พุทธประวัติวิเคราะห0 : ความรุนแรงโดยการฆ<าในครั้งพุทธกาลกับแผนลอบสังหารพระพุทธเจEา An analysis of the history of Buddha: killing violence in the Buddha's time and the assassination plot of the Buddha มัลลิกา ภูมะธนIMallika Phumathon[1] พระปลัดระพิน พุทฺธิสาโรIPhrapalad Raphin Buddhisaro[2]* ดิเรก ดKวงลอยIDirek Duangloy[3] [1]มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรคX Nakhon Sawan Rajabhat University [2]มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย Mahachulalongkornrajavidyalaya University [3]มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรคX Mahachulalongkornrajavidyalaya University Nakhon Sawan Capus *Corresponding Author e-mail: [email protected] บทคัดยiอ บทความนี้เปlนการวิเคราะหXประวัติของพระพุทธเจKาผiานเหตุการณXความรุนแรงผiานการฆiา หรือการ ลอบสังหาร หรือความรุนแรงที่เกี่ยวเนื่อง ใชKวิธีการศึกษาจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวขKอง เขียนเปlนความ เรียงในแบบบทความวิชาการ ผลการศึกษาพบวiา พระพุทธเจKาในฐานะผูKเปlนศาสดาผูKกiอตั้งพระพุทธศาสนาไดKประสบกับเหตุการณX ความรุนแรงในหลายเหตุการณXทั้งในฐานะที่เขKาไปสูiทiามกลางความขัดแยKง อันจะเห็นเหตุนำไปสูiควายตายไดK หรือการ หรือการตกเปlนผูKถูกกระทำในรูปของความขัดแยKงทางความเชื่อจนกระทั่งกลายเปlนความบาดหมาง และการใชKความรุนแรงเพื่อการสังหารอีกฝ|ายไปในที่สุด หรือการจงใจตiอตำแหนiง ยศ ฐานะศักดิ์ จนนำไปสูi การวางแผนลอบสังหารโดยพระเทวทัตและพวกอยiางเปlนระบบ นับแตiการใชKนายขมังธนูฆiาและการฆiาป~ดปาก อยiางเปlนขั้นตอน การปลiอยชKางตกมันเพื่อทำการสังหาร แมKทั้งหมดจะไมiสำเร็จแตiสะทKอนความจริงในเรื่อง ความรุนแรงตiอการฆiาโดยมีเปาหมายเพื่อการแยiงชิงตำแหนiงผูKนำสงฆXในครั้งพุทธกาล คำสำคัญ : พุทธประวัติวิเคราะหX,ความรุนแรงโดยการฆiา,แผนลอบสังหารพระพุทธเจKา Abstract This article analyzes the history of the Buddha through the events of violence through killing. or assassination Use the study method from the document. and related research Write an essay in the form of an academic article The results of the study found that Buddha, as the founding teacher of Buddhism, has experienced many incidents of violence both as an entry into the midst of conflict. which will see the cause leading to the death of a buffalo or deliberately raising their position, rank, and title, leading to a systematic assassination plot by Devadatta and his group From the use of archers to kill and the killing to silence the mouth step by step. Letting the downed elephant
for slaughter Although all were not successful, but reflected the reality of violence against killing with the aim of vying for the position of the Buddhist monks' leadership. Keywords: analysis of Buddha history, murderous violence, assassination plot of the Buddha Keywords : บทนำ ประเด็นการใชKความ รุนแรงผiานการฆiา ที่มีทั้งฆiาคนอื่นเพื่อยุติ การชiวงชิงผลประโยชนXอยiางใด อยiางหนึ่ง รวมไปถึงการฆiาตัวเอง เพื่อยุติความตKองการและไมiตKองการอยiางใด อยiางหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเปlนภาพขiาวทางสังคม ทำใหKเกิดเปlนประเด็น ปçญหาของสังคม จึงมีการไดKศึกษาเพื่อลดความรุนแรงจากการฆiาที่ใชKมาตรการทางกฎหมาย ดังนั้นการฆiาจึง เปlนวิธีการหนึ่งในหลากหลายวิธี ที่มีเปาหมายเพื่อยุติปçญหา หรือยุติพฤติกรรมการกระทำ หรือไมiใหKกระทำ อยiางใดอยiางหนึ่ง การฆiาตัวตายจึงเปlนความรุนแรงชนิดหนึ่ง ทั้งรุนแรงตiอตนเอง ทั้งการฆiาคนอื่น โดยมี เปาหมายเพื่อยุติการบทบาทใดบทบาทหนึ่ง อาจเปlนตำแหนiง หนKาที่ การไดKมาซึ่งทรัพยXสิน ดังปรากฏใน ประวัติทางการเมืองพระเจKาอโศก (Aśoka,268-232 ก=อน ค.ศ.) แหiงราชวงศXโมริยะ กับการสังหารพี่นKองรiวม สายโลหิตเพื่อแยiงชิงตำแหนiงทางการเมืองการปกครอง กษัตริยXจิ๋นฉี (Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ปõกiอน ค.ศ.) ก็ใชKความรุนแรงสังหารสมาชิกราชวงศXเพื่อการไดKมาซึ่งตำแหนiงทางการปกครอง (Paludan, Ann,1998; Portal, Jane,2007) หรือการที่กษัตริยXธีบอ (Thibaw Min, 1859 –1916)) ราชวงศXสุดทKายของระบบกษัตริยX ในพมiา (Christian, John LeRoy,1944; Hall, D.G.E.,1960) ซึ่งมีหลักฐานวiาใชKความรุนแรงตiอคูiแขiงดKวยการ ฆiาเปlนเครื่องมือหรือกลไกในการไดKมาซึ่งอำนาจ ตลอดระยะเวลา 417 ปõที่อาณาจักรอยุธยาดำรงอยูi ไดKเกิด เหตุการณXสำคัญในประวัติศาสตรXมากมาย และเหตุการณXที่มักจะเกิดขึ้นตลอดการดำรงอยูiของอยุธยา ก็คือ การชิงราชสมบัติเพื่อที่จะเปlนกษัตริยXนั่นเอง โดยพบวiาอาณาจักรอยุธยาไดKเกิดการชิงราชสมบัติมากถึง 15 ครั้ง หรือเฉลี่ยแลKวจะเกิดการชิงราชสมบัติทุก ๆ 27 ปõกับอีก 9 เดือน การชิงราชสมบัติในที่นี้ จะมีทั้งที่ ปราศจากความรุนแรง รวมถึงที่เกิดเปlนสงครามจนทำใหKมีผูKคนลKมตาย ดังกรณี พระราเมศวรชิงบัลลังกXพระเจKา ทองลัน (พ.ศ. 1917 – พ.ศ. 1931) ทางดKานพระเจKาทองลันก็ถูกสำเร็จโทษ เมื่อ พ.ศ.1931 ทำใหKพระองคX เปlนกษัตริยXอยุธยาไดKเพียง 7 วัน ขณะอายุ 14 พรรษา และเปlนพระองคXแรกที่ถูกสำเร็จโทษ หรือใน พ.ศ. 2076 (พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม),2553) พระบรมราชาราชาที่ 4 (พ.ศ. 2031 – พ.ศ. 2076) หรือพระหนiอพุทธางกูร (เหลนของเจKาสามพระยา) เสด็จสวรรคต พระรัษฎาธิราช พระราช โอรสวัยเพียง 5 พรรษา จึงครองราชยXสืบตiอ เมื่อ พ.ศ. 2076 - 2077 (5 เดือน) แตiในปõถัดมา พระไชยราชาผูK เปlนพระอนุชาของพระหนiอพุทธางกูร ก็ชิงราชสมบัติและสำเร็จโทษพระรัษฎาธิราช เปlนตKน (มูลนิธิสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา,2554) เมื่อกลiาวยKอนกลับมาที่การแยiงชิงผูKนำทางศาสนา ที่เคยเกิดขึ้นในกรณีของ ศาสนาชิก (Singh, Prithi,2006) และศาสนาอิสลาม (กัลวัช, อาหXหมัด เอ,2522) หรือยKอนกลับไปหาสมัย พุทธกาล การที่พระเจKาพิมพิสาร (Bimbisara; 114 ปõกiอนพุทธศักราช – พ.ศ. 52) ผูKเปlนสหายของ พระพุทธเจKา (Rawlinson, Hugh George,1950) ที่ถูกพระเจKาพระเจKาอชาตศัตรู (Ajātaśatru, 492 ถึง 460
ปõกiอนคริสตXศักราช) ผูKเปlนพระราชโอรสชิงตำแหนiงจนถึงแกiชีวิต และในชั้นหลาน พระเจEาอุทัยภัทร (Udayin,460-444 ปõกiอน ค.ศ.) (Singh, Upinder,2016) สังหารพiอเพื่อชิงตำแหนiง. เปlนลำดับ รวมแลKว 7 ชั่วอายุคน (พระเจKาพิมพิสาร-พระเจKาอชาตศรัตรู-พระเจKาอุทัยภัทร-พระเจKาอนุรุทธะฯ) จนกระทั่งสุดทKายเสนา อำมาตยXไมiพอใจและเห็นวiาเปlนราชวงศXลูกฆiาพiอ จึงไดKทำการสังหารกษัตริยXองคXสุดทKายของราชวงศXและ สถาปนาตัวเองขึ้นเปlนกษัตริยXความรุนแรงและการฆiาก็ไดKกลายมาเปlนเหตุผลรiวมในการแกKปçญหาและยุติ ปçญหาดังปรากฏ เมื่อจำเพาะไปที่พระพุทธเจKาในฐานะศาสดาผูKกiอตั้งพระพุทธศาสนา เปlนผูKบริหาร หรือเปlน CEO ที่ ตKองการบริหารกิจการพระพุทธศาสนาใหKเปlนไปในทางที่สรKางสรรคX จึงอาจมีการใหKคุณโทษ ตำหนิ วiากลiาว ตักเตือนตามหลักการทางพระพุทธศาสนา ซึ่งอาจหมายถึงเปlนเรื่องปกติของคนที่เปlนผูKนำองคXกรที่ตKองมีการใหK คุณใหKโทษวiากลiาวตักเตือน แตiในพฤติกรรมการสั่งสอนอาจมีคนทำตาม เห็นตiาง เห็นดKวย และยKอนแยKงใน หลักการและขKอเท็จจริงเหลiานั้น ซึ่งสiงผลใหKเกิดผิดใจ ขัดใจ ไมiพึงใจ ดังกรณีพระสุภัททะ “...ภิกษุผูTบวชตอน แก=ชื่อสุภัททะ นั่งอยู=ในที่ประชุมนั้น ไดTกล=าวกับภิกษุทั้งหลายดังนี้ว=า “พอทีเถิด พวกท=านอย=าโศกเศรTา อย=า คร่ำครวญ เลย พวกเรารอดพTนดีแลTวจากพระมหาสมณะรูปนั้นที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชพวกเราอยู=ว=า ‘สิ่งนี้ควรแก=พวก เธอ สิ่งนี้ไม=ควรแก=พวกเธอ’ บัดนี้พวกเราปรารถนาสิ่งใด ก็จักทำ สิ่งนั้น ไม=ปรารถนาสิ่งใด ก็จักไม=ทำสิ่งนั้น” (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ ๗ วินัยป~ฎก จุลวรรค ภาค ๒ หนKาที่ ๓๗๖ ขKอที่ ๔๓๗) หรืออาจใชK คำวiาตายเสียไดKก็ดีจนเปlนที่มาของการทำสังคายนาครั้งที่ 1 หรือพฤติกรรมของพระเทวทัต กับกรณีของการ ขอพระพระพุทธเจKา และขอพรเพื่อปรับเปลี่ยน รวมไปถึงขอตำแหนiงพระพุทธเจKา ประหนึ่งวiาเปlนมานานแลKว ขอกระผมเปlนบKางดังปรากฏเปlนหลักฐานทางดKานคัมภีรXทางพระพุทธศาสนา (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหา จุฬาฯ) เลiมที่ ๑ วินัยป~ฎก มหาวิภังคX ภาค ๑ หนKาที่ ๔๔๓ ขKอที่ ๔๑๐) ดังนั้นในบทความนี้จะไดKวิเคราะหX ประเด็นแยกแยะ เพื่อแสวงหาคำอธิบายเสริมตiอประเด็นการใชKความรุนแรงในประเด็นของการสังหาร หรือ ลอบฆiาพระพุทธเจKาโดยมีเปาหมายเพื่อทดลองประลองตiอชุดความเชื่อ ผลประโยชนX เปlนตำแหนiง ลาภยศ อัน พึงไดK หรือเพื่อชiวงชิงพื้นที่ในการตลาดทางศาสนาในครั้งพุทธกาล ซึ่งบทความนี้จะไดKวิเคราะหXศึกษาตiอไป สาเหตุของการใชEความรุนแรง ลอบสังหารพระพุทธเจEา เหตุการณXหรือสถานการณXที่เกิดขึ้นคงไมiมีบังเอิญ หรือเกิดขึ้นโดยไมiมีเหตุปçจจัย เมื่อกลiาวถึงประเด็น การลอบสังหาร หรือการใชKความรุนแรงตiอพระพุทธเจKาดKวยหวังผลตiอชีวิต นั้นเปlนเหตุการณXที่เกิดขึ้นและเนื่อง ตiอพระพุทธเจKา ซึ่งในการวิเคราะหXนี้จะไดKเทียบเคียงเพื่อใหKเห็นวiามีอะไรเปlนแรงจูงใจ หรือเหตุผลจูงใจนำใน การใชKความรุนแรง จนกระทั่งเปlนการมุiงหวังตiอชีวิตของพระพุทธเจKา ซึ่งสามารถจำแนกไดK คือ 1.การมีเจตนาแอบแฝงโดยหวังผลเปeนชีวิตของพระพุทธเจEา เนื่องดKวยเหตุการณXที่พระพุทธเจKาใน ชiวงแรกของการประกาศศาสนา ไดKขอเขKาไปพักกับอุรุเวลากัสสปะ ดKวยเจตนาของพระพุทธเจKาคือการเผยแผi พระพุทธศาสนา หรือการใชKวิธีการรุกคืบเผยแผiพระพุทธศาสนา (1) การไปขอพักที่โรงบูชาไฟซึ่งฝ|ายชฎิลก็ รูKอยูiแลKววiามีพญานาคดุรKาย แมKจะพยายามหKามพระพุทธเจKาและแจKงบอกถึงความอันตราย พระพุทธเจKาก็ยัง ก็ ยืนยันเจตนานั้น (2) พระพุทธเจKารูKอยูiวiาอันตรายแตiก็ยืนยัน (3) ฝ|ายชฎิลรูKอยูiแตiไมiยอมหKาม กลับอนุญาตและ
ปลiอยใหKพระพุทธเจKาไปพักในโรงไฟนั้น ประหนึ่งวiา “อยากลองดีใชiไหม” ดังนั้นจึงอาจตีความไดKวiา (4) มี เปาหมายเพื่อทดสอบไปจนถึงทำรKาย หรือ (5) มุiงหวังตiอชีวิตก็เปlนไปไดK ดังปรากฏเปlนขKอมูลที่วiา พระผูKมีพระภาค ไดKตรัสกับชฎิลอุรุเวลกัสสปะวiา “กัสสปะ ถKาทiานไมiหนักใจ คืนนี้ เราจะขอพักในโรงไฟ” ชฎิลอุรุเวลกัสสปะกราบทูลวiา “ขKาแตiมหาสมณะ ขKาพเจKาไมiหนักใจ เลย ขKาพเจKาหวังความผาสุก จึงหKามทiานวiา ที่โรงไฟนี้ มีพญานาค เปlนสัตวXดุรKาย มีฤทธิ์ เปlน อสรพิษ มีพิษรKาย มันอยiาไดKทำรKายทiาน” พระผูKมีพระภาคตรัสวiา “มันคงไมiทำรKายเรา กัสส ปะ ทiานโปรดอนุญาตโรงไฟเถิด” พระผูKมีพระภาคทรงทราบวiาชฎิลอุรุเวลกัสสปะไดKอนุญาต ใหKแลKว ไมiทรงครั่นครKาม ทรงปราศจากความกลัว เสด็จเขKาไป พญานาคเห็นพระผูKมีพระภาค ผูKแสวงหาคุณเสด็จเขKาไป ก็ไมiพอใจ จึงบังหวนควัน ฝ|ายพระผูKมีพระภาคทรงเปlนมนุสสนาคะ มีพระทัยชื่นบาน มีพระทัยไมiขัดเคือง ก็ทรงบังหวนควันในโรงไฟนั้น สiวนพญานาคทนการลบหลูiไมiไหว จึงพ<นไฟราวกับไฟไหมEปiาสูE ฝiายพระผูEมีพระ ภาคทรงเปeนมนุสสนาคะทรงฉลาดในเตโชกสิณ ทรงโพลงไฟสูEบEาง เมื่อทั้งสองฝiายโพลง ไฟขึ้น เรือนไฟก็ลุกโพลง โชติช<วงดุจทะเลเพลิง พวกชฎิลกลiาวกันวiา “แน<ะผูEเจริญ มหา สมณะรูปงามคงจะถูกพญานาค ทำรEายเปeนแน<” ครั้นราตรีนั้นผiานไป เปลวไฟของ พญานาคถูกทำลาย สiวนเปลวไฟหลากสีของพระผูKมีพระภาคผูKทรงฤทธิ์ยังอยูi พระรัศมีหลาก สี คือ สีเขียว สีแดง สีแสด สีเหลือง สีแกKวผลึก ปรากฏที่พระกายของพระอังคีรส พระผูKมีพระ ภาค ทรงจับพญานาคขดลงในบาตรแลKว ทรงแสดงแกiชฎิลอุรุเวลกัสสปะวiา “ทiานกัสสปะ นี่ พญานาค ของทiาน เราครอบงำเดชของมันดKวยเดชของเราไดKแลKว” ขณะนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสส ปะเลื่อมใสในอิทธิปาฏิหาริยXนี้ของพระผูKมีพระภาค ยิ่งนักแลKวไดKกราบทูลพระผูKมีพระภาค ดังนี้วiา “ขKาแตiมหาสมณะ โปรดประทับอยูiที่ นี่แหละ ขKาพเจKาจักบำรุงพระองคXดKวย ภัตตาหารประจำ” พฤติการณXของเหตุการณXนี้ แมKที่สุดพระพุทธเจKาถูกกระทำความรุนแรง แตiไมiถึงกับบาดเจ็บเสียหาย หรือเสียชีวิต แตiพฤติการณXในองคXรวมประหนึ่งเปlนการเล็งเห็นผลตiอพฤติการณXของการตัดสินใจนั้น อาจ ตีความไดKวiา “อุรุเวลกัสสปะ” พรKอมคณะ ยiอมเล็งเห็นผลไดKวiาการเขKาพักในโรงบูชาไฟถึงตายแนi หรือตกเปlน ผูKถูกกระทำแนi ๆ จึงตีความไดKวiา “ประสงคXตiอชีวิต” ดKวยเล็งเห็นผลตiอพฤติกรรมการตัดสินใจนั้นของเจKา สำนักตiอการอนุญาตใหKพัก จึงตีความวiาเปlนแผนลอบสังหารพระพุทธเจKาศาสดาใหมi ผูKหาญกลKามาเหยียบถึง ถิ่น ประหนึ่งหมิ่นศักดิ์ความเปlนเจKาศาสดาในพื้นที่ของตนเอง การชiวงชิงพื้นที่ทางการตลาดศาสนาจึงรุนแรง และเอากันถึงตาย 2.การทดสอบแมEไม<หวังผลเปeนชีวิต กรณีศิษยXของพระพุทธเจKา และศิษยXของนิครนถXตiางแสดง ความเห็นวiาอาจารยXของตนเองเปlนอรหันตX วิเศษกวiา จึงเปlนที่มาของการ “ทดสอบ” ผลปรากฏวiาการ ทดสอบนั้น นัยหนึ่งเปาหมายเพื่อตKองการทดสอบถึงความเปlน “สุดยอด” ของอาจารยXตน แตiอีกนัยหนึ่งเกิด พลาด จะสiงผลเปlนชีวิตและความตายไดK เพราะพฤติการณXจึงเปlนประหนึ่งของการลอบสังหารเสียทีเดียว ดัง ปรากฏในเนื้อหาที่เกี่ยวกับพุทธประวัติในตอนนี้วiา จากเหตุการณXที่เกิดขึ้นกรณีของ คหรทินนX กับ สิริคุตตXที่
ตiางฝ|ายตiางเชื่อศรัทธาและเคารพนับถือแตกตiางกันฝ|ายหนึ่งนับถือพระพุทธเจKา อีกฝ|ายหนึ่งนับถือศาสนาเชน (นิครนนาฎบุตร) แตiในความเชื่อยังไดKพยายามแนะนำอาจารยXของกันและกัน รวมทั้งประโคมและอวดกันวiา อาจารยXของตัวเองดีกวiา เขKาทำนองวiาครูอาจารยXของเราเจ¥งกวiา ถKาเทียบกับพฤติกรรมรiวมสมัยก็กรณีของคน ลองของ เหรียญผมเจ¥งที่สุดแลKว ของเราสุดยอดแลKว มันเปlนอะไรที่สุดยอดมาก “อวดของ-อวดอาจารย0” ตiาง ฝ|ายตiางเชียรXอาจารยXของตัวเอง จึงนำไปสูiการสรKางทiาทีจำยอม แตiผลและการกระทำเปlนมุiงหวังรKายตiอกัน “อาฆาต” และแสดงออกเปlนความรุนแรงในเชิงพฤติกรรมและการกระทำ การทดลองอาจารยXของกันและกัน จึงเกิดขึ้น สิริคุต (นับถือพระพุทธเจKา) นับถือพระพุทธศาสนาจึงลองฤทธิ์ความเปlนพระอรหันตXของนิครนถXดKวย การนิมนตXมาฉันที่บKานตามการเรKาของเพื่อน แตiก็แกลKงทำหลุมคูถ (อุจจาระ) ไวKดKานลiางแลKวลาดปูดKวยอาสนะ สิริคุตตzนั้นใหTคนขุดหลุมยาว 2 ขTาง ในระหว=างเรือน 2 หลังนั้นแลTว ก็ใหTเอาคูถเหลว ใส=จนเต็ม ใหTตอกหลักไวTในที่สุด 2 ขTางภายนอกหลุม ใหTผูกเชือกไวTที่หลักเหล=านั้น ใหTตั้งเทTา หนTาของอาสนะทั้งหลายไวTบนเบื้องบนหลุม ใหTตั้งเทTาหลังไวTที่เชือก สำคัญอยู=ว=า "ในเวลาที่นั่ง แลTวอย=างนี้แล พวกนิครนถzจักมีหัวป}กตกลง" ใหTคนลาดเครื่องลาดไวTเบื้องบนอาสนะทั้งหลาย โดยอาการที่หลุมจะไม=ปรากฏ, ใหTคนลTางตุ=มใหญ= ๆ แลTว ใหTผูกปากดTวยใบกลTวยและผTาเก=า ทำตุ=มเปล=าเหล=านั้นแลใหTเปÄÅอนดTวยเมล็ดขTาวตTม ขTาวสวย เนยใส น้ำอTอยและขนม ใน ภายนอกแลTว ใหTตั้งไวTขTางหลังเรือน. พรEอมสำทับว<าครูอาจารย0ของท<านรูEแจEงทุกเรื่องจริงหรือ คหรทินห0ตอบอยiางมั่นใจวiาแนiนอน ผล จากเหตุการณXนั้น คือตกลงไปในหลุมคูถ เปlนที่อับอายและเสียหนKา รวมทั้งการผูกอาฆาต ผูกความโกรธไวKดKวย จนกระทั่งมีการฟองรKองตiออาญาเมือง รวมทั้งรอเวลาแกKคืนเอาคืน ครหทินน0เตรียมแกEแคEนสิริคุตต0ดKวยความโกรธ โกรธจนไมiยอมพูดกับเพื่อนเปlนแรมเดือน แตi ความแคKนยังฝçงใจอยูi จึงทำทีเปlนตีสนิทและจะเอาคืนดKวยการใหKไปนิมนตXพระพุทธเจKาและพระสงฆXตามการ แนะนำของสิริคุตตX พรKอมถามวiาพระพุทธเจKาเปlนผูKรูK “อดีตและอนาคต” เขKาทำนองโปรโมทสินคKาใหKกระนั้น ผลจึงเปlนการทดลองฤทธิ์ของพระพุทธเจKา แตiอีกนัยหนึ่งเปlนการแฝงดKวยความโกรธอาฆาตและการเอาคืน ดัง ปรากฏหลักฐานเหตุการณXตามคัมภีรXที่เลiาถึงเหตุการณXครั้งพุทธกาลวiา ครหทินนzเตรียมรับพระศาสดา ครหทินนXคิดวiา "บัดนี้ เราจักรูTกิจที่ควรทำแก=พระ สมณโคดมนั้น" จึงใหTขุดหลุมใหญ=ไวTในระหว=างเรือน 2 หลัง ใหTนำไมTตะเคียนมาประมาณ 80 เล=มเกวียน ใหTจุดไฟสุมตลอดคืนยังรุ=งแลTว ใหTทำกองถ=านเพลิงไมTตะเคียนไวT วางไมTเรียบบน ปากหลุม ใหTปÖดดTวยเสื่อลำแพน ใหTทาดTวยโคมัย ลาดท=อนไมTผุไวTโดยขTางหนึ่งแลTว ใหTทำทาง เปÜนที่ไปสำคัญอยู=ว=า "ในเวลาที่พวกสมณะเหยียบแลTวๆ อย=างนี้ เมื่อท=อนไมTทั้งหลายหักแลTว พวกสมณะจักกลิ้งตกไปในหลุมถ=านเพลิง." ใหTตั้งตุ=มไวTในภาคแห=งหลังเรือน โดยวิธีที่สิริคุตตz ตั้งแลTวเหมือนกัน, ใหTปูแมTอาสนะทั้งหลายไวTอย=างนั้นเหมือนกัน. ครหทินนzเลื่อมใสพระพุทธเจTา ลำดับนั้น พระศาสดาทรงเหยียดพระบาทลงเหนือ หลุมถ=านเพลิง, เสื่อลำแพนหายไปแลTว, ดอกบัวประมาณเท=าลTอผุดขึ้นทำลายหลุมถ=านเพลิง.
พระศาสดาทรงเหยียบกลีบบัว เสด็จไปประทับนั่งลงบนพุทธอาสนz ที่เขาปูลาดไวTแมTภิกษุ ทั้งหลาย ก็ไปนั่งบนอาสนะอย=างนั้นเหมือนกัน ความเร=ารTอนตั้งขึ้นแต=กายของครหทินนzแลTว เขาไปโดยเร็ว เขTาไปหาสิริคุตตzบอกว=า "นาย ขอท=านจงเปÜนที่พึ่งของขTาพเจTา" จากเหตุการณXนี้ การทำหลุมเพลิงไวKใตKที่นั่ง ประหนึ่งวiาถKาเหยียบโดยไมiระวังตัว หรือไมiรูK แบบถiาย น้ำหนักไปทั้งตัว จะตกลงไปในหลุiมนั้นและถูกไฟคลอกเสียชีวิต ถKามองมุมหนึ่งเปlนการทดลองวiาศาสดาที่เพื่อน คุยวiาเปlนพระอรหันตX รูK “กาล” วiามีฤทธิ์ จะมีจริงหรือไมi ถKามีจริงจะตKองรูK ไมiตกลงไป หรือเหาะไดK เหาะหนี จากการตกลงไปในหลุมเพลิงไดK หรือถKาตกลงไปก็ไมiเปlนอะไร ซึ่งทุกอยiางคิดไดKทั้งสิ้น แตiอีกนัยถKาเปlนผล ตรงกันขKาม ก็จะตกลงไป และเสียชีวิต หรือไมiถึงขั้นเสียชีวิตก็ไดKรับอันตรายบาดเจ็บสาหัสผลของการทดลองจึง เกิดขึ้น 3. การช<วงชิงตำแหน<งและผลประโยชน0และความผูกอาฆาตโกรธ ในประเด็นนี้จะพูดถึงพระเทวทัต ซึ่งหมายถึงบุคคลที่เปlนบุคคลรiวมสมัยกับพระพุทธเจKาและใชKความรุนแรงทั้งทางตรงและทางอKอม ทางตรงคือ เปlนผูKกระทำเอง ทางอKอมคือการวiาจKาง สรKางสถานการณใหKมีผูKสนับสนุนและใชKความรุนแรงนั้นเปlนเครื่องมือ ตiอชีวิต โดยมุiงหวังตiอผลไดK หรือเล็งผลไดKตiอความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ดังปรากฏในงานวิจัยของพระมหา ไกรวรรณ ชินทตฺติโย (2546) ศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิเคราะหXบทบาทของพระเทวทัตที่ปรากฏ ในคัมภีรX พระพุทธศาสนา” และใหKขKอมูลสาเหตุในประเด็นนี้ไวKวiา “พระเทวทัตไดTเริ่มผูกอาฆาตในพระโพธิสัตวz ตั้งแต= สมัยที่ท=านเกิดเปÜนพ=อคTาชื่อว=า เสรีวะ และในชาติต=อ ๆ มา ท=านก็ไดTตามจองเวรอีกเรื่อยมา จนถึงชาติที่พระ โพธิสัตวz เสวยพระชาติเปÜนพระเวสสันดร ส=วนท=านเกิดเปÜนพราหมณzชูชก และในชาติป}จจุบัน ท=านก็เริ่มจอง เวรพระพุทธองคzตั้งแต=เมื่อท=านถูกความโลภครอบงำ จนถึงขึ้นคิดจะปกครองสงฆz จึงเขTาไปทูลขอกับพระพุทธ องคz แต=ถูกพระองคzปฏิเสธ จึงไดTผูกอาฆาตแลTวพยายามเพื่อจะปลงพระชนหลาย แต=ไม=สำเร็จ” นอกจากนี้ยังมีเหตุการณXที่พระเทวทัตไดKทูลขอตำแหนiงบริหารคณะสงฆXจากพระพุทธเจKา ถKาเทียบก็ คือขอตำแหนiงบริหารจากพระพุทธเจKาโดยอKางเหตุวiาพระพุทธเจKาชราภาพมากแลKว จึงนำไปสูiการขอ พระพุทธเจKาจึงตำหนิพระเทวทัต ดKวยพรจากพระพุทธเจKา 5 ประการ แตiไมiไดKรับการตอบรับจากพระพุทธเจKา 1. ภิกษุทั้งหลายควรอยูiป|าตลอดชีวิต ภิกษุรูปใดเขKาบKาน ภิกษุรูปนั้นมีโทษ 2. ภิกษุทั้งหลายควรเที่ยวบิณฑบาตตลอดชีวิต ภิกษุรูปใดยินดีกิจนิมนตXภิกษุรูปนั้นมีโทษ 3. ภิกษุทั้งหลายควรถือผKาบังสุกุลตลอดชีวิต ภิกษุรูปใดยินดีผKาคหบดีภิกษุรูปนั้นมีโทษ 4. ภิกษุทั้งหลายควรอยูiโคนไมKตลอดชีวิต ภิกษุรูปใดอาศัยที่มุงที่บัง ภิกษุรูปนั้นมีโทษ 5. ภิกษุทั้งหลายไมiควรฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต ภิกษุรูปใดฉันปลาและเนื้อ ภิกษุรูปนั้นมี โทษ” พระผูKมีพระภาคตรัสหKามวiา “อยiาเลยเทวทัต ภิกษุรูปใดปรารถนาก็จงอยูiป|าเถิด ภิกษุรูปใดปรารถนาก็จงอยูiในละแวกบKานเถิด ภิกษุรูปใดปรารถนาก็จงเที่ยว บิณฑบาตเถิด ภิกษุรูปใดปรารถนาก็จงยินดีกิจนิมนตXเถิด ภิกษุรูปใดปรารถนาก็จง ถือผKาบังสุกุลเถิด ภิกษุ รูปใดปรารถนาก็จงยินดีผKาคหบดีเถิด เราอนุญาตถือ เสนาสนะตามโคนไมK 8 เดือนเทiานั้น
เราอนุญาตปลาและเนื้อที่บริสุทธิ์ดKวยอาการ 3 อยiาง คือ (1) ไมiไดKเห็น (2) ไมiไดKยิน (3) ไมiไดK นึกสงสัย” (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ 1 วินัยป~ฎก มหาวิภังคX ภาค 1 หนKาที่ 443 ขKอที่ 410) จากสถานการณXนำไปสูiการทำสังฆเภทคือการทำใหKสงฆXแตกแยก ดังปรากฏขKอมูลที่วiา พระเทวทัตทำลายสงฆzชักชวนภิกษุ500 รูปเขTาเปÜนพรรค พวกพาหนีไปอยู=ที่คยา สีสประเทศ พระผูTมีพระภาครับสั่งใหTพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะไปตามภิกษุ500 รูป กลับ (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ 7 วินัยป~ฎก จุลวรรค ภาค 2 หนKาที่ 221 ขKอที่ 355) ยกเหตุการณXนี้มาอธิบายจะพบแรงจูงใจที่พระเทวทัต บุคคลในมิติทางประวัติศาสตรXพระพุทธศาสนา ที่เกี่ยวขKองกับพระพุทธเจKา ทั้งมีพฤติกรรมประสงคXตiอชีวิตพระพุทธเจKา โดยมีเหตุการณXที่เนื่องตiอที่วiาพระ เทวทัตแนะนำเจKาชายอชาตศัตรู มกุฎราชกุมารใหKปลงพระชนมXพระเจKาพิมพิสารพระราชบิดาของพระองคX แลKว จึงไปเฝาพระพุทธเจKา ขณะนั้นพระพุทธเจKาเสด็จกลับมาประทับอยูiในกรุงราชคฤหX พระเทวทัตกราบทูล วiา “...พระพุทธเจTาทรงพระชราแลTว ขอใหTทรงมอบตำแหน=งกิจการบริหารคณะสงฆzใหTแก=ตนเสีย เลยถูก พระพุทธเจTาทรงทักดTวย เขฬาสิกวาท เขฬาสิกวาทแปลตามตัวว=า ผูTกลืนกินกTอนน้ำลายกTอน เสลดที่บTวนทิ้ง แลTวความหมายเปÜนอย=างนี้คือ นักบวชนั้น เมื่อออกบวชไดTชื่อว=าเปÜนผูTเสียสละแลTวซึ่งทุกสิ่ง ทุกอย=าง เช=น ลูก เมีย ทรัพยz และตำแหน=งฐานันดรต=างๆ พระเทวทัตก็ชื่อว=าสละสิ่งเหล=านี้เสียแลTวเมื่อ ตอนออกบวช แต= เหตุไฉนจึงยTอนกลับมายอมรับซึ่งเท=ากับมาขอกลืนกินสิ่งเหล=านี้อีก...” พระเทวทัตฟçงแลKวเสียใจ ผูกความอาฆาตพระพุทธเจKายิ่งขึ้น (พระวันชัย ภูริทตฺโต,2565) จึงวาง แผนการกระทำรุนแรงเพื่อปลงพระชนมXพระพุทธเจKาหลายแผน เฉพาะดKานการเมืองนั้น พระเทวทัตไดKทำ สำเร็จแลKวคือเกลี้ยกลiอมอชาตศัตรูราชกุมารใหKเลื่อมใสตนไดK แลKวราชกุมารผูKนี้ไดKปลงพระชนมXพระราชบิดา จนในที่สุดไดKขึ้นครองราชยXในเวลาตiอมา ที่ยังไมiสำเร็จก็คือการปลงพระชนมXพระพุทธเจKา วิธีการคือพระ เทวทัตไดKวiาจKางพวกขมังธนูหลายคน ลKวนแตiมือแมiนในการยิงธนูทั้งนั้น ไปลอบยิงสังหารพระพุทธเจKาที่วัด เวฬุวนารามในกรุงราชคฤหX ทั้งนี้โดยพระเจKาอชาตศัตรูทรงรูKเห็นดKวย แตiเมื่อพวกนายขมังธนูถืออาวุธมาถึงวัด ที่พระพุทธเจKาประทับอยูi ไดKเห็นพระพุทธเจKาแลKว เกิดมือไมKอiอนเปลี้ยไปหมด ยิงไมiลง เพราะพุทธานุภาพอัน นiาเลื่อมใสขiมใจใหKสยบยอบลง จึงตiางวางคันธนูแลKวกราบบาทพระพุทธเจKา ดังนั้นแผนและวิธีการสังหาร พระพุทธเจKาจึงไมiสำเร็จในกรณีของผูKวiาจKางเพื่อการสังหารหรือลอบปลงชีวิตพระพุทธเจKา หรือการลงมือ สังหารเอง แตiทั้งหมดของเหตุการณXสะทKอนใหKเห็นวiา การใชKความตายเปlนเครื่องมือในการยุติคนโดยมี ความหวังหรือสิ่งหวังเปlนผลตอบแทน ความตายจึงถูกทำใหKเปlนเครื่องมือไดKดKวยดังปรากฏในเหตุการณXนี้ พระผูTมีพระภาคประทับที่เมืองโกสัมพีพระเทวทัตทำกรรมเลวทราม เสื่อมจากฤทธิ์กกุธ โกëิยเทพบุตรเขTาไปแจTงข=าวแก=พระมหาโมคคัลลานะ สงฆzลงปกาสนียกรรมพระเทวทัต อชาตศัตรู กุมารถูกพระเทวทัตยุยงใหTปลงพระชนมzพระชนก พระเทวทัตส=งบุรุษไปลอบปลงพระชนมzพระผูTมีพระ ภาคแต=ไม=สำเร็จ พระเทวทัตกลิ้งศิลาหวังจะปลงพระชนมzพระผูTมีพระภาคดTวยตนเอง สั่งใหTคนปล=อย
ชTางนาฬาคิรีเพื่อทำรTายพระผูTมีพระภาค (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ 7 วินัยป~ฎก จุล วรรค ภาค 2 หนKาที่ 221 ขKอที่ 355) 4. การนำพระองค0เองเขEาไปอยู<ท<ามกลางความขัดแยEง หรือสถานการณXที่เสี่ยงตiอการเสียชีวิต หรือถูกสังหาร ดังกรณีที่พระพุทธเจKาเขKาไปมีสiวนรiวมในเหตุการณXหKามประยูรญาติ ในสงครามแยiงน้ำ การเขKา โปรดองคุลีมาล ในสถานการณXของความเชื่อที่วiาดKวยเรื่อง “ฆ<าตัดนิ้ว” เพื่อเปlนการสืบวิชา การเขKาไปทiามสง ครามฆiาลKางเผiาพันธุXศากยะ ที่สiงผลกระทบเปlนชีวิตและความตายไดKตลอดเวลา จากเหตุการณXที่ยกมาทั้งหมด ทั้งมวล มีเปาประสงคXเพื่อการนำไปสูiการลดความรุนแรง หรือผลกระทบจากความเสียหาย แตiอีกความหมาย หนึ่งเหตุการณXดังกลiาวอาจนำไปสูiความรุนแรง หรือความพลาดจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุดดKวยเชiนกัน ดังนั้นทั้งหมดที่ยกมาจึงมีนัยยะเปlนผลกระทบ ที่เกิดขึ้นเนื่องดKวยสถานการณXที่จะนำไปสูiการปลง ชีวิตของพระพุทธเจKา หรือการลอบสังหารพระพุทธเจKา แตiเหตุการณXเหลiานั้นก็สามารถคลี่คลายไปในทางที่ดี และเปlนคุณตiอพระพุทธเจKาในที่สุดดKวยเชiนกัน แผนลอบสังหารพระพุทธเจEา จากหลักฐานที่ปรากฏบอกไมiไดKทั้งหมดวiาเหตุการณXในแตiละลำดับมีขั้นตอนวิธีการอยiางไร เพราะ เปlนหลักฐานที่เกิดขึ้นแลKว และถูกบันทึกไวKในประวัติศาสตรXทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในการศึกษาจะไดKยกเหต การณXที่เกิดขึ้นในครั้งพุทธกาลทั้งที่ปรากฏในคัมภีรX ปรากฏในอรรถกถา หรือชั้นหลัง ที่เนื่องดKวยเหตุกาณXของ พระพุทธเจKา ประหนึ่งตKองการนำเสนอถึงวิธีการและผลจากความรุนแรงนั้น รวมทั้งวิธีการในการแกKปçญหาที่ เกิดขึ้น เพื่อสะทKอนผลวiาแผนการลอบสังหาร หรือการใชKความรุนแรงตiอพระพุทธเจKาไมiสำเร็จผลดังที่จะไดKนำ เหตุการณXมาวิเคราะหXนำเสนอเปlนลำดับไป พระเทวทัตกับนายขมังธนู เมื่อพระเจKาอชาตศัตรูทรงเลื่อมใสพระเทวทัต ทรงนำลาภและสักการะมาถวายเปlนอันมาก พระ เทวทัตถูกลาภและสักการะครอบงำ เกิดความคิดที่จะปลงพระชนมXพระพุทธองคX(พระมหาฐิติวัสสX ฐิติวฑฺฒโน ,2563) จึงเขKาไปเฝาพระราชาแลKวถวายพระพรวiา มโนรถของพระองคXถึงที่สุดแลKว สiวนมโนรถของตนเองยังไมi ถึงที่สุด จึงขอนายขมังธนูเพื่อใหKไปปลงพระชนมXพระพุทธองคXพระราชาทรงรับสั่งใหKประชุมนายขมังธนูถึง 500 ตระกูล ทรงเลือกจากคนเหลiานั้นเหลือ 31 คน ตรัสสั่งใหKทำตามคำสั่งของพระเทวทัต ทiานเรียกหัวหนKานาย ขมังธนูมาบอกวiา พระพุทธองคXประทับอยูiที่ภูเขาคิชฌกูฏ เสด็จจงกรมอยูiตรงโนKน ใหKไปในที่นั้น ยิงพระองคX ดKวยลูกศรอาบยาพิษใหKสิ้นพระชนมXแลKวจงกลับมาทางโนKน แลKวสั่งใหKนายขมังธนูชุiมอยูi ในทางนั้น 2 คนพรKอมสั่งวiา ใหKยิงหัวหนKานายขมังธนูนั้นใหKตายแลKวกลับมาทางโนKน แลKวสั่งนายขมัง ธนูไปซุiมยิงกันเปlนทอด ๆ เพื่อฆiานายขมังธนูเปlนทอด ๆ เหตุที่พระเทวทัตไดKจัดนายขมังธนูไวKเชiนนั้น ก็เพื่อ ปกป~ดผลกรรมชั่วของตนมิใหKชัดทอดถึงตนไดKหัวหนKานายขมังธนูไดKเดินทางไปสำนักของพระพุทธองคXตาม คำสั่งของเมื่อเห็นพระองคXแลKวก็ยกธนูขึ้นหมายจะยิง แตiไมiสามารถปลiอยลูกธนูออกไปใดK เพราะพระพุทธองคX ทรงใชKปฏิหาริยXทำใหKนายขมังธนูนั้นยิงไมiไดK เมื่อเขาไมiสามารถจะปลiอยธนูไดK จะลดมือลงก็ไมiไดK ทำใหKทรมาน เปlนอยiางยิ่ง เกิดความกลัวจึงไตKรKองขึ้นมา พระพุทธองคXทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ทรงเปลiงวาจาตรัสปลอบใหK
หายกลัว และเรียกใหKมาหา นายขมังธนูจึงทิ้งอาวุธแลKวกราบลงแทบพระบาทของพระพุทธเจKา พรKอมกราบทูล ขอขมาโทษ พระองคXจึงแสดงธรรมใหKฟçงจนเขาไดKบรรลุโสดาปçตติผล แลKวออกบวชในเวลาตiอมา นายขมังธนูที่ เหลือ ตiอมาก็ไหKเขKาไปฝาพระพุทธองคXและฟçงธรมที่พระองคXแสดงใหKฟçงก็มีความเลื่อมใสจึงเสด็จออกบรรพชา อุปสมบทแลKวบรรลุพระอรหัตผลทุกรูป " นายขมังธนูเหลiานี้ เมื่อเริ่มแรกที่เกี่ยวขKองกับพระเทวทัต ก็ถูกพระเทวทัตชักจูงไปในทางเสียหาย แตi ไดKพระพุทธเจKาเปlนกัลยาณมิตร จึงไดKรอดพKนจากอันตราย ก็ถือไดKวiา ทiานเหลiานี้ เปlนผูKมีตKนคด แตiปลายตรง เหตุการณ0ที่ 1 การลอบสังหารพระพุทธเจKาโดยใชKพลธนู เพื่อชุiมยิงพระพุทธเจKาที่เสด็จผiานการ บิณฑบาต จากนั้นในแผนการถKาคนที่ 1 สังหารสำเร็จ ก็จะมีการฆiาป~ดปากทุกคน รวมทั้งหมด 7 ชั้น / 7 ชiวง คิดแผนคือฆiาทุกคนที่มีสiวนรiวมเพื่อป~ดปาก ไมiใหKมีการชัดทอด หรือบอกแกiใคร ประหนึ่งเปlนการสังหารดKวย เหตุผลในเรื่องการแยiงชิงตำแหนiงทางการปกครองคณะสงฆX แตiเมื่อชั้นที่ 1 ไมiสำเร็จ จึงจบกระบวนการที่ 2 ไมiถูกสiงตiอไปสูiการฆาตรกรรมหรือสั่งหารตiอเนื่อง แผนการสังหารไมiทันเกิดขึ้นดKวยกระบวนการลงมือในชั้น แรกไมiสำเร็จ เหตุการณ0ที่ 2 การสรKางสถานการณXวiาชKางตกมัน อาละวาดทำรKายพระพุทธเจKา โดยหมายประสงคX ตiอชีวิต ตามแผนมีการสรKางสถานการณXโดยการการปลiอยชKางนาฬาคิริง ที่กำลังเปlนชKางตกมันและอยูi นอกเหนือการควบคุม โดยหวังผล หรือมีผลเปlนการสังหารบุคคลที่จะตKองตาย แตiเหตุการณXที่เกิดขึ้นชKางที่ดุ รKาย ตกมัน และพรKอมทำรKายทุกคน ไดKหยุดลงโดยสงบเมื่อพบพระพุทธเจKาจะดKวยเหตุแหiงอิทธานุภาพของ พระพุทธเจKา ดังที่ปรากฏตามการยกยiองของชาวพุทธ ประหนึ่งเปlนการเชิดชูยกยiองพระพุทธเจKา (๒) อีก ความหมายอาจดKวยชKางตกมันหายจากอาการตกมันในขณะนั้น ทำใหKกลับสูiภาวะปกติของชKางที่พบคนแลKวจึง เชื่อง ทั้งหมดเปlนขKอสมมติฐาน แตiชKางที่ถูกวางแผนไวKเพื่อใชKตiอความรุนแรงตiอพระพุทธเจKาไมiสำเร็จผล หรือ ผลที่คาดหวังไมiเกิดขึ้น ภาพที่ 1 พระพุทธเจKากับการเผชิญความรุนแรงตiอการมุiงสังหารครั้งพุทธกาล (ภาพออนไลนX) เหตุการณ0ที่ 3 พระเทวทัต วางแผนลอบสังหารดKวยการลอบเอาหินกลิ้ง หมายเอาชีวิตพระพุทธเจKา หลังจากที่ไมiสามารถนอกจากการยุยงสiงเสริมแบบผิด ๆ แกiพระเจKาอชาตศัตรูจนกระทำป~ตุฆาต พระเทวทัตยัง ไดKพยายามลอบปลงพระชนมXพระพุทธเจKาอีกหลายครั้ง เชiน ปลiอยชKางตกมันเขKาทำรKายพระพุทธองคX, จKางนาย ธนู 10 ผลัด ไปลอบยิงพระพุทธองคX แตiทุกครั้งไมiสามารถทำอะไรพระพุทธเจKาไดK และกลับเปlนวiาผูKที่สiงไปทำ รKายเกิดศรัทธาและเคารพในพระพุทธเจKาจนหมดสิ้น ทำใหKพระเทวทัตลงมือพยายามลอบปลงพระชนมXเองโดย
การกลิ้งหินใหKตกจากหนKาผาเขาคิชกูฏใสiพระพุทธเจKา (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ 7 วินัยป~ฎก จุลวรรค ภาค 2 หนKาที่ 221 ขKอที่ 355) แตiหินกลับกระเด็นไปไกลจากพระพุทธเจKาอยiางนiาอัศจรรยX แตiถึง กระนั้นสะเก็ดหินก็ทำใหKพระพุทธเจKาทรงหKอพระโลหิตที่ขKอพระบาท ภาพที่ 2 เหตุการณXรอบสังหารพระพุทธเจKาดKวยการกลิ้นหิน ที่เขาคิชกูฎ กับสถานที่จริงที่ผูKเขียนไดKศึกษาเชิง พื้นที่ในพุทธประวัติในอินเดีย (ภาพออนไลนX และภาพถiายผูKเขียน, เมื่อ 17 กุมภาพันธX 2566) เหตุการณ0ที่ 4 การที่พระพุทธเจKาเขKาไปยังอาศรมของชฎิล เพื่อเผยแผiพระพุทธศาสนา และขอพัก อาศัย ประหนึ่งลองวิชาศาสดาใหมi ที่เพิ่งตรัสรูK และเพิ่งประกาศธรรมมีสาวกเริ่มตKนเพียง 60 รูป การที่ พระพุทธเจKาจะชiวงชิงมวลชนจากศาสดา หรือเจKาลัทธิมากiอน ตKองไปลKมเจKาสำนัก คือเอาเจKาสำนักมาเปlนศิษยX และคาดวiาชฎิลก็ทรงทราบวiาพระพุทธเจKาประสงคXสิ่งใด การใหKพักในโรงบูชาพญานาค ซึ่งเปlนสัตวXชั้นสูงตาม ความเชื่อ หลักฐานที่ปรากฏในคัมภีรXและการตีความ ยืนยันวiาพระพุทธเจKาก็ไมiไดKปฏิเสธ การเขKาไปพักอาศัย ในโรงเรือนนั้น มองนัยหนึ่งการสiงไปเทiากับใหKไปตาย รูKอยูiในนั้นมีสัตวXรKายอาศรัยอยูi แมKในที่สุดพระพุทธเจKาจะ แกKปçญหา จนกระทั่งรอดพKนจากเหตุการณXนั้น จากพฤติกรรมประสงคXรKายเชิงแฝง และไดKศิษยXเปlนมวลชน เพิ่มขึ้นเปlนชฎิล 3 พี่นKอง พรKอมบริวาร 1 พันคน รวมทั้งการที่ไปประกาศธรรมกับพระเจKาพิมพิสาร และไดKศา สนิกพรKอมมวลชนเพิ่มขึ้นจากแควKนมคธ แตiจุดเริ่มของเรื่องคือการประสงคXรKาย และประสงคXตiอชีวิตก็คงไมiผิด เสียทีเดียว
ภาพที่ 3 ภาพยนตรXที่สรKางเกี่ยวกับพุทธประวัติและเหตุการณXที่เนื่องดKวยเหตุการณXความรุนแรงดKวยการฆiา ประเด็น “องคุลิมาล” ในครั้งพุทธกาล (ภาพ ออนไลนX) เหตุการณ0ที่ 5 เรื่องครหทินนX (นับถือนิครนถz) กับ สิริคุต (นับถือพระพุทธเจKา) สองสหายที่นับถือ ศาสนาแตกตiางกัน จึงเกิดการทดลองฤทธิ์อาจารยXของกันและกันเพราะตiางฝ|ายตiางเชื่อวiาเปlนพระอรหันตXทั้งคูi สาเหตุเกิดจากที่เปlนศิษยXของพระพุทธเจKา พรรณนาสรรพคุณของพระพุทธเจKา วiาดีอยiางนั้น อยiางนี้ ซึ่งใน ความดีนั้นนัยหนึ่งเปlนการโฆษณาสรรพคุณ ประหนึ่งนักการเมืองโฆษณาสรรพคุณของอีกฝ|ายวiาดีอยiางนั้น อยiางนี้ คงไมiผิดเสียทีเดียว แตiในสiวนของพระพุทธเจKา เมื่อฝ|ายที่ไมiไดKนับถือพระพุทธเจKาไดKฟçงสรรพคุณ ก็ใหK ไมiเชื่อและคิดวiาไมiนiาจะใชi และไมiนiาจะเปlนไปไดK เหตุการณ0ที่ 6 พระพุทธเจKาในทiามกลางความขัดแยKงของประยูรญาติฝ|ายศากยะและโกลิยะ ที่ ทะเลาะกันเพราะแยiงน้ำกันทำนา (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เลiมที่ 25 สุตตันตป~ฎก ขุททกนิกาย ขุ ททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต หนKาที่ 94 ขKอที่ 197-198) การหKามทัพในสงครามฆiาลKาง เผiาพันธุXศากยวงศX“ในเมื่อเจEาศากยะทั้งหลายถูกฆ<า คราวที่พระเจEาวิฑูฑภะฆ<า” (พระไตรป~ฎก ไทย (ฉบับ มหาจุฬาฯ) เลiมที่ 32 สุตตันตป~ฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค 1 หนKาที่ 577 ขKอที่ 86–87,พระระพิน พุทธิสา โร,2553) แมKที่สุดทั้งสองเหตุการณX จะไมiเกิดผลเปlนความเสียหายหรือชีวิต แตiผลที่ที่เกิดเชิงประจักษXเปlน สถานการณXที่มีความเสี่ยงตiอการกระทำหรือผลของการกระทำเปlนอยiางยิ่ง จากเหตุการณXทั้งหมดที่ยกมาเกี่ยวกับพระพุทธเจKา การฆiามีผลตiอการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนคน เปลี่ยนตัว ซึ่งเปlนวิธีการในพื้นตiางๆ ในทางสากล หมายถึงเมื่อจะมีการแยiงอำนาจ การรัฐประหาร การแยiง อำนาจ หรือการลอบสังหารผูKนำสูงสุด จึงเปlนวิธีการ เทียบกรณีของพระเจKาวิฑูฑภะ กับการแยiงชิงอำนาจของ
พระเจKาปเสนทิโกศล หรือการที่พระเจKาอชาตศัตรู(ประเวศ อินทางปาน และคณะ,2558;พระมหาฐิติวัสสX ฐิติว ฑฺฒโน,2563) ใชKวิธีการจับพiอคือพระเจKาพิมพิสารมากักขัง ทรมาน โดยปลายทางเพราะการแยiงชิงอำนาจ ทางการปกครอง จนกระทำป~ตุฆาต (ฆiาพiอ) และสิ้นพระชนมXในที่สุด แตiทั้งหมดเกิดขึ้นภายใตKผลประโยชนX แหiงอำนาจ การลอบปลงพระชนพระพุทธเจKา ที่เนื่องดKวย พระเทวทัต อาทิ ปลiอยชKางตกมันเขKาทำรKายพระ พุทธองคXจKางนายธนู 10 ผลัด ไปลอบยิงพระพุทธองคX แตiทุกครั้งไมiสามารถทำอะไรพระพุทธเจKาไดK และกลับ เปlนวiาผูKที่สiงไปทำรKายเกิดศรัทธาและเคารพในพระพุทธเจKาจนหมดสิ้น แมKที่สุดจะจKางวานใครไมiไดK ลงมือ กระทำเองโดยการลอบปลงพระชนมXเองโดยการกลิ้งหินใหKตกจากหนKาผาเขาคิชกูฏใสiพระพุทธเจKา แตiหินกลับ กระเด็นไปไกลจากพระพุทธเจKาอยiางนiาอัศจรรยX แตiถึงกระนั้นสะเก็ดหินก็ทำใหKพระพุทธเจKาทรงหKอพระโลหิต ที่ขKอพระบาท เหตุการณXที่เกิดขึ้นมีความหมายเปlนการแยiงชิงอำนาจ หรือการทำเพื่อใหKไดKมาซึ่งความเปlนผูKนำ สูงสุด แตiอีกนัยหนึ่งเปlนการประสงคXรKายปองรKายทั้งโดยเจตนาโดยตรง คือมีเจตนาฆiา หรือลอบสังหาร อีกนัย หนึ่งเปlนการสรKางเจตนาแฝง เขKาทำนองฆiาโดยไมiเจตนาก็ไดK ซึ่งทั้งหมดมีเปาหมายเปlนความตายของ พระพุทธเจKา หรือไมiถึงตายก็จัดเปlนความรุนแรงตiอชีวิตและสุขภาวะทางกายที่จะสามารถเกิดขึ้นและเชื่อมไป ถึงชีวิตไดKดKวยเชiนกัน ทั้งหมดที่ยกมาเปlนเหตุการณXที่เกี่ยวกับพระพุทธเจKา ทั้งเจตนาโดยตรง คือมีเจตนาฆiา หรือลอบสังหาร หรือเจตนาแฝง ทำนองฆiาโดยไมiเจตนา แตiพฤติการทั้งหมดเปlนความตายของพระพุทธเจKา หรือไมiถึงตายก็ จัดเปlนความรุนแรงตiอชีวิตและเชื่อมไปถึงชีวิตไดKดKวยเชiนกัน ผลการลอบสังหารพระพุทธเจEา และความรุนแรง ที่ไม<สำเร็จ การสังหารเพื่อชiวงชิงตำแหนiง (ในทางการเมืองและศาสนา) การชiวงชิงพื้นที่ ตำแหนiงผูKนำทางศาสนา โดยใชKวิธีการแหiงรัฐ คือใหKรัฐเขามาเปlนกลไกรiวมในการปราบ หรือกำจัดกลุiมทางศาสนา ถKามองวiาขKอมูลนี้เปlน ขKอเท็จจริงทางประวัติศาสตรX ก็หมายความวiาพระพุทธเจKาอาจเสียชีวิต หรือนิพพานดKวยเหตุที่เรียกวiา “ฆาตกรรม” อำพราง โดยการใชKหินกลิ้งทับ ใชKชKางไลiเหยียบ หรือใชKนักแมiนธนู สังหารแลKวฆiาป~ดปากผูKรiวม กระบวนการทั้งหมด ทีละคน จนกระทั่งครบเจ็ดคนเจ็ดชั้น ประมาณวiาสืบสาวตKนตอไมiเจอ อาจเปlนฆาตกรรม ซiอนเงื่อนแหiงประวัติศาสตรXที่นiาสนใจอีกประเด็นหนึ่ง และในเวลาเดียวกันในประเด็นรiวมทางประวัติศาสตรXนี้ ยังสัมพันธXไปถึงความรุนแรงกรณีอื่น ๆ อาทิ มาคันทิยา จKางคนมารุมดiาพระพุทธเจKา (มาคันทิยาสูตร) จนกระทั่งใสiความนางสามาวดี (มเหสีพระเจKาอุเทน แหiงไพสาลี) โดยปลายทางเปlนความรุนแรงตiอ พระพุทธเจKา การใสiความโดยการสังหารหมกศพนางสุนทรี ในวัดเชตวัน (สุนทรียสูตร) นำไปสูiการจัดฉากวiา ถูกสังหารจนเสียชีวิต (พระปลัดระพิน พุทฺธิสาโร และคณะ,2562) จัดเปlนความรุนแรงที่เนื่องดKวยการประสงคX รKายหรือปองรKายที่มีการสรKางสถานการณXใหKเกิดขึ้น ทั้งหมดเปlนความรุนแรงตiอพระพุทธเจKาทั้งดKานสวัสดิ ภาพทางสังคม และการปองรKายตiอชีวิต หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งความรุนแรงสiวนหนึ่งไมiไดKขึ้นดKวยเหตุปçจจัยของ ตัวเหตุการณXเอง หรือการไมiไดKเกิดขึ้นดKวยมีการพยายามเขKาไปแทรกแซง หรือทำใหKเกิดเหตุการณXรวมใหมiเปlน การยุติความรุนแรง แตiทั้งหมดที่ยกมาเพื่อตKองการบอกวiา การลอบสังหารของพระพุทธเจKามีนัยยะในเรื่อง หมายตiอชีวิต และการลอบสังหาร ความรุนแรงที่เคยเกิดมามาแตiอดีต รวมทั้งที่กำลังเกิดขึ้นในสถานการณX
ของสังคมไทยปçจจุบันผiานการสื่อสารแบบใหมi หากเทียบเคียงก็อาจบอกไดKวiาอดีตเคยเกิดขึ้นอยiางไร ปçจจุบัน ก็คงไมiแตกตiาง แตกตiางเพียงประเด็นเรื่อง ชiวงเวลา และตัวบุคคลแตiเปาหมายยังคงเดิมคือการใชKความรุนแรง เปlนเครื่องมือในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมดังเคยปรากฏในครั้งพุทธกาล และเนื่องตiอมา จนกระทั่งปçจจุบัน “ไม<มีอะไรใหม< ต<างแค<ช<วงเวลา” ตาราง 1 เทียบเหตุการณXครั้งพุทธกาลตiอความรุนแรงตiอพระพุทธเจKา/ลอบสังหาร เหตุการณ0 วิธีการ ผล ลอบสังหารพระพุทธเจKา พระเทวทัต พระเจKาอชาตศัตรู เหตุการณ0 จKางนายธนู ลอบ สังหารพระพุทธเจKา และสังหาร กันตiอ ๆ เพื่อป~ดปาก 7 ทอด นักฆiาถูกดลใจ ใจอiอน สารภาพ ตiอพระพุทธเจKา และไมiสามารถ ลอบสังหารไดKสำเร็จ [วิเคราะหX] มีเจตนาฆiา ประสงคX ตiอชีวิต หวังผลคือความตาย ลอบสังหารพระพุทธเจKา พระเทวทัต พระเจKาอชาตศัตรู เหตุการณ0 จKางใหKควาญชKางตกมัน ปลiอยชKางนาฬาคีริง ทำรKาย เหยียบพระพุทธเจKา ชKางหายตกมัน และกลายเปlน ตำนานของชKางใน พระพุทธศาสนา [วิเคราะหX] มีเจตนาฆiา หวังผลคือ ความตาย หรือประสงคXตiอชีวิต ลอบสังหารพระพุทธเจKา พระเทวทัต เหตุการณX พระเทวทัตกลิ้งหินเพื่อ ลอบสังหารพระพุทธเจKา หินตกเปlนสะเก็ด จึงเปlนที่มาของ การทำกรรมใหญi คือการทำใหK พระพุทธเจKาบาดเจ็บแมKตกเลือด หKอเลือด [วิเคราะหX] มีเจตนาฆiา หวังผลคือ ความตาย หรือประสงคXตiอชีวิต ความรุนแรงตiอชีวิต ชฎิล ลัทธิบูชาไฟ เหตุการณX พระพุทธเจKาพักในโรง บูชาไฟที่มีพญานาคดุรKาย (งูพิษ) อาจถูกทำรKาย จนเสียชีวิต ความรุนแรงปรากฏแตiไมiสามารถ สังหาร หรือกระทำอันตราย พระพุทธเจKาไดK [วิเคราะหX] เปlนการทดลองศาสดา ใหมi อาจมีเจตนาเชิงแฝงตiอชีวิต หรือจงใจฆiา หรือลองฤทธิ์ แตiหาก แพK หรือไมiผiานไดK ผลคือตาย ผ ล ไ ด K จ า ก ส ถ า น ก า ร ณ X นี้ พระพุทธเจKาไดKมวลชนศาสนาและ ขยายพื้นที่ทางการตลาดศาสนา เพิ่มไดK ความรุนแรงถึงชีวิต คหรทินนX เหตุการณX : มิมนตXพระพุทธเจKามา ฉันที่บKาน แลKวทำหลุมเพลิงไวK ดKานลiางของอาสนะ พระพุทธเจKาไมiตกในหลุมเพลิง คหรทินหX หันมานับถือ พระพุทธศาสนา
[วิเคราะหX] ทดลองฤทธิ์ใหKตกลง ไปหลุมเพลิงเพื่อทดลองวiาเปlน พระอรหันตXจริงหรือไมi ? ไมiไดKมี เจตนาฆiาแตiผลอาจถึงตาย ความรุนแรงต<อชีวิต องคุลีมาล เหตุการณX : พระพุทธเจKาเสด็จไป เพื่อยุติความรุนแรงหรือยุติการฆiา แตiความเสี่ยงอาจถูกสังหารเสีย เอง พระพุทธเจKาเขKาไปสูiสถานการณX ของความรุนแรง และประสงคXตiอ ชีวิต หรือถูกสังหาร มีความเสี่ยง แมKผลจะออกมาเปlนในลักษณะ [วิเคราะหX] มีความเสี่ยงตiอ ตรงกันขKามก็ตาม สถานการณXความรุนแรงและตก เปlนผูKกระทำความรุนแรงตiอชีวิต ความรุนแรงถึงชีวิต สงครามแยiงน้ำของประยูรญาติ ศากยวงศX-โกลิยะวงศX เหตุการณX : พระพุทธเจKาเสด็จไป ทiามกลางการเตรียมสังหารเหยื่อ เปาหมายเพื่อยุติความรุนแรงหรือ ยุติการฆiา แกKปçญหาความรุนแรงจาก สงคราม พระพุทธเจKามีความเสี่ยง ตiอความรุนแรงที่เกิดขึ้น หาก สถานการณXนั้นเกิดผลในทาง [วิเคราะหX] การเขKาไปสูiทiามกลาง ตรงกันขKาม ความขัดแยKงโอกาสไดKรับความ รุนแรง/ถูกสังหาร ความรุนแรงถึงชีวิต พระเจKาวิฑูฑภะ ในสงครามฆiาลKางเผiาพันธX เหตุการณX : สงครามระหวiางมคธกบิลพัสดุX ชะลอความรุนแรงที่เกิดจาก สงครามใหKขยายเวลาออกไป แตi ไมiยุติการฆiาลKางเผiาพันธุXไดK / พระพุทธศาสนามีความเสี่ยง แตi สามารถบริหารจัดการไดK [วิเคราะหX] การเขKาไปสูiทiามกลาง ความขัดแยKงสงครามโอกาสถูก กระทำหรือสังหารมีความเปlนไป ไดKสูงมาก จากตาราง ตKองการยกมาเปlนกรณีศึกษา ตiอพฤติกรรมเสียงใน ๒ กรณีคือการลอบสังหาร โดยตรง กับ พฤติกรรมแฝงเนื่องตiอเปlนความรุนแรงที่อาจสiงผลเปlนผลกระทบถึงชีวิต หรือสูญเสียชีวิตเปlนสาระหลักก็วiาไดK สรุป ในบทความนี้จึงสะทKอนคิดผiานการใชKความรุนแรงเพื่อยุติปçญหา ในการไดKมา หรือการออกจากปçญหา อยiางใดอยiางหนึ่ง ประหนึ่งใชKความตายเปlนเครื่องยุติปçญหา หรือการไดKมาของอยiางใดอยiางหนึ่งทำใหKเกิดการ สะทKอนคิดตiอไปวiา เมื่อจะไดKหรือไมiไดK ควรจะเปlนอยiางไร ทำใหKเกิดความไดK หรือความไมiไดK เกิดขึ้นอยiาง ตiอเนื่องจนกระทั่งกลายเปlนผลไดK หรือผลเสียตiอสภาพสังคมโดยรวม ดังนั้นภาพขiาวการใชKความตายของ
ตัวเอง (ฆiาตัวตาย-ความรุนแรง) เพื่อยุติปçญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือเนื่องตiอและมากระทบกับตัวเอง เปlน อาการของการ “ยอม” หรือการใชKความตายเปlนเครื่องยุติ “หนี” จากสภาพที่ทนทุกขX ทรมาน ในขKอเท็จจริง ยอมรับวiาสภาพของคนแตiละคนแตกตiางกันในการยอมรับทุกขX หรือสภาพปçญหาไดKแตกตiางกันและวิธีการ แกKปçญหาหรือมองปçญหาอยiางใด อยiางหนึ่งแตกตiางกัน จึงไมiแปลก ที่ความตายหรือการทำใหKตายจะเปlน เครื่องมือในการแกKปçญหา หรืออีกนัยหนึ่งก็เปlนการสรKางปçญหาอันเนื่องตiอจากความตายนั้น หรือการใชKความ รุนแรงผiานความรุนแรง ผiานการฆiาจะโดยเจตนา หรือไมiเจตนา หรือลอบสังหารแบบมีแผนและขั้นตอน ทั้งหมดเปlนอาชญากรรมในองคXรวมทั้งตiอตนเอง ชีวิตคนอื่น และสังคม นับเปlนความนiาสนใจ ตiอสิ่งที่เกิดขึ้น พึงเกิดขึ้น หรือไมiใหKเกิดขึ้น เปlนสิ่งที่จะตKองตระหนักและชiวยกันแกiปçญหาตiอสิ่งที่เกิด เอกสารอEางอิง กัลวัช, อาหXหมัด เอ. (2522). ประวัติศาสตรzอิสลาม The religion of Islam. แปลและเรียบเรียง โดย เกษม แสงวณิชยX และ นิพนธX ลักษณะปรีชา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพX ส. วงศXเสงี่ยม. ประเวศ อินทางปาน และคณะ. (2558). การศึกษาบทบาทในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของพระเจKาอชาต ศัตรู. วารสารมหาจุฬานาครทรรศนz. 2 (1),1-7. พระมหาไกรวรรณ ชินทตฺติโย. (2546). การศึกษาวิเคราะหzบทบาทของพระเทวทัตที่ปรากฏ ในคัมภีรz พระพุทธศาสนา. วิทยานิพนธzพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรป~ฎก เลiมที่ 7 พระวินัยป~ฎก เลiมที่ 7 จุลวรรค ภาค 2 พระเทวทัตทำโลหิตุปบาท. พระไตรป~ฏกฉบับ สยามรัฐ. [ออนไลนX] พระวันชัย ภูริทตฺโต. (2565). ความพยาบาท : มูลเหตุแหiงความขัดแยKง. วารสารศึกษิตาลัย. 3 (2) 1-14. พระรัชพงษX อินแปง. (2564). สังฆเภท : แนวคิด ความเปlนมาการบัญญัติสิกขาบทและปรากฏการณXใน พระพุทธศาสนา. วารสารลTานนาวิจัยปริทรรศนz. 2 (1),31-42. พระมหาฐิติวัสสX ฐิติวฑฺฒโน. (2563). การบริหารรัฐกิจเชิงพุทธของพระเจKาอชาตศัตรู.วารสารศึกษิตาลัย วัดศรีสุมังคลz. 1 (1), 27-40. พระระพิน พุทธิสาโร. (2553). ความรุนแรงครั้งพุทธกาล : กรณีการฆiาลKางเผiาพันธุXศากยวงศX. สารนิพนธz หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. พระปลัดระพิน พุทฺธิสาโร และคณะ. (2562). ความตายในสุนทรีสูตร: ความเชื่อ ผลประโยชนX การสื่อสารและ ความรุนแรง.วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ. 4 (1),42-61. พันจันทนุมาศ (เจิม).(2523). พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). นนทบุรี: ศรีปçญญา. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปÖฎกฉบับภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพXมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย.
มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. (2554). นามานุกรมพระมหากษัตริยzไทย. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา. Christian, John LeRoy (1944). "Thebaw: Last King of Burma". The Journal of Asian Studies. Association for Asian Studies. 3 (4): 309–312. Hall, D.G.E. (1960). Burma (3rd ed.). Hutchinson University Library. Maski Minor Rock Edict his name is written in the Brahmi script as Devanampriya Asoka. Inscriptions of Asoka. New Edition by E. Hultzsch (ภาษาสันสกฤต). 1925. pp. 174–175. Paludan, Ann (1998). Chronicle of the Chinese Emperors: The Reign-by-Reign Record of the Rulers of Imperial China. London: Thames & Hudson. Portal, Jane (2007). The First Emperor, China's Terracotta Army. London: British Museum Press. Singh, Prithi (2006). The history of Sikh gurus. Lotus Press. Singh, Upinder (2016), A History of Ancient and Early Medieval India: From the Stone Age to the 12th Century, Pearson PLC