The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phakwalan Petchui, 2020-09-14 12:22:33

การจัดการเรียนการสอนโดยการลงมือปฏิบัติ (Active Learning)

3.3.6

การจดั การเรยี นการสอนโดยการลงมอื ปฏบิ ตั ิ

(Active Learning)

การจดั การเรยี นการสอนโดยการลงมอื ปฏบิ ตั ิ

(Active Learning)

Active Learning (การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ) น้ัน หมายถึงกระบวนการ
เรียนรู้ท่ีมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยผ่านการ
กระทาและรว่ มมอื กันระหวา่ งผู้เรยี น ด้วยกัน ซึ่งเกิดข้ึนจากสมมตฐิ าน 2 ประการ อัน
ไดแ้ ก่

1. การเรยี นรูเ้ ป็นความพยายามโดยธรรมชาตขิ องมนุษย์
2. แตล่ ะคนมแี นวทางในการเรียนรู้ที่แตกตา่ งกนั
ก่อนที่จะเราจะมาเจาะลึกในเรื่องของ Active Learning เราควรจะมาทา
ความเข้าใจในเรื่อง ของปิรามิดแห่งการเรียนรู้กันก่อน ปิรามิดแห่งการเรียนรู้ คือ การ
แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพใน การเรียนรู้ของมนุษย์ผ่านวิธีการต่าง ๆ ซ่ึงสามารถ
แบง่ ออกได้เป็น 2 ระดบั คอื
ระดบั ท่ี 1 กระบวนการเรียนรแู้ บบ Passive Learning
ได้แก่ การเรียนรู้ที่เกิดจากการฟัง การท่องจา การเห็น การรับชม
ตามลาดับ ซ่ึงกระบวนการเรียนรู้แบบ Passive Learning นี้ จะเน้นให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้ผ่านทางการถ่ายทอด ของผู้สอนเป็นหลัก ซ่ึงวิธีการเหล่านี้สามารถส่งเสริมให้
ผเู้ รยี นสามารถเรยี นร้ไู ด้ไมเ่ กนิ 50%

ระดับท่ี 2 กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning

ได้แก่ การพูดคุยแสดงความคิดเห็น และการลงมือปฏิบัติ และการ
ประยกุ ต์ใช้ ซ่งึ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning นั้น จะเน้นให้ผ้เู รียน เรยี นรู้และ
สร้างองค์ความรู้ได้ด้วย ตัวเอง จากการประสานงานร่วมกันระหว่างผู้เรียน โดยมี
ผู้สอนคอยชี้แนะและให้คาแนะนา ซึ่งวิธีการ เหล่าน้ี นับเป็นข้ันท่ีสูงกว่า Passive
Learning ทาให้สามารถส่งเสริมการเรยี นรู้ของผเู้ รียนได้ถึง 90%

การจดั การเรยี นการสอนโดยการลงมอื ปฏบิ ตั ิ

(Active Learning)

สาหรับลักษณะของกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning นั้น รอง
ศาสตราจารย์ ดร.ไชย ยศ เรืองสุวรรณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ณ ขณะนั้น (ปี 2553) ได้อธิบายถึง ลักษณะของกระบวนการเรียนรู้แบบ Active
Learning ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ว่า

1. เป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด
การแก้ปญั หา การนา ความร้ไู ปประยุกต์ใช้

2. เป็นการเรียนการสอนที่เปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนมีส่วนรว่ มในการเรยี นรู้
3. ผู้เรียนสร้างองค์ความร้แู ละจัดระบบการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
4. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน มีการสร้างองค์ความรู้
การสร้างปฏิสัมพนั ธ์ รว่ มกนั และรว่ มมอื กนั มากกว่าการแข่งขนั
5. ผู้เรียนได้เรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทางาน และ
การแบ่งหน้าท่ี ความรับผิดชอบ
6. เปน็ กระบวนการสรา้ งสถานการณใ์ หผ้ ูเ้ รยี นอ่าน พูด ฟัง คิด
7. เปน็ กจิ กรรมการเรยี นการสอนเนน้ ทกั ษะการคดิ ข้ันสงู
8. เป็นกิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูล , ข่าวสาร,
สารสนเทศ, และ หลักการสกู่ ารสร้างความคดิ รวบยอดความคิดรวบยอด
9. ผู้สอนจะเป็นผู้อานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้เรียน
เปน็ ผ้ปู ฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง
10. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ การสร้างองค์ความรู้ และการสรุป
ทบทวนของผู้เรยี น
ซึ่งจากลักษณะโดยทั่วไปของกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning น้ี
เราสามารถนากระบวนการนม้ี าประยกุ ต์ใชใ้ นการจดั เรยี นการสอนได้

การจดั การเรยี นการสอนโดยการลงมอื ปฏบิ ตั ิ

(Active Learning)

แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา

1. จัดให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน กิจกรรมต้องสะท้อนความ
ตอ้ งการในการพัฒนาผ้เู รยี นและเน้นการนา ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ จรงิ ของผ้เู รียน

2. สร้างบรรยากาศของการมีส่วนรว่ ม และการเจรจาโต้ตอบที่ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียน
มีปฏิสมั พนั ธ์ท่ดี กี บั ผู้สอน และเพือ่ นในช้ันเรยี น

3. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนให้เป็นพลวัต ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมีส่วนรว่ มในทกุ
กิจกรรมรวมทง้ั กระตุน้ ให้ผู้เรียนประสบความสาเร็จในการเรียนรู้

4. จดั สภาพการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื ส่งเสรมิ ให้เกิดการร่วมมือในกล่มุ ผู้เรียน

5. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนให้ท้าทายและให้โอกาสผู้เรียนได้รบั วิธีการสอนท่ี
หลากหลาย วางแผนเกี่ยวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของเน้ือหา
และกิจกรรมครูผู้สอนต้องใจกว้าง มีการจัดทาหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้และนาไปใช้ใน
การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นให้ผู้เรียนตามแนวทางการนิเทศโดยใช้พ้ืนที่เป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาสกู่ ารนิเทศภายในโรงเรียนโดยใชห้ อ้ งเรยี น เป็นฐานเพอ่ื พฒั นาคุณภาพของผเู้ รียน

- มสี ว่ นรว่ มในชน้ั เรยี น
- มงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นลงมือปฏบิ ตั ิ
- เรียนรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูท้ ี่หลากหลาย
- เรยี นรอู้ ย่างมคี วามหมาย (Meaningful learning)
- สรา้ งองคค์ วามรไู้ ด้
- มีความเข้าใจในตนเอง
- ใชส้ ติปญั ญา ในการคดิ วเิ คราะห์
- สรา้ งสรรค์ผลงานนวตั กรรมท่ีสอดคล้องกบั สมรรถนะสาคัญในศตวรรษท่ี 21
- มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวติ และทักษะวิชาชีพ ในการเรียนรตู้ ามระดับช่วงวัย


Click to View FlipBook Version