุขที่สดใส

ล่องเรือหางยาวตามสายน้ำพาไป น่าหลงใหลกับเสน่ห์ของหาดทราย

มองด้านล่างเห็นปลาเล็กปลาใหญ่ ที่อยู่ในท้องทะเลอันเป็นสาย

นักท่องเที่ยวต่างพาเก็บภาพถ่าย สุดสบายที่ได้เห็นและชื่นชม

เราต่างก็เที่ยวกันแสนเหน็ดเหนื่อย ส่งต่อเรื่อยเล่าฟังอย่างสุขสม

หวังไว้ว่าห้าสาวเราจะไม่จม ทุกข์ระทมและความโศกเศร้าหนา

จบทริปแล้วถึงตัวไกลใจไม่ห่าง ตอนนี้ช่างเป็นช่วงเหมาะจะพูดว่า

ขอผลบุญนั้นหนุนนำรักษา ให้นำพาสิ่งประเสริฐยังเรานี้

ขอพวกเราต่างสุขสมล้วนสุขสันต์ สุดท้ายวันเวลาผ่านพ้นเร็วรี่

ฟ้า พลอย แจม เมย์ มิ้ว ขอสวัสดี ความสุขีจงบังเกิดแก่เราเอย

คณะลวิตรา
๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

นางสาวกุลิสรา วีระสุข


Click to View FlipBook Version