กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
เปา หมายการเรียนรู
1. วิเคราะหผ ลงานของบคุ คลสําคญั ท้งั ชาว
ไทยและตา งประเทศที่มีสวนสรางสรรค
วัฒนธรรมไทยได
2. วิเคราะหผ ลงานของบคุ คลสําคญั ทั้งชาว
ไทยและตา งประเทศท่มี สี วนสรา งสรรค
ประวตั ิศาสตรไทยได
สมรรถนะของผูเรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ·Õè การศึกษาประวตั บิ ุคคลสาํ คญั เพิ่มเติม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
จากการชมนทิ รรศการ
1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ
¼Å§Ò¹¢Í§º¤Ø ¤ÅÊíÒ¤ÞÑ 2. ใฝเรยี นรู
3. มุงม่ันในการทาํ งาน
㹡ÒÃÊÃÒŒ §ÊÃäª ÒµÔä·Â 4. รักความเปนไทย
ตัวช้วี ดั »ÃÐÇѵÔÈÒʵêҵÔä·Â¹ÑºµÑé§áµ‹ÊÁÑÂÊØâ¢·Ñ กระตุ้นความสนใจ
■ วเิ คราะหผลงานของบคุ คลสําคญั ทั้งชาวไทยและตา งประเทศทมี่ ีสวน ÁÒ¨¹¶§Ö ÊÁÂÑ Ãѵ¹â¡Ê¹Ô ·Ã ä´ÁŒ Õº¤Ø ¤ÅÊÒí ¤ÑÞËÅÒ·ҋ ¹·èÕÁÕ ครใู หนกั เรียนดูภาพหนาหนวย แลวให
สรางสรรคว ัฒนธรรมไทยและประวตั ศิ าสตรไ ทย (ส ๔.๓ ม.๔-๖/๔) ÊÇ‹ ¹ã¹¡ÒÃÊÌҧÊÃäÇѲ¹¸ÃÃÁä·ÂáÅлÃÐÇµÑ ÈÔ ÒʵÃä ·Â นกั เรียนบอกพระนามหรือนามของบุคคลสําคญั
ãËŒ¡ÑºÊѧ¤Áä·ÂÁÒÍ‹ҧµÍ‹ à¹èÍ× § ºØ¤¤ÅÊíÒ¤ÞÑ àËÅÒ‹ ¹ÁéÕ ·Õ éѧ ในภาพ พรอมยกตัวอยางผลงานที่สําคัญของ
สาระการเรยี นรแู กนกลาง ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃÔ ¾ÃкÃÁǧÈÒ¹ÇØ §È ¢Ø¹¹Ò§ ¢ÒŒ ÃÒª¡Òà บุคคลดงั กลา ว
áÅЪÒǵ‹Ò§»ÃÐà·È «è§Ö ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¨íÒà»¹š µŒÍ§àÃÕ¹ÃàŒÙ ¡ÕèÂǡѺ
■ ผลงานของบุคคลสาํ คญั ท้งั ชาวไทยและตา งประเทศท่ีมสี ว นสรางสรรค »ÃÐÇѵÔáÅмŧҹ¢Í§·‹Ò¹àËŋҹéÕ à¾è×ͨÐä´Œà¡Ô´¤ÇÒÁ (แนวตอบ เชน พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา-
วฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไทย เชน พระบาทสมเดจ็ พระพุทธ- ÀÒ¤ÀÙÁãÔ ¨Ç‹Ò ¡Ç‹Ò·èÕ»ÃÐà·Èä·Â¨ÐÁèѹ¤§à»š¹»ƒ¡á¼¹‹ ´Ñ§àª‹¹ เจา อยูหวั ทรงปฏิรปู ประเทศใหทันสมยั ทกุ ดา น
เลิศหลา นภาลัย พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจา อยูหวั พระบาท ·¡Ø Çѹ¹Õé Ōǹà¡Ô´¨Ò¡¡ÒÃàÊÕÂÊÅÐ ¡ÅŒÒËÒÞ ¤ÇÒÁÃÑ¡ªÒµÔ ทัง้ ดานการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม
สมเด็จพระมงกุฎเกลาเจา อยหู วั สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยา ¢Í§ºÃþºÃØ ØÉä·Â «è֧໚¹¤Ø³¤ÇÒÁ´·Õ ¤èÕ ÇÃá¡¡‹ ÒáÂÍ‹ § โดยเฉพาะการเลกิ ไพรและทาส)
วชิรญาณวโรรส พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท áÅж×Í໚¹áººÍ‹ҧ㹡ÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇÔµ»ÃШíÒÇѹ
สมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ สมเด็จฯ เจาฟา กรมพระยา
นริศรานุวัดติวงศ หมอมราโชทยั สมเด็จเจา พระยาบรมมหาศรี-
สุริยวงศ (ชวง บนุ นาค) บาทหลวงปาลเลอกวั ซ พระยากลั ยาณไมตรี
หรือ ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร ศาสตราจารยศิลป พรี ะศรี พระยา
รัษฎานปุ ระดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบ๊ี ณ ระนอง) ฯลฯ
เกรด็ แนะครู
ครูควรจดั การเรยี นรโู ดยเนน ทักษะกระบวนการ เพื่อใหน กั เรียนสามารถ
วิเคราะหผลงานของบุคคลสาํ คญั ทั้งชาวไทยและตา งประเทศทมี่ ีสวนสรา งสรรค
วฒั นธรรมไทยและประวัตศิ าสตรไ ทยได โดยเนน การพัฒนาทกั ษะกระบวนการ
ตางๆ เชน ทักษะการคดิ กระบวนการกลุม กระบวนการสบื สอบ เปนตน
ดงั ตัวอยางตอไปน้ี
• แบง กลุม นกั เรยี นเพ่ือใหชวยกนั ศึกษาคน ควาเก่ยี วกบั ประวัตแิ ละผลงานของ
บุคคลสาํ คัญในการสรางสรรคชาตไิ ทยจากแหลง เรียนรูตางๆ แลว สงตัวแทน
นําเสนอความรแู ละชวยกันตอบคาํ ถามท่คี รกู าํ หนด
• ตั้งประเด็นแลว ใหน ักเรียนอภิปรายเกย่ี วกบั ผลงานของบคุ คลสาํ คัญทัง้ ชาวไทย
และตา งประเทศทม่ี ีสวนสรา งสรรคว ฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไทย
แลว ต้งั คาํ ถามใหน ักเรียนตอบ
คมู่ อื ครู
เกรด็ แนะครู กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา
ครูใหนักเรยี นสืบคนขอมูลเก่ยี วกบั บคุ คลสาํ คัญท่ีสรางผลงานดานการสรางสรรค กระตุ้นความสนใจ
วัฒนธรรมและประวัตศิ าสตร ตั้งแตสมัยสโุ ขทยั จนถึงสมัยรตั นโกสินทร นอกเหนือ
จากบคุ คลทีป่ รากฏในเสนเวลาในหนังสอื เรียนหนา 90 จากนั้นใหนาํ ขอ มูลผลงาน ครูใหน ักเรียนยกตัวอยา งบุคคลสําคญั ท่ี
สาํ คญั ท่ีไดสรางสรรควฒั นธรรมและประวตั ิศาสตรไทยมานาํ เสนอในรปู แบบ สรา งผลงานดานการสรา งสรรคว ัฒนธรรมและ
เสนเวลา (Timeline) ครสู ุม ใหนักเรยี นออกมานาํ เสนอที่หนาชัน้ เรียน ประวตั ศิ าสตรต ั้งแตสมัยสโุ ขทัยจนถงึ สมยั
รัตนโกสนิ ทร 1 บุคคล พรอ มบอกผลงานทไี่ ด
นกั เรียนควรรู สรางสรรควฒั นธรรมและประวัติศาสตรไ ทย
1 พอขุน เปน คาํ ขึ้นตน พระนามพระเจาแผน ดินในสมยั สโุ ขทัยตอนตน โดยคาํ วา ส�ารวจคน้ หา
“ขนุ ” เปน คาํ เรยี กพระนามพระเจา แผน ดินท่ีปกครองแควนเลก็ ๆ สว นคําวา “พอ ”
เปนหัวหนา ของขนุ ในแควน ตา งๆ พอ ขนุ จะทาํ หนาท่ดี แู ลทุกขส ขุ ของราษฎร และ ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเสน เวลาแสดงตัวอยา ง
ปกครองบานเมืองใหร มเยน็ บุคคลสําคญั ทส่ี รา งผลงานดานการสรา งสรรค
วฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตรต้งั แตส มัยสโุ ขทยั
คมู่ ือครู จนถึงสมัยรัตนโกสินทร ในหนงั สือเรยี นหนา 90
อธบิ ายความรู้
1. ครใู หน กั เรยี นชว ยกันบอกพระนามของ
พระมหากษัตรยิ จ ากพระบรมราชานสุ าวรีย
ท่ีปรากฏในเสน เวลาแสดงตวั อยา งบุคคลสาํ คญั
ที่สรางผลงานดานการสรา งสรรควัฒนธรรม
และประวตั ิศาสตรต ั้งแตส มยั สโุ ขทัยจนถงึ
สมัยรตั นโกสนิ ทร ในหนงั สอื เรียนหนา 90
(แนวตอบ
• พอขุนรามคําแหงมหาราช
• สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
• สมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราช
• พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา เจา อยหู ัว)
2. ครูใหอาสาสมคั รนกั เรยี นออกมาสรุปเสน เวลา
แสดงตัวอยา งบุคคลสําคัญทสี่ รางผลงานดาน
การสรางสรรคว ัฒนธรรมและประวตั ิศาสตร
ต้งั แตสมัยสโุ ขทยั จนถงึ สมัยรัตนโกสินทร
ในหนงั สือเรียนหนา 90
๙๐ เสน เวลา ตวั อยา งบคุ คลสําคัญของไทย อธิบายความรู้
พ.ศ. ๑๗๐๐ ๑๘๐1๐ ๑๙๐๐ ๒๐๐๐ ๒๑๐๐ ๒๒๐๐ ๒๓๐๐ ๒๔๐๐ ๒๕๐๐ ปจ จุบัน
พอ ขุนศรีอินทราทติ ย
สมัยสุโขทยั พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลไิ ทย)
พ.ศ. ๑๗๙๒ - ๒๐๐๖ สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั ขยายความเขา้ ใจ
พอขุนรามคาํ แหงมหาราช
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ขอ สอบ O-NET สมยั อยธุ ยา สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ ๑ (อูทอง) ออกญาโกษาธิบดี (ปาน)
ขอ สอบป ’51 ออกเกยี่ วกับลกั ษณะการปกครองของไทยสมยั
อยธุ ยา พ.ศ. ๑๘๙๓- ๒๓๑๐
การทีอ่ ัครมหาเสนาบดี 2 ตาํ แหนง แบง เขตดแู ลรับผิดชอบ
หัวเมอื งฝายเหนือและฝายใต ท้งั ฝา ยพลเรือนและทหารเกดิ ขน้ึ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนารายณมหาราช
ในสมัยใด
1. สมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ลาลแู บร สมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช
2. สมยั สมเดจ็ พระเจา ปราสาททอง
3. สมยั สมเด็จพระนารายณมหาราช สมัยธนบรุ ี พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทร ตรวจสอบผล
4. สมัยสมเด็จพระเพทราชา สมยั รัตนโกสินทร มหาวชริ าลงกรณ มหิศรภูมพิ ลราชวรางกรู กติ สิ ริ ิ
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 2. สมยั สมเดจ็ พระเจา ปราสาททอง หมอมราโชทยั หรือหมอ มราชวงศกระตา ย อศิ รางกูร สมบรู ณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม
ไดแบง เขตการปกครองใหสมหุ พระกลาโหมมอี ํานาจหนา ที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย บรมนาถบพติ ร พระวชิรเกลาเจาอยูห วั
บังคับบัญชากิจการทหารและพลเรอื นในหัวเมอื งฝา ยใต และ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ
สมหุ นายกมอี าํ นาจหนาทบ่ี งั คบั บัญชากิจการทหารและพลเรอื น หมอบรดั เลย พ.ศ. ๒๓๒๕ - ปจ จบุ ัน
ในหัวเมืองฝายเหนอื สวนเสนาบดีกรมคลังมีอาํ นาจหนาท่ีบังคบั
บัญชากิจการทหารและพลเรอื นในหัวเมืองชายทะเลตะวนั ออก พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช
พระเจาบรมวงศเ ธอ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกา
กรมหลวงวงษาธริ าชาสนทิ ธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช
สมเดจ็ เจา พระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ มหาราช บรมนาถบพิตร
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
(ชวง บุนนาค) มหาอานันทมหดิ ล
พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจา อยหู ัว พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยหู ัว พระบาทสมเด็จพระปกเกลา
เจาอยูหัว
พระยารษั ฎานุประดษิ ฐมหิศรภกั ดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา
(คอซมิ บี๊ ณ ระนอง) เจา อยูหัว
ศาสตราจารยศิลป พีระศรี
สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ พระยากัลยาณไมตรี
กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ (ดร.ฟรานซิส บี.แซร)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา เจา อยหู ัว
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ
สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ เจาฟา กรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ
กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ
สมเดจ็ พระศรสี วรินทริ าบรมราชเทวี
พระพนั วัสสาอัยยิกาเจา
*หมายเหตุ : รายช่อื พระมหากษตั ริยเ รียงลาํ ดับตามปครองราชย พระบรมวงศานุวงศเรยี งลาํ ดบั ตามปเกิด
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
กระตนุ้ ความสนใจ
ครถู ามนักเรยี นวา สมัยสุโขทยั มีพระมหากษัตริย
ก่พี ระองค แลว ใหน ักเรียนชว ยกันบอกพระนาม
๑. พระมหากษตั รยิ ท่มี ีบทบาทในการสรางสรรคชาติไทย ของพระมหากษัตรยิ สมยั สโุ ขทยั แตล ะพระองค
ในประวัตศิ าสตร์ชาติไทยอันยาวนานนับตงั แต่อดีตจนถึงปจจบุ นั ได้ก่อเกิดวีรกษัตริย์ (แนวตอบ มี 9 พระองค ไดแ ก
วรี ชนไทยทังบรุ ุษและสตรขี ึนมากมาย กอปรด้วยพระปรชี าสามารถและความกลา้ หาญ เสยี สละ • พอขุนศรอี นิ ทราทติ ย
รักชาติ ท�าให้ชาติไทยสามารถด�ารงความเปน็ เอกราชอยู่ไดต้ ราบเท่าทกุ วันนี • พอ ขนุ บานเมือง
สมยั สุโขทัย พอขนุ ศรีอินทราทติ ย • พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช
• พระยาเลอไทย
(ครองราชย พ.ศ. ๑๗๙๒ - ไมป รากฏ) • พระยาง่วั นําถม
• พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย)
พระราชประวัติ • พระมหาธรรมราชาที่ 2
• พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไทย)
พอขุนศรีอินทราทิตย์ทรงมีพระนามเดิมวา พอขุน • พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)
บางกลางหาว เจเ้าจเ้มาเือมงือรงาบด1าซงึงยเาปง็นโทอรรสงเขปอ็นงพพรอะขสนุ หศารยีนสานวนิทา�ขถอุมง
พอขนุ ผาเมือง
แหงแควน้ สโุ ขทยเดมิ ตอมาได้ขึนครองราชยเ์ ป็นพระมหากษตริย์
พระองค์แรกของอาณาจกรสโุ ขทย
สา� รวจค้นหา
พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ
ครูตง้ั ประเด็นคําถามเพอ่ื ใหน ักเรยี นศกึ ษา
ด้านความมั่นคง เมือพอขุนศรีนาวน�าถมุ สินพระชนม์ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั รยิ
ขอมสะบาดโขลญลา� พงได้เขา้ ยึดเมืองสุโขทยเอาไวไ้ ด้ พอขนุ ท่ีมีตอ การสรางสรรคช าตไิ ทย จากหนงั สือเรียน
ขบอางมกสละาบงาหดาโวขแลลญะพลอา� ขพนุง2อผอาเกมจือางกจเึงมไือดง้รสวุโมขกทนยรไวดบ้สร�าวเมรผจู้คนเปข็นบผไลล หนา 91-121 หรอื จากแหลง เรียนรูอน่ื ๆ เชน
พระบรมราชานสุ าวรยี พอขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย หนังสอื ในหองสมดุ เวบ็ ไซตใ นอนิ เทอรเน็ต เปน ตน
ปฐมกษตั รยิ แหง กรุงสโุ ขทยั
มาจากความเสอื มอา� นาจของอาณาจกรขอมและความสามคคีของหมผู นู้ �าชมุ ชนชาวไทย โดยพอขนุ ผาเมอื ง เพอื่ นํามาอภิปรายรว มกันในชน้ั เรียน เชน
ยึดเมืองสโุ ขทยไว้ สวนพอขนุ บางกลางหาวเขา้ ยดึ เมอื งศรสี ชนาลย
ตอมาพอขนุ ผาเมืองได้สถาปนาพอขุนบางกลางหาวใหข้ ึนเป็นกษตริย์ครองเมอื งสโุ ขทย แล้วถวาย • พระมหากษัตริยท่มี บี ทบาทสําคัญในการ
พระนามวา พอขุนศรอี ินทราทิตย์ นบเปน็ การสถาปนาราชวงศพ์ ระรวง และกรงุ สโุ ขทยเป็นราชธานเี มอื สรางสรรคช าตไิ ทยมพี ระองคใ ดบา ง
พ.ศ. ๑๗๙๒
นอกจากนี พอขนุ ศรีอินทราทิตย์ยงได้ยกทพไปปราบขุนสามชน • สถาบันพระมหากษตั รยิ ม ีบทบาทในการ
เจา้ เมอื งฉอด (ปจั จุบนเปน็ เมืองรา้ งอยูทีดานแมสอด จงหวดตาก) สรา งสรรคชาตไิ ทยอยางไร
พ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์
ซึงยกก�าลงเข้ามายึดเมืองตาก และสุโขทยเป็นฝ่ายชนะ ทรงมบี ทบาทสา™ คัญในการสร้างอาณาจกั ร อธบิ ายความรู้
ทา� ใหไ้ มมีขา้ ศึกเข้ามารกุ รานสุโขทย อาณาจกรสุโขทยที ของชนชาติäทย การทพี ระองคท์ รงร่วมมอื กบั
เรมิ ต้นภายหลงการสถาปนาจงึ ดา� รงอยไู ดอ้ ยางมนคง พอ่ ขุนผาเมืองขับäล่อิท¸ิพลของขอมให้พน้ จาก ครสู ุม ใหน ักเรยี นยกตวั อยา งพระราชกรณยี กจิ
ตงแตนนมา สโุ ขทัยäด้ แสดงใหเ้ หน¶Öงความเปน็ ผู้นíาของพระองค์ ของพอ ขุนศรีอนิ ทราทติ ยท่ีสง ผลตอ การสรา งสรรค
ชาติไทย
และความสมัครสมานสามคั คขี องคนäทยในยาม
(แนวตอบ พระราชกรณียกิจทส่ี ําคญั ของพอ ขุน
ทีบา้ นเมืองกíาลังคบั ขนั ศรีอนิ ทราทิตย คอื การกําจดั อทิ ธิพลของขอมไป
๙1 จากสุโขทยั การสถาปนากรุงสโุ ขทัยเปน ราชธานี
ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT ของไทย ทาํ ใหค นไทยรวมตัวกันไดอยา งเปน
ปกแผนและมั่นคง)
เกร็ดแนะครู
พอขุนศรีอนิ ทราทิตยท รงสถาปนากรุงสุโขทัยขึ้นไดอยางไร ครอู ธบิ ายเกีย่ วกับพระนามของพอ ขนุ ศรอี นิ ทราทิตยว า พระองคม พี ระนาม
แนวตอบ พอ ขุนบางกลางหาว เจาเมอื งบางยางไดร ว มมือกับ เรยี กหลายพระนาม ไดแ ก พอ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย เปน พระนามทพ่ี อขุนผาเมอื งทรงถวาย
พอ ขุนผาเมือง เจา เมอื งราด กาํ จัดอทิ ธพิ ลของขอมไปจากสโุ ขทยั ได เม่อื ขน้ึ ครองราชย พอขุนบางกลางหาว เปน พระนามขณะเปน เจา เมอื งบางยาง
สาํ เรจ็ จากนนั้ พอ ขนุ ผาเมอื งไดสถาปนาพอขนุ บางกลางหาวขนึ้ เปน พระอรณุ ราช เปน พระนามทกี่ ลาวไวใ นหนังสอื ชินกาลมาลีปกรณ และพระไสยรงั คราช
กษตั รยิ ค รองเมืองสโุ ขทยั สืบแทน แลว ถวายพระนามวา “พอ ขนุ ศรี เปนพระนามในภาษาบาลี
อนิ ทราทิตย”
นักเรียนควรรู
1 เมืองราด ศาสตราจารย ดร.ประเสริฐ ณ นคร สันนษิ ฐานวา นา จะตั้งอยใู น
บริเวณลมุ แมนา้ํ นาน ในเขตจงั หวดั นา นปจจุบนั
2 ขอมสะบาดโขลญลําพง ขุนนางขอมผูสามารถยึดอาํ นาจครอบครองแควน
เชลียงสโุ ขทัยได ในตอนปลายพทุ ธศตวรรษท่ี 18
คู่มอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ Eาxยplคaiวn ามรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Elaborate Evaluate
Explain
อธิบายความรู
1. ครใู หนกั เรียนรวมกนั อภิปรายวา หากกลาวถงึ พอ ขุนรามคําแหงมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑)
พอ ขนุ รามคําแหงมหาราช นักเรียนจะนึกถงึ
พระราชกรณยี กจิ ดา นใดของพระองค พระราชประวัติ
(แนวตอบ พระราชกรณยี กิจท่ีสาํ คัญของพระองค
เชน ทรงคดิ ประดษิ ฐอ ักษรไทย ทรงโปรดเกลา ฯ พ่อขุนรามค�าแหงมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรสของ
ใหส รา งศลิ าจารกึ หลักที่ 1 เปนตน ) พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพระนางเสือง โดยมีพีน้องร่วม
ท้องเดียวกนทงหมด ๕ พระองค์ มีพระนามเดิมว่า ราม
2. ครเู กริ่นนําเกย่ี วกบั พอ ขนุ รามคําแหงมหาราช พระองคท์ รงมีความกล้าหาญในการศกึ สงครามมาตงแตย่ งมไิ ด้
วา ทรงเปน พระมหากษัตริยพ ระองคเ ดียวใน เสดจขึนครองราชย์ และเมือเสดจขนึ ครองราชย์แล้ว กทรงมี
สมัยสุโขทัยท่ีไดร บั พระสมัญญาวา มหาราช พระราชกรณียกิจสา� คญในการสร้างสรรค์ชาติไทย
จากนั้นครูใหน กั เรียนบอกเหตผุ ลวาเพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ พอ ขนุ รามคําแหงมหาราชทรงเปน พระราชกรณยี กิจสําคัญ
พระมหากษัตริยท ม่ี พี ระปรชี าสามารถมาก
พระองคไดท รงพฒั นาบานเมืองใหม คี วามเจรญิ พระบรมราชานสุ าวรียพอขุนรามคา� แหงมหาราช เจ้าเมดอื ง้าฉนอคดว1ตางมแมต่ัก่น่อคนงทพี ทรระงอกงรคะจ์ ทะ�าเสยดุทจธขหนึ ตคถรอีกงบรขาชุนยส์ าทมา� ชในห้
รุง เรอื งในทกุ ดา น เชน กษตั ริยผ ยู้ ง่ิ ใหญแหง อาณาจกั รสุโขทัย แวน่ แคว้นตา่ งๆ ไมก่ ลา้ มาคุกคามอาณาจกรสุโขทย และเมอื
• ดานความมนั่ คง ทรงขยายอาณาเขต
อาณาจักรสุโขทยั ออกไปอยา งกวางขวางมาก เสดจขนึ ครองราชย์แลว้ พระองค์ทรงขยายอาณาเขตของอาณาจกรสโุ ขทยออกไปอยา่ งกวา้ งขวางมากทสี ุดใน
ที่สุดในสมยั สโุ ขทยั สมยสุโขทย โดย ทศิ ตะวนั ออก ได้เมืองสระหลวง สองแคว (พษิ ณโุ ลก), ลุมบาจาย (หลม่ เกา่ ), สระคา ถึง
• ดา นการเมือง ทรงวางรูปแบบการปกครองพอ ฝังแมน่ า� โขง ถงึ เวียงจนทน์และเวียงค�า ทิศตะวันตก ไดเ้ มืองฉอด, หงสาวดี จนสดุ ฝงั ทะเลเปน็ อาณาเขต
ปกครองลูก อันเปน แบบอยางใหก ับผปู กครอง ทิศเหนือ ไดเ้ มอื งแพร่, น่าน, พลว (อ�าเภอปวั จงหวดนา่ น) เลยฝงั โขงไปถึงเมืองชวา (หลวงพระบาง)
บา นเมอื งในยุคหลงั ของไทย ทิศใต ได้เมอื งคณฑี (กา� แพงเพชร), พระบาง (นครสวรรค์), แพรก (ชยนาท), สพุ รรณภมู ,ิ ราชบรุ ี, เพชรบุร,ี
• ดา นเศรษฐกจิ ทรงสงเสรมิ ใหม ีการคา ขาย นครศรธี รรมราช จนสดุ ฝังทะเล
อยา งเสรที ้งั ในเมืองสุโขทัยเองและระหวา งรัฐ ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงวางรูปแบบการปกครองแบบ พอ่ ปกครองลูก อนเปน็ แบบอย่างให้กบ
ตา งๆ ผูป้ กครองบ้านเมืองในยคุ หลงๆ ของไทย ดงจะเหนไดจ้ ากการ
• ดา นศาสนา ทรงรับเอาพระพุทธศาสนานกิ าย ทีพอ่ ขุนรามค�าแหงมหาราชทรงเอาพระทยใส่ดูแลทกุ ขส์ ุขของ
เถรวาทลัทธิลังกาวงศมาประดิษฐานทเี่ มอื ง ราษฎรอย่างใกล้ชดิ ด้วยการโปรดให้แขวนกระดิงไว้ทปี ระตู
สโุ ขทัย และสงเสริมใหช าวเมอื งนับถอื กนั พระราชวง เพือใหร้ าษฎรได้ร้องทุกข์และพระองค์กจะทรงตดสิน
อยางแพรหลาย ด้วยพระองค์เอง นอกจากนี พระองค์ยงโปรดใหส้ ร้างพระแท่น
• ดานวรรณกรรม ทรงคิดประดิษฐอ กั ษรไทยขน้ึ มนงศลิ าบาตรตงไว้กลางดงตาล ส�าหรบไว้ให้พระภิกษุสงฆ์
เรียกวา “ลายสือไทย” ทาํ ใหคนไทยมีอักษรไทย ขึนแสดงธรรมในวนธรรมสวนะ และทรงใช้เปน็ ทีประทบอบรม
ใชมาจนถึงทกุ วนั น้)ี สงสอนพสกนกิ รในวนธรรมดา
ด้านเศรษฐกิจ ทรงสง่ เสรมิ ให้มีการคา้ เสรี โดยไม่เกบภาษี
พพิรพะธิ แภทณั นฑมวนดั งั พศริละาศบรารี ตตั รนปศจาจสบุดนัารเกาม็บ2รกั ษาไวท้ ี่ ผ่านด่าน ทเี รยี กวา่ จกอบ (จงกอบ) ท�าให้การค้าขายของสโุ ขทย
ขยายตว
กรงุ เทพมหานคร
๙2
นกั เรยี นควรรู บรู ณาการเชื่อมสาระ
ครูสามารถนําเนือ้ หาเร่ืองอาณาจกั รสุโขทยั สมยั พอขุนรามคาํ แหง
1 เมอื งฉอด สันษิฐานวา เปน เมืองที่ตั้งอยูร มิ แมน ้ําเมย ปจ จบุ ันเปน เมอื งรางอยูท ่ี มหาราช ไปบรู ณาการเชอ่ื มกบั วิชาภมู ศิ าสตร โดยใหนักเรียน
อาํ เภอแมสอด จงั หวัดตาก ศกึ ษาคนควา ขอ มูลเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกับอาณาเขตของอาณาจักร
2 พพิ ิธภณั ฑวดั พระศรีรัตนศาสดาราม ในอดตี เคยเปน โรงกษาปณ ตอ มา สุโขทัยสมัยพอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช แลวใหจดั ทําแผนทโ่ี ดยสังเขป
สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสดงอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทยั สมัยพอขุนรามคาํ แหงมหาราช
ไดข อพระราชทานอาคารโรงกษาปณแ หงน้ีมาจัดต้งั เปนพิพธิ ภัณฑ โดยสามารถนําแผนทีโ่ ครงรา งมาจากเวบ็ ไซตในอนิ เทอรเนต็ จากน้นั
นาํ มาระบายสี ใสสัญลักษณท างภูมศิ าสตร และตกแตง ใหส วยงาม
แลว นาํ สง ครผู ูสอน
92 คมู อื ครู
กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
ดา้ นภาษา ทรงคิดประดษิ ฐ์อกษรไทย เรยี กว่า ลายสือไทย1เมอื พ.ศ. ๑๘๒๖ โดยใช้แทนตวอกษรขอม อธบิ ายความรู้
ทีเคยใช้กนมาแต่เดิมและได้มีพฒนาการมาเป็นล�าดบ แสดงให้เหนถึงความเป็นอิสระของชนชาติไทย ท�าให้
คนไทยมอี กษรไทยใช้มาจนถึงทุกวนนี และยงโปรดให้จารกึ ตวอกษรลงบนศิลาจารึกหลกที ๑ ท�าให้คนไทย 1. ครูใหน ักเรยี นดูภาพพระแทนมนังศิลาบาตร
ยคุ หลงและนกประวตศิ าสตรไ์ ดร้ บทราบเรืองราวต่างๆ ทเี กดิ ขึนในสมยสโุ ขทย ในหนังสือเรียนหนา 92 แลวใหน กั เรยี นอธิบาย
ความสําคญั
ภาพวดา้าดนจินศตานสานกาารพทอ ขรุนงรนา�ามพคา� รแะหพงมุทหธาศราาชสโปนราดนใหิก้จาายรกึเถอรักวษารไททลยทหรธือลิ ลงากยสาอื วไงทศย2์จลงาใกนเศมิลอืาจงานรึกครเมศ่ือรธีพร.ศร.ม๑ร๘า๒ช๖มาเผยแผ่ที (แนวตอบ พระแทน ซึง่ พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช
กรุงสโุ ขทย และทรงส่งเสรมิ ใหช้ าวเมืองนบถอื กนอย่างแพรห่ ลาย ท�าให้พระพุทธศาสนาไดว้ างรากฐานมนคง ทรงโปรดเกลา ฯ ใหสรางข้นึ สาํ หรับไวให
ในอาณาจกรสโุ ขทยจนกระทงได้กลายเป็นศาสนาประจา� ชาติไทยมาจนถึงปัจจบุ น พระภกิ ษุสงฆขน้ึ แสดงธรรมในวันธรรมสวนะ
ด้านการทตู ทรงเป็นพนธมิตรกบพระยามงรายมหาราชแห่งล้านนา และใชเ ปนทีป่ ระทบั สําหรบั อบรมสัง่ สอนบรรดา
ขนุ นางและพสกนิกรในวันธรรมดา แสดงให
เห็นถงึ ความใกลชดิ ระหวา งพระมหากษตั รยิ
กบั ราษฎร)
2. ครใู หนักเรยี นสรปุ ลกั ษณะสาํ คญั ของการ
ปกครองระบอบพอ ปกครองลกู ในสมัย
พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช
(แนวตอบ เปนระบอบการปกครองทผ่ี ปู กครอง
และผูอยใู ตก ารปกครองใกลชิดกนั มาก
พระองคทรงเอาพระทัยใสด ูแลทกุ ขสุขของ
ราษฎรอยา งใกลชดิ โดยทรงโปรดเกลา ฯ
ใหแ ขวนกระดิ่งไวท ่ปี ระตพู ระราชวงั เพ่อื ให
ราษฎรทเ่ี ดอื ดรอนมาตีระฆังรอ งทุกข
แลวพระองคก ็จะทรงตัดสินดว ยพระองคเ อง
และทรงประทบั พระแทนมนงั ศลิ าบาตรเพ่อื
อบรมสัง่ สอนขนุ นางและราษฎร อันแสดงให
เหน็ ถึงความใกลชิดระหวางพระมหากษัตริยกบั
ราษฎร เสมอื นหน่ึงเปน ครอบครวั เดยี วกนั )
และพระยางา� เมืองแห่งพะเยา เพอื ปองกนการรกุ รานของพวกมองโกล พอ่ ขนุ รามคาí แหงมหาราช
รวมทงทรงช่วยเหลือพระยามงรายมหาราชในการเลือกชยภูมิ ทรงเป็นวรี กÉัตริย์ทีมพี ระปรชี าสามาร¶
และวางผงเมอื งราชธานแี ห่งใหม่ คือ นพบุรีศรนี ครพิงค์ เป็นทังé นักรบ นกั ปราชญ์ และนักปกครอง
เชียงใหม่ นอกจากนี ทรงสรา้ งความสมพนธท์ างการทูต ทรงสร้างอาณาจักรสุโขทัยให้กว้างใหญ่ äพศาล
กบจีนโดยสง่ คณะทูตพร้อมเครืองราชบรรณาการ และมคี วามเจริญร่งุ เรอื ง จากพระราชกรณยี กจิ
ไปเข้าเฝาจกรพรรดกิ บุ ไลข่าน แหง่ ราชวงศห์ ยวน ทีมีคุณปู การอันยิงใหญ่ จงÖ สมควรแก่การยกย่องเทดิ ทนู
และÀาคÀูมิใจในพระวรี กรรมของพระองค์
๙3
ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นักเรียนควรรู
ในสมัยสุโขทยั ราษฎรไดรับความเดือดรอ นจะขอเขาเฝาพอขนุ 1 ลายสอื ไทย พอขุนรามคาํ แหงมหาราชไดทรงประดษิ ฐอักษรไทยข้ึนโดย
จะตอ งดําเนนิ การอยา งไร ดัดแปลงมาจากอักษรขอมหวัดและอักษรไทยเดมิ ซึง่ ดดั แปลงมาจากอักษรมอญ
และคิดอกั ษรไทยขึน้ ใหมใ หมสี ระและวรรณยกุ ตใหพ อใชกบั ภาษาไทย คณุ ลกั ษณะ
1. ไปตีกลองวินิจฉยั เภรี พเิ ศษของลายสอื ไทย คอื ความสูงตํ่าของตวั อกั ษรเสมอกนั และวางรูปพยัญชนะ
2. ไปส่นั กระดิง่ ทีห่ นาประตูวงั และสระทกุ ตวั ไวในบรรทดั เดียวกัน ทาํ ใหไ มส ้นิ เปลืองเนื้อท่ี และจากรูปอกั ษรท่ี
3. ใหอาลกั ษณเ ขยี นฎกี าถวาย สวนมากเปน เสน เดยี วกนั ตลอด จึงทาํ ใหเ ขยี นงา ยและรวดเรว็
4. ขอเขาเฝา ท่พี ระแทน มนังศลิ าบาตร 2 ลัทธิลงั กาวงศ พระสงฆก ลุม เถรวาททอี่ ยูในศรลี งั กา ซึ่งตอมาเปน ตน กาํ เนิด
ของพระสงฆไ ทยตง้ั แตส มัยสุโขทัยจนถงึ สมยั อยุธยา ในชวงทีไ่ ทยสงพระสงฆไป
วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. ในสมัยสโุ ขทยั ถา ราษฎรมีเรือ่ ง ศึกษาพระพุทธศาสนาที่ศรลี ังกาแลว กลบั มาเผยแผคาํ สอน จึงเรียกวา กลมุ นิกาย
ลงั กาวงศ หรอื ลัทธลิ งั กาวงศ
เดือดรอ นใจ ไมไดร บั ความเปน ธรรม สามารถรอ งเรยี นโดยไปสนั่
กระดง่ิ ที่แขวนไวทห่ี นาประตูวงั เพื่อใหพ อ ขนุ ชวยเหลือบรรเทา
ความทุกขย ากเดอื ดรอนได
คมู่ ือครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลไิ ทย) (ครองราชย พ.ศ. ๑๘๙๐- ๑๙๑๑)
1. ครนู ําสนทนาโดยถามนักเรยี นวา เม่อื กลา วถึง พระราชประวตั ิ
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) นักเรยี นจะ
นกึ ถงึ บทบาทดานใดของพระองค พระมหาธรรมราชาที ๑ (ลไทย) ทรงเป็นพระราชโอรส
(แนวตอบ ทรงเผยแพรพระราชดาํ ริทางการเมือง ของพระยาเลอไทยในราชวงศ์พระรวงแหงอาณาจกรสุโขทย
แบบธรรมราชา ทรงพระราชนิพนธไตรภูมิ กอนหน้าทีพระองคจ์ ะเสดจขนครองราชย์ได้เคยทรงดแู ลหวเมือง
พระรว ง เปน ตน ) ศรสี ชนาลยในฐานะเป็นเมืองลกู หลวงมากอน
2. ครใู หน กั เรยี นบอกความแตกตา งของการ พระราชกรณียกิจสาํ คญั
ปกครองในสมัยพอ ขนุ รามคําแหงมหาราชกับ
สมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย) ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงรวบรวมอาณาจกรสโุ ขทย
(แนวตอบ ในสมยั พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช เป็นปกึ แผนขนใหมอีกครงหนงหลงจากทีเคยกวา้ งขวางมาแลว้
ปกครองระบอบพอ ปกครองลูก ซงึ่ ถอื วา ในสมยพอขนุ รามคา� แหงมหาราช นอกจากนี พระองคไ์ ดท้ รง
พระมหากษตั ริยมาจากบุคคลธรรมดาแตมี พระบรมราชานสุ าวรียพ ระมหาธรรมราชาท่ี ๑ เผธยรรแมพรราแชนาวพ1รซะงรพาชรดะ�ามรหทาากงษกาตรรเมย์ผอื งู้ปกทคีเรรยี อกงวจาะตก้อารงเปมรือะงพแบฤบต
ความรูความสามารถมากจนไดรบั การยกยอง (ลไิ ทย) ผปู กครองบานเมอื งโดยอาศัยหลกั ธรรม
ยอมรบั นบั ถอื และเคารพเชดิ ชูใหขึ้นเปน ผนู าํ ทางพระพุทธศาสนา
แตใ นสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)
ปกครองระบอบธรรมราชา ซึ่งพระมหากษตั ริย ปฏบตหรอื วางพระองคต์ ามค�าสอนทางพระพุทธศาสนา ทเี รียกวา ทศพธราชธรรม ดงทีปรากฏอยใู นหนงสอื
ไดร ับการยกยองวา เปนสมมติเทพไมใ ชบ คุ คล ไตรภูมพระรวง จนเป็นหลกปฏบตของผูป้ กครองทดี ีมาจนถงทกุ วนนี
ธรรมดา แตท รงประพฤตปิ ฏิบตั ิตนตามคาํ สอน ดา้ นวรรณกรรม ทรงพระราชนพนธ์ ไตรภูมพระรวง หรือ เตภมู กถา อนเปน็ วรรณกรรมทีเกียวขอ้ ง
ทางพระพทุ ธศาสนาทเ่ี รียกวา ทศพิธราชธรรม) กบพระพทุ ธศาสนา กเพอื สงสอนให้ผู้คนกระท�าความดี ละเวน้ ความชว อนเป็นประโยชนต์ อพระพุทธศาสนา
และสงคมไทยเป็นอยางมาก ซงพระองคไ์ ด้พระราชนพนธ์ไว้ตงแตกอนทีจะเสดจเสวยราชสมบต แสดงให้
3. ครูสมุ ใหนกั เรียนสรุปความสาํ คัญของไตรภมู ิ เหนถงพระปรชี าสามารถทางด้านพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาได้เป็นอยางดี นบไดว้ าไตรภมู พระรวงเปน็
พระรว ง วรรณคดเี รืองแรกของไทยและเป็นมรดกตกทอดทีส�าคญทางด้านวฒนธรรมของไทยมาจนกระทงปจั จบุ น
(แนวตอบ ไตรภมู ิพระรว ง หรอื เตภูมิกถา ด้านศาสนา ทรงเป็นศาสนูปถมภ์ เชน ทรงออกผนวช
พระราชนพิ นธใ นพระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลิไทย) ระหวางครองราชย์ทวี ดปา่ มะมวง ทรงสรา้ งพระพุทธบาทรวมทง
เปนวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเลมแรกของ จารกเปน็ พระสญลกษณ์ของพระองค์ในฐานะทที รงตีเมอื งนนได้
ไทย มีเน้ือหาเก่ยี วกับโลกสณั ฐาน ท่แี บงเปน 3 เพอื ให้ประชาชนไดร้ �าลกถงพระพทุ ธเจ้า
สวน หรือ ไตรภูมิ ไดแก กามภูมิ รูปภมู ิ และ และได้กลายเป็นหลกฐาน
อรปู ภมู ิ นอกจากน้ี ยังมีเนื้อหาเกย่ี วกบั คตคิ วาม หนังสือไตรภูมิพระรว ง พระราชนพิ นธใ นพระมหา เยทปาง็นงหตปลน้รงะเหวตลืศอาอสยปตู กรค¸์ทรรี รอมงอานาณÀุ าาพจพมักทราระรกดมงก้วหเปวยา่าเ็น¸มเดวรตรีชรตกามานÉร¸ุÀาตั รชารราพยิมทท์ ีทโมี ñดรงุ่ ยงเนน(ยล้นดÖ าí ิäหหดทล้าลยนกักั)
เชอ่ื ตา งๆ เชน นรก สวรรค การเวียนวายตายเกดิ ธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) นับเปน วรรณกรรมทาง
เปนตน เพอื่ สง่ั สอนใหผ ูคนกระทาํ ความดี พระพุทธศาสนาที่วาดวยเรือ่ งนรก-สวรรค เพ่อื ใช ปกครองแบบ¸รรมราชามาใช้ควบคมุ ดูแลราÉ®ร
ละเวนความชว่ั ) ส่งั สอนราษฎรใหตัง้ ม่ันอยใู นศีลธรรม ทาí ใหอ้ าณาจักรสุโขทยั มคี วามร่มเยนเป็นสขุ
๙4
นกั เรียนควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) ทรงพระราชนิพนธ
1 ธรรมราชา หมายถึง พระมหากษตั ริยผ มู ธี รรม หรอื ผปู ฏบิ ัติตามธรรม เรอ่ื งไตรภมู พิ ระรวง โดยไดรบั อทิ ธิพลจากแนวคิดใดเปน หลัก
“ธรรม” ในทีน่ ี้คือ หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา ไดแ ก ทศพิธราชธรรม จกั รวรรดิวัตร 1. ศาสนาพราหมณ-ฮินดู
และราชจรรยานุวัตร 2. พระพุทธศาสนาลัทธวิ ัชรยาน
3. พระพุทธศาสนาลัทธลิ งั กาวงศ
บรู ณาการอาเซยี น 4. พระพทุ ธศาสนาลทั ธิสยามวงศ
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. ไตรภมู ิพระรวงเปน วรรณกรรมทีไ่ ด
ครอู ธิบายความรูเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั ไตรภมู พิ ระรวงวา ไตรภมู ิพระรว งไดรับการ รับอิทธพิ ลแนวคดิ จากพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลทั ธลิ ังกาวงศ
เสนอใหเ ปนวรรณกรรมอาเซียน เพราะถอื วาเปน วรรณคดีทีด่ ที ีส่ ดุ ในสมยั สโุ ขทยั ซึ่งรับมาจากเมืองนครศรีธรรมราช มาประดษิ ฐานทีเ่ มอื งสโุ ขทยั
ทบ่ี อกเลาปรชั ญาทางพระพทุ ธศาสนา วถิ ชี วี ติ ของคนไทย ตลอดจนความเชื่อในเร่อื ง ต้ังแตสมัยพอขนุ รามคาํ แหงมหาราช
การทาํ ความดี ละความชั่ว โดยมีผูท รงคุณวฒุ ิดานภาษาและวรรณกรรมรว มกัน
ถอดความรวมทั้งหมด 6 เลม แลว แปลเปน ภาษาองั กฤษเพอื่ เผยแพรเ ปนวรรณกรรม
อาเซียน จากนัน้ ใหนกั เรยี นไปศกึ ษาคนควา เพิม่ เตมิ เกีย่ วกับวรรณกรรมอาเซยี นของ
ประเทศสมาชิกอื่นๆ เพ่อื นาํ มาอภปิ รายรวมกนั ในชัน้ เรยี น
ค่มู ือครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
สมยั อยธุ ยา สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ ๑ (อูทอง) อธิบายความรู้
(ครองราชย พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๒) 1. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกบั พระนามสมเดจ็ พระรามา-
ธิบดที ี่ 1 (พระเจาอทู อง) วา คําวา
พระราชประวตั ิ “พระรามาธบิ ดี” ไดสะทอนใหเ ห็นถงึ คตคิ วาม
เชอ่ื ท่วี า พระนารายณทรงอวตารมาเกดิ เปน
สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี ๑ (อูทอง) ทรงเปน ตนราชวงศ “พระราม” ปกครองเมอื ง “อโยธยา” ตาม
อูทอง ทรงเปนปฐมกษตั ริยผ สู ถาปนากรุงศรอี ยุธยาเปนราชธานี ความเช่อื ของศาสนาพราหมณ- ฮินดู
ของไทย และดาํ รงอยูเปน เวลานานถึง ๔๑๗ ป
2. ครสู ุมใหนกั เรยี นยกตัวอยางพระราชกรณยี กิจ
พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ ในสมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 1 (พระเจาอูทอง)
ทเ่ี กยี่ วกับการสรา งสรรคช าติไทยสมยั อยุธยา
“จตสุ ดดมานภก”1าจราเมกอืเขงมการรปหกรอืคทรอี่เรงยี ทกรวงา น“าํ เรวูปียแงบวบงั กคารลปงั กนคาร”องมแาบใบช (แนวตอบ พระองคทรงเปน ผูสถาปนา
เปนหนว ยงานสําคญั ในการปกครองอาณาจักร กรุงศรอี ยุธยาเปนราชธานีของอาณาจักรอยุธยา
โดย กรมเวียง รับผดิ ชอบดูแลทุกขส ขุ ของราษฎร มีขุนเวียง ทรงนํารปู แบบการปกครองแบบจตสุ ดมภ
พระบรมราชานุสาวรียสมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๑ ซ่งึ ประกอบดว ย เวยี ง วัง คลัง และนา มาเปน
(อทู อง) ปฐมกษัตริยแ หงกรงุ ศรอี ยธุ ยา หนว ยงานสาํ คัญในการปกครองอาณาจกั ร
เปนผูร ับผิดชอบ กรมวัง รับผิดชอบเก่ียวกับการพิจารณา ซ่งึ เปนรปู แบบการปกครองท่ีใชมาจนถึงสมัย
คดีความตา งๆ และจัดระเบียบเก่ียวกับราชสาํ นัก มีขนุ วังเปนผูรับผิดชอบ กรมคลงั รบั ผิดชอบเก่ียวกับ รตั นโกสินทรต อนตน)
การหารายไดแ ละรกั ษาผลประโยชนข องแผน ดนิ มีขนุ คลังเปน ผูรับผดิ ชอบ และ กรมนา รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั
การทาํ มาหากนิ ของราษฎร เชน ทํานา ทําไร ทําสวน มีขุนนาเปนผูร บั ผดิ ชอบ ถึงแมวา ในยุคหลังจะไดมี 3. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภปิ รายวา ในรชั สมยั
การแกไขเพิม่ เติมระบบการปกครองใหเหมาะสมกับสถานการณของบานเมืองมากข้ึนกวาเดิม แตระบบ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจาอูท อง)
จตุสดมภก็ยังเปนหนวยงานหลักในการปกครองของไทยกอนที่จะถึงยุคปรับตวั เขาสูความทันสมัยใน ไดมีการปรบั ปรงุ รูปแบบการปกครองทม่ี ี
สมัยรตั นโกสินทร พระมหากษตั รยิ เ ปนประมขุ เพิ่มเติมจากสมัย
สมัยสนโุ ขอทกัยจดากวนยกี้ าพรรทะี่ทอรงงครยับังเทอารลงปัทรธบัิ ป“เรทงุ วรราากชฐาา”น2กจาารกปเกขคมรรอมงาทดม่ีัดีพแประลมงใหหาสกอษดตั ครลยิ อเปงกนับปลรัะกมษุขณเะพวิม่ ัฒเตนิมธจรารมก สุโขทัย ดว ยการทที่ รงรบั เอาลัทธิเทวราชาจาก
ของคนไทย ทําใหพระมหากษตั รยิ ทรงมสี ถานะเปน “สมมติเทพ” เขมรมาดดั แปลงใหสอดคลอ งกับลกั ษณะของ
นอกเหนอื จากความเปนธรรมราชาที่มีมาแตเดิม ซึ่งทําให คนไทย จากนั้นครูถามนกั เรียนวา รปู แบบ
พระมหากษัตริยก ลายเปนสถาบนั ทางการเมอื งทส่ี ําคญั ดาํ รงอยู การปกครองดงั กลา วสงผลตอ การปกครอง
ในฐานะเปนศูนยร วมและเปนหลัก กรุงศรีอยุธยาอยา งไร
ยึดเหนี่ยวทางดานจิตใจ (แนวตอบ ทําใหพ ระมหากษตั ริยทรงมสี ถานะ
ปตขอลจ องจรดุบามันษาฎจนรชถางึ วไทà»ยš¹Ã¢Òͪ§¸¡Ò·Ã¹Ã§Ø ÊÕȧÁáàûÅàÕÍ´¹šÐÂ稷¾Ø¸¾ÃÃÂçÒÐÇÐÁÒ÷˧ÒÃÃÒÁ§¡ÒÒʡɸðºÔѵŒÒҴç¹Ô¡շ¡¾ÃèÕ Ò§ØñÃÃÈлÍÃ(¡§ÕÍͤ¤ً·¸ØáÃÍÃÂͧ¡Ò)§ เปน “สมมตเิ ทพ” นอกเหนือจากความเปน
ธรรมราชา สงผลใหสถาบนั พระมหากษัตริย
ภาพวาดจนิ ตนาการพระเจา อทู องโปรดใหส ราง ºÒŒ ¹àÁ×ͧãˌ᡾‹ ÃÐÁËÒ¡ÉµÑ ÃÔÂä·Âù؋ ËÅѧµ‹ÍÁÒ มีความสาํ คัญและมนั่ คงมาจนถงึ ปจจบุ ัน
กรงุ ศรีอยธุ ยาเปน ราชธานีแหง ใหมของไทย เปน ศูนยรวมและเปน หลักยึดเหนย่ี วทางดา น
เมอ่ื พ.ศ. ๑๘๙๓ จติ ใจของคนไทยตลอดมา)
๙๕
กิจกรรมสรา งเสรมิ นักเรยี นควรรู
ครใู หน ักเรยี นศึกษาคน ควา เพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับรูปแบบการปกครอง 1 จตสุ ดมภ ลักษณะการปกครองสว นกลางระดบั สูงของไทยทแี่ บงงานออกเปน
แบบจตุสดมภว า มลี กั ษณะอยา งไร และหนวยงานท่ีเรยี กวา “เวยี ง 4 กรม คอื เวียง วงั คลงั นา เริ่มใชใ นสมัยพระเจา อทู อง และใชกันเร่อื ยมาจนมี
วงั คลัง นา” มีหนาที่และมีบทบาทอยา งไร โดยใหนกั เรยี นสรุป การปฏริ ูปการปกครองในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยหู วั จึงได
สาระสําคญั ลงในกระดาษ A4 แลวนําสง ครผู ูสอน ยกเลิก
2 เทวราชา เปน ลัทธคิ วามเชื่อทถี่ อื วา พระมหากษตั ริยค ือเทพเจา ทจี่ ตุ ลิ งมา
กิจกรรมทา ทาย ปกครองมนษุ ย หรอื เปนสมมติเทพ กลาวคือ เปนนายของประชาชน และประชาชน
เปน บาวของพระมหากษัตริย ทรงเปน เสมอื นเจา ชวี ติ เปน ผูม ีอํานาจเด็ดขาด
ครูควรใหน กั เรียนสรปุ เกยี่ วกับรูปแบบการปกครองในสมยั สามารถกําหนดชะตาชวี ิตของผอู ยูใ ตการปกครองได และถอื วา อํานาจในการ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ท้ังการปกครองในสวนกลาง สว น ปกครองนนั้ พระมหากษัตริยท รงไดรบั มาจากสวรรค เปน เทวโองการ การกระทาํ
ภูมิภาค และสว นทองถิ่น เปนรูปแบบแผนผังความคิด เพอื่ ให ของพระองคถ อื วาเปน ความตอ งการของพระเจา การที่อยธุ ยาในระยะเรม่ิ แรก
นกั เรยี นสามารถเขาใจและจดจําการปกครองในสมัยน้ไี ดดยี ่งิ ขึ้น รบั เอาคตินิยมเทวราชาเขา มาจงึ ทําใหต อ งมีวิธีการและกฎเกณฑตางๆ ทจี่ ะทําให
คนยอมรับวา พระมหากษตั รยิ ทรงมีความเปน สมมตเิ ทพจรงิ ๆ
คู่มือครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้
1. ครเู ลา พระราชประวตั ิของสมเด็จพระบรมไตร-
โลกนาถวา ทรงเปนพระมหากษัตริยล าํ ดบั ท่ี 8 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครองราชย พ.ศ. ๑๙๙๑- ๒๐๓๑)
แหงกรุงศรอี ยธุ ยา และเปน พระมหากษตั รยิ
ในราชวงศสพุ รรณภูมิลาํ ดับที่ 5 ทรงไดรับการ
ยกยอ งวา เปน กษตั รยิ นกั ปกครองแหง พระราชประวัติ
กรงุ ศรอี ยธุ ยา จากน้นั ครูใหนกั เรียนบอกวา
เพราะเหตุใด โดยใหน ักเรยี นศึกษาขอ มูลจาก สมเดจพระบรมไตรโลกนาถทรงเปน็ พระมหากษตั ริยอ์ ยุธยา
หนงั สอื เรียน หนา 96 ในลา� ดับที ๘ โดยเปน็ พระราชโอรสของสมเดจพระบรมราชาธริ าช
(แนวตอบ พระองคไดท รงปฏิรูปการปกครองของ ที ๒(เจ้าสามพระยา) กบั พระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที ๒
อยธุ ยาครั้งใหญ จนกระทงั่ ไดกลายเปนรากฐาน แหงราชวงศ์พระรวง จึงทรงมีเชือสายทงั ราชวงศ์พระรวงแหง
การปกครองอาณาจักรของไทยมาจนถึงสมยั กรงุ สโุ ขทัยและราชวงศ์สพุ รรณภูมิแหงกรุงศรอี ยธุ ยา
รัตนโกสนิ ทรตอนตน )
2. ครูใหนกั เรยี นอธิบายวา สมเด็จพระบรมไตร- พระราชกรณียกิจสําคญั
โลกนาถทรงวางรากฐานการปกครองไวอยางไร
(แนวตอบ ทรงโปรดใหต ั้งอัครมหาเสนาบดี 2 ดา้ นการเมอื งการปกครอง ทรงปฏิรูปการปกครองแผนดิน
ตําแหนง คอื สมุหนายก รับผดิ ชอบกจิ การ ครังใหญ จนกระทงั ได้กลายเป็นรากฐานการปกครองอาณาจกั ร
ฝา ยพลเรอื นทวั่ ราชอาณาจกั ร รวมทง้ั จตุสดมภ พระบรมราชานสุ าวรยี สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ในสมัยตอมา โดยไดโ้ ปรดใหต้ งั อคั รมหาเสนาบดี ๒ ต�าแหนง
สมุหพระกลาโหม รบั ผิดชอบกิจการฝายทหาร กษัตรยิ นกั ปกครองแหง กรุงศรีอยุธยา คือ สมุหพระกลาโหม มีหน้าทีรับผิดชอบกิจการฝ่ายทหาร
ทัวราชอาณาจักร กับสมหุ นายก มีหนา้ ทรี บั ผิดชอบกจิ การฝ่ายพลเรอื นทัวราชอาณาจกั ร รวมทังจตุสดมภ์
อกี ด้วย นอกจากนยี ังไดแ้ บงหัวเมืองออกเป็นหวั เมืองชันใน หัวเมอื งชันนอก เพอื ประโยชนส์ า� หรบั การปกครอง
หวั เมอื งใหร้ ัดกมุ ยิงขนึ มกี ารแบงหวั เมอื งขนาดใหญขนาดเลกตามลา� ดับความสา� คัญ คือ หวั เมืองเอก โท ตรี
และจตั วา นอกจากนนั ยังแบงการปกครองหวั เมอื งหนึงๆ ออกเปน็ แขวง ต�าบล และหมบู า้ น เพือสะดวก
ทว่ั ราชอาณาจักร นอกจากน้ี ยังแบงหวั เมอื ง ในการกา� กับดแู ลควบคุมกา� ลงั คน
ออกเปน หวั เมืองช้นั ใน หัวเมืองช้นั นอก เพ่ือให การทีสมเดจพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏริ ปู การปกครองแผนดินครงั ใหญเปน็ เพราะอาณาจกั รอยุธยา
สามารถปกครองหัวเมอื งไดอ ยา งรัดกุม และแบง กว้างขวางมากยิงขึนกวาเดิม ทา� ใหม้ ีจ�านวนประชากรไพรพลมากยงิ ขึนตามไปด้วย โดยเฉพาะอยางยิง
หวั เมืองขนาดใหญ เลก็ ตามลําดับความสําคญั อในันสเดมยี ยั วขกอนั งพเพระราอะงพครไ์ ะดร้ทารชงมสารร้าดงาค1ขวอางมพสรัมะพอังนคธ์ท์รระงหมวเีาชงอื อสาาณยาราจชกั วรงสศุโข์สทุโขัยทกยั ับอ(ราาณชวางจศัก์พรรอะยรธุ วยงา)ให้เป็นอันหนงึ
คอื เมืองเอก โท ตรี และจตั วา และแบงการ นอกจากนี การทพี ระองคไ์ ด้ทรงตรากฎมณเทยี รบาลขึนในราชส�านกั ทา� ให้ทราบแนชัดวาในบรรดา
ปกครองหวั เมืองออกเปน แขวง ตาํ บล หมูบ า น ไมพอรกดบัีกนัศีร้สผะไดักบืปรดิ้วดาสตชยินชนัาอโามตบอปโตรรดรตะสวิยะดลขงกจศับออ��าาต์ดงขตหพอจอวันไรนงปะดศสมเกัใิทพพหหดธรือาค้ินอ้ขิ จกมาอนะษงกไไตับทนัทดรุคน�าย้เยิ คปใทัน์นหลน็ุยกันเ้ใตังกคพนไิดัวนรดสกคะยท้งั อา�วคกรหงางมเคมนตวใ์ใส้ดรนหดาะพ้แหมพดตนรฐีรวกะา้าะกนตมทระาาหีคชสงาวกูงกาก�ามษวหาัตปนแแรดกลลิยศคะะ์เกัรปเหอด็นมงินรขาาะทอ2ะเสบงรäมียงทรมบทยะีบเจีบสรทะืบียบบบตการา่อสท้อรมมสยปาเดา™จกคอจนคนััญพ¶รรเใอปÖงะนสงน็บแกมรผรายั าม่นรรกäวดัต°ตาินนงารใโรนโกหลาใสกก้รนินดั°นกกทาาานุม¶รร์
เพอื่ สะดวกในการกาํ กบั ดูแลควบคมุ กาํ ลังคน) ในการปกครองก�าลังคนและสะดวกส�าหรับการ
3. ครูถามนกั เรยี นวา การท่สี มเด็จพระบรม- ลงโทษปรับไหมผกู้ ระทา� ผดิ กอ่ นมกี ารปรับปรุงประเทศเข้าสู่ความทนั สมยั
ไตรโลกนาถทรงตราพระราชกําหนดศกั ดนิ า
สง ผลตอการจัดระเบียบของสงั คมอยา งไร
(แนวตอบ พระราชกําหนดศกั ดินา มกี ารกําหนด
ใหคนไทยทกุ คนยกเวนพระมหากษตั รยิ ม ี
ศักดนิ าของเจา ตัว เพอื่ เปน ตวั กาํ หนดหนาที่
ความรับผิดชอบ ตลอดจนสิทธิของบุคคลใน
สังคมใหแตกตา งกนั ไปตามระดับของศกั ดินา ๙๖
ทําใหเกิดความสะดวกในการปกครองกําลังคน ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
และการลงโทษปรับไหมผูก ระทาํ ผิดตอกัน)
นักเรยี นควรรู
1 พระราชมารดา พระราชมารดาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเปน ผใู ดไมไดอ ยูใ นระบบศกั ดนิ าตามกฎหมายศักดนิ าในสมัยสมเดจ็
พระธดิ าของพระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลอื ไทย) แหง กรุงสุโขทัย และทรงเปน พระบรมไตรโลกนาถ
พระมเหสขี องสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจา สามพระยา) แหงกรงุ ศรีอยธุ ยา
2 ศกั ดนิ า อํานาจในการถอื ครองทน่ี า ถอื เปนสงิ่ ท่พี ระมหากษัตรยิ พระราชทาน 1. เจา นาย
ใหป ระจาํ เจานาย ขุนนาง และพอคาประชาชนทัว่ ไป ศักดนิ ามหี นวยเปน “ไร” 2. ขนุ นาง
บุคคลทุกคนมศี กั ดนิ าประจาํ ตัว บคุ คลใดไดย ศตําแหนงสูง บคุ คลน้นั ยอ มมี 3. ขา ราชการ
ศกั ดินามาก มลู เหตทุ ี่กาํ หนดใหมีศักดินา เพราะในสมยั กอนพระบรมวงศานวุ งศ 4. พระมหากษตั รยิ
และขนุ นางยงั ไมม ีเงินเดือนเหมือนในปจ จบุ ัน พระมหากษตั ริยจ ึงทรงใชวธิ ี
พระราชทานท่ดี นิ ใหมากนอ ยตามฐานะ แตในความเปน จริง บุคคลตางๆ ไมไดม ี วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 4. พระราชกําหนดศักดินาในสมยั
ทด่ี ินไวใ นครอบครองตามท่กี ฎหมายกาํ หนด
สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ไดก าํ หนดใหค นไทยทกุ คนยกเวน
พระมหากษัตริยมีศกั ดนิ าประจําตัว เพอ่ื จะไดเปน ตัวกาํ หนดหนา ท่ี
ความรบั ผิดชอบ ตลอดจนสทิ ธิของบุคคลในสงั คมใหแ ตกตางกนั ไป
ตามระดบั ของศักดินา
ค่มู ือครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
สมเด็จพระสรุ ิโยทัย (มีพระชนมายรุ ะหวา ง พ.ศ. ๒๐๕๔ -๒๐๙๒) อธิบายความรู้
พระประวัติ 1. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นทเี่ คยชมภาพยนตร
เร่ืองสรุ ิโยทัย หรือมคี วามรเู ก่ยี วกบั วรี กรรม
สมเด็จพระสุริโยทัยทรงเปนพระอัครมเหสีของสมเด็จ ของสมเด็จพระสุรโิ ยทยั ออกมาเลา ใหเพื่อนฟง
พระมหาจกั รพรรดิ พระมหากษตั รยิ อ ยธุ ยาในลําดับที่ ๑๕ ทรงมี แลวใหนกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี ว
พระราชโอรสและพระราชธิดา รวม ๕ พระองค ไดแก กับวรี กรรมดงั กลาว
พระราเมศวร พระบรมดลิ ก พระสวัสดริ าช (ตอมาไดร บั การ
สถาปนาเปน พระวสิ ทุ ธิกษตั รี) พระมหนิ ทราธิราช และพระเทพ 2. ครูใหน กั เรียนบอกสาเหตทุ ี่สง ผลใหเกดิ
กษตั รี วีรกรรมของสมเด็จพระสรุ โิ ยทยั และผลจาก
เหตุการณดังกลา ว
พระกรณยี กิจสําคัญ (แนวตอบ เหตุการณเกิดขึน้ เม่ือ พ.ศ. 2091
เมอ่ื พระเจา ตะเบ็งชเวตี้แหงกรุงหงสาวดี
ดานความมนั่ คง ใน พ.ศ. ๒๐๙๑ พระเจาตะเบ็งชเวต้ี ทรงยกทพั เขามาโจมตกี รงุ ศรีอยธุ ยา สมเด็จ
แหงกรุงหงสาวดีทรงยกทพั ใหญเ ขา มาโจมตีกรุงศรอี ยธุ ยา สมเด็จ พระมหาจกั รพรรดจิ ึงเสด็จยกทัพหลวงออกไป
อนสุ าวรยี ส มเด็จพระสรุ ิโยทัย วีรสตรีแหง พระมหาจักรพรรดจิ ึงเสด็จยกกองทัพหลวงดวยพระคชาธาร รบั ศกึ และสมเด็จพระสรุ โิ ยทยั พระอัครมเหสี
กรงุ ศรีอยธุ ยา ออกไปเพ่อื หวังจะลองกําลงั ของขาศึก สมเด็จพระสุริโยทัย ทรงแตงพระองคอ ยา งชายตามเสดจ็ ไปดว ย
สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดไิ ดยุทธหตั ถกี บั
พระอคั รมเหสีก็ทรงแตงพระองคเปน ชายอยางพระมหาอปุ ราชทรงพระคชาธารตามเสด็จไปดวย พรอมทงั้ พระเจาแปรแตเ กดิ เสียที สมเดจ็ พระสุรโิ ยทัย
พขอรงะพรการเอะมเงศจทวาัพหรแขงลสอะางพสวดรมะ2จี เมดนห็จเกนิพิดทรกระาามรธหชิราานชจชักาพงรรพแะบรรบราดชยิไุทโอดธรเหสกัตทิดถง้ัปีสะอชทงา ะพงกทรันะรองกขงับคอกงอสงมทเัดพจ็ขพอรงะพมรหะาเจจากั แรปพรร1รดซเิ งึ่สเียปทนหี ทนัพขี หานศึาก ไดขับชางเขาขวางไว จงึ ถกู พระเจา แปรฟน
ขณะทชี่ างของพระเจาแปรตามมาตดิ ๆ สมเด็จพระสุริโยทยั ทรงเกรงวาพระราชสวามจี ะทรงเปน อนั ตราย ส้นิ พระชนมซ บกบั คอชาง แตศ ึกครั้งนี้พมา
จึงไสชา งทรงเขา ขวางชา งขาศกึ เอาไว พพรระะรเาจเามแศปวรรจแึงลฟะนพสรมะมเดหจ็ ินพทรระาสธุรริ โิายช3ทกยั ช็ ดว วยยกพนั รเอะาแพสรงะขศอพงาขวองถพกู รพะรมะาอรงดคา ตไี ทยไมส าํ เร็จ เนอื่ งจากไทยสามารถปอ งกัน
ขาดสะพายแลงส้นิ พระชนมบนคอชา ง กลับมาได เมืองไวเปนอยางดี ทัพพมา ตงั้ ลอ มกรุงอยนู าน
ก็เรม่ิ ขาดแคลนเสบียงอาหาร จึงตอ งยกทัพ
ภายหลงั สงคราม สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิจึงไดทรงทํา กลบั )
พระเมรพุ ระราชทานเพลิงพระศพและใหสรา งพระเจดียข ้ึนตรง
พระเมรเุ พือ่ ราํ ลึกถงึ พระวีรกรรมของ 3. ครใู หนักเรยี นรวมกนั แสดงความคิดเหน็ วา
สมเดจ็ พระสรุ ิโยทัย วรี กรรมของสมเดจ็ พระสุรโิ ยทัยมสี ว นในการ
สรางสรรคชาติไทยอยา งไร
4 ÊÁà´¨ç ¾ÃÐÊØÃâÔ Â·ÂÑ (แนวตอบ พระวีรกรรมของสมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย
·Ã§à»š¹ÇÕÃÊµÃ·Õ ¡Õè ÅŒÒËÒÞ ·Ã§ÊÅÐ เปน แบบอยางของอนชุ นไทยในสมยั ตอมาท่ี
พระเจดียศ รีสรุ ิโยทัย ในเขตวดั สวนหลวงสบสวรรค ¾ÃЪ¹Áª ¾Õ 㹡Òû¡»Í‡ §ÊÁà´ç¨¾ÃÐ แสดงถงึ ความกลาหาญในการสละพระชนมชพี
ÁËÒ¨¡Ñ þÃôԢ³Ð·íÒÂØ·¸ËµÑ ¶Õ¡ºÑ ¢ŒÒÈ¡Ö ¹ºÑ ໹š เพ่ือปกปองสถาบนั พระมหากษตั ริยแ ละบา น
ẺÍÂÒ‹ §ãˌᡋ͹ªØ ¹ä·ÂÂ¤Ø ËÅ§Ñ µÍ‹ ÁÒ เมืองใหดํารงอยางมนั่ คง)
㹡Òû¡»Í‡ §Ê¶Òº¹Ñ ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃÂÔ
áÅЪҵԺŒÒ¹àÁ×ͧ
๙๗
กจิ กรรมทา ทาย นักเรียนควรรู
ครูใหนักเรียนศกึ ษาคนควาพระราชประวตั ขิ องสมเด็จ 1 พระเจาแปร เปน ราชครูของพระเจา ตะเบงชะเวตี้ กษัตรยิ พ มา ไดรับราชการ
พระสุริโยทัย เกย่ี วกับลาํ ดบั พระญาตขิ องพระองค จากนั้นให มาตั้งแตส มัยพระราชบดิ า (พระเจาตองอูมหาสริ ไิ ชยสรุ ะ) เปนแมทัพสาํ คญั และ
จัดทําแผนผงั แสดงลาํ ดบั พระญาติของสมเด็จพระสุริโยทยั ซง่ึ จะ เปนผูฟนพระสรุ โิ ยทยั ขาดคอชา ง ในสมรภูมทิ ุง มะขามหยอง
ชวยใหเห็นความสัมพนั ธข องสถาบันพระมหากษัตริยใ นชว งเวลา 2 พระเจา หงสาวดี พระนามท่ีนยิ มเรียกพระมหากษัตริยท ีค่ รองกรุงหงสาวดี
ดังกลาว นักเรียนจะไดเ ขา ใจความสัมพนั ธของพระมหากษัตรยิ ทุกพระองค ในที่นี้ หมายถึง พระเจา ตะเบงชะเวต้ี
และพระญาติ สามารถลาํ ดับเหตุการณทางประวัติศาสตร และ 3 พระมหนิ ทราธริ าช ตอมาไดขึน้ ครองราชยเปนพระมหากษตั รยิ ล าํ ดับที่ 18
เขาใจประวัตศิ าสตรไ ทยในสมยั อยุธยาไดดีย่ิงขึน้ ของกรุงศรอี ยธุ ยา และลาํ ดับที่ 14 ในราชวงศส พุ รรณภูมิ ทรงครองราชสมบตั ิเพยี ง
พ.ศ. 2111-2112 เทา นั้น
4 สวนหลวงสบสวรรค ปจจุบนั คือ วัดสวนหลวงสบสวรรค ตั้งอยใู นเกาะเมอื ง
ดา นทิศตะวันตก จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เปน สถานท่พี ระราชทานเพลงิ พระศพ
สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย แลว โปรดใหสรางพระอารามข้นึ ตรงพระเมรุ มเี จดยี ส ูงใหญ
ทรงยอไมมมุ สบิ สอง บรรจพุ ระอัฐิสมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั พระอารามที่โปรดใหส รางข้นึ
ทีส่ วนหลวงกบั วดั สบสวรรคจ ึงรวมเรยี กวา “วัดสวนหลวงสบสวรรค”
คู่มอื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘)
.1. ครนู าํ ภาพเหตุการณสาํ คัญในสมัยสมเดจ็ พระราชประวัติ
พระนเรศวรมหาราชจากโคลงภาพพระราช-
พงศาวดารมาใหนกั เรียนดู แลว ใหนกั เรียน สมเดจพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์
อธิบายเกย่ี วกบั เหตุการณดังกลาว อยุธยาในล�าดับที ๑๘ โดยเป็นพระราชโอรสของสมเดจ
(แนวตอบ เชน ภาพสมเด็จพระนเรศวรตามจับ พระมหาธรรมราชาธิราช กบั พระวิสทุ ธิกษัตรี (พระราชธดิ า
พระยาจีนจนั ตุ ภาพสมเดจ็ พระนเรศวรทรง ของสมเดจพระมหาจกั รพรรดิและสมเดจพระสรุ ิโยทยั ) ทรงมี
พระแสงปนขามแมนา้ํ สะโตง ภาพสมเดจ็ พระ พ ระ ราชก ร ณีย กิจ ต ่อ บ้ าน เมื อ งใ น การ ท� าส งค ราม ปอ ง กั น
นเรศวรทรงทํายุทธหตั ถกี บั พระมหาอุปราชา พระราชอาณาจักรตลอดพระชนม์ชพี ของพระองค์
หงสาวดี เปน ตน )
พระราชกรณียกจิ สาํ คญั
2. ครใู หน ักเรียนอธิบายเกยี่ วกับวรี กรรมของ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชในการสรา งสรรค พระบรมราชานุสาวรยี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อิสรภดาา้พนขคอวงากมรมงุ น่ั ศครงีอพยุธระยราาชแกลรณะกยี ากริจทท�าสี สา� งคคญั ราคมอื ยกุทาธรหปรตั ะถก1กี าับศ
ชาตไิ ทย กษัตริยผ ูย้ ง่ิ ใหญแหงกรงุ ศรอี ยธุ ยา พระมหาอปุ ราชาแหง่ กรงุ หงสาวดี
(แนวตอบ ทรงประกาศอสิ รภาพของกรงุ ศรี
อยธุ ยา และทรงทําสงครามปกปอ งอาณาจกั ร ในการประกาศอิสรภาพของกรงุ ศรีอยุธยานัน สบื เนืองมาจากกรุงศรีอยุธยาไดต้ กเป็นประเทศราช
ใหปลอดภัยและมนั่ คง มีผลใหกรุงศรีอยุธยา ของกรงุ หงสาวดตี งั แต่ พ.ศ. ๒๑๑๒ ครันถึงสมัยสมเดจพระมหาธรรมราชาธริ าช (พ.ศ. ๒๑๑๒ - ๒๑๓๓)
รอดพนจากการโจมตขี องขาศกึ ท่จี ะมารกุ ราน ทางกรงุ ศรีอยุธยาไดส้ ง่ พระนเรศวรขณะด�ารงต�าแหน่งพระมหาอุปราชคุมกองทพั ไปช่วยพระเจ้านนั ทบุเรง
อีกเปน เวลานาน) ปราบปรามเมอื งองั วะซึงไม่ยอมอ่อนนอ้ มต่อกรุงหงสาวดี แต่มไิ ด้ยกทพั ไปตามเวลา ทา� ให้พระเจา้ นนั ทบุเรง
ทรงระแวงว่าอยธุ ยาจะแขงข้อ จงึ โปรดให้พระมหาอุปราชาคิดอบุ ายกา� จัดพระนเรศวร พระมหาอุปราชา
3. ครูใหน กั เรียนดภู าพพระบรมราชานุสาวรีย จึงให้พระยาเกียรติและพระยารามซึงเป็นมอญ เป็นข้าหลวงไปคอยรับพระนเรศวรและได้ตรัสเป็น
และภาพวาดสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ความลับให้มอญทังสองคุมชาวมอญหาทาไงปชต่วีทยัพกพ�าจรัะดนพเรระศนวเรรทศีเวสรดจขไปณถะึงทเีพมือระงแมคหรางอุป(เรดาิงชการจาะยย)2กทแัพต่
ในหนงั สือเรียนหนา 98-99 แลวใหน กั เรยี น พระนเรศวรทรงทราบแผนการเสียกอ่ น จงึ ทรงประกาศอสิ รภาพ
บรรยายถึงเหตุการณ หรอื พระราชกรณียกจิ ของกรุงศรีอยุธยาไมข่ ึนตอ่ กรงุ หงสาวดอี ีกต่อไปทีเมืองแครง
ทตี่ รงกับพระบรมราชานุสาวรียดงั กลา วของ ใน พ.ศ. ๒๑๒๗
พระองค โดยใหท าํ ลงในกระดาษ A4 จากนนั้ หลังจากนันทรงส่งคนไปชักชวนให้คนไทยทีถูกพม่า
ครูสุม ใหนักเรียน 2-3 คนออกมาอา นผลงาน
ใหเพ่ือนฟง ที่หนา ชนั้ เรยี น
กวาดต้อนมากลับกรงุ ศรีอยุธยา สว่ นทางพมา่ กได้ส่งกองทัพ
เขา้ โจมตกี องทัพอยธุ ยา ขณะทสี มเดจพระนเรศวรมหาราชทรงพา
ครอบครวั ไทยข้ามแมน่ �าสะโตง พระองคไ์ ด้ทรงเลงพระแสง
ปนยาวถูกสรุ กรรมา แมท่ พั หนา้ ของพมา่ ถึงแก่ความตายลม้ ซบ
พระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพจากพมา โดยหลัง่ บนคอช้าง ท�าใหพ้ ม่าต้องถอยทพั กลับไป ต่อมาพระแสงปนยาว
ทักษิโณทกใหต้ กเหนอื แผนดนิ (ภาพจิตรกรรมฝาผนงั จึงได้รบั ขนานนามว่า พระแสงปน ต้นข้ามแมน่ �าสะโตง
วัดสุวรรณดาราราม จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา)
๙๘
นกั เรยี นควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
พระราชกรณยี กจิ สาํ คญั ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคือขอ ใด
1 สงครามยทุ ธหัตถี สงครามบนหลงั ชางตามประเพณีโบราณของกษัตรยิ ใ น 1. ทําสงครามเพื่อปกปองบานเมือง
ภมู ิภาคอษุ าคเนย เปน การทาํ สงครามทีถ่ อื วา มีเกยี รติยศ โดยเปน การตอ สูกนั ดว ย 2. สงเสริมการคา สาํ เภากับตา งชาติ
อาวธุ บนหลงั ชา ง มีคนนงั่ อยู 3 คน ไดแ ก แมท ัพ (พระมหากษัตรยิ ) ถอื งาวประทบั 3. สรางความสมั พันธก ับชาตเิ พื่อนบาน
อยูบ นคอชาง คนท่ีน่ังกลางเรียกวา กลางชา ง ทาํ หนาทีค่ อยสงอาวธุ ใหแ มท ัพและ 4. พัฒนาบา นเมอื งใหทันสมัยแบบยุโรป
โบกแพนหางนกยงู เปนอาณตั ิสัญญาณตามพระราชดํารัสสงั่ และตอนทายชา งมี วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมี
ควาญชางทาํ หนา ท่บี ังคับชางและชว ยเหลือชางในขณะทช่ี า งขา ศกึ เขา มาแทงขางหลงั พระราชกรณียกิจทสี่ าํ คญั เกย่ี วกบั การทําสงครามเพื่อปกปอง
อาวุธทีใ่ ชในการตอ สู เชน งาว หอก โตมร เปน ตน โดยชางทรงจะมีทหารฝมือดี บานเมอื ง โดยตลอดพระชนมช พี ของพระองคไ ดทรงทําสงครามกบั
4 คน ประจาํ ตําแหนงเทา ชา งท้ัง 4 ขาง เรียกวา จตลุ ังคบาท คอยตามคุมกัน พมา และรฐั เพื่อนบานอน่ื ๆ เพ่ือใหอาณาจักรปลอดภยั และมั่นคง
2 เมอื งแครง (เดงิ กราย) ปจจบุ ันสนั นิษฐานวา ตง้ั อยูท ่ีเมืองวอ ในประเทศพมา สงครามครัง้ สาํ คญั คอื สงครามยุทธหัตถีกบั สมเดจ็ พระมหา-
มที ต่ี ้ังอยูรมิ ฝง แมน ํ้าสะโตง และมรี ะยะทางเดนิ เทา หา งจากเมอื งหงสาวดีเปนเวลา อุปราชา ซ่งึ พระองคทรงประสบชัยชนะ สงครามครัง้ น้ีสง ผลให
1 วัน กรุงศรอี ยุธยามีความมั่นคงมากยงิ่ ข้นึ และทําใหป ลอดภยั จากการ
รุกรานของขา ศึกอกี เปนเวลานาน
คูม่ ือครู
กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
สา� หรบการทา� สงครามยุทธหตถ1ีกบพระมหาอปุ ราชาแห่งกรงุ หงสาวดีนน เกดิ ขนึ ภายหลงจากทีพระองค์ อธบิ ายความรู้
เสดจขึนครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๑๓๓ แล้ว สืบเนืองจากพระมหาอุปราชาทรงยกกองทพมาตีกรุงศรีอยธุ ยา
เมอื พ.ศ. ๒๑๓๕ กองทพอยุธยาไดป้ ะทะกบกองทพพมา่ ทเี มอื งสุพรรณบุรี สมเดจพระนเรศวรมหาราชไดท้ รง 1. ครูนําภาพยนตรเรือ่ งตํานานสมเดจ็ พระนเรศวร
ท�าสงครามยุทธหตถีกบพระมหาอปุ ราชา และประสบชยชนะด้วยการฟันพระมหาอปุ ราชาดว้ ยพระแสงของ้าว ภาค 5 มาเปดใหนักเรียนชม จากน้ันให
จนสินพระชนม์ ผลของสงครามครงนมี ีผลตอ่ ความมนคงของอยุธยาอย่างยงิ เพราะท�าให้อยุธยาปลอดภยจาก นักเรียนสรุปสาระสําคัญจากภาพยนตร และ
การถูกขา้ ศกึ รกุ รานตอ่ มาอกี นาน รวมกันแสดงความคดิ เห็นจากส่ิงท่ไี ดชมจาก
ภาพยนตรด งั กลาว
2. ครอู าสาสมัครนักเรียนออกมาเลา พระราช-
ประวัตขิ องสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชให
เพอื่ นฟง จากนนั้ ครูใหน กั เรยี นชวยกันยก
ตวั อยางพระราชกรณยี กิจท่สี าํ คญั ของพระองค
(แนวตอบ ทรงประกาศอสิ รภาพของ
กรุงศรอี ยธุ ยาจากกรงุ หงสาวดที ีเ่ มืองแครง
ทรงทํายทุ ธหตั ถกี ับพระมหาอุปราชาและ
เปนฝายชนะ ทําใหข าศกึ หวาดเกรงพระบรม-
เดชานภุ าพของพระองค จนไมกลา ยกทัพเขา
รุกรานอยธุ ยาอีกเปน เวลานาน ทัง้ ยงั ทรงขยาย
อาณาเขตไปอยา งกวา งขวาง)
3. ครใู หเ ปด โอกาสใหน ักเรยี นทมี่ ขี อสงสัยซักถาม
และอธบิ ายจนเขา ใจ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงกระทา� ยทุ ธหัตถีกับพระมหาอปุ ราชาแหงกรุงหงสาวดี (ภาพจิตรกรรมฝาผนังวดั สุวรรณดาราราม
จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา)
นบตงแต่สมเดจพระนเรศวรมหาราชเสดจขึนครองราชสมบติเป็น
มอเพรขฐา�ารตนเโะพแดามดอืยจหนนตทามบาลกงออา้ กษดญนาตอรรดทืนพิย้วหๆม์คยาา่รกรอจแาลลรงน้าทกะเนปกา�รชุงส็านา้ศรงทงเครมีคีอรือเรายขงนมุมธขคกยอรรบาง้าอไกมทยรพยธุงุขรหยใอะหงางอคญสขงาร้า่คอวศแด์บตกึลีค้อะลเงขทมุทม�า�าใรศหึกแ้ สลงะคราเอปมกกรปาใทอ‡ ชนงรขปพงอรเรปงะะก็นวรรตัาวุงรีิศชศกอาราÉสอีสณตตัยมรร¸ุาเด์ชจยิยาจท์ักาตพยีรแิäิงรดทลใะ้วยหะนยทญคเโรรดวพ่ศงายทรวมทะรíากอรสมลงงหงคา้กคาหอห์ รราบนาาญมกชÖงู้
ล้านนา เดดเดยี วตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
๙๙
ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู
เหตกุ ารณใ นขอใดแสดงถึงพระปรชี าสามารถและความกลา หาญ ครูควรอธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา ในสมยั อยุธยามีการยุทธหัตถีรวม 3 คร้ัง คือ ครงั้ แรก
ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชมากทส่ี ดุ ในแผน ดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทีพ่ ระอนิ ทราชาพระเจาลูกยาเธอชนชางกับ
ขา ศึกทนี่ ครลาํ ปาง ครง้ั ท่ี 2 ในแผนดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงชนชางกับ
1. โจมจเี มอื งคัง พระเจาแปรแหง กรงุ หงสาวดี เปน สงครามคราวเสียสมเด็จพระสรุ ิโยทัย และคร้ังท่ี 3
2. กระทาํ ยทุ ธหัตถี คอื ครั้งทส่ี มเด็จพระนเรศวรมหาราชชนชางกบั พระมหาอุปราชาแหงกรุงหงสาวดี
3. การประกาศอิสรภาพ จนไดร ับชัยชนะ
4. ทรงยิงพระแสงปน ตนขา มแมน า้ํ สะโตง
นกั เรยี นควรรู
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 2. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรง
1 ยุทธหัตถี เปนการตอสูกันดว ยอาวุธบนหลังชาง เปนวิธกี ารรบอยางกษัตริย
กระทํายุทธหัตถกี ับพระมหาอปุ ราชาแหงกรงุ หงสาวดีกันตวั ตอตวั ในสมยั โบราณ ถือเปน คติมาแตโบราณวายทุ ธหตั ถหี รอื การชนชางเปน ยอดยุทธวธิ ี
ซง่ึ แสดงใหเหน็ ถงึ พระปรีชาสามารถและความกลา หาญของพระองค ของนกั รบ เพราะเปนการตอ สูตวั ตอตวั ดงั นน้ั กษตั ริยพ ระองคใดกระทํายุทธหตั ถี
ซึ่งผลจากการกระทํายุทธหตั ถีทาํ ใหขา ศึกไมก ลายกทัพเขา มาโจมตี ชนะกจ็ ะไดรับการยกยอ งวามพี ระเกยี รติยศสูงสดุ สว นผแู พก ็ไดร บั การสรรเสรญิ วา
ไทยอีกเปนเวลานบั รอ ยป) เปนนกั รบแท
คมู่ ือครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ สมเด็จพระนารายณมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๑๙๙- ๒๒๓๑)
1. ครูนํานักเรียนสนทนาวา สมเดจ็ พระนารายณ พระราชประวตั ิ
มหาราชเปน พระมหากษัตรยิ ท ่มี ีความสาํ คญั
อีกพระองคห นึ่งของไทย จากน้ันใหนักเรยี น สมเดจพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตรย์
ชวยกันบอกวา ในรชั สมยั ของพระองคไดม ี อยุธยาในลา� ดับที ๒๗ โดยเปน็ พระราชโอรสของสมเดจพระเจ้า
เหตกุ ารณสาํ คญั ๆ อะไรเกดิ ข้นึ บาง ปราสาททอง พระองค์เสดจขึนครองราชสมบัตในชวงเวลาที
(แนวตอบ เชน การสรา งสมั พันธไมตรีกบั ฝรั่งเศส อยุธยาเรมถูกคกุ คามจากชาตตะวันตก ซึงขณะนนั ได้เขา้ มา
ในสมัยพระเจาหลุยสท่ี 14 การทาํ สงครามกบั คา้ ขายและเผยแผครสตศ์ าสนา
พมา การทาํ สงครามกบั อังกฤษ ฮอลนั ดาสง
เรือรบปดปากอาวไทย เปน ตน พระราชกรณยี กจิ สําคญั
2. ครใู หนักเรียนชวยกนั บอกวา เพราะเหตุใด ดา้ นการต่างประเทศ ทรงต้อนรบั ชาวตางชาตทเี ข้ามา
สมเด็จพระนารายณมหาราชจึงไดรับ คา้ ขายกับอยุธยา เชน จนี โปรตเุ กส ฮอลนั ดา อังกฤษ ฝรังเศส
พระสมญั ญานามวา “มหาราช” พระบรมราชานุสาวรียส มเดจ็ พระนารายณม หาราช เปน็ ตน้ ซงึ กอให้เกดประโยชนต์ อเศรษฐกจและการคา้ ของอยุธยา
(แนวตอบ เน่อื งจากพระองคไ ดท รงบําเพญ็ กษตั รยิ น กั การทตู แตเมือชาตตะวันตกทีเข้ามาค้าขายได้คุกคามอธปไตยของ
พระราชกรณยี กิจทส่ี าํ คัญมากมาย เชน
• ทรงสรางความสมั พันธกับชาตติ ะวันตก อยุธยา พระองคก์ ทรงใชพ้ ระบรมราโชบายทีชาญฉลาด ท�าให้อยธุ ยารอดพน้ จากการรกุ รานของชาตตะวันตก
หลายชาติ เชน โปรตุเกส ฮอลนั ดา ฝร่งั เศส เหตุการณ์ทีแสดงให้เหนถึงพระบรมราโชบายด้านการตางประเทศทเี ป็นผลดตี ออยุธยาของพระองค์
สเปน เปน ตน โดยสว นใหญเปนความสัมพันธ ไดแ้ ก การทีฮอลนั ดาสงเรือรบปิดปากอาวไทยใน พ.ศ. ๒๒๐๗ เพอื ให้อยุธยาท�าสญั ญากับตนโดยทอี ยธุ ยา
ทางการคา การเมอื ง และวฒั นธรรม ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรยี บฮอลันดาทังในด้านการค้าและการศาล พระองค์กทรงด�าเนนนโยบายทจี ะน�าองั กฤษ
• ทรงมนั่ คงในพระพทุ ธศาสนาเปน อยา งยง่ิ หมลาถุยวสง์ทดี ลุ ๑อ๔า�1นแาหจงกฝับรฮงั เอศลสนั ดจานสแาตมอางั รกถฤนษ�าไเมอาสฝนรใงัจเศดสังมนาันถวพงดระุลอองา� คนจ์างึจทกรบั งฮหอันลไันปดเจารไญดเ้ สปัม็นพผันลธสไ�ามเรตจรีกับพระเจ้า
แมว าชาติตะวันตกจะใชความพยายามในการ นอกจากนี พระองคท์ รงอนญุ าตให้บาทหลวงฝรงั เศสเผยแผครสต์ศาสนานกายโรมันคาทอลกในอยุธยาได้
เกล้ียกลอ มพระองคใ หเปลย่ี นศาสนา โดยใช แตเพอื มให้คนไทยพากันไปนบั ถือครสตศ์ าสนากันมาก พระองคจ์ ึงโปรดให้พระโหราธบดแี ตงหนังสือจนดามณี
วิธีปฏิเสธทช่ี าญฉลาด ซึงเป็นแบบเรียนหรือต�าราเรยี นเลมแรก วาด้วยพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ รวมเรียกวา อกั ขระวธขี องไทย
• ทรงนาํ ความเจรญิ ตามแบบอยา งตะวนั ตก รวมทังอธบายถงึ การแตงโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ทังนีเพือให้ชาวกรุงศรอี ยธุ ยาสามารถอานออกเขียนได้
มาปรับปรุงบานเมือง เชน ดา นการชา ง จะได้รู้เทาทนั ไมไปเขา้ รีตตามแบบฝรงั และเปน็ การรกั ษาวัฒนธรรมทางด้าน
การแพทย ระบบประปา การทหาร วขแภสัฒอมามษง้กนทุพารธดรขระรโ้อะาทรฆนงอมังษคงวไพคคนทรรร์ม�าไยะณทฉตคี อยันกวกงเทารทคอมร์าอ์เมอเไดจ2วองมรด้กกีทญาว้ทดรจยรงรว้นุงใยงถเหพรงึ ้กือรททางะ�าุกรแรใวสลาหันนชะ้วนับเนรปี รสพน็ณนนมุกนธรรท์วดรรามกงรทใณดนาา้ กสงนรมวรยัรมรชณอื กรรวมิทยากสาัมรพใหนัหม¸ลท่æäารมยคงตจดสวารา้สารกนกีมม้าตับเงเจดค่าโตรดจ็งุณ่าิญปพยงเปรรปร©ะะุง่รรพเนเะทะราโเาอืศทยะรงดมชศาขนา้ายอนใแณแ์ งชลกกบป้ ์มะ่ชา้ารทรหานับตรเาจเปงรมิäรทนารือิญชยíางุง
การแผนท่ี เปน ตน
• ทรงสง เสรมิ ทางดา นวรรณกรรม ในสมยั
ของพระองคจ งึ มีผลงานวรรณกรรมและมี
กวที ีม่ ีชอ่ื เสยี งหลายทา น เชน พระโหราธิบดี
พระศรีมโหสถ ศรีปราชญ เปนตน)
100
นักเรียนควรรู บรู ณาการเชอ่ื มสาระ
ครูสามารถนําเนื้อหาเกย่ี วกบั วรรณคดีในสมัยสมเดจ็ พระ
1 พระเจา หลยุ สท ี่ 14 (พ.ศ. 2181-2258) ทรงเปน พระมหากษตั รยิ แ หง ประเทศ นารายณม หาราชไปบูรณาการเชอื่ มโยงกับกลุมสาระการเรียนรู
ฝรง่ั เศส ครองราชยเ มอื่ มพี ระชนมายไุ ดเพียง 5 ชันษา โดยเปนกษตั ริยพ ระองคท ่ี 3 ภาษาไทย วิชาวรรณคดแี ละวรรณกรรม โดยยกตัวอยา ง
แหง ราชวงศบูรบ ง และราชวงศกาเปเตยี ง ถอื วาพระองคท รงครองราชยน านที่สดุ บทประพนั ธว รรณคดที สี่ าํ คญั เชน โคลงทศรถสอนพระราม
ของประเทศฝรั่งเศส และนานกวากษตั รยิ พ ระองคอืน่ ในทวปี ยุโรป คือ ทรงครองราชย โคลงพาลีสอนนอ ง โคลวงราชสวัสด์ิ พระราชนพิ นธใ นสมเดจ็
รวม 72 ป ทรงครองราชยต รงกับชว งระหวา งรชั สมยั สมเด็จพระเจา ปราสาททอง พระนารายณม หาราช โคลงเฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนารายณ
(พ.ศ. 2172-2199) จนถงึ รชั สมัยสมเด็จพระสรรเพ็ชญท่ี 9 (พระเจาอยหู ัวทา ยสระ) มหาราช ประพนั ธโ ดยมหาราชครู หนงั สือจนิ ดามณี เลม ที่ 1
(พ.ศ. 2251-2275) แหงสมัยอยุธยา (แบบเรียนภาษาไทยเลม แรก) ประพนั ธโดยโหราธบิ ดี โคลง
2 วรรณกรรม ในสมัยสมเดจ็ พระนารายณม หาราชไดชื่อวาเปนยุคทองของ กาํ สรวลศรีปราชญ อนรุ ทุ ธค าํ ฉันทแ ตงโดยศรีปราชญ เปน ตน
วรรณกรรมไทยในสมยั อยุธยา เนื่องจากในสมัยนี้มกี วีท่ีสาํ คัญหลายทา น เชน มาใหน กั เรยี นฝก การวเิ คราะหค ุณคา ของวรรณคดี ท้งั ดา นเน้ือหา
พระมหาครู ศรีปราชญ รวมถงึ สมเด็จพระนารายณมหาราช และปรากฏวรรณกรรม ดา นวรรณศิลป ดา นสังคม และขอคิดทส่ี ามารถนาํ ไปประยกุ ตใช
มากมาย เชน โคลงสภุ าษิตพาลสี อนนอ ง สมุทรโฆษคาํ ฉันท (ตอนตน) จนิ ดามณี ในชีวิตประจําวนั
เสือโคคาํ ฉันท โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณม หาราช โคลงกําสรวล
ศรปี ราชญ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยา (ฉบับหลวงประเสรฐิ อักษรนติ )ิ์ เปนตน
คมู่ ือครู
กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
สมยั ธนบรุ ี สมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช อธบิ ายความรู้
(ครองราชย พ.ศ. ๒๓๑๑ -๒๓๒๕) 1. ครูนําเพลงเจาตาก ผลงานของวงคาราบาว
มาเปดใหนกั เรยี นฟง แลวใหน ักเรยี นสรุป
พระราชประวัติ สาระสาํ คัญจากเนือ้ เพลง และรว มกันแสดง
ความคดิ เหน็ เกีย่ วกับสง่ิ ทไ่ี ดจากการฟงเพลง
สมเดจพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ์ ดงั กลาว
ผสู้ ถาปนากรุงธนบุรีเปน็ ราชธานี ภายหลงั จากทกี รงุ ศรีอยุธยา
เสียแกพมาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ มพี ระนามเดมิ วา สิน พระราชบิดา 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาเลา พระราช-
เป็นคนจีน ชือ ไหฮอง ท�ามาหากนิ อยูในกรุงศรีอยุธยา ประวตั ิของสมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราชให
พระราชมารดาเป็นคนไทยชือ นกเอยี ง เสดจพระราชสมภพ เพื่อนฟง จากนัน้ ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั ยกตวั อยาง
เรมับือราพชก.ศา.รเ๒ป๒็น๗ห๗ลวงภยากยกหรละังบจตั ารก1แอลปุ ะสพมรบะทยตาตามากปรเะจเา้ พเมณอื ีแงลต้วาเกขา้ พระราชกรณยี กจิ ทสี่ าํ คัญของพระองค
(แนวตอบ ทรงมีบทบาทสาํ คญั ในการกูอิสรภาพ
พระราชกรณียกิจสําคัญ ของไทยใหร อดพนจากการยึดครองของพมา
และสามารถรวบรวมคนไทยและพระราช-
พระบรมราชานสุ าวรยี สมเด็จพระเจาตากสนิ ด้านความมนั่ คง เมือพมายกกองทัพมาล้อมกรงุ ศรีอยุธยา อาณาเขตใหเ ปน ปก แผน )
มหาราช กษัตรยิ ผูกูเอกราชแหง ชาตไิ ทย พระยาตากได้ถูกเรียกตวั มาชวยราชการ และไดเ้ ป็นพระยา
3. ครูใหน ักเรียนดภู าพวาดในหนังสอื เรียนหนา
วชริ ปราการ เจ้าเมอื งก�าแพงเพชร แตไมได้ขนไปปกครอง เนืองจากในขณะนนั กรงุ ศรีอยธุ ยากา� ลังตกอยู 101 แลว อธบิ ายเกีย่ วกับเหตกุ ารณใ นภาพวา
ในภาวะคับขนั พระยาตากจงต้องรวบรวมไพรพลมาปองกันพระนครแทน ตอมาพระยาตากเลงเหนวา มีสาเหตุมาจากอะไร
พกรมงุ าศอรอีอกยไธุ ปยตาคงั ตงไวั มแสลาะมเตารรถยี มตา้แนผทนากนากรา�ทลจี ังะขขอับงไพลมพามไดาอ้ อจกงรจวาบกรกวรมุงไศพรรอี พยลุธไยทายจณนี จา�เมนอืวงนจหันนทงบตุรฝี 2ี ่าวเมงลืออ้มมีกข�าอลงัง
เข้มแขงแล้วจงได้คมุ ก�าลังไพรพลขบั ไลกองทัพพมาให้พ้นไปจากกรุงศรีอยธุ ยา และเพอื ปกปองพระราช- 4. ครใู หน กั เรียนศึกษาขอ มูลเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับ
อาณาเขตให้เปน็ ปึกแผนตอไปจงได้สถาปนากรุงธนบรุ ีเปน็ ราชธานแี หงใหม และกระท�าพิธีบรมราชาภิเษก ชมุ นมุ ตา งๆ ที่ตั้งตัวเปนใหญภายหลงั
เป็นพระมหากษตั รยิ ค์ รองกรงุ ธนบุรี กรุงศรีอยธุ ยาเสียแกพ มาวา มีชุมนุมอะไรบา ง
ต้ังอยทู ่ไี หน และสมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช
ด้านการเมืองการปกครอง ระหวางขนครองราชสมบตั ิ สามารถปราบไดอ ยา งไร โดยใหส รุปขอมลู ลง
ทรงเป็นผู้นา� ในการรวบรวมอาณาจักรใหเ้ ปน็ ปึกแผน ทรงปราบ กระดาษ A4 แลว นาํ สงครูผสู อน
ชรวุมมนทุมงัตฟานงๆฟูเทศตี รังษตฐวั กเิปจ3แ็นลใหะญสังภคามยหลงั กรงุ ศรอี ยธุ ยาเสยี แกพมา
ทีเสือมโทรมให้กลับคืนสู
สภาพปกติ สมเดจพระเจ้าตากสนิ มหาราช
ทรงเปน็ วรี กÉัตรยิ ย์ อดนักรบ ทรงมี
ความเดดเดียว กลา้ หาญสมกับเปน็ ผ้นู าí ทรงมี
บทบาทสา™ คัญในการกู้อิสรÀาพของäทยจากพมา่
ภาพวาดจินตนาการสมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช และรวบรวมบ้านเมืองใหเ้ ปน็ ปกƒ แผ่น ทéงั นีé
พระราชทานขาวสารท่ซี ื้อจากพอ คาชาวจนี ใหแก เพือความร่มเยนเป็นสขุ ของอาณาประชาราÉ®ร์
ราษฎร
101
ขอ สอบ O-NET นกั เรยี นควรรู
ขอ สอบป ’53 ออกเกี่ยวกับพระบรมราโชบาย 1 หลวงยกกระบตั ร ช่ือตําแหนงขุนนางสมยั โบราณ สงั กัดกระทรวงวงั มีหนาที่
ของสมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช ออกไปประจาํ ตามหวั เมืองเพื่อสอดสอ งอรรถคดตี างๆ ซ่งึ ตรงกบั พนกั งานอยั การ
หรอื อยั การในปจ จุบัน
พระบรมราโชบายสําคัญของสมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช 2 เมอื งจันทบรุ ี ในการตีเมืองจันทบุรี พระยาตาก (สิน) ไดเ ขา ตเี มืองตอน
ภายหลงั การสถาปนากรงุ ธนบุรี เนน เรื่องใดเปน อนั ดบั แรก กลางคืน โดยสั่งนายและไพรวา เม่ือหงุ ขาวเยน็ กินเสรจ็ แลว ใหท ิ้งอาหารทเ่ี หลอื
และทบุ หมอ ขา วเสียใหห มด หมายเขาไปกินขา วเชาดว ยกนั ในเมอื งวันรงุ ขน้ึ
1. การฟนฟพู ระพุทธศาสนา ถาตีเอาเมอื งไมไ ดก็จะขอตายดว ยกัน ผลปรากฏวา สามารถตเี มอื งจันทบุรไี ด
2. การสรางกองทัพใหเ ขมแข็ง 3 เศรษฐกิจ สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชโปรดฯ ใหข า ราชการผใู หญแ ละ
3. การสงเสริมการคากับตางชาติ ผนู อ ยทํานาปละ 2 ครงั้ ใน พ.ศ. 2317 เพอ่ื แกป ญ หาการขาดแคลนขา วสาร เพราะ
4. การแกไขปญ หาความอดอยาก ขา วสารราคาสูงถึงเกวยี นละ 2 ชั่ง
วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 4. ภายหลงั การกอบกูเอกราช
ผคู นอดอยาก พระองคแ กปญ หาเฉพาะหนาดวยการซือ้ ขา วมาแจกจา ย
ราษฎร เปนการแกไขความอดอยาก และจงู ใจใหม าอยรู วมกนั
เปน บานเมือง ไมตองหลบซอนอกี ตอไป
คมู่ ือครู
กระตุน้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ สมยั รตั นโกสินทร พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา
จุฬาโลกมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๒๕ -๒๓๕๒)
1. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาเลาพระราช- พระราชประวัติ
ประวัตขิ องพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา-
จฬุ าโลกมหาราชกอ นทจี่ ะเสดจ็ ขนึ้ เปนพระมหา พระบาทสมเดจพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรง
กษัตรยิ ใหเพ่อื นฟง มพี ระนามเดิมวา่ ทองด้วง พระราชบดิ ามนี ามว่า ทองดี
คแลวาะมพชรอะบราในชรมาาชรกดาารมจีนนาไดม้รวบั ่าราชหทยนิ กนามใ1นเปส็นมัยธเจน้าบพุรรีมะยีคาวจากัมรดี ี
2. ครูใหน กั เรียนชว ยกันยกตัวอยางพระราช- และ สมเดจเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ก่อนหน้าทีจะทรง
กรณยี กิจของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา รับอัญเชญิ ขึนเป็นพระมหากษตั ริยผ์ ู้สถาปนากรงุ รตั นโกสินทร์
จฬุ าโลกมหาราชทม่ี สี ว นสรา งสรรคชาติไทย เปน็ ราชธานแี ละสถาปนาพระบรมราชวงศจ์ กั รี เมือ พ.ศ. ๒๓๒๕
3. ครใู หน กั เรียนแบงกลุม 3-4 กลมุ เพอ่ื ศึกษา พระราชกรณยี กจิ สําคญั
คน ควาเกีย่ วกบั สงครามเกาทพั ซง่ึ เปน สงคราม
ครงั้ สําคัญในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธ- ดา้ นความมน่ั คง ทรงปองกนั พระราชอาณาจักรใหร้ อดพน้
ยอดฟา จุฬาโลกมหาราช โดยศึกษาจากแหลง พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช จากการรกุ รานของขา้ ศกึ นอกจากนียังทรงฟน ฟูศลิ ปวฒั นธรรม
เรียนรตู างๆ เชน หนังสอื ในหอ งสมุด เวบ็ ไซต ปฐมกษตั รยิ แหง พระบรมราชวงศจ ักรี อันเป็นมรดกตกทอดมาตงั แต่ครังสมยั สโุ ขทยั และสมยั อยธุ ยา
ในอินเทอรเนต็ เปนตน แลว ใหสรุปสาระ
สําคัญตามประเดน็ ดงั น้ี การทไี ทยสามารถปองกนั การรุกรานของขา้ ศกึ จนประสบชัยชนะทกุ ครงั แสดงให้เหนถงึ พระปรชี าสามารถ
• สาเหตขุ องสงคราม ททีาเรงยี กกาวรา่รบแสลงคะคราวมาเมกก้าลท้าพั ห2าเญพเรขา้ะมพแขมงา่ ขยอกงทพัพรมะาอตงไีคท์ ยโถดึงยเ๙ฉพทาพั ะดอว้ยยา่ กงนัยิงสแงตคไ่ ทรายมกสกาบั มพามร่าถใขนับไพลก่.ศอ.งท๒ัพ๓พ๒ม๘า่
• เหตุการณใ นสงคราม ใหพ้ น้ ไปได้ และหลงั จากนีพม่ากไมส่ ามารถยกทพั ขนาดใหญ่มาโจมตไี ทยได้อกี ต่อไป
• ผลจากสงคราม
จากน้ันใหแ ตละกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ
ผลการศกึ ษาคนควา ท่หี นาชน้ั เรยี น
ภาพวาดจนิ ตนาการการสูรบระหวา งไทยกับพมา ในสงครามเกาทพั พ.ศ. ๒๓๒๘ นบั เปน สงครามครง้ั สา� คญั ทสี่ ดุ ในสมยั รัตนโกสินทร
ตอนตน
102
นักเรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT
สาเหตุท่ีทําใหร ชั กาลที่ 1 โปรดเกลา ฯ ใหมีการตรวจชาํ ระ
1 ราชทินนาม ชือ่ บรรดาศักดิ์หรือสมณศกั ด์ิชั้นสัญญาบัตรที่พระเจา แผนดนิ กฎหมายขนึ้ ใหม
พระราชทาน 1. กฎหมายเดิมทีใ่ ชอ ยูไมม ีความยตุ ธิ รรม
2 สงครามเกาทัพ สงครามระหวางไทยกบั พมา ในสมยั พระเจาปะดงุ โดย 2. ชาตอิ น่ื ดถู ูกวา กฎหมายไทยไรความศักดส์ิ ทิ ธิ์
พระเจา ปะดุงโปรดใหจ ดั ทพั เปน 9 ทัพ เขารกุ รานหัวเมืองตางๆ ของไทยตัง้ แต 3. โบราณราชประเพณีกาํ หนดใหตอ งมกี ารตรวจชาํ ระทกุ ครัง้ ท่ี
เหนือจดใต ผลจบลงดวยชยั ชนะของฝา ยไทยท้ังท่ีมีจาํ นวนทหารนอ ยกวา เปลยี่ นรชั กาลใหม
4. พระองคท รงเกรงวา ผูรกู ฎหมายจะคอ ยๆ หายไป จงึ ให
มมุ IT รวบรวมไวเปน ลายลกั ษณอกั ษร
วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 1. เนือ่ งจากกฎหมายท่มี อี ยูมีความ
ศกึ ษาคนควาขอ มลู เพิม่ เติมเกี่ยวกบั สงครามเกา ทพั ไดท ่ี ขดั แยง กนั และขัดกับความเปนจริง จึงโปรดเกลา ฯ แตง ต้งั คณะ
www.m-culture.go.th เวบ็ ไซตกระทรวงวฒั นธรรม กรรมการ ประกอบดว ย อาลักษณ 4 นาย ลุกขนุ 3 นาย และ
ราชบัณฑติ 4 นาย รวมเปน 11 นาย ทําการชาํ ระพระราชกาํ หนด
คมู่ อื ครู บทพระอยั การทง้ั หมดใหถูกตอ ง
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
การประสบชยชนะในการปองกนพระราชอาณาจกรทกุ ครง อธบิ ายความรู้
แสดงใหเ้ หนถงึ ความเข้มแขงของพระองค์ในการบญชาการทพให้
ไพรพ่ ลเปน็ อนหนึงอนเดียวกน ทรงเป็นขวญก�าลงใจของไพร่พล .1. ครูใหน ักเรยี นอธิบายเก่ียวกบั “กฎหมายตรา
ในการท�าสงครามปองกนพระราชอาณาจกร พระองค์ทรงมี สามดวง” วามีลกั ษณะสําคญั อยางไร
พระปรีชาสามารถในการวางแผนปองกนพระราชอาณาจกรจน (แนวตอบ ประมวลกฎหมายที่พระบาทสมเดจ็
ประสบความสา� เรจในทีสดุ พระราชกรณียกจิ ของพระองค์จึงมี พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราชทรงพระ
บทบาทสา� คญในการรกษาแผ่นดนิ ไว้ใหอ้ นุชนคนไทยในยคุ หลง กรุณาโปรดเกลา ฯ ใหช ําระกฎหมายเกา ทีม่ ี
ตอ่ มา ดงเชน่ สมเดจพระมหาบูรพกษตริยาธิราชเจ้าของไทย มาแตค ร้ังโบราณ แลวรวบรวมเปนประมวล
ในสมยอยธุ ยาและสมยธนบุรี กฎหมายข้นึ เม่อื พ.ศ. 2347 โปรดใหเรยี กวา
ด้านการเมอื งการปกครอง ทรงเป็นแบบอยา่ งของผู้ปกครอง “กฎหมายตราสามดวง” มีการประทบั ตรา
ทีทรงธ�ารงไวซ้ ึงความยตุ ิธรรมแก่บรรดาอาณาประชาราษฎร์ 3 ดวง คอื ตราพระราชสีห (สาํ หรับตาํ แหนง
เมือพระองค์ทรงเหนว่ากฎหมายทีมอี ยู่ขดแย้งกนเองกบความ สมุหนายก) ตราพระคชสีห (สาํ หรบั ตําแหนง
เอปา็นลจกรษิงณ์จ1ึง๔โปนรดายเกลล้ากู ฯขุนแ2ต๓ง่ ตงนคาณย ะแกลระรมรากชาบรณปฑริตะก๔อบดน้วายย ภาพวาดจ�าลองเหตุการณพ ระบาทสมเด็จพระพทุ ธ- สมุหพระกลาโหม) และตราบวั แกว (สาํ หรบั
ยอดฟาจุฬาโลกมหาราชโปรดเกลาฯใหตรวจชา� ระ ตําแหนงโกษาธบิ ดี หมายถงึ พระคลงั ซงึ่ ดแู ล
กฎหมายขึ้นใหม เรียกวา กฎหมายตราสามดวง รวมทั้งกจิ การดา นตา งประเทศ)
รวมเป็น ๑๑ นาย ทา� การช�าระกฎหมายทงหมดให้ถูกต้อง (จติ รกร นายนรา เกษประไพ)
เมอื ช�าระเสรจแลว้ เขยี นเปน็ ฉบบหลวง ๓ ฉบบ ประทบตราพระราชสหี ์ พระคชสีห์ และบวแก้วเปน็ สา� คญ 2. ครใู หนักเรยี นชวยกนั ยกตวั อยา งพระราช-
ทุกเลม่ สมุด เรียกวา่ กฎหมายตราสามดวง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้รกษาไว้ทีหอหลวง หอ้ งเครอื ง (หรือ กรณยี กิจดานอนื่ ๆ ของพระบาทสมเด็จ
ขไดา้ เ้งปทน็ )ี กแฎลหะมศาาลยหส�าลหวรงบแปหกง่ คลระอฉงบแบผ่นเพดอืนิ เมปา็นจกนฎถหงึ มสามยยสรา� ชหกราบลใทชีใ้ ๕นกจารงึ ปไดกม้คีกราอรงปบฏ้านริ ปูเมกือฎงหกมฎาหยมแลาะยกตารรายสุตามิธรดรวมง3 พระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช
ให้ทนสมยตามแบบตะวนตก (แนวตอบ พระราชกรณยี กิจทส่ี าํ คัญ เชน
พระราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทางดา้ นการปองกน • ดานศิลปกรรม ทรงใหส รางพระราชวงั
พระราชอาณาจกรให้รอดพ้นจากการรกุ รานของข้าศกึ และทางดา้ นการปกครอง พระทีน่ ั่ง และวัดตา งๆ เชน วดั พระศรี
อาณาจกรดว้ ยการปฏิรูปกฎหมายให้ถูกต้องตามหลกกฎหมายและ รัตนศาสดารามหรือวดั พระแกว
ความเปน็ จริง เพือความยุติธรรมของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ พระบาทสมเดจพระพทุ ¸ยอด¿‡า วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม เปนตน
จÌุ าโลกมหาราช ป°มกÉตั รยิ แ์ หง่ • ดานวรรณกรรม ทรงสง เสริมใหมกี ารแตง
นบเปน็ แบบอยา่ งอนดีงามสา� หรบการปกครองแผน่ ดนิ ให้ ราชวงศ์จกั รผี ู้สรา้ งกรุงรัตนโกสนิ ทร์ ทรงเปน็ วรรณกรรมหลายเรอ่ื ง เชน รามเกียรต์ิ
ประชาชนได้มีความร่มเยนเป็นสุขส�าหรบผูป้ กครอง ทังé นกั ปกครองและนกั รบทมี พี ระปรชี าสามาร¶ ดาหลัง อเิ หนา อณุ รทุ เปน ตน และให
มกี ารนําวรรณกรรมตา งชาตมิ าแปลเปน
ภาษาไทย เชน สามกก ราชาธิราช เปนตน
• ดา นศาสนา ทรงใหมกี ารทาํ สงั คายนา
พระไตรปฎ ก เปนตน)
ประเทศไทยในยคุ ปัจจบุ น ทรงขยายพระราชอาณาจกั รและทรงทíานุบาí รุง
บา้ นเมอื งในดา้ นต่างæ เพือประโยชน์สขุ ของราÉ®ร
103
ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรียนควรรู
ขอ ใดไมใช พระราชกรณียกจิ ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา- 1 อาลักษณ ผูทที่ ําหนา ทเ่ี กย่ี วกับหนังสือในราชสาํ นัก
จุฬาโลกมหาราช 2 ลกู ขุน คณะขาราชการชัน้ สงู ฝายตุลาการ
3 การปฏิรปู กฎหมายและการยตุ ิธรรม เปน พระราชกรณียกิจท่สี ําคญั อีก
1. การชาํ ระพระไตรปฎ ก ประการหนงึ่ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู ัว เพราะเปนการวาง
2. การใชก ฎหมายตราสามดวง รากฐานท่สี ําคญั ของการปฏิรูปกฎหมายและการยตุ ธิ รรมเขา สรู ะบบสากล
3. การรกั ษาเอกราชและความมัน่ คงของราชอาณาจักร ซ่งึ นาํ ไปสูการยกเลกิ สิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตทเ่ี คยใหกับตา งชาติในเวลาตอ มา
4. การเปด ประเทศเพอื่ ทําการคาขายกับพอ คา ชาติตะวนั ตก
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 4. ในสมยั นี้ไทยทําการคา กับจนี
อินเดยี และชวา มากกวา ชาตติ ะวนั ตก เน่ืองจากทวีปยุโรป
กาํ ลังอยูในภาวะสงคราม เพราะการรกุ รานของจกั รพรรดนิ โปเลียน
และการปฏวิ ตั ิครงั้ ใหญในประเทศฝร่งั เศส ชาวตะวนั ตกที่เขามา
ติดตอ คาขายกับไทย เชน โปรตุเกส อังกฤษ เปนตน
ค่มู อื ครู
กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลยั (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๕๒ -๒๓๖๗)
ครใู หนักเรยี นชวยกันบอกวา เพราะเหตใุ ด พระรพาชระปบราะทวสัตมิ เดจพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั 1พระมหากษตั รยิ ์
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลานภาลัย จงึ ไดร บั รัชกาลที ๒ แห่งพระบรมราชวงศ์จกั รี มีพระนามเดมิ วา่ ฉมิ
พระสมัญญานามวา “องคเ อกอคั รศิลปนแหง ทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเดจพระพุทธยอดฟา
กรงุ รัตนโกสินทร” จุฬาโลกมหาราช และสมเดจพระอมรนิ ทราบรมราชินี ทรงได้
รบั การยกยอ่ งจากองคก์ ารยูเนสโกในฐานะเป็นบุคคลส�าคัญทีมี
(แนวตอบ เนื่องจากพระองคทรงมีพระปรีชา ผลงานดีเด่นทางวฒั นธรรมระดับโลก
สามารถในดานตา งๆ ดงั น้ี
• ทางดา นวรรณกรรม ไดทรงพระราชนพิ นธ พระราชกรณียกิจสําคัญ
บทละครตา งๆ ทีส่ ําคญั คือ อิเหนา และ ดา้ นวรรณกรรม ทรงพระราชนิพนธ์บทละครขนึ มาใหม่
เรอ่ื งอ่นื ๆ ท่ใี หก วีอนื่ รว มเขยี นดวย เชน แจล�านะเวอนาเ๗รือเงรเือดงมิ มทาสี ทา� ครงญั พทรสีะรุดาคชือนิพบทนธลใ์ะหคมรเ่ รรวอื มงบอทเิลหะนคาร2ทซงั ึงหทมรดง
สังขทอง คาวี เปน ตน ทรงพระราชนิพนธ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
กาพยเหเรือ กาพยเ หช มเครือ่ งคาวหวาน องคเอกอัครศิลปนแหงกรุงรัตนโกสนิ ทร
บทพากยโ ขนบางตอน
• ดา นนาฏศลิ ปและดนตรี ทรงชาํ นาญและ พระราชนิพนธด์ ว้ ยพระองค์เองตลอดเรือง นบั เปน็ วรรณกรรมทีดีทสี ดุ ของรชั กาลที ๒ สว่ นบทละครอกี ๖ เรือง
โปรดการเลน ซอสามสาย ไดทรงพระราช- พระองคท์ รงพระราชนพิ นธแ์ ละโปรดเกล้าฯ ให้กวอี ืนๆ ร่วมเขยี นด้วย เช่น สงั ข์ทอง คาวี เป็นตน้ นอกจากนี
นพิ นธท าํ นองเพลงบุหลันลอยเลอ่ื น หรอื พระองคย์ งั ทรงพระราชนิพนธก์ าพยเ์ ห่เรือ กาพย์เหช่ มเครอื งคาวหวาน บทพากยโ์ ขนบางตอน เปน็ ต้น
บุหลันลอยฟา และไดท รงประดิษฐทารํา นอกจากพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั แล้ว ยังมกี วที ีมชี อื เสียงจา� นวนมากทสี ง่ เสรมิ ให้รัชกาลนี
ประกอบการเลนละครไทยอนั สวยงาม เปน็ ยคุ ทองแห่งวรรณกรรม เชน่ สนุ ทรภู่ นายนรินทรธิเบศร์
• ดานประติมากรรม ทรงพระปรีชาสามารถ
ทางดานการปนและแกะสลกั โดยไดท รง
แกะสลักบานประตูพระวหิ ารวดั สทุ ัศนเทพ-
วรารามรว มกับชางฝม ือในสมยั น้นั )
ภาพวาดจา� ลองเหตกุ ารณรัชกาลที่ ๒ โปรดเกลา้ ฯ ให้ประชุมราชบณั ฑิตเพือ่ พจิ ารณาวรรณคดที ่ีพระองคทรงพระราชนิพนธ
(จิตรกร นายจินดา สุดสุจรติ )
104
นกั เรยี นควรรู บรู ณาการเช่อื มสาระ
ครสู ามารถนาํ เนอื้ หาเก่ยี วกับวรรณกรรมสมัยพระบาทสมเดจ็
1 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา นภาลยั ทรงพระราชสมภพทน่ี ิวาสสถานเดิม พระพุทธเลิศหลานภาลัย ไปบรู ณาการเชอื่ มโยงกับกลมุ สาระการ
อยใู นเขตอําเภออัมพวา จงั หวดั สมุทรสงคราม ในปจ จบุ นั อยใู นบริเวณวัดอมั พวัน- เรยี นรูภาษาไทย วิชาวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใหน กั เรยี น
เจตยิ ารามวรวิหาร ใกลก ับตลาดนาํ้ อมั พวา และ “อุทยาน ร.2” จังหวดั สมทุ รสงคราม ชว ยกนั หาตวั อยา งพระราชนพิ นธใ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธ-
2 อิเหนา หรอื เรยี กวา นิทานปนหยี เปน นิทานท่ีเลา แพรห ลายกันในชวา เชอ่ื กนั วา เลศิ หลานภาลัย หรอื ผลงานของกวอี ืน่ ๆ ในรชั สมยั ของพระองค
เปนนยิ ายองิ ประวัติศาสตรข องชวา ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 อิเหนาในภาษาไทย จากน้ันใหนกั เรยี นเลือกวรรณกรรมทนี่ กั เรียนสนใจคนละ 1 เรอ่ื ง
มีกวีไดแ ตงข้ึนหลายสํานวนตงั้ แตส มยั อยุธยาตอนปลาย อิเหนาเปนวรรณคดี เชน อิเหนา ไชยเชษฐ เปนตน แลวฝกการวิเคราะหคณุ คา ของ
ตา งประเทศท่ีปรากฏคําศพั ทช วาหลายคํา เชน บุหงา บหุ ลัน เปน ตน วรรณคดี ท้งั ดา นเนือ้ หา ดานวรรณศิลป ดา นสังคม และขอคิด
ทสี่ ามารถนาํ ไปประยุกตใ ชใ นชีวติ ประจาํ วัน โดยใหบ ันทกึ ลง
กระดาษ A4 แลว นาํ สง ครูผูสอน
ค่มู ือครู
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
ด้านดนตรีและนาฏศลิ ป ทรงช�านาญและโปรดการเลน่ ซอสามสายมาก พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ อธบิ ายความรู้
ทา� นองเพลง บหุ ลนลอยเลอื น หรอื บหุ ลนลอยฟา (บางทีกเรยี กวา่ เพลงสรรเสริญพระจนทร์ แต่ตอ่ มา
นิยมเรียกกนว่า เพลงทรงพระสุบิน) ทีมีความไพเราะ ซงึ ยงนิยมบรรเลงมาจนถงึ ทุกวนนี นอกจากนีทาง ครูตั้งคาํ ถามใหนกั เรยี นชวยกันตอบ เชน
ด้านนาฏศลิ ป พระองคย์ งทรงประดษิ ฐท์ า่ รา� ประกอบการเลน่ ละครไทยอนสวยงามอกี เป็นจา� นวนมาก • เพราะเหตุใดในรัชสมยั พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหลา นภาลยั จงึ ไดช อื่ วา
เปนยคุ ทองของวรรณกรรมไทยสมัยหน่งึ
(แนวตอบ เพราะในสมยั ของพระองค
มีกวที ม่ี ีช่อื เสยี งหลายทา น เชน สุนทรภู
นายนรนิ ทร พระยาตรัง เปน ตน และมี
ผลงานทางดา นวรรณกรรมท่ีมีคณุ คา มากมาย
เชน พระอภยั มณี นริ าศเมอื งแกลง เปน ตน
และทรงพระราชนพิ นธว รรณกรรมไวห ลาย
เรอ่ื ง เชน อเิ หนา สังขทอง เปน ตน)
• เคร่อื งดนตรีท่รี ชั กาลที่ 2 ทรงโปรดปราน
และถนัดมากที่สุด คือ เครอ่ื งดนตรชี ิน้ ใด
และมชี อ่ื วาอะไร
(แนวตอบ ซอสามสาย ช่อื ซอสายฟา ฟาด)
ภาพวาดจา� ลองเหตกุ ารณรชั กาลท่ี ๒ ทรงซอสามสาย (จติ รกร นายประทวน เจริญจติ ร)
และวดดพ้านระสศถรารีปตต นยศการสรดมารทารมงโ(ปวรดดพเรกะลแ้ากฯ้ว)ใหทก้ีสอ่า� คสรญ้าคงแอื ลโะปตรกดแเตกล่งตา้ ฯกึ รใาหม้สตร่า้างงๆพรโะดปยรราองบค1พ์วดระอบรุณรมรมาชหวารราารชาวมง
ทีมีความงดงามยงิ ซงึ สร้างเสรจในสมยรชกาลที ๓ และได้กลายเปน็ สญลกษณ์อย่างหนงึ ของประเทศไทย
ดา้ นประติมากรรม ทรงมีพระปรชี าสามารถทางด้านการปันและแกะสลก
หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิงการทีพระองค์ทรงแกะสลกบานประตู
พระวิหารวดสุทศนเทพวรารามร่วมกบช่างฝมือเยียมในสมยนน พระบาทสมเดจพระพทุ ¸เลิศหลา้
จนเป็นทีกล่าวขานว่างดงามมาก และทรงแกะหน้าหุ่น นÀาลัย ทรงมีบทบาทส™าคญั ในการ
พระยารกใหญ่ พระยารกน้อยทงี ดงาม ส่วนงานปนั เช่น พ²ั นาชาติäทย โดยทรงมีพระอัจ©รยิ Àาพ
ทรงปนั หุ่นพระพกตร์พระประธานในวดอรณุ ราชวราราม โดดเด่นทางด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม
ซึงผลงานฝพ ระหตถ์ของพระองคน์ บเป็นสมบติที จนทíาให้รัชสมัยนีจé ัดเปน็ ยคุ ทองแหง่ วรรณกรรม
ทรงคณุ คา่ ยิงของชาติไทย
ในสมัยรตั นโกสินทร์
105
ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู
วรรณคดีเร่อื งใดทีเ่ ปน บทพระราชนพิ นธท ่มี คี วามสําคญั ที่สุด ครูอธบิ ายความรูเพมิ่ เตมิ วา เม่อื วนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2511 ในโอกาสครบ
ในพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลัย รอบ 200 ป แหง วนั พระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย
องคการยเู นสโกไดประกาศยกยองพระเกยี รตคิ ุณในฐานะบุคคลสาํ คญั ของโลก
1. อเิ หนา ท่ีมผี ลงานดเี ดนทางดา นวรรณศิลป นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยงั ไดป ระกาศ
2. สามกก ใหวนั ที่ 24 กมุ ภาพนั ธ ของทกุ ป เปนวนั ศิลปน แหงชาติอกี ดว ย
3. ราเกียรต์ิ
4. ราชาธริ าช นกั เรยี นควรรู
วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา - 1 พระปรางค หรอื ปรางค เปน สิง่ กอ สรางประเภทหนึ่งในงานสถาปต ยกรรมไทย
เปน หลักประธานในวัดเชนเดียวกบั พระเจดีย พระปรางคใ นประเทศไทยไดรับอทิ ธิพล
นภาลัย พระราชนพิ นธด วยพระองคเ องตลอดท้งั เรื่อง นับเปน จากศิลปะสถาปต ยกรรมขอม จาํ แนกเปน 4 แบบ คือ ทรงศิขร ทรงงาเนยี ม
วรรณกรรมทีด่ ีท่ีสดุ ในรัชกาลนี้ ทรงฝก ขา วโพด และทรงจอมแห
คมู่ อื ครู
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา เจา อยหู วั (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๖๗- ๒๓๙๔)
1. ครใู หนักเรยี นยกตวั อยางพระปรชี าสามารถของ พระราชประวัติ
พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจาอยหู ัว
(แนวตอบ ทรงมพี ระปรีชาสามารถในดา นการ พระบาทสมเดจพระนังเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงเป็นพระมหา
สง เสริมการคา ขายกบั ตา งประเทศ โดยเฉพาะ กษตั ริยไ์ ทยรัชกาลที ๓ แหง่ พระบรมราชวงศ์จักรี มพี ระนามเดมิ ว่า
การคา กบั จนี และการเปด คาขายกับมหาอํานาจ พระองค์เจ้าทับ ทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเดจ
ตะวันตก จนทําใหพ ระราชอาณาจักรรอดพน พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั และสมเดจพระศรีสลุ าลยั (เจ้าจอม
จากการคุกคามของชาติตะวันตก ขณะเดยี วกนั มารดาเรียม) ได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมืนเจษฎาบดนิ ทร์
กเ็ พมิ่ พูนรายไดใหกบั ทองพระคลัง) เมือ พ.ศ. ๒๓๕๖
2. ครูถามนกั เรียนวา เพราะเหตุใดพระบาท พระรดาชา้ นกครณวายี มกมจิ ันสคํางค1ญั ในรัชสมัยนี ไทยได้รับผลกระทบจาก
สมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลัยจึงทรงตรสั ลอ พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยหู ัว ทรงพระปรีชา รัฐต่างๆ ทอี ย่ใู กล้เคยี งทางดา้ นความมันคงและผลประโยชน์ของ
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา เจาอยูห วั วา “เจา สวั ” สามารถมากด้านการค้ากับตางประเทศ พระราชอาณาจักร แต่พระองค์ทรงมพี ระบรมราโชบายอันมันคง
(แนวตอบ เน่ืองจากพระองคไดท ําการคาขาย
กบั จนี มาตั้งแตครั้งดาํ รงพระยศเปนกรมหม่ืน ต่อการปอ งกันพระราชอาณาจักรจนขา้ ศกึ พ้นจากดินแดนของไทย และสามารถรกั ษาผลประโยชนข์ องชาติ
เจษฎาบดนิ ทร จนสงผลใหพระคลงั สินคา เอาไว้ได้ ถงึ แมจ้ ะต้องอาศยั ก�าลังทางทหารในการสนับสนุนนโยบายปองกนั การรุกรานของข้าศึกและรักษา
มรี ายไดเ พ่มิ ขนึ้ มาก) ผลประโยชน์ของชาตเิ อาไว้กตาม
ด้านการคา้ กบั ต่างประเทศ ทรงส่งเสริมการคา้ ขายกับต่างประเทศ2 โดยเฉพาะอยา่ งยงิ การค้ากบั จนี
3. ครใู หน ักเรยี นอธิบายความสาํ คญั ของสนธิ มาตังแตเ่ มอื ครังพระองค์ยังทรงด�ารงพระยศเป็นกรมหมืนเจษฎาบดนิ ทร์ ส่งผลใหท้ อ้ งพระคลังมีรายได้เพมิ 3
สญั ญาเบอรน ยี มากขึน จนพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงตรัสลอ้ เลียนกรมหมนื เจษฎาบดนิ ทร์วา่ เป็น เจ้าสัว
(แนวตอบ สนธสิ ญั ญาเบอรน ยี เปนสนธิสญั ญา
ทางพระราชไมตรีและการพาณิชยทไี่ ทยทาํ กับ
องั กฤษ เมอ่ื พ.ศ.2369 และทาํ กับสหรัฐอเมรกิ า
เมื่อ พ.ศ.2376 ทําใหไ ทยไดร บั ผลประโยชนทาง
ดา นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทางดานการคา)
ภาพวาดจินตนาการรัชกาลท่ี ๓ เสดจ็ ทอดพระเนตรการตอ เรือส�าเภา (จิตรกร นายกมล ทองสุนทร)
10๖
นักเรียนควรรู ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
“การศกึ สงครามขางญวนขางพมากเ็ ห็นจะไมมีแลว จะมีอยกู ็แต
1 ดา นความมนั่ คง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจา อยูหัวไดท รงปอ งกัน ขางฝรงั่ ใหระวังใหด ีอยา ใหเ สยี ทีแกเ ขาได การงานสงิ่ ใดของเขาที่มี
ราชอาณาจักร ดว ยการสง กองทพั ไปสกดั ทัพของเจาอนุวงศแ หงเวียงจันทน มิให ควรจะเรียนรา่ํ เอาไวกเ็ อาอยางเขา แตอ ยา ใหน บั ถือเลอ่ื มใสไป
ยกทัพเขา มาถึงชานพระนคร และขัดขวางมใิ หเ วยี งจันทนเขาครอบครองหัวเมอื ง ทีเดยี ว...” คํากลาวนีแ้ สดงวิสัยทศั นข องกษตั รยิ พระองคใ ด
อีสานของไทย นอกจากน้ี พระองคท รงประสบความสาํ เร็จในการทาํ ใหไ ทยกับญวน 1. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลานภาลยั
ยตุ ิการสูรบระหวา งกนั เกย่ี วกับเรอื่ งเขมร โดยท่ีไทยมิไดเสียเปรียบญวนแตอ ยางใด 2. พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลา เจาอยูห ัว
2 การคา ขายกบั ตางประเทศ ไทยไดท ําสนธสิ ัญญาทางพระราชไมตรีและ 3. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยหู ัว
การพาณิชยก ับอังกฤษเปนชาตแิ รก เมอ่ื พ.ศ. 2369 คอื สนธิสญั ญาเบอรนีย 4. พระบาทสมเดจ็ พระปน เกลา เจา อยหู ัว
และอกี 6 ป ตอมา ก็ไดเปด สมั พนั ธไมตรีกับสหรัฐอเมริกา ในตอนปลายรชั กาล วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. เปนพระราชกระแสกอนสวรรคต
รฐั บาลสหรฐั อเมริกาและองั กฤษไดสง ทูตเขา มายงั กรุงเทพฯ อกี 2 คณะ เพ่ือขอ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา เจา อยหู ัวทีแ่ สดงถงึ พระวิสยั ทัศน
แกไขสนธสิ ัญญาท่ที าํ ไวตอนตน รชั กาล แตการเจรจาไมบรรลผุ ลสําเรจ็ อันกวา งไกลของพระองคเ ก่ียวกบั ชาวตะวันตก เน่ืองจากในเวลานน้ั
3 เจาสวั หมายถงึ คนทมี่ ัง่ มี มักใชก ับเศรษฐจี นี ไมมีสงครามกบั เพอ่ื นบา นแลว แตใหร ะวังชาติตะวนั ตกเน่ืองจาก
เปน ยคุ ลา อาณานิคม
คู่มือครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
โดยเฉพาะอยางยงิ่ การเปดคาขายกบั มหาอํานาจตะวันตกจะชวยปอ งกนั ความ อธิบายความรู้
ปลอดภัยใหกับพระราชอาณาจักรจนพนจากการคกุ คามของชาติตะวันตกได
ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มพูนรายไดใหกับทองพระคลัง พระองคจึงโปรดเกลาฯ 1. ครูใหน ักเรียนอธบิ ายพระราชกรณยี กจิ
ใอหังกมฤีกษารใลนงพนา.ศม.ใ๒น๓ส๖น๙ธิสหัญรอื ญเรายี ทกาวงา พ“รสะนรธาิสชัญไมญตารเีบแลอระนกยีา”1รพแลาะณกิชบั ยสฉหบรับัฐอแเรมกรกิกบัา ดา นศิลปวฒั นธรรมของพระบาทสมเด็จ
ใน พ.ศ. ๒๓๗๖ พระน่งั เกลา เจาอยูหวั
ดานศลิ ปวัฒนธรรม ทรงบรู ณปฏิสังขรณพระปรางควัดอรณุ ราชวราราม (แนวตอบ พระองคทรงบรู ณปฏสิ งั ขรณ
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยทรงบูรณปฏิสังขรณไว แตยัง พระปรางควัดอรณุ ราชวรารามซึ่งพระบาท
ไมแลว เสร็จ เฉพาะพระปรางคองคกลางทสี่ ูงและงดงามมากก็ไดกอสรางขน้ึ สมเด็จพระพุทธเลศิ หลา นภาลัยทรงบูรณ
ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ ท้ังนพ้ี ระปรางคเ ดิมทเี่ ปนของโบราณสงู ๘ วา แตพ ระองค ปฏสิ ังขรณไวแตยังไมแลว เสร็จ โดยเฉพาะ
ไดทรงใหช า งกอ หมุ ขนึ้ ใหมส งู ๓๕ วา นบั เปนพระปรางคทสี่ รา งไวอ ยา ง พระปรางคอ งคก ลางท่สี ูงและงดงามมาก
งดงามนไอดกสจัดาสกวนน้ี พยราะกอจงคะหยงัาไพดรทะรปงรมารีงบัคสอ่งังใคหใ สดรเทา งียเบรือไดสาํ เภา2ทกี่ อ ดวยอิฐ จนกลายเปน สัญลักษณท างวฒั นธรรมไทย
เพราะทรงเล็งเหน็ วา ภายหนาจะไมมีการสรางเรือสาํ เภาอกี แลว โดยวดั แพรห ลายไปทว่ั โลก)
ที่พระองคทรงมีรบั ส่งั ใหสรา งเรือสาํ เภาไวไ ดพระราชทานนามวา
2. ครนู าํ ภาพเรือสําเภาวัดยานนาวามาให
นกั เรยี นดูแลว ใหนักเรยี นบอกวา มคี วามสําคัญ
อยางไร
(แนวตอบ พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจาอยูห วั
โปรดเกลาฯ ใหสรางเรือสาํ เภาพระเจดียแ ทน
พระสถปู เจดียท ั่วไป เพอื่ ใหค นรนุ หลังไดเหน็
รปู แบบเรอื สําเภาซ่ึงกําลงั จะหมดไปจาก
เมืองไทย)
“วดั ยานนาวา” ถือไดว าเปนแหลง ความรใู นเรื่องประวตั ศิ าสตร
เศรษฐกิจทางดานการคาสําเภาของไทยไดเปน อยางดีแหลงหนง่ึ
ดา นวรรณกรรม แมพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจาอยูห วั พระปรางควัดอรุณราชวราราม ซ่ึงรัชกาลท่ี ๒
โปรดเกลาฯ ใหส รางข้นึ แตมาแลวเสรจ็ ในสมัย
จะเคยทรงพระนิพนธงานวรรณกรรม เม่ือคร้ังทรงดํารง รัชกาลท่ี ๓ และไดกลายเปนแหลง ทองเท่ียวท่สี ําคญั
พระอิสริยยศเปนพระเจาลูกยาเธอก็ตาม แตเม่ือข้ึนครอง ของไทยแหงหน่ึงในปจ จบุ ัน
ราชสมบัตแิ ลวมพี ระราชภาระมาก จึงไมไ ดท รงพระราชนิพนธ
งานใดอกี งานวรรณกรรมทม่ี คี ุณคา ในสมยั ของพระองค เชน
ลิลิตตะเลงพาย ปฐมสมโพธิกถา พระองคท รงสนบั สนุนให
นักปราชญราชบัณฑิตชวยกันจารึกวรรณคดีสําคัญไวบน ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾Ãй§èÑ à¡ÅŒÒ਌ÒÍÂˋ٠ÑÇ
แ ผ น ศิ ลา แ ล ว ติ ด ไ ว ตา ม ศ าล า ร า ย ร อ บ พ ระ อุ โ บ สถ ·Ã§ÁÕ¾ÃÐÇ¨Ô ÒóÞÒ³·Õè¡ÇŒÒ§ä¡Å
·Ã§´Òí à¹Ô¹¹âºÒ¡ѺªÒµÔµÐÇѹµ¡
พระมหาเจดีย วัดพระเชตพุ นฯ เพ่อื มิใหวิชาเหลา นน้ั ´ÇŒ ¤ÇÒÁÃͺ¤Íº ´Ñ§¡ÃÐáʾÃÐÃÒª´Òí ÃÊÑ ·èÕÇÒ‹
สูญหายไปและประชาชนไดอาศัยเปน หลกั ในการ
“...¡ÒÃÈ֡ʧ¤ÃÒÁ¢ÒŒ §Þǹ¢ÒŒ §¾ÁÒ‹ ¡çàË¹ç ¨Ð
ศกึ ษาความรู äÁ‹ÁáÕ ÅÇŒ ¨ÐÁÍÕ ÂÙ‹¡áç µ¢‹ ŒÒ§¾Ç¡½Ãè§Ñ ãËŒÃÐÇѧãË´Œ Õ
Í‹ÒãËŒàÊÂÕ ·áÕ ¡à‹ ¢Òä´.Œ ..”
๑๐๗
ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรยี นควรรู
บทบาทสําคญั ของพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจา อยูหวั ตรงกบั 1 สนธิสญั ญาเบอรน ีย มีขอตกลงท่ีสําคัญ เชน อนญุ าตใหพ อคา ชาวไทยและ
ขอใด พอคาชาวองั กฤษซื้อขายกันเองไดโดยเสรี แตห ามมิใหพ อคาซอ้ื ขาวเพ่อื สง ออก
นอกประเทศ สวนปน กระสุนปน และดินปน นั้น ถา นาํ เขา มา ตอ งขายใหแ กท าง
1. การคา ขายกับตา งชาติ ราชการเทา นน้ั ถาทางราชการไมต องการกต็ อ งนาํ กลบั ออกไป ไทยจะเก็บภาษีรวม
2. การทําสนธสิ ญั ญาเบอรน ยี เปนอยา งเดียวตามความกวางของปากเรอื เปน ตน ซง่ึ ขอตกลงทางการคาท่ไี ทย
3. การบูรณปฏสิ ังขรณว ดั วาอาราม ยอมรบั ในการทาํ สนธสิ ัญญาฉบบั แรกในสมัยรตั นโกสินทรก ับองั กฤษนั้น ไมทาํ ให
4. การขยายพน้ื ท่เี มอื งประเทศราช ฝายไทยเสยี ผลประโยชนมากนกั และสามารถประนีประนอมได
2 เรือสําเภา พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลาเจา อยหู วั โปรดเกลา ฯ ใหส รา งขึ้น
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา - เพอื่ ใหคนรนุ หลังรูจ กั เรอื สําเภา นอกจากน้ี ยังทรงสรางเพอื่ ระลึกถึงบารมธี รรม
ทัง้ หลาย ซง่ึ พระเวสสนั ดรอปุ มาเหมอื นสําเภายานนาวา ในมหาเวสสันดรชาดก
เจาอยูหัวทรงใหค วามสําคัญในเร่อื งเศรษฐกจิ โดยเฉพาะการคา กณั ฑกุมาร
กับตา งชาติ ท้ังการคากับชาติตะวนั ออกโดยเฉพาะกับจีน
และการคากบั ชาตติ ะวันตก โดยมกี ารทาํ สนธิสญั ญาเบอรน ยี ก ับ
องั กฤษและสหรฐั อเมรกิ า ทาํ ใหไทยไดรับผลประโยชนท างดาน
เศรษฐกจิ การคา เปน อยา งมาก
คูม่ ือครู
กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจา อยหู ัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๙๔ -๒๔๑๑)
1. ครอู ธบิ ายนกั เรยี นวา สถานการณบ า นเมอื ง พระราชประวตั ิ
ในชว งสมัยรชั กาลท่ี 4 เปนชว งที่มหาอาํ นาจ
ตะวนั ตกแผขยายอิทธิพลเขา มายังภมู ิภาค พระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต และหวังยึดครองชาติ พระมหากษตั รยไ์ ทยรัชกาลที ๔ แหง่ พระบรมราชวงศ์จกั รี มี
ตางๆ เปน อาณานคิ ม แลว เช่ือมโยงใหน ักเรยี น พระนามเดมวา่ สมเดจเจา้ ฟามงกุฎ เป็นพระราชโอรสของ
เหน็ วา พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยหู วั พระบาทสมเดจพระพุทธเลศหล้านภาลัย และสมเดจพระศรี
ทรงมีบทบาทสาํ คัญทที่ าํ ใหไ ทยรอดพนจาก สเสุรดเจยอนอทกรผานบวรช1มตารมาชปรนะี เพเมณือี พไดร้ะ๑ช๓นมวาันยุคสมรบเดจ๒พ๐ระรพาชรบรษดาา
การคุกคามของมหาอํานาจตะวนั ตก โดยถาม กสวรรคตราชสมบัตตกเป็นของพระบาทสมเดจพระนังเกล้า
นักเรยี นวา พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา- เจา้ อยู่หัวพระเชษฐาตา่ งพระชนนี สมเดจเจ้าฟามงกุฎจงทรง
อยูห ัวทรงมพี ระบรมราโชบายอยางไรที่ทําให พระผนวชต่อมาเปน็ เวลา ๒๗ พรรษา
ไทยรอดพน จากการคกุ คามของมหาอํานาจ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยหู วั กษัตริยผ ูน�า
ตะวันตก ไทยสคู วามทันสมัย พระราชกรณียกิจสาํ คัญ
(แนวตอบ ทรงสรางความสมั พันธกบั นานา
ประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศมหาอาํ นาจ พระไตดร้าปนศิฎากสจนนากรใะนทรังะทหรวง่าตงัทงธีสรมรเมดยจุตเจก้านฟกาามยง2เกพฎุ ือหปรรอื ะวโชยรชญนา์ใณนภทากงขพุทรระงพผนุทวธชศอายสู่นนนั า ทรงเชยี วชาญในเรอื ง
ตะวันตกที่กําลงั แสวงหาอาณานคิ มอยูใ นขณะนน้ั ) โดยแกไ้ ขวัตรปฏบัต
ของพระสงฆ์ใหส้ มบรู ณ์ทงั พระธรรมและพระวนัย ซงคณะสงฆ์ธรรมยตุ กนกายกเจรญรุ่งเรอื งเป็นปกึ แผน่
2. ครูใหนกั เรยี นรว มกันวเิ คราะหว า เพราะเหตใุ ด เคยี งคมู่ ากบั มหานกายมาจนถงทกุ วนั นี
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยหู ัวจึงทรง ด้านภาษาและวิทยาการ เมือครงั ยังทรงเปน็ พระภกษุ ทรงศกษาภาษาละตนกับบาทหลวงฝรงั เศส
เปนพระมหากษัตริยท ่มี ีวิสัยทศั นก วา งไกล ทรงศกษาภาษาอังกฤษกับมชชันนารีอเมรกนั จนสามารถตรสั
(แนวตอบ พระองคท รงมีพระปรชี าสามารถใน และเขียนได้ ภายหลังเมือพระองค์เสดจขนครองราชสมบัต
การตรสั และเขยี นภาษาองั กฤษไดด ี จึงทําให ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดนในทวีปเอเชียพระองค์แรกทีทรงใช้
พระองคสามารถศกึ ษาวิชาการตะวนั ตก ภาษาอังกฤษได้ดี และความรู้ภาษาอังกฤษนีเองเป็นกญุ แจ
ไดสะดวก เชน วทิ ยาศาสตร ภมู ิศาสตร เปิดประตไู ปสู่ความรู้ในวชาอืนๆ ของพระองค์ คือ ทรงเรมอ่าน
ประวตั ศิ าสตร ดาราศาสตร เปนตน ทาํ ใหท รง หนงั สือทางด้านวทยาศาสตร์ ภมู ศาสตร์ ประวตั ศาสตร์ ค�านวณ
มวี สิ ยั ทศั นกวางไกล ซง่ึ เปนประโยชนใ นการ ดาราศาสตร์ และศาสนาต่างๆ เปรยี บเทยี บ เป็นตน้ จนทรง
ปรับปรงุ ประเทศใหทันสมัย)
สามารถคา� นวณเวลาเกดสรุ ยุปราคาได้อยา่ งแมน่ ย�าดงั ปรากฏที
ตา� บลหวา้ กอ จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์ เมือ พ.ศ. ๒๔๑๑ การที
พระองค์ทรงเปดิ โลกทศั นอ์ อกไปอยา่ งกว้างขวาง ได้สง่ ผลต่อ
การศกษาความรู้วชาการสมัยใหม่ของบรรดาพระราชโอรส
รัชกาลท่ี ๔ เสด็จพระราชด�าเนินไปทอดพระเนตร ของพระองค์ทีจะได้ทรงศกษาต่อ อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อชาต
สรุ ยิ ุปราคาท่ตี �าบลหวากอ จังหวัดประจวบครี ขี ันธ บ้านเมืองต่อไป
เมอื่ พ.ศ. ๒๔๑๑ ซง่ึ สรุ ยิ ุปราคาไดเกิดขึน้ ตรงตาม
ที่พระองคท รงคา� นวณไว
10๘
เกรด็ แนะครู ขอ สอบ O-NET
ขอ สอบป ’52 ออกเกยี่ วกบั ธรรมเนยี มการดื่มนํา้ พระพพิ ฒั นส ตั ยา
ครอู ธิบายเพิ่มเติมวา ในวโรกาสฉลองสมโภช 200 ป แหงการพระบรมราชสมภพ พระมหากษตั ริยพระองคใ ดทรงริเร่ิมธรรมเนยี มการดืม่ น้าํ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหัว ป พ.ศ. 2547 องคก ารยูเนสโกไดยกยอ งให พระพิพฒั นสัตยารว มกับขนุ นางและขาราชการ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยูหัวเปน บคุ คลสาํ คญั ของโลก ในฐานะทพ่ี ระองค 1. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหัว
ทรงเปนผูมีพระปรีชาสามารถและมีพระอจั ฉรยิ ภาพสูงทางดา นวิทยาศาสตร 2. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจา อยูหัว
3. พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจา อยูห วั
นักเรียนควรรู 4. พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูห วั
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. พระราชพธิ ถี อื นาํ้ พระพิพฒั น-
1 ผนวช ขณะทท่ี รงผนวชเปน พระภิกษสุ งฆ ทรงไดร ับพระฉายาวา “วชิรญาณ สตั ยา สนั นษิ ฐานวามมี าตั้งแตสมยั อยธุ ยา ซึง่ เปนพธิ ีพราหมณ
ภิกข”ุ ทรงผนวชตงั้ แตพ ระชนมายุ 21 พรรษา และทรงลาสิกขาหลงั จากผนวชได จนถึงสมยั รตั นโกสินทร รชั กาลท่ี 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
27 ป ใหเพ่ิมพิธีพทุ ธเขาไปควบคกู บั พธิ พี ราหมณ และเปล่ยี นแปลง
2 ธรรมยตุ ิกนกิ าย นกิ ายหนึง่ ของพระสงฆ ซงึ่ กอตงั้ โดยรชั กาลที่ 4 (ในขณะท่ี รายละเอียดปลกี ยอ ยตางๆ ในชว งขัน้ ตอนใหก ระชับและสะดวก
ทรงผนวช) โดยเปน นิกายท่ีมวี ัตรปฏบิ ัติตามแบบอยางของพระสงฆมอญ ตอ ผูปฏบิ ตั มิ ากข้ึน และทรงรเิ รมิ่ ใหอ งคพระมหากษัตรยิ ไดรว ม
ดื่มนํา้ พระพพิ ฒั นส ตั ยากบั พระบรมวงศานวุ งศแ ละขา ราชการดว ย
ค่มู อื ครู อันเปนผลใหพระมหากษตั ริยในรัชกาลตอ ๆ มาทรงถือปฏิบตั ติ าม
จนกระท่ังถงึ ปจจบุ นั
กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
ด้านการต่างประเทศ ทรงทา� สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณชิ ยก์ บั ประเทศองั กฤษ เรียกว่า อธบิ ายความรู้
สนธิสญั ญาเบาว์รงิ ใน พ.ศ. ๒๓๙๘ และท�าสนธสิ ญั ญาดงั กล่าวกบั อีกหลายประเทศ ท�าใหไ้ ทยสามารถ
รักษาอธปิ ไตยของตนไวไ้ ด้ นอกจากนียังทรงส่งเสริมสัมพนั ธไมตรกี บั นานาชาตดิ ้วยการสง่ ราชทูตไปประเทศ 1. ครูใหน ักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเหน็ วา
อังกฤษและฝรงั เศสดว้ ย พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยหู วั ทรงใช
กศุ โลบายใดในการรับมือกับยคุ ลาอาณานคิ ม
1 ของชาติตะวนั ตก และสงผลอยา งไร
(แนวตอบ ทรงใชก ุศโลบายการผอนหนักเปน เบา
ภาพวาดจินตนาการเซอร จอหน เบาวริง ทตู ขององั กฤษ เข้ามาท�าสนธสิ ัญญากบั ไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ เม่อื พ.ศ. ๒๓๙๘ เชน ยอมทาํ สัญญาเสียเปรยี บ คอื “สนธสิ ญั ญา
เบาวริง” ยอมเสยี ดินแดน โดยเสยี สละดนิ แดน
ดา้ นการปรับปรงุ ประเทศ ทรงเหนความจ�าเป็นในการปรบั ปรงุ ประเทศใหท้ นั สมยั โดยยกเลิกประเพณี สวนนอ ย เพ่อื รักษาดนิ แดนสวนใหญ และการ
เก่าๆ ทีลา้ สมยั เพือไม่ให้ชาติตะวันตกใชเ้ ปน็ ข้ออ้างยดึ ครองดนิ แดนไทย เช่น ให้ขนุ นางสวมเสือเมือเข้าเฝา ปฏริ ูปบานเมืองใหท ันสมัย ซ่ึงในการปรบั ปรงุ
อนญุ าตให้ราษฎรเข้าเฝาไดอ้ ย่างใกล้ชิด เปน็ ตน้ นอกจากนี พระองค์ทรงน�าความรู้ของตะวันตกมาใช้ปรบั ปรงุ บานเมืองใหทนั สมยั แมจะหยุดย้ังการลา
บ้านเมือง เช่น ทรงจา้ งชาวตะวันตกมาสอนหนังสอื และภาษาองั กฤษแกพ่ ระราชโอรส อาณานคิ มไมไ ดอ ยางเดด็ ขาด แตก ็ทาํ ใหชาติ
พระราชธดิ า ทรงส่งขนุ นางไปดูงานยงั ต่างประเทศเป็นครังแรก เพอื น�า ตะวันตกลดความเอารัดเอาเปรียบลง เพราะ
ความรูม้ าพฒั นาบ้านเมือง เปน็ ตน้ คนไทยมคี วามรคู วามสามารถ รูเทา ทันความ
พระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ คดิ ของชาติเหลา นั้น ทําใหส ามารถเจรจา
พระบรมราโชบายในการเปลียนแปลงใหส้ ังคมไทยก้าวสู่ เจา้ อยู่หวั ทรงเป็นวีรกÉตั ริย์ทมี คี วามคิด ตอ รองเพ่อื ทําความตกลงผอนหนักเปน เบา
ความทันสมยั ทพี ระองค์ทรงริเรมิ นบั ได้วา่ เปน็ การเตรียม ก้าวหน้า ทันสมัย ทรงเชยี วชาญในวทิ ยาการ ในเร่อื งตา งๆ ไดมาก)
ความพร้อมส�าหรบั การเผชญิ ความท้าทายของการ
ตะวนั ตกและทรงวางราก°านในการดาí เนิน 2. ครสู ุมใหน ักเรยี นอธิบายเกี่ยวกับสาระสาํ คญั
ของสนธิสัญญาเบาวริงโดยสังเขป
แสวงหาอาณานิคมของมหาอ�านาจตะวันตกที นโยบายต่างประเทศและการปรบั ปรงุ บ้านเมือง (แนวตอบ เปนสนธสิ ัญญาทรี่ าชอาณาจกั รสยาม
ทํากับองั กฤษเมอ่ื พ.ศ. 2398 โดยเซอร จอหน
ก�าลังคกุ คามชาตติ า่ งๆ ในทวีปเอเชียในขณะนนั ให้ทนั สมัย ส่งผลให้äทยรอดพน้ จากการรกุ ราน เบาวร ิง ราชทตู ทไี่ ดรับการแตงต้งั จากสมเด็จ
ของมหาอาí นาจตะวันตก พระบรมราชนิ ีนาถวิกตอเรยี เขา มาทาํ สนธ-ิ
สัญญา ซึง่ มสี าระสาํ คัญในการเปดการคาเสรี
10๙ กับตางประเทศในสยาม มีการปรับเปลยี่ น
กฎระเบียบการคา ระหวา งประเทศ โดยการ
สรางระบบการนาํ เขาและสง ออกใหม
เพิ่มเติมจากสนธสิ ัญญาเบอรนยี สนธิสัญญา
ดังกลา วอนุญาตใหช าวตา งชาติเขา มาทํา
การคา เสรีในกรงุ เทพฯ และยังอนุญาตให
จัดตงั้ กงสุลองั กฤษในกรุงเทพฯ และรบั ประกัน
สทิ ธสิ ภาพนอกอาณาเขต ตลอดจนอนุญาตให
ชาวอังกฤษสามารถถือครองท่ดี ินในสยามได)
ขอ สอบ O-NET เกรด็ แนะครู
ขอ สอบป ’53 ออกเก่ยี วกบั สนธสิ ญั ญาเบาวรงิ ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ เกย่ี วกับสนธสิ ัญญาเบาวร งิ วา สนธสิ ัญญาฉบับน้ีทาํ ใหไ ทยตอ ง
สนิ คาสงออกทีส่ ําคญั ของไทย ภายหลังการลงนามในสนธิ เสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตใหแกคนอังกฤษและคนในบังคับอังกฤษ สนธิสัญญา
เบาวริงไมกาํ หนดระยะเวลาส้ินสดุ ของสญั ญา และไดท าํ ใหอังกฤษเปน ชาตทิ ี่ไดร บั
สัญญาเบาวรงิ นอกจากขาวแลว ยังประกอบดวยสินคาชนดิ ใด อภสิ ทิ ธ์ิ และมีผลใหเกิดการคาเสรกี ับตา งประเทศ ถือเปนการสิน้ สดุ ของการผกู ขาด
1. ดบี ุก การคา กับตา งประเทศโดยพระคลังสินคา และแนะนําใหน ักเรียนไปสบื คน ขอ มูลของ
2. ไมสัก เซอร จอหน เบาวริง เพ่มิ เติม
3. ของปา
4. นาํ้ ตาลทราย นกั เรยี นควรรู
วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. และขอ 2. เดมิ สนิ คาหลัก 1 เซอร จอหน เบาวรงิ อคั รราชทูตอังกฤษ ไดเ ขา มาเจรจาทําสนธสิ ัญญาทาง
พระราชไมตรีกบั ไทย และไดร ับราชการเปน อัครราชทตู ไทยประจํายโุ รป จนเปน ท่ีพอ
ทไ่ี ทยสง ขายตา งประเทศ ไดแ ก นํ้าตาล เครื่องเทศ พริกไทย และ พระราชหฤทยั ของรัชกาลที่ 4 จึงไดรับพระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน พระยาสยามานกุ ูลกจิ
ของปา ภายหลงั การลงนามในสนธสิ ัญญาเบาวรงิ สินคา ออกทสี่ าํ คัญ สยามมิตรมหายศ
นอกจากขา วแลว ยังมีสนิ คาออกทีส่ าํ คญั อีก 3 ประเภท ไดแก
ดบี ุก ไมสกั และยางพารา ไดเปน สินคา สําคัญในเวลาตอ มา คู่มอื ครู
กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๑๑ -๒๔๕๓)
1. ครเู กริ่นนาํ นกั เรียนวา ภายหลังพระบาทสมเด็จ พระราชประวัติ
พระจอมเกลา เจาอยหู ัวไดทรงริเรมิ่ ปรับปรงุ
บานเมืองใหทันสมัยตามแบบตะวนั ตกไปบาง พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยูห วั พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น
แลว ตอมาในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระ พระปยมหาราชของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยรัชกาลที ๕ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี
จลุ จอมเกลา เจา อยูห ัวไดทรงปฏริ ปู ประเทศ มพี ระนามเดมิ ว่า สมเดจเจ้าฟาจฬุ าลงกรณ์ เปน็ พระราชโอรส
ทกุ ดานอยา งไมเคยมมี ากอ น จากนั้นครใู ห ของพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั และพระนางเธอ
นักเรียนชว ยกันบอกเหตุผลวา มสี าเหตุมาจาก พระองคเ์ จ้าร�าเพยภมราภิรมย์ (ต่อมาคือ สมเดจพระเทพ-
อะไร โดยเปด โอกาสใหนกั เรียนแสดงความ ศิรินทราบรมราชิน)ี พระองค์เสดจขนึ เสวยราชสมบัติใน พ.ศ.
คดิ เหน็ รวมกัน ๒๔๑๑ เมอื ทรงมพี ระชนมายเุ พียง ๑๕ พรรษา เนอื งจากทรง
(แนวตอบ สาเหตุสําคัญเน่อื งมาจากภัยคกุ คาม พมีพระรอะงชคน1์มจานยเมุยังือไพมร่บะรอรงลคนุ ท์ ติ รภิงมาวพี ะระจชงึนตม้อางยมุบผี รู้สร�าลเุนรจติ ริภาาชวกะาแรลแ้วทในน
จากจกั รวรรดนิ ิยมตะวันตก หากไทยไม พ.ศ. ๒๔๑๖ จงึ ทรงมีพระราชอา� นาจในฐานะพระมหากษตั ริย์
ปรับปรุงตนเองใหเจรญิ กา วหนาทดั เทยี มกบั โดยสมบรู ณ์
อารยประเทศ ชาติตะวันตกกจ็ ะใชเปน ขออา ง
ยึดครองไทยได นอกจากนี้ การปกครองใน พระรใานชรกัชรสณมยีัยกขิจอสงพาํ คระัญองค์ไทยต้องเผชิญกับการคกุ คามของประเทศมหาอ�านาจตะวันตก2ทีกา� ลังแสวงหา
ระบอบเกา ท่ใี หอ าํ นาจการปกครองบานเมอื ง อาณานคิ ม ซงึ มแี สนยานภุ าพทีเข้มแขงและขยายอา� นาจเข้ามาครอบง�าดินแดนตา่ งๆ ทีอยรู่ อบประเทศไทย
ตกอยกู บั ขนุ นาง หากมีการปฏิรูปแผน ดนิ ให และใกล้จะถงึ ดนิ แดนของไทยโดยเรวด้วย ดังนนั ถ้าพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวไม่ทรงมี
ทนั สมยั โดยเฉพาะอยา งย่งิ ทางดา นการปกครอง พระปรีชาสามารถรู้เท่าทนั อุบายของมหาอ�านาจตะวันตก และไม่ทรงมีพระบรมราโชบายทางด้านการ
กจ็ ะทาํ ใหส ถาบันพระมหากษตั ริยมพี ระราช- ต่างประเทศทีสขุ ุมคัมภรี ภาพแล้ว ประเทศไทยกคงจะไมพ่ ้นจากการเป็นอาณานคิ มของชาติตะวนั ตกไปได้
อาํ นาจอยา งแทจ ริง) อย่างแนน่ อน
ด้านการตา่ งประเทศ การทีไทยสามารถด�ารงรกั ษาเอกราช
2. ครใู หน กั เรยี นอธิบายวา พระบาทสมเด็จพระ ของชาติเอาไว้ได้ท่ามกลางอิทธิพลของมหาอ�านาจตะวันตก
จลุ จอมเกลาเจา อยหู ัวทรงมพี ระบรมราโชบาย ทีก�าลังลา่ อาณานคิ มขณะนันได้ เปน็ เพราะพระบาทสมเดจ
กบั ประเทศตะวนั ตกในลักษณะใด จงึ สามารถ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงมพี ระบรมราโชบายตอ่ ประเทศ
รกั ษาเอกราชของไทยไวได มหาอ�านาจตะวันตกในลักษณะของการผ่อนสนั ผ่อนยาว เจรจา
(แนวตอบ การผอนหนกั เปนเบา โดยการปฏิรูป ตอ่ รอง แสวงหาพนั ธมติ รเพือเอาไว้ถว่ งดลุ อ�านาจกับมหาอ�านาจ
บา นเมอื งใหท ันสมัยทกุ ดา น เชน การปกครอง ทรงมีพระบรมราโชบายเสียสละดินแดนส่วนน้อยเพือรักษา
กฎหมาย เลกิ ระบบไพร เลกิ ทาส จัดการศกึ ษา ดนิ แดนส่วนใหญเ่ อาไว้ให้พน้ จากการครอบง�าของมหาอา� นาจ
และสาธารณปู โภค เปน ตน การแสวงหา พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัวทรง ตะวันตก จนกระทังอังกฤษและฝรังเศสไม่สามารถยึดเอา
พันธมิตรกบั มหาอาํ นาจบางประเทศ เชน การ ฉายพระรูปรว มกบั ซารนโิ คลสั ที่ ๒ แหงรัสเซยี ประเทศไทยเปน็ อาณานคิ มของตนได้ จนเป็นทีกลา่ วขวญั ของ
เสด็จประพาสยโุ รป เพื่อกระชบั พระราชไมตรกี ับ เม่ือคราวเสด็จประพาสยโุ รป คร้งั ท่ี ๑ พ.ศ. ๒๔๔๐
ประเทศยโุ รปถงึ 2 ครงั้ โดยเฉพาะไดทรง
สนทิ สนมกบั พระเจา ซารน โิ คลัสที่ 2 แหง รสั เซีย 110
และยงั ทรงสนทิ สนมกบั พระมหากษัตรยิ ใ นยโุ รป
อีกหลายประเทศ ทําใหชาตมิ หาอาํ นาจเกดิ กจิ กรรมสรางเสรมิ
ความเกรงใจกนั เปน การถวงดลุ อาํ นาจ มิให
ชาตใิ ดชาตหิ น่งึ ขมเหงรงั แกไทย)
นักเรียนควรรู
1 ผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค คอื สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ ครใู หนักเรียนจดั ทาํ แผนพับแสดงพระราชประวตั ิและพระราช-
(ชว ง บนุ นาค) เปน ผสู าํ เร็จราชการแผน ดินจนกวาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา- กรณียกจิ ในดา นตางๆ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา -
เจาอยหู วั จะทรงพระผนวช เมือ่ พระชนมพรรษา 20 พรรษา ใน พ.ศ. 2416 และ อยูหัว แลวนําสงครผู สู อน
สมเดจ็ เจา พระยาบรมมหาศรสี รุ ิยวงศไ ดข อใหส มเด็จเจาฟา มหามาลา กรมขุน
บําราบปรปกษ เปน ผูส ําเร็จราชการในสว นพระคลงั มหาสมบัตแิ ละราชการในราชสํานกั กจิ กรรมทา ทาย
ดว ยทรงรอบรใู นเร่อื งดังกลาวมานาน
2 ประเทศมหาอาํ นาจตะวนั ตก ในตน พทุ ธศตวรรษท่ี 25 เปน สมยั ครใู หนกั เรยี นจัดทําสมดุ ภาพเกย่ี วกบั พระราชประวตั แิ ละ
จักรวรรดนิ ิยม ที่ชาติตะวันตกไดเขายกึ ครองดินแดนในเอเชยี และแอฟรกิ า ซึ่งเกดิ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั
จากแรงผลักดนั หลายประการ เชน เพือ่ เปน แหลง ทรัพยากรและตลาดระบาย โดยการรวบรวมภาพตางๆ จากเว็บไซตในอินเทอรเ น็ต แลว ให
สินคา อตุ สาหากรรม พลงั ชาตนิ ยิ มเพอ่ื ความย่งิ ใหญข องชาติ การเผยแผครสิ ตศาสนา บรรยายรายละเอียดของภาพวา เปน ภาพเกย่ี วกับเหตุการณอ ะไร
เปน ตน จึงทาํ ใหไ ทยถูกคกุ คามท้งั จากองั กฤษและฝร่งั เศส จนตอ งเสียดนิ แดน เกดิ ข้นึ ทไี่ หน เมื่อใด
ซึ่งเปนประเทศราชของไทย
คู่มอื ครู
กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
นานาประเทศทีประเทศไทยในสมยรชกาลที ๕ สามารถรกษา อธบิ ายความรู้
เอกราชเอาไว้ได้ ทงนีเป็นเพราะพระปรีชาสามารถ รวมทง
พระบรมราโชบายอนชาญฉลาดของพระองค์โดยแท้ 1. ครูขออาสาสมคั รนกั เรียน 10 คน จดั แบงออกเปน
ด้านการปฏิรูปประเทศ ทรงปฏิรปู การบรหิ ารราชการ 2 กลมุ เพอื่ ศกึ ษาคนควา ในประเด็น ดงั นี้
แผน่ ดนิ ให้ทนสมยอย่างทีไมเ่ คยเป็นมาก่อนนบตงแต่การปฏิรปู กลมุ ท่ี 1 ระบบไพร
การปกครองในสมยสมเดจพระบรมไตรโลกนาถเป็นต้นมา กลุม ท่ี 2 ระบบทาส
และเป็นรากฐานทีสา� คญสา� หรบการปกครองบา้ นเมืองในระยะ โดยใหแ ตล ะกลุมสรปุ ขอมลู ท่ีสาํ คัญของระบบ
หลงต่อมา การปฏิรูปการปกครองของพระองค์สามารถน�า ไพรและระบบทาส เชน ความหมาย ความ
ประเทศใหร้ อดพน้ จากการครอบครองของมหาอา� นาจตะวนตก สาํ คญั ข้ันตอนการยกเลิกระบบไพรแ ละทาส
ในยุคลา่ อาณานคิ มไปได้ และผลจากการยกเลิกระบบไพรและทาส โดย
และทนาอส1กทจีเาคกยนมที ีมรางชม้าีพนราะนบใรนมสรางโคชมบไาทยยในกทา�ารใยหก้คเลนิกไรทะยบทบกุ ไคพนร่ ใหจดั ทําเปนรายงาน แลว ใหแตล ะกลมุ ออก
มคี วามเปน็ อิสระแก่ตนเอง โดยทีไมเ่ กดิ ความขดแยง้ อยา่ งรุนแรง หุนขี้ผึง้ แสดงการเลกิ ทาส ซึ่งเปนพระราชกรณียกิจ มานาํ เสนอผลการศึกษาคนควา ทีห่ นาช้นั เรียน
ในสงคมไทย นบได้ว่าพระองค์ทรงเปลยี นแปลงระบบสงคม ทสี่ �าคญั อยา งยิง่ ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา
ให้เข้าสู่ความทนสมยด้วยวิธีการทีสุขุมคมภีรภาพ ท�าให้ เจาอยหู ัว 2. ครูใหแ ตละกลมุ สงตวั แทนออกมานําเสนอผล
สงคมไทยมคี วามเจริญก้าวหน้าอยา่ งตอ่ เนอื งมาจนถงึ ปจั จบุ น ทงนเี ป็นเพราะพระองคท์ รงใช้วธิ ีการค่อยเป็น การศกึ ษาคน ควาทห่ี นา ชั้นเรียน จากนั้นครู
คอ่ ยไปอย่างเปน็ ขนตอน สรปุ ประเด็นสําคญั เกี่ยวกบั การยกเลกิ ระบบ
อย่างไรกตาม พระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วทรงเหนความส�าคญของการพฒนาคน ดงนน ไพรแ ละทาสวา การยกเลกิ ระบบไพรและทาส
พระองคจ์ ึงไดท้ รงปฏริ ปู การศึกษาเพอื ใหค้ นไทยไดม้ ีการศึกษาแบบทนสมย เพอื ใหป้ ระชาชนมีสตปิ ัญญาสา� หรบ เปน การปฏริ ูปสังคมไทยทส่ี ําคญั อยางมาก
เลยี งตนเองและเปน็ กา� ลงของชาติตอ่ ไปในอนาคต ทําใหคนไทยทกุ คนมีความเปน อิสระแกต นเอง
ทงหมดนีเป็นเพยี งพระบรมราโชบายทสี า� คญของพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ว และเปน การเปล่ยี นแปลงสังคมไปสูความ
บางส่วนทมี ีส่วนผลกดนให้ไทยรอดพน้ จากการเปน็ อาณานิคมของชาติตะวนตก ทนั สมยั โดยไมก อใหเ กดิ ปญหาความขัดแยง
ในสังคม
3. ครูใหน กั เรียนเขียนเรียงความในหวั ขอ
“พระปยมหาราช ในดวงใจพสกนกิ ร”
ความยาว 2-3 หนา กระดาษรายงาน จากนัน้
ครูสมุ นักเรียน 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงาน
ใหเพื่อนฟง หนา ช้นั เรียน
อขาณรยะเปดรียะวเทกศนกนทบ�าไดใหว้ ่า้สพงรคะมอไงทคย์ทมรงีคมวพีารมะเมจหริญากกร้าณุ วาหธนคิ า้ ุณทตดอ่เทปียวงมชกนบนานเจาา้ อยูห่ วั พทรระบงมาทบี สทมบเาดทจสพา™ รคะญัจุลในจอกมารเกวลา้าง
ชาวไทย และใน พ.ศ. ๒๕๔๔ องคก์ ารยูเนสโกไดถ้ วาย ราก°านแห่งความเจรญิ กา้ วหนา้ ของชาติäทย
พระเกียรติพระองค์ในฐานะบคุ คลสา� คญของโลก ๖ สาขา ในทกุ ดา้ น และทíาใหä้ ทยรอดพน้ จากการเปน็
ได้แก่ มานุษยวิทยา การพฒนาประเทศชาติ สงคม
อาณานคิ มของมหาอาí นาจตะวนั ตก ดว้ ยเหตนุ ีé
วฒนธรรม การศกึ ษา และการสอื สารมวลชน ปวงประชาราÉ®รจ์ Öง¶วายพระราชสมัญญาว่า
“พระปยมหาราช”
111
ขอสอบ O-NET นักเรยี นควรรู
ขอ สอบป ’51 ออกเกี่ยวกับการปฏิรูปบานเมืองในรชั สมัย 1 การยกเลกิ ระบบไพรแ ละทาส ระบบไพรเปน ระบบท่รี าษฎรตองมารบั ราชการ
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยูหวั หรือทํางานใหแกทางราชการเพอื่ เปนการตอบแทนท่ีใหความคุมครองและแกใข
ปญหาทัง้ หลายให แตเ ม่ือถึงสมยั รชั กาลท่ี 5 ระบบไพรม คี วามสลบั ซับซอนมากขนึ้
ขอใดไมไ ดเกิดข้ึนในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา - และการที่ไพรตองสังกัดมูลนายทาํ ใหไ มสามารถยายถ่ินฐานเพ่อื ประกอบอาชพี ใหได
เจาอยูหวั ผลดีตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อนั เน่ืองมาจากระบบการคาเสรีตามสนธิสญั ญา
เบาวรงิ ได และไพรอ าจขึน้ ทะเบียนสงั กัดเปน คนในบังคับตางชาติ รชั กาลท่ี 5 จึงทรง
1. การปฏิรปู การศกึ ษา ยกเลกิ ระบบไพรแบบคอ ยเปน คอ ยไป เพราะเก่ียวขอ งกับอํานาจและคนสว นใหญข อง
2. การจดั ตั้งกระทรวง ประเทศ
3. การปรับปรงุ กองทพั ใหท นั สมัย
4. การประกาศประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย สวนการเลิกทาสทรงทําใหทาสหมดไปจากสังคมไทยโดยไมเกิดเหตุรา ยแรงใดๆ
ไมเ หมอื นกับสหรัฐอเมรกิ าทก่ี ารเลิกทาสทําใหเ กิดสงครามกลางเมอื ง และญป่ี นุ ที่การ
วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. การปรับปรงุ กองทพั ใหทันสมัย เปล่ียนสถานะของเอตะ (eta) และฮินนิ (hinin) ยงั เปนทรี่ ังเกียจเดียดฉนั ทต อมา และ
ยงั ตอ งอยเู ปน ชมุ ชนของพวกตนเอง
เกดิ ขนึ้ ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
ทรงตระหนักวาประเทศตางๆ ในเอเชยี กําลงั ถูกคุกคามจาก ค่มู อื ครู
ประเทศมหาอํานาจตะวนั ตก โดยเฉพาะประเทศไทยทีถ่ กู คุกคาม
จากฝร่ังเศสและองั กฤษ ฉะนัน้ จึงตอ งปรับปรุงกิจการทหารใหมี
ประสทิ ธภิ าพและทันสมยั อยา งรบี ดว นพรอ มกนั หลายๆ ดา น
ไมว าจะเปน การจดั กําลัง การจดั หาอาวธุ การฝก และยทุ ธวธิ ีตาม
แบบอยา งยโุ รป
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๕๓- ๒๔๖๘)
1. ครูใหน ักเรยี นชว ยกันยกตัวอยางพระราช- พระราชประวัติ
กรณียกิจที่สําคัญของพระบาทสมเดจ็
พระมงกฎุ เกลาเจา อยูหัว พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หว ทรงเปน็ พระมหา
กษตรยิ ์ไทยรชกาลที ๖ แห่งพระบรมราชวงศ์จกรี มพี ระนาม
2. ครใู หน กั เรียนรวมกนั วิเคราะหเ กยี่ วกับพระราช- เดิมว่า สมเดจเจ้าฟา มหาวชิราวุธ เป็นพระราชโอรสของ
กรณียกจิ ทางดานการศกึ ษาของรชั กาลท่ี 6 วา พระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ ว และสมเดจพระนางเจ้า
มีสว นในการสรางสรรคชาตไิ ทยไดอ ยางไร เสาวภาผ่องศรี พระอครราชเทวี (ต่อมาคือ สมเดจพระศรี
พชรนิ ทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพนปหลวง)
3. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ 2 กลุม เพือ่ รว มกัน ทรงได้รบการสถาปนาเป็นสมเดจเจ้าฟา มหาวชิราวุธ กรมขนุ เทพ
จัดปายนเิ ทศเกี่ยวกับพระราชประวัตแิ ละ ทวาราวดี เมอื พ.ศ. ๒๔๓๑
พระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลา เจาอยหู ัว
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลาเจาอยูห ัว พระราชกรณยี กจิ สาํ คญั
พระมหาธรี ราชเจาของไทย ดา้ นการศึกษา สบื เนืองในสมยรชกาลที ๕ ได้ทรงริเรมิ
พระบรมราโชบายในการปฏริ ูปการศกษาของชาติให้ทนสมย อนเป็นรากฐานของการพฒนาก�าลงคนใหม้ ี
สติปญั ญารูเ้ ทา่ ทนกบการเปลยี นแปลงของโลก ดงนน เมอื พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยูห่ วเสดจขน
ครองราชสมบตแิ ล้ว พระองค์จงได้โปรดเกล้าฯ ให้มกี ารตราพระราชบญญตปิ ระถมศกษา พ.ศ. ๒๔๖๔
อนเป็นการกา� หนดใหค้ นไทยทกุ คนทมี ีอายถุ งเกณฑจ์ ะต้องเข้าเรียนในระดบชนประถมศกษาครบ ๔ ป ตาม
ก�าหนดระยะเวลา
นอกจากนี เมือ พ.ศ. ๒๔๕๙ พระองคโ์ ปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ดตงจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยอนเป็นการศกษา
ในระดบอดุ มศกษา ทรงยอมเสยี สละทดี นิ ของพระคลงข้างทีเพือจดตงจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลย ซงมหาวทิ ยาลย
แหง่ นไี ดก้ ลายเป็นแหลง่ สรา้ งสรรคส์ ิงทสี า� คญทางด้านสตปิ ญั ญา
และวทิ ยาการทีทนสมย อนเปน็ ประโยชน์ต่อสงคมไทยและ
ประเทศชาตมิ าจนทุกวนนี
ขณะเดียวกนพระองค์ยงทรงตงสถาบนการศกษาทสี �าคญ
อืนๆ อีก เช่น โรงเรียนมหาดเลกหลวง (ภายหลงรชสมย
ของพระองค์ได้เปลียนนามมาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลย)
ซงเปน็ โรงเรียนประจ�าตามแบบพบลิคสคูล (Public School)
ขององกฤษ เพือจะได้เป็นแบบอย่างแก่โรงเรียนภายในประเทศ
ตอ่ ไป โรงเรียนเพาะช่าง และโรงเรียนฝึกหดครูสตรี เปน็ ต้น
โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย (หรือเดิมคือ โรงเรียน พระราชกรณียกิจทางด้านการศกษาของพระองคไ์ ด้มีส่วนสา� คญ
มหาดเลก็ หลวง) ซงึ่ รัชกาลท่ี ๖ โปรดเกลาฯ ให ในการสรา้ งสรรคป์ ระเทศชาติใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้
สถาปนาขึน้ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๓ แทนการสรางวัด
ประจ�ารัชกาล
112
เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรางเสรมิ
ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ วา องคการการศกึ ษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรม ครูอธิบายนักเรียนเกี่ยวกับพระปรชี าสามารถของพระบาท
แหงสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ไดป ระกาศยกยองพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา- สมเดจ็ พระมงกุฎเกลาเจาอยูห วั ทางดานวรรณกรรมวา พระองค
เจา อยหู ัวในฐานะบุคคลสาํ คัญของโลก ทม่ี ผี ลงานดีเดน ดานวรรณศลิ ป เมื่อวนั ท่ี 1 มผี ลงานทางดา นวรรณกรรมมากมาย เชน สารคดี 194 เร่อื ง
มกราคม พ.ศ. 2524 เนื่องในวโรกาสฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา บทรอยกรอง 151 เรือ่ ง โขนละคร 187 เร่อื ง นิทาน เรอื่ งชวนหวั
159 เร่ือง พระราชดํารสั เทศนา 229 เรอื่ ง บทความลงหนงั สอื พมิ พ
มมุ IT 316 เร่อื ง และอื่นๆ จากนน้ั ใหนักเรียนเลอื กศึกษาวรรณกรรมท่ี
นักเรียนสนใจ 1 เรื่อง แลว ใหสรุปสาระสําคัญของเร่ือง นาํ สง
ศกึ ษาคนควา ขอมลู เพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ ใน ครูผูส อน
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา เจา อยูหัว ไดท ่ี http://www.panyathai.or.th
เวบ็ ไซตค ลังปญ ญาไทย
คู่มอื ครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงริเริมการปกครองแบบ ดสุ ิตธานี เมืองจา� ลองประชาธิปไตยท่ีรัชกาลที่ ๖ อธิบายความรู้
ประชาธิปไตย ถงแม้วาจะมิได้เป็นรปู ธรรมอยางชัดเจนใน โปรดเกลาฯ ใหสรางข้นึ เพ่ือทดลองเกี่ยวกับการ
การปกครองพระราชอาณาจักร แตกแสดงใหเ้ หนถงพระราชดา� ริ ปกครองตนเอง 1. ครถู ามนกั เรียนวา พระบาทสมเดจ็
ทางการเมืองของพระองค์ในลักษณะสร้างสรรค์ สืบเนอื งจาก รัชกาลท่ี ๖ ทรงตรวจแถวกองทหารอาสาที่เดินทาง พระมงกุฎเกลา เจา อยหู วั ทรงมพี ระราช-
พระองค์ทรงได้รับการศกษาจากประเทศองั กฤษซงเป็นต้นแบบ กลับมาจากสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ บริเวณพระที่น่งั ประสงคใดในการจัดตัง้ ดสุ ติ ธานี
ของการเมอื งการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย จกั รีมหาปราสาท (แนวตอบ ทรงมีพระราชประสงคทจ่ี ะให
ขาราชบรพิ ารไดเรยี นรเู กีย่ วกับการปกครอง
ดังนนั ภายหลังจากทีพระองคเ์ สดจขนครองราชสมบัติแล้ว ระบอบประชาธปิ ไตย โดยการสรางเมือง
จเรงียโกปวราดเกดลสุ้าติฯธาในหีส้1รใ้านงสเมวือนงหจลา� ังลพอรงะปทรีนะงัชใานธบปิ รไิเตวยณขวนังาพดญใหาไญท จําลองประชาธิปไตยขน้ึ เพื่อทดลองใหม ี
เพือทดลองให้มีการดา� เนินกจิ กรรมทางการเมืองตามระบอบ การดาํ เนนิ กจิ กรรมทางการเมอื งตามระบอบ
ประชาธิปไตย มกี ารออกหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั คือ ดุสติ สมัย ประชาธิปไตย เชน มพี รรคการเมอื ง สภา
และนติ ยสารรายสัปดาห์ คอื ดุสติ สมิต นับได้วาเปน็ การฝึก คณะบรหิ าร ฝายบริหาร ฝา ยคา น และมีการ
ให้บรรดาข้าราชบริพารได้เรียนรู้และทดลองการด�าเนินกิจกรรม ออกหนังสือพิมพร ายวนั ซึง่ แสดงถึงแนว
ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอนั จะเป็นประโยชนต์ อ พระราชดาํ รขิ องพระองคเก่ยี วกับการปกครอง
ประเทศชาติในเวลาตอมา ในระบอบประชาธิปไตย)
ด้านการต่างประเทศ ทรงดา� เนนิ พระบรมราโชบายดา้ น 2. ครูตง้ั คําถามใหนกั เรียนชวยกนั ตอบ เชน
การตางประเทศจนเกิดผลดีตอประเทศชาติเป็นอยางมาก • เพราะเหตใุ ดระหวางสงครามโลกครัง้ ที่ 1
ในเวลาตอมา โดยเฉพาะอยางยิงในระหวางสงครามโลก พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัว
ครงั ที ๑ เมอื พ.ศ. ๒๔๕๗ ในระยะแรกทีเกดิ สงครามโลก จงึ มพี ระบรมราโชบายในการเขารว มกับ
พระองคท์ รงประกาศให้ประเทศไทยเป็นกลาง แตตอมาทรง ฝา ยสมั พันธมิตร
เหนวาประเทศฝ่ายพันธมิตรอันประกอบดว้ ย สหรัฐอเมริกา (แนวตอบ ทรงเล็งเห็นประโยชนทไ่ี ทยจะไดร บั
อังกฤษ และฝรังเศสจะเป็นฝ่ายมีชัยชนะ พระองค์จงทรง หากประเทศตัวเขา รวมกบั ฝายสัมพนั ธมิตร
ประกาศสงครามกับเยอรมนี ออสเตรยี -ฮงั การี ผลปรากฏวา ถา ฝา ยสมั พันธมติ รไดร ับชัยชนะ ประเทศไทย
เยอรมนี และออสเตรีย-ฮงั การีเป็นฝ่ายพายแพ้ ผลจากการ จะสามารถเรียกรองสิทธติ า งๆ ได โดยเฉพาะ
ด�าเนินพระบรมราโชบายของพระองค์ในครงั นัน ท�าให้ไทย การขอแกไขสนธสิ ัญญาท่ีไมเปน ธรรมที่ทําไว
มโี อกาสได้ปรับปรุงสนธิสัญญากับมหาอ�านาจตะวนั ตก และ กับนานาประเทศ)
ได้รบั การรับรองจากนานาประเทศให้เป็นสมาชิกขององค์การ
สันนบิ าตชาติอีกดว้ ย นับได้วาเป็นประโยชน์และเกียรติภูมิ
ของประเทศไทยเป็นอยางยงิ
113
ขอสอบ O-NET นักเรียนควรรู
ขอสอบป ’53 ออกเก่ียวกับการแกไขสนธิสญั ญาเบาวร งิ ภายหลัง 1 ดสุ ติ ธานี เมอื งประชาธปิ ไตยทร่ี ัชกาลท่ี 6 โปรดเกลาฯ ใหส รา งข้นึ เมอ่ื พ.ศ.
สงครามโลกคร้ังท่ี 1 2461 มลี กั ษณะเปน เมืองเลก็ ๆ คลายเมอื งตุกตา มขี นาดประมาณ 1 ใน 20 เทา
ของจริง เพอื่ เปน แบบทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย รูปแบบดดั แปลง
ภายหลังสงครามโลกครัง้ ที่ 1 ไทยขอใหม กี ารแกไขสนธิสัญญา มาจากธรรมนูญการปกครองเทศบาลของอังกฤษ โดยพระองคและขาราชบริพาร
เบาวริงในเรอ่ื งใด ประพฤติตนเปนพลเมอื งของดสุ ติ ธานี
1. เขตแดน คู่มอื ครู
2. ภาษีอากร
3. คนในบังคบั ตางชาติ
4. สทิ ธิสภาพนอกอาณาเขต
วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 2. และขอ 4. ภายหลงั
สงครามโลกครง้ั ท่ี 1 รัฐบาลสยามไดพ ยายามเจรจาขอแกไขสนธิ
สัญญาอนั ไมเ ปนธรรมในดานสิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตและภาษี
ศลุ กากร ซงึ่ กป็ ระสบผลสําเรจ็ เปน อยา งดี โดยมเี ง่อื นไขวาสยาม
จะตองบงั คบั ใชป ระมวลกฎหมายตามแบบสมัยใหม และบาง
ประเทศไดขอสิทธิพเิ ศษเพ่ิมเตมิ อีกในชว งระยะเวลาหนึง่ ภายใน
พ.ศ. 2470 ประเทศตางๆ นบั สิบประเทศก็ยินยอมลงนามแกไ ข
สนธสิ ัญญาดังกลาว
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ ดา้ นภาษาและวรรณกรรม ทรงพระราชนพิ นธว์ รรณกรรม
ตางๆ ไวม้ ากมาย ทงประเภทร้อยแกว้ ทีเปน็ บทความ บทละคร
ครูต้ังคําถามใหนักเรยี นชวยกันตอบ เชน สารคดี นิทาน ฯลฯ และประเภททีเป็นโคลง ฉนท์ กาพย์ กลอน
• พระราชบญั ญัตนิ ามสกลุ มีขอดีอยา งไร ฯลฯ โดยพระองค์ทรงใช้พระนามแฝงส�าหรบพระราชนพิ นธ์
(แนวตอบ แสดงใหเ ห็นถึงความเปนชาติท่ี หลายๆ ชอื เชน วชิราวธุ อศวพาหุ สคุ รีพ พนแหลม ศรอี ยธุ ยา
มอี ารยธรรรมในการสบื เชอ้ื สาย กอใหเกิด เปน็ ตน้
ความรูสกึ รักและภาคภมู ใิ จในตระกูลของตน ส�าหรบพระราชนิพนธ์ทพี ระองค์ทรงประพนธ์นนมีทงที
นอกจากนี้ ยงั ชว ยจําแนกบุคคลออกจากกนั ทรงพระราชนพิ นธ์ขนเอง และมีบางเรืองพระองคก์ ทรงแปล
ไดอีกดว ย) จากภาษาตางประเทศ พระราชนพิ นธต์ างๆ ของพระองคน์ บวา
• เพราะเหตใุ ดพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา - มีความสา� คญตอภาษาและวรรณกรรมของชาติไทยเปน็ อยางยิง
เจาอยหู ัวจงึ ทรงไดร ับการถวายพระราช- จงมีการเทดิ พระเกียรตใิ หพ้ ระองคท์ รงเปน็ พระมหาธีรราชเจ้า
สมญั ญาวา “พระมหาธรี ราชเจา” นอกจากนี องค์การยูเนสโกได้ยกยองความเป็นปราชญ์ของ
(แนวตอบ พระมหาธีรราชเจา หมายถึง
มหาราชผซู ่งึ เปนจอมปราชญ เพราะพระองค
เปนจอมปราชญดา นวรรณกรรม ทรงพระราช-
นพิ นธว รรณคดีไวม ากมาย เชน มัทนะพาธา
พระนลคําหลวง วิวาหพระสมุทร เปน ตน)
พระองค์ โดยถวายพระนามวา King Vajiravudh, Thailand’s
Prolifer Writer หรือพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู ว
ตัวอยางบทพระราชนิพนธในพระบาทสมเดจ็ ผ้ทู รงมีบทพระราชนิพนธม์ ากมายของเมอื งไทย
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู วั
ด้านการส่งเสริมความรักชาติ ทรงสร้างเกียรตภิ ูมขิ องชาติให้มคี วามทดเทียมกบอารยประเทศ และมี
คุณประโยชนต์ อประเทศชาตจิ นถงทกุ วนนี เชน พระองค์ทรงมพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหถ้ ือเอาวนที
๖ เมษายน ซงเรยี กวา วนจกรี เป็นวนชาติของไทย โปรดเกลา้ ฯ ให้ประดิษฐ์ธงชาตใิ หมแทนธงรูปชา้ ง
ซงใช้กนมาแตเดิม พระราชทานชือวา ธงไตรรงค์ ประกอบดว้ ย สแี ดง สขี าว และสนี �าเงนิ อนหมายถง
ชาติ ศาสนา และพระมหากษตริย์ตามล�าดบ ซงใชเ้ รอื ยมาจนถงปจั จุบน โปรดเกล้าฯ ใหต้ ราพระราชบญญติ
นามสกุล เพอื เป็นหลกการสบื เชอื สายตอเนอื งกนทางบิดาผู้ใหก้ า� เนิด ซงนอกจากแสดง
ให้เหนถงความเป็นชาติทีมีอารยธรรมแล้ว ยงเป็นการสร้างความรก
ความสามคคีในเครอื ญาติ ทรงจดตงกองเสือปา่ เสนาหลวงรกษาพระองค์
และฝึกหดให้ยวุ ชนไดเ้ ป็น ลูกเสือ เพือจะไดท้ �าประโยชน์ พระบาทสมเด็จพระมงก®ุ เกลา้
ฉสใหดีถก้าแบนกสปโ้ รงาคคสพมเิษตแลอสะรุน์ปข(รบPะ้าaเทsรtศeวชuมาrทตงInิจsดอtีกiตtuทงeงโ)1สปถรขดานนเเกพเ3สลอื า้าทฯวภ�าเาใซหรจุ้ม2ดตง เจา้ อยูห่ ัว ทรงมีบทบาทสา™ คัญในการ
สรา้ งชาติäทย ด้วยการทíาใหค้ นäทยมคี วาม
ตนื ตัวในเรอื งชาตนิ ยิ ม ทรงนíาประเทศเขา้ สู่
สังคมโลก ทาí ใหä้ ทยม°ี านะเทา่ เทียมกับนานาชาติ
เพือรกษาผ้ทู ถี กู งกู ดอีกด้วย นบเปน็ คุณประโยชน์ ทรงมพี ระปรีชาสามาร¶ทางด้านวรรณกรรมจนäดร้ ับ
ตอสงคมไทยมาจนถงปจั จุบน การ¶วายพระราชสมัญญาวา่ “พระมหา¸ีรราชเจ้า”
114
นกั เรยี นควรรู กิจกรรมทาทาย
1 สถานปาสเตอร (Pasteur Institue) ต้ังช่ือตามหลยุ ส ปาสเตอร ครูยกตัวอยา งพระนามแฝงในรัชกาลที่ 6 สําหรบั พระราช-
นักวิทยาศาสตรช าวฝร่ังเศส ผูคนพบวคั ซนี แกโ รคพิษสนุ ขั บา นิพนธเรือ่ งตา งๆ แลว สุมใหนกั เรียนตอบวา ทรงเลอื กใชใน
2 เซรุม (serum) เปนนา้ํ เหลืองจากเลือดของสัตวซ่ึงไดผานกรรมวธิ จี นเปน โอกาสใด เชน
เซรุม นาํ มาฉดี เพอื่ ขจดั พษิ งู ปจจบุ นั สถานเสาวภาสามารถผลิตเซรุมแบบแหง อัศวพาหุ สาํ หรบั เร่อื งเกีย่ วกบั การเมอื ง
โดยนาํ มาผสมกบั น้ํากล่นั แบบยาฉีดเมอ่ื จะใช ศรอี ยธุ ยา สาํ หรับบทละคร
3 สถานเสาวภา พัฒนามาจากสถานปาสเตอร รามจิตติ สําหรบั เรื่องบนั เทงิ คดี และสารคดีตา งๆ
ทีท่ รงแปลจากภาษาตางประเทศ
นอยลา, สคุ รพี สําหรับนทิ านตางๆ
คู่มอื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลาเจา อยูห ัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๗) อธิบายความรู้
พระราชประวัติ 1. ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั ยกตวั อยา งพระมหา
กรณุ าธิคุณของพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา-
พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงเป็นพระมหา เจาอยูห ัวที่มีตอ การสรา งสรรคชาตไิ ทย
กษตั รยิ ไ์ ทยล�าดบั ที ๗ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิม (แนวตอบ ทรงยอมลดคาใชจายสวนพระองคใ น
ว่า สมเดจเจ้าฟาประชาธปิ กศักดิเดชน์ เป็นพระราชโอรส ยามท่ีบา นเมอื งเศรษฐกจิ ตกตํา่ และทรงยอม
พระองค์สุดทา้ ยของพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั เสยี สละพระราชอํานาจโดยการสละราชสมบัติ
และสมเดจพระนางเจา้ เสาวภาผอ่ งศรี พระอัครราชเทวี เพื่อมิใหคนไทยตอ งสูรบกนั เอง)
พระราชกรณียกิจสําคัญ 2. ครูถามนักเรยี นวา พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา
เจา อยหู ัวทรงมีบทบาทในการวางรากฐาน
ด้านการเมืองการปกครอง เมือเกิดการเปลียนแปลง ประชาธปิ ไตยอยา งไร
การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบ (แนวตอบ ทรงจดั การปกครองในระดับทอ งถ่นิ
ประชาธปิ ไตยทมี ีพระมหากษตั ริยเ์ ปน็ ประมุขภายใต้รัฐธรรมนญู (เทศบาล) เพื่อใหราษฎรมีความรูในระบอบ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูหัว กษตั รยิ โดยคณะราษฎรในวันที ๒๔ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ นัน ประชาธปิ ไตยเบ้ืองตน การปรบั ปรุงองคมนตรี
ผ้ทู รงสละพระราชอ�านาจเพอื่ ปวงชนชาวไทย สภา เพ่ือพจิ ารณาในเรือ่ งสวัสดภิ าพของ
ประชาชนและประเทศชาติ รวมทง้ั ทรงมี
พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยอมรับการเปลยี นแปลงดังกล่าวดว้ ยความเตมพระทัยโดยมิได้ พระราชดาํ ริใหม ีการรางรัฐธรรมนญู เพื่อ
ใช้พระราชอา� นาจของพระองคท์ ีมีอยู่ขัดขวางแต่อย่างใด ทเี ป็นเชน่ นีเพราะพระองค์ไมต่ ้องการใหเ้ กิดการ พระราชทานใหแกปวงชนชาวไทย)
สูญเสียเลอื ดเนือของประชาชนชาวไทย นอกจากนี พระองคย์ ังทรงมีพระราชประสงค์ทีจะพระราชทาน
รัฐธรรมนูญให้แกป่ วงชนชาวไทยอยู่ก่อนแล้ว จนถึงกบั โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการร่างรัฐธรรมนูญ และเตรยี ม 3. นกั เรยี นรว มกันวเิ คราะหวา การที่พระบาท
การประกาศใช้เมือถงึ เวลาอันสมควรมากอ่ นหนา้ ทคี ณะราษฎรจะยดึ อ�านาจ ดังนัน เมือคณะราษฎรจะขอ สมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยูหวั ทรงยอมสละ
พระราชทานรัฐธรรมนูญ พระองคจ์ ึงมิไดท้ รงขดั ขวาง แสดงให้เหนถึงการเสยี สละพระราชอ�านาจเพอื ความ ราชสมบัติ เมอ่ื วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477
เปน็ ประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทยอย่างแทจ้ รงิ สง ผลตอประเทศไทยในปจ จบุ ันอยางไร
ถึงแมว้ ่าคณะราษฎรได้เปลียนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้ว และพระองคไ์ ดพ้ ระราชทาน
รฐั ธรรมนญู อยา่ งเตมพระทัยแล้วกตาม แต่พระองค์กยังทรงตดิ ตามการด�าเนินงานของรฐั บาลในระยะหลัง
การเปลยี นแปลงการปกครอง เพือให้อา� นาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทยอย่างแทจ้ รงิ โดยไดท้ รงเรยี กรอ้ ง
ใหร้ ฐั บาลปฏิบตั ติ ามรัฐธรรมนูญ แตเ่ มือพระองค์มไิ ดร้ ับการตอบสนอง จงึ ได้ทรง
ประกาศสละราชสมบตั เิ มอื วนั ที ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๗ โดยมพี ระราช-
เทอมหใพหนััั้ีคงต่ือแแหถวใกทาลเชลรมจาอาขรเยําษตาิงขนขฎม็ถอาอึงรใงจคโจงขดนปทณายนั้รีจ่พะทะโะรเดชั่วสจฐั ไายบลาปรสใะาาิหทอลษแแธาํ ฎตนิกขมรขาาผ…คี าดจูใวพอดแ”าัลนเมจะเคสาปโไณา�ดนมคยขะยญั ใไอินมดตงยโฟขอดอางนมยพเหสเยเฉนียจกพงึงาอวาอํา่าะยนแูา“ตจ…เดขมิาพเใเจศนรารกาÉการ°°แเากจกนิจ้า้äปตอขยรปกหู่ะต˜ญชวัาí หาท¸ทาวั ปิตรโพลäา่งตงมกรæยะีบบโทดขทาบอยรทขางทงสทปอใรมชงสรงรเพ้ะา™ดยาเครÖดจทÉะัญปพศ®ปรรแใรรนะะลเชีโปปะกยาปกน็าชญญ˜รเนทกาวส์ีตลหณาุข้าéังาง
115
ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู
นโยบายการแกป ญหาเศรษฐกิจตกต่าํ ในสมยั รัชกาลท่ี 7 คอื ขอ ใด ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ วา หลังจากทรงสละราชสมบัติแลว พระบาทสมเด็จ
1. ลดคาเงนิ บาท พระปกเกลา เจาอยหู ัวและสมเดจ็ พระนางเจาราํ ไพพรรณี พระบรมราชินี ไดเ สด็จ
2. ปลดขาราชการออก ไปประทบั ท่ีประเทศองั กฤษจนกระท่ังเสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั ท่ี 30 พฤษภาคม
3. กูเงนิ จากตา งประเทศ พ.ศ. 2484 ไดอ ัญเชิญพระบรมศพไปถวายพระเพลงิ ที่สุสานโกเดอสก รีน ตอ มาใน
4. สง เสรมิ การใชส ินคาไทย พ.ศ. 2492 รฐั บาลจอมพล ป. พิบลู สงคราม กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจา
รําไพพรรณเี สดจ็ นิวัตสูประเทศไทย และอญั เชญิ พระบรมอฐั พิ ระบาทสมเดจ็
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 2. รชั กาลที่ 7 ทรงแกปญหาเศรษฐกิจ พระปกเกลา เจา อยหู วั มาประดษิ ฐานรว มกับสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธริ าชเจา
ตกตํ่าดวยการตัดตาํ แหนงขาราชการที่เกินความจําเปน ออกไป
มมุ IT
ศึกษาคน ควา ขอ มลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกับพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูห วั
ไดท ่ี http://kingprajadhipokmuseum.org เว็บไซตพ พิ ิธภณั ฑพ ระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจา อยหู วั
คู่มือครู
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล
ครสู มุ นักเรยี นออกมาสรุปพระราชประวัติ (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๙)
และพระราชกรณยี กจิ สําคญั ในพระบาทสมเดจ็
พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล หนา ชน้ั เรยี น พระราชประวตั ิ
พรอ มทง้ั เลาความรสู ึกประทับใจในพระจริยวตั ร
และพระมหากรณุ าธิคุณทีพ่ ระองคทรงมตี อพสกนกิ ร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ทรงเปน
ชาวไทย พระมหากษัตริยไทยลําดับท่ี ๘ แหงพระบรมราชวงศจักรี
มพี ระนามเดมิ วา “พระวรวงศเ ธอ พระองคเ จา อานันทมหิดล”
เปน พระโอรสองคแรกของสมเดจ็ เจาฟามหิดลอดุลเดช กรมหลวง
สงขลานครินทร (สมเดจ็ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก) และหมอมสังวาล มหิดล ณ อยุธยา
(สมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนน)ี เสดจ็ ขึน้ เสวยราชสมบัติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ขแทณนะพทรระงอมงีพคร1 ะชนมายุ ๙ พรรษา จึงตองมีคณะผูสาํ เรจ็ ราชการ
ยุวกษตั ริยอ ันเปน ท่ีรักยงิ่ ของปวงชนชาวไทย
พระราชกรณยี กิจสําคญั
การเสด็จนิวตั พระนครครงั้ แรก (พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๒) พระองคไดปฏิบัตพิ ระราชกรณียกิจท่ีสําคัญ
หลายคร้งั เชน เสด็จพระราชดําเนนิ ไปพระราชทานธงประจาํ กองลกู เสือและทอดพระเนตรการแขง ขนั กรฑี า
และวชิ าลูกเสือ ณ กรฑี าสถานแหง ชาติ นอกจากนย้ี ังไดพระราชทานทนุ ทรัพยแกโรงพยาบาล และสถานศกึ ษา
ตางๆ อกี ดว ย จากนนั้ พระองคไ ดเสด็จกลับไปศึกษาตอทเ่ี มอื งโลซาน ประเทศสวติ เซอรแ ลนด
การเสด็จนวิ ัตพระนครคร้ังที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๔๘๙) พระองคทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๒๐
พรรษาบรบิ ูรณ ทรงปฏบิ ัติพระราชกรณยี กิจท่ีสําคญั เชน ทรงตรวจพลสวนสนามของกองทพั พันธมิตร
พรอมกับลอรด หลุยส เมานตแบตเทน ผูบัญชาการทหารฝายพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต
ทท่ี องสนามหลวงและถนนราชดําเนนิ นับเปน ความสําคญั ยิ่งตอเกียรติภูมิของไทย เนอ่ื งจากเปน การแสดงให
เหน็ วา ประเทศไทยยงั คงมีอาํ นาจอธปิ ไตยโดยสมบูรณ มไิ ดตกอยู
ใตอาํ นาจของชาตอิ น่ื นอกจากน้ียังเสดจ็ ประพาสสําเพ็ง รวมทั้ง
เสดจ็ พระราชดาํ เนินไปทรงเยยี่ มเยียนราษฎรในจังหวดั ใกลเ คยี ง
และภายในเขตพระนคร เปน ตน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾ÃлÃàÁ¹·Ã
เสด็จมาเปนองคประธานในพิธีสวนสนามของ ÁËÒÍҹѹ·ÁË´Ô Å·Ã§à»š¹ÂÇØ ¡ÉѵÃÂÔ
กองกําลังเสรไี ทยและทหารพนั ธมติ ร เมื่อวันท่ี ๑๙ ·ÕèÁÕ¾ÃÐÃÒª¨ÃÂÔ ÇÑµÃ«Ö§è ¶Í× à»¹š ẺÍÂÒ‹ §·´èÕ Õá¡‹
มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ àÂÒǪ¹·é§Ñ ËÅÒ ·Ã§ÁÕ¤ÇÒÁÃѺ¼Ô´ªÍºµ‹Í˹ŒÒ·èÕ
áÅзçàÍÒ¾ÃÐÃÒªËÄ·ÂÑ ãʋ㹷ء¢Ê Ø¢¤ÇÒÁ໚¹ÍÂÙ‹
¢Í§ÃÒÉ®ÃÍÂÒ‹ §ã¡ÅªŒ Ô´â´ÂäÁ‹¶×;ÃÐͧ¤
๑๑๖
นกั เรียนควรรู กจิ กรรมสรางเสรมิ
1 คณะผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค ไดแ ก พระเจาวรวงศเ ธอ กรมหม่นื อนวุ ัตร- ครูใหนกั เรยี นไปศกึ ษาคนควาเพมิ่ เติมเก่ยี วกับพระราชประวตั ิ
จาตรุ นต พระวรวงศเธอ พระองคเจา อาทิตยท ิพอาภา และเจาพระยายมราช และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหา
(ปน สุขุม) ตอ มาพระเจาวรวงศเธอ กรมหมื่นอนุวตั รจาตุรนตส ิ้นพระชนม อานนั ทมหดิ ล จากน้ันสรุปความรลู งกระดาษ A4 แลวนําสง
สภาผแู ทนราษฎรจงึ ไดแตงต้งั ใหนายพลเอก เจา พระยาพิชเยนทรโยธิน ครผู ูสอน
(อุม อินทรโยธิน) เปน ผสู ําเรจ็ ราชการแทนพระองค และเมื่อเจา พระยายมราช
(ปน สขุ ุม) ถึงแกอ สัญกรรม จึงมกี ารแตงต้ังใหน ายปรีดี พนมยงค เปนผูส ําเร็จ
ราชการแทนพระองคแทน
หลงั จากนนั้ เมือ่ เจาพระยาพิชเยนทรโ ยธิน (อุม อินทรโยธนิ ) ถึงแกอสัญกรรม
รวมทง้ั พระเจา วรวงศเ ธอ พระองคเ จาอาทติ ยทิพอาภา ไดก ราบถวายบังคมลาออก
จากตําแหนง นายปรดี ี พนมยงค จงึ ดํารงตําแหนง ผูสําเรจ็ ราชการแทนพระองค
เพียงผูเ ดยี ว
คู่มอื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Evaluate
Explain Expand Explain
อธิบายความรู
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร 1. ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนแผนผังความคิด
แสดงพระราชประวัติในรชั กาลท่ี 9 หนาช้ันเรียน
(ครองราชย พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๕๕๙)
2. ครูใหน กั เรียนอภิปรายรว มกันเกยี่ วกบั
พระราชประวัติ พระราชกรณียกจิ สําคญั ในรชั กาลที่ 9
ดา นการศึกษา
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ทรงมีพระนามเดมิ วา “พระวรวงศเธอ พระองคเ จา ภูมพิ ล 3. ครใู หน กั เรยี นวเิ คราะหเปรียบเทียบบทบาท
อดุลยเดช” ทรงเปนพระโอรสของสมเด็จเจา ฟามหิดลอดุลเดช ของพระมหากษัตริยไ ทยในสมยั ปจ จุบัน เมื่อ
กรมหลวงสงขลานครินทร (สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดช เทียบกับบทบาทในอดตี โดยสรปุ เปนแผนผัง
วิกรม พระบรมราชชนก) และหมอมสงั วาล มหิดล ณ อยุธยา ความคดิ สง ครูผูสอน
(สมเดจ็ พระศรนี ครินทราบรมราชชนนี) พระองคเสดจ็ ขึน้ ครอง
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช ราชสมบัตขิ ณะท่ที รงมีพระชนมพรรษาเพียง ๑๘ พรรษา ๖ เดอื น
บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริยผูทรงทุมเท ๔ วนั แตเ นอ่ื งจากยงั ตอ งทรงศกึ ษาตอ ดังนน้ั พระองคจึงตอ ง
พระวรกายเพื่อประโยชนสขุ ของประชาราษฎร เสดจ็ กลับไปทรงศึกษาตอทป่ี ระเทศสวติ เซอรแลนด เม่อื วันท่ี
๑๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
พระราชกรณียกจิ สําคญั
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ นวิ ัตพระนครเม่อื วนั ท่ี ๒๔ มนี าคม
พ.ศ. ๒๔๙๓ ตอ มาไดม ีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเปน พระเจาแผน ดินโดยสมบรู ณ เม่อื วนั ที่ ๕ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๙๓ ในพระราชพิธดี งั กลาวพระองคท รงมีพระปฐมบรมราชโองการวา “เราจะครองแผนดนิ โดยธรรม
เพอื่ ประโยชนส ขุ แหงมหาชนชาวสยาม” พระองคไ ดท รงปฏบิ ัติพระราชกรณยี กจิ ทสี่ าํ คญั ๆ เพ่อื ประโยชนแก
พสกนกิ รของพระองคอ ยา งมากมาย ซง่ึ ในท่นี ้จี ะขอยกมาเพียงบางตัวอยา ง
ดานการศึกษา ทรงเห็นความสําคญั ของการศกึ ษาท่จี ะทาํ ใหเกิดการพัฒนาประชาชนชาวไทยใหเปน
ผูม คี วามรู ความคดิ ความประพฤติ และคุณธรรมสาํ หรบั พฒั นา
ประเทศชาติ 1จึงไดทรงสง เสริมและพระราชทานเกื้อหนุนทาง
ดา นการศึกษาทง้ั ในระบบและนอกระบบโรงเรียน ต้งั แตระดับ
ประถมศกึ ษาไปจนถงึ ระดับอดุ มศกึ ษา นอกจากนี้ พระองคท รง
พระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหตั้ง “ทนุ ภมู ิพล” ขึน้ เพ่ือพระราชทาน
แกผูม ีผลการเรียนดแี ตขาดแคลนทุนทรัพย โปรดเกลาฯ ให
ฟนฟูพระราชทานทุนเลาเรียนหลวงคิงสกอลาชิป (King’s
Scholarship) ขึน้ มาใหม และพระราชทานพระราชทรัพยสวน
พระองคกอต้ัง “ทนุ อานนั ทมหดิ ล” เพื่อสนบั สนนุ ใหผ ูที่มคี วาม
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระมหา สามารถทางวิชาการยอดเยี่ยมและมีคุณธรรมสูงไดม โี อกาส
ภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวนั ท่ี ศกึ ษาตอ ไป
๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓
๑๑๗
กจิ กรรมทา ทาย นกั เรยี นควรรู
ครูใหน ักเรียนวาดภาพความประทับใจในพระราชกรณียกิจของ 1 พระราชทานเก้อื หนุนทางดา นการศึกษา เชน การจัดตั้งโรงเรียนสาํ หรบั
รชั กาลท่ี 9 ลงในกระดาษ A4 โดยตกแตง ใหส วยงาม พรอมทง้ั เยาวชนในทอ งถนิ่ ทรุ กันดาร ใน พ.ศ. 2499 เพอื่ ชวยใหช าวเขาและเยาวชนไทย
อธิบายวาสามารถทาํ สงิ่ ใดไดบางเพ่ือเปน การแสดงความสํานึก ในถ่นิ ทรุ กันดารหา งไกลไดเรยี นหนังสือ ทรงพระราชทานพระราชทรัพยส วนพระองค
ในพระมหากรุณาธคิ ณุ ของพระมหากษตั ริยไทย ในการกอสรางโรงเรียน พระราชทานนามวา โรงเรยี นรม เกลา ซ่งึ เปน โรงเรยี นสาํ หรับ
เยาวชนในทอ งถน่ิ ชนบทหา งไกลท่มี คี วามไมสงบจากภัยตางๆ การจัดตง้ั โรงเรยี น
ราชประชาสมาสัย เพือ่ เปน สถานศึกษาอยูประจาํ สาํ หรับเยาวชนท่เี ปน บุตรธิดาของ
คนไขโรคเรอ้ื น การตง้ั โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห
นอกจากนี้ พระองคย งั ไดพระราชทานพระราชทรพั ยจ าํ นวนหนึ่งสมทบกับเงนิ
ทมี่ ผี บู รจิ าค เพ่อื สรา งโรงเรียนราชวินติ สําหรบั เยาวชนระดบั อนุบาลและประถมศึกษา
และพระราชทานที่ทรพั ยสินสว นพระมหากษตั ริยสรา งโรงเรียนราชวินิตมัธยม เปน ตน
คูมือครู 117
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ Eาxยplคaiวn ามรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Elaborate Evaluate
Explain
อธิบายความรู
1. ครสู ุม นกั เรยี นยกตัวอยา งพระราชกรณียกิจของ ดานศลิ ปวฒั นธรรม ทรงสง เสริมสนบั สนุนศลิ ปวฒั นธรรม
รชั กาลท่ี 9 ดานศิลปวฒั นธรรม ดานศาสนา ทุกแขนงรวมทงั้ ภาษาไทยอันเปน ภาษาประจาํ ชาติ ทรงมีรบั ส่งั
และดานการสงเสรมิ คณุ ภาพชีวิตของประชาชน เตือนสตอิ ยูเ สมอใหค นไทยชว ยกันอนุรักษฟนฟูจารีตประเพณี
พรอมทง้ั วเิ คราะหป ระโยชนท ี่มตี อประเทศไทย และวัฒนธรรมอันดงี ามของชาติ ทรงฟน ฟูวัฒนธรรมไทยให
2. ครใู หนกั เรยี นสบื คนเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับโครงการ
อันเนอื่ งมาจากพระราชดํารใิ นรัชกาลที่ 9 แลว
นําขอ มูลมาอภิปรายรว มกันในชน้ั เรียน
ดํารงอยูตอ ไป เชน ทรงฟนฟูพระราชพิธจี รดพระนังคัลแรก
นาขวัญเพื่อบํารุงขวัญและกําลังใจแกเกษตรกรไทยซ่ึงเปน
คนสว นใหญข องประเทศ ทรงฟน ฟพู ระราชพธิ เี สดจ็ พระราชดําเนิน
โดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเพือ่ ถวายผาพระกฐินแก
พระอารามหลวง และทรงฟน ฟพู ระราชพธิ ีเสด็จพระราชดําเนนิ
ทางสถลมารคอีกดวย นับเปนการสงเสริมและฟนฟูศิลป-
วัฒนธรรมไทยที่สาํ คญั ของไทยมใิ หส ญู สิน้ ไป
ดา นศาสนา ทรงยึดมนั่ ในทศพิธราชธรรมอยา งเครงครดั
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช จนเปนท่ปี ระจกั ษช ัดแกปวงชนชาวไทย ทรงผนวชในบวรพทุ ธ-
บรมนาถบพิตร ทรงเปนอัครศาสนูปถัมภกของ ศาสนาและทรงเปนอัครศาสนูปถัมภกของพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา รวมทั้งทรงมีพระราชูปถัมภ อีกดว ย พระองคไ ดเสดจ็ พระราชดําเนินไปบําเพ็ญพระราชกุศล
ศาสนาอืน่ ๆ ในวันสําคญั ทางพุทธศาสนาอยางสมาํ่ เสมอ นอกจากนี้ พระองค
ยังทรงมพี ระราชปู ถมั ภศ าสนาอน่ื ๆ ในประเทศไทย เสด็จพระราชดาํ เนนิ ไปเย่ียมเยยี นราษฎรทน่ี ับถือศาสนา
อืน่ ๆ และทรงพระราชทานทรพั ยบํารุงศาสนสถานของศาสนาตางๆ อยา งทว่ั ถึง
ดา นการสงเสรมิ คุณภาพชวี ิตของประชาชน พระองคทรงมีพระราชหฤทยั มงุ มน่ั ที่จะพฒั นาความเปนอยู
ของราษฎร ดวยเหตุนี้จึงไดเ กิดโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริขน้ึ จํานวนมากและครอบคลุมการพฒั นา
ในดา นตา งๆ ซึ่งลว นมีจุดมุงหมายเพือ่ ใหราษฎรมีความผาสุกอยา งแทจรงิ
โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดํารใิ นพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร1
ทน่ี ับวาเปน โครงการพฒั นาชนบทโครงการแรกเกดิ ขึน้ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๕ ทีบ่ านหวยมงคล ตําบลหนิ เหล็กไฟ
อําเภอหวั หนิ จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ พระองคไดโปรดเกลา ฯ ใหต ดั “ถนนสายหว ยมงคล” ออกสตู ลาดหัวหิน
เพื่อใหเกษตรกรไดม ีถนน เพ่ือนําผลิตผลเกษตรออกไปสูตลาด ถนนสายนถี้ อื เปน “ถนนมงคล” สายแรกเรมิ่
เปนเสนทางบําบดั ทุกขบํารุงสุขแกอ าณาประชาราษฎรทที่ อดไปสู “โครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ” อืน่ ๆ
ทวั่ ทกุ ภมู ภิ าคในเวลาตอมา
นบั ต้ังแตเ ร่มิ แรกจนถงึ ปจ จบุ ันมโี ครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดํารมิ ากกวา ๔,๐๐๐ โครงการ ในหลาย
สาขา ทีอ่ ยใู นความรบั ผิดชอบของสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจาก
พระราชดําริ (สํานกั งาน กปร.) จํานวนกวา ๑,๕๐๐ โครงการ แยกเปน ประเภทตา งๆ ดังนี้
๑๑๘
นกั เรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT
โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ รใิ นรัชกาลท่ี 9 เกิดข้ึนมาได
1 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดํารใิ นพระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช อยางไร และโครงการในระยะแรกเกยี่ วขอ งกบั ดานใด
มหาราช บรมนาถบพติ ร มอี ยูมากมายหลายสาขา ในระยะแรกมชี ่ือเรยี กแตกตา ง แนวตอบ เกดิ จากพระราชดาํ รขิ องรชั กาลที่ 9 ที่ทรงตอ งการ
กันไป ดงั นี้ แกไขปญหาความเดอื ดรอ นของราษฎร และพฒั นาความเปน
อยูของราษฎรท่ีทรงพบขณะเสดจ็ พระราชดําเนินเย่ยี มราษฎรใน
• โครงการตามพระราชประสงค เปนโครงการซงึ่ ทรงศกึ ษาทดลองปฏิบตั ิเปน ภมู ภิ าคตา งๆ ดว ยเหตุน้ีจึงเกิดโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดําริ
การสวนพระองค โดยทรงศกึ ษาหารือกับผูเ ชย่ี วชาญสาขาตา งๆ เม่ือทรงแนพระทยั ขน้ึ จํานวนมาก ซึง่ ในระยะแรกเปนโครงการทีเ่ กย่ี วกับการพัฒนา
วา ไดผ ลดแี ละเปน ประโยชนแกป ระชาชน จึงโปรดเกลาฯ ใหร ฐั บาลรับชว งตอ การเกษตร การพัฒนาที่ดนิ และการชลประทาน
• โครงการหลวง เปนโครงการท่สี ง เสรมิ การปลูกพชื เมืองหนาวแกช าวเขา
เพ่อื เปนรายไดแ ทนการปลูกฝน
• โครงการในพระบรมราชานุเคราะห เปนโครงการทีพ่ ระองคไดพ ระราชทาน
ขอ เสนอแนะและแนวทางพระราชดาํ รใิ หเ อกชนไปดําเนนิ การ เชน โครงการพัฒนา
หมูบานสหกรณเนนิ ดนิ แดง อําเภอทบั สะแก จงั หวัดประจวบครี ีขนั ธ โครงการ
สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน เปนตน
• โครงการตามพระราชดาํ ริ เปนโครงการที่ทรงวางแผนพฒั นา ทรงเสนอแนะ
ใหรัฐบาลรว มดําเนินการตามแนวพระราชดําริ โดยพระองคเ สดจ็ ฯ รว มทรงงานกับ
หนวยงานของรัฐบาล ในปจจบุ นั เรยี กวา “โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ร”ิ
118 คมู อื ครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
๑. โครงการดานการเกษตร สวนใหญดาํ เนนิ การอยูใน อธิบายความรู้
ศนู ยศึกษาการพฒั นาอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ และนาํ ผลสําเร็จ
จากการศึกษาทดลองไปถา ยทอดสปู ระชาชน ดว ยการฝก อบรม ครูยกตวั อยา งโครงการอันเนอ่ื งมาจาก
ใหเกษตรกรมีความรูในวชิ าการเกษตรแผนใหม นอกจากนนั้ พระราชดาํ รใิ นรชั กาลท่ี 9 ดา นการเกษตรและ
ยังประกอบดวยโครงการเพื่อการสงเสริมการเกษตร เชน ดานสิ่งแวดลอม เชน โครงการสาธติ ทฤษฎีใหม
โครงการสงเสริมการปลกู ขาวและทาํ นาขัน้ บนั ได อําเภอสุคิรนิ โครงการชั่งหวั มนั ตามพระราชดําริ โครงการ
จังหวัดนราธวิ าส โครงการพัฒนาพืน้ ทีบ่ รเิ วณวดั มงคลชัยพฒั นา แกลง ดิน โครงการบําบดั นํา้ เสียบงึ มักกะสนั
อนั เน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ จงั หวัดสระบุรี โครงการสาธติ ทฤษฎี โครงการหญา แฝก การทําการเกษตรทฤษฎใี หม
ใชห่ังมหัวบมาันนตแาดมนพสราะมราคั ชคดี อาํ ราํ 1ิเภอําอเเภขาอวทงายจางั งหวจัดังหกาวฬัดเสพนิ ชธรุ บโครุ ีรงการ เปน ตน
จากนัน้ ใหน กั เรียนชว ยกนั แสดงความคิดเห็นวา
แตล ะโครงการทย่ี กมามคี วามเปน มาอยา งไร
มีวตั ถุประสงคเพ่ืออะไร และจากการดาํ เนนิ การ
ตามโครงการสงผลดตี อ ประชาชนและชมุ ชน
อยา งไร
๒. โครงการดา นสิง่ แวดลอ ม สวนใหญเ ปนวธิ กี ารทจ่ี ะทาํ นุ
บํารุงและปรับปรงุ สภาพทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
สใหงู ดสขีุดึ้นเชโดน ยโคคาํ รนงึงกถางึรกแากรลใงชดท นิ ร2พั ทยี่ไาดกดราํ ธเรนรินมกชาารตใิในหศเนูกยิดศปกึระษโายกชานร ศนู ยศ ึกษาการพฒั นาพิกลุ ทอง จ.นราธวิ าสเปน๑ ใน
๖ ของศูนยการพัฒนาอนั เนือ่ งมาจากพระราชดําริ
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
พัฒนาพิกุลทองอนั เนื่องมาจากพระราชดําริ จงั หวัดนราธวิ าส บรมนาถบพติ ร
โครงการบาํ บดั นํา้ เสยี บงึ มกั กะสนั โครงการบําบัดนํา้ เสยี บึงพระราม ๙ นอกจากนี้ ทรงไดพ ระราชทานพระราชดําริ
เกย่ี วกบั หญา แฝกเพอื่ ปองกันการชะลางพงั ทลายของดนิ และอนรุ กั ษค วามชุมช้นื ไวในดนิ รวมถงึ การทาํ การเกษตร
“ทฤษฎใี หม” เปนการพัฒนาพืน้ ทท่ี าํ กินทมี่ ขี นาดเลก็ ดว ยการจัดสรรท่ีดนิ ใหเ หมาะสมกบั การทําการเกษตร
แบบผสมผสานอยา งไดผล
๓. โครงการดา นสาธารณสุข จากการเสดจ็ เยี่ยมราษฎรในทอ งถิ่นตางๆ พระองคท รงพบวา ราษฎรจาํ นวน
มากขาดการดแู ลในดา นสุขภาพอนามยั ดงั นั้น ใน พ.ศ. ๒๕๑๐ จงึ ไดพระราชทานโครงการหนวยแพทย
พระราชทานข้ึน เพอื่ ชวยแกไ ขปญ หาดานสุขภาพอนามัยของราษฎรทีอ่ ยูใ นพื้นที่หางไกล ตอมาโครงการ
พระราชดํารดิ า นการแพทยจ งึ ไดข ยายขอบขา ยออกไปอยางกวางขวาง
๔. โครงการดานการสงเสริมอาชีพ มีเปาหมายเพื่อใหราษฎรนาํ ความรูไ ปประกอบอาชพี จนทาํ ใหเกดิ
รายไดก บั ครอบครัว จะไดพึ่งพาตนเองได ดังเชน โครงการฝกอบรมและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
ในหมูบานรอบศนู ยศ ึกษาการพัฒนาฯ โครงการศิลปาชีพพิเศษทั่วประเทศ โครงการสงเสริมอตุ สาหกรรม
น้าํ มนั ปาลมขนาดเลก็ โครงการศูนยบริการการพัฒนาขยายพนั ธุไ มดอกไมผ ลบา นไร จังหวัดเชียงใหม โครงการ
หว ยองคตอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ จงั หวดั กาญจนบุรี
๕. โครงการดา นการพัฒนาแหลงน้ํา แบงออกเปน ๕ ประเภท ไดแ ก โครงการพัฒนาแหลงน้ําเพอ่ื
การเพาะปลูกและอปุ โภคบริโภค เชน โครงการฝนหลวง โครงการอางเกบ็ นํา้ โครงการฝายทดนา้ํ หรือประตู
๑๑๙
ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT นักเรียนควรรู
โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดําริในรชั กาลที่ 9 โครงการแรก 1 โครงการชงั่ หวั มันตามพระราชดาํ ริ เกิดขึ้นจากการทรี่ ัชกาลท่ี 9 ทรงจดั ซ้อื ท่ีดนิ
เกิดข้ึนที่ใด จากราษฎรดว ยพระราชทรพั ยสว นพระองค บรเิ วณอางเกบ็ นาํ้ หนองเสือ อําเภอทา ยาง
แนวตอบ เกดิ ขน้ึ ทีบ่ านหวยมงคล ตาํ บลหนิ เหล็กไฟ อาํ เภอ จงั หวัดเพชรบรุ ี รวมเนือ้ ทท่ี ้งั หมด 250 ไร โดยมพี ระราชดาํ ริใหทําเปนโครงการ
หวั หิน จังหวัดประจวบครี ขี นั ธ เมอ่ื พ.ศ. 2495 โดยรัชกาลท่ี 9 ตัวอยางดานการเกษตร ซ่งึ มีการรวบรวมพันธพุ ืชเศรษฐกิจในพน้ื ทอี่ าํ เภอทายาง และ
โปรดเกลา ฯ ใหต ดั ถนนสายหว ยมงคลออกสตู ลาดหัวหิน เพอื่ ให พื้นทีใ่ กลเคียงมาปลูกไวท ี่น่ีและพระราชทานพนั ธุมันเทศ ซง่ึ ออกมาจากหวั มนั ทต่ี ัง้ โชว
เกษตรกรไดมีถนนเพือ่ นาํ ผลติ ผลทางการเกษตรออกไปสูต ลาด ไวบ นตาช่งั ในหองทรงงานทว่ี ังไกลกงั วล ใหนาํ มาปลกู ไวท่ีนี่ พระราชทานชื่อโครงการ
ถนนสายน้ีถอื เปนถนนสายแรกเรม่ิ ท่ีทอดไปสูโครงการอนั เนอื่ ง วา “โครงการชา งหัวมนั ตามพระราชดาํ ร”ิ
มาจากพระราชดาํ ริอ่ืนๆ 2 โครงการแกลง ดนิ เปนโครงการเกีย่ วกบั การแกป ญ หาดนิ เปรี้ยว หรอื ดินเปน กรด
โดยมีการขังนา้ํ ไวในพืน้ ที่ จนกระทง่ั เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ทําใหดนิ เปรย้ี วจัดจนถงึ ทีส่ ดุ
แลวจึงระบายน้ําออก และปรบั สภาพฟน ฟูดนิ ดว ยปนู ขาว จนกระทงั่ ดินมสี ภาพดี
พอทจี่ ะใชใ นการเพาะปลูกได
คูม่ ือครู
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ ระบายนํ้า โครงการพฒั นาแหลง น้าํ เพ่อื การอนุรกั ษป าตนนํา้
ลาํ ธาร มกี ารกอ สรา งฝายตน น้ําลาํ ธารหลายแหง เชน ศูนย
ครูเกริ่นนําเก่ียวกับโครงการอันเนื่องมาจาก ศึกษาการพัฒนาหวยฮองไครอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ
พระราชดํารใิ นรัชกาลท่ี 9 ดา นสาธารณสขุ ดานการ จงั หวดั เชียงใหม โครงการพฒั นาแหลง นาํ้ เพ่อื การผลิตไฟฟา
สงเสริมอาชีพ และดา นการพัฒนาแหลง น้าํ จากน้นั พลังนาํ้ เชน โรงไฟฟาพลังนา้ํ ขนาด ๗ กโิ ลวัตตใ นโครงการ
สุมนักเรียนใหย กตัวอยางโครงการแตละดา น พรอมทั้ง หลวงดอยอางขาง จังหวัดเชียงใหม โครงการระบายน้ํา
บอกวากอใหเกิดประโยชนตอการดํารงชีวิตของ ออกจากที่ลุมหรือพ้ืนท่ีสงน้ําชลประทาน เชน โครงการ
ประชาชนอยางไร
(แนวตอบ เชน โครงการหนวยแพทยพ ระราชทาน
ชว ยใหราษฎรมีสขุ ภาพอนามัยดีขน้ึ โครงการฝนหลวง
ชวยแกไขปญ หาการขาดแคลนน้าํ เพอื่ อุปโภคบรโิ ภค
และเกษตรกรรม เปน ตน )
ระบายนํ้าออกจากพ้ืนที่ขอบพรุโตะ แดง จังหวัดนราธิวาส
แชลละสโทิ คธร์ิงโกคารรงปกอารงแกกันมแลลงิะ1บรรเทาอุทกภัย เชน เข่อื นปาสัก
๖. โครงการดานการคมนาคมสือ่ สาร สว นใหญเปน
โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน การกอ สรางถนนเพ่ือ
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ความสะดวกในการสัญจร เพือ่ นาํ ความเจรญิ ไปสูชนบท เชน
บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรการบําบดั นํ้าเสียดวย โครงการสะพานพระราม ๘ นอกจากน้ี ยงั มีโครงการทช่ี วย
กังหันนาํ้ ชัยพัฒนา
แกไขปญหาจราจรตดิ ขัด อนั เน่อื งมาจากปรมิ าณการจราจรทีเ่ พม่ิ ขน้ึ อยางรวดเร็ว เชน โครงการทางคขู นาน
ลอยฟาถนนบรมราชชนนี
๗. โครงการดานสวัสดิการสงั คม เปนโครงการเพือ่ ชวยเหลอื ราษฎรใหมที อ่ี ยูอาศัย ที่ทํากิน และไดรับ
สง่ิ จาํ เปนขน้ั พ้ืนฐาน เปน การสงเสริมใหร าษฎรมคี วามเปน อยดู ขี น้ึ เชน โครงการพัฒนาพ้นื ท่ีวัดญาณสงั วราราม
อันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ จังหวดั ชลบรุ ี วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร
๘. โครงการประเภทอื่นๆ เชน โครงการศนู ยศ ึกษาการพฒั นาอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ โครงการ
กอสรางเข่ือนปองกันนาํ้ ทะเลกดั เซาะอันเนื่องมาจากพระราชดาํ ริ จังหวัดเพชรบรุ ี
ดา นการประดษิ ฐ พระองคทรงมพี ระราชดาํ ริในการแกไ ขปญ หานา้ํ เสยี ดว ย
ปเชชวปธิวยัรเีะยนพตสเนฒัิมพิท้ํอา่มินธดอิภาปกีาไ”รพดซิมซเิาจแึง่ ณลเนนปะลัอบนเงอปเเไปคกนปซรคนใอ่ืิเรนงจ้งังนานแกนาํ้รเลเขกปสเทตา ยีรไมิีไ่ ะปดอจดมใางึนิษีกกเนปาฐารํ้านศครทแิับดท่ีมบจคาํดบาในขททหอชะุนนง้ัเนลบกํ้าอสยีาเสูยงนรียทปกจ่ีรมะะลี เดาปยษิ นฐก า“รกงั áห¡นั Ë ·นÒÃ้ําɧ®Í÷طÍÈÔô´§¾ÅØ §ÑྻþÐàùšÃ´ÇÐоªÃºÃÁáÒÒÐËÒ·ªÁÂÒÊ»ËàþÁ³ÒÒÍè×ડ´Ô¸¢É¨çÒ¨º¾µÑ¹´Ñ ÃÃÃÍ·ÁÐÔÂ¹Ñ ¡Ø¹Á¹á¢Òˡѹº¶Ò¾Ç‹ÒíºÀáѲþÁٹا¾ÔÔµ¹Êã‹ ¹ÅÃØ¢Ò
และออกสทิ ธบิ ัตรใหแกน กั ประดิษฐซ ่ึงเปน
พระมหากษตั ริย ¾Ãл°ÁºÃÁÃÒªâͧ¡Ò÷ÕèÇ‹Ò “àÃҨФÃͧἋ¹´Ô¹
â´Â¸ÃÃÁ à¾×Íè »ÃÐâª¹ÊØ¢áË‹§ÁËÒª¹ªÒÇÊÂÒÁ”
๑๒๐
นักเรยี นควรรู ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT
ขอใดคือโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดํารทิ ไี่ ดร ับความ
1 โครงการแกมลงิ เปน โครงการเพื่อแกป ญ หาอทุ กภัย โดยพระองคทรงตระหนักถงึ รวมมือจากประเทศอิสราเอลในการพฒั นาชนบทของไทย
ความรนุ แรงของอทุ กภยั ทเ่ี กิดขนึ้ ในกรุงเทพมหานครเมอื่ พ.ศ. 2538จึงมพี ระราชดําริ 1. โครงการตามพระราชประสงคหุบกะพง
โครงการแกมลิงข้นึ เมือ่ พ.ศ. 2538 โดยใหจดั หาสถานทเี่ ก็บกกั น้าํ ตามจุดตา งๆ ใน 2. โครงการศูนยศ กึ ษาการพฒั นาพกิ ุลทอง
กรงุ เทพมหานคร เพอ่ื รองรับนา้ํ ฝนไวชวั่ คราว เมอื่ ถึงเวลาท่ีคลองพอจะระบายนํา้ ไดจ งึ 3. โครงการหวยองคตอนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริ
คอยระบายนาํ้ จากสว นทก่ี ักเกบ็ ไวอ อกไป จึงชว ยลดปญหานํ้าทว มไดนอกจากชวย 4. โครงการพัฒนาพื้นท่ีลมุ นํา้ ปากพนงั อนั เนื่องมาจาก
ระบายนํ้า ลดความรุนแรงของปญ หาน้ําทวมในพ้ืนที่กรุงเทพมหานครและบรเิ วณ พระราชดาํ ริ
ใกลเ คยี งแลว ยังชวยอนุรักษน้าํ และส่ิงแวดลอมอีกดวย โดยนา้ํ ท่ีถกู กักเกบ็ ไว เม่ือถกู วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. โครงการน้ีเรม่ิ เมื่อ พ.ศ. 2507
ระบายสคู ลองจะไปบาํ บัดนํา้ เสียใหเ จอื จางลง และผลกั ดันนํา้ เสยี ใหร ะบายออกไปได ตามพระราชดาํ ริของรชั กาลที่ 9 ท่จี ะชว ยเหลอื เกษตรกรกลมุ
ชาวสวนผักชะอําที่ยากจน ไมมีท่ดี ินทาํ กินและไดร บั ความ
มมุ IT ชวยเหลือจากประเทศอสิ ราเอลในการสง ผเู ช่ยี วชาญการพัฒนา
ชนบทสาขาตา งๆ ภายใตชอ่ื โครงการไทย-อิสราเอล เพือ่ พฒั นา
ศกึ ษาคน ควาขอมูลเพมิ่ เติมเกีย่ วกบั โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ ไดท ี่ ชนบทหุบกะพง โดยเรมิ่ ดําเนนิ การเม่อื พ.ศ. 2509-2514
http://www.rdpb.go.th
คูม่ ือครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
พระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา เจาอยูหวั (ครองราชย พ.ศ. ๒๕๕๙ - ปจจบุ ัน) ขยายความเขา้ ใจ
พระราชประวัติ ครใู หน กั เรยี นจับคกู ัน แลวรว มกันศึกษาเกย่ี วกบั
พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณียกิจของพระมหา-
พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู ัวทรงเปน พระราชโอรส กษตั รยิ 1 พระองค จากนัน้ ใหสรุปสาระสําคัญ
พระองคเ ดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล เกยี่ วกบั บทบาทท่มี ตี อการสรา งสรรคชาติไทย
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจาสิริกติ ์ิ โดยใหทาํ ลงในกระดาษ A4 แลว นาํ สงครูผสู อน
พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพันปห ลวง เสดจ็ พระราช
สมภพ ณ พระทน่ี ั่งอมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ิต เม่ือวนั ที่ ๒๘ ตรวจสอบผล
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ พระองคทรงบาํ เพ็ญพระราชกรณยี กิจ
หลากหลายดานต้ังแตทรงดํารงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรม ตรวจสรปุ ใบงานเกี่ยวกบั บทบาทของ
โอรสาธริ าช สยามมกุฎราชกุมาร พระมหากษัตริยทม่ี ตี อ การสรา งสรรคชาตไิ ทย
พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลาเจาอยหู ัว พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ
พระมหากษตั รยิ ไ ทยองคปจจุบนั ดานการศาสนา ทรงเขาพระราชพิธีประกาศพระองค
เปนพุทธมามกะ ทรงอปุ ถมั ภพระอารามตางๆ เชน วัดวชริ ธรรมสาธิตวรวหิ าร เมือ่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ทรงรบั
วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหารเปนวดั ประจําพระองค รวมถงึ ทรงแตง ต้งั สมเดจ็ พระมหามุนีวงศ (อัมพร อมฺพโร)
วดั ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เปนสมเด็จพระสงั ฆราช สกลสงั ฆปริณายก องคที่ ๒๐ เปนตน
ดานการแพทย สาธารณสขุ และจติ อาสา พระองคเ สดจ็ พระราชดาํ เนินไปทรงประกอบพธิ วี างศลิ าฤกษ
และทรงเปด โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดว ยพระองคเ องทกุ แหง ทรงใหต งั้ ศูนยสขุ ภาพชุมชนขึน้ ทจ่ี งั หวัด
ยะลาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ รวมถงึ พระราชทานส่งิ ของบรรเทาทุกขแกผูประสบภยั ธรรมชาติเมอื่ ครงั้ เกิดพายุ
ไซโคลนนารก ิสใน พ.ศ. ๒๕๕๑ เปน ตน
ดา นการเกษตร พระองคเสด็จพระราชดาํ เนนิ ไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั
ทรงรบั โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนทีไ่ วใ นพระราชานุเคราะห เพ่ือใหบ รกิ ารทางการเกษตรแกเกษตรกร เปน ตน
ดานการกีฬา ทรงใหจัดกิจกรรมเฉลมิ พระเกียรติ “ปนเพือ่ แม” (Bike For Mom) เพื่อปลุกกระแสสาํ นกึ
ความรกั แม และความสามคั คขี องคนในชาติ ทรงเปนประธานเปด กจิ กรรมปนจักรยาน
เฉลมิ พระเกียรติ “ปนเพ่อื พอ ”(Bike For Dad) รวมถึงพระราชทานลายพระหัตถ
ขพพซในิมอรรกะคะโฟาบรดิ ราดนรปชมาีก๗นนรนรจาพิงุภชปกัเนทาชรรธษพนยะบาฯานกทนาพี เไดรวพนัววรปลใยรเนงพหณพลเอื่ ปศ“รวคอนิะลงวารตปาทลามนรชัยสงูปแครําลถรบัเวรัมะมญจ็ศภลู ิ”ลนคเปธิมรววิววอ่ืางัฒมมดพสกนุริยขุบั.ธศาสร.งแรมคมลเดะ็จคเชวานมãป¹ล¾Ãอ¡ÑÃดÉÐภ¢ÃÒยัÍÒ§ªá㾾ʾÊÐÔ¸¡Ã¡µºÕ Òй͋Ãú·ÂÔ¡·ÁÒÍÃÃÃ÷§´Ò§ÁÊ´ª§Á¾ÕáÒѧҹÅàÃÀ¾´ÐÐààÔèç¾É¤Ãо×ÍèÒỪÃͺ·°Ð»§íÒÇèÕ ÁÇẳҋ ª¼º´Ñ ÃÔ¸Ô¹‹Ã“·ààÒÁ¡´ÃØ¡¹ÃŹÔÒ¢ÒͨҌ â ªàѹ´Ð¨ºâÊÂáŒÒÍÒí º×¹¸ÍçÃÊ¡Â‹ÇØ§ÃáÒÊÙ‹ËÒ¹¹ÁÃØ¢ÑÇ‹
๒๕๒๕ à¾Í×è »ÃÐâª¹ÊØ¢á˧‹ ÍÒ³ÒÃÒɮõÅÍ´ä»”
๑๒๑
กิจกรรมสรางเสริม นักเรยี นควรรู
ครูใหนกั เรียนมีสว นรวมในการเผยแพรแนวพระราชดํารขิ อง 1 โครงการแกมลงิ เปนโครงการเพอื่ แกป ญ หาอทุ กภยั โดยพระองคท รงตระหนกั
รชั กาลท่ี 9 จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาํ ริ โดยจดั ทาํ ถงึ ความรนุ แรงของอทุ กภยั ท่เี กดิ ขน้ึ ในกรงุ เทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2538 จึงมี
เปน สมุดภาพ พรอ มท้งั บรรยายความรูสกึ ประทับใจตอผลงาน พระราชดําริโครงการแกมลิงขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยใหจัดหาสถานท่เี ก็บกักนํ้าตาม
ของพระองค จุดตางๆ ในกรุงเทพมหานคร เพ่ือรองรับนํา้ ฝนไวช ว่ั คราว เม่ือถงึ เวลาที่คลองพอจะ
ระบายนา้ํ ไดจงึ คอ ยระบายน้าํ จากสว นที่กักเกบ็ ไวอ อกไป จงึ ชวยลดปญ หานํ้าทว มได
นอกจากชวยระบายนา้ํ ลดความรนุ แรงของปญ หานาํ้ ทว มในพนื้ ที่กรุงเทพมหานคร
และบรเิ วณใกลเ คียงแลว ยงั ชวยอนุรกั ษน า้ํ และสิง่ แวดลอ มอีกดวย โดยนํา้ ท่ีถกู กักเกบ็ ไว
เม่ือถูกระบายสูคลองจะไปบําบดั นํา้ เสยี ใหเจอื จางลง และผลักดันน้าํ เสียใหระบาย
ออกไปได
คู่มอื ครู
กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
กระตนุ้ ความสนใจ ๒. พระบรมวงศานุวงศที่มบี ทบาทในการสรา งสรรคช าติไทย
ครูใหน ักเรียนชวยกนั ยกตวั อยา งพระบรม- พระบรมวงศานวุ งศ์ไทยมบี ทบาทส�าคัญในการสร้างสรรคแ์ ละพัฒนาชาติให้เจรญิ รุ่งเรอื ง
วงศานุวงศท ม่ี บี ทบาทในการสรา งสรรคชาตไิ ทย พระบรมวงศานวุ งศท์ ีสา� คัญ มดี งั นี
สา� รวจคน้ หา สมยั รัตนโกสนิ ทร สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณ-
วโรรส (มพี ระชนมายรุ ะหวาง พ.ศ. ๒๔๐๓ - ๒๔๖๔)
ครูใหนักเรียนแบงกลมุ 5 กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ พระประวตั ิ
ศึกษาคน ควาเกี่ยวกับพระบรมวงศานวุ งศที่มี
บทบาทในการสรางสรรคชาตไิ ทย ดังน้ี สมเดจพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ทรงเป็นสมเดจพระสงั ฆราชพระองคท์ ี ๑๐ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
กลุมท่ี 1 สมเด็จพระมหาสมณเจา มพี ระนามเดิมคอื พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ทรงเป็น
กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส พระอนุชาต่างพระมารดาในพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกล้า
เจา้ อย่หู ัว ประสูตเิ มอื พ.ศ. ๒๔๐๒ ไดท้ รงเป็นกรมหมืนวชิรญาณ
กลุมท่ี 2 พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมหลวง วโรรส แล้วเลอื นขึนตามลา� ดบั จนในทีสุดไดเ้ ปน็ สมเดจพระมหา-
วงษาธิราชสนทิ สสมกณลเมจห้าาสกงั รฆมปพรรนิ ะายยากว1ชใริ นญาพณ.ศว.โร๒ร๔ส๕๓และทรงดา� รงตา� แหนง่
กลมุ ท่ี 3 สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ พระกรณยี กจิ สําคญั
กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ พวโรรระสจดุลวจงอปมระเทกีปลแา้ กเ้วจแ้าหองยคณหู่ ัวะสใงหฆ้ทไ ทรยงเป็นผ้รู บั ผิดชอบกดา้ารจนดักการาศรศึกึษกษาาทขรองงไชดา้รตับิใโปนรหดัวเเกมลือา้ง2ฯ จากพระบาทสมเดจ
โดยใหแ้ ยกออกจาก
กลมุ ท่ี 4 สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมศึกษาธกิ าร ทรงแตง่ ตังพระราชาคณะไปเป็นผู้อา� นวยการออกไปตรวจสอบการดา� เนินงานของคณะสงฆ์
กรมดาํ รงราชานภุ าพ พรอ้ มทงั แนะน�าพระสงฆ์และฆราวาสใหจ้ ดั ตังโรงเรยี นขึนใหม่ในตา� บลต่างๆ เท่าทีสามารถจะท�าได้ ทา� ให้
การจัดการศกึ ษาในหวั เมอื งมีความเจรญิ ก้าวหนา้ มาก
กลุมที่ 5 สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ เจาฟา ด้านประวัติศาสตร พระองค์ไดท้ รงศึกษาค้นคว้าวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ ดังจะเหนได้จาก
กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ตวิ งศ พระนิพนธ์ประวัติศาสตร์ทีปรากฏออกมาอย่างแพร่หลาย เชน่ พงศาวดารสยาม ต�านาน
ประเทศไทย หัวข้อในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า หมายเหตพุ ระราชพงศาวดาร
โดยใหศกึ ษาในประเดน็ ตา งๆ เชน พระประวัติ ทกอขกีณรไี ุงทหะเยลกนนกาา่ันพิย�าไลเนเดลังปธก้ม่เ็นผ์ทรตชะาติญน้งดุน้ ก้าใแบั หนลกค้ปะานยรระไลังทมว่าัยตองี าาไิศดนณาร้พสาูจ้ นตรักะริคคน์ไมวิทพขายนอมขธงเปอ์ชแน็งปาพตมลิตรจาะะขาอวอกงันงหคตนใ์กงั นสยือุคตา่ งปกระาเรททจาศดั บงกดทา้าบรนกาศปรทกÖ มรสÉะพíาวาครตัขะญั อศิ ยงตาาสชสวอ่มาชตคเตดิรรณิญจ์ขแพะอาลสงรณะชงะแ¦าวมวตโ์äดหรทิäวารทยงสสยวมรชิ ณททวามกรíาเจง¶าใหมร้าÖงี้
พระกรณยี กจิ ผลจากพระกรณยี กจิ ตอ การ ชนชาติไทยและเกิดความหวงแหนประเทศชาติ การศÖกÉาของชาตมิ ีความเจริญก้าวหนา้ เปน็ ประโยชน์
สรา งสรรคช าติไทย เปนตน มากยงิ ขนึ
ตอ่ บา้ นเมอื งมาจน¶งÖ ทุกวันนีé
อธบิ ายความรู้
122
1. ครเู กร่นิ นาํ วา สมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เปน พระองคหนึ่ง
ทม่ี บี ทบาทสําคญั ในดานศาสนาและดาน
การศึกษา จากนน้ั ครูใหน กั เรียนยกตัวอยาง
พระราชกรณยี กจิ ของสมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาวชริ ญาณวโรรสทางดานศาสนา
2. ครใู หกลุมท่ี 1 สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ
ผลการศกึ ษาคนควา เรื่องสมเดจ็ พระมหา
สมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ท่ีหนา
ชนั้ เรยี น
นกั เรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
1 สกลมหาสงั ฆปรินายก เปน สมณศกั ดิส์ งู สุดของพระสงฆไทย โดยเปน ทรงมบี ทบาทในการปฏริ ูปการศึกษาในสมัยรชั กาลที่ 5 อยางไร
ประธานการปกครองคณะสงฆ มีอาํ นาจปกครองถึงหัวเมืองตา งๆ แนวตอบ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยูห ัว รชั กาลที่ 5
2 การศึกษาของชาติในหัวเมือง กรมหมน่ื วชิรญาณวโรรสทรงเปนผรู ับผดิ ชอบ ทรงมพี ระราชดําริจะขยายการศึกษาไปยงั ประชาชนทั่วพระราช-
การขยายการศึกษาในหวั เมอื งใหเพ่มิ มากข้นึ โดยมีกระทรวงมหาดไทยเปน อาณาจักร เพราะทรงเหน็ วา การศึกษาเปนพน้ื ฐานทีส่ าํ คัญในการ
ผสู นับสนนุ ซ่งึ ไดมกี ารจัดการเรียนการสอนกนั ในวัด มพี ระเปน ผสู อน ปรากฏวา พัฒนาชาติบา นเมือง จึงทรงอาราธนาสมเด็จพระมหาสมณเจา
เพียงปเดยี วจาก พ.ศ. 2441-2442 มีจํานวนนกั เรยี นและโรงเรยี นเพม่ิ มากขึ้น กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ใหทรงอํานวยการจัดการศึกษาใน
ประมาณรอยละ 200 หลงั จากพระสงฆเขา มาชวยจัดการศกึ ษาพิเศษ และไดผ ลดี หวั เมืองทั่วราชอาณาจกั ร ทง้ั นี้เพราะทรงเห็นวา วัดเปน แหลง ให
อยางนอ ยทีส่ ุดในแงปริมาณ ก็ไดโ อนหนาท่กี ารศึกษากลับคืนไปใหก ระทรวง การศกึ ษาแกคนไทยมาแตโบราณ การใชวัดเปน ฐานในการขยาย
ธรรมการรบั ผิดชอบดงั เดมิ การศึกษาเปนแนวทางทจี่ ะขยายการศกึ ษาไดเรว็ และทว่ั ถึง
เพราะวัดมีอยทู ั่วทกุ หนแหงทวั่ ราชอาณาจกั ร ท้งั ไมต อ งส้นิ เปลือง
งบประมาณแผนดนิ ในการสรา งโรงเรียนดวย เพราะอาศยั ศาลาวัด
ทมี่ อี ยูแลว เปน โรงเรียน
คมู่ ือครู
กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ อธิบายความรู้
(มีพระชนมายรุ ะหวา ง พ.ศ. ๒๓๕๑ - ๒๔๑๔) 1. ครเู ลาประวตั โิ ดยสงั เขปของพระเจา บรม-
วงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ หรอื ให
พระประวตั ิ นกั เรียนดสู ารคดี 200 ป กรมหลวงวงษาธริ าช-
สนทิ จากเว็บไซต youtube แลวใหช วยกัน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท ต้นราชสกุล บอกวา พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวง
สนทิ วงศ์ พระนามเดมิ คอื พระองค์เจา้ นวม เปน็ พระราชโอรส วงษาธริ าชสนทิ ทรงมบี ทบาทในการสรา งสรรค
ในพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั รชั กาลที ๒ และ ชาตไิ ทยอยางไร
เจ้าจอมมารดาปรางใหญ่ ประสตู ิใน พ.ศ. ๒๓๕๑ และทรง (แนวตอบ ทรงมบี ทบาทสําคัญในการสรางสรรค
สินพระชนม์ใน พ.ศ. ๒๔๑๓ ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ สังคมไทยใหม คี วามเจริญกาวหนาในดาน
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ตา งๆ โดยเฉพาะทางดา นการแพทย และ
ในสมัยรัชกาลที ๓ พระองค์เจ้านวมทรงได้รับการ ความสมั พันธกับตา งประเทศ)
สถาปนาขึนเปน็ กรมหมืนวงษาธิราชสนิท ใน พ.ศ. ๒๓๘๕
พระเจ้าบรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ และได้ทรงรับราชการเปน็ ผูก้ �ากับกรมหมอ ต่อมาในรชั สมยั 2. ครูใหกลมุ ท่ี 2 สงตัวแทนออกมานาํ เสนอ
ปราชญผ้เู ปนก�าลังแผนดิน พระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวไดท้ รงรับการสถาปนา ผลการศกึ ษาคนควา เร่ืองพระเจา บรมวงศเธอ
กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ ท่หี นา ชนั้ เรยี น
เลอื นขันเปน็ กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ ไดท้ รงกา� กับราชการมหาดไทย ต�าแหน่งพระคลังสินคา้ และสุดท้าย
ได้รบั ตา� แหน่งเปน็ ทปี รึกษาราชการแผน่ ดนิ ทวั ไปจวบจนสินพระชนม์ 3. ครูใหน กั เรียนอธิบายเหตุผลทอี่ งคการศกึ ษา
วิทยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงประชาชาติ
พระกรณียกจิ สําคัญ ไดป ระกาศยกยอ งพระเกียรติคุณของพระเจา
บรมวงคเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท
ดา้ นการแพทย พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ทรงพระปรชี าสามารถในเรืองยาไทย ใหทรงเปนบคุ คลสําคัญของโลกสาขาปราชญ
และแพทยแ์ ผนไทย อกี ทังยงั ได้ทรงศกึ ษาวิชาแพทย์ฝรังจนมีความรู้ความสามารถ จนทรงได้รับการรบั รองจาก และกวี
มหาวิทยาลยั ในสหรัฐอเมรกิ า พระองคไ์ ด้รบั พระบรมราชโองการแต่งตังใหท้ รงว่าราชการกรมหมอ และทรงเปน็ (แนวตอบ เนอื่ งจากพระองคท รงมพี ระปรชี า
นายแพทย์ประจา� ราชสา� นักมาตังแต่สมัยรัชกาลที ๓ ถงึ รชั กาลที ๔ สามารถในเรื่องยาไทยและแพทยแ ผนไทย
และทรงมคี วามสามารถในดา นกลอน โคลง
ดา้ นการสร้างความสมั พนั ธระหว่างประเทศ ในสมัยทปี ระเทศไทยกา� ลงั เผชิญกับการแสวงหาอาณานคิ ม และฉันท โดยไดพ ระนิพนธว รรณกรรมไว
ของมหาอา� นาจตะวนั ตก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิททรงมีบทบาทส�าคัญในการเจรจา หลายเรอื่ ง เชน เพลงยาวสามชาย โคลงนิราศ
ทางการทตู เพือทา� สนธสิ ัญญากบั ตะวนั ตก ทรงไดร้ ับการโปรดเกล้าฯ แตง่ ตงั ให้เปน็ หนึงในกรรมการเจรจา พระประธม เปนตน )
เพือทา� สนธิสัญญาทางไมตรีและการพาณิชย์กับราชทตู องั กฤษ สหรัฐอเมริกา
และฝรงั เศส จนเกดิ ผลดีตอ่ ประเทศชาตอิ ย่างมาก
กโเเชปคลน่ล็นองตนเนพน้ดิรลา้แางนลศยภะพาาฉวรษนัสะาาทปแม์รลชะโะดาธวยมยรไตรดโณา� ้พครกลารระเงพรนแมลลิพงะทนยสธราภุ ง์ววมารกษรลีคณิตบวากทมจรสรสินิงมาโดตไมาเวามล้หรน่ณลถห1าีใานยงเดร้าือพนงรโะคอลงวงคิท์ทยราศจงทäาาดากสวง้รตพงดบั Éรรา้กแ์ะนาาลก¸กรพะริรายวณรารก²ั ชะแยยีเสพจนอ่กน้าท¸งจิ บทิจรยทรา์รีมกมทแมตีลอวรแ่องะงงหศกคบมง่ ์เา์กีบา้ส¸รนาหทอตรเปบมา่กกราืองารทะปงรมชสรศาหทา™ะÖกชลคเíาทÉาใวัญตศหางิ้
หรอื ยเู นสโก (UNESCO) ใหเ้ ป็นบคุ คลสา™ คญั ของโลก
123
ขอ สอบ O-NET นกั เรยี นควรรู
ขอ สอบป ’52 ออกเกย่ี วกบั บุคคลสาํ คญั ของไทยที่ไดรับยกยอง 1 จนิ ดามณี เรยี บเรียงข้นึ ครั้งแรกโดยพระโหราธิบดี กวีในสมัยสมเดจ็ พระ
จากองคก ารยเู นสโก นารายณมหาราช เพอื่ ไวเ ปน หนงั สือตาํ ราเรยี น และใชม าจนถึงสมัยรัตนโกสินทร
ตอนตน จินดามณมี ีหลายฉบบั เชน ฉบบั โหราธิบดี ฉบบั หมอบรัดเลย เปนตน
บคุ คลใดไดรบั การประกาศยกยอ งจากองคก ารการศกึ ษา พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา เจา อยหู วั ทรงมีพระราชปรารภถงึ ความเส่ือมโทรมของ
วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงสหประชาชาติ ในสาขาปราชญ ภาษาไทย จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหพระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงษา-
และกวี ประจาํ ป 2551 ธิราชสนทิ ทรงแตง ตําราภาษาไทยขน้ึ ใหม เพอ่ื อนรุ กั ษภ าษาไทย จงึ พระนิพนธ
เรื่องจินดามณี หรือประถมจินดามณี เลม 2 ซงึ่ ทรงดัดแปลงจากตําราเดมิ สมัย
1. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ เจา ฟา กรมพระยานริศรา- อยธุ ยา โดยอธิบายหลักเกณฑภ าษาไทยใหเ ขาใจงา ยกวาเดิม
นุวัดติวงศ
มมุ IT
2. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ
3. พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ ศึกษาคน ควา ขอ มูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับพระประวัตขิ องพระเจาบรมวงศเ ธอ
4. หมอ มราโชทยั หรือหมอ มราชวงศก ระตา ย อศิ รางกูร กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ไดท ี่ http://www.snidvongs.net เว็บไซตราชสกุลสนทิ วงศ
วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวง คู่มือครู
วงษาธริ าชสนทิ ไดรบั การประกาศยกยอ งจากองคก ารการศึกษา
วิทยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงสหประชาชาติ ในสาขาปราชญ
และกวี ประจําป 2551 ในวาระครบรอบ 200 ปของการประสตู ิ
เนอ่ื งจากทรงเปนปราชญท างดานการแพทย การศกึ ษา และกวี
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ
1. ครูใหน กั เรยี นดูภาพในหนังสือเรียนหนา 124 (มีพระชนมายุระหวา ง พ.ศ. ๒๔๐๑ - ๒๔๖๖)
แลว ถามนกั เรียนวา เพราะเหตใุ ดสมเดจ็
พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศ- พระประวตั ิ
วโรปการ จงึ เปรียบประดจุ ดงั “พระหตั ถขวา”
ของรชั กาลท่ี 5 สมเดจพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ
ทรงเปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ว
2. ครใู หกลุมที่ 3 สงตัวแทนออกมานําเสนอ และเจา้ จอมมารดาเปยม (ซึงได้รบการสถาปนาเปน็ สมเดจ
ผลการศกึ ษาคน ควา เรอื่ งสมเดจ็ พระเจาบรม- พระปิยมาวดี ศรีพชรนทรมาตา ในรชกาลที ๖) สมเดจฯ
วงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ ท่หี นา กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการประสูตเมือ พ.ศ. ๒๔๐๑ เมอื ยง
ชัน้ เรยี น ทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาภาษาไทย ภาษาบาลี และภาษา
องกฤษ ในพระราชสา� นก เมือส�าเรจการศึกษาทรงไดม้ าช่วย
3. ครูถามนกั เรียนวา สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ บรหารราชการแผน่ ดนในรชกาลพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้
กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ มบี ทบาทสาํ คัญ วสโมรเปดก็จาพรรผะปูเจราะบดรุจมดวงั ง“ศพเธรอะหกตั รถมขวพาร”ะ1ยขาอเงทวะวงศ เจา้ อยู่หวและรชกาลพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หว
ดานการตา งประเทศอยางไร ตราบจนกระทงสนพระชนมเ์ มอื พ.ศ. ๒๔๖๖
(แนวตอบ ในขณะท่ที รงดํารงตําแหนงเสนาบดี รัชกาลท่ี ๕
วา การกระทรวงการตา งประเทศ ประเทศสยาม
กาํ ลังประสบปญ หาการแพรอิทธพิ ลเขา มาของ พระกรณยี กิจสาํ คัญ
ชาตติ ะวนั ตก โดยเฉพาะกบั ฝรั่งเศส
ในเหตกุ ารณ ร.ศ.112 สมเดจ็ พระเจา บรม- ด้านการต่างประเทศ ของสมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการในขณะทที รงดา� รงต�าแหน่งเป็นเสนาบดี
วงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ ทรงใช ว่าการกระทรวงการตา่ งประเทศนน ไทยกา� ลงประสบปัญหาการแพรอ่ ทธพลเขา้ มาของชาตมหาอา� นาจ รฐบาล
นโยบายทางการทูตเจรจากับฝรงั่ เศส ทาํ ให จึงต้องใช้วธีการเจรจาผ่อนสนผ่อนยาวกบมหาอ�านาจตะวนตกโดยเฉพาะกบประเทศฝรงเศส จนกระทง
รอดพน จากการเปนอาณานิคมของฝรั่งเศส) เกดเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ประเทศฝรงเศสพยายามบีบบงคบเพือผนวกดนแดนของไทยเป็นอาณานคม
แต่ประเทศไทยกรอดพน้ จากการเป็นอาณานคมของฝรงเศสมาไดด้ ้วยการอาศยนโยบายทางการทตู ผู้ทมี ี
บทบาทสา� คญในการเจรจากบฝรงเศส คือ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ นอกจากนีพระองคย์ งทรง
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั ทรงฉายพระรปู รว มกับพระเจานองยาเธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ (พระยศใน
ขณะนั้น) (น่ังซาย) และพระเจานองยาเธอ กรมหมืน่ ดา� รงราชานภุ าพ (พระยศในขณะน้นั ) (น่ังขวา) ซ่งึ ทงั้ สามพระองคทรงเปน
ก�าลังส�าคญั ในการแกไขปญหาบานเมืองใหรอดพนจากการยึดครองของจกั รวรรดินยิ มตะวนั ตก
124
เกร็ดแนะครู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT
เพราะเหตใุ ดสยามจึงสามารถรกั ษาเอกราชจากการคุกคามของ
ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกีย่ วกับเหตกุ ารณ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) วา เปนเหตุการณท ่ี จักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตกไวได
ไทยเสียดนิ แดนฝงซา ยแมน ้าํ โขงใหแกฝร่งั เศส โดยฝรงั่ เศสอา งวาญวนและเขมรเคย แนวตอบ เพราะความพยายามของผูนําไทยทด่ี าํ เนินการเพอื่
มีอาํ นาจเหนอื ลาวมากอ น เม่อื ญวนกับเขมรเปนเมืองข้นึ ของฝรัง่ เศส ดินแดนตา งๆ รกั ษาเอกราชอยา งตอ เน่อื ง การปอ งกนั และการแกไ ขไมใ หมี
เหลานกี้ ็ควรตกเปน ของฝรงั่ เศสดว ย ใน พ.ศ. 2436 ฝร่งั เศสไดสงเรอื รบ 2 ลาํ มา ปญหาภายในที่รุนแรงและยดื เย้ือเกดิ ขึ้น ตลอดจนความสามารถ
ปดปากแมนํ้าเจาพระยา ทําใหเ กดิ การปะทะกัน ในทสี่ ุดรัฐบาลไทยตอ งปฏบิ ัติตาม และความกลา หาญของผูนาํ ในการเผชญิ หนากบั ปญหา และการ
ขอเรียกรองของฝรงั่ เศสทกุ ประการ โดยไทยตอ งยอมยกอาณาจกั รลาวเกือบทง้ั หมด แกไ ขในเชงิ การทูต
ใหกบั ฝร่ังเศส
นกั เรยี นควรรู
1 พระหตั ถขวา สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ คือ
ผปู ระดจุ ดังพระหตั ถขวาของรชั กาลท่ี 5 สวนผปู ระดุจดังพระหตั ถซ า ย คอื
สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ
คู่มือครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
มีบทบาทส�าคญในการเจรจาแกไ้ ขปัญหาระหวา่ งไทยกบองกฤษจนประสบความสา� เรจ ท�าให้ประเทศสยาม อธบิ ายความรู้
สามารถคลีคลายสถานการณท์ มี ผี ลกระทบตอ่ ความมนคงของชาตมาได้
ด้านการเมืองการปกครอง ในช่วงปฏรปู ประเทศสู่ความทนสมย สมเดจพระเจา้ น้องยาเธอ กรมพระยา ครใู หน ักเรียนชว ยกันอธิบายวา สมเด็จพระเจา
เทวะวงศว์ โรปการ ทรงเข้ารบราชการแผ่นดนเป็นครงแรกขณะทยี งทรงดา� รงฐานะเป็นพระองคเ์ จา้ เทวญ บรมวงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ ทรงมี
อในทุ สยา� วนงกศง์ าโนดยทออรงดไตดร้ อบอกฟาฟรศิโปร(ดAเuกdลi้าtฯOfจfiาcกeพ)1รซะึงบมาหี ทนส้ามทเีตดรจวพจรบะญจชลุ ขีจอองมกเรกะลท้ารอวยงู่หตว่างใๆห้ทรแงตเ่เปน็นอื งพจนากกงทารนง บทบาทในการปรบั ปรงุ การเมืองการปกครองให
เป็นผู้รอบรูภ้ าษาองกฤษเป็นอย่างดีจงึ ทรงได้รบหน้าทเี กยี วกบต่างประเทศมาตงแตแ่ รกเข้ารบงาน ต่อมา เขาสคู วามทันสมัยอยา งไร
รสวมมเดทจงทฯรงกเปรมน็ พปรละดยบาญเทชวีกะาวรงใศน์วหโอรรปษกฎาารกไดรพร้ บพกฒานร2โ์ดป้วรยดเจกาลก้านฯนไแดต้ร่งบตกงาใรหโ้ปทรรดงดเก�าลรา้งฯตา� ใแหหท้ นร่งงรดาา�ชรเงลตขา� าแธหกนาง่ร
เสนาบดกี รมทา่ เมือ พ.ศ. ๒๔๒๘ ทีภายหลงเรียกว่า เสนาบดีผูว้ ่าการตา่ งประเทศ (แนวตอบ ทรงมีบทบาทสาํ คญั ในการรบั สนอง
ก่อนหน้าทีพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการตงเสนาบดี พระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา เจาอยหู วั ในการบริหารจดั การทาง
ดา นการเมอื งการปกครอง เชน ทรงเปนพนกั งาน
ในสาํ นักงานออดติ ออฟฟศ ซึ่งมีหนาทต่ี รวจบัญชี
กระทรวงตา งๆ ทรงดาํ รงตําแหนง ราชเลขาธกิ าร
ทรงเปน รองปลัดบัญชใี นหอรัษฎากรพพิ ัฒน
ทรงมีบทบาทในการดาํ เนนิ งานทดลองระบบ
คณะเสนาบดี ทรงมบี ทบาทสําคัญในการจัดตั้ง
สภาทปี่ รกึ ษากฎหมาย เปน ตน )
สภาตามแบบสมยใหมใ่ น พ.ศ. ๒๔๓๕ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ได้ทรงมบี ทบาทในการดา� เนนงาน
ทดลองระบบคณะเสนาบดเี พือปพู นื ฐาน โดยได้ทดลองจดการประชมุ ผทู้ ีไดร้ บการวางตวสา� หรบตา� แหน่งเสนาบดี
มาตงแต่ พ.ศ. ๒๔๓๒ โดยสมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการทรงเปน็ ประธานในทปี ระชุมเสนาบดีสภา
ซึงในการประชมุ ดงกล่าวมผี ลงานทสี า� คญคอื การร่างกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงคบในการบรหารราชการ
แผ่นดน ทรงเป็นผู้รา่ งกฤษฎีกาว่าด้วยเสนาบดสี ภาด้วยพระองคเ์ อง รวมทงร่างประกาศตงตา� แหนง่ เสนาบดี
ตามกระแสรบสง ซงึ ไดป้ ระกาศแต่งตงอยา่ งเป็นทางการเมือวนที ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ นอกจากนี
สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ยงทรงมบี ทบาทสา� คญในการจดตงสภาทีปรึกษากฎหมาย(Legislative
Council) ในสมยนนเรยี กวา่ รฐมนตรีสภา ซงึ เกดขนึ ตอนปลายรชกาลที ๕ อีกด้วย
ในรชสมยพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ว สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงได้รบ
โปรดเกล้าฯ แต่งตงใหเ้ ป็นผู้ทรงปฏบตราชการ ทรงหนงสอื ราชการและทรงเรยี กประชมุ
เสนาบดแี ทนพระองคข์ ณะทรี ชกาลที ๖ ทรงตดพระราชกรณยี กจอนื และ
ยงทรงด�ารงต�าแหน่งนายกกรรมการตรวจร่างประมวลกฎหมาย
นอกจากนรี ชกาลที ๖ ยงทรงพระราชประสงค์ทจี ะใหส้ มเดจฯ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์
วโรปการ ทรงมีบทบาทสา™ คัญในการ
กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการด�ารงตา� แหน่ง อรรคมหา- ปฏบิ ตั ิพระกรณยี กจิ เพอื ปรับปรุงประเทศ
เสนาบดี (ไปรมม์ นสเตอร์) เมอื พ.ศ. ๒๔๖๔ ด้วย ใหท้ ันสมัยทางด้านการต่างประเทศและทางด้าน
แต่ได้ทรงปฏเสธ
การเมืองการปกครอง อนั เปน็ ผลดตี อ่ การปรับปรงุ
ประเทศเขา้ ส่คู วามทันสมยั เพอื ความมันคงและ
ความเจริญกา้ วหน้าของชาติ
125
ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรยี นควรรู
เพราะเหตใุ ดสมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศ- 1 ออดติ ออฟฟศ (Audit Office) พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู วั
วโรปการจงึ เปรียบประดจุ ดัง “พระหตั ถขวา” ของรัชกาลที่ 5 ทรงจัดต้งั ขน้ึ เพอื่ ตรวจบัญชีเงนิ หลวงหรอื เงินแผนดิน โดยทรงลงบญั ชีดวยพระองคเ อง
แนวตอบ เน่อื งจากทรงบาํ เพ็ญพระกรณียกจิ ท่เี ปน ประโยชนต อ ตอ มาจึงพัฒนาจนกลายมาเปนสํานักงานการตรวจเงนิ แผน ดนิ ในปจจุบนั
ประเทศชาตแิ ละประชาชนชาวไทยเปนอยา งมาก โดยเฉพาะอยาง 2 หอรษั ฎากรพพิ ฒั น หนว ยงานท่ีพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว
ยงิ่ ทรงมีบทบาทสาํ คัญในการรับสนองพระบรมราชโองการของ โปรดใหจ ัดตั้งขน้ึ ใน พ.ศ. 2416 เพ่อื เปนสํานักงานกลางเกบ็ ผลประโยชนรายได
รัชกาลที่ 5 ในการบริหารจดั การทางดา นการเมอื งการปกครอง ภาษอี ากรแผนดิน โดยมีเจา หนา ท่ีตรวจตราการเกบ็ ภาษีอากรของหนว ยราชการ
และดา นการตา งประเทศในยคุ ปรบั ตวั เขาสคู วามทนั สมยั ตางๆ ใหร ัดกมุ แลวทําบญั ชรี วบรวมผลประโยชนม าไวท่ีหอรัษฎากรพิพัฒนเพียง
พระกรณยี กิจทสี่ าํ คัญ เชน ทรงดํารงตาํ แหนง เสนาบดีกรมทา แหง เดยี ว ท้ังน้ีสืบเนื่องจากสมัยโบราณการเกบ็ ภาษีอากรกระจายอยตู ามกรมกอง
หรือเสนาบดผี วู า การตางประเทศ ทรงมบี ทบาทในการจดั ตั้ง ตางๆ ทําใหร ายไดจากภาษีอากรกวาจะมาถงึ พระคลังมหาสมบตั ิ ตองผา นหลาย
สภาทีป่ รึกษากฎหมายหรอื รัฐมนตรสี ภา เปน ตน ขนั้ ตอนจึงตกหลน กระจดั กระจาย ขาดหายไปจาํ นวนมากทกุ ป จงึ ทรงตงั้
หอรัษฎากรพพิ ฒั นข น้ึ เปนหนวยงานท่ที าํ หนาทจี่ ัดการรวบรวมภาษีอากรทกุ อยา ง
ทาํ ใหเงนิ ภาษไี มร ว่ั ไหล
คมู่ ือครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ
1. ครูถามนกั เรียนวา เพราะเหตใุ ดรัชกาลท่ี 5 (มีพระชนมายรุ ะหวาง พ.ศ. ๒๔๐๕ - ๒๔๘๖)
ทรงเปรียบเทียบสมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ
กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ วาเปนเสมือน พระประวตั ิ
“เพชรประดับพระมหาพชิ ัยมงกฎุ ”
สมเดจพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ
2. ครใู หกลมุ ที่ 4 สงตวั แทนออกมานาํ เสนอ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ว
ผลการศึกษาคนควาเรื่องสมเดจ็ พระเจา บรม- และเจา้ จอมมารดาชุ่ม ทรงเปน็ พระอนุชาในพระบาทสมเดจ
วงศเ ธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ ทหี่ นา พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ว ประสูติเมอื พ.ศ. ๒๔๐๕ โดยได้รบ
ชั้นเรยี น พระราชทานพระนามจากสมเดจพระบรมชนกนาถวา่ พระองค์
เจ้าดิศวรกมุ าร
3. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภิปรายถงึ พระ ในรชสมยพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หว
กรณยี กิจท่สี ําคญั ของสมเด็จฯ กรมพระยาดํารง พระองค์เจ้าดิศวรกุมารได้รบพระราชทานให้ทรงกรมเป็น
เดชานุภาพทมี่ ีตอ การสรา งสรรคช าติไทย ทาง กรมหมนื ดา� รงราชานภุ าพ และต่อมาทรงได้รบพระราชทาน
ดา นการเมอื งการปกครอง สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ พระบดิ า ให้เลือนกรมเป็น กรมหลวงดา� รงราชานภุ าพ ในรชกาลเดยี วกน
(แนวตอบ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ แหง ประวตั ศิ าสตรไทย ภายหลงเมือพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวได้เสดจ
ทรงเปนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก
ทรงมบี ทบาทสําคัญในการจัดการปกครองแบบ เถลิงถวลยราชสมบติแลว้ จงึ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการเลอื นพระฐานนดรศกดขิ นึ เป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
มณฑลเทศาภบิ าลจนประสบความสําเร็จ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ และในรชสมยพระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หว จึงโปรดเกล้าฯ ให้
ทรงฝกหดั การเลือกตั้งผูใหญบ าน กํานนั กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพเลอื นพระอิสรยิ ศเป็น สมเดจพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ
เพอ่ื ปพู ้นื ฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย)
พระกรณยี กจิ สําคัญ
ดา้ นการเมืองการปกครอง สมเดจฯ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพทรงไดร้ บโปรดเกล้าฯ แต่งตงให้
ทรงด�ารงต�าแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก โดยได้ทรงเปน็ ก�าลงส�าคญในการปฏิรูปการ
ปในกเครือรองกงแารผจ่นดดกินาใรนปสกมคยรรอชงกหาวลเมทือี ง๕ตามทแรบงทบุ่มมเณทฑพรละเทสศตาิปภัญบิ ญาลา1
อนเป็นงานทีส�าคญทสี ดุ ในพระชนมช์ พี ของพระองค์ จนก่อให้
เกิดผลส�าเรจสมดงพระราชดา� ริในพระบาทสมเดจพระจุลจอม
เกล้าเจ้าอยู่หว เพราะช่วยใหไ้ ทยมคี วามเป็นเอกภาพในการ
ปกครองบา้ นเมืองให้มีความมนคงและไม่เกิดความแตกแยก
ภายในตามทีมหาอา� นาจตะวนตกต้องการส�าหรบการขยาย
อ�านาจเขา้ ครอบงา� ประเทศไทย
ด้านการศกึ ษา ขณะทรงด�ารงตา� แหนง่ อธิบดีกรมธรรมการ
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพประทับใน
ระแทะ (เกวียนชนิดหนึ่ง) เม่ือคราวเสด็จตรวจ ทรงขยายการศกึ ษาโดยอาศยวดเป็นสถานทีถ่ายทอดความรู้
ราชการเมืองอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๔๔๙ (ภาพ โดยวดมหรรณพารามเปน็ โรงเรียนหลวงแห่งแรกทีทรงจดตงขึน
เกา จากหอจดหมายเหตแุ หงชาต)ิ
12๖
เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรา งเสริม
ครูอธบิ ายวาใน พ.ศ. 2555 เปน ปท ่ีครบ 150 ป วันประสูติของสมเด็จพระเจา ครูใหนักเรยี นศึกษาคนควา ขอมลู เพมิ่ เติมเกย่ี วกับพระประวตั ิ
บรมวงศเธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ และครบ 50 ป ท่ีองคก ารศกึ ษาวทิ ยา- พระกรณยี กจิ ในดานตา งๆ ของสมเดจ็ ฯ กรมดํารงราชานภุ าพ
ศาสตรแ ละวฒั นธรรมสหประชาชาติ (UNESCO) ไดถวายพระเกียรติใหเปนบุคคล จากน้ันใหน ักเรยี นสรุปขอมูลในรปู แบบเสนเวลา พรอ มมีภาพ
สาํ คัญของโลกคนแรกของประเทศไทยเมอื่ พ.ศ. 2505 ครคู วรใหน ักเรยี นรว มกันจัด ประกอบ และตกแตง ใหสวยงาม แลวนําสง ครผู ูส อน
ปายนเิ ทศ เพ่อื นอมราํ ลึกถงึ พระกรณียกิจทีท่ รงมคี ุณปู การตอแผนดนิ ไทย
กจิ กรรมทา ทาย
นกั เรยี นควรรู
ครูใหศึกษาคนควา ขอมลู เกี่ยวกับพระนิพนธใ นสมเดจ็ ฯ กรม
1 มณฑลเทศาภิบาล การจดั ระเบียบการปกครองหัวเมอื งในสมยั รชั กาลท่ี 5 พระยาดํารงราชานภุ าพ จากน้นั ใหน กั เรยี นเลือกผลงานพระนิพนธ
ทสี่ มเดจ็ ฯ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพทรงดําริข้นึ โดยยกเลิกระบบหัวเมืองแบบเกา ท่นี กั เรียนสนใจ 1 เร่อื ง แลวใหสรุปสาระสาํ คัญของเรื่องดังกลาว
ทแ่ี บงเปนหัวเมืองช้นั ใน หวั เมอื งชนั้ นอก และเมืองประเทศราช แลว จัดเปนมณฑล โดยทาํ ในกระดาษ A4 แลวนําสงครูผูสอน
เมือง อาํ เภอ และหมูบา น งานปกครองหวั เมืองอยภู ายใตกระทรวงเดียว คอื
กระทรวงมหาดไทย เปนการดึงอํานาจเขาสศู นู ยกลาง
คูม่ อื ครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
ซึงการศกึ ษาในลกษณะนไี ด้ขยายไปทวกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา อธบิ ายความรู้
และเมือทรงปรบปรงุ หลกสูตรและวธิ กี ารสอน ตลอดจนจดพิมพ์
ตา� ราเรียนเรียบร้อยแลว้ ไดท้ รงขยายการศึกษาออกไปสู่ราษฎร 1. ครใู หนกั เรียนบอกวา เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ
ตามหวเมืองต่างๆ โดยทรงจดตงโรงเรยี นหลวงขึนทวประเทศ กรมพระยาดํารงเดชานภุ าพจึงไดรับยกยอ งวา
เมือป พ.ศ. ๒๔๓๕ ทรงรเิ รมิ จดใหม้ กี ารตรวจสอบตา� ราเรยี น ทรงเปน “พระบดิ าแหงประวตั ศิ าสตรไ ทย”
และออกประกาศรบรอง ทงนีเพือให้นกเรียนมีความรู้ และ
ความสามารถอย่างเหมาะสม การศึกษาของชาติจงึ เจริญออกไป 2. ครใู หนกั เรยี นชวยกันยกตัวอยางพระนิพนธ
ทวประเทศตราบเท่าทุกวนนี ท่ีมชี อื่ เสียงของสมเด็จฯ กรมพระยาดํารง-
กรมพดรา้ะนยปารดะา� วรัตงิศราาสชตานรภุโบารพาณทครดงีมแีผละลศงาิลนปดวัฒา้ นนปธรระรมวตสิศมาเสดตจรฯ1์ เดชานภุ าพ
โบราณคดี และศิลปวฒนธรรมเป็นจา� นวนมาก นบว่าพระองค์
ทรงเปน็ ปราชญค์ นส�าคญของประเทศไทย จนได้รบการยกย่อง 3. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภิปรายถึงพระ
ว่าทรงเปน็ พระบิดาแห่งประวติศาสตร์ไทย พระองค์ทรง กรณยี กจิ ทสี่ ําคญั ของสมเดจ็ ฯ กรมพระยา
พระปรีชาสามารถในการนิพนธ์หนงสือได้หลายประเภท เชน่ ตัวอยางพระนิพนธ ใน สมเด็จฯ กรมพระยา ดํารงเดชานุภาพทมี่ ีตอการสรางสรรคชาตไิ ทย
ชวี ประวติ ประวตศิ าสตร์ ทอ่ งเทียว โบราณคดี นทิ าน ประวติ ด�ารงราชานภุ าพ ทางดา นการเมืองการปกครอง
วรรณคดี และประวติความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยงิ พระนพิ นธเ์ กียวกบประวติศาสตร์ ยงคงเป็นหลกใน (แนวตอบ ทรงคน ควา ทางดานพงศาวดาร
การคน้ ควา้ ของนกประวติศาสตรร์ ุน่ หลงๆ ตลอดมาจนถึงปจั จบุ น และโบราณคดี ทรงมีงานประประพันธด า น
ในสมยรชกาลที ๖ สมเดจฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพไดท้ รงเป็นผอู้ �านวยการจดหอสมุดส�าหรบ ประวตั ิศาสตรและโบราณคดีจํานวนมาก เชน
ไทยรบพมา พระราชประวตั ิสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสินทร
รชั กาลที่ 5 ลกั ษณะการปกครองประเทศ
สยามแตโ บราณ จนไดรับการยกยอ งเปน
บิดาแหง ประวัติศาสตรไ ทย ทรงรเิ รมิ่ การจดั ตง้ั
หอจดหมายเหตุ การตัง้ พิพธิ ภณั ฑ การทดลอง
จัดตงั้ สมาคมวรรณคดแี ละราชบณั ฑติ ยสภา)
พระนคร เพือใหเ้ ป็นแหล่งสรรพวชิ าการของไทย และทรงมพี ระดา� รใิ หจ้ ดตงหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติสา� หรบ
ใช้เปน็ แหลง่ การคน้ คว้าเอกสารราชการต่างๆ รวมทงภาพถา่ ยบคุ คล เหตุการณแ์ ละสถานที อนเปน็ ประโยชน์
ต่อการศึกษาประวติศาสตร์ไทยเปน็ อยา่ งยิง
ด้านการสาธารณสขุ ทรงมพี ระด�ารริ ิเริมให้มีโอสถศาลา ส�าหรบรบหน้าที
ผลิตยาแจกจา่ ยใหร้ าษฎรในตา� บลหา่ งไกล ซึงปจั จุบนคือ สถานอี นามย
และทรงจดตงปาสตุรสภา สถานทีปอ งกนโรคพษิ สุนขบา้ ซึงใน ราชานุÀาพ สมเดจฯ กรมพระยาดาí รง
ทรงประกอบพระกรณยี กจิ
ปจั จบุ นโอนไปอยู่ในสงกดของสถานเสาวภาสภากาชาดไทย ต่างæ มากมาย ทรงเป็นกาí ลังส™าคัญในการ
นอกจากนีพระองค์ยงทรงรบพระภารกิจด้านงาน
บรหิ ารประเทศหลายดา้ น ทéังการเมือง
สรรพากร และงานอุตสาหกรรมโลหกิจ ซงึ เป็น การปกครอง การศกÖ Éา สา¸ารณสขุ ประวตั ิศาสตร์
แนวทางพฒนางานมาจนถงึ ปัจจบุ น และว²ั น¸รรม อนั ก่อใหเ้ กดิ ผลดตี ่อประเทศชาติ
จนเป็นทีปรากฏอย่างกวา้ งขวาง
12๗
ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นกั เรียนควรรู
เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงเดชานภุ าพ จงึ ไดร ับการ 1 ผลงานดานประวัติศาสตร พระนพิ นธของสมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงราชา-
ยกยองเปน บดิ าแหงประวัติศาสตรไ ทย นุภาพมเี ปนจํานวนมาก เชน ไทยรบพมา ลกั ษณะการปกครองประเทศสยาม
แตโบราณพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร รชั กาลท่ี 2 พระราชพงศาวดาร
1. ทรงสนบั สนุนการศกึ ษาวิชาประวัตศิ าสตรไ ทย กรงุ รัตนโกสนิ ทร รชั กาลที่ 5 เปนตน
2. ทรงเปนผรู ิเริ่มใหม กี ารเรยี นวชิ าประวตั ิศาสตรในประเทศไทย
3. ทรงมพี ระนพิ นธผ ลงานดา นประวัติศาสตรและโบราณคดี มมุ IT
จาํ นวนมาก ศึกษาคนควาขอมูลเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั พระประวตั ิและพระกรณียกจิ ของสมเด็จฯ
4. ทรงรวบรวมของเกาเพือ่ เกบ็ ไวเ ปน สมบัตขิ องชาติ และเปน กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ไดที่
http://www.princedamronglib.org
ผูจัดตั้งโบราณคดีสโมสร http://www. prince-damrong.moi.go.th
วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชา-
นุภาพ ทรงคนควา และมผี ลงานทางดา นประวตั ศิ าสตร โบราณคดี
และศลิ ปวฒั นธรรมเปนจํานวนมาก นับวาพระองคทรงเปน ปราชญ
คนสาํ คัญของไทย จึงไดร ับยกยองวา ทรงเปน “พระบิดาแหง
ประวตั ิศาสตรไ ทย”
คู่มอื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานริศรานวุ ัดตวิ งศ
1. ครถู ามนกั เรยี นวา เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ เจาฟา (มพี ระชนมายุระหวา ง พ.ศ. ๒๔๐๖ - ๒๔๙๐)
กรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ จงึ ทรงไดรับ
ยกยอ งวา เปน บรมครใู นการชางและศลิ ปะ พระประวัติ
2. ครูใหกลมุ ที่ 5 สงตัวแทนออกมานําเสนอ สมเดจพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา กรมพระยานริศรา-
ผลการศึกษาคนควา เร่อื งสมเด็จพระเจาบรม- นวุ ดตวิ งศ์ ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้
วงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานรศิ รานุวัดตวิ งศ เจ้าอยู่หว และพระสมพนธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย
ที่หนา ชัน้ เรียน ในช่วงระยะเวลาทีทรงปฏิบตริ าชการแผน่ ดินทรงดา� รงตา� แหน่ง
เป็นเสนาบดกี ระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลงมหาสมบติ
3. ครูใหน ักเรยี นชวยกันบอกวา สมเดจ็ พระเจา กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวง เพือวางรากฐานในการ
บรมวงศเธอ เจา ฟา กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ติวงศ บริหารราชการให้มคี วามมนคง
ทรงมบี ทบาทอยางไรในการสรางสรรคชาติไทย
(แนวตอบ สมเดจ็ ฯ เจาฟากรมพระยานรศิ รา- พระกรณียกจิ สําคัญ
นุวัดตวิ งศทรงเปน อภิรัฐมนตรที ป่ี รกึ ษาราชการ
แผนดิน และหลังการเปล่ียนแปลงการปกครอง สมเด็จฯ เจ้าฟากรมพระยานรศิ รานุวดั ติวงศ พระปดก้าเกนลก้าาเรจเม้าอือยงู่กหาว1รปสกมคเดรจอฯง ในรชสมยพระบาทสมเดจ
พ.ศ. 2475 ในชว งที่ทรงปฏบิ ตั ิราชการแผน ดนิ นายชางใหญแ หงกรงุ สยาม เจา้ ฟากรมพระยานรศิ รา-
ทรงดํารงตําแหนงเปน เสนาบดีกระทรวงโยธา-
ธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบตั ิ กระทรวง นุวดตวิ งศท์ รงเปน็ อภิรฐมนตรที ีปรึกษาราชการแผ่นดนิ และหลงการเปลียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕
กลาโหม และกระทรวงวงั เพื่อเปน รากฐานใน ทรงเปน็ ผ้สู �าเรจราชการเมอื พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หวเสดจประทบนอกกรุงเทพฯ และนอกประเทศ
การบรหิ ารราชการใหมคี วามมนั่ คง นอกจากน้ี ด้านศลิ ปะและวฒั นธรรม สมเดจฯ เจ้าฟา กรมพระยานริศรานวุ ดตวิ งศ์ ทรงพระปรีชาสามารถทางด้าน
ยงั ทรงพระปรชี าสามารถทางดานการชา งและ การชา่ งและศลิ ปะจนได้รบการยกยอ่ งใหเ้ ปน็ บรมครใู นการช่างและศิลปะ จนกระทงองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์
ศลิ ปะ โดยทรงสรา งผลงานท่มี ีคณุ คา ทางดา น และวฒนธรรมแหง่ สหประชาชาติ (UNESCO) ไดป้ ระกาศเกียรตคิ ุณของพระองค์ในฐานะเป็นผมู้ ผี ลงานดเี ดน่
สถาปต ยกรรมและดา นจติ รกรรมไวมากมาย ทางวฒนธรรมระดบโลกประจา� ป พ.ศ. ๒๕๐๖ ผลงานทางด้านศิลปะและวฒนธรรมทสี า� คญของพระองค์ ไดแ้ ก่
เชน ทรงออกแบบกอ สรางพระอโุ บสถ การออกแบบสถาปตั ยกรรมทีงดงาม เช่น พระอุโบสถวดราชาธวิ าส พระอุโบสถวดเบญจมบพิตรดสุ ิตวนาราม
วัดเบญจมบพติ รดสุ ติ วนาราม พระอโุ บสถ เป็นต้น
วดั ราชาธิวาส เปน ตน) ด้านดรุ ิยางคศิลป สมเดจฯ เจ้าฟากรมพระยานริศรานวุ ดติวงศท์ รงรอบร้ใู นเรอื ง ดรุ ิยางคศิลป และ
ทรงสามารถทรงดนตรีไดห้ ลายอยา่ ง เชน่ ขลุ่ย ระนาด เป็นตน้ นอกจากนีพระองคย์ งทรงมผี ลงานดา้ นการ
นิพนธเ์ พลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค เพลงมาลย เปน็ ต้น
ดา้ นจติ รกรรม ทรงมผี ลงานทางดา้ นจติ รกรรมทีทรงคุณค่าจา� นวนมาก
เชน่ ภาพมจฉาชาดกทีหอพระคนธารราษฎร์ ในวดพระศรีรตน-
สมเดจฯ เจ้า¿า‡ กรมพระยา
ศาสดาราม ภาพสีน�ามนพระสุริโยทยขาดคอช้างประกอบ นรศิ รานุวัดตวิ งศ์ ทรงเป็นกาí ลงั สา™ คญั
โคลงภาพพระราชพงศาวดารอยุธยา เป็นต้น
ในการอนรุ ักÉ์ศิลปวั²น¸รรมäทย
ทรงสง่ เสรมิ ผูม้ ีความรคู้ วามสามาร¶ให้เป็น
กาí ลังสาí คญั ในการสืบทอดมรดกงานชา่ งศลิ ปäŠ ทย
จนäดร้ บั ยกย่องใหเ้ ป็น “สมเดจคร”ู ของชา่ งทัéงปวง
12๘
เกรด็ แนะครู บูรณาการเชือ่ มสาระ
ครสู ามารถนําเนื้อหาเกย่ี วกับบทบาทของสมเด็จฯ เจา ฟากรม
ครูอาจแนะนาํ แหลง เรียนรูเก่ยี วกบั ผลงานของนายชา งใหญแหงกรงุ สยาม และ พระยานริศรานวุ ัดติวงค ในการสรา งสรรคช าติไทย ไปบรู ณาการ
บอกวา ในเดอื นเมษายนของทกุ ป มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร วังทา พระ จดั ใหมงี าน เช่ือมโยงกบั กลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ วิชาศลิ ปะ โดยใหศึกษา
“วนั นรศิ ” เพื่อรําลกึ ถงึ พระกรุณาธิคณุ และประกาศพระเกยี รตคิ ณุ ของสมเดจ็ ฯ คนควา เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั พระปรีชาสามารถทางดา นการชางและ
เจา ฟา กรมพระยานรศิ รานวุ ัดติวงศใ หเ ยาวชนรุนหลังไดเ รยี นรู ศิลปะของสมเดจ็ ฯ เจาฟา กรมพระยานริศรานวุ ัดตวิ งค จากนั้นให
นกั เรยี นจดั ทําแผนภาพเก่ียวกับผลงานทางดา นการชา งและศลิ ปะ
นกั เรียนควรรู ของพระองคทาน โดยใหเลอื กผลงานทโ่ี ดดเดนในแตล ะดานนาํ มา
ทําแผน ภาพ พรอ มอธิบายรายละเอยี ดเกยี่ วกบั ลักษณะสาํ คญั ทาง
1 ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยูหวั สมเด็จฯ เจา ฟา กรม ดานการชางและศิลปะ และคุณคาของผลงานดงั กลาว แลวนําสง
พระยานริศรานุวดั ตวิ งศ ทรงเปน หนงึ่ ในคณะอภริ ัฐมนตรีเนอ่ื งจากทรงรอบรูด า น ครผู สู อน
ประวตั ศิ าสตร โบราณคดี และทรงทราบขนบธรรมเนยี มราชสาํ นกั ทรงเปน ศิลปน
และทรงรบั ราชการในตาํ แหนงสาํ คญั ตา งๆ คอื เสนาบดกี ระทรวงโยธาธิการ
เสนาบดกี ระทรวงกลาโหม เสนาบดกี ระทรวงวงั และยงั ทรงเปนผสู ําเรจ็ ราชการ
แทนพระองค ขณะท่ีรัชกาลที่ 7 ไดเ สดจ็ ประพาสประเทศตา งๆ ในทวีปยโุ รป
คูม่ อื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
สมเด็จพระศรสี วรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยกิ าเจา อธิบายความรู้
(มีพระชนมายุระหวาง พ.ศ. ๒๔๐๕ -๒๔๙๘) ครนู าํ สารคดีเฉลมิ พระเกยี รติสมเดจ็
พระศรีสวรินทริ าบรมราชเทวี พระพนั วสั สา
พระประวตั ิ อยั ยิกาเจา มาใหนักเรยี นดู จากน้นั ใหนักเรียน
รว มกนั อภปิ รายวา สมเด็จพระศรีสวรนิ ทิรา
สมเด็จพระศรีสวรนิ ทริ าบรมราชเทวี พระพนั วัสสาอยั ยกิ าเจา บรมราชเทวี พระพันวสั สาอยั ยิกาเจา ทรงมี
ทรงเปน พระเจา ลกู เธอ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยหู ัว บทบาทในการสรางสรรคค วามเจริญของชาติไทย
และเจาจอมมารดาเปยม ทรงพระราชสมภพเมอ่ื วนั ท่ี ๑๐ กันยายน อยา งไร
พ.ศ. ๒๔๐๕ ไดรับพระราชทานพระนามวา “พระเจา ลูกเธอ
พระองคเจาสวางวัฒนา” เม่ือมีพระชนมายุ ๑๕ พรรษา ขยายความเข้าใจ
ไดรับการสถาปนาเปนภรรยาเจาในรชั กาลที่ ๕ ตอมามกี าร
โปรดเกลา ฯ ใหส ถาปนาพระองคเ จาสวางวฒั นาข้ึนเปน พระนาง ครูใหน กั เรียนศึกษาขอมลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกับ
เจา สวา งวัฒนาพระราชเทวี และสมเดจ็ พระนางเจาสวางวัฒนา พระบรมวงศานุวงศท่มี บี ทบาทในการสรา งสรรค
สมเดจ็ พระศรสี วรินทิราบรมราชเทวี พระพันวสั สา- พระบรมราชเทวตี ําแหนง อคั รมเหสี ตามลําดบั ชาตไิ ทยที่นักเรยี นสนใจ 1 พระองค จากน้ันให
อยั ยิกาเจา ผทู รงมีคณุ ูปการตอการแพทย จัดทําเปนใบความรู ซึ่งประกอบดว ยขอมูลตา งๆ
และสาธารณสขุ ครนั้ ถงึ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหวั เชน พระประวตั ิ พระกรณยี กจิ ที่สําคญั เปนตน
แลวนาํ สงครผู สู อน
ทรงไดร บั การสถาปนาเปนสมเด็จพระศรีสวรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา และในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ทรงไดรับการสถาปนาเปนสมเด็จพระศรีสวรินทิรา ตรวจสอบผล
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอยั ยิกาเจา
ตรวจใบความรูพระบรมวงศานวุ งศท ม่ี ีบทบาท
พระกรณยี กิจสาํ คญั ในการสรา งสรรคช าติไทย
ดานสาธารณสขุ ทรงจดั สรา งโรงพยาบาลสมเดจ็ (ปจจุบนั คอื โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ
ศรีราชา) ทรงริเรม่ิ หนว ยแพทยเคลือ่ นที่เพ่ือใหการรักษาแกประชาชนที่อยูหางไกล และไดพระราชทาน
ทยังุนทเพรงือ่ ดสาํ งรแงพตทําแยหพ นยงาสบภาาลนไาปยศกิ ึกาษสาภตาออตณุ าางโปลรมะแเดทงศ1องเคพท่ือี่ พ๒ัฒนตาอวจงากกาสรมแพเดท็จยพไรทะยศอรยพี าชั งรตนิ อทเรนา่ือบงรมนรอาชกนิจานี กานถี้
สภานายกิ าพระองคแรกเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๓ เปนระยะเวลายาวนานถึง ๓๕ ป และไดพ ระราชทานทรัพย
สง นกั เรียนไปเรยี นตา งประเทศ เพ่อื ใหม ผี ูเชี่ยวชาญทางดา นการแพทยอ ยางพอเพียง
ดานการศึกษา ทรงสงเสริมการศกึ ษาทุกระดบั ทรงสนับสนนุ สตรีใหมี
โอกาสไดศ ึกษาเลาเรยี นในระดับสูง ทรงเนน ใหศึกษารอบดา นไมเ พียงแต
ความรูในหองเรียน อบรมใหเปนคนมีเหตุผลมีกิริยามารยาท ÊÁà´¨ç ¾ÃÐÈÃÊÕ ÇÃÔ¹·ÔÃÒ
และการวางตัวทีเ่ หมาะสม ทรงพระราชทานพระราชทรัพย ºÃÁÃÒªà·ÇÕ ¾Ãо¹Ñ ÇÊÑ ÊÒÍÑÂÂ¡Ô Ò਌Ò
เพื่อบาํ รงุ โรงเรียนตา งๆ ท้งั ในสว นกลางและสวนภูมภิ าค ·Ã§ÁÕ¾ÃСóÕ¡¨Ô ·ÕèʙҤÑÞµ‹Í»Ç§ª¹
เชน โรงเรยี นราชินี โรงเรยี นนารเี ฉลมิ สงขลา เปน ตน ªÒÇä·ÂÁÒâ´ÂµÅÍ´ ·Ã§ä´ÃŒ Ѻ¡ÒûÃСÒÈ
¡‹ͧ¨Ò¡Í§¤¡ÒÃÂàÙ ¹Êâ¡à»š¹º¤Ø ¤ÅÊÒ™ ¤ÑÞ
¢Í§âÅ¡ 㹰ҹзÕè·Ã§Áռŧҹ´àÕ ´‹¹´ÒŒ ¹¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ
ÇÔ·ÂÒÈÒʵÃÊ Ø¢ÀÒ¾ áÅСÒþ²Ñ ¹ÒÍ¹ÃØ Ñ¡ÉÇ Ñ²¹¸ÃÃÁ
๑๒๙
กิจกรรมทาทาย นักเรยี นควรรู
ครใู หนักเรียนแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน เพอ่ื ศกึ ษาขอ มูล 1 สภาอณุ าโลมแดง หรือสภากาชาด เกิดข้ึนเนอื่ งจากกรณพี ิพาทระหวางประเทศ
เกี่ยวกบั พงศาวลี (ลาํ ดบั เครือญาติ) ของสมเด็จพระศรีสวรนิ ทริ า ไทยกับฝร่ังเศส เร่อื งดนิ แดนฝงซายแมน ํา้ โขง ซ่ึงสงผลใหท หารบาดเจ็บลม ตายมาก
บรมราชเทวี พระพนั วัสสาอัยยิกาเจา แลวใชโปรแกรมคอมพวิ เตอร ทานผูหญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ จงึ ไดช กั ชวนสตรอี าสาสมัครขึน้ และไดก ราบ
ออกแบบและจัดทาํ แผนผงั แสดงพงศาวลี เสร็จแลวนําสง ครผู ูสอน บงั คมทูลสมเดจ็ พระนางเจาสวา งวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทาน
พระบรมราชานุญาตตง้ั สภาอุณาโลมแดง เม่ือความทราบถงึ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลาเจาอยหู วั จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระบรม
ราชานุญาตใหจดั ตัง้ ขน้ึ เมอื่ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2436 ซึ่งถอื เปน วัน “สถาปนา
สภากาชาดไทย”
คูม่ อื ครู
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
กระตนุ้ ความสนใจ ๓. ขุนนางและชาวตางชาตทิ ่มี ีบทบาทในการสรา งสรรคชาติไทย
ครยู กตัวอยา งขนุ นางและชาวตางชาตทิ ม่ี ี ขุนนางและชาวตางชาติมีบทบาทในการสรางสรรคแ ละพฒั นาชาตไิ ทยใหเจรญิ รงุ เรืองทส่ี าํ คัญ
บทบาทในการสรา งชาติไทย แลวใหน กั เรียนบอก มีดงั น้ี
วา แตละทา นมบี ทบาทสาํ คญั อยา งไร เชน
สมยั อยุธยา ออกญาโกษาธิบดี (ปาน)
• ออกญาโกษาธิบดี ราชทตู แหง กรงุ ศรีอยุธยา
ท่ีเดินทางไปเจริญสมั พันธไมตรกี ับฝรง่ั เศส (มอี ายุระหวาง พ.ศ. ไมป รากฏ - ๒๒๔๓)
• หมอมราโชทัย ลามหลวงแหง ประวัติ
กรุงรัตนโกสนิ ทร มีบทบาทสาํ คัญในการ
สรา งสัมพนั ธกับตางประเทศในชว งทีไ่ ทย ออกญาโกษาธิบดี (ปาน) เดมิ ชอ่ื “ปาน” เปนนองชายของ
เรม่ิ ตน เขาสูความทันสมัยในสมัยรัชกาลที่ 4 เจา พระยาพระคลัง หรือเจา พระยาโกษาธบิ ดี (เหลก็ ) ในสมยั
สมเดจ็ พระนารายณมหาราช เม่ืออายุ ๒๐ ป ไดเ ขา รบั ราชการ
• ลาลแู บร ผบู นั ทกึ เร่อื งราวของกรุงศรีอยุธยา กับพี่ชาย หลงั จากนั้นอีก ๑๕ ปตอ มา ไดรบั แตงต้ังใหเปน
ออกพระวสิ ุทธสุนทร(ปาน) และไดเปนหวั หนา คณะทตู เดินทางไป
ส�ารวจคน้ หา เจรญิ สัมพนั ธไมตรกี บั ฝรงั่ เศส เมอื่ พ.ศ. ๒๒๒๙
ผลงานสําคญั
ครใู หน ักเรยี นกลุม เดมิ ศึกษาคน ควา เกี่ยวกบั
ขนุ นางและชาวตา งชาติท่ีมบี ทบาทในการ ดานการตางประเทศ ออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ไดน ํา
สรางสรรคช าติไทย 1 ทาน โดยใหศกึ ษาใน คณะทตู ของไทยเขาเฝาพระเจา หลุยสที่ ๑๔ กษตั รยิ ฝรั่งเศส
ประเด็นตางๆ เชน ประวัติ บทบาทในการ โกษาปาน ราชทตู แหง กรุงศรีอยธุ ยา ในทองพระโรงของพระราชวังแวรซาย เมอ่ื วนั ท่ี ๑ กันยายน
สรางสรรคชาตไิ ทย ผลจากบทบาทในการ
สรา งสรรคช าติไทย เปน ตน พ.ศ. ๒๒๒๙ โดยไดท าํ หนาทเ่ี ปน ผแู ทนของราชสาํ นกั อยุธยาไดถ กู ตอ งตามขนบธรรมเนยี มประเพณขี องการ
เขา เฝาของชาวฝรงั่ เศส จนถงึ กบั ไดร บั คาํ ยกยอ งจากชาวฝรง่ั เศสวา ราชทูตไทยผูนีม้ กี ิริยาทาทางและวาจา
อธบิ ายความรู้ ทง่ี ดงกามารมเาดกนิ ทางไปเจริญสมั พนั ธไมตร1ีกับราชสํานกั ฝรัง่ เศสของออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ชว ยสรางความ
สมั พันธร ะหวา งไทยกับฝรั่งเศสใหแนน แฟน ยิง่ ข้นึ นับเปน ผลดีตอการปอ งกันการคกุ คามของฮอลนั ดา
ครูเกรนิ่ นาํ นกั เรียนวา ไทยมีความสมั พนั ธท าง ขณะท่ีพํานักอยูในฝรัง่ เศส ออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ไดจดบันทึกขอ ความในเรอื่ ง
ดานวฒั นธรรมกับชาตติ ะวันตกตั้งแต พ.ศ. 2054 ตา งๆ ท่ีไดพ บเหน็ อยา งละเอยี ด และไดน าํ บนั ทึกเหลานก้ี ราบถวายบงั คมทูล
ซง่ึ ตรงกับรัชสมัยสมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ 2 แหง ไสถดมูกรตเับดอสจ็โงปมพรรัยดะสเนมกาเลดราา็จฯยพณรแะมตเหพงาตทรั้รงาาเชปชในาหเทอจรอางกพทพรระรายะบวาเิสรพ่ือุทรงธะรสคานุลวทังตหรา งร(ืๆปอานได) ถ ่ีถว นãแ¤ËลÇ¡Œ ะÒѺÁ໪ʚ¹ÒÑÁµ¢¾ºÔ¹Ø ѹŒÒ¹¸¹Òà à§ÁзËÍ× ÊÕèͧÇÃÍãÒ‹ ¹ÒŒ¡§§ÍÊÞªÂÁèÍ×Ò¸Ø ÂÑâàÂÊÍ¡ÒÕÂÂÉ¡§¸Ø ÒºÑḎÒÔºÐÃà´ª¡§èÑ ÕàÇ‹ÂÕÈ(ÂÃʻʵãÒÃËÀÔ¹ÒŒ ÁÙÁŒ §)ÔÕ
กรงุ ศรีอยุธยา โดยโปรตเุ กสเปน ชาตติ ะวนั ตกชาติ เจาพระยาโกษาธิบดี (ปาน) มีหนา ท่ีควบคมุ ราชการ
แรกท่ีเดนิ ทางเขา มาตดิ ตอ คาขายกบั กรงุ ศรีอยุธยา เกยี่ วกบั ดานการตา งประเทศ ¤ÇÒÁã¡ÅŒª´Ô áÅÐÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ 㨵͋ ¡Ñ¹ÁÒ¡ÂèÔ§¢¹Öé
แตความสัมพนั ธก บั ชาตติ ะวนั ตกไดเจริญสงู สุดใน
แผนดนิ สมเดจ็ พระนารายณม หาราช จากน้นั ครู ·íÒãËŒÍÂ¸Ø ÂÒÊÒÁÒö´§Ö ½Ãѧè àÈÊÁÒ¶Ç‹ §´ÅØ ÍíÒ¹Ò¨¡Ñº
และนกั เรียนรวมกันอภปิ รายเก่ียวกบั จุดมงุ หมาย
และผลจากการสง คณะราชทูตไปฝรั่งเศส ÎÍÅѹ´Òä´µŒ ÒÁÇàÔ ·âȺÒ··Õè Ò§ÍÂØ¸ÂÒÇÒ§àÍÒäÇŒ
๑๓๐
เกรด็ แนะครู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
ในสมยั สมเด็จพระนารายณมหาราช ชาวตะวันตกไดเ ขา มามี
ครูอธิบายประวตั ิของออกญาโกษาธิบดี (ปาน) วามีมารดาชื่อ เจาแมวดั ดุสิต บทบาทในอยธุ ยาอยางไร
ซงึ่ เปน แมนมของสมเด็จพระนารายณมหาราช ที่มาของชอ่ื ดังกลา วเน่อื งจาก แนวตอบ คณะบาทหลวงฝร่งั เศสนิกายเจซูอติ เขา มามบี ทบาท
ธรรมเนยี มของราชสาํ นกั อยธุ ยา ผหู ญงิ จะทูลลากษตั ริยพ ระองคใ หมอ อกจาก ดานการเผยแผศ าสนา และชักชวนใหพระเจา หลุยสท ่ี 14 แหง
พระราชวังไปพาํ นักท่ีตาํ หนกั ใกลวัดเมือ่ กษัตรยิ พระองคเกา สวรรคต โดยอาจผนวช ฝรัง่ เศส เปดสมั พนั ธไมตรีกับไทย คณะบาทหลวงฝรัง่ เศสไดนํา
เปนชหี รอื ฆราวาส ดังนนั้ เมอ่ื สมเดจ็ พระเจา ปราสาททองสวรรคต ไดท ลู ลา ศลิ ปวิทยาการตางๆ ซงึ่ เปน วัฒนธรรมสําคัญๆ ของตะวนั ตก
ไปประทับทีต่ าํ หนักใกลว ดั ดุสติ จงึ มชี ่อื วา เจาแมวัดดุสติ มาสูสังคมไทย เชน ระบบการศกึ ษาในโรงเรียน การแพทย
สถาปต ยกรรม และวชิ าการในแขนงตางๆ เชน ภูมิศาสตร
นกั เรยี นควรรู ดาราศาสตร วทิ ยาศาสตร เปน ตน
1 ไปเจริญสมั พนั ธไมตรี โดยมีวตั ถปุ ระสงคเพอ่ื ดูความเจรญิ กา วหนาของฝร่งั เศส
เพอื่ ผลประโยชนทางการคา และเพือ่ จัดหาสงิ่ ของท่ีตองพระราชประสงคของสมเด็จ
พระนารายณม หาราช เชน อาวธุ แวน ตา กระจกเงา กลอ งสอ ง นาฬกาพก
เครือ่ งมือดาราศาสตร เปนตน
คู่มือครู