The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รร.บ้านแม่ขรี ปรับปรุง 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruchawalit2529, 2021-10-14 03:30:30

หลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รร.บ้านแม่ขรี ปรับปรุง 2564

หลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รร.บ้านแม่ขรี ปรับปรุง 2564

48 หลักสตู รกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564)

การจดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ลูกเสอื -เนตรนารี (ลกู เสอื โท) ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ช่วั โมง

แผนที่ เร่อื ง เวลา(ชวั่ โมง)

1. การรู้จกั ดูแลตนเอง 1

- การบรรจุสิ่งของลงเครื่องหลังสำหรับการเดินทางไกลและอยู่ค่าย

พกั แรม

- เคร่อื งใชต้ ่างๆ และยา เครอ่ื งปัจจบุ นั พยาบาล

2. การรู้จักดูแลตนเอง 1

- เตา และการกอ่ ไฟด้วยไม้ฟนื หรอื ถ่าน

3. การรจู้ กั ดูแลตนเอง 1

- การปรงุ เครื่องรอ้ น

- การปรุงอาหารอยา่ งง่าย

4. การรู้จกั ดูแลตนเอง 1

- การออกไปต้ังคา่ ยพกั แรม 1 คืน

- เตน็ ทช์ นดิ ต่างๆ การกางเต็นท์, การเก็บเตน็ ท์

5. การช่วยเหลอื ผูอ้ น่ื 1

- ชนิดของสัตวม์ ีพษิ

- การปฐมพยาบาลสัตว์มีพษิ กัดตอ่ ย

6. การชว่ ยเหลือผอู้ ื่น 1

- การปฐมพยาบาลผู้ถกู แดดเผา

- การปฐมพยาบาลผู้ถกู ไฟลวก

7. การช่วยเหลอื ผู้อน่ื 1

- การปฐมพยาบาลผู้ถูกน้ำรอ้ นลวก

- การปฐมพยาบาลคนเป็นลม

8. การช่วยเหลือผอู้ ื่น 1

- การแนะนำสถานทีใ่ ห้คนตา่ งถ่นิ

9. การเดินทางไปยงั สถานที่ต่างๆ 1

- ทิศทั้ง 8 ทศิ

10. การเดนิ ทางไปยงั สถานที่ตา่ งๆ 1

- เข็มทิศ และการใช้เข็มทิศ

11. การเดินทางไปยังสถานท่ตี ่างๆ 1

- การใชแ้ ผนท่ปี ระกอบเขม็ ทศิ

12. การเดนิ ทางไปยงั สถานที่ตา่ งๆ 1

- การวางแผนทใี่ หถ้ กู ทศิ และการใชเ้ ข็มทิศประกอบ

13. การเดินทางไปยังสถานท่ีต่างๆ 1

- มาตราสว่ น และเครอื่ งหมายต่างๆ ในแผนที่

-การเดนิ ทางไกล ไป – กลบั ระยะทาง 1 กม.

14. ทักษะในทางวชิ าการลกู เสอื 1

- การใช้มีด และขวาน

- การระวังรกั ษามีด และขวาน

15. ทกั ษะในทางวิชาการลกู เสือ 1

หลกั สูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564) 49

แผนท่ี เรอ่ื ง เวลา(ชั่วโมง)

- การสบั สมอบกดว้ ยมีด

- การใชข้ วานฝ่าฟนื

16. ทักษะในทางวิชาการลูกเสอื 1

- เงอ่ื นเชอื กท่มี ขี นาดเดียวกัน เชือกทม่ี ีขนาดตา่ งกนั

-เงื่อนเชอื กกับวัตถุ

17. ทักษะในทางวิชาการลกู เสอื 1

- การผกู ประกบ ,การผูกกากบาท

18. ทักษะในทางวชิ าการลกู เสอื 1

- การผูกทแยง

19. งานอดเิ รกและเร่ืองที่น่าสนใจ 1

- การกีฬาและนันทนาการ

20. งานอดิเรกและเร่อื งทน่ี า่ สนใจ 1

- ธรรมชาติศึกษา

21. งานอดเิ รกและเร่อื งทนี่ า่ สนใจ 1

- งานประดษิ ฐ์

22. คำปฏิญาณ กฎของลกู เสือสามญั 1

- บอก ทอ่ ง คำปฏิญาณ กฎ ของลกู เสือสามญั

23. คำปฏิญาณ กฎของลูกเสอื สามัญ 1

- แสดงบทบาทสมมุติกฎลูกเสือสามญั ข้อที่ 1 -5

24. คำปฏิญาณ กฎของลูกเสอื สามญั 1

- แสดงบทบาทสมมตุ กิ ฎลูกเสือสามญั ข้อที่ 6 -10

25. ระเบียบแถว 1

- การสวนสนาม 1

26. ระเบยี บแถว 1

- การสวนสนาม 2

27. ระเบยี บแถว 1

การสวนสนาม 3

28. ระเบียบแถว 1

การสวนสนาม 4

• วิชาพิเศษและการสอบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษลูกเสือ 2

สามัญ

-53 รายวิชา

-เคร่ืองหมายสายยงยศ

50 หลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

ผลการเรยี นรู้ กิจกรรมลูกเสือสามญั – เนตรนารี โท

หน่วยที่ 1 การรู้จกั พง่ึ ตนเอง
1.1 แสดงวธิ ีบรรจสุ ง่ิ ของลงเครอื่ งหลงั ได้
1.2 เตรยี มเครือ่ งปัจจุบันพยาบาล เปน็ ส่วนตัวสำหรับการเดนิ ทางไกลได้
1.3 กอ่ ไฟ ปรงุ อาหาร เคร่อื งดื่ม และปรุงอาหารอยา่ งง่ายนอกสถานที่ได้
1.4 กางเต็นท์ และเก็บเตน็ ท์ได้

หน่วยท่ี 2 การชว่ ยเหลือผอู้ ืน่
2.1 แสดงวิธกี ารปฐมพยาบาลบาดแผลท่ีเกดิ จาก แมลง หรือสตั วม์ พี ษิ ตอ่ ย ได้
2.2 แสดงวิธปี ฐมพยาบาลเม่อื ถูกแดดเผา ไฟลวก นาํ้ ร้อนลวกได้
2.3 บอกชื่อสถานท่สี ำคญั ในทอ้ งถนิ่ และช้ีแนะนำไปยังสถานทสี่ ำคญั ในทอ้ งถ่นิ ได้

หนว่ ยท่ี 3 การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี า่ งๆ
3.1 บอกชื่อทิศ ทง้ั 8 ได้ถกู ต้อง
3.2 บอกเครื่องหมายต่างๆ ในแผนที่ และหาทิศโดยใช้แผนท่ี เขม็ ทิศได้
3.3 เดินทางไป – กลับ ระยะทาง 5 กโิ ลเมตร และบอก กฎ เครอ่ื งหมายจราจรได้

หน่วยท่ี 4 ทกั ษะในวชิ าการลกู เสอื
4.1 บอกวิธกี ารใช้มีด ขวาน อย่างเหมาะสมกบั งาน และบอกวิธีการเก็บรักษามดี ขวานได้
4.2 ผกู เง่อื นประมง เงอ่ื นผูกรน่ เงื่อนคนลากไดอ้ ยา่ งน้อย 1 เงอื่ น
4.3 ผูกเงือ่ นขัดสมาธิ และเง่อื นขดั สมาธิ 2 ช้ัน ได้
4.4 ผูกเงื่อนผูกซงุ เงอ่ื นตะกรดุ เบ็ด เงื่อนผกู รง้ั ไดอ้ ย่างน้อย 1 เงอ่ื น
4.5 ผกู แน่นแบบต่างๆ และบอกประโยชนข์ องการผกู แนน่ แบบตา่ งๆ ได้

หนว่ ยที่ 5 งานอดเิ รกและเร่อื งทนี่ า่ สนใจ
5.1 เลือกทำงานอดิเรกที่ตนเองถนดั และสนใจ อยา่ งน้อย 2 อยา่ ง

หนว่ ยที่ 6 คำปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ ลกู เสอื สามญั
6.1 บอกและปฏบิ ัติตามคำปฏิญาณ กฎ คตพิ จน์ของลูกเสอื สามญั ได้

หนว่ ยที่ 7 ระเบยี บแถว
7.1 ปฏิบตั ติ ามระเบยี บแถวได้

หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 51

กำหนดสาระการเรยี นร้รู ายปี
กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6

ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั รายปี สาระการเรยี นรู้รายปี

1. มีความรู้ความเขา้ ใจเนอ้ื หาเร่อื งราว • การพ่งึ ตนเอง
ของกิจกรรมและเสนอแนะการนำกิจกรรมไป 1) การอยคู่ า่ ยพกั แรมคืน
ใชใ้ นสถานการณต์ ่างๆ
2) วา่ ยน้ํา ระยะทาง 45 เมตร (หรืออ่นื )
2. ชว่ ยเหลอื หรอื แนะนำผอู้ นื่ ใหป้ ฏบิ ัติ 3) การดูแลตนเองกอ่ นปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
กิจกรรมและชนื่ ชมยินดตี ่อผู้ปฏิบัติได้สำเรจ็ 4) การใช้ ดแู ลรักษาเครือ่ งใช้ไฟฟ้า
3. ปฏิบัติกิจกรรมโดยการวางแผน 5) ปรุงอาหาร 2 อยา่ ง สำหรบั คนในหมู่
และกำหนดขั้นตอนด้วยตนเองหรือรว่ มกับผอู้ ืน่ • การบรกิ าร
4. พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
1) การติดต่อขอความชว่ ยเหลอื
5. ช่วยเหลือหรือแน ะนำผู้อ่ืน ให้ 2) การปฐมพยาบาล
ทำงานและปฏบิ ัติตามคำปฏญิ าณ กฎ ระเบียบ 3) บรกิ ารสาธารณะอย่างนอ้ ย 3 ชัว่ โมง
ข้อบังคับ คติพจน์ ฯลฯ และช่ืนชมต่อผู้ปฏิบัติ
ได้สำเรจ็ • การผจญภัย
1) เดนิ ทางไกลด้วยเทา้ ระยะทางไป-กลบั 20 กม.

2) ใช้เข็มทิศในท่ีกลางแจ้ง

3) อธิบายรายละเอียดในแผนท่ี

• วชิ าการลูกเสือ

1) โครงการบุกเบกิ 1 โครงการโดยใช้การผกู แน่น

2) การผูกเงื่อน

3) ปรุงอาหารแบบชาวป่าและพกั แรมคนื

4) กฎแห่งความปลอดภยั ในการใช้มีด เลอื่ ยและขวาน

5) เยอื นสถานท่ีในทอ้ งถิ่นและเขียนรายงาน

6) วิชาพิเศษอย่างน้อย 2 รายวิชา

7) โครงการอนุรักษธ์ รรมชาติ

• ระเบยี บแถว

1) ทบทวนท่าฝึกต่างๆ 2) การเดนิ สวนสนาม

• วิชาพิเศษและการสอบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษลูกเสือ

สามญั

- 53 รายวิชา

- เครื่องหมายสายยงยศ

52 หลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

คำอธิบายรายวิชา
กจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนารี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

...............................................................
คำอธิบาย

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษาวิเคราะหว์ างแผน
ปฏิบัติกิจกรรมเป็นฐานการเรียนรู้และใช้กระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ปดิ ประชมุ กองในเร่ือง

หลกั สตู รลกู เสอื เอก (การพึ่งตนเอง การบริการ การผจญภยั วิชาการลูกเสอื ระเบียบแถว และหรือ
วชิ าพเิ ศษ)

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเบียบวินัย ประหยัด ซื่อสัตย์
สจุ รติ อดทน เสียสละ ช่วยเหลือตนเองและผูอ้ ่ืน เป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดี สามารถทำงานและอยรู่ ่วมกับผู้อ่ืน

ได้
หมายเหตุ เม่ือผู้เรียนได้ปฏิบัติกจิ กรรมการเรียนรู้แล้ว และผ่านการทดสอบ จะได้รับเคร่ืองหมาย

ลูกเสือเอกและเวลาที่เหลือสามารถทดสอบเคร่ืองหมายวชิ าพิเศษที่เกี่ยวข้องได้ตามความถนดั ของผู้เรยี นทุก
วชิ ารวมถึงวิชาพเิ ศษเครื่องหมายสายยงยศ และเมอื่ สอบผา่ นแล้วก็จะได้รบั เครอื่ งหมายวชิ าพิเศษน้นั ๆ

กำหนดหน่วยการเรยี นรู้ เวลา 40 ช่ัวโมง
กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี (ลูกเสอื เอก) ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรียนรู้ เนื้อหา เวลา
1 หลักสูตรลกู เสอื เอก ( 40 )

2 • การพง่ึ ตนเอง 2
1. การอยคู่ า่ ยพกั แรมคนื อย่างนอ้ ย 2 คืน
3 2. ว่ายนา้ํ ระยะทาง 45 เมตร (หรืออื่น) 6
3. การดแู ลตนเองกอ่ นปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
4. การใช้ ดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟา้ 6
5. ปรุงอาหาร 2 อยา่ ง สำหรบั สมาชิกภายในหมู่

• การบรกิ าร
1. การตดิ ตอ่ ขอความช่วยเหลอื
2. การปฐมพยาบาล
1) เลอื ดออกภายนอกและภายใน
2) คนเป็นลม
3) การเคลือ่ นย้ายผู้ป่วย
4) การบรกิ ารสาธารณะอยา่ งน้อย 3 ช่ัวโมง

• การผจญภยั
1. เดินทางไกลด้วยเท้าระยะทางไป-กลับ 20
กม.
2. การใชเ้ ขม็ ทิศในทก่ี ลางแจง้
3. อธิบายรายละเอียดในแผนที่

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564) 53

หน่วยการเรยี นรู้ เนือ้ หา เวลา
4 6
• วชิ าการลกู เสอื
5 1. โครงการบุกเบิก 1 โครงการโดยใช้เงื่อนผูก 30
6 แน่น
7 2. การผูกเงอ่ื น (บ่วงสายธนู,บ่วงสายธนู 2 ชนั้ ,
เงื่อนเก้าอ้ี ,เงอ่ื นผกู แนน่ )
3. ปรงุ อาหารแบบชาวปา่ และพักแรมคืน
4. กฎแห่งความปลอดภัยในการใช้มดี เลื่อยและ
ขวาน
5. วิชาพเิ ศษอยา่ งน้อย 2 รายวิชา
6. โครงการอนุรักษธ์ รรมชาติ

• ระเบียบแถว
1. ทบทวนทา่ ฝกึ ต่างๆ
2. การเดินสวนสนาม

• วชิ าพิเศษและการสอบเคร่อื งหมายวิชา
พิเศษ
1. 53 รายวิชา
2. เครอ่ื งหมายสายยงยศ

• การอยู่คา่ ยพกั แรม
ประเมินผลทักษะทางวิชาการลูกเสือ 3 วัน 2
คนื

รวม

54 หลักสตู รกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564)

การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลกู เสอื -เนตรนารี (ลูกเสอื เอก) ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

เวลา 40 ชวั่ โมง

แผนท่ี เรื่อง เวลา(ช่วั โมง)

1. การพึง่ ตนเอง 1

- เตาแบบต่างๆ

-การกอ่ ไฟด้วยไม้ฟนื หรือถา่ น

-การว่ายนํา้ ระยะทาง 45 เมตร( หรือกิจกรรมอย่างอนื่ )

2. การพ่ึงตนเอง 1

-การปรุงอาหารอยา่ งง่าย 2 อยา่ งเครอ่ื งรอ้ นสำหรับหมขู่ องตนเอง

-การใช้ ดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟา้

-การอย่คู ่ายพกั แรมอย่างนอ้ ย 2 คนื

3. การบรกิ าร 1

-ลกั ษณะของการบริการ

-การขอความช่วยเหลอื เม่อื เกดิ อบุ ตั ิเหตุ

4. การบรกิ าร 1
-ลักษณะของอบุ ัตเิ หตทุ ่เี กดิ ข้นึ บ่อย 1
-ลกั ษณะของการปฐมพยาบาลทถ่ี กู วิธี 1
1
5. การบรกิ าร 1
-การปฐมพยาบาลผู้มีเลอื กออกภายในและภายนอก 1

6. การบรกิ าร 1
-การปฐมพยาบาลผปู้ ว่ ยทอ่ี าการชอ็ ค 1
-การปฐมพยาบาลคนเปน็ ลม 1

7. การบรกิ าร
-การเคลื่อนยา้ ยผปู้ ว่ ยแบบต่างๆ

8. การบริการ
-การใหบ้ รกิ ารสาธารณะ อย่างน้อย 3 ชวั่ โมง

9. การผจญภยั
-การเดนิ ทางดว้ ยเทา้ ไป กลบั 20 กม.
-การเดินทางโดยเรือ 10 กม.
-การปัน่ จกั รยาน 20 กม.

10. การผจญภัย
-อปุ กรณใ์ นการเดินทางไกล
-การอยคู่ า่ ยพกั แรม 3 วัน 2 คืน

11. การผจญภยั
-การใช้เขม็ ทศิ
-มาตรส่วนและเครือ่ งหมายในแผนที่

12. การผจญภัย
-การหาตำแหน่งพกิ ดั กริด
-การหาทิศโดยใช้เขม็ ทิศ

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2564) 55

แผนท่ี เร่อื ง เวลา(ชวั่ โมง)
1
13. การผจญภัย
-กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่น การสำรวจ 1
-ศึกษาสถานทที่ ่นี ่าสนใจกับเพ่ือน
1
19. การผจญภัย
-การเตรียมการไปเยือนสถานทท่ี ่นี ่าสนใจ 1
-การวางแผนการไปเยือนสถานทีท่ ่ีนา่ สน เปน็ หมู่ 1
1
20. วิชาการลกู เสือ
-จดั ทำโครงการบกุ เบิก หมู่ละ 1 โครงการ 1
-โมเดลบกุ เบกิ 1
-จดั ทำบญั ชวี ัสดุ อปุ กรณ์ 1
1
21. วชิ าการลูกเสือ 1
-การผูกแน่น การผูกเง่อื น 1
1
22. วชิ าการลูกเสือ 1
-การปรุงอาหารแบบชาวปา่ 1
1
23. วิชาการลกู เสอื 3 วนั 2 คืน
-กฏแห่งความปลอดภัย
-การใชม้ ดี ทำสมอบก
-การใช้ขวาน ฝ่าฟืน

24. วชิ าการลูกเสือ
-ศึกษาวชิ าพเิ ศษ อย่างนอ้ ย 3 วชิ า

25. วชิ าการลูกเสอื
-จัดทำโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ หมู่ 1 โครงการ

26. ระเบยี บแถว
-ทบทวนท่าฝกึ ระเบยี บแถวตา่ งๆ

27. ระเบียบแถว
-ทบทวนทา่ ฝกึ ระเบยี บแถวต่างๆ

28. ระเบยี บแถว
-การเดนิ สวนสนาม 1

29. ระเบยี บแถว
-การเดินสวนสนาม 2

30. ระเบยี บแถว
-การเดินสวนสนาม 3

31. ระเบียบแถว
-การเดนิ สวนสนาม 4

32. วิชาพเิ ศษและการสอบวิชาพเิ ศษ
-วิชาพเิ ศษลกู เสือสามัญ 53 วิชา

33. วชิ าพิเศษและการสอบวิชาพิเศษ
-เครอื่ งหมายสายยงยศ

34. อยู่ค่าพักแรมนอกสถานที่ ภาคปฏิบัติ

56 หลักสตู รกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564)

หลักสูตรเคร่อื งหมายวิชาพเิ ศษ
ขอ้ บงั คับคณะลูกเสือแห่งชาติ
ว่าด้วย การปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือสำรอง
(ฉบบั ท่ี 10 พ.ศ. 2522)
1. จิตรกร
2. นกั กรีฑา
3. นักอา่ นหนงั สือ
4. นักจกั รยานสองล้อ
5. นกั แสดงการบันเทงิ
6. นักสำรวจ
7. นักปฐมพยาบาล
8. นกั สารพัดชา่ ง
9. งานอดิเรก
10. การชว่ ยเหลืองานบา้ น
11. นักอ่านแผนที่
12. นักธรรมชาติศกึ ษา
13. นักถ่ายภาพ
14. นักว่ายน้ำ
15. ผูช้ ว่ ยคนตกนำ้
16. นักวทิ ยาศาสตร์
17. นกั กีฬา
18. นกั อนุรกั ษธ์ รรมชาติ

เครอื่ งหมายลกู เสือสัมพนั ธ์
ขอ้ บงั คบั คณะลกู เสือแหง่ ชาติว่าดว้ ยการปกครอง
หลักสตู รและวิชาพิเศษลูกเสอื สามญั (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๕
ขอ้ ๑ นกั จักสาน
ขอ้ ๒ ชา่ งไม้
ขอ้ ๓ ชา่ งหนัง
ขอ้ ๔ ชาวนา
ข้อ ๕ ชาวสวน
ข้อ ๖ ชาวไร่
ข้อ ๗ นักเลีย้ งสตั วเ์ ล็ก
ข้อ ๘ นักจกั รยาน ๒ ลอ้
ข้อ ๙ นักว่ายนำ้
ข้อ ๑๐ ผู้ช่วยคนดบั เพลิง
ขอ้ ๑๑ ผู้ช่วยเหลือผู้ประสบภยั
ขอ้ ๑๒ ผู้ใหก้ ารปฐมพยาบาล
ขอ้ ๑๓ นักสังเกตและจำ

หลักสตู รกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 57

ข้อ ๑๔ การพราง
ขอ้ ๑๕ ชาวค่าย
ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบอาหารในคา่ ย
ข้อ ๑๗ ลา่ ม
ขอ้ ๑๘ นักดนตรี
ขอ้ ๑๙ นกั ผจญภยั ในปา่
ขอ้ ๒๐ นักสำรวจ
ขอ้ ๒๑ มคั คุเทศก์
ขอ้ ๒๒ ช่างเขียน
ขอ้ ๒๓ นักสัญญาณ
ข้อ ๒๔ นกั บุกเบิก
ข้อ ๒๕ นกั ธรรมชาติศึกษา
ข้อ ๒๖ ช่างเบ็ดเตล็ด
ข้อ ๒๗ ผู้บรบิ าลคนไข้
ขอ้ ๒๘ นักจับปลา
ขอ้ ๒๙ ผู้ชว่ ยต้นเดน่
ขอ้ ๓๐ นกั พายเรือ
ขอ้ ๓๑ นายทา้ ยเรือบด
ขอ้ ๓๒ นักกระเชียงเรือ
ข้อ ๓๓ นกั แลน่ เรือใบ
ขอ้ ๓๔ นักดาราศาสตร์เบ้ืองต้น
ข้อ ๓๕ นักอุตนุ ยิ มวิทยาเบอ้ื งตน้
ขอ้ ๓๖ ยามอากาศเบอ้ื งต้น
ขอ้ ๓๗ นักเคร่อื งบินเลก็ เบ้อื งต้น
ขอ้ ๓๘ นกั สะสม
ข้อ ๓๙ บรรณารักษ์
ข้อ ๔๐ นกั กรีฑา
ข้อ ๔๑ นักขม่ี า้
ขอ้ ๔๒ มวยไทยเบือ้ งตน้
ขอ้ ๔๓ มวยสากลเบอ้ื งตน้
ข้อ ๔๔ กระบ่ีกระบองเบอื้ งต้น
ข้อ ๔๕ นักยงิ ปืนเบอื้ งต้น
ขอ้ ๔๖ การอนรุ ักษธ์ รรมชาติ
ข้อ ๔๗ การหามติ ร
ขอ้ ๔๘ มารยาทในสังคม
ขอ้ ๔๙ นิเวศวทิ ยา
ขอ้ ๕๐ การพฒั นาชุมชน
ขอ้ ๕๑ การใช้พลงั ทดแทน
ขอ้ ๕๒ ลกู เสอื โทพระมงกุฎเกลา้ ฯ
ข้อ ๕๓ ลกู เสอื เอกพระมงกฎุ เกล้าฯ
ขอ้ ๕๔ สายยงยศ ๔๖

58 หลักสตู รกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564)

ข้อบงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาตวิ า่ ด้วยการปกครองหลักสูตร

และวชิ าพิเศษลกู เสอื สามญั รุน่ ใหญ่ (ฉบบั ท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๒๘

วชิ าพิเศษลกู เสือ ประเภทสามัญรุ่นใหญ่ 76 วชิ า
1. นกั ผจญภยั
2. นกั ดาราศาสตร์
3. นกั อุตุนยิ มวทิ ยา
4. ผจู้ ดั การค่ายพักแรม
5. ผพู้ ิทักษป์ ่า
6. นกั เดนิ ทางไกล
7. หัวหนา้ คนครัว
8. นกั บกุ เบกิ
9. นกั สะกดรอย
10. นกั ธรรมชาติวทิ ยา
11. การสอ่ื สารด้วยยานพาหนะ
12. นกั ดับเพลิง
13. นักสัญญาน
14. นกั สารพัดชา่ ง
15. นักโบราณคดี
16. นักสะสม
17. นกั ดนตรี
18. นักถ่ายภาพ
19. นกั กีฬา
20. นกั กรีฑา
21. นักพิมพด์ ดี
22. นักแสดงการบนั เทงิ
23. นกั ยงิ ปนื
24. ลา่ ม
25. หนา้ ที่พลเมอื ง
26. มัคคุเทศก์
27. บรรณารักษ์
28. เลขานุการ
29. พลาธกิ าร
30. ผชู้ ่วยจราจร
31. ช่างเขียน
32. ชา่ งไฟฟ้า
33. ช่างวิทยุ
34. ช่างแผนท่ี
35. ชา่ งเครื่องยนต์
36. อีเลก็ ทรอนิกส์
37. การหามิตร
38. การฝมี ือ
39. การชว่ ยผู้ประสบภัย

หลักสตู รกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 59

40. การสาธารณสขุ
41. การพยาบาล
42. การพดู ในท่สี าธารณะ
43. การอนรุ ักษ์ธรรมชาติ
44. การประชาสมั พนั ธ์
45. การสังคมสังเคราะห์
46. การพฒั นาชมุ ชน
47. ชาวประมง
48. ตน้ เด่น
49. ผู้นำรอ่ ง
50. นักเล่นเรอื ใบ
51. นักวา่ ยน้ำ
52. นักพายเรอื
53. นักกระเชียง
54. กลาสเี รือ
55. การควบคมุ การจราจรทางนำ้
56. การป้องกันความเสียหายและดับเพลงิ ไหมบ้ นเรอื
57. การเรือ
58. การดำรงชีพในทะเล
59. เครื่องหมายชาวเรอื
60. เคร่ืองหมายเชดิ ชูเกยี รตลิ กู เสือเหลา่ สมุทร
61. นกั เคร่อื งบินเล็ก
62. ช่างอากาศ
63. ยามอากาศ
64. การควบคมุ การจราจรทางอากาศเบอื้ งตน้
65. การควบคุมการจราจรทางอากาศ
66. การช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั และดับเพลิงอากาศยาน
67. การฝึกเปน็ ผนู้ ำ
68. นักปฏบิ ตั ิการทางจิตวทิ ยา(ปจว.)
69. การขอส่งทางอากาศ
70. แผนทท่ี หารและเขม็ ทศิ
71. เสนารักษ์
72. การดำรงชีพในถนิ่ ทุรกนั ดาร
73. นักไต่ผา
74. เครื่องหมายการบิน
75. เคร่ืองหมายเชิดชเู กียรติลกู เสือเหล่าอากาศ
76. เครื่องหมายผ้ฝู กึ สอน

60 หลักสตู รกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564)

กิจกรรมชุมนุม ชมรม

การจดั กจิ กรรมชุมนุม ชมรม

วตั ถุประสงค์ของกิจกรรมชุมนุม ชมรม

สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
5 ประการ 5 ประการ

กิจกรรมทจี่ ดั กิจกรรม กิจกรรมที่จดั เสริม
ตามความสนใจของ ชุมนุม หลกั สูตร
ผเู้ รียน ชมรม
สถานศกึ ษาในดา้ น
กิจกรรมที่จดั ความรู้และทกั ษะ
ไดท้ ้งั ในและนอก ปฏิบตั ิของผเู้ รียน
สถานศึกษา
กิจกรรมทจี่ ดั ให้
ท้งั ในและนอก

เวลาเรียน

กจิ กรรมชมุ นุม
กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดขึ้นตามความสามารถ ความถนัดและความ

สนใจของผู้เรียน เพ่ือเติมเต็มความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติเพ่ือพัฒนาตนเองตาม
ศกั ยภาพ

หลกั การ
กจิ กรรมชุมนมุ มีหลกั การทีส่ ำคัญดังน้ี
1. เป็นกจิ กรรมทเ่ี กิดจากการสรา้ งสรรค์และออกแบบกิจกรรมของผเู้ รยี นตามความสมคั รใจ
2. เป็นกจิ กรรมทผี่ ูเ้ รยี นรว่ มกันทำงานเปน็ ทมี ชว่ ยกนั คิด ช่วยกันทำ และช่วยกันแก้ปญั หา
3. เป็นกิจกรรมทส่ี ง่ เสริมและพัฒนาศกั ยภาพของผู้เรยี น
4. เปน็ กจิ กรรมที่เหมาะสมกับวยั และวุฒภิ าวะของผ้เู รยี น รวมทงั้ บริบทของสถานศึกษา
และท้องถ่นิ

หลกั สตู รกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 61

วัตถุประสงค์
1. เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกับหลกั สูตรพืน้ ฐานสถานศึกษา
2. เพ่ือให้มที ักษะในการทำงานรว่ มกัน
3. เพ่อื ให้นักเรียนมีทกั ษะกระบวนการในการทำงาน
4. เพื่อใหร้ ูจ้ ักการใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์
5. เพือ่ ให้มีความรบั ผิดชอบ ขยนั ประหยัด อดทนและมีจติ ใจเออื้ เฟ้ือเผอ่ื แผ่

ขอบข่าย
กจิ กรรมชมุ นุม มีขอบขา่ ยดังน้ี
1. เป็นกิจกรรมจดั ตามความสนใจของผเู้ รียน
2. เปน็ กจิ กรรมที่จัดเสริมหลกั สตู รสถานศึกษาในด้านความรแู้ ละทักษะปฏบิ ัติ ของผเู้ รียน
3. สามารถจดั ไดท้ ั้งในและนอกสถานศึกษา และทงั้ ในเวลาและนอกเวลาเรยี น

การจัดกจิ กรรมชุมนุม
การจัดกิจกรรมชุมนมุ ของโรงเรยี นบา้ นแม่ขรี (สวงิ ประชาสรรค์) มีแนวทางการปฏิบตั ิดังน้ี

1. ผู้เรียนรว่ มกันจดั ตัง้ ชมุ นุมตามความสนใจและเชิญครเู ป็นที่ปรึกษาโดยร่วมกันดำเนนิ กิจกรรมชุมนุม
ตามระเบยี บปฏิบัติทีส่ ถานศึกษา

2. ครูที่ปรึกษามีการจัดต้ังชุมนุมอยู่แล้ว และเปิดรับสมัครนักเรียนที่มีความสนใจในการเข้าร่วม
กจิ กรรมของชุมนุม

3. ครูท่ีปรึกษาและผูเ้ รยี นร่วมกนั จดั ต้งั กจิ กรรมชมุ นมุ ตามความสนใจของท้งั สองฝ่าย
4. ผู้เรียนสามารถดำเนินกิจกรรมได้หลากหลายท้ังรูปแบบภายในหรือภายนอกห้องเรียนและ

ระยะเวลาการจัดกิจกรรม เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา แต่นักเรียนที่ต้องการย้ายชุมนุมใหม่
สามารถย้ายได้ในภาคเรียนท่ี 2 แต่นักเรียนต้องแจ้งครูที่ปรึกษาชุมนุมท่ีนักเรียนย้ายออกและ
หัวหน้ากิจกรรมชุมนมุ รบั ทราบ
5. ผเู้ รียนมีการออกแบบประสบการณแ์ ลกเปล่ยี นเรยี นรู้และเผยแพรก่ จิ กรรม
6. ครทู ่ปี รึกษากจิ กรรมประเมนิ ตามหลกั เกณฑก์ ารประเมนิ ชมุ นุม
ประเภทของกจิ กรรมชุมนุม
กจิ กรรมชมุ นมุ มี 2 ประเภท ดังน้ี

1. กจิ กรรมกลุม่ เสริมทกั ษะดา้ นวชิ าการ ไดแ้ กก่ ล่มุ สาระ 8 สาระ
2. กจิ กรรมชุมนุม เลือกตามความถนดั และความสนใจ

62 หลกั สูตรกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์) พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พุทศศักราช 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กำหนดให้
ผเู้ รยี นมีเวลา เขา้ รว่ ม กิจกรรมชุมนุม จำนวน 40 ชั่วโมง / ปี เฉลีย่ สัปดาห์ละ 1 ชว่ั โมง

หลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 63

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

เป็นกิจกรรมท่ีสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครวั ชุมชน สังคม ทอ้ งถนิ่ และ
ประเทศชาติตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือชว่ ยขัดเกลาจิตใจของผู้เรียนและเพื่อแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละต่อสังคม และมีจิตสาธารณะเพ่ือช่วยสร้าง
สงั คมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสขุ เชน่ กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ ง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สงั คม

หลักการ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง

ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรมจริยธรรม จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ออกแบบกิจกรรม
บำเพ็ญประโยชนอ์ ย่างหลากหลายรูปแบบ เพ่ือแสดงถงึ ความรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะจิตอาสา

วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตาม

ความถนัดและความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี

ประสทิ ธิภาพ
4. เพ่ือให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรมจริยธรรมตาม

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5. เพ่อื ให้ผู้เรยี นมจี ติ สาธารณะและใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์

ขอบข่าย
เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมจิตอาสาโดยผู้เรียน

ดำเนินการดว้ ยตนเองในลักษณะอาสาสมัครเพ่ือแสดงถึงความรบั ผดิ ชอบ ความดีงามความเสยี สละต่อสงั คม
มจี ติ อาสา และจิตสาธารณะ

การจัดกิจกรรม
โรงเรียนกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ได้ทั้งภายในและภายนอก

โรงเรยี น โดยใชร้ ปู แบบท่ีหลากหลาย ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
1. กำหนดให้ครูที่ปรกึ ษาเปน็ ผู้รับผิดชอบ กำกับ ดูแล วางแผนการจัดกจิ กรรมรว่ มกับนักเรียน
2. นักเรยี นบันทึกการเขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ลงในแบบบันทึกการเขา้ รว่ ม
กจิ กรรม โดยใหค้ รูท่ีปรึกษาเป็นผู้ตรวจสอบ ซ่ึงผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือ กิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชน์ในเวลา สถานท่ี หรอื รูปแบบของกิจกรรมใดกไ็ ด้
3. ครูท่ีปรึกษาเป็นผู้ประเมินผลกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียนต้องเข้าร่วม
กจิ กรรมใหค้ รบตามกรอบของโครงสร้างหลักสตู รโรงเรยี น
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียนผู้เรียนสามารถเลือกจดั กิจกรรมหรือ

เข้าร่วมกจิ กรรมได้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ดงั นี้
1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียน โดย

ผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ท่ีได้จากการเรียนรู้และประสบการณ์ ซ่ึงสามารถจัดกิจกรรมได้
ดงั น้ี

1.1 จัดกจิ กรรมภายในโรงเรยี น
1.2 จัดกจิ กรรมภายนอกโรงเรียน

64 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมท่ีผู้เรียนนำเสนอการ
จดั กิจกรรมต่อโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทำโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซ่ึงมีระยะเวลา

เริม่ ตน้ และสนิ้ สดุ ทช่ี ดั เจน โดยสามารถจดั กิจกรรมไดด้ ังน้ี
2.1 จดั กิจกรรมในโรงเรยี น

2.2 จดั กิจกรรมนอกโรงเรยี น
3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอ่ืน หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ
หน่วยงานหรือองค์กรอ่ืน ๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยผู้เรียนสามารถ

เลือกเขา้ ร่วมกิจกรรมได้ดงั น้ี
3.1 รว่ มกับหน่วยงานอ่นื ท่เี ข้ามาจดั กจิ กรรมในโรงเรียน

3.2 รว่ มกับหนว่ ยงานอืน่ ที่จัดกจิ กรรมนอกโรงเรียน
เงอื่ นไข

เวลาเข้ารว่ มกจิ กรรม ผเู้ รียนเข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนอ์ ย่างตอ่ เน่ืองทุกภาค

เรยี น / ปี
เนน้ ผู้เรยี นเปน็ ผจู้ ดั กจิ กรรมด้วยตนเองทุกขัน้ ตอนและตอ่ เน่ือง โดยมีครทู ี่ปรึกษาเปน็ ผู้ตรวจสอบและ

ประเมินผลการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือแสดงพฤติกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในเวลา สถานท่ี หรือ

รูปแบบของกจิ กรรมใดกไ็ ด้

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลาเรียน 10 ช่ัวโมงตอ่ ปี

ลำดบั ที่ สาระกจิ กรรม เวลา
1
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดอื นมิถุนายน )

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี นและไปเวยี นเทยี นท่ีวดั
4
5 วนั เข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดแู ล 1
6 รักษาไม้ดอกไม้ประดบั การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ข้ึน 15
7
8 ค่ำ เดอื น 8 )
9
10 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 1
บรเิ วณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม )

วันแม่แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชนโ์ ดยดแู ลรกั ษาไมด้ อกไม้ประดบั การ 1
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี น ( ข้นึ 15 คำ่ เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ 1
การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ 1
สะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )

วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี น ( เสารท์ ่ี 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี น ( ข้ึน 15 ค่ำเดือน 3 )

รวมเวลา 10

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564) 65

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 เวลาเรยี น 10 ชั่วโมงตอ่ ปี

ลำดบั ท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( พฤหสั บดีท่ี 2 ของเดอื นมถิ นุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี นและไปเวียนเทยี นท่วี ดั 1
4 1
5 วันเข้าพรรษาและวนั ปลูกต้นไม้แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชนโ์ ดยดูแล 1
6 รกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( ขึ้น 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )

วนั แม่แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดแู ลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ข้นึ 15 ค่ำ เดอื น 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสารท์ ่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขนึ้ 15 ค่ำเดอื น 3 )

รวมเวลา

66 หลกั สตู รกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564)

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลาเรียน 10 ชว่ั โมงตอ่ ปี

ลำดบั ท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( พฤหสั บดที ่ี 2 ของเดอื นมถิ นุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรียนและไปเวียนเทยี นที่วัด 1
4 1
5 วนั เข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 1
6 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ขน้ึ 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )

วนั แมแ่ ห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดแู ลรักษาไม้ดอกไม้ประดบั การ
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขน้ึ 15 คำ่ เดือน 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรียน ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสารท์ ่ี 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขึน้ 15 ค่ำเดอื น 3 )

รวมเวลา

หลกั สตู รกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2564) 67

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลาเรยี น 10 ชั่วโมงต่อปี

ลำดบั ท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วนั ไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( พฤหสั บดีที่ 2 ของเดือนมถิ นุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี นและไปเวยี นเทยี นท่วี ัด 1
4 1
5 วันเข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 1
6 รกั ษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( ขึ้น 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บรเิ วณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )

วนั แม่แหง่ ชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแลรกั ษาไม้ดอกไม้ประดบั การ
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขึน้ 15 คำ่ เดือน 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสาร์ท่ี 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขึ้น 15 คำ่ เดอื น 3 )

รวมเวลา

68 หลกั สตู รกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564)

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลาเรียน 10 ช่วั โมงต่อปี

ลำดบั ท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 1
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( พฤหสั บดที ่ี 2 ของเดอื นมถิ นุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรียนและไปเวียนเทยี นที่วัด 1
4 1
5 วนั เข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 1
6 รักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ข้ึน 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )

วนั แมแ่ ห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดแู ลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขน้ึ 15 คำ่ เดือน 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรียน ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสารท์ ่ี 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขึน้ 15 ค่ำเดอื น 3 )

รวมเวลา

หลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2564) 69

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เวลาเรยี น 10 ชั่วโมงตอ่ ปี

ลำดบั ท่ี สาระกิจกรรม เวลา
1 1
วนั ไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีที่ 2 ของเดือนมถิ นุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรียนและไปเวยี นเทยี นทวี่ ดั 1
4 1
5 วันเข้าพรรษาและวนั ปลกู ต้นไม้แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชนโ์ ดยดแู ล 1
6 รกั ษาไม้ดอกไม้ประดบั การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ขน้ึ 15 1
7 คำ่ เดอื น 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม )

วันแม่แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดแู ลรกั ษาไมด้ อกไม้ประดบั การ
ทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขนึ้ 15 ค่ำ เดือน 12 )

วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสาร์ท่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ข้ึน 15 ค่ำเดือน 3 )

รวมเวลา

70 หลกั สตู รกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2564)

การประเมนิ ผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านแม่ขรี

(สวิงประชาสรรค์) พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พุทศศักราช 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 เปน็ การประเมินการปฏบิ ัติกจิ กรรมและผลงาน / ชน้ิ งาน / คณุ ลกั ษณะของ
ผ้เู รยี น โดยผู้เรียนต้องมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนดไวใ้ นแต่ละกิจกรรม ผ่านการประเมนิ ตาม
เกณฑท์ ีส่ ถานศกึ ษากำหนด และใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ประเมนิ การเลือ่ นชั้นเรยี นและการจบการศึกษาระดบั ต่าง ๆ

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน จะต้องพิจารณาทัง้ เวลาการเข้ารว่ มกจิ กรรมการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
และผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด และใหผ้ ลการประเมนิ เปน็ ผ่านและไมผ่ ่าน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน มี 3 ลกั ษณะ คอื

1. กจิ กรรมแนะแนว
2. กิจกรรมนกั เรียน ซงึ่ ประกอบด้วย

2.1 กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
2.2 กิจกรรมชมุ นุม
3. กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์

หลกั การ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านแม่ขรี

(สวิงประชาสรรค์) พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทศศกั ราช 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป็นการประเมนิ การปฏิบัติกจิ กรรมหรือผลงาน/ช้นิ งาน/คุณลักษณะของ
ผู้เรียนเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพของตนเอง สะท้อนแนวคิดจากการปฏิบัติ
กจิ กรรม การทำงานกลมุ่ และการมีจิตสาธารณะ โดยให้ทกุ ฝ่ายท่ีเก่ยี วขอ้ งมีสว่ นร่วมในการประเมิน
แนวทางการประเมนิ

การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนมีแนวทางในการประเมนิ ตามแผนภาพ ดังน้ี

กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน

กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน กิจกรรมเพื่อสงั คมและ
ซ่อมเสริม สาธารณประโยชน์
ไมผ่ า่ น ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมิน
ผ่าน 1. เวลาเขา้ ร่วมกิจกรรม
ส่งผลการประเมิน 2. การปฏิบตั ิกิจกรรม
3. ผลงาน/ชิน้ งาน/

คณุ ลกั ษณะของ
ผเู้ รียน

โรงเรยี นไดก้ ำหนดแนวทางท่ีชัดเจนในการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 2 ประการ คอื
การประเมนิ พฒั นาผู้เรยี นรายกจิ กรรม และการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนเพอื่ การตัดสิน

หลกั สูตรกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 71

1. แนวทางการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม ดำเนนิ การดังน้ี
1.1 ตรวจสอบเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้ โดย

ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด โดยการประเมินกิจกรรม
พัฒนาผู้เรยี น จะตอ้ งพิจารณาทัง้ เวลาการเขา้ ร่วมกจิ กรรม การปฏิบัติกจิ กรรมและผลงานของผเู้ รียน ใหผ้ ล
การประเมนิ เปน็ ผา่ นและไมผ่ ่าน

1.2 ผเู้ รียนทีม่ ผี ลการประเมินไม่ผ่านเกณฑเ์ วลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม หรอื เกณฑก์ ารปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงาน / ช้ินงานของผู้เรียน หรือทั้งสองเกณฑ์ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ผู้สอนต้องดำเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผ่าน ท้ังน้ีควรดำเนินการให้เสร็จส้ินในปีการศึกษาน้ัน
ยกเว้นมเี หตุสุดวิสัยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา

2. แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นเพ่อื การตดั สนิ
แนวทางการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นเพื่อการตัดสนิ เลื่อนชัน้ และจบระดับการศกึ ษา

เปน็ การประเมินการผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายปี / รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละกจิ กรรม
สรปุ ผลรวมเพอื่ เลื่อนชนั้ และประมวลผลรวมในปีสุดทา้ ยเพื่อการจบแต่ละระดับการศึกษาของโรงเรยี น โดย
ดำเนนิ การดงั น้ี

2.1 กำหนดให้มผี ู้รบั ผิดชอบในการรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การรว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ของผู้เรยี นทุกคนตลอดระดบั การศึกษา

2.2 ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผเู้ รยี นเป็นราย
บุคคลตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาท่ีสถานศึกษากำหนดนั้น ผู้เรียนจะต้อง
ผา่ นกิจกรรม 3 กจิ กรรมสำคัญ ดังน้ี

2.2.1 กิจกรรมแนะแนว
2.2.2 กิจกรรมนักเรยี น

- ระดบั ประถมศกึ ษา 1-6 กจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี และกิจกรรมชุมนมุ
- ระดบั ม. ตน้ (ม.1-3) กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี และกิจกรรมชมุ นุม
2.2.3 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารประโยชน์
2.3 งานทะเบยี นและวัดผลเป็นผปู้ ระมวลผลรวมปลายปีเพ่ือการประเมินการผา่ นชน้ั ปี
/ ระดับการศึกษา ท้ังน้ีผ้เู รยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ทกุ กจิ กรรม
2.4 เสนอผ้บู ริหารสถานศกึ ษาพิจารณาอนมุ ตั ผิ ลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
ผ่านเกณฑ์การจบแต่ละระดับการศกึ ษา

เกณฑก์ ารตัดสิน

ผู้เรยี นจะต้องได้รบั การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนและผ่านเกณฑต์ ามทส่ี ถานศึกษากำหนด โดย
กำหนดเกณฑ์ในการประเมินอย่างเหมาะสม ดงั น้ี

1. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ทกี่ ำหนดไว้ในคู่มือกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน การกำหนดคุณภาพหรือ
เกณฑ์ในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กำหนด ไว้ 2 ระดับ คือ ผ่าน และไม่
ผ่าน

2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประกอบด้วยกิจกรรม 4 ลักษณะ คือ
1) กิจกรรมแนะแนว
2) กจิ กรรมชมุ นุม
3) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
4) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

72 หลักสตู รกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

3. กำหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมและกำหนด
เกณฑ์การผ่านการประเมิน ดงั นี้

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผลการประเมินรายกจิ กรรม
ผ่าน หมายถึง ผ้เู รียนมีเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรมครบตามเกณฑ์ปฏบิ ัติ

กจิ กรรม และมีผลงาน / ชน้ิ งาน / คณุ ลกั ษณะตาม
เกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นมเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมไมค่ รบตามเกณฑ์
ไม่ผา่ นการปฏบิ ัติกิจกรรม หรือมีผลงาน/ชนิ้ งาน
/ คุณลักษณะไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด

เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนรายปี / รายภาค
ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ ระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรมสำคญั
ทั้ง 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน
และกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

ไม่ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรม
สำคัญ กิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึงจาก 3 กิจกรรม คือ
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อ
สังคมและสาธารณประโยชน์

เกณฑ์การตัดสนิ ผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนเพ่อื จบระดับการศึกษา

ผา่ น หมายถงึ ผ้เู รียนมผี ลการประเมินระดบั “ผ่าน” ทุกช้นั ปี
ในระดับการศึกษานน้ั

ไม่ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นมผี ลการประเมินระดับ “ไม่ผา่ น” ทกุ ชั้นปี

ในระดับการศกึ ษานนั้
4. ใหใ้ ชต้ วั อักษรแสดงผลการประเมินเป็น “ผา่ น” และ “ไมผ่ า่ น” ตามคำอธบิ ายดงั น้ี

ผลการประเมิน ความหมาย
ผา่ น ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด
ปฏิบตั กิ จิ กรรมและมผี ลงานตามเกณฑ์ตามทแ่ี ต่ละกจิ กรรมกำหนด
ไมผ่ า่ น
ผู้เรยี นมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่ถงึ รอ้ ยละ 80 ปฏิบัติกิจกรรม
และมีผลงานไม่เปน็ ไปตามเกณฑต์ ามทแ่ี ตล่ ะกจิ กรรมกำหนด

นกั เรยี นระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 และช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม. 1-3) เข้าร่วมกิจกรรม

พฒั นาผูเ้ รยี นและมีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษากำหนดทุกกจิ กรรม ดงั น้ี

(1) กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี 40 ชว่ั โมง/ปี

(2) กจิ กรรมชมุ นมุ 40 ชว่ั โมง/ปี

(3) กิจกรรมแนะแนว 40 ชว่ั โมง/ปี

(4) กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 ช่ัวโมง/ปี*

(*กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและ

ภายนอกโรงเรยี น)

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564) 73

แนวทางแกไ้ ขนักเรียนกรณไี มผ่ ่านเกณฑ์
กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรมให้เป็นหน้าที่ของครูและผู้รับผิดชอบกิจกรรมน้ัน ๆ ที่จะต้องซ่อม

เสริมโดยให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์
ของกจิ กรรมนน้ั แลว้ จงึ ประเมนิ ใหผ้ ่านกิจกรรมเพ่อื บนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรยี น ยกเวน้ มีเหตสุ ดุ วสิ ัยให้
รายงานผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาทราบเพอ่ื ดำเนินการช่วยเหลือผู้เรยี นอยา่ งเหมาะสมเปน็ รายกรณไี ป
การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ”

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนในหลกั สูตรโรงเรียนบ้านทุ่งนุ้ย”มิตรภาพท4ี่ 9”พุทธศกั ราช 2561ตามหลัก
สูตนแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) กำหนดใหผ้ ู้เรียนเขา้ รว่ ม
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 3 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรมนกั เรียน ซ่ึงประกอบด้วย กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี และเลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก 1 กิจกรรม 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์

ในกรณีท่ีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” โรงเรียนมอบหมายให้ครูท่ีปรึกษากิจกรรมนั้น ๆ เป็น
ผูร้ ับผิดชอบจัดซ่อมเสริม ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้ว
จึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้ังน้ีต้องดำเนินการให้เสร็จส้ินภายในภาคเรียนน้ัน ๆ
ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน
แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จส้ินภายในปีการศึกษานั้น

ข้อเสนอแนะ
การประเมินผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนนั้น จะต้องคำนงึ ถึงส่ิงตอ่ ไปน้ี
1. ผู้เรียนมีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด โดยสถานศึกษา

ควรกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนแต่ละกิจกรรม สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ผู้เรียนตอ้ งปฏบิ ัตกิ ิจกรรมครบตามโครงสร้างเวลาเรยี น

2. ผู้เรียนมีผลการปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา
กำหนด โดยอาจจัดให้ผู้เรยี นแสดงผลงาน แฟ้มสะสมงาน หรือจัดนทิ รรศการ

3. การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการกิจกรรมหรือ
โครงการต่าง ๆ เชน่ กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น ซง่ึ สถานศึกษา
สามารถประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและนำมาเป็นส่วนหน่ึงในการประเมินกิจกรรมพัฒนา
ผเู้ รยี นได้

4. การจดั กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นควรมีองค์ประกอบในการดำเนินการ ดังนี้
4.1 มีครทู ป่ี รกึ ษากิจกรรม และมแี ผนการดำเนนิ กิจกรรม
4.2 มีหลักฐาน ภาพถ่าย หรอื แฟ้มสะสมงาน
4.3 มีผู้รบั รองการเข้ารว่ มกิจกรรม
4.4 มรี ายงานแสดงการเขา้ ร่วมกิจกรรม


Click to View FlipBook Version