หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
(The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
The Law of Success เป็นหนังสอื ที่ไดร้ ับการยอมรับสูงสุดจนเรยี กไดว้ ่า เปน็
หนังสือต้นแบบของหนังสือ Self – Improvement ในปัจจุบันผู้แต่งคือ Dr. Napoleon Hills
ประกอบด้วย
หลกั ปรชั ญา 17 ประการแหง่ ความสาเร็จ คือ
1. มีความมงุ่ หมายท่ชี ัดเจน(Definiteness of Purpose)
ความมุ่งหมายที่ชัดเจนเด็ดขาดถือเป็นจุดเร่ิมต้นของความสาเร็จทุกอย่าง
จุดเร่ิมต้นของความสาเร็จของมนุษย์จึงอยู่ท่ีการ สร้างความมุ่งหมายหลักที่ชัดเจน
ขึ้นมาก่อนเพ่ือให้รู้ว่าคุณต้องการทาอะไรให้สาเร็จ อะไรคือเป้าหมายท่ีอยาก ไปให้ถึง จะใช้
แผนอะไรในการก้าวไปสู่ความสาเร็จนน้ั
2. มเี พอื่ นร่วมงานทเ่ี ขา้ กนั ได้ (Mastermind Alliance)
ข้อน้ีเป็นเรื่องของความร่วมมือของบุคคลต้ังแต่สองค นข้ึนไปซึ่งทางาน
ร่วมกันอย่างเข้าขาเพ่ือบรรลวุ ัตถุประสงค์ที่มรี ่วมกันคณุ ค่าทไี่ ดจ้ ากความรว่ มมอื ของคน
ที่มีหัวใจอย่างเดียวกนั เป็นเร่ืองที่สร้างคุณประโยชน์อย่างชดั แจ้งโดยไม่จาเป็นต้องพิสูจน์
อะไรอีก คุณจาเป็นต้องรู้ว่าควรเลือกใครมาเป็นผู้ร่วมงาน เพ่ือให้เกิดความร่วมมือและ
ทักษะทผ่ี สานสอดคลอ้ งกนั
3. ศรัทธาในงานทที่ า (Applied Faith)
ศรัทธาคือสภาวะทางจิตใจท่มี ีต่อเป้าหมาย,ความปรารถนา,และแผนงานเปน็
ความมุ่งมั่นจะทาให้เกิดผลบางอย่างที่เป็นรูปธรรม เป็นความเชื่อและความคิดเชิงบวกที่
พร้อมจะฝา่ ฟนั อปุ สรรคปัญหาทุกอย่าง จนกวา่ จะประสบผลสาเร็จ
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
หลกั ปรชั ญา 17 ประการแห่งความสาเรจ็ คอื
4. พยายามมากข้นึ อกี นดิ (Going the Extra Mite)
ความพยายามกับผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ไปควบคู่กัน เมื่อคุณทามากข้ึนกว่าท่ี
ทาอยู่ตามปกติคุณก็จะย่ิงได้รบั ผลมากข้ึนกว่าเดิมยง่ิ ผู้ร่วมงานใช้ความพยายามมากขึ้น
เพื่อบรรลุเป้าหมาย กจ็ ะยงิ่ ทาให้งานเสร็จได้เร็ว และดขี น้ึ
5) มีบคุ ลกิ ทีน่ ่าทางานดว้ ย (Pleasing Personality)
บุคลิกภาพเป็นผลรวมของสภาพทางจิตใจ อุปนิสัยและสรีระร่างกายที่ทาให้
บคุ คลหนงึ่ แตกต่างไปจาก บุคคลอ่ืนบคุ ลกิ ภาพซึง่ เปน็ ปจั จัยกาหนดว่าใครจะเป็นท่ีรกั หรอื
ทชี่ งั ได้แก่ ทัศนคติ มารยาท และอารมณท์ ่ี แสดงออกมา
6) ไม่ท้อถอย (Personal Initiative)
การไม่ท้อถอยหรือไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาอุปสรรคเป็นพลังที่ผลักดันให้บุคคล
สานต่อสิ่งที่เริ่มไว้จนสาเร็จความไม่ท้อถอยเป็นความรู้สึกท้าทายตนเองให้พยายามทา
ภารกิจทมี่ ่งุ หวังไปอย่างต่อเนือ่ งจนกวา่ จะบรรลผุ ลสาเรจ็
7) คดิ บวก (Positive Mental Attitude)
ทัศนคติเชิงบวก เป็นทัศนคติท่ีควรมีอยู่ในทุกสถานการณ์ ถ้าคิดว่าส่ิงน้ัน
สามารถทาให้สาเร็จได้ ความคิด นั้นจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดเป็นกาลังใจปฏิบัติงานจน
เกดิ ผลสาเรจ็ ความคดิ บวกจะช่วยให้คณุ มองเหน็ โอกาสความสาเรจ็ มคี วามมน่ั ใจ ในสงิ่
ท่จี ะทาและเตมิ พลังให้ในทุกสถานการณ์
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
หลักปรชั ญา 17 ประการแหง่ ความสาเรจ็ คอื
8) กระตอื รอื รน้ ทจี่ ะทาใหส้ าเรจ็ (Enthusiasm)
ความกระตือรอื รน้ คอื ความมีศรัทธาในการกระทา เปน็ ความปรารถนาที่
รมุ เรา้ ใหอ้ ยากทาสง่ิ นน้ั ๆ ให้ประสบความสาเรจ็
9) ควบคมุ ความคดิ ตนเอง (Self-Discipline)
การควบคมุ ความคดิ เป็นการรกั ษาสมดลุ ระหว่างอารมณก์ บั เหตผุ ล เป็น
กระบวนการท่ผี ูกรวม การควบคมุ จิตใจ ความไมท่ อ้ ถอย ความคิดบวก และความ
กระตอื รอื รน้ ทจี่ ะทาภารกิจใหส้ าเรจ็ เขา้ ด้วยกัน ทาใหค้ ณุ คิด ก่อนที่จะทา ดงั นน้ั หากคณุ
ไม่ สรา้ งวินยั ในการควบคุมจติ ใตส้ านกึ ของตนเอง คณุ กอ็ าจแสดงพฤติกรรมท่ีไมส่ มควร
ออกมาจนถกู ผอู้ น่ื ตาหนิ หรือลงโทษ
10) แนว่ แนท่ จี่ ะทาใหส้ าเรจ็ (Accurate Thinking)
เกย่ี วกบั การควบคุม จิตใจให้แนว่ แน่อยูก่ บั เป้าหมาย ตดั ความคดิ อนื่ ๆ ทไ่ี ม่
จาเป็นซึง่ เข้ามารบกวนจติ ใจ
11) จดั ลาดบั ความสาคญั ของการกระทา (Controlled Attention)
เปน็ การจัดลาดับความสาคญั ของเวลา กาลัง และความคิดทจี่ ะใหส้ าเรจ็ ตาม
เปา้ หมาย ใหร้ ู้ว่าอะไรคอื สิ่งท่ีสาคญั มากทสี่ ดุ สาหรบั คณุ และจะจัดลาดบั การกระทา
ก่อนหลังอยา่ งไรจึงจะไมเ่ ปะปะสับสน
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
หลกั ปรชั ญา 17 ประการแหง่ ความสาเรจ็ คอื
12) ทาด้วยจิตวิญญาณของทมี (Teamwork)
บุคคลท่ีร่วมกันทางานดว้ ยวตั ถุประสงค์อย่างเดียวกนั จะได้ผลสาเร็จดกี ว่า
การทาเพียงลาพังหรือต่างคนต่างทาเป็นความร่วมมือท่ีเกิดจากความ พร้อมใจ ยินดีที่
จะเขา้ รว่ มทาอย่างเปน็ อิสระ เมื่อใดที่ธุรกิจมที มี งานท่ีทาด้วยจติ วญิ ญาณของการทางาน
เป็นทีม ความสาเร็จยอ่ มเกดิ ข้นึ ได้อย่างแน่นอน
13)ใชค้ วามผดิ พลาดและล้มเหลวให้เป็นประโยชน์(Adversity and Defeat)
ความสาเร็จแต่ละครั้งมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดล้มเหลวท่ี
บุคคลได้ประสบมาและนามันมาใช้ให้ เป็นประโยชน์ หลายคนเรียกความล้มเหลวว่าเป็น
ความพา่ ยแพ้ช่วั คราวท่ีอาจส่งผลต่อความสาเร็จในอนาคต
14) มวี สิ ยั ทศั น์สร้างสรรค์ (Creative Vision)
คุณสามารถสร้างและพัฒนาวิสัยทัศน์ได้ด้วยการใช้จินตนาการอย่างเป็น
อิสระจินตนาการเป็นเคร่ืองมือท่ี วิสัยทัศน์ใช้ในการสร้างกรอบการดาเนินงานตั้งแต่
เปา้ หมาย แผนงาน ไปจนถึงการปฏิบัติ ความสาเรจ็ จะเกิดขึ้นตอ่ เมอื่ บุคคลนาจนิ ตนาการ
น้ันมาสร้างให้เป็นวิสัยทัศน์ และดาเนินการตามขั้นตอนท่ี ถูกต้องเหมาะสมให้สาเร็จตาม
จนิ ตนาการนั้นเท่าน้ัน
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
หลกั ปรชั ญา 17 ประการแหง่ ความสาเรจ็ คอื
15) มสี ุขภาพที่ดี (Health)
สุขภาพเป็นตัวประสานและส่งเสรมิ คุณให้สามารถใชห้ ลักความสาเรจ็ ข้ออ่นื ๆ
ได้ท้ังหมด การทานอาหารที่ มีประโยชน์และหม่ันออกกาลังสมองด้วยการคิดเร่ืองท่ีท้า
ทายต่างๆ โดยไม่ไปเครียดอยู่กับมัน จะช่วยให้คุณ พร้อมทจี่ ะนาหลกั ความสาเร็จขอ้ อ่ืนๆ
มาใช้ให้ประสบความสาเร็จได้
16) วางแผนการใช้เงนิ และเวลา (Budgeting Time and Money)
เงินและเวลาคือทรัพยากรที่มีคุณค่า) เวลาเป็นสิ่งท่ีมีค่ามากเกินกว่าที่จะเสยี
มันไปเปล่าๆ ความผิดพลาดอ่ืนๆ ยังพอแก้ไขได้ แต่ความผิดพลาดเร่ือง การใช้เวลา ไม่
สามารถแก้ไขได้ มันไปแล้ว ไปเลย คุณจึงควรวางแผนการใช้เงินและเวลาในชีวิตและการ
ทางานใช้อยา่ งมคี ุณคา่
17) มีนสิ ยั ทาส่งิ ที่ถูกต้อง (Habits)
การสรา้ งนสิ ยั ในการทาสง่ิ ทดี่ ๆี จะช่วยให้คณุ ไมต่ ้องพบกบั เรื่องท่ีต้องกังวล
มีความสุขในจิตใจท้ังความสาเร็จและล้มเหลวในทุกสิ่งล้วนเป็นผลมาจากนิสัยที่คุณ ได้
สรา้ งขึน้ มาท้งั ส้ิน
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็
สรปุ ได้วา่ หนังสอื Law of Success คอื หนงั สอื ทไี่ ดร้ บั การกลน่ั กรองและ
สรปุ ออกมาเปน็ กฎแหง่ ความสาเรจ็ ทีบ่ คุ คลใดทาตามก็จะประสบความสาเรจ็ อยา่ งแนน่ อน
หากพิจารณาถึงหลกั ท้งั 17 ขอ้ จะเหน็ วา่ หลายขอ้ สามารถนามาใชไ้ ด้นบั แต่วนั นี้ ไมว่ ่าจะ
เป็นการมเี ป้าหมายท่ีแนน่ อน การมคี วามคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ การมีความเปน็ ผ้นู า การอด
ออมและนาเงินออมมาต่อยอด เพอ่ื ให้ไดเ้ งนิ จานวนมากขนึ้ กว่าเดิม นอกจากนยี้ งั ให้
ความสาคญั กับการนาความกระตอื รือรน้ มาใชป้ ระโยชน์ มาเป็นพลงั แห่งการสรา้ งสรรค์
ส่ิงใหม่ ๆ เปน็ ต้น
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
เม่ือได้เรียนรู้หลักการสร้างความสาเร็จด้วยกฎแหง่ ความสาเรจ็ The Law Of
Success ท่ีประกอบด้วยหลักปรัชญา ท้ัง 17 ประการ พบว่าหลักดังกล่าวสอดคล้อง
กบั คณุ สมบตั ิความเปน็ ผู้นาของผบู้ ริหารยคุ ใหมน่ ้นั คอื
หลกั การที่ 1 การกาหนดเปา้ หมายทช่ี ดั เจน ผบู้ ริหารตอ้ งมวี สิ ยั ทัศน์ท่ีกวา้
งากล ชดั เจนระบสุ งิ่ ทอี่ ยากเห็น อยากมี อยากเป็นในอนาคต หรอื ภาพความสาเร็จใน
อนาคตทมี่ ีความเป็นไปได้ ท้าทาย และสอดคล้องกับวตั ถุประสงค์ เปา้ หมายและค่านิยม
ขององค์กร ผทู้ ี่มวี ิสัยทัศนท์ กี่ วา้ งไกลตอ้ งเป็นผู้ที่เรยี นรมู้ าก คอื ได้งาน ไดฟ้ ัง ไดเ้ หน็ ได้
ทามาก โดยมงุ่ ม่ันนาวิสัยทศั นส์ ูก่ ารปฏบิ ตั ิ ด้ังน้นั ผ้บู รหิ ารจะต้องมีวสิ ยั ทศั นท์ ก่ี วา้ งไกล
และมุ่งมนั่ นาวสิ ัยทศั นส์ กู่ ารปฏิบัติใหบ้ รรลุผลสาเรจ็ อยเู่ สมอ
หลกั การที่ 2 คอื มเี พอื่ นรว่ มงานทเี่ ขา้ กนั ได้ ผบู้ ริหารจะตอ้ งมมี นษุ ยสัมพนั ธ์
ที่ดีตอ่ ผ้รู ว่ มงานทุกคน มีคากลา่ ววา่ “นกไม่มขี นคนไม่มีเพอื่ นขนึ้ ทสี่ งู ไมไ่ ด้”ผบู้ รหิ ารมือ
อาชีพต้อง “อมุ้ นอ้ ง ประคองพ่ี กอดคอเพอื่ น ผใู้ หญ่ดงึ ผนู้ ้อยดัน คนเสมอพยุงกนั
และ จริงใจกับมิตร พชิ ิตใจมวลชน” ผู้บรหิ ารจงึ ตอ้ งเป็นผมู้ มี นษุ ย์สมั พันธ์ทดี่ ีกบั ทุกคน
ท้งั นาย ลกู จ้าง เพ่อื นและคนทว่ั ไป เพราะความสาเร็จในการบริหารไม่ได้เกดิ จากการ
ทางานเพยี งลาพังของผบู้ ริหาร แต่เกดิ จากการทีท่ กุ ฝ่ายใหก้ ารช่วยเหลอื สนบั สนนุ
ผู้บริหารท่สี ามารถน่งั ในใจคนอ่ืนได้ คอื ผู้ทสี่ ามารถทพี่ ชิ ติ ความสาเรจ็ ไดอ้ ยา่ งน่าช่นื ชม
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
หลักการท่ี 3 ศรัทธา ในงานท่ีทา ผู้บริหารต้องมีความเช่ือและศรัทธาต่อ
ตนเองและต่อเป้าหมายสูงสุดโดยไม่ลังเล สงสัย ท้าทาย กังวล หรือประหลาดใจ แต่ต้อง
ลงมือทา ลงมือนาคนในองค์การสู่เป้าหมาย เพราะการเริ่มลงมือทาเป็นส่ิงจาเป็นอันดับ
แรกของการศรัทธาในทกุ ๆ
หลักการท่ี 4 การทาโดยไมห่ วังผลตอบแทน ความพยายามกับผลตอบแทน
เป็นสิ่งที่ไปควบคู่กัน เมื่อเราทามากกว่าที่ทาอยู่ตามปกติ ก็จะได้ผลงานมากกว่าเดิม
ดังนั้นจึงเป็นหน้าท่ีของผู้บริหารท่ีจะต้องเสริมกาลัง นาทุกคนในองค์กรพัฒนางาน และ
ชว่ ยกันทางานให้เต็มกาลงั ความสามารถ
หลักการที่ 5 มีบุคลิกภาพท่ีน่าทางานด้วย ผู้บริหารต้องเป็นผู้ท่ีมี
บคุ ลกิ ภาพดี คอื “คนท่มี ีจติ แจม่ ใส กายสงา่ วาจาดี หรือคนที่มมี าดตอ้ งตา วาจาตอ้ งใน
ภายในตอ้ งเยยี่ ม” ผบู้ ริหารจะตอ้ งหม่ันตรวจสอบและพฒั นาบุคลิกภาพของตนอย่เู สมอ
เพราะผู้ท่ีมีบุคลิกภาพที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจกับบุคคลท่ีคบหาสมาคม และจะเปน็
บนั ไดสคู่ วามสาเรจ็ ได้เปน็ อย่างดี จงึ มกั จะมคี ากล่าว “มาดดีมชี ยั ไปกวา่ ครง่ึ ”
หลักการท่ี 6 การไม่ท้อถอย ปัญหาและอุปสรรคเป็นส่ิงที่ต้องเผชิญและเป็น
สิ่งท่ีต้องแก้ไข ไม่มีวันหมด ให้มองเป็นเร่ืองธรรมดา และให้คิดว่าเป็นเหมือนบททดสอบ
ความเข้มแข็งและความกล้าหาญผู้บริหารจึงต้องมีความอดทน มีสติในการแก้ปัญหา
อุปสรรค และให้ถือว่าเป้นความผิดพลาด ความล้มเหลวจะเป็นประสบการณ์ที่ทาให้
ผู้บริหารเก่งขึ้น และเป็นการฝึกจิตให้อยู่ได้ในทุกสภาวการณ์ ผู้บริหารท่ีจะประสบ
ความสาเร็จ จะต้องมีความเช่ือม่ันว่าสิ่งที่ทาที่ตัดสินใจถูกต้อง และจะพยายามทาต่อไป
อยา่ งไมห่ ยุดย้งั จะกว่าจะสาเร็จ
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
หลักการที่ 7 การคิดบวก ผู้บริหารต้องมีทัศนคติท่ีดีต่อทุกสถานการณ์
มองโลกในแงด่ ี มองว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ต้องมองทุกสถานการณ์ปัญหาให้ทะลุปรุ
โปร่ง และหาทางแกป้ ญั หาใหส้ าเร็จอย่างรอบคอบ
หลกั การท่ี 8 การกระตอื รอื รน้ ทจี่ ะทาใหส้ าเรจ็ ผูบ้ ริหารทีม่ คี วามกระตอื รอื รน้
จะสามารถดงึ ดดู คนทีม่ คี วามสามารถเข้ามารว่ มทีมได้โดยงา่ ย เพราะบุคลิกทดี่ ูมชี ีวิตชีวา
หน้าตายิ้มแย้ม ใคร ๆ ก็อยากจะเข้าใกล้อยากร่วมทางานด้วย ความกระตือรือร้นคือ
ความปรารถนาอนั แรงกล้าของเรอ่ื งใด ๆ ทอี่ อกมาจากภายใน และสามารถแสดงออกมา
ผ่านน้าเสียง สีหน้า ท่าทาง และอารมณ์ ซ่ึงความกระตือรือร้นของผู้บริหารท่ีจะนาการ
ทางานสง่ ผลให้ผปู้ ฏบิ ตั ติ าม เกดิ ความศรัทธา และเกดิ พลงั บวกใหร้ ่วมกันทางานให้สาเรจ็
หลักการที่ 9 การควบคุมความคิดตนเอง ผู้บริหารต้องฝึกการควบคุม
ความคิด คาพูด และการกระทา ต้องควบคุมอารมณ์โกรธ หัดปิดหูปิดตากับเรื่องไร้สาระ
แลว้ เอาเวลามากากับงานให้สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
หลักการท่ี 10 แน่วแนท่ ่ีจะทาให้สาเร็จ ผู้บริหารต้องฝึกจิตให้เป็นสมาธิ จด
จ่ออยกู่ บั เร่ืองทที่ าเรียงลาดับความสาคญั ของงาน ทางานให้สาเร็จทลี ะอย่าง ผบู้ รหิ ารที่
ทางานสาเร็จได้น้ันจะต้องมีกรอบความคิดที่ถูกต้อง และฝึกปฏิบัติตามแนวคิดน้ันอย่าง
สม่าเสมอ
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
หลกั การท่ี 11 จดั ลาดบั ความสาคญั ของงาน ผบู้ ริหารตอ้ งฝึกการจดั ลาดบั
ความสาคญั ของเวลา กาลงั และความคดิ ทจ่ี ะให้สาเร็จตามเปา้ หมาย ต้องร้วู ่าอะไรคอื ส่งิ
สาคัญมากทส่ี ุด อะไรคอื หวั ใจของงานทที่ าอยู่ และต้องจัดลาดับการกระทากอ่ นหลงั
อย่างไรจึงจะไมเ่ ปะปะสับสน
หลกั การท่ี 12 ทาดว้ ยจติ วญิ ญาณของทมี ผูบ้ รหิ ารต้องมคี วามสามารถใน
การนาทมี ใหเ้ กดิ ความสามคั คี ความสามารถของผู้นาท่จี ะรวมคนทีม่ คี วามมงุ่ มนั่ มีใจ
จดจ่อ มีความคดิ สร้างสรรค์ และมเี ปา้ หมายไปในทางเดยี วกนั เมอื่ รวมพลังใจเปน็ หนง่ึ
เดยี วกันได้ กจ็ ะเกดิ พลังทยี่ ิ่งใหญ่
หลกั การที่ 13 ใชค้ วามผดิ พลาดและลม้ เหลวใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ผู้บรหิ ารตอ้ ง
รจู้ กั เรียนรถู้ ึงความผดิ พลาดที่เกิดข้ึน และให้มองว่า ความผิดพลาดลม้ เหลวเปน็ เพียง
สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ ชัว่ คราว ไมค่ งอย่ตู ลอดไป สงิ่ สาคัญคอื ต้องไม่ยอมแพ้ และนาข้อผิดพลาด
นั้นมาเปน็ ประสบการณ์ และป้องกันไมใ่ หเ้ กิดขอ้ ผดิ พลาด ลม้ เหลวเกดิ ขน้ึ อกี
หลกั การท่ี 14 มวี สิ ยั ทศั นส์ รา้ งสรรค์ ผบู้ รหิ ารตอ้ งมวี ิสยั ทศั นท์ สี่ ร้างสรรค์
สามารถเห็นภาพอนาคต เห็นภาพสาเรจ็ ทเ่ี ป็นไปได้ ตอ้ งสรา้ งและพฒั นาวิสยั ทัศนด์ ว้ ย
จินตนาการของตนเองอยา่ งอสิ ระ โดยนาประสบการณ์และหลกั เหตผุ ลมาสังเคราะหใ์ ห้
สอดคลอ้ งกบั ความมงุ่ หมายทีไ่ ดต้ งั้ ไว้
หลกั การสรา้ งความสาเรจ็ ดว้ ยกฎแหง่ ความสาเรจ็ (The Law of Success)
แนวทางประยกุ ตส์ กู่ ารปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
หลกั การท่ี 15 การมสี ขุ ภาพทด่ี ี การรกั ษาสุขภาพกายและใจอยา่ ง
สมา่ เสมอ ถอื เป็นเร่ืองสาคญั ของผู้บริหารจากคากล่าวา่ “จิตเปน็ นาย กายเป็นบ่าว” คือ
การจะมจี ิตหรือทัศนคติท่ีดีได้ กต็ ้องมีสุขภาพร่างกายทด่ี ีกอ่ น สุขภาพจึงเปน็ ตัวประสาน
และสง่ เสริมให้ผู้บรหิ ารประสบความสาเรจ็ โดยตอ้ งหม่ันออกกาลงั กาย รับประทานอาหาร
ทม่ี ีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอและทาจติ ใจใหห้ า่ งไกลความเครยี ด
หลกั การที่ 16 การวางแผนการใชเ้ งนิ และเวลา เวลาและเงินคือทรพั ยากรทมี่ ี
คา่ ทผ่ี ้บู รหิ ารต้องให้ความสาคัญ โดยต้องมีการวางแผนการใชเ้ งนิ และเวลาในชีวติ และ
การทางานใหส้ อดคลอ้ ง ลงตวั สมดุล และอย่างมคี ณุ คา่
หลกั การท่ี 17 มนี สิ ยั ทาสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง การฝกึ สร้างนสิ ัยในการทาสง่ิ ทด่ี ี ส่งิ ท่ี
ถกู ตอ้ ง จะช่วยใหผ้ ้บู ริหารไมต่ อ้ งมีเร่ืองกังวล มคี วามสขุ ในจิตใจ ตามคากล่าวของพุทธ
ศาสนาทวี่ า่ ทุกส่งิ เกดิ แต่เหตุ ไมส่ ามารถเปลยี่ นผลที่เกิดขน้ึ ได้ ถ้าไมเ่ ปล่ยี นที่เหตกุ อ่ น
ดงั นน้ั ความสาเรจ็ ของผ้บู ริหารจงึ เกดิ จาก นสิ ัยเชงิ บวก วิธคี ิด และการกระทาของ
ตนเอง