The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในรายวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย
นางสาวณันฑกานต์ สุธาพจน์ รหัสนิสิต 621011311

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pang55543, 2022-02-11 00:42:59

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

งานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในรายวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย
นางสาวณันฑกานต์ สุธาพจน์ รหัสนิสิต 621011311

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

avalokitesvara bodhisattva

अवलोकितेश्वर बोधिसत्व

ณันฑกานต์ สุธาพจน์: เรียบเรียง

ศึกษางานศิลปกรรม
เนื่องในศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน

1.
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสองกร
วัดศาลาทึง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

2. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแปดกร
วัดพระบรมธาตุไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

3. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
ปราสาทเมืองสิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

สารบํญ

คติความเชื่อ.....................................................................
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสองกร...........................
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแปดกร..........................
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี......................

คติความเชื่ อ

พระโพธิสัตว์

ในคติความเชื่อของพุทธศาสนาฝ่ ายมหายานนั้นมี
มากมายเปรี ยบเสมือนเม็ดทรายในมหาคงคานที ซึ่งพระ
โพธิสัตว์ที่นิ ยมสร้างรู ปเคารพ และนับถืออย่างแพร่ หลาย

มีนามว่า “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร”




อวโลกิเตศวร

เป็ นภาษาสันสกฤต อวโลกิเต แปลว่ามองลงมา
อิศวร แปลว่าพระเจ้า จึงหมายถึงผู้มองลงมาเบื้องล่าง
ด้วยความเมตตากรุ ณาอันยิ่งใหญ่ ทรงปฏิเสธนิ พพาน
ด้วยมหากรุ ณาที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุด

พ้นจากความทุ กข์ยาก

คติความเชื่ อ

พระอวโลกิเตศวร ปางปัทมปาณิ
จิตรกรรมที่ผนังถ้ำอชันตา ประเทศอินเดีย

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกำเนิ ดจากพระธยานิ
พุทธอมิตาภะ เป็ นผู้รักษาพระศาสนาของพระโคดมศักย
มุนี ศรี สรรเพ็ชญ์พุทธเจ้า กล่าวคือ มีหน้าที่ปกป้องดูแล
สัตว์โลกในยุคภัทรกัลป์ ช่วงหลังจากพระโคตมพุทธเจ้า
เสด็จปริ นิ พพาน รักษาหน้าที่ไปจนกว่าพระศรี อาริ ยะเมต
ไตรยจะมาตรัสรู้เป็ นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่

ตามคติ มหายานกล่ าวว
่ าพระโพธิ สัตว์ได้เสด็ จลงมา

เกิดบนโลกมนุ ษย์ ได้บำเพ็ญบารมี 6 ประการ คือ ทาน
ศีล ปัญญา วิริ ยะ ขันติ และฌาณ บางคติก็เชื่อว่าผู้ที่จะ
บรรลุพระโพธิสัตว์ได้นั้นต้องบำเพ็ญบารมี 10 ประการ
คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริ ยะ ขันติ สัจจะ
อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา ต้องสร้างสมบารมีให้
สู งสุ ดทุ กชาติ

พระโพธิสั ตว์อวโลกิเตศวรสองกร

ศิลปะ : ศรีวิชัย
อายุ : ปลายพุทธศตวรรษที่ 12
วัสดุ : หินทาย
ขนาด : 114 ซม.
สถานที่พบ : วัดศาลาทึง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ลักษณะทางประติมากรรม

พระธยานิพุทธเจ้าอมิตาภะ มุ่นเกล้าพระเกศาเป็น
ประดับอยู่บนพระเศียร รูปชฎามงกุฎ



พระพักตร์ค่อนข้างกลม

พระวรกายสูงเพรียว ห่มหนังกวางขนาดใหญ่
ประทับยืนเอียงพระโสณี ขาหน้าทั้งคู่เหยียดยาว

(ตริภังค์) จรดพระนาภี

ทรงภูษาเรียบไม่มีริ้ว ร่องรอยพระหัตถ์
แนบกับเนื้อเหมือนผ้าเปียกน้ำ ที่หักหายไป สันนิษฐานว่าแสดง
ปางประทานพรด้วยพระหัตถ์
ยาวกรอมข้อพระบาท ขวา พระหัตถ์ซ้ายแนบพระอูรุ
คาดทับด้วยรัดพระองค์

ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

จากลักษณะประติมากรรมดังกล่าวเป็ นการทรง
เครื่ องแต่งองค์อย่างเรี ยบ ๆ ห่ มหนังกวาง ไม่สวม
เครื่ องอาภรณ์อื่น แสดงให้เห็ นเทคนิ คเชิงช่างในสมัย
นั้นที่มองสุนทรี ยภาพของพระโพธิสัตว์องค์ดังกล่าวใน
ลักษณะคล้ายนักบวชและมี การสร้างประติ มากรรมให้
มีลักษณะยืนแบบตริ ภังค์ ภูษาเรี ยบแนบเนื้อ สะท้อน
ให้เห็ นการรับอิทธิพลศิลปะคุปตะ ของอินเดียในการ
สร้างรู ปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอย่างชัดเจน
ในระยะแรกของอาณาจักรศรี วิชัย

ประติมากรรมศิลาองค์นี้จึงมีความสำคัญมากเนื่ องจาก
มีอายุเก่าแก่ที่สุดของประติมากรรมในศิลปะศรี วิชัย และยัง
สะท้อนให้เห็ นว่า ศาสนาพุทธนิ กายมหายานได้เริ่ มเข้ามาใน
คาบสมุทรภาคใต้ อย่างน้อยที่สุด ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12
เจริ ญรุ่ งเรื องอย่างมากในอาณาจักรศรี วิชัย

พระโพธิสั ตว์อวโลกิเตศวรแปดกร

ศิลปะ : ศรีวิชัย
อายุ : พุทธศตวรรษที่ 14-15
วัสดุ : หินทราย
ขนาด : 77 ซม.
สถานที่พบ : วัดพระบรมธาตุไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ลักษณะทางประติมากรรม มวยพระเกศาทรงกระบอก
ปลายพระเกศาเป็นลอน
พระพุทธเจ้าอมิตาภะ
ในกรอบวงกลมประดับ สยายปะพระอังสา
กึ่งกลางมวยพระเกศา
ประดับเครื่องศิราภรณ์
พระนาสิกข์โด่ง
พระโอษฐ์ยิ้มเป็นรูปกระจับ พระพักตร์อวบอิ่มงามสมส่วน
พระขนงโก่ง เปลือกพระเนตร

เหลือบลงต่ำ

กรองศอไข่มุกเเละเพชรพลอย

มีพระกร 8 กร ได้หักหายไป ยัชโญปวีตแบบหนังสัตว์
เหลือเพียงเเต่ส่วนต้น สวมพาหุรัด ที่ซ้อนทับด้วย
ทรงสามเหลี่ยมประดับเพชรพลอย
สังวาลเพชรพลอย

ประทับยืนแบบตัวตรง (สมภังค์)

พระวรกายช่วงล่างหักหาย ตั้งแต่พระชานุลงไป

ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

พระโพธิ สัตว์องค์นี้แสดงความเกี่ ยวข้องกับศิ ลปะ
อินเดียแบบปาละ และศิลปะชวาภาคกลางของอินโดนี เซีย ซึ่ง
เป็ นประติมากรรมเนื่ องในศาสนาพุทธฝ่ ายมหายาน ซึ่งอิทธิพล
ศิลปะแบบปาละของอินเดียทางภาคเหนื อ ได้เข้ามามีอิทธิพลใน
อาณาจักรศรี วิชัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 จึงมีนิ ยมสร้าง
รู ปเคารพเป็ นพระโพธิสัตว์ในระยะดังกล่าว อาจสันนิ ษฐานได้ว่า
ประติมากรรมองค์นี้หล่อขึ้นในภาคใต้ของไทย เนื่ องจากการ
สร้างยัชโญปวีตแบบหนังสัตว์ ที่ซ้อนทับด้วยสังวาลเพชรพลอย
ไม่ปรากฏทั้งในศิลปะปาละหรื อศิลปะชวาภาคกลาง

พระโพธิ สัตว์อวโลกิ เตศวรองค์นี้มี ความงดงามและ
สมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ งของศิลปะศรี วิชัย สะท้อนให้เห็ นถึงความ
สำคัญของอาณาจักรศรี วิชัยที่รุ่ งเรื องบนคาบสมุรไทย และอาจ
มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ไชยา สุราษฎร์ธานี ทั้งยังเป็ นหลักฐานที่
แสดงให้เห็ นว่าบริ เวณคาบสมุทรของไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
กับดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา มหายาน แห่ งอื่น ๆ โดยเฉพาะ
อินเดียในสมัยราชวงศ์ปาละ-เสนะ และราชวงศ์ไศเลนทร์ในช่วง
พุทธศตวรรษที่ 13 -14

พระโพธิสั ตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี

ศิลปะ : ขอม/ลพบุรี
อายุ : พุทธศตวรรษที่ 83
วัสดุ : ศิลา
ขนาด : 161 ซม.
สถานที่พบ : ปราสาทเมืองสิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ลักษณะทางประติมากรรม เกล้ามวยพระเกศาทรงกระบอก
รัดด้วยลูกประคำ
พระอมิตาภะ
ประดับอยู่ด้านหน้า พระเนตรที่สามกลางพระนลาฏ
แสดงความเป็นพุทธ-อิศวร
พระวรกายเต็มไปด้วยรูป พระพักตร์ยิ้มแบบบายน
พระตถาคตองค์จิ๋ว ทั่ว
พระนางปรัชญาปารมิตา
ทุกรูขุมขน สองกรประทับสมาธิราบ

พระกรขวา 4 กร 1 องค์
พระหัตถ์ขวาล่างขึ้นไป ทรงถือ พระกรซ้าย 4 กร
พระหัตถ์ซ้ายบนลงมา
พระนางษฑักษรีมหาวิทยา ทรงถือจักร สายประคำ
คัมภีร์ ขอช้าง และวัชระ หม้อน้ำอมฤต และพระขรรค์

พระวรกายป้อม พระนางปรัชญาปารมิตา
ดูมั่นคงเเข็งเเรง ที่รอบพระโสณีเหมือนกัน

นิ้วพระบาทสวมพระ อีก 8 องค์
ธำมรงค์ (แหวน)
รูปพระตถาคตสมาธิ

ลักษณะทางประติมากรรม

ไรพระศกเป็นเส้นชัดเจน

พระเนตรหรี่ลงจนเกือบปิด

พระนาสิกโด่ง

ยิ้มที่มุมพระโอษฐ์เล็กน้อย
"ยิ้มแบบบายน"

รัดพระองค์ทรงสี่เหลี่ยมสลักเป็น
ลายดอกไม้ และลายเม็ดประคำ
ชายผ้าด้านหน้า และด้านหลังเป็นรูปหางปลา

ทรงผ้านุ่งสั้นสลักเป็นริ้ว

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
ในคัมภีร์มหายาน

พระโลเกศวรเปล่งรัศมี สร้างขึ้นตามคัมภีร์การัณฑวยูหสูตร
ของลัทธิมหายาน-ตันตรยาน ซึ่งยกระดับพระองค์เทียบกับเทพเจ้าใน
ศาสนาพราหมณ์เป็ น “พุทธ-อิศวร” และสาธยายถึงพระอานุ ภาพของ
พระองค์ในหลายรู ปแบบ

คัมภีร์กล่าวว่าขุมพระโลมา(ขุมขน) ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเต-
ศวรล้วนบรรจุนานาสรรพสิ่ง รวมถึงพุทธเกษตร คือ สวรรค์ของพระ-
ตถาคตแต่ละพระองค์ที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน อันแทนด้วยรู ป
พระตถาคตตามพระวรกาย บนมวยพระเกศา แม้พระบาทก็ทรงสวม
พระธำมรงค์รู ปพระตถาคต เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ แม้
พระรัศมีของบรรดาพระตถาคตก็มิอาจเทียบได้กับพระรัศมีอันเรื อง
รองของพระอวโลกิเตศวร ที่เป็ นรัศมีแห่ งเจ้าจักรวาล

พระโลเกศวรเปล่งรัศมี มีความเกี่ยวข้องกับมนตร์ ๖ พยางค์
หรื อมนตร์ “ษฑักษรี มหาวิทยา” มีรู ปนางษฑักษรี มหาวิทยาเป็ นตัวแทน
มนตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อันได้แก่ " โอมฺ มณิ ปทฺเม หู มฺ "
อันมีความหมายว่า “ข้าพเจ้าอยู่ในดอกบัวเพชรพลอย” ถือว่าเป็ นมนต์
ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของลัทธิมหายาน-ตันตรยา หรื อเทียบเท่าพระธรรมขันธ์
ทั้ง 84,000 ที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ทั้งหมด ผู้ใดก็ตามที่สาธยายมนตร์
“ปรมหฤทยา” เป็ นหัวใจหรื อแก่นซึ่งรวมพระนามของพระโพธิสัตว์อว-
โลกิเตศวรเข้าไว้ด้วยกัน จะได้ไปเกิดใหม่ในขุมพระโลมาของพระองค์
และยุ ติ การเวี ยนว่ ายตายเกิ ดในสังสารวัฏ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
ในคัมภีร์มหายาน

ส่วนรู ปพระนางปรัชญาปารมิตาประทับเรี ยงกัน ๘ องค์รอบ
พระโสณี น่ าจะสื่อความหมายถึงคัมภีร์ปรัชญาปารมิตา ฉบับพิสดาร
ทั้ง ๘ คัมภีร์ และ อีก ๑ องค์บนพระอุระน่ าจะหมายถึงคัมภีร์ปรัชญา
ปารมิตาหฤทยา หรื อคัมภีร์ปรัชญาปารมิตา ฉบับย่อ ที่เทียบได้กับ
“หัวใจพระคาถา” ของคัมภีร์ฉบับพิสดารเอาไว้ สอดคล้องกับตำแหน่ ง
ของพระนางปรัชญาปารมิตาบนที่หน้าพระอุระ (หฤทยา) ของพระ-
โลเกศวรเปล่งรัศมี คำว่า “ปรัชญาปารมิตา” (ผู้มีบารมีคือ ปัญญา) ก็มี
จำนวน ๖ พยางค์เท่ากับมนตร์ษฑิกษรี มหาวิทยา และบารมี ๖ ของพระ
โพธิ สัตว์ที่ กล่ าวถึงการสร้างปัญญาบารมี ในคัมภี ร์ปรัชญาปารมิ ตาสู ตร

คัมภีร์การัณฑวยูหสูตร กล่าวว่า การท่องมนตร์ษฑักษรี มหา-
วิทยาจะช่วยให้ประสบความสำเร็ จในการบำเพ็ญบารมี ทั้ง ๖ ประการ
ที่กล่าวในคัมภีร์ปรัชญาปารมิตาซึ่งจะนำไปสู่การตรัสรู้ มนตร์ษฑิกษ-
รี มหาวิทยา จึงเป็ นมนตร์ที่มีความยิ่งใหญ่กว่าพระนางปรัชญาปารมิตา
และบรรดาพระตถาคตอันอุบัติจากนาง รู ปพระโลเกศวรเปล่งรัศมีใน
ศิลปะขอมจึงเป็ นสัญลักษณ์ของมนตร์ษฑักษรี มหาวิทยา ศูนย์รวมของ
สรรพวิทยาที่นำพาไปสู่ความหลุดพ้น อันรวมไปถึงคัมภีร์ปรัชญาปารมิ
ตาด้วย จึงมีการแสดงออกด้วยการสร้างรู ปพระนางปรัชญาปารมิตา
ไว้บนพระวรกายของพระโลเกศวรเปล่ งรัศมี

ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

การพบศิลปกรรมที่มีรู ป นัยยะหนึ่ งของการสร้าง
แบบศิลปะเขมร-บายน ในพื้นที่ พระโพธิ สัตว์อวโลกิ เตศวรเปล่ ง-
รัศมี คือ การประกาศอำนาจ
ภาคตะวันตกของไทย สะท้อน เหนื อศาสนาฮินดูที่มีอยู่เดิม โดย
ให้เห็ นอิทธิพลของขอม ที่แผ่ พระเจ้าชัยวรมัน ทรงสนับสนุ น
พุทธมหายานให้เจริ ญรุ่ งเรื อง มี
ขยายเข้ามาในประเทศไทยช่ วง การดัดแปลงศาสนสถานฮิ นดู ให้
พุทธศตวรรษที่ 18 ในรัชกาล เป็ นศาสนสถานเนื่ องใน ศาสนา
ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นิ ยม พุทธแบบมหายาน และสร้างพระ
อวโลกิเตศวร ให้มีสถานะเหนื อ
กราบไหว้บู ชาพระโพธิ สัตว์อว- เทพเจ้าฮินดู เป็ นการลดบทบาท
พรามหณ์ฮิ นดู เพื่ อสร้างฐานพระ
โลกิเตศวรมาก ด้วยมหาราช ราชอำนาจของพระองค์ ให้เข้ม-
แข็ง โดยวิธีการเผยแผ่ศาสนา
แห่ งกัมพูชา ทรงเคารพนับถือ พุทธมหายานไปยังดินแดนอื่น ๆ
ทดแทนการใช้กำลังทหาร มาทำ
ลัทธิมหายาน-ตันตรยาน จึง สงคราม

นิ ยมสร้าง พระพักตร์ให้เหมือน
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ทรงเป็ น

ภาคอวตาร ของพระโลเกศวร

มาโปรดปรดมวลมนุ ษย์ เรี ยก
ว่ ายิ้มแบบบายน

ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

ปราสาทเมืองสิงห์เป็ น การแกะสลักพระวรกาย ดูอ่อน
ละมุ นน้อยกว่ าองค์ที่ พบในนคร
ศาสนสถาน ใน “ชยสิงหปุระ”
เป็ นเมืองหนึ่ งในจารึกปราสาท ธม

พระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมัน ประติ มากรรมองค์ดังกล่ าว
ที 7 ซึ่งพบพระโพธิสัตว์อวโลกิ- จึงเป็ นศิลปกรรมขอม (บายน) ที่
เตศวรเปล่งรัศมี ที่มีลักษณะ สร้างจากหิ นทราย ซึ่งคงสภาพ
คล้ายคลึง กับกลุ่มที่พบในแถบ สมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ ง ที่พบใน
กัมพูชา รวมไปถึงองค์ที่พบใน
ประเทศไทย เป็ นหลักฐานสำคัญ
โบราณสถานโกสิ นารายณ์ ที่แสดงถึง การแผ่ขยายอิทธิพล

จ.ราชบุรี ด้วย แต่สันนิ ษฐานว่า ของพุทธศาสนา นิ กายมหายาน

น่ าจะเป็ น การสร้าง โดยฝี มือ จาก อาณาจักรกัมพูชาโบราณ
ช่ างท้องถิ่ นมากกว่ าการได้รับ
มาสู่ดินแดนประเทศไทยได้เป็ น
พระราชทานมาจากพระเจ้าชัย
วรมันที่ 7 เพราะพระพักตร์และ อย่ างดี






Click to View FlipBook Version