The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มรายงานแบบประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน รอบ2'65 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supatcha PC, 2022-09-15 10:25:46

เล่มรายงานแบบประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน รอบ2'65 2

เล่มรายงานแบบประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน รอบ2'65 2

รายงานผลการปฏบิ ัติงานประกอบการพิจารณาเพอื่ ขอเลือ่ นเงนิ เดอื น

1

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเล่อื นเงนิ เดือน

รายงานผลการประเมนิ การปฏิบัติงาน
ประกอบการประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา

สายงานการสอน
ตำแหนง ครู

---------------------------------------------------------

คร้ังท่ี 1 ( 1 ตลุ าคม 2564 - 31 มนี าคม 2565 )
 คร้งั ที่ 2 ( 1 เมษายน 2565 - 30 กันยายน 2565 )

สว นที่ 1 ขอ มลู ผูขอรบั การประเมิน

1.1 ขอมูลพนื้ ฐาน

ชอื่ ผูรับการประเมิน นางสาวสุพัชชา พลไชย

ตำแหนง ครู ค.ศ.1 วทิ ยฐานะ - เงนิ เดอื น 22,220 บาท

สถานศึกษา โรงเรียนวัดชะอวด สงั กัด สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3

สอนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที่ 2-6

วิชาทสี่ อน

1. วชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท 13101 จำนวน 5 ช่วั โมงตอ สัปดาห

2. วชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท 14101 จำนวน 4 ชว่ั โมงตอ สปั ดาห

3. วิชาดนตรี รหัสวชิ า ศ 12201 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สปั ดาห

4. วิชาดนตรี รหสั วชิ า ศ 13201 จำนวน 1 ช่ัวโมงตอสัปดาห

5. วชิ าดนตรี รหัสวิชา ศ 14201 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สปั ดาห

6. วิชาศลิ ปะ รหสั วชิ า ศ12101 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอ สัปดาห

7. วิชาศลิ ปะ รหสั วิชา ศ13101 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอ สปั ดาห

8. วชิ าศิลปะ รหัสวชิ า ศ14101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สปั ดาห

9. วิชาศลิ ปะ รหสั วิชา ศ15101 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอสปั ดาห

10. วชิ าศลิ ปะ รหสั วิชา ศ16101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สัปดาห

11. วชิ าประวัติศาสตร รหสั วชิ า ส16102 จำนวน 1 ชวั่ โมงตอ สปั ดาห

12. วิชาสขุ ศึกษา รหสั วิชา พ14101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สัปดาห

13. วชิ าการงาน รหสั วชิ า ง13101 จำนวน 1 ช่ัวโมงตอสปั ดาห

14. วิชาหนาที่พลเมือง รหสั วชิ า ส14201 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอสัปดาห

2

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพิจารณาเพ่อื ขอเลอื่ นเงนิ เดอื น

15. วชิ าพละ รหสั วชิ า พ14101 จำนวน 1 ช่ัวโมงตอ สปั ดาห

16. วิชาแนะแนว รหัสวชิ า - จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สัปดาห

17. วิชาลูกเสือ เนตรนารี รหัสวิชา - จำนวน 1 ช่วั โมงตอ สปั ดาห

18. ชมุ นมุ รหสั วชิ า - จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สัปดาห

19. กจิ กรรม plc รหัสวชิ า - จำนวน 1 ช่วั โมงตอ สัปดาห

20. ประชุมช้ันเรยี น รหัสวชิ า - จำนวน 1 ชว่ั โมงตอ สปั ดาห

ชั่วโมงการสอน 27 ชวั่ โมงตอสัปดาห

จำนวนวนั ลาในรอบการประเมิน ...............-................ วัน ประกอบดว ย

(1) ลาปว ย .................-.................. วนั (2) ลากิจ ................-..................... วนั

คณุ วุฒิทางการศึกษา

1. วุฒปิ ริญญาตรี ครุศาสตรบ ณั ฑติ (คบ.) วิชาเอก ภาษาไทย

จากสถาบนั การศกึ ษา มหาวิทยาลัยราชภฎั ภเู กต็

ตำแหนง ครู ค.ศ. 1 วทิ ยฐานะ - ตำแหนง เลขท่ี 7385

สถานศกึ ษา/หนว ยงาน โรงเรยี นวดั ชะอวด ตำบลบานชะอวด

อำเภอ/เขต จุฬาภรณ

สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3

สวนราชการ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน

รับเงนิ เดอื นอันดบั ครู ค.ศ. 1 ข้นั 22,220 บาท

1.2 การรับราชการ
1. เร่มิ รบั ราชการในตำแหนง ........ครูผชู วย.......เม่อื วนั ท่.ี .....2.....เดอื น....ตุลาคม.......ป…พ.ศ.2560
โรงเรียนวดั ชะอวด สงั กัดสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3

2. รบั ราชการในตำแหนง ........ครู ค.ศ. 1.......เมื่อวันท.่ี .....2.....เดือน....ตลุ าคม.......ป…พ.ศ.2562

โรงเรียนวดั ชะอวด สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3

3

รายงานผลการปฏบิ ัติงานประกอบการพจิ ารณาเพอื่ ขอเลอื่ นเงินเดอื น

1.3 ขอมูลเกีย่ วกบั เวลาการมาปฏบิ ัติหนาทีร่ าชการ (1 เมษายน 2565 – 30 กนั ยายน 2565)

จำนวน รวม

ประเภท คร้ัง วัน ครัง้ วนั
-
มาสาย -- - -
6
ลาปว ย -- - -
-
ลากิจ 26 2
-
ลาอุปสมบท -- -

ลาชวยเหลอื ภรยิ าท่ีคลอด - - -

บตุ ร

ลาคลอด -- -

1.4 ประวัติการเล่อื นขัน้ เงินเดือน (3 ปยอนหลัง)

วัน/เดือน/ป ตำแหนง /วิทยฐานะ การเลอ่ื นข้นั เงินเดือน หมายเหตุ
0.5/1.0/1.5
1 เมษายน 2561 ครผู ูช วย 16,190 กพ.7
1 ตลุ าคม 2561 0.5 16,920 กพ.7
1 เมษายน 2562 ครผู ูชว ย 17,510 กพ.7
1 ตลุ าคม 2562 ครผู ูชวย 1.0 18,100 กพ.7
1 เมษายน 2563 รอ ยละ 3.36 18,920 กพ.7
1 ตุลาคม 2563 ครู รอ ยละ 3.36 19,720 กพ.7
1 เมษายน 2564 ครู รอยละ 3.56 20,490 กพ.7
1 ตลุ าคม 2564 ครู รอยละ 3.50 21,420 กพ.7
1 เมษายน 2565 ครู รอยละ 3.35 22,220 กพ.7
ครู รอ ยละ 4.08
ครู รอยละ 3.50

4

รายงานผลการปฏบิ ัติงานประกอบการพิจารณาเพื่อขอเล่ือนเงนิ เดือน

1.5 รางวัลและความภาคภมู ิใจ
1) ไดรับรางวัลโลเกียรติยศ บุคคลดีเดนเขารับรางวัล เฉลิมรัชสมัย ครูไทย 4.0 “ตนแบบ ครูดี ครูเกง

ศตวรรษที่ 21” ประเภท ครูปฏิบัติการสอนใสใจผูเรียน ดำเนินการสอนดวยคุณธรรมจริยธรรม จากคณะ
ผตู รวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ หนงั สือพิมพแกนกลาง วันที่ 6 ตุลาคม 2561

2) ไดรับรางวัล “Model Teacher” กิจกรรมพัฒนาวิชาชีพแบบชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community : PLC ) จากเครือขา ยพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาแบบชุมชน
แหงการเรียนรูทางวชิ าชีพ วนั ท่ี 21 ธันวาคม 2562

3) ไดรับรางวัล การคัดเลือกเปน “ครูผูมีวินัย คุณธรรมและจรรยาบรรณดีเดน” จากกลุมเครือขาย
สถานศกึ ษา ท่ี 14 อำเภอจฬุ าภรณ จังหวัดนครศรธี รรมราช วันที่ 16 มกราคม 2563

4) ไดรับรางวัลครูผูสอนกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ที่ไดคะแนนเฉลี่ยในการทดสอบดานภาษาไทย
คาเฉลยี่ รอ ยละ 50 ข้นึ ไป และสูงกวา คาเฉลย่ี ระดบั ประเทศ การประเมินคุณภาพผูเรยี น (NT) ชน้ั ประถมศกึ ษา
ปที่ 3 ปการศึกษา 2563 จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
วันที่ 1 มิถนุ ายน 2563

5) ไดรับรางวัลโลเกียรติยศ ครูยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น “มีความเปนเลิศในแบบของตนเอง” จากนิตยสาร
วชิ าชีพสคู วามสำเร็จ วนั ท่ี 20 ธันวาคม 2563

6) ไดรับรางวัล TOP Volunteer Award 2021 จากศูนยใหคำปรึกษากิจกรรมเพื่อส ังคม
วันที่ 30 กันยายน 2564

7) ไดรับรางวัล ครูดีตนแบบสังคมไทยดเี ดน เนื่องในวันครูแหง ชาติ ประจำปการศึกษา 2565 จากศูนยให
คำปรึกษากจิ กรรมเพื่อสังคม วันท่ี 16 มกราคม 2565

8) ไดรับรางวัล ครูดีไมมีอบายมุข (ปที่ 11) ประเภทครู และไดทำโครงการครูเพื่อศิษยปลอดอบายมุข
รับมือโควิด - 19 ในโครงการครูดีไมมีอบายมุข ประจำปการศึกษา 2564 เนื่องในงานวันครูโลก
พทุ ธศักราช 2565

5

รายงานผลการปฏิบัตงิ านประกอบการพิจารณาเพอื่ ขอเลอ่ื นเงนิ เดอื น

สวนที่ 2 การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

ขาพเจา ไดรับมอบหมายใหป ฏบิ ตั ิหนาท่กี ารสอน

1. วิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท 13101 จำนวน 5 ชั่วโมงตอ สปั ดาห
จำนวน 4 ชว่ั โมงตอ สัปดาห
2. วิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท 14101 จำนวน 1 ช่วั โมงตอสปั ดาห
จำนวน 1 ชว่ั โมงตอ สปั ดาห
3. วิชาดนตรี รหสั วิชา ศ 12201 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอ สปั ดาห
จำนวน 1 ช่ัวโมงตอ สัปดาห
4. วิชาดนตรี รหัสวิชา ศ 13201 จำนวน 1 ชัว่ โมงตอสปั ดาห
จำนวน 1 ชั่วโมงตอสัปดาห
5. วชิ าดนตรี รหัสวชิ า ศ 14201 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอสัปดาห
จำนวน 1 ช่วั โมงตอสปั ดาห
6. วิชาศิลปะ รหสั วชิ า ศ12101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอสัปดาห
จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สปั ดาห
7. วชิ าศลิ ปะ รหสั วิชา ศ13101 จำนวน 1 ช่วั โมงตอ สัปดาห
จำนวน 1 ช่วั โมงตอ สัปดาห
8. วิชาศลิ ปะ รหสั วชิ า ศ14101 จำนวน 1 ชว่ั โมงตอสปั ดาห
จำนวน 1 ช่ัวโมงตอ สัปดาห
9. วิชาศิลปะ รหสั วิชา ศ15101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอสปั ดาห
จำนวน 1 ชว่ั โมงตอสปั ดาห
10. วชิ าศิลปะ รหัสวชิ า ศ16101 จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สัปดาห
จำนวน 1 ชั่วโมงตอ สปั ดาห
11. วิชาประวตั ศิ าสตร รหสั วิชา ส16102

12. วชิ าสขุ ศึกษา รหสั วิชา พ14101

13. วิชาการงาน รหัสวิชา ง13101

14. วชิ าหนา ทพ่ี ลเมอื ง รหสั วชิ า ส14201

15. วิชาพละ รหสั วิชา พ14101

16. วิชาแนะแนว รหัสวิชา -

17. วิชาลูกเสอื เนตรนารี รหัสวิชา -

18. ชุมนมุ รหัสวิชา -

19. กจิ กรรม plc รหสั วิชา -

20. ประชุมชั้นเรียน รหัสวิชา -

รวมชวั่ โมงการสอนท้งั ส้ิน..................27...................ช่ัวโมงตอ สัปดาห

6

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเลื่อนเงินเดอื น

สวนท่ี 3 การพัฒนาตนเองและการประเมนิ ตนเอง

3.1 การประชมุ /อบรม/สัมมนา/การเผยแพรผ ลงาน/การเปน วิทยากร/การแลกเปลย่ี นเรยี นรู
(1 เมษายน 2565 - 30 กันยายน 2565)

ที่ เกยี รตบิ ตั ร ผลงาน การพฒั นาตนเอง หนวยงานท่ีจัด

1 รว มกจิ กรรม PLC เพื่อผลิตส่อื สามมติ ิ จำนวน 20 ชั่วโมง กลุม เครือขา ย ป.1 แหง ประเทศไทย
จำนวนส่อื 5 ชนิ้ ในกลมุ เครือขายครู ป.1 แหงประเทศ
ไทย
วนั ที่ 1 เมษายน 2565

2 เขา รว มการอบรมออนไลนในระบบ E-learning CME2 สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา
หลกั สตู ร เทคนคิ การอานเชิงตอบโต (Dialogic Reading) เชียงใหม เขต 2
วนั ที่ 12 เมษายน 2565

3 เขารว มการอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการเสริมสรา ง กระทรวงศึกษาธกิ าร
ศกั ยภาพขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาดวย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กิจกรรมท่ี 6 จำอวดหนา วงั (จันทรเกษม)
“ศิลปะวฒั นธรรมพื้นบาน รากฐานการศึกษา
สนุ ทรยี ภาพทางปญญา คุณคามรดกแผน ดิน”
วันท่ี 19 เมษายน 2565

4 เขา รวมการอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏิบัติการเสรมิ สราง กระทรวงศกึ ษาธิการ
ศกั ยภาพขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาดวย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กจิ กรรมท่ี 7 “ส่ือยุคใหม การศึกษาออนไลน”
วนั ที่ 23 เมษายน 2565

5 เขา รวมการอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการเสริมสราง สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละ
ศกั ยภาพขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาดว ย เทคโนโลยี
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กิจกรรมที่ 7 “ส่อื ยุคใหม การศกึ ษาออนไลน”
วนั ที่ 23 เมษายน 2565

7

รายงานผลการปฏิบัติงานประกอบการพิจารณาเพ่อื ขอเล่ือนเงนิ เดือน

ที่ เกียรติบตั ร ผลงาน การพัฒนาตนเอง หนวยงานท่ีจัด
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
6 เขารวมการอบรมโครงการพัฒนานกั ศึกษาใหมี
คุณลักษณะตามอตั ลักษณบัณฑติ 4 ประการ
“การสมั มนาวิชาการกระทบไหลก รู กู ารบริหาร
การศกึ ษา”
วนั ที่ 24 เมษายน 2565

7 เขา รวมการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏบิ ัติการเสรมิ สราง กระทรวงศึกษาธิการ
ศักยภาพขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดว ย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กิจกรรมที่ 8 “การสอนใหสนุกจากครูท่ีมีประสบการณ”
วนั ที่ 26 เมษายน 2565

8 เขารว มการอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารเสริมสรา ง กระทรวงศึกษาธิการ
ศักยภาพขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาดวย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กจิ กรรมท่ี 9 “หลกั การปฏบิ ัติราชการ”
วันท่ี 29 เมษายน 2565

9 เขารว มการอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการเสรมิ สรา ง กระทรวงศึกษาธกิ าร
ศักยภาพขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดว ย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กจิ กรรมท่ี 10 “ Active Learning”
วนั ท่ี 5 พฤษภาคม 2565

10 เขารว มแสดงผลงานในกิจกรรม ชมรมพัฒนาและสงเสรมิ ขา ของแผนดิน
“ ครผู อู ทุ ิศตนเพ่ือการสอน” ประจำปก ารศกึ ษา 2565
โครงการ การประกวดเสมาผูมีผลงานเปน เลิศเชงิ
ประจกั ษ
วนั ที่ 25 พฤษภาคม 2565

8

รายงานผลการปฏิบตั งิ านประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลอ่ื นเงินเดอื น

ที่ เกียรตบิ ตั ร ผลงาน การพัฒนาตนเอง หนว ยงานที่จัด

11 เขา รว มการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเสรมิ สรา ง กระทรวงศึกษาธกิ าร
ศักยภาพขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดวย
กระบวนการ Active Learning ผา นระบบออนไลน
กจิ กรรมที่ 5 “คณุ คาทางวฒั นธรรมในความงดงามของ
ชวี ติ ”
วันท่ี 18 มถิ ุนายน 2565

12 เขา รว มการอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ าร “เครื่องมือการจัดการ คณะศกึ ษาศาสตร
เรียนรสู ำหรบั การประเมนิ เพ่ือพฒั นา” (อบรมออนไลน มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง
ผานระบบ Zoom) จำนวน 6 ชวั่ โมง
วันที่ 25 มิถุนายน 2565

13 ผานการอบรม “การจัดการชั้นเรียนดว ยวนิ ยั เชงิ บวก” โรงเรียนวดั ชะอวด
วนั ที่ 25 มถิ นุ ายน 2565

14 ผา นการวัดประเมนิ ผลความรูทางดานวิทยาศาสตร ดว ย โรงเรยี นบา นเชยี ง (ประชาเชยี งเชิด)
ระบบอเิ ล็กทรอนิกส
วันท่ี 18 สิงหาคม 2565

15 เขา รวมเขา นิทรรศการและกิจกรรมตาง ๆ “สปั ดาห คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยแมโจ
วิทยาศาสตรแหงชาติ ประจำป 2565”
วันที่ 18-20 สิงหาคม 2565

16 ผา นการเขารว ม “โครงการสง เสริมศักยภาพผูน ำของ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล
นักศึกษาเสรมิ สรา งทักษะดานการบริหารสถานศึกษา” รตั นโกสินทร วทิ ยาลัยนวตั กรรมการ
ในหัวขอ “นวัตกรรมการบรหิ ารการศึกษาสหู องเรยี น จัดการ
อนาคต”
วนั ท่ี 1 กันยายน 2565

9

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเล่ือนเงนิ เดือน

ตอนท่ี 4 การประเมินตนเอง

4.1 การประเมนิ ตนเองพฤติกรรมทแ่ี สดงถึงความเปนผูมีวนิ ัย คณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพ

ระดบั ของการปฏิบัต/ิ คุณภาพ

พฤตกิ รรมทแี่ สดงออก มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย
ที่สุด กลาง ทสี่ ดุ
1. การมีวินยั
1.1 การมีวินัยในตนเอง ยอมรบั และถือปฏิบัตติ ามกฎ กตกิ า 

มารยาท ขนบธรรมเนยี ม และแบบแผนอันดีงามของสงั คม 
1.2 การรกั ษาและเสรมิ สรางวินยั ในตำแหนงหนาทร่ี าชการ

การปฏิบตั ิตามกฎหมาย ระเบยี บแบบแผนของทางราชการ
1.3 การตรงตอเวลา การอทุ ิศเวลาใหแ กราชการและผูเรยี น 

อยา งตอเน่อื ง 
1.4 ความซอื่ สัตยส จุ ริตในการปฏิบตั ิหนา ที่ การรักษา

ผลประโยชนข องทางราชการ และไมมผี ลประโยชนทบั ซอ น 
1.5 การรักษาความสามัคคี มนี ้ำใจ เอ้ือเฟอเผือแผต อเพ่ือน 

รวมงาน องคกร และชุมชน
2. การประพฤติตนเปนแบบอยางทด่ี ี 

2.1 ความอตุ สาหะ ขยนั อดทน มุงม่ันและรับผิดชอบตอ
ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน โดยยึดหลักประหยดั คุมคา มปี ระสทิ ธิภาพ

2.2 การยดึ มน่ั ในคุณธรรม จรยิ ธรรม มีความศรทั ธาและ
ปฏิบตั ิตนตามหลกั ศาสนา

2.3 การยึดมัน่ ในหลักนติ ิธรรม ยนื หยัดกระทำในสิง่ ท่ี
ถกู ตอง เปนธรรมและชอบดวยกฎหมาย

2.4 การยดึ มัน่ ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริยท รงเปนประมุข และวางตัวเปนกลางทางการ
เมือง

2.5 การมีสว นรว มในการอนรุ ักษวัฒนธรรมไทยและ
สง่ิ แวดลอ ม

10

รายงานผลการปฏิบตั งิ านประกอบการพจิ ารณาเพื่อขอเล่ือนเงนิ เดือน

ระดบั ของการปฏบิ ัติ/ คณุ ภาพ

พฤตกิ รรมทีแ่ สดงออก มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย
ทีส่ ุด กลาง ที่สดุ
3. การดำรงชีวติ อยางเหมาะสม
3.1 การดำรงชีวติ ตามแนวทางหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
3.2 การละเวนอบายมุขและสิ่งเสพตดิ 

3.2 การใชห รอื ใหขอ มูลขาวสารสวนบคุ คลและของทาง 
ราชการใหเ ปน ไปดว ยความถูกตอ ง

3.4 การดำรงตนเปนแบบอยา งท่ดี ี เหมาะสมกับสถานภาพ 
และตำแหนงหนาที่ 

3.5 การประหยดั ซ่ือสตั ย อดทน

4. ความรักและศรทั ธาในวิชาชพี
4.1 การเปนสมาชกิ ที่ดี สนบั สนนุ หรือรวมกิจกรรมของ
วชิ าชีพและทางวิชาการอยางสรางสรรค

4.2 การศึกษา คนควา รเิ ร่มิ สรา งสรรคค วามรูใหมๆ มาใช 
พฒั นาในวิชาชีพ

4.3 การมีบทบาทเปนผนู ำทางวิชาการในวงการวชิ าชีพ 

4.4 การรกั ษาชอื่ เสียง ปกปอ งศักด์ิศรแี หง วิชาชพี และการ 
ยกยองเชิดชูเกยี รติ

4.5 การเสรสิ รา งปลูกจิตสำนกึ ทดี่ ีแกผเู รยี น ชมุ ชน สงั คม 

11

3. การดำรตอยางเหมาะสม 

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพือ่ ขอเลื่อนเงนิ เดอื น

ระดบั ของการปฏิบัติ/ คณุ ภาพ

พฤตกิ รรมท่ีแสดงออก มาก มาก ปาน นอย นอ ย
ทสี่ ดุ กลาง ที่สุด

5. ความรับผดิ ชอบในวชิ าชีพ

5.1 การเอาใจใส ถา ยทอดความรู หรือสงเสริมการแสวงหา 

ความรูโดยไมบิดเบือน ปด บังหวงั สง่ิ ตอบแทน

5.2 การเอาใจใสช ว ยเหลือผูเ รียนและผรู บั บริการเต็ม 

ความสามารถตามหลักวชิ าชพี อยา งสมำ่ เสมอเทาเทียมกนั

5.3 การศึกษา คนควา ริเรม่ิ สรา งสรรคความรใู หม 

นวัตกรรมในการพัฒนางานในหนา ท่ี

5.4 การประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชพี และแบบ 

แผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

5.5 การมีจติ อาสา จติ สาธารณะ และมุง ประโยชนสวนรวม 

รอยละของผลการปฏบิ ตั ิอยใู นระดับมากท่ีสุด 100

12

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพ่ือขอเลอื่ นเงนิ เดอื น

4.2 การประเมินตนเองความสามารถในการจดั การเรยี นรู

ระดบั คณุ ภาพ

รายการปฏิบตั ิ มาก มาก ปาน นอย นอ ย
ทีส่ ดุ กลาง ที่สุด

1. มีการกำหนดเปา หมายคณุ ภาพผเู รยี นท้ังดา น ความรู 

ทกั ษะกระบวนการ สมรรถนะ และคุณลกั ษณะที่พงึ

ประสงค

2. มกี ารวิเคราะหผ ูเ รียนเปนรายบคุ คล และใชขอมูลในการ 

วางแผนการจดั การเรียนรูเ พอื่ พัฒนาศักยภาพของผูเ รียน

3. ออกแบบและจัดการเรยี นรูที่ตอบสนองความแตกตาง 

ระหวา งบุคคลและพฒั นาการทางสตปิ ญญา

4. ใชส อื่ เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมผนวกกับการนำบริบทและภมู ิ 

ปญ ญาของทองถิ่นมาบูรณาการในการจดั การเรยี นรู

5. การจดั บรรยากาศที่เอือ้ ตอการเรยี นรู และดแู ลชว ยเหลอื 

ผูเรยี นใหเ กดิ การเรียนรู

6. มีการวัดและประเมินผลท่ีมงุ เนนการพัฒนาการเรยี นรขู อง 

ผเู รียนดว ยวิธกี ารที่หลากหลาย

7. มกี ารวิเคราะหผ ลการประเมินและนำมาใชในการซอม 

เสริมและพัฒนาผเู รียน รวมท้ังปรบั ปรงุ การจัดการเรียน

การสอน

8. ใหค ำแนะนำ คำปรึกษาและแกไขปญหาใหแกผูเรียนท้งั 

ดานการเรียนและคณุ ภาพชีวิตดว ยความเสมอภาค

9. มกี ารศึกษาวิจัยและพัฒนาการจดั การเรียนรใู นวชิ าท่ีตน 

รับผิดชอบและใชผ ลในการปรับการสอน

10.ประพฤติปฏิบัตติ นเปนแบบอยา งท่ีดีและเปน สมาชกิ ท่ีดี 

ของสถานศึกษา

11.จดั การเรยี นการสอนตามวิชาทีไ่ ดรบั มอบหมายเต็มเวลา 

เต็มความสามารถ

รอยละของผลการปฏบิ ตั ิอยใู นระดับมากท่สี ดุ 100

13

รายงานผลการปฏบิ ัติงานประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเลื่อนเงนิ เดือน

ตอนที่ 5 รายงานผลการปฏิบัติงาน

องคป ระกอบที่ 1 : การประเมนิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลการปฏบิ ตั งิ านตามมาตรฐานตำแหนง

ดานที่ 1 ดานการจัดการเรียนรู

1.1 การสรา งและหรอื พัฒนาหลกั สูตร
ขาพเจาดำเนินการวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตร
สถานศึกษา โรงเรียนหองสื่อครูคอมวิทยาคม สาระ มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู เพื่อ
จดั ทำคำอธิบายรายวิชา ออกแบบหนวยการเรยี นรูโดยคลอบคลุมเน้ือหาของหลักสูตร โดยมคี วามมุงม่ันในการ
ปฏิบตั งิ านในหนาท่ใี หม คี ุณภาพ ครบถวนสมบูรณ มีความคดิ สรา งสรรค และมกี ารพัฒนาผลงานใหมีคุณภาพ
เกดิ ประสทิ ธิภาพ เมอื่ ไดรับมอบหมายใหป ฏบิ ัติหนาท่ีครผู ูสอนในรายวชิ า ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 2 - 6 ซึ่ง
เปน ระดบั ช้ันเรียนท่ีตอเน่ืองกัน และเปน วิชาทม่ี เี นื้อหาสาระท่ีตอเนื่องกัน จึงทำใหขาพเจาใชวิธีการสอนแบบ
บรู ณาการในการจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู ใหม คี วามตอ เนื่องสอดคลองกัน ตามข้นั ตอนดงั นี้
1) การศึกษาหลกั สูตร

ขาพเจาศึกษา หลักสูตร เอกสารที่เกี่ยวของกับแนวคิด ทฤษฎีการศึกษา หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 หลักสูตรสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรยี นวดั ชะอวด คมู อื การจัดสาระ
การเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย คูมือการจัดสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนสุขศึกษา คูมือ
การจัดสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนศิลปะ และคูมือการจัดสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนการงาน
โดยนำสาระและมาตรฐานการเรียนรูของสถานศึกษามาจัดทำมาตรฐานชวง จัดทำตารางวิเคราะหผลการ
เรียนรูที่คาดหวัง สาระการเรียนรูและกิจกรรม และจัดทำคำอธิบายรายวิชาหลักสูตรของสถานศึกษา สู
แผนการจัดการเรียนรู เอกสารประกอบการเรียนการสอน และผลการเรียนรูที่คาดหวังขาพเจาเปลี่ยนแปลง
หลักสูตรเพียงบางสวนโดยไมเปลี่ยนแปลงแนวคิดพื้นฐานหรือรูปแบบของหลักสูตรแตเปลี่ยนแปลงใหตรง
บริบทของโรงเรยี นวัดชะอวด

14

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลือ่ นเงินเดอื น

2) การวิเคราะหห ลักสูตร
ขาพเจาไดทำการวิเคราะหมาตรฐานการศึกษาแหงชาติ และมาตรฐานการเรียนรูในหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และจัดทำกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ศึกษาหลักสูตรของ
สถานศึกษา และปรับใชใหสอดคลองกับผลการเรยี นรูที่คาดหวังรายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า ของกลุมสาระการ
เรียนรูวิชาภาษาไทย สุขศกึ ษาพละศกึ ษา การงาน ศิลปะ ดนตรี-นาฏศลิ ป ประวตั ิศาสตร และกิจกรรมพัฒนา
ผเู รยี น เพอื่ ใหส อดคลองกับความตอ งการของนักเรยี น และมุง เนน การพัฒนาการเรียนรขู องนักเรียน

ขาพเจาไดศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตร
โรงเรียนวัดชะอวด ในการบูรณาการการจัดการเรียนรู ใหสอดคลองกับความตองการของชุมชนและทองถ่ิน
โดยใชแนวคิดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใหผ ูเรียนมคี วามรูและทกั ษะขนั้ พนื้ ฐานทีจ่ ำเปน ตอการศึกษา
ตลอดชีวิต มุงเนนใหผูเรียนสามารถพัฒนาตนเองไดเต็มศักยภาพ และเสริมสรางสรางคุณลักษณะอยูอยาง
พอเพียง โดยจัดทำหนวยการเรียนรูแ ละแผนการจัดการเรียนรเู ปน ลำดับขนั้ ตอน ดังน้ี

- วเิ คราะหตัวชีว้ ดั สูม าตรฐานการเรยี นรู
- กำหนดสาระสำคัญ วา ผเู รยี นรอู ะไร ทำอะไรได
- จัดทำโครงสรางรายวิชา
- วเิ คราะหมาตรฐานสูส มรรถนะและคุณลักษณะ
- วเิ คราะหหลกั ฐานการเรยี นรู
- วางแผนกำหนดหลักฐานการเรยี นรู
- ออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู
- ตรวจสอบกิจกรรมการเรยี นรู
- ศึกษาองคป ระกอบของหนว ยการเรียนรู
มกี ารนำหลกั สูตรสถานศึกษาของโรงเรียน ที่มกี ารบรู ณาการใหสอดคลองกับความตองการของชุมชน
และทองถิ่น โดยใชแนวคดิ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการเขาสูก ารจัดกิจกรรมการเรยี นรู มีการ
จดั ทำหนวยการเรยี นรใู นรายวิชาท่ีสอน และมแี ผนการจัดการเรียนรูทช่ี ดั เจน โดยมีการกำหนดสาระสำคัญ วา
ผูเ รยี นรอู ะไร ทำอะไรได จัดทำโครงสรางรายวชิ า วิเคราะหมาตรฐานสูสมรรถนะและคุณลักษณะ ออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู อยางครบถว น

1.2 การออกแบบการจดั การเรียนรู
ขาพเจาไดออกแบบหนวยการเรยี นรู ในทุกรายวิชาในระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 2–6 โดยใช
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดชะอวด และ
หลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูตางๆ ของ โรงเรียนวัดชะอวด เปนแนวทางและขอสารสนเทศในการออกแบบ
หนวยการเรียนรู การปรับประยุกต ใหสอดคลองกับบริบทของโรงเรียนวัดวัดชะอวด และเหมาะสมกับผูเรียน
ในปก ารศึกษา 2565

15

รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประกอบการพิจารณาเพื่อขอเลือ่ นเงนิ เดอื น

ซึ่งหนวยการเรียนรูที่ขาพเจาออกแบบขึ้น ทุกหนวยการเรียนรู ทุกรายวิชาที่สอน มีกิจกรรมการ
เรียนรูดวยวิธีการปฏิบัติที่สอดคลอง กับธรรมชาติของสาระการเรียนรูในทุกกลุมสาระการเรียนรูที่ขาพเจา
ไดรบั มอบหมายในการสอน และสามารถนำไปปฏบิ ตั ิไดจรงิ ตลอดจนมีการประเมนิ ผลการใชห นวยการเรียนรู
ทุกหนวยการเรยี นรู และไดน ำผลการประเมนิ หนวยการเรยี นรูมาปรบั ปรุงใหมีคุณภาพสูงขนึ้ ทุกปการศึกษาดัง
ปรากฏหลักฐานรองรอย คอื

1.หนวยการเรยี นรูของรายวิชาทีข่ า พเจาปฏิบตั กิ ารสอน
2.หลักฐานการประเมินผลการใชหนวยการเรียนรู ขาพเจาไดออกแบบหนวยการเรียนรูในรูปแบบ
Active Learning

การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู ขา พเจาไดจัดทำ กำหนดหนว ยการเรียนรู สาระสำคัญ ชื่อ
เรอ่ื ง หัวเรอื่ ง จัดทำกำหนดการสอน และกำหนดวิธกี ารวัดผลประเมินผล ดังน้ี

1) ศกึ ษาสาระและมาตรฐานการเรยี นรู
2) ศึกษาวิเคราะหคำอธิบายรายวิชา เนื้อหา องคประกอบสำคัญ คือ ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
สาระการเรยี นรู และกจิ กรรมการเรยี นการสอน
3) นำสาระการเรียนรูมาจัดทำกรอบเนื้อหา เพื่อแบงสาระการเรียนรูออกเปนรายแผนการ
จดั การเรียนรู เพอ่ื ประโยชนใ นการเขยี นผลการเรียนรูทีค่ าดหวัง
4) นำชื่อเรอื่ ง และหวั ขอเร่ืองของแผนการจัดการเรียนรู โดยพจิ ารณาจำนวนแผนการจัดการ
เรียนรู ขอบขาย เนื้อหา และเวลาในการจัดการเรียนการสอนตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 กำหนดไว
5) จัดทำแผนการจัดการเรยี นรู โดยมสี ว นประกอบ ดงั น้ี

1. เรอ่ื ง
2. เวลา
3. ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวงั
4. สาระสำคัญ
5. หนว ยการเรยี นรู
6. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
7. กระบวนการจัดการเรยี นรู
8. สอื่ /แหลง การเรียนรู
9. การวัดและประเมินผล
10. กิจกรรมท่ีเสนอแนะ

16

รายงานผลการปฏบิ ัติงานประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลือ่ นเงนิ เดือน

11. ความคดิ เห็นและขอ เสนอแนะของผูบ ริหาร
12. บนั ทึกผลหลงั การสอน
13. เครอ่ื งมอื วัดผลการจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู
6) เลือกใชเอกสาร สื่อ วัสดุ อุปกรณในการจัดการเรียนการสอน จัดสภาพแวดลอมและ
บรรยากาศในหองเรียนออนไลนแ ละตามแหลงการเรยี นรใู หเ อื้อตอการจดั การเรยี นการสอน
7) จัดทำเครื่องมือวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู โดยวิธีการสังเกต
การใชแบบทดสอบ และการประเมินผลงานในแผนการจัดการเรียนรู แตละแผนการจัดการเรียนรู ไดนำ
จดุ ประสงคก ารเรียนรู วธิ กี ารวดั ผลดวยวธิ ที ีห่ ลากหลาย มีความเหมาะสมกบั เนือ้ หาและกจิ กรรมการเรยี นรู
8) การสรปุ ผลการประเมินหลังการเรียนทุกแผนการจดั การเรียนรู เพื่อนำจุดบกพรองและจุดท่ี
เปนปญหาตอการเรียนรูของนักเรียน แจงใหนักเรียนทราบเพื่อนำมาปรับปรุงแกไขและพัฒนาใหดีข้ึน
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนจงึ พัฒนาขึ้นตามลำดับ บรรลผุ ลสำเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคการเรยี นรู ผูเรียน
จึงเกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล
9) นำผลการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ แกไข และพัฒนาตอ ไป ผลทีไ่ ดจากการเตรยี มการสอน มีดังน้ี
1. ทำใหครูมีความมั่นใจในการจัดการเรียนการสอน และสามารถถายทอดความรูใหแก
นกั เรียนไดอยา งเตม็ ทแี่ ละมปี ระสิทธภิ าพ
2. สามารถสอนไดตามลำดับขั้นตอน การสอนดำเนินการไปอยางราบรื่น ครบทุก
กระบวนการและบรรลุตามแผนการจัดการเรียนรทู ี่ต้ังไว
3. นักเรียนมคี วามตั้งใจเรียน และมีความกระตือรือรนในการเรียน ตระหนักและมีทัศนคติ
ทีด่ ตี อ การเรียนทกุ รายวิชา ทุกกลุม สาระการเรยี นรู
4. นักเรยี นไมเ กิดความเบ่ือหนา ยในการเรยี น
5. ผลสมั ฤทธิ์ของนกั เรยี นสงู ขนึ้
6. สามารถถายทอดความรูและประสบการณในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู แก
ครูผสู อนคนอนื่ ๆ ไดอยางถูกตอง
7. เปนตัวอยา งท่ีดีแกครผู ูสอนคนอนื่ ๆ
8. เกิดผลดีแกสถานศึกษา คือ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสูงขึ้นเปนที่ยอมรับ
ของผูปกครองและชมุ ชน

17

รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเลือ่ นเงินเดอื น

กลยทุ ธในการจดั การเรยี นรู
ขา พเจาไดจ ัดการเรียนรู ในรายวิชาภาษาไทย สุขศกึ ษา พละ การงาน ดนตรีและศลิ ปะ ในระดับช้ัน

ประถมศึกษาปที่ 2-6 โดยใชรูปแบบ เทคนิค และวิธีการ ที่เนนการปฏิบัติ ดังปรากฏหลักฐานรองรอย ใน
แผนการจัดการเรียนรู นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายในการใชส ่ือนวัตกรรม เทคโนโลยกี ารจัดการเรียนรู มี
การวัดและการประเมินผล ตามแผนการจัดการเรียนรู ที่สอดคลองกับมาตรฐานการจัดการเรียนรู ตัวชี้วัด
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู และสอดคลองกับธรรมชาตขิ องผเู รยี นโรงเรยี นวดั ชะอวด การเรยี นการสอนในยุคปฏิรูป
การศึกษาหรือยุคโลกาภวิ ฒั น ครผู ูสอนตอ งศึกษาคนควาหาวิธีการสอนที่ทันสมัย เพอื่ ใหทันตอเหตุการณของ
โลก สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอนไปสูเปาหมายของหลักสูตรได มกี ารบรู ณาการการจัดการเรียนการ
สอนใหเ อ้อื อำนวยตอ สถานการณโควดิ 19

ในฐานะเปนครูผูสอนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 2-6 รายวิชาภาษาไทย สุขศึกษา พละ การงาน
ดนตรี- นาฏศิลป ศิลปะ และประวัติศาสตร ไดศึกษาหาวิธีสอนแบบใหมๆมาถายทอดความรูและ
ประสบการณใ หน กั เรียนไดเขาใจยิง่ ข้ึน จากการจัดทำแผนการจดั การเรียนรแู ละสอ่ื การสอนที่เตรียมไว นำมา
จดั กิจกรรมการเรยี นการสอน เพอ่ื ถายทอดความรใู หแกนักเรียนไดป ฏบิ ตั ดิ งั นี้

1) ศกึ ษาแผนการจัดการเรยี นรูก อ นนำมาจดั กจิ กรรมทกุ ครง้ั
2) นำเขา สบู ทเรยี นดว ยวธิ ีการท่ีหลากหลายแตกตางกันไป เชน การสนทนา ซักถาม
การสังเกตภาพ การรองเพลง เปน ตน เพือ่ เราความสนใจใหน กั เรียนอยากเขา รว มกจิ กรรม
3) แจง จดุ ประสงคใหน กั เรียนทราบ
4) ใชวิธีการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาและวัยของผูเรียน โดยเนนกระบวนการกลุม
และเนนผเู รยี นเปน สำคัญ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนไดใ ชวธิ กี ารหลาย ๆ วิธี เชน

- ทำกจิ กรรมนอกสถานทีห่ รือนอกหองเรียน
- รว มกนั คิดวเิ คราะหปญหา
- รว มกนั ตั้งคำถาม
- อาสานกั เรยี นทีส่ มัครใจ
- แบง กลมุ ตามความสมัครใจ
- คนควา จากแหลง เรียนรตู า ง ๆ
- สนทนาซกั ถามและตอบปญ หา
- การใหน ักเรยี นมีสว นรวมในการแสดงความคิดเห็น
- ศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน
- ใหน กั เรยี นรว มกันสรปุ สาระสำคัญ เพือ่ ทบทวนใหน ักเรียนเขา ใจอีกครง้ั
- วัดผลและประเมินผลตามเกณฑทก่ี ำหนดไว

18

รายงานผลการปฏิบัตงิ านประกอบการพิจารณาเพือ่ ขอเลื่อนเงนิ เดือน

คณุ ภาพผูเรยี น
ผลสมั ฤทธทิ์ างวชิ าการของผเู รยี น
ขาพเจาไดจัดกิจกรรมการเรียนรูส ำหรับผูเ รียนใน รายวิชาภาษาไทยสุขศึกษา พละ การงาน

และศิลปะ โดยไดวิเคราะหหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัด แลว
นำไปจัดทำคำอธิบายรายวิชา หนวยการเรียนรู ใหสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด จนเกิดผลการ
จัดการเรียนรูใน ทั้งสองรายวชิ าและทั้งสองกลุมสาระการเรียนรู ผูเรียนจะตองมีผลสัมฤทธิไ์ มนอ ยกวารอยละ
60 ในรายวิชาภาษาไทยสุขศึกษา พละ การงาน ศิลปะ ดนตรี-นาฏศิลป และประวัติศาสตร มีผลสัมฤทธิ์ทาง
วิชาการเปนไปตามคาเปาหมายกำหนด ชั้นประถมศึกษาปที่ 2-6 โรงเรียนวัดชะอวด และกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียนลูกเสือ แนะแนว ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู ชุมนุม กิจกรรม plc และ กิจกรรมสอนซอมเสริม ตาม
เอกสารหลกั ฐานในแบบบนั ทึกผลการเรยี นรูรายวิชา (ปพ.5)

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคของผเู รียน
ขา พเจา ไดจ ัดกจิ กรรมการเรียนรูสำหรับผูเรียน โดยไดว ิเคราะหห ลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พื้นฐาน มาตรฐานการเรียนรู และ ใหสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู ตัวช้วี ัด จนเกิดผลการจดั การเรียนรู
ใน รายวิชาและกลุมสาระการเรียนรู ชั้นประถมศึกษาปที่ 2-6 โรงเรียนวัดชะอวด และเกิดการประเมิน
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ตามเอกสารหลกั ฐานในแบบบนั ทกึ ผลการเรยี นรรู ายวิชา (ปพ.5) ดงั น้ี

ปการศึกษา 2565
นกั เรยี นมีผลการพฒั นาคุณลักษณะอันพงึ ประสงค ในรายวชิ าที่ขาพเจาสอน ผูเรียน
ไมน อ ยกวารอ ยละ 90 จะตอ ง ผา นเกณฑ ตามคา เปาหมายท่ีสถานศกึ ษากำหนด

1.3 การจดั กิจกรรมการเรียนรู
ขาพเจามีการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชรูปแบบการจัดการเรียนรูแบบ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) และ
การจัดการเรียนรูแบบเชิงรุก (Active Learning) ที่เนนวิธีการปฏิบัติและมีความหลากหลาย สอดคลองกับ
สาระ มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัดและจุดประสงคการเรียนรูในแผนการจัดการเรียนรู มีการอำนวยความ
สะดวกในการเรียนรู และสงเสริมผูเรียนไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เรียนรูและทำงานรวมกัน เรียนรูและ
ทำงานรวมกัน โดยมีการปรับประยกุ ตใหส อดคลอ ง กับความแตกตา งของผูเรียน
รปู แบบการจดั การเรียนรแู บบ 5 ข้นั ตอน (5 STEPs)
ขั้นตอนที่ 1 การเรียนรูตั้งคำถาม หรือขน้ั ตั้งคำถาม
เปนที่ใหนักเรียนฝกสังเกตสถานการณ ปรากฏการณตางๆ จนเกิดความสงสัย จากนั้นฝกใหเด็กต้ัง
คำถามสำคญั รวมทงั้ การคาดคะเนคำตอบ ดวยการสืบคนความรูจ ากแหลง ตางๆ และสรุปคำตอบชั่วคราว
ข้นั ตอนท่ี 2 การเรยี นรแู สวงหาสารสนเทศ

19

รายงานผลการปฏิบัติงานประกอบการพจิ ารณาเพือ่ ขอเลื่อนเงนิ เดือน

เปนขั้นตอนการออกแบบ/วางแผนเพื่อรวบรวมขอมูล สารสนเทศ จากแหลงเรียนรูตางๆ รวมทั้งการ
ทดลองเปน ขั้นที่เดก็ ใชหลกั การนิรภยั (Deduction reasoning) เพ่ือการออกแบบขอมลู

ข้ันตอนที่ 3 การเรียนรเู พื่อสรางองคความรู
เปนขั้นตอนที่เด็กมีการคิดวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การสื่อความหมายขอมูลดวย
แบบตางๆ หรือดว ยผงั กราฟก การแปรผล จนถงึ การสรปุ ผล หรอื การสรา งคำอธิบาย เปนการสรางองคความรู
ซ่ึงเปน แกนความรปู ระเภท

1. ขอ เท็จจรงิ
2. คำนยาม
3. มโนทศั น
4. หลกั การ
5. กฎ
6. ทฤษฎี
ข้นั ตอนท่ี 4 การเรียนรูเพ่อื การสอื่ สาร
คอื ขัน้ นำเสนอความรูด วยการมใชภ าษาท่ีถกู ตอง ชดั เจน และเปน ท่เี ขาใจ อาจเปน การนำเสนอภาษา
และนำเสนอดวยวาจา
ข้ันตอนท่ี 5 การเรยี นรเู พื่อตอบแทนสงั คม
เปนขั้นตอนการฝกเด็กใหนำความรูที่เขาใจ นำการเรียนรูไปใชประโยชนเพื่อสวนรวม หรือเห็นตอ
ประโยชนสวนรวมดวยการทำงานเปนกลุม รวมสรางผลงานที่ไดจากการแกปญหาสังคมอยางสรางสรรค ซ่ึง
อาจเปน ความรู แนวทางสิง่ ประดิษฐ ซึง่ อาจเปนนวตั กรรม ดว ยตวามรับผิดชอบตอ สังคม อันเปนการแสดงออก
ของการเกอื้ กูล และแบงปน ใหสงั คมมีสนั ติอยางยง่ั ยนื
พัฒนาและออกแบบสื่อการเรียนรู สำหรับใชประกอบการจัดการเรียนการสอน โดยใชรูปแบบการ
สอนแบบออนไลน (Online) , ออนแฮนด (On-hand) และ Onsite เพือ่ ปรับประยุกตใหเขากบั สถานการณใน
ปจจุบัน โดยมีการพัฒนาสื่อการสอน (PowerPoint) ตลอดจนใชเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน เชน
Line , Google Meet , Google Form , Google Classroom , แอพพลิเคชนั่ Kahoot เปน ตน
มีการวัดประเมินผลผูเรียนครอบคลุมทุกดาน ทั้งในดานพุทธิพิสัย หรือดานความรู (K) , ดานทักษะ
พิสัยหรือดานทักษะ (P) , และดานเจตพิสัยหรือดานเจตคติ (A) โดยใชแบบทดสอบกอนเรียน , แบบทดสอบ
หลังเรยี น , แบบประเมินผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม และแบบประเมินผลคุณลักษณะอันพงึ ประสงค

20

รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านประกอบการพิจารณาเพื่อขอเลอื่ นเงนิ เดอื น

การจัดการเรียนรแู บบเชงิ รกุ (Active Learning)
Active Learning จึงเปนกระบวนการจัดการเรียนรูตามแนวคิดการสรางสรรคทางปญญา
(Constructivism) ที่เนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเนื้อหาวิชา เพื่อชวยใหผูเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู
หรือสรา งความรูใหเกดิ ขนึ้ ในตนเอง ดวยการลงมือปฏิบัตจิ รงิ ผานสื่อหรือกจิ กรรมการเรยี นรู ที่มคี รูผูส อนเปนผู
แนะนำ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียนเกิดการเรียนรูขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กลาวคือ
ผูเรียนมีการวิเคราะห สังเคราะห และการประเมินคาจากสิ่งที่ไดรับจากกิจกรรมการเรียนรู ทำใหการเรียนรู
เปนไปอยา งมคี วามหมายและนำไปใชในสถานการณอ่นื ๆไดอยา งมีประสิทธิภาพ
ลักษณะของการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning เปน ดงั น้ี
1. เปน การเรียนการสอนที่พัฒนาศกั ยภาพทางสมอง ไดแก การคดิ การแกปญหา และการนำความรู
ไปประยุกตใ ช
2. เปน การเรียนการสอนท่ีเปดโอกาสใหผเู รียนมีสว นรว มในกระบวนการเรียนรสู ูงสุด
3. ผูเรียนสรา งองคค วามรแู ละจดั กระบวนการเรียนรูดวยตนเอง
4. ผเู รยี นมีสวนรว มในการเรียนการสอนทง้ั ในดานการสรา งองคความรู การสรา งปฏิสมั พนั ธร ว มกนั
รว มมอื กันมากกวาการแขงขนั
5. ผูเ รยี นเรยี นรคู วามรบั ผิดชอบรวมกนั การมวี นิ ัยในการทำงาน และการแบงหนาที่ความรบั ผดิ ชอบ
6. เปน กระบวนการสรางสถานการณใ หผูเ รียนอา น พูด ฟง คิดอยา งลมุ ลึก ผูเ รยี นจะเปนผจู ัดระบบ
การเรยี นรูด วยตนเอง
7. เปน กจิ กรรมการเรียนการสอนทีเ่ นน ทักษะการคดิ ข้นั สงู
8. เปนกจิ กรรมทเี่ ปดโอกาสใหผเู รยี นบูรณาการขอมูลขาวสาร หรอื สารสนเทศ และหลักการความคิด
รวบยอด
9. ผสู อนจะเปน ผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพือ่ ใหผ เู รียนเปนผปู ฏบิ ตั ิดวยตนเอง
10. ความรเู กดิ จากประสบการณ การสรา งองคความรู และการสรุปทบทวนของผเู รียน

1.4 สรา งและหรอื พฒั นาสอื่ นวตั กรรม เทคโนโลยี และแหลงเรียนรู
ขาพเจาไดมีการสรางและพัฒนา สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษาและแหลงเรียนรูนำไปใชใน
การจัดการเรียนรูเหมาะสมกับผูเรียนหรือผูเขารับการฝกอบรมสอดคลองกับเนื้อหาสาระรายวิชา และ
จุดประสงคการเรียนรูประเมินผลการใชสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหลงเรียนรู และนำผล
การประเมินไปปรับปรุงพัฒนาใหมีคุณภาพสูงขึ้น สามารถนำสื่อนวัตกรรม เทคโนโลยี จัดทำสื่อการเรียนการ
สอนออนไลนในรปู แบบ Youtube ทางการศึกษาและแหลงเรียนรูไปปรบั ประยุกต ใชใ นสถานศึกษาที่มีบริบท

21

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพิจารณาเพ่อื ขอเล่อื นเงินเดือน

ใกลเคียงอีกทั้งพัฒนาส่ือการเรียนการสอนโดยใชโปรแกรมสรา งงานนำเสนอขอมูล (Microsoft PowerPoint)
และบทเรยี นคอมพวิ เตอรช ว ยสอน (CAI)

จัดทำสื่อและการใชสื่อการสอนจากการจัดทำแผนการจัดการเรียนรูไวลวงหนา ทำใหทราบวา
แผนการจัดการเรียนรู แตละครั้งจะตองใชสื่ออะไรในการสอน ซึ่งมีทั้งสื่อที่ผูสอนผลิตขึ้นเอง ในการจัดทำ
จดั หาและใชส่อื การสอนไดด ำเนนิ การดังนี้

1) ศกึ ษาแผนการจดั การเรยี นรูทไ่ี ดจ ดั เตรยี มไว
2) จัดเตรยี มสือ่ การเรียนการสอนตามท่ีกำหนดไวในแผนการจัดการเรยี นรู ศึกษาวธิ ใี ช
เมื่อผูเรียน นำสื่อการเรียนไปใช สามารถทำกิจกรรมดวยตนเองไดอยางถูกตอง การทำกิจกรรมก็จะสำเร็จ
ตามเวลาทีก่ ำหนด
3) ผลิตสื่อการสอนที่สามารถผลิตไดดวยตนเอง โดยยึดหลักประหยัดและมีคุณภาพมากที่สุด
เชน เอกสารประกอบการเรยี นการสอน ใบงาน ใบความรู
4) พยายามใหผูเรียนมีสวนรวมในการผลิตสื่อการเรียนการสอน เชน ปายนิเทศ รายงาน
สมุดภาพโครงงาน ชน้ิ งาน

1.5 การวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ขาพเจาดำเนินการสรางและพัฒนาเครื่องมือเพื่อใชในการวัดและประเมินผลการเรียนรูอยาง
หลากหลาย และครอบคลุมทงั้ ดา นพุทธพิ สิ ยั หรือดานความรู (K) , ดานทักษะพิสยั หรือดา นทักษะ (P) และดาน
เจตพิสัยหรือดานเจตคติ (A) โดยใชแบบทดสอบกอนเรียน , แบบทดสอบหลังเรียน , แบบประเมินผลการ
ปฏิบัติกิจกรรม และแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค สอดคลองกับสาระ มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด
หรือผลการเรียนรู และจุดประสงคการเรียนรู ดำเนินการวัดปละประเมินผลการเรียนรูตามสภาพจริง เพื่อ
ปรับปรุง พัฒนา ตัดสินผลการเรียนรู ความกาวหนาและพัฒนาการของผูเรียนที่สะทอนระดับคุณภาพของ
ผูเรยี น เพอ่ื ใหผูเรียนพฒั นาการเรียนรอู ยา งตอเน่ือง โดยดำเนินการวัดผลและประเมนิ ผล ดังนี้

1) ศกึ ษาจดุ มงุ หมายของหลักสูตร
2) ศกึ ษาจุดประสงคการเรยี นรูกลุม สาระการเรียนรู
3) ศกึ ษาระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา ดวยการวดั ผลและการประเมินผล การเรยี น
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเปนการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู
ในดานพทุ ธพิ สิ ยั จติ พสิ ยั และทักษะพสิ ยั
4) จดั ทำเครือ่ งมอื วัดผลและประเมินผลการเรียนรู ซง่ึ ประกอบดวย

- เครื่องมือวัดผลเพื่อปรับปรุงการเรียน ประกอบดวย แบบทดสอบกอนเรียน
และหลงั เรยี นแบบทดสอบปลายภาคเรยี น

22

รายงานผลการปฏิบัตงิ านประกอบการพจิ ารณาเพ่ือขอเลื่อนเงนิ เดือน

- เครื่องมือวัดผลเพื่อประเมินผลการเรียน ประกอบดวย แบบทดสอบ On Line
เอกสารการเรยี นแบบ On Hand แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน

- เครอื่ งมอื ประเมนิ พฤติกรรมและจิตพิสยั ของนักเรยี นประกอบดวย แบบสังเกตพฤติกรรม
การเรียน การชวยกันสรุปเนื้อหาสาระการเรียนรู และแบบประเมินการตรวจผลงานการทำกิจกรรมซึ่งเปน
การประเมินผูเรียนดานจติ พิสัย เปนรายบุคคล

5) ดำเนนิ การวดั ผลและประเมินผล ดงั น้ี
ประเมนิ ผลกอ นเรยี น

ไดทำการวัดผลและประเมินผลการเรยี นการสอนทกุ คร้ัง เพือ่ ตรวจสอบวานักเรียนมีความรู
พ้ืนฐานเบอื้ งตน โดยใชว ธิ กี ารสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น เชน การทำงานอยา งมขี นั้ ตอน ปฏบิ ตั ิ กจิ วตั ร
ประจำวัน รวมกิจกรรมดวยความราเริง รับผิดชอบในงานที่ไดรับมอบหมาย ใชเวลาทำกิจกรรมที่เปน
ประโยชน ตั้งใจ มีมารยาท ชวยเหลือและมีน้ำใจเปนนักกีฬา เปนตน ใชวิธีการสัมภาษณ การสอบถาม
เพื่อใหทราบขอมูลเก่ียวกบั นักเรยี นและสามารถจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนใหส อดคลองกับนักเรยี น

ประเมนิ ผลระหวางทำการสอน
เพอื่ เปน การปรบั ปรงุ การเรยี นการสอน และทำใหท ราบวา นักเรียนมคี วามกา วหนาใน

การเรยี นมากนอยเพยี งใด มคี วามเขาใจในเรื่องท่สี อนไปแลวมากนอ ยเพียงใด นกั เรยี นพบปญ หาในการเรียน
วิชาตางๆ อยางไร นักเรียนมีความรู ความสามารถ และพฤติกรรมตามที่กำหนดหรือไม โดยการสังเกตความ
รับผิดชอบในการทำงานรวมกัน การทำงานทันตามกำหนดเวลา ความสนใจและตั้งใจศึกษาคนควา การ
แสดงความคิดเห็นและการยอมรับความคิดเห็นของผูอื่น การซักถามความเขาใจ ความคิดเห็นและเจตคติ
ของนักเรียน ตรวจผลงานการปฏิบัติงานกิจกรรมตางๆ และประเมินความเอาใจใสตอการเรียนความ
รับผิดชอบในงานที่กำหนดใหทำโดยถือเกณฑที่นักเรียนผานไดคะแนนจากการทำกิจกรรมรอยละ 80 ขึ้นไป
ในการวัดผลระหวางเรียนแตละครั้ง จะวัดผลครอบคลุมทั้งดานพุทธิพิสัย ทักษะพิสัยและจิตพิสัย โดยใช
แบบทดสอบวัดรายจุดประสงค ตรวจผลงาน ความสนใจและตั้งใจเรียน และเจตคติตอการเรียน วิชาตางๆ
และรวบรวมผลการประเมนิ ลงในจดุ ประสงคย อย ปพ.5

ประเมินผลปลายภาคเรยี น

ใชแ บบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการทกุ กลมุ สาระการเรียนรู

- กำหนดอตั ราสว นของคะแนน กำหนดตามท่ีหลักสตู รของโรงเรยี นไดก ำหนดไว ดงั นี้

1. คะแนนเกบ็ ระหวางภาค 70 คะแนน

2. คะแนนสอบปลายภาค 30 คะแนน

นำคะแนนการสอบที่ไดระหวางภาคและปลายภาคมารวมกนั เปน 100 คะแนน

23

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพิจารณาเพื่อขอเลื่อนเงินเดือน

เกณฑต ัดสนิ

80 คะแนนขน้ึ ไป ไดผ ลการเรียน 4

75 - 79 คะแนน ไดผลการเรียน 3.5

70 - 74 คะแนน ไดผลการเรยี น 3

65 - 69 คะแนน ไดผลการเรียน 2.5

60 - 64 คะแนน ไดผ ลการเรยี น 2

55 - 59 คะแนน ไดผลการเรียน 1.5

50 - 54 คะแนน ไดผ ลการเรยี น 1

ตำ่ กวา 50 คะแนน ไดผลการเรียน 0

ผเู รียนตอ งมีเวลาเรยี นไมนอยกวารอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด

1.6 ศึกษา วเิ คราะห และสังเคราะห เพือ่ แกป ญหาหรอื พัฒนาการเรยี นรู
ขาพเจาไดศึกษา วิเคราะห สังเคราะห ปญหาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอน หรือการเรียนรูข อง
ผูเรียน โดยใชระบบวิธีการวิจัยเพื่อแกปญหาหรือพัฒนาการเรียนรูของผูเรียน สอดคลองกับมาตรฐานการ
เรยี นรู ใหผูเรยี นเกดิ การเรียนรอู ยา งตอเนอื่ ง
จัดประสบการณการเรียนรูใหกับนักเรียนทั้งชั้นซึ่งมีความสามารถพื้นฐานแตกตางกันออกไป เพื่อ
วิเคราะหนักเรียนเปนรายบุคคล มีการสอนควบคูกับการสังเกต เก็บรวบรวมขอมูลนักเรียนในชั้นมาวิเคราะห
ศกึ ษาสภาพ ไปใชในการพัฒนาพฤติกรรมการออมเงิน เพอื่ นำไปปรับปรุง/พฒั นาพฤติกรรมของผเู รียน และให
ผูเรียนสามารถเรยี นรูไดดีทสี่ ุด ดว ยวธิ กี ารทเี่ หมาะสมกบั ความสามารถของตนเอง

1.7 จดั บรรยากาศที่สงเสริมและพฒั นาผเู รียน
ขา พเจา ไดด ำเนนิ การจัดสภาพแวดลอ ม บรรยากาศในช้นั เรียนที่สงเสรมิ และเอื้อตอ การเรียนรู กระตุน
ความสนใจใฝรู ใฝศึกษา อบรมบมนิสัย เพื่อใหเกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการ
เรียนรแู ละนวตั กรรม ทักษะดา นสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี ตลอดจนสง เสรมิ ใหผ เู รียนเกิดกระบวนการคิด
จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทักษะชีวิตจากการใหผูเ รียนไดลงมอื คิด ดำเนินกิจกรรม และแกปญหา
ที่เกิดขึ้น ทักษะการทำงาน จากการปฏิบัติกิจกรรมที่มอบหมายทั้งลักษณะงานเดี่ยวและกระบวนการทำงาน
เปนกลมุ เพื่อสงเสรมิ ใหผูเ รยี นเกิดทกั ษะและกระบวนการคิด ในการเรยี นรอู ยา งสูงสดุ

24

รายงานผลการปฏิบตั ิงานประกอบการพจิ ารณาเพื่อขอเลือ่ นเงนิ เดอื น

1.8 อบรมและพัฒนาคุณลกั ษณะที่ดขี องผเู รียน

ขาพเจา ปลูกฝง คานิยม และคณุ ลกั ษณะท่ดี ี เหมาะสมกับผูเรยี นใหเกิดข้ึนอยางตอเน่ือง เพ่ือใหผูเรียน
มีคานิยมที่ดีงาม และปลูกฝงความเปนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตลอดจน การ
สงเสริมและเปนแบบอยางใหผูเรียนเขารวมกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญตางๆที่เกี่ยวของกับศาสนาที่ตนนับถือ
สถาบันพระมหากษัตรยิ  ทั้งที่โรงเรยี นและชุมชนจดั ขึ้น ตลอดจนสรางแรงบันดาลใจและสงเสริมใหผ ูเรียนเกิด
ความมั่นใจในการพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพ เพื่อคนหาความถนัดและความชอบของตน โดยคำนึงถึง
ความปลอดภยั และความสุขของผูเรยี นเปนสำคัญ ซงึ่ มกี ารปฏบิ ัติดังน้ี

1) การอบรมนอกช้ันเรียน ไดป ฏบิ ตั ิดงั น้ี
1.1 อบรมคุณธรรม และจริยธรรม การตรงตอเวลาในการเขาเรียนหองเรียนออนไลน

ชแี้ จงเร่ืองการเรียน การแตง กาย ความสะอาดของรางกาย เชน เลบ็ ผม เส้อื ผา ถงุ เทา รองเทา เปนตน
ใหค วามรู ประชาสัมพนั ธ แจงขาวสารนักเรยี น โดยการแจงทางกลุมไลนหอ งเรียน

1.2 รวมกับครูในระดับชั้นอนุบาล ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-6 สงเสริมประชาธิปไตย
ใหก ับนกั เรยี น รจู ักและปฏบิ ตั ติ นตามวิถที างของประชาธปิ ไตย การเลอื กต้ังคณะกรรมการสภานักเรียน เปน ผู
มคี ารวะธรรม ปญญาธรรม และสามัคคธี รรม บำเพ็ญตนใหเปน ประโยชนต อตนเองและสังคมได

1.3 ใหค วามรูและอบรมนกั เรยี นเปนรายบุคคล เม่ือพบวานักเรียนไมปฏบิ ัติตามกฎระเบียบ
ของโรงเรียน การแตง กาย การพูดจา กิรยิ ามารยาททีไ่ มเ หมาะสม การทำความเคารพ การทง้ิ ขยะไมเปนที่
การรกั ษาความสะอาด การประหยัดนำ้ ไฟฟา และการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เปนตน

1.4 สงเสริมใหนักเรียนมีสุขนิสัยที่ดี เชน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชนตอ
รางกายและการรับประทานอาหารใหตรงเวลา ออกกำลังกายและพักผอนใหเพียงพอ รูจักพัฒนาบุคลิกภาพ
ของตนเอง

1.5 ใหค วามรูและแนะนำนักเรียนเกีย่ วกบั การดแู ลระวังตนเองในการปองกันโรคไขหวัดใหญ
โดยการใหปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข คือ กินรอน ชอนกลาง ลางมือ และใชหนากาก
อนามยั ปดจมกู และปากเวลาจาม ไอหรอื เมอื่ มีไขห วัด น้ำมูกไหล และการระมัดระวังตนเองไมใหถูกยุงกัดทั้ง
ในเวลากลางวันและกลางคนื

2) การอบรมในชนั้ เรยี นทัง้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ ไดป ฏิบตั ิดังน้ี
2.1 อบรมใหนักเรียนมีคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม โดยใหนักเรียนปฏิบัติตน

ใหมีคุณธรรม 4 ประการ และมีคานิยมพื้นฐาน 5 ประการ อบรมเกี่ยวกับประชาธิปไตย เชน การ
เลือกตง้ั คณะกรรมการสภานกั เรียน การรจู ักรบั ฟงความคิดเหน็ ของผอู ่นื

2.2 ขณะสอนในชั้นเรียน ไดอบรมในเรือ่ ง
- การใชภาษา ทัง้ การพดู และการเขียนในการตอบคำถาม
- การรักษาระเบียบวินัยของการอยรู วมกันในช้นั เรยี น ดว ยการไมส ง เสียง
ดังเปน ทรี่ บกวนผูอืน่

25

รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านประกอบการพจิ ารณาเพื่อขอเลือ่ นเงนิ เดอื น

- การตรงตอ เวลา เชน การไมเขาหอ งชา การสง งานตามเวลาทกี่ ำหนด
- ความซ่อื สัตยตอตนเอง เชน การตอบคำถามในกิจกรรม เปน ตน
2.3 จัดทำขอมูลสารสนเทศของนักเรียนรายบุคคลและเอกสารประจำชั้นเรียนอยางถูกตอง
และเปนปจ จุบัน สงผอู ำนวยการเปนประจำทกุ เดอื น

26

รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลอื่ นเงินเดือน

ดา นที่ 2 ดานการสง เสรมิ และสนบั สนนุ การจัดการเรียนรู

2.1 จดั ทำขอมูลสารสนเทศของผูเ รียนและรายวิชา
ขาพเจามกี ารจัดทำขอ มลู สารสนเทศของผูเรียนและรายวิชาภาษาไทย สขุ ศกึ ษา พละ การงาน ดนตรี
และศิลปะ ใหเปนปจจุบันเพื่อใชในการสงเสริมและสนับสนุนการเรียนรูและพัฒนาคุณภาพของผูเรียนใหเกิด
ประโยชนสูงสุดในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน อาทิเชน ขอมูลการวิเคราะหผูเรียนเปน
รายบุคคล ทะเบียนแสดงผลการเรียน อื่นๆเปนตน เพื่อใชในการสงเสริมสนับสนุนการเรียนรู และพัฒนา
คณุ ภาพผูเ รยี น

2.2 ดำเนินการตามระบบดแู ลชว ยเหลือผูเรียน
ขาพเจาดำเนินการดแู ลชวยเหลอื ผเู รยี นอยา งเปน ระบบ โดยประสานความรวมมือกับผมู สี วนเก่ียวของ
เพื่อพัฒนาและแกปญหาผูเรียน รวบรวมขอมูลจากแบบบันทึกขอมูลผูเรียนรายบุคคล วิเคราะห สังเคราะห
ขอมูลของผูเรียน เพื่อแบงกลุมของผูเรียน ประกอบดวย กลุมไวใจ เปนกลุมที่สงเสริม , กลุมหวงใย และกลุม
ใกลชิด คือผูเรียนที่ตองกำกับ ดูแลพฤติกรรมอยางใกลชิด ตลอดจนออกเยี่ยมบานนักเรียน โดยเริ่มจากกลุม
ใกลชิด กลุมหวงใย และกลุมไวใจ เพื่อจัดทำและใชสารสนเทศของผูเรียนรายบุคคล จัดทำโครงการและ
กิจกรรมเชงิ สรา งสรรคดว ยวธิ กิ ารทีห่ ลากหลาย เพื่อเสริม ปอ งกัน และแกปญหาของผูเรยี นรายบุคคล
- จัดกจิ กรรมโฮมรูม ใหค วามรูกับนักเรียนในเร่ืองการอยูรวมกนั ในโรงเรยี น หอ งเรียน ความสมัคร
สมานสามัคคี ความมนี ้ำใจ ความชวยเหลอื ซึ่งกนั และกันในหองเรยี น
- จัดกิจกรรมกลุม Line หองเรียนใกลชิดผูปกครอง มีการชี้แจงทำความเขาใจระหวางครูประจำชัน้
และผูปกครอง รายการพฤติกรรมของนักเรียนใหผูปกครองเปนรายบุคคลเฉพาะนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่นา
หวงเพ่อื ชวยกนั ดูแลนักเรยี นใหม ีพฤตกิ รรมท่ีดีขึน้ ช้แี จงการเรยี นของนักเรียนแตละคน ประชาสัมพนั ธขาวสาร
ตางๆ

2.3 ปฏิบตั ิงานวิชาการและงานอน่ื ๆ ของสถานศกึ ษา
ขาพเจาไดรวมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่นๆ ของสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการจัด
การศึกษาของสถานศึกษา มีการวิเคราะหหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 โดยวิเคราะหตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรยี นรู ทั้งนี้เพื่อใหส อดคลองกับหลักสูตรสถานศึกษา ที่เนน
ผูเรียนเปนสำคัญ อีกทั้งยังเปนหัวหนาพัสดุในการทำทะเบียนเอกสารการจัดซ้ือจัดจางงานพัสดุ ตลอดจนงาน
ระบบ เครอื ขา ยอินเตอรเนต็ ในสถานศกึ ษาอีกดว ย และงานอนื่ ๆ ที่ผูบงั คบั บัญชามอบหมาย ดงั นี้

27

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพอื่ ขอเลือ่ นเงนิ เดือน

1. ครปู ระจำชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 4
2. ครเู วรประจำวนั จันทร
3. ครเู วรขายของประจำวันพุธ
4. หัวหนางานฝา ยวิชาการ
5. งานฝายอาคารสถานที่
6. งานแนะแนวระบบดูแลชว ยเหลือนกั นักเรียน
7. เครือขา ยคณะกรรมการสภานักเรยี น
8. โครงการหองเรียนปลอดขยะ
9. โครงการสภานักเรยี น
10. โครงการนเิ ทศภายใน

2.4 ประสานความรวมมือกับผปู กครอง ภาคเี ครอื ขายและหรอื สถานประกอบการ
ขาพเจาใชหลักกัลยาณมิตร และมีมนุษยสัมพันธที่ดี สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดทุกกลุม ทุกเพศ
และทกุ วยั จึงไดร บั การยอมรับจากผูบริหารโรงเรียน ผรู ว มงาน เดก็ ผปู กครองและประชาชนท่ัวไป อีกทั้งมี
ความเอื้อเฟอเผื่อแผ มีบุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถประสานงาน มีเหตุผลสามารถแกปญหาตางๆ ได มี
เทคนิคการพูด ชักชวน เสนอแนะ ใหกำลังใจ ทำงานรวมกับผูอื่นโดยสามารถวางตัวในการเปนผูนำ ผูตาม
และเปนผูให ผูรับ ที่ดี มีหลักในการทำงาน มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมและทำงานอยางโปรงใส ปราศจากอคติ
ยึดประโยชนของเด็ก และสวนรวมเปนที่ตั้ง จึงประสบความสำเร็จในการทำงานเปนทีมไดรับการยอมรับจาก
ทุกฝายที่เกี่ยวของ เปนแบบอยางที่ดีตอผูปกครอง และนักเรียน จัดกิจกรรมกลุม Line ผูปกครองนักเรียน
โรงเรียนวัดชะอวด เพื่อสรางความใกลชิดใหผูปกครอง มีการชี้แจงทำความเขาใจระหวางครูประจำชั้นและ
ผูปกครอง รายการพฤติกรรมของนักเรียนใหผูปกครองเปนรายบุคคลเฉพาะนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่นาหวง
เพื่อชวยกันดูแลนักเรียนใหมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ชี้แจงการเรียนของนักเรียนแตละคน ประชาสัมพันธขาวสาร
ตางๆ

28

รายงานผลการปฏิบตั งิ านประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเล่ือนเงนิ เดอื น

ดา นท่ี 3 ดานการพัฒนาตนเองและวชิ าชพี
3.1 พัฒนาตนเองอยางเปนระบบและตอเนอ่ื ง
ขาพเจามีการพัฒนาตนเองอยางเปนระบบและตอเนื่อง เพื่อใหมีความรูความสามารถ ทักษะ

โดยเฉพาะอยางยิ่งการใชภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใชเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือ
การศกึ ษา สมรรถนะวิชาชพี ครูและความรอบรใู นเนื้อหาวิชาและวิธกี ารสอน

ขาพเจา ดำเนนิ การประเมินความรู ความสามารถ และทักษะในดานตา งๆ ของตนเอง เพอื่ นำขอมูลมา
วเิ คราะหและจัดทำแผนพฒั นาตนเองที่สอดคลองกบั ความรู ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะของตนเอง
ตลอดจนประเมนิ สภาพปญหาหรือความตองการท่ีจำเปน ตอการปฏบิ ัติงานในสถานศึกษา ทงั้ น้แี ผนการพัฒนา
ตนเอง (ID PLAN) ที่จัดทำขึ้นมีความสอดคลองกับแผนกลยุทธของสถานศึกษาและไดรับความเห็นชอบจากผู
บังคับตามสายงาน

เขา รบั การพัฒนาตนเองตามแผนพฒั นาตนเอง (ID PLAN) ทจี่ ัดทำข้ึน ตลอดจนนำความรู ทกั ษะ และ
ประสบการณตรงที่ไดรับจากการเขารับการพัฒนาตนเองในกิจกรรม / โครงการตางๆ มาประยุกตใชในการ
ปฏบิ ัติงานทง้ั ดา นภาระงานสอน และงานอืน่ ๆท่ีไดร ับมอบหมาย

3.2 มีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนเรียนรูท างวิชาชีพ
ขาพเจามกี ารแลกเปลีย่ นเรียนรรู ะหวางเพ่อื นรว มวชิ าชีพทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ทง้ั ในรปู แบบ
เครือขายทางวิชาการ หรือชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ ผานทางสื่อสังคมออนไลน เชน แอพพลิเคชั่นไลน
(Line) หรือ เฟสบคุ (Facebook) เปนตน
เขารวมกลุม/เครือขา ยทางวิชาชีพหรือกลุมพัฒนาวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูป ระสบการณในการ
ปฏิบัติงานทั้งดานภาระงานสอน ภาระงานอื่นๆ ที่ไดรับมอบหมาย รวมกิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
PLC กลุมเครือขายเพื่อพัฒนาการสอน ศึกษากฎหมายและหลักสูตรที่เกี่ยวของกับการจัดการศึกษา เพื่อให
สามารถออกแบบกระบวนการเรียนรูอยางเหมาะสม และศึกษาการเลือกใชวิธีการวัดผลการเรียนรูอยาง
หลากหลายตามสภาพท่เี หมาะสมของผเู รียน เพ่ือใหท ราบถึงผลลพั ธท ถี่ กู ตอ งและแมนยำ

29

รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลือ่ นเงนิ เดือน

3.3 นำความรูค วามสามารถ ทักษะ ท่ไี ดจ ากการพฒั นาตนเองและวิชาชพี มาใช
ขาพเจาไดนำความรูความสามารถ ทักษะ ที่ไดจากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใชในการ
พัฒนาการจัดการเรียนรู การพัฒนาคุณภาพผูเรียน และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู ใหเกิด
ประโยชนสงู สดุ แกผูเรียน และเพอื่ เปนการพัฒนาตนเองอยา งตอเน่ือง อกี ทง้ั ยังไดศ กึ ษาความรูเพิม่ เติม เพ่ือให
ทันตอเทคโนโลยีในปจจบุ ัน ตลอดจน เพื่อเพิ่มพูนทักษะความสามารถดานการใชภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เพือ่ การส่ือสาร

30

รายงานผลการปฏิบตั งิ านประกอบการพจิ ารณาเพือ่ ขอเลือ่ นเงนิ เดอื น

องคป ระกอบท่ี 2 : การประเมินการมีสวนรว มในการพัฒนาการศึกษา

2.1 ความสำเรจ็ ของงานที่ไดรับมอบหมายจากผบู ังคบั บัญชา

ท่ี งานท่ไี ดร บั มอบหมาย ตวั ชว้ี ัด ผลผลิต ผลลพั ธ

1 รับผิดชอบกจิ กรรมระบบดูแลชว ยเหลือนักเรียน -จดั ทำบันทกึ การเย่ยี มบานนักเรียนและกรอก

ขอ มูลในระบบขอมลู ปจ จยั พ้ืนฐานนกั เรยี นยากจน

-จัดทำสมดุ บัญชเี งนิ ฝากออมทรพั ยของนักเรยี น

-จดั ทำแบบบนั ทกึ ขอมลู นกั เรียนรายบุคคล

-รวมจดั กิจกรรมหองเรยี นสวยดว ยมือเรา ป.4

2 โครงการพัฒนาระบบสาระสนเทศ -การทำขอมลู สารสนเทศโรงเรียน

-การทำปายสารสนเทศ

-การประเมนิ ผลและรายงานสารสนเทศภายใน

โรงเรียน

3 หัวหนางานวชิ าการ -ศกึ ษา วิเคราะหเอกสารหลักสตู ร และขอ มูล

-จัดตารางเรียนของนักเรียน

-จัดตารางสอนของครูในโรงเรยี น

-จัดทำแผนการเรยี นรแู ละบันทึกหลังการสอน

-ออกแบบกระบวนการเรยี นรูและจัดกระบวนการ

เรียนรู

4 งานทะเบยี นนักเรียน รบั สมัครนกั เรยี น

5 โปรแกรมการจัดเก็บขอมลู นักเรียนเปนรายบคุ คล ตรวจสอบขอมลู งาน DMC ใหเปน ปจ จุบัน
ผา นระบบ DMC
6 บรหิ ารการจัดการผลการเรียน กรอกผลการเรยี นนกั เรยี น

7 - การจดั ทำ ปพ.1 ปพ.2 ปพ.3 ปพ.4 ปพ.5 ปพ.6 ตรวจสอบและจัดทำขอมูล

ปพ.7

31

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพ่อื ขอเล่ือนเงนิ เดือน

2.2 รางวัลหรอื ส่งิ เชิดชูเกียรติและคณุ งามความดคี วามชอบอนื่ ๆ ทไี่ ดร บั (ถามี)
- ไดรบั รางวัล ครูดไี มม ีอบายมุข (ปท ี่ 11) ประเภทครู และไดทำโครงการครเู พ่ือศิษยปลอดอบายมขุ
รบั มอื โควดิ - 19 ในโครงการครูดไี มมอี บายมขุ ประจำปการศึกษา 2564 เนื่องในงานวันครูโลก
พทุ ธศกั ราช 2565

32

รายงานผลการปฏิบัติงานประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื ขอเลอื่ นเงินเดือน

องคป ระกอบที่ 3 : การประเมนิ การปฏิบตั ติ นในการรกั ษาวนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม

และจรรยาบรรณวิชาชีพ

3.1 ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันไดแก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุข

ขาพเจามีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข ตั้งใจ
ปฏิบัติงานดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาผลประโยชนแกตนเองและผูอื่นโดยมิชอบ ไดรวมกับคณะครู
และชุมชน สงเสริมประเพณีอันดีงามมาโดยตลอดและเขารวมกิจกรรมตามประเพณีในทองถิ่นเปนประจำ
ประพฤติตนใหเ ปนแบบอยา งท่ีดแี กศ ิษย อกี ท้งั ยงั คงรวมกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมในวันสำคญั ตาง ๆ
ที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกกิจกรรม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน
ประมขุ

3.2 มคี วามซ่ือสตั ย สจุ รติ มีจติ สำนึกทีด่ ี มคี วามรบั ผดิ ชอบตอหนาท่แี ละตอผเู กย่ี วของในฐานะ
ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา

ขาพเจา ประพฤติปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดี ปฏิบัติหนาที่ดวยความอุตสาหะ วิริยะ มุงมั่นทุมเท
แรงกาย แรงใจ และเสียสละเวลารวมทั้งกำลังทรัพย ในการปฏิบัติงานไดนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่
ทันสมัยมาใชในการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานใหกาวหนาทันตอเหตุการณและความเปลี่ยนแปลง ของ
โลกปจจุบัน อยางสม่ำเสมอ โดยไดนำหลักการแนวคิดและทฤษฎี เทคนิคกระบวนการตาง ๆ ที่ไดจาก
การศึกษาคนความาใชในการปฏิบัติงาน เพื่อใหนักเรียนมีคุณภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค เปนคนดี
เปน คนเกง สามารถดำรงชีวิตอยใู นสงั คมไดอยางมคี วามสขุ

3.3 มคี วามกลาคดิ กลาตดั สินใจ กลาแสดงออก และกระทำในส่งิ ที่ถกู ตอง ชอบธรรม
การใชเ หตผุ ลในการตัดสินใจ เมือ่ มีปญหาขาพเจา จะปรึกษาผูบ ังคับบญั ชาและเพื่อนรวมงาน เปน การ
ตัดสินใจจากมติที่ประชุมเปนหลักการปฏิบตั งิ าน ในขณะเดียวกนั เพ่ือนรวมงานเม่ือมีปญ หาหรือผดิ พลาดใน
การปฏิบัตงิ าน ขาพเจา จะไมตำหนิ ในทางตรงกันขา ม ขาพเจาไดใหก ำลังใจและชว ยเหลือแกปญหาดว ยเหตุผล
ทำใหการปฏบิ ัตงิ านสำเร็จไปไดด วยดี

3.4 มจี ิตอาสา จิตสาธารณะ มุงประโยชนสวนรวม โดยไมค ำนึงถงึ ประโยชนสว นตนหรือพวกพอง
การทำงานรว มกบั ผูอ น่ื ของขา พเจาใชหลกั กลั ยาณมิตร และมมี นุษยสัมพันธทีด่ ี สามารถทำงาน

รวมกบั ผูอ ื่นไดท กุ กลมุ ทุกเพศ และทุกวยั จงึ ไดรบั การยอมรับจากผูบ รหิ ารโรงเรียน ผูรวมงาน เด็ก
ผปู กครองและประชาชนทว่ั ไป อกี ทั้งมคี วามเอ้ือเฟอเผ่ือแผ มบี ุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถประสานงาน

33

รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานประกอบการพิจารณาเพอ่ื ขอเล่ือนเงินเดือน

มีเหตุผลสามารถแกปญ หาตางๆได มเี ทคนคิ การพดู ชักชวน เสนอแนะ ใหกำลังใจ ทำงานรว มกับผูอ่นื โดย
สามารถวางตวั ในการเปนผูน ำ ผูตาม และเปนผใู ห ผูร ับ ท่ีดี มีหลกั ในการทำงาน มคี วามบรสิ ทุ ธยิ์ ุตธิ รรมและ
ทำงานอยางโปรงใส ปราศจากอคติ ยึดประโยชนข องเดก็ และสวนรวมเปนทีต่ ั้ง จงึ ประสบความสำเรจ็ ในการ
ทำงานเปนทีมไดร บั การยอมรับจากทุกฝา ยท่ีเก่ียวของ สามารถเปน แบบอยางท่ีดีได และมาปฏบิ ัติราชการกอน
เวลาและกลับหลงั เวลาราชการ อุทศิ และเสยี สละเวลาใหกับทางราชการอยา งเต็มที่ เอ้ือเฟอ เผื่อแผและมงุ มน่ั
ทำประโยชนเพื่อสว นรวม มคี วามรักสามัคคีในองคกร มีความละอาย และเกรงกลัวตอการกระทำความผดิ

3.5 มุงผลสัมฤทธิ์ของงาน มุงมน่ั ในการปฏิบัติงานอยา งเตม็ กำลงั ความสามารถ โดยคำนึงถึง
คณุ ภาพการศกึ ษาเปนสำคัญ

ขาพเจามีความต้งั ใจ มงุ ม่ัน และเสยี สละพรอมอุทิศตนใหกบั งานของโรงเรียนและทำกิจกกรมรวมกับ
เพื่อนครูที่โรงเรียนดวยความตั้งใจ เต็มใจในการทำกิจกรรมทุกๆ กิจกรรมเพื่อใหกิจกรรมที่ทางโรงเรียนไดจัด
ข้นึ นน้ั ประสบผลสำเร็จลลุ วงตามแผนงานท่ไี ดกำหนดไวก ารจัดกจิ กรรมกบั เพ่ือนครูมีกิจกรรมดงั น้ี 1) กจิ กรรม
โรงเรียนคุณธรรม 2) กิจกรรมสงเสริมระเบียบวินัย ไดแก การเดินแถวเขาชั้นเรียน 3) กิจกรรมโรงเรียนสวย
ดวยมือเรา 4) กิจกรรมวันไหวครู 5) กิจกรรมวันภาษาไทยและวันสุนทรภู 6) กิจกรรมรณรงคและตอตาน
ยาเสพติด 7) กิจกรรมการแขงขันกีฬาสีในโรงเรียน กีฬาศูนยเครือขายฯ 8) กิจกรรมวันสำคัญ เชน วัน
เขาพรรษา วันมาฆบูชา วันลอยกระทง บุญกฐิน 9) กิจกรรมสงเสริมคุณธรรมและจริยธรรม 10) กิจกรรม
ทัศนศกึ ษาของนักเรียน 12) กิจกรรมปจ ฉิมนเิ ทศ(สานฝนวันเชือกอวด) 13) กจิ กรรมเขา คายลกู เสือ-เนตรนารี
นอกจากการรวมกิจกรรมในโรงเรียนแลว ขาพเจายงั มโี อกาสไดรวมกิจกรรมนอกโรงเรียน อาทิ เชน การอบรม
ศึกษาดูงาน การนำเสนอผลงาน การใหคำปรึกษาในการทำผลงานทางวิชาการของเพื่อนครู เชน การให
คำแนะนำในการทำผลงานเพ่ือเลื่อนวิทยฐานะใหแกเพื่อนครู เปนตน

3.6 ปฏิบตั หิ นา ทอี่ ยางเปน ธรรมและไมเลือกปฏิบตั ิ
ขาพเจาตั้งใจปฏิบัติหนาที่การสอนอยางเต็มความสามารถ เต็มเวลา เต็มหลักสูตร โดยมา

ปฏิบัติงานกอนเวลาและกลับหลังเวลาเลิกทำงาน มีความศรัทธาในอาชีพครูภาคภูมิใจในการปฏิบัติตนให
เหมาะสมกบั ท่ไี ดช ื่อวา เปนครู มีความเสยี สละทั้งกำลังกาย กำลังใจและกำลงั ทรพั ย เพ่อื สว นรวมและอทุ ิศเวลา
ใหแกทางราชการ ประพฤติตนเปนแบบอยางที่ดีแกเพื่อนรวมงานและนักเรียน ละเวนจากอบายมุขทุกชนิด
เปนผูมีศีลธรรมประจำใจ รักและเอาใจใสตอนักเรียนดวยความจริงใจ เปนที่เชื่อถือของบุคคลในชุมชนและ
เพื่อนรวมงาน ขา พเจา เปนบุคคลท่วี าจาสุภาพออนนอม ใจคอหนกั แนน มั่งคง เกบ็ ความรูสึกไดดี วางตนได
เหมาะสมกับกาลเทศะ แสดงออกอยางเหมาะสมกับวัยเปนบุคคลที่มีเหตุผลไมเคยใชการตัดสินตาง ๆ ดวย
อารมณ สง เสริมวนิ ัย สรางคุณลักษณะนิสยั ทีด่ ีงามใหแ กน กั เรียน จดั กิจกรรมโฮมรมู เพื่อสงเสริมใหนกั เรียนได
พัฒนาตนเองไดอยางถูกตอง เหมาะสม จัดกิจกรรมฝกทักษะกระบวนการการอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมี
ความสุข ใหกำลังใจในการเรียนรู การแขงขันทักษะวิชาการ และจัดสรางบรรยากาศการเรยี นรูในชั้นเรียนให

34

รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านประกอบการพจิ ารณาเพื่อขอเลื่อนเงินเดอื น

นาเรียน รวมทั้งจัดหาสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสม สงเสริมการเรียนรูของนักเรียนใหเต็มตามศักยภาพ
ของแตละบุคคลขาพเจาเอาใจใสชวยเหลือผูเรียน และผูรับบริการเต็มความสามารถตามหลักวิชาชีพอยาง
สม่ำเสมอ เทาเทียมกัน ใหความรัก ความเมตตากรุณาตอนักเรียน ชวยเหลือ และสงเสริมใหกำลังใจแก
นักเรียนทุกคนดวยความบริสุทธิ์ใจ ในฐานะครูที่ปรึกษา ขาพเจาไดออกเยี่ยมบานนักเรียน พบปะพูดคุยกับ
ผูป กครองนักเรียน ประชาสัมพนั ธขอ มูลของโรงเรียนท่ีจำเปน ตอนักเรียนและผูป กครอง เพ่ือใหค วามชวยเหลือ
สนบั สนนุ และสง เสรมิ นักเรยี นไดต รงจุด ตามความตองการของทัง้ สองฝาย ทำความรจู ักคนุ เคยกับนกั เรียนเปน
รายบุคคล เมื่อเกดิ ปญหาจะแกไขทนั ที มกี ารวางตนเปนกลาง ไมล ำเอยี ง และมคี วามยุตธิ รรมใหแ กน ักเรียน
ทุกคน มีการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน สงเสริมนักเรียนที่มีพฤติกรรมดี และวากลาวตักเตือนนักเรียน ที่มี
พฤติกรรม ที่ไมเหมาะสม พรอมอธิบายเหตุผล ใหนักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองใหม ตั้งใจดูแล
อบรมใหน ักเรียนเปนคนดี มีความประพฤติท่ดี ีงาม เพือ่ ใหนกั เรียนอยรู ว มกบั ผูอนื่ ในสังคมไดอยางมีความสุข
และสามารถแกปญหาไดด วยตนเอง

3.7 ดำรงตนเปนแบบอยางที่ดีและรักษาภาพลักษณข องขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ขา พเจา มีบคุ ลกิ ภาพทีด่ เี หมาะสมกบั การเปนครู แตงกายสะอาดถกู ตองตามระเบียบของทางราชการ
กำหนด ขาพเขามีการวางตนใหเ ปน กลางและปฏิบัตติ นอยางถูกกาลเทศะเสมอ จึงทำใหขาเจา เปนทีร่ กั ใครของ
ผรู วมงานและผูคนรอบขา งเสมอมา อกี ท้งั ขาพเจายังมีความอดทน อดกล่ันและมีสติปญ ญาตอ การแกไขปญหา
ทเี่ กดิ ขึน้ รูจักการขมใจตนเอง และวางตนใหเหมาะสมกับทุกสถานการณ

3.8 เคารพศกั ดิศ์ รคี วามเปน มนุษย คำนงึ ถึงสทิ ธิเดก็ และยอมรับความแตกตางของบุคคล
ขาพเจามีความรัก ความเมตตา คววามเอาใจใส ชวยเหลือ สงเสริมใหกำลังใจแกศิษย และ

ผูรับบริการ ตามบทบาทหนาที่โดยเสมอหนา สงเสริมใหเกิดการเรียนรู ทักษะและนิสัยที่ถูกตองดีงามแกศิษย
โดยไมแบงแยกหรือมองนักเรยี นบนความแตกตาง ขาพเจายึดถือคติวา นักเรียนทุกคนเปน ศษิ ยข องครแู ละทุก
คนตองไดรับโอกาสที่เทาเที่ยมกัน ตลอดขาพจาไดทำหนาที่อยางเต็มความสามารถดวยความบริสุทธ์ิใจ
ประพฤตปิ ฏิบัติตนเปน แบบอยา งทีด่ ี ทัง้ ทางกาย วาจา และจิตใจ ไมก ระทำตนเปนปฏิปกษตอความเจริญทาง
กาย สติปญญา จิตใจ อารมณ และสงั คมของศิษยแ ละผูร บั บริการ และใหบริการดา ยความจริงใจและเสมอภาค
โดยไมเ รียกรับหรอื ยอมรับผลประโยชนจากการใชต ำแหนง หนา ทีโ่ ดยมิชอบ

35

รายงานผลการปฏิบัติงานประกอบการพจิ ารณาเพ่อื ขอเล่ือนเงินเดอื น

3.9 ยึดถือและปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ
ขาพเจามคี วามรัก ศรทั ธา ซ่อื สตั ยส ุจริต รบั ผิดชอบตอวิชาชีพ และเปนสมาชกิ ท่ีดีขององคก รวชิ าชีพ

-ปฏิบัตงิ านตามคำสัง่ ที่ไดรบั มอบหมายจากผูบงั คับบญั ชาดวยความรบั ผิดชอบเตม็ กำลังและ
ความสามารถ

-ปฏบิ ัติตนตามระเบยี บวนิ ยั และจรรยาบรรณวชิ าชพี ครูอยางสมำ่ เสมอ
-เขารับการอบรมพัฒนาตนเองอยา งตอเนื่อง และรายงานผลใหผบู งั คับบญั ชาไดร บั ทราบ
-ปฏบิ ตั ิหนา ทีก่ ารสอนครบถวนและเต็มเวลาท่ีไดรับมอบหมาย
-ปฏิบัติหนา ทเ่ี วรประจำวัน เวรวนั หยดุ ราชการดวยความรับผิดชอบสมำ่ เสมอ
-ปฏิบตั หิ นาที่ครปู ระจำช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 4 ดแู ลและใหคำปรกึ ษาแกน ักเรยี นและ
ผูป กครองดว ยความเตม็ ใจ

3.10 มีวินัยและการรักษาวนิ ัย
ขา พเจาเปน ผูไมเ คยถูกลงโทษทางวนิ ยั ตง้ั แตร บั ราชการมา ในการปฏิบตั ิหนา ทีค่ รูไดจดั กระบวนการ
เรยี นรูใหแ กน กั เรียน ดวยความรกั และศรัทธาในวิชาชีพครู สง เสรมิ วนิ ัย สรางคณุ ลกั ษณะนิสยั ทดี่ ีงามใหแก
นกั เรยี น จัดกิจกรรมโฮมรมู เพือ่ สงเสรมิ ใหน ักเรียนไดพ ัฒนาตนเองไดอยางถูกตอง เหมาะสม จัดกจิ กรรมฝก
ทกั ษะกระบวนการ การอยรู ว มกบั ผูอ ่นื ไดอยางมีความสขุ มีความมงุ มั่นที่จะพฒั นานกั เรยี น ใหเปนคนดี คนเกง
และมีความสุข รวมทงั้ ขาพเจามีความประพฤติในการครองตน ครองคน ครองงาน เปนแบบอยา งที่ดแี ละ
ยอมรบั ของบุคคลในวิชาชพี และสังคม

36

รายงานผลการปฏิบตั งิ านประกอบการพจิ ารณาเพ่ือขอเลอื่ นเงินเดือน

คำรบั รองของผูบังคบั บญั ชา

ขอรับรองวาขอมูลการรายงานผลการปฏิบัติงานของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
โรงเรียนวดั ชะอวด เพอื่ ประกอบการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลของครูผูส อนและเพ่ือประกอบการ
พิจารณาเลื่อนเงินเดือนครั้งที่ 2 ( 1 เมษายน 2565 - 30 กันยายน 2565 ) ของ นางสาวสุพัชชา พลไชย
ตำแหนง ครู ค.ศ.1 ถกู ตอ ง และเปนความจริงทุกประการ

(ลงช่อื )..................................................
(นางสาวสพุ ัชชา พลไชย)
ครู ค.ศ.1

วันที่ 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2565

คำรบั รองของผูบงั คับบญั ชาตามลำดับชัน้

เรียน หัวหนา วชิ าการ
การตรวจสอบขอมูลการรายงานผลการปฏิบัติงานของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
โรงเรียนวัดชะอวด เพื่อประกอบการประเมนิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลของครผู ูสอนและเพือ่ ประกอบการ
พิจารณาเลื่อนเงินเดือนครั้งท่ี 2 ( 1 เมษายน 2565 - 30 กันยายน 2565 ) ของ นางสาวสุพัชชา พลไชย
ตำแหนง ครู ค.ศ.1 ถกู ตอ ง และเปน ความจริงทุกประการ

ไดตรวจสอบแลว
 มีคุณสมบตั ติ าม กฎ ก.ค.ศ. กำหนด
 ขาดคณุ สมบตั ิ (ระบ)ุ ......................................................................

(ลงชอื่ ).......................................................
(นางสาวสพุ ชั ชา พลไชย)
ตำแหนง หัวหนา วิชาการ

วันท่ี 27 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2565

37

รายงานผลการปฏิบัตงิ านประกอบการพจิ ารณาเพื่อขอเลือ่ นเงินเดอื น

ความเหน็ ของผอู ำนวยการโรงเรียนวัดชะอวด
 เห็นชอบ
 ไมเ หน็ ชอบ (ระบุ)....................................................................................
(ลงชอ่ื ).......................................................
(นายสรุ นิ ทร มะเกลย้ี ง)
ตำแหนง ผอู ำนวยการโรงเรียนวัดชะอวด
วนั ที่ 27 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2565

38

รายงานผลการปฏิบัตงิ านประกอบการพิจารณาเพอื่ ขอเลอ่ื นเงินเดอื น

39


Click to View FlipBook Version