The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานของบุคคลสำคัญชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanachai Thamklang, 2022-10-31 02:06:39

ผลงานของบุคคลสำคัญชาติไทย

ผลงานของบุคคลสำคัญชาติไทย

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

เปา หมายการเรียนรู

1. วิเคราะหผ ลงานของบคุ คลสําคญั ท้งั ชาว
ไทยและตา งประเทศที่มีสวนสรางสรรค
วัฒนธรรมไทยได

2. วิเคราะหผ ลงานของบคุ คลสําคญั ทั้งชาว
ไทยและตา งประเทศท่มี สี วนสรา งสรรค
ประวตั ิศาสตรไทยได

สมรรถนะของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา

๔˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ·Õè การศึกษาประวตั บิ ุคคลสาํ คญั เพิ่มเติม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
จากการชมนทิ รรศการ
1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ 
¼Å§Ò¹¢Í§º¤Ø ¤ÅÊíÒ¤ÞÑ 2. ใฝเรยี นรู
3. มุงม่ันในการทาํ งาน
㹡ÒÃÊÃÒŒ §ÊÃ䪏 ÒµÔä·Â 4. รักความเปนไทย

ตัวช้วี ดั »ÃÐÇѵÔÈÒʵϪҵÔä·Â¹ÑºµÑé§áµ‹ÊÁÑÂÊØâ¢·Ñ กระตุ้นความสนใจ

■ วเิ คราะหผลงานของบคุ คลสําคญั ทั้งชาวไทยและตา งประเทศทมี่ ีสวน ÁÒ¨¹¶§Ö ÊÁÂÑ Ãѵ¹â¡Ê¹Ô ·Ã ä´ÁŒ Õº¤Ø ¤ÅÊÒí ¤ÑÞËÅÒ·ҋ ¹·èÕÁÕ ครใู หนกั เรียนดูภาพหนาหนวย แลวให
สรางสรรคว ัฒนธรรมไทยและประวตั ศิ าสตรไ ทย (ส ๔.๓ ม.๔-๖/๔) ÊÇ‹ ¹ã¹¡ÒÃÊÌҧÊÃäÇѲ¹¸ÃÃÁä·ÂáÅлÃÐÇµÑ ÈÔ ÒʵÃä ·Â นกั เรียนบอกพระนามหรือนามของบุคคลสําคญั
ãËŒ¡ÑºÊѧ¤Áä·ÂÁÒÍ‹ҧµÍ‹ à¹èÍ× § ºØ¤¤ÅÊíÒ¤ÞÑ àËÅÒ‹ ¹ÁéÕ ·Õ éѧ ในภาพ พรอมยกตัวอยางผลงานที่สําคัญของ
สาระการเรยี นรแู กนกลาง ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃԏ ¾ÃкÃÁǧÈÒ¹ÇØ §È ¢Ø¹¹Ò§ ¢ÒŒ ÃÒª¡Òà บุคคลดงั กลา ว
áÅЪÒǵ‹Ò§»ÃÐà·È «è§Ö ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¨íÒà»¹š µŒÍ§àÃÕ¹ÃàŒÙ ¡ÕèÂǡѺ
■ ผลงานของบุคคลสาํ คญั ท้งั ชาวไทยและตา งประเทศท่ีมสี ว นสรางสรรค »ÃÐÇѵÔáÅмŧҹ¢Í§·‹Ò¹àËŋҹéÕ à¾è×ͨÐä´Œà¡Ô´¤ÇÒÁ (แนวตอบ เชน พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา-
วฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไทย เชน พระบาทสมเดจ็ พระพุทธ- ÀÒ¤ÀÙÁãÔ ¨Ç‹Ò ¡Ç‹Ò·èÕ»ÃÐà·Èä·Â¨ÐÁèѹ¤§à»š¹»ƒ¡á¼¹‹ ´Ñ§àª‹¹ เจา อยูหวั ทรงปฏิรปู ประเทศใหทันสมยั ทกุ ดา น
เลิศหลา นภาลัย พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจา อยูหวั พระบาท ·¡Ø Çѹ¹Õé Ōǹà¡Ô´¨Ò¡¡ÒÃàÊÕÂÊÅÐ ¡ÅŒÒËÒÞ ¤ÇÒÁÃÑ¡ªÒµÔ ทัง้ ดานการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม
สมเด็จพระมงกุฎเกลาเจา อยหู วั สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยา ¢Í§ºÃþºÃØ ØÉä·Â «è֧໚¹¤Ø³¤ÇÒÁ´·Õ ¤èÕ ÇÃá¡¡‹ ÒáÂÍ‹ § โดยเฉพาะการเลกิ ไพรและทาส)
วชิรญาณวโรรส พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท áÅж×Í໚¹áººÍ‹ҧ㹡ÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇÔµ»ÃШíÒÇѹ
สมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ สมเด็จฯ เจาฟา กรมพระยา
นริศรานุวัดติวงศ หมอมราโชทยั สมเด็จเจา พระยาบรมมหาศรี-
สุริยวงศ (ชวง บนุ นาค) บาทหลวงปาลเลอกวั ซ พระยากลั ยาณไมตรี
หรือ ดร. ฟรานซิส บ.ี แซร ศาสตราจารยศิลป พรี ะศรี พระยา
รัษฎานปุ ระดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบ๊ี ณ ระนอง) ฯลฯ

เกรด็ แนะครู

ครูควรจดั การเรยี นรโู ดยเนน ทักษะกระบวนการ เพื่อใหน กั เรียนสามารถ
วิเคราะหผลงานของบุคคลสาํ คญั ทั้งชาวไทยและตา งประเทศทมี่ ีสวนสรา งสรรค
วฒั นธรรมไทยและประวัตศิ าสตรไ ทยได โดยเนน การพัฒนาทกั ษะกระบวนการ
ตางๆ เชน ทักษะการคดิ กระบวนการกลุม กระบวนการสบื สอบ เปนตน
ดงั ตัวอยางตอไปน้ี

• แบง กลุม นกั เรยี นเพ่ือใหชวยกนั ศึกษาคน ควาเก่ยี วกบั ประวัตแิ ละผลงานของ
บุคคลสาํ คัญในการสรางสรรคชาตไิ ทยจากแหลง เรียนรูตางๆ แลว สงตัวแทน
นําเสนอความรแู ละชวยกันตอบคาํ ถามท่คี รกู าํ หนด

• ตั้งประเด็นแลว ใหน ักเรียนอภิปรายเกย่ี วกบั ผลงานของบคุ คลสาํ คัญทัง้ ชาวไทย
และตา งประเทศทม่ี ีสวนสรา งสรรคว ฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไทย
แลว ต้งั คาํ ถามใหน ักเรียนตอบ

คมู่ อื ครู

เกรด็ แนะครู กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา

ครูใหนักเรยี นสืบคนขอมูลเก่ยี วกบั บคุ คลสาํ คัญท่ีสรางผลงานดานการสรางสรรค กระตุ้นความสนใจ
วัฒนธรรมและประวัตศิ าสตร ตั้งแตสมัยสโุ ขทยั จนถึงสมัยรตั นโกสินทร นอกเหนือ
จากบคุ คลทีป่ รากฏในเสนเวลาในหนังสอื เรียนหนา 90 จากนั้นใหนาํ ขอ มูลผลงาน ครูใหน ักเรียนยกตัวอยา งบุคคลสําคญั ท่ี
สาํ คญั ท่ีไดสรางสรรควฒั นธรรมและประวตั ิศาสตรไทยมานาํ เสนอในรปู แบบ สรา งผลงานดานการสรา งสรรคว ัฒนธรรมและ
เสนเวลา (Timeline) ครสู ุม ใหนักเรยี นออกมานาํ เสนอที่หนาชัน้ เรียน ประวตั ศิ าสตรต ั้งแตสมัยสโุ ขทัยจนถงึ สมยั
รัตนโกสนิ ทร 1 บุคคล พรอ มบอกผลงานทไี่ ด
นกั เรียนควรรู สรางสรรควฒั นธรรมและประวัติศาสตรไ ทย

1 พอขุน เปน คาํ ขึ้นตน พระนามพระเจาแผน ดินในสมยั สโุ ขทัยตอนตน โดยคาํ วา ส�ารวจคน้ หา
“ขนุ ” เปน คาํ เรยี กพระนามพระเจา แผน ดินท่ีปกครองแควนเลก็ ๆ สว นคําวา “พอ ”
เปนหัวหนา ของขนุ ในแควน ตา งๆ พอ ขนุ จะทาํ หนาท่ดี แู ลทุกขส ขุ ของราษฎร และ ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเสน เวลาแสดงตัวอยา ง
ปกครองบานเมืองใหร มเยน็ บุคคลสําคญั ทส่ี รา งผลงานดานการสรา งสรรค
วฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตรต้งั แตส มัยสโุ ขทยั
คมู่ ือครู จนถึงสมัยรัตนโกสินทร ในหนงั สือเรยี นหนา 90

อธบิ ายความรู้

1. ครใู หน กั เรยี นชว ยกันบอกพระนามของ
พระมหากษัตรยิ จ ากพระบรมราชานสุ าวรีย
ท่ีปรากฏในเสน เวลาแสดงตวั อยา งบุคคลสาํ คญั
ที่สรางผลงานดานการสรา งสรรควัฒนธรรม
และประวตั ิศาสตรต ั้งแตส มยั สโุ ขทัยจนถงึ
สมัยรตั นโกสนิ ทร ในหนงั สอื เรียนหนา 90
(แนวตอบ
• พอขุนรามคําแหงมหาราช
• สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
• สมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราช
• พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา เจา อยหู ัว)

2. ครูใหอาสาสมคั รนกั เรยี นออกมาสรุปเสน เวลา
แสดงตัวอยา งบุคคลสําคัญทสี่ รางผลงานดาน
การสรางสรรคว ัฒนธรรมและประวตั ิศาสตร
ต้งั แตสมัยสโุ ขทยั จนถงึ สมัยรัตนโกสินทร
ในหนงั สือเรียนหนา 90

๙๐ เสน เวลา ตวั อยา งบคุ คลสําคัญของไทย อธิบายความรู้

พ.ศ. ๑๗๐๐ ๑๘๐1๐ ๑๙๐๐ ๒๐๐๐ ๒๑๐๐ ๒๒๐๐ ๒๓๐๐ ๒๔๐๐ ๒๕๐๐ ปจ จุบัน

พอ ขุนศรีอินทราทติ ย

สมัยสุโขทยั พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลไิ ทย)

พ.ศ. ๑๗๙๒ - ๒๐๐๖ สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั ขยายความเขา้ ใจ

พอขุนรามคาํ แหงมหาราช

สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช

ขอ สอบ O-NET สมยั อยธุ ยา สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ ๑ (อูทอง) ออกญาโกษาธิบดี (ปาน)
ขอ สอบป ’51 ออกเกยี่ วกับลกั ษณะการปกครองของไทยสมยั
อยธุ ยา พ.ศ. ๑๘๙๓- ๒๓๑๐
การทีอ่ ัครมหาเสนาบดี 2 ตาํ แหนง แบง เขตดแู ลรับผิดชอบ
หัวเมอื งฝายเหนือและฝายใต ท้งั ฝา ยพลเรือนและทหารเกดิ ขน้ึ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนารายณมหาราช
ในสมัยใด
1. สมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ลาลแู บร สมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช
2. สมยั สมเดจ็ พระเจา ปราสาททอง
3. สมยั สมเด็จพระนารายณมหาราช สมัยธนบรุ ี พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทร ตรวจสอบผล
4. สมัยสมเด็จพระเพทราชา สมยั รัตนโกสินทร มหาวชริ าลงกรณ มหิศรภูมพิ ลราชวรางกรู กติ สิ ริ ิ
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 2. สมยั สมเดจ็ พระเจา ปราสาททอง หมอมราโชทยั หรือหมอ มราชวงศกระตา ย อศิ รางกูร สมบรู ณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม
ไดแบง เขตการปกครองใหสมหุ พระกลาโหมมอี ํานาจหนา ที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย บรมนาถบพติ ร พระวชิรเกลาเจาอยูห วั
บังคับบัญชากิจการทหารและพลเรอื นในหัวเมอื งฝา ยใต และ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ
สมหุ นายกมอี าํ นาจหนาทบ่ี งั คบั บัญชากิจการทหารและพลเรอื น หมอบรดั เลย พ.ศ. ๒๓๒๕ - ปจ จบุ ัน
ในหัวเมืองฝายเหนอื สวนเสนาบดีกรมคลังมีอาํ นาจหนาท่ีบังคบั
บัญชากิจการทหารและพลเรอื นในหัวเมืองชายทะเลตะวนั ออก พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช

พระเจาบรมวงศเ ธอ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกา
กรมหลวงวงษาธริ าชาสนทิ ธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช
สมเดจ็ เจา พระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ มหาราช บรมนาถบพิตร
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
(ชวง บุนนาค) มหาอานันทมหดิ ล
พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจา อยหู ัว พระอัฐมรามาธิบดินทร

พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยหู ัว พระบาทสมเด็จพระปกเกลา
เจาอยูหัว
พระยารษั ฎานุประดษิ ฐมหิศรภกั ดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา
(คอซมิ บี๊ ณ ระนอง) เจา อยูหัว
ศาสตราจารยศิลป พีระศรี
สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ พระยากัลยาณไมตรี
กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ (ดร.ฟรานซิส บี.แซร)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา เจา อยหู ัว
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ
สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ เจาฟา กรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ
กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ
สมเดจ็ พระศรสี วรินทริ าบรมราชเทวี

พระพนั วัสสาอัยยิกาเจา

*หมายเหตุ : รายช่อื พระมหากษตั ริยเ รียงลาํ ดับตามปครองราชย พระบรมวงศานุวงศเรยี งลาํ ดบั ตามปเกิด

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

กระตนุ้ ความสนใจ

ครถู ามนักเรยี นวา สมัยสุโขทยั มีพระมหากษัตริย
ก่พี ระองค แลว ใหน ักเรียนชว ยกันบอกพระนาม
๑. พระมหากษตั รยิ ท่มี ีบทบาทในการสรางสรรคชาติไทย ของพระมหากษัตรยิ สมยั สโุ ขทยั แตล ะพระองค

ในประวัตศิ าสตร์ชาติไทยอันยาวนานนับตงั แต่อดีตจนถึงปจจบุ นั ได้ก่อเกิดวีรกษัตริย์ (แนวตอบ มี 9 พระองค ไดแ ก
วรี ชนไทยทังบรุ ุษและสตรขี ึนมากมาย กอปรด้วยพระปรชี าสามารถและความกลา้ หาญ เสยี สละ • พอขุนศรอี นิ ทราทติ ย
รักชาติ ท�าให้ชาติไทยสามารถด�ารงความเปน็ เอกราชอยู่ไดต้ ราบเท่าทกุ วันนี • พอ ขนุ บานเมือง

สมยั สุโขทัย พอขนุ ศรีอินทราทติ ย • พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช
• พระยาเลอไทย
(ครองราชย พ.ศ. ๑๗๙๒ - ไมป รากฏ) • พระยาง่วั นําถม
• พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย)
พระราชประวัติ • พระมหาธรรมราชาที่ 2
• พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไทย)
พอขุนศรีอินทราทิตย์ทรงมีพระนามเดิมวา พอขุน • พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)
บางกลางหาว เจเ้าจเ้มาเือมงือรงาบด1าซงึงยเาปง็นโทอรรสงเขปอ็นงพพรอะขสนุ หศารยีนสานวนิทา�ขถอุมง
พอขนุ ผาเมือง
แหงแควน้ สโุ ขทยเดมิ ตอมาได้ขึนครองราชยเ์ ป็นพระมหากษตริย์
พระองค์แรกของอาณาจกรสโุ ขทย
สา� รวจค้นหา
พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ
ครูตง้ั ประเด็นคําถามเพอ่ื ใหน ักเรยี นศกึ ษา
ด้านความมั่นคง เมือพอขุนศรีนาวน�าถมุ สินพระชนม์ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั รยิ 
ขอมสะบาดโขลญลา� พงได้เขา้ ยึดเมืองสุโขทยเอาไวไ้ ด้ พอขนุ ท่ีมีตอ การสรางสรรคช าตไิ ทย จากหนงั สือเรียน
ขบอางมกสละาบงาหดาโวขแลลญะพลอา� ขพนุง2อผอาเกมจือางกจเึงมไือดง้รสวุโมขกทนยรไวดบ้สร�าวเมรผจู้คนเปข็นบผไลล หนา 91-121 หรอื จากแหลง เรียนรูอน่ื ๆ เชน
พระบรมราชานสุ าวรยี พอขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย หนังสอื ในหองสมดุ เวบ็ ไซตใ นอนิ เทอรเน็ต เปน ตน
ปฐมกษตั รยิ แหง กรุงสโุ ขทยั

มาจากความเสอื มอา� นาจของอาณาจกรขอมและความสามคคีของหมผู นู้ �าชมุ ชนชาวไทย โดยพอขนุ ผาเมอื ง เพอื่ นํามาอภิปรายรว มกันในชน้ั เรียน เชน
ยึดเมืองสโุ ขทยไว้ สวนพอขนุ บางกลางหาวเขา้ ยดึ เมอื งศรสี ชนาลย
ตอมาพอขนุ ผาเมืองได้สถาปนาพอขุนบางกลางหาวใหข้ ึนเป็นกษตริย์ครองเมอื งสโุ ขทย แล้วถวาย • พระมหากษัตริยท่มี บี ทบาทสําคัญในการ
พระนามวา พอขุนศรอี ินทราทิตย์ นบเปน็ การสถาปนาราชวงศพ์ ระรวง และกรงุ สโุ ขทยเป็นราชธานเี มอื สรางสรรคช าตไิ ทยมพี ระองคใ ดบา ง
พ.ศ. ๑๗๙๒
นอกจากนี พอขนุ ศรีอินทราทิตย์ยงได้ยกทพไปปราบขุนสามชน • สถาบันพระมหากษตั รยิ ม ีบทบาทในการ
เจา้ เมอื งฉอด (ปจั จุบนเปน็ เมืองรา้ งอยูทีดานแมสอด จงหวดตาก) สรา งสรรคชาตไิ ทยอยางไร
พ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์

ซึงยกก�าลงเข้ามายึดเมืองตาก และสุโขทยเป็นฝ่ายชนะ ทรงมบี ทบาทสา™ คัญในการสร้างอาณาจกั ร อธบิ ายความรู้
ทา� ใหไ้ มมีขา้ ศึกเข้ามารกุ รานสุโขทย อาณาจกรสุโขทยที ของชนชาติäทย การทพี ระองคท์ รงร่วมมอื กบั
เรมิ ต้นภายหลงการสถาปนาจงึ ดา� รงอยไู ดอ้ ยางมนคง พอ่ ขุนผาเมืองขับäล่อิท¸ิพลของขอมให้พน้ จาก ครสู ุม ใหน ักเรยี นยกตวั อยา งพระราชกรณยี กจิ
ตงแตนนมา สโุ ขทัยäด้ แสดงใหเ้ หน¶Öงความเปน็ ผู้นíาของพระองค์ ของพอ ขุนศรีอนิ ทราทติ ยท่ีสง ผลตอ การสรา งสรรค
ชาติไทย
และความสมัครสมานสามคั คขี องคนäทยในยาม
(แนวตอบ พระราชกรณียกิจทส่ี ําคญั ของพอ ขุน
ทีบา้ นเมืองกíาลังคบั ขนั ศรีอนิ ทราทิตย คอื การกําจดั อทิ ธิพลของขอมไป

๙1 จากสุโขทยั การสถาปนากรุงสโุ ขทัยเปน ราชธานี

ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT ของไทย ทาํ ใหค นไทยรวมตัวกันไดอยา งเปน
ปกแผนและมั่นคง)

เกร็ดแนะครู

พอขุนศรีอนิ ทราทิตยท รงสถาปนากรุงสุโขทัยขึ้นไดอยางไร ครอู ธบิ ายเกีย่ วกับพระนามของพอ ขนุ ศรอี นิ ทราทิตยว า พระองคม พี ระนาม

แนวตอบ พอ ขุนบางกลางหาว เจาเมอื งบางยางไดร ว มมือกับ เรยี กหลายพระนาม ไดแ ก พอ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย เปน พระนามทพ่ี อขุนผาเมอื งทรงถวาย
พอ ขุนผาเมือง เจา เมอื งราด กาํ จัดอทิ ธพิ ลของขอมไปจากสโุ ขทยั ได เม่อื ขน้ึ ครองราชย พอขุนบางกลางหาว เปน พระนามขณะเปน เจา เมอื งบางยาง
สาํ เรจ็ จากนนั้ พอ ขนุ ผาเมอื งไดสถาปนาพอขนุ บางกลางหาวขนึ้ เปน พระอรณุ ราช เปน พระนามทกี่ ลาวไวใ นหนังสอื ชินกาลมาลีปกรณ และพระไสยรงั คราช
กษตั รยิ ค รองเมืองสโุ ขทยั สืบแทน แลว ถวายพระนามวา “พอ ขนุ ศรี เปนพระนามในภาษาบาลี
อนิ ทราทิตย”
นักเรียนควรรู

1 เมืองราด ศาสตราจารย ดร.ประเสริฐ ณ นคร สันนษิ ฐานวา นา จะตั้งอยใู น
บริเวณลมุ แมนา้ํ นาน ในเขตจงั หวดั นา นปจจุบนั
2 ขอมสะบาดโขลญลําพง ขุนนางขอมผูสามารถยึดอาํ นาจครอบครองแควน
เชลียงสโุ ขทัยได ในตอนปลายพทุ ธศตวรรษท่ี 18

คู่มอื ครู

กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ Eาxยplคaiวn ามรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Elaborate Evaluate
Explain
อธิบายความรู

1. ครใู หนกั เรียนรวมกนั อภิปรายวา หากกลาวถงึ พอ ขุนรามคําแหงมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑)
พอ ขนุ รามคําแหงมหาราช นักเรียนจะนึกถงึ
พระราชกรณยี กจิ ดา นใดของพระองค พระราชประวัติ
(แนวตอบ พระราชกรณยี กิจท่ีสาํ คัญของพระองค
เชน ทรงคดิ ประดษิ ฐอ ักษรไทย ทรงโปรดเกลา ฯ พ่อขุนรามค�าแหงมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรสของ
ใหส รา งศลิ าจารกึ หลักที่ 1 เปนตน ) พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพระนางเสือง โดยมีพีน้องร่วม
ท้องเดียวกนทงหมด ๕ พระองค์ มีพระนามเดิมว่า ราม
2. ครเู กริ่นนําเกย่ี วกบั พอ ขนุ รามคําแหงมหาราช พระองคท์ รงมีความกล้าหาญในการศกึ สงครามมาตงแตย่ งมไิ ด้
วา ทรงเปน พระมหากษัตริยพ ระองคเ ดียวใน เสดจขึนครองราชย์ และเมือเสดจขนึ ครองราชย์แล้ว กทรงมี
สมัยสุโขทัยท่ีไดร บั พระสมัญญาวา มหาราช พระราชกรณียกิจสา� คญในการสร้างสรรค์ชาติไทย
จากนั้นครูใหน กั เรียนบอกเหตผุ ลวาเพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ พอ ขนุ รามคําแหงมหาราชทรงเปน พระราชกรณยี กิจสําคัญ
พระมหากษัตริยท ม่ี พี ระปรชี าสามารถมาก
พระองคไดท รงพฒั นาบานเมืองใหม คี วามเจรญิ พระบรมราชานสุ าวรียพอขุนรามคา� แหงมหาราช เจ้าเมดอื ง้าฉนอคดว1ตางมแมต่ัก่น่อคนงทพี ทรระงอกงรคะจ์ ทะ�าเสยดุทจธขหนึ ตคถรอีกงบรขาชุนยส์ าทมา� ชในห้
รุง เรอื งในทกุ ดา น เชน กษตั ริยผ ยู้ ง่ิ ใหญแหง อาณาจกั รสุโขทัย แวน่ แคว้นตา่ งๆ ไมก่ ลา้ มาคุกคามอาณาจกรสุโขทย และเมอื
• ดานความมนั่ คง ทรงขยายอาณาเขต
อาณาจักรสุโขทยั ออกไปอยา งกวางขวางมาก เสดจขนึ ครองราชย์แลว้ พระองค์ทรงขยายอาณาเขตของอาณาจกรสโุ ขทยออกไปอยา่ งกวา้ งขวางมากทสี ุดใน
ที่สุดในสมยั สโุ ขทยั สมยสุโขทย โดย ทศิ ตะวนั ออก ได้เมืองสระหลวง สองแคว (พษิ ณโุ ลก), ลุมบาจาย (หลม่ เกา่ ), สระคา ถึง
• ดา นการเมือง ทรงวางรูปแบบการปกครองพอ ฝังแมน่ า� โขง ถงึ เวียงจนทน์และเวียงค�า ทิศตะวันตก ไดเ้ มืองฉอด, หงสาวดี จนสดุ ฝงั ทะเลเปน็ อาณาเขต
ปกครองลูก อันเปน แบบอยางใหก ับผปู กครอง ทิศเหนือ ไดเ้ มอื งแพร่, น่าน, พลว (อ�าเภอปวั จงหวดนา่ น) เลยฝงั โขงไปถึงเมืองชวา (หลวงพระบาง)
บา นเมอื งในยุคหลงั ของไทย ทิศใต ได้เมอื งคณฑี (กา� แพงเพชร), พระบาง (นครสวรรค์), แพรก (ชยนาท), สพุ รรณภมู ,ิ ราชบรุ ี, เพชรบุร,ี
• ดา นเศรษฐกจิ ทรงสงเสรมิ ใหม ีการคา ขาย นครศรธี รรมราช จนสดุ ฝังทะเล
อยา งเสรที ้งั ในเมืองสุโขทัยเองและระหวา งรัฐ ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงวางรูปแบบการปกครองแบบ พอ่ ปกครองลูก อนเปน็ แบบอย่างให้กบ
ตา งๆ ผูป้ กครองบ้านเมืองในยคุ หลงๆ ของไทย ดงจะเหนไดจ้ ากการ
• ดา นศาสนา ทรงรับเอาพระพุทธศาสนานกิ าย ทีพอ่ ขุนรามค�าแหงมหาราชทรงเอาพระทยใส่ดูแลทกุ ขส์ ุขของ
เถรวาทลัทธิลังกาวงศมาประดิษฐานทเี่ มอื ง ราษฎรอย่างใกล้ชดิ ด้วยการโปรดให้แขวนกระดิงไว้ทปี ระตู
สโุ ขทัย และสงเสริมใหช าวเมอื งนับถอื กนั พระราชวง เพือใหร้ าษฎรได้ร้องทุกข์และพระองค์กจะทรงตดสิน
อยางแพรหลาย ด้วยพระองค์เอง นอกจากนี พระองค์ยงโปรดใหส้ ร้างพระแท่น
• ดานวรรณกรรม ทรงคิดประดิษฐอ กั ษรไทยขน้ึ มนงศลิ าบาตรตงไว้กลางดงตาล ส�าหรบไว้ให้พระภิกษุสงฆ์
เรียกวา “ลายสือไทย” ทาํ ใหคนไทยมีอักษรไทย ขึนแสดงธรรมในวนธรรมสวนะ และทรงใช้เปน็ ทีประทบอบรม
ใชมาจนถึงทกุ วนั น้)ี สงสอนพสกนกิ รในวนธรรมดา
ด้านเศรษฐกิจ ทรงสง่ เสรมิ ให้มีการคา้ เสรี โดยไม่เกบภาษี
พพิรพะธิ แภทณั นฑมวนดั งั พศริละาศบรารี ตตั รนปศจาจสบุดนัารเกาม็บ2รกั ษาไวท้ ี่ ผ่านด่าน ทเี รยี กวา่ จกอบ (จงกอบ) ท�าให้การค้าขายของสโุ ขทย
ขยายตว
กรงุ เทพมหานคร

๙2

นกั เรยี นควรรู บรู ณาการเชื่อมสาระ
ครูสามารถนําเนือ้ หาเร่ืองอาณาจกั รสุโขทยั สมยั พอขุนรามคาํ แหง
1 เมอื งฉอด สันษิฐานวา เปน เมืองที่ตั้งอยูร มิ แมน ้ําเมย ปจ จบุ ันเปน เมอื งรางอยูท ่ี มหาราช ไปบรู ณาการเชอ่ื มกบั วิชาภมู ศิ าสตร โดยใหนักเรียน
อาํ เภอแมสอด จงั หวัดตาก ศกึ ษาคนควา ขอ มูลเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกับอาณาเขตของอาณาจักร
2 พพิ ิธภณั ฑวดั พระศรีรัตนศาสดาราม ในอดตี เคยเปน โรงกษาปณ ตอ มา สุโขทัยสมัยพอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช แลวใหจดั ทําแผนทโ่ี ดยสังเขป
สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสดงอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทยั สมัยพอขุนรามคาํ แหงมหาราช
ไดข อพระราชทานอาคารโรงกษาปณแ หงน้ีมาจัดต้งั เปนพิพธิ ภัณฑ โดยสามารถนําแผนทีโ่ ครงรา งมาจากเวบ็ ไซตในอนิ เทอรเนต็ จากน้นั
นาํ มาระบายสี ใสสัญลักษณท างภูมศิ าสตร และตกแตง ใหส วยงาม
แลว นาํ สง ครผู ูสอน

92 คมู อื ครู

กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

ดา้ นภาษา ทรงคิดประดษิ ฐ์อกษรไทย เรยี กว่า ลายสือไทย1เมอื พ.ศ. ๑๘๒๖ โดยใช้แทนตวอกษรขอม อธบิ ายความรู้
ทีเคยใช้กนมาแต่เดิมและได้มีพฒนาการมาเป็นล�าดบ แสดงให้เหนถึงความเป็นอิสระของชนชาติไทย ท�าให้
คนไทยมอี กษรไทยใช้มาจนถึงทุกวนนี และยงโปรดให้จารกึ ตวอกษรลงบนศิลาจารึกหลกที ๑ ท�าให้คนไทย 1. ครูใหน ักเรยี นดูภาพพระแทนมนังศิลาบาตร
ยคุ หลงและนกประวตศิ าสตรไ์ ดร้ บทราบเรืองราวต่างๆ ทเี กดิ ขึนในสมยสโุ ขทย ในหนังสือเรียนหนา 92 แลวใหน กั เรยี นอธิบาย
ความสําคญั
ภาพวดา้าดนจินศตานสานกาารพทอ ขรุนงรนา�ามพคา� รแะหพงมุทหธาศราาชสโปนราดนใหิก้จาายรกึเถอรักวษารไททลยทหรธือลิ ลงากยสาอื วไงทศย2์จลงาใกนเศมิลอืาจงานรึกครเมศ่ือรธีพร.ศร.ม๑ร๘า๒ช๖มาเผยแผ่ที (แนวตอบ พระแทน ซึง่ พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช
กรุงสโุ ขทย และทรงส่งเสรมิ ใหช้ าวเมืองนบถอื กนอย่างแพรห่ ลาย ท�าให้พระพุทธศาสนาไดว้ างรากฐานมนคง ทรงโปรดเกลา ฯ ใหสรางข้นึ สาํ หรับไวให
ในอาณาจกรสโุ ขทยจนกระทงได้กลายเป็นศาสนาประจา� ชาติไทยมาจนถึงปัจจบุ น พระภกิ ษุสงฆขน้ึ แสดงธรรมในวันธรรมสวนะ
ด้านการทตู ทรงเป็นพนธมิตรกบพระยามงรายมหาราชแห่งล้านนา และใชเ ปนทีป่ ระทบั สําหรบั อบรมสัง่ สอนบรรดา
ขนุ นางและพสกนิกรในวันธรรมดา แสดงให
เห็นถงึ ความใกลชดิ ระหวา งพระมหากษตั รยิ 
กบั ราษฎร)

2. ครใู หนักเรยี นสรปุ ลกั ษณะสาํ คญั ของการ
ปกครองระบอบพอ ปกครองลกู ในสมัย
พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช
(แนวตอบ เปนระบอบการปกครองทผ่ี ปู กครอง
และผูอยใู ตก ารปกครองใกลชิดกนั มาก
พระองคทรงเอาพระทัยใสด ูแลทกุ ขสุขของ
ราษฎรอยา งใกลชดิ โดยทรงโปรดเกลา ฯ
ใหแ ขวนกระดิ่งไวท ่ปี ระตพู ระราชวงั เพ่อื ให
ราษฎรทเ่ี ดอื ดรอนมาตีระฆังรอ งทุกข
แลวพระองคก ็จะทรงตัดสินดว ยพระองคเ อง
และทรงประทบั พระแทนมนงั ศลิ าบาตรเพ่อื
อบรมสัง่ สอนขนุ นางและราษฎร อันแสดงให
เหน็ ถึงความใกลชิดระหวางพระมหากษัตริยกบั
ราษฎร เสมอื นหน่ึงเปน ครอบครวั เดยี วกนั )

และพระยางา� เมืองแห่งพะเยา เพอื ปองกนการรกุ รานของพวกมองโกล พอ่ ขนุ รามคาí แหงมหาราช
รวมทงทรงช่วยเหลือพระยามงรายมหาราชในการเลือกชยภูมิ ทรงเป็นวรี กÉัตริย์ทีมพี ระปรชี าสามาร¶
และวางผงเมอื งราชธานแี ห่งใหม่ คือ นพบุรีศรนี ครพิงค์ เป็นทังé นักรบ นกั ปราชญ์ และนักปกครอง
เชียงใหม่ นอกจากนี ทรงสรา้ งความสมพนธท์ างการทูต ทรงสร้างอาณาจักรสุโขทัยให้กว้างใหญ่ äพศาล
กบจีนโดยสง่ คณะทูตพร้อมเครืองราชบรรณาการ และมคี วามเจริญร่งุ เรอื ง จากพระราชกรณยี กจิ

ไปเข้าเฝาจกรพรรดกิ บุ ไลข่าน แหง่ ราชวงศห์ ยวน ทีมีคุณปู การอันยิงใหญ่ จงÖ สมควรแก่การยกย่องเทดิ ทนู

และÀาคÀูมิใจในพระวรี กรรมของพระองค์

๙3

ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นักเรียนควรรู

ในสมัยสุโขทยั ราษฎรไดรับความเดือดรอ นจะขอเขาเฝาพอขนุ 1 ลายสอื ไทย พอขุนรามคาํ แหงมหาราชไดทรงประดษิ ฐอักษรไทยข้ึนโดย
จะตอ งดําเนนิ การอยา งไร ดัดแปลงมาจากอักษรขอมหวัดและอักษรไทยเดมิ ซึง่ ดดั แปลงมาจากอักษรมอญ
และคิดอกั ษรไทยขึน้ ใหมใ หมสี ระและวรรณยกุ ตใหพ อใชกบั ภาษาไทย คณุ ลกั ษณะ
1. ไปตีกลองวินิจฉยั เภรี พเิ ศษของลายสอื ไทย คอื ความสูงตํ่าของตวั อกั ษรเสมอกนั และวางรูปพยัญชนะ
2. ไปส่นั กระดิง่ ทีห่ นาประตูวงั และสระทกุ ตวั ไวในบรรทดั เดียวกัน ทาํ ใหไ มส ้นิ เปลืองเนื้อท่ี และจากรูปอกั ษรท่ี
3. ใหอาลกั ษณเ ขยี นฎกี าถวาย สวนมากเปน เสน เดยี วกนั ตลอด จึงทาํ ใหเ ขยี นงา ยและรวดเรว็
4. ขอเขาเฝา ท่พี ระแทน มนังศลิ าบาตร 2 ลัทธิลงั กาวงศ พระสงฆก ลุม เถรวาททอี่ ยูในศรลี งั กา ซึ่งตอมาเปน ตน กาํ เนิด
ของพระสงฆไ ทยตง้ั แตส มัยสุโขทัยจนถงึ สมยั อยุธยา ในชวงทีไ่ ทยสงพระสงฆไป
วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. ในสมัยสโุ ขทยั ถา ราษฎรมีเรือ่ ง ศึกษาพระพุทธศาสนาที่ศรลี ังกาแลว กลบั มาเผยแผคาํ สอน จึงเรียกวา กลมุ นิกาย
ลงั กาวงศ หรอื ลัทธลิ งั กาวงศ
เดือดรอ นใจ ไมไดร บั ความเปน ธรรม สามารถรอ งเรยี นโดยไปสนั่
กระดง่ิ ที่แขวนไวทห่ี นาประตูวงั เพื่อใหพ อ ขนุ ชวยเหลือบรรเทา
ความทุกขย ากเดอื ดรอนได

คมู่ ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลไิ ทย) (ครองราชย พ.ศ. ๑๘๙๐- ๑๙๑๑)

1. ครนู ําสนทนาโดยถามนักเรยี นวา เม่อื กลา วถึง พระราชประวตั ิ
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) นักเรยี นจะ
นกึ ถงึ บทบาทดานใดของพระองค พระมหาธรรมราชาที ๑ (ลไทย) ทรงเป็นพระราชโอรส
(แนวตอบ ทรงเผยแพรพระราชดาํ ริทางการเมือง ของพระยาเลอไทยในราชวงศ์พระรวงแหงอาณาจกรสุโขทย
แบบธรรมราชา ทรงพระราชนิพนธไตรภูมิ กอนหน้าทีพระองคจ์ ะเสดจขนครองราชย์ได้เคยทรงดแู ลหวเมือง
พระรว ง เปน ตน ) ศรสี ชนาลยในฐานะเป็นเมืองลกู หลวงมากอน

2. ครใู หน กั เรยี นบอกความแตกตา งของการ พระราชกรณียกิจสาํ คญั
ปกครองในสมัยพอ ขนุ รามคําแหงมหาราชกับ
สมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย) ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงรวบรวมอาณาจกรสโุ ขทย
(แนวตอบ ในสมยั พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช เป็นปกึ แผนขนใหมอีกครงหนงหลงจากทีเคยกวา้ งขวางมาแลว้
ปกครองระบอบพอ ปกครองลูก ซงึ่ ถอื วา ในสมยพอขนุ รามคา� แหงมหาราช นอกจากนี พระองคไ์ ดท้ รง
พระมหากษตั ริยมาจากบุคคลธรรมดาแตมี พระบรมราชานสุ าวรียพ ระมหาธรรมราชาท่ี ๑ เผธยรรแมพรราแชนาวพ1รซะงรพาชรดะ�ามรหทาากงษกาตรรเมย์ผอื งู้ปกทคีเรรยี อกงวจาะตก้อารงเปมรือะงพแบฤบต
ความรูความสามารถมากจนไดรบั การยกยอง (ลไิ ทย) ผปู กครองบานเมอื งโดยอาศัยหลกั ธรรม
ยอมรบั นบั ถอื และเคารพเชดิ ชูใหขึ้นเปน ผนู าํ ทางพระพุทธศาสนา
แตใ นสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)
ปกครองระบอบธรรมราชา ซึ่งพระมหากษตั ริย ปฏบตหรอื วางพระองคต์ ามค�าสอนทางพระพุทธศาสนา ทเี รียกวา ทศพธราชธรรม ดงทีปรากฏอยใู นหนงสอื
ไดร ับการยกยองวา เปนสมมติเทพไมใ ชบ คุ คล ไตรภูมพระรวง จนเป็นหลกปฏบตของผูป้ กครองทดี ีมาจนถงทกุ วนนี
ธรรมดา แตท รงประพฤตปิ ฏิบตั ิตนตามคาํ สอน ดา้ นวรรณกรรม ทรงพระราชนพนธ์ ไตรภูมพระรวง หรือ เตภมู กถา อนเปน็ วรรณกรรมทีเกียวขอ้ ง
ทางพระพทุ ธศาสนาทเ่ี รียกวา ทศพิธราชธรรม) กบพระพทุ ธศาสนา กเพอื สงสอนให้ผู้คนกระท�าความดี ละเวน้ ความชว อนเป็นประโยชนต์ อพระพุทธศาสนา
และสงคมไทยเป็นอยางมาก ซงพระองคไ์ ด้พระราชนพนธ์ไว้ตงแตกอนทีจะเสดจเสวยราชสมบต แสดงให้
3. ครูสมุ ใหนกั เรียนสรุปความสาํ คัญของไตรภมู ิ เหนถงพระปรชี าสามารถทางด้านพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาได้เป็นอยางดี นบไดว้ าไตรภมู พระรวงเปน็
พระรว ง วรรณคดเี รืองแรกของไทยและเป็นมรดกตกทอดทีส�าคญทางด้านวฒนธรรมของไทยมาจนกระทงปจั จบุ น
(แนวตอบ ไตรภมู ิพระรว ง หรอื เตภูมิกถา ด้านศาสนา ทรงเป็นศาสนูปถมภ์ เชน ทรงออกผนวช
พระราชนพิ นธใ นพระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลิไทย) ระหวางครองราชย์ทวี ดปา่ มะมวง ทรงสรา้ งพระพุทธบาทรวมทง
เปนวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเลมแรกของ จารกเปน็ พระสญลกษณ์ของพระองค์ในฐานะทที รงตีเมอื งนนได้
ไทย มีเน้ือหาเก่ยี วกับโลกสณั ฐาน ท่แี บงเปน 3 เพอื ให้ประชาชนไดร้ �าลกถงพระพทุ ธเจ้า
สวน หรือ ไตรภูมิ ไดแก กามภูมิ รูปภมู ิ และ และได้กลายเป็นหลกฐาน
อรปู ภมู ิ นอกจากน้ี ยังมีเนื้อหาเกย่ี วกบั คตคิ วาม หนังสือไตรภูมิพระรว ง พระราชนพิ นธใ นพระมหา เยทปาง็นงหตปลน้รงะเหวตลืศอาอสยปตู กรค¸์ทรรี รอมงอานาณÀุ าาพจพมักทราระรกดมงก้วหเปวยา่าเ็น¸มเดวรตรีชรตกามานÉร¸ุÀาตั รชารราพยิมทท์ ีทโมี ñดรงุ่ ยงเนน(ยล้นดÖ าí ิäหหดทล้าลยนกักั)
เชอ่ื ตา งๆ เชน นรก สวรรค การเวียนวายตายเกดิ ธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) นับเปน วรรณกรรมทาง
เปนตน เพอื่ สง่ั สอนใหผ ูคนกระทาํ ความดี พระพุทธศาสนาที่วาดวยเรือ่ งนรก-สวรรค เพ่อื ใช ปกครองแบบ¸รรมราชามาใช้ควบคมุ ดูแลราÉ®ร
ละเวนความชว่ั ) ส่งั สอนราษฎรใหตัง้ ม่ันอยใู นศีลธรรม ทาí ใหอ้ าณาจักรสุโขทยั มคี วามร่มเยนเป็นสขุ

๙4

นกั เรียนควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) ทรงพระราชนิพนธ
1 ธรรมราชา หมายถึง พระมหากษตั ริยผ มู ธี รรม หรอื ผปู ฏบิ ัติตามธรรม เรอ่ื งไตรภมู พิ ระรวง โดยไดรบั อทิ ธิพลจากแนวคิดใดเปน หลัก
“ธรรม” ในทีน่ ี้คือ หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา ไดแ ก ทศพิธราชธรรม จกั รวรรดิวัตร 1. ศาสนาพราหมณ-ฮินดู
และราชจรรยานุวัตร 2. พระพุทธศาสนาลัทธวิ ัชรยาน
3. พระพุทธศาสนาลัทธลิ งั กาวงศ
บรู ณาการอาเซยี น 4. พระพทุ ธศาสนาลทั ธิสยามวงศ
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. ไตรภมู ิพระรวงเปน วรรณกรรมทีไ่ ด
ครอู ธิบายความรูเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั ไตรภมู พิ ระรวงวา ไตรภมู ิพระรว งไดรับการ รับอิทธพิ ลแนวคดิ จากพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลทั ธลิ ังกาวงศ
เสนอใหเ ปนวรรณกรรมอาเซียน เพราะถอื วาเปน วรรณคดีทีด่ ที ีส่ ดุ ในสมยั สโุ ขทยั ซึ่งรับมาจากเมืองนครศรีธรรมราช มาประดษิ ฐานทีเ่ มอื งสโุ ขทยั
ทบ่ี อกเลาปรชั ญาทางพระพทุ ธศาสนา วถิ ชี วี ติ ของคนไทย ตลอดจนความเชื่อในเร่อื ง ต้ังแตสมัยพอขนุ รามคาํ แหงมหาราช
การทาํ ความดี ละความชั่ว โดยมีผูท รงคุณวฒุ ิดานภาษาและวรรณกรรมรว มกัน
ถอดความรวมทั้งหมด 6 เลม แลว แปลเปน ภาษาองั กฤษเพอื่ เผยแพรเ ปนวรรณกรรม
อาเซียน จากนัน้ ใหนกั เรยี นไปศกึ ษาคนควา เพิม่ เตมิ เกีย่ วกับวรรณกรรมอาเซยี นของ
ประเทศสมาชิกอื่นๆ เพ่อื นาํ มาอภปิ รายรวมกนั ในชัน้ เรยี น

ค่มู ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

สมยั อยธุ ยา สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ ๑ (อูทอง) อธิบายความรู้

(ครองราชย พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๒) 1. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกบั พระนามสมเดจ็ พระรามา-
ธิบดที ี่ 1 (พระเจาอทู อง) วา คําวา
พระราชประวตั ิ “พระรามาธบิ ดี” ไดสะทอนใหเ ห็นถงึ คตคิ วาม
เชอ่ื ท่วี า พระนารายณทรงอวตารมาเกดิ เปน
สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี ๑ (อูทอง) ทรงเปน ตนราชวงศ “พระราม” ปกครองเมอื ง “อโยธยา” ตาม
อูทอง ทรงเปนปฐมกษตั ริยผ สู ถาปนากรุงศรอี ยุธยาเปนราชธานี ความเช่อื ของศาสนาพราหมณ- ฮินดู
ของไทย และดาํ รงอยูเปน เวลานานถึง ๔๑๗ ป
2. ครสู ุมใหนกั เรยี นยกตัวอยางพระราชกรณยี กิจ
พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ ในสมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 1 (พระเจาอูทอง)
ทเ่ี กยี่ วกับการสรา งสรรคช าติไทยสมยั อยุธยา
“จตสุ ดดมานภก”1าจราเมกอืเขงมการรปหกรอืคทรอี่เรงยี ทกรวงา น“าํ เรวูปียแงบวบงั กคารลปงั กนคาร”องมแาบใบช (แนวตอบ พระองคทรงเปน ผูสถาปนา
เปนหนว ยงานสําคญั ในการปกครองอาณาจักร กรุงศรอี ยุธยาเปนราชธานีของอาณาจักรอยุธยา
โดย กรมเวียง รับผดิ ชอบดูแลทุกขส ขุ ของราษฎร มีขุนเวียง ทรงนํารปู แบบการปกครองแบบจตสุ ดมภ
พระบรมราชานุสาวรียสมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๑ ซ่งึ ประกอบดว ย เวยี ง วัง คลัง และนา มาเปน
(อทู อง) ปฐมกษัตริยแ หงกรงุ ศรอี ยธุ ยา หนว ยงานสาํ คัญในการปกครองอาณาจกั ร
เปนผูร ับผิดชอบ กรมวัง รับผิดชอบเก่ียวกับการพิจารณา ซ่งึ เปนรปู แบบการปกครองท่ีใชมาจนถึงสมัย
คดีความตา งๆ และจัดระเบียบเก่ียวกับราชสาํ นัก มีขนุ วังเปนผูรับผิดชอบ กรมคลงั รบั ผิดชอบเก่ียวกับ รตั นโกสินทรต อนตน)
การหารายไดแ ละรกั ษาผลประโยชนข องแผน ดนิ มีขนุ คลังเปน ผูรับผดิ ชอบ และ กรมนา รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั
การทาํ มาหากนิ ของราษฎร เชน ทํานา ทําไร ทําสวน มีขุนนาเปนผูร บั ผดิ ชอบ ถึงแมวา ในยุคหลังจะไดมี 3. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภปิ รายวา ในรชั สมยั
การแกไขเพิม่ เติมระบบการปกครองใหเหมาะสมกับสถานการณของบานเมืองมากข้ึนกวาเดิม แตระบบ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจาอูท อง)
จตุสดมภก็ยังเปนหนวยงานหลักในการปกครองของไทยกอนที่จะถึงยุคปรับตวั เขาสูความทันสมัยใน ไดมีการปรบั ปรงุ รูปแบบการปกครองทม่ี ี
สมัยรตั นโกสินทร พระมหากษตั รยิ เ ปนประมขุ เพิ่มเติมจากสมัย
สมัยสนโุ ขอทกัยจดากวนยกี้ าพรรทะี่ทอรงงครยับังเทอารลงปัทรธบัิ ป“เรทงุ วรราากชฐาา”น2กจาารกปเกขคมรรอมงาทดม่ีัดีพแประลมงใหหาสกอษดตั ครลยิ อเปงกนับปลรัะกมษุขณเะพวิม่ ัฒเตนิมธจรารมก สุโขทัย ดว ยการทที่ รงรบั เอาลัทธิเทวราชาจาก
ของคนไทย ทําใหพระมหากษตั รยิ ทรงมสี ถานะเปน “สมมติเทพ” เขมรมาดดั แปลงใหสอดคลอ งกับลกั ษณะของ
นอกเหนอื จากความเปนธรรมราชาที่มีมาแตเดิม ซึ่งทําให คนไทย จากนั้นครูถามนกั เรียนวา รปู แบบ
พระมหากษัตริยก ลายเปนสถาบนั ทางการเมอื งทส่ี ําคญั ดาํ รงอยู การปกครองดงั กลา วสงผลตอ การปกครอง
ในฐานะเปนศูนยร วมและเปนหลัก กรุงศรีอยุธยาอยา งไร
ยึดเหนี่ยวทางดานจิตใจ (แนวตอบ ทําใหพ ระมหากษตั ริยทรงมสี ถานะ
ปตขอลจ องจรดุบามันษาฎจนรชถางึ วไทà»ยš¹Ã¢Òͪ§¸¡Ò·Ã¹Ã§Ø ÊÕȧÁáàûÅàÕÍ´¹šÐÂ稷¾Ø¸¾ÃÃÂçÒÐÇÐÁÒ÷˧ÒÃÃÒÁ§¡ÒÒʡɸðºÔѵŒÒҴç¹Ô¡շ¡¾ÃèÕ Ò§ØñÃÃÈлÍÃ(¡§ÕÍͤ¤ً·¸ØáÃÍÃÂͧ¡Ò)§ เปน “สมมตเิ ทพ” นอกเหนือจากความเปน
ธรรมราชา สงผลใหสถาบนั พระมหากษัตริย
ภาพวาดจนิ ตนาการพระเจา อทู องโปรดใหส ราง ºÒŒ ¹àÁ×ͧãˌ᡾‹ ÃÐÁËÒ¡ÉµÑ Ãԏä·Âù؋ ËÅѧµ‹ÍÁÒ มีความสาํ คัญและมนั่ คงมาจนถงึ ปจจบุ ัน
กรงุ ศรีอยธุ ยาเปน ราชธานีแหง ใหมของไทย เปน ศูนยรวมและเปน หลักยึดเหนย่ี วทางดา น
เมอ่ื พ.ศ. ๑๘๙๓ จติ ใจของคนไทยตลอดมา)

๙๕

กิจกรรมสรา งเสรมิ นักเรยี นควรรู

ครใู หน ักเรยี นศึกษาคน ควา เพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับรูปแบบการปกครอง 1 จตสุ ดมภ ลักษณะการปกครองสว นกลางระดบั สูงของไทยทแี่ บงงานออกเปน
แบบจตุสดมภว า มลี กั ษณะอยา งไร และหนวยงานท่ีเรยี กวา “เวยี ง 4 กรม คอื เวียง วงั คลงั นา เริ่มใชใ นสมัยพระเจา อทู อง และใชกันเร่อื ยมาจนมี
วงั คลัง นา” มีหนาที่และมีบทบาทอยา งไร โดยใหนกั เรยี นสรุป การปฏริ ูปการปกครองในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยหู วั จึงได
สาระสําคญั ลงในกระดาษ A4 แลวนําสง ครผู ูสอน ยกเลิก
2 เทวราชา เปน ลัทธคิ วามเชื่อทถี่ อื วา พระมหากษตั ริยค ือเทพเจา ทจี่ ตุ ลิ งมา
กิจกรรมทา ทาย ปกครองมนษุ ย หรอื เปนสมมติเทพ กลาวคือ เปนนายของประชาชน และประชาชน
เปน บาวของพระมหากษัตริย ทรงเปน เสมอื นเจา ชวี ติ เปน ผูม ีอํานาจเด็ดขาด
ครูควรใหน กั เรียนสรปุ เกยี่ วกับรูปแบบการปกครองในสมยั สามารถกําหนดชะตาชวี ิตของผอู ยูใ ตการปกครองได และถอื วา อํานาจในการ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ท้ังการปกครองในสวนกลาง สว น ปกครองนนั้ พระมหากษัตริยท รงไดรบั มาจากสวรรค เปน เทวโองการ การกระทาํ
ภูมิภาค และสว นทองถิ่น เปนรูปแบบแผนผังความคิด เพอื่ ให ของพระองคถ อื วาเปน ความตอ งการของพระเจา การที่อยธุ ยาในระยะเรม่ิ แรก
นกั เรยี นสามารถเขาใจและจดจําการปกครองในสมัยน้ไี ดดยี ่งิ ขึ้น รบั เอาคตินิยมเทวราชาเขา มาจงึ ทําใหต อ งมีวิธีการและกฎเกณฑตางๆ ทจี่ ะทําให
คนยอมรับวา พระมหากษตั รยิ ทรงมีความเปน สมมตเิ ทพจรงิ ๆ

คู่มือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้

1. ครเู ลา พระราชประวตั ิของสมเด็จพระบรมไตร-
โลกนาถวา ทรงเปนพระมหากษัตริยล าํ ดบั ท่ี 8 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครองราชย พ.ศ. ๑๙๙๑- ๒๐๓๑)
แหงกรุงศรอี ยธุ ยา และเปน พระมหากษตั รยิ 
ในราชวงศสพุ รรณภูมิลาํ ดับที่ 5 ทรงไดรับการ
ยกยอ งวา เปน กษตั รยิ นกั ปกครองแหง พระราชประวัติ
กรงุ ศรอี ยธุ ยา จากน้นั ครูใหนกั เรียนบอกวา
เพราะเหตุใด โดยใหน ักเรยี นศึกษาขอ มูลจาก สมเดจพระบรมไตรโลกนาถทรงเปน็ พระมหากษตั ริยอ์ ยุธยา
หนงั สอื เรียน หนา 96 ในลา� ดับที ๘ โดยเปน็ พระราชโอรสของสมเดจพระบรมราชาธริ าช
(แนวตอบ พระองคไดท รงปฏิรูปการปกครองของ ที ๒(เจ้าสามพระยา) กบั พระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที ๒
อยธุ ยาครั้งใหญ จนกระทงั่ ไดกลายเปนรากฐาน แหงราชวงศ์พระรวง จึงทรงมีเชือสายทงั ราชวงศ์พระรวงแหง
การปกครองอาณาจักรของไทยมาจนถึงสมยั กรงุ สโุ ขทัยและราชวงศ์สพุ รรณภูมิแหงกรุงศรอี ยธุ ยา
รัตนโกสนิ ทรตอนตน )
2. ครูใหนกั เรยี นอธิบายวา สมเด็จพระบรมไตร- พระราชกรณียกิจสําคญั
โลกนาถทรงวางรากฐานการปกครองไวอยางไร
(แนวตอบ ทรงโปรดใหต ั้งอัครมหาเสนาบดี 2 ดา้ นการเมอื งการปกครอง ทรงปฏิรูปการปกครองแผนดิน
ตําแหนง คอื สมุหนายก รับผดิ ชอบกจิ การ ครังใหญ จนกระทงั ได้กลายเป็นรากฐานการปกครองอาณาจกั ร
ฝา ยพลเรอื นทวั่ ราชอาณาจกั ร รวมทง้ั จตุสดมภ พระบรมราชานสุ าวรยี สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ในสมัยตอมา โดยไดโ้ ปรดใหต้ งั อคั รมหาเสนาบดี ๒ ต�าแหนง
สมุหพระกลาโหม รบั ผิดชอบกิจการฝายทหาร กษัตรยิ นกั ปกครองแหง กรุงศรีอยุธยา คือ สมุหพระกลาโหม มีหน้าทีรับผิดชอบกิจการฝ่ายทหาร

ทัวราชอาณาจักร กับสมหุ นายก มีหนา้ ทรี บั ผิดชอบกจิ การฝ่ายพลเรอื นทัวราชอาณาจกั ร รวมทังจตุสดมภ์
อกี ด้วย นอกจากนยี ังไดแ้ บงหัวเมืองออกเป็นหวั เมืองชันใน หัวเมอื งชันนอก เพอื ประโยชนส์ า� หรบั การปกครอง
หวั เมอื งใหร้ ัดกมุ ยิงขนึ มกี ารแบงหวั เมอื งขนาดใหญขนาดเลกตามลา� ดับความสา� คัญ คือ หวั เมืองเอก โท ตรี
และจตั วา นอกจากนนั ยังแบงการปกครองหวั เมอื งหนึงๆ ออกเปน็ แขวง ต�าบล และหมบู า้ น เพือสะดวก
ทว่ั ราชอาณาจักร นอกจากน้ี ยังแบงหวั เมอื ง ในการกา� กับดแู ลควบคุมกา� ลงั คน
ออกเปน หวั เมืองช้นั ใน หัวเมืองช้นั นอก เพ่ือให การทีสมเดจพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏริ ปู การปกครองแผนดินครงั ใหญเปน็ เพราะอาณาจกั รอยุธยา
สามารถปกครองหัวเมอื งไดอ ยา งรัดกุม และแบง กว้างขวางมากยิงขึนกวาเดิม ทา� ใหม้ ีจ�านวนประชากรไพรพลมากยงิ ขึนตามไปด้วย โดยเฉพาะอยางยิง
หวั เมืองขนาดใหญ เลก็ ตามลําดับความสําคญั อในันสเดมยี ยั วขกอนั งพเพระราอะงพครไ์ ะดร้ทารชงมสารร้าดงาค1ขวอางมพสรัมะพอังนคธ์ท์รระงหมวเีาชงอื อสาาณยาราจชกั วรงสศุโข์สทุโขัยทกยั ับอ(ราาณชวางจศัก์พรรอะยรธุ วยงา)ให้เป็นอันหนงึ
คอื เมืองเอก โท ตรี และจตั วา และแบงการ นอกจากนี การทพี ระองคไ์ ด้ทรงตรากฎมณเทยี รบาลขึนในราชส�านกั ทา� ให้ทราบแนชัดวาในบรรดา
ปกครองหวั เมืองออกเปน แขวง ตาํ บล หมูบ า น ไมพอรกดบัีกนัศีร้สผะไดักบืปรดิ้วดาสตชยินชนัาอโามตบอปโตรรดรตะสวิยะดลขงกจศับออ��าาต์ดงขตหพอจอวันไรนงปะดศสมเกัใิทพพหหดธรือาค้ินอ้ขิ จกมาอนะษงกไไตับทนัทดรุคน�าย้เยิ คปใทัน์นหลน็ุยกันเ้ใตังกคพนไิดัวนรดสกคะยท้งั อา�วคกรหงางมเคมนตวใ์ใส้ดรนหดาะพ้แหมพดตนรฐีรวกะา้าะกนตมทระาาหีคชสงาวกูงกาก�ามษวหาัตปนแแรดกลลิยศคะะ์เกัรปเหอด็นมงินรขาาะทอ2ะเสบงรäมียงทรมบทยะีบเจีบสรทะืบียบบบตการา่อสท้อรมมสยปาเดา™จกคอจนคนััญพ¶รรเใอปÖงะนสงน็บแกมรผรายั าม่นรรกäวดัต°ตาินนงารใโรนโกหลาใสกก้รนินดั°นกกทาาานุม¶รร์
เพอื่ สะดวกในการกาํ กบั ดูแลควบคมุ กาํ ลังคน) ในการปกครองก�าลังคนและสะดวกส�าหรับการ
3. ครูถามนกั เรยี นวา การท่สี มเด็จพระบรม- ลงโทษปรับไหมผกู้ ระทา� ผดิ กอ่ นมกี ารปรับปรุงประเทศเข้าสู่ความทนั สมยั
ไตรโลกนาถทรงตราพระราชกําหนดศกั ดนิ า
สง ผลตอการจัดระเบียบของสงั คมอยา งไร
(แนวตอบ พระราชกําหนดศกั ดินา มกี ารกําหนด
ใหคนไทยทกุ คนยกเวนพระมหากษตั รยิ ม ี
ศักดนิ าของเจา ตัว เพอื่ เปน ตวั กาํ หนดหนาที่
ความรับผิดชอบ ตลอดจนสิทธิของบุคคลใน
สังคมใหแตกตา งกนั ไปตามระดับของศกั ดินา ๙๖

ทําใหเกิดความสะดวกในการปกครองกําลังคน ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
และการลงโทษปรับไหมผูก ระทาํ ผิดตอกัน)

นักเรยี นควรรู

1 พระราชมารดา พระราชมารดาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเปน ผใู ดไมไดอ ยูใ นระบบศกั ดนิ าตามกฎหมายศักดนิ าในสมัยสมเดจ็
พระธดิ าของพระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลอื ไทย) แหง กรุงสุโขทัย และทรงเปน พระบรมไตรโลกนาถ
พระมเหสขี องสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจา สามพระยา) แหงกรงุ ศรีอยธุ ยา
2 ศกั ดนิ า อํานาจในการถอื ครองทน่ี า ถอื เปนสงิ่ ท่พี ระมหากษัตรยิ พระราชทาน 1. เจา นาย
ใหป ระจาํ เจานาย ขุนนาง และพอคาประชาชนทัว่ ไป ศักดนิ ามหี นวยเปน “ไร” 2. ขนุ นาง
บุคคลทุกคนมศี กั ดนิ าประจาํ ตัว บคุ คลใดไดย ศตําแหนงสูง บคุ คลน้นั ยอ มมี 3. ขา ราชการ
ศกั ดินามาก มลู เหตทุ ี่กาํ หนดใหมีศักดินา เพราะในสมยั กอนพระบรมวงศานวุ งศ 4. พระมหากษตั รยิ 
และขนุ นางยงั ไมม ีเงินเดือนเหมือนในปจ จบุ ัน พระมหากษตั ริยจ ึงทรงใชวธิ ี
พระราชทานท่ดี นิ ใหมากนอ ยตามฐานะ แตในความเปน จริง บุคคลตางๆ ไมไดม ี วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 4. พระราชกําหนดศักดินาในสมยั
ทด่ี ินไวใ นครอบครองตามท่กี ฎหมายกาํ หนด
สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ไดก าํ หนดใหค นไทยทกุ คนยกเวน
พระมหากษัตริยมีศกั ดนิ าประจําตัว เพอ่ื จะไดเปน ตัวกาํ หนดหนา ท่ี
ความรบั ผิดชอบ ตลอดจนสทิ ธิของบุคคลในสงั คมใหแ ตกตางกนั ไป
ตามระดบั ของศักดินา

ค่มู ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

สมเด็จพระสรุ ิโยทัย (มีพระชนมายรุ ะหวา ง พ.ศ. ๒๐๕๔ -๒๐๙๒) อธิบายความรู้

พระประวัติ 1. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นทเี่ คยชมภาพยนตร
เร่ืองสรุ ิโยทัย หรือมคี วามรเู ก่ยี วกบั วรี กรรม
สมเด็จพระสุริโยทัยทรงเปนพระอัครมเหสีของสมเด็จ ของสมเด็จพระสุรโิ ยทยั ออกมาเลา ใหเพื่อนฟง
พระมหาจกั รพรรดิ พระมหากษตั รยิ อ ยธุ ยาในลําดับที่ ๑๕ ทรงมี แลวใหนกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี ว
พระราชโอรสและพระราชธิดา รวม ๕ พระองค ไดแก กับวรี กรรมดงั กลาว
พระราเมศวร พระบรมดลิ ก พระสวัสดริ าช (ตอมาไดร บั การ
สถาปนาเปน พระวสิ ทุ ธิกษตั รี) พระมหนิ ทราธิราช และพระเทพ 2. ครูใหน กั เรียนบอกสาเหตทุ ี่สง ผลใหเกดิ
กษตั รี วีรกรรมของสมเด็จพระสรุ โิ ยทยั และผลจาก
เหตุการณดังกลา ว
พระกรณยี กิจสําคัญ (แนวตอบ เหตุการณเกิดขึน้ เม่ือ พ.ศ. 2091
เมอ่ื พระเจา ตะเบ็งชเวตี้แหงกรุงหงสาวดี
ดานความมนั่ คง ใน พ.ศ. ๒๐๙๑ พระเจาตะเบ็งชเวต้ี ทรงยกทพั เขามาโจมตกี รงุ ศรีอยธุ ยา สมเด็จ
แหงกรุงหงสาวดีทรงยกทพั ใหญเ ขา มาโจมตีกรุงศรอี ยธุ ยา สมเด็จ พระมหาจกั รพรรดจิ ึงเสด็จยกทัพหลวงออกไป
อนสุ าวรยี ส มเด็จพระสรุ ิโยทัย วีรสตรีแหง พระมหาจักรพรรดจิ ึงเสด็จยกกองทัพหลวงดวยพระคชาธาร รบั ศกึ และสมเด็จพระสรุ โิ ยทยั พระอัครมเหสี
กรงุ ศรีอยธุ ยา ออกไปเพ่อื หวังจะลองกําลงั ของขาศึก สมเด็จพระสุริโยทัย ทรงแตงพระองคอ ยา งชายตามเสดจ็ ไปดว ย
สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดไิ ดยุทธหตั ถกี บั
พระอคั รมเหสีก็ทรงแตงพระองคเปน ชายอยางพระมหาอปุ ราชทรงพระคชาธารตามเสด็จไปดวย พรอมทงั้ พระเจาแปรแตเ กดิ เสียที สมเดจ็ พระสุรโิ ยทัย
พขอรงะพรการเอะมเงศจทวาัพหรแขงลสอะางพสวดรมะ2จี เมดนห็จเกนิพิดทรกระาามรธหชิราานชจชักาพงรรพแะบรรบราดชยิไุทโอดธรเหสกัตทิดถง้ัปีสะอชทงา ะพงกทรันะรองกขงับคอกงอสงมทเัดพจ็ขพอรงะพมรหะาเจจากั แรปพรร1รดซเิ งึ่สเียปทนหี ทนัพขี หานศึาก ไดขับชางเขาขวางไว จงึ ถกู พระเจา แปรฟน
ขณะทชี่ างของพระเจาแปรตามมาตดิ ๆ สมเด็จพระสุริโยทยั ทรงเกรงวาพระราชสวามจี ะทรงเปน อนั ตราย ส้นิ พระชนมซ บกบั คอชาง แตศ ึกครั้งนี้พมา
จึงไสชา งทรงเขา ขวางชา งขาศกึ เอาไว พพรระะรเาจเามแศปวรรจแึงลฟะนพสรมะมเดหจ็ ินพทรระาสธุรริ โิายช3ทกยั ช็ ดว วยยกพนั รเอะาแพสรงะขศอพงาขวองถพกู รพะรมะาอรงดคา ตไี ทยไมส าํ เร็จ เนอื่ งจากไทยสามารถปอ งกัน
ขาดสะพายแลงส้นิ พระชนมบนคอชา ง กลับมาได เมืองไวเปนอยางดี ทัพพมา ตงั้ ลอ มกรุงอยนู าน
ก็เรม่ิ ขาดแคลนเสบียงอาหาร จึงตอ งยกทัพ
ภายหลงั สงคราม สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิจึงไดทรงทํา กลบั )
พระเมรพุ ระราชทานเพลิงพระศพและใหสรา งพระเจดียข ้ึนตรง
พระเมรเุ พือ่ ราํ ลึกถงึ พระวีรกรรมของ 3. ครใู หนักเรยี นรวมกนั แสดงความคิดเหน็ วา
สมเดจ็ พระสรุ ิโยทัย วรี กรรมของสมเดจ็ พระสุรโิ ยทัยมสี ว นในการ
สรางสรรคชาติไทยอยา งไร
4 ÊÁà´¨ç ¾ÃÐÊØÃâÔ Â·ÂÑ (แนวตอบ พระวีรกรรมของสมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย
·Ã§à»š¹ÇÕÃÊµÃ·Õ ¡Õè ÅŒÒËÒÞ ·Ã§ÊÅÐ เปน แบบอยางของอนชุ นไทยในสมยั ตอมาท่ี
พระเจดียศ รีสรุ ิโยทัย ในเขตวดั สวนหลวงสบสวรรค ¾ÃЪ¹Áª ¾Õ 㹡Òû¡»Í‡ §ÊÁà´ç¨¾ÃÐ แสดงถงึ ความกลาหาญในการสละพระชนมชพี
ÁËÒ¨¡Ñ þÃôԢ³Ð·íÒÂØ·¸ËµÑ ¶Õ¡ºÑ ¢ŒÒÈ¡Ö ¹ºÑ ໹š เพ่ือปกปองสถาบนั พระมหากษตั ริยแ ละบา น
ẺÍÂÒ‹ §ãˌᡋ͹ªØ ¹ä·ÂÂ¤Ø ËÅ§Ñ µÍ‹ ÁÒ เมืองใหดํารงอยางมนั่ คง)
㹡Òû¡»Í‡ §Ê¶Òº¹Ñ ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃÂÔ 

áÅЪҵԺŒÒ¹àÁ×ͧ

๙๗

กจิ กรรมทา ทาย นักเรียนควรรู

ครูใหนักเรียนศกึ ษาคนควาพระราชประวตั ขิ องสมเด็จ 1 พระเจาแปร เปน ราชครูของพระเจา ตะเบงชะเวตี้ กษัตรยิ พ มา ไดรับราชการ
พระสุริโยทัย เกย่ี วกับลาํ ดบั พระญาตขิ องพระองค จากนั้นให มาตั้งแตส มัยพระราชบดิ า (พระเจาตองอูมหาสริ ไิ ชยสรุ ะ) เปนแมทัพสาํ คญั และ
จัดทําแผนผงั แสดงลาํ ดบั พระญาติของสมเด็จพระสุริโยทยั ซง่ึ จะ เปนผูฟนพระสรุ โิ ยทยั ขาดคอชา ง ในสมรภูมทิ ุง มะขามหยอง
ชวยใหเห็นความสัมพนั ธข องสถาบันพระมหากษัตริยใ นชว งเวลา 2 พระเจา หงสาวดี พระนามท่ีนยิ มเรียกพระมหากษัตริยท ีค่ รองกรุงหงสาวดี
ดังกลาว นักเรียนจะไดเ ขา ใจความสัมพนั ธของพระมหากษัตรยิ  ทุกพระองค ในที่นี้ หมายถึง พระเจา ตะเบงชะเวต้ี
และพระญาติ สามารถลาํ ดับเหตุการณทางประวัติศาสตร และ 3 พระมหนิ ทราธริ าช ตอมาไดขึน้ ครองราชยเปนพระมหากษตั รยิ ล าํ ดับที่ 18
เขาใจประวัตศิ าสตรไ ทยในสมยั อยุธยาไดดีย่ิงขึน้ ของกรุงศรอี ยธุ ยา และลาํ ดับที่ 14 ในราชวงศส พุ รรณภูมิ ทรงครองราชสมบตั ิเพยี ง
พ.ศ. 2111-2112 เทา นั้น
4 สวนหลวงสบสวรรค ปจจุบนั คือ วัดสวนหลวงสบสวรรค ตั้งอยใู นเกาะเมอื ง
ดา นทิศตะวันตก จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เปน สถานท่พี ระราชทานเพลงิ พระศพ
สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย แลว โปรดใหสรางพระอารามข้นึ ตรงพระเมรุ มเี จดยี ส ูงใหญ
ทรงยอไมมมุ สบิ สอง บรรจพุ ระอัฐิสมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั พระอารามที่โปรดใหส รางข้นึ
ทีส่ วนหลวงกบั วดั สบสวรรคจ ึงรวมเรยี กวา “วัดสวนหลวงสบสวรรค”

คู่มอื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘)

.1. ครนู าํ ภาพเหตุการณสาํ คัญในสมัยสมเดจ็ พระราชประวัติ
พระนเรศวรมหาราชจากโคลงภาพพระราช-
พงศาวดารมาใหนกั เรียนดู แลว ใหนกั เรียน สมเดจพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์
อธิบายเกย่ี วกบั เหตุการณดังกลาว อยุธยาในล�าดับที ๑๘ โดยเป็นพระราชโอรสของสมเดจ
(แนวตอบ เชน ภาพสมเด็จพระนเรศวรตามจับ พระมหาธรรมราชาธิราช กบั พระวิสทุ ธิกษัตรี (พระราชธดิ า
พระยาจีนจนั ตุ ภาพสมเดจ็ พระนเรศวรทรง ของสมเดจพระมหาจกั รพรรดิและสมเดจพระสรุ ิโยทยั ) ทรงมี
พระแสงปนขามแมนา้ํ สะโตง ภาพสมเดจ็ พระ พ ระ ราชก ร ณีย กิจ ต ่อ บ้ าน เมื อ งใ น การ ท� าส งค ราม ปอ ง กั น
นเรศวรทรงทํายุทธหตั ถกี บั พระมหาอุปราชา พระราชอาณาจักรตลอดพระชนม์ชพี ของพระองค์
หงสาวดี เปน ตน )
พระราชกรณียกจิ สาํ คญั
2. ครใู หน ักเรียนอธิบายเกยี่ วกับวรี กรรมของ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชในการสรา งสรรค พระบรมราชานุสาวรยี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อิสรภดาา้พนขคอวงากมรมงุ น่ั ศครงีอพยุธระยราาชแกลรณะกยี ากริจทท�าสี สา� งคคญั ราคมอื ยกุทาธรหปรตั ะถก1กี าับศ
ชาตไิ ทย กษัตริยผ ูย้ ง่ิ ใหญแหงกรงุ ศรอี ยธุ ยา พระมหาอปุ ราชาแหง่ กรงุ หงสาวดี
(แนวตอบ ทรงประกาศอสิ รภาพของกรงุ ศรี
อยธุ ยา และทรงทําสงครามปกปอ งอาณาจกั ร ในการประกาศอิสรภาพของกรงุ ศรีอยุธยานัน สบื เนืองมาจากกรุงศรีอยุธยาไดต้ กเป็นประเทศราช
ใหปลอดภัยและมนั่ คง มีผลใหกรุงศรีอยุธยา ของกรงุ หงสาวดตี งั แต่ พ.ศ. ๒๑๑๒ ครันถึงสมัยสมเดจพระมหาธรรมราชาธริ าช (พ.ศ. ๒๑๑๒ - ๒๑๓๓)
รอดพนจากการโจมตขี องขาศกึ ท่จี ะมารกุ ราน ทางกรงุ ศรีอยุธยาไดส้ ง่ พระนเรศวรขณะด�ารงต�าแหน่งพระมหาอุปราชคุมกองทพั ไปช่วยพระเจ้านนั ทบุเรง
อีกเปน เวลานาน) ปราบปรามเมอื งองั วะซึงไม่ยอมอ่อนนอ้ มต่อกรุงหงสาวดี แต่มไิ ด้ยกทพั ไปตามเวลา ทา� ให้พระเจา้ นนั ทบุเรง
ทรงระแวงว่าอยธุ ยาจะแขงข้อ จงึ โปรดให้พระมหาอุปราชาคิดอบุ ายกา� จัดพระนเรศวร พระมหาอุปราชา
3. ครูใหน กั เรียนดภู าพพระบรมราชานุสาวรีย จึงให้พระยาเกียรติและพระยารามซึงเป็นมอญ เป็นข้าหลวงไปคอยรับพระนเรศวรและได้ตรัสเป็น
และภาพวาดสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ความลับให้มอญทังสองคุมชาวมอญหาทาไงปชต่วีทยัพกพ�าจรัะดนพเรระศนวเรรทศีเวสรดจขไปณถะึงทเีพมือระงแมคหรางอุป(เรดาิงชการจาะยย)2กทแัพต่
ในหนงั สือเรียนหนา 98-99 แลวใหน กั เรยี น พระนเรศวรทรงทราบแผนการเสียกอ่ น จงึ ทรงประกาศอสิ รภาพ
บรรยายถึงเหตุการณ หรอื พระราชกรณียกจิ ของกรุงศรีอยุธยาไมข่ ึนตอ่ กรงุ หงสาวดอี ีกต่อไปทีเมืองแครง
ทตี่ รงกับพระบรมราชานุสาวรียดงั กลา วของ ใน พ.ศ. ๒๑๒๗
พระองค โดยใหท าํ ลงในกระดาษ A4 จากนนั้ หลังจากนันทรงส่งคนไปชักชวนให้คนไทยทีถูกพม่า
ครูสุม ใหนักเรียน 2-3 คนออกมาอา นผลงาน
ใหเพ่ือนฟง ที่หนา ชนั้ เรยี น

กวาดต้อนมากลับกรงุ ศรีอยุธยา สว่ นทางพมา่ กได้ส่งกองทัพ
เขา้ โจมตกี องทัพอยธุ ยา ขณะทสี มเดจพระนเรศวรมหาราชทรงพา
ครอบครวั ไทยข้ามแมน่ �าสะโตง พระองคไ์ ด้ทรงเลงพระแสง
ปนยาวถูกสรุ กรรมา แมท่ พั หนา้ ของพมา่ ถึงแก่ความตายลม้ ซบ
พระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพจากพมา โดยหลัง่ บนคอช้าง ท�าใหพ้ ม่าต้องถอยทพั กลับไป ต่อมาพระแสงปนยาว
ทักษิโณทกใหต้ กเหนอื แผนดนิ (ภาพจิตรกรรมฝาผนงั จึงได้รบั ขนานนามว่า พระแสงปน ต้นข้ามแมน่ �าสะโตง
วัดสุวรรณดาราราม จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา)

๙๘

นกั เรยี นควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
พระราชกรณยี กจิ สาํ คญั ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคือขอ ใด
1 สงครามยทุ ธหัตถี สงครามบนหลงั ชางตามประเพณีโบราณของกษัตรยิ ใ น 1. ทําสงครามเพื่อปกปองบานเมือง
ภมู ิภาคอษุ าคเนย เปน การทาํ สงครามทีถ่ อื วา มีเกยี รติยศ โดยเปน การตอ สูกนั ดว ย 2. สงเสริมการคา สาํ เภากับตา งชาติ
อาวธุ บนหลงั ชา ง มีคนนงั่ อยู 3 คน ไดแ ก แมท ัพ (พระมหากษัตรยิ ) ถอื งาวประทบั 3. สรางความสมั พันธก ับชาตเิ พื่อนบาน
อยูบ นคอชาง คนท่ีน่ังกลางเรียกวา กลางชา ง ทาํ หนาทีค่ อยสงอาวธุ ใหแ มท ัพและ 4. พัฒนาบา นเมอื งใหทันสมัยแบบยุโรป
โบกแพนหางนกยงู เปนอาณตั ิสัญญาณตามพระราชดํารัสสงั่ และตอนทายชา งมี วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมี
ควาญชางทาํ หนา ท่บี ังคับชางและชว ยเหลือชางในขณะทช่ี า งขา ศกึ เขา มาแทงขางหลงั พระราชกรณียกิจทสี่ าํ คญั เกย่ี วกบั การทําสงครามเพื่อปกปอง
อาวุธทีใ่ ชในการตอ สู เชน งาว หอก โตมร เปน ตน โดยชางทรงจะมีทหารฝมือดี บานเมอื ง โดยตลอดพระชนมช พี ของพระองคไ ดทรงทําสงครามกบั
4 คน ประจาํ ตําแหนงเทา ชา งท้ัง 4 ขาง เรียกวา จตลุ ังคบาท คอยตามคุมกัน พมา และรฐั เพื่อนบานอน่ื ๆ เพ่ือใหอาณาจักรปลอดภยั และมั่นคง
2 เมอื งแครง (เดงิ กราย) ปจจบุ ันสนั นิษฐานวา ตง้ั อยูท ่ีเมืองวอ ในประเทศพมา สงครามครัง้ สาํ คญั คอื สงครามยุทธหัตถีกบั สมเดจ็ พระมหา-
มที ต่ี ้ังอยูรมิ ฝง แมน ํ้าสะโตง และมรี ะยะทางเดนิ เทา หา งจากเมอื งหงสาวดีเปนเวลา อุปราชา ซ่งึ พระองคทรงประสบชัยชนะ สงครามครัง้ น้ีสง ผลให
1 วัน กรุงศรอี ยุธยามีความมั่นคงมากยงิ่ ข้นึ และทําใหป ลอดภยั จากการ
รุกรานของขา ศึกอกี เปนเวลานาน
คูม่ ือครู

กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

สา� หรบการทา� สงครามยุทธหตถ1ีกบพระมหาอปุ ราชาแห่งกรงุ หงสาวดีนน เกดิ ขนึ ภายหลงจากทีพระองค์ อธบิ ายความรู้
เสดจขึนครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๑๓๓ แล้ว สืบเนืองจากพระมหาอุปราชาทรงยกกองทพมาตีกรุงศรีอยธุ ยา
เมอื พ.ศ. ๒๑๓๕ กองทพอยุธยาไดป้ ะทะกบกองทพพมา่ ทเี มอื งสุพรรณบุรี สมเดจพระนเรศวรมหาราชไดท้ รง 1. ครูนําภาพยนตรเรือ่ งตํานานสมเดจ็ พระนเรศวร
ท�าสงครามยุทธหตถีกบพระมหาอปุ ราชา และประสบชยชนะด้วยการฟันพระมหาอปุ ราชาดว้ ยพระแสงของ้าว ภาค 5 มาเปดใหนักเรียนชม จากน้ันให
จนสินพระชนม์ ผลของสงครามครงนมี ีผลตอ่ ความมนคงของอยุธยาอย่างยงิ เพราะท�าให้อยุธยาปลอดภยจาก นักเรียนสรุปสาระสําคัญจากภาพยนตร และ
การถูกขา้ ศกึ รกุ รานตอ่ มาอกี นาน รวมกันแสดงความคดิ เห็นจากส่ิงท่ไี ดชมจาก
ภาพยนตรด งั กลาว

2. ครอู าสาสมัครนักเรียนออกมาเลา พระราช-
ประวัตขิ องสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชให
เพอื่ นฟง จากนนั้ ครูใหน กั เรยี นชวยกันยก
ตวั อยางพระราชกรณยี กิจท่สี าํ คญั ของพระองค
(แนวตอบ ทรงประกาศอสิ รภาพของ
กรุงศรอี ยธุ ยาจากกรงุ หงสาวดที ีเ่ มืองแครง
ทรงทํายทุ ธหตั ถกี ับพระมหาอุปราชาและ
เปนฝายชนะ ทําใหข าศกึ หวาดเกรงพระบรม-
เดชานภุ าพของพระองค จนไมกลา ยกทัพเขา
รุกรานอยธุ ยาอีกเปน เวลานาน ทัง้ ยงั ทรงขยาย
อาณาเขตไปอยา งกวา งขวาง)

3. ครใู หเ ปด โอกาสใหน ักเรยี นทมี่ ขี อสงสัยซักถาม
และอธบิ ายจนเขา ใจ

สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงกระทา� ยทุ ธหัตถีกับพระมหาอปุ ราชาแหงกรุงหงสาวดี (ภาพจิตรกรรมฝาผนังวดั สุวรรณดาราราม
จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา)

นบตงแต่สมเดจพระนเรศวรมหาราชเสดจขึนครองราชสมบติเป็น
มอเพรขฐา�ารตนเโะพแดามดอืยจหนนตทามบาลกงออา้ กษดญนาตอรรดทืนพิย้วหๆม์คยาา่รกรอจแาลลรงน้าทกะเนปกา�รชุงส็านา้ศรงทงเครมีคีอรือเรายขงนมุมธขคกยอรรบาง้าอไกมทยรพยธุงุขรหยใอะหงางอคญสขงาร้า่คอวศแด์บตกึลีค้อะลเงขทมุทม�า�าใรศหึกแ้ สลงะคราเอปมกกรปาใทอ‡ ชนงรขปพงอรเรปงะะก็นวรรตัาวุงรีิศชศกอาราÉสอีสณตตัยมรร¸ุาเด์ชจยิยาจท์ักาตพยีรแิäิงรดทลใะ้วยหะนยทญคเโรรดวพ่ศงายทรวมทะรíากอรสมลงงหงคา้กคาหอห์ รราบนาาญมกชÖงู้
ล้านนา เดดเดยี วตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์

๙๙

ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู

เหตกุ ารณใ นขอใดแสดงถึงพระปรชี าสามารถและความกลา หาญ ครูควรอธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา ในสมยั อยุธยามีการยุทธหัตถีรวม 3 คร้ัง คือ ครงั้ แรก
ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชมากทส่ี ดุ ในแผน ดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทีพ่ ระอนิ ทราชาพระเจาลูกยาเธอชนชางกับ
ขา ศึกทนี่ ครลาํ ปาง ครง้ั ท่ี 2 ในแผนดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงชนชางกับ
1. โจมจเี มอื งคัง พระเจาแปรแหง กรงุ หงสาวดี เปน สงครามคราวเสียสมเด็จพระสรุ ิโยทัย และคร้ังท่ี 3
2. กระทาํ ยทุ ธหัตถี คอื ครั้งทส่ี มเด็จพระนเรศวรมหาราชชนชางกบั พระมหาอุปราชาแหงกรุงหงสาวดี
3. การประกาศอิสรภาพ จนไดร ับชัยชนะ
4. ทรงยิงพระแสงปน ตนขา มแมน า้ํ สะโตง
นกั เรยี นควรรู
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 2. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรง
1 ยุทธหัตถี เปนการตอสูกันดว ยอาวุธบนหลังชาง เปนวิธกี ารรบอยางกษัตริย
กระทํายุทธหัตถกี ับพระมหาอปุ ราชาแหงกรงุ หงสาวดีกันตวั ตอตวั ในสมยั โบราณ ถือเปน คติมาแตโบราณวายทุ ธหตั ถหี รอื การชนชางเปน ยอดยุทธวธิ ี
ซง่ึ แสดงใหเหน็ ถงึ พระปรีชาสามารถและความกลา หาญของพระองค ของนกั รบ เพราะเปนการตอ สูตวั ตอตวั ดงั นน้ั กษตั ริยพ ระองคใดกระทํายุทธหตั ถี
ซึ่งผลจากการกระทํายุทธหตั ถีทาํ ใหขา ศึกไมก ลายกทัพเขา มาโจมตี ชนะกจ็ ะไดรับการยกยอ งวามพี ระเกยี รติยศสูงสดุ สว นผแู พก ็ไดร บั การสรรเสรญิ วา
ไทยอีกเปนเวลานบั รอ ยป) เปนนกั รบแท

คมู่ ือครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ สมเด็จพระนารายณมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๑๙๙- ๒๒๓๑)

1. ครูนํานักเรียนสนทนาวา สมเดจ็ พระนารายณ พระราชประวตั ิ
มหาราชเปน พระมหากษัตรยิ ท ่มี ีความสาํ คญั
อีกพระองคห นึ่งของไทย จากน้ันใหนักเรยี น สมเดจพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตรย์
ชวยกันบอกวา ในรชั สมยั ของพระองคไดม ี อยุธยาในลา� ดับที ๒๗ โดยเปน็ พระราชโอรสของสมเดจพระเจ้า
เหตกุ ารณสาํ คญั ๆ อะไรเกดิ ข้นึ บาง ปราสาททอง พระองค์เสดจขึนครองราชสมบัตในชวงเวลาที
(แนวตอบ เชน การสรา งสมั พันธไมตรีกบั ฝรั่งเศส อยุธยาเรมถูกคกุ คามจากชาตตะวันตก ซึงขณะนนั ได้เขา้ มา
ในสมัยพระเจาหลุยสท่ี 14 การทาํ สงครามกบั คา้ ขายและเผยแผครสตศ์ าสนา
พมา การทาํ สงครามกบั อังกฤษ ฮอลนั ดาสง
เรือรบปดปากอาวไทย เปน ตน พระราชกรณยี กจิ สําคญั

2. ครใู หนักเรียนชวยกนั บอกวา เพราะเหตุใด ดา้ นการต่างประเทศ ทรงต้อนรบั ชาวตางชาตทเี ข้ามา
สมเด็จพระนารายณมหาราชจึงไดรับ คา้ ขายกับอยุธยา เชน จนี โปรตเุ กส ฮอลนั ดา อังกฤษ ฝรังเศส
พระสมญั ญานามวา “มหาราช” พระบรมราชานุสาวรียส มเดจ็ พระนารายณม หาราช เปน็ ตน้ ซงึ กอให้เกดประโยชนต์ อเศรษฐกจและการคา้ ของอยุธยา
(แนวตอบ เน่อื งจากพระองคไ ดท รงบําเพญ็ กษตั รยิ น กั การทตู แตเมือชาตตะวันตกทีเข้ามาค้าขายได้คุกคามอธปไตยของ
พระราชกรณยี กิจทส่ี าํ คัญมากมาย เชน
• ทรงสรางความสมั พันธกับชาตติ ะวันตก อยุธยา พระองคก์ ทรงใชพ้ ระบรมราโชบายทีชาญฉลาด ท�าให้อยธุ ยารอดพน้ จากการรกุ รานของชาตตะวันตก
หลายชาติ เชน โปรตุเกส ฮอลนั ดา ฝร่งั เศส เหตุการณ์ทีแสดงให้เหนถึงพระบรมราโชบายด้านการตางประเทศทเี ป็นผลดตี ออยุธยาของพระองค์
สเปน เปน ตน โดยสว นใหญเปนความสัมพันธ ไดแ้ ก การทีฮอลนั ดาสงเรือรบปิดปากอาวไทยใน พ.ศ. ๒๒๐๗ เพอื ให้อยุธยาท�าสญั ญากับตนโดยทอี ยธุ ยา
ทางการคา การเมอื ง และวฒั นธรรม ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรยี บฮอลันดาทังในด้านการค้าและการศาล พระองค์กทรงด�าเนนนโยบายทจี ะน�าองั กฤษ
• ทรงมนั่ คงในพระพทุ ธศาสนาเปน อยา งยง่ิ หมลาถุยวสง์ทดี ลุ ๑อ๔า�1นแาหจงกฝับรฮงั เอศลสนั ดจานสแาตมอางั รกถฤนษ�าไเมอาสฝนรใงัจเศดสังมนาันถวพงดระุลอองา� คนจ์างึจทกรบั งฮหอันลไันปดเจารไญดเ้ สปัม็นพผันลธสไ�ามเรตจรีกับพระเจ้า
แมว าชาติตะวันตกจะใชความพยายามในการ นอกจากนี พระองคท์ รงอนญุ าตให้บาทหลวงฝรงั เศสเผยแผครสต์ศาสนานกายโรมันคาทอลกในอยุธยาได้
เกล้ียกลอ มพระองคใ หเปลย่ี นศาสนา โดยใช แตเพอื มให้คนไทยพากันไปนบั ถือครสตศ์ าสนากันมาก พระองคจ์ ึงโปรดให้พระโหราธบดแี ตงหนังสือจนดามณี
วิธีปฏิเสธทช่ี าญฉลาด ซึงเป็นแบบเรียนหรือต�าราเรยี นเลมแรก วาด้วยพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ รวมเรียกวา อกั ขระวธขี องไทย
• ทรงนาํ ความเจรญิ ตามแบบอยา งตะวนั ตก รวมทังอธบายถงึ การแตงโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ทังนีเพือให้ชาวกรุงศรอี ยธุ ยาสามารถอานออกเขียนได้
มาปรับปรุงบานเมือง เชน ดา นการชา ง จะได้รู้เทาทนั ไมไปเขา้ รีตตามแบบฝรงั และเปน็ การรกั ษาวัฒนธรรมทางด้าน
การแพทย ระบบประปา การทหาร วขแภสัฒอมามษง้กนทุพารธดรขระรโ้อะาทรฆนงอมังษคงวไพคคนทรรร์ม�าไยะณทฉตคี อยันกวกงเทารทคอมร์าอ์เมอเไดจ2วองมรด้กกีทญาว้ทดรจยรงรว้นุงใยงถเหพรงึ ้กือรททางะ�าุกรแรใวสลาหันนชะ้วนับเนรปี รสพน็ณนนมุกนธรรท์วดรรามกงรทใณดนาา้ กสงนรมวรยัรมรชณอื กรรวมิทยากสาัมรพใหนัหม¸ลท่æäารมยคงตจดสวารา้สารกนกีมม้าตับเงเจดค่าโตรดจ็งุณ่าิญปพยงเปรรปร©ะะุง่รรพเนเะทะราโเาอืศทยะรงดมชศาขนา้ายอนใแณแ์ งชลกกบป้ ์มะ่ชา้ารทรหานับตรเาจเปงรมิäรทนารือิญชยíางุง
การแผนท่ี เปน ตน
• ทรงสง เสรมิ ทางดา นวรรณกรรม ในสมยั
ของพระองคจ งึ มีผลงานวรรณกรรมและมี
กวที ีม่ ีชอ่ื เสยี งหลายทา น เชน พระโหราธิบดี
พระศรีมโหสถ ศรีปราชญ เปนตน)

100

นักเรียนควรรู บรู ณาการเชอ่ื มสาระ
ครูสามารถนําเนื้อหาเกย่ี วกบั วรรณคดีในสมัยสมเดจ็ พระ
1 พระเจา หลยุ สท ี่ 14 (พ.ศ. 2181-2258) ทรงเปน พระมหากษตั รยิ แ หง ประเทศ นารายณม หาราชไปบูรณาการเชอื่ มโยงกับกลุมสาระการเรียนรู
ฝรง่ั เศส ครองราชยเ มอื่ มพี ระชนมายไุ ดเพียง 5 ชันษา โดยเปนกษตั ริยพ ระองคท ่ี 3 ภาษาไทย วิชาวรรณคดแี ละวรรณกรรม โดยยกตัวอยา ง
แหง ราชวงศบูรบ ง และราชวงศกาเปเตยี ง ถอื วาพระองคท รงครองราชยน านที่สดุ บทประพนั ธว รรณคดที สี่ าํ คญั เชน โคลงทศรถสอนพระราม
ของประเทศฝรั่งเศส และนานกวากษตั รยิ พ ระองคอืน่ ในทวปี ยุโรป คือ ทรงครองราชย โคลงพาลีสอนนอ ง โคลวงราชสวัสด์ิ พระราชนพิ นธใ นสมเดจ็
รวม 72 ป ทรงครองราชยต รงกับชว งระหวา งรชั สมยั สมเด็จพระเจา ปราสาททอง พระนารายณม หาราช โคลงเฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนารายณ
(พ.ศ. 2172-2199) จนถงึ รชั สมัยสมเด็จพระสรรเพ็ชญท่ี 9 (พระเจาอยหู ัวทา ยสระ) มหาราช ประพนั ธโ ดยมหาราชครู หนงั สือจนิ ดามณี เลม ที่ 1
(พ.ศ. 2251-2275) แหงสมัยอยุธยา (แบบเรียนภาษาไทยเลม แรก) ประพนั ธโดยโหราธบิ ดี โคลง
2 วรรณกรรม ในสมัยสมเดจ็ พระนารายณม หาราชไดชื่อวาเปนยุคทองของ กาํ สรวลศรีปราชญ อนรุ ทุ ธค าํ ฉันทแ ตงโดยศรีปราชญ เปน ตน
วรรณกรรมไทยในสมยั อยุธยา เนื่องจากในสมัยนี้มกี วีท่ีสาํ คัญหลายทา น เชน มาใหน กั เรยี นฝก การวเิ คราะหค ุณคา ของวรรณคดี ท้งั ดา นเน้ือหา
พระมหาครู ศรีปราชญ รวมถงึ สมเด็จพระนารายณมหาราช และปรากฏวรรณกรรม ดา นวรรณศิลป ดา นสังคม และขอคิดทส่ี ามารถนาํ ไปประยกุ ตใช
มากมาย เชน โคลงสภุ าษิตพาลสี อนนอ ง สมุทรโฆษคาํ ฉันท (ตอนตน) จนิ ดามณี ในชีวิตประจําวนั
เสือโคคาํ ฉันท โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณม หาราช โคลงกําสรวล
ศรปี ราชญ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยา (ฉบับหลวงประเสรฐิ อักษรนติ )ิ์ เปนตน

คมู่ ือครู

กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

สมยั ธนบรุ ี สมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช อธบิ ายความรู้

(ครองราชย พ.ศ. ๒๓๑๑ -๒๓๒๕) 1. ครูนําเพลงเจาตาก ผลงานของวงคาราบาว
มาเปดใหนกั เรยี นฟง แลวใหน ักเรยี นสรุป
พระราชประวัติ สาระสาํ คัญจากเนือ้ เพลง และรว มกันแสดง
ความคดิ เหน็ เกีย่ วกับสง่ิ ทไ่ี ดจากการฟงเพลง
สมเดจพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ์ ดงั กลาว
ผสู้ ถาปนากรุงธนบุรีเปน็ ราชธานี ภายหลงั จากทกี รงุ ศรีอยุธยา
เสียแกพมาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ มพี ระนามเดมิ วา สิน พระราชบิดา 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาเลา พระราช-
เป็นคนจีน ชือ ไหฮอง ท�ามาหากนิ อยูในกรุงศรีอยุธยา ประวตั ิของสมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราชให
พระราชมารดาเป็นคนไทยชือ นกเอยี ง เสดจพระราชสมภพ เพื่อนฟง จากนัน้ ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั ยกตวั อยาง
เรมับือราพชก.ศา.รเ๒ป๒็น๗ห๗ลวงภยากยกหรละังบจตั ารก1แอลปุ ะสพมรบะทยตาตามากปรเะจเา้ พเมณอื ีแงลต้วาเกขา้ พระราชกรณยี กจิ ทสี่ าํ คัญของพระองค
(แนวตอบ ทรงมีบทบาทสาํ คญั ในการกูอิสรภาพ
พระราชกรณียกิจสําคัญ ของไทยใหร อดพนจากการยึดครองของพมา
และสามารถรวบรวมคนไทยและพระราช-
พระบรมราชานสุ าวรยี สมเด็จพระเจาตากสนิ ด้านความมนั่ คง เมือพมายกกองทัพมาล้อมกรงุ ศรีอยุธยา อาณาเขตใหเ ปน ปก แผน )
มหาราช กษัตรยิ ผูกูเอกราชแหง ชาตไิ ทย พระยาตากได้ถูกเรียกตวั มาชวยราชการ และไดเ้ ป็นพระยา
3. ครูใหน ักเรียนดภู าพวาดในหนังสอื เรียนหนา
วชริ ปราการ เจ้าเมอื งก�าแพงเพชร แตไมได้ขนไปปกครอง เนืองจากในขณะนนั กรงุ ศรีอยธุ ยากา� ลังตกอยู 101 แลว อธบิ ายเกีย่ วกับเหตกุ ารณใ นภาพวา
ในภาวะคับขนั พระยาตากจงต้องรวบรวมไพรพลมาปองกันพระนครแทน ตอมาพระยาตากเลงเหนวา มีสาเหตุมาจากอะไร
พกรมงุ าศอรอีอกยไธุ ปยตาคงั ตงไวั มแสลาะมเตารรถยี มตา้แนผทนากนากรา�ทลจี ังะขขอับงไพลมพามไดาอ้ อจกงรจวาบกรกวรมุงไศพรรอี พยลุธไยทายจณนี จา�เมนอืวงนจหันนทงบตุรฝี 2ี ่าวเมงลืออ้มมีกข�าอลงัง
เข้มแขงแล้วจงได้คมุ ก�าลังไพรพลขบั ไลกองทัพพมาให้พ้นไปจากกรุงศรีอยธุ ยา และเพอื ปกปองพระราช- 4. ครใู หน กั เรียนศึกษาขอ มูลเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับ
อาณาเขตให้เปน็ ปึกแผนตอไปจงได้สถาปนากรุงธนบรุ ีเปน็ ราชธานแี หงใหม และกระท�าพิธีบรมราชาภิเษก ชมุ นมุ ตา งๆ ที่ตั้งตัวเปนใหญภายหลงั
เป็นพระมหากษตั รยิ ค์ รองกรงุ ธนบุรี กรุงศรีอยธุ ยาเสียแกพ มาวา มีชุมนุมอะไรบา ง
ต้ังอยทู ่ไี หน และสมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช
ด้านการเมืองการปกครอง ระหวางขนครองราชสมบตั ิ สามารถปราบไดอ ยา งไร โดยใหส รุปขอมลู ลง
ทรงเป็นผู้นา� ในการรวบรวมอาณาจักรใหเ้ ปน็ ปึกแผน ทรงปราบ กระดาษ A4 แลว นาํ สงครูผสู อน

ชรวุมมนทุมงัตฟานงๆฟูเทศตี รังษตฐวั กเิปจ3แ็นลใหะญสังภคามยหลงั กรงุ ศรอี ยธุ ยาเสยี แกพมา
ทีเสือมโทรมให้กลับคืนสู
สภาพปกติ สมเดจพระเจ้าตากสนิ มหาราช
ทรงเปน็ วรี กÉัตรยิ ย์ อดนักรบ ทรงมี

ความเดดเดียว กลา้ หาญสมกับเปน็ ผ้นู าí ทรงมี

บทบาทสา™ คัญในการกู้อิสรÀาพของäทยจากพมา่

ภาพวาดจินตนาการสมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช และรวบรวมบ้านเมืองใหเ้ ปน็ ปกƒ แผ่น ทéงั นีé
พระราชทานขาวสารท่ซี ื้อจากพอ คาชาวจนี ใหแก เพือความร่มเยนเป็นสขุ ของอาณาประชาราÉ®ร์
ราษฎร

101

ขอ สอบ O-NET นกั เรยี นควรรู

ขอ สอบป ’53 ออกเกี่ยวกับพระบรมราโชบาย 1 หลวงยกกระบตั ร ช่ือตําแหนงขุนนางสมยั โบราณ สงั กัดกระทรวงวงั มีหนาที่
ของสมเดจ็ พระเจาตากสินมหาราช ออกไปประจาํ ตามหวั เมืองเพื่อสอดสอ งอรรถคดตี างๆ ซ่งึ ตรงกบั พนกั งานอยั การ
หรอื อยั การในปจ จุบัน
พระบรมราโชบายสําคัญของสมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช 2 เมอื งจันทบรุ ี ในการตีเมืองจันทบุรี พระยาตาก (สิน) ไดเ ขา ตเี มืองตอน
ภายหลงั การสถาปนากรงุ ธนบุรี เนน เรื่องใดเปน อนั ดบั แรก กลางคืน โดยสั่งนายและไพรวา เม่ือหงุ ขาวเยน็ กินเสรจ็ แลว ใหท ิ้งอาหารทเ่ี หลอื
และทบุ หมอ ขา วเสียใหห มด หมายเขาไปกินขา วเชาดว ยกนั ในเมอื งวันรงุ ขน้ึ
1. การฟนฟพู ระพุทธศาสนา ถาตีเอาเมอื งไมไ ดก็จะขอตายดว ยกัน ผลปรากฏวา สามารถตเี มอื งจันทบุรไี ด
2. การสรางกองทัพใหเ ขมแข็ง 3 เศรษฐกิจ สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชโปรดฯ ใหข า ราชการผใู หญแ ละ
3. การสงเสริมการคากับตางชาติ ผนู อ ยทํานาปละ 2 ครงั้ ใน พ.ศ. 2317 เพอ่ื แกป ญ หาการขาดแคลนขา วสาร เพราะ
4. การแกไขปญ หาความอดอยาก ขา วสารราคาสูงถึงเกวยี นละ 2 ชั่ง

วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 4. ภายหลงั การกอบกูเอกราช

ผคู นอดอยาก พระองคแ กปญ หาเฉพาะหนาดวยการซือ้ ขา วมาแจกจา ย
ราษฎร เปนการแกไขความอดอยาก และจงู ใจใหม าอยรู วมกนั
เปน บานเมือง ไมตองหลบซอนอกี ตอไป

คมู่ ือครู

กระตุน้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ สมยั รตั นโกสินทร พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา
จุฬาโลกมหาราช (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๒๕ -๒๓๕๒)
1. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาเลาพระราช- พระราชประวัติ
ประวัตขิ องพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา-
จฬุ าโลกมหาราชกอ นทจี่ ะเสดจ็ ขนึ้ เปนพระมหา พระบาทสมเดจพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรง
กษัตรยิ  ใหเพ่อื นฟง มพี ระนามเดิมวา่ ทองด้วง พระราชบดิ ามนี ามว่า ทองดี
คแลวาะมพชรอะบราในชรมาาชรกดาารมจีนนาไดม้รวบั ่าราชหทยนิ กนามใ1นเปส็นมัยธเจน้าบพุรรีมะยีคาวจากัมรดี ี
2. ครูใหน กั เรียนชว ยกันยกตัวอยางพระราช- และ สมเดจเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ก่อนหน้าทีจะทรง
กรณยี กิจของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา รับอัญเชญิ ขึนเป็นพระมหากษตั ริยผ์ ู้สถาปนากรงุ รตั นโกสินทร์
จฬุ าโลกมหาราชทม่ี สี ว นสรา งสรรคชาติไทย เปน็ ราชธานแี ละสถาปนาพระบรมราชวงศจ์ กั รี เมือ พ.ศ. ๒๓๒๕

3. ครใู หน กั เรียนแบงกลุม 3-4 กลมุ เพอ่ื ศึกษา พระราชกรณยี กจิ สําคญั
คน ควาเกีย่ วกบั สงครามเกาทพั ซง่ึ เปน สงคราม
ครงั้ สําคัญในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธ- ดา้ นความมน่ั คง ทรงปองกนั พระราชอาณาจักรใหร้ อดพน้
ยอดฟา จุฬาโลกมหาราช โดยศึกษาจากแหลง พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช จากการรกุ รานของขา้ ศกึ นอกจากนียังทรงฟน ฟูศลิ ปวฒั นธรรม
เรียนรตู างๆ เชน หนังสอื ในหอ งสมุด เวบ็ ไซต ปฐมกษตั รยิ แหง พระบรมราชวงศจ ักรี อันเป็นมรดกตกทอดมาตงั แต่ครังสมยั สโุ ขทยั และสมยั อยธุ ยา
ในอินเทอรเนต็ เปนตน แลว ใหสรุปสาระ
สําคัญตามประเดน็ ดงั น้ี การทไี ทยสามารถปองกนั การรุกรานของขา้ ศกึ จนประสบชัยชนะทกุ ครงั แสดงให้เหนถงึ พระปรชี าสามารถ
• สาเหตขุ องสงคราม ททีาเรงยี กกาวรา่รบแสลงคะคราวมาเมกก้าลท้าพั ห2าเญพเรขา้ะมพแขมงา่ ขยอกงทพัพรมะาอตงไีคท์ ยโถดึงยเ๙ฉพทาพั ะดอว้ยยา่ กงนัยิงสแงตคไ่ ทรายมกสกาบั มพามร่าถใขนับไพลก่.ศอ.งท๒ัพ๓พ๒ม๘า่
• เหตุการณใ นสงคราม ใหพ้ น้ ไปได้ และหลงั จากนีพม่ากไมส่ ามารถยกทพั ขนาดใหญ่มาโจมตไี ทยได้อกี ต่อไป
• ผลจากสงคราม
จากน้ันใหแ ตละกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ

ผลการศกึ ษาคนควา ท่หี นาชน้ั เรยี น

ภาพวาดจนิ ตนาการการสูรบระหวา งไทยกับพมา ในสงครามเกาทพั พ.ศ. ๒๓๒๘ นบั เปน สงครามครง้ั สา� คญั ทสี่ ดุ ในสมยั รัตนโกสินทร
ตอนตน

102

นักเรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT
สาเหตุท่ีทําใหร ชั กาลที่ 1 โปรดเกลา ฯ ใหมีการตรวจชาํ ระ
1 ราชทินนาม ชือ่ บรรดาศักดิ์หรือสมณศกั ด์ิชั้นสัญญาบัตรที่พระเจา แผนดนิ กฎหมายขนึ้ ใหม
พระราชทาน 1. กฎหมายเดิมทีใ่ ชอ ยูไมม ีความยตุ ธิ รรม
2 สงครามเกาทัพ สงครามระหวางไทยกบั พมา ในสมยั พระเจาปะดงุ โดย 2. ชาตอิ น่ื ดถู ูกวา กฎหมายไทยไรความศักดส์ิ ทิ ธิ์
พระเจา ปะดุงโปรดใหจ ดั ทพั เปน 9 ทัพ เขารกุ รานหัวเมืองตางๆ ของไทยตัง้ แต 3. โบราณราชประเพณีกาํ หนดใหตอ งมกี ารตรวจชาํ ระทกุ ครัง้ ท่ี
เหนือจดใต ผลจบลงดวยชยั ชนะของฝา ยไทยท้ังท่ีมีจาํ นวนทหารนอ ยกวา เปลยี่ นรชั กาลใหม
4. พระองคท รงเกรงวา ผูรกู ฎหมายจะคอ ยๆ หายไป จงึ ให
มมุ IT รวบรวมไวเปน ลายลกั ษณอกั ษร
วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 1. เนือ่ งจากกฎหมายท่มี อี ยูมีความ
ศกึ ษาคนควาขอ มลู เพิม่ เติมเกี่ยวกบั สงครามเกา ทพั ไดท ่ี ขดั แยง กนั และขัดกับความเปนจริง จึงโปรดเกลา ฯ แตง ต้งั คณะ
www.m-culture.go.th เวบ็ ไซตกระทรวงวฒั นธรรม กรรมการ ประกอบดว ย อาลักษณ 4 นาย ลุกขนุ 3 นาย และ
ราชบัณฑติ 4 นาย รวมเปน 11 นาย ทําการชาํ ระพระราชกาํ หนด
คมู่ อื ครู บทพระอยั การทง้ั หมดใหถูกตอ ง

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

การประสบชยชนะในการปองกนพระราชอาณาจกรทกุ ครง อธบิ ายความรู้
แสดงใหเ้ หนถงึ ความเข้มแขงของพระองค์ในการบญชาการทพให้
ไพรพ่ ลเปน็ อนหนึงอนเดียวกน ทรงเป็นขวญก�าลงใจของไพร่พล .1. ครูใหน ักเรยี นอธิบายเก่ียวกบั “กฎหมายตรา
ในการท�าสงครามปองกนพระราชอาณาจกร พระองค์ทรงมี สามดวง” วามีลกั ษณะสําคญั อยางไร
พระปรีชาสามารถในการวางแผนปองกนพระราชอาณาจกรจน (แนวตอบ ประมวลกฎหมายที่พระบาทสมเดจ็
ประสบความสา� เรจในทีสดุ พระราชกรณียกจิ ของพระองค์จึงมี พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราชทรงพระ
บทบาทสา� คญในการรกษาแผ่นดนิ ไว้ใหอ้ นุชนคนไทยในยคุ หลง กรุณาโปรดเกลา ฯ ใหช ําระกฎหมายเกา ทีม่ ี
ตอ่ มา ดงเชน่ สมเดจพระมหาบูรพกษตริยาธิราชเจ้าของไทย มาแตค ร้ังโบราณ แลวรวบรวมเปนประมวล
ในสมยอยธุ ยาและสมยธนบุรี กฎหมายข้นึ เม่อื พ.ศ. 2347 โปรดใหเรยี กวา
ด้านการเมอื งการปกครอง ทรงเป็นแบบอยา่ งของผู้ปกครอง “กฎหมายตราสามดวง” มีการประทบั ตรา
ทีทรงธ�ารงไวซ้ ึงความยตุ ิธรรมแก่บรรดาอาณาประชาราษฎร์ 3 ดวง คอื ตราพระราชสีห (สาํ หรับตาํ แหนง
เมือพระองค์ทรงเหนว่ากฎหมายทีมอี ยู่ขดแย้งกนเองกบความ สมุหนายก) ตราพระคชสีห (สาํ หรบั ตําแหนง
เอปา็นลจกรษิงณ์จ1ึง๔โปนรดายเกลล้ากู ฯขุนแ2ต๓ง่ ตงนคาณย ะแกลระรมรากชาบรณปฑริตะก๔อบดน้วายย ภาพวาดจ�าลองเหตุการณพ ระบาทสมเด็จพระพทุ ธ- สมุหพระกลาโหม) และตราบวั แกว (สาํ หรบั
ยอดฟาจุฬาโลกมหาราชโปรดเกลาฯใหตรวจชา� ระ ตําแหนงโกษาธบิ ดี หมายถงึ พระคลงั ซงึ่ ดแู ล
กฎหมายขึ้นใหม เรียกวา กฎหมายตราสามดวง รวมทั้งกจิ การดา นตา งประเทศ)
รวมเป็น ๑๑ นาย ทา� การช�าระกฎหมายทงหมดให้ถูกต้อง (จติ รกร นายนรา เกษประไพ)
เมอื ช�าระเสรจแลว้ เขยี นเปน็ ฉบบหลวง ๓ ฉบบ ประทบตราพระราชสหี ์ พระคชสีห์ และบวแก้วเปน็ สา� คญ 2. ครใู หนักเรยี นชวยกนั ยกตวั อยา งพระราช-
ทุกเลม่ สมุด เรียกวา่ กฎหมายตราสามดวง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้รกษาไว้ทีหอหลวง หอ้ งเครอื ง (หรือ กรณยี กิจดานอนื่ ๆ ของพระบาทสมเด็จ
ขไดา้ เ้งปทน็ )ี กแฎลหะมศาาลยหส�าลหวรงบแปหกง่ คลระอฉงบแบผ่นเพดอืนิ เมปา็นจกนฎถหงึ มสามยยสรา� ชหกราบลใทชีใ้ ๕นกจารงึ ปไดกม้คีกราอรงปบฏ้านริ ปูเมกือฎงหกมฎาหยมแลาะยกตารรายสุตามิธรดรวมง3 พระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช
ให้ทนสมยตามแบบตะวนตก (แนวตอบ พระราชกรณยี กิจทส่ี าํ คัญ เชน
พระราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทางดา้ นการปองกน • ดานศิลปกรรม ทรงใหส รางพระราชวงั
พระราชอาณาจกรให้รอดพ้นจากการรกุ รานของข้าศกึ และทางดา้ นการปกครอง พระทีน่ ั่ง และวัดตา งๆ เชน วดั พระศรี
อาณาจกรดว้ ยการปฏิรูปกฎหมายให้ถูกต้องตามหลกกฎหมายและ รัตนศาสดารามหรือวดั พระแกว
ความเปน็ จริง เพือความยุติธรรมของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ พระบาทสมเดจพระพทุ ¸ยอด¿‡า วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม เปนตน
จÌุ าโลกมหาราช ป°มกÉตั รยิ แ์ หง่ • ดานวรรณกรรม ทรงสง เสริมใหมกี ารแตง
นบเปน็ แบบอยา่ งอนดีงามสา� หรบการปกครองแผน่ ดนิ ให้ ราชวงศ์จกั รผี ู้สรา้ งกรุงรัตนโกสนิ ทร์ ทรงเปน็ วรรณกรรมหลายเรอ่ื ง เชน รามเกียรต์ิ
ประชาชนได้มีความร่มเยนเป็นสุขส�าหรบผูป้ กครอง ทังé นกั ปกครองและนกั รบทมี พี ระปรชี าสามาร¶ ดาหลัง อเิ หนา อณุ รทุ เปน ตน และให
มกี ารนําวรรณกรรมตา งชาตมิ าแปลเปน
ภาษาไทย เชน สามกก ราชาธิราช เปนตน
• ดา นศาสนา ทรงใหมกี ารทาํ สงั คายนา
พระไตรปฎ ก เปนตน)

ประเทศไทยในยคุ ปัจจบุ น ทรงขยายพระราชอาณาจกั รและทรงทíานุบาí รุง

บา้ นเมอื งในดา้ นต่างæ เพือประโยชน์สขุ ของราÉ®ร

103

ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรียนควรรู

ขอ ใดไมใช พระราชกรณียกจิ ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา- 1 อาลักษณ ผูทที่ ําหนา ทเ่ี กย่ี วกับหนังสือในราชสาํ นัก
จุฬาโลกมหาราช 2 ลกู ขุน คณะขาราชการชัน้ สงู ฝายตุลาการ
3 การปฏิรปู กฎหมายและการยตุ ิธรรม เปน พระราชกรณียกิจท่สี ําคญั อีก
1. การชาํ ระพระไตรปฎ ก ประการหนงึ่ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู ัว เพราะเปนการวาง
2. การใชก ฎหมายตราสามดวง รากฐานท่สี ําคญั ของการปฏิรูปกฎหมายและการยตุ ธิ รรมเขา สรู ะบบสากล
3. การรกั ษาเอกราชและความมัน่ คงของราชอาณาจักร ซ่งึ นาํ ไปสูการยกเลกิ สิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตทเ่ี คยใหกับตา งชาติในเวลาตอ มา
4. การเปด ประเทศเพอื่ ทําการคาขายกับพอ คา ชาติตะวนั ตก

วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 4. ในสมยั นี้ไทยทําการคา กับจนี

อินเดยี และชวา มากกวา ชาตติ ะวนั ตก เน่ืองจากทวีปยุโรป
กาํ ลังอยูในภาวะสงคราม เพราะการรกุ รานของจกั รพรรดนิ โปเลียน
และการปฏวิ ตั ิครงั้ ใหญในประเทศฝร่งั เศส ชาวตะวนั ตกที่เขามา
ติดตอ คาขายกับไทย เชน โปรตุเกส อังกฤษ เปนตน

ค่มู อื ครู

กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลยั (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๕๒ -๒๓๖๗)

ครใู หนักเรยี นชวยกันบอกวา เพราะเหตใุ ด พระรพาชระปบราะทวสัตมิ เดจพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั 1พระมหากษตั รยิ ์
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลานภาลัย จงึ ไดร บั รัชกาลที ๒ แห่งพระบรมราชวงศ์จกั รี มีพระนามเดมิ วา่ ฉมิ
พระสมัญญานามวา “องคเ อกอคั รศิลปนแหง ทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเดจพระพุทธยอดฟา
กรงุ รัตนโกสินทร” จุฬาโลกมหาราช และสมเดจพระอมรนิ ทราบรมราชินี ทรงได้
รบั การยกยอ่ งจากองคก์ ารยูเนสโกในฐานะเป็นบุคคลส�าคัญทีมี
(แนวตอบ เนื่องจากพระองคทรงมีพระปรีชา ผลงานดีเด่นทางวฒั นธรรมระดับโลก
สามารถในดานตา งๆ ดงั น้ี
• ทางดา นวรรณกรรม ไดทรงพระราชนพิ นธ พระราชกรณียกิจสําคัญ

บทละครตา งๆ ทีส่ ําคญั คือ อิเหนา และ ดา้ นวรรณกรรม ทรงพระราชนิพนธ์บทละครขนึ มาใหม่
เรอ่ื งอ่นื ๆ ท่ใี หก วีอนื่ รว มเขยี นดวย เชน แจล�านะเวอนาเ๗รือเงรเือดงมิ มทาสี ทา� ครงญั พทรสีะรุดาคชือนิพบทนธลใ์ะหคมรเ่ รรวอื มงบอทเิลหะนคาร2ทซงั ึงหทมรดง
สังขทอง คาวี เปน ตน ทรงพระราชนิพนธ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
กาพยเหเรือ กาพยเ หช มเครือ่ งคาวหวาน องคเอกอัครศิลปนแหงกรุงรัตนโกสนิ ทร
บทพากยโ ขนบางตอน
• ดา นนาฏศลิ ปและดนตรี ทรงชาํ นาญและ พระราชนิพนธด์ ว้ ยพระองค์เองตลอดเรือง นบั เปน็ วรรณกรรมทีดีทสี ดุ ของรชั กาลที ๒ สว่ นบทละครอกี ๖ เรือง
โปรดการเลน ซอสามสาย ไดทรงพระราช- พระองคท์ รงพระราชนพิ นธแ์ ละโปรดเกล้าฯ ให้กวอี ืนๆ ร่วมเขยี นด้วย เช่น สงั ข์ทอง คาวี เป็นตน้ นอกจากนี
นพิ นธท าํ นองเพลงบุหลันลอยเลอ่ื น หรอื พระองคย์ งั ทรงพระราชนิพนธก์ าพยเ์ ห่เรือ กาพย์เหช่ มเครอื งคาวหวาน บทพากยโ์ ขนบางตอน เปน็ ต้น
บุหลันลอยฟา และไดท รงประดิษฐทารํา นอกจากพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั แล้ว ยังมกี วที ีมชี อื เสียงจา� นวนมากทสี ง่ เสรมิ ให้รัชกาลนี
ประกอบการเลนละครไทยอนั สวยงาม เปน็ ยคุ ทองแห่งวรรณกรรม เชน่ สนุ ทรภู่ นายนรินทรธิเบศร์
• ดานประติมากรรม ทรงพระปรีชาสามารถ
ทางดานการปนและแกะสลกั โดยไดท รง
แกะสลักบานประตูพระวหิ ารวดั สทุ ัศนเทพ-
วรารามรว มกับชางฝม ือในสมยั น้นั )

ภาพวาดจา� ลองเหตกุ ารณรัชกาลที่ ๒ โปรดเกลา้ ฯ ให้ประชุมราชบณั ฑิตเพือ่ พจิ ารณาวรรณคดที ่ีพระองคทรงพระราชนิพนธ
(จิตรกร นายจินดา สุดสุจรติ )

104

นกั เรยี นควรรู บรู ณาการเช่อื มสาระ
ครสู ามารถนาํ เนอื้ หาเก่ยี วกับวรรณกรรมสมัยพระบาทสมเดจ็
1 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา นภาลยั ทรงพระราชสมภพทน่ี ิวาสสถานเดิม พระพุทธเลิศหลานภาลัย ไปบรู ณาการเชอื่ มโยงกับกลมุ สาระการ
อยใู นเขตอําเภออัมพวา จงั หวดั สมุทรสงคราม ในปจ จบุ นั อยใู นบริเวณวัดอมั พวัน- เรยี นรูภาษาไทย วิชาวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใหน กั เรยี น
เจตยิ ารามวรวิหาร ใกลก ับตลาดนาํ้ อมั พวา และ “อุทยาน ร.2” จังหวดั สมทุ รสงคราม ชว ยกนั หาตวั อยา งพระราชนพิ นธใ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธ-
2 อิเหนา หรอื เรยี กวา นิทานปนหยี เปน นิทานท่ีเลา แพรห ลายกันในชวา เชอ่ื กนั วา เลศิ หลานภาลัย หรอื ผลงานของกวอี ืน่ ๆ ในรชั สมยั ของพระองค
เปนนยิ ายองิ ประวัติศาสตรข องชวา ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 อิเหนาในภาษาไทย จากน้ันใหนกั เรยี นเลือกวรรณกรรมทนี่ กั เรียนสนใจคนละ 1 เรอ่ื ง
มีกวีไดแ ตงข้ึนหลายสํานวนตงั้ แตส มยั อยุธยาตอนปลาย อิเหนาเปนวรรณคดี เชน อิเหนา ไชยเชษฐ เปนตน แลวฝกการวิเคราะหคณุ คา ของ
ตา งประเทศท่ีปรากฏคําศพั ทช วาหลายคํา เชน บุหงา บหุ ลัน เปน ตน วรรณคดี ท้งั ดา นเนือ้ หา ดานวรรณศิลป ดา นสังคม และขอคิด
ทสี่ ามารถนาํ ไปประยุกตใ ชใ นชีวติ ประจาํ วัน โดยใหบ ันทกึ ลง
กระดาษ A4 แลว นาํ สง ครูผูสอน

ค่มู ือครู

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

ด้านดนตรีและนาฏศลิ ป ทรงช�านาญและโปรดการเลน่ ซอสามสายมาก พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ อธบิ ายความรู้
ทา� นองเพลง บหุ ลนลอยเลอื น หรอื บหุ ลนลอยฟา (บางทีกเรยี กวา่ เพลงสรรเสริญพระจนทร์ แต่ตอ่ มา
นิยมเรียกกนว่า เพลงทรงพระสุบิน) ทีมีความไพเราะ ซงึ ยงนิยมบรรเลงมาจนถงึ ทุกวนนี นอกจากนีทาง ครูตั้งคาํ ถามใหนกั เรยี นชวยกันตอบ เชน
ด้านนาฏศลิ ป พระองคย์ งทรงประดษิ ฐท์ า่ รา� ประกอบการเลน่ ละครไทยอนสวยงามอกี เป็นจา� นวนมาก • เพราะเหตุใดในรัชสมยั พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหลา นภาลยั จงึ ไดช อื่ วา
เปนยคุ ทองของวรรณกรรมไทยสมัยหน่งึ
(แนวตอบ เพราะในสมยั ของพระองค
มีกวที ม่ี ีช่อื เสยี งหลายทา น เชน สุนทรภู
นายนรนิ ทร พระยาตรัง เปน ตน และมี
ผลงานทางดา นวรรณกรรมท่ีมีคณุ คา มากมาย
เชน พระอภยั มณี นริ าศเมอื งแกลง เปน ตน
และทรงพระราชนพิ นธว รรณกรรมไวห ลาย
เรอ่ื ง เชน อเิ หนา สังขทอง เปน ตน)
• เคร่อื งดนตรีท่รี ชั กาลที่ 2 ทรงโปรดปราน
และถนัดมากที่สุด คือ เครอ่ื งดนตรชี ิน้ ใด
และมชี อ่ื วาอะไร
(แนวตอบ ซอสามสาย ช่อื ซอสายฟา ฟาด)

ภาพวาดจา� ลองเหตกุ ารณรชั กาลท่ี ๒ ทรงซอสามสาย (จติ รกร นายประทวน เจริญจติ ร)

และวดดพ้านระสศถรารีปตต นยศการสรดมารทารมงโ(ปวรดดพเรกะลแ้ากฯ้ว)ใหทก้ีสอ่า� คสรญ้าคงแอื ลโะปตรกดแเตกล่งตา้ ฯกึ รใาหม้สตร่า้างงๆพรโะดปยรราองบค1พ์วดระอบรุณรมรมาชหวารราารชาวมง
ทีมีความงดงามยงิ ซงึ สร้างเสรจในสมยรชกาลที ๓ และได้กลายเปน็ สญลกษณ์อย่างหนงึ ของประเทศไทย
ดา้ นประติมากรรม ทรงมีพระปรชี าสามารถทางด้านการปันและแกะสลก
หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิงการทีพระองค์ทรงแกะสลกบานประตู
พระวิหารวดสุทศนเทพวรารามร่วมกบช่างฝมือเยียมในสมยนน พระบาทสมเดจพระพทุ ¸เลิศหลา้

จนเป็นทีกล่าวขานว่างดงามมาก และทรงแกะหน้าหุ่น นÀาลัย ทรงมีบทบาทส™าคญั ในการ

พระยารกใหญ่ พระยารกน้อยทงี ดงาม ส่วนงานปนั เช่น พ²ั นาชาติäทย โดยทรงมีพระอัจ©รยิ Àาพ
ทรงปนั หุ่นพระพกตร์พระประธานในวดอรณุ ราชวราราม โดดเด่นทางด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม
ซึงผลงานฝพ ระหตถ์ของพระองคน์ บเป็นสมบติที จนทíาให้รัชสมัยนีจé ัดเปน็ ยคุ ทองแหง่ วรรณกรรม
ทรงคณุ คา่ ยิงของชาติไทย
ในสมัยรตั นโกสินทร์

105

ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู

วรรณคดีเร่อื งใดทีเ่ ปน บทพระราชนพิ นธท ่มี คี วามสําคญั ที่สุด ครูอธบิ ายความรูเพมิ่ เตมิ วา เม่อื วนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2511 ในโอกาสครบ
ในพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลัย รอบ 200 ป แหง วนั พระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย
องคการยเู นสโกไดประกาศยกยองพระเกยี รตคิ ุณในฐานะบุคคลสาํ คญั ของโลก
1. อเิ หนา ท่ีมผี ลงานดเี ดนทางดา นวรรณศิลป นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยงั ไดป ระกาศ
2. สามกก ใหวนั ที่ 24 กมุ ภาพนั ธ ของทกุ ป เปนวนั ศิลปน แหงชาติอกี ดว ย
3. ราเกียรต์ิ
4. ราชาธริ าช นกั เรยี นควรรู

วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา - 1 พระปรางค หรอื ปรางค เปน สิง่ กอ สรางประเภทหนึ่งในงานสถาปต ยกรรมไทย
เปน หลักประธานในวัดเชนเดียวกบั พระเจดีย พระปรางคใ นประเทศไทยไดรับอทิ ธิพล
นภาลัย พระราชนพิ นธด วยพระองคเ องตลอดท้งั เรื่อง นับเปน จากศิลปะสถาปต ยกรรมขอม จาํ แนกเปน 4 แบบ คือ ทรงศิขร ทรงงาเนยี ม
วรรณกรรมทีด่ ีท่ีสดุ ในรัชกาลนี้ ทรงฝก ขา วโพด และทรงจอมแห

คมู่ อื ครู

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา เจา อยหู วั (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๖๗- ๒๓๙๔)

1. ครใู หนักเรยี นยกตวั อยางพระปรชี าสามารถของ พระราชประวัติ
พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจาอยหู ัว
(แนวตอบ ทรงมพี ระปรีชาสามารถในดา นการ พระบาทสมเดจพระนังเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงเป็นพระมหา
สง เสริมการคา ขายกบั ตา งประเทศ โดยเฉพาะ กษตั ริยไ์ ทยรัชกาลที ๓ แหง่ พระบรมราชวงศ์จักรี มพี ระนามเดมิ ว่า
การคา กบั จนี และการเปด คาขายกับมหาอํานาจ พระองค์เจ้าทับ ทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเดจ
ตะวันตก จนทําใหพ ระราชอาณาจักรรอดพน พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั และสมเดจพระศรีสลุ าลยั (เจ้าจอม
จากการคุกคามของชาติตะวันตก ขณะเดยี วกนั มารดาเรียม) ได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมืนเจษฎาบดนิ ทร์
กเ็ พมิ่ พูนรายไดใหกบั ทองพระคลัง) เมือ พ.ศ. ๒๓๕๖

2. ครูถามนกั เรียนวา เพราะเหตุใดพระบาท พระรดาชา้ นกครณวายี มกมจิ ันสคํางค1ญั ในรัชสมัยนี ไทยได้รับผลกระทบจาก
สมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลัยจึงทรงตรสั ลอ พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยหู ัว ทรงพระปรีชา รัฐต่างๆ ทอี ย่ใู กล้เคยี งทางดา้ นความมันคงและผลประโยชน์ของ
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา เจาอยูห วั วา “เจา สวั ” สามารถมากด้านการค้ากับตางประเทศ พระราชอาณาจักร แต่พระองค์ทรงมพี ระบรมราโชบายอันมันคง
(แนวตอบ เน่ืองจากพระองคไดท ําการคาขาย
กบั จนี มาตั้งแตครั้งดาํ รงพระยศเปนกรมหม่ืน ต่อการปอ งกันพระราชอาณาจักรจนขา้ ศกึ พ้นจากดินแดนของไทย และสามารถรกั ษาผลประโยชนข์ องชาติ
เจษฎาบดนิ ทร จนสงผลใหพระคลงั สินคา เอาไว้ได้ ถงึ แมจ้ ะต้องอาศยั ก�าลังทางทหารในการสนับสนุนนโยบายปองกนั การรุกรานของข้าศึกและรักษา
มรี ายไดเ พ่มิ ขนึ้ มาก) ผลประโยชน์ของชาตเิ อาไว้กตาม
ด้านการคา้ กบั ต่างประเทศ ทรงส่งเสริมการคา้ ขายกับต่างประเทศ2 โดยเฉพาะอยา่ งยงิ การค้ากบั จนี
3. ครใู หน ักเรยี นอธิบายความสาํ คญั ของสนธิ มาตังแตเ่ มอื ครังพระองค์ยังทรงด�ารงพระยศเป็นกรมหมืนเจษฎาบดนิ ทร์ ส่งผลใหท้ อ้ งพระคลังมีรายได้เพมิ 3
สญั ญาเบอรน ยี  มากขึน จนพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงตรัสลอ้ เลียนกรมหมนื เจษฎาบดนิ ทร์วา่ เป็น เจ้าสัว
(แนวตอบ สนธสิ ญั ญาเบอรน ยี เปนสนธิสญั ญา
ทางพระราชไมตรีและการพาณิชยทไี่ ทยทาํ กับ
องั กฤษ เมอ่ื พ.ศ.2369 และทาํ กับสหรัฐอเมรกิ า
เมื่อ พ.ศ.2376 ทําใหไ ทยไดร บั ผลประโยชนทาง
ดา นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทางดานการคา)

ภาพวาดจินตนาการรัชกาลท่ี ๓ เสดจ็ ทอดพระเนตรการตอ เรือส�าเภา (จิตรกร นายกมล ทองสุนทร)

10๖

นักเรียนควรรู ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
“การศกึ สงครามขางญวนขางพมากเ็ ห็นจะไมมีแลว จะมีอยกู ็แต
1 ดา นความมนั่ คง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจา อยูหัวไดท รงปอ งกัน ขางฝรงั่ ใหระวังใหด ีอยา ใหเ สยี ทีแกเ ขาได การงานสงิ่ ใดของเขาที่มี
ราชอาณาจักร ดว ยการสง กองทพั ไปสกดั ทัพของเจาอนุวงศแ หงเวียงจันทน มิให ควรจะเรียนรา่ํ เอาไวกเ็ อาอยางเขา แตอ ยา ใหน บั ถือเลอ่ื มใสไป
ยกทัพเขา มาถึงชานพระนคร และขัดขวางมใิ หเ วยี งจันทนเขาครอบครองหัวเมอื ง ทีเดยี ว...” คํากลาวนีแ้ สดงวิสัยทศั นข องกษตั รยิ พระองคใ ด
อีสานของไทย นอกจากน้ี พระองคท รงประสบความสาํ เร็จในการทาํ ใหไ ทยกับญวน 1. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลานภาลยั
ยตุ ิการสูรบระหวา งกนั เกย่ี วกับเรอื่ งเขมร โดยท่ีไทยมิไดเสียเปรียบญวนแตอ ยางใด 2. พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลา เจาอยูห ัว
2 การคา ขายกบั ตางประเทศ ไทยไดท ําสนธสิ ัญญาทางพระราชไมตรีและ 3. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยหู ัว
การพาณิชยก ับอังกฤษเปนชาตแิ รก เมอ่ื พ.ศ. 2369 คอื สนธิสญั ญาเบอรนีย 4. พระบาทสมเดจ็ พระปน เกลา เจา อยหู ัว
และอกี 6 ป ตอมา ก็ไดเปด สมั พนั ธไมตรีกับสหรัฐอเมริกา ในตอนปลายรชั กาล วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. เปนพระราชกระแสกอนสวรรคต
รฐั บาลสหรฐั อเมริกาและองั กฤษไดสง ทูตเขา มายงั กรุงเทพฯ อกี 2 คณะ เพ่ือขอ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา เจา อยหู ัวทีแ่ สดงถงึ พระวิสยั ทัศน
แกไขสนธสิ ัญญาท่ที าํ ไวตอนตน รชั กาล แตการเจรจาไมบรรลผุ ลสําเรจ็ อันกวา งไกลของพระองคเ ก่ียวกบั ชาวตะวันตก เน่ืองจากในเวลานน้ั
3 เจาสวั หมายถงึ คนทมี่ ัง่ มี มักใชก ับเศรษฐจี นี ไมมีสงครามกบั เพอ่ื นบา นแลว แตใหร ะวังชาติตะวนั ตกเน่ืองจาก
เปน ยคุ ลา อาณานิคม
คู่มือครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

โดยเฉพาะอยางยงิ่ การเปดคาขายกบั มหาอํานาจตะวันตกจะชวยปอ งกนั ความ อธิบายความรู้
ปลอดภัยใหกับพระราชอาณาจักรจนพนจากการคกุ คามของชาติตะวันตกได
ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มพูนรายไดใหกับทองพระคลัง พระองคจึงโปรดเกลาฯ 1. ครูใหน ักเรียนอธบิ ายพระราชกรณยี กจิ
ใอหังกมฤีกษารใลนงพนา.ศม.ใ๒น๓ส๖น๙ธิสหัญรอื ญเรายี ทกาวงา พ“รสะนรธาิสชัญไมญตารเีบแลอระนกยีา”1รพแลาะณกิชบั ยสฉหบรับัฐอแเรมกรกิกบัา ดา นศิลปวฒั นธรรมของพระบาทสมเด็จ
ใน พ.ศ. ๒๓๗๖ พระน่งั เกลา เจาอยูหวั
ดานศลิ ปวัฒนธรรม ทรงบรู ณปฏิสังขรณพระปรางควัดอรณุ ราชวราราม (แนวตอบ พระองคทรงบรู ณปฏสิ งั ขรณ
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยทรงบูรณปฏิสังขรณไว แตยัง พระปรางควัดอรณุ ราชวรารามซึ่งพระบาท
ไมแลว เสร็จ เฉพาะพระปรางคองคกลางทสี่ ูงและงดงามมากก็ไดกอสรางขน้ึ สมเด็จพระพุทธเลศิ หลา นภาลัยทรงบูรณ
ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ ท้ังนพ้ี ระปรางคเ ดิมทเี่ ปนของโบราณสงู ๘ วา แตพ ระองค ปฏสิ ังขรณไวแตยังไมแลว เสร็จ โดยเฉพาะ
ไดทรงใหช า งกอ หมุ ขนึ้ ใหมส งู ๓๕ วา นบั เปนพระปรางคทสี่ รา งไวอ ยา ง พระปรางคอ งคก ลางท่สี ูงและงดงามมาก
งดงามนไอดกสจัดาสกวนน้ี พยราะกอจงคะหยงัาไพดรทะรปงรมารีงบัคสอ่งังใคหใ สดรเทา งียเบรือไดสาํ เภา2ทกี่ อ ดวยอิฐ จนกลายเปน สัญลักษณท างวฒั นธรรมไทย
เพราะทรงเล็งเหน็ วา ภายหนาจะไมมีการสรางเรือสาํ เภาอกี แลว โดยวดั แพรห ลายไปทว่ั โลก)
ที่พระองคทรงมีรบั ส่งั ใหสรา งเรือสาํ เภาไวไ ดพระราชทานนามวา
2. ครนู าํ ภาพเรือสําเภาวัดยานนาวามาให
นกั เรยี นดูแลว ใหนักเรยี นบอกวา มคี วามสําคัญ
อยางไร
(แนวตอบ พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจาอยูห วั
โปรดเกลาฯ ใหสรางเรือสาํ เภาพระเจดียแ ทน
พระสถปู เจดียท ั่วไป เพอื่ ใหค นรนุ หลังไดเหน็
รปู แบบเรอื สําเภาซ่ึงกําลงั จะหมดไปจาก
เมืองไทย)

“วดั ยานนาวา” ถือไดว าเปนแหลง ความรใู นเรื่องประวตั ศิ าสตร
เศรษฐกิจทางดานการคาสําเภาของไทยไดเปน อยางดีแหลงหนง่ึ
ดา นวรรณกรรม แมพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจาอยูห วั พระปรางควัดอรุณราชวราราม ซ่ึงรัชกาลท่ี ๒
โปรดเกลาฯ ใหส รางข้นึ แตมาแลวเสรจ็ ในสมัย
จะเคยทรงพระนิพนธงานวรรณกรรม เม่ือคร้ังทรงดํารง รัชกาลท่ี ๓ และไดกลายเปนแหลง ทองเท่ียวท่สี ําคญั
พระอิสริยยศเปนพระเจาลูกยาเธอก็ตาม แตเม่ือข้ึนครอง ของไทยแหงหน่ึงในปจ จบุ ัน

ราชสมบัตแิ ลวมพี ระราชภาระมาก จึงไมไ ดท รงพระราชนิพนธ
งานใดอกี งานวรรณกรรมทม่ี คี ุณคา ในสมยั ของพระองค เชน
ลิลิตตะเลงพาย ปฐมสมโพธิกถา พระองคท รงสนบั สนุนให
นักปราชญราชบัณฑิตชวยกันจารึกวรรณคดีสําคัญไวบน ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾Ãй§èÑ à¡ÅŒÒ਌ÒÍÂˋ٠ÑÇ
แ ผ น ศิ ลา แ ล  ว ติ ด ไ ว  ตา ม ศ าล า ร า ย ร อ บ พ ระ อุ โ บ สถ ·Ã§ÁÕ¾ÃÐÇ¨Ô ÒóÞÒ³·Õè¡ÇŒÒ§ä¡Å
·Ã§´Òí à¹Ô¹¹âºÒ¡ѺªÒµÔµÐÇѹµ¡
พระมหาเจดีย วัดพระเชตพุ นฯ เพ่อื มิใหวิชาเหลา นน้ั ´ÇŒ ¤ÇÒÁÃͺ¤Íº ´Ñ§¡ÃÐáʾÃÐÃÒª´Òí ÃÊÑ ·èÕÇÒ‹
สูญหายไปและประชาชนไดอาศัยเปน หลกั ในการ
“...¡ÒÃÈ֡ʧ¤ÃÒÁ¢ÒŒ §Þǹ¢ÒŒ §¾ÁÒ‹ ¡çàË¹ç ¨Ð

ศกึ ษาความรู äÁ‹ÁáÕ ÅÇŒ ¨ÐÁÍÕ ÂÙ‹¡áç µ¢‹ ŒÒ§¾Ç¡½Ãè§Ñ ãËŒÃÐÇѧãË´Œ Õ

Í‹ÒãËŒàÊÂÕ ·áÕ ¡à‹ ¢Òä´.Œ ..”

๑๐๗

ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรยี นควรรู

บทบาทสําคญั ของพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจา อยูหวั ตรงกบั 1 สนธิสญั ญาเบอรน ีย มีขอตกลงท่ีสําคัญ เชน อนญุ าตใหพ อคา ชาวไทยและ
ขอใด พอคาชาวองั กฤษซื้อขายกันเองไดโดยเสรี แตห ามมิใหพ อคาซอ้ื ขาวเพ่อื สง ออก
นอกประเทศ สวนปน กระสุนปน และดินปน นั้น ถา นาํ เขา มา ตอ งขายใหแ กท าง
1. การคา ขายกับตา งชาติ ราชการเทา นน้ั ถาทางราชการไมต องการกต็ อ งนาํ กลบั ออกไป ไทยจะเก็บภาษีรวม
2. การทําสนธสิ ญั ญาเบอรน ยี  เปนอยา งเดียวตามความกวางของปากเรอื เปน ตน ซง่ึ ขอตกลงทางการคาท่ไี ทย
3. การบูรณปฏสิ ังขรณว ดั วาอาราม ยอมรบั ในการทาํ สนธสิ ัญญาฉบบั แรกในสมัยรตั นโกสินทรก ับองั กฤษนั้น ไมทาํ ให
4. การขยายพน้ื ท่เี มอื งประเทศราช ฝายไทยเสยี ผลประโยชนมากนกั และสามารถประนีประนอมได
2 เรือสําเภา พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลาเจา อยหู วั โปรดเกลา ฯ ใหส รา งขึ้น
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา - เพอื่ ใหคนรนุ หลังรูจ กั เรอื สําเภา นอกจากน้ี ยังทรงสรางเพอื่ ระลึกถึงบารมธี รรม
ทัง้ หลาย ซง่ึ พระเวสสนั ดรอปุ มาเหมอื นสําเภายานนาวา ในมหาเวสสันดรชาดก
เจาอยูหัวทรงใหค วามสําคัญในเร่อื งเศรษฐกจิ โดยเฉพาะการคา กณั ฑกุมาร
กับตา งชาติ ท้ังการคากับชาติตะวนั ออกโดยเฉพาะกับจีน
และการคากบั ชาตติ ะวันตก โดยมกี ารทาํ สนธิสญั ญาเบอรน ยี ก ับ
องั กฤษและสหรฐั อเมรกิ า ทาํ ใหไทยไดรับผลประโยชนท างดาน
เศรษฐกจิ การคา เปน อยา งมาก

คูม่ ือครู

กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจา อยหู ัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๓๙๔ -๒๔๑๑)

1. ครอู ธบิ ายนกั เรยี นวา สถานการณบ า นเมอื ง พระราชประวตั ิ
ในชว งสมัยรชั กาลท่ี 4 เปนชว งที่มหาอาํ นาจ
ตะวนั ตกแผขยายอิทธิพลเขา มายังภมู ิภาค พระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต และหวังยึดครองชาติ พระมหากษตั รยไ์ ทยรัชกาลที ๔ แหง่ พระบรมราชวงศ์จกั รี มี
ตางๆ เปน อาณานคิ ม แลว เช่ือมโยงใหน ักเรยี น พระนามเดมวา่ สมเดจเจา้ ฟามงกุฎ เป็นพระราชโอรสของ
เหน็ วา พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยหู วั พระบาทสมเดจพระพุทธเลศหล้านภาลัย และสมเดจพระศรี
ทรงมีบทบาทสาํ คัญทที่ าํ ใหไ ทยรอดพนจาก สเสุรดเจยอนอทกรผานบวรช1มตารมาชปรนะี เพเมณือี พไดร้ะ๑ช๓นมวาันยุคสมรบเดจ๒พ๐ระรพาชรบรษดาา
การคุกคามของมหาอํานาจตะวนั ตก โดยถาม กสวรรคตราชสมบัตตกเป็นของพระบาทสมเดจพระนังเกล้า
นักเรยี นวา พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา- เจา้ อยู่หัวพระเชษฐาตา่ งพระชนนี สมเดจเจ้าฟามงกุฎจงทรง
อยูห ัวทรงมพี ระบรมราโชบายอยางไรที่ทําให พระผนวชต่อมาเปน็ เวลา ๒๗ พรรษา
ไทยรอดพน จากการคกุ คามของมหาอํานาจ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยหู วั กษัตริยผ ูน�า
ตะวันตก ไทยสคู วามทันสมัย พระราชกรณียกิจสาํ คัญ
(แนวตอบ ทรงสรางความสมั พันธกบั นานา
ประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศมหาอาํ นาจ พระไตดร้าปนศิฎากสจนนากรใะนทรังะทหรวง่าตงัทงธีสรมรเมดยจุตเจก้านฟกาามยง2เกพฎุ ือหปรรอื ะวโชยรชญนา์ใณนภทากงขพุทรระงพผนุทวธชศอายสู่นนนั า ทรงเชยี วชาญในเรอื ง
ตะวันตกที่กําลงั แสวงหาอาณานคิ มอยูใ นขณะนน้ั ) โดยแกไ้ ขวัตรปฏบัต
ของพระสงฆ์ใหส้ มบรู ณ์ทงั พระธรรมและพระวนัย ซงคณะสงฆ์ธรรมยตุ กนกายกเจรญรุ่งเรอื งเป็นปกึ แผน่
2. ครูใหนกั เรยี นรว มกันวเิ คราะหว า เพราะเหตใุ ด เคยี งคมู่ ากบั มหานกายมาจนถงทกุ วนั นี
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยหู ัวจึงทรง ด้านภาษาและวิทยาการ เมือครงั ยังทรงเปน็ พระภกษุ ทรงศกษาภาษาละตนกับบาทหลวงฝรงั เศส
เปนพระมหากษัตริยท ่มี ีวิสัยทศั นก วา งไกล ทรงศกษาภาษาอังกฤษกับมชชันนารีอเมรกนั จนสามารถตรสั
(แนวตอบ พระองคท รงมีพระปรชี าสามารถใน และเขียนได้ ภายหลังเมือพระองค์เสดจขนครองราชสมบัต
การตรสั และเขยี นภาษาองั กฤษไดด ี จึงทําให ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดนในทวีปเอเชียพระองค์แรกทีทรงใช้
พระองคสามารถศกึ ษาวิชาการตะวนั ตก ภาษาอังกฤษได้ดี และความรู้ภาษาอังกฤษนีเองเป็นกญุ แจ
ไดสะดวก เชน วทิ ยาศาสตร ภมู ิศาสตร เปิดประตไู ปสู่ความรู้ในวชาอืนๆ ของพระองค์ คือ ทรงเรมอ่าน
ประวตั ศิ าสตร ดาราศาสตร เปนตน ทาํ ใหท รง หนงั สือทางด้านวทยาศาสตร์ ภมู ศาสตร์ ประวตั ศาสตร์ ค�านวณ
มวี สิ ยั ทศั นกวางไกล ซง่ึ เปนประโยชนใ นการ ดาราศาสตร์ และศาสนาต่างๆ เปรยี บเทยี บ เป็นตน้ จนทรง
ปรับปรงุ ประเทศใหทันสมัย)

สามารถคา� นวณเวลาเกดสรุ ยุปราคาได้อยา่ งแมน่ ย�าดงั ปรากฏที
ตา� บลหวา้ กอ จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์ เมือ พ.ศ. ๒๔๑๑ การที
พระองค์ทรงเปดิ โลกทศั นอ์ อกไปอยา่ งกว้างขวาง ได้สง่ ผลต่อ
การศกษาความรู้วชาการสมัยใหม่ของบรรดาพระราชโอรส
รัชกาลท่ี ๔ เสด็จพระราชด�าเนินไปทอดพระเนตร ของพระองค์ทีจะได้ทรงศกษาต่อ อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อชาต
สรุ ยิ ุปราคาท่ตี �าบลหวากอ จังหวัดประจวบครี ขี ันธ บ้านเมืองต่อไป
เมอื่ พ.ศ. ๒๔๑๑ ซง่ึ สรุ ยิ ุปราคาไดเกิดขึน้ ตรงตาม
ที่พระองคท รงคา� นวณไว

10๘

เกรด็ แนะครู ขอ สอบ O-NET
ขอ สอบป ’52 ออกเกยี่ วกบั ธรรมเนยี มการดื่มนํา้ พระพพิ ฒั นส ตั ยา
ครอู ธิบายเพิ่มเติมวา ในวโรกาสฉลองสมโภช 200 ป แหงการพระบรมราชสมภพ พระมหากษตั ริยพระองคใ ดทรงริเร่ิมธรรมเนยี มการดืม่ น้าํ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหัว ป พ.ศ. 2547 องคก ารยูเนสโกไดยกยอ งให พระพิพฒั นสัตยารว มกับขนุ นางและขาราชการ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยูหัวเปน บคุ คลสาํ คญั ของโลก ในฐานะทพ่ี ระองค 1. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหัว
ทรงเปนผูมีพระปรีชาสามารถและมีพระอจั ฉรยิ ภาพสูงทางดา นวิทยาศาสตร 2. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจา อยูหัว
3. พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจา อยูห วั
นักเรียนควรรู 4. พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูห วั
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. พระราชพธิ ถี อื นาํ้ พระพิพฒั น-
1 ผนวช ขณะทท่ี รงผนวชเปน พระภิกษสุ งฆ ทรงไดร ับพระฉายาวา “วชิรญาณ สตั ยา สนั นษิ ฐานวามมี าตั้งแตสมยั อยธุ ยา ซึง่ เปนพธิ ีพราหมณ
ภิกข”ุ ทรงผนวชตงั้ แตพ ระชนมายุ 21 พรรษา และทรงลาสิกขาหลงั จากผนวชได จนถึงสมยั รตั นโกสินทร รชั กาลท่ี 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
27 ป ใหเพ่ิมพิธีพทุ ธเขาไปควบคกู บั พธิ พี ราหมณ และเปล่ยี นแปลง
2 ธรรมยตุ ิกนกิ าย นกิ ายหนึง่ ของพระสงฆ ซงึ่ กอตงั้ โดยรชั กาลที่ 4 (ในขณะท่ี รายละเอียดปลกี ยอ ยตางๆ ในชว งขัน้ ตอนใหก ระชับและสะดวก
ทรงผนวช) โดยเปน นิกายท่ีมวี ัตรปฏบิ ัติตามแบบอยางของพระสงฆมอญ ตอ ผูปฏบิ ตั มิ ากข้ึน และทรงรเิ รมิ่ ใหอ งคพระมหากษัตรยิ ไดรว ม
ดื่มนํา้ พระพพิ ฒั นส ตั ยากบั พระบรมวงศานวุ งศแ ละขา ราชการดว ย
ค่มู อื ครู อันเปนผลใหพระมหากษตั ริยในรัชกาลตอ ๆ มาทรงถือปฏิบตั ติ าม
จนกระท่ังถงึ ปจจบุ นั

กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

ด้านการต่างประเทศ ทรงทา� สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณชิ ยก์ บั ประเทศองั กฤษ เรียกว่า อธบิ ายความรู้
สนธิสญั ญาเบาว์รงิ ใน พ.ศ. ๒๓๙๘ และท�าสนธสิ ญั ญาดงั กล่าวกบั อีกหลายประเทศ ท�าใหไ้ ทยสามารถ
รักษาอธปิ ไตยของตนไวไ้ ด้ นอกจากนียังทรงส่งเสริมสัมพนั ธไมตรกี บั นานาชาตดิ ้วยการสง่ ราชทูตไปประเทศ 1. ครูใหน ักเรียนรวมกนั แสดงความคิดเหน็ วา
อังกฤษและฝรงั เศสดว้ ย พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยหู วั ทรงใช
กศุ โลบายใดในการรับมือกับยคุ ลาอาณานคิ ม
1 ของชาติตะวนั ตก และสงผลอยา งไร
(แนวตอบ ทรงใชก ุศโลบายการผอนหนักเปน เบา
ภาพวาดจินตนาการเซอร จอหน เบาวริง ทตู ขององั กฤษ เข้ามาท�าสนธสิ ัญญากบั ไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ เม่อื พ.ศ. ๒๓๙๘ เชน ยอมทาํ สัญญาเสียเปรยี บ คอื “สนธสิ ญั ญา
เบาวริง” ยอมเสยี ดินแดน โดยเสยี สละดนิ แดน
ดา้ นการปรับปรงุ ประเทศ ทรงเหนความจ�าเป็นในการปรบั ปรงุ ประเทศใหท้ นั สมยั โดยยกเลิกประเพณี สวนนอ ย เพ่อื รักษาดนิ แดนสวนใหญ และการ
เก่าๆ ทีลา้ สมยั เพือไม่ให้ชาติตะวันตกใชเ้ ปน็ ข้ออ้างยดึ ครองดนิ แดนไทย เช่น ให้ขนุ นางสวมเสือเมือเข้าเฝา ปฏริ ูปบานเมืองใหท ันสมัย ซ่ึงในการปรบั ปรงุ
อนญุ าตให้ราษฎรเข้าเฝาไดอ้ ย่างใกล้ชิด เปน็ ตน้ นอกจากนี พระองค์ทรงน�าความรู้ของตะวันตกมาใช้ปรบั ปรงุ บานเมืองใหทนั สมยั แมจะหยุดย้ังการลา
บ้านเมือง เช่น ทรงจา้ งชาวตะวันตกมาสอนหนังสอื และภาษาองั กฤษแกพ่ ระราชโอรส อาณานคิ มไมไ ดอ ยางเดด็ ขาด แตก ็ทาํ ใหชาติ
พระราชธดิ า ทรงส่งขนุ นางไปดูงานยงั ต่างประเทศเป็นครังแรก เพอื น�า ตะวันตกลดความเอารัดเอาเปรียบลง เพราะ
ความรูม้ าพฒั นาบ้านเมือง เปน็ ตน้ คนไทยมคี วามรคู วามสามารถ รูเทา ทันความ
พระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ คดิ ของชาติเหลา นั้น ทําใหส ามารถเจรจา
พระบรมราโชบายในการเปลียนแปลงใหส้ ังคมไทยก้าวสู่ เจา้ อยู่หวั ทรงเป็นวีรกÉตั ริย์ทมี คี วามคิด ตอ รองเพ่อื ทําความตกลงผอนหนักเปน เบา
ความทันสมยั ทพี ระองค์ทรงริเรมิ นบั ได้วา่ เปน็ การเตรียม ก้าวหน้า ทันสมัย ทรงเชยี วชาญในวทิ ยาการ ในเร่อื งตา งๆ ไดมาก)
ความพร้อมส�าหรบั การเผชญิ ความท้าทายของการ
ตะวนั ตกและทรงวางราก°านในการดาí เนิน 2. ครสู ุมใหน ักเรยี นอธิบายเกี่ยวกับสาระสาํ คญั
ของสนธิสัญญาเบาวริงโดยสังเขป
แสวงหาอาณานิคมของมหาอ�านาจตะวันตกที นโยบายต่างประเทศและการปรบั ปรงุ บ้านเมือง (แนวตอบ เปนสนธสิ ัญญาทรี่ าชอาณาจกั รสยาม
ทํากับองั กฤษเมอ่ื พ.ศ. 2398 โดยเซอร จอหน
ก�าลังคกุ คามชาตติ า่ งๆ ในทวีปเอเชียในขณะนนั ให้ทนั สมัย ส่งผลให้äทยรอดพน้ จากการรกุ ราน เบาวร ิง ราชทตู ทไี่ ดรับการแตงต้งั จากสมเด็จ
ของมหาอาí นาจตะวันตก พระบรมราชนิ ีนาถวิกตอเรยี เขา มาทาํ สนธ-ิ
สัญญา ซึง่ มสี าระสาํ คัญในการเปดการคาเสรี
10๙ กับตางประเทศในสยาม มีการปรับเปลยี่ น
กฎระเบียบการคา ระหวา งประเทศ โดยการ
สรางระบบการนาํ เขาและสง ออกใหม
เพิ่มเติมจากสนธสิ ัญญาเบอรนยี  สนธิสัญญา
ดังกลา วอนุญาตใหช าวตา งชาติเขา มาทํา
การคา เสรีในกรงุ เทพฯ และยังอนุญาตให
จัดตงั้ กงสุลองั กฤษในกรุงเทพฯ และรบั ประกัน
สทิ ธสิ ภาพนอกอาณาเขต ตลอดจนอนุญาตให
ชาวอังกฤษสามารถถือครองท่ดี ินในสยามได)

ขอ สอบ O-NET เกรด็ แนะครู

ขอ สอบป ’53 ออกเก่ยี วกบั สนธสิ ญั ญาเบาวรงิ ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ เกย่ี วกับสนธสิ ัญญาเบาวร งิ วา สนธสิ ัญญาฉบับน้ีทาํ ใหไ ทยตอ ง
สนิ คาสงออกทีส่ ําคญั ของไทย ภายหลังการลงนามในสนธิ เสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตใหแกคนอังกฤษและคนในบังคับอังกฤษ สนธิสัญญา
เบาวริงไมกาํ หนดระยะเวลาส้ินสดุ ของสญั ญา และไดท าํ ใหอังกฤษเปน ชาตทิ ี่ไดร บั
สัญญาเบาวรงิ นอกจากขาวแลว ยังประกอบดวยสินคาชนดิ ใด อภสิ ทิ ธ์ิ และมีผลใหเกิดการคาเสรกี ับตา งประเทศ ถือเปนการสิน้ สดุ ของการผกู ขาด
1. ดบี ุก การคา กับตา งประเทศโดยพระคลังสินคา และแนะนําใหน ักเรียนไปสบื คน ขอ มูลของ
2. ไมสัก เซอร จอหน เบาวริง เพ่มิ เติม
3. ของปา
4. นาํ้ ตาลทราย นกั เรยี นควรรู

วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. และขอ 2. เดมิ สนิ คาหลัก 1 เซอร จอหน เบาวรงิ อคั รราชทูตอังกฤษ ไดเ ขา มาเจรจาทําสนธสิ ัญญาทาง
พระราชไมตรีกบั ไทย และไดร ับราชการเปน อัครราชทตู ไทยประจํายโุ รป จนเปน ท่ีพอ
ทไ่ี ทยสง ขายตา งประเทศ ไดแ ก นํ้าตาล เครื่องเทศ พริกไทย และ พระราชหฤทยั ของรัชกาลที่ 4 จึงไดรับพระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน พระยาสยามานกุ ูลกจิ
ของปา ภายหลงั การลงนามในสนธสิ ัญญาเบาวรงิ สินคา ออกทสี่ าํ คัญ สยามมิตรมหายศ
นอกจากขา วแลว ยังมีสนิ คาออกทีส่ าํ คญั อีก 3 ประเภท ไดแก
ดบี ุก ไมสกั และยางพารา ไดเปน สินคา สําคัญในเวลาตอ มา คู่มอื ครู

กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๑๑ -๒๔๕๓)

1. ครเู กริ่นนาํ นกั เรียนวา ภายหลังพระบาทสมเด็จ พระราชประวัติ
พระจอมเกลา เจาอยหู ัวไดทรงริเรมิ่ ปรับปรงุ
บานเมืองใหทันสมัยตามแบบตะวนั ตกไปบาง พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยูห วั พระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น
แลว ตอมาในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระ พระปยมหาราชของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยรัชกาลที ๕ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี
จลุ จอมเกลา เจา อยูห ัวไดทรงปฏริ ปู ประเทศ มพี ระนามเดมิ ว่า สมเดจเจ้าฟาจฬุ าลงกรณ์ เปน็ พระราชโอรส
ทกุ ดานอยา งไมเคยมมี ากอ น จากนั้นครใู ห ของพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั และพระนางเธอ
นักเรียนชว ยกันบอกเหตุผลวา มสี าเหตุมาจาก พระองคเ์ จ้าร�าเพยภมราภิรมย์ (ต่อมาคือ สมเดจพระเทพ-
อะไร โดยเปด โอกาสใหนกั เรียนแสดงความ ศิรินทราบรมราชิน)ี พระองค์เสดจขนึ เสวยราชสมบัติใน พ.ศ.
คดิ เหน็ รวมกัน ๒๔๑๑ เมอื ทรงมพี ระชนมายเุ พียง ๑๕ พรรษา เนอื งจากทรง
(แนวตอบ สาเหตุสําคัญเน่อื งมาจากภัยคกุ คาม พมีพระรอะงชคน1์มจานยเมุยังือไพมร่บะรอรงลคนุ ท์ ติ รภิงมาวพี ะระจชงึนตม้อางยมุบผี รู้สร�าลเุนรจติ ริภาาชวกะาแรลแ้วทในน
จากจกั รวรรดนิ ิยมตะวันตก หากไทยไม พ.ศ. ๒๔๑๖ จงึ ทรงมีพระราชอา� นาจในฐานะพระมหากษตั ริย์
ปรับปรุงตนเองใหเจรญิ กา วหนาทดั เทยี มกบั โดยสมบรู ณ์
อารยประเทศ ชาติตะวันตกกจ็ ะใชเปน ขออา ง
ยึดครองไทยได นอกจากนี้ การปกครองใน พระรใานชรกัชรสณมยีัยกขิจอสงพาํ คระัญองค์ไทยต้องเผชิญกับการคกุ คามของประเทศมหาอ�านาจตะวันตก2ทีกา� ลังแสวงหา
ระบอบเกา ท่ใี หอ าํ นาจการปกครองบานเมอื ง อาณานคิ ม ซงึ มแี สนยานภุ าพทีเข้มแขงและขยายอา� นาจเข้ามาครอบง�าดินแดนตา่ งๆ ทีอยรู่ อบประเทศไทย
ตกอยกู บั ขนุ นาง หากมีการปฏิรูปแผน ดนิ ให และใกล้จะถงึ ดนิ แดนของไทยโดยเรวด้วย ดังนนั ถ้าพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวไม่ทรงมี
ทนั สมยั โดยเฉพาะอยา งย่งิ ทางดา นการปกครอง พระปรีชาสามารถรู้เท่าทนั อุบายของมหาอ�านาจตะวันตก และไม่ทรงมีพระบรมราโชบายทางด้านการ
กจ็ ะทาํ ใหส ถาบันพระมหากษตั ริยมพี ระราช- ต่างประเทศทีสขุ ุมคัมภรี ภาพแล้ว ประเทศไทยกคงจะไมพ่ ้นจากการเป็นอาณานคิ มของชาติตะวนั ตกไปได้
อาํ นาจอยา งแทจ ริง) อย่างแนน่ อน
ด้านการตา่ งประเทศ การทีไทยสามารถด�ารงรกั ษาเอกราช
2. ครใู หน กั เรยี นอธิบายวา พระบาทสมเด็จพระ ของชาติเอาไว้ได้ท่ามกลางอิทธิพลของมหาอ�านาจตะวันตก
จลุ จอมเกลาเจา อยหู ัวทรงมพี ระบรมราโชบาย ทีก�าลังลา่ อาณานคิ มขณะนันได้ เปน็ เพราะพระบาทสมเดจ
กบั ประเทศตะวนั ตกในลักษณะใด จงึ สามารถ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงมพี ระบรมราโชบายตอ่ ประเทศ
รกั ษาเอกราชของไทยไวได มหาอ�านาจตะวันตกในลักษณะของการผ่อนสนั ผ่อนยาว เจรจา
(แนวตอบ การผอนหนกั เปนเบา โดยการปฏิรูป ตอ่ รอง แสวงหาพนั ธมติ รเพือเอาไว้ถว่ งดลุ อ�านาจกับมหาอ�านาจ
บา นเมอื งใหท ันสมัยทกุ ดา น เชน การปกครอง ทรงมีพระบรมราโชบายเสียสละดินแดนส่วนน้อยเพือรักษา
กฎหมาย เลกิ ระบบไพร เลกิ ทาส จัดการศกึ ษา ดนิ แดนส่วนใหญเ่ อาไว้ให้พน้ จากการครอบง�าของมหาอา� นาจ
และสาธารณปู โภค เปน ตน การแสวงหา พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัวทรง ตะวันตก จนกระทังอังกฤษและฝรังเศสไม่สามารถยึดเอา
พันธมิตรกบั มหาอาํ นาจบางประเทศ เชน การ ฉายพระรูปรว มกบั ซารนโิ คลสั ที่ ๒ แหงรัสเซยี ประเทศไทยเปน็ อาณานคิ มของตนได้ จนเป็นทีกลา่ วขวญั ของ
เสด็จประพาสยโุ รป เพื่อกระชบั พระราชไมตรกี ับ เม่ือคราวเสด็จประพาสยโุ รป คร้งั ท่ี ๑ พ.ศ. ๒๔๔๐
ประเทศยโุ รปถงึ 2 ครงั้ โดยเฉพาะไดทรง
สนทิ สนมกบั พระเจา ซารน โิ คลัสที่ 2 แหง รสั เซีย 110
และยงั ทรงสนทิ สนมกบั พระมหากษัตรยิ ใ นยโุ รป
อีกหลายประเทศ ทําใหชาตมิ หาอาํ นาจเกดิ กจิ กรรมสรางเสรมิ
ความเกรงใจกนั เปน การถวงดลุ อาํ นาจ มิให
ชาตใิ ดชาตหิ น่งึ ขมเหงรงั แกไทย)

นักเรียนควรรู

1 ผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค คอื สมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ ครใู หนักเรียนจดั ทาํ แผนพับแสดงพระราชประวตั ิและพระราช-
(ชว ง บนุ นาค) เปน ผสู าํ เร็จราชการแผน ดินจนกวาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา- กรณียกจิ ในดา นตางๆ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา -
เจาอยหู วั จะทรงพระผนวช เมือ่ พระชนมพรรษา 20 พรรษา ใน พ.ศ. 2416 และ อยูหัว แลวนําสงครผู สู อน
สมเดจ็ เจา พระยาบรมมหาศรสี รุ ิยวงศไ ดข อใหส มเด็จเจาฟา มหามาลา กรมขุน
บําราบปรปกษ เปน ผูส ําเร็จราชการในสว นพระคลงั มหาสมบัตแิ ละราชการในราชสํานกั กจิ กรรมทา ทาย
ดว ยทรงรอบรใู นเร่อื งดังกลาวมานาน
2 ประเทศมหาอาํ นาจตะวนั ตก ในตน พทุ ธศตวรรษท่ี 25 เปน สมยั ครใู หนกั เรยี นจัดทําสมดุ ภาพเกย่ี วกบั พระราชประวตั แิ ละ
จักรวรรดนิ ิยม ที่ชาติตะวันตกไดเขายกึ ครองดินแดนในเอเชยี และแอฟรกิ า ซึ่งเกดิ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั
จากแรงผลักดนั หลายประการ เชน เพือ่ เปน แหลง ทรัพยากรและตลาดระบาย โดยการรวบรวมภาพตางๆ จากเว็บไซตในอินเทอรเ น็ต แลว ให
สินคา อตุ สาหากรรม พลงั ชาตนิ ยิ มเพอ่ื ความย่งิ ใหญข องชาติ การเผยแผครสิ ตศาสนา บรรยายรายละเอียดของภาพวา เปน ภาพเกย่ี วกับเหตุการณอ ะไร
เปน ตน จึงทาํ ใหไ ทยถูกคกุ คามท้งั จากองั กฤษและฝร่งั เศส จนตอ งเสียดนิ แดน เกดิ ข้นึ ทไี่ หน เมื่อใด
ซึ่งเปนประเทศราชของไทย

คู่มอื ครู

กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

นานาประเทศทีประเทศไทยในสมยรชกาลที ๕ สามารถรกษา อธบิ ายความรู้
เอกราชเอาไว้ได้ ทงนีเป็นเพราะพระปรีชาสามารถ รวมทง
พระบรมราโชบายอนชาญฉลาดของพระองค์โดยแท้ 1. ครูขออาสาสมคั รนกั เรียน 10 คน จดั แบงออกเปน
ด้านการปฏิรูปประเทศ ทรงปฏิรปู การบรหิ ารราชการ 2 กลมุ เพอื่ ศกึ ษาคนควา ในประเด็น ดงั นี้
แผน่ ดนิ ให้ทนสมยอย่างทีไมเ่ คยเป็นมาก่อนนบตงแต่การปฏิรปู กลมุ ท่ี 1 ระบบไพร
การปกครองในสมยสมเดจพระบรมไตรโลกนาถเป็นต้นมา กลุม ท่ี 2 ระบบทาส
และเป็นรากฐานทีสา� คญสา� หรบการปกครองบา้ นเมืองในระยะ โดยใหแ ตล ะกลุมสรปุ ขอมลู ท่ีสาํ คัญของระบบ
หลงต่อมา การปฏิรูปการปกครองของพระองค์สามารถน�า ไพรและระบบทาส เชน ความหมาย ความ
ประเทศใหร้ อดพน้ จากการครอบครองของมหาอา� นาจตะวนตก สาํ คญั ข้ันตอนการยกเลิกระบบไพรแ ละทาส
ในยุคลา่ อาณานคิ มไปได้ และผลจากการยกเลิกระบบไพรและทาส โดย
และทนาอส1กทจีเาคกยนมที ีมรางชม้าีพนราะนบใรนมสรางโคชมบไาทยยในกทา�ารใยหก้คเลนิกไรทะยบทบกุ ไคพนร่ ใหจดั ทําเปนรายงาน แลว ใหแตล ะกลมุ ออก
มคี วามเปน็ อิสระแก่ตนเอง โดยทีไมเ่ กดิ ความขดแยง้ อยา่ งรุนแรง หุนขี้ผึง้ แสดงการเลกิ ทาส ซึ่งเปนพระราชกรณียกิจ มานาํ เสนอผลการศึกษาคนควา ทีห่ นาช้นั เรียน
ในสงคมไทย นบได้ว่าพระองค์ทรงเปลยี นแปลงระบบสงคม ทสี่ �าคญั อยา งยิง่ ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา
ให้เข้าสู่ความทนสมยด้วยวิธีการทีสุขุมคมภีรภาพ ท�าให้ เจาอยหู ัว 2. ครูใหแ ตละกลมุ สงตวั แทนออกมานําเสนอผล
สงคมไทยมคี วามเจริญก้าวหน้าอยา่ งตอ่ เนอื งมาจนถงึ ปจั จบุ น ทงนเี ป็นเพราะพระองคท์ รงใช้วธิ ีการค่อยเป็น การศกึ ษาคน ควาทห่ี นา ชั้นเรียน จากนั้นครู
คอ่ ยไปอย่างเปน็ ขนตอน สรปุ ประเด็นสําคญั เกี่ยวกบั การยกเลกิ ระบบ
อย่างไรกตาม พระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วทรงเหนความส�าคญของการพฒนาคน ดงนน ไพรแ ละทาสวา การยกเลกิ ระบบไพรและทาส
พระองคจ์ ึงไดท้ รงปฏริ ปู การศึกษาเพอื ใหค้ นไทยไดม้ ีการศึกษาแบบทนสมย เพอื ใหป้ ระชาชนมีสตปิ ัญญาสา� หรบ เปน การปฏริ ูปสังคมไทยทส่ี ําคญั อยางมาก
เลยี งตนเองและเปน็ กา� ลงของชาติตอ่ ไปในอนาคต ทําใหคนไทยทกุ คนมีความเปน อิสระแกต นเอง
ทงหมดนีเป็นเพยี งพระบรมราโชบายทสี า� คญของพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ว และเปน การเปล่ยี นแปลงสังคมไปสูความ
บางส่วนทมี ีส่วนผลกดนให้ไทยรอดพน้ จากการเปน็ อาณานิคมของชาติตะวนตก ทนั สมยั โดยไมก อใหเ กดิ ปญหาความขัดแยง
ในสังคม

3. ครูใหน กั เรียนเขียนเรียงความในหวั ขอ
“พระปยมหาราช ในดวงใจพสกนกิ ร”
ความยาว 2-3 หนา กระดาษรายงาน จากนัน้
ครูสมุ นักเรียน 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงาน
ใหเพื่อนฟง หนา ช้นั เรียน

อขาณรยะเปดรียะวเทกศนกนทบ�าไดใหว้ ่า้สพงรคะมอไงทคย์ทมรงีคมวพีารมะเมจหริญากกร้าณุ วาหธนคิ า้ ุณทตดอ่เทปียวงมชกนบนานเจาา้ อยูห่ วั พทรระบงมาทบี สทมบเาดทจสพา™ รคะญัจุลในจอกมารเกวลา้าง
ชาวไทย และใน พ.ศ. ๒๕๔๔ องคก์ ารยูเนสโกไดถ้ วาย ราก°านแห่งความเจรญิ กา้ วหนา้ ของชาติäทย
พระเกียรติพระองค์ในฐานะบคุ คลสา� คญของโลก ๖ สาขา ในทกุ ดา้ น และทíาใหä้ ทยรอดพน้ จากการเปน็
ได้แก่ มานุษยวิทยา การพฒนาประเทศชาติ สงคม
อาณานคิ มของมหาอาí นาจตะวนั ตก ดว้ ยเหตนุ ีé

วฒนธรรม การศกึ ษา และการสอื สารมวลชน ปวงประชาราÉ®รจ์ Öง¶วายพระราชสมัญญาว่า

“พระปยมหาราช”

111

ขอสอบ O-NET นักเรยี นควรรู

ขอ สอบป ’51 ออกเกี่ยวกับการปฏิรูปบานเมืองในรชั สมัย 1 การยกเลกิ ระบบไพรแ ละทาส ระบบไพรเปน ระบบท่รี าษฎรตองมารบั ราชการ
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยูหวั หรือทํางานใหแกทางราชการเพอื่ เปนการตอบแทนท่ีใหความคุมครองและแกใข
ปญหาทัง้ หลายให แตเ ม่ือถึงสมยั รชั กาลท่ี 5 ระบบไพรม คี วามสลบั ซับซอนมากขนึ้
ขอใดไมไ ดเกิดข้ึนในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา - และการที่ไพรตองสังกัดมูลนายทาํ ใหไ มสามารถยายถ่ินฐานเพ่อื ประกอบอาชพี ใหได
เจาอยูหวั ผลดีตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อนั เน่ืองมาจากระบบการคาเสรีตามสนธิสญั ญา
เบาวรงิ ได และไพรอ าจขึน้ ทะเบียนสงั กัดเปน คนในบังคับตางชาติ รชั กาลท่ี 5 จึงทรง
1. การปฏิรปู การศกึ ษา ยกเลกิ ระบบไพรแบบคอ ยเปน คอ ยไป เพราะเก่ียวขอ งกับอํานาจและคนสว นใหญข อง
2. การจดั ตั้งกระทรวง ประเทศ
3. การปรับปรงุ กองทพั ใหท นั สมัย
4. การประกาศประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย สวนการเลิกทาสทรงทําใหทาสหมดไปจากสังคมไทยโดยไมเกิดเหตุรา ยแรงใดๆ
ไมเ หมอื นกับสหรัฐอเมรกิ าทก่ี ารเลิกทาสทําใหเ กิดสงครามกลางเมอื ง และญป่ี นุ ที่การ
วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. การปรับปรงุ กองทพั ใหทันสมัย เปล่ียนสถานะของเอตะ (eta) และฮินนิ (hinin) ยงั เปนทรี่ ังเกียจเดียดฉนั ทต อมา และ
ยงั ตอ งอยเู ปน ชมุ ชนของพวกตนเอง
เกดิ ขนึ้ ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
ทรงตระหนักวาประเทศตางๆ ในเอเชยี กําลงั ถูกคุกคามจาก ค่มู อื ครู
ประเทศมหาอํานาจตะวนั ตก โดยเฉพาะประเทศไทยทีถ่ กู คุกคาม
จากฝร่ังเศสและองั กฤษ ฉะนัน้ จึงตอ งปรับปรุงกิจการทหารใหมี
ประสทิ ธภิ าพและทันสมยั อยา งรบี ดว นพรอ มกนั หลายๆ ดา น
ไมว าจะเปน การจดั กําลัง การจดั หาอาวธุ การฝก และยทุ ธวธิ ีตาม
แบบอยา งยโุ รป

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๕๓- ๒๔๖๘)

1. ครูใหน ักเรยี นชว ยกันยกตัวอยางพระราช- พระราชประวัติ
กรณียกิจที่สําคัญของพระบาทสมเดจ็
พระมงกฎุ เกลาเจา อยูหัว พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หว ทรงเปน็ พระมหา
กษตรยิ ์ไทยรชกาลที ๖ แห่งพระบรมราชวงศ์จกรี มพี ระนาม
2. ครใู หน กั เรียนรวมกนั วิเคราะหเ กยี่ วกับพระราช- เดิมว่า สมเดจเจ้าฟา มหาวชิราวุธ เป็นพระราชโอรสของ
กรณียกจิ ทางดานการศกึ ษาของรชั กาลท่ี 6 วา พระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ ว และสมเดจพระนางเจ้า
มีสว นในการสรางสรรคชาตไิ ทยไดอ ยางไร เสาวภาผ่องศรี พระอครราชเทวี (ต่อมาคือ สมเดจพระศรี
พชรนิ ทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพนปหลวง)
3. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ 2 กลุม เพือ่ รว มกัน ทรงได้รบการสถาปนาเป็นสมเดจเจ้าฟา มหาวชิราวุธ กรมขนุ เทพ
จัดปายนเิ ทศเกี่ยวกับพระราชประวัตแิ ละ ทวาราวดี เมอื พ.ศ. ๒๔๓๑
พระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลา เจาอยหู ัว

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลาเจาอยูห ัว พระราชกรณยี กจิ สาํ คญั
พระมหาธรี ราชเจาของไทย ดา้ นการศึกษา สบื เนืองในสมยรชกาลที ๕ ได้ทรงริเรมิ

พระบรมราโชบายในการปฏริ ูปการศกษาของชาติให้ทนสมย อนเป็นรากฐานของการพฒนาก�าลงคนใหม้ ี
สติปญั ญารูเ้ ทา่ ทนกบการเปลยี นแปลงของโลก ดงนน เมอื พระบาทสมเดจพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยูห่ วเสดจขน
ครองราชสมบตแิ ล้ว พระองค์จงได้โปรดเกล้าฯ ให้มกี ารตราพระราชบญญตปิ ระถมศกษา พ.ศ. ๒๔๖๔
อนเป็นการกา� หนดใหค้ นไทยทกุ คนทมี ีอายถุ งเกณฑจ์ ะต้องเข้าเรียนในระดบชนประถมศกษาครบ ๔ ป ตาม
ก�าหนดระยะเวลา
นอกจากนี เมือ พ.ศ. ๒๔๕๙ พระองคโ์ ปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ดตงจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยอนเป็นการศกษา
ในระดบอดุ มศกษา ทรงยอมเสยี สละทดี นิ ของพระคลงข้างทีเพือจดตงจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลย ซงมหาวทิ ยาลย
แหง่ นไี ดก้ ลายเป็นแหลง่ สรา้ งสรรคส์ ิงทสี า� คญทางด้านสตปิ ญั ญา
และวทิ ยาการทีทนสมย อนเปน็ ประโยชน์ต่อสงคมไทยและ
ประเทศชาตมิ าจนทุกวนนี
ขณะเดียวกนพระองค์ยงทรงตงสถาบนการศกษาทสี �าคญ
อืนๆ อีก เช่น โรงเรียนมหาดเลกหลวง (ภายหลงรชสมย
ของพระองค์ได้เปลียนนามมาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลย)
ซงเปน็ โรงเรียนประจ�าตามแบบพบลิคสคูล (Public School)
ขององกฤษ เพือจะได้เป็นแบบอย่างแก่โรงเรียนภายในประเทศ
ตอ่ ไป โรงเรียนเพาะช่าง และโรงเรียนฝึกหดครูสตรี เปน็ ต้น
โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย (หรือเดิมคือ โรงเรียน พระราชกรณียกิจทางด้านการศกษาของพระองคไ์ ด้มีส่วนสา� คญ
มหาดเลก็ หลวง) ซงึ่ รัชกาลท่ี ๖ โปรดเกลาฯ ให ในการสรา้ งสรรคป์ ระเทศชาติใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้
สถาปนาขึน้ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๓ แทนการสรางวัด
ประจ�ารัชกาล

112

เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรางเสรมิ

ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ วา องคการการศกึ ษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรม ครูอธิบายนักเรียนเกี่ยวกับพระปรชี าสามารถของพระบาท
แหงสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ไดป ระกาศยกยองพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา- สมเดจ็ พระมงกุฎเกลาเจาอยูห วั ทางดานวรรณกรรมวา พระองค
เจา อยหู ัวในฐานะบุคคลสาํ คัญของโลก ทม่ี ผี ลงานดีเดน ดานวรรณศลิ ป เมื่อวนั ท่ี 1 มผี ลงานทางดา นวรรณกรรมมากมาย เชน สารคดี 194 เร่อื ง
มกราคม พ.ศ. 2524 เนื่องในวโรกาสฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา บทรอยกรอง 151 เรือ่ ง โขนละคร 187 เร่อื ง นิทาน เรอื่ งชวนหวั
159 เร่ือง พระราชดํารสั เทศนา 229 เรอื่ ง บทความลงหนงั สอื พมิ พ
มมุ IT 316 เร่อื ง และอื่นๆ จากนน้ั ใหนักเรียนเลอื กศึกษาวรรณกรรมท่ี
นักเรียนสนใจ 1 เรื่อง แลว ใหสรุปสาระสําคัญของเร่ือง นาํ สง
ศกึ ษาคนควา ขอมลู เพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ ใน ครูผูส อน
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา เจา อยูหัว ไดท ่ี http://www.panyathai.or.th
เวบ็ ไซตค ลังปญ ญาไทย

คู่มอื ครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

ดา้ นการเมืองการปกครอง ทรงริเริมการปกครองแบบ ดสุ ิตธานี เมืองจา� ลองประชาธิปไตยท่ีรัชกาลที่ ๖ อธิบายความรู้
ประชาธิปไตย ถงแม้วาจะมิได้เป็นรปู ธรรมอยางชัดเจนใน โปรดเกลาฯ ใหสรางข้นึ เพ่ือทดลองเกี่ยวกับการ
การปกครองพระราชอาณาจักร แตกแสดงใหเ้ หนถงพระราชดา� ริ ปกครองตนเอง 1. ครถู ามนกั เรียนวา พระบาทสมเดจ็
ทางการเมืองของพระองค์ในลักษณะสร้างสรรค์ สืบเนอื งจาก รัชกาลท่ี ๖ ทรงตรวจแถวกองทหารอาสาที่เดินทาง พระมงกุฎเกลา เจา อยหู วั ทรงมพี ระราช-
พระองค์ทรงได้รับการศกษาจากประเทศองั กฤษซงเป็นต้นแบบ กลับมาจากสงครามโลกคร้ังท่ี ๑ บริเวณพระที่น่งั ประสงคใดในการจัดตัง้ ดสุ ติ ธานี
ของการเมอื งการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย จกั รีมหาปราสาท (แนวตอบ ทรงมีพระราชประสงคทจ่ี ะให
ขาราชบรพิ ารไดเรยี นรเู กีย่ วกับการปกครอง
ดังนนั ภายหลังจากทีพระองคเ์ สดจขนครองราชสมบัติแล้ว ระบอบประชาธปิ ไตย โดยการสรางเมือง
จเรงียโกปวราดเกดลสุ้าติฯธาในหีส้1รใ้านงสเมวือนงหจลา� ังลพอรงะปทรีนะงัชใานธบปิ รไิเตวยณขวนังาพดญใหาไญท จําลองประชาธิปไตยขน้ึ เพื่อทดลองใหม ี
เพือทดลองให้มีการดา� เนินกจิ กรรมทางการเมืองตามระบอบ การดาํ เนนิ กจิ กรรมทางการเมอื งตามระบอบ
ประชาธิปไตย มกี ารออกหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั คือ ดุสติ สมัย ประชาธิปไตย เชน มพี รรคการเมอื ง สภา
และนติ ยสารรายสัปดาห์ คอื ดุสติ สมิต นับได้วาเปน็ การฝึก คณะบรหิ าร ฝายบริหาร ฝา ยคา น และมีการ
ให้บรรดาข้าราชบริพารได้เรียนรู้และทดลองการด�าเนินกิจกรรม ออกหนังสือพิมพร ายวนั ซึง่ แสดงถึงแนว
ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอนั จะเป็นประโยชนต์ อ พระราชดาํ รขิ องพระองคเก่ยี วกับการปกครอง
ประเทศชาติในเวลาตอมา ในระบอบประชาธิปไตย)

ด้านการต่างประเทศ ทรงดา� เนนิ พระบรมราโชบายดา้ น 2. ครูตง้ั คําถามใหนกั เรียนชวยกนั ตอบ เชน
การตางประเทศจนเกิดผลดีตอประเทศชาติเป็นอยางมาก • เพราะเหตใุ ดระหวางสงครามโลกครัง้ ที่ 1
ในเวลาตอมา โดยเฉพาะอยางยิงในระหวางสงครามโลก พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัว
ครงั ที ๑ เมอื พ.ศ. ๒๔๕๗ ในระยะแรกทีเกดิ สงครามโลก จงึ มพี ระบรมราโชบายในการเขารว มกับ
พระองคท์ รงประกาศให้ประเทศไทยเป็นกลาง แตตอมาทรง ฝา ยสมั พันธมิตร
เหนวาประเทศฝ่ายพันธมิตรอันประกอบดว้ ย สหรัฐอเมริกา (แนวตอบ ทรงเล็งเห็นประโยชนทไ่ี ทยจะไดร บั
อังกฤษ และฝรังเศสจะเป็นฝ่ายมีชัยชนะ พระองค์จงทรง หากประเทศตัวเขา รวมกบั ฝายสัมพนั ธมิตร
ประกาศสงครามกับเยอรมนี ออสเตรยี -ฮงั การี ผลปรากฏวา ถา ฝา ยสมั พันธมติ รไดร ับชัยชนะ ประเทศไทย
เยอรมนี และออสเตรีย-ฮงั การีเป็นฝ่ายพายแพ้ ผลจากการ จะสามารถเรียกรองสิทธติ า งๆ ได โดยเฉพาะ
ด�าเนินพระบรมราโชบายของพระองค์ในครงั นัน ท�าให้ไทย การขอแกไขสนธสิ ัญญาท่ีไมเปน ธรรมที่ทําไว
มโี อกาสได้ปรับปรุงสนธิสัญญากับมหาอ�านาจตะวนั ตก และ กับนานาประเทศ)
ได้รบั การรับรองจากนานาประเทศให้เป็นสมาชิกขององค์การ
สันนบิ าตชาติอีกดว้ ย นับได้วาเป็นประโยชน์และเกียรติภูมิ
ของประเทศไทยเป็นอยางยงิ

113

ขอสอบ O-NET นักเรียนควรรู

ขอสอบป ’53 ออกเก่ียวกับการแกไขสนธิสญั ญาเบาวร งิ ภายหลัง 1 ดสุ ติ ธานี เมอื งประชาธปิ ไตยทร่ี ัชกาลท่ี 6 โปรดเกลาฯ ใหส รา งข้นึ เมอ่ื พ.ศ.
สงครามโลกคร้ังท่ี 1 2461 มลี กั ษณะเปน เมืองเลก็ ๆ คลายเมอื งตุกตา มขี นาดประมาณ 1 ใน 20 เทา
ของจริง เพอื่ เปน แบบทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย รูปแบบดดั แปลง
ภายหลังสงครามโลกครัง้ ที่ 1 ไทยขอใหม กี ารแกไขสนธิสัญญา มาจากธรรมนูญการปกครองเทศบาลของอังกฤษ โดยพระองคและขาราชบริพาร
เบาวริงในเรอ่ื งใด ประพฤติตนเปนพลเมอื งของดสุ ติ ธานี

1. เขตแดน คู่มอื ครู
2. ภาษีอากร
3. คนในบังคบั ตางชาติ
4. สทิ ธิสภาพนอกอาณาเขต

วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 2. และขอ 4. ภายหลงั

สงครามโลกครง้ั ท่ี 1 รัฐบาลสยามไดพ ยายามเจรจาขอแกไขสนธิ
สัญญาอนั ไมเ ปนธรรมในดานสิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตและภาษี
ศลุ กากร ซงึ่ กป็ ระสบผลสําเรจ็ เปน อยา งดี โดยมเี ง่อื นไขวาสยาม
จะตองบงั คบั ใชป ระมวลกฎหมายตามแบบสมัยใหม และบาง
ประเทศไดขอสิทธิพเิ ศษเพ่ิมเตมิ อีกในชว งระยะเวลาหนึง่ ภายใน
พ.ศ. 2470 ประเทศตางๆ นบั สิบประเทศก็ยินยอมลงนามแกไ ข
สนธสิ ัญญาดังกลาว

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ ดา้ นภาษาและวรรณกรรม ทรงพระราชนพิ นธว์ รรณกรรม
ตางๆ ไวม้ ากมาย ทงประเภทร้อยแกว้ ทีเปน็ บทความ บทละคร
ครูต้ังคําถามใหนักเรยี นชวยกันตอบ เชน สารคดี นิทาน ฯลฯ และประเภททีเป็นโคลง ฉนท์ กาพย์ กลอน
• พระราชบญั ญัตนิ ามสกลุ มีขอดีอยา งไร ฯลฯ โดยพระองค์ทรงใช้พระนามแฝงส�าหรบพระราชนพิ นธ์
(แนวตอบ แสดงใหเ ห็นถึงความเปนชาติท่ี หลายๆ ชอื เชน วชิราวธุ อศวพาหุ สคุ รีพ พนแหลม ศรอี ยธุ ยา
มอี ารยธรรรมในการสบื เชอ้ื สาย กอใหเกิด เปน็ ตน้
ความรูสกึ รักและภาคภมู ใิ จในตระกูลของตน ส�าหรบพระราชนิพนธ์ทพี ระองค์ทรงประพนธ์นนมีทงที
นอกจากนี้ ยงั ชว ยจําแนกบุคคลออกจากกนั ทรงพระราชนพิ นธ์ขนเอง และมีบางเรืองพระองคก์ ทรงแปล
ไดอีกดว ย) จากภาษาตางประเทศ พระราชนพิ นธต์ างๆ ของพระองคน์ บวา
• เพราะเหตใุ ดพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา - มีความสา� คญตอภาษาและวรรณกรรมของชาติไทยเปน็ อยางยิง
เจาอยหู ัวจงึ ทรงไดร ับการถวายพระราช- จงมีการเทดิ พระเกียรตใิ หพ้ ระองคท์ รงเปน็ พระมหาธีรราชเจ้า
สมญั ญาวา “พระมหาธรี ราชเจา” นอกจากนี องค์การยูเนสโกได้ยกยองความเป็นปราชญ์ของ
(แนวตอบ พระมหาธีรราชเจา หมายถึง
มหาราชผซู ่งึ เปนจอมปราชญ เพราะพระองค
เปนจอมปราชญดา นวรรณกรรม ทรงพระราช-
นพิ นธว รรณคดีไวม ากมาย เชน มัทนะพาธา
พระนลคําหลวง วิวาหพระสมุทร เปน ตน)

พระองค์ โดยถวายพระนามวา King Vajiravudh, Thailand’s
Prolifer Writer หรือพระบาทสมเดจพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู ว
ตัวอยางบทพระราชนิพนธในพระบาทสมเดจ็ ผ้ทู รงมีบทพระราชนิพนธม์ ากมายของเมอื งไทย
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู วั

ด้านการส่งเสริมความรักชาติ ทรงสร้างเกียรตภิ ูมขิ องชาติให้มคี วามทดเทียมกบอารยประเทศ และมี
คุณประโยชนต์ อประเทศชาตจิ นถงทกุ วนนี เชน พระองค์ทรงมพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหถ้ ือเอาวนที
๖ เมษายน ซงเรยี กวา วนจกรี เป็นวนชาติของไทย โปรดเกลา้ ฯ ให้ประดิษฐ์ธงชาตใิ หมแทนธงรูปชา้ ง
ซงใช้กนมาแตเดิม พระราชทานชือวา ธงไตรรงค์ ประกอบดว้ ย สแี ดง สขี าว และสนี �าเงนิ อนหมายถง
ชาติ ศาสนา และพระมหากษตริย์ตามล�าดบ ซงใชเ้ รอื ยมาจนถงปจั จุบน โปรดเกล้าฯ ใหต้ ราพระราชบญญติ
นามสกุล เพอื เป็นหลกการสบื เชอื สายตอเนอื งกนทางบิดาผู้ใหก้ า� เนิด ซงนอกจากแสดง
ให้เหนถงความเป็นชาติทีมีอารยธรรมแล้ว ยงเป็นการสร้างความรก
ความสามคคีในเครอื ญาติ ทรงจดตงกองเสือปา่ เสนาหลวงรกษาพระองค์
และฝึกหดให้ยวุ ชนไดเ้ ป็น ลูกเสือ เพือจะไดท้ �าประโยชน์ พระบาทสมเด็จพระมงก®ุ เกลา้
ฉสใหดีถก้าแบนกสปโ้ รงาคคสพมเิษตแลอสะรุน์ปข(รบPะ้าaเทsรtศeวชuมาrทตงInิจsดอtีกiตtuทงeงโ)1สปถรขดานนเเกพเ3สลอื า้าทฯวภ�าเาใซหรจุ้ม2ดตง เจา้ อยูห่ ัว ทรงมีบทบาทสา™ คัญในการ

สรา้ งชาติäทย ด้วยการทíาใหค้ นäทยมคี วาม
ตนื ตัวในเรอื งชาตนิ ยิ ม ทรงนíาประเทศเขา้ สู่
สังคมโลก ทาí ใหä้ ทยม°ี านะเทา่ เทียมกับนานาชาติ

เพือรกษาผ้ทู ถี กู งกู ดอีกด้วย นบเปน็ คุณประโยชน์ ทรงมพี ระปรีชาสามาร¶ทางด้านวรรณกรรมจนäดร้ ับ
ตอสงคมไทยมาจนถงปจั จุบน การ¶วายพระราชสมัญญาวา่ “พระมหา¸ีรราชเจ้า”

114

นกั เรยี นควรรู กิจกรรมทาทาย

1 สถานปาสเตอร (Pasteur Institue) ต้ังช่ือตามหลยุ ส ปาสเตอร ครูยกตัวอยา งพระนามแฝงในรัชกาลที่ 6 สําหรบั พระราช-
นักวิทยาศาสตรช าวฝร่ังเศส ผูคนพบวคั ซนี แกโ รคพิษสนุ ขั บา นิพนธเรือ่ งตา งๆ แลว สุมใหนกั เรียนตอบวา ทรงเลอื กใชใน
2 เซรุม (serum) เปนนา้ํ เหลืองจากเลือดของสัตวซ่ึงไดผานกรรมวธิ จี นเปน โอกาสใด เชน
เซรุม นาํ มาฉดี เพอื่ ขจดั พษิ งู ปจจบุ นั สถานเสาวภาสามารถผลิตเซรุมแบบแหง อัศวพาหุ สาํ หรบั เร่อื งเกีย่ วกบั การเมอื ง
โดยนาํ มาผสมกบั น้ํากล่นั แบบยาฉีดเมอ่ื จะใช ศรอี ยธุ ยา สาํ หรับบทละคร
3 สถานเสาวภา พัฒนามาจากสถานปาสเตอร รามจิตติ สําหรบั เรื่องบนั เทงิ คดี และสารคดีตา งๆ
ทีท่ รงแปลจากภาษาตางประเทศ
นอยลา, สคุ รพี สําหรับนทิ านตางๆ

คู่มอื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลาเจา อยูห ัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๗) อธิบายความรู้

พระราชประวัติ 1. ครูใหน ักเรยี นชว ยกนั ยกตวั อยา งพระมหา
กรณุ าธิคุณของพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา-
พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงเป็นพระมหา เจาอยูห ัวที่มีตอ การสรา งสรรคชาตไิ ทย
กษตั รยิ ไ์ ทยล�าดบั ที ๗ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิม (แนวตอบ ทรงยอมลดคาใชจายสวนพระองคใ น
ว่า สมเดจเจ้าฟาประชาธปิ กศักดิเดชน์ เป็นพระราชโอรส ยามท่ีบา นเมอื งเศรษฐกจิ ตกตํา่ และทรงยอม
พระองค์สุดทา้ ยของพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั เสยี สละพระราชอํานาจโดยการสละราชสมบัติ
และสมเดจพระนางเจา้ เสาวภาผอ่ งศรี พระอัครราชเทวี เพื่อมิใหคนไทยตอ งสูรบกนั เอง)

พระราชกรณียกิจสําคัญ 2. ครูถามนักเรยี นวา พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา
เจา อยหู ัวทรงมีบทบาทในการวางรากฐาน
ด้านการเมืองการปกครอง เมือเกิดการเปลียนแปลง ประชาธปิ ไตยอยา งไร
การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบ (แนวตอบ ทรงจดั การปกครองในระดับทอ งถ่นิ
ประชาธปิ ไตยทมี ีพระมหากษตั ริยเ์ ปน็ ประมุขภายใต้รัฐธรรมนญู (เทศบาล) เพื่อใหราษฎรมีความรูในระบอบ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูหัว กษตั รยิ  โดยคณะราษฎรในวันที ๒๔ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ นัน ประชาธปิ ไตยเบ้ืองตน การปรบั ปรุงองคมนตรี
ผ้ทู รงสละพระราชอ�านาจเพอื่ ปวงชนชาวไทย สภา เพ่ือพจิ ารณาในเรือ่ งสวัสดภิ าพของ
ประชาชนและประเทศชาติ รวมทง้ั ทรงมี
พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยอมรับการเปลยี นแปลงดังกล่าวดว้ ยความเตมพระทัยโดยมิได้ พระราชดาํ ริใหม ีการรางรัฐธรรมนญู เพื่อ
ใช้พระราชอา� นาจของพระองคท์ ีมีอยู่ขัดขวางแต่อย่างใด ทเี ป็นเชน่ นีเพราะพระองค์ไมต่ ้องการใหเ้ กิดการ พระราชทานใหแกปวงชนชาวไทย)
สูญเสียเลอื ดเนือของประชาชนชาวไทย นอกจากนี พระองคย์ ังทรงมีพระราชประสงค์ทีจะพระราชทาน
รัฐธรรมนูญให้แกป่ วงชนชาวไทยอยู่ก่อนแล้ว จนถึงกบั โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการร่างรัฐธรรมนูญ และเตรยี ม 3. นกั เรยี นรว มกันวเิ คราะหวา การที่พระบาท
การประกาศใช้เมือถงึ เวลาอันสมควรมากอ่ นหนา้ ทคี ณะราษฎรจะยดึ อ�านาจ ดังนัน เมือคณะราษฎรจะขอ สมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยูหวั ทรงยอมสละ
พระราชทานรัฐธรรมนูญ พระองคจ์ ึงมิไดท้ รงขดั ขวาง แสดงให้เหนถึงการเสยี สละพระราชอ�านาจเพอื ความ ราชสมบัติ เมอ่ื วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477
เปน็ ประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทยอย่างแทจ้ รงิ สง ผลตอประเทศไทยในปจ จบุ ันอยางไร
ถึงแมว้ ่าคณะราษฎรได้เปลียนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้ว และพระองคไ์ ดพ้ ระราชทาน
รฐั ธรรมนญู อยา่ งเตมพระทัยแล้วกตาม แต่พระองค์กยังทรงตดิ ตามการด�าเนินงานของรฐั บาลในระยะหลัง
การเปลยี นแปลงการปกครอง เพือให้อา� นาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทยอย่างแทจ้ รงิ โดยไดท้ รงเรยี กรอ้ ง
ใหร้ ฐั บาลปฏิบตั ติ ามรัฐธรรมนูญ แตเ่ มือพระองค์มไิ ดร้ ับการตอบสนอง จงึ ได้ทรง
ประกาศสละราชสมบตั เิ มอื วนั ที ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๗ โดยมพี ระราช-
เทอมหใพหนััั้ีคงต่ือแแหถวใกทาลเชลรมจาอาขรเยําษตาิงขนขฎม็ถอาอึงรใงจคโจงขดนปทณายนั้รีจ่พะทะโะรเดชั่วสจฐั ไายบลาปรสใะาาิหทอลษแแธาํ ฎตนิกขมรขาาผ…คี าดจูใวพอดแ”าัลนเมจะเคสาปโไณา�ดนมคยขะยญั ใไอินมดตงยโฟขอดอางนมยพเหสเยเฉนียจกพงึงาอวาอํา่าะยนแูา“ตจ…เดขมิาพเใเจศนรารกาÉการ°°แเากจกนิจ้า้äปตอขยรปกหู่ะต˜ญชวัาí หาท¸ทาวั ปิตรโพลäา่งตงมกรæยะีบบโทดขทาบอยรทขางทงสทปอใรมชงสรงรเพ้ะา™ดยาเครÖดจทÉะัญปพศ®ปรรแใรรนะะลเชีโปปะกยาปกน็าชญญ˜รเนทกาวส์ีตลหณาุข้าéังาง

115

ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู

นโยบายการแกป ญหาเศรษฐกิจตกต่าํ ในสมยั รัชกาลท่ี 7 คอื ขอ ใด ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ วา หลังจากทรงสละราชสมบัติแลว พระบาทสมเด็จ
1. ลดคาเงนิ บาท พระปกเกลา เจาอยหู ัวและสมเดจ็ พระนางเจาราํ ไพพรรณี พระบรมราชินี ไดเ สด็จ
2. ปลดขาราชการออก ไปประทบั ท่ีประเทศองั กฤษจนกระท่ังเสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั ท่ี 30 พฤษภาคม
3. กูเงนิ จากตา งประเทศ พ.ศ. 2484 ไดอ ัญเชิญพระบรมศพไปถวายพระเพลงิ ที่สุสานโกเดอสก รีน ตอ มาใน
4. สง เสรมิ การใชส ินคาไทย พ.ศ. 2492 รฐั บาลจอมพล ป. พิบลู สงคราม กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจา
รําไพพรรณเี สดจ็ นิวัตสูประเทศไทย และอญั เชญิ พระบรมอฐั พิ ระบาทสมเดจ็
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 2. รชั กาลที่ 7 ทรงแกปญหาเศรษฐกิจ พระปกเกลา เจา อยหู วั มาประดษิ ฐานรว มกับสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธริ าชเจา

ตกตํ่าดวยการตัดตาํ แหนงขาราชการที่เกินความจําเปน ออกไป

มมุ IT

ศึกษาคน ควา ขอ มลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกับพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูห วั
ไดท ่ี http://kingprajadhipokmuseum.org เว็บไซตพ พิ ิธภณั ฑพ ระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจา อยหู วั

คู่มือครู

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธบิ ายความรู้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล

ครสู มุ นักเรยี นออกมาสรุปพระราชประวัติ (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๙)
และพระราชกรณยี กจิ สําคญั ในพระบาทสมเดจ็
พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล หนา ชน้ั เรยี น พระราชประวตั ิ
พรอ มทง้ั เลาความรสู ึกประทับใจในพระจริยวตั ร
และพระมหากรณุ าธิคุณทีพ่ ระองคทรงมตี อพสกนกิ ร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ทรงเปน
ชาวไทย พระมหากษัตริยไทยลําดับท่ี ๘ แหงพระบรมราชวงศจักรี
มพี ระนามเดมิ วา “พระวรวงศเ ธอ พระองคเ จา อานันทมหิดล”
เปน พระโอรสองคแรกของสมเดจ็ เจาฟามหิดลอดุลเดช กรมหลวง
สงขลานครินทร (สมเดจ็ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก) และหมอมสังวาล มหิดล ณ อยุธยา
(สมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนน)ี เสดจ็ ขึน้ เสวยราชสมบัติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ขแทณนะพทรระงอมงีพคร1 ะชนมายุ ๙ พรรษา จึงตองมีคณะผูสาํ เรจ็ ราชการ
ยุวกษตั ริยอ ันเปน ท่ีรักยงิ่ ของปวงชนชาวไทย
พระราชกรณยี กิจสําคญั

การเสด็จนิวตั พระนครครงั้ แรก (พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๒) พระองคไดปฏิบัตพิ ระราชกรณียกิจท่ีสําคัญ
หลายคร้งั เชน เสด็จพระราชดําเนนิ ไปพระราชทานธงประจาํ กองลกู เสือและทอดพระเนตรการแขง ขนั กรฑี า
และวชิ าลูกเสือ ณ กรฑี าสถานแหง ชาติ นอกจากนย้ี ังไดพระราชทานทนุ ทรัพยแกโรงพยาบาล และสถานศกึ ษา
ตางๆ อกี ดว ย จากนนั้ พระองคไ ดเสด็จกลับไปศึกษาตอทเ่ี มอื งโลซาน ประเทศสวติ เซอรแ ลนด
การเสด็จนวิ ัตพระนครคร้ังที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๔๘๙) พระองคทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๒๐
พรรษาบรบิ ูรณ ทรงปฏบิ ัติพระราชกรณยี กิจท่ีสําคญั เชน ทรงตรวจพลสวนสนามของกองทพั พันธมิตร
พรอมกับลอรด หลุยส เมานตแบตเทน ผูบัญชาการทหารฝายพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต
ทท่ี องสนามหลวงและถนนราชดําเนนิ นับเปน ความสําคญั ยิ่งตอเกียรติภูมิของไทย เนอ่ื งจากเปน การแสดงให
เหน็ วา ประเทศไทยยงั คงมีอาํ นาจอธปิ ไตยโดยสมบูรณ มไิ ดตกอยู
ใตอาํ นาจของชาตอิ น่ื นอกจากน้ียังเสดจ็ ประพาสสําเพ็ง รวมทั้ง
เสดจ็ พระราชดาํ เนินไปทรงเยยี่ มเยียนราษฎรในจังหวดั ใกลเ คยี ง
และภายในเขตพระนคร เปน ตน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ¾ÃкҷÊÁà´ç¨¾ÃлÃàÁ¹·Ã
เสด็จมาเปนองคประธานในพิธีสวนสนามของ ÁËÒÍҹѹ·ÁË´Ô Å·Ã§à»š¹ÂÇØ ¡ÉѵÃÂÔ 
กองกําลังเสรไี ทยและทหารพนั ธมติ ร เมื่อวันท่ี ๑๙ ·ÕèÁÕ¾ÃÐÃÒª¨ÃÂÔ ÇÑµÃ«Ö§è ¶Í× à»¹š ẺÍÂÒ‹ §·´èÕ Õá¡‹
มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ àÂÒǪ¹·é§Ñ ËÅÒ ·Ã§ÁÕ¤ÇÒÁÃѺ¼Ô´ªÍºµ‹Í˹ŒÒ·èÕ
áÅзçàÍÒ¾ÃÐÃÒªËÄ·ÂÑ ãʋ㹷ء¢Ê Ø¢¤ÇÒÁ໚¹ÍÂÙ‹
¢Í§ÃÒÉ®ÃÍÂÒ‹ §ã¡ÅªŒ Ô´â´ÂäÁ‹¶×;ÃÐͧ¤

๑๑๖

นกั เรียนควรรู กจิ กรรมสรางเสรมิ

1 คณะผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค ไดแ ก พระเจาวรวงศเ ธอ กรมหม่นื อนวุ ัตร- ครูใหนกั เรยี นไปศกึ ษาคนควาเพมิ่ เติมเก่ยี วกับพระราชประวตั ิ
จาตรุ นต พระวรวงศเธอ พระองคเจา อาทิตยท ิพอาภา และเจาพระยายมราช และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหา
(ปน สุขุม) ตอ มาพระเจาวรวงศเธอ กรมหมื่นอนุวตั รจาตุรนตส ิ้นพระชนม อานนั ทมหดิ ล จากน้ันสรุปความรลู งกระดาษ A4 แลวนําสง
สภาผแู ทนราษฎรจงึ ไดแตงต้งั ใหนายพลเอก เจา พระยาพิชเยนทรโยธิน ครผู ูสอน
(อุม อินทรโยธิน) เปน ผสู ําเรจ็ ราชการแทนพระองค และเมื่อเจา พระยายมราช
(ปน สขุ ุม) ถึงแกอ สัญกรรม จึงมกี ารแตงต้ังใหน ายปรีดี พนมยงค เปนผูส ําเร็จ
ราชการแทนพระองคแทน

หลงั จากนนั้ เมือ่ เจาพระยาพิชเยนทรโ ยธิน (อุม อินทรโยธนิ ) ถึงแกอสัญกรรม
รวมทง้ั พระเจา วรวงศเ ธอ พระองคเ จาอาทติ ยทิพอาภา ไดก ราบถวายบังคมลาออก
จากตําแหนง นายปรดี ี พนมยงค จงึ ดํารงตําแหนง ผูสําเรจ็ ราชการแทนพระองค
เพียงผูเ ดยี ว

คู่มอื ครู

กระตุนความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Evaluate
Explain Expand Explain

อธิบายความรู

พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร 1. ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนแผนผังความคิด
แสดงพระราชประวัติในรชั กาลท่ี 9 หนาช้ันเรียน
(ครองราชย พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๕๕๙)
2. ครูใหน กั เรียนอภิปรายรว มกันเกยี่ วกบั
พระราชประวัติ พระราชกรณียกจิ สําคญั ในรชั กาลที่ 9
ดา นการศึกษา
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ทรงมีพระนามเดมิ วา “พระวรวงศเธอ พระองคเ จา ภูมพิ ล 3. ครใู หน กั เรยี นวเิ คราะหเปรียบเทียบบทบาท
อดุลยเดช” ทรงเปนพระโอรสของสมเด็จเจา ฟามหิดลอดุลเดช ของพระมหากษัตริยไ ทยในสมยั ปจ จุบัน เมื่อ
กรมหลวงสงขลานครินทร (สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดช เทียบกับบทบาทในอดตี โดยสรปุ เปนแผนผัง
วิกรม พระบรมราชชนก) และหมอมสงั วาล มหิดล ณ อยุธยา ความคดิ สง ครูผูสอน
(สมเดจ็ พระศรนี ครินทราบรมราชชนนี) พระองคเสดจ็ ขึน้ ครอง
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช ราชสมบัตขิ ณะท่ที รงมีพระชนมพรรษาเพียง ๑๘ พรรษา ๖ เดอื น
บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริยผูทรงทุมเท ๔ วนั แตเ นอ่ื งจากยงั ตอ งทรงศกึ ษาตอ ดังนน้ั พระองคจึงตอ ง
พระวรกายเพื่อประโยชนสขุ ของประชาราษฎร เสดจ็ กลับไปทรงศึกษาตอทป่ี ระเทศสวติ เซอรแลนด เม่อื วันท่ี
๑๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๘๙

พระราชกรณียกจิ สําคญั

พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ นวิ ัตพระนครเม่อื วนั ท่ี ๒๔ มนี าคม
พ.ศ. ๒๔๙๓ ตอ มาไดม ีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเปน พระเจาแผน ดินโดยสมบรู ณ เม่อื วนั ที่ ๕ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๙๓ ในพระราชพิธดี งั กลาวพระองคท รงมีพระปฐมบรมราชโองการวา “เราจะครองแผนดนิ โดยธรรม
เพอื่ ประโยชนส ขุ แหงมหาชนชาวสยาม” พระองคไ ดท รงปฏบิ ัติพระราชกรณยี กจิ ทสี่ าํ คญั ๆ เพ่อื ประโยชนแก
พสกนกิ รของพระองคอ ยา งมากมาย ซง่ึ ในท่นี ้จี ะขอยกมาเพียงบางตัวอยา ง
ดานการศึกษา ทรงเห็นความสําคญั ของการศกึ ษาท่จี ะทาํ ใหเกิดการพัฒนาประชาชนชาวไทยใหเปน
ผูม คี วามรู ความคดิ ความประพฤติ และคุณธรรมสาํ หรบั พฒั นา
ประเทศชาติ 1จึงไดทรงสง เสริมและพระราชทานเกื้อหนุนทาง
ดา นการศึกษาทง้ั ในระบบและนอกระบบโรงเรียน ต้งั แตระดับ
ประถมศกึ ษาไปจนถงึ ระดับอดุ มศกึ ษา นอกจากนี้ พระองคท รง
พระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหตั้ง “ทนุ ภมู ิพล” ขึน้ เพ่ือพระราชทาน
แกผูม ีผลการเรียนดแี ตขาดแคลนทุนทรัพย โปรดเกลาฯ ให
ฟนฟูพระราชทานทุนเลาเรียนหลวงคิงสกอลาชิป (King’s
Scholarship) ขึน้ มาใหม และพระราชทานพระราชทรัพยสวน
พระองคกอต้ัง “ทนุ อานนั ทมหดิ ล” เพื่อสนบั สนนุ ใหผ ูที่มคี วาม
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระมหา สามารถทางวิชาการยอดเยี่ยมและมีคุณธรรมสูงไดม โี อกาส
ภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวนั ท่ี ศกึ ษาตอ ไป
๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓

๑๑๗

กจิ กรรมทา ทาย นกั เรยี นควรรู

ครูใหน ักเรียนวาดภาพความประทับใจในพระราชกรณียกิจของ 1 พระราชทานเก้อื หนุนทางดา นการศึกษา เชน การจัดตั้งโรงเรียนสาํ หรบั
รชั กาลท่ี 9 ลงในกระดาษ A4 โดยตกแตง ใหส วยงาม พรอมทง้ั เยาวชนในทอ งถนิ่ ทรุ กันดาร ใน พ.ศ. 2499 เพอื่ ชวยใหช าวเขาและเยาวชนไทย
อธิบายวาสามารถทาํ สงิ่ ใดไดบางเพ่ือเปน การแสดงความสํานึก ในถ่นิ ทรุ กันดารหา งไกลไดเรยี นหนังสือ ทรงพระราชทานพระราชทรัพยส วนพระองค
ในพระมหากรุณาธคิ ณุ ของพระมหากษตั ริยไทย ในการกอสรางโรงเรียน พระราชทานนามวา โรงเรยี นรม เกลา ซ่งึ เปน โรงเรยี นสาํ หรับ
เยาวชนในทอ งถน่ิ ชนบทหา งไกลท่มี คี วามไมสงบจากภัยตางๆ การจัดตง้ั โรงเรยี น
ราชประชาสมาสัย เพือ่ เปน สถานศึกษาอยูประจาํ สาํ หรับเยาวชนท่เี ปน บุตรธิดาของ
คนไขโรคเรอ้ื น การตง้ั โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห

นอกจากนี้ พระองคย งั ไดพระราชทานพระราชทรพั ยจ าํ นวนหนึ่งสมทบกับเงนิ
ทมี่ ผี บู รจิ าค เพ่อื สรา งโรงเรียนราชวินติ สําหรบั เยาวชนระดบั อนุบาลและประถมศึกษา
และพระราชทานที่ทรพั ยสินสว นพระมหากษตั ริยสรา งโรงเรียนราชวินิตมัธยม เปน ตน

คูมือครู 117

กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ Eาxยplคaiวn ามรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engaae Expore Elaborate Evaluate
Explain
อธิบายความรู

1. ครสู ุม นกั เรยี นยกตัวอยา งพระราชกรณียกิจของ ดานศลิ ปวฒั นธรรม ทรงสง เสริมสนบั สนุนศลิ ปวฒั นธรรม
รชั กาลท่ี 9 ดานศิลปวฒั นธรรม ดานศาสนา ทุกแขนงรวมทงั้ ภาษาไทยอันเปน ภาษาประจาํ ชาติ ทรงมีรบั ส่งั
และดานการสงเสรมิ คณุ ภาพชีวิตของประชาชน เตือนสตอิ ยูเ สมอใหค นไทยชว ยกันอนุรักษฟนฟูจารีตประเพณี
พรอมทง้ั วเิ คราะหป ระโยชนท ี่มตี อประเทศไทย และวัฒนธรรมอันดงี ามของชาติ ทรงฟน ฟูวัฒนธรรมไทยให

2. ครใู หนกั เรยี นสบื คนเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับโครงการ
อันเนอื่ งมาจากพระราชดํารใิ นรัชกาลที่ 9 แลว
นําขอ มูลมาอภิปรายรว มกันในชน้ั เรียน

ดํารงอยูตอ ไป เชน ทรงฟนฟูพระราชพิธจี รดพระนังคัลแรก
นาขวัญเพื่อบํารุงขวัญและกําลังใจแกเกษตรกรไทยซ่ึงเปน
คนสว นใหญข องประเทศ ทรงฟน ฟพู ระราชพธิ เี สดจ็ พระราชดําเนิน
โดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเพือ่ ถวายผาพระกฐินแก
พระอารามหลวง และทรงฟน ฟพู ระราชพธิ ีเสด็จพระราชดําเนนิ
ทางสถลมารคอีกดวย นับเปนการสงเสริมและฟนฟูศิลป-
วัฒนธรรมไทยที่สาํ คญั ของไทยมใิ หส ญู สิน้ ไป
ดา นศาสนา ทรงยึดมนั่ ในทศพิธราชธรรมอยา งเครงครดั
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช จนเปนท่ปี ระจกั ษช ัดแกปวงชนชาวไทย ทรงผนวชในบวรพทุ ธ-
บรมนาถบพิตร ทรงเปนอัครศาสนูปถัมภกของ ศาสนาและทรงเปนอัครศาสนูปถัมภกของพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา รวมทั้งทรงมีพระราชูปถัมภ อีกดว ย พระองคไ ดเสดจ็ พระราชดําเนินไปบําเพ็ญพระราชกุศล
ศาสนาอืน่ ๆ ในวันสําคญั ทางพุทธศาสนาอยางสมาํ่ เสมอ นอกจากนี้ พระองค

ยังทรงมพี ระราชปู ถมั ภศ าสนาอน่ื ๆ ในประเทศไทย เสด็จพระราชดาํ เนนิ ไปเย่ียมเยยี นราษฎรทน่ี ับถือศาสนา
อืน่ ๆ และทรงพระราชทานทรพั ยบํารุงศาสนสถานของศาสนาตางๆ อยา งทว่ั ถึง
ดา นการสงเสรมิ คุณภาพชวี ิตของประชาชน พระองคทรงมีพระราชหฤทยั มงุ มน่ั ที่จะพฒั นาความเปนอยู
ของราษฎร ดวยเหตุนี้จึงไดเ กิดโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริขน้ึ จํานวนมากและครอบคลุมการพฒั นา
ในดา นตา งๆ ซึ่งลว นมีจุดมุงหมายเพือ่ ใหราษฎรมีความผาสุกอยา งแทจรงิ
โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดํารใิ นพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร1
ทน่ี ับวาเปน โครงการพฒั นาชนบทโครงการแรกเกดิ ขึน้ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๕ ทีบ่ านหวยมงคล ตําบลหนิ เหล็กไฟ
อําเภอหวั หนิ จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ พระองคไดโปรดเกลา ฯ ใหต ดั “ถนนสายหว ยมงคล” ออกสตู ลาดหัวหิน
เพื่อใหเกษตรกรไดม ีถนน เพ่ือนําผลิตผลเกษตรออกไปสูตลาด ถนนสายนถี้ อื เปน “ถนนมงคล” สายแรกเรมิ่
เปนเสนทางบําบดั ทุกขบํารุงสุขแกอ าณาประชาราษฎรทที่ อดไปสู “โครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ” อืน่ ๆ
ทวั่ ทกุ ภมู ภิ าคในเวลาตอมา
นบั ต้ังแตเ ร่มิ แรกจนถงึ ปจ จบุ ันมโี ครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดํารมิ ากกวา ๔,๐๐๐ โครงการ ในหลาย
สาขา ทีอ่ ยใู นความรบั ผิดชอบของสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจาก
พระราชดําริ (สํานกั งาน กปร.) จํานวนกวา ๑,๕๐๐ โครงการ แยกเปน ประเภทตา งๆ ดังนี้

๑๑๘

นกั เรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT
โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาํ รใิ นรัชกาลท่ี 9 เกิดข้ึนมาได
1 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดํารใิ นพระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช อยางไร และโครงการในระยะแรกเกยี่ วขอ งกบั ดานใด
มหาราช บรมนาถบพติ ร มอี ยูมากมายหลายสาขา ในระยะแรกมชี ่ือเรยี กแตกตา ง แนวตอบ เกดิ จากพระราชดาํ รขิ องรชั กาลที่ 9 ที่ทรงตอ งการ
กันไป ดงั นี้ แกไขปญหาความเดอื ดรอ นของราษฎร และพฒั นาความเปน
อยูของราษฎรท่ีทรงพบขณะเสดจ็ พระราชดําเนินเย่ยี มราษฎรใน
• โครงการตามพระราชประสงค เปนโครงการซงึ่ ทรงศกึ ษาทดลองปฏิบตั ิเปน ภมู ภิ าคตา งๆ ดว ยเหตุน้ีจึงเกิดโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดําริ
การสวนพระองค โดยทรงศกึ ษาหารือกับผูเ ชย่ี วชาญสาขาตา งๆ เม่ือทรงแนพระทยั ขน้ึ จํานวนมาก ซึง่ ในระยะแรกเปนโครงการทีเ่ กย่ี วกับการพัฒนา
วา ไดผ ลดแี ละเปน ประโยชนแกป ระชาชน จึงโปรดเกลาฯ ใหร ฐั บาลรับชว งตอ การเกษตร การพัฒนาที่ดนิ และการชลประทาน

• โครงการหลวง เปนโครงการท่สี ง เสรมิ การปลูกพชื เมืองหนาวแกช าวเขา
เพ่อื เปนรายไดแ ทนการปลูกฝน

• โครงการในพระบรมราชานุเคราะห เปนโครงการทีพ่ ระองคไดพ ระราชทาน
ขอ เสนอแนะและแนวทางพระราชดาํ รใิ หเ อกชนไปดําเนนิ การ เชน โครงการพัฒนา
หมูบานสหกรณเนนิ ดนิ แดง อําเภอทบั สะแก จงั หวัดประจวบครี ีขนั ธ โครงการ
สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน เปนตน

• โครงการตามพระราชดาํ ริ เปนโครงการที่ทรงวางแผนพฒั นา ทรงเสนอแนะ
ใหรัฐบาลรว มดําเนินการตามแนวพระราชดําริ โดยพระองคเ สดจ็ ฯ รว มทรงงานกับ
หนวยงานของรัฐบาล ในปจจบุ นั เรยี กวา “โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ร”ิ

118 คมู อื ครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

๑. โครงการดานการเกษตร สวนใหญดาํ เนนิ การอยูใน อธิบายความรู้
ศนู ยศึกษาการพฒั นาอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ และนาํ ผลสําเร็จ
จากการศึกษาทดลองไปถา ยทอดสปู ระชาชน ดว ยการฝก อบรม ครูยกตวั อยา งโครงการอันเนอ่ื งมาจาก
ใหเกษตรกรมีความรูในวชิ าการเกษตรแผนใหม นอกจากนนั้ พระราชดาํ รใิ นรชั กาลท่ี 9 ดา นการเกษตรและ
ยังประกอบดวยโครงการเพื่อการสงเสริมการเกษตร เชน ดานสิ่งแวดลอม เชน โครงการสาธติ ทฤษฎีใหม
โครงการสงเสริมการปลกู ขาวและทาํ นาขัน้ บนั ได อําเภอสุคิรนิ โครงการชั่งหวั มนั ตามพระราชดําริ โครงการ
จังหวัดนราธวิ าส โครงการพัฒนาพืน้ ทีบ่ รเิ วณวดั มงคลชัยพฒั นา แกลง ดิน โครงการบําบดั นํา้ เสียบงึ มักกะสนั
อนั เน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ จงั หวัดสระบุรี โครงการสาธติ ทฤษฎี โครงการหญา แฝก การทําการเกษตรทฤษฎใี หม
ใชห่ังมหัวบมาันนตแาดมนพสราะมราคั ชคดี อาํ ราํ 1ิเภอําอเเภขาอวทงายจางั งหวจัดังหกาวฬัดเสพนิ ชธรุ บโครุ ีรงการ เปน ตน

จากนัน้ ใหน กั เรียนชว ยกนั แสดงความคิดเห็นวา
แตล ะโครงการทย่ี กมามคี วามเปน มาอยา งไร
มีวตั ถุประสงคเพ่ืออะไร และจากการดาํ เนนิ การ
ตามโครงการสงผลดตี อ ประชาชนและชมุ ชน
อยา งไร

๒. โครงการดา นสิง่ แวดลอ ม สวนใหญเ ปนวธิ กี ารทจ่ี ะทาํ นุ
บํารุงและปรับปรงุ สภาพทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
สใหงู ดสขีุดึ้นเชโดน ยโคคาํ รนงึงกถางึรกแากรลใงชดท นิ ร2พั ทยี่ไาดกดราํ ธเรนรินมกชาารตใิในหศเนูกยิดศปกึระษโายกชานร ศนู ยศ ึกษาการพฒั นาพิกลุ ทอง จ.นราธวิ าสเปน๑ ใน
๖ ของศูนยการพัฒนาอนั เนือ่ งมาจากพระราชดําริ
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
พัฒนาพิกุลทองอนั เนื่องมาจากพระราชดําริ จงั หวัดนราธวิ าส บรมนาถบพติ ร
โครงการบาํ บดั นํา้ เสยี บงึ มกั กะสนั โครงการบําบัดนํา้ เสยี บึงพระราม ๙ นอกจากนี้ ทรงไดพ ระราชทานพระราชดําริ
เกย่ี วกบั หญา แฝกเพอื่ ปองกันการชะลางพงั ทลายของดนิ และอนรุ กั ษค วามชุมช้นื ไวในดนิ รวมถงึ การทาํ การเกษตร
“ทฤษฎใี หม” เปนการพัฒนาพืน้ ทท่ี าํ กินทมี่ ขี นาดเลก็ ดว ยการจัดสรรท่ีดนิ ใหเ หมาะสมกบั การทําการเกษตร
แบบผสมผสานอยา งไดผล
๓. โครงการดา นสาธารณสุข จากการเสดจ็ เยี่ยมราษฎรในทอ งถิ่นตางๆ พระองคท รงพบวา ราษฎรจาํ นวน
มากขาดการดแู ลในดา นสุขภาพอนามยั ดงั นั้น ใน พ.ศ. ๒๕๑๐ จงึ ไดพระราชทานโครงการหนวยแพทย
พระราชทานข้ึน เพอื่ ชวยแกไ ขปญ หาดานสุขภาพอนามัยของราษฎรทีอ่ ยูใ นพื้นที่หางไกล ตอมาโครงการ
พระราชดํารดิ า นการแพทยจ งึ ไดข ยายขอบขา ยออกไปอยางกวางขวาง
๔. โครงการดานการสงเสริมอาชีพ มีเปาหมายเพื่อใหราษฎรนาํ ความรูไ ปประกอบอาชพี จนทาํ ใหเกดิ
รายไดก บั ครอบครัว จะไดพึ่งพาตนเองได ดังเชน โครงการฝกอบรมและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
ในหมูบานรอบศนู ยศ ึกษาการพัฒนาฯ โครงการศิลปาชีพพิเศษทั่วประเทศ โครงการสงเสริมอตุ สาหกรรม
น้าํ มนั ปาลมขนาดเลก็ โครงการศูนยบริการการพัฒนาขยายพนั ธุไ มดอกไมผ ลบา นไร จังหวัดเชียงใหม โครงการ
หว ยองคตอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ จงั หวดั กาญจนบุรี
๕. โครงการดา นการพัฒนาแหลงน้ํา แบงออกเปน ๕ ประเภท ไดแ ก โครงการพัฒนาแหลงน้ําเพอ่ื
การเพาะปลูกและอปุ โภคบริโภค เชน โครงการฝนหลวง โครงการอางเกบ็ นํา้ โครงการฝายทดนา้ํ หรือประตู

๑๑๙

ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT นักเรียนควรรู

โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดําริในรชั กาลที่ 9 โครงการแรก 1 โครงการชงั่ หวั มันตามพระราชดาํ ริ เกิดขึ้นจากการทรี่ ัชกาลท่ี 9 ทรงจดั ซ้อื ท่ีดนิ
เกิดข้ึนที่ใด จากราษฎรดว ยพระราชทรพั ยสว นพระองค บรเิ วณอางเกบ็ นาํ้ หนองเสือ อําเภอทา ยาง
แนวตอบ เกดิ ขน้ึ ทีบ่ านหวยมงคล ตาํ บลหนิ เหล็กไฟ อาํ เภอ จงั หวัดเพชรบรุ ี รวมเนือ้ ทท่ี ้งั หมด 250 ไร โดยมพี ระราชดาํ ริใหทําเปนโครงการ
หวั หิน จังหวัดประจวบครี ขี นั ธ เมอ่ื พ.ศ. 2495 โดยรัชกาลท่ี 9 ตัวอยางดานการเกษตร ซ่งึ มีการรวบรวมพันธพุ ืชเศรษฐกิจในพน้ื ทอี่ าํ เภอทายาง และ
โปรดเกลา ฯ ใหต ดั ถนนสายหว ยมงคลออกสตู ลาดหัวหิน เพอื่ ให พื้นทีใ่ กลเคียงมาปลูกไวท ี่น่ีและพระราชทานพนั ธุมันเทศ ซง่ึ ออกมาจากหวั มนั ทต่ี ัง้ โชว
เกษตรกรไดมีถนนเพือ่ นาํ ผลติ ผลทางการเกษตรออกไปสูต ลาด ไวบ นตาช่งั ในหองทรงงานทว่ี ังไกลกงั วล ใหนาํ มาปลกู ไวท่ีนี่ พระราชทานชื่อโครงการ
ถนนสายน้ีถอื เปนถนนสายแรกเรม่ิ ท่ีทอดไปสูโครงการอนั เนอื่ ง วา “โครงการชา งหัวมนั ตามพระราชดาํ ร”ิ
มาจากพระราชดาํ ริอ่ืนๆ 2 โครงการแกลง ดนิ เปนโครงการเกีย่ วกบั การแกป ญ หาดนิ เปรี้ยว หรอื ดินเปน กรด
โดยมีการขังนา้ํ ไวในพืน้ ที่ จนกระทง่ั เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ทําใหดนิ เปรย้ี วจัดจนถงึ ทีส่ ดุ
แลวจึงระบายน้ําออก และปรบั สภาพฟน ฟูดนิ ดว ยปนู ขาว จนกระทงั่ ดินมสี ภาพดี
พอทจี่ ะใชใ นการเพาะปลูกได

คูม่ ือครู

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ ระบายนํ้า โครงการพฒั นาแหลง น้าํ เพ่อื การอนุรกั ษป าตนนํา้
ลาํ ธาร มกี ารกอ สรา งฝายตน น้ําลาํ ธารหลายแหง เชน ศูนย
ครูเกริ่นนําเก่ียวกับโครงการอันเนื่องมาจาก ศึกษาการพัฒนาหวยฮองไครอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ
พระราชดํารใิ นรัชกาลท่ี 9 ดา นสาธารณสขุ ดานการ จงั หวดั เชียงใหม โครงการพฒั นาแหลง นาํ้ เพ่อื การผลิตไฟฟา
สงเสริมอาชีพ และดา นการพัฒนาแหลง น้าํ จากน้นั พลังนาํ้ เชน โรงไฟฟาพลังนา้ํ ขนาด ๗ กโิ ลวัตตใ นโครงการ
สุมนักเรียนใหย กตัวอยางโครงการแตละดา น พรอมทั้ง หลวงดอยอางขาง จังหวัดเชียงใหม โครงการระบายน้ํา
บอกวากอใหเกิดประโยชนตอการดํารงชีวิตของ ออกจากที่ลุมหรือพ้ืนท่ีสงน้ําชลประทาน เชน โครงการ
ประชาชนอยางไร

(แนวตอบ เชน โครงการหนวยแพทยพ ระราชทาน
ชว ยใหราษฎรมีสขุ ภาพอนามัยดีขน้ึ โครงการฝนหลวง
ชวยแกไขปญ หาการขาดแคลนน้าํ เพอื่ อุปโภคบรโิ ภค
และเกษตรกรรม เปน ตน )

ระบายนํ้าออกจากพ้ืนที่ขอบพรุโตะ แดง จังหวัดนราธิวาส
แชลละสโทิ คธร์ิงโกคารรงปกอารงแกกันมแลลงิะ1บรรเทาอุทกภัย เชน เข่อื นปาสัก
๖. โครงการดานการคมนาคมสือ่ สาร สว นใหญเปน
โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน การกอ สรางถนนเพ่ือ
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ความสะดวกในการสัญจร เพือ่ นาํ ความเจรญิ ไปสูชนบท เชน
บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรการบําบดั นํ้าเสียดวย โครงการสะพานพระราม ๘ นอกจากน้ี ยงั มีโครงการทช่ี วย
กังหันนาํ้ ชัยพัฒนา

แกไขปญหาจราจรตดิ ขัด อนั เน่อื งมาจากปรมิ าณการจราจรทีเ่ พม่ิ ขน้ึ อยางรวดเร็ว เชน โครงการทางคขู นาน
ลอยฟาถนนบรมราชชนนี
๗. โครงการดานสวัสดิการสงั คม เปนโครงการเพือ่ ชวยเหลอื ราษฎรใหมที อ่ี ยูอาศัย ที่ทํากิน และไดรับ
สง่ิ จาํ เปนขน้ั พ้ืนฐาน เปน การสงเสริมใหร าษฎรมคี วามเปน อยดู ขี น้ึ เชน โครงการพัฒนาพ้นื ท่ีวัดญาณสงั วราราม
อันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ จังหวดั ชลบรุ ี วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร
๘. โครงการประเภทอื่นๆ เชน โครงการศนู ยศ ึกษาการพฒั นาอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ โครงการ
กอสรางเข่ือนปองกันนาํ้ ทะเลกดั เซาะอันเนื่องมาจากพระราชดาํ ริ จังหวัดเพชรบรุ ี
ดา นการประดษิ ฐ พระองคทรงมพี ระราชดาํ ริในการแกไ ขปญ หานา้ํ เสยี ดว ย
ปเชชวปธิวยัรเีะยนพตสเนฒัิมพิท้ํอา่มินธดอิภาปกีาไ”รพดซิมซเิาจแึง่ ณลเนนปะลัอบนเงอปเเไปคกนปซรคนใอ่ืิเรนงจ้งังนานแกนาํ้รเลเขกปสเทตา ยีรไมิีไ่ ะปดอจดมใางึนิษีกกเนปาฐารํ้านศครทแิับดท่ีมบจคาํดบาในขททหอชะุนนง้ัเนลบกํ้าอสยีาเสูยงนรียทปกจ่ีรมะะลี เดาปยษิ นฐก า“รกงั áห¡นั Ë ·นÒÃ้ําɧ®Í÷طÍÈÔô´§¾ÅØ §ÑྻþÐàùšÃ´ÇÐоªÃºÃÁáÒÒÐËÒ·ªÁÂÒÊ»ËàþÁ³ÒÒÍè×ડ´Ô¸¢É¨çÒ¨º¾µÑ¹´Ñ ÃÃÃÍ·ÁÐÔÂ¹Ñ ¡Ø¹Á¹á¢Òˡѹº¶Ò¾Ç‹ÒíºÀáѲþÁٹا¾ÔÔµ¹Êã‹ ¹ÅÃØ¢Ò
และออกสทิ ธบิ ัตรใหแกน กั ประดิษฐซ ่ึงเปน
พระมหากษตั ริย ¾Ãл°ÁºÃÁÃÒªâͧ¡Ò÷ÕèÇ‹Ò “àÃҨФÃͧἋ¹´Ô¹

â´Â¸ÃÃÁ à¾×Íè »ÃÐ⪹ÊØ¢áË‹§ÁËÒª¹ªÒÇÊÂÒÁ”

๑๒๐

นักเรยี นควรรู ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT
ขอใดคือโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดํารทิ ไี่ ดร ับความ
1 โครงการแกมลงิ เปน โครงการเพื่อแกป ญ หาอทุ กภัย โดยพระองคทรงตระหนักถงึ รวมมือจากประเทศอิสราเอลในการพฒั นาชนบทของไทย
ความรนุ แรงของอทุ กภยั ทเ่ี กิดขนึ้ ในกรุงเทพมหานครเมอื่ พ.ศ. 2538จึงมพี ระราชดําริ 1. โครงการตามพระราชประสงคหุบกะพง
โครงการแกมลิงข้นึ เมือ่ พ.ศ. 2538 โดยใหจดั หาสถานทเี่ ก็บกกั น้าํ ตามจุดตา งๆ ใน 2. โครงการศูนยศ กึ ษาการพฒั นาพกิ ุลทอง
กรงุ เทพมหานคร เพอ่ื รองรับนา้ํ ฝนไวชวั่ คราว เมอื่ ถึงเวลาท่ีคลองพอจะระบายนํา้ ไดจ งึ 3. โครงการหวยองคตอนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริ
คอยระบายนาํ้ จากสว นทก่ี ักเกบ็ ไวอ อกไป จึงชว ยลดปญหานํ้าทว มไดนอกจากชวย 4. โครงการพัฒนาพื้นท่ีลมุ นํา้ ปากพนงั อนั เนื่องมาจาก
ระบายนํ้า ลดความรุนแรงของปญ หาน้ําทวมในพ้ืนที่กรุงเทพมหานครและบรเิ วณ พระราชดาํ ริ
ใกลเ คยี งแลว ยังชวยอนุรักษน้าํ และส่ิงแวดลอมอีกดวย โดยนา้ํ ท่ีถกู กักเกบ็ ไว เม่ือถกู วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. โครงการน้ีเรม่ิ เมื่อ พ.ศ. 2507
ระบายสคู ลองจะไปบาํ บัดนํา้ เสียใหเ จอื จางลง และผลกั ดันนํา้ เสยี ใหร ะบายออกไปได ตามพระราชดาํ ริของรชั กาลที่ 9 ท่จี ะชว ยเหลอื เกษตรกรกลมุ
ชาวสวนผักชะอําที่ยากจน ไมมีท่ดี ินทาํ กินและไดร บั ความ
มมุ IT ชวยเหลือจากประเทศอสิ ราเอลในการสง ผเู ช่ยี วชาญการพัฒนา
ชนบทสาขาตา งๆ ภายใตชอ่ื โครงการไทย-อิสราเอล เพือ่ พฒั นา
ศกึ ษาคน ควาขอมูลเพมิ่ เติมเกีย่ วกบั โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ ไดท ี่ ชนบทหุบกะพง โดยเรมิ่ ดําเนนิ การเม่อื พ.ศ. 2509-2514
http://www.rdpb.go.th

คูม่ ือครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

พระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา เจาอยูหวั (ครองราชย พ.ศ. ๒๕๕๙ - ปจจบุ ัน) ขยายความเขา้ ใจ

พระราชประวัติ ครใู หน กั เรยี นจับคกู ัน แลวรว มกันศึกษาเกย่ี วกบั
พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณียกิจของพระมหา-
พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู ัวทรงเปน พระราชโอรส กษตั รยิ  1 พระองค จากนัน้ ใหสรุปสาระสําคัญ
พระองคเ ดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ล เกยี่ วกบั บทบาทท่มี ตี อการสรา งสรรคชาติไทย
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจาสิริกติ ์ิ โดยใหทาํ ลงในกระดาษ A4 แลว นาํ สงครูผสู อน
พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพันปห ลวง เสดจ็ พระราช
สมภพ ณ พระทน่ี ั่งอมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ิต เม่ือวนั ที่ ๒๘ ตรวจสอบผล
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ พระองคทรงบาํ เพ็ญพระราชกรณยี กิจ
หลากหลายดานต้ังแตทรงดํารงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรม ตรวจสรปุ ใบงานเกี่ยวกบั บทบาทของ
โอรสาธริ าช สยามมกุฎราชกุมาร พระมหากษัตริยทม่ี ตี อ การสรา งสรรคชาตไิ ทย

พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลาเจาอยหู ัว พระราชกรณียกจิ สาํ คัญ
พระมหากษตั รยิ ไ ทยองคปจจุบนั ดานการศาสนา ทรงเขาพระราชพิธีประกาศพระองค

เปนพุทธมามกะ ทรงอปุ ถมั ภพระอารามตางๆ เชน วัดวชริ ธรรมสาธิตวรวหิ าร เมือ่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ทรงรบั
วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหารเปนวดั ประจําพระองค รวมถงึ ทรงแตง ต้งั สมเดจ็ พระมหามุนีวงศ (อัมพร อมฺพโร)
วดั ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เปนสมเด็จพระสงั ฆราช สกลสงั ฆปริณายก องคที่ ๒๐ เปนตน
ดานการแพทย สาธารณสขุ และจติ อาสา พระองคเ สดจ็ พระราชดาํ เนินไปทรงประกอบพธิ วี างศลิ าฤกษ
และทรงเปด โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดว ยพระองคเ องทกุ แหง ทรงใหต งั้ ศูนยสขุ ภาพชุมชนขึน้ ทจ่ี งั หวัด
ยะลาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ รวมถงึ พระราชทานส่งิ ของบรรเทาทุกขแกผูประสบภยั ธรรมชาติเมอื่ ครงั้ เกิดพายุ
ไซโคลนนารก ิสใน พ.ศ. ๒๕๕๑ เปน ตน
ดา นการเกษตร พระองคเสด็จพระราชดาํ เนนิ ไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั
ทรงรบั โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนทีไ่ วใ นพระราชานุเคราะห เพ่ือใหบ รกิ ารทางการเกษตรแกเกษตรกร เปน ตน
ดานการกีฬา ทรงใหจัดกิจกรรมเฉลมิ พระเกียรติ “ปนเพือ่ แม” (Bike For Mom) เพื่อปลุกกระแสสาํ นกึ
ความรกั แม และความสามคั คขี องคนในชาติ ทรงเปนประธานเปด กจิ กรรมปนจักรยาน
เฉลมิ พระเกียรติ “ปนเพ่อื พอ ”(Bike For Dad) รวมถึงพระราชทานลายพระหัตถ
ขพพซในิมอรรกะคะโฟาบรดิ ราดนรปชมาีก๗นนรนรจาพิงุภชปกัเนทาชรรธษพนยะบาฯานกทนาพี เไดรวพนัววรปลใยรเนงพหณพลเอื่ ปศ“รวคอนิะลงวารตปาทลามนรชัยสงูปแครําลถรบัเวรัมะมญจ็ศภลู ิ”ลนคเปธิมรววิววอ่ืางัฒมมดพสกนุริยขุบั.ธศาสร.งแรมคมลเดะ็จคเชวานมãป¹ล¾Ãอ¡ÑÃดÉÐภ¢ÃÒยัÍÒ§ªá㾾ʾÊÐÔ¸¡Ã¡µºÕ Òй͋Ãú·ÂÔ¡·ÁÒÍÃÃÃ÷§´Ò§ÁÊ´ª§Á¾ÕáÒѧҹÅàÃÀ¾´ÐÐààÔèç¾É¤Ãо×ÍèÒỪÃͺ·°Ð»§íÒÇèÕ ÁÇẳҋ ª¼º´Ñ ÃÔ¸Ô¹‹Ã“·ààÒÁ¡´ÃØ¡¹ÃŹÔÒ¢ÒͨҌ ⏠ªàѹ´Ð¨ºâÊÂáŒÒÍÒí º×¹¸ÍçÃÊ¡Â‹ÇØ§ÃáÒÊÙ‹ËÒ¹¹ÁÃØ¢ÑÇ‹
๒๕๒๕ à¾Í×è »ÃÐ⪹ÊØ¢á˧‹ ÍÒ³ÒÃÒɮõÅÍ´ä»”

๑๒๑

กิจกรรมสรางเสริม นักเรยี นควรรู

ครูใหนกั เรียนมีสว นรวมในการเผยแพรแนวพระราชดํารขิ อง 1 โครงการแกมลงิ เปนโครงการเพอื่ แกป ญ หาอทุ กภยั โดยพระองคท รงตระหนกั
รชั กาลท่ี 9 จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาํ ริ โดยจดั ทาํ ถงึ ความรนุ แรงของอทุ กภยั ท่เี กดิ ขน้ึ ในกรงุ เทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2538 จึงมี
เปน สมุดภาพ พรอ มท้งั บรรยายความรูสกึ ประทับใจตอผลงาน พระราชดําริโครงการแกมลิงขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยใหจัดหาสถานท่เี ก็บกักนํ้าตาม
ของพระองค จุดตางๆ ในกรุงเทพมหานคร เพ่ือรองรับนํา้ ฝนไวช ว่ั คราว เม่ือถงึ เวลาที่คลองพอจะ
ระบายนา้ํ ไดจงึ คอ ยระบายน้าํ จากสว นที่กักเกบ็ ไวอ อกไป จงึ ชวยลดปญ หานํ้าทว มได
นอกจากชวยระบายนา้ํ ลดความรนุ แรงของปญ หานาํ้ ทว มในพนื้ ที่กรุงเทพมหานคร
และบรเิ วณใกลเ คียงแลว ยงั ชวยอนุรกั ษน า้ํ และสิง่ แวดลอ มอีกดวย โดยนํา้ ท่ีถกู กักเกบ็ ไว
เม่ือถูกระบายสูคลองจะไปบําบดั นํา้ เสยี ใหเจอื จางลง และผลักดันน้าํ เสียใหระบาย
ออกไปได

คู่มอื ครู

กระต้นุ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

กระตนุ้ ความสนใจ ๒. พระบรมวงศานุวงศที่มบี ทบาทในการสรา งสรรคช าติไทย

ครูใหน ักเรียนชวยกนั ยกตวั อยา งพระบรม- พระบรมวงศานวุ งศ์ไทยมบี ทบาทส�าคัญในการสร้างสรรคแ์ ละพัฒนาชาติให้เจรญิ รุ่งเรอื ง
วงศานุวงศท ม่ี บี ทบาทในการสรา งสรรคชาตไิ ทย พระบรมวงศานวุ งศท์ ีสา� คัญ มดี งั นี

สา� รวจคน้ หา สมยั รัตนโกสนิ ทร สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณ-
วโรรส (มพี ระชนมายรุ ะหวาง พ.ศ. ๒๔๐๓ - ๒๔๖๔)
ครูใหนักเรียนแบงกลมุ 5 กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ พระประวตั ิ
ศึกษาคน ควาเกี่ยวกับพระบรมวงศานวุ งศที่มี
บทบาทในการสรางสรรคชาตไิ ทย ดังน้ี สมเดจพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ทรงเป็นสมเดจพระสงั ฆราชพระองคท์ ี ๑๐ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
กลุมท่ี 1 สมเด็จพระมหาสมณเจา มพี ระนามเดิมคอื พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ทรงเป็น
กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส พระอนุชาต่างพระมารดาในพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกล้า
เจา้ อย่หู ัว ประสูตเิ มอื พ.ศ. ๒๔๐๒ ไดท้ รงเป็นกรมหมืนวชิรญาณ
กลุมท่ี 2 พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมหลวง วโรรส แล้วเลอื นขึนตามลา� ดบั จนในทีสุดไดเ้ ปน็ สมเดจพระมหา-
วงษาธิราชสนทิ สสมกณลเมจห้าาสกงั รฆมปพรรนิ ะายยากว1ชใริ นญาพณ.ศว.โร๒ร๔ส๕๓และทรงดา� รงตา� แหนง่

กลมุ ท่ี 3 สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ พระกรณยี กจิ สําคญั
กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ พวโรรระสจดุลวจงอปมระเทกีปลแา้ กเ้วจแ้าหองยคณหู่ ัวะสใงหฆ้ทไ ทรยงเป็นผ้รู บั ผิดชอบกดา้ารจนดักการาศรศึกึษกษาาทขรองงไชดา้รตับิใโปนรหดัวเเกมลือา้ง2ฯ จากพระบาทสมเดจ
โดยใหแ้ ยกออกจาก
กลมุ ท่ี 4 สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมศึกษาธกิ าร ทรงแตง่ ตังพระราชาคณะไปเป็นผู้อา� นวยการออกไปตรวจสอบการดา� เนินงานของคณะสงฆ์
กรมดาํ รงราชานภุ าพ พรอ้ มทงั แนะน�าพระสงฆ์และฆราวาสใหจ้ ดั ตังโรงเรยี นขึนใหม่ในตา� บลต่างๆ เท่าทีสามารถจะท�าได้ ทา� ให้
การจัดการศกึ ษาในหวั เมอื งมีความเจรญิ ก้าวหนา้ มาก
กลุมที่ 5 สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ เจาฟา ด้านประวัติศาสตร พระองค์ไดท้ รงศึกษาค้นคว้าวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ ดังจะเหนได้จาก
กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ตวิ งศ พระนิพนธ์ประวัติศาสตร์ทีปรากฏออกมาอย่างแพร่หลาย เชน่ พงศาวดารสยาม ต�านาน
ประเทศไทย หัวข้อในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า หมายเหตพุ ระราชพงศาวดาร
โดยใหศกึ ษาในประเดน็ ตา งๆ เชน พระประวัติ ทกอขกีณรไี ุงทหะเยลกนนกาา่ันพิย�าไลเนเดลังปธก้ม่เ็นผ์ทรตชะาติญน้งดุน้ ก้าใแบั หนลกค้ปะานยรระไลังทมว่าัยตองี าาไิศดนณาร้พสาูจ้ นตรักะริคคน์ไมวิทพขายนอมขธงเปอ์ชแน็งปาพตมลิตรจาะะขาอวอกงันงหคตนใ์กงั นสยือุคตา่ งปกระาเรททจาศดั บงกดทา้าบรนกาศปรทกÖ มรสÉะพíาวาครตัขะญั อศิ ยงตาาสชสวอ่มาชตคเตดิรรณิญจ์ขแพะอาลสงรณะชงะแ¦าวมวตโ์äดหรทิäวารทยงสสยวมรชิ ณททวามกรíาเจง¶าใหมร้าÖงี้
พระกรณยี กจิ ผลจากพระกรณยี กจิ ตอ การ ชนชาติไทยและเกิดความหวงแหนประเทศชาติ การศÖกÉาของชาตมิ ีความเจริญก้าวหนา้ เปน็ ประโยชน์
สรา งสรรคช าติไทย เปนตน มากยงิ ขนึ
ตอ่ บา้ นเมอื งมาจน¶งÖ ทุกวันนีé
อธบิ ายความรู้
122
1. ครเู กร่นิ นาํ วา สมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เปน พระองคหนึ่ง
ทม่ี บี ทบาทสําคญั ในดานศาสนาและดาน
การศึกษา จากนน้ั ครูใหน กั เรียนยกตัวอยาง
พระราชกรณยี กจิ ของสมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาวชริ ญาณวโรรสทางดานศาสนา

2. ครใู หกลุมท่ี 1 สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ
ผลการศกึ ษาคนควา เรื่องสมเดจ็ พระมหา
สมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ท่ีหนา
ชนั้ เรยี น

นกั เรียนควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
1 สกลมหาสงั ฆปรินายก เปน สมณศกั ดิส์ งู สุดของพระสงฆไทย โดยเปน ทรงมบี ทบาทในการปฏริ ูปการศึกษาในสมัยรชั กาลที่ 5 อยางไร
ประธานการปกครองคณะสงฆ มีอาํ นาจปกครองถึงหัวเมืองตา งๆ แนวตอบ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยูห ัว รชั กาลที่ 5
2 การศึกษาของชาติในหัวเมือง กรมหมน่ื วชิรญาณวโรรสทรงเปนผรู ับผดิ ชอบ ทรงมพี ระราชดําริจะขยายการศึกษาไปยงั ประชาชนทั่วพระราช-
การขยายการศึกษาในหวั เมอื งใหเพ่มิ มากข้นึ โดยมีกระทรวงมหาดไทยเปน อาณาจักร เพราะทรงเหน็ วา การศึกษาเปนพน้ื ฐานทีส่ าํ คัญในการ
ผสู นับสนนุ ซ่งึ ไดมกี ารจัดการเรียนการสอนกนั ในวัด มพี ระเปน ผสู อน ปรากฏวา พัฒนาชาติบา นเมือง จึงทรงอาราธนาสมเด็จพระมหาสมณเจา
เพียงปเดยี วจาก พ.ศ. 2441-2442 มีจํานวนนกั เรยี นและโรงเรยี นเพม่ิ มากขึ้น กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ใหทรงอํานวยการจัดการศึกษาใน
ประมาณรอยละ 200 หลงั จากพระสงฆเขา มาชวยจัดการศกึ ษาพิเศษ และไดผ ลดี หวั เมืองทั่วราชอาณาจกั ร ทง้ั นี้เพราะทรงเห็นวา วัดเปน แหลง ให
อยางนอ ยทีส่ ุดในแงปริมาณ ก็ไดโ อนหนาท่กี ารศึกษากลับคืนไปใหก ระทรวง การศกึ ษาแกคนไทยมาแตโบราณ การใชวัดเปน ฐานในการขยาย
ธรรมการรบั ผิดชอบดงั เดมิ การศึกษาเปนแนวทางทจี่ ะขยายการศกึ ษาไดเรว็ และทว่ั ถึง
เพราะวัดมีอยทู ั่วทกุ หนแหงทวั่ ราชอาณาจกั ร ท้งั ไมต อ งส้นิ เปลือง
งบประมาณแผนดนิ ในการสรา งโรงเรียนดวย เพราะอาศยั ศาลาวัด
ทมี่ อี ยูแลว เปน โรงเรียน

คมู่ ือครู

กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ อธิบายความรู้

(มีพระชนมายรุ ะหวา ง พ.ศ. ๒๓๕๑ - ๒๔๑๔) 1. ครเู ลาประวตั โิ ดยสงั เขปของพระเจา บรม-
วงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ หรอื ให
พระประวตั ิ นกั เรียนดสู ารคดี 200 ป กรมหลวงวงษาธริ าช-
สนทิ จากเว็บไซต youtube แลวใหช วยกัน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท ต้นราชสกุล บอกวา พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวง
สนทิ วงศ์ พระนามเดมิ คอื พระองค์เจา้ นวม เปน็ พระราชโอรส วงษาธริ าชสนทิ ทรงมบี ทบาทในการสรา งสรรค
ในพระบาทสมเดจพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั รชั กาลที ๒ และ ชาตไิ ทยอยางไร
เจ้าจอมมารดาปรางใหญ่ ประสตู ิใน พ.ศ. ๒๓๕๑ และทรง (แนวตอบ ทรงมบี ทบาทสําคัญในการสรางสรรค
สินพระชนม์ใน พ.ศ. ๒๔๑๓ ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ สังคมไทยใหม คี วามเจริญกาวหนาในดาน
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ตา งๆ โดยเฉพาะทางดา นการแพทย และ
ในสมัยรัชกาลที ๓ พระองค์เจ้านวมทรงได้รับการ ความสมั พันธกับตา งประเทศ)
สถาปนาขึนเปน็ กรมหมืนวงษาธิราชสนิท ใน พ.ศ. ๒๓๘๕
พระเจ้าบรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ และได้ทรงรับราชการเปน็ ผูก้ �ากับกรมหมอ ต่อมาในรชั สมยั 2. ครูใหกลมุ ท่ี 2 สงตัวแทนออกมานาํ เสนอ
ปราชญผ้เู ปนก�าลังแผนดิน พระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวไดท้ รงรับการสถาปนา ผลการศกึ ษาคนควา เร่ืองพระเจา บรมวงศเธอ
กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ ท่หี นา ชนั้ เรยี น
เลอื นขันเปน็ กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ ไดท้ รงกา� กับราชการมหาดไทย ต�าแหน่งพระคลังสินคา้ และสุดท้าย
ได้รบั ตา� แหน่งเปน็ ทปี รึกษาราชการแผน่ ดนิ ทวั ไปจวบจนสินพระชนม์ 3. ครูใหน กั เรียนอธิบายเหตุผลทอี่ งคการศกึ ษา
วิทยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงประชาชาติ
พระกรณียกจิ สําคัญ ไดป ระกาศยกยอ งพระเกียรติคุณของพระเจา
บรมวงคเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท
ดา้ นการแพทย พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ทรงพระปรชี าสามารถในเรืองยาไทย ใหทรงเปนบคุ คลสําคัญของโลกสาขาปราชญ
และแพทยแ์ ผนไทย อกี ทังยงั ได้ทรงศกึ ษาวิชาแพทย์ฝรังจนมีความรู้ความสามารถ จนทรงได้รับการรบั รองจาก และกวี
มหาวิทยาลยั ในสหรัฐอเมรกิ า พระองคไ์ ด้รบั พระบรมราชโองการแต่งตังใหท้ รงว่าราชการกรมหมอ และทรงเปน็ (แนวตอบ เนอื่ งจากพระองคท รงมพี ระปรชี า
นายแพทย์ประจา� ราชสา� นักมาตังแต่สมัยรัชกาลที ๓ ถงึ รชั กาลที ๔ สามารถในเรื่องยาไทยและแพทยแ ผนไทย
และทรงมคี วามสามารถในดา นกลอน โคลง
ดา้ นการสร้างความสมั พนั ธระหว่างประเทศ ในสมัยทปี ระเทศไทยกา� ลงั เผชิญกับการแสวงหาอาณานคิ ม และฉันท โดยไดพ ระนิพนธว รรณกรรมไว
ของมหาอา� นาจตะวนั ตก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิททรงมีบทบาทส�าคัญในการเจรจา หลายเรอื่ ง เชน เพลงยาวสามชาย โคลงนิราศ
ทางการทตู เพือทา� สนธสิ ัญญากบั ตะวนั ตก ทรงไดร้ ับการโปรดเกล้าฯ แตง่ ตงั ให้เปน็ หนึงในกรรมการเจรจา พระประธม เปนตน )
เพือทา� สนธิสัญญาทางไมตรีและการพาณิชย์กับราชทตู องั กฤษ สหรัฐอเมริกา
และฝรงั เศส จนเกดิ ผลดีตอ่ ประเทศชาตอิ ย่างมาก
กโเเชปคลน่ล็นองตนเนพน้ดิรลา้แางนลศยภะพาาฉวรษนัสะาาทปแม์รลชะโะดาธวยมยรไตรดโณา� ้พครกลารระเงพรนแมลลิพงะทนยสธราภุ ง์ววมารกษรลีคณิตบวากทมจรสรสินิงมาโดตไมาเวามล้หรน่ณลถห1าีใานยงเดร้าือพนงรโะคอลงวงคิท์ทยราศจงทäาาดากสวง้รตพงดบั Éรรา้กแ์ะนาาลก¸กรพะริรายวณรารก²ั ชะแยยีเสพจนอ่กน้าท¸งจิ บทิจรยทรา์รีมกมทแมตีลอวรแ่องะงงหศกคบมง่ ์เา์กีบา้ส¸รนาหทอตรเปบมา่กกราืองารทะปงรมชสรศาหทา™ะÖกชลคเíาทÉาใวัญตศหางิ้

หรอื ยเู นสโก (UNESCO) ใหเ้ ป็นบคุ คลสา™ คญั ของโลก

123

ขอ สอบ O-NET นกั เรยี นควรรู

ขอ สอบป ’52 ออกเกย่ี วกบั บุคคลสาํ คญั ของไทยที่ไดรับยกยอง 1 จนิ ดามณี เรยี บเรียงข้นึ ครั้งแรกโดยพระโหราธิบดี กวีในสมัยสมเดจ็ พระ
จากองคก ารยเู นสโก นารายณมหาราช เพอื่ ไวเ ปน หนงั สือตาํ ราเรยี น และใชม าจนถึงสมัยรัตนโกสินทร
ตอนตน จินดามณมี ีหลายฉบบั เชน ฉบบั โหราธิบดี ฉบบั หมอบรัดเลย เปนตน
บคุ คลใดไดรบั การประกาศยกยอ งจากองคก ารการศกึ ษา พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา เจา อยหู วั ทรงมีพระราชปรารภถงึ ความเส่ือมโทรมของ
วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงสหประชาชาติ ในสาขาปราชญ ภาษาไทย จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหพระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงวงษา-
และกวี ประจาํ ป 2551 ธิราชสนทิ ทรงแตง ตําราภาษาไทยขน้ึ ใหม เพอ่ื อนรุ กั ษภ าษาไทย จงึ พระนิพนธ
เรื่องจินดามณี หรือประถมจินดามณี เลม 2 ซงึ่ ทรงดัดแปลงจากตําราเดมิ สมัย
1. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ เจา ฟา กรมพระยานริศรา- อยธุ ยา โดยอธิบายหลักเกณฑภ าษาไทยใหเ ขาใจงา ยกวาเดิม
นุวัดติวงศ
มมุ IT
2. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ
3. พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ ศึกษาคน ควา ขอ มูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับพระประวัตขิ องพระเจาบรมวงศเ ธอ
4. หมอ มราโชทยั หรือหมอ มราชวงศก ระตา ย อศิ รางกูร กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ไดท ี่ http://www.snidvongs.net เว็บไซตราชสกุลสนทิ วงศ

วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมหลวง คู่มือครู

วงษาธริ าชสนทิ ไดรบั การประกาศยกยอ งจากองคก ารการศึกษา
วิทยาศาสตร และวฒั นธรรมแหงสหประชาชาติ ในสาขาปราชญ
และกวี ประจําป 2551 ในวาระครบรอบ 200 ปของการประสตู ิ
เนอ่ื งจากทรงเปนปราชญท างดานการแพทย การศกึ ษา และกวี

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ

1. ครูใหน กั เรยี นดูภาพในหนังสือเรียนหนา 124 (มีพระชนมายุระหวา ง พ.ศ. ๒๔๐๑ - ๒๔๖๖)
แลว ถามนกั เรียนวา เพราะเหตใุ ดสมเดจ็
พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศ- พระประวตั ิ
วโรปการ จงึ เปรียบประดจุ ดงั “พระหตั ถขวา”
ของรชั กาลท่ี 5 สมเดจพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ
ทรงเปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ว
2. ครใู หกลุมที่ 3 สงตัวแทนออกมานําเสนอ และเจา้ จอมมารดาเปยม (ซึงได้รบการสถาปนาเปน็ สมเดจ
ผลการศกึ ษาคน ควา เรอื่ งสมเดจ็ พระเจาบรม- พระปิยมาวดี ศรีพชรนทรมาตา ในรชกาลที ๖) สมเดจฯ
วงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ ท่หี นา กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการประสูตเมือ พ.ศ. ๒๔๐๑ เมอื ยง
ชัน้ เรยี น ทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาภาษาไทย ภาษาบาลี และภาษา
องกฤษ ในพระราชสา� นก เมือส�าเรจการศึกษาทรงไดม้ าช่วย
3. ครูถามนกั เรียนวา สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ บรหารราชการแผน่ ดนในรชกาลพระบาทสมเดจพระจลุ จอมเกลา้
กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ มบี ทบาทสาํ คัญ วสโมรเปดก็จาพรรผะปูเจราะบดรุจมดวงั ง“ศพเธรอะหกตั รถมขวพาร”ะ1ยขาอเงทวะวงศ เจา้ อยู่หวและรชกาลพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หว
ดานการตา งประเทศอยางไร ตราบจนกระทงสนพระชนมเ์ มอื พ.ศ. ๒๔๖๖
(แนวตอบ ในขณะท่ที รงดํารงตําแหนงเสนาบดี รัชกาลท่ี ๕
วา การกระทรวงการตา งประเทศ ประเทศสยาม
กาํ ลังประสบปญ หาการแพรอิทธพิ ลเขา มาของ พระกรณยี กิจสาํ คัญ
ชาตติ ะวนั ตก โดยเฉพาะกบั ฝรั่งเศส
ในเหตกุ ารณ ร.ศ.112 สมเดจ็ พระเจา บรม- ด้านการต่างประเทศ ของสมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการในขณะทที รงดา� รงต�าแหน่งเป็นเสนาบดี
วงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ ทรงใช ว่าการกระทรวงการตา่ งประเทศนน ไทยกา� ลงประสบปัญหาการแพรอ่ ทธพลเขา้ มาของชาตมหาอา� นาจ รฐบาล
นโยบายทางการทูตเจรจากับฝรงั่ เศส ทาํ ให จึงต้องใช้วธีการเจรจาผ่อนสนผ่อนยาวกบมหาอ�านาจตะวนตกโดยเฉพาะกบประเทศฝรงเศส จนกระทง
รอดพน จากการเปนอาณานิคมของฝรั่งเศส) เกดเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ประเทศฝรงเศสพยายามบีบบงคบเพือผนวกดนแดนของไทยเป็นอาณานคม
แต่ประเทศไทยกรอดพน้ จากการเป็นอาณานคมของฝรงเศสมาไดด้ ้วยการอาศยนโยบายทางการทตู ผู้ทมี ี
บทบาทสา� คญในการเจรจากบฝรงเศส คือ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ นอกจากนีพระองคย์ งทรง

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั ทรงฉายพระรปู รว มกับพระเจานองยาเธอ กรมพระยาเทวะวงศวโรปการ (พระยศใน
ขณะนั้น) (น่ังซาย) และพระเจานองยาเธอ กรมหมืน่ ดา� รงราชานภุ าพ (พระยศในขณะน้นั ) (น่ังขวา) ซ่งึ ทงั้ สามพระองคทรงเปน
ก�าลังส�าคญั ในการแกไขปญหาบานเมืองใหรอดพนจากการยึดครองของจกั รวรรดินยิ มตะวนั ตก

124

เกร็ดแนะครู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT
เพราะเหตใุ ดสยามจึงสามารถรกั ษาเอกราชจากการคุกคามของ
ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกีย่ วกับเหตกุ ารณ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) วา เปนเหตุการณท ่ี จักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตกไวได
ไทยเสียดนิ แดนฝงซา ยแมน ้าํ โขงใหแกฝร่งั เศส โดยฝรงั่ เศสอา งวาญวนและเขมรเคย แนวตอบ เพราะความพยายามของผูนําไทยทด่ี าํ เนินการเพอื่
มีอาํ นาจเหนอื ลาวมากอ น เม่อื ญวนกับเขมรเปนเมืองข้นึ ของฝรัง่ เศส ดินแดนตา งๆ รกั ษาเอกราชอยา งตอ เน่อื ง การปอ งกนั และการแกไ ขไมใ หมี
เหลานกี้ ็ควรตกเปน ของฝรงั่ เศสดว ย ใน พ.ศ. 2436 ฝร่งั เศสไดสงเรอื รบ 2 ลาํ มา ปญหาภายในที่รุนแรงและยดื เย้ือเกดิ ขึ้น ตลอดจนความสามารถ
ปดปากแมนํ้าเจาพระยา ทําใหเ กดิ การปะทะกัน ในทสี่ ุดรัฐบาลไทยตอ งปฏบิ ัติตาม และความกลา หาญของผูนาํ ในการเผชญิ หนากบั ปญหา และการ
ขอเรียกรองของฝรงั่ เศสทกุ ประการ โดยไทยตอ งยอมยกอาณาจกั รลาวเกือบทง้ั หมด แกไ ขในเชงิ การทูต
ใหกบั ฝร่ังเศส

นกั เรยี นควรรู

1 พระหตั ถขวา สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ คือ
ผปู ระดจุ ดังพระหตั ถขวาของรชั กาลท่ี 5 สวนผปู ระดุจดังพระหตั ถซ า ย คอื
สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ

คู่มือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

มีบทบาทส�าคญในการเจรจาแกไ้ ขปัญหาระหวา่ งไทยกบองกฤษจนประสบความสา� เรจ ท�าให้ประเทศสยาม อธบิ ายความรู้
สามารถคลีคลายสถานการณท์ มี ผี ลกระทบตอ่ ความมนคงของชาตมาได้
ด้านการเมืองการปกครอง ในช่วงปฏรปู ประเทศสู่ความทนสมย สมเดจพระเจา้ น้องยาเธอ กรมพระยา ครใู หน ักเรียนชว ยกันอธิบายวา สมเด็จพระเจา
เทวะวงศว์ โรปการ ทรงเข้ารบราชการแผ่นดนเป็นครงแรกขณะทยี งทรงดา� รงฐานะเป็นพระองคเ์ จา้ เทวญ บรมวงศเ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว โรปการ ทรงมี
อในทุ สยา� วนงกศง์ าโนดยทออรงดไตดร้ อบอกฟาฟรศิโปร(ดAเuกdลi้าtฯOfจfiาcกeพ)1รซะึงบมาหี ทนส้ามทเีตดรจวพจรบะญจชลุ ขีจอองมกเรกะลท้ารอวยงู่หตว่างใๆห้ทรแงตเ่เปน็นอื งพจนากกงทารนง บทบาทในการปรบั ปรงุ การเมืองการปกครองให
เป็นผู้รอบรูภ้ าษาองกฤษเป็นอย่างดีจงึ ทรงได้รบหน้าทเี กยี วกบต่างประเทศมาตงแตแ่ รกเข้ารบงาน ต่อมา เขาสคู วามทันสมัยอยา งไร
รสวมมเดทจงทฯรงกเปรมน็ พปรละดยบาญเทชวีกะาวรงใศน์วหโอรรปษกฎาารกไดรพร้ บพกฒานร2โ์ดป้วรยดเจกาลก้านฯนไแดต้ร่งบตกงาใรหโ้ปทรรดงดเก�าลรา้งฯตา� ใแหหท้ นร่งงรดาา�ชรเงลตขา� าแธหกนาง่ร
เสนาบดกี รมทา่ เมือ พ.ศ. ๒๔๒๘ ทีภายหลงเรียกว่า เสนาบดีผูว้ ่าการตา่ งประเทศ (แนวตอบ ทรงมีบทบาทสาํ คญั ในการรบั สนอง
ก่อนหน้าทีพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการตงเสนาบดี พระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา เจาอยหู วั ในการบริหารจดั การทาง
ดา นการเมอื งการปกครอง เชน ทรงเปนพนกั งาน
ในสาํ นักงานออดติ ออฟฟศ ซึ่งมีหนาทต่ี รวจบัญชี
กระทรวงตา งๆ ทรงดาํ รงตําแหนง ราชเลขาธกิ าร
ทรงเปน รองปลัดบัญชใี นหอรัษฎากรพพิ ัฒน
ทรงมีบทบาทในการดาํ เนนิ งานทดลองระบบ
คณะเสนาบดี ทรงมบี ทบาทสําคัญในการจัดตั้ง
สภาทปี่ รกึ ษากฎหมาย เปน ตน )

สภาตามแบบสมยใหมใ่ น พ.ศ. ๒๔๓๕ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ได้ทรงมบี ทบาทในการดา� เนนงาน
ทดลองระบบคณะเสนาบดเี พือปพู นื ฐาน โดยได้ทดลองจดการประชมุ ผทู้ ีไดร้ บการวางตวสา� หรบตา� แหน่งเสนาบดี
มาตงแต่ พ.ศ. ๒๔๓๒ โดยสมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการทรงเปน็ ประธานในทปี ระชุมเสนาบดีสภา
ซึงในการประชมุ ดงกล่าวมผี ลงานทสี า� คญคอื การร่างกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงคบในการบรหารราชการ
แผ่นดน ทรงเป็นผู้รา่ งกฤษฎีกาว่าด้วยเสนาบดสี ภาด้วยพระองคเ์ อง รวมทงร่างประกาศตงตา� แหนง่ เสนาบดี
ตามกระแสรบสง ซงึ ไดป้ ระกาศแต่งตงอยา่ งเป็นทางการเมือวนที ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ นอกจากนี
สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ยงทรงมบี ทบาทสา� คญในการจดตงสภาทีปรึกษากฎหมาย(Legislative
Council) ในสมยนนเรยี กวา่ รฐมนตรีสภา ซงึ เกดขนึ ตอนปลายรชกาลที ๕ อีกด้วย
ในรชสมยพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ว สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงได้รบ
โปรดเกล้าฯ แต่งตงใหเ้ ป็นผู้ทรงปฏบตราชการ ทรงหนงสอื ราชการและทรงเรยี กประชมุ
เสนาบดแี ทนพระองคข์ ณะทรี ชกาลที ๖ ทรงตดพระราชกรณยี กจอนื และ
ยงทรงด�ารงต�าแหน่งนายกกรรมการตรวจร่างประมวลกฎหมาย
นอกจากนรี ชกาลที ๖ ยงทรงพระราชประสงค์ทจี ะใหส้ มเดจฯ สมเดจฯ กรมพระยาเทวะวงศ์
วโรปการ ทรงมีบทบาทสา™ คัญในการ
กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการด�ารงตา� แหน่ง อรรคมหา- ปฏบิ ตั ิพระกรณยี กจิ เพอื ปรับปรุงประเทศ
เสนาบดี (ไปรมม์ นสเตอร์) เมอื พ.ศ. ๒๔๖๔ ด้วย ใหท้ ันสมัยทางด้านการต่างประเทศและทางด้าน
แต่ได้ทรงปฏเสธ
การเมืองการปกครอง อนั เปน็ ผลดตี อ่ การปรับปรงุ

ประเทศเขา้ ส่คู วามทันสมยั เพอื ความมันคงและ

ความเจริญกา้ วหน้าของชาติ

125

ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรยี นควรรู

เพราะเหตใุ ดสมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาเทวะวงศ- 1 ออดติ ออฟฟศ (Audit Office) พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู วั
วโรปการจงึ เปรียบประดจุ ดัง “พระหตั ถขวา” ของรัชกาลที่ 5 ทรงจัดต้งั ขน้ึ เพอื่ ตรวจบัญชีเงนิ หลวงหรอื เงินแผนดิน โดยทรงลงบญั ชีดวยพระองคเ อง
แนวตอบ เน่อื งจากทรงบาํ เพ็ญพระกรณียกจิ ท่เี ปน ประโยชนต อ ตอ มาจึงพัฒนาจนกลายมาเปนสํานักงานการตรวจเงนิ แผน ดนิ ในปจจุบนั
ประเทศชาตแิ ละประชาชนชาวไทยเปนอยา งมาก โดยเฉพาะอยาง 2 หอรษั ฎากรพพิ ฒั น หนว ยงานท่ีพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัว
ยงิ่ ทรงมีบทบาทสาํ คัญในการรับสนองพระบรมราชโองการของ โปรดใหจ ัดตั้งขน้ึ ใน พ.ศ. 2416 เพ่อื เปนสํานักงานกลางเกบ็ ผลประโยชนรายได
รัชกาลที่ 5 ในการบริหารจดั การทางดา นการเมอื งการปกครอง ภาษอี ากรแผนดิน โดยมีเจา หนา ท่ีตรวจตราการเกบ็ ภาษีอากรของหนว ยราชการ
และดา นการตา งประเทศในยคุ ปรบั ตวั เขาสคู วามทนั สมยั ตางๆ ใหร ัดกมุ แลวทําบญั ชรี วบรวมผลประโยชนม าไวท่ีหอรัษฎากรพิพัฒนเพียง
พระกรณยี กิจทสี่ าํ คัญ เชน ทรงดํารงตาํ แหนง เสนาบดีกรมทา แหง เดยี ว ท้ังน้ีสืบเนื่องจากสมัยโบราณการเกบ็ ภาษีอากรกระจายอยตู ามกรมกอง
หรือเสนาบดผี วู า การตางประเทศ ทรงมบี ทบาทในการจดั ตั้ง ตางๆ ทําใหร ายไดจากภาษีอากรกวาจะมาถงึ พระคลังมหาสมบตั ิ ตองผา นหลาย
สภาทีป่ รึกษากฎหมายหรอื รัฐมนตรสี ภา เปน ตน ขนั้ ตอนจึงตกหลน กระจดั กระจาย ขาดหายไปจาํ นวนมากทกุ ป จงึ ทรงตงั้
หอรัษฎากรพพิ ฒั นข น้ึ เปนหนวยงานท่ที าํ หนาทจี่ ัดการรวบรวมภาษีอากรทกุ อยา ง
ทาํ ใหเงนิ ภาษไี มร ว่ั ไหล

คมู่ ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ

1. ครูถามนกั เรียนวา เพราะเหตใุ ดรัชกาลท่ี 5 (มีพระชนมายรุ ะหวาง พ.ศ. ๒๔๐๕ - ๒๔๘๖)
ทรงเปรียบเทียบสมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ
กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ วาเปนเสมือน พระประวตั ิ
“เพชรประดับพระมหาพชิ ัยมงกฎุ ”
สมเดจพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ
2. ครใู หกลมุ ที่ 4 สงตวั แทนออกมานาํ เสนอ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ว
ผลการศึกษาคนควาเรื่องสมเดจ็ พระเจา บรม- และเจา้ จอมมารดาชุ่ม ทรงเปน็ พระอนุชาในพระบาทสมเดจ
วงศเ ธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ ทหี่ นา พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ว ประสูติเมอื พ.ศ. ๒๔๐๕ โดยได้รบ
ชั้นเรยี น พระราชทานพระนามจากสมเดจพระบรมชนกนาถวา่ พระองค์
เจ้าดิศวรกมุ าร
3. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภิปรายถงึ พระ ในรชสมยพระบาทสมเดจพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หว
กรณยี กิจท่สี ําคญั ของสมเด็จฯ กรมพระยาดํารง พระองค์เจ้าดิศวรกุมารได้รบพระราชทานให้ทรงกรมเป็น
เดชานุภาพทมี่ ีตอ การสรา งสรรคช าติไทย ทาง กรมหมนื ดา� รงราชานภุ าพ และต่อมาทรงได้รบพระราชทาน
ดา นการเมอื งการปกครอง สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ พระบดิ า ให้เลือนกรมเป็น กรมหลวงดา� รงราชานภุ าพ ในรชกาลเดยี วกน
(แนวตอบ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ แหง ประวตั ศิ าสตรไทย ภายหลงเมือพระบาทสมเดจพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวได้เสดจ
ทรงเปนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก
ทรงมบี ทบาทสําคัญในการจัดการปกครองแบบ เถลิงถวลยราชสมบติแลว้ จงึ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการเลอื นพระฐานนดรศกดขิ นึ เป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
มณฑลเทศาภบิ าลจนประสบความสําเร็จ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ และในรชสมยพระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หว จึงโปรดเกล้าฯ ให้
ทรงฝกหดั การเลือกตั้งผูใหญบ าน กํานนั กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพเลอื นพระอิสรยิ ศเป็น สมเดจพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ
เพอ่ื ปพู ้นื ฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย)
พระกรณยี กจิ สําคัญ

ดา้ นการเมืองการปกครอง สมเดจฯ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพทรงไดร้ บโปรดเกล้าฯ แต่งตงให้
ทรงด�ารงต�าแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก โดยได้ทรงเปน็ ก�าลงส�าคญในการปฏิรูปการ
ปในกเครือรองกงแารผจ่นดดกินาใรนปสกมคยรรอชงกหาวลเมทือี ง๕ตามทแรบงทบุ่มมเณทฑพรละเทสศตาิปภัญบิ ญาลา1
อนเป็นงานทีส�าคญทสี ดุ ในพระชนมช์ พี ของพระองค์ จนก่อให้
เกิดผลส�าเรจสมดงพระราชดา� ริในพระบาทสมเดจพระจุลจอม
เกล้าเจ้าอยู่หว เพราะช่วยใหไ้ ทยมคี วามเป็นเอกภาพในการ
ปกครองบา้ นเมืองให้มีความมนคงและไม่เกิดความแตกแยก
ภายในตามทีมหาอา� นาจตะวนตกต้องการส�าหรบการขยาย
อ�านาจเขา้ ครอบงา� ประเทศไทย
ด้านการศกึ ษา ขณะทรงด�ารงตา� แหนง่ อธิบดีกรมธรรมการ
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพประทับใน
ระแทะ (เกวียนชนิดหนึ่ง) เม่ือคราวเสด็จตรวจ ทรงขยายการศกึ ษาโดยอาศยวดเป็นสถานทีถ่ายทอดความรู้
ราชการเมืองอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๔๔๙ (ภาพ โดยวดมหรรณพารามเปน็ โรงเรียนหลวงแห่งแรกทีทรงจดตงขึน
เกา จากหอจดหมายเหตแุ หงชาต)ิ

12๖

เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรา งเสริม

ครูอธบิ ายวาใน พ.ศ. 2555 เปน ปท ่ีครบ 150 ป วันประสูติของสมเด็จพระเจา ครูใหนักเรยี นศึกษาคนควา ขอมลู เพมิ่ เติมเกย่ี วกับพระประวตั ิ
บรมวงศเธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ และครบ 50 ป ท่ีองคก ารศกึ ษาวทิ ยา- พระกรณยี กจิ ในดานตา งๆ ของสมเดจ็ ฯ กรมดํารงราชานภุ าพ
ศาสตรแ ละวฒั นธรรมสหประชาชาติ (UNESCO) ไดถวายพระเกียรติใหเปนบุคคล จากน้ันใหน ักเรยี นสรุปขอมูลในรปู แบบเสนเวลา พรอ มมีภาพ
สาํ คัญของโลกคนแรกของประเทศไทยเมอื่ พ.ศ. 2505 ครคู วรใหน ักเรยี นรว มกันจัด ประกอบ และตกแตง ใหสวยงาม แลวนําสง ครผู ูส อน
ปายนเิ ทศ เพ่อื นอมราํ ลึกถงึ พระกรณียกิจทีท่ รงมคี ุณปู การตอแผนดนิ ไทย
กจิ กรรมทา ทาย
นกั เรยี นควรรู
ครูใหศึกษาคนควา ขอมลู เกี่ยวกับพระนิพนธใ นสมเดจ็ ฯ กรม
1 มณฑลเทศาภิบาล การจดั ระเบียบการปกครองหัวเมอื งในสมยั รชั กาลท่ี 5 พระยาดํารงราชานภุ าพ จากน้นั ใหน กั เรยี นเลือกผลงานพระนิพนธ
ทสี่ มเดจ็ ฯ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพทรงดําริข้นึ โดยยกเลิกระบบหัวเมืองแบบเกา ท่นี กั เรียนสนใจ 1 เร่อื ง แลวใหสรุปสาระสาํ คัญของเรื่องดังกลาว
ทแ่ี บงเปนหัวเมืองช้นั ใน หวั เมอื งชนั้ นอก และเมืองประเทศราช แลว จัดเปนมณฑล โดยทาํ ในกระดาษ A4 แลวนําสงครูผูสอน
เมือง อาํ เภอ และหมูบา น งานปกครองหวั เมืองอยภู ายใตกระทรวงเดียว คอื
กระทรวงมหาดไทย เปนการดึงอํานาจเขาสศู นู ยกลาง

คูม่ อื ครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

ซึงการศกึ ษาในลกษณะนไี ด้ขยายไปทวกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา อธบิ ายความรู้
และเมือทรงปรบปรงุ หลกสูตรและวธิ กี ารสอน ตลอดจนจดพิมพ์
ตา� ราเรียนเรียบร้อยแลว้ ไดท้ รงขยายการศึกษาออกไปสู่ราษฎร 1. ครใู หนกั เรียนบอกวา เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ
ตามหวเมืองต่างๆ โดยทรงจดตงโรงเรยี นหลวงขึนทวประเทศ กรมพระยาดํารงเดชานภุ าพจึงไดรับยกยอ งวา
เมือป พ.ศ. ๒๔๓๕ ทรงรเิ รมิ จดใหม้ กี ารตรวจสอบตา� ราเรยี น ทรงเปน “พระบดิ าแหงประวตั ศิ าสตรไ ทย”
และออกประกาศรบรอง ทงนีเพือให้นกเรียนมีความรู้ และ
ความสามารถอย่างเหมาะสม การศึกษาของชาติจงึ เจริญออกไป 2. ครใู หนกั เรยี นชวยกันยกตัวอยางพระนิพนธ
ทวประเทศตราบเท่าทุกวนนี ท่ีมชี อื่ เสียงของสมเด็จฯ กรมพระยาดํารง-
กรมพดรา้ะนยปารดะา� วรัตงิศราาสชตานรภุโบารพาณทครดงีมแีผละลศงาิลนปดวัฒา้ นนปธรระรมวตสิศมาเสดตจรฯ1์ เดชานภุ าพ
โบราณคดี และศิลปวฒนธรรมเป็นจา� นวนมาก นบว่าพระองค์
ทรงเปน็ ปราชญค์ นส�าคญของประเทศไทย จนได้รบการยกย่อง 3. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภิปรายถึงพระ
ว่าทรงเปน็ พระบิดาแห่งประวติศาสตร์ไทย พระองค์ทรง กรณยี กจิ ทสี่ ําคญั ของสมเดจ็ ฯ กรมพระยา
พระปรีชาสามารถในการนิพนธ์หนงสือได้หลายประเภท เชน่ ตัวอยางพระนิพนธ ใน สมเด็จฯ กรมพระยา ดํารงเดชานุภาพทมี่ ีตอการสรางสรรคชาตไิ ทย
ชวี ประวติ ประวตศิ าสตร์ ทอ่ งเทียว โบราณคดี นทิ าน ประวติ ด�ารงราชานภุ าพ ทางดา นการเมืองการปกครอง
วรรณคดี และประวติความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยงิ พระนพิ นธเ์ กียวกบประวติศาสตร์ ยงคงเป็นหลกใน (แนวตอบ ทรงคน ควา ทางดานพงศาวดาร
การคน้ ควา้ ของนกประวติศาสตรร์ ุน่ หลงๆ ตลอดมาจนถึงปจั จบุ น และโบราณคดี ทรงมีงานประประพันธด า น
ในสมยรชกาลที ๖ สมเดจฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพไดท้ รงเป็นผอู้ �านวยการจดหอสมุดส�าหรบ ประวตั ิศาสตรและโบราณคดีจํานวนมาก เชน
ไทยรบพมา พระราชประวตั ิสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสินทร
รชั กาลที่ 5 ลกั ษณะการปกครองประเทศ
สยามแตโ บราณ จนไดรับการยกยอ งเปน
บิดาแหง ประวัติศาสตรไ ทย ทรงรเิ รมิ่ การจดั ตง้ั
หอจดหมายเหตุ การตัง้ พิพธิ ภณั ฑ การทดลอง
จัดตงั้ สมาคมวรรณคดแี ละราชบณั ฑติ ยสภา)

พระนคร เพือใหเ้ ป็นแหล่งสรรพวชิ าการของไทย และทรงมพี ระดา� รใิ หจ้ ดตงหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติสา� หรบ
ใช้เปน็ แหลง่ การคน้ คว้าเอกสารราชการต่างๆ รวมทงภาพถา่ ยบคุ คล เหตุการณแ์ ละสถานที อนเปน็ ประโยชน์
ต่อการศึกษาประวติศาสตร์ไทยเปน็ อยา่ งยิง
ด้านการสาธารณสขุ ทรงมพี ระด�ารริ ิเริมให้มีโอสถศาลา ส�าหรบรบหน้าที
ผลิตยาแจกจา่ ยใหร้ าษฎรในตา� บลหา่ งไกล ซึงปจั จุบนคือ สถานอี นามย
และทรงจดตงปาสตุรสภา สถานทีปอ งกนโรคพษิ สุนขบา้ ซึงใน ราชานุÀาพ สมเดจฯ กรมพระยาดาí รง
ทรงประกอบพระกรณยี กจิ
ปจั จบุ นโอนไปอยู่ในสงกดของสถานเสาวภาสภากาชาดไทย ต่างæ มากมาย ทรงเป็นกาí ลังส™าคัญในการ
นอกจากนีพระองค์ยงทรงรบพระภารกิจด้านงาน
บรหิ ารประเทศหลายดา้ น ทéังการเมือง
สรรพากร และงานอุตสาหกรรมโลหกิจ ซงึ เป็น การปกครอง การศกÖ Éา สา¸ารณสขุ ประวตั ิศาสตร์
แนวทางพฒนางานมาจนถงึ ปัจจบุ น และว²ั น¸รรม อนั ก่อใหเ้ กดิ ผลดตี ่อประเทศชาติ

จนเป็นทีปรากฏอย่างกวา้ งขวาง

12๗

ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นกั เรียนควรรู

เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงเดชานภุ าพ จงึ ไดร ับการ 1 ผลงานดานประวัติศาสตร พระนพิ นธของสมเด็จฯ กรมพระยาดาํ รงราชา-
ยกยองเปน บดิ าแหงประวัติศาสตรไ ทย นุภาพมเี ปนจํานวนมาก เชน ไทยรบพมา ลกั ษณะการปกครองประเทศสยาม
แตโบราณพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร รชั กาลท่ี 2 พระราชพงศาวดาร
1. ทรงสนบั สนุนการศกึ ษาวิชาประวัตศิ าสตรไ ทย กรงุ รัตนโกสนิ ทร รชั กาลที่ 5 เปนตน
2. ทรงเปนผรู ิเริ่มใหม กี ารเรยี นวชิ าประวตั ิศาสตรในประเทศไทย
3. ทรงมพี ระนพิ นธผ ลงานดา นประวัติศาสตรและโบราณคดี มมุ IT

จาํ นวนมาก ศึกษาคนควาขอมูลเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั พระประวตั ิและพระกรณียกจิ ของสมเด็จฯ
4. ทรงรวบรวมของเกาเพือ่ เกบ็ ไวเ ปน สมบัตขิ องชาติ และเปน กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ไดที่
http://www.princedamronglib.org
ผูจัดตั้งโบราณคดีสโมสร http://www. prince-damrong.moi.go.th

วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชา-

นุภาพ ทรงคนควา และมผี ลงานทางดา นประวตั ศิ าสตร โบราณคดี
และศลิ ปวฒั นธรรมเปนจํานวนมาก นับวาพระองคทรงเปน ปราชญ
คนสาํ คัญของไทย จึงไดร ับยกยองวา ทรงเปน “พระบิดาแหง
ประวตั ิศาสตรไ ทย”

คู่มอื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

อธิบายความรู้ สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานริศรานวุ ัดตวิ งศ

1. ครถู ามนกั เรยี นวา เพราะเหตใุ ดสมเด็จฯ เจาฟา (มพี ระชนมายุระหวา ง พ.ศ. ๒๔๐๖ - ๒๔๙๐)
กรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ จงึ ทรงไดรับ
ยกยอ งวา เปน บรมครใู นการชางและศลิ ปะ พระประวัติ

2. ครูใหกลมุ ที่ 5 สงตัวแทนออกมานําเสนอ สมเดจพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา กรมพระยานริศรา-
ผลการศึกษาคนควา เร่อื งสมเด็จพระเจาบรม- นวุ ดตวิ งศ์ ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเดจพระจอมเกลา้
วงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานรศิ รานุวัดตวิ งศ เจ้าอยู่หว และพระสมพนธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย
ที่หนา ชัน้ เรียน ในช่วงระยะเวลาทีทรงปฏิบตริ าชการแผน่ ดินทรงดา� รงตา� แหน่ง
เป็นเสนาบดกี ระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลงมหาสมบติ
3. ครูใหน ักเรยี นชวยกันบอกวา สมเดจ็ พระเจา กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวง เพือวางรากฐานในการ
บรมวงศเธอ เจา ฟา กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ติวงศ บริหารราชการให้มคี วามมนคง
ทรงมบี ทบาทอยางไรในการสรางสรรคชาติไทย
(แนวตอบ สมเดจ็ ฯ เจาฟากรมพระยานรศิ รา- พระกรณียกจิ สําคัญ
นุวัดตวิ งศทรงเปน อภิรัฐมนตรที ป่ี รกึ ษาราชการ
แผนดิน และหลังการเปล่ียนแปลงการปกครอง สมเด็จฯ เจ้าฟากรมพระยานรศิ รานุวดั ติวงศ พระปดก้าเกนลก้าาเรจเม้าอือยงู่กหาว1รปสกมคเดรจอฯง ในรชสมยพระบาทสมเดจ
พ.ศ. 2475 ในชว งที่ทรงปฏบิ ตั ิราชการแผน ดนิ นายชางใหญแ หงกรงุ สยาม เจา้ ฟากรมพระยานรศิ รา-
ทรงดํารงตําแหนงเปน เสนาบดีกระทรวงโยธา-
ธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบตั ิ กระทรวง นุวดตวิ งศท์ รงเปน็ อภิรฐมนตรที ีปรึกษาราชการแผ่นดนิ และหลงการเปลียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕
กลาโหม และกระทรวงวงั เพื่อเปน รากฐานใน ทรงเปน็ ผ้สู �าเรจราชการเมอื พระบาทสมเดจพระปกเกล้าเจ้าอยู่หวเสดจประทบนอกกรุงเทพฯ และนอกประเทศ
การบรหิ ารราชการใหมคี วามมนั่ คง นอกจากน้ี ด้านศลิ ปะและวฒั นธรรม สมเดจฯ เจ้าฟา กรมพระยานริศรานวุ ดตวิ งศ์ ทรงพระปรีชาสามารถทางด้าน
ยงั ทรงพระปรชี าสามารถทางดานการชา งและ การชา่ งและศลิ ปะจนได้รบการยกยอ่ งใหเ้ ปน็ บรมครใู นการช่างและศิลปะ จนกระทงองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์
ศลิ ปะ โดยทรงสรา งผลงานท่มี ีคณุ คา ทางดา น และวฒนธรรมแหง่ สหประชาชาติ (UNESCO) ไดป้ ระกาศเกียรตคิ ุณของพระองค์ในฐานะเป็นผมู้ ผี ลงานดเี ดน่
สถาปต ยกรรมและดา นจติ รกรรมไวมากมาย ทางวฒนธรรมระดบโลกประจา� ป พ.ศ. ๒๕๐๖ ผลงานทางด้านศิลปะและวฒนธรรมทสี า� คญของพระองค์ ไดแ้ ก่
เชน ทรงออกแบบกอ สรางพระอโุ บสถ การออกแบบสถาปตั ยกรรมทีงดงาม เช่น พระอุโบสถวดราชาธวิ าส พระอุโบสถวดเบญจมบพิตรดสุ ิตวนาราม
วัดเบญจมบพติ รดสุ ติ วนาราม พระอโุ บสถ เป็นต้น
วดั ราชาธิวาส เปน ตน) ด้านดรุ ิยางคศิลป สมเดจฯ เจ้าฟากรมพระยานริศรานวุ ดติวงศท์ รงรอบร้ใู นเรอื ง ดรุ ิยางคศิลป และ
ทรงสามารถทรงดนตรีไดห้ ลายอยา่ ง เชน่ ขลุ่ย ระนาด เป็นตน้ นอกจากนีพระองคย์ งทรงมผี ลงานดา้ นการ
นิพนธเ์ พลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค เพลงมาลย เปน็ ต้น
ดา้ นจติ รกรรม ทรงมผี ลงานทางดา้ นจติ รกรรมทีทรงคุณค่าจา� นวนมาก
เชน่ ภาพมจฉาชาดกทีหอพระคนธารราษฎร์ ในวดพระศรีรตน-
สมเดจฯ เจ้า¿า‡ กรมพระยา
ศาสดาราม ภาพสีน�ามนพระสุริโยทยขาดคอช้างประกอบ นรศิ รานุวัดตวิ งศ์ ทรงเป็นกาí ลงั สา™ คญั
โคลงภาพพระราชพงศาวดารอยุธยา เป็นต้น
ในการอนรุ ักÉ์ศิลปวั²น¸รรมäทย

ทรงสง่ เสรมิ ผูม้ ีความรคู้ วามสามาร¶ให้เป็น

กาí ลังสาí คญั ในการสืบทอดมรดกงานชา่ งศลิ ปäŠ ทย

จนäดร้ บั ยกย่องใหเ้ ป็น “สมเดจคร”ู ของชา่ งทัéงปวง

12๘

เกรด็ แนะครู บูรณาการเชือ่ มสาระ
ครสู ามารถนําเนื้อหาเกย่ี วกับบทบาทของสมเด็จฯ เจา ฟากรม
ครูอาจแนะนาํ แหลง เรียนรูเก่ยี วกบั ผลงานของนายชา งใหญแหงกรงุ สยาม และ พระยานริศรานวุ ัดติวงค ในการสรา งสรรคช าติไทย ไปบรู ณาการ
บอกวา ในเดอื นเมษายนของทกุ ป มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร วังทา พระ จดั ใหมงี าน เช่ือมโยงกบั กลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ วิชาศลิ ปะ โดยใหศึกษา
“วนั นรศิ ” เพื่อรําลกึ ถงึ พระกรุณาธิคณุ และประกาศพระเกยี รตคิ ณุ ของสมเดจ็ ฯ คนควา เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั พระปรีชาสามารถทางดา นการชางและ
เจา ฟา กรมพระยานรศิ รานวุ ัดติวงศใ หเ ยาวชนรุนหลังไดเ รยี นรู ศิลปะของสมเดจ็ ฯ เจาฟา กรมพระยานริศรานวุ ัดตวิ งค จากนั้นให
นกั เรยี นจดั ทําแผนภาพเก่ียวกับผลงานทางดา นการชา งและศลิ ปะ
นกั เรียนควรรู ของพระองคทาน โดยใหเลอื กผลงานทโ่ี ดดเดนในแตล ะดานนาํ มา
ทําแผน ภาพ พรอ มอธิบายรายละเอยี ดเกยี่ วกบั ลักษณะสาํ คญั ทาง
1 ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยูหวั สมเด็จฯ เจา ฟา กรม ดานการชางและศิลปะ และคุณคาของผลงานดงั กลาว แลวนําสง
พระยานริศรานุวดั ตวิ งศ ทรงเปน หนงึ่ ในคณะอภริ ัฐมนตรีเนอ่ื งจากทรงรอบรูด า น ครผู สู อน
ประวตั ศิ าสตร โบราณคดี และทรงทราบขนบธรรมเนยี มราชสาํ นกั ทรงเปน ศิลปน
และทรงรบั ราชการในตาํ แหนงสาํ คญั ตา งๆ คอื เสนาบดกี ระทรวงโยธาธิการ
เสนาบดกี ระทรวงกลาโหม เสนาบดกี ระทรวงวงั และยงั ทรงเปนผสู ําเรจ็ ราชการ
แทนพระองค ขณะท่ีรัชกาลที่ 7 ไดเ สดจ็ ประพาสประเทศตา งๆ ในทวีปยโุ รป

คูม่ อื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล

สมเด็จพระศรสี วรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยกิ าเจา อธิบายความรู้

(มีพระชนมายุระหวาง พ.ศ. ๒๔๐๕ -๒๔๙๘) ครนู าํ สารคดีเฉลมิ พระเกยี รติสมเดจ็
พระศรีสวรินทริ าบรมราชเทวี พระพนั วสั สา
พระประวตั ิ อยั ยิกาเจา มาใหนักเรยี นดู จากน้นั ใหนักเรียน
รว มกนั อภปิ รายวา สมเด็จพระศรีสวรนิ ทิรา
สมเด็จพระศรีสวรนิ ทริ าบรมราชเทวี พระพนั วัสสาอยั ยกิ าเจา บรมราชเทวี พระพันวสั สาอยั ยิกาเจา ทรงมี
ทรงเปน พระเจา ลกู เธอ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา เจาอยหู ัว บทบาทในการสรางสรรคค วามเจริญของชาติไทย
และเจาจอมมารดาเปยม ทรงพระราชสมภพเมอ่ื วนั ท่ี ๑๐ กันยายน อยา งไร
พ.ศ. ๒๔๐๕ ไดรับพระราชทานพระนามวา “พระเจา ลูกเธอ
พระองคเจาสวางวัฒนา” เม่ือมีพระชนมายุ ๑๕ พรรษา ขยายความเข้าใจ
ไดรับการสถาปนาเปนภรรยาเจาในรชั กาลที่ ๕ ตอมามกี าร
โปรดเกลา ฯ ใหส ถาปนาพระองคเ จาสวางวฒั นาข้ึนเปน พระนาง ครูใหน กั เรียนศึกษาขอมลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกับ
เจา สวา งวัฒนาพระราชเทวี และสมเดจ็ พระนางเจาสวางวัฒนา พระบรมวงศานุวงศท่มี บี ทบาทในการสรา งสรรค
สมเดจ็ พระศรสี วรินทิราบรมราชเทวี พระพันวสั สา- พระบรมราชเทวตี ําแหนง อคั รมเหสี ตามลําดบั ชาตไิ ทยที่นักเรยี นสนใจ 1 พระองค จากน้ันให
อยั ยิกาเจา ผทู รงมีคณุ ูปการตอการแพทย จัดทําเปนใบความรู ซึ่งประกอบดว ยขอมูลตา งๆ
และสาธารณสขุ ครนั้ ถงึ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหวั เชน พระประวตั ิ พระกรณยี กจิ ที่สําคญั เปนตน
แลวนาํ สงครผู สู อน
ทรงไดร บั การสถาปนาเปนสมเด็จพระศรีสวรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา และในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ทรงไดรับการสถาปนาเปนสมเด็จพระศรีสวรินทิรา ตรวจสอบผล
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอยั ยิกาเจา
ตรวจใบความรูพระบรมวงศานวุ งศท ม่ี ีบทบาท
พระกรณยี กิจสาํ คญั ในการสรา งสรรคช าติไทย

ดานสาธารณสขุ ทรงจดั สรา งโรงพยาบาลสมเดจ็ (ปจจุบนั คอื โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ
ศรีราชา) ทรงริเรม่ิ หนว ยแพทยเคลือ่ นที่เพ่ือใหการรักษาแกประชาชนที่อยูหางไกล และไดพระราชทาน
ทยังุนทเพรงือ่ ดสาํ งรแงพตทําแยหพ นยงาสบภาาลนไาปยศกิ ึกาษสาภตาออตณุ าางโปลรมะแเดทงศ1องเคพท่ือี่ พ๒ัฒนตาอวจงากกาสรมแพเดท็จยพไรทะยศอรยพี าชั งรตนิ อทเรนา่ือบงรมนรอาชกนิจานี กานถี้
สภานายกิ าพระองคแรกเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๓ เปนระยะเวลายาวนานถึง ๓๕ ป และไดพ ระราชทานทรัพย
สง นกั เรียนไปเรยี นตา งประเทศ เพ่อื ใหม ผี ูเชี่ยวชาญทางดา นการแพทยอ ยางพอเพียง
ดานการศึกษา ทรงสงเสริมการศกึ ษาทุกระดบั ทรงสนับสนนุ สตรีใหมี
โอกาสไดศ ึกษาเลาเรยี นในระดับสูง ทรงเนน ใหศึกษารอบดา นไมเ พียงแต
ความรูในหองเรียน อบรมใหเปนคนมีเหตุผลมีกิริยามารยาท ÊÁà´¨ç ¾ÃÐÈÃÊÕ ÇÃÔ¹·ÔÃÒ

และการวางตัวทีเ่ หมาะสม ทรงพระราชทานพระราชทรัพย ºÃÁÃÒªà·ÇÕ ¾Ãо¹Ñ ÇÊÑ ÊÒÍÑÂÂ¡Ô Ò਌Ò
เพื่อบาํ รงุ โรงเรียนตา งๆ ท้งั ในสว นกลางและสวนภูมภิ าค ·Ã§ÁÕ¾ÃСóÕ¡¨Ô ·ÕèʙҤÑÞµ‹Í»Ç§ª¹
เชน โรงเรยี นราชินี โรงเรยี นนารเี ฉลมิ สงขลา เปน ตน ªÒÇä·ÂÁÒâ´ÂµÅÍ´ ·Ã§ä´ÃŒ Ѻ¡ÒûÃСÒÈ
¡‹ͧ¨Ò¡Í§¤¡ÒÃÂàÙ ¹Êâ¡à»š¹º¤Ø ¤ÅÊÒ™ ¤ÑÞ

¢Í§âÅ¡ 㹰ҹзÕè·Ã§Áռŧҹ´àÕ ´‹¹´ÒŒ ¹¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ

ÇÔ·ÂÒÈÒʵÃʏ Ø¢ÀÒ¾ áÅСÒþ²Ñ ¹ÒÍ¹ÃØ Ñ¡ÉǏ Ѳ¹¸ÃÃÁ

๑๒๙

กิจกรรมทาทาย นักเรยี นควรรู

ครใู หนักเรียนแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน เพอ่ื ศกึ ษาขอ มูล 1 สภาอณุ าโลมแดง หรือสภากาชาด เกิดข้ึนเนอื่ งจากกรณพี ิพาทระหวางประเทศ
เกี่ยวกบั พงศาวลี (ลาํ ดบั เครือญาติ) ของสมเด็จพระศรีสวรนิ ทริ า ไทยกับฝร่ังเศส เร่อื งดนิ แดนฝงซายแมน ํา้ โขง ซ่ึงสงผลใหท หารบาดเจ็บลม ตายมาก
บรมราชเทวี พระพนั วัสสาอัยยิกาเจา แลวใชโปรแกรมคอมพวิ เตอร ทานผูหญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ จงึ ไดช กั ชวนสตรอี าสาสมัครขึน้ และไดก ราบ
ออกแบบและจัดทาํ แผนผงั แสดงพงศาวลี เสร็จแลวนําสง ครผู ูสอน บงั คมทูลสมเดจ็ พระนางเจาสวา งวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทาน
พระบรมราชานุญาตตง้ั สภาอุณาโลมแดง เม่ือความทราบถงึ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลาเจาอยหู วั จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระบรม
ราชานุญาตใหจดั ตัง้ ขน้ึ เมอื่ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2436 ซึ่งถอื เปน วัน “สถาปนา
สภากาชาดไทย”

คูม่ อื ครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล

กระตนุ้ ความสนใจ ๓. ขุนนางและชาวตางชาตทิ ่มี ีบทบาทในการสรา งสรรคชาติไทย

ครยู กตัวอยา งขนุ นางและชาวตางชาตทิ ม่ี ี ขุนนางและชาวตางชาติมีบทบาทในการสรางสรรคแ ละพฒั นาชาตไิ ทยใหเจรญิ รงุ เรืองทส่ี าํ คัญ
บทบาทในการสรา งชาติไทย แลวใหน กั เรียนบอก มีดงั น้ี
วา แตละทา นมบี ทบาทสาํ คญั อยา งไร เชน
สมยั อยุธยา ออกญาโกษาธิบดี (ปาน)
• ออกญาโกษาธิบดี ราชทตู แหง กรงุ ศรีอยุธยา
ท่ีเดินทางไปเจริญสมั พันธไมตรกี ับฝรง่ั เศส (มอี ายุระหวาง พ.ศ. ไมป รากฏ - ๒๒๔๓)

• หมอมราโชทัย ลามหลวงแหง ประวัติ
กรุงรัตนโกสนิ ทร มีบทบาทสาํ คัญในการ
สรา งสัมพนั ธกับตางประเทศในชว งทีไ่ ทย ออกญาโกษาธิบดี (ปาน) เดมิ ชอ่ื “ปาน” เปนนองชายของ
เรม่ิ ตน เขาสูความทันสมัยในสมัยรัชกาลที่ 4 เจา พระยาพระคลัง หรือเจา พระยาโกษาธบิ ดี (เหลก็ ) ในสมยั
สมเดจ็ พระนารายณมหาราช เม่ืออายุ ๒๐ ป ไดเ ขา รบั ราชการ
• ลาลแู บร ผบู นั ทกึ เร่อื งราวของกรุงศรีอยุธยา กับพี่ชาย หลงั จากนั้นอีก ๑๕ ปตอ มา ไดรบั แตงต้ังใหเปน
ออกพระวสิ ุทธสุนทร(ปาน) และไดเปนหวั หนา คณะทตู เดินทางไป
ส�ารวจคน้ หา เจรญิ สัมพนั ธไมตรกี บั ฝรงั่ เศส เมอื่ พ.ศ. ๒๒๒๙
ผลงานสําคญั
ครใู หน ักเรยี นกลุม เดมิ ศึกษาคน ควา เกี่ยวกบั
ขนุ นางและชาวตา งชาติท่ีมบี ทบาทในการ ดานการตางประเทศ ออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ไดน ํา
สรางสรรคช าติไทย 1 ทาน โดยใหศกึ ษาใน คณะทตู ของไทยเขาเฝาพระเจา หลุยสที่ ๑๔ กษตั รยิ ฝรั่งเศส
ประเด็นตางๆ เชน ประวัติ บทบาทในการ โกษาปาน ราชทตู แหง กรุงศรีอยธุ ยา ในทองพระโรงของพระราชวังแวรซาย เมอ่ื วนั ท่ี ๑ กันยายน
สรางสรรคชาตไิ ทย ผลจากบทบาทในการ
สรา งสรรคช าติไทย เปน ตน พ.ศ. ๒๒๒๙ โดยไดท าํ หนาทเ่ี ปน ผแู ทนของราชสาํ นกั อยุธยาไดถ กู ตอ งตามขนบธรรมเนยี มประเพณขี องการ
เขา เฝาของชาวฝรงั่ เศส จนถงึ กบั ไดร บั คาํ ยกยอ งจากชาวฝรง่ั เศสวา ราชทูตไทยผูนีม้ กี ิริยาทาทางและวาจา
อธบิ ายความรู้ ทง่ี ดงกามารมเาดกนิ ทางไปเจริญสมั พนั ธไมตร1ีกับราชสํานกั ฝรัง่ เศสของออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ชว ยสรางความ
สมั พันธร ะหวา งไทยกับฝรั่งเศสใหแนน แฟน ยิง่ ข้นึ นับเปน ผลดีตอการปอ งกันการคกุ คามของฮอลนั ดา
ครูเกรนิ่ นาํ นกั เรียนวา ไทยมีความสมั พนั ธท าง ขณะท่ีพํานักอยูในฝรัง่ เศส ออกพระวิสุทธสนุ ทร (ปาน) ไดจดบันทึกขอ ความในเรอื่ ง
ดานวฒั นธรรมกับชาตติ ะวันตกตั้งแต พ.ศ. 2054 ตา งๆ ท่ีไดพ บเหน็ อยา งละเอยี ด และไดน าํ บนั ทึกเหลานก้ี ราบถวายบงั คมทูล
ซง่ึ ตรงกับรัชสมัยสมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ 2 แหง ไสถดมูกรตเับดอสจ็โงปมพรรัยดะสเนมกาเลดราา็จฯยพณรแะมตเหพงาตทรั้รงาาเชปชในาหเทอจรอางกพทพรระรายะบวาเิสรพ่ือุทรงธะรสคานุลวทังตหรา งร(ืๆปอานได) ถ ่ีถว นãแ¤ËลÇ¡Œ ะÒѺÁ໪ʚ¹ÒÑÁµ¢¾ºÔ¹Ø ѹŒÒ¹¸¹ÒÏ à§ÁзËÍ× ÊÕèͧÇÃÍãÒ‹ ¹ÒŒ¡§§ÍÊÞªÂÁèÍ×Ò¸Ø ÂÑâàÂÊÍ¡ÒÕÂÂÉ¡§¸Ø ÒºÑḎÒÔºÐÃà´ª¡§èÑ ÕàÇ‹ÂÕÈ(ÂÃʻʵãÒÃËÀÔ¹ÒŒ ÁÙÁŒ §)ÔÕ
กรงุ ศรีอยุธยา โดยโปรตเุ กสเปน ชาตติ ะวนั ตกชาติ เจาพระยาโกษาธิบดี (ปาน) มีหนา ท่ีควบคมุ ราชการ
แรกท่ีเดนิ ทางเขา มาตดิ ตอ คาขายกบั กรงุ ศรีอยุธยา เกยี่ วกบั ดานการตา งประเทศ ¤ÇÒÁã¡ÅŒª´Ô áÅÐÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ 㨵͋ ¡Ñ¹ÁÒ¡ÂèÔ§¢¹Öé
แตความสัมพนั ธก บั ชาตติ ะวนั ตกไดเจริญสงู สุดใน
แผนดนิ สมเดจ็ พระนารายณม หาราช จากน้นั ครู ·íÒãËŒÍÂ¸Ø ÂÒÊÒÁÒö´§Ö ½Ãѧè àÈÊÁÒ¶Ç‹ §´ÅØ ÍíÒ¹Ò¨¡Ñº
และนกั เรียนรวมกันอภปิ รายเก่ียวกบั จุดมงุ หมาย
และผลจากการสง คณะราชทูตไปฝรั่งเศส ÎÍÅѹ´Òä´µŒ ÒÁÇàÔ ·âȺÒ··Õè Ò§ÍÂØ¸ÂÒÇÒ§àÍÒäÇŒ

๑๓๐

เกรด็ แนะครู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT
ในสมยั สมเด็จพระนารายณมหาราช ชาวตะวันตกไดเ ขา มามี
ครูอธิบายประวตั ิของออกญาโกษาธิบดี (ปาน) วามีมารดาชื่อ เจาแมวดั ดุสิต บทบาทในอยธุ ยาอยางไร
ซงึ่ เปน แมนมของสมเด็จพระนารายณมหาราช ที่มาของชอ่ื ดังกลา วเน่อื งจาก แนวตอบ คณะบาทหลวงฝร่งั เศสนิกายเจซูอติ เขา มามบี ทบาท
ธรรมเนยี มของราชสาํ นกั อยธุ ยา ผหู ญงิ จะทูลลากษตั ริยพ ระองคใ หมอ อกจาก ดานการเผยแผศ าสนา และชักชวนใหพระเจา หลุยสท ่ี 14 แหง
พระราชวังไปพาํ นักท่ีตาํ หนกั ใกลวัดเมือ่ กษัตรยิ พระองคเกา สวรรคต โดยอาจผนวช ฝรัง่ เศส เปดสมั พนั ธไมตรีกับไทย คณะบาทหลวงฝรัง่ เศสไดนํา
เปนชหี รอื ฆราวาส ดังนนั้ เมอ่ื สมเดจ็ พระเจา ปราสาททองสวรรคต ไดท ลู ลา ศลิ ปวิทยาการตางๆ ซงึ่ เปน วัฒนธรรมสําคัญๆ ของตะวนั ตก
ไปประทับทีต่ าํ หนักใกลว ดั ดุสติ จงึ มชี ่อื วา เจาแมวัดดุสติ มาสูสังคมไทย เชน ระบบการศกึ ษาในโรงเรียน การแพทย
สถาปต ยกรรม และวชิ าการในแขนงตางๆ เชน ภูมิศาสตร
นกั เรยี นควรรู ดาราศาสตร วทิ ยาศาสตร เปน ตน

1 ไปเจริญสมั พนั ธไมตรี โดยมีวตั ถปุ ระสงคเพอ่ื ดูความเจรญิ กา วหนาของฝร่งั เศส
เพอื่ ผลประโยชนทางการคา และเพือ่ จัดหาสงิ่ ของท่ีตองพระราชประสงคของสมเด็จ
พระนารายณม หาราช เชน อาวธุ แวน ตา กระจกเงา กลอ งสอ ง นาฬกาพก
เครือ่ งมือดาราศาสตร เปนตน

คู่มือครู


Click to View FlipBook Version