1
หนว่ ยท่ี 1
วศิ วกรรมย้อนรอย (Reverse engineering)
1. บทนำ
โลกปจั จุบนั มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ยา่ งมาก
อันเป็นผลจากการประดิษฐ์คิดค้นสง่ิ ใหม่ ๆ ท่เี รียกวา่ นวัตกรรม ทำให้มนษุ ย์มคี วามเปน็ อย่ทู ่ีดี
และสะดวกสบายมากขน้ึ สว่ นหน่ึงของนวตั กรรมนั้นสรา้ งโดยวศิ วกร
ซึ่งอาศัยกระบวนการทางวศิ วกรรมในการออกแบบส่ิงตา่ ง ๆ เพ่ือให้ได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ข้นึ มา โดยผลติ ภณั ฑใ์ ด ๆ
จะได้รบั การพัฒนาปรบั ปรงุ ใหด้ ีข้นึ ตลอดเวลา ตามความกา้ วหน้าของเทคโนโลยที เี่ ปล่ียนไป อย่างรวดเรว็
ดงั น้นั ผลิตภณั ฑร์ นุ่ เกา่ จงึ ลา้ สมัยตามกาลเวลา
ซึ่งในหลายกรณีในข้อจำกดั ทางด้านงบประมาณแลว้ จำเป็นต้องดำรงสภาพให้ผลิตภณั ฑ์รุ่นเกา่
ๆน้ันสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวซง่ึ ไม่สามารถกระทำไดเ้ น่ืองจากประสบปัญหา
ขอ้ ขัดข้องหลายประการ แนวคดิ ในการแก้ปญั หาดังกล่าวจะอาศัยหลักการของวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse
engineering)
รปู 1.1 ผลิตผลของวิศวกรรมย้อนรอย
บทความนจ้ี ะอธบิ ายถึงลกั ษณะปัญหาที่สามารถใชว้ ิศวกรรมย้อนรอยในการแกป้ ญั หาได้
จากนน้ั จะชีใ้ หเ้ หน็ ข้อแตกต่างระหว่างกระบวนการของวศิ วกรรมย้อนรอย
โดยจะอธิบายให้ทราบถงึ แนวปฏบิ ตั ใิ นแต่ละขนั้ ตอน เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
2. ความหมายของวิศวกรรมยอ้ นรอย
วศิ วกรรมยอ้ นรอย คือศาสตร์ท่เี กี่ยวข้องกบั กระบวนการพัฒนา/ปรับปรุง
ขอ้ มลู ทางเทคนิคของระบบหรอื อุปกรณใ์ ด ๆ เพื่อนำไปสู่การออกแบบใหม่
ที่มีคณุ สมบัติด้านฟงั ก์ช่นั ในการทำงานที่เหมอื นเดิม หากมีราคาทีต่ ำ่ กว่าและสามารถซ่อมบำรุงรกั ษาได้เอง
ตลอดอายุการใชง้ าน วิศวกรรมยอ้ นรอยจงึ เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใชแ้ ก้ปัญหาในลักษณะตา่ ง ๆ
โดยเร่ิมตน้ จากการวเิ คราะห์ที่ ระบบหรืออปุ กรณ์เดิม แลว้ นำมาผา่ นขัน้ ตอนต่าง ๆ ของ
วศิ วกรรมย้อนรอย ผลสดุ ทา้ ย จะได้ระบบหรืออปุ กรณ์ใหมอ่ อกมา
3. ลกั ษณะของปัญหาท่ีมักใช้หลกั การวิศวกรรมย้อนรอย
2
3.1 ปญั หาขดั ข้องของระบบ
หรืออุปกรณท์ ผ่ี ลติ ในยุคเกา่ ไมส่ ามารถใชง้ านได้เน่ืองจากไมส่ ามารถหาซ้ืออะไหลไ่ ดเ้ พราะบรษิ ทั ผผู้ ลติ หยุดสายการผลิ
ตหรอื เลกิ การซอ่ มทำ หรอื ไม่มขี อ้ มูลทางเทคนคิ ทีเ่ พียงพอในการซ่อมบำรงุ หวั ใจของการแกป้ ญั หาลักษณะน้ี คือ
การพฒั นาข้อมูลทางเทคนคิ ในด้านต่าง ๆ ขนึ้ มาใหมเ่ รยี กปัญหานว้ี ่า ปญั หาในเชงิ Data Development
3.2 ปัญหาเรือ่ งการชำรุดของระบบ หรืออปุ กรณ์ ทแี่ มว้ า่ จะผลติ ดว้ ยเทคโนโลยสี มยั ใหม่
แต่เกิดการชำรดุ บอ่ ยครงั้ หรอื มีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมบำรงุ หัวใจของการแก้ปัญหาลกั ษณะนี้
คอื การปรบั ปรุงแกไ้ ขข้อมูลทางเทคนิคในสว่ นทีก่ ่อให้เกิดการชำรุดหรอื มรี าคาสงู เพอ่ื นำไปสู่การออกแบบใหม่
ของอุปกรณย์ ่อย ๆ เรียกปัญหานีว้ า่ ปัญหาในเชงิ Data Enhancement
3.3 ปญั หาเร่ืองข้อจำกดั ของงบประมาณ ในการจัดซ้ือเพม่ิ เติมเปน็ จำนวนมากของระบบ
หรอื อุปกรณ์ที่ใชอ้ ยู่ในปัจจุบัน ซ่งึ มรี าคาสงู เปน็ ปญั หาในเชิง Data Development
กระบวนการออกแบบ กระบวนการวศิ วกรรมยอ้ นรอย
ความจำเป็น ผลติ ภณั ฑ์เกา่
ออกแบบ แยกชนิ้ ส่วน
ทดสอบและสร้างเคร่ืองตน้ แบบ วัดและทดสอบ
ผลิตภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
ทดสอบและสร้างเครื่องตน้ แบบ
ผลติ ภณั ฑใ์ หม่
รูปที่ 1.2 ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งกระบวนการออกแบบกับกระบวนการวศิ วกรรมยอ้ นรอย
ท่มี า : Kathryn A. Ingle Reverse engineering (New York McGraw - hill Inc., 1994), p. 9. (วาดใหม)่
4. กระบวนการของวศิ วกรรมย้อนรอย
กระบวนการของวิศวกรรมย้อนรอยมีการดำเนนิ การท่ีสวนทางกับ
กระบวนการของการออกแบบระบบที่ไดป้ ฏิบตั กิ ันมา ดงั ท่ีแสดงในรปู ที่ 1.2 โดยกระบวนการออกแบบระบบน้ัน
จะเร่ิมลำดบั จากการวเิ คราะห์หาเหตผุ ลและ ความจำเปน็ จากนัน้ จึงได้แนวคดิ ในการออกแบบ
นำไปส่ขู ั้นตอนการออกแบบ สรา้ งและทดสอบ
ตน้ แบบจนสุดทา้ ยออกมาเป็นผลิตภณั ฑ์แต่ในส่วนของกระบวนการของวิศวกรรมย้อนรอย จะเรม่ิ ทีผ่ ลิตภณั ฑเ์ ดิม
แลว้ ทำการแยกช้ินสว่ นเพ่ือวัดค่าและทดสอบจากนนั้ เป็นการวิเคราะหเ์ พื่อให้ได้การออกแบบเดิมของบริษัทผูผ้ ลิต
แล้วนำมาสรา้ งและทดสอบเครื่องตน้ แบบ ท้ายทส่ี ุดก็จะเป็นผลิตภณั ฑท์ ่เี กิดจากการวศิ วกรรมยอ้ นรอย
ในส่วนของการดำเนินการของวิศวกรรมย้อนรอยน้นั จะเรม่ิ มาจากการเลือกระบบหรืออุปกรณ์
ทีจ่ ะทำการวิศวกรรมย้อนรอย แล้วตรวจสอบเบอ้ื งต้นในด้าน
3
ความคมุ้ คา่ ในการลงทนุ และโอกาสในการประสบความสำเร็จ
โดยทมี งานของวิศวกรรมย้อนรอยซงึ่ ประกอบด้วยเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับผลติ ภัณฑ์
จะตอ้ งดำเนนิ การรวบรวมเอกสารทางเทคนิคท่ีมีอยู่ทัง้ หมด ทำ การตรวจสอบและประเมินผล
และรวบรวมอะไหลท่ ั้งหมดท้ังทีใ่ ช้การไดแ้ ละไม่ได้ จากนน้ั จึงเรม่ิ ลำ ดับข้ันตอน(Stage) ของกระบวนการวิศวกรรม
ย้อนรอย ซ่ึงมที ้งั หมด 4 ขน้ั ตอน(ดงั ทแ่ี สดงในรปู ภาพท่ี 1.3) ไดแ้ ก่
ระบบเกา่
ขัน้ ที่ 1 : การประเมนิ ผลและการพสิ ูจน์ทราบ
ขนั้ ท่ี 2 : การสร้างข้อมลู ทางเทคนคิ
ขน้ั ท่ี 3 : การทดสอบการออกแบบ
ข้นั ท่ี 4 : การทำใหโ้ ครงการพร้อมนำไปใชง้ านได้
ระบบใหม่
รูปท่ี 1.3 ขั้นตอนของกระบวนการวศิ วกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering)
4.1 การประเมินผลและการพสิ จู น์ทราบ (Evaluation and Verification)
เปน็ ขนั้ ตอนท่จี ำเป็นต้องใชค้ วามพยายามในดา้ นต่างๆมากที่สุดทมี งานที่มคี วามเช่ยี วชาญแตกต่างกัน
จะทำงานแยกกนั แต่จะประสานงานกนั เฉพาะในเรื่องของการตดั สนิ ใจวา่ ขอ้ มูลใดท่ีเป็นตอ้ งหาเพมิ่ เติม
มลี ำดบั การทำงานดังนี้
4.1.1 การตรวจสอบด้วยสายตาและการวัดขนาด (Visual and Dimensional Inspection)
เริม่ ต้นดว้ ยการแยกระบบหรืออุปกรณ์ ออกเป็นชนิ้ ส่วนยอ่ ย ๆ ซง่ึ จำเป็นต้องทำอย่างระมัดระวังและ
มีการวางแผนลำดบั ข้นั ตอน การแยกชิน้ สว่ นมาอยา่ งดี รายละเอยี ดของหมายเลขช้ินส่วน
ตำแหนง่ และการเชอ่ื มต่อระหวา่ งชน้ิ ส่วนต่าง ๆ จะต้องได้รับการบนั ทึกอยา่ งละเอยี ด
เพื่อประโยชนใ์ นการประกอบกลบั คนื สภาพเดิมตอ่ ไปเปน็ การตรวจสอบสภาพของช้ินสว่ นย่อย ๆ
ทงั้ หมดในแง่ของคุณลกั ษณะการเสือ่ มสภาพและการผลิตข้ึนมาใหม่ อีกท้ังยังต้องวัดขนาดความหนา
เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางด้านใน รูปร่างน้ำหนกั วสั ดทุ ี่ใช้ ลักษณะการเคลือบสี การเชือ่ มต่อของชิ้นส่วนท่ตี ิดกนั
อยา่ งละเอยี ดและมีความถูกต้องมากท่ีสุด โดยอาศยั เคร่ืองมือในการวัดทีเ่ หมาะสม
4.1.2 การเปรยี บเทยี บความไม่สอดคล้องของข้อมลู ที่ได้กับขอ้ มูลท่ีมีอยู่ (Discrepancy Review Versus
Available Data)
เมอ่ื ไดข้ ้อมลู ท่ีได้รับการตรวจสอบด้วยสายตาและการวดั ขนาดของชน้ิ สว่ นย่อย ๆ แลว้ จะทำการเปรยี บเทียบ
4
ขอ้ มูลนี้ กบั ข้อมูลทีไ่ ดจ้ ากบริษทั ผผู้ ลติ วา่ ตรงกันหรือต่างกันอย่างไร ข้อแตกตา่ งท่ีได้จะตอ้ งมกี ารบันทึกไว้
หากไม่มขี ้อมลู จากบริษัทผูผ้ ลิตเลย กต็ อ้ งทำการแยกชน้ิ ส่วนของระบบหรอื อปุ กรณเ์ พม่ิ ขึ้น
แลว้ ทำการตรวจสอบและวดั ขนาดของชน้ิ สว่ นย่อย ๆ อีกคร้งั หน่งึ เพ่อื หาคา่ เฉลี่ยของขอ้ มลู นอกจากน้ี
ทีมงานจะต้องวิเคราะหว์ ่า ข้อมลู ทางเทคนิคสว่ นไหนบา้ ง ที่ยงั ขาดหายไปในการท่จี ะผลิตชน้ิ สว่ น
ขน้ึ มาใหมเ่ องโดยข้อมูลดังกล่าวจะไดร้ บั การพฒั นาขึ้นมาในข้นั ที่ 2
4.1.3 การวิเคราะห์สงิ่ ที่ทำให้ชำรุด (Failure Analysis)
เปน็ ขั้นตอนทก่ี ระทำเฉพาะในกรณีเกดิ การชำรดุ ของอปุ กรณ์เท่าน้นั ตัวอยา่ ง (Sample) ของชิ้นสว่ นที่ชำรุด
จำนวนหนึ่งจะถกู นำมาทดสอบ วัดค่า และวเิ คราะหเ์ พ่ือหาสาเหตุของการชำรดุ ซง่ึ เมื่อหาสาเหตุได้แลว้
ทีมงานจะไดแ้ นวคิดในการแก้ไขการชำรุดดังกลา่ ว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบต่อไป
4.1.4 รายงานการประเมินผลคุณภาพ (Quality Evaluation Report)
ข้อมูลทางเทคนิค และคณุ ลกั ษณะของแตล่ ะช้ินส่วน จะถูกประเมินผลโดยทีมงาน
และบันทึกไว้ในรายงานการประเมินผลคณุ ภาพ ซง่ึ จะระบถุ งึ ข้อมูลใดบ้างที่ยงั ขาดอยู่
ความไมส่ อดคล้องระหว่างขอ้ มลู ทว่ี ัดไดก้ บั ข้อมลู จากบริษทั ผ้ผู ลติ การวเิ คราะหส์ ิ่งที่ทำให้ชำรดุ
การประเมินผลคณุ ลักษณะของชน้ิ ส่วนและข้อเสนอแนะตัวอยา่ งของรายงานการประเมินคุณภาพ
แสดงให้เหน็ ในรูปรปู ท่ี 1.4
4.1.5 รายงานของข้ันท่ี 1 (Stage 1Report)
เปน็ การนำผลจากรายงานการประเมนิ คุณภาพ มาวเิ คราะห์กับปจั จยั ทางการเงินและปจั จัยเรอ่ื งการจดั ซ้อื
โดยจะทำการประเมินคา่ ใชจ้ ่ายในการทำโครงการทั้งหมดในทกุ ลำดบั ข้นั ตอน ในสว่ นของการประมาณค่าใช้จ่ายทใ่ี ช้
ไปในขนั้ ท่ี 1 น้นั คอ่ นข้างชดั เจนเน่ืองจากเปน็ ขน้ั ตอนทกี่ ำลงั กระทำอยู่ แต่วา่ การประมาณคา่ ใชจ้ ่ายในขัน้ ท่ี 2
ถงึ ขนั้ ที่ 4 จะกระทำได้ยากกว่าเพราะยังไม่ได้เกดิ ขนึ้ จงึ จำเปน็ ต้องอาศยั การคาดการณ์อย่างรอบคอบ
โดยอาศยั ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบนั ซึ่งจะเปน็ การประมาณการคา่ ใชจ้ ่ายท่เี ก่ยี วกับ
· การตดั สนิ ใจเลอื กรปู แบบของการออกแบบท่ีเหมาะสม
· การพฒั นาภาพวาดทางเทคนคิ
· จำนวนชิน้ สว่ นท่เี สยี หายจากการทดสอบ
· การดำเนินการจดั ซื้อและการบรหิ ารจัดการ
5
วนั ท่ี ……………………………………………………
โครงการวิศวกรรมยอ้ นรอยรายงานการประเมนิ คุณภาพ
1. ช้นิ สว่ น …………………………………..หมายเลขชนิ้ สว่ น……………………………….. ผผู้ ลติ ……………………………………………..
2. การเปรียบเทยี บความไมส่ อดคล้องของข้อมูลที่ได้กบั ข้อมลู ท่มี ีอยู่
ชิ้นสว่ น………………..สายการผลติ …………..รายละเอียด Drawings ท่ีมีอยู่ทั้งหมดการแก้ไขครง้ั ล่าสดุ ที่ …….. มอี ยู่หรือไม่
.มคี ่มู ือข้อมลู ทางเทคนิคหรือไม่ ……………… มีคณุ ลกั ษณะเฉพาะเมื่อใชง้ านช้ินสว่ นหรอื ไม่………………………………………..
ข้อมลู ที่ต้องหาเพ่ิมเติม
ทางกล
ทางไฟฟ้า
ขนาด
ภาพวาดการเชอ่ื มต่อ
ความแปรผนั ของขนาด
คุณลักษณะช้ินส่วน
สง่ิ เคลือบผิว
ความมีเสถียรภาพโดยรวม
· การพฒั นารายการชนิ้ ส่วนทั้งหมด
· การตัดสินใจเลือกวัสดทุ ใ่ี ช้
· การสรา้ งเคร่อื งต้นแบบ
· การทดสอบเคร่ืองตน้ แบบ
วสั ดุ
ตวั แปรขณะทำงาน
การเชือ่ มต่อ
ขั้นตอนการทดสอบ
อนื่ ๆ
6
สรุปผลของความไม่สอดคล้อง…………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การวเิ คราะหส์ ่งิ ที่ทำให้ชำรุด………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. การประเมินคุณภาพโดยรวม………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.ขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลายเซน็ ผคู้ วบคุมโครงการ ………………………………………………..
รปู ท่ี 1.4 ตวั อย่างรายงานการประเมนิ คุณภาพ
เมอ่ื ทราบ คา่ ใชจ้ ่ายโดยประมาณ ในการดำเนินโครงการแล้ว
ต่อไปจะต้องทำการวิเคราะห์ความเสย่ี งของโครงการ โดยพิจารณาปจั จยั แวดล้อมทง้ั หมดท่ีเกีย่ วข้อง เช่น
งบประมาณบคุ ลากร การบริหารการจดั การ ข้อมลู ทางเทคนิคเคร่ืองมือ การจดั ซ้ือ เวลา ระเบียบขององค์กรเป็นตน้
โดยสุดทา้ ยแล้ว จะต้องได้ข้อสรปุ ในเร่ืองความคุ้มค่า จุดคมุ้ ทนุ และโอกาสในการประสบความสำเร็จของโครงการ
4.1.6 การตัดสินใจที่จะดำเนนิ ต่อ หรือล้มเลกิ (Go /No-Go Decision)
ภายหลังจากพิจารณาปจั จยั เร่อื งงบประมาณและความเสี่ยงอย่างละเอียดและรอบคอบแลว้ ทมี งานจำเปน็ ต้อง
หาข้อสรุป และเสนอต่อหนว่ ยงานที่สนับสนุนโครงการวา่ จะดำเนนิ การตอ่ หรือไม่
4.2 การสรา้ งข้อมูลทางเทคนิค (Technical Data Generation)
มจี ดุ ประสงค์เพื่อพัฒนาขอ้ มลู ทางเทคนิคทีย่ งั ขาดหายไปในขัน้ ที่ 4.1 ข้ึนมาใหม่ และบูรณาการ
องค์ความรทู้ ง้ั หมด เพื่อนำไปสขู่ ั้นตอนการสรา้ งเคร่ืองตน้ แบบ ซึง่ จะต้องอาศัยองคค์ วามรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์
อย่างกวา้ งขวาง ข้อมลู ท่ีได้จากการวดั คา่ ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ และชน้ิ ส่วนแตล่ ะชิน้
ประกอบกับขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการวเิ คราะหส์ าเหตทุ ่ที ำใหช้ ้ินสว่ นชำรุด
จะเปน็ ตวั ช่วยในการพัฒนาข้อมลู ทย่ี งั ขาดหายไปและเป็นขอ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบระบบ
หรืออปุ กรณข์ ้ึนมาใหม่ในข้นั ตอนตอ่ ไป ผลสุดท้ายของขน้ั ตอนนี้
จะตอ้ งได้ข้อมูลทางเทคนคิ ทั้งหมดของโครงการอย่างละเอียดและสมบรู ณ์ ซ่ึงจะครอบคลุมในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่
· รูปแบบและโครงสร้างของการออกแบบระบบ / อุปกรณ์ตวั ใหม่
· รายละเอยี ดคุณลกั ษณะและข้อมูลทางเทคนิคของชน้ิ สว่ นทุกชน้ิ
· คา่ อนิ พตุ ท่ตี ้องการและเอาต์พุตทคี่ วรจะเป็น
· ภาพวาดทางวิศวกรรม (ขนาด สี โครงสร้างการประกอบ การถอดถอน การเช่อื มต่อทางกล / ไฟฟา้
ฟงั ก์ชนั่ การทำงาน)
· การเช่อื มต่อทั้งภายในและภายนอก
· เครือ่ งมือที่ใช้ในการตรวจสอบและซอ่ มบำรุง
· การบรรจหุ ีบหอ่
· ราคาและการจัดซอ้ื
7
· ข้นั ตอนการทดสอบและการควบคุมคุณภาพ
4.3 การทดสอบการออกแบบ (Design Verification)
เมอ่ื ได้ข้อมลู ทางเทคนิคอยา่ งครบถว้ นแลว้ ต่อไปจะเปน็ ข้ันตอนการออกแบบระบบ หรืออุปกรณ์ ข้ึนมาใหม่
โดยอาศยั ภาพวาดทางวศิ วกรรมท่ไี ดจ้ ากขนั้ ตอนที่แลว้ จากนั้น จะเป็นขน้ั ตอนการสร้าง และทดสอบเคร่ืองต้นแบบ
ซ่ึงจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำและครบถว้ นให้มากทส่ี ดุ การทดสอบจะเร่มิ ทต่ี วั เคร่ืองต้นแบบเอง
โดยอาศัยเครื่องมือทดสอบทเี่ หมาะสมและ ครอบคลมุ ในทุก ๆ ดา้ น ได้แก่
· การทดสอบคุณลักษณะต่าง ๆ ขณะใช้งาน (Bench Testing)
· การทดสอบตามวงรอบ (Cyclical Testing)
· การทดสอบภายใต้สภาวะแวดล้อมท่แี ตกต่างกัน (Environmental Testing)
ผลการทดสอบที่วดั ได้ จะต้องสอดคล้องกับคุณลักษณะตามข้อมูลทางเทคนิคทม่ี ีอยู่
ข้นั ตอนต่อไปจะเปน็ การนำเครื่องตน้ แบบไปประกอบเขา้ กับระบบ เพอ่ื ทำการทดสอบระบบโดยรวม (System
Testing) โดยเครื่องต้นแบบ
จะตอ้ งไม่ทำให้ระบบขดั ขอ้ ง หรอื มคี ุณลกั ษณะท่เี ปล่ยี นไปจากท่ีกำหนดไว้โดยบรษิ ทั ผูผ้ ลติ ในบางกรณี
การชำรุดของเคร่ืองตน้ แบบ อาจก่อให้เกิดเสียหายตอ่ ระบบได้ จำเป็นต้องทำการสร้างเคร่ืองทดสอบตน้ แบบ
ขึน้ มาต่างหาก โดยจะต้องจำลองสัญญาณและสภาพแวดล้อมต่าง ๆใหม้ ีสภาวะเหมือนว่าตอ่ เขา้ กับระบบอยู่
ภายหลงั ทเ่ี ครือ่ งตน้ แบบผา่ นการทดสอบจนถงึ ขน้ั ตอนน้แี ล้ว ต่อไปจะเป็นการแยกชิ้นส่วนของเคร่ืองต้นแบบ
และทำการทดสอบช้นิ สว่ นทง้ั หมดอีกครงั้ หนง่ึ
เพ่ือหาการเบยี่ งเบนของคุณลักษณะเฉพาะของชิ้นสว่ นภายหลงั การใช้งาน
โดยค่าที่วดั ได้จะเปรียบเทยี บกบั ข้อมูลทางเทคนิคของช้นิ สว่ นนัน้ ๆ เรยี กการทดสอบในลักษณะนว้ี า่ Re-Evaluation
Testing
หากในระหวา่ งการทดสอบในข้ันตอนใด ๆ นัน้ เกิดการชำรุด เสยี หาย แก่เคร่อื งตน้ แบบ หรอื ผลลัพธ์ที่วัดได้
ไม่เป็นไปตามข้อมูลทางเทคนิคตามท่ีคาดหวังเอาไว้ ทมี งานจะต้องหยดุ ทดสอบและทำการวิเคราะห์หาสาเหตุให้พบ
ซ่ึงในบางกรณี ตอ้ งระดมทมี ผู้เช่ยี วชาญในสาขาตา่ ง ๆ
ในการที่จะระบุสาเหตุได้อาจสง่ ผลใหเ้ กดิ ความเสยี่ งในการสร้างเคร่ืองต้นแบบที่มีคุณลักษณะที่ตอ้ งการ
เมือ่ หาสาเหตุไดแ้ ลว้ จงึ ย้อนกลับไปขัน้ ตอนการออกแบบใหมใ่ นขนั้ ตอนท่ี 2
4.4 การทำใหโ้ ครงการพร้อมนำไปใชง้ านได้ (Project Implementation)
หลงั จากที่ได้เคร่อื งตน้ แบบท่ีผ่านการทดสอบอยา่ งถถ่ี ว้ นแล้ว
ตอ่ ไปเป็นเปน็ ขนั้ ตอนสุดทา้ ยของกระบวนการวิศวกรรมย้อนรอย ซึ่งเก่ียวข้องกบั การดำเนินการใด ๆ
ที่พร้อมทำให้ผลของโครงการนำไปใช้งาน และปิดโครงการได้ ซง่ึ ไดแ้ ก่
· การปรบั แต่งข้นั สดุ ท้ายของเครือ่ งตน้ แบบให้พรอ้ มนำไปใช้งาน
· การกำหนดหมายเลขและการจดั ทำปา้ ยช้ินสว่ น
· การทำรายละเอยี ดเกย่ี วกับ การจัดซอื้ ชิน้ สว่ น แตล่ ะชิ้นการสง่ ของ การบรรจุหบี ห่อ การตดิ ตั้ง
การถอดประกอบ
· การทำ เอกสารสำหรบั การตรวจสอบผลิตภัณฑใ์ นด้านต่าง ๆ
· การรวบรวมเอกสารและจัดเปน็ หมวดหมู่
8
· การทำรายงานการสรปุ ผลและปัญหาทเ่ี ผชิญของโครงการ
· การเสนอบทเรยี นท่ีได้
5. สรปุ
ปัญหาข้อขดั ข้องในการทำให้ผลติ ภัณฑท์ ผี่ ลิตดว้ ยเทคโนโลยีในยคุ เกา่ ท่ลี ้าสมยั
ให้สามารถใช้งานไดต้ ลอดอายุการใช้งาน ภายใต้เทคโนโลยีที่เปล่ียนไปนั้น
เปน็ ปญั หาท่ีเกดิ ข้นึ บ่อยครงั้ ในภาวะปัจจุบนั
ภายใตข้ อ้ จำกัดทางดา้ นงบประมาณในการทจ่ี ะจัดซื้อผลติ ภัณฑ์รุน่ ใหม่ทดแทนได้
การนำหลกั การของวศิ วกรรมย้อนรอย สามารถลดปัญหาข้อขดั ขอ้ งดังกล่าว
โดยจำเป็นตอ้ งมีแนวทางขั้นตอนการปฏบิ ัตทิ ่ีมีแบบแผน และอาศยั ผู้เช่ียวชาญในหลายสาขาต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง
ผลสดุ ท้ายทีไ่ ดจ้ ากขนั้ ตอนของวิศวกรรมย้อนรอย จะได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ท่ีมขี ีดความสามารถเท่าเทยี มกับผลติ ภณั ฑ์เดมิ
ซ่งึ สามารถใชง้ าน และซ่อมบำรงุ ไดต้ ลอดอายุการใช้งาน ก่อให้เกดิ ความคุ้มคา่ ในระยะยาวได้
แบบทดสอบหน่วยการเรียนที่ 1
ช่อื ................................................เลขท.่ี ........ช้ัน............แผนกวิชา……......................วิทยาลยั ...................................เวล
า 35 นาที คะแนนเต็ม 35 คะแนน
คำสง่ั จงทำเครื่องหมาย ทบั ขอ้ ท่ถี ูกตอ้ งท่สี ดุ
1. วิศวกรรมย้อนรอยหมายถึง
ก. การลอกเลยี นแบบ ข. การพฒั นาจากของเดมิ ค. การละเมดิ ลขิ สิทธิ์ ง. การปลอมแปลง
2. ปญั หาทีใ่ ช้หลักการของวิศวกรรมยอ้ นร้อย
ก. ปญั หาขัดข้องของระบบ
ข. ปญั หาเรอื่ งการชำรุดของระบบ
ค. ปัญหาเรือ่ งข้อจำกดั ของงบประมาณ
ง. ถกู ทุกข้อ
3. จงเขยี นแผนภูมิข้อแตกต่างของกระบวนการออกแบบและกระบวนการวศิ วกรรมย้อนรอ้ น
กระบวนการออกแบบ กระบวนการวิศวกรรมย้อนรอย
……………………………… …………………………
………………….. …………………………
9
…………………………………………………………………..
………………………………..
……………………..
…………………………………………………
………………………………………………………………..
……………………………….
4. จงเขียนแผนภูมิวศิ วกรรมย้อนรอย
ระบบเกา่
ขั้นท่ี 1 : ………………………………………………………
ขั้นท่ี 2 : ………………………………………..
ขั้นท่ี 3 : …………………………………………
ขนั้ ท่ี 4 : ……………………………………………………………….
ระบบใหม่
5. จงเขียนลำดับการทำงานการประเมนิ ผลและการพสิ จู นท์ ราบ (Evaluation and Verification)
5.1…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5.2………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.3………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.4………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.5………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.6………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6. การสรา้ งข้อมลู ทางเทคนิค (Technical Data Generation) จะตอ้ งได้ข้อมูลทางเทคนคิ ทั้งหมด
ของโครงการอย่างละเอียดและสมบูรณ์ ซ่ึงจะครอบคลมุ ในด้านตา่ ง ๆ เช่น
6.1………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.2………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.3………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
10
6.4………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.5………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.6………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.7………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.8………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6.9………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7. การทดสอบการออกแบบ (Design Verification) โดยอาศัยเคร่อื งมือทดสอบท่เี หมาะสมและ ครอบคลมุ ในทุก ๆ
ดา้ น ได้แก่
7.1………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7.2………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7.3………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8. การทำใหโ้ ครงการพร้อมนำไปใช้งานได้ (Project Implementation) ประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้
8.1………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.2………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.3………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.4………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.5………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.6………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.7………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
11
เฉลยแบบทดสอบหน่วยการเรยี นที่ 1
ชอ่ื ................................................เลขท่ี.........ชั้น............แผนกวชิ า……......................วทิ ยาลยั ...................................เวล
า 35 นาที คะแนนเต็ม 35 คะแนน
คำสั่ง จงทำเคร่ืองหมาย ทบั ขอ้ ท่ีถูกต้องทส่ี ุด
1. วิศวกรรมยอ้ นรอยหมายถึง
ก. การลอกเลียนแบบ ข. การพัฒนาจากของเดิม ค. การละเมดิ ลิขสิทธ์ิ ง. การปลอมแปลง
2. ปัญหาท่ีใชห้ ลกั การของวศิ วกรรมย้อนรอ้ ย
ก. ปัญหาขดั ข้องของระบบ
ข. ปัญหาเรอ่ื งการชำรดุ ของระบบ
ค. ปัญหาเร่ืองข้อจำกดั ของงบประมาณ
ง. ถูกทุกข้อ
3. จงเขียนแผนภูมิขอ้ แตกต่างของกระบวนการออกแบบและกระบวนการวศิ วกรรมย้อนรอ้ น
กระบวนการออกแบบ กระบวนการวศิ วกรรมย้อนรอย
ความจำเป็น ผลติ ภณั ฑเ์ กา่
ออกแบบ แยกชิน้ สว่ น
12
ทดสอบและสรา้ งเคร่ืองต้นแบบ วดั และทดสอบ
ผลิตภัณฑ์ ออกแบบผลติ ภัณฑ์ใหม่
ทดสอบและสร้างเคร่ืองตน้ แบบ
ผลติ ภณั ฑ์ใหม่
4. จงเขยี นแผนภูมิวิศวกรรมย้อนรอย
ระบบเก่า
ข้ันที่ 1 : การประเมินผลและการพิสูจน์ทราบ
ขั้นท่ี 2 : การสรา้ งข้อมลู ทางเทคนิค
ขัน้ ท่ี 3 : การทดสอบการออกแบบ
ขั้นที่ 4 : การทำให้โครงการพร้อมนำไปใชง้ านได้
ระบบใหม่
5. จงเขียนลำดับการทำงานการประเมินผลและการพิสูจนท์ ราบ (Evaluation and Verification)
5.1การตรวจสอบด้วยสายตาและการวัดขนาด (Visual and Dimensional Inspection)
5.2การเปรยี บเทียบความไม่สอดคล้องของข้อมลู ท่ีได้กับข้อมลู ท่มี ีอยู่ (Discrepancy Review Versus Available
Data)
5.3การวิเคราะหส์ งิ่ ท่ที ำให้ชำรุด (Failure Analysis)
5.4รายงานการประเมินผลคุณภาพ (Quality Evaluation Report)
13
5.5รายงานของข้ันที่ 1 (Stage 1Report)
5.6การตัดสินใจที่จะดำเนนิ ต่อ หรือลม้ เลิก (Go /No-Go Decision)
6. การสรา้ งขอ้ มลู ทางเทคนิค (Technical Data Generation) จะตอ้ งไดข้ ้อมลู ทางเทคนิคทงั้ หมด
ของโครงการอย่างละเอียดและสมบูรณ์ ซึ่งจะครอบคลมุ ในดา้ นต่าง ๆ เช่น
6.1รปู แบบและโครงสรา้ งของการออกแบบระบบ / อุปกรณต์ วั ใหม่
6.2รายละเอียดคุณลักษณะและขอ้ มลู ทางเทคนิคของช้นิ สว่ นทกุ ช้นิ
6.3ค่าอนิ พุตที่ต้องการและเอาตพ์ ุตท่ีควรจะเป็น
6.4ภาพวาดทางวศิ วกรรม (ขนาด สี โครงสรา้ งการประกอบ การถอดถอน การเช่ือมตอ่ ทางกล / ไฟฟ้า ฟงั กช์ ั่น
การทำงาน)
6.5การเช่อื มต่อท้ังภายในและภายนอก
6.6เคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการตรวจสอบและซ่อมบำรงุ
6.7การบรรจหุ บี หอ่
6.8ราคาและการจัดซื้อ
6.9ขน้ั ตอนการทดสอบและการควบคุมคุณภาพ
7. การทดสอบการออกแบบ (Design Verification) โดยอาศัยเครอื่ งมือทดสอบท่ีเหมาะสมและ ครอบคลมุ ในทุก ๆ
ดา้ น ได้แก่
7.1การทดสอบคณุ ลักษณะต่าง ๆ ขณะใชง้ าน (Bench Testing)
7.2การทดสอบตามวงรอบ (Cyclical Testing)
7.3การทดสอบภายใตส้ ภาวะแวดลอ้ มทแ่ี ตกตา่ งกนั (Environmental Testing)
8. การทำใหโ้ ครงการพร้อมนำไปใช้งานได้ (Project Implementation) ประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้
8.1การปรบั แต่งขน้ั สดุ ท้ายของเครื่องต้นแบบให้พร้อมนำไปใช้งาน
8.2การกำหนดหมายเลขและการจดั ทำป้ายชน้ิ ส่วน
8.3การทำรายละเอยี ดเกยี่ วกับ การจดั ซือ้ ชิ้นสว่ น แตล่ ะชิน้ การสง่ ของ การบรรจหุ บี ห่อ การติดตง้ั การถอด
ประกอบ
8.4การทำ เอกสารสำหรับการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในด้านตา่ ง ๆ
8.5การรวบรวมเอกสารและจัดเป็นหมวดหมู่
8.6การทำรายงานการสรุปผลและปญั หาทเ่ี ผชญิ ของโครงการ
8.7การทำรายงานการสรุปผลและปัญหาที่เผชญิ ของโครงการ