แบบเสนอเพือรบั รางวลั ผลงาน/นวัตกรรม
วธิ ีการปฏิบตั ทิ เี ปนเลิศดา้ นการจัดการเรยี นรู้เชิงรุก
(Best Practice for Active Learning) ระดับเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา ปก ารศกึ ษา 2565
สาํ นักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสุราษฎรธานี ชมุ พร
ประเภทครแู กนนํา
นางกรรณิกา คมุ้ ไพรี
โรงเรยี นสุราษฎร์พิทยา ๒
สํานักงานเขตพืนทกี ารศึกษามธั ยมศึกษาสุราษฎรธ์ านี ชมุ พร
คำนำ
เอกสารฉบบั นไี้ ดจดั ทำข้นึ เพ่อื เปนการรายงานผลการปฏิบตั งิ านท่ีเปนเลิศดานการจดั การเรียนรูเชงิ รุก
(Best Practice for Active Learning) การจัดการเรยี นรูเ ชิงรุก (Active Learning) เรื่อง“การพัฒนารูปแบบ
การจัดการเรียนรูแบบรวมมือเพื่อสงเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรสำหรับนักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปที่ 3 ดวยชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)” เลมน้ี
ประกอบดวยความสำคญั ของผลงาน จดุ ประสงคของการดำเนินงาน ขอบเขตการดำเนินงาน ประโยชนที่จะ
ไดรบั กระบวนการผลิตผลงานหรือขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน ผลการดำเนินการ /ผลสัมฤทธิ์/ ปจจัยความสำเร็จ
/ บทเรยี นทไี่ ดรบั เพ่ือคดั เลือกรางวัลผลการปฏิบัติงานทเ่ี ปน เลิศดานการจัดการเรียนรเู ชิงรุก (Best Practice
for Active Learning) ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปการศึกษา 2565 ที่มีความเปนเลิศเปนแบบอยางที่ดีตอ
วิชาชีพตอไปรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้น เพื่อเผยแพรผลการดำเนินงานใหผูมีสวนเกี่ยวของ และผูสนใจใชเปน
ประโยชนในการดำเนนิ การพัฒนาการเรียนการสอนของครโู ดยใชกิจกรรมเชิงรุกรวมกับกระบวนการพัฒนา
ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี ในสถานศกึ ษา เพ่อื พัฒนาสมรรถนะของผูเรียน สง ผลใหผเู รียน เปน คนดี คนเกง มี
วินยั และอยูรว มกบั ผูอืน่ ในสังคมอยา งมีความสขุ ตอไป
ขอขอบคุณผูอำนวยการโรงเรียน รองผูอำนวยการ คณะครู นักเรียนโรงเรียนสุราษฎรพิทยา ๒
ครูพี่เลี้ยงวิชาการ วาท่ีรอยโทพลากร ประสงค ผูอำนวยการโรงเรียนกาญจนดิษฐ นางสาววีนา ไหมคง รอง
ผูอำนวยการโรงเรียนสุราษฎรธานี ตลอดจนคณะศึกษานิเทศก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
สุราษฎรธานีชมุ พร ที่เปนโคช พี่เล้ียง และเปนผทู ีม่ ีสวนชวยใหการดำเนินการจัดกจิ กรรมในคร้ังน้ีสำเร็จลลุ ว ง
ดวยดี
กรรณิกา คุมไพรี
สารบัญ หนา
เรอ่ื ง 1
แบบเสนอเพอื่ รับรางวลั ผลงาน/นวตั กรรมวิธกี ารปฏิบตั ิที่เปน เลิศ 1
ดานการจัดการเรยี นรเู ชิงรกุ (Best Practice for Active Learning) 2
ระดบั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา ปการศกึ ษา 2565 3
ความสำคญั ของผลงานหรือนวตั กรรม 3
จดุ ประสงคข องการดำเนินงาน 4
ขอบเขตของการดำเนนิ งาน 7
ประโยชนท ีจ่ ะไดร ับ 8
กระบวนการผลิตผลงานหรือขัน้ ตอนการดำเนินงาน 9
ผลการดำเนนิ การ/ผลสัมฤทธ์ิ 10
ปจจัยความสำเร็จ 12
บทเรยี นทีไ่ ดร บั (Lesson Learned) 13
บรรณานกุ รม 16
ภาคผนวก 38
40
ภาคผนวก ก ภาพถาย/วดี โิ อการดำเนนิ การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม
ภาคผนวก ข ตวั อยา งแผนการจดั การเรียนรู
ภาคผนวก ค เกียรตบิ ตั รครู Model Teacher
ภาคผนวก ง ภาพการเผยแพรผลงาน
1
แบบเสนอเพ่อื รับรางวลั ผลงาน/นวัตกรรมวธิ กี ารปฏิบัติทเ่ี ปนเลศิ ดานการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ (Best Practice
for Active Learning) ระดับเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา ปการศึกษา 2565
สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษาสุราษฎรธานี ชมุ พร
ช่อื ผูสงประกวด นางกรรณกิ า คุมไพรี
ประเภท ครูแกนนำ Active Learning ลำดับท่ี ........... ครผู สู อน
(ใหกรอกขอมูลลำดับในประกาศ สพม. ดวย)
กลมุ สาระการเรียนรู คณติ ศาสตร
โรงเรยี น สรุ าษฎรพ ิทยา ๒
สหวทิ ยาเขต สุราษฎรธ านี 1 ชมุ พร 1
สุราษฎรธานี 2 ชุมพร 2
สุราษฎรธ านี 3
ชอ่ื ผลงาน การพฒั นารูปแบบการจัดการเรยี นรแู บบรวมมอื เพ่ือสง เสรมิ ทักษะและกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรส ำหรบั นักเรียนระดับช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ดว ยชมุ ชนแหง การเรียนรทู างวชิ าชีพ (Professional
Learning Community: PLC)
1. ความสำคญั ของผลงานหรอื นวตั กรรม
การจดั การเรยี นรขู องกลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตรต องคำนึงผเู รยี นเปน สำคญั บนพน้ื ฐานความเช่ือวา
ทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดเต็มตามศักยภาพ โดยจัดกิจกรรมใหสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุงพัฒนาผูเรียนทุกคน ซึ่งเปนกำลัง ของชาติใหเปนมนุษยที่มีความสมดุลทั้งดานรางกาย
ความรู คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีความรูและทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเปนตอ
การศึกษาตอ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งการจัดการเรียนรูคณิตศาสตร เนื้อหาสาระ และ
กิจกรรมตองสอดคลองกับ วุฒิภาวะของผูเรียน ความสนใจ และความถนัด เปดโอกาสใหผูเรียนไดเรียนรูจาก
ประสบการณจริงจากการฝกปฏิบัติ ฝกใหผูเรียนคิดวิเคราะห และแกปญหา กิจกรรมการเรียนการสอนตอง
ผสมผสานทั้งดานเนื้อหา ทักษะ กระบวนการ ตลอดจนการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย และคานิยมที่
เหมาะสมใหกับผูเรียน ซึ่งการจัดการเรียนรูรวมกันเปนกลุม เปนแนวทางการจัดกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียน ได
รวมกันคิดรวมกันทำ รว มกันแกป ญหา ปรึกษาหารอื อภปิ ราย และแสดงความคดิ เหน็ ดว ยเหตผุ ลซง่ึ กันและกนั ชวย
ใหนกั เรียนไดพ ัฒนาท้ังดานความรู ทักษะ/กระบวนการคิดและมปี ระสบการณมากข้นึ อยางไรกต็ ามสภาพการเรียน
การสอนคณิตศาสตรโดยทั่วไปมักเนนการบอก เนนการทำแบบฝกหัดมากกวาการสงเสริมใหนักเรียนไดคิด
สรางสรรคที่เชื่อมโยงความรูในชั้นเรียนกับชีวิตจริง ซึง่ นาจะเปนสาเหตุที่ทำใหผูเรียนสวนใหญเกิดความเบื่อหนา ย
ไมสนใจเรียนวิชาคณิตศาสตร ไมต ระหนักและเห็นคุณคา ตอวิชาคณิตศาสตร สงผลใหผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชา
คณิตศาสตรต่ำกวามาตรฐานของหลักสูตร รวมทั้งผลการประเมินทุกระดับ เชน การประเมินความรูขั้นพื้นฐาน
ระดับชาติ (O-NET) การประเมินตามโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ซึ่งผลการประเมินต่ำกวา
เกณฑมาตรฐานโดยเฉพาะความสามารถในการแกป ญหา และการนำทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรไปใชใน
การแกปญหาตางๆชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ เปนกระบวนการที่สมาชิกทุกคนรวมกันกำหนดวิสัยทัศน
2
เปาหมาย พันธกิจ และกิจกรรมการพัฒนาวชิ าชีพมีการเรยี นรู และลงมือปฏบิ ัติแบบกัลยาณมิตร มีการรวมมอื รวม
พลงั ของทุกฝายในการพัฒนาคุณภาพของผเู รียน
จากรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาคณิตศาสตร ชัน้ มัธยมศกึ ษา
ปที่ 3 ปการศึกษา 2563 มคี ะแนนเฉล่ยี 26.36 และปการศกึ ษา 2564 มีคะแนนเฉลยี่ 23.53 ซึ่งปการศกึ ษา 2564
โรงเรียนสรุ าษฎรพ ทิ ยา ๒ วชิ าคณติ ศาสตรม ีคะแนนเฉลยี่ ของโรงเรยี นต่ำกวา คะแนนเฉลีย่ ระดับประเทศ นอกจากน้ี
จากการตรวจสอบการเรียนรูของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนสุราษฎรพิทยา ๒ ในฐานะครูผูสอน
คณติ ศาสตรพ บวา ยังไมประสบผลสำเร็จเทาที่ควร เนื่องจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยูในระดับไมนาพอใจ ทั้งนี้
อาจมีสาเหตุมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูของครูผูสอน และดานความรูพื้นฐาน และเจตคติตอการเรียน
คณิตศาสตรของผูเรียน ซึง่ ในดานการจัดกจิ กรรมการเรียนรู เชน เทคนิควิธีการจดั การเรียนรู ที่สงเสริมใหผ ูเ รียน
รูจ ักคดิ วิเคราะห การจัดกิจกรรมเกมใหผูเรียนไดเลนคลายเครียดมีคอนขางนอย สำหรับดานผูเรยี น พบวา ผูเรียน
สว นใหญขาดทักษะการคิดวิเคราะห และแกปญหา โดยเฉพาะการแปลงโจทยปญหา เปนสัญลักษณท างคณิตศาสตร
การแกโจทยปญหา ไมสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาเดิมกับเนื้อหาใหมได ใชสัญลักษณในการสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตรไมถูกตอง การทำงานกลุมนักเรียนในกลุมไมชวยกัน ทำงานกลุม คนเดียว และทำใหมเี จตคติที่ไมดีตอ
การเรียนคณิตศาสตร ครูผูสอนจึงมีความจำเปนที่จะตองศึกษาวิธีการ แกไขปรับปรุงพัฒนารูปแบบการจัดการ
เรยี นรูใหผ เู รียนเกิดการเรยี นรูตามทห่ี ลักสูตรกำหนด และการจดั การเรยี นรูท ีน่ ำมาใชแบบเนนผูเ รยี นเปน สำคัญ
ทง้ั น้จี ากการวิเคราะหศ ึกษาขอมลู ตา งๆ ผานงานวิจยั ศกึ ษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีการเรยี นรู ทำใหเขาใจ
วา ผูเรียนทุกคนมีศักยภาพในตัวเองและพรอมที่จะพัฒนาความเปนคนดี และคนเกงข้ึนอยูกับวิธีการจัดการเรียน
การรขู องครผู สู อนที่พยายามพัฒนาการจัดการเรียนรูแ บบรว มมือ เพราะมีความเช่ือวาการทำงานที่ประสบผลสำเรจ็
และมีความสุข ตองทำงานแบบรว มมือเปนทีมรวมพลัง โดยเริ่มตนจากความสุขในการเรียนรู กำหนดเปาหมายใน
การเรียนรู สรางคำทรงพลังในการเรียนรู การกำหนดขอตกลงในการทำกิจกรรมรวมกัน เพื่อใหผูเรียน เปดใจ
สื่อสารความรูสึกซ่ึงกันและกันแบบสอง โดยมุงมัน่ ตั้งใจดวยการนำศาสตรพ ระราชาเปนหลักคดิ และแนวทางปฏิบตั ิ
ตามหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” และเชื่อวาผูเรียนที่รกั การเรียนรูจะทำใหเขา
เขาใจและเรียนรูไดงา ยข้ึน รวมทั้งมีความมนั่ ใจ และประสบความสำเร็จไดในที่สุด สง ผลทำใหค รผู สู อน ริเร่มิ คิดคน
พัฒนากิจกรรมการเรียนรูคณิตศาสตรแบบชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพเพื่อสงเสริมใหผูเรียนพัฒนาทั้งดาน
ความรู ดา นทกั ษะ/กระบวนการคดิ และแกปญ หา ดา นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ดว ยวิธีการที่เหมาะกบั วยั ทำใหส นใจทีจ่ ะ
พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูแบบรวมมือเพื่อสงเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรับนักเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 3 ดวยชุมชนแหงการเรียนรูทางวชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC) เพื่อดู
วานักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู มีทักษะการคิดวิเคราะห และแกปญหาอยางไร และเปนแนวทางในการพัฒนา
พฤตกิ รรมการเรยี นรูและเจตคตทิ ่ีดีในการเรียนคณิตศาสตรท ีส่ ามารถนำไปประยกุ ตใ ชในการศึกษาตอและดำรงชีวิต
ไดอยางมสี ติปญญาและมีความสขุ
2. จุดประสงคข องการดำเนนิ งาน
1. เพือ่ พัฒนารูปแบบการจดั การเรยี นรแู บบรวมมอื ท่สี งเสรมิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรบั
นักเรียนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ดว ยชมุ ชนแหงการเรียนรูทางวชิ าชพี
2. เพอ่ื ศึกษาความสามารถในการคดิ แกป ญหา และการใหเหตผุ ลทางคณติ ศาสตรของนกั เรยี นระดบั ชนั้
มัธยมศึกษาปท ่ี 3 โดยใชรปู แบบการจัดการเรียนรูแบบรวมมอื ท่สี งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรสำหรบั
นกั เรียนระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ดว ยชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ
3
3. เพอื่ ศกึ ษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรข องนักเรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 โดยใช
รูปแบบการจัดการเรียนรแู บบรว มมือท่ีสง เสรมิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรับนักเรยี นระดับช้นั
มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ดวยชมุ ชนแหงการเรียนรูทางวชิ าชีพ
4. เพื่อศึกษาพฤติกรรมดานวินัยของนกั เรียนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 โดยใชรปู แบบการจัดการเรียนรู
แบบรว มมือที่สงเสรมิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรบั นกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3 ดวยชมุ ชนแหง
การเรียนรูทางวิชาชพี
5. เพอ่ื ศึกษาเจตคตติ อการเรียนคณติ ศาสตรของนกั เรียนระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3 โดยใชรปู แบบการ
จัดการเรียนรแู บบรวมมือทส่ี งเสริมทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรสำหรับนกั เรยี นระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3
ดวยชมุ ชนแหงการเรยี นรูทางวชิ าชพี
3. ขอบเขตของการดำเนินงาน
3.1 เปา หมายของการดำเนนิ งาน
กลมุ เปา หมายที่ศึกษา
1. นักเรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3/4 โรงเรยี นสุราษฎรพ ิทยา 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2565
จำนวน 29 คน มีนกั เรยี นไมนอยกวารอยละ 70 ของนักเรียนท้ังหมด มีความสามารถในการคิดแกป ญหา และการ
ใหเ หตุผลทางคณิตศาสตร มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นคณิตศาสตรตั้งแตรอ ยละ 60 ขึ้นไป
2. นักเรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3/4 โรงเรยี นสุราษฎรพ ทิ ยา 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา
2565 จำนวน 29 คน มีพฤตกิ รรมดา นวินัยผานเกณฑระดับดขี ึ้นไปทกุ คน
3.2 ขอบเขตของเน้ือหา
เน้ือหาวิชาคณติ ศาสตรชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3 จากเอกสารการมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชว้ี ัดกลุม
สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) โดยออกแบบแผนการจดั กิจกรรมการตามขอบเขตของ
เนื้อหาจำนวน 2 วงรอบ ประกอบดว ย
วงรอบที่ 1 เรื่องการแกโ จทยปญหาอสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว มีเนอ้ื หายอยเรื่องการแกโจทย
ปญ หาทพี่ บในชีวิตประจำวนั
วงรอบที่ 2 เรอื่ ง รูปสามเหลย่ี มท่คี ลายกนั
3.3 ขอบเขตของระยะเวลา
ระยะเวลาที่ใชในการศึกษาคน ควาครั้งนี้ ผูวิจยั ไดดำเนนิ การในภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2565
ตั้งแต วันที่ 14 มิถนุ ายน – 22 กนั ยายน 2565 โดยดำเนินการเปด ชั้นเรยี น จำนวน 2 วงรอบ
วงรอบที่ 1 วนั ท่ี 12 กรกฎาคม 2565
วงรอบที่ 2 วนั ท่ี 22 สงิ หาคม 2565
4. ประโยชนทีจ่ ะไดร บั
4.1 นกั เรียนระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 3 มีพฒั นาดานทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร มผี ลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นคณิตศาสตรสูงข้ึน และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ การเรยี นการสอนคณติ ศาสตร
4.2 ครูผูสอนไดแนวทางการพัฒนากิจกรรมการเรียนรูแบบรวมมือ ในการสงเสริมทักษะและ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรของผูเรยี นในเนื้อหาวชิ าคณติ ศาสตรเรอ่ื งอื่น ๆ สำหรบั นกั เรียนระดับช้นั ตา ง ๆ ใหมี
ประสทิ ธิภาพยิง่ ขน้ึ
4
5. กระบวนการผลติ ผลงานหรอื ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน
รูปแบบการพัฒนากิจกรรมการเรียนรูแบบรวมมือในครั้งนี้ ผูวิจัยไดดำเนินการพัฒนากิจกรรมตาม
หลักการวิจัยปฏบิ ัติการในชั้นเรียนโดยใชชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ดว ยวิธีการพัฒนาบทเรียนรว มกัน
หรือ Lesson study ประกอบดวย 3 ขนั้ ตอน ไดแ ก ขนั้ การพัฒนาแผนการจัดการเรยี นรู (PLAN) ขั้นการปฏบิ ตั ิการ
สอนและสังเกตการณเรียนรูของนักเรียน (DO) และขั้นการสะทอนคิดผลการปฏิบัติงาน (SEE) โดยกระบวนการ
สรางชุมชนแหงการเรียนรูท างวิชาชีพของสถานศึกษา เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรูและแกปญหาในชั้นเรียนให
เหมาะสมกับสภาพและสถานการณของชัน้ เรียน มีจำนวน 2 วงรอบ โดยการออกแบบแผนการจัดการเรียนรูเรื่อง
การแกโจทยป ญ หาอสมการเชงิ เสนตัวแปรเดยี ว มเี นือ้ หายอยเร่ืองการแกโจทยป ญหาทพ่ี บในชวี ติ ประจำวนั และรูป
สามเหลี่ยมที่คลายกัน ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 จากเอกสารการมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรู
คณติ ศาสตร (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซงึ่ รูปแบบ
การจัดการเรียนรูแบบรวมมือที่สงเสริมทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา
ปท ี่ 3 ดวยชุมชนแหง การเรยี นรูวิชาชีพ มรี ายละเอยี ดการดำเนินงานดงั น้ี
1. ข้นั วางแผน (Plan) ไดวเิ คราะหส ภาพปญ หาการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูของครผู ูส อนซ่ึงเปนผูวจิ ยั ในการ
สอนนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ในภาคเรียนที่ 1 ปการศกึ ษา 2565 เพ่ือหาแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการ
เรยี นรู ผวู จิ ัยไดด ำเนนิ การ ดงั น้ี
1.1 ศกึ ษาเอกสารเกยี่ วกบั แนวคดิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรูแ บบรวมมือแลว กำหนดการพฒั นา
กิจกรรมการเรียนรูยึดหลักการเรียนรูแบบรวมมือคือการพึ่งพากัน การหันหนาเขาหากัน การมีปฏิสัมพันธกัน
ความรับผิดชอบท่ีตรวจสอบไดของสมาชิกแตละคน ทักษะการทำงานกลุม และการวิเคราะหกระบวนการกลมุ โดย
ใหผูเรียนรวมมือกันทำงานเปนกลุมแบบการใชก ารแบงกลุมตามผลสัมฤทธิ์ การคิดและคุยกัน เพื่อนเรียน ผลัดกัน
พูด ความสำเร็จของกลุมข้ึนอยูกับความรวมมือกันของสมาชิกทุกคน และศึกษาเอกสารการจัดกจิ กรรมการเรียนรู
เชงิ รุกการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนเพอื่ พัฒนาทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
1.2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูแบบรวมมือเพื่อสงเสริมทักษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตรสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ดวยชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional
Learning Community: PLC) ท่ีใหผูเรียนรว มมือกันทำงานเปนกลุม ใชการแบงกลุมตามผลสมั ฤทธิ์ การคิดและคุย
กัน เพื่อนเรียน ผลดั กนั พดู แลกเปล่ียนความคดิ เห็นซึ่งกันและกันโดยออกแบบขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูมี
ลำดับขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู 5 ขั้นตอน ประกอบดวย ขั้นที่ 1: ขั้นเตรียมความพรอม: วางแผนการ
เรียนรูสูความสำเร็จ (5 นาที) ขั้นที่ 2: ขั้นกระตุนคดิ ใหอยากเรียนรู : เชื่อมโยงเนือ้ หาเดิมเสริมการเรียนรู ( 10
นาที) ขัน้ ที่ 3: ขั้นสำรวจ/แสวงหา/ลงมือฝกปฏิบัติสะทอนคิดในทีม (15 นาที) ขั้นที่ 4: ขั้นสื่อสาร แลกเปลี่ยน
นำเสนอผลการปฏบิ ตั ิท้งั ช้นั เรยี น (20 นาท)ี ขนั้ ที่ 5: ข้ันสรปุ และปรับประยุกตใชความรู ( 10 นาที)
1.3 เลือกปญหาการเรียนรูของนักเรียน การตัง้ เปาหมายใหสอดคลองกับเนื้อหาที่นักเรียนกำลัง
เรียนพรอมทัง้ ออกแบบกิจกรรม และจัดทำแผนการจัดการเรียนรูตามขอบเขตของเนื้อหายอยเปน จำนวน 2 แผน
เวลา 2 คาบๆ ละ 60 นาที ท่ีสอดคลอ งกบั มาตรฐานและตวั ชี้วดั ประกอบดวย
แผนท่ี 1 เร่ือง โจทยป ญ หาเก่ียวกับอสมการเชิงเสน ตวั แปรเดียว เกยี่ วกับชวี ติ ประจำวัน จำนวน 1 คาบ
แผนท่ี 2 เรอื่ ง สามเหลีย่ มท่คี ลายกัน จำนวน 1 คาบ
1.4 ประชุมวิพากษแผนการสอนและขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรูทั้ง 5 ขั้นตอน โดย
ผูเชี่ยวชาญ และทมี Buddy Teacher เพือ่ พิจารณาถึงความเหมาะสม ความชัดเจนและความถูกตอง ตลอดจน
สำนวนภาษาที่ใชของแผนการจัดการเรียนรู หลังจากนั้นปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู เตรียมการสอนและ
นำไปใชกับนักเรียน ผลปรากฏวา ผูเชี่ยวชาญมคี วามเห็นตรงกันวากิจกรรมการเรียนรูมีความเหมาะสมเปนการ
5
เรียนแบบรว มมอื ท่ีใหผูเ รยี นรวมมือกันทำงานเปนกลุม แลกเปลย่ี นความคดิ ซ่ึงกันและกนั และถอื วาความสำเร็จของ
กลมุ ขน้ึ อยูกบั ความรวมมือกันของสมาชิกทกุ คน
1.5 สรา งเครอ่ื งมือท่ใี ชสะทอนผลการปฏิบัตกิ ารพัฒนากจิ กรรมการเรียนรโู ดยการเรียนแบบ
รวมมือ ดังนี้
1.5.1 แบบสอบหลงั เรยี นเรอ่ื งการแกโจทยปญหาอสมการเชงิ เสน ตวั แปรเดียวเปนแบบ
การวดั ทกั ษะการคิดวเิ คราะหและแกปญหา ซึง่ มลี ักษณะเปนแบบสอบอัตนัย จำนวน ๑ ขอ และแบบทดสอบเรอื่ ง
สามเหลี่ยมทคี่ ลา ยกนั
1.5.2 แบบทดสอบยอยหลงั เรยี นแตล ะแผน
1.5.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู ดา นการการสงงานตรงเวลา และการปฏิบัติตาม
ขอ ตกลง
1.5.4 แบบบนั ทกึ การตรวจงาน
1.5.5 ออกแบบแผนปฏิบัติการเก็บรวบรวมขอมูล โดยผูวิจัยไดพัฒนา
จาก ภาวิณี ศรสี ขุ วัฒนานนั ท (2551) เพื่อทำใหผวู จิ ัยสามารถเก็บขอมลู ไดอยางถกู ตอง ถูกจงั หวะ และ เพียง
พอทจ่ี ะนำขอ มลู มาวเิ คราะหเพอื่ ตอบคำถาม
2. ขัน้ การปฏิบตั ิ (Action) ไดด ำเนินการดงั น้ี
2.1 นำแผนการจัดการเรียนรูท่ีปรับปรุงไปใชกับกลุมเปาหมาย ซึ่งข้ันการพัฒนากจิ กรรม
การเรยี นรโู ดยการเรยี นแบบรวมมือใชวงจรการปฏบิ ัติการในช้ันเรียน โดยการศกึ ษาชั้นเรียน แบบชุมชนแหงการ
เรยี นรทู างวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) จำนวน 2 วงรอบประกอบดว ย
วงรอบที่ 1 แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1 เรอื่ งโจทยป ญ หาอสมการเชงิ เสนตวั แปรเดยี วเกยี่ วกบั เร่ืองในชวี ิตประจำวัน
วงรอบท่ี 2 แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 2 เรอื่ งสามเหลย่ี มทีค่ ลา ยกนั
วงรอบ ท่ี 1 วงรอบ ที่ 2
ข้ันการพฒั นาแผนการ ขั้นการพฒั นาแผนการ
จัดการเรียนรู (PLAN) จดั การเรยี นรู (PLAN)
ขัน้ การปฏบิ ัตกิ ารสอนและสังเกต ขัน้ การปฏิบัติการสอนและสงั เกต
การเรยี นรขู องนกั เรยี น (DO) การเรยี นรูของนักเรียน (DO)
ขั้นการสะทอ นคิดผลการ ขั้นการสะทอ นคดิ ผลการ
ปฏิบัตงิ าน (SEE) ปฏบิ ัตงิ าน (SEE)
แกไข/ปรบั ปรงุ แกไข/ปรบั ปรุง
ภาพท่ี 1 ขั้นตอนการดำเนินการวธิ ีการพัฒนาบทเรียนรว มกัน หรอื Lesson study
สรปุ และรายงาน
6
จากภาพที่ 1 ท่ีแสดงข้ันตอนการดำเนนิ การวิธีการพัฒนาบทเรยี นรว มกัน หรือ Lesson study โดย
กระบวนการสรางชมุ ชนแหงการเรยี นรทู างวิชาชพี ของสถานศกึ ษา สามารถแสดงรายละเอยี ดแตล ะขัน้ ตอน ดังน้ี
ขัน้ วางแผน (PLAN)
1. จดั ตัง้ ทีมและรว มกันวเิ คราะหส ภาพปญ หาดานการคดิ วเิ คราะหของนักเรยี นโรงเรียน
สรุ าษฎรพิทยา 2 โดยใชแ ผนภูมกิ า งปลา คนหาสาเหตุของปญหาทเี่ กดิ ข้นึ และปจจัยที่เกี่ยวขอ ง เพือ่ หาแนวทางใน
การพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรู
2. ออกแบบกจิ กรรมการพัฒนาทักษะการคิด ออกแบบเคร่ืองมือวัดและประเมนิ พรอ มท้งั รว มกนั
วพิ ากษแผนการสอนหรือกจิ กรรมเพื่อนำไปใชกับผูเรยี น
ขน้ั การปฏิบัติการสอนและสังเกตการเรียนรขู องนกั เรยี น (DO)
ครจู ัดกจิ กรรมและแบง บทบาทซ่งึ ประกอบดว ยผูรวมการเรียนรู (Buddy teacher) และผวู ิจัยฐานะ
ครผู ูสอน (Model teacher) ดำเนินการปฏบิ ตั ิการสอนและสังเกตชน้ั เรยี น ซึง่ มผี บู ริหารมีบทบาท (Administrator)
มีครพู ี่เล้ยี งวชิ าการ สนกุ วทิ ย พลงั คดิ มบี ทบาทเปน (Expert) เขา รว มสงั เกตการสอนหรอื ทำกิจกรรมในชัน้ เรยี น
โดยใชแ บบสงั เกตช้ันเรยี นของทุกทีมทกุ วงรอบ โดยผูวิจัยฐานะครูผสู อน (Model Teacher) นำแผนการจัดการ
เรียนรูท่ีปรับปรุงไปใชกับกลุมเปาหมาย
ขัน้ การสะทอ นคิดผลการปฏิบตั ิงาน (SEE)
ขา พเจาในฐานะครผู ูสอน (Model teacher) ครผู รู ว มวางแผนผรู วมการเรยี นรู (Buddy teacher)
ซึ่งแบงหนาที่ตามบทบาทคือหนาที่เปนผูดำเนินการประชุม ผูบันทึกการประชุม และผูสังเกต โดยมีผูบริหารมี
บทบาท (Administrator)ครูอาวุโสของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย พลังคิด มีบทบาทเปน
(Expert) พรอมผูเกี่ยวของเขารวมสะทอนคิดผลจากการสังเกตชั้นเรียนโดยบันทึกการสะทอนตามแบบบันทึกท่ี
กำหนด หลังจากน้ันนำผลการสะทอนไปแกไข/ปรบั ปรงุ แผนการจดั กจิ กรรมเพ่ือนำไปใชต อไป
3. ขั้นการสังเกต (Observation)
3.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรูของผูเรียนที่แสดงออกในดานความรู และทักษะการ
คิดแกปญหาโดยใชแบบทดสอบยอ ยหลงั เรยี นจบแตล ะวงรอบ และประเมินจากการท่ีผูเ รยี นแสดงออกขณะที่
ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามใบกิจกรรมทีก่ ำหนด
3.2 ทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดความรูข องผูเรียน เกี่ยวกับโจทยปญหาเก่ียวกับอสมการเชิงเสน
ตัวแปรเดียวเมอื่ เรยี นจบครบทกุ วงจร ดวยแบบสอบหลงั เรียน
4. ขนั้ การสะทอนผลการปฏิบัติ (Reflection) ไดดำเนนิ การทบทวน และประเมนิ ผลจากการสะทอนของ
เพ่อื นครูและผูเช่ียวชาญทส่ี งั เกตการสอนในการเปดชนั้ เรยี นแตล ะวงรอบพรอมทงั้ ตรวจสอบปญหา อปุ สรรคทไี่ ด
จากขอ มูลในการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรขู องนกั เรยี น ในแตละดา น พฤตกิ รรม การจัดกิจกรรมการเรียนรูของ
ผวู จิ ัยในฐานะครูผสู อนโดยผูสงั เกตการณ พรอมทง้ั บรรยากาศในการเรยี นแบบรวมกันทำงานเปน กลุมของผเู รยี น
จากการบันทึกอนุทนิ บันทึกหลงั การสอน และบนั ทกึ การตรวจงาน เพือ่ นำขอ มูลมาปรับแผนจัดการเรียนรโู ดยการ
เรยี นแบบรว มมอื ทเี่ หมาะสมกบั ผูเ รียนตอ ไป
7
6. ผลการดำเนินการ/ผลสมั ฤทธ์ิ
1. รปู แบบการจดั การเรยี นรูแบบรว มมอื ทส่ี งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรับนกั เรยี น
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 ดวยชุมชนแหงการเรยี นรูทางวิชาชพี มี ความเหมาะสมกับนักเรียนซ่งึ มีรปู แบบการ
จัดการเรยี นรู คือ 5 STEPS to Cooperative Learning ซึ่งมีขั้นตอนการจัดกจิ กรรมรายละเอยี ดดังนี้
ขน้ั ที่ 1: ขั้นเตรียมความพรอม: วางแผนการเรยี นรูสูค วามสำเร็จ (Start to success) มี
รายละเอียดกจิ กรรมดังนี้
1.1 นกั เรียนวางแผนการเรยี นรูโดยกำหนดเปาหมายในการเรียนจากการศึกษา
จุดประสงคการเรยี นรู โดยครใู ชคำถามนำ
1.2 นกั เรียนรวมกลมุ คละความสามารถกลมุ ละ 4 คน กำหนดบทบาทหนา ท่ี
1.3 นกั เรยี นรวมกันสรา งขอตกลงภายในกลมุ สรา งคำทรงพลงั ในการทำงานของกลมุ
ขนั้ ท่ี 2: ขั้นกระตนุ คิดใหอ ยากเรยี นรู : เชือ่ มโยงเนอ้ื หาเดิมเสริมการเรยี นรู
(Thinking for Learning) มีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้
2.1 นักเรยี นแตล ะกลมุ รว มกันแกปญ หาจากสถานการณ เกมปญหาชวนคิด
2.2 ใหร างวัลกลุมท่ที ำเสร็จเรว็ ถกู ตอ ง ตรงเวลา
2.3 นักเรียนรวมกันแลกเปล่ียนและอภปิ รายคำตอบจากคำถาม กระตุนคิดของครู
ขนั้ ท่ี 3: ขัน้ สำรวจ/แสวงหา/ลงมอื ฝกปฏบิ ัติสะทอนคิดในทมี (Execute to Reflection)
มีรายละเอียดกจิ กรรมดงั นี้
3.1 นกั เรียนทำใบกิจกรรมท่ี 2 ดว ยตนเอง แบบเด่ียว
3.2 นักเรยี นรวมกันแลกเปลีย่ นและสะทอ นคิดการแกป ญหารว มกัน
3.3 สรปุ เปนงานกลมุ และเตรยี มพรอ มนำเสนอ
ขนั้ ที่ 4: ขั้นสอื่ สาร แลกเปล่ียนนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิทงั้ ชั้นเรยี น (Propose for Sharing)
มีรายละเอียดกิจกรรมดังน้ี
4.1 ตวั แทนกลมุ นำเสนอ
4.2 นกั เรยี นชมผลงานการแสดงแนวคิดการหาคำตอบ (Gallery Walk) ของกลมุ ที่
แกปญหาไดสำเร็จและตนเองเขา ใจมากทส่ี ุด
4.3 โหวตใหค ะแนน
4.4 ครใู ชคำถามกระตุน เกีย่ วกับสาเหตทุ ่ีนักเรียนเลอื กกลุมท่สี นใจ
4.5 นักเรยี นกลมุ ทไ่ี ดค ะแนนโหวตมากท่ีสดุ นำเสนอผลการปฏบิ ัตติ อ เพื่อนๆ ในช้นั เรยี น
4.6 นักเรียนรวมอภิปรายขนั้ ตอนการคดิ แกป ญ หาเพือ่ หาคำตอบในการทำกิจกรรม
ขัน้ ที่ 5: ขัน้ สรุป และปรับประยุกตใชความรู (Self Assessment for Learning)
มรี ายละเอยี ดกิจกรรมดงั นี้
5.1 อภปิ รายและสรปุ การเรียนรูโ ดยใหประเมนิ ตนเอง บนั ทึกอนุทนิ สะทอนการจัด
กจิ กรรมของครู และปญหาของตนเองแนวทางในการพฒั นาตนเองในการเรยี นรู
5.2 ทดสอบความรู สรปุ บนั ทึกการเรียนรูลงในสมุดบันทึก
2. นกั เรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3/4 โรงเรยี นสรุ าษฎรพทิ ยา 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศึกษา 2565
จำนวน 29 คน มีความสามารถในการคิดแกปญหา และการใหเหตุผลทางคณิตศาสตร มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
คณติ ศาสตรเ ปนไปตามทีเ่ กณฑกำหนด
8
3. นักเรยี นระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 3/4 โรงเรยี นสรุ าษฎรพทิ ยา 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา2565
จำนวน 29 คน มพี ฤตกิ รรมดานวินัยผา นเกณฑระดับดีขน้ึ ไปทุกคน
4. นกั เรียนรอ ยละ 93.10 มีเจตคติตอ การเรยี นคณติ ศาสตรข องนักเรยี นระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3 โดยใช
รูปแบบการจดั การเรียนรูแบบรวมมอื ทสี่ ง เสรมิ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรส ำหรับนกั เรยี นระดบั ช้นั
มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 ดวยชมุ ชนแหง การเรียนรูทางวชิ าชพี
ผลผลติ (Output)
1. นกั เรียนโรงเรยี นสรุ าษฎรพทิ ยา ๒ กลมุ เปา หมายทกุ คน มีความสามารถในการคดิ แกปญหา และการให
เหตผุ ลทางคณติ ศาสตร มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นคณิตศาสตรเปนไปตามทเี่ กณฑกำหนด พรอ มทัง้ ปฏิบตั ติ าม
กฎระเบยี บวินัยของโรงเรยี นไดด ขี ้นึ ซึ่งสงผลใหม คี ณุ ลกั ษณะพึงประสงคท่ีสามารถอยรู ว มกับผูอน่ื ในสังคมไดอ ยางมี
ความสุข ท้งั ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
2. ครผู ูสอนมรี ปู แบบวธิ กี ารจัดการเรยี นรทู ่ปี ระสบความสำเร็จในการพัฒนาความสามารถในการคิด
แกป ญ หา และการใหเหตผุ ลทางคณิตศาสตร ดว ยกระบวนการจดั ชมุ ชนแหงการเรยี นรูทางวิชาชพี (Professional
Learning Community: PLC)
3. ครมู ีการแลกเปลยี่ นเรียนรูและการนำความรไู ปพฒั นาตอยอดการจัดการเรียนรใู หผูเรียนมีวินัยสงู ขึ้นดวย
กระบวนการจัดชุมชนแหง การเรยี นรทู างวิชาชพี
4. ผูบรหิ ารสถานศึกษามรี ูปแบบการบริหารจดั การทด่ี ที ส่ี งผลใหเกิดการพฒั นาวชิ าชีพแบบชมุ ชนแหงการ
เรยี นรทู างวชิ าชพี ในเครือขาย
ผลลัพธ (Outcome)
1. นกั เรยี นโรงเรยี นสุราษฎรพิทยา ๒ ท่เี ปนกลุมเปาหมายทกุ คนมีความพึงพอใจและมีเจตคตทิ ด่ี ีตอการ
พัฒนารูปแบบการจดั การเรยี นรูแบบรวมมือ
2. ครผู ูสอนทเ่ี ปน Model Teacher มีความพึงพอใจระดับมากท่สี ดุ ตอการแลกเปลยี่ นเรียนรูทางวชิ าชพี
3. ผบู รหิ ารสถานศึกษา และครูผูสอนทกุ คนมีความพึงพอใจมากท่สี ุดตอการบรหิ ารจัดการเครอื ขาย
ผลกระทบ (Impact)
1. ผูเรียนเปน คนดี มีความเพียร ใฝเรยี นรู และมีทกั ษะการเรยี นรูตลอดชีวติ มีความเมตตา กรุณา มีวินยั
มีคุณธรรม จรยิ ธรรม อนั จะนำไปสคู วามเจริญกาวหนา และความม่ันคงสงบสุขในสงั คม มีจิตสำนกึ ในความเปน
พลเมอื งไทยและเปนพลโลก
2. ครผู ูสอนมีความเปนครูมอื อาชพี และมีความสุขในการพัฒนาการจดั การเรยี นรูรวมกบั ผูเกีย่ วของทาง
วชิ าชีพ มกี ารทำงานเปนทมี มากข้ึน
3. ผูบรหิ ารสถานศึกษา ครูผูสอนในโครงการสามารถนำผลการปฏิบัติงานไปใชอ างองิ ในการพฒั นาวิชาชพี
ของตนเองได
7. ปจจยั ความสำเร็จ
7.1 การรว มมอื ในการวางแผนในการทำงานท่ีดรี วมกนั ของทมี และนกั เรยี นในการเปด ช้นั เรยี น ตามวงรอบ
PLAN DO SEE ทีก่ ำหนด
7.2 การศึกษาคน ควาหาขอมูลงานวิจยั ที่เกย่ี วของเกยี่ วกับเทคนคิ การจัดการเรยี นรู การพฒั นาสมรรถนะ
ผเู รียน และการจดั ทำสารสนเทศใหเปน ปจ จุบนั
7.3 การไดร ับงบประมาณสนับสนุนจาก สพฐ. ในการพัฒนาการจัดการเรยี นรูแ ละพฒั นาผูเรียนผาน
โครงการสง เสรมิ โรงเรยี นเปนชุมชนแหงการเรยี นรู
9
7.4 การไดรับคำแนะนำและการวพิ ากษณก ารจัดการเรยี นรูข องผเู ชีย่ วชาญจากสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ศกึ ษานิเทศกจากสำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎรธานีชุมพร อาจารย
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุราษฎรธ านี และอาจารยผ ูเกษยี ณอายุราชการท่เี ปนครูพ่เี ลยี้ งวิชาการ
8. บทเรียนที่ไดรบั (Lesson Learned)
การจัดการเรียนรูแบบรวมมือที่สงเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรสำหรับนักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปที่ 3 ดวยชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ แบบการศึกษาชั้นเรียน กับทีมผูรวมวางแผนตั้งแตขั้น
วางแผน (Plan) ขั้นสอน (Do) และขั้นสะทอน (See) ซึ่งทำใหเกิดการพัฒนานักเรยี นไดอยางแทจริงและนักเรียนมี
ความสามารถในการคิดแกปญหา และการใหเหตุผลทางคณิตศาสตร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตรเ ปนไป
ตามท่ีเกณฑก ำหนด มีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมใหกับนักเรียนซึ่งมีรูปแบบการจัดการเรียนรู คือ 5 STEPS
to Cooperative Learning ซงึ่ มีข้ันตอนการจดั กิจกรรมรายละเอียดดงั น้ี
ข้ันที่ 1: ขัน้ เตรียมความพรอม: วางแผนการเรียนรูสคู วามสำเรจ็ (Start to success) มี
รายละเอียดกจิ กรรมดงั น้ี
1.1 นกั เรยี นวางแผนการเรียนรูโดยกำหนดเปา หมายในการเรยี นจากการศึกษา
จุดประสงคการเรียนรู โดยครูใชคำถามนำ
1.2 นกั เรยี นรวมกลมุ คละความสามารถกลุมละ 4 คน กำหนดบทบาทหนา ท่ี
1.3 นักเรยี นรวมกันสรา งขอตกลงภายในกลมุ สรา งคำทรงพลงั ในการทำงานของกลุม
ขนั้ ที่ 2: ขัน้ กระตนุ คิดใหอยากเรยี นรู : เช่อื มโยงเน้อื หาเดมิ เสริมการเรยี นรู
(Thinking for Learning) มีรายละเอียดกจิ กรรมดังน้ี
2.1 นกั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกันแกป ญ หาจากสถานการณ เกมปญหาชวนคิด
2.2 ใหร างวัลกลมุ ทที่ ำเสรจ็ เรว็ ถกู ตอง ตรงเวลา
2.3 นกั เรยี นรวมกนั แลกเปล่ยี นและอภิปรายคำตอบจากคำถาม กระตุนคิดของครู
ขน้ั ที่ 3: ขั้นสำรวจ/แสวงหา/ลงมอื ฝก ปฏบิ ัติสะทอ นคดิ ในทีม (Execute to Reflection)
มีรายละเอยี ดกจิ กรรมดังนี้
3.1 นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 2 ดวยตนเอง แบบเด่ียว
3.2 นักเรียนรวมกนั แลกเปลีย่ นและสะทอ นคิดการแกปญ หารวมกนั
3.3 สรุปเปน งานกลมุ และเตรียมพรอมนำเสนอ
ขั้นท่ี 4: ขั้นสือ่ สาร แลกเปลีย่ นนำเสนอผลการปฏิบตั ิทั้งช้ันเรยี น (Propose for Sharing)
มรี ายละเอียดกจิ กรรมดังนี้
4.1 ตัวแทนกลมุ นำเสนอ
4.2 นักเรยี นชมผลงานการแสดงแนวคิดการหาคำตอบ (Gallery Walk) ของกลมุ ท่ี
แกปญ หาไดส ำเรจ็ และตนเองเขาใจมากทีส่ ุด
4.3 โหวตใหค ะแนน
4.4 ครูใชคำถามกระตุน เกีย่ วกบั สาเหตทุ ่นี กั เรยี นเลอื กกลมุ ทีส่ นใจ
4.5 นักเรยี นกลมุ ท่ีไดค ะแนนโหวตมากท่ีสดุ นำเสนอผลการปฏบิ ัตติ อเพ่ือนๆ ในชนั้ เรียน
4.6 นกั เรียนรวมอภปิ รายข้นั ตอนการคดิ แกป ญ หาเพือ่ หาคำตอบในการทำกจิ กรรม
ขน้ั ท่ี 5: ขั้นสรุป และปรบั ประยุกตใ ชความรู (Self Assessment for Learning)
มรี ายละเอยี ดกิจกรรมดังน้ี
10
5.1 อภิปรายและสรปุ การเรยี นรโู ดยใหประเมนิ ตนเอง บนั ทึกอนุทนิ สะทอนการจดั
กิจกรรมของครู และปญหาของตนเองแนวทางในการพฒั นาตนเองในการเรียนรู
5.2 ทดสอบความรู สรุปบันทึกการเรยี นรูลงในสมดุ บันทึก
ภาพที่ 2 รปู แบบการจัดการเรยี นรแู บบรว มมือเพ่ือสงเสรมิ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรส ำหรบั นักเรยี น
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3 ดวยชมุ ชนแหง การเรยี นรูทางวิชาชพี (Professional Learning Community: PLC)
แบบ 5 -STEPS to Cooperative Learning
9. บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2551. หลักสูตรแกนกลางขนั้ พืน้ ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑.กรงุ เทพฯ: ชมุ นุมสหกรณเกษตร
แหงประเทศไทย.
นนทลพี ร ธาดาวิทย. 2559. การจัดการเรียนรแู บบ Active Learning. กรงุ เทพฯ: ทริปเพิ้ล เอด็ ดเู คช่นั .
นฤมล อินทรประสิทธิ.์ 2552. การศกึ ษาชน้ั เรยี น (Lesson Study): นวตั กรรมเพ่อื พัฒนาคร และนักเรยี น.
วิทยานิพนธปรญิ ญาดุษฎีบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน.
นิวัฒน สาระขันธ. สอนอยา งไรใหน กั เรยี นเกิดทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร. Journal of Roi Kaensarn
Academi ปที่ 6 ฉบับที่ 4 ประจำเดอื นเมษายน 2564.
ประจักษ ศรสาล.ี ชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชพี . https://sites.google.com/a/esdc.go.th/kpt1-plc/
สืบคน เมอ่ื วันท่ี 1 สงิ หาคม 2563.
11
พลอยไพริน ศริ ิพฒั น ประภาพร หนองหารพิทักษ และปวีณา ขันธศิลา. 2562. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรียนในการแกโจทยป ญ หาเรอ่ื ง การประยกุ ตของสมการเชิงเสนตัว แปรเดียว ของนกั เรยี นชนั้
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 โดยใชรปู แบบการแกโจทยป ญหาตามแนวคิดของโพลยา. วิทยานพิ นธครศุ าสตร
บณั ฑิต สาขาวิชาคณติ ศาสตร, มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธุ.
ภาวณิ ี ศรสี ุขวัฒนานนั ท. 2551. ครบเครอ่ื งเรอื่ งวจิ ยั ในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร:
โครงการเว็ปไซตน วิ สกลู เพื่อการเรียนรูสูภาวะในสถานศกึ ษา.
วจิ ิตรา วงศป ระทุม. 2561. ผลการเรยี นรแู บบผสมผสานดว ยการเรยี นแบบรวมมือรูปแบบ
แบงกลมุ ผลสัมฤทธ์ิเพือ่ สงเสรมิ การคดิ วิเคราะหสำหรบั นักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1
นักศกึ ษาหลกั สูตรศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร
มหาวิทยาลยั ขอนแกน
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี. 2563. หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน คณติ ศาสตร ชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 เลม 1. พิมพครงั้ ท่ี 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ สกสค.ลาดพรา ว.
สรุ พงษ ทองเวยี ง. 2551. การพัฒนากิจกรรมการเรยี นรูแบบรวมมือโดยใชเ ทคนคิ TAI เร่อื งความนา จะ
เปน ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5. วทิ ยานิพนธศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาการหลักสูตร
และการสอน, มหาวทิ ยาลัยขอนแกน.
สุวิมล วองวาณชิ . 2550. การวิจัยปฏิบัตกิ ารในชนั้ เรยี น. พิมพค ร้ังที่ 10. กรงุ เทพมหานคร: บริษทั
ดา นสุทธาการพิมพจำกดั .
สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. 2555. แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพือ่ พฒั นาทกั ษะการคิด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ระดับมัธยมศกึ ษา ฉบับปรบั ปรุง. พิมพค รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพชุมนุมสหกรณ
การเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด.
Austin, D. A. 1996. “Effect of Cooperative Learning in Finite Mathematics on Student
Achievement and Attitudes.” Degree: DA Dissertation AbstractInternational Illinois
State University 56 (April 1996): 3868.
Baroody, Arthur J. 1993. Problem Solving, easoning and Communicating, K –8 Helping
Children Think Mathematically. New York: Macmillan Publishing Company.
12
ภาคผนวก
13
ภาคผนวก ก
ภาพถา ยการดำเนนิ /วีดโิ อ การพัฒนารูปแบบการจดั กจิ กรรม
14
ภาพ/วดี โิ อ ประกอบการดำเนินงานการเปด ชน้ั เรยี น โดยครูกรรณกิ า คมุ ไพรี วงรอบที่ 1
ทมี “สขุ สนกุ คดิ ”
วันอังคารที่ 12 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2565 ครูกรรณิกา คุมไพรี (MT) ตำแหนงครูโรงเรียนสุราษฎรพิทยา ๒ ทีม
“สุข สนุกคิด” เปดชั้นเรียนกิจกรรมการเรยี นรู วงรอบที่ 1 ณ หอง I-Classroom เรือ่ งการแกโจทยป ญหาเกี่ยวกับ
อสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้น ม.3/4 จำนวน 29 คน โดยมี (BT) ซึ่งเปนทีมวางแผนและผูรวม
สังเกตชั้นเรยี นจำนวน 2 คน ประกอบดวย (1) นางสาวชญานิน คมพจน (2) นายศตวรรษ สุดจะเสน และมีนาง
นนั ทรตั น เดชา ตำแหนง รองผอู ำนวยการโรงเรียนรว มสังเกตช้ันเรยี นและสะทอนผลการสงั เกตช้นั เรยี น
LINK วดี โิ อประกอบการเปด ชน้ั เรียน: https://youtu.be/tMjnt6cLQRk
หรือ QR CODE
15
ภาพ/วีดโิ อ ประกอบการดำเนินงานการเปด ชนั้ เรยี น โดยครกู รรณิกา คมุ ไพรี วงรอบท่ี 2
ทีม “สขุ สนกุ คดิ ”
วนั จนั ทรท่ี 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 ครูกรรณกิ า คุมไพรี (MT) ตำแหนง ครโู รงเรียนสุราษฎรพ ิทยา ๒ ทมี
“สขุ สนกุ คิด” เปดชนั้ เรียนกิจกรรมการเรียนรู วงรอบที่ 2 ณ หอ ง โสตทศั นศึกษา เร่ืองสามเหลย่ี มทค่ี ลา ยกัน
สำหรบั นกั เรยี นชั้น ม.3/4 จำนวน 29 คน โดยมี (BT) ซง่ึ เปนทีมวางแผนและผรู วมสงั เกตช้นั เรยี นจำนวน 2 คน
ประกอบดว ย (1) นางสาวชญานิน คมพจน (2) นายศตวรรษ สดุ จะเสน และมีคณะกรรมการตดิ ตามจากสำนักงาน
เขตพื้นท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎรธานี ชุมพร ประกอบดว ยนายสำรวย ภักดี รองผอู ำนวยการ สพม.สรุ าษฎร
ธานี ชมุ พร คณะศึกษานเิ ทศก วาทรี่ อยโทพลากร ประสงคผอู ำนวยการโรงเรยี นกาญจนดษิ ฐ นางสาววีนา ไหมคง
รองผูอ ำนวยการโรงเรยี นสุราษฎรธ านี และนางนันทรตั น เดชา ตำแหนง รองผูอำนวยการโรงเรียนรว มสงั เกตช้นั
เรยี น และสะทอนผลการสังเกตขนั้ เรยี น
LINK วีดโิ อประกอบการเปด ช้นั เรียน: https://drive.google.com/drive/folders/1ln6Cu_TGAEa4-
dWXCyyVKrproOT4j37g?usp=sharing
หรือ QR CODE
16
ภาคผนวก ข
ตวั อยา งแผนการจดั การเรยี นรู
17
แผนการจดั การเรียนรู วงรอบ ที่ 2
วชิ าคณิตศาสตร ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3
แผนการจัดการเรียนรู เร่อื ง รูปสามเหล่ยี มทีค่ ลา ยกนั เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ใชส อน นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี …3/4…… วันท่ี 22 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2565
ผสู อน: นางกรรณกิ า คุมไพรี
1. สาระสำคัญ
รปู สามเหลยี่ มสองรูปคลายกันเมื่อรูปสามเหลีย่ มสองรูปนั้นมขี นาดของมมุ เทา กันเปน คู ๆ สามคู
หรือ อัตราสว นของความยาวของดา นคทู ส่ี มนัยกนั ทุกคู เปนอตั ราสว นทเ่ี ทา กัน
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ค 2.2 เขาใจและวิเคราะหรปู เรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณติ ความสัมพันธ ระหวา งรปู
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช
ตัวชวี้ ัด
ค 2.2 ม.3/1 เขา ใจและใชส มบตั ขิ องรปู สามเหลย่ี มท่ีคลา ยกนั ในการแกป ญ หาคณิตศาสตร
และปญ หาในชวี ติ จริง
3. จุดประสงคก ารเรยี นรู
3.1 ดานความรู
ระบุเง่อื นไขที่ทำ ใหร ูปสามเหลี่ยมสองรูปคลา ยกนั (K)
3.2 ดา นทกั ษะกระบวนการคิด
ใชส มบัตขิ องรูปสามเหลยี่ มที่คลา ยกันในการใหเ หตุผลและการแกป ญหาคณิตศาสตร (P)
3.3 ดานคณุ ลักษณะ: ดานวินยั
1. นกั เรียนสามารถสง งานตรงเวลาตามท่กี ำหนด (A)
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ติ ามขอตกลงท่ีกำหนด (A)
4. จดุ เนน สูการพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี น ทักษะศตวรรษท่ี 21 (การเรยี นรู 3R×8C)
3R คอื ทกั ษะดานความรู (Hard Skills)
R1 – Reading: สามารถในการอา นออก อานจบั ใจความได
R2 - Writing: สามารถเขียนได ส่ือสารใหคนอื่นเขาใจ
R3 – Arithmetic: มีทักษะการคำนวณ คดิ แบบนามธรรม
8C คือ ทักษะทางอารมณ (Soft Skills) ไดแ ก
C1 - Critical Thinking and Problem Solving: มีทักษะในการคิดวิเคราะห การคดิ อยา งมี
วจิ ารณญาณ และแกไขปญ หาได
C2 - Creativity and Innovation: คดิ อยา งสรางสรรค คิดเชิงนวัตกรรม
C3 - Cross-cultural Understanding: ความเขา ใจความแตกตางทางวฒั นธรรม
กระบวนการคดิ ขามวฒั นธรรม
C4 - Collaboration Teamwork and Leadership: ความรวมมอื การทำงานเปน ทีม และ
ภาวะผนู ำ
18
C5 - Communication Information and Media Literacy: ทักษะในการสอ่ื สาร และการ
รเู ทาทันสื่อ
C6 - Computing and ICT Literacy: ทกั ษะการใชคอมพิวเตอร และการรเู ทาทัน
เทคโนโลยี
C7 - Career and Learning Skills: ทักษะทางอาชีพ และการเรยี นรู
C8 - Compassion: มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินยั
5. สมรรถนะของการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน (2551)
การสอ่ื สาร
การคดิ
การแกป ญหา
ทักษะชวี ิต
การใชเทคโนโลยี
ทกั ษะทีต่ องการพฒั นาจากการทำภาระงาน
การสอ่ื สาร ... ความรูค อื การใชภาษาถา ยทอดความคดิ ความรู ความเขา ใจ เพ่ือแลกเปล่ียนกบั เพ่อื น
ในกลุม การสำรวจขอมูลตา ง ๆ ท่ีกลุม สนใจ เชน สถานการณ ในชวี ิตประจำวัน
การคดิ ... ความรคู อื การคดิ วิเคราะห แยกแยะ แลกเปล่ียนความคดิ กับเพื่อนสมาชกิ ในกลมุ
การแกปญ หา...ความรคู ือ การวิเคราะห แยกแยะและการแกปญหาท่ีเกิดขึ้นในสถานการณที่
กำหนด
ทกั ษะชวี ิต... ความรคู อื ความสามารถในการแกปญหาทต่ี องเผชิญในชวี ติ ประจำวนั /การทำงานแบบ
รวมมอื รวมพลงั อยางเปนระบบ สามารถจดั ระบบการทำงานกจิ การ และการประกอบการใด ๆ ท้ังของตนเอง และ
รวมกบั ผอู ่นื รว มกันกำหนดเปา หมาย แผนการทำงาน ขน้ั ตอน และกระบวนการทำงานเปนทมี เหน็ ภาพ
ความสำเรจ็ ของทีม คำนงึ ถงึ ประโยชนข องทีมกอนประโยชนส ว นตน แบงบทบาทหนา ท่ีใหเหมาะสมกับศกั ยภาพของ
สมาชิก รับผิดชอบตามบทบาท
การใชเทคโนโลยี ...ความรคู อื การรจู ักเลอื กใชเ ทคโนโลยีในการส่อื สารอยา งถกู ตองและมคี ณุ ธรรม ใน
การนำเสนองานผา นสือ่ อยา งสรางสรรค
6. สมรรถนะของ PISA
[PISA 1.2] การรูโ ครงสรา งทางคณิตศาสตร (รวมถึงกฎเกณฑ ความสัมพนั ธ และแบบรปู ) ของปญ หา
หรอื สถานการณ
[PISA 2.3] การนำขอ เทจ็ จริง กฎเกณฑ ข้นั ตอนวิธี และโครงสรางทางคณติ ศาสตรม าใชใ นการ
แกป ญ หา
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ
2. ซื่อสัตยสุจรติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝเ รยี นรู
5. อยอู ยา งพอเพียง
6. มุง ม่นั ในการทำงาน
19
7. รกั ความเปนไทย
8. มีจิตสาธารณะ
8. สาระการเรียนรู
-รูปสามเหลยี่ มท่คี ลา ยกนั
9. การบูรณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ความพอประมาณ
- นกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมไดเหมาะสมกับสภาพความเปน จรงิ และเหมาะสมกบั เวลาท่เี รียนใน
แตละคาบความมเี หตผุ ล
ความมีเหตุผล
- นกั เรยี นรจู กั ใชเ หตุผลในการเรยี น และแกป ญ หาเรื่องรูปสามเหลีย่ มที่คลายกัน
การมีภูมคิ มุ กนั ในตัวทดี่ ี
- การรจู กั วางแผนในการเรยี นมีความละเอียดรอบคอบในการปฏิบัตกิ ิจกรรม
เงื่อนไขความรู
- การหมั่นทบทวนเนือ้ หา/บทเรียนอยเู สมอเรื่องรปู สามเหลยี่ มทคี่ ลา ยกัน
เงอ่ื นไขคุณธรรม
- ความมวี นิ ัย ในการสงงานตรงตอ เวลา และปฏิบัติตามขอตกลงในการเรยี น
10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
ขนั้ ที่ 1: ข้ันเตรยี มความพรอม: วางแผนการเรียนรูสคู วามสำเรจ็ (5 นาที)
1. นกั เรยี นเตรียมพรอมของตนเองในการวางแผนการเรียนรเู พอื่ ไดเขา ใจเปาหมายในการเรยี นโดย
การศกึ ษาจุดประสงคก ารเรียนรจู าก สอ่ื Power Point ทก่ี ำหนด โดยครูใชคำถามนำ
เชน นักเรยี นมีการวางแผนอยางไรใหไดเรยี นรเู ร่อื งรปู สามเหลี่ยมทค่ี ลายกันไดเขาใจมากที่สุด
แนวการตอบ เชน ต้ังใจฟง รวมทำกิจกรรม รวมแลกเปลยี่ นกับเพื่อน
2. นักเรียนรวมกลมุ กัน กลมุ ละ 3 – 4 คน จำนวน 9 กลมุ และดำเนนิ การดังน้ี
2.1 กำหนดบทบาทหนา ทข่ี องสมาชิกภายในเชน คณุ วางแผน คณุ ลขิ ติ และคุณนำเสนอ 2.2
สรา งขอ ตกลงภายในกลมุ
2.3 สรา งคำทรงพลงั ในการทำงานของกลมุ
3. นกั เรียนและครรู ว มกันสรา งขอ ตกลงในการเรยี นและการสง งานตามกำหนดเวลา โดยอภิปรายรว มกนั
พรอ มทงั้ ครชู ้แี จงเพิม่ เตมิ เก่ยี วกับการรับรางวัลของกลมุ และของตนเอง
ข้นั ที่ 2: ขั้นกระตุนคิดใหอยากเรยี นรู : เช่ือมโยงเนอื้ หาเดิมเสริมการเรียนรู ( 10 นาท)ี
4. นักเรยี นในแตล ะกลมุ รวมกันแกปญหาจากสถานการณ เกมปญหาชวนคดิ ดงั ใบกจิ กรรมที่ 1 เรอื่ ง
“เคล่ือนยายฉันหนอย” โดยครูกำหนดเวลา 1 นาทีในการแขงขันของแตล ะทมี ดงั รายละเอียด
4.1 ใหน กั เรยี นแตละกลุมชวยกันเคลื่อนยา ย สำลีปน หู ทง้ั หมด 3 กาน เพอื่ ทำใหเ กิดรูป
สามเหล่ียมท่ีคลา ยกัน 2 รูป
รูปที่กำหนดให แนวการตอบ
20
4.2 นกั เรียนกลุมที่ทำเรว็ ทีส่ ุด ถูกตอ ง และเสรจ็ ตรงเวลา นำเสนอและแลกเปลย่ี นกบั เพื่อนในหอ ง
เกย่ี วกับประเดน็ วธิ ีการคดิ
4.3 นกั เรียนรวมกนั แลกเปลี่ยนและอภปิ รายคำตอบจากคำถาม กระตุนคดิ ของครู เชน
คำถาม: นกั เรียนคิดวา รปู สามเหลยี่ มท่คี ลายกัน 2 รปู นี้ เปนรปู สามเหล่ยี มชนดิ ใด เพราะเหตใุ ด
แนวการตอบ: สามเหล่ียมดา นเทา เพราะดา นทั้งสามดา นมขี นาดเทากนั เนื่องจาก สำลีปน หแู ตล ะกา นมคี วาม
ยาวเทา กนั
คำถาม: นกั เรียนรูไดอ ยางไรวารูปสามเหลีย่ ม 2 รูป คลายกนั
แนวการตอบ: เนอ่ื งจากสามเหลย่ี ม 2 รปู เปนสามเหลย่ี มดา นเทา มมุ ท้ัง 3 มมุ มีขนาดของมมุ แตละมมุ เทากบั
60 องศา ซึ่งมีขนาดเทา กนั ดงั นน้ั สามเหลยี่ มสองรูปนั้นมีขนาดของมมุ เทา กันเปนคู ๆ สามคู
คำถาม: นักเรยี นคดิ วาอัตราสวนของความยาวของดานคูท ีส่ มนัยกนั ทุกคูมคี า เทากบั เทา ไหรและมีคาเทากนั หรือไม
เพราะเหตุใด
แนวการตอบ: อตั ราสวนของความยาวของดา นคูที่สมนยั กันมคี า เทากับ ทุกคูแ ละเปนอตั ราสว นท่ีเทากันเพราะ
สำลปี นหู 1 กาน มคี า เทากับ 1 หนวย ดงั นั้น สามเหลยี่ มรปู เลก็ ดานแตล ะดานมีคาเทา กบั 1 หนว ย
สวนสามเหลย่ี มรูปใหญ ดา นแตล ะดานมีคาเทากบั 2 หนวย เมอ่ื นำความยาวของดานสมนัยของรูปเหลย่ี ม รปู
เลก็ เปรียบเทียบกับความยาวของดานสมนัยของรูปสามเหล่ยี มรูปใหญ จะมคี าเทา กบั
5. นักเรยี นแตละคนทบทวนความรูเดมิ ของรูปสามเหลี่ยมที่คลา ยกนั โดย ระบุเง่อื นไขที่ทำใหร ปู สามเหลยี่ ม
สองรปู คลายกัน จากเกม Quizizz ขอละ 30 วินาที จำนวน 4 ขอ (กำหนดเวลาในการทำกิจกรรม 3 นาที โดยครู
เนน ยำ้ การตรงเวลา (วินยั ))
6. นักเรียนรวมกนั กบั ครสู รปุ เรอื่ งสามเหลย่ี มทค่ี ลายกัน ดวยสื่อท่ีครนู ำเสนอโดยใช โปรแกรม GSP
ดังภาพ
แนวการสรปุ การตอบ: *ถารปู สามเหลย่ี มทงั้ สองรูปนัน้ มีอตั ราสว นของความยาวของดานคูท่ีสมนยั กนั เทา กันทง้ั สาม
คู แลว ขนาดของมุมคทู ่สี มนัยกันเทากันเปน คู ๆ สามคู
**ถารูปสามเหล่ยี มสองรปู มอี ตั ราสว นของความยาวของดานคทู ีส่ มนัยกนั เทา กนั ทุกคู แลว รปู
สามเหลย่ี มสองรูปนัน้ จะคลา ยกนั เพราะรปู สามเหลย่ี มสองรูปนั้นมขี นาดของมมุ เทา กนั เปน คู ๆ สามคู
***ถาอตั ราสว นของความยาวของดา นคูที่สมนยั กันทุกคูข องรปู สามเหล่ยี มสองรูปเปน อัตราสวนที่
เทา กัน แลวรูปสามเหลี่ยมสองรปู น้นั เปน รปู สามเหลยี่ มที่คลา ยกนั
**** ถา รปู สามเหลยี่ มสองรูปเปนรูปสามเหลยี่ มทค่ี ลายกนั รปู สามเหล่ียมทั้งสองรูปนน้ั มีขนาดของ
มมุ คูที่สมนัยกนั เทากันเปนคู ๆ สามคู
ขนั้ ที่ 3: ขน้ั สำรวจ/แสวงหา/ลงมือฝก ปฏบิ ัติสะทอนคิดในทมี (15 นาที)
21
7. นกั เรียนแตละกลุมทำใบกิจกรรมท่ี 2 โดยใชสมบัติของรูปสามเหลย่ี มท่คี ลา ยกันในการใหเหตผุ ลและการ
แกป ญหาจากสถานการณท่กี ำหนด โดยใหน กั เรยี นปฏิบัติดังนี้
7.1 นกั เรียนทำใบกจิ กรรมท่ี 2 ดวยตนเอง ( 5 นาที)
7.2 นักเรยี นแตละคนในกลุมรวมกันแลกเปลยี่ นและสะทอนคดิ การแกป ญหารวมกนั และสรุปเปน
งานกลมุ โดยครคู อยเดนิ สำรวจวิธกี ารคิดของนักเรยี นเพ่อื ชวยแกไ ข หากมีจุดผิดพลาด และมองหานกั เรียนท่ีมี
วธิ กี ารคิดทีน่ า สนใจเพอ่ื นำมาแบง ปนเพ่ือนหนา ชัน้ เรยี น
(กำหนดเวลาในการทำกจิ กรรม 10 นาที โดยครเู นนย้ำการตรงเวลา (วนิ ัย)) โดยครจู บั เวลาถอยหลงั ออนไลนจ าก
ลิงค https://timer.onlinealarmkur.com/th/#5.
ข้ันที่ 4: ขนั้ สื่อสาร แลกเปล่ียนนำเสนอผลการปฏิบัติทงั้ ชัน้ เรยี น (20 นาท)ี
8. นกั เรยี นแตละกลุมนำเสนอผลการดำเนินงานในใบกิจกรรมท่ี 2 ลง padlet
9. นกั เรยี นแตละคนของทุกกลุมชมผลงานการแสดงแนวคิดการหาคำตอบ (Gallery Walk) ของกลุม
เพื่อนๆ ทแี่ กปญ หาไดสำเรจ็ และตนเองเขาใจมากทส่ี ุด โดย (กำหนดเวลาในการทำกิจกรรม 5 นาที ครเู นน ยำ้ การ
ตรงเวลา (วนิ ยั )) และใหโหวตใหคะแนนของกลมุ นัน้ โดยครูใชค ำถามกระตุน เก่ยี วกบั สาเหตทุ นี่ กั เรยี นเลือกกลมุ ท่ี
สนใจ เชน
คำถาม: ทำไมนักเรียนเลือกกลุมท่ี ................
แนวการตอบ: เชน มขี ้ันตอนการแสดงแนวคดิ และอธิบายขัน้ ตอนการหาคำตอบ เขาใจ ชัดเจน
10. นักเรียนกลุมท่ีไดค ะแนนโหวตมากท่สี ุด นำเสนอผลการปฏิบัตติ อเพ่ือนๆ ในชน้ั เรยี น
พรอ มท้ังอภปิ รายขั้นตอนการคดิ แกปญหาเพ่ือหาคำตอบในการทำกจิ กรรมเพอื่ แลกเปลย่ี นเรียนรรู ว มกันโดยครใู ช
คำถามนำและรวมกนั แลกเปลย่ี นในการสรปุ คำตอบอกี คร้งั โดยใชสอ่ื จาก Power Point
ขน้ั ท่ี 5: ขั้นสรุป และปรบั ประยุกตใชความรู ( 10 นาท)ี
11. นักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุปการนำสมบัตขิ องสามเหล่ยี มที่คลายกันไปใชในการแกไ ขปญ หาหรือ
สถานการณท่นี กั เรียนพบในชีวติ ประจำวัน โดยครูใชคำถามกระตนุ คิด
คำถาม: การนำสมบัติของรปู สามเหล่ียมท่ีคลายกนั ไปใชในการแกไขปญหามีวิธกี ารคดิ อยางไร
แนวคำตอบ: นำไปใชในการหาความยาวของดาน โดยดำเนินการดงั นี้
1. พิจารณาวา รูปสามเหลย่ี มสองรปู เปนรูปสามเหลี่ยมทคี่ ลายกนั โดยพิจารณาจากเง่ือนไข
เดียวก็เพียงพอ คือ รูปสามเหลี่ยมท้งั สองรูปนั้นมีขนาดของมมุ เทากันเปน คู ๆ สามคู หรอื อัตราสว นของความยาว
ของดา นคูทสี่ มนัยกันทุกคเู ปนอัตราสว นท่เี ทากนั
2. หาความยาวของดานคทู ่สี มนัย โดยการพจิ ารณาความยาวของดานคูท ่ีสมนยั กันจากท่ีโจทย
กำหนด
3. กำหนดตวั แปรความยาวของดานท่ีไมร ู หรอื ดานท่โี จทยถาม
4. นำอตั ราสวนที่เทากนั 2 อัตราสวนโดยพจิ ารณาจากความยาวของดานคูสมนยั ที่โจทยก ำหนด
และความยาวของดานคูสมนยั ทโี่ จทยถาม
5. สรา งสดั สว น เพือ่ หาความยาวของดา นที่โจทยถ ามโดยลำดับแรกใชการคณู ไขว หลงั จากนัน้ ใช
การแกส มการเชิงเสนตัวแปรเดยี ว
12. นักเรียนสรุปสงิ่ ท่เี รยี นรูโดยสะทอนความรสู กึ เกี่ยวกับการนำสมบตั ขิ องรปู สามเหลยี่ มไปใชใ นการ
แกปญ หา ความรสู ึกตอ การจัดกิจกรรมของครู และปญหาของตนเองแนวทางในการพฒั นาตนเองในการเรยี นรลู งใน
กระดาน padlet
22
13. สรปุ บนั ทึกการเรยี นรูลงในสมดุ บันทึก
9. สอื่ /วัสดอุ ปุ กรณการเรยี นรู
1. สำลีปน หู จำนวน 63 กา น จำนวน 9 กลมุ ๆ ละ 7 กา น
2. สอ่ื Power point
3. ใบกิจกรรมที่ 1, ใบกิจกรรมท่ี 2
4. สอ่ื รูปสามเหล่ียมท่ีคลายกัน จากโปรแกรม GSP
5. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน คณติ ศาสตร ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3 เลม 1ตามมาตรฐานการเรยี นรู
และตวั ช้วี ัดกลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
6. ส่ือ Project 14 ของ สสวท. รปู สามเหลี่ยมท่ีคลายกนั
https://proj14.ipst.ac.th/m3/m3-math-book1/math-m3b1-040/
7. กระดาน padlet https://padlet.com/kannika547/eyymcrsnrhyd382g
10. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู
ส่ิงที่ตองการวัด วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑการประเมนิ ผล
ดา นความรู -ตรวจความถกู ตอง -แบบประเมิน -ผลการประเมนิ ได
1.ระบเุ ง่อื นไขที่ทำ ใหร ปู สามเหล่ียมสองรปู จากการตอบคำถาม การทำใบกิจกรรม คะแนนระดับ 3 ขนึ้ ไป
คลายกนั ในการทำ ที่1
ใบกิจกรรมท่ี 1 -ไดค ะแนนผา นเกณฑ
-การสอบใน -แบบทดสอบ รอยละ 70
Quizizz
ดานทักษะกระบวนการคิด -ประเมินการ -แบบประเมนิ -ผลการประเมนิ ได
2.ใชสมบัตขิ องรปู สามเหล่ยี มทค่ี ลา ยกนั ใน แกป ญ หาจากการทำ ทักษะการคิด คะแนนระดบั 3 ข้นึ ไป
การใหเ หตผุ ลและการแกปญหาคณติ ศาสตร ใบกจิ กรรมที่ 2
ดา นคุณลักษณะ:วินยั -แบบสังเกต -แสดงพฤติกรรมได
1. นกั เรยี นสามารถสงงานตรงเวลาตามท่ี -สังเกตพฤตกิ รรม พฤติกรรม มากกวา 7 ประเด็น ขนึ้
กำหนด ไป
2. นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั ติ ามขอ ตกลงที่
กำหนด
ดา นสมรรถนะ -ประเมินขณะปฏบิ ัติ -แบบประเมนิ -นกั เรียนแสดง
การส่อื สาร พฤติกรรมระดับดี
กจิ กรรม สมรรถนะ ข้นึ ไป
การคิด
การแกไขปญ หา
ทกั ษะชีวติ
สิง่ ที่ตองการวัด วิธีการวัดผล 23
การใชเ ทคโนโลยี เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑการประเมินผล
เกณฑก ารประเมนิ ความรู: ใบกจิ กรรมท่ี 1
ประเด็น ระดบั คะแนน
ระบเุ ง่อื นไขท่ที ำ 4321
ใหรูปสามเหล่ยี ม
สองรปู คลา ยกนั ระบเุ งือ่ นไขท่ีทำให ระบุเง่ือนไขท่ีทำให ระบุเง่อื นไขทที่ ำให ไมส ามารถระบุ
รูปสามเหลย่ี มสอง รปู สามเหล่ียมสอง รปู สามเหล่ยี มสอง เงื่อนไขที่ทำใหร ูป
รูปคลายกนั ได รูปคลายกันได รูปคลายกันได สามเหล่ียมสองรูป
ถูกตอ ง ครบถว น ถูกตอ ง แตไม บางสวน และไม คลา ยกันได
ครบถว น ถกู ตอง ไม
ครบถวน
24
เกณฑก ารประเมินทักษะการคิดแกป ญ หา
ประเด็น ระดับคะแนน
4321
ใชสมบตั ิของรปู -ระบุปญ หาและ -ระบุปญ หาและ -ระบปุ ญหาและ -ระบปุ ญหาแตไม
สามเหลย่ี มที่ เง่อื นไขของปญ หา เง่ือนไขของปญหา เงื่อนไขของปญหา ระบเุ ง่ือนไขของ
คลา ยกนั ในการให เกี่ยวกบั การใช เก่ียวกับการใช เกย่ี วกบั การใช ปญหา
เหตุผลและการ สมบัตขิ องรปู สมบัตขิ องรปู สมบัตขิ องรปู
แกปญ หา สามเหลย่ี มที่ สามเหลีย่ มที่ สามเหลีย่ มที่ -เสนอแนวทางการ
คณิตศาสตร คลายกนั ได คลายกันได คลา ยกนั ไดไ ม แกปญหาเกี่ยวกบั
สอดคลองกับ สอดคลอ งกับ สอดคลองกับ การใชสมบตั ขิ อง
สถานการณ สถานการณแตไม สถานการณแ ละไม รูปสามเหล่ียมที่
ครบถวน ครบถวน คลา ยกนั แตไม
-เสนอแนวทางการ -เสนอแนวทางการ -เสนอแนวทางการ สอดคลอ งกับ
แกป ญหาเกี่ยวกับ แกปญหาเกี่ยวกับ แกปญ หาเกีย่ วกับ ปญหา
การใชส มบัตขิ อง การใชสมบัติของ การใชส มบัติของ -เลือกวิธกี าร
รปู สามเหลย่ี มที่ รปู สามเหลี่ยมที่ รปู สามเหลี่ยมท่ี แกปญ หาโดยไม
คลา ยกนั ทเี่ ปน ไป คลายกนั ท่เี ปนไป คลายกันท่ีเปนไป แสดงเหตุผล
ได1 หรือ 2 วิธี ได 1 หรือ 2 วธิ ี ได 1 วิธี สนับสนนุ และไม
-เลือกวธิ ีการ -เลือกวธิ กี าร -เลอื กวธิ กี าร สามารถนำไปหา
แกปญ หาโดยระบุ แกปญหาโดยระบุ แกป ญหาโดยระบุ คำตอบได
วิธกี ารแกปญ หา วิธีการแกปญ หา วิธกี ารแกป ญ หา
เกีย่ วกับการใช เกีย่ วกบั การใช เกีย่ วกบั การใช - ดำเนินการ
สมบัตขิ องรูป สมบตั ขิ องรูป สมบัติของรูป แกป ญหาไม
สามเหล่ยี มท่ี สามเหลี่ยมที่ สามเหลีย่ มที่ สอดคลอ งกับ
คลา ยกนั ไดถกู ตอง คลา ยกันไดถูกตอง คลา ยกนั ไมถ ูกตอ ง วิธีการนำเสนอและ
ไมครบถว น -ดำเนนิ การ ตรวจสอบคำตอบ
-ทดสอบตรวจสอบ -ทดสอบตรวจสอบ แกปญหาแตไม ไดไ มถ ูกตอง
คำตอบและความ คำตอบและความ สามารถตรวจสอบ
สมเหตสุ มผล สมเหตุสมผล คำตอบจากวิธีการ
ถูกตอ งครบถว น ถกู ตองไมครบถว น นำเสนอ
25
รายละเอยี ดเกณฑการประเมินสมรรถนะและคำอธิบายเกณฑก ารใหค ะแนน ดังน้ี
เกณฑการประเมนิ คำอธิบายเกณฑการใหคะแนนแตละระดบั คณุ ภาพ
ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง
1.ความสามารถใน สมาชิกทกุ คนในกลมุ มี สมาชกิ ทุกคนในกลมุ มี สมาชิกบางคนในกลุม มี สมาชิกบางคนในกลมุ มี
การสือ่ สาร
สวนรว มในการคน หา สวนรวมในการคนหา สวนรว มในการคนหา สวนรว มในการคน หา
สถานการณภูมปิ ญ ญา สถานการณภูมิปญ ญา สถานการณภ มู ปิ ญ ญา สถานการณภ มู ปิ ญ ญาท่ี
ของกลมุ ขอมลู ที่ไดมา ของกลุม ขอ มูลทไ่ี ดม า ของกลมุ ขอ มลู ทีไ่ ดม า จะสำรวจของกลุม ขอ มลู
ครบถวน ถกู ตอ งตาม ถกู ตองตามจำนวน ตามจำนวนเพอ่ื นในกลมุ ทีไ่ ดม าไมครบถวน ตาม
จำนวนเพอ่ื นในกลมุ เพอื่ นในกลุม (รอยละ (รอยละ 60) แตไ ม จำนวนเพอื่ นในกลุม (ต่ำ
และทนั เวลาทก่ี ำหนด 70) และทนั เวลาที่ ทันเวลาท่กี ำหนด กวารอยละ 60) และไม
กำหนด ทนั เวลาท่กี ำหนด
2.ความสามารถใน ทำใบกิจกรรมไดถ ูกตอง ทำใบกจิ กรรมได ทำใบกจิ กรรมไดถกู ตอง ทำใบกิจกรรมไมถูกตอ ง
การคดิ ครบถวนสมบรู ณ และ ถูกตอ งเปนบางสว น เปนบางสว น อยา งนอ ย และไมท ันเวลาที่กำหนด
ทนั เวลาท่กี ำหนด อยางนอยรอ ยละ 80 รอยละ 70 แตท ำไม
และทันเวลาท่กี ำหนด ทนั เวลาท่กี ำหนด
3.ความสามารถใน มกี ารลงมอื แกป ญหา มีการลงมอื แกป ญ หา มีการลงมอื แกป ญ หา ไมม ีหลกั ฐานในการ
การแกป ญหา ดว ยกระบวนการที่ ดวยกระบวนการท่ี ดว ยกระบวนการท่ี แกป ญ หาหรือการคิด
คำนวณ
(การสงั เกตพฤติกรรม ถกู ตอ ง และนำเสนอการ ถกู ตอง และนำไปสู ถกู ตอง แตมปี ญ หาการ
การแกป ญ หา) แกป ญ หาไปสผู ลลพั ธท่ี ผลลพั ธท่ถี กู ตอง คำนวณบางสว น
ถกู ตองทกุ สว น บางสว น
4.ความสามารถใน มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมมีการกำหนดบทบาท
การใชท ักษะชวี ิต หนา ที่ของสมาชกิ ทกุ คน หนา ทีข่ องสมาชกิ บาง หนา ทข่ี องสมาชิกบางคน หนาท่ใี นกลมุ สมาชกิ ไม
ในกลุม สมาชกิ ทกุ คนมี คนในกลมุ สมาชิกทุก ในกลุม สมาชิกบางคนมี คอยมสี วนรวมในการ
(การทำงานเปน ทีม) สวนรว มในการทำงาน คนมีสวนรวมในการ สว นรว มในการทำงาน ทำงาน สมาชกิ ไมย อมรบั
สมาชกิ ยอมรบั ฟง ความ ทำงาน สมาชกิ ยอมรบั สมาชิกไมยอมรับฟง ฟง ความคดิ เห็นเทาทค่ี วร
คดิ เหน็ ฟงความคดิ เห็น ความคดิ เหน็ เทา ท่ีควร
26
เกณฑการประเมนิ คำอธิบายเกณฑการใหค ะแนนแตละระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง
5.ความสามารถใน การนำเสนอทำได การนำเสนอทำได การนำเสนอทำได การนำเสนอทำไดดี
การใชเ ทคโนโลยี
ชดั เจน ถูกตอง มที า ทาง ชัดเจน ถูกตอ ง แต ชัดเจน ถกู ตอ ง มที า ทาง ถกู ตอง แตท ำไดห ลงั จาก
(การนำเสนอ) และใชน้ำเสียงนา ฟง ทาทางและใชน้ำเสยี งไม และใชน ้ำเสยี งนาฟง ไดรบั คำแนะนำจากครู ไม
สบตาผูฟง และผูฟงให คอ ยนา ฟง ไมสบตาผฟู ง สบตาผูฟง แตท ำได มชี ้ินงานทนี่ ำเสนอ ไมม ี
ความสนใจ ชน้ิ งานที่ ชิ้นงานท่นี ำเสนอ หลังจากไดร บั คำแนะนำ การเผยแพรท างโซเชียล
นำเสนอนา สนใจ มีการ นา สนใจ มกี ารเผยแพร จากครู มีชิน้ งานท่ี
เผยแพรทางโซเชยี ล ทางโซเชยี ล นำเสนอ ไมมีการ
เผยแพรท างโซเชยี ล
27
แบบสังเกตพฤตกิ รรมดานวินัย:การปฏบิ ตั ิตามขอตกลง
รายวชิ า ค 23101 วิชา คณิตศาสตร 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
กจิ กรรมท่สี งั เกตเรอื่ ง.........................................................................................................
วัน..........................................ที่........เดือน...........................................พ.ศ. 2565 เวลา...................
กลมุ ท่ี.........................ชอ่ื กลุม .......................................................................................................................
วัตถปุ ระสงค เพ่อื ประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรดู า นคณุ ลักษณะดา นวนิ ัยเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ิตามขอตกลงในการ
มสี ว นรว มในช้ันเรยี น ของนักเรียนที่สงเสริมใหเกิดการเรยี นรูใ นการเรียนซ่ึงใชวธิ ีการสงั เกตในขณะ
ทำกจิ กรรมในชั้นเรียน
คำชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมขณะท่นี ักเรียนทำกิจกรรมในชน้ั เรยี นโดยใหป ระเมินนักเรียนตามความ
เปนจรงิ ดังพฤติกรรมที่ปรากฏ
เกณฑการใหคะแนน
1 เมื่อนกั เรียนแสดงหรือปฏบิ ัติพฤติกรรมทป่ี รากฏ
0 เมือ่ นักเรียนไมแ สดงหรอื ปฏบิ ัติพฤติกรรมที่ปรากฏ
ชื่อ - สกุล พฤติกรรมท่ปี รากฏดานการปฏบิ ัติตามขอตกลงในการเรยี น
มีอุปกร ณการเ ีรยนครบถวน
การเ ขาหองเรียนตรงเวลา
บ ิรเวณพื้นโตะและรอบหองเ ีรยนสะอาด
วางรองเ ทาห นาหองเปนระเบียบ
ั้ตงใจฟง ไม ุคยไมเ ลน ไ มทำงานอื่น
รวม ักนอภิปรายกับเพื่อนเ ่ืมอสง ัสย
ส ุรปเ ื่รองจากการฟงโดยบัน ึทกในส ุมด
รวม (7 คะแนน)
1.
2.
3.
4.
ลงช่อื ผสู งั เกต ............................................................ครูประจำวชิ า/หัวหนากลมุ
28
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา นวินยั :การสงงานตรงเวลา
รายวิชา ค 23101 วชิ า คณิตศาสตร 5 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
กิจกรรมท่ีสังเกตเร่อื ง.........................................................................................................
วัน..........................................ที่........เดอื น...........................................พ.ศ. 2565 เวลา...................
กลมุ ท.่ี ........................ชื่อกลุม .......................................................................................................................
วตั ถปุ ระสงค เพ่อื ประเมินพฤติกรรมการเรียนรดู า นคณุ ลักษณะดานการสง งานตรงเวลาของนกั เรยี นที่สง เสรมิ ให
เกิดการเรียนรใู นการเรยี นซง่ึ ใชว ิธีการสังเกตในขณะทำกิจกรรมในชน้ั เรียน
คำช้แี จง สงั เกตพฤตกิ รรมขณะที่นกั เรียนทำกจิ กรรมในช้ันเรยี นโดยใหป ระเมินนกั เรียนตามความ
เปนจริงดงั พฤติกรรมที่ปรากฏ
เกณฑการใหคะแนน
1 เมอื่ นักเรียนแสดงหรือปฏิบตั ิพฤติกรรมท่ีปรากฏ
0 เมื่อนกั เรยี นไมแสดงหรือปฏบิ ัติพฤติกรรมทีป่ รากฏ
ชอ่ื -สกุล สงงาน สง งาน สงงาน สงงาน รวม
ครัง้ ที่ 1 คร้งั ที่ 2 ครงั้ ที่ 3 ครัง้ ที่ 4 (4 คะแนน)
1.
2.
3.
4.
5.
ลงชื่อผูส ังเกต ............................................................ครปู ระจำวชิ า/หัวหนากลุม
29
บันทกึ หลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอนนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ................
ดานความรู
......................................................................................................................................................................................
ดา นทกั ษะ/กระบวนการคิด
......................................................................................................................................................................................
ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
......................................................................................................................................................................................
ปญ หา/อุปสรรค
......................................................................................................................................................................................
วธิ ดี ำเนินการปรบั ปรงุ แกไข
......................................................................................................................................................................................
ขอ เสนอแนะ
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................ผูสอน
(.....................................)
ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผไู ดรับมอบหมาย
ความคดิ เหน็ ของรองผูอำนวยการ
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(นางนนั ทรัตน เดชา)
รองผูอำนวยการโรงเรียนสุราษฎรพทิ ยา ๒
ความคดิ เหน็ ของผูอำนวยการ
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(นางปุญชรัศมิ์ ชัยบุญ)
ผูอำนวยการโรงเรยี นสุราษฎรพ ิทยา ๒
30
ใบกิจกรรมที่ 1: “เคล่อื นยา ยฉันหนอ ย”
สมาชกิ ภายในกลุมท.่ี .....
คำทรงพลงั ของกลมุ …………………………………………………………………………….
สมาชกิ ภายในกลมุ ประกอบดว ย 1). ..................................................................
2.).................................................................3).......................................................
คำชีแ้ จง: 1.ใหนักเรียนแตละกลมุ ชว ยกันเคลื่อนยาย สำลปี น หู ท้งั หมด 3 กาน เพอ่ื ทำใหเ กิดรูปสามเหลีย่ มที่คลายกัน 2 รปู
..........................ร...ูป..ท...ก่ี ..ำ..ห...นด รูปท่ีไดจ ากการเคลอ่ื นยาย สำลปี น หู
จากสถานการณท่ีกำหนด: รูปท่ไี ดจากการเคล่อื นไมขดี ไฟ 3 กาน
1.นักเรียนคดิ วารูปสามเหลีย่ มทคี่ ลายกัน 2 รูป น้ี เปนรปู สามเหล่ียมชนิดใด เพราะเหตุใด
ตอบ.........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
2. คำถาม: นักเรยี นรไู ดอ ยา งไรวารูปสามเหลย่ี ม 2 รปู คลา ยกัน
ตอบ.........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
3. คำถาม: นกั เรยี นคดิ วา อตั ราสวนของความยาวของดานคทู ่สี มนยั กันทกุ คมู ีคาเทากับเทา ไหรแ ละมีคา
เทากนั หรอื ไม เพราะเหตใุ ด
ตอบ.........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
31
ใบกจิ กรรมที่ 2: สามเหล่ยี มท่ีคลา ยกนั
ชอ่ื - สกุล............................................................เลขท.ี่ ......ม.3/...... กลุม ที่ ......
คำช้แี จง: 1.จากรปู สามเหล่ยี ม 2 รปู ท่ีกำหนดใหเปน รูปสามเหล่ียมท่ี
คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
2. จงหา คา ของ x และ y
32
เฉลยใบกิจกรรมที่ 2
จากรูป
(1) สามเหลีย่ ม 2 รปู เปน รูปสามเหลีย่ มที่คลายกนั เพราะวา
จากรปู สามเหลี่ยม 2 รูป จะได ∆ABC และ ∆PQR
เนอ่ื งจาก ∆ABC และ ∆PQR
มี C = P R, C B = P̂Q จะได BCA = RP
ดงั น้ัน ∆ABC ~ ∆PQR
(2) จาก ∆ABC ~ ∆PQR = 4.5
จะได AB = BC = CA
12 = 9 =
หาคา จะได 12 =
12 x 10 = 6
= 20
หาคา จะได 12 = 9
12 = 9 x 6
= = 4.5
ดังนน้ั = 20 และ
33
ส่ือ Power Point
34
35
36
37
ส่ือ GSP ของ สสวท.
38
ภาคผนวก ค
เกียรตบิ ัตรครู Model Teacher
โครงการ สงเสรมิ โรงเรยี นเปนชมุ ชนแหงการเรยี นรู (School as learning Community: SLC)
เพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรนุ ใหม
39
40
ภาคผนวก ง
ภาพการเผยแพรผ ลงาน
โครงการ สงเสรมิ โรงเรยี นเปน ชมุ ชนแหงการเรียนรู (School as learning Community: SLC)
เพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมอื งรุนใหม
41
ภาพการเผยแพรผ ลงาน
โครงการ สง เสริมโรงเรยี นเปน ชุมชนแหงการเรียนรู (School as learning Community: SLC)
เพอ่ื พัฒนาสมรรถนะพลเมืองรุนใหม
กจิ กรรม OPEN CLASS วันท่ี 22 กันยายน 2565
ดงั ล้งื ค https://photos.app.goo.gl/RFR6eAgGJ8qLwhhFA
42
ภาพการเผยแพรผลงาน
โครงการ สงเสรมิ โรงเรยี นเปน ชมุ ชนแหงการเรียนรู (School as learning Community: SLC)
เพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรุนใหม
การประชุมแลกเปลยี่ นเรียนรู ของ สพฐ.จงั หวัดนา น วันท่ี 16 – 19 กรกฎาคม 2565
โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ๒
132 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี 84000
Best Practice for Active Learning
https://www.facebook.com/Suratpittaya2