งานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จัดทำโดย นายพลวัฒน์ ผ่องแก้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566
สารบัญ หัวข้อ หน้า บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา 17 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 23 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 30 ภาคผนวก ก 34 ภาคผนวก ข 37
บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญของปัญหา พระราชบัญญัติการศึกษาการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการ ศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตาม ความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา(กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) การนำเสนอการเรียนรู้ของ บุคคล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review แสดง ให้เห็นร้อยละของการจัดกิจกรรมที่ต่างกันแต่ละอย่างโดยกิจกรรมที่ต่างกันจะทำให้เราจดจำสิ่งที่ได้ การเรียนรู้ต่างกันแต่หากมองเป็นกลุ่มจะแบ่งได้เป็น สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มแรกใช้ชื่อว่า Traditional Passive ซึ่งประกอบด้วย การบรรยาย การอ่าน การได้ดูและได้ยินเสียง การสาธิตทำให้ ดูกลุ่มแรกเป็นการเรียนรู้ที่เริ่มจากคนอื่น แล้วนามาให้เราแบบ outside-in หรือเป็นวิธีที่คนเข้าใจ เรื่องนี้นำความรู้เรื่องนั้นเอามาถ่ายทอดให้เรา คล้าย ๆ การเรียนสิ่งที่ตกผลึก วิเคราะห์มาแล้วระดับ หนึ่ง ผู้เรียนี้เป็นผู้รับรู้มากกว่า แบบ Inductive learning ส่วนกลุ่มที่ 2 ใช้คำว่า Teaming Active ซึ่งประกอบด้วย การพูดคุยกันในกลุ่มย่อย การลงมือปฏิบัติ และการได้ถ่ายทอดสิ่งที่ทำได้ให้คนอื่น เป็นการเรียนรู้ที่ต้องทำความเข้าใจด้วยตนเอง แล้วสะท้อนออกมาด้วยการปฏิบัติ เป็นการเรียนแบบ เข้าใจข้างในตัวเราเองก่อนแล้วถึงจะถ่ายทอดให้คนอื่น หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการเรียนแบบค่อย ๆ ตก ผลึกสิ่งที่เห็น สิ่งที่สังเกตแล้วมาปะติดต่อเป็นแนวคิดหรือหลักการเป็นการเรียนแบบ Deductive learning กลุ่มหลังนี้ได้ข้อสรุปว่า มีประสิทธิภาพของการเรียนรู้ดีกว่า หมายถึงระดับความลึกของการ เข้าใจในเรื่องใด เรื่องหนึ่งในระดับที่ลึกกว่า (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2554 : ออนไลน์) ปัจจุบันการศึกษาของไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีการในกลุ่มแรกอาจจะเป็นเพราะว่าง่ายกว่า เพราะ วิธีการเรียนรู้ในกลุ่มที่สองนั้นต้องมีความสามารถในการออกแบบและใช้เวลามากกว่า ต้องใช้ความ อดทนเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงมากกว่า เลยทำให้คนส่วนใหญ่หันไปใช้วิธีเรียนรู้แบบเดิมและทำมานาน จนกลายเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้หากลองคิดเล่น ๆ ว่าในการฝึกอบรมที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง (180นาที) แบบการบรรยาย (Lecture) นั้นผู้เข้ารับการอบรม จะจดจำเนื้อหาสาระสำคัญได้เพียง 9 นาที(5เปอร์เซ็นต์ ของ 180 นาที) เท่านั้นเอง และยังเป็นสาเหตุหลักในการที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเบื่อ
2 หน่ายในการเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งสาเหตุสำคัญของการเบื่อหน่ายในการเรียน และส่งผลให้ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ตกต่ำ(วัชรินทร์โพธิ์เงิน และคณะ, 2564) การเรียนการสอนด้วยโครงงานนี้เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนี้เป็นสำคัญที่ให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ด้วยตนเองจากการเลือกในสิ่งที่สนใจ ได้ลงมือปฏิบัติจริง มีขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่ ๆ อาจใช้วิธีการสำรวจค้นคว้า การประดิษฐ์คิดค้น การแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการ ค้นพบความรู้ด้วยตัวของผู้เรียนเองและมีผลงานปรากฏให้เห็น สามารถบูรณาการการเรียนแบบ โครงงานในรูปแบบการเรียนรู้รายบุคคลหรือแบบกลุ่มก็ได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยมีครูหรือ ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและให้คาปรึกษาอย่างใกล้ชิด (Niyomthai, 2010) การเรียนรู้แบบโครงงานี้เป็นฐาน (project-based learning) เป็นการจัดสภาพการณ์ของ การเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนได้ร่วมกันเลือกทำโครงการที่ตนสนใจ โดยร่วมกันสำรวจ สังเกต และ กำหนดเรื่องที่ตนสนใจ วางแผนในการทำโครงการร่วมกัน ศึกษาหาข้อมูล และลงมือปฏิบัติงานตาม แผนที่ว่างไว้จนได้ข้อค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ (Khemmani, 2009) การทำโครงงานจึงเป็นการทำ กิจกรรมที่เน้นความสำคัญของตัวผู้เรียน หรือกลุ่มผู้เรียนที่จะเลือก หรือกำหนดงาน หรือโครงงานที่ จะปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ให้มากขึ้น (Pukiat, 2001) ในรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น จากคำอธิบายรายวิชา ซึ่งมีหัวข้อโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ผู้วิจัยเห็นว่า เป็นหัวข้อที่เหมาะสมแก่การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน และสามารถพัฒนารูปแบบการสอนต่อและต่อยอดการเรียนรู้ได้ดี ส่งผลให้ผู้เรียนมีการพัฒนาการ เรียนรู้แบบยั่งยืน การพูดคุยสื่อสาร การลงมือปฏิบัติ และการได้ถ่ายทอดสิ่งที่ทำได้ให้คนอื่น เป็นการ เรียนรู้ที่ได้ทำความเข้าใจด้วยตนเอง แล้วสะท้อนออกมาด้วยการปฏิบัติ วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ใน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการจัดทำโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ สมมติฐานของการศึกษา ผู้เรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ในรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์ เบื้องต้น เรื่องการจัดทำโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์มีการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน ขอบเขตของการศึกษา การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงการทดลอง (Experimental Research) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์พัฒนารูปแบบการสอนแบบการคิดเชิงออกแบบ ในรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น
3 สำหรับนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิค นางรอง แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1.ขอบเขตด้านเนื้อหา การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มุ่งศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ของนักเรียนปวช. 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง 2. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนปวช. สาขาวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคนางรอง รวมประชากรทั้งสิ้น 185 คน 2.2 กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์จํานวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 3. ขอบเขตด้านระยะเวลา 3.1 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีหลักการ และสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และ จนแล้วเสร็จ ตั้งแต่เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2566 3.2 เก็บรวบรวมข้อมูล ภายในเดือนธันวาคม – มกราคม 2567 3.3 วิเคราะห์ข้อมูล สรุป และอภิปรายผล ตั้งแต่เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์2567 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา การศึกษาครั้งนี้จะมีประโยชน์ในเชิงปฏิบัติการและเชิงวิชาการ ดังนี้ 1. เพื่อเข้าใจกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน 2. เพื่อทดลองประยุกต์การสอนแบบโครงานเป็นฐานกับผู้เรียน 3. เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ขณะทำวิจัยมาพัฒนาตนเองและประยุกต์ใช้ต่อไป นิยามปฏิบัติการ ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดนิยามปฏิบัติการไว้ ดังนี้ 1. การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน หมายถึง การเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์ในการ ปฏิบัติงานให้แก่ผู้เรียนเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มี ประสบการณ์ตรง และเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา การหาความรู้ การทดลอง การพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วย ตนเอง การวางแผนการทำงาน การเป็นผู้นำและผู้ตาม พัฒนากระบวนการคิด การประเมินตนเอง โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้นให้เพิ่มความสนใจในการเรียนรู้ ผ่านการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
4 นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จาก การลงมือปฏิบัติ การฟัง และการสังเกตจากผู้รู้ ผ่านกระบวนการ ทำงานนี้เป็นกลุ่มที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผล การจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม 2. ผู้เรียน หมายถึง นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ที่เรียนวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น ในปี การศึกษา 2566 เทอม 2 3. รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น หมายถึง วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น รหัสวิชา 20901-9402 ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตามลำดับ ดังนี้ 1. แนวคิดที่เกี่ยวข้อง 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน 2. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน 3. การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน 4. บริบทของวิทยาลัยเทคนิคนางรอง 5. ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1 งานวิจัยในประเทศ 5.2 งานวิจัยต่างประเทศ 6. กรอบแนวคิดในการวิจัย 7. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา 1. แนวคิดที่เกี่ยวข้อง กิตตินันท์ วรรณกูล (2561) กล่าวว่า การเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL ช่วยให้ผู้เรียน เกิดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม และ ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ศิริวรรณ มาลัย (2562) กล่าวว่า การเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็นรูปแบบการจัดการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และทำงานเป็นทีม ปภัส ฉัตรยาลักษณ(2563) กล่าวว่า การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning ) หมายถึง การเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้เรียนเหมือนกับการทำงาน ในชีวิตจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง ได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา วิธีการหาความรู้ความจริงอย่างมีเหตุผล ได้ทำการทดลอง ได้พิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง รู้จักการวาง แผนกวิชาการทำงาน ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตาม ตลอดจนได้ พัฒนากระบวนการคิดโดยเฉพาะการคิดขั้น สูง และการประเมินตนเอง โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้นเพื่อนำความสนใจที่เกิดจากตัวผู้เรียนมาใช้ในการทำ กิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองนำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จาก การลงมือปฏิบัติ การฟัง และการ
6 สังเกตจากผู้รู้ โดยผู้เรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานนี้เป็นกลุ่มที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงาน แบบรูปธรรม นภาภรณ์ เพียงดวงใจ (2563) กล่าวว่า การเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็นรูปแบบการ จัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาวิชาอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน เพราะผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติ จริงและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง จากข้อมูลแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน หมายถึง การเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้เรียน เหมือนกับการทำงานในชีวิตจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง และ เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา การหาความรู้ การทดลอง การพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง การวางแผนก วิชาการทำงาน การเป็นผู้นำและผู้ตาม พัฒนากระบวนการคิด การประเมินตนเอง โดยมีครูเป็นผู้ กระตุ้นให้เพิ่มความสนใจในการเรียนรู้ ผ่านการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง นำไปสู่การ เพิ่มความรู้ที่ได้จาก การลงมือปฏิบัติ การฟัง และการสังเกตจากผู้รู้ ผ่านกระบวนการทำงานนี้เป็น กลุ่มที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรม เป็นผลงานแบบรูปธรรม 2. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง รศ.ดร.กิตตินันท์ วรรณกูล (2561) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะช่วยให้ ผู้เรียนเกิดทักษะเหล่านี้ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับแนวคิดของทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ ความสำคัญกับทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็น ต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน พุทธชาติศรีประไพ (2564) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็น รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการ โดยผู้เรียนต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ตั้งคำถามหรือปัญหา 2. รวบรวมข้อมูล 3. วิเคราะห์ข้อมูล 4. ลงมือปฏิบัติ 5. สะท้อนผล ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับ แนวคิดของการเรียนรู้เชิงกระบวนการที่เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น และผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ ศิริวรรณ มาลัย (2562) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็นรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการทำงานเป็นทีม โดยผู้เรียนต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อบรรลุ เป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการทำงานเป็นทีม ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับแนวคิดของทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ความสำคัญกับทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการ ทำงานและการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน
7 นภาภรณ์ เพียงดวงใจ (2563) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้โครงงานเป็นฐานว่า PBL เป็น รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผู้เรียนต้องแสวงหาความรู้และเรียนรู้ ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ความสำคัญกับทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่ จำเป็นต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน 2. การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning ) หมายถึง การเรียนรู้ที่จัด ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้เรียนเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิด โอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง ได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาวิธีการหาความรู้ความจริงอย่างมี เหตุผล ได้ทำการทดลอง ได้พิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง รู้จักการวางแผนกวิชาการทำงาน ฝึกการเป็น ผู้นำ ผู้ตาม ตลอดจนได้พัฒนากระบวนการคิดโดยเฉพาะการคิดขั้นสูง และการประเมินตนเอง โดยมี ครูเป็นผู้กระตุ้นเพื่อนำความสนใจที่เกิดจากตัวผู้เรียนมาใช้ในการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วย ตัวเองนำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟัง และการสังเกตจากผู้รู้ โดยผู้เรียนมีการ เรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานี้เป็นกลุ่ม ที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการ จัดทำโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม นอกจากนี้การจัดการเรียนรู้โดยใช้ โครงงานี้เป็นฐาน ยังเน้นการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ชีวิตขณะที่เรียน ได้พัฒนาทักษะ ต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักพัฒนาการตามลำดับขั้นความรู้ความคิดของ Bloom ทั้ง 6 ขั้น คือความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า และการคิด สร้างสรรค์การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานี้เป็นฐาน ถือได้ว่าเป็น การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญเนื่องจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะต่าง ๆ ด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยมีครูเป็นผู้ให้การ ส่งเสริมสนับสนุน ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานี้เป็นฐาน 1. ยึดหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนี้เป็นสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานตาระดับบทักษะที่ ตนเองมีอยู่ 2. เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active Learning) 3. เป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจและรู้สึกสบายใจที่จะทำ 4. ผู้เรียนได้รับสิทธิในการเลือกว่าจะตั้งคำถามีอะไร และต้องการผลผลิต่อะไรจากการทำโครงงาน 5. ครูทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์และจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียน 6. ผู้เรียนกำหนดการเรียนรู้ของตนเอง 7. เชื่อมโยงกับชีวิตจริง สิ่งแวดล้อมจริง
8 8. มีฐานจากการวิจัย ศึกษา ค้นคว้า หรือองค์ความรู้ที่เคยมี 9. ใช้แหล่งข้อมูล หลายแหล่ง 10. ฝังตรึงด้วยความรู้และทักษะต่าง ๆ 11. สามารถใช้เวลามากพอเพียงในการสร้างผลงาน 12. มีผลผลิต ประเภทของโครงงาน โครงงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจจำแนกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆคือ โครงงานที่แบ่งตาระดับการให้คำปรึกษาของครูและโครงงานที่แบ่งตามลักษณะกิจกรรม ดังนี้ 1. โครงงานที่แบ่งตาระดับการให้คำปรึกษาของครูหรือระดับการมีบทบาทของผู้เรียน 1) โครงงานประเภทครูนำทาง (Guided Project) 2) โครงงานประเภทครูลดการนำทาง - เพิ่มบทบาทผู้เรียน (Less - guided Project) 3) โครงงานประเภทผู้เรียนนำเอง - ครูไม่ต้องนำทาง (Unguided Project) 2. โครงงานที่แบ่งตามลักษณะกิจกรรม 1) โครงงานเชิงสำรวจ (Survey Project) ลักษณะกิจกรรมคือผู้เรียนสำรวจและรวบรวมข้อมูลแล้วนาข้อมูลเหล่านั้นมีาจำแนกเป็นหมวดหมู่ และนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆเพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน ยิ่งขึ้น 2) โครงงานเชิงการทดลอง (Experiential Project) ขั้นตอนการดำเนินงานของโครงงานประเภทนี้จะประกอบด้วยการกำหนดปัญหา การกำหนด จุดประสงค์ การตั้งสมมตฐาน การออกแบบการทดลอง การดำเนินการทดลอง การรวบรวมข้อมูล การตีความหมายข้อมูลและการสรุป 3) โครงงานเชิงพัฒนา สร้างสิ่งประดิษฐ์ แบบจำลอง (Development Project) เป็นโครงงานเกี่ยวกับการประยุกต์องค์ความรู้ ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือศาสตร์ด้าน อื่น ๆ มาพัฒนา สร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องมีเครื่องงใช้อุปกรณ์ แบบจำลอง เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็ได้ อาจจะเป็นด้านสงคมหรือด้านวิทยาศาสตร์ หรือการสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายแนวคิดต่าง ๆ 4) โครงงานเชิงแนวคิดทฤษฎี (Theoretical Project) เป็นโครงงานนำเสนอทฤษฎี หลักการหรือแนวคิดใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของสูตรสมการหรือคำอธิบายก็ได้ โดยผู้เสนอได้ตั้ง กติกาหรือข้อตกลงขึ้นมาเอง แล้วนำเสนอทฤษฎี หลักการหรือแนวคิดหรือจินตนาการของตนเองตาม กติกาหรือข้อตกลงนั้น หรืออาจจะใช้กติกาหรือข้อตกลงเดิมมาอธิบายก็ได้ ผลการอธิบายอาจจะใหม่ ยังไม่มีใครคิดมาก่อน หรืออาจจะขัดแย้งกับทฤษฎีเดิมหรืออาจจะเป็นการขยายทฤษฎีหรือแนวคิด
9 เดิมก็ได้ การทำโครงงานประเภทนี้ต้องมีการศึกษาค้นคว้าพื้นฐานความรู้ ในเรื่องนั้น ๆ อย่าง กว้างขวาง 5) โครงงานด้านบริการสังคมและส่งเสริมความเป็นธรรมในสงคม (Community Service and Social Justice Project) เป็นโครงงานที่มุ่งให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าประเด็นที่เป็นปัญหา ความ ต้องการในชุมชนท้อง้ถิ่นและดำเนินกิจกรรมเพื่อการให้บริการทางสังคมหรือร่วมกับชุมชน องค์กรอื่น ๆ ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนาในเรื่องนั้น ๆ 6) โครงงานด้านศิลปะและการแสดง (Art and Performance Project) เป็นโครงงานที่มุ่ง ส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษา ค้นคว้า นำความรู้ที่ได้จากการเรียนตามหลักสูตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน ภาษาและสังคม มาตอยอด สร้างผลงานด้านศิลปะและการแสดง เช่นงานศิลปกรรม ประติมากรรม หนังสือการ์ตูน การแต่งเพลิง ดนตรี แสดงคอนเสิร์ตการแสดงละคร การสร้างภาพยนตร์สั้น ฯลฯ 7) โครงงานเชิงบูรณาการการเรียนรู้ เป็นโครงงานที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนบูรณาการ เชื่อมโยงความรู้จากต่างสาระการเรียนรู้ตั้งแต่สองสาขาวิชาขึ้นไป มาดำเนินการแก้ปัญหา หรือสร้าง ประเด็นการศึกษาค้นคว้า ทั้งในแง่มิติเชิงประวัติศาสตร์ทักษะการประกอบอาชีพข้ามสาขาวิชา การ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม ที่ต้องนำความรู้ต่างสาขามาประยุกต์ใช้ การคิดค้นสร้างนวัตกรรมจาก การบูรณาการความรู้ ฯลฯ กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิดที่ 1 ขั้นการจัดการเรียนรู้ ตาม รูปแบบจักรยานแห่งการเรียนรู้ แนวคิดนี้ มีความเชื่อว่า หากต้องการให้การเรียนรู้มีพลังและฝังในตัวผู้เรียนได้ ต้องเป็นการเรียนรู้ที่ เรียนโดยการลงมือทำเป็นโครงงาน มีการร่วมมือกันทำเป็นทีม และทำกับปัญหาที่มีอยู่ในชีวิต ดังรูป 1. Define คือขั้นตอนการระบุปัญหา ขอบข่าย ประเด็นที่จะทำโครงงาน เป็นการสร้างความ
10 เข้าใจระหว่างสมาชิกของทีมงานร่วมกับครูเกี่ยวกับ คำถาม ปัญหา ประเด็น ความท้าทายของ โครงงานคืออะไร และเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อะไร 2. Plan คือการวางแผนกวิชาการทำโครงงาน คู่รักต้องวางแผนในการทำหน้าที่โค้ช รวมทั้ง เตรียม เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำโครงงานของผู้เรียน เตรียมคำถามเพื่อกระตุ้นให้คิดถึง ประเด็นสำคัญ บางประเด็นที่ผู้เรียนอาจมองข้าม โดยถือหลักว่า ครูต้องไม่เข้าไปช่วยเหลือจนทีมงาน ขาดโอกาสคิดเองแก้ปัญหาเอง ผู้เรียนที่เป็นทีมงานก็ต้องวางแผนงานของตน แบ่งหน้าที่กัน รับผิดชอบ การประชุมพบปะระหว่างทีมงาน การแลกเปลี่ยนข้อค้นพบแลกเปลี่ยนคำถามแลกเปลี่ยน วิธีการยิ่งทำความเข้าใจรวมกันไว้ชัดเจนเพียงใดงานในขั้นต่อไป (Do) ก็จะสะดวกเลื่อนไหลดีเพียงนั้น 3. Do คือการลงมือทำ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทักษะในการแก้ปัญหา การประสานงาน การ ทำงานร่วมกันเป็นทีม การจัดการความขัดแย้ง ทักษะในการทำงานภายใต้ทรัพยากรจำกัด ทักษะใน การค้นหาความรู้เพิ่มเติม ทักษะในการทำงานในสภาพที่ทีมงานมีความแตกต่างหลากหลาย ทักษะ การทำงานในสภาพกดดันทักษะในการบันทึกผลงาน ทักษะในการวิเคราะห์ผล และแลกเปลี่ยนข้อ วิเคราะห์กับเพื่อนร่วมทีม เป็นต้น ในขั้นตอน Do นี้ ครูจะได้มโอกาสสังเกตทำความรู้จักและเข้าใจผู้ เรียนี้เป็นรายบุคคล และเรียนรู้หรือฝึกทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล สนับสนุน กำกับ และโค้ชด้วย 4. Review คือผู้เรียนเรียนจะทบทวนการเรียนรู้ว่าโครงงานได้ผลตามความมุ่งหมาย หรือไม่ รวมถึงทบทวนว่างาน หรือกิจกรรมหรือพฤติกรรมแต่ละขั้นตอนได้ให้บทเรียนอะไรบ้าง ทั้งขั้นตอนที่ เป็นความสำเร็จและความล้มเหลว เพื่อนำมาทำความเข้าใจ และกำหนดวิธีทำงานใหม่ที่ถูกต้อง เหมาะสมรวมทั้งเอาเหตุการณ์ระทึกใจ หรือเหตุการณ์ที่ภาคภูมิใจ ประทับใจ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ขั้นตอนนี้เป็นการเรียนรู้แบบทบทวนไตร่ตรอง (reflection) หรือเรียกว่า AAR (After Action Review) 5. Presentation ผู้เรียนนำเสนอโครงงานต่อชั้นเรียนี้เป็นขั้นตอนที่ให้การเรียนรู้ทักษะอีกชุด หนึ่ง ต่อเนื่องกับขั้นตอน Review เป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดการทบทวนขั้นตอนของงานและการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น แล้วเอามานำเสนอในรูปแบบที่เร้าใจ ให้อารมณ์และให้ความรู้ ทีมงานอาจสร้าง นวัตกรรมในการนำเสนอก็ได้ โดยอาจเขียนนี้เป็นรายงาน และนำเสนอเป็นการรายงานหน้าชั้น มีสื่อ ประกอบุหรือจัดทำวิดีทัศน์นำเสนอหรือนำเสนอเป็นละคร เป็นต้น แนวคิดที่ 2 แนวคิดที่ปรับจากการศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ที่ได้จากโครงการสร้าง ชุดความรู้เพื่อสร้างเสริมมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชน : จากประสบการณ์ ความสำเร็จของโรงเรียนไทย มีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ดังนี้
11 1. ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำโครงงานก่อนการเรียนรู้เนื่องจาก การทำโครงงานมีรูปแบบและขั้นตอนที่ชัดเจนและรัดกุม ดังนั้นผู้เรียนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับโครงงานไว้เป็นพื้นฐาน เพื่อใช้ในการปฏิบัติขณะทำงานโครงงานจริง ในขั้น แสวงหาความรู้ 2. ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน โดยต้องคิด หรือเตรียมกิจกรรมที่ดึงดูดให้ผู้เรียนสนใจ ใคร่รู้ ถึงความสนุกสนานในการทำโครงงาน หรือกิจกรรม ร่วมกัน โดยกิจกรรมนั้นอาจเป็นกิจกรรมที่ครูกำหนดขึ้น หรืออาจเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนมีความสนใจ ต้องการจะทำอยู่แล้ว ทั้งนี้ในการกระตุ้นของครูจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอจากกิจกรรมที่ได้ เรียนรู้ผ่านการจัดการเรียนรู้ของครูที่เกี่ยวข้องกับชุมชนที่ผู้เรียนอาศัยอยู่หรือเปืนเรื่องใกล้ตัวที่ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 3. ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ ใช้กระบวนการกลุ่มในการ วางแผนดำเนินกิจกรรม โดยนักเรียนี้เป็นผู้ร่วมกันวางแผนกวิชาจกรรมการเรียนของตนเอง โดยระดม ความคิดและหารือแบ่งหน้าที่เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน หลังจากที่ได้ทราบหัวข้อสิ่งที่ตนเองต้อง เรียนรู้ในภาคเรียนนั้น ๆ เรียบร้อยแล้ว 4. ขั้นแสวงหาความรู้ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เรียนในการทำกิจกรรม ดังนี้ นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมโครงงานตามหัวข้อที่กลุ่มสนใจผู้เรียนปฏิบัติหน้าที่ของตนตาม ข้อตกลงของกลุ่ม พร้อมทั้งร่วมมือกันปฏิบัติกิจกรรม โดยขอคำปรึกษาจากครูเป็นระยะเมื่อมีข้อสงสัย หรือปัญหาเกิดขึ้นผู้เรียนรู้ร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ 5. ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้ผู้เรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการทำกิจกรรม โดยครูใช้คำถาม ถาม ผู้เรียนนำไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้
12 6. ขั้นนำเสนอผลงาน ครูให้ผู้เรียนนำเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัด เวลาให้ผู้เรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และผู้เรียนอื่น ๆ ในโรงเรียนได้ชม ผลงานและเรียนรู้กิจกรรมที่ผู้เรียนปฏิบัติในการทำโครงงาน การประเมินผล 1. ประเมินตามสภาพจริง โดยผู้สอนและผู้เรียนรู้ร่วมกันประเมินผลว่ากิจกรรมที่ทำไปนั้น บรรลุตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ปัญหาและอุปสรรคที่พบคืออะไรบ้าง ได้ใช้วิธีการ แก้ไขอย่างไรผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำโครงงานนั้น ๆ 2. ประเมินโดยผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) ผู้เรียนประเมินตนเอง (2) เพื่อนช่วยประเมิน (3) ผู้สอน หรือครูที่ปรึกษาประเมิน (4) ผู้ปกครองประเมิน (5) บุคคลอื่น ๆ ที่สนใจและมีส่วนเกี่ยวข้อง บทบาทของครูผู้สอน : บทบาทของครูในฐานะผู้กระตุ้นการเรียนรู้ 1. ใช้คำถามกระตุ้นการเรียนรู้ คำถามที่ใช้ในการกระตุ้นการเรียนรู้นั้น ต้องเป็นคำถามที่มี ลักษณะเป็นคำถามปลายเปิด เพื่อให้ผู้เรียนได้อธิบาย โดยขึ้นต้นว่า “ทำไม” หรือลงท้ายว่า “อย่างไร บ้าง” “อะไรบ้าง” “เพราะอะไร” 2. ทำหน้าที่เป็นผู้สังเกต ครูจะต้องคอยสังเกตว่า ผู้เรียนแต่ละคนมีพฤติกรรมอย่างไร ขณะ ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อหาทางชี้แนะ กระตุ้น หรือยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 3. สอนให้ผู้เรียนเรียนรู้การตั้งคำถาม เมื่อผู้เรียนสามารถตั้งคำถามได้ จะทำให้ผู้เรียน
13 รู้จักถามเพื่อค้นคว้าข้อมูล รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และร่วมแสดงความคิดเห็นของตนเองใน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ 4. ให้คำแนะนำเมื่อผู้เรียนเกิดข้อสงสัย ครูจะต้องเป็นผู้คอยแนะนำ ชี้แจง ให้ข้อมูลต่าง ๆ หรือยกตัวอย่างเหตุการณ์ใกล้ตัวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้เรียนเชื่อมโยงไปสู่ความรู้ด้าน อื่น ๆ ในขณะทำกิจกรรมเมื่อผู้เรียนเกิดข้อสงสัย หรือคำถาม โดยไม่บอกคำตอบ 5. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิดหาคำตอบด้วยตนเองสังเกตและคอยกระตุ้นด้วยคำถามให้ผู้เรียน ได้คิดกิจกรรมที่อยากเรียนรู้และหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยด้วยตนเอง 6. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระ ตามความคิดและความสามารถของ ตนเอง เพื่อให้ผู้ได้ใช้จินตนาการและความสามารถของตนเองในการคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ 4. บริบทของสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ที่อยู่ของวิทยาลัยวิทยาลัยเทคนิคนางรอง ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1 ถนนบ้านเก่า-แพงพวย ตำบล นางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ รหัสไปรษณีย์ 31110 โทรศัพท์ 085-7785544 , 044- 631556 แฟ็กซ์ 044-632008 อีเมลล์ [email protected] เว็บไซต์ : http://nrtech.ac.th/ การเรียนการสอนในแผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการปูพื้นฐานที่มั่นคงในด้านทักษะ ที่จำเป็นสำหรับอาชีพในด้านเทคโนโลยีซึ่งเติบโตตลอดเวลาในปัจจุบัน โดยจะมุ่งเน้นไปที่การฝึก ภาคปฏิบัติ ลงมือทำจริง การเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับงานในสาขาต่างๆ เช่น การพัฒนา ซอฟต์แวร์ งานด้านฮาร์ดแวร์ และการดูแลระบบเครือข่าย ด้วยหลักสูตรที่ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ นักเรียนจะได้รับความรู้และทักษะที่หลากหลาย นอกจากนี้นักเรียนทุกคนจะได้รับโอกาสในการ ฝึกงานในสถานประกอบการ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์จริงและสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1 งานวิจัยในประเทศ วัชราภรณ์ประภาสะโนบลและมาเรียม นิลพันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การ จัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้สร้างสิ่ง ใดสิ่งหนึ่งที่มีความหมายและเกิดจากความสนใจของผู้เรียนขึ้นมาจึงทำให้ผู้เรียนต้องใช้ความคิดอย่าง บูรณาการด้วยความกระตือรือร้นและความรับผิดชอบเพื่อนำมาสร้างความคิดและนำความคิดไป สร้างสรรค์ชิ้นงานโดยอาศัยสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมทำให้ความคิดนั้น เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนโดย ผู้สอนจัดวัสดุ สื่อ เทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดี การจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีนี้เป็น การทำให้ผู้เรียนสร้างความรู้จากสิ่งที่อยากรู้ ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ลงมือปฏิบัติ ร่วมกันอภิปราย สรุปผลและนำความรู้ที่ผู้เรียนสร้างขึ้นไปสร้างชิ้นงานโดยอาศัยสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมจนเห็น
14 ความคิดเป็นรูปธรรมซึ่งสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานี้เป็นฐาน ที่ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติตามความสนใจเพื่อค้นพบความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีขั้นตอนการ จัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองและสร้างสรรค์ชิ้นงานได้ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การให้ความรู้พื้นฐาน 2) การเลือก หรือตั้งประเด็นคำถาม 3) การค้นคว้าหาความรู้ หรือคำตอบ 4) การลงมือทำกิจกรรม 5) การสร้างองค์ความรู้ 6) การนำเสนอผลงาน หรือความรู้และ 7) การปรับปรุงและเผยแพร่ต่อสาธารณะ 5.2 งานวิจัยต่างประเทศ Juebei Chen, Anette Kolmos & Xiangyun Du (2021) ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง Forms of implementation and challenges of PBL in engineering education: a review of literature ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา, การเรียนรู้ที่มีการแก้ปัญหาและโครงการ (PBL) ได้รับความนิยม อย่างแพร่หลายในการศึกษาวิศวกรรม เนื่องจากความมีตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความรู้ ที่เป็นอาชีพและทักษะที่สามารถถ่ายทอดได้ของนักเรียน ด้วยจำนวนการวิจัยและการปฏิบัติ PBL ที่ เพิ่มขึ้นในการศึกษาวิศวกรรม, การทำรีวิวที่มีการวิเคราะห์ระบบหรือการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้ถูก ดำเนินการเกี่ยวกับคำจำกัดความ, ประวัติและการพัฒนาของ PBL, และประโยชน์ต่อผลลัพธ์การ เรียนรู้ของนักเรียน อย่างไรก็ตาม, ความท้าทายในการปฏิบัติ PBL ได้รับความสนใจน้อยในงาน ทบทวนปัจจุบัน, และมีการให้ความสนใจน้อยมากเมื่อเทียบกับว่าจะมีการทำงานวิจัยเพื่อทำความ เข้าใจว่าปัญหาในการปฏิบัตินี้เกี่ยวข้องกับวิธีการ PBL ที่หลากหลาย บทความนี้ได้ทำการทบทวน 108 บทความวิจัยเพื่อสำรวจระดับที่ PBL ที่ได้รับการปฏิบัติอยู่ และปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการ PBL บทความนี้อธิบายถึงหลายระดับของการนำ PBL มาใช้, เช่น ระดับวิชา, ระดับร่วมกันของหลาย วิชา, ระดับหลักสูตร, และระดับโครงการ ที่ทั้งหมดนี้, ปัญหาที่คล้ายกันถูกรายงานที่ระดับบุคคล สำหรับครูและนักเรียน, รวมทั้งที่ระดับสถาบันและระดับวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางการ วิจัยในอนาคตสำหรับนักวิจัยด้านการศึกษาทางวิศวกรรม และคำแนะนำสำหรับคณาจารย์และ บุคลากรด้านวิศวกรรมถูกนำเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบหลักสูตร PBL และให้ข้อมูล สำหรับการปฏิบัติ PBL ในอนาคต
15 6. กรอบแนวคิดในการวิจัย 7. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา ตัวแปรต้น - การจัดการเรียนรู้แบบโครงงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่อง โครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ - แบบประเมินโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ - แบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน จากตัวแปรต้นที่กำหนดมานั้น จากหัวข้อโครงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ มีความเหมาะสมในการ จัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานเป็นอย่างยิ่ง มีชิ้นงานโครงงานที่สามารถเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และประเมินโครงงานได้ - การจัดการเรียนรู้แบบโครงงงานเป็นฐาน รายวิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ - แบบประเมินโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ - แบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้แบบ โครงงานเป็นฐาน - ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนการจัดการเรียนรู้แบบโครงง งานเป็นฐาน ในรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์ เบื้องต้น - ผลแบบประเมินโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ - ผลแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้ แบบโครงงานเป็นฐาน
16 วิจัยอ้างอิง: พลตรี สังข์ศรี (2561) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐานวิชาโครงการสำหรับนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า มีประสิทธิภาพ E1/E2 = 82.50/82.25 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์ 80/80 นักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐานวิชา โครงการสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาหลังเรียนมีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ โครงงานเป็นฐานวิชาโครงการสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สังกัด สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่าในภาพรวมมีความเป็นไปได้ และความเป็น ประโยชน์อยู่ใน ระดับมาก ตัวแปรตาม - ผลแบบประเมินโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ - ผลแบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน
17 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระดับและเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรองซึ่งผู้ศึกษาจะนำเสนอตามลำดับดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3. การสร้างและทดสอบเครื่องมือ 4. วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ นักเรียนปวช. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนก วิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง รวมประชากรทั้งสิ้น 185 คน (ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนางรอง) กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จำนวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง ตารางที่ 1 จำนวนประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 1 แสดงจำนวนนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง แหล่งข้อมูล ประชากร กลุ่มตัวอย่าง (หน่วย) (หน่วย) 1. นักเรียนปวช. สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิค นางรอง 185 -
18 2. นักเรียนปวช.2 สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์วิทยาลัยเทคนิค นางรอง - 35 รวม 185 35 ที่มา : ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนางรอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา สำหรับการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาใช้วิธีการวิจัยเชิงทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็น แผนการสอนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นเอง มีสาระสำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เกี่ยวกับ รายวิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ประกอบด้วย การประยุกต์จัดทำ โครงการทางไมโครโปรเซสเซอร์ ส่วนที่ 2 เป็นแบบประเมินโครงงานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียน ปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรองตามกรอบ แนวคิดของ Daniel Stufflebeam และคณะประกอบด้วย 4 ด้าน (1) ด้านความถูกต้อง ข้อที่ 1- 5 (2) ด้านความสวยงาม ข้อที่ 6-7 (3) ด้านความคิดสร้างสรรค์ ข้อที่ 8-9 (4) ด้านคุณประโยชน์ ข้อที่ 10-11 รวมทั้งสิ้น จำนวน 11 ข้อ เป็นแบบสอบถามแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) ตามวิธีของ ลิเคอร์ท (Likert type) ส่วนที่ 3 เป็นแบบประเมินผลความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็น ฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรองตามกรอบแนวคิดของ Daniel Stufflebeam และคณะประกอบด้วย 4 ด้าน (1) ด้านวัตถุประสงค์ ข้อที่ 1-2 (2) ด้านเนื้อหา ข้อที่ 3-5
19 (3) ด้านกระบวนการ ข้อที่ 6-11 (4) ด้านผลลลัพธ์ ข้อที่ 12-16 รวมทั้งสิ้น จำนวน 16 ข้อ เป็นแบบสอบถามแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) ตามวิธีของ ลิเคอร์ท (Likert type) การสร้างและทดสอบเครื่องมือ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ของการศึกษาได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือโดยมี ลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร ตำรา บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการจัดทำ โครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง และศึกษาการสร้างแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าของ ลิเคอร์ท (Likert type) เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ค้นพบจากการศึกษามาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และกำหนดกรอบ คำถาม แนวคิด หรือประเด็นหลักในการสร้างแบบสอบถามให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการศึกษา 3. นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามากำหนดโครงสร้างเครื่องมือโดยขอคำแนะนำจากอาจารย์ ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ 4. สร้างแบบสอบถามฉบับร่าง ตามขอบข่ายและเนื้อหาที่กำหนด โดยครอบคลุมกรอบ แนวคิดและขอบข่ายของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการจัดทำโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ตามเกณฑ์การให้คะแนน (บุญชม ศรี สะอาด, 2545 : 102) ดังนี้ คะแนน หมายถึง 5 ความพึงพอใจระดับมากที่สุด 4 ความพึงพอใจระดับมาก 3 ความพึงพอใจระดับปานกลาง 2 ความพึงพอใจระดับน้อย 1 ความพึงพอใจระดับน้อยที่สุด
20 5. นำแบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้ว เสนออาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ตรวจสอบ เพื่อให้ ข้อเสนอแนะ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข 6. นำแบบสอบถามเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 6.1 นางสาวมยุรี พงษ์อาภา ตำแหน่ง หัวหน้าแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาชีวศึกษาบุรีรัมย์ 6.2 นางสาวธัญรัตน์ นามยงค์ ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน วิทยาลัยเทคนิคนางรอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาชีวศึกษาบุรีรัมย์ 6.3 นายธีรภัทร แสวงดี ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน วิทยาลัยเทคนิคนางรอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาชีวศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อทำการตรวจสอบความตรงของเนื้อหา (Content Validity) และความเหมาะสมของ ภาษาที่ใช้โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับคำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษาโดยใช้วิธี หาค่า Index of Item Objective congruency (IOC) โดยกำหนดคะแนนความคิดเห็น ดังนี้ +1 แน่ใจว่าข้อคำถามข้อนั้นวัดได้ตรงกับคำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษา 0 ไม่แน่ใจข้อคำถามข้อนั้นวัดได้ตรงกับคำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษา -1 แน่ใจว่าข้อคำถามข้อนั้นวัดได้ไม่ตรงกับคำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษา บันทึกผลการพิจารณาลงความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านในแต่ละข้อ จากนั้น คำนวณหาค่า IOC โดยใช้สูตรดังนี้ IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับคำจำกัดความ ที่ใช้ในการศึกษา R แทน ผลรวมของคะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิ N แทน จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ คัดเลือกข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ .50 ไว้จัดทำเป็นแบบสอบถามเพื่อใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป
21 7. นำข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิมาปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือและเสนอขอความเห็นชอบ จากอาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ 8. นำแบบสอบถามที่แก้ไข ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้ (Try-Out) กับ นักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างใน การศึกษา จำนวน 35 คน 9. นำแบบสอบถามที่ทดลองใช้มาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของ แบบสอบถามทั้งฉบับ ผลการวิเคราะห์การทดสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับโดยใช้สูตร สัมประสิทธิ์แอลฟ่า (Alpha – Coefficient) ของคอนบาค (Cronbach) มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 1.00 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยตนเอง โดยดำเนินการ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ผู้ศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามด้วยตนเอง ตามวันเวลาที่กำหนด การวิเคราะห์ข้อมูล 1. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษานำข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับคืนมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ หาค่าต่างๆ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จข้อมูล ผู้ศึกษานำข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับคืนมาวิเคราะห์ ข้อมูล เพื่อหาค่าต่างๆ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ โดยดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ 1.1 นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล 1.2 นำแบบสอบถามลงรหัส เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1.3 นำคะแนนที่ได้บันทึกลงเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรม สำเร็จรูปทางสถิติ ตามรายการดังนี้ 1.3.1 วิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ตามความคิดเห็น ของ กลุ่มตัวอย่าง โดยหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) แล้ว นำค่าเฉลี่ยที่ได้ไปเทียบกับเกณฑ์การแปลความหมาย (บุญชม ศรีสะอาด, 2545 : 103) ดังนี้ กำหนดความหมายของคะแนนเฉลี่ยของคำตอบไว้ ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับการประเมิน 4.51-5.00 มากที่สุด
22 3.51-4.50 มาก 2.51-3.50 ปานกลาง 1.51-2.50 น้อย 1.00-1.50 น้อยที่สุด 1.3.2 เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จำแนกตามประสบการณ์/อาชีพ/อายุ/ประสบการณ์/ฯลฯ ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยใช้สถิติเพื่อ ทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม โดยการทดสอบค่าที (t-test) 1.3.3 เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ตามประสบการณ์/อาชีพ/อายุ/ประสบการณ์/ฯลฯ ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยใช้สถิติ เพื่อทดสอบ สมมติฐานเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 กลุ่ม โดยการทดสอบค่าที (F-test) 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2.1 สถิติพื้นฐาน 2.1.1 ค่าร้อยละ (Percentage) 2.1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) 2.1.3 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2.2 สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ 2.2.1 ทดสอบความตรงของเนื้อหา (Content Validity) โดยใช้วิธีหาค่า Index of Item Objective congruency (IOC) 2.2.2 ทดสอบค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอล ฟ่า (Alpha – Coefficient) ของคอนบาค (Cronbach) 2.3 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน 2.3.1 ค่าที (t-test) ใช้ทดสอบความแตกต่างด้านปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคลที่มีตัว แปรแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เพศชาย และ เพศหญิง
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระดับและเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ผู้ศึกษาได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 3 ส่วน ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ระดับพัฒนารูปแบบการสอนแบบการคิดเชิงออกแบบ วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะ การทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จำแนกตามเพศ และ ชั้นปี ในการแปลความหมายของการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ X แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน n แทน กลุ่มตัวอย่าง t แทน สถิติทดสอบค่าที (t-test) F แทน สถิติทดสอบค่าเอฟ (F-test) p แทน ค่าความน่าจะเป็น * แทน นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
24 ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ตารางที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามเพศ เพศ จำนวน(คน) ร้อยละ ชาย 10 38.5 หญิง 16 61.5 รวม 26 100 จากตารางที่ 1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นเพศชาย จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และเพศหญิง จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ตารางที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามชั้นปี ชั้นปีที่ จำนวน(คน) ร้อยละ ปี 2 26 100 รวม 26 100 จากตารางที่ 2 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 30 คน ส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 รองลงมาคือ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 26.7 และ ชั้นปีที่ 1 และ 4 จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 20.0 ตารางที่ 3 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามอายุ อายุ จำนวน(คน) ร้อยละ 14-16 ปี 2 7.7 17-19 ปี 24 92.3 20-22 ปี 0 0 23 ปีขึ้นไป 0 0 รวม 26 100 จากตารางที่ 3 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 30 คน ส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วง 20-22 ปี จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 43.3 รองลงมาคือ อายุ 17-19 ปี2 จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 และ อายุ 23 ปีขึ้นไป จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 23.3
25 ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของ นักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรองของ นักเรียนปวช.2 โดยรวมและรายด้านปรากฏผลดังตารางที่ 4 – 8 ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ โครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่อง โครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรองของ นักเรียนปวช.2 โดยรวมและรายด้าน การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียน ปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง n = 26 ระดับ อันดับ X S.D. 1. ด้านวัตถุประสงค์ 4.59 .70 มากที่สุด 3 2. ด้านเนื้อหา 4.57 .62 มากที่สุด 4 3. ด้านกระบวนการ 4.62 .56 มากที่สุด 2 4. ด้านผลลัพธ์ 4.63 .61 มากที่สุด 1 รวม 4.60 .60 มากที่สุด จากตารางที่ 4 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.60, S.D. = .60 ) เมื่อ พิจารณารายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านผลลัพธ์ ( X = 4.63, S.D. = .61 ) รองลงมาคือ ด้านกระบวนการ ( X = 4.62, S.D. = .56 ) ด้านวัตถุประสงค์ ( X = 4.59, S.D. = .70 ) และด้าน เนื้อหา ( X = 4.57, S.D. = .62 ) เป็นอันดับสุดท้าย ตารางที่ 5 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง
26 ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ด้านวัตถุประสงค์ ด้านวัตถุประสงค์ n = 26 ระดับ อันดับ X S.D. 1. วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการ จัดทำโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ มี ความชัดเจน 4.62 .69 มากที่สุด 1 2. วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐานสอดคล้องกับรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์ เบื้องต้น 4.58 .75 มากที่สุด 2 รวม 4.59 .70 มากที่สุด จากตารางที่ 5 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านวัตถุประสงค์โดยรวมและราย ข้ออยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.59, S.D. = .70 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ย สูงสุดคือข้อ 1 ( X = 4.62, S.D. = .69 ) รองลงมาคือ ข้อ 2 ( X = 4.58, S.D. = .75 ) เป็นอันดับ สุดท้าย ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ด้านเนื้อหา ด้านเนื้อหา n = 26 ระดับ อันดับ X S.D. 1. เนื้อหาของโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ ตรงกับความสนใจและความต้องการของคุณ 4.58 .64 มากที่สุด 2 2. เนื้อหาของโครงงานมีระดับความยากง่าย เหมาะสมกับระดับความรู้และความสามารถของ ผู้เรียน 4.58 .703 มากที่สุด 1
27 3. เนื้อหาของโครงงานมีความทันสมัยและสอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน 4.58 .703 มากที่สุด 1 รวม 4.57 .62 มากที่สุด จากตารางที่ 6 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านเนื้อหา โดยรวมและรายข้ออยู่ ในระดับมากที่สุด ( X = 4.57, S.D. = .62 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ข้อ 2 กับข้อ 3 ( X = 4.58, S.D. = .703 ) และ ข้อ 1 ( X = 4.58, S.D. = .64 ) เป็นอันดับสุดท้าย ตารางที่ 7 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ด้านกระบวนการ ด้านกระบวนการ n = 26 ระดับ อันดับ X S.D. 1. กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้ในการจัดการ เรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานสอดคล้องกับเนื้อหา ของโครงงาน 4.62 .697 มากที่สุด 2 2. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.62 .697 มากที่สุด 2 3. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ พัฒนาการแก้ปัญหา 4.69 .618 มากที่สุด 1 4. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ พัฒนาการทำงานเป็นทีม 4.58 .64 มากที่สุด 3 5. กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ พัฒนาทักษะการสื่อสาร 4.69 .618 มากที่สุด 1 6. กิจกรรมการเรียนการสอนมีความท้าทายและ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง 4.54 .70 มากที่สุด 4 รวม 4.62 .56 มากที่สุด
28 จากตารางที่ 7 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านกระบวนการ โดยรวมและราย ข้ออยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.62, S.D. = .56 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ย สูงสุดคือข้อ 3 กับข้อ 5 ( X = 4.69, S.D. = .618 ) รองลงมาคือ ข้อ 1 กับข้อ 2 ( X = 4.62 , S.D. = .697 ) ข้อ 4 ( X = 4.58, S.D. = .64 ) และข้อ 6 ( X = 4.54, S.D. = .70 ) เป็นอันดับสุดท้าย ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชา คอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ด้านผลลัพธ์ ด้านผลลัพธ์ n = 26 ระดับ อันดับ X S.D. 1. ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์และ ประยุกต์ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.65 .68 มากที่สุด 2 2. ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.65 .62 มากที่สุด 3 3. ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา 4.62 .69 มากที่สุด 4 4. ผู้เรียนได้พัฒนาการทำงานเป็นทีม 4.58 .70 มากที่สุด 5 5. ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร 4.69 .61 มากที่สุด 1 รวม 4.63 .61 มากที่สุด จากตารางที่ 8 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านผลลัพธ์โดยรวมและรายข้อ อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.63, S.D. = .61 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือข้อ 5 ( X = 4.65, S.D. = .68 ) รองลงมาคือ ข้อ 1 ( X = 4.65, S.D. = .68 ) ข้อ 2 ( X = 4.65, S.D. = .62 ) ข้อ 3 ( X = 4.62, S.D. = .69 ) และ ข้อ 4 ( X = 4.58, S.D. = .70 ) เป็น อันดับสุดท้าย ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียน ปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จำแนกตาม เพศ ดังตารางที่9
29 ตารางที่ 9 เปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง จำแนก ตามเพศ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์ เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของ นักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง เพศ t p ชาย หญิง n = 10 n = 16 X S.D. X S.D. ด้านวัตถุประสงค์ 4.90 .21 4.40 .84 2.23 .038* ด้านเนื้อหา 4.86 .23 4.39 .73 2.38 .027* ด้านกระบวนการ 4.93 .14 4.42 .64 3.01 .008* ด้านผลลัพธ์ 4.91 .72 4.41 .70 2.62 .018* รวม 4.91 .14 4.41 .70 2.70 .015* *P<.05 จากตารางที่ 15 พบว่า นักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ โครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมแตกต่างกัน
30 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระดับและเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนปวช. สาขาวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศ จำนวน 35 คนได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling)เครื่องมือที่ใช้ใน การเก็บรวมรวมข้อมูลครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ 1) ด้านวัตถุประสงค์2) ด้านเนื้อหา 3) ด้าน กระบวนการ4) ด้านผลลัพธ์การหาคุณภาพเครื่องมือ ผู้ศึกษาหาความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม ด้านโครงสร้างและเนื้อหา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ตรวจเสนอแนะนำมาปรับปรุงแก้ไข และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยรวมทั้งฉบับเท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย (mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ ทดสอบค่าที (t - test) แล้วทำการแปลผลและนำเสนอผลการศึกษา สรุปผลการศึกษา ผลการศึกษาสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ ดังนี้ 1. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านผลลัพธ์รองลงมาคือ ด้านกระบวนการ ด้านวัตถุประสงค์ และด้านเนื้อหา เป็นอันดับสุดท้าย 1.1 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านวัตถุประสงค์โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 1 รองลงมาคือ ข้อ 2 เป็นอันดับ สุดท้าย 1.2 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านเนื้อหา โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก ที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 2 กับข้อ 3 และ ข้อ 1 เป็นอันดับ สุดท้าย
31 1.3 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านกระบวนการ โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 กับข้อ 5 รองลงมาคือ ข้อ 1 กับ ข้อ 2 ข้อ และข้อ 6 เป็นอันดับสุดท้าย 1.4 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านผลลัพธ์โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 5 รองลงมาคือ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 และ ข้อ 4 เป็นอันดับสุดท้าย 2. ผลการเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน ร่วมกัน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ที่มีเพศต่างกัน พบว่า นักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงาน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมแตกต่างกัน อภิปรายผล จากการศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง ในครั้งนี้ มีประเด็นการ อภิปรายผลดังนี้ 1. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านผลลัพธ์รองลงมาคือ ด้านกระบวนการ ด้านเนื้อหา และด้านวัตถุประสงค์ เป็นอันดับสุดท้าย ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน โดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ส่งเสริมให้มีทักษะการทำงานร่วมกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ วัชราภรณ์ประภาสะโนบลและมาเรียม นิลพันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้ โครงงานเป็นฐานตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทฤษฎีการ สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน 1.1 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านวัตถุประสงค์โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก ที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 1 รองลงมาคือ ข้อ 2 เป็นอันดับ สุดท้าย ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ส่งเสริมให้
32 มีทักษะการทำงานร่วมกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ วัชราภรณ์ประภาสะโนบลและมาเรียม นิล พันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานตามแนวทฤษฎีการสร้าง ความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน 1.2 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านเนื้อหา โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก ที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 2 กับข้อ 3 และ ข้อ 1 เป็นอันดับ สุดท้าย ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ส่งเสริมให้ มีทักษะการทำงานร่วมกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ วัชราภรณ์ประภาสะโนบลและมาเรียม นิล พันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานตามแนวทฤษฎีการสร้าง ความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน 1.3 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านกระบวนการ โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 3 กับข้อ 5 รองลงมาคือ ข้อ 1 กับ ข้อ 2 ข้อ และข้อ 6 เป็นอันดับสุดท้าย ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดย การสร้างสรรค์ชิ้นงาน ส่งเสริมให้มีทักษะการทำงานร่วมกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ วัชราภรณ์ ประภาสะโนบลและมาเรียม นิลพันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็น ฐานตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วย ตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน 1.4 ความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ด้านผลลัพธ์โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือข้อ 5 รองลงมาคือ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 และ ข้อ 4 เป็นอันดับสุดท้าย ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ส่งเสริมให้มีทักษะการทำงานร่วมกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ วัชราภรณ์ประภาสะโนบลและมา เรียม นิลพันธ์(2564) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานตามแนวทฤษฎีการ สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการ สร้างสรรค์ชิ้นงาน 2. ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียนปวช.2 ที่มีเพศต่างกันมีความพึงพอใจการ จัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน วิชาไมโครโปรเซสเซอร์ เบื้องต้น เรื่องโครงงานทางไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตาม สมมติฐานที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เป็นเพราะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน โดยการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน ส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน เป็นลักษณะการทำงานเป็นกลุ่ม และการจับกลุ่มมักจะจับ
33 กลุ่มกับเพศเดียวกัน สอดคล้องกับงานวิจัยของ Juebei Chen, Anette Kolmos & Xiangyun Du (2021) ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง Forms of implementation and challenges of PBL in engineering education: a review of literature ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการ PBL อธิบายถึงหลายระดับของ การนำ PBL มาใช้, เช่น ระดับวิชา, ระดับร่วมกันของหลายวิชา, ระดับหลักสูตร, และระดับโครงการ ที่ทั้งหมดนี้, ปัญหาที่คล้ายกันถูกรายงานที่ระดับบุคคลสำหรับครูและนักเรียน, รวมทั้งที่ระดับสถาบัน และระดับวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป 1.1 ผู้สอนควรทำขั้นตอนให้ความรู้พื้นฐานให้ครอบคลุมกับบทเรียนที่ผู้เรียนศึกษา 1.2 ผู้สอนควรกำหนดขอบเขตของโครงงานอย่างชัดเจน 1.3 ผู้สอนควรชี้แจงเกฑณ์การประเมินผู้เรียนทราบอย่างละเอียด 1.4 ผู้สอนควรเป็นที่ปรึกษาโครงานได้ เมื่อผู้เรียนพบปัญหาของเกี่ยวกับโครงงาน 2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป 2.1 ผู้วิจัยควรวางแผนการวิจัยไม่ให้ใช้เวลามากเกินไป 2.2 ผู้วิจัยนำข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงและพัฒนาตนเองต่อไป
ภาคผนวก ก
35 แบบประเมินความพึงพอใจการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่อง การจัดทำโครงงานไมโครโปรเซสเซอร์ของนักเรียนปวช.2 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง คำชี้แจง โปรดเลือกคำตอบ แล้วทำเครื่องหมาย ลงให้ครบทุกข้อ ตามความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อ เกณฑ์โดยระดับคะแนนความพึงพอใจมีดังนี้ ระดับคะแนน 5 หมายถึง เห็นด้วยหรือพึงพอใจมากที่สุด ระดับคะแนน 4 หมายถึง เห็นด้วยหรือพึงพอใจมาก ระดับคะแนน 3 หมายถึง เห็นด้วยหรือพึงพอใจปานกลาง ระดับคะแนน 2 หมายถึง เห็นด้วยหรือพึงพอใจน้อย ระดับคะแนน 1 หมายถึง เห็นด้วยหรือพึงพอใจน้อยที่สุด รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. ด้านวัตถุประสงค์ 1.1 วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน วิชา ไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการจัดทำโครงงานย่อยทาง ไมโครโปรเซสเซอร์ มีความชัดเจน 1.2 วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานสอดคล้องกับ หลักสูตรรายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น 2. ด้านเนื้อหา 2.1 เนื้อหาของโครงงานย่อยทางไมโครโปรเซสเซอร์ตรงกับความสนใจและ ความต้องการของคุณ 2.2 เนื้อหาของโครงงานมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความรู้ และความสามารถของผู้เรียน 2.3 เนื้อหาของโครงงานมีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน
36 3. ด้านกระบวนการ 3.1 กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็น ฐานสอดคล้องกับเนื้อหาของโครงงาน 3.2 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ 3.3 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาการแก้ปัญหา 3.4 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาการทำงานเป็น ทีม 3.5 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร 3.6 กิจกรรมการเรียนการสอนมีความท้าทายและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง 4. ด้านผลลัพธ์ 4.1 ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์และประยุกต์ใช้ ไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา 4.4 ผู้เรียนได้พัฒนาการทำงานเป็นทีม 4.5 ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. .......................................................
ภาคผนวก ข
38 ภาพการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน รายวิชาไมโครโปรเซสเซอร์เบื้องต้น เรื่องการจัดทำโครงงานไมโครโปรเซสเซอร์ ของนักเรียนปวช.2 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคนางรอง
39
บรรณานุกรม วัชราภรณ์ ระภาสะโนบลและมาเรียม นิลพันธุ์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานตามแนว ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน Project-Bae Learning Management According to the Constructionism Theory. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564. พลตรี สังข์ศรี(2563). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานวิชาโครงการ สำรับนักศึกษา ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา. วารสารวิชาการ T-VET Journal สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 3 ปีที่ 3 ฉบับบที่ 5. GE-Learning CMRU. (ม.ป.ป.). Content 3 : Project Based Learning. กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ กลุ่ม 2 GEN 1306 ความเป็นพลเมืองกับการพัฒนาท้องถิ่น. สืบค้น 23 พฤศจิกายน 2566 จากเว็บไซต์ https://gened2.cmru.ac.th/ge_learning/src/gen1306/GEN1306-Content3.pdf Juebei Chen, Anette Kolmos & Xiangyun DU. (2020). Forms of implementation and challenges of PBL in engineering education: a review of literature. European Journal of Engineering Education 2021, VOL. 46, NO.1, 90-115.