The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่_4_หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้_รศ.ดร.มารุต พัฒผล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naruenart Pithangkoon, 2020-06-30 07:00:38

หน่วยการเรียนรู้ที่_4_หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้_รศ.ดร.มารุต พัฒผล

หน่วยการเรียนรู้ที่_4_หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้_รศ.ดร.มารุต พัฒผล

ระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
หนว‹ ยการเรยี นรŒูที่ ๔

หลักสูตรหลแกั สลตู ระแกละกาารรจัดจกาดั รเรกยี นารู รเรยี นรŒู

รองศาสตราจารย ดร.มารุต พัฒผล

สํานักงานรบั รองมาตรฐานและ
ประเมินคณุ ภาพการศึกษา (องคก ารมหาชน)

หลกั สูตรและการจดั การเรียนรูŒ ก

คํานํา

สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มีหนŒาท่ีพัฒนาและฝƒกอบรม
ผูŒประเมินภายนอก จัดทําหลักสูตรการฝƒกอบรมและใหŒการรับรองผูŒประเมิน โดยมีผูŒประเมินภายนอกซึ่งไดŒรับ
การรับรองจาก สมศ. ใหŒทําการประเมินคุณภาพภายนอกตามความเชี่ยวชาญ (Expert Judgment) สามารถทํา
การประเมินคุณภาพภายนอกไดŒอย‹างถูกตŒองแม‹นยํา รวมถึงใหŒขŒอเสนอแนะกับสถานศึกษาที่สอดคลŒองกับบริบท
ของสถานศึกษา เพื่อใหŒการประเมินคุณภาพภายนอกมีความทŒาทายและกระตŒุนหน‹วยงานที่เก่ียวขŒองใหŒเกิดการ
ส‹งเสรมิ การยกระดบั คุณภาพของสถานศกึ ษา

สมศ. ตระหนักถึงความสําคัญของผŒูท่ีทําหนŒาที่ในการประเมินคุณภาพภายนอก จึงไดŒพัฒนา
หลักสูตรการฝƒกอบรมใหŒครอบคลุมสมรรถนะหลักท่ีสําคัญ โดยมีข้ันตอนกระบวนการในการดําเนินงาน
ซึ่งจะมีการอบรมท้ังศึกษาเรียนรูŒผ‹านสื่ออิเล็กทรอนิกส (e-Training) กระบวนการปฏิบัติการและกระบวนการ
ประเมินจากพีเ่ ล้ยี ง โดยผŒเู ขŒารับการฝกƒ อบรมสามารถศึกษาสมรรถนะดาŒ นความรŒูดวŒ ยตนเองและการศกึ ษาจากสื่อ
อิเล็กทรอนิกสในรูปแบบวีดิทัศน และการทําแบบทดสอบเพ่ือประเมินผลตามวัตถุประสงคของหน‹วยการเรียนรŒู
โดยสามารถทบทวนและเรยี นรŒูซํ้าไดเŒ พือ่ ใหเŒ กดิ ความแม‹นยํา เปนš การพัฒนาตนเองอย‹างตอ‹ เนือ่ ง และสามารถเรียนรูŒ
ไดทŒ ุกที่ทุกเวลา

ขอขอบพระคุณผŒูทรงคุณวุฒิท่ีร‹วมจัดทําหลักสูตรทุกหน‹วยการเรียนรŒูทุกท‹านที่ไดŒอŒางอิงไวŒใน
บรรณานุกรมทŒายเลม‹ น้ี ดวŒ ยความขอบพระคณุ ยงิ่

คณะทาํ งานปรบั ปรุงหลักสตู รและออกแบบ
การพฒั นาผูปŒ ระเมนิ ภายนอก

สาํ นกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา

หลักสูตรและการจัดการเรียนรูŒ ข

สารบญั หนาŒ

หลักสตู รและการจัดการเรียนรŒู ๑
คําอธิบายหนว‹ ยการเรียนรูŒ ๑
จุดประสงคก ารเรียนรูŒ ๑
สาระการเรียนรŒู ๒
กิจกรรมการเรียนรูŒ ๒
สอื่ ประกอบการเรียนรูŒ ๒
การวดั ผลประประเมนิ ผลการเรียนรŒู ๓

หลักสูตรและการจัดการเรียนรูŒ ๓
๑. ความหมายของหลักสตู ร ๖
๒. ความสําคัญของหลักสตู ร ๗
๓. ความเชอ่ื มโยงตลอดแนวของหลักสตู ร ๘
๔. การพฒั นาหลักสูตรตามหลกั “ภมู ิสงั คม” ๙
๕. การออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรสถานศกึ ษา ๑๑
๖. กระบวนทัศนการเรียนรูŒในโลกยคุ ใหม‹ ๑๔
๗. Transform จากการเรียนรŒูแบบ Passive ไปส‹ู Active ๑๕
๘. บทสรุป

บรรณานกุ รม

หลกั สตู รและการจดั การเรียนรูŒ ค

หลกั สูตรและการจัดการเรียนรูŒ

คาํ อธิบายหนว‹ ยการเรียนรŒู

ศึกษาวิเคราะหความหมายของหลักสูตร ความสําคัญของหลักสูตร ความเช่ือมโยงตลอดแนวของ
หลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรตามหลัก “ภูมิสังคม” สาระสําคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 กระบวนทศั นการเรียนรูในโลกยุคใหม การเรยี นรูใ นสังคมยุคดจิ ิทลั ทรานสฟอรมการเรียนรู
(Transform learning) และเปล่ียนแปลงจากการเรียนรูแบบต้ังรับ (Passive) ไปสูการเรียนรูเชิงรุก (Active)
ท่ีนาํ ไปสูการประเมนิ คุณภาพการศึกษาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

จดุ ประสงคก ารเรียนรูŒ

๑. อธิบายความหมายและความสาํ คัญของหลักสตู รได
๒. วเิ คราะหล กั ษณะสาํ คัญของการพฒั นาหลกั สูตรตามหลัก “ภูมสิ ังคม” และนําไปใชไ ด
๓. วเิ คราะหแ นวทางการจัดการเรยี นรูเพ่ือพัฒนาศักยภาพของผเู รียนและนําไปใชไ ด

สาระการเรยี นรŒู

๑. ความหมายของหลักสูตร
๒. ความสาํ คญั ของหลักสตู ร
๓. ความเชือ่ มโยงตลอดแนวของหลกั สตู ร
๔. การพฒั นาหลกั สูตรตามหลัก “ภูมสิ ังคม”
๕. การออกแบบนวตั กรรมหลักสูตรสถานศึกษา
๖. กระบวนทศั นการเรียนรใู นโลกยคุ ใหม
๗. Transform จากการเรยี นรูแ บบ Passive ไปสู Active

หลกั สตู รและการจดั การเรยี นรูŒ ๒

กจิ กรรมการเรยี นรŒู
๑. ทําแบบทดสอบกอ นการเรียนรู
๒. ศึกษาผา นสอ่ื ออนไลนใ นรูปแบบวดิ ทิ ัศน
๓. ศกึ ษาสาระการเรยี นรเู พิ่มเตมิ จากเอกสารรายวชิ า
๔. สบื คน ขอ มลู เพ่ิมเติมจากแหลง เรียนรู และศกึ ษาดวยตนเอง
๕. ทําแบบทดสอบหลังการเรียนรู

ส่อื ประกอบการเรยี นรŒู
๑. เอกสารรายวิชา
๒. แบบทดสอบกอนและหลงั การอบรม
๓. ส่อื Power Point
๔. สอ่ื ออนไลนในรูปแบบของวีดทิ ัศน

การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรูŒ
๑. การทดสอบกอนการเรยี นรู
๒. การทดสอบหลงั การเรยี น

หลักสตู รและการจดั การเรียนรูŒ ๓

หลักสูตรและการจดั การเรียนรูŒ

๑. ความหมายของหลกั สูตร

เม่ือกลาวถึงหลักสูตร ในมุมมองโดยท่ัวไปของบุคคลสวนใหญจะหมายถึงสิ่งที่เปนเอกสารตาง ๆ
เชน เอกสารหลักสูตร หนังสือ ตํารา คูมือการสอน เปนตน สวนมุมมองของนักวิชาการดานหลักสูตรจะ
หมายความรวมถึงประสบการณตาง ๆ ท่ีจัดใหกับผูเรียน และผลการเรียนรูของผูเรียนดวย ความหมายของ
หลักสตู รจากการใหค วามหมายของนักวิชาการตา ง ๆ สามารถสงั เคราะหไ ด ๓ ลักษณะ ดังนี้

๑. หลักสูตร คือ รายวชิ าหรือความรูตาง ๆ ทส่ี ถานศกึ ษาจัดการเรียนการสอนใหกบั
๒. หลักสูตร คือ แผนการจัดการศึกษาท่ีสถานศึกษาจัดไวอยางเปนระบบ เพื่อนําไปสูการ

จดั การเรยี นการสอน
๓. หลักสูตร คอื มวลประสบการณการเรียนรทู ี่สถานศึกษาจัดใหก บั ผูเ รียนอยา งเปน ระบบ

อยา งไรกต็ ามความหมายของหลักสตู รในปจจบุ ันนน้ั หลกั สูตร คอื มวลประสบการณทางการศึกษา
ทง้ั หมดท่ีสถานศึกษาวางแผนและจัดใหผ เู รียนไดเ รยี นรูอยา งเปนระบบเพ่อื ใหบรรลจุ ุดมงุ หมายที่กําหนดไว

ผูประเมินภายนอกควรทําความเขาใจการใหความหมายของคําวาหลักสูตรที่แตกตางกันระหวาง
ผูบริหาร ผูสอน ผูเรียน ตลอดจนผูปกครองและชุมชน ในขณะท่ีทําการประเมินจะตองตั้งใจฟงใหเขาใจวา
บุคคลท่ีเรากําลังสนทนาอยูดวยน้ัน เขาใหความหมายของคําวาหลักสูตรวาอยางไร เชน ผูบริหารอาจจะให
ความหมายของหลักสูตรเนนไปในทางการบริหารจัดการ ผูสอนอาจใหความหมายเนนไปในเร่ืองของการ
จัดการเรียนรู ผูเรียนอาจจะมองไปถึงกิจกรรมการเรียนการสอน สวนผูปกครองอาจจะมองในเรื่องคาใชจาย
และผลการเรียนรูของผูเรียน เปนตน ซึ่งการใหความหมายท่ีมีจุดเนนแตกตางกันออกไปนั้นเปนธรรมชาติของ
การรับรูของแตละบุคคล ผูประเมินภายนอกควรปรับการสื่อสารในเร่ืองของหลักสูตรใหสอดคลองกับบุคคลท่ี
เขา ไปมปี ฏสิ ัมพันธด ว ยในขณะท่ีทําการประเมนิ

๒. ความสําคัญของหลักสตู ร

หลักสูตรมีความสําคัญหลายประการ ทั้งตอสังคมและประเทศชาติ บุคลากรทางการศึกษา ผูสอน
ผูปกครอง ชุมชน และผเู รยี น ดังตอ ไปน้ี

๑) หลักสูตรมีความสําคัญตอความมั่นคงของสงั คมและประเทศชาติ ในฐานะที่เปนเคร่ืองมือ
พฒั นาคุณภาพของประชากรในอนาคต วาควรมคี วามรู ความสามารถ และคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงคอ ยางไร

หลักสตู รและการจดั การเรยี นรูŒ ๔

๒) หลักสูตรมีความสําคัญตอการจัดการศึกษาในฐานะท่ีเปนหลักหรือหัวใจของการจัด
การศึกษา และการจัดการเรียนการสอน เพราะหลักสูตรไดกําหนดเปาหมายของการศึกษา เน้ือหาสาระ
แนวการจัดการเรยี นการสอนและการประเมนิ ผล การบริหารจดั การ การประกนั คณุ ภาพทผ่ี มู ีสว นเกี่ยวของทุก
ฝา ยใชเ ปนแนวทางการปฏบิ ัตงิ านตามบทบาทหนา ท่ีเพ่ือใหห ลักสูตรบรรลเุ ปาประสงคข องหลักสูตร

๓) หลักสูตรมีความสําคัญตอผูบริหารการศึกษาในฐานะท่ีเปนกรอบการกําหนดนโยบาย
ทางการศึกษาใหสอดคลองกับเปาประสงคของหลักสูตร ตลอดจนการบริหารจัดการใหเอ้ือตอการใชหลักสูตร
ไดอยางมีประสิทธิภาพ การใชทรัพยากรทางการศึกษาใหเกิดประโยชนสูงสุด และการสงเสริมและควบคุม
คณุ ภาพการศกึ ษา

๔) หลักสูตรมคี วามสําคัญตอผูสอนในฐานะทีเ่ ปนเคร่ืองมือช้ีแนะแนวทางการปฏบิ ัติงานดาน
การจัดการเรียนการสอน เพราะหลักสูตรจะทําใหผูสอนทราบเก่ียวกับจุดมุงหมาย เนื้อหาสาระ แนวทางการ
จัดการเรียนการสอน รวมทั้งการวัดและประเมินผล ท่ีจะสามารถพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามท่ีหลักสูตร
กําหนดไว นอกจากน้ีหลักสูตรยังชวยทําใหผูสอนตัดสินใจดําเนินการตางๆ ที่เปนประโยชนตอผูเรียนในการที่
จะสง เสรมิ คุณภาพของผเู รยี นตรงตามจุดมงุ หมายของหลักสูตร

๕) หลกั สตู รมีความสําคัญท่ีมีตอผูเรยี นและผูปกครอง ในฐานะทชี่ วยทําใหท ราบรายละเอียด
เก่ียวกับการเขารบั การศึกษา เชน เนื้อหาสาระ ระยะเวลา ความรูความสามารถและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค
เมื่อสําเร็จการศึกษา เปนตน อีกทั้งยังชวยในการวางแผนการเรียนตลอดหลักสูตรและการศึกษาตอไดอยาง
เปน ระบบ

๖) หลักสตู รมคี วามสําคัญตอชุมชน ในฐานะท่เี ปนเคร่ืองมอื พัฒนาคณุ ภาพของผูเ รยี น ซ่งึ เปน
สมาชิกคนหนึ่งของชุมชน ใหมีคุณลักษณะสอดคลองกับความตองการของชุมชน ซ่ึงแตละชุมชนอาจมีความ
ตอ งการท่แี ตกตางกัน

ผูประเมินภายนอกควรใหความสําคัญกับหลักสูตรของสถานศึกษาเพราะเปนหลักสูตรที่อิงอยูกับ
บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตละสถานศึกษาสามารถออกแบบหลักสูตรใหตอบสนองความตองการของ
ชมุ ชนและสังคม อกี ทง้ั ยังสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลาง เปน ปจ จัยนําเขา (input) ของการจดั การเรียนรู ซงึ่
ควรประเมินใหไดขอมูลสารสนเทศวา สถานศึกษาจัดการศึกษาไดตอบสนองจุดมุงหมายของหลักสูตร
สถานศึกษาหรือไม อยางไร และใหขอเสนอแนะในดานตาง ๆ เพื่อใหสถานศึกษาสามารถปรับปรุงและ
เปลี่ยนแปลงหลักสตู รใหม ีคณุ ภาพมากย่งิ ขน้ึ

หลกั สูตรและการจดั การเรียนรูŒ ๕

ทาํ ใหสŒ งั คมและประเทศชาติมีความม่ันคง
กาํ หนดเป‡าหมายของการจัดการศกึ ษา

ความสาํ คัญ ชว‹ ยกาํ หนดนโยบายการจดั การศกึ ษา
ของหลกั สูตร ช‹วยกาํ หนดเปา‡ หมายของการจัดการเรียนรูŒ

สนบั สนนุ การมสี ‹วนรว‹ มของผŒูปกครอง

เปนš เครื่องมอื พัฒนาสรŒางคนดีสูส‹ ังคม
ภาพประกอบท่ี ๑ ความสําคัญของหลักสตู ร

หลกั สูตรและการจดั การเรียนรŒู ๖

๓. ความเช่อื มโยงตลอดแนวของหลักสตู ร
การจัดหลักสูตรที่มีคุณภาพ มีความเช่ือมโยงตลอดแนว (alignment) ระหวาง วัตถุประสงคของ

หลักสูตร เน้ือหาสาระ การจดั การเรียนรู และการวัดและประเมินผล ดังแผนภาพตอ ไปนี้

วตั ถปุ ระสงค

เนอื้ หาสาระ ความเชือ่ มโยงตลอดแนว
การจัดการเรยี นรูŒ (alignment)

การประเมนิ ผล

ภาพประกอบท่ี ๒ ความเช่ือมโยงตลอดแนวของหลักสตู ร

การพัฒนาเอกสารหลักสูตร ควรมีขอมูลพ้ืนฐานท่ีไดจากข้ันตอนวิเคราะหสิ่งกําหนดหลักสูตร มา
สนับสนุน การกาํ หนดเปา ประสงคของหลักสูตร การกําหนดเนื้อหาสาระ การจัดการเรยี นรูและการประเมินผล
นอกจากนี้ยังตองดําเนินการโดยคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความรูและประสบการณสอดคลองกับ
หลักสูตรท่ีจะสราง เพ่ือใหหลักสูตรมีความถูกตองตามหลักวิชาการและสามารถตอบสนองความตองการของ
กลุม เปาหมาย

การประเมินของผูประเมินภายนอก จะตองพิจารณาวาหลักสูตรสถานศึกษามีความเชื่อมโยงกัน
ระหวา งวตั ถปุ ระสงค เนอื้ หาสาระ การจัดการเรยี นรู และการประเมนิ หรอื ไมอ ยางไร และใหข อ เสนอแนะเพื่อ
การปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาใหมีความเช่ือมโยงกันมากข้ึน และยังคงไวซึ่งความสอดคลองกับหลักสูตร
แกนกลาง

หลักสูตรและการจดั การเรยี นรูŒ ๗

๔. การพัฒนาหลกั สตู รตามหลัก “ภมู สิ ังคม”

“ภูมสิ งั คม” ตามหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว หมายถึง การพัฒนาใด ๆ ตอง
คํานึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นวาเปนอยางไร และสังคมวิทยาเก่ียวกับลักษณะนิสัยใจคอของคน
ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแตละทองถ่ินที่มีความแตกตางกัน (สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแหงชาติ. ๒๕๕๐)

“ภูมิ” หมายความถึง ลักษณะของภูมิประเทศ สภาพแวดลอมท่ีอยูรอบตัว “สังคม” หมายถึง
สภาพแวดลอมทางวัฒนธรรม จารตี ประเพณี วถิ ีชวี ิต แนวคดิ ทศั นคติ

มนูญ มุกขประดิษฐ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อดีตเลขาธิการ กปร. ไดระบุไววา
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงเนนเสมอวาการพัฒนาหรือการดําเนินการอะไรก็ตามตองยึดหลักสําคัญคือ
ใหสอดคลองกับ ภูมิสังคม นั่นคือ การพัฒนาโดยยึดหลักสภาพความเปนจริงของ "ภูมิประเทศ" ท้ังในดานพ้ืน
ที่ดิน ดานสังคมวิทยา ดานลักษณะนิสัยประจําถ่ิน คือ นิสัยใจคอ ความเคยชิน วิถีชีวิตความเปน อยู ความเชือ่
และหลกั ศาสนา การพฒั นาโดยยดึ หลกั ภูมสิ งั คม เปน หลกั สาํ คัญย่งิ ของการพฒั นาอยางยงั่ ยนื

"...การพัฒนาจะตองเปน ไปตามภูมิประเทศ ทางภูมิศาสตรและภูมิประเทศทางสังคมศาสตร ในสังคม
วิทยาภูมิประเทศตามสังคมวิทยา คือนิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับใหคนคิดอยางอื่นไมได เราตองแนะนํา
เราเขา ไปชว ย โดยท่จี ะคดิ ใหเขาเขากบั เราไมไ ด แตถ า เราเขา ไปแลว เราเขา ไปชวยดูวา เขาตอ งการอะไรจริง ๆ
แลวกอ็ ธบิ ายใหเ ขาเขาใจ หลกั การของการพัฒนาน้ีกจ็ ะเกดิ ประโยชนอ ยา งยิ่ง..."

ดังนั้นถาวิเคราะหหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” ดังกลาว และนํามาใชในการพัฒนาหลักสูตร จะ
พบวาการพัฒนาหลักสูตรใด ๆ ควรยึดหลักความสอดคลองกับความตองการและธรรมชาติของกลุมเปาหมาย
หรือผูเรียน (demand side) ตลอดจนความสอดคลองกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ความเชื่อ คานิยม
ตาง ๆ ซึ่งนักพฒั นาหลกั สตู รตอ งบรู ณาการหลัก “ภมู ิสังคม” เขากบั การพฒั นาหลกั สูตรทุกระบบ ไดแ ก ระบบ
การวางแผนหลกั สตู ร ระบบการบริหารหลกั สูตร และระบบการประเมนิ หลักสตู ร ดงั แผนภาพตอ ไปนี้

การพฒั นาหลกั สตู ร สอดคลŒองกับ
1. การรา‹ งหลักสูตร ความตŒองการ
2. การนาํ หลกั สูตรไป ของกล‹ุมเปา‡ หมาย
บริบททางสงั คม
3. การประเมินหลกั สูตร วัฒนธรรม ความเชือ่

‹

ภาพประกอบที่ ๓ การพัฒนาหลักสตู รตามหลัก “ภูมิสงั คม” ๘

หลักสูตรและการจัดการเรยี นรŒู

ผูประเมินภายนอกควรวิเคราะหบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแตละสถานศึกษาและนํามา
พิจารณาวาหลักสูตรของสถานศึกษามีความสอดคลองกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมหรือไมอยางไร และ
ควรใหขอเสนอแนะตอสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรใหสอดคลองกับกับบริบทดังกลาวมากยิ่งข้ึน
นอกจากน้ียังควรอธิบายใหสถานศึกษามีความเขาใจถึงความหลากหลายของหลักสูตรสถานศึกษาที่
สถานศกึ ษาสามารถออกแบบใหเหมาะสมกบั ผเู รียน และยังคงความสอดคลอ งกับหลักสตู รแกนกลาง

๕. การออกแบบนวตั กรรมหลกั สูตรสถานศกึ ษา

การออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรสถานศึกษา เปนการกําหนดแนวความคิดสําหรับการพัฒนา
นวัตกรรมหลักสูตรที่จะนําไปสูปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรตอไป โดยแนวคิดหลักของการออกแบบนวัตกรรม
หลักสูตร คือ การท่ีจะพัฒนาหลักสูตรใหสามารถตอบสนองความตองการของผูเรียน ใหเกิดการเรียนรูไดมาก
ท่ีสุด โดยที่หลักสูตรมีความสอดคลองกับสภาพการทางสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี
ภายใตเง่ือนไขหรือขอจํากัดตาง ๆ ซึ่งเปนโจทยที่สําคัญที่สุดของนักพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรจะตองศึกษา
คนควา วิจยั คิดวิเคราะห สังเคราะห ประเมนิ คา และที่สําคัญทีส่ ุดคือการมกี ารคิดสรา งสรรค

สําหรับหลักการออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรที่จะทําใหหลักสูตรตอบโจทยความตองการของ
ผูเ รียนไดนัน้ มดี ังตอ ไปน้ี

๑) ออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรใหมีความสอดคลองกับธรรมชาติและความตองการของ
กลมุ เปาหมายรวมทง้ั บรบิ ทตา ง ๆ โดยเฉพาะบริบททางสังคมวัฒนธรรมและเทคโนโลยที ม่ี คี วามเปน พลวัต

๒) ออกแบบการดําเนินการพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรที่เปนระบบ อยางนอย 3 ระบบ ไดแก
ระบบการรางหลักสูตร ระบบการบริหารหลักสูตร และระบบการประเมินหลักสูตร โดยใหความสําคัญกับ
ระบบการบริหารหลกั สูตรทมี่ คี วามยืดหยนุ ในดา นเวลา วิธีการ และสถานท่กี ารเรยี นรู

๓) ออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรใหมีความเช่ือมโยงเปนแนวเดียวกัน (alignment) ทั้ง
จุดมุงหมายของหลักสูตร สาระและกิจกรรมของหลักสูตร และการประเมินผลของหลักสูตร โดยสาระของ
หลักสูตรมคี วามทนั สมยั กจิ กรรมและการประเมนิ มคี วามยืดหยนุ และหลากหลาย

๔) ออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรที่ผูเรียนสามารถใชเทคโนโลยีมาสนับสนุนการเรียนรู มีความ
ยืดหยุน สงู แตส ามารถเรยี นรูไดต รงตามจุดมงุ หมายของหลกั สตู รอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

๕) ใชองคความรูทางวิชาการและผลการวิจัยตางๆ ท่ีเปนปจจุบัน ตลอดจนแนวโนมของสังคม
ความเจรญิ กาวหนา ของเทคโนโลยี และมุมมองของผเู ช่ยี วชาญในการตัดสนิ ใจออกแบบนวตั กรรมหลกั สตู ร

๖) ใชกระบวนการมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียของหลักสูตร โดยเฉพาะ ความตองการของ
กลมุ เปา หมาย ควรนํามาวเิ คราะหและพิจารณาในการออกแบบนวัตกรรมหลักสตู รเปนลาํ ดับแรก

หลักสูตรและการจัดการเรียนรูŒ ๙

ผูประเมินภายนอกควรสงเสริมแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรสถานศึกษาใหกับผูบริหาร
ผูสอน และบุคลากรฝายตาง ๆ โดยชี้ใหเห็นวาสถานศึกษาสามารถออกแบบรายวิชาใหม ๆ ที่ตอบสนองความ
ตองการของผเู รยี นไดอ ยางหลากหลาย ซง่ึ จะทําใหหลกั สตู รสถานศกึ ษาเปน หลกั สตู รที่สามารถพัฒนาผเู รียนได
อยางแทจริง

๖. กระบวนทศั นก ารเรียนรŒูในโลกยุคใหม‹

โลกปจ จุบนั มีความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอยางมาก มีความรูและ
นวัตกรรมมากมายแขวนอยูในโลกออนไลนที่คนสว นใหญสามารถเขาถึงได โดยใชเคร่ืองมือตาง ๆ เชน Smart
Phone, Tablet, Computer เปนตนมี Application ตาง ๆ มากมายที่ตอบสนองความตองการท่ีจะเรียนรูที่
หลากหลายของผูค นในสังคม

ความรูท่ีเคยบรรจุไวในหนังสือ ตํารา และเอกสารตาง ๆ และวางอยูใน ตูหนังสือในหองสมุด ถูก
แปลงมาเปนไฟลด ิจทิ ัลหรือเอกสารออนไลนในรูปแบบตาง ๆ ซ่ึงมีทงั้ ทสี่ ามารถเขาถึงไดโดยไมมีคา ใชจ ายและ
ทต่ี องเสยี คาใชจาย

นอกจากน้ียังมีการเรียนรูตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาตาง ๆ ท้ังในและตางประเทศ ใน
รปู แบบของการเรียนรูออนไลนขา มซีกโลกกย็ งั สามารถเรียนรูแบบ real time ได เรยี กไดวาเปนการเรียนรูที่ไร
พรมแดนอยา งแทจ ริง ไมมขี อ จํากัดใด ๆ สามารถเรยี นรูไ ดท กุ เวลาและสถานที่

นอกจากการเรียนรจู ะไรพรหมแดนแลว การทํางานย่งิ ไรพรหมแดนมากกวา ท่ีเราสามารถทํางาน
รวมกับเพ่ือนรวมงาน ที่อยูในโลกออนไลนไดอยางมีประสิทธิภาพ สํานักงานจะสามารถเคลื่อนท่ีไปในที่ตาง ๆ
ได หากมีสัญญาณอินเทอรเน็ต ไมตองนั่งประจําอยูท่ีโตะ ไมตองตอกบัตรลงเวลา ไมตองเดินทาง แตสามารถ
สรา งผลผลติ ของงานไดต ามมาตรฐานที่กําหนด

จากการที่โลกของเรามีความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีดิจิทัลดังกลาว สงผลกระทบทําใหเกิด
การเปลย่ี นแปลงวิถชี ีวติ วิถีการทํางาน รวมถึงวถิ กี ารเรียนรดู ว ยเชน กัน โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ผูเรยี นในยุคดิจิทัล

ผูเรียนในยุคดิจิทัลไดใช Smart Phone และ Tablet เปนเครื่องมือที่สําคัญสําหรับการเรียนรูส่ิง
ตาง ๆ ตามความสนใจของตนเอง และนําสิ่งท่ีไดเรียนรูมาใชพัฒนาคุณภาพชวี ิต ประสิทธิภาพของการทํางาน
การแกไขปญ หาตาง ๆ ตลอดจนการสรางสรรคนวัตกรรมท่เี ปน ประโยชนตอ ตนเองและสงั คม

การเรียนรูของผูเรียนยุคดิจิทัล มีความแตกตางไปจากเดิม เนื่องจากความรูในทุกวันน้ีไมไดอยู
เฉพาะทผ่ี ูสอนแตเพยี งผูเดียวอีกตอไป ตรงกันขา ม ความรูมอี ยูทกุ ที่และสามารถเขา ถึงไดทกุ เวลา

ผูประเมินภายนอกควรพิจารณาใหเห็นวาสถานศึกษามีกระบวนทัศนใหมในการเรียนรูแลวหรือยงั
ถาสถานศึกษายังมีความคิดติดกรอบการจัดการศึกษาแบบเดิม ๆ ก็ควรชี้แนะหรือแบงปนประสบการณของ
ตนเองใหกับสถานศึกษา เพ่ือท่ีกระตุนใหเกิดแนวคิดใหมที่ดีกวาเดิม ในการจัดการศึกษา หรือการจัดการ
เรยี นรูท่ดี ขี ึ้น

หลักสูตรและการจัดการเรียนรูŒ ๑๐

ตอบสนองความตŒองการเรียนรูŒท่ีหลากหลาย
ใชŒเทคโนโลยีสนบั สนนุ การเรียนรูŒ

กระบวนทัศน ผูเŒ รยี นเขาŒ ถงึ ความรูŒไดŒทุกเวลาและสถานที่
การเรียนรŒู การเรียนรตŒู ามสภาพจริงแบบ real time
ในโลกยุคใหม‹

การเรียนรŒทู ่ที าํ ใหชŒ มุ ชนและสังคมเกิดการ
พัฒนา

การเรยี นรูŒทน่ี าํ ไปส‹ูการสราŒ งสรรคน วตั กรรม

ภาพประกอบที่ ๔ กระบวนทัศนก ารเรยี นรูใ นโลกยคุ ใหม

หลกั สูตรและการจดั การเรียนรูŒ ๑๑

๗. Transform จากการเรยี นรŒแู บบ Passive ไปสู‹ Active

Active Learning แปลวา การเรียนรูเชิงรุก หมายถึง กระบวนการเรียนรูท่ีผูเรียนมีบทบาทใน
กจิ กรรมการเรยี นรอู ยางมีชวี ติ ชวี าและต่นื ตวั มีความหมายตรงขามกับ Passive learning (ราชบณั ฑิตยสถาน.
2555: 10) แนวคดิ สาํ คญั ของ Active Learning คอื ผเู รยี นไดเรียนรู ในเรอ่ื งทผ่ี เู รียนสนใจ โดยใชกระบวนการ
เรียนรูตาง ๆ และนําไปสูการเกิดความรู ความเขาใจ ทักษะ สมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค การ
เรียนรูเชิงรุก มีเปาหมาย ๔ ประการ ซึ่งผูสอนบูรณาการเปาหมายท้ัง ๔ ดาน ไปกับการลงมือปฏิบัติกิจกรรม
การเรยี นรูของผูเรยี นดงั ตอไปน้ี

๑) มีวิธีการคิด เนนที่การคิดข้ันสูงประเภทตาง ๆ เชน การคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห
การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ การคดิ แกปญ หา การคิดสรา งสรรค เปน ตน

๒) มวี ธิ กี ารเรยี นรู คือคณุ ลักษณะบุคคลแหงการเรียนรู ใฝเ รียนรู ชา งสงสัย สบื เสาะแสวงหา
ความรู การเรยี นรูดว ยตนเองอยางตอ เน่ือง

๓) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู มุงเนนการเรียนรูรวมกับบุคคลอื่น ทักษะทางสังคม การมี
ปฏสิ มั พนั ธกบั บคุ คลอ่นื

๔) มีคณุ ลกั ษณะ/สมรรถนะท่ีพึงประสงค มงุ เนนการพัฒนาคณุ ธรรมจรยิ ธรรม คา นิยมอันพึง
ประสงค ตลอดจนสมรรถนะตา ง ๆ ของผูเรยี น เชน สมรรถนะดา นการสือ่ สาร สมรรถนะดานการใชเ ทคโนโลยี
สารสนเทศ

การจัดการเรียนรูเชิงรุกใหบรรลุเปาหมายท้ัง ๔ ประการดังกลาว มุงใหผูเรียนเกิดการเรียนรูจาก
การลงมือปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา ง ๆ ตามความสนใจอยางกระตอื รือรน ผูสอนจําเปนตองวิเคราะหและคนหา
ความตองการและความสนใจของผูเรียนใหพบ กอนท่ีจะออกแบบการจัดการเรียนรู เน่ืองจากกิจกรรมการ
เรียนรูท่ีตอบสนองความตองการและความสนใจของผูเรียนไดดี ยอมทําใหผูเรียนมีแรงจูงใจภายในในการ
เรยี นรู

การเรยี นรเู ชิงรุกมีหลกั การที่ผสู อนควรนาํ ไปใชในการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูดังตอ ไปน้ี
๑) ผูเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูอยางสรางสรรค คือ เปนกิจกรรมการเรียนรูท่ี

นา สนใจ ทา ทายความสามารถ และสอดคลอ งกับความตอ งการของผเู รียน
๒) ผูเรียนไดเรียนรูรวมกันในลักษณะทีมเรียนรู คือ มีภารกิจท่ีจะตองทําใหสําเร็จรวมกัน มี

การวางแผนและทํางานรวมกันอยางตอเนือ่ ง
๓) ผูเรียนเช่ือมโยงการปฏิบัติกับเนื้อหาสาระ สมรรถนะ ทักษะ และคุณลักษณะ คือ ทํา

กิจกรรมไปดวย เกดิ การเรยี นรใู นเนือ้ หาสาระ รวมทงั้ พัฒนาสมรรถนะ ทักษะ และคณุ ลักษณะตา ง ๆ ไปพรอม
กนั

๔) ผูเรียนมีอิสระทางความคิด คือ ผูเรียนมีเสรีภาพในการกําหนดเปาหมายและกิจกรรมการ
เรียนรูของตนเองและทมี ภายใตก ารกํากบั ดูแล ใหคําแนะนาํ จากผสู อน

หลกั สตู รและการจัดการเรียนรูŒ ๑๒

๕) ผูเรยี นรับผิดชอบตอการเรียนรู คือ การใชความมงุ มัน่ พยายาม ความมีวินัยในตนเอง เพ่ือ
ปฏิบตั กิ จิ กรรมการเรียนรจู นประสบความสําเร็จ

๖) ผูเ รยี นสะทอ นคิด คอื คิดทบทวน ใครค รวญ ประสบการณที่ไดรับจากการปฏบิ ัติกิจกรรม
การเรียนรู แลว สรปุ องคค วามรหู รือส่งิ ทไี่ ดเรยี นรู จุดเดน และจดุ ท่ตี องพัฒนาตนเอง

การเรยี นรูเชิงรุกมปี จจยั สนับสนนุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู ใหม ีประสิทธภิ าพดงั ตอ ไปน้ี
๑) ความสุขในการเรียนรู คือ สภาวะทางจิตใจและอารมณของผูเรียนในระหวางที่ปฏิบัติ

กิจกรรมการเรียนรูที่มีความผอนคลาย ปลอดภัย สนุกสนาน ไมเครียดหรือวิตกกังวล ผูเรียนท่ีเรียนรูอยางมี
ความสุขจะเรยี นรูไดดกี วา ผูเ รียนทเี่ รยี นดวยความทุกข

๒) ความเปน ประชาธปิ ไตย คอื ความเทา เทยี มกันทางความคิดระหวา งผเู รียนและผสู อน การ
เคารพกันในทางความคิด ไมดวนตัดสินความคิดของกันและกัน ซ่ึงบรรยากาศการเรียนรูท่ีเปนประชาธิปไตย
จะชวยกระตนุ ใหผูเรยี นแสดงศักยภาพของตนเองออกมาอยา งเตม็ ท่ี

๓) การแลกเปล่ียนเรียนรู คือ การเปดพื้นที่ใหผูเรียนแลกเปล่ียนความรู ความคิด และ
ความรูสึกซ่ึงกันและกัน ชวยทําใหเกิดคุณลักษณะเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษย อีกทั้งยังเปนกระบวนการท่ี
นําไปสูการมีความคิดใหมๆ ซึ่งเปนตนกําเนิดของนวัตกรรม อีกท้ังยังเปนการพัฒนาทักษะทางสังคมใหกับ
ผเู รียนทป่ี จจบุ นั

๔) การตอบสนองแบบการเรียนรูของผูเรียน คือ กิจกรรมการเรยี นรูมีความหลากหลาย แตมี
เปาหมายเดียวกัน มีความยืดหยุน ตามความสนใจและความตองการของผูเรียน ผูเรียนที่ไดทํากิจกรรมการ
เรยี นรูส อดคลองกับแบบการเรยี นรขู องตนเองจะเรยี นรไู ดด ีกวากจิ กรรมทไ่ี มส อดคลองกับแบบการเรยี นรู

๕) การมีความเช่ือมนั่ ในตนเอง คือ ผูเ รยี นมคี วามม่ันใจวา ตนเอง มีความสามารถมศี ักยภาพที่
จะเรียนรูและทํากิจกรรมตาง ๆ ไดประสบความสําเร็จ เพราะความเชื่อมั่นในตนเองเปนพื้นฐานท่ีสําคัญที่สุด
ของการเรยี นรสู งิ่ ตาง ๆ

๖) การโคชของผูสอน คือ การใหคําแนะนํา คําช้ีแนะ คําถามกระตุนการคิด ตลอดจนการ
เสริมแรงทางบวกใหกับผูเรียนตลอดระยะเวลาของการเรียนรู ผูสอนยุคใหมใชการโคช แทนการถายทอด
ความรูโดยผเู รยี นปราศจากแรงจงู ใจภายใน

การเรียนรูเชิงรับ (Passive learning) และการเรียนรูเชิงรุก (Active learning) มีความแตกตางกัน
โดยท่ีการเรียนรูเชิงรับน้ันผูเรียนจะขาดเปาหมายในการเรียนรู ปฏิบัติกิจกรรมโดยขาดความสนใจ ปฏิบัติ
กิจกรรมตามคําสง่ั ใชกระบวนการเรียนรอู ยางใดอยา งหนึ่ง ขาดการแลกเปล่ยี นเรียนรู และรับการประเมินเพ่ือ
การตัดสินผลการเรียน สวนการเรียนรูเชิงรุกผูเรียนจะมีเปาหมายทางการเรียนรูของตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม
ดวยความกระตือรือรน ริเร่ิมกิจกรรมท่ีตองการปฏิบัติ ใชกระบวนการเรียนรูท่ีหลากหลาย มีการแลกเปลี่ยน
เรียนรู และประเมนิ ตนเองเพือ่ พัฒนาการเรียนรู ซง่ึ สรุปไดดังตารางตอไปน้ี
ตารางที่ ๑ Transform จากการเรียนรแู บบ Passive ไปสู Active

หลกั สูตรและการจัดการเรยี นรŒู ๑๓

การเรยี นรเู ชิงรบั (Passive learning) การเรียนรเู ชงิ รุก (Active learning)
ผเู รียนขาดเปาหมายในการเรยี นรู ผูเ รยี นมีเปาหมายทางการเรียนรขู องตนเอง
ผเู รียนปฏิบตั ิกจิ กรรมโดยขาดความสนใจ ผเู รียนปฏิบตั กิ จิ กรรมดว ยความกระตือรอื รน
ผูเรียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามคําสั่ง ผูเรียนรเิ รมิ่ กิจกรรมทีต่ องการปฏิบตั ิ
ผูเรยี นใชกระบวนการเรียนรอู ยา งใดอยางหนึ่ง ผูเรยี นใชก ระบวนการเรียนรทู หี่ ลากหลาย
ผูเรยี นขาดการแลกเปล่ยี นเรยี นรู ผเู รยี นมีการแลกเปล่ยี นเรียนรู
ผูเรยี นรับการประเมินเพ่ือการตดั สินผลการเรียน ผูเรยี นประเมนิ ตนเองเพอื่ พัฒนาการเรยี นรู

ผูประเมินภายนอกควรประเมินใหไดสารสนเทศเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูของสถานศึกษาวา
มุง เนนไปทศิ ทางของการจดั การเรียนรูเชิงรุกแลวหรือไมอยางไร มีจดุ ใดทส่ี ถานศึกษาจัดการเรียนรูไดอยางโดด
เดน ท่คี วรรักษาไว และมจี ุดใดทส่ี ถานศึกษาควรปรับปรุงและพัฒนา พรอ มทง้ั ใหขอเสนอแนะเพ่ือการปรับปรุง
การจัดการเรยี นรูใหเ ปน การจัดการเรยี นรูเชิงรุกทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพ

๘. บทสรปุ

หลักสูตรและการจัดการเรียนรูในศตวรรษท่ี ๒๑ นั้น จําเปนตองเปลี่ยนแปลงจากการถายทอด
ความรูมาเปนการช้ีแนะใหผูเรียนคิดและลงมือปฏิบัติดวยความมุงมั่น ตั้งใจ และมีความถูกตองตามหลัก
วิชาการ / วิชาชพี ซึง่ เปนวธิ กี ารจัดการเรียนรยู ุคใหมทต่ี อบสนองธรรมชาติของผูเรยี นที่เกิดมาในยุคดิจิทัลและ
อินเทอรเน็ต มีทักษะการเรียนรูท่ีหลากหลาย เนนการใชเทคโนโลยีเปนเคร่ืองมือในการเรียนรู ท่ีครูยุคใหม
ตองเรียนรูและปรบั ตัวใหมคี วามรูและทักษะในการพฒั นาศักยภาพของผเู รียนดว ยวธิ กี ารใหม ตอบโจทยผูเรยี น
นาํ ไปสกู ารเรียนรแู ละพัฒนาอยางตอ เนอ่ื ง

หลักสูตรและการจัดการเรยี นรŒู ๑๔

บรรณานกุ รม

วิชัย วงษใหญ และมารุต พัฒผล. (๒๕๒๖). จากหลักสูตรแกนกลางสูหลักสูตรสถานศึกษา: กระบวนทัศนใหม การ
พัฒนา. (พิมพค รั้งท่ี ๖). กรุงเทพฯ: จรลั สนิทวงศก ารพมิ พ.

วิชยั วงษใ หญ และมารตุ พฒั ผล. (๒๕๕๘). การโคชเพอ่ื การรคู ิด. (พิมพครั้งท่ี ๕). กรงุ เทพฯ: จรลั สนทิ วงศก ารพมิ พ.
Marzano, Robert J. and Simms, Julia. ( 2012) . Coaching Classroom Instruction: The Classroom

Strategies Series. Bloomington: Marzano Research Laboratory.

************************************************************

หลกั สูตรและการจดั การเรียนรŒู ๑๕

หลกั สตู รและการจัดการเรียนรŒู ๑๖


Click to View FlipBook Version