The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เปิดข้อมูล “เครดิตบูโร” ชี้ “โควิด” ระบาด 2 ปี ดันเอ็นพีแอลพุ่ง พบรายย่อยเป็นหนี้ 2.3 ล้านบัญช่ี มูลค่า 2 แสนล้านบาท จากยอดหนี้เสียสะสม 4.3 ล้านบัญชี ขณะที่ “เอสเอ็มอี” ที่เป็นนิติบุคคล หนี้เสียท่วม 2.8 แสนธุรกิจ มูลค่า 3.2 แสนล้านบาท ประเมิน 5 กลุ่มธุรกิจ สุดเสี่ยงไม่รอด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วารสาร Bangkok Economy, 2022-05-12 04:23:04

เครดิตบูโร เปิด‘หนี้เน่า’ รายย่อย 2ปี จากพิษโควิด-19 ทะลัก 2.3 ล้านบัญชี

เปิดข้อมูล “เครดิตบูโร” ชี้ “โควิด” ระบาด 2 ปี ดันเอ็นพีแอลพุ่ง พบรายย่อยเป็นหนี้ 2.3 ล้านบัญช่ี มูลค่า 2 แสนล้านบาท จากยอดหนี้เสียสะสม 4.3 ล้านบัญชี ขณะที่ “เอสเอ็มอี” ที่เป็นนิติบุคคล หนี้เสียท่วม 2.8 แสนธุรกิจ มูลค่า 3.2 แสนล้านบาท ประเมิน 5 กลุ่มธุรกิจ สุดเสี่ยงไม่รอด

ขา่ วสารเศรษฐกิจ

เครดิตบโู ร เปดิ ‘หนีเ้ นา่ ’ รายย่อย 2ปี
จากพิษโควิด-19 ทะลัก 2.3 ล้านบัญชี

เปดิ ข้อมูล “เครดติ บูโร” ชี้ “โควิด” ระบาด 2 ปี ดนั เอน็ พแี อลพงุ่ พบรายยอ่ ยเปน็ หน้ี 2.3 ล้านบัญชี่
มูลคา่ 2 แสนล้านบาท จากยอดหนีเ้ สียสะสม 4.3 ลา้ นบัญชี ขณะท่ี “เอสเอ็มอ”ี ท่เี ป็นนติ ิบุคคล หน้ีเสียท่วม
2.8 แสนธุรกิจ มูลค่า 3.2 แสนลา้ นบาท ประเมิน 5 กลมุ่ ธุรกจิ สุดเสย่ี งไมร่ อด

วิกฤติจากการแพรร่ ะบาดของโควิด-19 สายพันธ์ุใหม่ “โอมิครอน” ยังไม่จบ และกำลังจะกลายเป็น
โรคประจำถิ่นเร็วๆ นี้ แตผ่ ลกระทบในเชิงเศรษฐกจิ ยงั คงหนกั ขณะท่ีไทยมีการฟนื้ ตวั ช้ากวา่ ประเทศอน่ื ๆ ในภมู ิภาค
เพราะมโี ครงสร้างเศรษฐกิจที่พงึ่ พาการทอ่ งเที่ยวคอ่ นข้างมาก พิจารณาได้จากสดั ส่วนรายไดป้ ระชาชาติ ทม่ี าจากการ
ทอ่ งเท่ยี วสงู ถงึ 20% หากโควิด-19 ยงิ่ ลากยาว หรอื มีการกลายพันธุ์อกี ยงิ่ กระทบตอ่ เศรษฐกิจฐานราก ทม่ี ีภาระหนี้
ในระดับสงู มากอยู่แล้วใหม้ ีความลำบากมากยง่ิ ขน้ึ

แหลง่ ข่าวในวงสัมมนาระหว่าง “เครดิตบโู รกับสมาชิก” เมอ่ื วันท่ี 28 ม.ี ค. 2565 เปดิ เผยว่า มขี อ้ มูลชัดเจน
ทช่ี ้ใี ห้เห็นว่า ภายใตผ้ ลกระทบจากโควดิ -19 ท่ผี า่ นมา สง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชนตอ่ เนอ่ื ง โดยรายไดแ้ รงงานยังต่ำ
โอทีไม่มี หรือมีโอทนี อ้ ย บวกกบั แรงงานท่ีอยู่ในภาวะเสมือนว่างงานยังสูง แม้จะลดจากระดับพีคในปี 2563
ผลกระทบเหลา่ นี้ ส่งผา่ นไปสู่ “ภาระหนี้” ของธรุ กจิ และประชาชนใหส้ ูงขนึ้ อย่างต่อเน่อื ง

สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู ลูกหนจี้ ากฐานขอ้ มูลของเครดติ บโู รในกลุ่ม ลกู หน้ที ่เี ป็น “บคุ คลธรรมดา” ภายใต้ “รหสั บัญช”ี
ที่สะทอ้ นประเภทหนี้ของแต่ละกลุ่มหากเปน็ รหสั 10 หรอื 010 ถอื เปน็ ลูกหน้ีปกติ ไมม่ กี ารค้างชำระ ขณะท่ี รหัส 20 หรือ 020
เป็นลูกหนที้ คี่ ้างชำระเกนิ 90 วนั ซ่งึ สถาบันการเงินจะถือว่า เป็นหนเ้ี สยี (NPL) และรหัสสถานะบัญชี 21 หรือ 021
คือเป็นหนีค้ ้างชำระเกิน 90 วันโดยระบุต่อไป ว่าเป็นลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ปกติ ตามที่
คณะกรรมการคมุ้ ครองขอ้ มูลเครดติ ประกาศกำหนด

ซึง่ รหสั “21” หรอื 021 ถูกออกแบบมาเพือ่ ให้สถาบันการเงิน หรอื เจา้ หนี้ สามารถแยกบญั ชีสินเช่ือท่ใี หก้ บั ลูกหนี้วา่
บญั ชีใดมีหนค้ี งคา้ งเกินกวา่ 90 วัน ซ่ึงมาจากผลกระทบจากเหตกุ ารณ์ท่ีไมป่ กติ หากย้อนไปดใู นปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด
พบวา่ ลูกหนี้ท่เี ปน็ เจา้ ของบัญชที ่ีเปน็ หนเ้ี สียน้นั ในปจั จุบัน ไม่มกี ารค้างชำระใดๆ ในทกุ บญั ชีท่มี อี ย่กู บั สถาบันการเงนิ
เมื่อในปีอดตี ถงึ ปี2562 ดังนัน้ สรปุ ได้ว่าลูกหนก้ี ลุ่มน้ีได้รับผลกระทบโควิด-19 จนเปน็ หน้ีเสียในปัจจุบนั

2.3ล้านบญั ชีหน้เี สียจากโควดิ ตามรหัส 21

โดยหากดูสถานะลูกหนี้ท่ีเป็นหนีเ้ สยี ทั้งหมด บนฐานขอ้ มูลของ “เครดิตบูโร” ณ สิ้นปี 2564 มีลูกหน้ี
ที่เป็นหน้ีเสียสะสม ทั้งหมด 4.3 ล้านบัญชี ที่เป็นรหัส 20 ที่ค้างชำระเกนิ 90 วัน ซึ่งเดือนม.ค. 2565 พบว่า
เปน็ ลกู หนี้ รหัส 21 มีถึง 2.3 ลา้ นบัญชี หรือคิดเปน็ มูลค่าหนเ้ี สยี ที่ 2 แสนล้านบาท

สะท้อนว่าคนที่เคยจ่ายหนี้เป็นปกติทุกบัญชีกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ในปี 2562 (จ่ายดี 12 เดือน)
วันนก้ี ลายเป็นหน้ีเสยี เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในชว่ ง 2 ปที ี่ผา่ นมา ถงึ 2.3 ลา้ นบญั ชี หรือ คิดเป็นหนเ้ี สยี
2 แสนล้านบาท เฉลย่ี เป็นหนเ้ี สยี คงค้างต่อบญั ชที ่รี าว 8 หม่ืนบาท

“คำถาม คอื คนกลมุ่ นไ้ี ม่ไดท้ ำผดิ 100% จนเปน็ หน้ีเสยี แต่เปน็ เพราะสถานการณ์โควิด-19 การทำตาม
มาตรการสาธารณสุข การหยุดกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ได้รับผลกระทบ จนเป็นหนี้เสีย ดังนั้นมาตรการ
ทจ่ี ะออกแบบมาช่วยเหลือคนกลุ่มน้ที ช่ี ดั เจน คอื อะไร เพราะไมไ่ ดเ้ ปน็ หนี้เสยี จากธุรกจิ ล้มเหลว กอ่ นเกิดการระบาด
ดูได้จากการจ่ายหนี้ดีมาตลอดในปี 2562 ดังนั้น มาตรการทีท่ ำได้ คือ ต้องแบ่งกลุม่ ลกู ค้าให้ชัดเจนหรือไม่ว่า
ลูกหนีก้ ลมุ่ ไหนไดร้ ับผลกระทบจากโควิด-19 ชัดเจน ทคี่ วรเข้าไปชว่ ยเหลือ มากกวา่ ลูกหนท้ี เี่ ปน็ หนี้เสยี มาก่อนด้วย
มาตรการท่ชี ัดเจน การจะทำอะไรแบบเดิมๆ เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลที่แตกตา่ งจากเดมิ มันเป็นไปไม่ได้”

เจนวาย หนี้เสียพุง่ 3 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากดูหนเ้ี สียโดยรวมของ“รายย่อย” บนฐานข้อมลู เครดติ บูโร พบวา่ มียอดหน้ีเสียสะสม
ที่ 9.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนือ่ ง หรือคิดเปน็ หนี้เสีย 7.5% ซ่ึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากเทียบกบั สิ้นปี 2563
ที่มียอดหน้เี สยี สะสมเพียง 8.8 แสนล้านบาท ขณะท่กี ารขอรบั การเขา้ สู่การปรับโครงสร้างหน้ีปัจจุบนั สงู ถงึ 7.8 แสนลา้ นบาท

ขณะท่ี หากดูยอดสนิ เชื่อสะสมของรายย่อย แต่ละกล่มุ ณ ส้ินปี 2564 ที่ผ่านมา แบ่งเป็นกลุ่ม Gen Z มียอดหนี้สะสม
9.7 หมืน่ ล้านบาท Gen Y ยอดหนี้ 4.5 ล้านลา้ นบาท Gen X 3.8 ลา้ นล้านบาท Baby Boomer 1.1 ล้านบาท และ
กลุ่ม Silent 2.6 หม่ืนลา้ นบาท

ทัง้ นี้หากดูอัตราการเป็นหนี้เสียแต่ละกล่มุ จากยอดสนิ เชือ่ รวมในขา้ ง ต้น พบวา่ Gen Z เปน็ หนี้เสียสะสม
5.2 พนั ลา้ นบาท Gen Y 3 แสนลา้ นบาท กลุม่ Gen X 2.6 แสนลา้ นบาท กลุม่ Baby boomer 7.1 หมืน่ ล้านบาท
และ Silent 1.2 พนั ลา้ นบาท ขณะเดยี วกนั บนข้อมูลของเครดิตบูโรจากงานสัมนา ชใ้ี ห้เหน็ ถงึ อตั ราการเปน็ หน้ีเสีย
ของคนชว่ งอายุ 31 ปี พบวา่ กล่มุ น้ีมีหนเ้ี สียอย่างน้อย 1 บัญชี และถือเป็นหนเี้ สียราว 24.4 คน จาก 100 คน ท่มี ีหนีอ้ ายุ 31ปี

เอสเอ็มอีนิติบุคคลหน้ีเสยี พ่งุ 3.2แสนล.

เชน่ เดียวกันกับ ลูกหนีท้ ่ีเป็นหนี้เสยี ในกลุ่มเอสเอม็ อนี ติ ิบุคคล ภายใตน้ ิยามของ สำนักงานสง่ เสริมวสิ าหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม หรอื สสว. คือเอสเอ็มอรี ายยอ่ ย (Micro) ที่มรี ายได้ตำ่ กว่า 1.8 ลา้ นบาทตอ่ ปี และเอสเอ็มอี
ขนาดยอ่ มที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และเอสเอม็ อีขนาดกลางที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท พบว่า
กลมุ่ น้มี สี ินเช่ือท้ังระบบอยทู่ ่ี 3.93 ล้านลา้ นบาท

โดยหากแยกเฉพาะเอสเอม็ อีนติ บิ ุคคล ท่ีเป็นหนเี้ สยี สะสมแลว้ มีถงึ 286,300 ราย/ธรุ กจิ โดยคดิ เป็นยอดหนี้
เป็นหนเี้ สยี อยู่ท่ี 3.2 แสนล้านบาท หรือเอน็ พีแอลท่ี 7.9% ทัง้ นพ้ี บวา่ มีลกู หนี้กลุ่มนี้ทไี่ ด้รับการปรับโครงสร้างหน้ี
ในช่วงที่ผา่ นมาถงึ 2.9 แสนล้านบาท

หากเจาะลึกไปดูเอสเอ็มอีนิติ
บคุ คล ที่เป็นหน้เี สียท้งั หมด พบวา่ หลกั ๆ
มาจาก 5 อุตสาหกรรมมากที่สุด คือ
ที่พักแรม บริการด้านอาหาร กิจกรรม
เกี่ยวกับอสงั หาริมทรัพย์ การก่อสร้าง
การผลติ และการขายสง่ และการขายปลกี
การซอ่ มยานยนตแ์ ละจกั รยานยนต์

ธรุ กจิ 5 กลุ่มเสี่ยง ‘ไปไมร่ อด’

โดย 5 อตุ สาหกรรมนมี้ ยี อดหนเี้ สีย
คงค้างสะสมสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท
แบ่งเปน็ หนีเ้ สยี ที่มาจาก ธุรกิจขายส่ง
และขายปลีก การซ่อมยานยนต์และ
จักรยานยนต์ สูงถึง 1.15 แสนลา้ นบาท
ถดั มา คอื ภาคการผลิต 9.58 หม่นื ล้านบาท
กลุ่มก่อสร้าง 2.48 หมื่นล้านบาท
กจิ กรรมที่เก่ียวกบั อสงั หาฯ 2.68 หมืน่ ลา้ นบาท
ที่พักแรม และ บริการด้านอาหาร
1.42 หมนื่ ลา้ นบาท

เช่นเดียวกัน พบว่า 5 อุตสาหกรรมข้างต้น ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้สูงสุด รวม 2.5 แสนล้านบาท
จากยอดปรับโครงสร้างหน้ขี อง เอสเอม็ อที ง้ั หมดท่ี 2.9 แสนลา้ นบาท นอกจากนี้ หากดูอุตสาหกรรมทีค่ ้างชำระต้งั แต่
1-90 วัน ภายใต้ นิยามของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. สินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ SM มาจาก
ภาคอตุ สาหกรรมขา้ งตน้ ถึง 9 หม่ืนล้านบาท จากยอด SM ท้ังหมดที่ 1.1แสนลา้ นบาท

โดยแบ่งเป็น การขายสง่ และการขายปลกี ซอ่ มรถยนตแ์ ละจกั รยานยนต์ มีการปรับโครงสรา้ งหน้ีสูงสุดถึง
3.1 หมืน่ ลา้ นบาท ถัดมา คอื ภาคการผลิต 2.1 หมน่ื ลา้ นบาท และกจิ กรรมที่เก่ยี วกับอสงั หาฯ มกี ารปรบั โครงสรา้ งหนี้
อยูท่ ี่ 1 หมื่นล้านบาท และทพี่ ักแรมและบริการดา้ นอาหาร 8.9 พนั ลา้ นบาท และก่อสร้าง 1.29 หมื่นลา้ นบาท

คำถามสำคัญ คือ อุตสาหกรรมจะฟ้ืนตัวได้หรือไม่ จะฟื้นตัวได้เรว็ แค่ไหนภายใตส้ ถานการณ์ น้ำมนั แพง
เงินเฟอ้ สูง ยกตวั อยา่ ง ธรุ กจิ อสงั หาริมทรพั ย์ หากเงินเฟ้อสูงขน้ึ คนมคี า่ ใชจ้ ่ายมากขึ้น เงินจะเหลอื พอผอ่ นบา้ นไดห้ รือไม่
และบา้ น คอนโด จะขายดีเหมือนเดิมได้หรือไม่ ยงั ไม่ตอ้ งพดู ถงึ คนในอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วทย่ี งั ไมฟ่ ืน้ ตัวด้านรายได้

ดงั นนั้ มองว่ามาตรการทที่ ำ จะว่งิ ไปสกู่ ลมุ่ เปา้ หมายท่ถี ูกตอ้ งหรอื ไม่ ตอ้ งอยา่ ลืมวา่ แกห้ นเี้ สยี ปกติ กบั แกห้ น้ี
ท่เี ปน็ ปญั หาจากโควดิ นน้ั ต่างกนั ดงั นั้น คำตอบทที่ ุกฝา่ ยรออยู่คอื ตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลือกลุ่มนีแ้ บบไหน และมคี วาม
ตอ่ เนื่องจนถึงเมือ่ เวลาทีเ่ ศรษฐกิจจะกลบั มาฟ้ืนตวั เทา่ กับปี 2562 ด้วยวธิ ีการทีไ่ ด้ผลโดยเร็วอย่างไรในความเปน็ จรงิ

“วนั น้ีนิติบคุ คล ภาคเอสเอ็มอี นายจา้ งกำลังเผชญิ กบั เศรษฐกิจโตช้า การจา้ งงานน้อยลง ส่ิงเหล่า น้ี
สง่ ผลกระทบไปสลู่ ูกจ้างและบุคคลธรรมดาแน่นอน ทำให้รายได้ และเงินเดือนลดลง คำถามคอื เม่ือรายได้ไมไ่ ดส้ งู
หรอื อาจลดลงบางกจิ การ เขาเหลา่ นัน้ จะมกี ำลังในการชำระหน้หี รือไม่ เหล่านี้ คอื ความเสยี่ งทเ่ี ช่ือมโยงกัน
ทำให้วันนเ้ี ราเหน็ ผลกระทบลกู หน้ี ท้งั สองกลุ่ม ทั้งเอสเอ็มอีท่เี ป็นบคุ คล และรายย่อยเป็นหนเ้ี สยี จากโควิด-19
ค่อนข้างมาก เฉพาะที่เหน็ ชัดเจน คอื ภายใตล้ กู หนี้กลุ่ม 21 ที่เป็นหนีเ้ สยี ถึง 2 แสนลา้ นบาท จะออกมาตรการ
ช่วยเหลือกลุ่มนี้อย่างไร หากให้โอกาส กลุ่มนีก้ ็จะรอด ถ้าไม่รอดบางรายอาจคิดสั้นจบชีวิตตัวเองห นหี นี้
ซึ่งไม่มใี ครอยากเหน็ "

หนค้ี รวั เรอื นไตรมาส 4 พุ่งต่อ

สำหรับหนี้ครัวเรอื นปจั จุบนั จากขอ้ มลู ของ ธปท. พบว่า หน้ีครวั เรือนลา่ สุด ณ สิ้นไตรมาส 4 ปที ่ีผา่ นมา
อยู่ที่ 89.6% หรือคิดเป็นหนี้ครัวเรือนรวมที่ 14.58ล้านล้านบาท จากไตรมาส 3ที่หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 89.8%
หรอื ยอดหนีส้ ะสม 14.34 ล้านล้านบาท ส่วนความคบื หนา้ การช่วยเหลือผา่ นมาตรการต่างๆ ของ ธปท. เช่น การแก้หน้ี
เดิม โดยให้ความชว่ ยเหลอื ผา่ นการปรบั โครงสร้างหนี้ ณ 31 ม.ค. 2565 ล่าสุดมลี ูกหน้ี ท่ีได้รับการช่วยเหลือแล้ว
4.83 ล้านบัญชี คดิ เปน็ ยอดภาระหน้ีทไี่ ดร้ บั การช่วยเหลือแลว้ 3.19 ล้านล้านบาท

ด้านการใหส้ ินเชื่อใหม่ โดยการใหค้ วามช่วยเหลอื ผ่านสินเช่อื ฟ้นื ฟู และโครงการ Soft loan ของ ธปท.
ลา่ สดุ มีจำนวนผูท้ ่ไี ดร้ ับความช่วยเหลอื แลว้ 126,996 ราย คดิ เปน็ ยอดหนท้ี ไ่ี ด้รับการอนมุ ตั ิ 299,593 ลา้ นบาท

ขณะที่ โครงการพักทรัพย์พักหนี้ ปัจจุบันมีธุรกิจที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 309 ราย รวมเป็นเงนิ
41,211 ลา้ นบาท ณ 21 มี.ค. 2565 โครงการสินเชอ่ื ฟน้ื ฟู ช่วยเหลอื ไปแลว้ 49,209 ราย รวมเปน็ เงินที่ชว่ ยเหลอื แลว้
ทั้งหมด 161,393 ล้านบาท ขณะที่ คลินิกแก้หนี้ ปัจจุบัน มีการช่วยเหลือ 72,151 บัญชี ส่วน Soft loan
ธปท.ทีป่ ดิ รับคำขอไปแลว้ มยี อดขอสินเชอื่ ท้ังสนิ้ 77,787 ราย รวม 138,200 ล้านบาท

สำหรับการใชค้ วามชว่ ยเหลือลกู หน้ขี องสถาบันการเงิน ผา่ นการปรับโครงสร้างหน้ี ปจั จบุ นั มีบัญชไี ด้รับการ
ช่วยเหลือแล้วทั้งจากสถาบนั การเงนิ นอนแบงก์ รวมอยู่ที่ 1.69 ล้านบญั ชี แบงกร์ ัฐ 3.14 ล้านบัญชี รวมมีบัญชที ไ่ี ดร้ ับ
การปรบั โครงสร้างแลว้ 4.83 ล้านบญั ชี ขณะที่ หากคิดเปน็ ภาระหนี้ที่ได้รับการชว่ ยเหลอื แลว้ รวม 3.19 ลา้ นลา้ นบาท
แบ่งเปน็ การชว่ ยเหลอื จากสถาบนั การเงนิ และนอนแบงก์ 1.99 ลา้ นล้านบาท และแบงกร์ ัฐ 1.20 ล้านลา้ นบาท

ทีม่ า : หนงั สอื พิมพ์กรงุ เทพธุรกิจ


Click to View FlipBook Version