คุณค่า
"ทานตะวัน"
นางสาวสาวิกา สงรักษ์
สวัสดีบทกวีที่ฉันคิด สวัสดีความคิดประดิษฐ์สรรค์
สวัสดีบทกวีจากใจนั้น สวัสดีทุกคนนั้นที่ดูกลอน
คำนำ
สมุดทำมือ "คุณค่า ทานตะวัน" เป็นการรวบรวมงานบทประพันธ์
ตลอดระยะเวลาในการเรียน รายวิซา กวีนิพนธ์ไทย ชั้นปีที่ ๑ ภาคเรียนที่
๒/๒๕๖๔ (ทศศ.๖๔๒) ของ นางสาวสาวิกา สงรักษ์ ภายใต้นามปากกา
ทานตะวัน
งานบทประพันธ์ดังกล่าว ได้แต่งขึ้นผ่านประสบการณ์ การเรียนรู้
การพบเจอกับเหตุการณ์ที่นำประทับใจ เรียงร้อย เล่าความเป็นเรื่องราวผ่าน
รูปแบบบทประพันธ์ประเภทต่าง ๆ อาทิ กลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ โคลงสี่
สุภาพ ฉันท์และร่าย
งานประพันธ์ ทานตะวัน ได้ผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบ จากผู้มี
ความรู้ความสามารถด้านรายวิชา กวีนิพนธ์ไทย คือ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล
อ.ประจำวิชา และ อ.สุริยา ทองคำ ที่คอยให้คำปรึกษา ชี้แนะการทำงานให้มี
ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นพระคุณอย่างสูง
"ทานตะวัน"
นางสาวสาวิกา สงรักษ์
สารบัญ ๑
๒
๓
๔
คำนำ ๕
สารบัญ ๖
บทแนะนำตัวเอง ๗
กลอนสุภาพ ๘
กาพย์ยานี ๑๑ ๙
กาพย์ฉบัง ๑๖ ๑๐
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๑๑
โคลงสี่สุภาพ ๑๒-๑๔
กลอนเปล่า ๑๕-๑๘
เพลงตันหยง ๑๙-๒๐
เพลงสอนน้อง ๒๑-๒๒
อินทรวิเชียร์ฉันท์ ๒๓-๒๕
ร่ายยาว
บทครูในดวงใจ
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์
แนะนำงานเขียนประเภทกวีนิพนธ์
สุนทรียศาสตร์ด้านความหมาย
นิราศ
๑
บทเเนะนำตัวเอง
สาวิกาชื่อนี้แม่ตั้งให้ ชื่อจริงใงคือบ่งบอกถึงตัวฉัน
มีชื่อเล่นว่าเฟิร์นใช้เรียกกัน สุดจะทันเรียกชื่อนี้ตามพอใจ
ทานตะวัน
๒ ธันวาคม ๒๔๖๔
๒
กลอนสุภาพ
เสียงดนตรีเสียงสวรรค์
เสียงดนตรีบรรเลงกล่อมดวงจิต ดังสะกิดสำเนียงพาหลงใหล
ท่วงทำนองลีลาพาเพลินใจ คล้ายอยู่ในสวรรค์ชั้นเบื้องบน
เสียงดนตรีเพลงไทยบรรเลงแว่ว เหมือนเพลงแผ่วดังเพราะต้องฝึกฝน
ความไพเราะประสานอันชอบกล อย่างต้องมนต์เสียงสีไวโอลีน
ทานตะวัน
๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔
๓
กาพย์ยานี ๑๑
คำพูดเปรียบเสมือนยกยอ
ยกยอเปรียบเสมือน คำกลบเกลื่อนหวังตายใจ
วาจาเเสนอำไพ ทำเชื่อไปแล้วนินทา
รู้จักให้พอดีหนา
ยกยอชื่นชมใคร เหมือนกับปลาที่ติดยอ
พลาดพลั้งมันขึ้นมา ปราถนาพูดคิดหนอ
ไม่ต้องขอเเต่รับมัน
ยกยอหมดคุณค่า
ความจริงไม่รีรอ
ทานตะวัน
๘ มกราคม ๒๕๖๕
๔
กาพย์ฉบัง ๑๖
วัยเด็กแสนทรมาน
เด็กเอ๋ยเจ้าเด็กวัยน้อย นับวันรอคอย
ที่เรียนรู้โลกอันใหม่ เจ้าเด็กตาใส
โรคร้ายที่เเสนอาลัย เหมือนเเค่ความฝัน
สวมใส่หน้ากากทั้งวัน
จะเที่ยวเล่นให้เร็วพลัน
โรคร้ายนั้นจะหายไป
ทานตะวัน
๘ มกราคม ๒๕๖๕
๕
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
รักแท้เจ้านกเหงือก
ความเอ๋ยความรัก ลูกเมียรู้จัก รักเเท้มอบให้
คาบเหยื่อเจือจุน ป้อนปากโพรงไม้ อยู่เเห่งหนไหน รอพ่อกลับมา
เจ้านกเงือกน้อย เจ้าต้องรอคอย พ่อกลับรังหนา
วันใดไม่กลับ พ่อหายลับหน้า ลูกเมียต้องลา ตายตามพ่อไป
ทานตะวัน
๘ มกราคม ๒๕๖๕
๖
โคลงสี่สุภาพ
เรื่อง มีวิชามีปัญญา
วิชาชาญหล่อเลี้ยง ชีพตน แลนา
ได้แก่คนฝึกฝน ใฝ่รู้
สร้างคุณค่าท่วมท้น ฝักใฝ่ ไว้ฤา
เกิดสิ่งใดได้สู้ ท่องแท้ปัญญา
พากเพียร ไว้นา
วิชาต้องเร่งรู้ เก่งกล้า
ต้องไม่เกียจคร้านเรียน อดกลั่น ดีนา
สู้ทนอ่านฝึกเขียน ซึ่งให้ภูมิใจ
เกิดเมื่อสำเร็จได้
ทานตะวัน
๓๑ มกราคม ๒๕๖๕
๗
กลอนเปล่า
ความในใจ
จะทุกข์ จะเศร้า หรือร้องไห้
ไม่มีใครคอยถามเป็นอะไร
มีแต่เราที่รับรู้และอยู่คนเดียวเสมอมา
กลายเป็นเศร้า
ที่พูดกับใคร ระบายกับใคร ไม่ได้เลย
มันคือที่สุดของความทรมาน
ทานตะวัน
๓๑ มกราคม ๒๕๖๕
๘
เพลงตันหยง
ตันหยงชบา
ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง หยงดอกชบา
วันนี้น้องนั้นจะขอมา เล่าคำปรึกษาให้พี่ฟัง
ตัวน้องนั้นเจอเเต่รุงรัง
ว่าพี่น้องเหอ กว่าจะถึงฝังนั้นลำเค็ญ
เล่าคำปรึกษาให้พี่ฟัง
ทานตะวัน
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๙
เพลงสอนน้อง
ไม่ได้อยากถาม แต่แค่อยากรู้ ว่าเธอนั้นจำได้ไหม
คำตายเหล่านี้ แค่จำง่ายเธอ เธอจำได้ไหม
สระเสียงสั้น กก กบ กด นั้น เธอจำได้ไหม
และมีคำเป็น ที่เธอต้องรู้ และจดจำมันให้ได้
สระเสียงยาว มีกง กน เกอย มี กม และ เกอว เธอจำได้ไหม
ไม่ยากเลยเธอ แค่นึกดู นึกดูให้ดี
เทพธิดา
๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๑๐
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
บูชาพระคุณครู
บูชาพระคุณครู คุรุผู้และอาจารย์
สอนศาสตร์วิชาการ ชนะเขลาเพราะเข้าเรียน
มุจะถักสลักเขียน
ศิษย์ตั้งฤดีรัก จิตน้อมมิท้อทำ
เอื้อนอ่านขยันเพียร พหุท่านพระคุณล้ำ
แนะวิถีสุซีทาง
ครูบาและอาจารย์
ศิษย์ดีเพราะครูนำ
ทานตะวัน
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๑๑
ร่ายยาว
ความรัก
หญิงชายโลกนี้ล้วนหวังได้พบ ได้สบสมหวังดั่งใจหมาย แนบชิดเคียงคู่ข้างกายใจ
เติมแรงให้ยิ้มได้ในทุกวัน ชีวิตต้องผันผ่านร้ายและดี ยังมีคนข้างกายไม่หน่ายหนี
เป็นคู่คิดที่เสริมให้มั่งคั่ง ให้สมหวังใจดังปรารถนา ทุกทิวายังยึดในคำมั่น
ด้วยสัญญาที่ผูกมิตร ด้วยดวงจิตที่ผูกพัน ยามแก่นั้นต้องจากลา
ประจักษ์ค่าด้วยถ้อยคำว่ารัก ฉะนี้แล
ทานตะวัน
๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
๑๒
บทครูในดวงใจ
โคลงสี่สุภาพ
จากเรื่อง : นิราศนรินทร์คำโคลง พันแสง
ผู้แต่ง : นายนรินทรธิเบศร์ ค่ำเช้า
แต่งปี : พ.ศ. ๒๓๕๒ เสียดยอด
ที่มา : https:/fhm.wikipedia.org แก่นหล้าหลากสวรรค์
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น
รินรสพระธรรมแสดง
เจดีย์ระดะแซง
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า
กลอนสุภาพ
จากเรื่อง : พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้ามเองการะเวก
ผู้แต่ง : พระสุนทรโวหาร (ภู่)
ปีที่แต่ง : เริ่มประพันธ์ราวปี พ.ศ. ๒๓๖๔ -๒๓๖๖ สิ้นสุดการประพันธ์
ราว พ.ศ. : ๒๓๘๘
ที่มา : htps://www.baanjomyut.com
บัดเดี๋ยวดังหรั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยดีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกลำเหลือกำหนด
ถึงเถาววัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
๑๓
กาพย์ยานี ๒๘
จากเรื่อง : พระไชยสุริยา ขึ้นใหม่ใน กน
ผู้แต่ง : พระสุนทรโวหาร (ภู่) ระคนกันไป
ปีที่แต่ง : พ.ศ. 2382 - 2385 มานอนในไพร
ที่มา : https://blog.startdee.com แทนไพชยนต์สถาน
ก กา ว่าปน
เอ็นดูภูธร
มณฑลต้นไทร
กาพย์ยานี ๑๑
จากเรื่อง : กาพย์เห่เรือ ตอน เห่ชมนก
ผู้แต่ง :เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชยฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง)
ปีที่แต่ง : ช่วงปลายสมัยอยุธยาตอนปลาย
ที่มา : หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรม ม.๖
หน้าที่ : ๕๐
เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ
สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตราตรู
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย
๑๔
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
จากเรื่อง : มัทนะพาธา
ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
ปีที่แต่ง : พ.ศ. ๒๔๖๖
ที่มา : https://slideplayer.in.th/slide
ดูก่อนสุชาดา มะทะนาวิไลศรี
ยามองค์สุเทษณ์มี วรพจน์ประการใด
นางจงทำพูลตอบ มะธุรสธตรัสไซร้
เข้าใจมิเข้าใจ ฤก็ตอบพะจีพลัน
ร่ายสุภาพ
จากเรื่อง : นิราศนรินทร์คำโคลง
ผู้แต่ง : นายนรินทรธิเบศร์
แต่งปี : พ.ศ. ๒๓๕๒
ที่มา : http://saranporn-toon.blogspot.com
ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง
แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้ แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียง
รพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้วแหนบาท
๑๕
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์
โคลงสี่สุภาพ
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า แก่นหล้าหลากสวรรค์
จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลงบทประพันธ์นี้มีการเล่นเสียง
สัมผัสสระในบทที่ 2 วรรคที่ ๑ เรือง - เรือง บทที่ ๒ วรรคที่ ๑ ระ - คะ
วรรคที่ ๓ แสง - แก้ว วรรคที่ ๔ หล้า - หลาก
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า แก่นหล้าหลากสวรรค์
จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลงบทประพันธ์นี้มีการเล่นเสียง
สัมผัสอักษรในบทที่ ๑ วรรคที่ ๑ เรือง - เรือง วรรคที่ ๓ ริน - รส บทที่
๒ วรรคที่ 3 ยล - ยิ่ง , แก้ว -ก้าว บทที่ ๒ วรรคที่ ๔ แก่น บทที่ ๒
วรรคที่ ๔ หล้า -หลาก
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า แก่นหล้าหลากสวรรค์
จากบทประพันธ์เรื่องนิราศนรินทร์คำโคลงจะเห็นว่ามีการ
ซ้ำคำ คำว่า เรือง เพื่อเน้นย้ำความหมายของเนื้อความให้ชัดเจนขึ้น
พันแสง
๑๖
นรินทรธิเบศร์./(๒๓๕๒)./สืบก้นเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.,
จากhttps://www.baanjomyut.com
กลอนสุภาพ
บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
จากเรื่องพระอภัยมณีบทประพันธ์นี้มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษร
ในบทที่ , วรรคที่ ๑ เดี๋ยว-ดัง , หง่าง - เหง่ง , วัง - เวง - แว่ว วรรกที่
๓ แล้ว -เหลียว วรรกที่ ๔ บน - บรร บทที่ ๒ วรรคที่๒ แสน - สุด ,
ลึก -ล้ำวรรถที่ ๓ เลี้ยว - ลด วรรถที่ ๔ ใน - น้ำ
สุนทรภู่โวหาร./(๒๓๖๔ - ๒๓๖)/สืบค้นเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน
๒๕๖๔,/จาก https://www.baanjomyut.com
กาพย์ยานี ๒๘
ขึ้นใหม่ในกน
ก กา ว่าปน ระคนกัน
เอ็นดูภูธร มานอนในไพร
มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน
จากบทประพันธ์เรื่องพระไขยสุริยานี้มีการเล่นเสียงสัมผัสสระ
คือ วรรคที่ ๑ คำว่า ใหม่ - ใน วรรคที่ ๒ กา - ว่า วรรคที่ ๔ ดู - ภู
วรรคที่ ๕ ใน - ไพร วรรคที่ ๖ มณ - ฑล
สุนทรภู่โวหาร./(๒๓๘๒ - ๒๓๘๕)./สืบก้นเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,/ ๑๗
จาก https://vajirayana.org
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
เสียงเจ้าสิเพรากว่า ดุริยางคะดีดใน
ฟากฟ้าสุราลัย สุรศัพทะเริงรมย์
ยามเดินบนเขินขัด กละนัจจะน่าชม
กรายกรก็เร้ารม ยะประหนึ่งระบำสรวย
จากบทประพันธ์เรื่องมัทนะพาธานี้มีการเล่นเสียงสัมผัสสระ คือ
บทที่ ๑ วรรคที่ ๓ คือ ฟ้า - รา บทที่ วรรคที่ ๑ คือ เดิน - เขิน วรรค
ที่ ๒ คือ กละ - จะ วรรกที่ ๔ คือ ยะ - ประ - ระ - สรวย
เสียงเจ้าสิเพรากว่า ดุริยางคะดีดใน
ฟากฟ้าสุราลัย สุรศัพทะเริงรมย์
ยามเดินบนเขินขัด กละนัจจะน่าชม
กรายกรก็เร้ารม ยะประหนึ่งระบำสรวย
จากบทประพันธ์เรื่องมัทนะพาธานี้มีการเล่นเสียงสัมผัสอักษร คือ บทที่ 1
วรรถที่ ๑ คือ เสียง - สิ วรรคที่ ๒ คือ คุ - ดีด วรรกที่ ๓ คือ ฟาก -
ฟ้า ารรกที่ ๔ คือ เริง -รมย์ บทที่ 2 วรรคที่ ๑ คือ เขิน - ขัด วรรคที่ ๒
คือ นัจ - น่า วรรคที่ ๓ คือ กราย - กร - ก็, เร้า - รม
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว.1(๒๔๖๖)./สืบก้นเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน
๒๕๖๔,/จากhttps://sites.google.com
๑๘
ร่ายสุภาพ
ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง
แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์
เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท
จากบทประพันธ์เรื่องนิราศนรินทร์คำโคลงนี้มีการเล่นเสียงสัมผัส
สระ คือ บทที่ ๑ วรรคที่ ๑ สิทธิ์ - พิ วรรถที่ ๓ โลง -โลก , กว่า -
กว้าง วรรดที่ ๔ แผน - แผ่น วรรคที่ ๖ แจก - แสงวรรคที่ ๘ หาญ -
ห้าว
ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง
แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์
เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท
จากบทประพันธ์เรื่องนิราศนรินทร์คำโคลงนี้มีการเล่นเสียง
สัมผัสอักษร คือ บทที่ ๑ วรรคที่ ๑ ศรี - ศาล วรรคที่ ๒ เลอ - หล้า -
ลบ - ล่ม วรรดที่ ๓ โลง -โลก - กว่า - กว้าง วรรคที่ ๔ แผน - แผ่น -
ผ้าง , เมือง - เมรุ ารรคที่ ๖ แก - จ้า - เจิ- จันทร์ วรรคที่ ๗ เพียร -
พรรณ วรรคที่ ๘ หาญ - ห้าว - แหน
นรินทรธิเบศร์./(๒๓๕๒)./สืบก้นเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
จาก https://sites.google.com/site/akanimart123
๑๙
แนะนำงานเขียนประเภทกวีนิพนธ์
๑.เรื่อง มือนั้นสีขาว
๒. ผู้แต่ง ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
๓. วัตถุประสงค์ในการแต่ง มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชูคุณค่าความ
บริสุทธิ์ และความมี
น้ำใจของมนุษย์
๔. ลักษณะคำประพันธ์ แต่งเป็น โคลงสี่สุภาพ กลอนสี่ กลอนหก
และกลอนเปล่า
๕. เรื่องย่อ "มือที่สะอาดเท่านั้น จึงทำให้โลกสะอาดได้" สะท้อน
ความเชื่อและความคิดและได้ขยายออกมาในรูปของบทกวีจำนวนทั้งสิ้น
๓๔ บท ซึ่งเป็นบทสรุปของสภาพสังคมไทยในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้เป็น
อย่างดี มีความโดดเด่นที่เป็นอัตลักษณ์คือรูปแบบของฉันท์ลักษณ์โบราณ
มาประยุกต์รวมกับฉันท์ลักษณ์ที่ผู้ประพันธ์ได้คิดดันขึ้น จนกลายเป็นรูป
แบบเฉพาะตัว"มือนั้นสีขาว" เป็นเรื่องราวของความเป็นเด็ก ผู้ประพันธ์ได้
นำมาถ่ายทอดผ่านการกระทำต่าง ๆ ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ภายในจิตใจ
ดวงตาและหัวใจของเด็ก ๆ ที่ยังไม่ถูกกิเลสเข้าครอบงำกับมุมมองของ
ผู้ใหญ่ที่มองในเรื่องเดียวกัน แต่ให้เหตุผลและมุมมองต่างจากเด็ก ในบาง
เรื่องอาจเคยเห็นในชีวิตประจำวัน บางเรื่องอาจไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิด
ขึ้นในสังคมเราด้วย ยกตัวอย่างเช่น "หลับ" เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่
เกิดขึ้นบนรถเมล์ที่แออัด ชายหนุ่มที่นั่งจับจองเก้าอี้แกล้งหลับหรือมอง
ออกนอกหน้าต่างไม่สนใจหญิงตั้งครรภ์ หรือพระสงฆ์ที่กำลังจะขึ้นรถมา
หรือในเรื่อง "เด็กกางร่ม"ที่นำเสนอเรื่องราวของเด็ก ๆ สี่คนที่อยู่ในร่มกัน
เดียวกันกับแมวอีกหนึ่งตัวท่ามกลางสายฝน ถึงแม้ทุกคนจะเปียกแต่ก็มี
ความสุขที่ได้ช่วยเหลือกัน
๒๐
เรื่อง "มือนั้นสีขาว" มีจุดเด่นอีกจุดหนึ่งซ่อนอยู่ เป็นการแทรกข้อคิดที่
ต้องหันกลับมามองตัวเองว่าเคยทำแบบที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อหรือเปล่า
หรือเป็นเรื่องราวในสังคมที่เราอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ สังคมเรานั้นการ
ปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นเป็นเรื่องยาก แต่หากสามารถทำได้เราก็อยู่ในสังคม
ได้เช่นกัน
๖. ตัวอย่างบทประพันธ์
บทที่ ๑ เด็กกางร่ม
ฟ้าคลั่งเกรี้ยวกราด ฝนสาดเม็ดคม
เด็กน้อยกางร่ม อุ้มเจ้าสามสี
บทที่ ๒ เปลี่ยน
นั่นมือเขาเริ่มเติบใหญ่ เห็นปืนจริงเป็นปืนไม้สนุกมือ
แค้นเคืองที่คุณปลูกไว้ ได้เปลี่ยนปืนไม้ที่เขาถือ
บทที่ ๓ ต่อขา
ขาต่อต่อให้ตีนยก ตีนยกยกให้หัวสูง
หัวสูงสูงให้ตาแหงน แหงนมองปองพวงดอกไม้
๗. คุณค่าของเรื่องที่อ่าน เป็นกวีนิพนธ์ที่นำเสนออุดมคติที่เชิดชู
คุณค่าความบริสุทธิ์และ ความมีน้ำใจของมนุษย์ โดยนำเสนอผ่านความ
แตกต่างของเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้เราได้แง่คิด เกี่ยวกับชีวิตและสังคม
ของเราในหลาย ๆ ด้านตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา
โดยถ่ายทอดผ่านฉันทลักษณ์ที่แปลกตาแต่สามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
กินใจและเฉียบคม
สุนทรียศาสตร์ด้านความหมาย ๒๑
ด้านรสความ
๑. พิโรธวาทัง คือ รสแห่งความโกร ธ เป็นบทตัดพ้อ บทแสดง
ความโกรธ แสดงอาการหึงหวง ประชดประชัน เปรียบเปรย เสียดสีด้วย
แฝงอารมณ์รักระคนแค้น ดังตัวอย่างจากเรื่องมือนั้นสีขาว
รถข้างหน้าชนกันกระชั้นชิด ทุ่มเถียงกูถูกมึงผิด
กระทบกระทั้งมิยั้งคิดเดียดแค้นเคือง ละเมิดกฎ เขียว แดง เหลือง
รถราวุ่นไปทั้งเมือง คุณพระช่วย ลูกพึมพำ จริงด้วยพระอยู่ไหน
( ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, ๒๕๓๑, หน้า ๖๑)
จากบทประพันธ์นี้มีการถกเถียงกันว่าตัวเองถูกแต่อีกฝ่ายนั้นผิด
ทำให้เกิดการ กระทบกระทั่งกัน คิดเคียดแค้นเคืองต่อกันอีกทั้งยังละเมิด
กฎจราจร ถูกความเจริญบังจนไม่เห็น ความผิดชอบชั่วดี
๒. สัลปังคพิสัย คือ รสแห่งความโศกเศร้า เป็นบทหนึ่งที่
พรรณนาถึงความโศกเศร้าคร่ำ ครวญใช้พรรณนาบร รยากาศที่ประกอบ
ท้องเรื่องและฉากให้มีความสะเทือนใจแก่ผู้อ่าน ดัง ตัวอย่างจากเรื่องมือ
นั้นสีขาว
พ่อแย้มความพ่ายแพ้แต่นัยนัย ลูกมิอ่านรู้ได้จากนัยนา
แสงได้ลูบไล้แววหม่น แก้วจอมซนหลับแล้วกระมังหนา
( ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, ๒๕๓๑, หน้า ๓๐ )
จากบทประพันธ์นี้พ่อเผยความพ่ายแพ้ออกมาโดยทางอ้อม และลูก
ไม่อาจอ่านความรู้สึกจากควงตาของพ่อที่แสดงความรู้สึกเศร้าเพราะลูกคง
หลับไปแล้ว
ด้านภาพพจน์ ๒๒
๑. บุคลาธิษฐาน คือ ภาพพจน์ที่กล่าวถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิต ไม่มีวิญญาณ
ให้เสมือนเป็นสิ่งที่มีชีวิต มีวิญญาณ ผู้อ่านจะมองเห็นภาพเหล่านั้น
เคลื่อนไหว ทำกิริยาอาการ มีอารมณ์ มีความรู้สึกเหมือนคน ดังตัวอย่าง
จากเรื่องมือนั้นสีขาว
ฟ้าคลั่งเกรี้ยวกราด ฝนสาดเม็ดคม
เด็กน้อยกางร่ม อุ้มเจ้าสามสี
(ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, ๒๕๓๑, หน้า ๒๐)
จากบทประพันธ์นี้เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน ให้ฟ้ามีกริยาอาการเกรี้ยว
กราดเหมือนมนุษย์
๒. นามนัย คือ เป็นภาพพจน์ที่เรียกชื่อสิ่งหนึ่งโดยใช้คำนแทน ไม่
เรียกโดยตรง ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่รู้จักกันโดยทั่วไป เมื่อกล่าวแล้วผู้คนก็
จะเข้าใจได้โดยง่าย ดังตัวอย่างเรื่องมือ
นั้นสีขาว
ฟ้าคลั่งเกรี้ยวกราด ฝนสาดเม็ดคม
เด็กน้อยกางร่ม อุ้มเจ้าสามสี
(ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, ๒๕๓๑, หน้า ๒๐)
จากบทประพันธ์นี้เป็นการใช้นามนัย ในคำประพันธ์ให้ เจ้าสามสี
เเทน เเมว
๒๓
นิราศเที่ยวใต้ไปกับมิตรภาพ
ทุกคนรู้หาดทรายทะเลใส เมืองท่องเที่ยวโด่งดังทางภาคใต้
เพื่อนสนิทจับมืออย่างเร็วพลัน ภิรมย์ใจพวกเราต่างเช็คอิน
สถานที่พักผ่อนหาดสุรินทร์ พวกเรานั้นพาไปไม่หมดสิ้น
ร่มหลากสีเตียงนอนริมชายหาด ใครได้ยินเพียงชื่อต้องมากัน
นอนอาบเเดดถ่ายรูปเเสนสุขสันต์ เสียงคลื่นสาดลมพัดอย่างไม่หวั่น
น้ำทะเลสีครามสวยสดใส เพลินทั้งวันอากาศเเสนร่มรื่น
พวกเราต่างนั่งมองกันสดชื่น เห็นเเต่ไกลผู้คนเล่นโต้คลื่น
พลางนั่งมองของกินตามแผงลอย เก็บรูปยื่นนั่งนอนไว้อวดกัน
เที่ยวเพลิดเพลินลืมหิวกันทั้งวัน ระพีคล้อยจะลับอีกแล้วนั้น
สาวิกาแนะนำร้านอาหาร รีบเร็วพลันก่อนฟ้าจะมืดไป
ทั้งซีฟู้ดทะเลขนาดใหญ่ มีของทานรสเด็ดร้านอยู่ใกล้
พอรุ่งสางพระจันทร์ยังไม่สิ้น สบายใจอิ่มแล้วพักผ่อนกัน
เดินทางต่อไม่ช้าอย่างเร็วพลัน หาดสุรินทร์พื้นที่ดั่งในฝัน
จุดหมายนั้นผู้คนมีมากมาย
แหลมพรมเทพอาทิตย์เป็นสีส้ม
พอตอนตกรู้สึกอบอุ่นกาย มาเชยชมตะวันยามตอนบ่าย
มองลงดูทะเลที่กว้างใหญ่ ดูสบายดวงตาในยามเย็น
สุภนิดาชอบในยามเย็น สุดแดนไกลขอบฟ้ามองมิเห็น
กลับมาที่ตอนขึ้นไปก็เหนื่อย คงจะเป็นสิ่งที่ละลานตา
ตอนกลับลงทางชั้นเดินเร็วมา รู้สึกเมื่อยและปวดทั่วทั้งขา
แต่คุ้มค่ากับการที่ได้เยือน
ขี่รถไปสักพักก็ถึงห้าง
ชวนกันหาซื้อผักไม่แชเชือน มันชั่งกว้างหยุดตรงบันไดเลื่อน
เมื่อถึงห้องนำผักที่ซื้อมา เราคือเพื่อนก็ต้องช่วยเหลือกัน
ในมื้อนี้จะผัดผักบุ้งกัน ไม่รอช้าหยิบผักนั้นซอยหั่น
แสนสุขสันต์จะได้นอนพักผ่อน
พอถึงเช้าอีกวันออกเดินทาง ๒๔
ไม่ว่าอะไรเพื่อนต้องมาก่อน
มุ่งเดินทางไปที่วัดฉลอง ทุกคนต่างไม่หวั่นแม่จะร้อน
ถึงเวลาตอนเที่ยงโดยประมาณ พาเที่ยวตอนในช่วงเทศกาล
มาถึงร้านก็ต้องรอตามคิว ได้เดินมองแนะนำคนทุกท่าน
มองท้องฟ้าสีครามงามหนักหนา ได้แวะทานก๋วยเตี๋ยวสี่พระยา
พอตกค่ำชวนกันกลับไปห้อง ก็นั่งหิวกับเพื่อนตามประสา
เรานั้นเยือนดินแดนเพชรดามัน มันคุ้มค่าทุกคนอย่างสุขสัน
วางแผนกันท่องเที่ยวในทุกเดือน พวกเพื่อนพ้องเล่ากันช่างน่าขัน
ตื่นขึ้นมาในช่วงตอนบ่ายสี่ ชั่งเหมือนฝันได้มาในครั้งนี้
เกศินีจะบอกเพื่อนทุกคน ต้องมีเพื่อนร่วมทางในทุกที่
สถานที่ให้เที่ยวมีมากมาย เป็นเวลาที่เรานั้นนัดหมาย
เช้าอีกวันพากันไปเที่ยวต่อ อย่ารีบล้นซื้อของกันหลากหลาย
หาดป่าตองอีกแห่งที่ต้องไป ร้านจำหน่ายของฝากกลีบบ้านไกล
ได้เห็นวิวทะเลที่สวยงาม คิดกันหนอว่าจะไปที่ไหน
ฝูงนกกาพากันบินร่อนลม เพราะว่าใครก็ต่างมาชื่นชม
ถึงเวลาตะวันใกล้ลาลับ ฟ้าสีครามพากันน่าสุขสม
ความมืดมิดกำลังคืบคลานมา ชื่นอารมณ์สดใสในสายตา
ถ่ายรูปไว้เพื่อเป็นที่ระลึก แสงระยับสีทองน่ามองหา
แหลมพรหมเทพจำไว้ให้จงดี แสงทองจ้าสุดท้าย ณ แห่งนี้
ลงจากแหลมไปต่อที่ตลาด เพื่อให้นึกว่าเคยมาถึงที่
นั่นโอ้เอ๋วของหวานที่เลื่องลือ วิวสวยมีถ่ายไว้ในมือถือ
กินอิ่มท้องพุงป่องสมอุรา
กลับถึงหออาบน้ำอย่างว่องไว ต้องไม่พลาดของกินที่ขึ้นชื่อ
นิราศห่างปากพาราพาจนบ่าย ถ้าได้ซื้อรับลองจะติดใจ
เดินมุ่งหน้ามิสนว่าสิ่งใหน
พบกันใหม่พรุ่งนี้สวัสดี
ฝนตกมาโปรยปรายแต่บ่ายสี่
๒๕
คอยรถมารับกลับมากมี เก้าวิถีมุ่งหน้ากลับกรุงไกล
ขวัญฤทัยต้องห่างต่างถิ่นแปลก จำลาแยกพัทลุงมุ่งเมืองไหน
สะพายเพออกเดินเห็นทางไกล ทิศทางใดไม่รู้เพลินดูทาง
ขึ้นรถสามแถวนั่งร่วมนักเรียน ใช้ปากเพียรถามทุกที่อยู่บ้าง
ตามทางรถมองป้ายระยะทาง รถวิ่งห่างเมืองใหญ่ไกลนรา
สามแถววิ่งสู่เมืองควนขนุน ใจยังครุ่นพอถึงแยกทางขวา
รถมุ่งตรงป้ายทางบอกออกตรงมา ไม่นานช้าถึงที่ปลายทางพลัน
กว่าจะถึงเลน้อยก็เหมือนเล่น แลมองเห็นบ้านพักกลางน้ำนั้น
ได้ห้องพักปักหมุดอีกหนึ่งวัน ช่างสุขสันต์บึงสวยรวยสุขใจ
ครันอรุณเบิกฟ้าสีครามแดง ตะวันช่างทอแสงส่องบึงใหญ่
เห็นเหยี่ยวบินร่อนเล่นมิห่างไกล กาดำไห้เสียงดังกังวานเอย
เที่ยวใต้ไปกับมิตรภาพ
ความฝัน / ทานตะวัน / ขวัญฤทัย / น้ำหวาน / หมู
ตุ๋น
นางสาวสาวิกา สงรักษ์