e-book เข้ข้ ข้ข้ าใจกาพย์ย์ ย์ย์ ๑. ด.ช.ศุภกร สุวรรณ์ ๒. ด.ช.นนท์ปพัฒน์ พรเจริญทรัพย์ ๓. ด.ช.เตชิต สงวนเตชะตระกูล ๔. ด.ญ.ชิดชนก อินทรวงศ์ ๕. ด.ญ.ภัทธิรา จงจิตสำ ราญ เลขที่ ๑๔ เลขที่ ๑๙ เลขที่ ๒๐ เลขที่ ๒๕ เลขที่ ๓๓ รายงานโครงงาน อาหารน่น่ น่ า น่ ารู้รู้รู้รู้ คณะผู้จัดทำ ครูที่ปรึกษา คุณครูทวีทรัพย์ ยอดเมือง โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาภาษาไทย ท๒๑๑๐๒ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ที่ม ที่ าและความสำ คัญของโครงงาน รายงานโครงงานเรื่องนี้มาจากการร่วมกันวิเคราะห์และสร้างสรรค์สื่อ e-book ของสมาชิกในกลุ่ม เนื่องจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานมี เนื้อหาค่อนข้างมากและซับซ้อน จึงสร้างสรรค์สื่อออนไลน์ชนิดนี้ขึ้น มาเพื่อให้เข้าใจกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้ง่ายและน่าสนใจมากขึ้น วัต วั ถุประสงค์ ๓. เพื่อรวบรวมข้อมูลอาหารในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ๔. เพือสร้างสรรค์สื่อที่มีลักษณะน่าสนใจ ๕. เพื่อให้คุณค่าทางวรรณศิลป์ สมมุติ มุ ฐ ติ าน ๒. ผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายคำ ประพันธ์และ ถอดคำ ประพันธ์ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้ ๑. ผู้อ่านมีความเข้าใจและสนใจในเนื้อหากาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ๑. เพื่อศึกษาอาหารไทยในรัชกาลที่ ๒ ให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้และคงอยู่ ๒. เพื่อให้ทราบถึงความหมายของคำ ประพันธ์ในเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
ขอบเขตการศึกษา ๑. การศึกษาครั้งนี้มาจากการศึกษาจากไฟล์ PDF ๒. ศึกษาจากหนังสือวรรณคดีวิจักษ์ ระยะเวลาในการศึกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ นิยามศัพท์เ ท์ ฉพาะ ๑. e-book ย่อมาจากคำ ว่า electronic book หมายถึง หนังสือที่สร้าง ๒. กาพย์ หมายถึง คำ ประพันธ์ร้อยกรองประเภทหนึ่งมีจังหวะคล้ายกับฉันท์ ขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ของครูทวีทรัพย์ ยอดเมือง
วิธี วิ ก ธี ารศึกษา ๑. สำ รวจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ๒. แบ่งให้สมาชิกในกลุ่มรวบรวมข้อมูลในแต่ละเรื่อง ๓. เก็บรวบรวมข้อมูล ๔. ตรวจสอบความเรียบร้อยของข้อมูล ๖. สรุปผลและจัดทำ เป็นรูปเล่ม อภิปภิ รายผล จากการศึกษาเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พบว่ามีอาหารทั้งหมด ทั้งหมด ๑๕ ชนิด ได้แก่ แกงมัสมั่น ยำ ใหญ่ ตำ เหล็กลวก หมูแนม ก้อยกุ้ง แกงเทโพ น้ำ ยาแกงขม ข้าวหุงเครื่องเทศ แกงคั่วส้มหมูป่า พล่าเนื้อ ล่าเตียงหรุ่ม รังนกนึ่ง ไตปลาและแสร้งว่า ปิดท้ายด้วยผักโฉมและผักหวาน ซึ่งเป็นอาหาร ที่นิยมรับประทานกันในสมัยรัชกาลที่ ๒ ๑. การเล่นเสียง ๒. การใช้สำ นวนเปรียบเทียบ ๓. การกล่าวเกินจริง โดยสรุปเนื้อหาโดยใช้รูปแบบ e-book ขั้นตอนการทำ e-book คือ ๑.เรียบเรียงข้อมูลลงแอป Canva ๒.บันทึกไฟล์เป็น PDF ๓.นำ ไฟล์ PDF เข้าเว็บไซต์ Any flip เพื่อทำ e-book ๕. นำ ข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงใหม่ นอกจากนี้กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานยังให้คุณค่าทางวรรณศิลป์ทั้งหมด ๓ อย่าง
สรุปความรู้ ประโยชน์ที่ได้รับ ๑. ได้รับความรู้ของอาหารต่างๆในเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ๒. ทราบความหมายของคำ ประพันธ์ ๓. ทราบประวัติความเป็นมาของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ข้อเสนอแนะ ๑. ศึกษาวิธีการในการนำ เสนอใหม่ๆที่มีความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ๒. ศึกษาวิธีการทำ อาหารและประโยชน์ของอาหารในกาพย์เห่ชมเครื่อง เอกสารอ้างอิง วรรณคดีวิจักษ์ (พิมพ์ครั้งที่ ๑๕). (๒๕๖๔). กรุงเทพ: องค์การค้าของ สกสค. ๔. ทราบถึงคุณค่าทางวรรณศิลป์ของกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน และดึงดูดความสนใจ คาวหวานและสามารถทำ อาหารพร้อมอธิบายคุณค่าทางโภชนาการได้ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน - krujeanky - Google Sites. สืบค้น 14 กุมภาพันธ์ 2566, จาก https://sites.google.com/site/krujeanky /wrrnkhdi-laea-wrrnkrrm/kaphy-he-chm-kheruxng-khaw-hwan
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๔ ในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ทรงมี พระอัจฉริยภาพทางด้านวรรณศิลป์ ผลงานด้านภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรมของพระองค์เป็นที่ประจักษ์เด่นชัดแก่สายตาชาวโลก ประวัติ วั ผู้ ติ แ ผู้ ต่ง ต่ จุด จุ มุ่ง มุ่ หมายในการแต่ง ต่ ๑. เพื่อเป็นบทเห่เรือพระที่นั่งเวลาเสด็จประพาสส่วนพระองค์ ๒. เพื่อชมฝีพระหัตถ์ในการปรุงเครื่องเสวยของ ลัก ลั ษณะคำ ประพันธ์ แต่งตามแบบกาพย์เห่หรือกาพย์เห่เรือ คือแต่งเป็นโคลงผสมกาพย์ โดยมีโคลงสี่สุภาพ ๑ บทเป็นบทนำ หรือขึ้นต้นแล้วแต่งเป็น กาพย์ยานี๑๑ ไม่จำ กัดจำ นวน ขยายความต่อจากโคลงบทนั้น โดยมากเนื้อความในกาพย์ยานีบทแรกจะเลียนความโคลงสี่สุภาพ ตอนต้น สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
แกงมัมัสมัมั มั่มั่น มั่ น มั่ "มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา" "ยำ ใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้วยน้ำ ปลา ญี่ปุ่นล้ำ ย้ำ ยวนใจ" ยำยำยำยำใใหหญ่ญ่ ญ่ญ่ ตัตับ ตั บ ตั เเหหล็ล็ก ล็ ก ล็ ลลววกก "ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำ ส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงแกงมัสมั่นที่มีกลิ่นหอมของยี่หร่าว่า เมื่อชายใดได้ลิ้มรสแล้วอยากลิ้มรสอยู่เสมอ กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงยำ ใหญ่ ที่จัดวางไว้ในจานอย่างมากมาย และปรุงรสให้อร่อยขึ้นด้วยน้ำ ปลาญี่ปุ่น กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงอาหารที่นางอันเป็นที่รักปรุงให้ คือ ตับเหล็กลวก ที่ไม่มีฝีมือของนางได้เทียบเทียมได้
หหมูมูแ มู แ มู นนมม "หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย" ก้ก้อ ก้ อ ก้ ยยกุ้ กุ้ง กุ้ ง กุ้ กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงหมูแนมว่ามีรสชาติอร่่อย รับประทาน พร้อมกับพริกสดและใบทองหลาง ที่น้องห่อมาอย่างประณีต "ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ" บทนี้กวีกล่าวถึงก้อยกุ้ง เมื่อสัมผัสถึงลิ้นก็เหมือน ได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยกว่าอาหารทิพย์ แแกกงงเเททโโพพ "เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงแกงปลาเทโพ ที่มีเนื้อหน้าท้องเป็นมันย่อง เมื่อได้ซดน้ำ แกงก็เหมือนได้ลิ้มรสอาหารสวรรค์
น้ำน้ำ น้ำน้ำ น้ำน้ำยยาาแแกกงงขขมม "ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำ น้ำ ยาอย่างแกงขม กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคลับคล้ายเห็น" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงยามเมื่อได้รับประทานน้ำ ยา กินกับแกงขม (มะระ) ว่ามีรสที่กลมกล่อม ข้ข้ ข้ า ข้ าววหุหุ หุ ง หุ ง "ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น ใครหุงปรุงไม่่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ " กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงข้าวหุงที่เป็นอาหารของชาวอิสลาม ว่าไม่มีใครอีกแล้วที่จะปรุงข้าวหุงได้อร่อยเหมือนนาง แแกกงงคั่คั่ คั่ ว คั่ วส้ส้ส้ส้ มมหหมูมูป่ มู ป่ มู ป่ า ป่ า "เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำ ทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงแกงคั่วส้มที่มีส่วนผสมของหมูป่าและระกำ ทำ ให้ กวีนึกถึงอดีตที่เคยปกปิดไว้ และนึกถึงนางว่าคงจะอยู่อย่างลำ บาก
พพล่ล่า ล่ า ล่ เเนื้นื้ นื้นื้ ออ "ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงพล่าเนื้อสดที่มีกลิ่นหอม ทำ ให้กวี คิดถึงยามที่เคยกอดนาง แลัวเนื้อของนางนั้นมีกลิ่นหอม ล่ล่า ล่ า ล่ เเตีตีย ตี ย ตี งง "ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำ เมืองบน ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงล่าเตียงที่ทำ เป็นชั้นๆ ทำ ให้คิดถึงน้องที่นอนบนเตียงทอง จากเมืองบน (เมืองสวรรค์) ที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆทำ ให้กวีคิดอยากที่จะกอดนาง หรุ่ รุ่ ม รุ่ "เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงหรุ่ม เมื่อกวีเห็นหรุ่มก็ทำ ให้จิตใจของกวีร้อนรุ่ม ประกอบกับความคิดถึงนาง จึงเหมือนมีคนมาสุมไฟ
รัรัง รั ง รั นนกกนึ่นึ่ นึ่นึ่ งง "รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงรังนกนึ่งที่น่าซด เพราะว่ามีรสอร่อยกว่าอาหารทั้งหมด แล้วเปรียบเทียบว่านกพรากจากรังก็เหมือนกับกวีในขณะที่ต้องพรากจากนาง ไไตตปปลลาา//แแสสร้ร้ง ร้ ง ร้ ว่ว่า ว่ า ว่ "ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากกระบิดกระบวน ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ" กาพย์บทนี้เป็นบทเปรียบเทียบ ไตปลากับแสร้งว่า ว่าเหมือนดังวาจาของน้องที่ แกล้งเจรจา ครั้นแลไปเห็นใบโศกทำ ให้กวีต้องโศกเศร้าเพราะรอเวลาที่จะได้พบนาง ผัผัก ผั ก ผั โโฉฉมมแแลละะ ผัผัก ผั ก ผั หหววาานน "ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง" กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงผักสองชนิด คือ ผักโฉมและผักหวาน แล้วเปรียบเทียบว่า ผักโฉมนี้คือโฉมของน้องหรือโฉมของนางใด ส่วนผักหวานนั้นเมื่อกวีได้แลเห็น ก็ทำ ให้ความรักอันหวานซึ้งแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
คุคุ คุ ณ คุ ณค่ค่ ค่ า ค่ าด้ด้า ด้ า ด้ นนววรรรรณณศิศิศิศิ ลลป์ป์ป์ป์ การใช้สำ นวนเปรียบเทียบ "ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำ เมืองบน ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน" การกล่าวเกินจริง "ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ" การเล่นเสียง "เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง"