The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ช่างเขียนแบบต่อเรือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jui643, 2022-04-09 00:12:36

ช่างเขียนแบบต่อเรือ

ช่างเขียนแบบต่อเรือ

Keywords: dockdraw,แบบต่อเรือ

ช่างเขยี นแบบต่อเรือ

เรยี บเรยี งโดย แผนกห้องสมุด กรมพฒั นาการชา่ ง กรมอู่ทหารเรือ ปี 2565

เอกสารวชิ าการ

ชา งเขียนแบบตอ เรอื

กรมอทู หารเรือ

(จัดพมิ พเ มอ่ื กันยายน ๒๕๔๘)

สารบัญ หนา

บทที่ 1 เคร่ืองมือชางเขียนแบบตอเรอื 1

บทที่ 2 ขนาดที่สาํ คัญของเรือ 2
2.1 ความยาว 2
2.2 ความกวาง 2
2.3 ความลกึ 4
2.4 ระวางขับนํ้า 4

บทที่ 3 การเขยี นแบบลายเสน 5
3.1 การสรา งแบบรางลายเสน 5
3.2 แบบลายเสน 6
3.2.1 รูปคร่งึ ความกวา ง 6
3.2.2 รูปดา นขา ง 7
3.2.3 รูปรอยตดั ตามขวาง 7
3.3 ออฟเซท 7
3.4 ขั้นตอนการเขยี นแบบลายเสน 10
3.4.1 ตีเสนกริด 10
3.4.2 เขยี นรูปดา นขาง 11
3.4.3 เขียนเสน โคงแนวนํ้า 11
3.4.4 เขยี นรูปตดั กลางลําตามขวาง 11
3.4.5 เขยี นเสน บัททอค 11
3.4.6 ปรับแตงความสัมพนั ธร ะหวางเสน 12
3.4.7 ตรวจสอบความถกู ตอ งของเสน 12
3.4.8 ปรบั แตง เสน โคง ตา ง ๆ 12

บทท่ี 4 แบบเรียบเรยี งท่วั ไป 19
4.1 สว นสําคัญของแบบเรียบเรยี งท่วั ไป 19
4.1.1 สว นระวางบรรทุก 19

4.1.2 สว นที่อยูอาศัยของเจาหนาที่ 19
4.1.3 สวนท่ีพกั ผูโ ดยสาร 19
4.1.4 สว นควบคุมการเดินเรอื 19
4.1.5 หองครัวและหองอาหาร 19
4.1.6 หองเกบ็ ของ 19
4.1.7 หองเคร่ืองจักร 19
4.1.8 ถงั นาํ้ 19
4.2 การเขียนแบบเรียบเรยี งทว่ั ไป 20
4.2.1 รูปดานขางภายนอก 20
4.2.2 รูปดา นขางภายใน 20
4.2.3 รปู แปลน 20
4.3 ข้นั ตอนการเขยี นแบบเรยี บเรยี งทวั่ ไป 20
4.3.1 เขียนรปู ดา นขา ง 20
4.3.2 เขยี นรูปแปลน 23

บทท่ี 5 การเขยี นแบบโครงสรา งตัวเรือ 24
5.1 ช่ือแนวแผน เหลก็ 27
5.2 ฝากัน้ 27
5.3 ข้ันตอนการเขยี นแบบโครงสราง 28



บทที่ 1

เครอ่ื งมอื ชางเขยี นแบบตอ เรือ

เครอื่ งมอื สําหรับชา งเขยี นแบบตอเรือ กไ็ มแตกตางไปจากชางเขยี นแบบทว่ั ๆ ไป คอื
ประกอบดว ย โตะ เขียนแบบ ไมท ีสแควร(T – SQUARE) ไมฉ าก(SET – SQUARE) ไมบรรทดั
มาตราสวน (SCALE) ดินสอ ยางลบ กระดาษไขเขยี นแบบ และเครื่องมืออื่น ๆ ทีม่ คี วามจําเปนทใ่ี ชใ น
การเขยี นแบบ แตส ําหรบั ชา งเขียนแบบตอ เรอื จะมีอุปกรณและเครื่องมอื ทเ่ี พ่มิ ขึ้นบา ง เชน กระดาษ
ไขเขยี นแบบควรใชอยางมคี วามหนามากกวา ปกติ เน่อื งจากกระดาษไขท่มี คี วามหนาจะมคี ณุ สมบตั ิ
ในการยืดหดนอ ยกวา เนอ่ื งจากแบบตอเรอื ตองมกี ารวดั ระยะอยา งคอ นขางละเอยี ด และใชเวลา
คอ นขา งนาน ฉะนั้นกระดาษทใ่ี ชเขียนแบบ ควรมีความยดื หรอื หดนอ ย เพราะจะทําใหระยะทว่ี ัดไวไม
คลาดเคล่อื น สาเหตุท่ีทําใหก ระดาษยดื หรอื หดก็คอื การเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิของอากาศ

เคร่อื งมอื ที่มีความจาํ เปน ท่ีสดุ สําหรับชางเขยี นแบบตอ เรอื คือ ไมบรรทัดโคง
(SHIP- CURVE) ไมบ รรทดั โคงนจี้ ะมรี ูปรางและลกั ษณะความโคง ท่ีแตกตางกนั เชน มีความโคง
มากโคงนอย ยาวและสน้ั แตกตางกัน ชา งเขียนแบบตอ เรือจะตอ งมีความชาํ นาญในการใชไมบ รรทดั
โคง ไมบ รรทัดโคง นี้ ทําดว ยพลาสติกใส และมคี วามหนาไมม าก ฉะนัน้ ชางเขยี นแบบตอ เรือท่ีดี
จะตอ งเกบ็ รักษาและใชอยางระมดั ระวัง หมน่ั เชด็ ทาํ ความสะอาด และอยา ใหขอบไมบรรทดั โคงบ่ิน
หรือหกั ได

สําหรับการใชไ มบ รรทดั โคงนนั้ ผทู จ่ี ะเริ่มเปนชา งเขียนแบบตอ เรือ ควรฝก การใชไ ม
บรรทัดโคง ใหเ กดิ ความชํานาญ เมอ่ื ปฏบิ ัตกิ ารเขยี นแบบเรือจริง ๆ จะทาํ ใหการเขียนเสน โคง
ออกมา เรียบรอ ยสวยงามและรวดเรว็ การฝก การใชไมบ รรทดั โคง ทาํ ไดโ ดยการใชป ลายดินสอ จดุ ลง
บนกระดาษ โดยใหมีระยะหา งกันพอสมควรประมาณ 10 ซม. โดยใหม จี าํ นวนจดุ อยางนอย 3 จุด
เพราะการเขยี นเสน โคง ใหสวยงามนนั้ จะตอ งใหผานจดุ อยา งนอ ย 3 จุด ในการฝกการเขียนเสนโคง
ควรฝก เขียนใหมลี กั ษณะความโคง ตา ง ๆ กัน เชน มีความโคง มาก โคงนอ ย หรอื โคง กลับทาง เปน ตน

ในการเขยี นแบบลายเสน จะตองมีการถา ยระยะจากรปู หนง่ึ ไปยังอกี รปู หน่ึง วธิ ที จี่ ะ
ทําใหการถายระยะไดรวดเรว็ และมีความคลาดเคลอื่ นนอ ยก็จะใชแ ถบกระดาษธรรมดากวางประมาณ
2 ซม. สวนความยาวข้ึนอยกู บั ขนาดของแบบท่กี าํ ลังเขยี น แถบกระดาษน้เี รียกวา TICKER TAPE

สว นวิธกี ารใชก ระดาษ TICKER TAPE จะไดอธิบายในเรื่องการเขยี นแบบลายเสน
ตอ ไป

บทที่ 2

ขนาดทส่ี ําคัญของเรอื

ขนาดของวตั ถรุ ปู ทรงสเ่ี หลย่ี มผืนผา แทง ตนั (BLOCK) จะบอกระยะความยาว ความ
กวา งและความสูง การบอกขนาดของเรอื ก็ไมแ ตกตางกนั ไปจากรูปทรงส่ีเหล่ยี มผนื ผา แทงตัน เพราะ
เรอื ท่มี รี ูปรา ง รูปทรงตา ง ๆ กนั ก็ลวนเกดิ จากรูปทรงสีเ่ หลีย่ มผืนผาแทงตนั เพียงแตท รวดทรง
ของเรือไดรบั การปรบั ปรุงรปู ทรงสวนหวั และทา ยเรือใหม ลี กั ษณะเรยี วแหลม เพอื่ ลดความตา นทาน
ของน้ํา เมอื่ เปนเรือแลวจะมีขอมูลท่ีสําคัญของเรือเพม่ิ ขึ้น เชน ระยะกนิ น้ําลกึ และระวางขบั นํา้ สวน
รายละเอยี ดของขนาดและขอ มูลทส่ี าํ คัญมดี ังน้ี

2.1 ความยาว ( LENGTH )
2.1.1 ความยาวท้งั หมด (LENGTH OVER ALL : LOA) คอื ความยาวทัง้ หมด

ของเรอื วดั ไปตามความยาวของเสนศูนยกลางลําเรือจากหัวเรือสุดไปยงั ทา ยเรอื สดุ
2.1.2 ความยาวแนวนํ้าออกแบบ (DESIGN WATER LINE : DWL) คือความ

ยาวสวนทจี่ มน้ําของเรอื โดยวัดจากจดุ ตัดของทวนหวั ตดั กบั ผิวนํา้ วัดตามเสน ศนู ยก ลางลําเรือ ถึงจดุ ตดั
ของแผน ปดทา ยกบั ผิวนา้ํ ความยาวนเี้ กดิ ข้ึนจากผลการคาํ นวณหาระวางขับนาํ้ ของเรอื ในเบอ้ื งตน
ของการออกแบบ และความยาวแนวนาํ้ ออกแบบนจี้ ะนาํ ไปใชในการคํานวณอน่ื ๆ อกี เชน ความเรว็
ของเรือ ขนาดเครอื่ งยนต ขบั เคลอื่ นเรอื และการทรงตวั ของเรือ

2.1.3 ความยาวระหวา งเสน ตง้ั ฉาก (LENGTH BETWEEN PERPENDI -
CULARS : LBP) คือ ความยาวระหวา งเสน ตั้งฉาก ลากไปตามเสนศนู ยก ลางลําเรือจากเสน ตงั้ ฉาก
หวั ไปถงึ เสน ตง้ั ฉากทา ย เสน ต้ังฉากหวั (FORWARD PERPENDICULAR : FP) คือ เสนต้ังฉาก
กบั เสน ฐานตดั ผานเสนทวนหวั ตดั กับเสนแนวนาํ้ ออกแบบ เสนตัง้ ฉากทา ย (AFTERWARD
PERPENDICULAR : AP) คอื เสนตัง้ ฉากกับเสนฐานลากไปตามเสน ศนู ยก ลาง กานหางเสือตดิ อยูท่ี
ทวนทาย ทวนทายนจ้ี ะมอี ยใู นเรอื สินคา หรือเรอื บรรทกุ ของเหลว เปน ตน ความยาวนจี้ ะไมนาํ ไปใช
ในการคํานวณหาระวางขบั นา้ํ ของเรือ ความยาว DWL. และความยาว LBP. อาจจะมีความยาวเทา กนั
หรือเกอื บจะเทากนั แตส ว นมากความยาว DWL. จะมากกวาความยาว LBP. (ดูรูปที่ 1)

2.2 ความกวาง (BREADTH, BEAM : B)
2.2.1 ความกวา งเสน ขอบ (BREADTH MOLD) คอื ระยะความกวางของเรือ

ทแ่ี นวนาํ้ ออกแบบกลางลาํ ไมร วมความหนาแผนเหลก็ เปลอื กเรอื ความกวา งนีจ้ ะนาํ ไปใชใ นการ
คาํ นวณหาคาตา ง ๆ ของเรอื เชนระวางขบั น้าํ เปน ตน

3

2.2.2 ความกวางทัง้ หมด (EXTREME BREADTH) คือ ความกวางนอกสดุ ของ
เรือ โดยวดั จากสว นนอกสดุ ของเรอื จากกราบหน่ึงไปอีกกราบหนึง่ วดั เปน แนวตงั้ ฉากกบั เสนศนู ยล าง
ลําเรือ

4

2.3. ความลกึ (DEPTH)
2.3.1 ความลกึ เสนขอบ (MOLD DEPTH) คอื ความสงู วัดตามแนวดิ่งทค่ี ร่ึง

ความยาวแนวนํ้าออกแบบโดยวดั จากเสน ฐาน (MOLD BASE LINE ) สูงถึงใตแนวแผนเหลก็ ดาดฟา
ขางเรือ (DECK @ SIDE) ความลกึ เสนขอบน้จี ะไมร วมความหนาของแผน เหลก็ ทองเรอื และแผน
เหล็กดาดฟา

2.3.2 กนิ น้ําลึกเสนขอบ (MOLD DRAFT) คือความสูงวัดตามแนวดง่ิ ทค่ี รึง่
ความยาวแนวนาํ้ ออกแบบโดยวดั จากเสนฐาน สงู ถึงเสนแนวนํา้ ออกแบบ ความลึกนีจ้ ะไมรวมความ
หนาของแผนเหล็กทอ งเรอื

2.3.3 กินน้าํ ลึกกระดกู งู (KEEL DRAFT) คือความสูงวัดตามแนวดง่ิ ทคี่ ร่ึง
ความยาวแนวน้าํ ออกแบบ โดยวดั จากใตก ระดกู งู สูงถงึ เสนแนวนา้ํ ออกแบบ ระยะกนิ นํ้าลกึ ของ
กระดูกงูนี้ คือ ระยะกนิ น้ําของเรอื ท่แี ทจรงิ (ดรู ูปที่ 2 )

2.4 ระวางขับนา้ํ (DISPLACEMENT : Δ )
คอื นา้ํ หนักของเรือขณะลอยนาํ้ ซง่ึ ประกอบดวยน้ําหนักของเรอื และสงิ่ ของ

ทกุ อยา งทอี่ ยูบนเรือ นา้ํ หนกั ทงั้ หมดของเรอื น้ี จะเทา กับนํา้ หนกั ของนาํ้ ท่ีถูกเรือแทนที่

รปู ท่ี 2 แสดงความลกึ ในระดับตา ง ๆ

บทที่ 3

การเขยี นแบบลายเสน

3.1 การสรา งแบบรางลายเสน
ในการออกแบบลายเสนเพอ่ื กาํ หนดรปู ทรงตวั เรือในวธิ แี รก คอื ผอู อกแบบหรอื

ผสู รางเรอื จะสรา งหนุ เรือจาํ ลองดวยไม (SHIP MODEL) ยอ สวนจากเรือจรงิ ประมาณ 50 – 100 สวน
โดยใหห นุ เรือจาํ ลองน้ีมรี ูปลักษณะและทรวดทรงของเรอื ตรงกับความตอ งการของผอู อกแบบ หรือ
ผูสรา งเรอื

การทําหนุ เรอื จาํ ลองดว ยไมน ้ี ชางไมจ ะทําแผนไมก ระดานทมี่ ขี นาดยาวและกวาง
กวา หนุ เรอื จาํ ลองเล็กนอย สว นความหนานนั้ ขึน้ อยูกับวา ตอ งการจะวดั ระดบั กนิ นํ้าลึกของเรอื ใน
ระดับใดบาง จากนนั้ ชางไมจ ะนาํ ไมไ ปผ่งึ แดด หรอื อบใหแ หง เพ่ือปอ งกันการยดื หดของไม

เมอื่ แนใจวาไมแ หงสนทิ ดแี ลว ชางไมก็จะนาํ แผน ไมมาวางซอนกัน และยดึ ตดิ ดว ย
กาวทาไมท ับใหแ นน เมอื่ กาวแหงสนทิ ดแี ลว กจ็ ะไดแ ทง ไมท รงส่เี หล่ยี มผนื ผา (BLOCK) ชางไมก ็จะ
ทําการเหลาทอ นไมนัน้ ใหเปน รปู ทรงของตัวเรอื ตามทผ่ี อู อกแบบตองการ (ดรู ปู ท่ี 3)

รูปที่ 3 แสดงหุนเรอื ทําดว ยไม (SHIP MODEL)

ผอู อกแบบจะทาํ การแบงเสน ความยาวแนวนํา้ ออกแบบ ออกเปน 10 สวนเทา ๆ กนั
ดว ยเสน รอยตดั แนวตงั้ ตามขวาง (STATION) ทาํ มุมฉากกบั เสน ฐาน (BASE LINE) โดยใหเ สนรอย
ตัดแรกอยูท ่ีเสน ตั้งฉากหวั (FP.) คอื STA.O ตอ ไปกค็ ือ STA.1 จนถงึ STA.10 จะอยทู เี่ สน ตงั้ ฉาก
ทายเรอื (AP.) ผูออกแบบจะวัดระยะจากเสน อา งองิ คอื เสนศนู ยก ลางลาํ เรือ เพ่ือวัดความกวา งของรอย
ตดั แนวนาํ้ และจะใชเ สน ฐานเปน เสน อางองิ เพือ่ ตอ งการวดั ความสูงของระดบั กินนํ้าลกึ ของเรือท่ี
ระดบั การกนิ นา้ํ ลึกตาง ๆ (ดูรูปที่ 4 )

คา ตัวเลขระยะตา ง ๆ ที่วดั ไดจ ากทางสงู และทางกวางนี้ ผูออกแบบจะรวบรวมอยใู น
รูปของตารางคอื ตารางของออฟเซท (TABLE OF OFFSET)เพ่ือใหช างเขยี นแบบนําตวั เลขระยะ
ตาง ๆ ไปเขียนเปน แบบรางลายเสน

6

วธิ ีท่สี องที่จะสรางแบบรา งลายเสนคอื เม่ือผูออกแบบไดค ํานวณหาระวางขบั นํ้าของ
เรอื เรยี บรอ ยแลว กจ็ ะสามารถรูไดวา เรอื ที่จะสรา งควรมขี นาดยาว กวา ง สงู เทา ใด วธิ ีที่งา ยและ
ประหยดั เวลาคอื การนาํ แบบรูปทรงตวั เรือทไี่ ดม ีการสรา งขนึ้ และใชง านไดอยา งดมี าเปน แนวทางใน
การออกแบบ แตถึงอยางไรก็ตอ งมกี ารปรับปรุงบางในบางสวน เพ่ือใหต รงกบั ความตอ งการของ
เจาของเรือหรอื ผูใ ชเรอื

แบบรา งลายเสน ที่ไดมาจากทง้ั 2 วธิ นี ้ี ตา งกเ็ ปน เพยี งแบบรางลายเสน ในเบ้ืองตน
(PRELIMINARY LINES) เทานน้ั

รปู ท่ี 4 แสดงการวดั ระยะออฟเซทจากหุน เรือจาํ ลอง

3.2 แบบลายเสน (LINES DRAWING)

รูปรา งและทรวดทรงของเรอื ท่ีมคี วามโคง และเมือ่ นาํ ความโคงของเรอื เขียนลงใน
กระดาษในแนวระนาบ คือ ราบแบนเรียบ เรียกวา “ แบบลายเสน ” แบบลายเสน เปนแบบท่ตี องการ
ใหเ ปนรปู รางและรูปทรงของเรอื ในมุมมองท้ัง 3 รูป

ในแตล ะรูปจะประกอบดว ยเสนโคง และเสนตรง เชน ในรูปดานขา ง จะรวบรวมเสน
โคง ตา ง ๆ ทีเ่ กิดจากรอยตัดตามยาวของเรอื หลายรอยตดั แตล ะความโคง ของรอยตัดจะวางซอ น ๆ
กัน เสนโคงและเสนตรงในแตล ะรปู ตางกม็ คี วามสัมพนั ธกันทงั้ 3 รูป หมายความวา การจะเขยี นรูป
ใดรปู หนึ่งกจ็ ะตองเอาตัวเลขระยะตา ง ๆ จากอกี 2 รูปท่ีเหลอื มาเปน ขอ มลู ในการเขยี น (ดรู ูปที่ 5)

ในแบบลายเสน จะประกอบดวยรปู ท่สี ําคญั 3 รปู และเสนพเิ ศษ 1 เสน คอื เสน ตรวจ
หรือเสนทแยง (DIAGONAL) และตารางออฟเซท ( TABLE OF OFFSETS) รูปท่สี ําคัญ 3 รปู
(ดรู ูปที่ 6) ประกอบดว ย

3.2.1 รูปครึ่งความกวาง (HALF BREADTH PLAN) ถา เปนการเขยี นแบบในแขนงวชิ าอื่น
เชน งานเขยี นแบบโยธา หรือการเขยี นแบบดานกลจกั ร รูปนี้จะเรยี กวา รปู แปลน หรือรปู TOP
VIEW แตใ นแบบลายเสน เรือ ไมนยิ มทจี่ ะเลือกรปู ครง่ึ ความกวางน้วี า รูปแปลน หรอื รูป TOP VIEW
ทง้ั ๆ ที่รูปนี้ก็มองจากดา นบนเหมอื นกนั ในรูปครึ่งความกวา งนี้แสดงใหเ หน็ เสนรอบรอยตัด
แนวนอนขนานกับเสน ฐาน (BASE LINE) เสนรอบรอยตัดนี้คอื เสน แนวนํา้ ( WATER LINE)

7

ของเรอื ในระดบั กนิ นํ้าลกึ ตา ง ๆ กัน ในรูปนจ้ี ะมเี สน รอยตัดแนวตง้ั ตามขวาง คือ เสน รอยตัด
(STATION) และเสนบทั ทอค (BUTTOCK) เปน เสนตรง สว นเสนดาดฟาปากเรอื (DECK @ SIDE)
และเสน แนวนา้ํ (WATER LINE) จะเปน เสนโคง รปู ครึ่งความกวา งน้ี ถาจะเขียนใหส มบูรณ ก็จะ
จะตอ งเขยี นทงั้ 2 กราบ คือกราบซายและกราบขวาแตเ น่อื งจากเรอื มรี ปู รา งและทรวดทรงเหมอื นกัน
ทั้ง 2 กราบ เพอื่ เปนการประหยดั เวลาจงึ เขียนเพยี งครึ่งลาํ คอื กราบซายกราบเดยี ว (ดูรูปท่ี 7)

3.2.2 รปู ดานขา ง (PROFILE) รปู ดา นขาง คือ รปู ท่ีมองทางดานขา งตามยาว
โดยทวั่ ไปจะเขยี นโดยหนั หวั เรอื ไปทางขวามอื ในรปู นจี้ ะเหน็ ทางกราบขวา จะแสดงใหเ ห็นโครงราง
ของทวนหวั และทวนทาย และความงอนของดาดฟา จุดประสงคห ลัก เพ่ือตองการแสดงใหเหน็ ถึง
รูปทรงของหุนเรอื ผา ความยาวที่เสนศนู ยกลางลาํ เรอื และเสน โคง รอยตดั ตามยาวขนานกบั เสน
ศนู ยกลางเรือ เรยี กวา เสน บัททอค ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะแสดงตาํ แหนงของรอยตดั ตามขวาง
(STATIONS) และเสน แนวนํ้าในระดับกนิ นา้ํ ลกึ ตา ง ๆ กัน เสนรอยตดั ตามขวางและเสน แนวนํา้ นีซ้ ึ่ง
เปนเสนขอบรอบรอยตดั ผิวหนุ เรือน้นั จะเปน เปน เสน ตรง สว นเสน ความงอนดาดฟา เสนรอบรอยตัด
ทีศ่ นู ยก ลางลาํ เรือ และเสนบทั ทอค จะเหน็ เปน เสน โคง (ดูรูปที่ 8)

3.2.3 รูปรอยตัดตามขวาง (BODY PLAN) รูปรอยตดั ตามขวาง คอื รูปที่มองเหน็
เสน โคง ท่ีขอบรอยตดั ตามขวางของรูปทรงเรือในระยะรอยตดั ตาง ๆ ท่วี างซอ นกันในแนวระนาบ ใน
รปู น้กี ็จะมองเหน็ ลักษณะความนูนของดาดฟา เสน รอยตดั แตล ะเสนจะเหน็ เปน เสนโคง ในขณะเดยี ว
กันกจ็ ะเหน็ เสน แนวน้าํ และเสน บัททอคเปน เสนตรง

รปู รอยตัดตามขวางจะเขียนเพยี งกราบเดยี ว คอื รปู สว นหวั ตง้ั แตกลางลาํ ถึงหัว
เรือจะอยูทางดา นขวาของเสน ศูนยก ลางลําเรอื และทีร่ ปู ตดั สว นทา ยตง้ั แตก ลางลําถึงทายเรือจะอยู
ดา นซายของเสนกลางลําเรือ

สวนเสน ท่ีเพิม่ ขน้ึ คอื เสน ตรวจ หรือเสน ทแยง (DIAGONAL) คือ เสนน้จี ะ
แสดงใหเ หน็ ทรวดทรงตามความยาวของเรอื ทส่ี วนทองเรอื ที่อว นทสี่ ดุ (BILGE) เสนทแยงน้คี วรเปน
เสนตั้งฉากกบั เสน รอยตัดหนุ เรอื และในรปู นีเ้ สนตรวจจะเหน็ เปนเสน ตรง สวนเสนทแยงทแี่ สดง
ทรวดทรงของเรือทแี่ ทจรงิ รวมอยทู ใ่ี ตร ปู ครงึ่ ความกวาง (ดรู ปู ที่ 1)
3.3 ออฟเซท ( OFFSETS )

ระยะหา งจากตําแหนง หรือเสน อา งองิ ไปที่เสนรอบนอกของหุน เรอื ระยะนีเ้ รยี กวา
ระยะออฟเซท ตําแหนงหรอื เสนอา งอิงในแบบลายเสน คือ เสน ฐานและเสน ศนู ยก ลางลาํ เรือ เม่ือ
กาํ หนดใหเ สนฐานเปนตาํ แหนง หรือเสน อางอิงท่จี ะวดั ระยะใหส ูงขน้ึ ไปจากเสน ฐานเรียกวา ระยะสงู
จากเสน ฐาน และถากําหนดใหเสน ศนู ยกลางลําเรอื เปน ตําแหนงหรือเสน อา งอิงทีจ่ ะวดั ระยะออกไป
ทางความกวา งของเรอื เรยี กวา ระยะ คร่งึ ความกวา ง เมือ่ ระยะออฟเซทมากขึน้ เพอ่ื ความเรียบรอ ยจึง
รวบรวมเอาไวใ หอ ยใู นตารางเดียวกนั เรยี กวา ตารางออฟเซท (ดูรปู ท่ี 9 และ 10 )

8

การปฏบิ ตั ิงานโดยทัว่ ไปของอูตอ เรอื เม่ือจะสรา งเรือนนั้ จะตอ งมีการดดั โคง กงเรอื
ทกุ กงและกงเรือทกุ กงนัน้ จะตอ งมคี วามสมั พันธและมจี ุดสัมผสั เสนโคงทต่ี อเนือ่ งกันเพอื่ ใหแผน
เปลอื กเรอื มีความโคง ราบเรียบ การทจ่ี ะทาํ เชนน้ีไดน น้ั จะตอ งนาํ ลายเสนและตารางออฟเซททีม่ อี ยูใ น
แบบลายเสนไปเขียนแบบลายเสน ใหมบนพ้นื ไมวา ง ๆ ผนื ใหญ เรยี กวา ลานขยายแบบ โดยให
ลายเสน ทเ่ี ขยี นใหมน ม้ี ขี นาดเทา เรือจริงเรยี กวา การขยายแบบ (ดรู ูปท่ี 11)

รปู ที่ 5 แสดงความสมั พนั ธของเสน ในแบบลายเสน

รูปที่ 6 แสดงเสนแนวน้ํา เสน รอยตดั และเสน บทั ทอค

รปู ที่ 7 การตัดหุนเรือในแนวระดับเพอ่ื แสดงเสนโคงแนวนาํ้ รูปที่ 8 การตัดหุนเรอื ในแนวตั้งเพ่ือแสดงเสน บัททอค

9

รูปที่ 9 แสดงระยะออฟเซทของเสน บัททอคและเสน แนวนํา้

รูปท่ี 10 เสนโคง ผิวนอกหุนเรอื คร่งึ ลําแสดงใหเหน็ ระยะออฟเซท
ของเสน แนวน้ํา เสนบทั ทอค และรอยตัดตามขวาง

10

รปู ท่ี 11 แสดงการขยายแบบลายเสนบนลานขยายแบบ

เมื่อชางขยายแบบทําการสรา งลายเสนเทาเรอื จรงิ แลวกจ็ ะวดั ระยะออฟเซทลงใน
ตารางออฟเซททีท่ าํ ข้ีนมาใหมทม่ี คี วามถกู ตอ งกวาตารางออฟเซทชดุ เดมิ ทีว่ ดั จากแบบซ่ึงถกู ยอ สวน
ลงไปเลก็ มาก และจะสง ตารางออฟเซทชุดใหมก ลับไปท่หี นว ยงานออกแบบเพอ่ื ใหช างเขียนแบบ
ไดแกไ ขตัวเลขในตารางออฟเซทใหถ ูกตอ ง
3.4 ข้ันตอนการเขยี นแบบลายเสน

ชา งเขยี นแบบไดรบั แบบรางและตารางออฟเซทจากผูอ อกแบบแลว ก็ใหเ ร่มิ ทาํ การเขียน
แบบลายเสน โดยใหม ีมาตราสว น (SCALE) 1 : 50 หมายความวา ถา จะสรา งเรอื จริงจะตอ งนาํ แบบ
ลายเสน นี้ไปขยายใหใ หญข นึ้ 50 เทา การเขียนแบบลายเสน มหี ลายขนั้ ตอนโดยใหเ รม่ิ ข้นั ตอนแรกคอื

3.4.1 ตเี สน กรดิ คือเสน ท่ลี ากตดั กนั เปน รูปสี่เหลยี่ มและมรี ายละเอยี ดของเสน โคง รอบ
นอกหนุ เรอื อยูภ ายในกรอบส่ีเหลย่ี มนน้ั เสน กริด ก็คอื เสนกรอบสีเ่ หลยี่ มทล่ี อ มรอบเสนโคง หนุ เรือ
นน้ั เอง ขนาด ความยาว ความกวา ง และความสูงของกรอบส่ีเหลย่ี มจะเทาขนาดของเรือ

3.4.1.1 แบงระยะความยาวแนวน้ําออกเปน 10 สวน เพ่อี สรางรอยตดั ตามขวาง
(STATIONS) ระยะทแี่ บงน้ีเทา กบั ความยาวแนวน้าํ หารดว ย 10 ฉะนนั้ ระยะก็จะเทา กบั 1.50 ม.

3.4.1.2 แบง ระยะกนิ นาํ้ ลึกออกเปน ระดบั เพ่ือสรา งเสนแนวนา้ํ ระยะทแ่ี บงน้ี
เทากับระยะกนิ นาํ้ ลึกหารดว ย 4 กจ็ ะไดเ ทากบั 0.20 ม.

3.4.1.3 แบงความกวา งเสนฐานขา งละ 1 ม. เพือ่ สรางเสน บัททอค (ดแู บบท่ี 1)

11

3.4.2 เขียนรปู ดานขาง คอื รปู มองทางดา นกราบขวาใหล ากเสน ทวนหัวจากมุมขวา
บนสดุ ของกรอบสีเ่ หลย่ี มลากผานจดุ ตดั ของเสน แนวนาํ้ ออกแบบ (DWL) หรือแนวนา้ํ ท่ี 4 และตดั กบั
เสนตั้งฉากหวั เรอื (FP) หรอื STA.0 เขยี นเสนโคงระหวางกระดูกงกู บั ทวนหวั เขยี นเสน แนวทอ งเรือ
หรือกระดกู งู (KEEL) เขยี นเสน ดาดฟา ปากเรอื (DECK @ SIDE) ทงั้ 2 เสนนี้ใหใ ชร ะยะออฟเซท
จากตารางออฟเซท (ดแู บบที่ 2)

3.4.3 เขียนเสน โคงแนวนา้ํ และเสน โคงดาดฟาขา งเรอื คอื เสน แสดงความโคงของ
แนวน้ําและดาดฟาขางเรอื ในรปู ครงึ่ ความกวา ง โดยใชร ะยะออฟเซทในชอ งครึ่งความกวางทงั้ หมด
ใหเ ร่ิมเขยี นเสน ดาดฟา ปากเรือกอน โดยเริ่มวดั ระยะออฟเซทท่ี STA.10, 9, 8 จนไปถึง STA.0 ให
ลากเสนตงั้ แต STA.10 ผานจุดตาง ๆ โดยใหปลายเสนไปสดุ ที่มมุ ลางขวาของตารางกริด โดยวธิ กี าร
เดยี วกันนี้ ก็ใหเขยี นเสนโคง แนวน้าํ ทกุ เสน สําหรบั จดุ เรม่ิ ตนของเสนแนวนํ้า 2, 3, 4 และ 5 ใหเ รมิ่ ที่
เสน STA.10 สว นเสน แนวนํ้าท่ี 1 จุดเร่ิมตนของเสน เกดิ จากเสนโคง ของแนวกระดกู งตู ดั ผานเสน แนว
น้ําท่ี 1 ใหลากเสน จากจดุ ตดั ลงไปตัดกบั เสน ศูนยก ลางลาํ เรอื จุดตดั นค้ี อื จุดเรมิ่ ตน ของเสนแนวน้าํ ที่ 1
สว นจดุ จบของเสน แนวน้ําทกุ เสน ก็ใหปฏบิ ัติดวยวธิ ีเดยี วกนั (ดูแบบท่ี 3)

3.4.4 เขยี นรปู ตดั กลางลาํ ตามขวาง คือ รปู ทรี่ วบรวมเสน โคงของรอยตดั ตามขวาง
จาํ นวน 10 รอยตดั (STA.) คอื ตั้งแต STA. 0 ถงึ STA.10 โดยให STA.0 ถึง Sta. 5 อยูทางดา นขวา
ของรปู และ STA.6 ถึง STA.10 อยทู างดา นซา ยของรูป การเขยี นรูปนใ้ี หใ ชแถบกระดาษ (TICKER
TAPE) ขนาดกวางประมาณ 2 – 3 ซ.ม. ยาวประมาณ 12 ซ.ม. จาํ นวน 10 แผน และใหเ ขยี นคาํ วา
STA.0 ถึง STA.10 กํากบั ไวท กุ แผน การเขียนใหเริม่ เขยี นที่ STA.0 กอ นโดยการใชแ ถบกระดาษทาบ
ลงบนเสน STA.0 ในรปู คร่ึงความกวา งใหท ําเครือ่ งหมายเปนจดุ ลงบนแถบกระดาษใหตรงกับเสน CL
และเขียนกํากบั วา CL ใชปลายดนิ สอไลไ ปตามขอบแถบกระดาษ เม่ือเจอเสน แนวนํ้าหนงึ่ ใหทํา
เครอื่ งหมายเปน จดุ และใหเขยี นกาํ กับวา WL 1 ดว ยวธิ ีการนี้ใหท ําไปถงึ เสนดาดฟาปากเรอื และใหนํา
แถบกระดาษไปวางทาบลงบนเสนแนวนํ้าแตล ะแนวนาํ้ ในรูปตดั ตามขวาง โดยใหเ ริ่มท่แี นวน้าํ ที่ 1
โดยใหจุด CL จดุ ในแถบกระดาษตรงกบั เสน CL ในรปู ตดั ตามขวางจากแถบกระดาษใหถ า ยระยะ
แนวน้าํ ท่ี 1 ลงบนรูปตัดตามขวางและทําเคร่ืองหมาย O ดวยวธิ ีการน้ีใหเ ล่ือนขนึ้ ไปทําท่เี สน แนวนาํ้
2,3,4,5 และดาดฟาปากเรือตอ ไป ใหล ากเสน โคงผานจดุ เหลานี้จนครบกจ็ ะไดเ สน ความโคง รอยตดั ที่
STA.0 ใหทําเชนน้จี นถงึ รอยตดั STA.10 (ดแู บบท่ี 4 )

3.4.5 เขยี นเสนบทั ทอคในรปู ดา นขาง คือ เสนโคงรอบรอยตัดตามยาวขนานกบั เสน
ศูนยก ลางลําเรอื การเขยี นเสนบัททอคนีใ้ หใ ชร ะยะออฟเซทในชอ งสงู จากฐาน วดั ระยะจากเสนฐาน
ขน้ึ ไปตามเสนรอยตดั และเพอื่ เพ่มิ ความละเอยี ดของจดุ ใหม ากขนึ้ โดยการลากเสน ฉากจุดตดั ของ
เสนบทั ทอคทีล่ ากผานเสน แนวนํา้ ตา ง ๆ ใหลากข้นึ ไปท่เี สนแนวนํ้านั้น ๆ เชน เสน โคง แนวน้ําท่ี 5
ในรูปครึ่งความกวางกใ็ หออกไปทีเ่ สน แนวน้าํ เสน ตรงท่ี 5 ในรูปดานขาง (ดูแบบท่ี 5) ดวยวิธกี ารนใ้ี ห
ทําจนครบทกุ เสน

12

3.4.6 ปรับแตง ความสัมพนั ธร ะหวางเสน รอยตดั กับเสน แนวน้ํา คอื การปรับความ
ถกู ตองของระยะทีถ่ า ยมาจากรูปคร่งึ ความกวา ง ดวยวธิ กี ารถายระยะน้อี าจจะมีความคลาดเคล่อื นไป
บา ง จึงจําเปน ตอ งมกี ารปรบั ระยะใหถกู ตอ ง เพ่อื ใหเสน โคง ทุกเสน มีความโคง ทสี่ วยงามไมห ักหรือ
คดงอ

3.4.7 ตรวจสอบความถกู ตอ งของเสน ดว ยเสน ทแยง (DIAGONAL) หรือเสนตรวจ
เสนน้เี มื่อถกู นาํ ไปเขยี นใหเปนเสน โคง ก็คอื เสน รอยตดั ทสี่ ว นโคงทอ งเรือ ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะชว ย
ตรวจสอบเสน รอยตัดตามขวางดวย การเขยี นเสน ตรวจนใี้ หล ากเสน ทแยงมุม (ดูแบบที่ 5) ทั้งขา งซาย
และขา งขวาจากน้ันใหใชแ ถบกระดาษวางทาบลงบนเสนทแยงนน้ั ใหทาํ เคร่อื งหมายเปน จดุ ลงบน
แถบกระดาษแลว เขยี นคําวา CL กํากบั ไวแ ละใหจ ุดลงบนแถบกระดาษทกุ จดุ ทข่ี อบแถบกระดาษตัด
ผานกับเสนรอยตัดและใหเขยี นเลขกาํ กับไวดว ย เชน 1, 2, 3 เปนตน ดว ยวิธกี ารเดยี วกันนี้ใหท ํา
เหมือนกนั ทัง้ 2 ขา ง หลงั จากน้ันใหเอาแถบกระดาษวางทาบลงบนเสน รอยตดั ทลี่ ากเลยไปขา งลา งใน
รปู คร่ึงความกวา ง เพอ่ื ถา ยระยะโดยใหจ ุด CL ในแถบกระดาษวางทาบบนเสน CL ของเรอื ที่ STA.0
และใหท ําเครือ่ งหมาย O ใหเลอื่ นแถบกระดาษนไี้ ปทางทายเรอื จนถึง STA.5 สวน STA.6 ถงึ
STA. 10 ก็ใหใ ชแ ถบกระดาษอกี แผนหนงึ่ ลากเสน โคงผา นจดุ ตาง ๆ โดยพยายามลากเสน ผานใหค รบ
ทุกจดุ อยา ใหเ สนหักหรอื งอ ถา เสน โคง นไ้ี มสามารถผา นทุกจดุ ไดใหก ับไปแกไขเสน รอยตัดตามขวาง
ในรปู ตดั ตามขวางใหม

3.4.8 ปรบั แตง เสน โคง ตา ง ๆ ทกุ เสนใหเ รยี บรอ ยสวยงาม ทาํ ความสะอาดแบบดว ย
ยางลบดินสอใหเ รยี บรอย กจ็ ะไดแ บบลายเสนท่สี มบรู ณ (ดแู บบท่ี 6)

13

14

15

16

17

18

บทท่ี 4

แบบเรียบเรยี งทั่วไป

แบบเรียบเรยี งท่ัวไป ( GENERAL ARRANGENT ) เปน แบบการจดั สว นตาง ๆ ภายในเรือ
เพอ่ื ใหก ารใชพ ื้นทีภ่ ายในเรอื ทม่ี อี ยูใหเ กดิ ประโยชนม ากที่สุด การจดั สว นตา ง ๆ ภายในเรอื ทด่ี จี ะมี
ผลอยา งมากตอการปฏิบตั งิ านภายในเรือ และเปน ทพ่ี อใจของเจาหนา ท่ปี ระจําเรือ หรอื ผูใชเรอื

4.1 สวนสําคญั ของแบบเรียบเรียงทัว่ ไป
4.1.1 สว นระวางบรรทุก (CARGO SPACE) เปน สวนท่ีสําคญั มาก เพราะสว นน้ีจะ

ทําใหเกดิ ประโยชน หรอื รายได และเปน สวนทีแ่ สดงใหเ หน็ วา เรอื ลาํ นีม้ ีภารกจิ อะไร เชน บรรทุก
นํ้าบรรทุกนํา้ มัน บรรทุกสินคา หรอื เรือโดยสาร

4.1.2 สวนท่อี ยอู าศยั ของเจา หนาท่ีประจาํ เรอื (CREW SPACE) เปนท่ีพกั อาศัยของ
คนประจําเรือเพอ่ื ทําหนาทีใ่ นเรอื ตาง ๆ กัน

4.1.3 สวนท่ีพกั ของผูโดยสาร (PASSENGER SPACE) เปนสว นทพ่ี ักอาศัยของ
ผโู ดยสารในกรณีทเี่ รือลาํ นน้ั เปนเรอื โดยสารแบบเรอื ขา มฝง (ดรู ปู ท่ี 12) สวนเรอื เดินสมทุ รขนาดใหญ
ท่ีใชเ ดนิ ทางหลายวนั ก็จะตอ งมหี อ งพักอาศยั สวนตวั

4.1.4 สวนควบคุมการเดินเรอื (NAVIGATING SPACE ) เปนสว นทป่ี ฏบิ ตั ิงาน
ของผนู ํารอง ผคู วบคุมเรอื และปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ ทเ่ี ก่ยี วของกับการควบคุมการเดนิ เรือ สว นนจี้ ะตอ ง
ใหอ ยสู ูง เพ่ือใหมีทศั นะวสิ ยั ในการมองเหน็ ที่ดี

4.1.5 หองครวั และหอ งอาหาร (GALLEY & MESS ROOM) เปน สวนหอ งครัว
เพือ่ ประกอบอาหาร เกบ็ อาหารสด อาหารแหงและรบั ประทานอาหาร หรอื เปน หอ งพกั ผอนของ
เจา หนา ท่ีประจาํ เรอื

4.1.6 หอ งเก็บของ (STORE SPACE) เปนสว นทีเ่ กบ็ ของตา ง ๆ บนเรอื เชน หอง
เก็บเครือ่ งมอื ซอ มบํารงุ เรือ หองเก็บอปุ กรณ เครือ่ งกล เปน ตน

4.1.7 หองเครื่องจักร (MECHINERY SPACE) เปนสว นท่ตี ้งั ของเคร่ืองจักรใหญ
ขับเคลอ่ื นเรอื เคร่อื งกาํ เนิดไฟฟา ปมนาํ้ และอุปกรณอนื่ ๆ ท่ีเกี่ยวขอ งกบั เครือ่ งจักร

4.1.8 ถงั น้ํา (TANKS)
4.1.8.1 ถังน้ํามนั เชือ้ เพลิง (FUEL OIL TANK) เปน สว นเก็บนาํ้ มันเชือ้ เพลงิ

สําหรับเครอ่ื งจกั รใหญแ ละเครื่องจักรอนื่ ๆ โดยทวั่ ไปถังนํา้ มนั นี้จะจัดใหอ ยสู วนกลางลําลา งสุด
ของเรือ

4.18.2 ถงั น้ําจืด (FRESH WATER TANK) เปนสว นท่ีเกบ็ นาํ้ จืดเพอื่ ใชใ นชวี ิต
ประจําวนั เชน สาํ หรบั อาบและประกอบอาหาร การจดั วางถงั นํ้าจืดและถงั นา้ํ มนั เช้ือเพลิงไมค วร

20

ใหอยตู ดิ กนั หมายถึงไมค วรใชฝากน้ั ฝาเดียวกัน ท้ังนเ้ี พ่อื ปอ งกันไมใหม กี ารร่ัวไหลไปถงึ กนั เมอ่ื
ฝากน้ั น้ันเกดิ การแตกรา วหรอื รัว่ ซึม

4.1.8.3 ถงั นาํ้ ถว งเรอื (BALLAST TANK) เปน สวนท่ใี สน า้ํ สาํ หรบั ถวงเรือ
เพ่อื การปรับแตงทรมิ เรอื (TRIM ) โดยทว่ั ไปจะมี 2 ถัง คือ สวนหัวเรอื สดุ และทา ยเรอื สดุ หรอื ถา
มคี วามจําเปน จะจดั ใหม มี ากกวา นก้ี ็ได ถังนํ้าถวงเรอื น้ีโดยทวั่ ไปจะมใี นเรือบรรทุกนา้ํ เรอื บรรทุก-
น้ํามัน หรือเรอื สินคา

4.2 การเขียนแบบเรยี บเรยี งทั่วไป
แบบเรยี บเรยี งท่ัวไปประกอบดว ย
4.2.1 รปู ดานขางภายนอก (OUTBOARD PROFILE) คือ รูปท่มี องจากดา นขา งตัวเรอื

กราบขวา และจะเหน็ สว นตา ง ๆ ของเรือ เชนตวั เรอื ( HULL ) เกง เรือหรือโครงสรา งเหนอื ดาดฟา
( SUPER STRUCTURE ) และสว นอน่ื ๆ รปู ท่ีเห็นน้ี จะเหน็ เพยี งเสนรอบนอกเทา นน้ั

4.2.2 รูปดา นขางภายใน (INBOARD PROFILE) คือ รปู ผากลางลาํ ตามยาวตามเสน
ศนู ยกลางลาํ เรอื เพ่ือแสดงใหเ หน็ การแบงและการจัดสว น ตาง ๆ ภายในเรอื ใหช ัดเจนข้ึน

4.2.3 รปู แปลน (DECL PLAN) คือ รปู ท่ีมองจากดานบนเพื่อจะแสดงใหเ หน็ การจดั สว น
ตา ง ๆ ของเรอื และการจดั สวนตาง ๆ ในหองของแตล ะหอ ง ในกรณที ีเ่ ปนเรอื ขนาดใหญม ีดาดฟา
หลายช้ัน จะตอ งแสดงใหเ หน็ รายละเอยี ดการจดั สว นตา งบนดาดฟาทกุ ชัน้ (ดรู ูปท่ี 12) ในแบบ
เรียบเรียงทว่ั ไปนี้จะมเี พียง 2 รูป คอื รปู ดานขา งและรปู แปลน เพียงเทา นี้ กพ็ อจะมองเหน็ และเขาใจ
วาการจดั สวนตาง ๆ ภายในเรือเปน อยางไร มขี นาดความยาว ความกวาง และมพี ้ืนทเี่ หมาะสมกบั
การปฏบิ ัตงิ านในสว นน้ัน ๆ เพียงพอหรือไม

ในแบบเรยี บเรียงท่วั ไปบางแบบอาจจะมีรปู ตดั ตามยาว ตามขวาง และรายละเอียดของ
อุปกรณแ ละเครือ่ งประกอบตวั เรือรวมอยใู นแบบเดยี วกนั (ดรู ปู ท่ี 13)

4.3 ข้ันตอนการเขียนแบบเรยี บเรยี งท่ัวไป
4.3.1 เขียนรูปดา นขาง โดยใชกระดาษไขเขยี นแบบวางทาบลงบนรูปดานขาง ในแบบ

ลายเสน ทาํ การลอกแบบเสน รอบนอกของรปู ดา นขาง ในแบบลายเสน จะมเี สน รอยตัดตามขวาง
(STA.) สว นในแบบเรยี บเรียงทั่วไปนั้นจะตองแบงระยะเสนฐานใหมเ พ่อื ใหเปน ระยะกงเรอื (FRAM)
สว นจะมรี ะยะเทาไรนัน้ ขึ้นอยูกบั ผอู อกแบบ แตโ ดยทว่ั ไปจะอยูระหวา ง 50 – 60 ซ.ม. หรอื อาจจะ
ออกแบบใหเปนแบบกงตามยาวคอื หมายความวา ระยะกงตามขวางจะยาวกวาระยะกงตามยาว

21
รปู ที่ 12 แบบเรยี บเรียงท่วั ไปเรอื โดยสารขา มฝง แสดงใหเ ห็นมดี าดฟา หลายช้นั

22
รูปที่ 13 แบบเรยี บเรียงท่ัวไปแสดงใหเ หน็ มีรปู ตัดตามยาว และ ตามขวาง รวมอยูในแบบเดยี วกนั

23

4.3.2 เขยี นรูปแปลนหรอื รปู มองจากดานบน โดยใชก ระดาษไขเขยี นแบบวางทาบ
ลงบนรูปครึง่ ความกวางในแบบลายเสน ทาํ การลอกแบบเสน รอบนอกของเสนดาดฟาปากเรอื
การลอกแบบเสนดาดฟาใหล อกท้งั กราบซา ยและกราบขวา ในกรณีท่ีเรือมดี าดฟาหลายชน้ั กใ็ ห
ลอกแบบของดาดฟา ไลล งไปขางลางจนครบทุกดาดฟา ( ดูรูปที่ 12 )

การออกแบบการจดั สว นตาง ๆ ของเรือ ตองพิจารณาวาสวนไหนของเรอื
ควรจะเปน หองอะไรและในแตล ะหองควรจะมีสิ่งของทมี่ ีความจําเปน จะตอ งมีเทานนั้ ภายนอกหอง
เชน ทางเดนิ ควรจะมชี องทางเดนิ ที่มคี วามกวางพอใหเ ดินสวนกันได และควรเปนทางตรงไมค วร
วกไปวนมา ท้ังน้เี พอื่ ความคลองตัวในการสัญจรภายในเรอื วิธีการออกแบบทงี่ า ยกค็ ือใชก ารศกึ ษา
จากแบบเรอื ลาํ อ่นื ท่มี ีขนาด และภารกิจเหมือนกนั

อุปกรณต า ง ๆ ทจี่ ะนาํ ใสใ นเรือควรเปน อปุ กรณท่ีใชก บั เรือเทานัน้ เนื่องจาก
อุปกรณด ังกลาวไดร ับการออกแบบมาใหม ขี นาดเล็ก นํา้ หนกั เบา และทนการกดั กรอนของไอนํ้าเคม็
ไดด ี การเลือกใชอ ุปกรณทม่ี ขี นาดใหญแ ละนาํ้ หนกั มาก จะเปนการเพิม่ ระวางขบั น้ําใหก ับเรอื จะ
ทําใหค วามเรว็ ของเรือลดลง หรือทําความเรว็ ไมไดตามทอี่ อกแบบไว การจัดวางอปุ กรณจ ะตอ ง
จัดวางใหถูกตาํ แหนง ตามทอ่ี อกแบบไว ซ่ึงจะมผี ลตอ จุดศนู ยก ลางน้ําหนกั โดยรวมของเรือ (CG.)
และจะตองมกี ารวางนํ้าหนักทง้ั 2 กราบใหมีความสมมาตรกนั (SYMMETRY) เพื่อไมใหเ รือเอียง
ไปกราบใดกราบหนงึ่

บทท่ี 5

การเขยี นแบบโครงสรางตวั เรอื

ตวั เรอื (HULL) เปนสวนหลกั ของเรอื ซง่ึ ประกอบดวยผวิ เปลือกนอก คอื แผนเหลก็
เปลือกเรือ (SHELL) และภายในเรอื มโี ครงสรางตา ง ๆ เพ่อื เพมิ่ ความแขง็ แรงใหกับแผน เหลก็
เปลอื กเรือและเสรมิ ความแขง็ แรงใหก ับเรอื ทง้ั ลาํ

โครงสรา งหลกั ที่กลางลําเรอื คือ กระดูกงู ( ดรู ปู ที่ 14 ) กระดูกงจู ะวางทอดตวั ตามยาว
ทีท่ อ งเรือกลางลําตง้ั แตสวนปลายลา งของทวนหวั ( ดรู ปู ท่ี 15 ) ไปทที่ วนทา ยซ่งึ อยทู ่ีทา ยเรือ ( ดูรปู ท่ี
16) กระดกู งูเปรียบเสมอื นเปน กระดกู สันหลงั ของเรือ เพอ่ื ใหก ระดกู ซโี่ ครงหรอื กงเรอื ยดึ ติด กงเรอื น้ี
วางไปตามขวางของเรือ กงเรือทําใหเรือมรี ูทรงทด่ี ีและเสริมความแข็งแรงดานขา งตัวเรอื คานรบั
ดาดฟาขวาง (BEAM) และฝาก้นั (BULKHEADS) ทําหนาท่ีรองรบั ดาดฟา

ผิวนอกตัวเรือหรือแผน เหล็กเปลอื กเรือ ทาํ หนา ทีป่ อ งกนั นาํ้ เขา เรอื และเปน
โครงสรา งหลักท่ีมคี วามแขง็ แรงมากทีส่ ุดของเรอื แผนเหล็กเปลอื กเรือจะมคี วามหนาแตกตา งกัน
แผน เหล็กท่ีมคี วามหนามาก ๆ จะใสไวใ นสว นกลางลาํ และสว นอน่ื จากกลางลําไปทางทายเรอื และ
หัวเรือ จะใหใ ชแผน เหลก็ ทมี่ คี วามหนานอ ยกวา เชน เดยี วกนั แผน ทอ งติดกับกระดกู งู (GARBOARD)
แผนโคงทองเรือ (BILGE) และแนวแผน ทปี่ ากเรือ (SHEER) จะมคี วามหนามากกวา แนวแผน เหล็ก
แนวอนื่ ๆ แผนเหลก็ ท่ีวางเปนแนวตงั้ แตห วั เรอื ถึงทายเรือ เรยี กวา แนวแผนเหล็ก ( STRAKE )
มตี วั อักษรภาษาองั กฤษและตวั เลขกํากับไวในแตล ะแผน และจะมที กุ แผนเชน แนวแผนกระดกู งใู ช
อักษร K ถามีหลายแผนกใ็ หเ ขียนกาํ กบั แผนแรกวา K1, K2, K3 เร่อื ยไป จนถงึ แผนสดุ ทา ย และ
จากแผน K ข้นึ ไปทางขางถึงปากเรือก็จะมตี ัวอกั ษรภาษาองั กฤษและตัวเลขกํากับอยเู ชน แนวแผน
GARBOARD ทตี่ ิดกับแผน K ใหใ ชอ กั ษร A และ แนวแผน ตอ ไปก็เปน B, C, เรื่อยไป ยกเวน
อักษร I และ O อกั ษรที่มองดคู ลายตวั เลข 1 และ 0 จงึ ไมน ยิ มใช

รปู ท่ี 14 รูปตดั ตามขวางแสดงใหเ หน็ ตําแหนงการตดิ ต้ังกระดกู งู

25

รปู ท่ี 15 แสดงใหเ ห็นทวนหวั หรอื STEM

26

รปู ที่ 16 แสดงใหเ ห็นทวนทาย หรือ STERN FRAME ของเรือใบจกั รเด่ยี ว

27

5.1 ชอ่ื แนวแผน เหลก็
- แนวแผนเหลก็ ทต่ี ิดกบั แนวแผน กระดกู งคู อื GARBOARD STRAKE
- แนวแผนเหลก็ สวนโคง ทองเรอื คอื BILGE STRAKE
- แนวแผน เหลก็ ระหวา ง GARBOARD STRAKE และ BILGE STRAKE คือ
BOTTOM STRAKE
- แนวแผน บนสดุ ของแนวแผน ขา งเรอื คือ SHEER STRAKE
- แนวแผน ระหวาง BILGE STRAKE และ SHEER STRAKE คอื SIDE
STRAKE

(ดูรูปท่ี 17 )

รูปที่ 17 แสดงใหเ ห็นแนวแผน เหลก็ และ โครงสรา งสว นอน่ื ๆ
5.2 ฝากั้น ( BULKHEAD )

การแบงสวนตา ง ๆ ภายในเรือเพ่อื กาํ หนดขอบเขตของแตล ะสวนถูกกําหนดโดยฝา
กั้นและดาดฟา เพ่อื ใหส ว นทีแ่ บงน้ันมสี ภาพเปนหองผนกึ น้าํ หรอื หอ งกันนาํ้ (WATERTIGHT) และ
ฝากั้นทีก่ ันนํา้ เขาเรียกวา ฝาก้ันผนึกนํา้ (WATERTIGHT BULKHEAD) สวนตาง ๆ ทถี่ กู แบง
จะตองไมมีขนาดใหญมากเกินไปเพราะเมอื่ น้าํ เขา หอ งเพียงหองเดยี วเรอื กย็ ังสามารถลอยลําอยูไ ด แต
กย็ ังมีอีกหลายหอ งที่มีขนาดใหญส อดแทรกเขามาเชน หองเครื่องจกั รใหญ หอ งเครื่องจกั รใหญน ี้
ตองมีขนาดใหญม ากพอท่จี ะใสเ คร่ืองจกั รใหญและเครอ่ื งจักรอน่ื ๆ ได

28

แบบโครงสรางคอื แบบทีแ่ สดงโครงสรา งภายในของเรือ เพอ่ื กําหนดรูปราง และ
ขนาดของโครงสรางน้นั ๆ แบบโครงสรา งมีทั้งแบบที่มองเห็นทวั่ ๆ ไป และแบบขยายเฉพาะจุด หรือ
ขยายใหเหน็ รายละเอียด การออกแบบ และคาํ นวณความแข็งแรงของโครงสราง ผูออกแบบจะ
ออกแบบโครงสรา งสวนกลางลําเรอื กอ นเนอื่ งจากสว นกลางลาํ เปนสว นท่มี คี วามแขง็ แรงท่สี ุด

5.2.1 ขนาดของกระดูกงูโดยทวั่ ไปจะเปน ลกั ษณะตัวที (T) อาจจะใชเ หล็กตวั T
รปู พรรณสาํ เรจ็ รูป หรือใชเ หล็กเสนแบน 2 เสนมาเชอ่ื มติดกัน

5.2.2 ขนาดความสูงและความหนาของเปย ะ ( FLOOR )
5.2.3 ขนาดของกงขา งเรือ (FRAME) โดยท่วั ไปจะใชเ หล็กกงฉาก (L) อาจจะ
เปนแบบปก เทา หรอื แบบปก ไมเ ทา
5.2.4 ขนาดของคานตามขวางรับดาดฟา(BEAM) โดยท่วั ไปจะใชเ หล็กกงฉาก
(L) อาจจะเปน แบบปก เทา หรือแบบปกไมเ ทา
5.2.5 ขนาดของเสาค้ําดาดฟา (STANCHION) ในกรณีที่เรอื มคี วามกวางมาก
หรอื มีอปุ กรณท ี่มนี าํ้ หนกั มากวางอยูบ นดาดฟาจําเปน จะตอ งมเี สาคา้ํ เพอ่ื รับนาํ้ หนกั ของอุปกรณน นั้
5.2.6 ขนาดของหูชา ง (BRACKET) คือ เหลก็ แผนรปู สามเหลีย่ มมมุ ฉากท่ี
ประกบั ระหวางกงเรือกบั คานรับดาดฟา
5.2.7 ขนาดของโครงสรางอืน่ ๆ

5.3 ขน้ั ตอนการเขยี นแบบโครงสรา ง
การเร่มิ เขียนแบบรูปตดั กลางลาํ นัน้ ใหใ ชแ บบลายเสนตามขวางท่ี 5 เปนตน แบบ ใหใ ช
กระดาษไขเขยี นแบบวางทาบลงบนรอยตดั ที่ 5 โดยเขยี นใหเต็มลาํ เรอื ทงั้ 2 กราบ กจ็ ะไดร ปู ตดั ตาม
ขวางกลางลําของเรอื เมื่อจะเขียนแผนเปลือกจะตองใหเ สน ความหนาของเปลอื กเรืออยดู า นนอกของ
เสน หลังจากนัน้ ใหใ สโ ครงสรา งไปทลี ะช้ินจนครบ
การเขียนรปู ตัดตามยาวท่ีเสน ศนู ยก ลางลําเรอื ใหใชร ปู ดานขางในแบบลายเสนเปน ตน แบบ
ใชก ระดาษไขเขยี นแบบวางทาบลงบนแบบลายเสน เขยี นเสนรอบนอกของหุนเรอื ตดั ท่ศี ูนยก ลาง
ลาํ เรอื รูปท่ีลอกออกมานี้จะตองมเี สน แนวนาํ้ ออกแบบมาดวย ใหแ บง ระยะกงตามขวาง ตามระยะที่
ผอู อกแบบกาํ หนดไว ไลฝากั้นตามขวาง ใสแ นวเสน กระดูกงู ใส FLOOR และคานรบั ดาดฟา
ใสพ ื้นหอ งและแทนเคร่อื งยนตตาง ๆ
การเขยี นแบบแสดงโครงสรางดาดฟา ใชรปู ครึง่ ความกวา งเปน ตนแบบ ใชก ระดาษไขเขยี น
แบบวางทาบลงบนลายเสน เขียนเสนรอบนอกดาดฟา ปากเรอื รปู แปลนน้ีจะตอ งมเี สน ปากเรอื ทั้ง
กราบซายและกราบขวา

………………………………………….


Click to View FlipBook Version