๗ - ๑๐
๑.๔ พลวทิ ยุและพลนาสาร (ใช้นายสิบคลังเครอ่ื งมือ)
๑.๕ นายสิบพยาบาล (จดั จากหมวดเสนารักษข์ องกองพัน)
๒. หมูป่ นื เลก็ ๓ หมู่
หมูป่ นื เล็กที่ ๑
ผู้บังคบั หมู่ปนื เลก็ ท่ี ๑ จ.
ชดุ ยิงท่ี ๑ (ก)
๑. หวั หน้าชดุ ยงิ ท่ี ๑ : รองผบู้ งั คับหมู่ ส. ใช้ ปลย. เอ็ม. ๒๐๓
๒. พลปืนเล็กหมายเลข ๑ พลยงิ ปก. เอม็ . ๖๐ ส. พลช่างกอ่ สรา้ งหมายเลข ๑
๓. พลปืนเล็กหมายเลข ๒ ผช. พลยิง ปก. เอม็ . ๖๐ พลฯ พลช่างก่อสร้างหมายเลข ๒
๔. พลปืนเลก็ หมายเลข ๓ พลกระสุน ปก. เอม็ . ๖๐ พลฯ พลช่างกอ่ สรา้ งหมายเลข ๓
๕. พลปืนเล็กหมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอม็ . ๑๖ พลฯ พลช่างโยธาหมายเลข ๔
ชดุ ยิงที่ ๒ (ข)
๑. หัวหนา้ ชุดยิงที่ ๒ : พลชา่ งทาลายหมายเลข ๑ ส. ใช้ ปลย. เอ็ม. ๒๐๓
๒. พลปืนเล็กหมายเลข ๑ พลช่างทาลายหมายเลข ๒ พลฯ ใช้ ปลย. เอม็ . ๑๖
๓. พลปนื เลก็ หมายเลข ๒ พลยงิ จรวดฯ ส. พลช่างโยธาหมายเลข ๑
๔. พลปนื เลก็ หมายเลข ๓ ผช. พลยงิ เครื่องยิงจรวด พลฯ พลช่า งโยธาหมายเลข ๒
๕. พลปนื เล็กหมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอม็ . ๑๖ พลฯ พลชา่ งโยธาหมายเลข ๓
หมทู่ ี่ ๒
ผบู้ ังคบั หมู่ปืนเล็กที่ ๒
ชุดยิงท่ี ๑ (ก)
๑. หัวหนา้ ชดุ ยงิ ท่ี ๑ : รองผบู้ ังคับหมู่ ส. ใช้ ปลย. เอ็ม. ๒๐๓
๒. พลปนื เล็กหมายเลข ๑ พลยงิ ปก. เอ็ม. ๖๐ ส. พลชา่ งกอ่ สรา้ งหมายเลข ๑
๓. พลปนื เลก็ หมายเลข ๒ ผช. พลยิง ปก. เอม็ . ๖๐ พลฯ พลช่างก่อสรา้ งหมายเลข ๒
๔. พลปนื เลก็ หมายเลข ๓ พลกระสนุ ปก. เอม็ . ๖๐ พลฯ พลชา่ งกอ่ สรา้ งหมายเลข ๓
๕. พลปืนเลก็ หมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอ็ม. ๑๖ พลฯ พลช่างโยธาหมายเลข ๔
ชดุ ยิงท่ี ๒ (ข)
๑. หัวหนา้ ชดุ ยงิ ท่ี ๒ : พลชา่ งทาลายหมายเลข ๑ ส. ใช้ ปลย. เอ็ม. ๒๐๓
๒. พลปืนเล็กหมายเลข ๑ พลช่างทาลายหมายเลข ๒ พลฯ ใช้ ปลย. เอม็ . ๑๖
๓. พลปนื เลก็ หมายเลข ๒ พลยิงจรวดฯ ส. พลช่างโยธาหมายเลข ๑
๔. พลปนื เล็กหมายเลข ๓ พลยงิ เคร่ืองยงิ จรวดฯ พลฯ พลช่างโยธาหมายเลข ๒
๕. พลปืนเล็กหมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอม็ . ๑๖ พลฯ พลชา่ งโยธาหมายเลข ๓
หมทู่ ่ี ๓
ชุดยิงที่ ๑ (ก)
๑. หัวหน้าชุดยิงท่ี ๑ : รองผ้บู งั คับหมู่ ส. ใช้ ปลย. เอม็ . ๒๐๓
๒. พลปืนเลก็ หมายเลข ๑ พลยงิ ปก. เอม็ . ๖๐ ส. พลชา่ งก่อสร้างหมายเลข ๑
๓. พลปนื เลก็ หมายเลข ๒ ผช. พลยิง ปก. เอ็ม. ๖๐ พลฯ พลชา่ งกอ่ สรา้ งหมายเลข ๒
๔. พลปนื เลก็ หมายเลข ๓ พลกระสุน ปก. เอ็ม. ๖๐ พลฯ พลชา่ งก่อสร้างหมายเลข ๓
๕. พลปืนเลก็ หมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอ็ม. ๑๖ พลฯ พลชา่ งโยธาหมายเลข ๔
ชุดยิงที่ ๒ (ข)
๑. หัวหนา้ ชุดยิงที่ ๒ : พลชา่ งทาลายหมายเลข ๑ ส. ใช้ ปลย. เอม็ . ๒๐๓
๗ - ๑๑
๒. พลปืนเลก็ หมายเลข ๑ พลช่างทาลายหมายเลข ๒ พลฯ ใช้ ปลย. เอ็ม. ๑๖
๓. พลปืนเลก็ หมายเลข ๒ พลยิงจรวดฯ ส. พลชา่ งโยธาหมายเลข ๑
๔. พลปืนเล็กหมายเลข ๓ ผช. พลยิงจรวดฯ พลฯ พลช่างโยธาหมายเลข ๒
๕. พลปนื เลก็ หมายเลข ๔ ใช้ ปลย. เอ็ม. ๑๖ พลฯ พลช่างโยธาหมายเลข ๓
ส่วนหลงั ประกอบดว้ ย กองบงั คบั การหมวด และ หมทู่ หารช่าง ๓ หมู่
๑. กองบงั คับการหมวด
๑.๑. พลขบั รถ ๑/๔ ตนั
๑.๒ พลขบั รถบรรทุกเทท้ายของหมวด พรอ้ มด้วยรถและเครื่องมอื ของหมวดและปก. ๙๓ จานวน ๑
กระบอก
๒. หม่ทู หารช่าง ๓ หมู่
๒.๑ พลขบั รถบรรทกุ เททา้ ยของหมู่ พร้อมดว้ ยรถและเครือ่ งมอื ของหมู่
๘-๑
บทท่ี ๘ ทหารชา่ งสนับสนุนการยุทธในพ้นื ท่สี ่งิ ปลูกสร้างถาวร
๑. กลา่ วโดยทั่วไป
การปฏิบตั ิการรบในพน้ื ที่สิ่งปลกู สร้างถาวรไดม้ กี ารดัดแปลงหลักนิยมพื้นฐานหลกั การทางยุทธวิธีและ
เทคนิคในการปฏิบัติให้เหมาะสมกับการพัฒนาความเจริญในส่วนต่างๆ ของโลก อันเน่ืองมาจากอัตราการเพมิ่
ประชากรและการเปล่ียนแปลงระบบเศรษฐกิจซ่ึงทาให้การรวมกันเป็นกลุ่มก้อนของประชาชน มีลักษณะเปน็
หมู่บา้ น ตาบล เมืองเล็ก และเมอื งใหญ่ ท่ีขยายขึน้ อย่างมรี ะเบยี บหรือสลับซับซอ้ นในเกือบทกุ แหง่
๒. ข้อพจิ ารณาทวั่ ไป
พ้ืนที่ส่ิงก่อสร้างถาวรอาจเป็นพื้นท่ีการรบก็ได้ เพราะว่าท่ีต้ังของอาคารเหล่าน้ันควบคุมเส้นทาง
เคลื่อนท่ี หรืออาจเปน็ เพราะพื้นทดี่ ังกล่าวนี้เปน็ สถานประกอบการอุตสาหกรรมทมี่ คี ่า หรือเปน็ สถานทร่ี าชการ
ต่างๆ ถ้าข้าศึกเลือกทาการต้ังรับด้วยกาลังมากในพ้ืนท่ีส่ิงก่อสร้างถาวรแล้ว ฝ่ายเข้าตีน่าจะเลือกเอาโดยการ
อ้อมผ่าน หรือนา่ จะทาลายพ้นื ทน่ี นั้ เสียมากกว่าท่จี ะเขา้ ปฏบิ ัติภารกจิ ท่ีเหนอ่ื ยยาก และกินเวลานานในการแย่ง
ยึดพ้ืนท่ีเหล่าน้ันจากส่วนใหญข่ องตนจะต้องถูกทาลายลงด้วยอาวุธทาลายล้างสูง แต่ถึงแม้ว่าพื้นท่ีส่ิงก่อสร้าง
ถาวรนนั้ จะเปน็ พ้ืนทีม่ ีความสาคัญย่ิงแกฝ่ า่ ยเขา้ ตกี ต็ าม ผู้บังคับบัญชาอาจจะตอ้ งยอมเส่ยี งตอ่ ความสญู เสียท่ีจะ
เกิดขึ้นผลกระทบกระเทอื นจากสภาพแวดลอ้ มที่สาคัญเกย่ี วข้องกบั การปฏิบัติการรบในบริเวณส่ิงก่อสร้างถาวร
ได้แก่ ระบบเส้นทาง และชุมชน ซ่ึงเป็นข้อจากัดในการใช้หน่วยอาวุธ และยุทธวิธี รวมท้ังที่สาคัญคือ การ
ตัดสนิ ใจของผู้บงั คับบญั ชาสมั พันธ์กับปัญหาทางการเมอื งด้วย
๒.๑ ระบบเส้นทาง เป็นสิ่งอานวยความสะดวกท่ีช่วยให้การเคล่ือนท่ีได้รวดเรว็ ข้ึน แต่บางโอกาสอาจ
เป็นอุปสรรคในการปฏบิ ัตกิ ารทางยุทธวิธีได้ถา้ ถกู ทาลาย
๒.๒ ชุมชน ในการพิจารณาปัญหาทางยุทธวธิ ีได้แบ่งชุมชนเป็น ๓ ประเภท และขนาดของหน่วยทาง
ยุทธวิธีทีจ่ ะใช้ในแต่ละประเภททง้ั ในการรบดว้ ยวธิ รี ุก และการรบด้วยวิธรี ับ ดงั นี้
๒.๒.๑ หมู่บ้าน ประชากรไม่เกิน ๓,๐๐๐ คน มักปรากฏในเขตรับผิดชอบของหน่วยระดับ
กองรอ้ ย หรอื กองพนั
๒.๒.๒ ชุมชนตามเส้นทางประชากรประมาณ ๓,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐ คน มักปรากฏในเขต
รับผิดชอบของหนว่ ยระดบั กรม หรอื กองพล
๒.๒.๓ เมืองใหญป่ ระชากรเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน มกั ปรากฏในเขตรบั ผิดชอบของหน่วยระดับ
กองพลข้นึ ไป
๒.๓ ปัญหาทางการเมือง และการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยท่ีผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาความ
ได้เปรียบในการปฏิบัติจากปัจจัยด้านการเมือง และทางยุทธวิธคี วบคูก่ นั ไปว่าจะทาการเข้าตี หรือตั้งรบั ในเมือง
หรอื ไม่
๒.๓.๑ ในการตั้งรับมขี ้อดี คอื มที ก่ี าบงั ซ่อนพราง ควบคุมเสน้ ทางเคลื่อนท่ใี นเมืองได้
๒.๓.๒ ในการเข้าตี สามารถออ้ มผา่ น เลอื กเข้าตีบางจุด โดดเดย่ี วข้าศึกได้
๒.๔ แง่คดิ ทางทหารบรเิ วณสิง่ ก่อสรา้ งถาวร
๒.๔.๑ การตรวจการณ์และการยงิ
๒.๔.๑.๑ ขอบชานเมือง เกอ้ื กลู ในข้ันแรก และจะลดลงเมือ่ ขา้ ศกึ เขา้ ใกล้
๒.๔.๑.๒ ตกึ อาคาร ส่งิ กอ่ สร้างสูงๆ ใช้เปน็ ที่ตรวจการณ์
๒.๔.๑.๓ ควันจากการสู้รบ จากดั การตรวจการณ์
๒.๔.๑.๔ เศษปลักหกั พัง จากัดการยงิ
๘-๒
๒.๔.๒ การกาบังและการซอ่ นพราง
๒.๔.๒.๑ อาคารสรา้ งดว้ ยคอนกรตี ผนังหนาให้การกาบงั ดี
๒.๔.๒.๒ อาคารตงั้ แต่ ๒ ชนั้ ขึ้นไป กาบังการยงิ จาก ป. และ บ.
๒.๔.๒.๓ ความสามารถในการกาบงั และซอ่ นพรางข้นึ อยกู่ บั ลักษณะการกอ่ สร้างและ
ความหนาแน่นของอาคาร
๒.๔.๒.๔ เปน็ การยากทจ่ี ะกาหนดที่ตั้งของฝ่ายข้าศึก ทาใหป้ ระมาณสถานการณ์ฝ่าย
ข้าศึกถึงกาลัง และหนทางปฏิบัติของข้าศึกท่ีน่าจะกระทายากยงิ่ ขึ้น ในการรบประชิดจะต้องบีบบังคับให้ฝ่าย
ข้าศึกละทิ้งท่ีม่ัน ซึ่งอาจเกิดการสูญเสียอย่างมหาศาลทั้งสองฝ่าย ฝ่ายตั้งรับอาจจะต้องจัดท่ีตรวจการณ์ที่อยู่
หลังแนวข้าศึก
๒.๔.๓ เครือ่ งกดี ขวาง
๒.๔.๓.๑ สิ่งกอ่ สรา้ งและเศษปลักหักพังเป็นเครื่องกีดขวางอยแู่ ล้ว
๒.๔.๓.๒ ถนนง่ายต่อการปิดก้นั
๒.๔.๔ ภูมิประเทศสาคัญ
๒.๔.๔.๑ สิ่งกอ่ สรา้ งภมู ปิ ระเทศเกอ้ื กลู ต่อการตรวจการณ์ และการยงิ
๒.๔.๔.๒ ส่งิ ก่อสร้างที่ควบคุมแนวทางเคลือ่ นที่ สะพาน พ้ืนที่คบั ขัน ซ่งึ ได้แกช่ อ่ งวา่ ง
ระหวา่ งอาคาร ถนน ทางรถไฟ สะพาน อาคารรอบนอกซง่ึ ฝา่ ยต้งั รับไดเ้ ปรยี บในการตรวจการณแ์ ละการยงิ
๒.๔.๔.๓ อาคารสาคัญ ได้แก่สานักงาน (กระทรวง) สาธารณูปโภค (โรงไฟฟ้า
ประปา) ทางวัฒนธรรม (โรงละคร) ทางการเมือง (ทาเนยี บรัฐบาล) ฯลฯ
๒.๔.๕ แนวทางเคล่อื นท่ี
๒.๔.๕.๑ ยานยนตห์ รือยานเกราะ จากัดการเคล่อื นทไี่ ด้เฉพาะตาม ถนน ตรอก ซอย
ชอ่ งว่างระหว่างอาคาร
๒.๔.๕.๒ ทหารราบเดินเท้า สามารถเคลื่อนที่ได้ตามหลังคา ในอาคาร ขอบถนน ใต้
ดินและตามอุโมงค์
๒.๔.๕.๓ ถนน เหมาะแกก่ ารเคลื่อนท่ี แต่ง่ายต่อการถูกซมุ่ ยิง และเปน็ พ้ืนทีส่ ังหาร
๒.๔.๕.๔ รอยแตกของอาคาร หรือพ้ืนโล่งภายใต้การปกปิดด้วยควัน หรือความมืด
ชว่ ยในการเคลือ่ นทขี่ องทหาร
๓. ผลกระทบในการรบบรเิ วณสิ่งกอ่ สรา้ ง
๓.๑ การปฏบิ ตั ิดา้ นการข่าว
๓.๑.๑ กระทาไดย้ ากเพราะอาคารนอกจากกาบงั การตรวจการณด์ ้วยสายตาแล้วยงั จากัดการ
ตรวจการณด์ ้วยเรดารอ์ ีกด้วย
๓.๑.๒ การหาข่าวควรใช้แหล่งข่าวเป็นบุคคล, การลาดตระเวน, ภาพถ่ายทางอากาศ ภูมิปน
วทิ ยา หรอื การตรวจการณ์ทางอากาศ
๓.๑.๓ ฝ่ายต้ังรับสามารถใช้คลัง, อาคารใหญ่ เพ่ือซ่อนพราง ทก., ยานพาหนะทาให้ยากแก่
การตรวจการณ์
๓.๑.๔ ความคุ้นเคยต่อสภาพท้องถิ่น ทาให้เอ้ืออานวยต่อการปฏิบัติของฝ่ายตั้งรับการ
ลาดตระเวนทางเทคนิคด้วยวิธีปกติยากที่จะประสบผลสาเร็จ ฝ่ายเข้าตีต้องการข่าวสารทางภูมิมาปนวิทยา
รวมทัง้ ภาพถา่ ยทางอากาศขณะทาการวางแผนเขา้ ตี
๓.๒ การเคลื่อนท่ี
๘-๓
๓.๒.๑ ส่ิงก่อสรา้ ง สิง่ ปลกั หกั พังเกอ้ื กลู ต่อฝ่ายตง้ั รบั เพม่ิ ความยากลาบากให้แกฝ่ า่ ยเข้าตี
๓.๒.๒ สิ่งก่อสร้างท่ีถูกทาลายมากขึ้น ก็จะก่อให้เกิดการกาบังแก่ฝ่ายตั้งรับมากข้ึนและเพิ่ม
ความยากลาบากในการรกุ ของฝา่ ยเข้าตีมากขึ้น ความคืบหนา้ ในการรกุ กจ็ ะช้าลง
๓.๓ การยงิ สนบั สนุน
๓.๓.๑ การสนบั สนุนอยา่ งใกลช้ ิดดว้ ยปนื ใหญ่ และกาลังทางอากาศทาได้ยาก
๓.๓.๒ ปนื ใหญ่ควรใชช้ นวนถว่ งเวลา
๓.๓.๓ อาวธุ ที่เกดิ เปลวไฟด้านหลังใชไ้ ด้ยากเชน่ ปรส. อาวุธนาวถิ ีตอ่ สูร้ ถถัง (TOW)
๓.๓.๔ ต้องมีการวางแผนการใช้อาวุธระยะสั้นและระเบิดขว้างไว้ล่วงหน้า พ้ืนท่ีสิ่งก่อสร้าง
ยากที่จะใช้อาวุธประเภทท่ีเกิดเปลวไฟด้านหลังเช่น ปรส. อาวุธนาวิถีต่อสู้รถถัง (TOW) โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ภายในอาคาร การสนับสนุนซ่ึงกันและกันยากท่ีจะประสบผล ในขณะเดียวกันการเคลื่อนท่ีทั้งหลายต้องไดร้ ับ
การคุม้ ครองด้วยการยิง รถถังและอาวุธสนบั สนุนอ่ืนๆ อาจตอ้ งใช้ท้งั วธิ ียิงเล็งตรงและยงิ เลง็ จาลอง
๓.๓.๕ ไฟ ฝ่ายตั้งรับอาจใช้ไฟเผาผลาญบริเวณอาคารบางแห่ง เพ่ือขัดขวางการปฏิบัติของ
ฝา่ ยรุก แตก่ ารใชไ้ ฟเผาอาจทาให้เกิดผลเสียแก่ฝา่ ยตง้ั รบั ไดเ้ ทา่ กับที่เกิดกับฝ่ายเข้าตี มอี ัตราการเสยี่ งสงู ในการ
ที่จะไมส่ ามารถควบคมุ ไฟไหมแ้ ละการลกุ ลามอย่างรวดเรว็ ในพน้ื ทส่ี ่ิงปลกู สรา้ ง
๓.๔ ลักษณะผนู้ า
๓.๔.๑ ผบ. หนว่ ยขนาดเล็กมคี วามสาคญั มาก (ระดบั หมู่ หมวด)
๓.๔.๒ ผบ. หนว่ ยตอ้ งมคี วามคดิ รเิ ร่มิ แขง็ แรงท้ังสภาพรา่ งกายและจิตใจ
๓.๕ การติดต่อสอื่ สาร
๓.๕.๑ การสือ่ สารทางวิทยถุ กู รบกวน
๓.๕.๒ การสอ่ื สารทางสาย และพลนาสารจะใช้ไดผ้ ล
๓.๖ การควบคุมบงั คับบัญชา การควบคมุ แบบรวมการทาไดย้ าก ใชก้ ารควบคุมแบบแยกการ
๓.๗ อื่น ๆ
๓.๗.๑ ภาพการรบจะเห็นเป็น ๓ สว่ น คอื บนอาคารสงู บนพน้ื ดิน ใต้ดิน
๓.๗.๒ การสรู้ บละเกดิ ขึน้ ในระยะประชิด
๓.๗.๓ ประชาชนทีไ่ มเ่ กี่ยวข้องกับการรบโดยตรงจะทาให้เกิดปญั หาเชน่ การลกั ขโมย การใช้
ใบปลิว งานดา้ นกิจการพลเรอื น
๓.๗.๔ มกี ารรวมกาลงั ในพน้ื ทเ่ี ล็กๆ
๓.๗.๕ การสนับสนนุ การสง่ กาลังบารงุ ยาก
๓.๗.๖ การปฏิบัติการจติ วิทยามคี วามสาคญั
๓.๗.๗ กฎหมายสากลทาให้การปฏิบัติต้องระมัดระวังประชาชน อาคารและส่ิงปลูกสร้างทาง
ประวัติศาสตร์ จงึ เปน็ การจาจดั การใชอ้ าวธุ และยทุ ธวิธี
๔. ยุทธวธิ ีทส่ี าคญั ของพ้นื ท่ีสิ่งกอ่ สรา้ ง
พ้ืนทีส่ ง่ิ กอ่ สรา้ งท้ังหลายควรจะหลีกเล่ียงทง้ั ฝา่ ยเขา้ ตีและฝ่ายตง้ั รบั เวน้ แตว่ า่ พน้ื ทดี่ งั กล่าว
จะกลายเปน็ ภูมปิ ระเทศสาคัญทางยุทธวิธีตามเหตผุ ลหน่ึงดังน้ี
๔.๑ พืน้ ท่สี ิง่ กอ่ สรา้ งนัน้ เป็นเป้าหมายสาคญั ทางการเมอื ง อาคารและสง่ิ กอ่ สรา้ งมคี ณุ ค่ามหาศาล
๔.๒ เส้นทางทผี่ า่ นเขา้ สู่พน้ื ทสี่ ่ิงก่อสร้างไมส่ ามารถท่ีจะอ้อมผ่าน หรอื หลีกเล่ียงได้โดยฝ่ายเขา้ ตี
๔.๓ เสน้ ทางผา่ น หรอื สิง่ อานวยความสะดวกในพ้นื ที่ส่ิงกอ่ สร้างมีความจาเป็นในการสนับสนุนการรบ
ของหนว่ ยนา
๘-๔
๔.๔ หากฝ่ายเข้าตีไมส่ ามารถควบคุมพ้ืนที่สิ่งก่อสร้างนน้ั ได้ ฝ่ายตั้งรับสามารถใช้เป็นหลักฐานสาหรบั
การปฏบิ ตั ิการขัดขวางโดยการปฏิบัติการเชงิ รุก
๕. สง่ิ ก่อสรา้ งกบั หน่วยและเหล่า
๕.๑ ทหารราบ ลักษณะของสิ่งก่อสร้าง จึงทาให้การรบส่วนใหญ่ใช้หน่วยทหารราบเป็นหลักหน่วย
ทหารราบเดินเท้าทไ่ี ด้รับการฝึกมาอย่างเหมาะสม จะทาใหก้ ารรบในส่ิงก่อสร้างได้ผลและมีประสทิ ธิภาพดีกว่า
จะใช้หน่วยทหารราบในภูมิประเทศโล่งแจ้งต่อสู้กับกาลังยานเกราะ ข้าศึกท่ีได้มีการเตรียมการเป็นอย่างดี
น่าจะพิจารณาได้ว่าด้านการฝึกท่ีเป็นอย่างดี หน่วยทหารราบมาตรฐานและหน่วยทหารราบเบาสามารถรับ
ภารกจิ ในการตัง้ รบั ในพน้ื ทสี่ ง่ิ กอ่ สร้างไดด้ ี
๕.๒ รถถงั รถถงั สามารถปฏิบตั ภิ ารกจิ สาคัญๆ ในการรบในบริเวณส่งิ ก่อสร้างได้ แตป่ กตมิ กั จะให้รถถัง
ขึ้นการบังคบั บัญชาต่อทหารราบ รถถงั สามารถใช้ในกิจดังนี้
๕.๒.๑ ต่อสูร้ ถถังและรถสายพานข้าศกึ ในระยะไกล
๕.๒.๒ สกดั กนั้ การโจมตขี องข้าศึก หรอื เสน้ ทางถอนตัว
๕.๒.๓ ตา้ นทานยานพาหนะของขา้ ศึก ซง่ึ พยายามจะเคลอ่ื นทีผ่ ่านแนวเครอื่ งกีดขวาง
๕.๒.๔ ใช้อาวุธประจารถถัง สกัดก้ันอาวุธต่อสู้ยานเกราะของข้าศึกและทาลายหน่วยทหาร
ราบของขา้ ศึก
๕.๒.๕ กวาดล้างขา้ ศึกจากอาคารตา่ งๆ โดยใชอ้ าวุธประจารถ
๕.๒.๖ ปอ้ งกนั ปกี และเปน็ หน่วยตอ่ ตา้ นการเขา้ ตขี องข้าศึก
๕.๒.๗ จัดให้มกี ารสอื่ สารอย่างกวา้ งขวาง และเพ่ิมเตมิ ความคลอ่ งแคลว่ ในการเคลอ่ื นที่
๕.๒.๘ เพมิ่ อานาจการยงิ ใหก้ บั ตาบลเตรียมจุดระเบดิ ทาลาย และตาบลสาคญั อื่นๆ
๕.๓ การใช้หนว่ ยยานเกราะ ในการรบบรเิ วณสิง่ กอ่ สร้างจะมักเผชญิ กบั ปัญหาดงั น้ี
๕.๓.๑ พื้นยงิ จะจากัดทาให้ประสิทธิภาพในการปฏิบตั ิเชิงรุกลดลง
๕.๓.๒ ความคล่องแคล่วในการเคลอ่ื นท่จี ะลดลง เน่ืองจากปริมาณของเศษปลกั หักพังของ
อาคารซ่ึงเกิดจากการยงิ ของขา้ ศึก
๕.๓.๓ อานาจการยิงจากดั เน่อื งจากการจากดั ทางส่ายและทางสูงของปนื รวมทงั้ ปนื ใหญ่และ
ปนื กลร่วมแกนไม่สามารถทาการยิงตอ่ ทีห่ มายขน้ึ บน หรอื หลังคาอาคาร
๕.๓.๔ ปกติการใช้หน่วยรถถังควรจะใช้เป็นหน่วย หลีกเล่ียงการใช้กาลังต่ากว่าหมวดแต่ใน
การรบบริเวณสิง่ ก่อสร้างควรจะใชร้ ถถังเป็นคนั ๆ หรอื เป็นคู่ จงึ เกิดเปน็ ขอ้ ยกเว้นจากการปฏิบัตกิ ารบโดยหลัก
นิยมของทหารมา้
๕.๓.๕ หากการยิงสนับสนุนด้วยปืนใหญ่มีข้อจากัด รถถังอาจได้รับภารกิจในการใช้อาวุธยิง
เล็งจาลอง เพอื่ สนับสนุนหน่วยทหารราบ
๕.๔ ปจั จัยสาคัญในการพิจารณาใช้ปืนใหญ่สนบั สนนุ การรบในสง่ิ ก่อสร้าง คอื
๕.๔.๑ การยิงเล็งตรง ปืนใหญ่สามารถใช้สนับสนุนการยิงด้วยการยิงเล็งตรงเม่ือปืนใหญ่
เหลา่ นนั้ สามารถโจมตอี ย่างมีประสิทธภิ าพสูงสดุ ต่อจุดต้านทานหรอื อาคารต่างๆ
๕.๔.๒ การยงิ เล็งจาลอง การตรวจการณ์ และการปรับการยิงเปน็ ไปด้วยความยากลาบากการ
ใช้ท่ีตรวจการณ์หน้าอาคาร สามารถลดปัญหาน้ีลงไปได้บ้าง ในการรบประชิดความใกล้ระหว่างข้าศึกกับฝ่าย
เราจะทาให้เกดิ อนั ตรายรว่ มกนั จากการยิงเลง็ จาลอง
๕.๕ ปืนใหญส่ นามและเครื่องยิงลกู ระเบิดควรใช้เพอ่ื
๕.๕.๑ ยงิ เพือ่ หยดุ การเคล่ือนท่ีของข้าศึก ทาลายขวญั ขา้ ศกึ โดยเร็วทสี่ ดุ เท่าท่ีจะกระทาได้
๕.๕.๒ ยิงทาลายและรบกวนเพอ่ื สกัดการใช้กองหนนุ ของขา้ ศึก
๘-๕
๕.๕.๓ ยิงสนับสนนุ การปฏิบัตขิ องกองหนนุ ระหวา่ งเข้าตผี ่านหรือเจาะต่อกาลังขา้ ศกึ
๕.๕.๔ ปดิ ชอ่ งว่างทางปกี ระหวา่ งการหยุดทง้ั ด้วยวิธีรุกและวิธรี ับ
๕.๖ ภารกิจของทหารช่าง
๕.๖.๑ เปดิ เครอื่ งกีดขวาง และหมายแนวเครื่องกีดขวาง
๕.๖.๒ ขัดขวางการเคลื่อนท่ีของข้าศึกในพ้ืนที่ หรือเส้นทางโดยการระเบิดทาลายสร้างลวด
หนาม กระโจม รวมทัง้ การวางสนามทนุ่ ระเบดิ และกบั ระเบิด
๕.๖.๓ เพ่ิมความแข็งแรงใหป้ ้อมคา่ ย
๕.๖.๔ ใช้ระเบิดทาลายโจมตีต่อจดุ ต้านทานของข้าศึก
๕.๖.๕ ซ่อมแซมและจดั การบรกิ ารทจ่ี าเปน็ เช่น ไฟฟา้ และน้าสาหรบั บริเวณส่งิ ก่อสร้าง
๕.๗ หนว่ ยบินของกองทพั บก ในขณะที่เฮลคิ อปเตอร์จะเปน็ เป้าหมายสาคญั จากการยงิ ด้วยอาวธุ ต่อสู้
อากาศยาน และจากอาวุธขนาดเลก็ ควรจะใช้เฮลิคอปเตอร์ในกิจดงั นี้
๕.๗.๑ ลาดตระเวนดว้ ยสายตาและถ่ายภาพ
๕.๗.๒ ควบคมุ การยิงเลง็ จาลองและโจมตที างอากาศ
๕.๗.๓ ขนส่งหนว่ ยทหาร ผตู้ รวจการณ์และพลแมน่ ปนื ไปยังยอดของอาคารสูงๆ
๕.๗.๔ สนบั สนนุ การเคล่ือนท่ีของกองหนนุ
๕.๗.๕ การส่งกลบั ผบู้ าดเจบ็ และส่งกาลงั
๕.๘ กลา่ วโดยสรปุ แล้วภาพรวมของการยทุ ธบริเวณสง่ิ กอ่ สร้างถาวร คือ
๕.๘.๑ การยทุ ธบริเวณส่ิงกอ่ สรา้ งจะใช้เวลามาก มีการสูญเสียมาก ซ่ึงจะตอ้ งใชก้ าลังมากมาย
ในการปฏบิ ตั ิ หากเปน็ ไปได้ ควรจะหลกี เล่ียงท่จี ะทาการรบในบริเวณสง่ิ ก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นฝา่ ยเข้าตีหรือ ตัง้
รบั
๕.๘.๒ ปัญหาการควบคุมสาหรับฝ่ายเข้าตีและตั้งรับเปน็ เรอ่ื งสาคัญและยากแก่การดารงการ
ควบคุมอย่างตอ่ เน่อื ง
๕.๘.๓ ผลสาเร็จขึน้ อยู่กบั ความริเรมิ่ เป็นบุคคลและลกั ษณะผูน้ าของ ผบ.หนว่ ยขนาดเลก็
๕.๘.๔ ไม่วา่ จะเปน็ การตัง้ รบั หรือการเขา้ ตี สิ่งสาคัญคือ จะต้องรบกวนขา้ ศกึ อยตู่ ลอดเวลาไม่
เปิดโอกาสให้ฝ่ายข้าศึกมีเวลาจัดระเบียบ ปรับกาลังหรือพักผ่อนทั้งนี้ฝ่ายเราต้องดารงความริเร่ิมปฏิบัติต่อ
ข้าศกึ อยูต่ ลอดเวลาและดารงรักษาความเป็นฝา่ ยกระทาไว้ใหไ้ ดต้ ลอดเวลา
๕.๘.๕ ต้องมีการฝึกความชานาญและทางเทคนิคสาหรับหน่วยท่ีปฏิบัติการยุทธแบบนี้การ
วางแผนต้องแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงมากจนเกิดความสับสนแผนการส่งกาลังบารงุ จะต้องทาข้ึนเป็นพิเศษต้อง
งา่ ย และออ่ นตัว
๖. การพิจารณาแบง่ ประเภทและแบบของสิ่งก่อสร้างถาวร
เป็นปจั จยั ทีจ่ ะทาใหส้ ามารถวิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกดิ ข้นึ กบั ฝ่ายเราและฝ่ายข้าศกึ ทาให้ผ้บู ังคับหน่วย
และกาลังพลรจู้ กั คุณลักษณะธรรมชาตขิ องส่งิ ก่อสรา้ งถาวรมีการจดั แบง่ ได้หลายวิธดี งั นี้.-
๖.๑ แบง่ ตามลักษณะของชมุ ชน และจานวนประชากร สามารถแบ่งได้ ๔ ประเภท คอื
๖.๑.๑ หมบู่ า้ น
๖.๑.๒ เมอื งตามเส้นทาง
๖.๑.๓ เมอื งเล็ก
๖.๑.๔ เมอื งใหญ่
๖.๒ แบง่ ตามพ้นื ทแี่ ละบริเวณจดั ตัง้ อาคารมีความม่งุ หมายใดแบง่ ออกเป็น
๖.๒.๑ ย่านใจกลางเมอื ง
๘-๖
๖.๒.๒ ยา่ นอาคารสูงด้านนอก
๖.๒.๓ ยา่ นการค้า
๖.๒.๔ ขอบด้านนอกของผา่ นใจกลางเมอื ง
๖.๒..๕ ยา่ นท่ีอย่อู าศยั
๖.๒.๖ ยา่ นอตุ สาหกรรมดา้ นนอก
๖.๓ แบง่ ตามแบบของถนน สามารถแบ่งออกเปน็
๖.๓.๑ Radial คลา้ ยลาแสงแยกจากจุดศูนยก์ ลาง
๖.๓.๒ Radial - ring คล้ายใยแมงมุม
๖.๓.๓ Ray เป็นเส้ยี ว
๖.๓.๔ Rectangular เปน็ ตารางส่ีเหล่ียม
๖.๓.๕ Combined แบบผสม
๖.๓.๖ No Pattern ไม่มีรูปแบบ
๖.๔ แบง่ ตามลักษณะของการจัดกลมุ่ อาคารแบ่งเปน็
๖.๔.๑ แบบบลอ็ ค
๖.๔.๒ แบบติดกันเปน็ แถว
๖.๔.๓ แบบมพี ื้นท่โี ลง่ แจ้งรอบนอก
๗. ยทุ ธวิธใี นการเข้าตพี ืน้ ทบ่ี ้านเมอื งทีม่ ีการปอ้ งกัน รวมทง้ั การใช้หนว่ ยและอาวุธสนับสนุนกล่าวไว้ใน รส.๓๑ -
๕๐ และ รส.๑๐๐ - ๕ การควบคุมหนว่ ยเข้าตีมักจะแยกการเนอ่ื งจากจากัดในการติดต่อสื่อสารและการตรวจ
การณ์ที่เกิดจากการขัดขวางของอาคารการนี้ทาให้เกิดการปฏิบัติของหน่วยก่ึงอิสระขนาดเล็กในขนาดหมวด
และกองร้อย
๗.๑ การเขา้ ตีพื้นท่ีบา้ นเมอื งแบ่งออกเปน็ ๓ ขั้น
๗.๑.๑ ข้ันที่ ๑ เพื่อแยกพน้ื ที่โดยยดึ ลักษณะภูมิประเทศทคี่ ุ้มครองเสน้ ทางเขา้ ส่พู ื้นที่น้นั
๗.๑.๒ ขน้ั ท่ี ๒ ประกอบดว้ ยการรุกเข้าหาขอบของพืน้ ที่บ้านเมอื งและการยึดฐานของอาคาร
ในขอบใกล้ เพอื่ จากดั การตรวจการณท์ างพื้นดินของฝา่ ยตัง้ รับและทาการยงิ ตรงไปยังทางเขา้ ออกเมอื ง
๗.๑.๓ ขนั้ ท่ี ๓ ประกอบดว้ ยการรกุ ผ่านพน้ื ที่บา้ นเมอื ง เพอ่ื กวาดลา้ งขา้ ศึกใหอ้ อกไปพ้นพ้ืนที่
๘. ภารกจิ ของหนว่ ยทหารช่าง
๘.๑ ทหารช่างที่ขน้ึ สมทบหรอื สนบั สนุนการวางกาลังค่อนไปข้างหนา้ และมักจะไปกับหนว่ ยนา
๘.๒ ภารกิจทีท่ หารชา่ งปฏิบตั อิ าจประกอบดว้ ย
๘.๒.๑ การวางและปฏิบัติการทาลาย เพ่ือใช้ในการเจาะช่องทางผ่านกาแพง หรือเครื่องกีด
ขวางอ่ืน รวมท้ังการใช้ยานรบของทหารชา่ ง พร้อมดว้ ยปนื ยิงวตั ถุระเบิดประจารถ
๘.๒.๒ หาตาบลท่ตี ัง้ และช่วยในการรื้อถอนทนุ่ ระเบิดและกบั ระเบดิ
๘.๒.๓ กวาดลา้ งเคร่อื งปดิ ก้นั ทางเศษอิฐ หินและสง่ิ ปรบั หกั พงั เพอื่ ชว่ ยในการรกุ ไปข้างหนา้
และการสง่ กาลงั เพิ่มเตมิ
๙-๑
บทท่ี ๙ ทหารช่างสนบั สนนุ การยทุ ธ ในบรเิ วณพ้ืนทป่ี ้อมคา่ ย
๑. กล่าวโดยท่วั ไป
ป้อมค่ายลักษณะหนงึ่ ลักษณะใดอาจจะถูกสร้างข้ึน เมื่อกาลังทหารได้รับมอบภารกิจในการต้ังรบั เมื่อ
คานงึ ถึงเวลาและทรัพยากรท่ีมอี ยู่ งานกอ่ สร้างปอ้ มค่ายอาจจะเปน็ งานที่ง่ายๆ ในการสร้างที่ม่ันเร่งด่วนโดยใช้
วัสดุแสวงหามาได้ในท้องถ่ินไปจนถึงการก่อสร้างท่ียุ่งยากสลับซับซอ้ นท่ีม่ันคงแข็งแรง มีการจัดอย่างดีโดยทา
เป็นแถบหรือเขตป้อมค่ายที่สนธิการป้องกันเข้าด้วยกันอย่างดี งานก่อสร้างส่ิงถาวรเหล่านี้ได้แก่ งานสร้าง
บังเกอร์ที่มีผนังหนาเป็นคอนกรีต ท่ีตั้งปืนประจาที่ หรือป้อมปืนหมุนได้ มีช่องทางเดินใต้ดินที่ไปมาถึงกันได้
และมีที่พักอาศัยของทหารท่ีสร้างข้ึนอย่างประณีต งานสร้างป้อมค่ายดังกล่าวไม่ทาในสภาพการสู้รบตามปกติ
เพราะต้องใช้เวลา วัสดุและแรงงานจานวนมาก และตามความเป็นจริงแล้วกาลังจากฝ่ายเขา้ ตีอาจอ้อมผา่ นไป
ได้ จากสภาพการณ์ที่หน่วยจาเป็นต้องเคลื่อนย้ายอยู่บ่อยๆ งานป้อมค่ายส่วนใหญ่จึงมักจะใช้ท่อนซุงหรือ
บงั เกอรท์ ท่ี า ดว้ ยดนิ และป้อมสนามท่อนซงุ หรือบังเกอร์ทีท่ าดว้ ยดนิ ทีต่ ั้งปืนและที่หลบภัยซ่ึงกอ่ สร้างข้ึนด้วย
วัสดทุ ่มี ีอย่ใู นทอ้ งถน่ิ จะใหก้ ารปอ้ งกนั อยา่ งดีต่อบคุ คล และอาวธุ ตา่ งๆ ทง้ั น้ขี นึ้ อยกู่ บั ความลึกของการกอ่ สร้าง
และความแข็งแรงตลอดจนความหนาของสิ่งปกปิดเหนอื ศีรษะ ส่ิงก่อสร้างเหล่าน้ีจะให้การป้องกันภัยต่อผลท่ี
เกิดจากอาวุธ นชค.ได้ระดบั หนง่ึ
๒. ชนดิ ของบรเิ วณป้อมคา่ ย
บริเวณป้อมค่าย ( Fortified Area ) คือ พื้นที่หน่ึงท่ีบรรจุงานในการต้ังรับจานวนมาก โดยงานตั้งรับ
ดังกลา่ วอาจรวมถงึ หลุมปืน บังเกอร์ ที่พกั ทม่ี ีการกาบัง การดัดแปลงถ้าตามธรรมชาติ หรือถ้าที่มนุษย์สร้างขึ้น
สนามเพลาะ และส่ิงกีดขวางต่างๆ เม่ือกล่าวถึงที่ตั้ง ความกว้างและความลึกแล้ว ลักษณะของป้อมค่ายอาจ
แบง่ ออกเป็นชนิดต่างๆ ไดด้ ังน้ี
๒.๑ ป้อมค่ายประจาถ่ิน ( Fortified Locality ) คือกลุ่มของงานการตั้งรับซ่ึงเป็นที่ต้ังเดียวที่ ไม่
เก่ยี วข้องกับระบบการต้งั รับอ่นื ๆ หรอื เป็นสว่ นหนึง่ ของระบบการตง้ั รับ
๒.๒ ที่ม่ันป้อมค่าย ( Fortified Position ) คือชุดของป้อมค่ายประจาถิ่นท่ีจัดวางไว้อย่างแข็งแรง
ในทางกว้างและทางลึก เพื่อที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามป้อมค่ายประจาถิ่นที่จัดอย่างแข็งแรง
กล่มุ เดยี วกอ็ าจเป็นท่ีม่ันปอ้ มคา่ ยได้
๒.๓ แถบปอ้ มค่าย ( Fortified Belt ) คือแนวกล่มุ ท่มี ่ันปอ้ มคา่ ย
๒.๔ เขตปอ้ มค่าย (Fortified Zone) คือ ระบบของท่ีมั่นปอ้ มคา่ ยที่ขยายออกไปในทางขา้ งและทางลึก
ตามปกติประกอบด้วยแถบป้อมค่าย ๒ แถบหรือมากกว่า
๓. การจัดบริเวณปอ้ มคา่ ย
๓.๑ การจัดป้อมค่ายประจาถ่ิน ข้ึนอยู่กับลักษณะภูมิประเทศโดยเฉพาะหรือที่ต้ังท่ีสาคัญๆ ที่จะทา
การป้องกันการตั้งรบั วงรอบจะจัดขึ้นเพื่อให้การป้องกันได้รอบตัว บังเกอร์จะต้องให้การสนับสนุนซง่ึ กันและ
กันช่องปืนทุกๆ แห่งท่ีตั้งอยู่ในวงรอบจะได้รับการคุ้มครองด้วยการยิงมีการใช้เครอ่ื งกดี ขวางอย่างมากท่ีสดุ ซง่ึ
เคร่อื งกดี ขวางเหลา่ น้ีจะรวมถึงขดลวดหนาม ดงระเบิดและเครอื่ งกีดขวางรถถงั ชนิดตา่ งๆ
๓.๒ ที่มั่นป้อมค่าย จะจัดในลักษณะท่ีเหมือนกับป้อมค่ายประจาถ่ินแต่จะมีความกว้างและความลึก
มากกว่า ตามปกติแล้วจะไม่จัดเป็นการต้ังรับวงรอบข้ึน อย่างไรก็ตามกาลังกองหนุนจะจัดเตรียมการต้ังรับ
วงรอบโดยเข้าท่มี ัน่ เพิ่มเติมขา้ งหลัง
๓.๓ แถบป้อมค่าย เป็นส่วนท่ีสาคัญของพ้ืนที่ป้อมค่าย ใช้เพื่อยับยั้งข้าศึกด้วยการผสมผสานการยิง
ป้องกนั ดว้ ยอาวธุ และที่ต้งั ปืนตา่ งๆ ปกติแล้วแถบปอ้ มค่ายจะมีความลึก ๒,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ เมตร ประกอบด้วย
๙-๒
บงั เกอร์และทีต่ ้งั ปนื ภายในท่มี น่ั แต่ละแถบ เพอื่ คุม้ ครองแนวทางเคล่อื นทีท่ ้ังส้ินที่เข้ามาสูพ่ ้ืนที่ ระหวา่ งบงั เกอร์
สามารถให้การสนบั สนุนซง่ึ กนั และกัน กองหนนุ จะกาหนดให้ ณ จดุ ยุทธศาสตร์ ณ ท่ีปลอดภัยในแถบปอ้ มค่าย
เพ่อื ใช้ทาการตีโตต้ อบต่อกาลังข้าศกึ ทีก่ าลังประสพผลสาเรจ็ ในการเจาะเข้ามา
๓.๔ เขตป้อมค่าย จัดให้มีแถบในทางลึกสองแถบหรือมากกวา่ การระวังป้องกันทางปีกกระทาโดยใช้
เขตป้อมค่ายเชอ่ื มโยงกบั ภูมประเทศทเ่ี ป็นเครอื่ งกีดขวางตามธรรมชาติ เขตปอ้ มคา่ ยแบบหนึง่ จะประกอบด้วย
ป้อมค่ายสนามต่างๆ ท่ีมีความกว้างด้านหน้าของแถบป้อมค่ายอันแรกตั้งแต่ ๕ – ๑๐ กม. โดยแถบป้อมค่าย
แถบน้ีจะวางกาลังส่วนระวังป้องกันเพ่อื ลวงทาลายการจัดและหนว่ งเวลาฝ่ายเข้าตี ส่วนระวงั ป้องกันจะเข้ายดึ
ลักษณะภูมิประเทศสาคญั ไว้ หรอื คุม้ ครองขา่ ยถนนทส่ี าคญั เพอื่ บบี บังคับให้ฝ่ายเข้าตีใชก้ าลังก่อนเวลาอันควร
หลังจากน้ันส่วนระวังป้องกันจะทาการถอนตัวโดยจะไม่ทาการรบแตกหัก โดยปกติแถบป้อมค่ายจะต้ังอยู่หา่ ง
กัน ๑๐ – ๑๕ กม. เพื่อบีบบังคับให้ฝ่ายเข้าตตี ้องเปลย่ี นที่ตง้ั ยงิ อาวธุ สนับสนุนก่อนท่ีจะเข้าโจมตแี ถบปอ้ มค่าย
ถัดไป การร้ังหน่วงมักจะเป็นการทาลายความต่อเนื่องในการเข้าตีและเปิดโอกาสให้ฝ่ายตั้งรับมีเวลารวบรวม
กาลังออกตีโต้ตอบ เพื่อสถาปนาท่ีมน่ั พื้นที่ระหว่างแถบป้อมค่ายจะเต็มไปด้วยป้อมค่ายประจาถิ่นและการตั้ง
รบั ชนิดอนื่ ๆ ตามตาบลคับขนั ต่างๆ เพอ่ื ขดั ขวางและรง้ั หนว่ งให้นานท่ีสุดและทาลายลา้ งกาลงั ข้าศึกที่เจาะเข้า
มาในเขตป้อมคา่ ย
๔. ลาดับการเข้าตี
๔.๑ กลยุทธของทหารราบในการเข้าตีพื้นที่ป้อมค่าย ตลอดจนการใช้หน่วยและอาวุธสนับสนุนได้
กล่าวไว้ใน รส.๓๑ - ๕๐ และ รส.๑๐ - ๑๕ หน่วยมูลฐานในการเข้าตเี ช่นน้ี คอื หมวดทหารราบ หนว่ ยสนบั สนนุ
อาจมีหน่วยทหารปนื ใหญ่ หนว่ ยส่งทางอากาศ หนว่ ยปนื ใหญ่ต่อสูอ้ ากาศยาน หน่วยยานเกราะ หน่วยเคมแี ละ
หน่วยทหารช่าง ตลอดจนหน่วยบิน เจ้าหน้าท่ีของทหารช่างในการเข้าตี ได้แก่การใช้เทคนิคในการข้ามหรือ
เจาะชอ่ งทางผ่านเครอื่ งกีดขวางเปน็ สว่ นรวมในชดุ ผสมเหล่า
๔.๒ การเขา้ ตพี ้ืนทป่ี อ้ มค่ายออกแบ่งออกเป็น ๔ ขัน้ โดยทม่ี ักจะเหลอื่ มซ้อนกัน ได้แก่
๔.๒.๑ ขน้ั ที่ ๑ ลดอานาจระบบการคอยเหตุของขา้ ศึกและดาเนนิ การเข้าตี
๔.๒.๒ ขน้ั ที่ ๒ เจาะชอ่ ง ณ ตาบลทีเ่ หมาะสม
๔.๒.๓ ขนั้ ท่ี ๓ ขยายชอ่ งโดยทาใหข้ าดลอยและลดอานาจทต่ี งั้ ยงิ ของข้าศกึ ทางปีก
๔.๒.๔ ขั้นที่ ๔ เคลื่อนกาลังกองหนนุ เคล่ือนท่ีเร็วผ่านช่อง โดยล้อมและแยกป้อมค่ายที่เหลือ
ขณะทาการเขา้ ตตี ่อไปจากขา้ งหน้า
๔.๓ การขยายผลทันทีนับว่าเป็นเรื่องที่ต้องทาในแต่ละข้ัน ถ้าท่ีม่ันมีความลึกหน่วยเข้าตีจะต้อง
พยายามให้ถึงแนวที่สองโดยเร็วท่ีสุดหลังจากเจาะช่องในแนวที่หนึ่งได้ วิธีดาเนินการต่อแนวที่สองคงใช้หลัก
เทคนคิ เช่นเดยี วกบั แนวท่หี น่ึง วธิ ดี าเนินการต่อแนวที่สองคงใช้หลักเทคนคิ เช่นเดียวกบั แนวทห่ี นึ่ง
๕. ภารกจิ ของทหารช่าง
๕.๑ ในระหว่างการเข้าตภี ารกิจหลกั ของทหารชา่ ง คือ การเจาะช่องเครอ่ื งกีดขวางภายนอกและขนาด
ใหญ่ซ่ึงป้องกันท่ีม่ันป้อมค่ายหลัก การลดอานาจของที่ต้ังยิง ท่ีกาบังต้ังยิงปิด และหลุมปืนกับการกวาดล้าง
เครื่องกีดขวางระยะประชิด และขนาดเล็กเป็นภารกิจของหม่ทู หารราบท่ีจัดและมียุทโธปกรณ์เป็นพิเศษซ่ึงนา
การเข้าตี ซ่ึงหมายถึงการเปิดช่องระบบป้อมค่ายที่แข็งแรงของข้าศึกให้ได้ผลนั้นต้องมีการประสานกันโดย
ใกล้ชิดระหว่างทหารช่างซ่ึงเปิดช่องในแนวเครื่องกดี ขวาง และทหารราบท่ีลดอานาจของป้อมค่าย ปืนยิงวตั ถุ
ระเบิดในยานรบของทหารช่างให้ผลดีในการลบล้างหรือลดอานาจที่ต้ังและป้อมค่ายของข้าศึกอาจใช้ยานรบ
ของทหารช่างในการเข้าตีเป้าหมายข้าศึก ซึ่งไม่เช่นน้ันอาจต้องใช้หน่วยบุกโจมตีเดินเท้าทหารราบ ทหารช่าง
รถถังถากถาง อาจใชแ้ ทนยานรบของทหารชา่ ง
๙-๓
๕.๒ หลงั จากเจาะชอ่ งทางในแนวป้อมค่ายแล้วหน้าทีห่ ลกั ของทหารช่างคอื การสรา้ ง ซ่อมเสน้ ทางไป
และผ่านชอ่ งสาหรับบคุ คลและยานรบ ทหารชา่ งยงั ช่วยทาให้ป้อมหรือหลมุ ปนื ท่ยี ึดไดใ้ ช้ไมไ่ ดอ้ กี ตอ่ ไป
๕.๓ การสับเปลี่ยนชุดทหารช่างและหน่วยทหารช่างที่อ่อนล้าด้วยหน่วยที่สดชื่น ในขณะท่ีการ
ปฏิบัติการคืบหน้าไปอาจใช้หนว่ ยทหารช่างสนามของกองทัพ เสริมกาลังหรือผลัดเปลี่ยนหน่วยทหารช่างของ
กองพลสนบั สนนุ หน่วยตดิ ตามในการเปดิ ช่องทางในขน้ั ต้นใหก้ วา้ งออกไปในการปฏบิ ตั กิ ารกวาดล้าง
๖. การลาดตระเวน
๖.๑ การศึกษาพิจารณาขั้นต้น ก่อนเริ่มการเข้าตีทาการศึกษาพิจารณาข้ันต้นในเรื่องภูมิประเทศ
สะพาน เส้นทางคมนาคม และเครื่องกีดขวางท่ีสร้างขึ้น เช่นสนามทุ่นระเบิด กับดักรถถัง และที่ต้ังยิง การ
วางแผนในเรื่องเทคนิคในการเข้าตีและความต้องการทหารช่างในการเปิดเจาะทาง ส่ิงอุปกรณ์และการ
สร้างใหม่ท่ีจะต้องทาต่อไปน้ันอาศัยจากการศึกษาน้ี การลาดตระเวนทางพ้ืนดินนับว่าดีที่สุด ในพ้ืนที่ซ่ึงพวก
ลาดตระเวนทางพ้นื ดินไปไมถ่ ึงขา่ วสารตอ้ งหามาจากภาพถ่ายทางอากาศ หน่วยทหารชา่ งแผนทีท่ าแผนท่ีมาตร
สว่ นใหญ่สาหรับพื้นท่ีปอ้ มค่ายเปน็ การเพม่ิ เติม
๖.๒ การลาดตระเวนทางพ้ืนดิน ถ้าทาได้การลาดตระเวนทางพ้ืนดินก่อนการเข้าที่ควรให้ครอบคลุม
เคร่ืองกีดขวางทางหน้าและทางปีก ของที่มั่นหลักของข้าศึก ลาดตระเวนสนามทุ่นระเบิดเพ่ือหาขอบเขตชนิด
ของทุ่นระเบิด ช่องทางในสนามทุ่นระเบิดท่ีม และการทาเครื่องหมายว่ามีหรือไม่อย่างไร ทางอ้อมผ่านและ
ทางเขา้ ออกทอี่ าจใช้ท่ีตง้ั อาวธุ ป้องกนั และพนื้ ท่ีเปน็ พิษ พวกลาดตระเวนเพอื่ พิจารณาตอนของเคร่อื งกีดขวาง
ท่อี าจปฏิบตั กิ ารกวาดล้างสะดวก เน่อื งจากเป็นจดุ อ่อนหรอื เน่ืองจากไมม่ กี ารคมุ้ ครองด้วยอาวุธเป็นอย่างดีเม่ือ
การลาดตระเวนเสรจ็ ผูบ้ ังคบั ทหารช่าง เสนอแนะตาบลซง่ึ จะเจาะช่องผา่ นฉากขดั ขวาง ของข้าศึก
๗. หน้าทีข่ องทหารช่างในการกวาดลา้ ง
กาลงั การจัด เครื่องมือและยานพาหนะ สาหรบั พวกกวาดล้างแต่ละพวกจะไดร้ ับการวางแผนโดยรอบ
คอบ โดยใชม้ ูลฐานจากภารกิจของพวกลาดตระเวนและลกั ษณะของเคร่อื งกดี ขวาง พวกกวาดล้าง อาจจะจดั ให้
กวาดล้าง เครอื่ งกีดขวางซง่ึ พบในทมี่ ่นั ข้าศกึ ขณะที่การเข้าตีดาเนนิ ไปหรอื ทาลายเคร่ืองกดี ขวางซึ่ง หนว่ ยนาได้
ผ่านไปแล้ว พวกกวาดล้างจะต้องมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ี เช่นเดียวกับหน่วยรบ พวกท่ีไปกับทหาร
ราบเคลอ่ื นที่ไปด้วยยานพาหนะของตนให้ใกล้ท่สี ุดเท่าที่จะทาได้ อุปกรณท์ จี่ ะนาไปวางแผนให้รอบคอบเพื่อนา
สง่ิ ท่จี าเปน็ ไปและไม่นาส่งิ ทไี่ มจ่ าเปน็ ไป
๘. หน้าท่ขี องพวกทหารช่างกวาดลา้ ง
พวกทหารช่างกวาดล้าง โดยปกติแบ่งออกเป็นพวกงานต่างๆ เมื่อเคร่ืองกีดขวางท่ีต้องการเจาะ
ชอ่ งทางผ่านเปน็ เคร่อื งกีดขวางทย่ี ากและมีขา่ วสารอยู่พรอ้ ม พวกงานอาจต้องมคี วามชานาญเฉพาะอยา่ งแต่ละ
คนจะไดร้ ับการชแ้ี จงโดยถ่ีถ้วน และซอ้ มการปฏิบตั ิหน้าทโ่ี ดยละเอยี ด แต่ในการดาเนินการตอ่ เคร่อื งกีดขวางที่
ไปพบเมอื่ การเข้าตดี าเนนิ ไปและไมม่ ีขา่ วสารล่วงหน้าหรือมีน้อย พวกกวาดลา้ งจะต้องอ่อนตวั พวกเปิดช่องทาง
ตามแบบชนดิ นีอ้ าจมพี วกย่อยดังน้ี.-
๘.๑ พวกหนึ่งนาหนา้ เจา้ หน้าทีเ่ จาะชอ่ ง และทาหน้าท่กี วาดล้างท่นุ ระเบดิ สังหาร
๘.๒ พวกหนง่ึ ทาหน้าท่เี จาะช่อง หรอื ลบลา้ งเคร่ืองกีดขวาง
๘.๓ พวกหน่ึงทาเครื่องหมายของเขตชอ่ งว่าง และเสน้ ทางระหว่างช่องวา่ งโดยลาดับ
๘.๔ พวกหนึง่ ทาการระวงั ปอ้ งกนั เฉพาะตาบล
๘.๕ พวกหนง่ึ วางฉากควัน เพอ่ื กาบังปฏิบัตกิ าร
๙-๔
๘.๖ กาลงั สารอง เพื่อทดแทนหรือเสรมิ กาลงั พวกอ่นื
๑๐ - ๑
บทท่ี ๑๐ ทหารชา่ งสนบั สนุนการยทุ ธในพน้ื ทีป่ า่ - ภเู ขา
๑. กลา่ วโดยทั่วไป
การรบในพนื้ ทีป่ ่า - ภูเขา เก่ยี วข้องกับการปฏบิ ตั กิ ารในเขตร้อน ซงึ่ มีพชื พนั ธเ์ ป็นสว่ นมากซ่งึ อาจมีหุบ
เขาลึก สันเขาสูงชัน ตลอดจนที่ลุ่มที่น้าขังด้วย การปฏิบัติการรบในพ้ืนท่ีดังกล่าว จ้าเป็นต้องมีลักษณะผู้น้า
อย่างสูง และมีความคิดริเริ่ม เพื่อให้สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในการรบ เก่ียวกับภูมิประเทศนับว่ามี
ความส้าคัญอย่างยิ่งส้าหรับหน่วยรบ ซ่ึงข่าวสารเก่ียวกับภูมิประเทศนี้ทหารช่างนับเป็นหน่วยที่ให้ข่าวสารได้
เหมาะสมท้ังความสมบูรณ์และการเปล่ียนแปลงของภูมิประเทศและภูมอิ ากาศให้ทันสมัยอยู่เสมอ ท้าให้มีการ
วางแผนร่วมกันได้อยา่ งละเอยี ด
๒. คุณลกั ษณะของ ป่า - ภูเขา
ป่า คือดินแดนท่ีปกคลุมไปด้วยไม้ยืนต้น ไม่ล้มลุก นานาชนิดอย่างหนาทึบอันเป็นอุปสรรคต่อการ
ปฏิบัติการทางทหารและเป็นเครื่องกีดขวางการเคลื่อนที่ทางทหาร ป่าเขตร้อน ประกอบด้วย ป่าดงดิบป่าไม้
ผลดั ใบ ป่าชายแลนและทุ่งหญ้าเขตร้อน สวนป่าในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ จะประกอบไปด้วยป่ามรสมุ ป่าชาย
เลน ปา่ ไผ่และป่าเกดิ ใหม่ ทัศนวสิ ัยโดยประมาณของป่า
๒.๑ ป่าเกิดขน้ึ ภายหลงั ๕ เมตร
๒.๒ ป่าไกลทาง ๒๐ เมตร
๒.๓ ปา่ ดัง้ เดิม ๒๐ – ๓๐ เมตร
๒.๔ ปา่ หลม่ ซึ่งมีหญา้ ๕๐ เมตร
๒.๕ พื้นท่ีเพาะปลกู ๔๐๐ เมตร
๒.๖ ทงุ่ นา ๓,๐๐๐ เมตร
ลักษณะภูเขาโดยท่ัวไปจะมีความสูง ๕๐๐-๖๐๐ เมตร ประกอบด้วยลาดสูงชันประมาณ ๔-๓๐ องศา
มีหน้าผาสูงชันหรือเปน็ ผาชะงุ้ม ภเู ขาอาจมีลูกเดียว หรือทอดตอ่ กันเป็นเทอื กเขา การปฏบิ ัติการทางทหารบน
ภูเขาจ้าเป็นต้องใช้หน่วยทหารขนาดเล็กปฏิบัติงานเป็นอิสระความต้องการงานมีจ้านวนมาก แต่มีขีดจ้ากัดใน
เร่ืองเคร่ืองมือหนักสายช่าง การปฏิบัติงานช่างส่วนใหญจ่ ะท้าด้วยเคร่ืองมือกลมีน้าหนักเบา ลักษณะงานส่วน
ใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเปิด ป้องกันเส้นทางและปมส้าคัญบนเส้นทางคมนาคม ขัดขวางการใช้ของข้าศึก
ลักษณะของภเู ขาในประเทศไทย สว่ นใหญจ่ ะเป็นเขาดนิ จะมีเขาหนิ กเ็ ป็นส่วนน้อยลกั ษณะป่าบนภเู ขาหรือใน
บริเวณหุบเขาจะเป็นป่าดิบส่วนใหญ่ ยกเว้นเขาที่มีความสูงน้อย ป่าจะเป็นป่าโปร่งหรือป่าแดง(ป่าไม้ผลัดใบ)
เน่ืองจากความสูงและความลาดชันมีไม่ค่อยมากนัก ดังนั้น การไต่เขาหรือปีนเขาในประเทศไทย จึงไม่ค่อยมี
ความจ้าเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการปีนเขา และเทคนิคพิเศษ เช่นเดียวกับภูเขาในยุโรปหรือในอเมริกา แต่
อย่างไรก็ตาม การมอี ปุ กรณ์ช่วยในการปนี เขา ประกอบกับก้าลังพลไดร้ ับการฝึกให้สามารถใช้อุปกรณ์เหล่าน้ัน
ไดด้ ี กจ็ ะทา้ ใหห้ นว่ ยมีความสามารถในการปฏิบัติในพ้ืนที่ป่าภเู ขาไดด้ ียิ่งขน้ึ
๓. ข้อพจิ ารณาทางทหารตอ่ ลักษณะภมู ปิ ระเทศปา่ ภูเขา
๓.๑ การตรวจการณ์และพ้ืนการยิง พ้ืนท่ีสูงข่มยังคงให้การตรวจการณ์ได้ดี แต่ก็ยังต้องจ้ากัดจาก
สภาพของบรเิ วณป่าในพ้นื ท่ีนนั้ ด้วย โดยในปา่ ทึบย่อมจะมตี ้นไม้ ซ่ึงอย่ใู นปา่ ท่ีเกิดขึน้ ภายหลัง จ้ากดั การตรวจ
การณ์ และพ้ืนการยิง ในทางราบต่อทหารบนพื้นดินได้ ในขณะเดียวกันป่าปฐมภูมิ หรือป่าดึกด้าบรรพ
ประกอบด้วยตน้ ไม้ และยอดไม้ ซงึ่ มรี ่มเงาหนาทึบอยู่ด้านบน ก็จะจ้ากัดการตรวจการณ์ทางอากาศ และจากที่
สูงข่มได้ แต่ก็จะเปิดโอกาสให้พ้ืนที่ด้านล่างนั้นโล่ง เกื้อกูลต่อการตรวจการณ์ และมีพ้ืนการยิงที่ดีพอสมควร
๑๐ - ๒
ส้าหรับทหารที่อยู่บนพ้ืนดิน นอกจากนั้น พ้ืนที่อับสายตาและพ้ืนท่ีอับกระสุนกม็ ีอยู่มากจากลักษณะ ความสูง
ต้า่ ของภมู ิประเทศ ซ่งึ ย่อมจะจ้ากัดการยิงของอาวธุ ยิงเลง็ ตรง ซงึ่ อาจลดข้อจ้ากัดนีไ้ ดโ้ ดยการมีที่ต้งั ยิงไว้หลาย
แหง่ และการใชอ้ าวุธยงิ เล็งจา้ ลองทีม่ ีมุมยิงใหญ่ เชน่ ค. หรอื ป. กระสุนวถิ ีโค้ง
๓.๒ การก้าบังและการซ่อมพราง พื้นที่ป่าภูเขาจะมีส่วนก้าบังกระสุนค่อนข้างมากรวมท้ังการซ่อน
พราง หน่วยทหารขนาดใหญ่ ก็ยังสามารถซ่อนพรางจากการตรวจการณ์ได้ เว้นแต่เม่ือเคลื่อนท่ีไปตามสันเขา
แม้ว้าจะสามารถให้ทิศทางได้ง่าย และสะดวกในการควบคุมมีจุดอ่อนท่ีถูกตรวจพบได้ง่ายมาก ฝ่ายข้าศึกใน
ระยะไกล (สนั เขามักจะตดั กับขอบฟา้ และพชื พรรณไม้จะเบาบางกว่าไหลเขาหรือหุบเขา)
๓.๓ เครื่องกีดขวาง ลักษณะภูมิประเทศป่าภูเขาโดยปกติแล้วจะเป็นเคร่ืองกดี ขวางตามธรรมชาตอิ ยู่
แลว้ และสร้างเคร่ืองกดี ขวางเพ่มิ เตมิ ยอ่ มจะท้าไดโ้ ดยง่ายและถา้ พจิ ารณาในแงข่ องเครอ่ื งกดี ขวางแลว้ ลักษณะ
ปา่ - ภูเขา ย่อมจะเกื้อกูลต่อฝา่ ยตง้ั รับมากกวา่ ฝ่ายเขา้ ตี
๓.๔ ภูมิประเทศส้าคัญ อย่าลืมว่าไม่เพียงแต่ที่สูงข่มเท่านนั้ น่ีอาจจะเป็นภูมิประเทศส้าคัญในบริเวณ
ปา่ ภเู ขา ถนน ทางเดิน ทางเกวียน สะพานขา้ มล้าน้าตา่ งๆ ในบรเิ วณปา่ - ภเู ขา และชมุ ทางคมนาคมในหมบู่ ้าน
และชมุ ชนย่อย ซงึ่ มอี ยู่ในบริเวณป่าภเู ขา ตวั อยา่ งในประเทศไทย คอื หมู่บา้ นชาวไทยภูเขาเผา่ ตา่ งๆ ในบรเิ วณ
พรมแดนดา้ นเหนือและดา้ นตะวนั ตกของประเทศ นอกจากน้ันแล้วท่วี ่าง ท่โี ล่งในบริเวณปา่ ภูเขา ซ่ึงอากาศยาน
ปกี หมุนสามารถบินลงได้และล้านา้ แมน่ ้า ซ่ึงผ่านเขา้ ไปในบริเวณป่าภเู ขา กอ็ าจพิจารณาเป็นภูมิประเทศส้าคัญ
ได้เช่นกัน
๓.๕ แนวทางเคล่ือนท่ี
๓.๕.๑ แนวทางเคลือ่ นท่ีในพ้ืนท่ปี ่าภเู ขาทส่ี ะดวก ก็เป็นทางเดินบนสันเขา ชอ่ งเขาหรือหุบเขา
ซ่งึ มีอยเู่ ดมิ แล้ว แนวทางเคล่ือนทจ่ี ะมอี ยอู่ ย่างจา้ กัด และงา่ ยต่อการถกู ขดั ขวางจากข้าศกึ ดังนนั้ โดยปกติหนว่ ย
จะหลีกเล่ียงการเคล่ือนย้ายหน่วยไปบนแนวสันเขา หุบเขา หรือช่องทาง นอกจากจะได้มีการรักษาความ
ปลอดภยั ท่ีเพยี งพอ
๓.๕.๒ ในภูมิประเทศท่ีเป็นป่าทึบ และภูเขาสูงซ่ึงไม่มีเส้นทางเลยผู้บังคับบัญชาและฝ่าย
อ้านวยการจะต้องอาศัยส่ิงต่างๆ เหล่าน้ีในการพิจารณาหาช่องทางที่จะน้าหน่วยทหาร เคล่ือนท่ีไปตามภูมิ
ประเทศให้ได้ สิ่งเหล่านี้ได้แก่ ข่าวสาร ข่าวกรองเก่ียวกับลักษณะภูมิประเทศ,ภาพถ่ายทางอากาศ แผนท่ี
ทนั สมัย ทมี่ ลี ักษณะของความชันความสูงและสีสันแสดงถึงสภาพความรกทึบเพียงใดของสภาพปา่
๓.๕.๓ ส้าหรับผลกระทบต่อข้อพิจารณาน้ีก็คือ พื้นท่ีป่าภูเขา จะไม่เกื้อกูลต้องการรวมก้าลัง
ของก้าลังขนาดใหญ่ทเ่ี ข้าปฏบิ ตั กิ ารได้ เนือ่ งด้วยพืน้ ที่มจี า้ กัด หน่วยระดบั กองพนั ทหารราบ หากจะใชร้ ปู ขบวน
แถวตอนในการเคล่ือนท่ีแล้วก็อาจจะมีความยาว ๗ - ๘ กิโลเมตร ดังนั้นหน่วยทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่ป่า
ภูเขา จะถกู ลักษณะภมู ิประเทศบีบบงั คับใหต้ อ้ งแบง่ หน่วยออกเป็นหน่วยย่อยๆ ถึงระดับกองรอ้ ย
๔. ขอ้ พิจารณาตอ่ สภาพลมฟ้าอากาศ
๔.๑ เมฆ
๔.๑.๑ สภาพท่ัวไปในฤดูฝน ในบริเวณป่าภูเขา เมฆฝนท่ีปกคลุมบริเวณยอดเขาจะมี
ค่อนขา้ งมากและในฤดฝู นถึงแมฝ้ นจะไม่ตกมกั จะมีลกั ษณะเพดานเมฆต้่าถงึ ต่า้ มาก
๔.๑.๒ ผลกระทบต่อการปฏิบัติการในเรื่องการตรวจการณ์ การสนับสนุนทางอากาศโดย
ใกล้ชดิ และการเคลอ่ื นท่ที างอากาศหรอื ส่งก้าลังทางอากาศ ด้วยอากาศยานปกี หมนุ กระท้าได้จ้ากดั
๔.๒ หมอกและหมอกแดด
๔.๒.๑ หมอก ในฤดูฝนและฤดูหนาวมักจะเป็นหมอกบางๆ บริเวณภูเขา และหนาข้ึนใน
บริเวณใกล้พื้นดิน บางพื้นท่ีทางตอนเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดน่าน บริเวณเชิงเขาต่อท่ีราบหมอกใน
ตอนเขา้ ของฤดูหนาว อาจปกคลมุ อยู่หนาแนน่ ได้เกือบถึงเวลาเทีย่ งวนั
๑๐ - ๓
๔.๒.๒ หมอกแดด เกิดจากควันและฝุ่นในอากาศ ซึ่งจะปกคลุมบริเวณท่ัวไปในภาคเหนือ
ตอนบนของประเทศไทย ในฤดแู ลง้ และฤดูรอ้ นตอนตน้ ซง่ึ ส่วนใหญ่เกิดจากการท่ชี าวนา ชาวไร่ เผาวชั พืชในไร่
หรอื เผาฟางข้าวในนา และจากไฟไหม้ปา่ ตามธรรมชาติ หมอกแบบน้อี าจปกคลมุ อยไู่ ดต้ ลอดวนั โดยจะจางลงใน
ตอนเย็นหรอื เมื่อมีลมพัดแรงจัด
๔.๒.๓ หมอกแดดมีผลกระทบเช่นเดียวกับเมฆ แต่กินระยะเวลายาวนานกว่าจาก
ประสบการณ์หมอกแดดบริเวณภาคเหนอื ในบางปที ้าให้ไมส่ ามารถส่งก้าลัง สป. ไดด้ ว้ ยอากาศยานปีกหมุนเป็น
ระยะเวลาหลายสัปดาห์ตดิ ตอ่ กนั
๔.๓ ลม
๔.๓.๑ ในภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบในพ้ืนราบ มักจะมีลมสงัดท้าให้การใช้ควันมีประสิทธิภาพ
มากเช่นเดยี วกบั การใชอ้ าวุธ เคมี ชวี ะ
๔.๓.๒ ในบรเิ วณชอ่ งเขาจะมีผลตอ่ ความเร็วลม ทมี่ กั จะเร็วและแรงมากกว่าปกติ ท้าใหก้ ารใช้
อากาศยานทีต่ ้องร่อนข้ึนลงไดร้ บั ผลกระทบกระเทอื นนอกจากนกี้ ารใชค้ วันลดประสทิ ธภิ าพลง
๔.๓.๓ ผลกระทบของลมซ่ึงพดั แรง หรือลมสงดั มผี ลต่อการใช้เสยี งสัญญาณและยิงเล็งตรงใน
ระยะไกลได้
๔.๔ ฝน
๔.๔.๑ ฝนทตี่ กหนักยอ่ มจ้ากดั ตอ่ การตรวจการณ์ ทัศนะวิสัยและการปฏิบัตกิ ารทางอากาศท้ัง
มวล
๔.๔.๒ ฝนซึ่งตกหนักยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้เครื่องช่วยมองในเวลากลางคืนอีกด้วย
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ประเภทเคร่อื งมือสร้างภาพความร้อน (Thermal Imager หรือประเภท อินฟาเรด)
๔.๔.๓ ในช่วงเวลาฝนตกหนัก ล้าน้า ล้าธาร ในพื้นท่ีป่าภูเขาจะมีปริมาณน้าเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว เป็นน้าหลาก น้าปา่ ได้ ซ่ึงอาจเปน็ อนั ตรายตอ่ การพกั แรมของทหาร
๕. ขอ้ จากดั ทางยุทธวิธีที่เกดิ จากสภาพแวดล้อมป่าภเู ขา
๕.๑ จา้ กดั การใช้ก้าลังขนาดใหญ่ ก้าลังขนาดเล็กและเบา ของกองพลทหารราบเบาที่มีการฝึก
ในภมู ิประเทศปา่ ภเู ขาอยูแ่ ล้ว และไดร้ บั ยุทโธปกรณท์ ่ีเหมาะสม ตลอดจนมกี ารติดต่อส่ือสารทดี่ ีจะสามารถรวม
ก้าลัง และกระจายกา้ ลังได้ โดยตอบสนองสถานการณท์ ่เี ปลี่ยนแปลงไปได้ดี
๕.๒ การสนับสนนุ ซงึ่ กนั และกนั ระหว่างหนว่ ยข้างเคยี งกระทา้ ได้ยาก
๕.๓ จ้ากดั การเคลอื่ นย้าย การวางกา้ ลงั กองหนนุ ในต้าบลและเวลาท่ีเหมาะสม
๕.๔ การปกปิดและการลวงทางยทุ ธวิธี สามารถนา้ ไปใช้อย่างกว้างขวาง
๕.๕ จา้ กัดการใชร้ ถถงั และยานเกราะ
๕.๖ การใช้อาวุธยิงสนับสนุนจ้ากัดขนาดและน้าหนัก รวมท้ังยากล้าบากในการตรวจการณ์
และก้าหนดที่ตั้งเป้าหมาย นอกจากน้ันท่ีตั้งยิงอันเหมาะสมส้าหรับ ปืนใหญ่หาได้ยากท้าให้การเลือกท่ีต้ังยิง
หลกั ส้ารอง เพิม่ เติม ต้องอย่หู า่ งไกลกนั
๕.๗ ต้องใชร้ บประชิดเป็นสว่ นใหญ่
๕.๘ ทศั นวสิ ัยจ้ากดั จากพืชพันธ์ รวมทงั้ มุมอบั สายตาตา่ งๆ
๕.๙ เหมาะสมกับการซมุ่ โจมตี ตีโฉบฉวย การแทรกซมึ และการรบแบบกองโจร
๖. การสนับสนุนของทหารชา่ ง
๖.๑ การสนบั สนนุ ของทหารชา่ งในพน้ื ที่ปา่ ภูเขา
๖.๑.๑ การเปิดเส้นทางเคล่ือนที่ งานก่อสร้างถนนถือเป็นสิ่งส้าคัญท่ีสุด สภาพฝนตกหนัก
ก่อให้เกิดปัญหาด้านการระบายนา้ พ้ืนที่หนองน้าไม่สามารถอ้อมผ่านได้จึงจ้าเป็นต้องสร้างสะพานเครอ่ื งหนนุ
๑๐ - ๔
ลอย หรือถนนแสวงเคร่ือง ลกั ษณะพ้ืนดินประกอบด้วยใบไม้และไม้ผกุ ร่อน จ้าเปน็ ต้องขนย้ายดินเก่าออกและ
ถมด้วยวสั ดใุ หม่ที่เหมาะสม
๖.๑.๒ การขัดขวางการเคล่ือนท่ี สิ่งท่ีอาจกีดขวางการเคล่ือนที่ทางยุทธวิธใี นป่าได้แก่ ต้นไม้
หนาแน่น ห้วยลึก หน้าผา และเขาสูงชัน แม่น้ากว้างลึก ล้าน้าไหลเช่ียว ดังน้ันทหารช่างจึงควรพิจารณาใช้
เครอ่ื งกดี ขวางตามธรรมชาตใิ หเ้ กดิ ประโยชน์มากท่ีสดุ
๖.๑.๓ สา้ หรบั งานอย่รู อดในสนาม พืน้ ทีป่ ่าให้การซอ่ นพรางอย่างดยี ิง่ จากการตรวจการณท์ าง
พื้นดินและทางอากาศ ทหารช่างให้ค้าแนะน้าแก่หน่วยทหารในการพรางใช้การพรางให้เหมาะสมกับ
สภาพแวดล้อมใหม้ ากทีส่ ดุ
๖.๑.๔ การปฏิบัติงานช่างท่ัวไป ได้แก่ การส่งก้าลังน้า ซึ่งหาได้ง่ายในฤดูฝน แต่พึงระวังเชื้อ
โรคและพยาธิ จึงควรจัดเตรียมการป้องกันไว้ให้พร้อม การลาดตระเวนทางการช่างเพ่งเล็งเป็นพิเศษเกี่ยวกบั
ถนน การรถไฟ และทางคนเดินดังนั้น การลาดตระเวนทางการช่างและการแก้ไขข้อมูลแผนที่ให้ตรงกับความ
จริงในภมู ปิ ระเทศจัดว่าส้าคัญยง่ิ
๖.๒ การสนบั สนนุ ของทหารช่างในพ้นื ทภ่ี ูเขา
๖.๒.๑ ในการเปิดเส้นทางการเคลื่อนท่ี การก่อสร้างถนนเป็นงานส้าคัญแต่กระท้าได้ยาก
เน่ืองจากงานส่วนมากเป็นหิน งานถนนในช้ันต้นจ้ากัดเพียงบ้ารุงรักษา และซ่อมแซมทางเดินและถนนที่มีอยู่
เดิมใชห้ ลกั ในการตดั ไหลเ่ ขา โดยรักษาระดบั ตามเสน้ ชันความสูง เพือ่ ลดงานถมและงานสร้างสะพานทมี่ อี ยู่เดิม
ต้องให้ความสนใจระบบระบายนา้ มากข้ึน การขนย้ายก้าลังพลและสิ่งของน้าหนักเบาข้ามคอคอดและลาดชัน
อาจใช้การขนส่งทางลวดหรอื รถลากเปน็ เคร่อื งชว่ ยได้
๖.๒.๒ ในการขัดขวางการเคลื่อนที่ ลักษณะภูมิประเทศบนภูเขาจัดเป็นเครื่องกีดขวาง
เน่ืองจากยากที่จะอ้อมผ่าน การใช้เทคนิคการวางทุ่นระเบิดแบบเร่งด่วน มักใช้บ่อยคร้ังและได้ผลดีกว่าสนาม
ทุน่ ระเบดิ มาตรฐาน
๖.๒.๓ งานป้อมสนามหรอื ความอยรู่ อดในสนาม จากความสูงต้า่ ของภูมปิ ระเทศกอ่ ให้เกิดการ
กา้ บังและซ่อนเรน้ การขดุ หลุมบคุ คลและงานปอ้ มสนามกระทา้ ไดย้ าก ถา้ เปน็ ภเู ขาหนิ อาจใช้ก้อนหนิ ใหญ่ หรือ
กองดนิ อาจเสรมิ ดว้ ยการกอ่ สร้างปอ้ มสนามเรง่ ด่วน
๖.๒.๔ งานชา่ งท่วั ไป สา้ หรับการลาดตระเวนทางการช่าง ให้เน้นการลาดตระเวนทางอากาศ
การปฏบิ ัติจะเพ่งเลง็ เปน็ พิเศษเกีย่ วกับเสน้ ทาง สภาพการจราจรและวสั ดุในท้องถน่ิ ท่มี ีใช้
๑๑ - ๑
บทท่ี ๑๑ ทหารชา่ งสนับสนุนการปราบปรามการก่อการร้าย
๑. กลา่ วโดยทั่วไป
การต่อสู้การก่อการร้าย ( Combating Terrorism ) การก่อการร้ายในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตการ
ปฏิบตั กิ ารออกไปอย่างกว้างขวางเนอ่ื งจากเปน็ การปฏิบัติการท่ีลงทุนน้อยแตม่ ีประสิทธภิ าพสงู สามารถใช้เป็น
อานาจต่อรองข้อเรียกร้องทางการเมืองได้ นอกจากน้ันการสนับสนุนเกื้อกูลกันในเร่ือง กาลังพล อาวุธ
ยุทโธปกรณ์ สถานท่ีฝึก สถานท่ีหลบภัย รวมท้ังงบประมาณในการดาเนินงานระหว่างขบวนการก่อการร้าย
โดยตรง เป็นตัวเสรมิ ให้การกอ่ การร้ายเปน็ อันตรายมากย่ิงขึน้ และในทางกลับกัน การตอ่ สกู้ ท็ าได้ ยากลาบาก
ข้ึนอย่างไรก็ตามสถานการณ์การเปล่ียนแปลงในยุโรปตะวันออก การล่มสลายของสหภาพ โซเวียต ตลอดจน
สงครามอ่าวเปอร์เซีย ทาให้มีพัฒนาการของความร่วมมือกันในการต่อสู้การก่อการร้ายมากยิ่งข้ึน นอกจากนี้
การริเริ่มกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง และประเทศที่เคยสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายด้วย การใช้
ประโยชนเ์ มือ่ จาเปน็ ทาใหก้ ลมุ่ ก่อการร้ายต่างๆ มีแนวโน้มต้องพึ่งพาตนเองและจาเปน็ ตอ้ งหาแหล่งเงนิ ทุนและ
การสนับสนุนซ่ึงกันและกันมากย่ิงข้ึน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มประเทศทางตะวันออกได้พัฒนามาตรการใหม่ๆ
ออกมาใช้ในการต่อส้กู ารกอ่ การร้าย อีกท้งั ยงั มีการตอบโต้อย่างจริงจัง โดยไมใ่ ชก้ ารประนปี ระนอมเชน่ ในอดีต
ทาให้ผู้ก่อการร้ายมุ่งเป้าหมายไปยังภูมภิ าคอ่ืนๆ ซ่ึงแนวรักษาความปลอดภัยเปราะบางกว่า เอเชียตะวันออก
เฉียงใต้เอเชียตะวันออก หรือออสเตรเลีย จึงเป็นภูมิภาคที่บรรดาผู้ก่อการร้ายหันมาให้ความสนใจย่ิงขึ้น
ทางด้านความต้องการในการใช้อาวุธของผู้ก่อการร้ายก็จะพลิกแพลงและมีขอบเขตกว้างขวางมากขึ้น
โดยเฉพาะจะหันไปให้ความสนใจต่ออาวุธนอกรูปแบบ ซึ่งจะมีการพัฒนามากข้ึน เช่น อาวุธ นิวเคลียร์ เคมี
หรือชีวภาพเป็นต้น แต่การโจมตีด้วยอาวุธเคมีและชีวภาพมีความเป็นไปได้มากกว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์
ในขณะท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ก็สามารถท่ีจะกลายเป็นอาวุธในการก่อการร้ายได้เช่นกันโดยสามารถใช้ในการ
ทาลายระบบการสื่อสารคมนาคม การบริการทางธุรกิจและการบริการด้านอีเล็กทรอนิกส์อื่นๆ การก่อการร้าย
จะยังคงมีอยู่ต่อไปตราบเท่าท่ียังมีปัญหาความขัดแย้งในด้านต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านการเมืองท่ีไม่สามารถ
แก้ไขได้ด้วยวิธีการสันติ นอกจากนั้นการก่อการร้ายได้ขยายการปฏิบัติไปยังประเทศต่างๆอย่างกว้างขวางมี
แนวโน้มว่าจะทาลายอย่างไมเ่ ลือกเปา้ หมายอีกดว้ ย
๒. การกอ่ การรา้ ย ( Terrorism )
๒.๑ การก่อการร้าย หมายถึง การปฏิบัติการที่ใช้ความรุนแรง หรือทาการคุกคามต่อเป้าหมายเพื่อ
บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ทางการเมือง ศาสนา หรอื ความตอ้ งการใดๆ การก่อการรา้ ยอาจกระทาด้วยการขม่ ขหู่ รือบีบ
บังคับกไ็ ด้ ซง่ึ สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ประเภทคือ
๒.๑.๑ การก่อการร้ายสากล (National Terrorism ) หมายถึงการก่อการร้ายที่กระทาขึ้นโดยผู้ก่อการร้ายทมี่ ี
สัญชาติไทยและได้รับการสนับสนุนจากองค์กรท้ังจากภายในประเทศหรือนอกประเทศหรือการก่อเหตุร้าย
ต่างๆ ซึ่งกระทาเป็นขบวนการ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรนั้นๆโดยการปฏิบัติจะมี
ผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายการเมอื ง เศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศไทย และเหตกุ ารณ์เกิดข้ึนในประเทศ
ไทยซึ่งมีลกั ษณะเหมอื นกับการกอ่ ความไม่สงบภายในประเทศ
๒.๑.๒ การก่อการร้ายสากล ( International Terrorism ) หมายถึง การปฏิบัติการคุกคาม หรือใช้
ความรุนแรงของบุคคลหรอื กลุ่มบุคคลท่มี ุ่งหวงั ผลตามเง่ือนไขข้อเรยี กร้องของการเมือง เศรษฐกิจและสังคมซ่ึง
ส่วนใหญ่จะปฏิบตั ิการล่วงล้าเขตแดนหรอื เก่ียวพันกับชาติอื่น การกระทานัน้ อาจเป็นไปโดยเอกเทศปราศจาก
การสนับสนุนจากรัฐใดๆ หรือมีรัฐใดรัฐหน่ึงสนับสนุนรู้เห็นก็ได้เม่ือเกิดข้ึนย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อ
ผลประโยชน์ของชาติ พันธกรณีระหว่างประเทศ นโยบายของชาติทั้งด้านการเมือง การป้องกันประเทศการ
เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ช่ือเสียงและเกียรติภูมิของชาติ การก่อการร้ายสากลน้ี เป็นภัยคุกคามของ
๑๑ - ๒
ผกู้ อ่ การร้ายตอ่ ประเทศต่างๆ ทีผ่ ่านมานน้ั บางหว้ งเวลาการปฏิบัติการมีความถี่สูง บางห้วงเวลาจะลดระดับลง
แต่โดยท่ัวไปแล้วกลุ่มก่อการร้ายสากลยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเน่ืองตลอดมา และมีศักยภาพที่จะ
ปฏิบัติการได้ทุกขณะโดยข้ึนอยู่กับ สถานการณ์ เงื่อนไขและโอกาสตลอดจนความหย่อนของระบบการ
รักษาการณ์ในแต่ละสถานที่ท่ีจะอานวยให้ปฏิบัติการ อน่ึงอาจมีบางประเทศที่ใช้การก่อการร้ายเป็นเครือ่ งมอื
ในการเสริมพลังอานาจของตน หรือกลุ่มก่อการร้า ยอาจจะเป็นกลุม่ ทอ่ี ยู่คนละฝา่ ยกบั รัฐบาลเจา้ ของประเทศก็
ได้ การก่อการร้ายอาจใชเ้ พ่อื การล้มล้างวัตถุประสงคข์ องชาติ หรอื ทาลายทรัพยากรของกองทพั อาจใช้ในกาย่ัว
ยุให้รัฐบาลปฏิบัติการโต้ตอบในลักษณะเกินกว่าเหตุ ซ่ึงจะทาให้ประชาชนท่ัวไปไม่พอใจขาดความเชื่อมั่นและ
เกลียดชังต่อรัฐบาลและสถาบันต่างๆ ของรัฐ กลุ่มก่อการร้ายที่จัดต้ังขึ้นมักจะใช้กาลังและอาวุธ ยุทโธปกรณ์
เพยี งสว่ นน้อยเขา้ ปฏบิ ัติการทั้งในยามสงบ ยามขดั แยง้ และยามสงคราม
๒.๒ การต่อสูก้ ารก่อการรา้ ย ( Combating Terrorism ) เก่ยี วขอ้ งกับการปฏบิ ัตซิ งึ่ รวมถึงการป้องกัน
การก่อการร้าย ( Anti Terrorism ) ซงึ่ เป็นมาตรการเชิงรับ เพ่อื ลดความสูญเสียจากการปฏบิ ัติของผกู้ อ่ การร้าย
และการปราบปรามการกอ่ การร้าย ( Counter Terrorism ) จัดเปน็ มาตรการเชิงรุกเพ่อื ท่ีจะป้องกัน ยบั ยง้ั และ
โต้ตอบการกอ่ การร้าย เพื่อท่จี ะตอบโต้การก่อการรา้ ย ตลอดจนการปฏิบัตทิ ้งั หมด
๒.๓ การป้องกันการก่อการร้าย ( Anti Terrorism ) หมายถึงการดาเนินการโดยใช้มาตรการเชิงรับ
กระทาเพ่ือลดความสูญเสียอันจะเกิดขึ้นแก่บุคคล อาคารสถานท่ี หรือสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีถูกกระทาโดย
ผู้ก่อการร้าย มาตรการเชิงรับนี้ หมายรวมถึงการปฏิบัติการข่าว การเตรียมการวิเคราะห์ภัยคุกคามและ
มาตรการปอ้ งกนั อื่นๆ
๒.๔ การปราบปรามการก่อการร้าย ( Counter Terrorism ) หมายถึง การดาเนนิ การโดยใช้มาตรการ
เชิงรุกท่กี ระทาเพื่อ ป้องกัน ยับยงั้ และโตต้ อบการก่อการร้าย รายละเอียดและส่วนต่างๆ ของการปราบปราม
การก่อการร้าย จะอยู่ในนโยบายการแกไ้ ขปัญหาการกอ่ การรา้ ยสากลของประเทศ
๒.๕ การปฏิบัติการก่อการร้ายสากล มีลักษณะพิเศษกว่าการก่อการร้ายอื่น มีการใช้เทคนิควิธีการท่ี
แยบยลและมีขอบเขตกว้างขวาง ซึ่งหน่วยปกติไม่สามารถดาเนินการแกไ้ ขได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนัน้ แก้ไข
ปญั หาการก่อการรา้ ย สากลจึงจาเปน็ ตอ้ งใชบ้ ุคลากร ยุทโธปกรณแ์ ละวธิ ีการทไ่ี ดร้ บั การฝึกฝนเปน็ อย่างดี และ
เตรยี มการโดยเฉพาะ
๓. ลกั ษณะของการกอ่ การร้าย
๓.๑ ลักษณะของการก่อการร้ายภายใน
การกอ่ การรา้ ยภายในมีลักษณะเปน็ องคก์ รที่มกี ารจัดต้งั องคก์ รก็ได้มีลกั ษณะของการก่อกวนก่อความ
ไม่สงบ เพ่ือให้เกิดความสับสน ความเข้าใจสถานการณ์ผิด หรือมีเจตนาเพื่อมุ่งผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า
ผลประโยชน์ทางดา้ น การเมือง เศรษฐกิจสงั คมซ่งึ สามารถแบง่ ออกได้ ๓ ประเภท
๓.๑.๑ พวกคล่ังลัทธิ เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีแรงดลใจในอุดมคติสูงพวกนี้เชื่อว่า
หลักการของตนมีคณุ คา่ มคี วามสูงศกั ด์ิ ที่จะแสดงออกโดยส่ือการกอ่ การรา้ ยตา่ งๆ
๓.๑.๒ พวกอาชญากร กระทาการก่อการร้าย ก่อความไม่สงบเพ่ือประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า
อุดมการณ์หรืออาจกระทาโดยการถูกปลุกระดมจากบุคคลหรือองค์กรต่างๆ เพ่ือประโยชน์ต่อองค์กรนั้น เช่น
การปาระเบิด การเผาโรงเรียน
๓.๑.๓ พวกผดิ ปกตทิ างจิต เป็นพวกก่อการรา้ ยโดยขาดความรู้สึกผดิ ชอบ มีความเชอื่ วา่ ได้รับ
มอบจากส่ิงศักดิ์สิทธ์ิ อาจมีความรู้สึกชอบกระทาในลักษณะก่อการร้ายแม้ว่าพวกผิดปกติทางจิตอาจไม่
๑๑ - ๓
เหมาะสมในการจัดไว้ในกลุม่ กอ่ การรา้ ย แต่ความหลากหลายดา้ นแรงจูงใจและความกากวมของการก่อการร้าย
ทาให้ตอ้ งรวมการกระทาของพวกนี้ไว้ในกลุ่มผูก้ ่อการรา้ ย ซึ่งบางครั้งอาจถูกใชเ้ ป็นเครื่องมือขององคก์ รก่อการ
ร้ายต่างๆ
๓.๒ การก่อการร้ายสากล มลี กั ษณะและรปู แบบท่ีหลากหลายแต่สามารถแบ่งได้ ๒ ประเภท คือ
๓.๒.๑ แบ่งตามวัตถุประสงคข์ องการก่อการรา้ ย
๓.๒.๑.๑ เพื่อโฆษณาชวนเช่อื
๓.๒.๑.๒ เพือ่ ตอบโตแ้ ก้แคน้ ต่อรัฐบาล
๓.๒.๑.๓ เพอ่ื ให้ได้มาตามข้อเรียกรอ้ ง
๓.๒.๑.๔ เพอ่ื แลกเปล่ียนกับการสนับสนุน
๓.๒.๑.๕ เพือ่ ทาลายความเชอื่ ม่นั ในระบบการรกั ษาความปลอดภยั และกฎหมายของ
ประเทศ
๓.๒.๑.๖ เพอื่ ย่ัวยุให้รัฐบาลตอบโต้อยา่ งรุนแรง
๓.๒.๒ แบง่ ตามประเภทกล่มุ กอ่ การร้าย ได้ ๓ ประเภท
๓.๒.๒.๑ กลุ่มไม่มีรัฐสนบั สนุน กลุ่มก่อการรา้ ยทาการปกครองตนเองเป็นกลุ่มอสิ ระ
การรกั การสนับสนนุ จะไมม่ ีส่ิงทีแ่ สดงไดว้ ่ารับการสนบั สนนุ รฐั บาลใด
๓.๒.๒.๒ กลมุ่ รฐั สนบั สนุน โดยท่วั ไปกล่มุ ก่อการร้ายจะปฏิบตั กิ ารเป็นอิสระแต่ได้รับ
การสนบั สนนุ จากรฐั บาลๆ หนง่ึ หรือมากกว่า
๓.๒.๒.๓ กลุ่มรัฐโดยตรง กลุ่มก่อการร้ายท่ีปฏบิ ัติเหมือนเป็นตวั แทนของรัฐบาลใดๆ
มีหลักฐานว่าได้รับการสนับสนุนอย่างเด่นชัดทางด้านข่าวกรอง การส่งกาลังบารุงและปฏิบัติการโดยรับ
สนบั สนนุ จากรฐั บาลประเทศอุปถัมท์
๔. การตอ่ สกู้ ารก่อการรา้ ย ( Combating Terrorism )
๔.๑ การตอ่ สกู้ ารก่อการร้ายภายใน
๔.๑.๑ การปอ้ งกันการก่อการรา้ ยภายใน
การปอ้ งกนั การก่อการรา้ ยภายใน เปน็ การใชก้ ฎหมายและการปฏิบัติเพอ่ื ทาให้เกิดความสงบ
เรียบร้อยภายในประเทศ ด้วยการขจัดความรนุ แรง การบ่อนทาลาย และการละเมดิ กฎหมายเพื่อให้ประชาชน
มีความศรัทธา และเชื่อม่ันต่อรัฐบาลด้วยการใช้การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ โดยจะต้องมี
การประสานการปฏิบัติอย่างดีเนน้ การวางแผนแบบรวมการในทกุ ระดับ ใช้ข่าวกรองให้มาก ลดความรุนแรงให้
เหลือน้อย ปรับปรุงกลไกของรัฐให้มีประสิทธิภาพในทุกระดับ การดาเนินงานด้านข่าวกรองจะต้องมี
ประสิทธิภาพและเร็วที่สุด โดยเน้นข่าวกรองมุ่งไปในทางที่จะทาลายหรือทาให้โครงสร้าง ของขบวนการต้อง
หมดประสทิ ธภิ าพลง
๔.๑.๒ การปราบปรามการก่อการรา้ ยภายใน
การปราบปรามการก่อการร้ายภายใน ควรมุ่งเพ่อื ป้องกันการกอ่ การร้ายไม่ให้ยกระดับรุนแรง
ขึ้น ส่วนเป้าหมายต่อไป คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมท่ีไม่พึงประสงค์ให้ดีข้ึนและขจัดภัยคุกคามให้หมดส้นิ
การต่อต้านการปราบปรามควรให้สอดคล้องกับความรุนแรงของการก่อการร้ายและสภาพแวดล้อม
ภายในประเทศ การปราบปรามจะต้องเป็นเบ็ดเสร็จและโดยระดมสรรพกาลังท้ัง พลเรือนตารวจ ทหาร โดยใช้
การปฏิบัติการจิตวิทยา การปฏิบัติภารกิจการพลเรือน การพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร รวมท้ังการ
ปราบปรามกองกาลงั ตดิ อาวุธ
๔.๒ การต่อสกู้ ารกอ่ การรา้ ยสากล
๑๑ - ๔
๔.๒.๑ การป้องกันการก่อการร้ายสากล หมายถึง การดาเนินการโดยใช้มาตรการเชิงรับ
กระทา เพื่อลดความสูญเสียอันจะเกิดข้ึนต่อ บุคคล อาคารสถานที่ หรือส่ิงอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีถูกกระทาโดย
ผู้ก่อการร้าย มาตรการเชิงรับนี้ หมายรวมถึง การปฏิบัติการข่าวและการเตรียมการวิเคราะห์ภัยคุกคาม และ
มาตรการปอ้ งกนั อนื่ ๆ
๔.๒.๑.๑ การปฏิบัติการข่าวและการเตรียมการ เป็นการปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองต้ังแต่
ยามปกตเิ ป็นความรับผิดชอบของเจา้ หนา้ ที่ฝ่ายพลเรอื น (กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ) ตารวจ ทหาร โดย
มีการประสานงานกันอย่างต่อเน่ืองกับสานักข่าวกรองแห่งชาติ ดาเนินการรวบรวมข่าวสารรายละเอียดที่
เกยี่ วกับผูก้ อ่ การร้ายหรอื ผู้ตอ้ งสงสัยในเรือ่ งต่างๆ เชน่ ทต่ี งั้ จานวนคน วัตถุประสงค์ และวิธดี าเนนิ การ เปน็ ต้น
โดยให้มีการวางแผนและเตรียมการรวมท้งั การจดั หน่วยและฝึกอบรมเจา้ หนา้ ทใ่ี ห้พรอ้ มท่จี ะเผชญิ เหตุทกุ หน่วย
จะตอ้ งกาหนดแผนการที่จะปฏิบตั ิขึ้น และปรับปรงุ ใหท้ ันสมยั อยูเ่ สมอ
๔.๒.๑.๒ การวิเคราะห์ภัยคุกคาม เป็นกระบวนการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล
ขา่ วสารที่มีอยเู่ ปน็ ผลของการพัฒนาข้อมลู อนั นาไปสู่แนวทางปฏิบตั ิของผู้ก่อการรา้ ยท่จี ะเกดิ ขึน้ ในอนาคตการ
วิ เ ค ร า ะ ห์ ภั ยคุ ก ค า มน้ีมี ป ร ะ โ ยช น์ ใน ด้ าน กา ร ป้ อ ง กัน แ ล ะ ล ด ค วา ม เ สี ยห า ยอั น เ กิด จ า ก กา ร ก ร ะ ท าของ
ผู้ก่อการร้าย เพ่ือให้การวเิ คราะห์ได้ผลใกล้เคียงที่สุด จะได้ข่าวสารจากหลายๆ แหล่ง และทันสมัยอยู่เสมอทั้ง
ในยามปกติ และยามเกิดเหตกุ ารณ์
๔.๒.๑.๓ มาตรการป้องกัน การระวังป้องกัน บุคคลสาคัญ เอกสารสาคัญฯลฯท่ีคาด
ว่าน่าจะเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย โดยเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมตารวจ
กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กองบัญชาการทหารสูงสดุ เหลา่ ทัพ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวสิ าหกิจท่ี
เก่ียวขอ้ งร่วมกัน ตามความรบั ผดิ ชอบในงานยามปกติ
๔.๒.๒ การปราบปรามการก่อการร้ายสากล เป็นการปฏิบัติเชิงรุกท่ีเกี่ยวโยง และตอบโต้ต่อ
การกระทาของผู้ก่อการร้าย การดาเนินการบางอย่างในข้ันการป้องกันการก่อการร้ายจะถูกนามาใช้ในการ
ปราบปรามด้วย การปราบปรามการก่อการรา้ ยน้ันหมายรวมถึง การใช้กาลังเขา้ แก้ไขสถานการณก์ ่อการรา้ ยท้ัง
ในยามปกติ ยามขดั แย้ง และยามสงคราม ภารกิจในยามปกตแิ ละยามสงครามกระทาโดยมีความมุ่งหมายต่างๆ
กัน ด้วยการใช้กาลังของหน่วยรบพิเศษที่ได้รับการฝึกมาโดยเฉพาะ และมีการจัดหน่วยที่เหมาะสม สาหรับ
ภารกิจเข้าปฏิบตั ิการชว่ ยเหลือตัวประกัน บุกเข้าจับกุมผู้ก่อการร้าย และทาลายท่ตี ้ังของผู้กอ่ การร้าย รบกวน
ขัดขวาง ทาลายสายการส่งกาลัง ค้นหา พิสูจน์ทราบ เก็บกู้สิ่งของสาคัญที่ผู้ก่อการร้ายนาพาไปซึ่งการ
ปฏบิ ตั ิการทั้งหลายน้ีข้ึนอยูก่ ับขอ้ กฎหมายและระเบียบ คาส่งั ของกระทรวงกลาโหม ในเรื่องการใชก้ าลงั ทหาร
รวมไปถึงนโยบายการแกไ้ ขปญั หาการก่อการร้ายของประเทศ เม่อื เกิดเหตกุ ารณก์ ารกอ่ การร้ายสากล
๔.๓ การตอ่ สกู้ ารกอ่ การรา้ ย
ในการต่อสู้การก่อการร้ายทั้งหมด เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลในการแก้ไข
ปัญหาซ่ึงจะเป็นไปตามนโยบายของประเทศ กองทัพบกโดยหน่วยบัญชาการสงคราพิเศษ ให้การสนับสนุน
รัฐบาลในการต่อสูก้ ารก่อการร้าย โดยเฉพาะการกอ่ การรา้ ยภายใน โดยใชส้ รรพกาลังท่ีมอี ยู่
๕. ทหารชา่ งในการปราบปรามผกู้ ่อการรา้ ย
การปราบปรามผู้ก่อการร้าย คือ การปฏิบัติการทางทหาร กึ่งทหาร ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทาง
จิตวทิ ยา และการช่วยเหลือประชาชนทรี่ ัฐบาลกระทา เพอ่ื ปราบปรามการกอ่ การรา้ ย เพือ่ ล้มลา้ งรฐั บาลในการ
ปราบปรามผู้ก่อการร้ายซ่ึงอาจเกิดข้ึนในประเทศสัมพันธ์มิตร ได้มีการจัดกาลังปราบปรามผู้ก่อการร้ายของ
กองทัพบก กาลังน้ีประกอบด้วยกาลังจากหน่วยสงครามพิเศษ หน่วยทหารอื่นๆ และหน่วยหรือเจ้าหน้าท่ีท่ี
ได้รับการฝึกและกาหนดขึ้น เพื่อทาหน้าที่ในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย ในขั้นแรกของการปราบปราม
ผู้ก่อการร้าย จัดเจ้าหน้าที่ทหารช่างในรูปชุดฝึกเคล่ือนที่ และโดยปกติปฏิบัติงานในการควบคุมทางการ
๑๑ - ๕
ปฏิบัติการของหน่วยช่วยเหลือทางการทหารหรือหน่วยสงครามพิเศษชุดเหล่านี้มักจะได้รับการเสริมกาลังจาก
หน่วยกองทัพบกและมีความรับผดิ ชอบในเรอื่ ง
๕.๑ การฝึกหน่วยทหารช่าง
๕.๒ ให้คาแนะนาแก่ชุมชน พลเรือน รวมท้ังให้คาแนะนาในโครงการช่วยเหลือประชาชนท่ีมลี ักษณะ
เปน็ งานขา่ ว
๕.๓ ทาการสารวจและให้ข่าวสารเพ่ิมเตมิ ในกรณีท่ีการก่อการรา้ ยมีเพม่ิ ขึ้นซง่ึ จะใช้ทหารช่างในการ
สนบั สนุนทางยุทธการและสนบั สนนุ หนว่ ยกาลงั รบท่เี ข้ารบ
๖. หนว่ ยทหารชา่ งในการปราบปรามผู้ก่อการรา้ ย
๖.๑ การใช้หน่วยทหารช่าง โดยมีที่ปรึกษาชุด หรือหน่วยทหารช่างอาจจะใช้สนบั สนนุ การปฏบิ ัตกิ าร
ปราบปรามผู้ก่อการร้าย ทุกระดับตามความรุนแรงของการก่อการร้าย การสนับสนุนของทหารช่าง ต้อง
ประสานโดยใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ เพื่อให้การวางโครงการมีประสิทธิภาพ การประสานงานและการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเสรีกับเจ้าหน้าที่พลเรือนท้องถิ่น มีความสาคัญเท่าเทียมกันหากทาได้ควร
วางโครงการร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าท่ีทางทหารและพลเรือน หน่วยทหารอาจจะใช้แยกการโดยเฉพาะหรือ
ร่วมกับหนว่ ยรบเฉพาะกิจปราบปรามผู้ก่อการร้าย ในหลายสถานการณ์งานทางการช่างเป็นงานช่างโยธาทที่ า
ข้ึนด้วยวัสดุในท้องถ่ิน และด้วยเคร่ืองมือจากัด การใช้วิธีแสวงเครื่องเมื่อจะต้องทาการรบ ทหารช่างจะต้อง
คุน้ เคยกับยุทธวิธแี ละวธิ กี ารของผกู้ ่อการร้าย และวธิ ีการทีห่ นว่ ยปราบปรามผกู้ ่อการร้ายใช้
๖.๒ งานช่างสนาม จะใชเ้ ม่ือมีการปฏิบตั ิงานทางทหารขนาดใหญ่ โดยใชใ้ นเรื่อง
๖.๒.๑ ใหก้ ารสนบั สนนุ บริการทางเทคนิค / สนบั สนนุ การรบแกห่ น่วยในทอ้ งถิน่ ท่ีเขา้ รบ
๖.๒.๒ ใหค้ าแนะนาและฝกึ หน่วยท่ที างานร่วมกัน เพอื่ ใหห้ นว่ ยเขา้ รบั งานสนับสนุนการรบ
๖.๒.๓ ให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยกึ่งทหารโดยเน้นหนักในการสร้างป้อมสนาม เพื่อป้องกัน
หมูบ่ ้านและศนู ยก์ ารส่ือสารคมนาคม
๖.๒.๔ สร้างและซ่อมแซม สะพาน สนามบิน และท่ีขึ้นลงเคร่ืองบินในพ้ืนที่ข้างหน้าและ
ห่างไกล สร้างทางรถไฟ และทางน้าและดาเนินการแพส่งข้าม เม่ือโครงการเหล่านี้ให้ผลโดยตรงแก่การ
ปฏิบตั กิ ารรบในทอ้ งถน่ิ
๖.๒.๕ แนะนาช่วยเหลือและฝึกกาลังทหาร ก่ึงทหารในท้องถ่ินในการกวาดล้างทุ่นระเบิดกบั
ระเบดิ ของกองโจร โดยถากถางพชื พนั ธแ์ ละทาลายสง่ิ อานวยความสะดวกทีเ่ ปน็ ประโยชน์แกก่ องโจร
๖.๒.๖ ใหบ้ ริการแผนที่ทางภูมปิ ระเทศ.
๖.๓ ทหารชา่ งมีสว่ นในการช่วยเหลือพลเมืองในเรอื่ ง
๖.๓.๑ การสรา้ งระบบการชลประทานและการระบายน้าอย่างง่าย ๆ
๖.๓.๒ การบารุงดินด้วยการถากถาง การปรับระดบั พื้นดนิ และระบายนา้ ออกจากหนองบงึ
๖.๓.๓ การปา่ ไม้เช่นการปลกู ปา่ ไม้ การแผ้วถาง ประดิษฐแ์ ละสร้างระบบควบคุมน้าท่วม
๖.๓.๔ คน้ หา จดั ตง้ั แหล่งกรวดทราย สาหรับงานถนน งานชา่ งทวั่ ไป
๖.๓.๕ สร้างบ้าน อาคาร จัดตัง้ และดาเนนิ การโรงเล่อื ย จดั ทาระบบประปา
๖.๓.๖ สรา้ ง ซอ่ มแซม ปรบั ปรุง ถนน สะพาน ทาง สนามบนิ เฉพาะระบบสาธารณูปโภค
๖.๓.๗ จัดทาแผนที่ แผนผงั ทีจ่ าเปน็ ในการวางแผนสร้างถนน ทางรถไฟและสนามบิน
๑๒ - ๑
บทที่ ๑๒ การเคลอ่ื นย้ายหน่วยทหารทางยุทธวธิ ี
๑. กล่าวทั่วไป
ในสภาพแวดล้อมของการยุทธปัจจุบัน หน่วยทหารจาเปน็ ตอ้ งเคลอื่ นย้ายจากท่ีตั้งซ่งึ กระจายกันอยู่ไป
ยังตาบลสาคัญทไ่ี ด้ตกลงใจไว้ เพอื่ เขา้ ปฏิบตั กิ าร หรือแปรขบวนออกปฏิบตั ิการ ตลอดจนเพ่อื หลกี เลี่ยงการตก
เป็นเป้าหมายทีค่ มุ้ คา่ ต่อการยงิ ดว้ ยอาวุธสมัยใหม่ของข้าศึก
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ วัตถุประสงค์ของการเคลื่อนย้ายหน่วยทหารคือ ไปถึงตาบลที่ต้องการตามเวลาท่ีต้องการหน่วย
อย่ใู นสภาพดีและมรี ปู ขบวนท่ีเหมาะสมกับการปฏบิ ตั ภิ ารกิจ
๒.๒ ความคล่องแคล่วในการเคล่ือนที่ของหน่วยทหารโดยเฉพาะหน่วยทหารช่างเป็นองค์ประกอบท่ี
สาคัญของการเคลือ่ นย้ายหน่วยทหารชา่ ง เพ่อื สนบั สนุนหน่วยรบ เพอ่ื ทจ่ี ะทาให้หนว่ ยทหารช่างสามารถไปถึง
ตาบลทตี่ อ้ งการไดใ้ นเวลาอนั เหมาะสม หนว่ ยอยูใ่ นสภาพทีส่ ามารถปฏิบัติภารกิจของตนตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ให้บรรลผุ ลสาเร็จได้ ความคล่องแคล่วในการเคล่อื นที่เปน็ ปัจจยั สาคัญนอกจากจะเปน็ หลกั นยิ มของทหารช่างท่ี
จะช่วยในการเคล่ือนที่ของหน่วยทหารฝ่ายเดียวกันแล้ว หน่วยทหารช่างเองต้องมีความคล่องแคล่วในการ
เคล่ือนทอี่ ย่างน้อยควรจะเท่าเทยี บกับหน่วยรบด้วย
๒.๓ ความคล่องแคล่วในการเคล่ือนที่ยังใช้พิจารณาเปรียบเทียบอานาจกาลังรบ และเป็นปัจจัยคู่กับ
อานาจการยิงในการดาเนินกลยุทธของหน่วยทหาร ถึงแม้ว่าหน่วยทหารจะมีกาลังน้อย แต่ได้ใช้ความ
คลอ่ งแคลว่ ในการเคลอ่ื นที่ ประกอบกบั การจู่โจมและการลวง เพอื่ รวมกาลังเขา้ ปฏิบตั ิการเด็ดขาดตอ่ ขา้ ศึกท่ีมี
กาลังมากกว่า ณ ตาบลสาคัญและในเวลาที่เหมาะสมแล้ว หน่วยทหารหน่วยนั้นยอ่ มสามารถจะเอาชนะข้าศึก
เฉพาะตาบลได้ เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเม่ือผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอานวยการมีความเข้าใจในขีด
ความสามารถของหน่วยตนและข้าศกึ จดั ให้มกี ารฝึกและกากับดูแลการปฏิบัติ เพือ่ ให้หน่วยมีความคลอ่ งแคล่ว
ในการเคลือ่ นทีด่ อี ยูต่ ลอดเวลา
๓. ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อความคลอ่ งแคล่วในการเคลอ่ื นท่ีไดแ้ ก่
๓.๑ การเลอื กพื้นทีต่ าบลสาคัญ และเวลาปฏิบตั ิการท่ีเหมาะสม
๓.๒ การหาเสน้ ทางเคลือ่ นย้ายท่ีเก้อื กลู ทีส่ ุด
๓.๓ กาหนดความสามารถในการรบั การจราจร และวธิ ีการเคล่ือนยา้ ยไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
๓.๔ มกี ารสนับสนนุ ทั้งทางยทุ ธวธิ ี, การช่วยรบ และการควบคุมอยา่ งต่อเน่ือง
๓.๕ มกี ารปอ้ งกันอปุ สรรคต่อการดาเนินกลยทุ ธตามแผนทว่ี างไว้
๓.๖ หวังผลจู่โจมมากที่สุดโดยใช้เคร่ืองมือและแนวทางเคล่ือนท่ีท่ีไม่คาดคิด ต้องมีความอ่อนตัวแต่
ยังคงประสิทธภิ าพ
๔. ประเภทของความคลอ่ งแคล่วในการเคล่ือนที่
ประเภทของความคล่องแคล่วในการเคล่ือนที่ มี ๒ ประเภทคือ ความคล่องแคล่วในการเคล่ือนท่ีทาง
ยทุ ธศาสตร์ และความคล่องแคลว่ ในการเคล่อื นทที่ างยุทธวิธี
๔.๑ ความคลอ่ งแคล่วในการเคล่ือนที่ทางยุทธศาสตร์คือ ความสามารถในการเปลี่ยนรูปการวางกาลัง
เพื่อให้บรรลุผลสาเร็จในการรวมกาลังหรอื กระจายกาลังทางยุทธศาสตร์ได้แก่การโยกย้ายกาลังรบการเปล่ยี น
ที่ต้ังกองหนุนทางยุทธศาสตร์ การเปลี่ยนท่ีตั้งหน่วยสนับสนุนทางการช่วยรบ การโยกย้ายกาลังปฏิบัติการ
๑๒ - ๒
บางส่วนท่ีมีความมุ่งหมายเพ่ือลดเวลาในการจะใช้กาลัง หรือเพื่อให้สามารถใช้กาลังได้มากข้ึนและมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน
๔.๒ ความคล่องแคล่วในการเคล่ือนท่ีทางยุทธวิธีคือ ความสามารถในการเปลี่ยนรูปการวางกาลังของ
หน่วยทางยุทธวิธี เพื่อดาเนินกลยุทธของตนหรอื ของหน่วยสนับสนุนทางการช่วยรบ เพ่ือให้สาเร็จภารกิจของ
ตนในการสนับสนุนหนว่ ยทางยทุ ธศาสตร์และชว่ ยรบอนื่ ๆ
๕. ประเภทของการเคลอื่ นย้ายหน่วยทหารแบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท
๕.๑ ตามลกั ษณะของการขนส่ง ไดแ้ กก่ ารเคลอื่ นยา้ ยดว้ ยยานยนต์ เคลอ่ื นย้ายทางนา้ เคล่อื นยา้ ยทาง
รถไฟ การเคลื่อนยา้ ยทางอากาศและการเคลื่อนย้ายด้วยวิธอี น่ื ๆ ด้วยสัตว์ต่างหรือการเดินเทา้
๕.๒ ตามความมุ่งหมายของการเคลือ่ นยา้ ยได้แก่การเคลอ่ื นย้ายทางยุทธวิธี การเคลอื่ นยา้ ยทางธุรการ
๕.๓ การเคล่ือนย้ายหนว่ ยทหารทางน้าเปน็ วธิ ีการเคล่ือนย้ายสามารถขนยา้ ยกาลงั พลและยุทโธปกรณ์
ได้จานวนมากเปน็ ระยะไกลๆ แต่คอ่ นข้างชา้ มคี วามล่อแหลมตอ่ อนั ตรายในระหว่างการเคลอื่ นย้ายมากอย่างไร
ก็ตามเมื่อมขี า่ ยเสน้ ทางน้าในแผน่ ดนิ เพียงพอการเคลื่อนย้ายประเภทน้ีจะเปน็ วิธกี ารเคลื่อนยา้ ยวธิ ีหน่งึ ที่ให้ผล
ในเรอื่ งการจู่โจมได้เป็นอยา่ งดี
๕.๔ การเคลื่อนย้ายหน่วยทหารด้วยยานยนต์เป็นวิธกี ารเคลื่อนย้ายที่หน่วยทหารนยิ มใช้มากที่สุดใน
สภาวะแวดล้อมปัจจุบัน การเคล่ือนย้ายประเภทน้ตี ้องมีการวางแผนละเอยี ด มีเวลาในการออกคาส่ังน้อยต้อง
แจกจ่ายคาสัง่ ไปทั่วทุกหน่วย อยา่ งไรก็ตามหากหนว่ ยมกี ารฝกึ ท่ีดี มีประสบการณ์ในการเคลอ่ื นย้ายประเภท นี้
มาก่อนและมี รปจ. กาหนดไว้แล้วหนว่ ยนัน้ ๆ ย่อมประหยัดเวลาในการวางแผนได้มาก
๕.๕ การเคลื่อนย้ายด้วยวิธีอ่ืนๆ เช่นการเคลื่อนย้ายด้วยสัตว์ต่างหรือการเดินเท้านั้น เป็นวิธีการ
เคลื่อนย้ายท่ีหน่วยทหารใช้เพิ่มเติมต่อการเคลื่อนย้ายด้วยวิธีอ่ืนๆ เม่ือมีข้อจากัดในเรื่องพ้ืนที่ปฏิบัติการ
สถานการณ์ในขณะนั้น สงิ่ อานวยความสะดวกทีม่ ี ภารกิจทต่ี อ้ งปฏบิ ัติ การเคลื่อนย้ายประเภทน้ีต้องการเวลา
และการประสานงานตลอดจนการควบคุมมาก
๕.๖ การเคลื่อนย้ายหน่วยทหารทางยุทธวิธีเป็นการเคล่ือนย้ายกาลังทหารและยุทธภัณฑ์เพ่ือปฏิบัติ
ภารกจิ ทางยทุ ธวิธภี ายใต้สภาวะการรบหนว่ ยทหารจาเป็นต้องเคล่อื นยา้ ยในรูปขบวนพร้อมรบโดยมีสมมุติฐาน
ว่าการปะทะกับข้าศึกจะเกิดข้ึนระหว่างทางหรือภายหลังที่ถึงจุดหมายปลายทางเพียงเล็กน้อยภายใต้
สภาพการณ์เช่นนี้หน่วยมักต้องยอมเสียประสิทธิภาพในการขนส่งบ้าง เพ่ือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทาง
ยุทธวธิ ี สธ.๓ รบั ผดิ ชอบในการกากับดแู ลทางฝา่ ยอานวยการตอ่ การเคล่ือนยา้ ยหน่วยทางยุทธวิธี
๕.๗ การเคลื่อนย้ายหน่วยทางธุรการเป็นการเคล่ือนย้ายกาลังทหาร ยุทธภัณฑ์ สิ่งอุปกรณ์เพ่ือความ
มงุ่ หมายทางธรุ การโดยมีสมมุติฐานวา่ การปะทะกับข้าศึกยงั อยู่ห่างไกลหรือไมน่ ่าจะเกิดขน้ึ ระหว่างทางและไม่
น่าเกิดขนึ้ ภายหลังที่ถึงจุดมงุ่ หมายปลายทางแลว้ เพยี งเลก็ น้อย หนว่ ยทหารจะใชก้ ารขนสง่ อยา่ งมี
ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรการ โดยอยู่ในความรับผิดชอบกากับดูแลของ
สธ.๔ ในทางการเคล่ือนยา้ ยหนว่ ยทหารทางธุรการ
๖. ความรับผิดชอบของฝ่ายอานวยการในการเคลื่อนยา้ ยทหารทางยทุ ธวธิ ี ดังน้ี
๖.๑ สธ.๓ หรือ ฝอ.๓ รับผิดชอบทางฝ่ายอานวยการต่อการเคล่ือนย้ายหน่วยทหารทางยุทธวิธี
ประสานกบั สธ.๔ หรือ ฝอ.๔ และฝา่ ยกจิ การพิเศษท่ีเกี่ยวข้อง เพ่อื วางแผนและกากับดแู ลการเคล่ือนย้ายทาง
ยุทธวิธี โดยท่ี สธ.๓ กาหนดและจัดลาดับความเร่งด่วนหน่วยเคลื่อนย้าย, เลือกและกาหนดตาบลปลายทาง,
พ้ืนท่ีพักแรมในสนาม, ท่ีพักแรมในอาคารบ้านเรือน และที่พักรอการเคล่ือนย้าย ตามความเหมาะสมตาม
สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมรวมทงั้ จดั ทาคาส่ังการเคลอ่ื นย้ายทางยุทธวธิ ีของหนว่ ย
๑๒ - ๓
๖.๒ สธ.๒ หรือ ฝอ. ๒ ให้คาแนะนาและ สธ.๓ หรือ ฝอ.๓ ในเรื่องการต่อต้านข่าวกรอง รวมทั้งการ
ปฏิบัติการปกปิดและการลวงทางยุทธวิธี เพื่อการักษาความปลอดภัย การเคลื่อนย้ายโดยที่ สธ.๒ หรือ ฝอ.๒
จะให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพลมฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ และขีดความสามารถของข้าศึกรวมท้ังเป็นผู้วาง
แผนการใชร้ ะบบเฝ้าตรวจพืน้ ทีก่ ารเคลอ่ื นย้ายของหนว่ ย
๖.๓ สธ. ๑ หรือ ฝอ. ๑ ประสานกับ สธ.๓ หรือ ฝอ. ๓ เพื่อจัดลาดับความเร่งด่วนในการเคล่ือนย้าย
หน่วยและสถานทตี่ ง้ั ทางการกาลังพล ตลอดจนประสานและกากับดูแลการเคล่ือนย้ายของ บก.หนว่ ย ซึ่ง หน.
บก. ไดว้ างแผนและดาเนินการเคลื่อนย้ายตามนโยบายกาหนดไว้
๖.๔ สธ.๔ หรือ ฝอ.๔ จะรับทราบความต้องการเคร่ืองมือขนส่งจาก สธ.๓ หรือ ฝอ.๓ แล้วแจ้งให้
นายทหารฝ่ายขนส่งทราบ การแบ่งมอบการขนส่ง สธ.๔ หรือ ฝอ.๔ เป็นผู้กาหนดความเร่งด่วนในการ
เคลื่อนย้ายของหน่วยช่วยรบ กากับดูแลในฐานะฝ่ายอานวยการเกี่ยวกับการจัดระเบียบการจราจรและการ
ควบคุมจราจร นอกจากน้ัน สธ.๔ หรือ ฝอ.๔ ยังรับผิดชอบจัดทาผนวกประกอบคาส่ังการเคล่ือนย้ายในเรื่อง
เกี่ยวกับการจัดระเบียบการจราจรและการควบคุมการจราจร ให้แก่ สธ.๓ หรือ ฝอ.๓ เม่ือต้องการหรือเมื่อ
จาเปน็ ดว้ ย
๖.๕ สธ.๕ หรือ ฝอ.๕ ประสานกับ สธ.๔ หรือ ฝอ.๔ เพ่ือจัดลาดับความเร่งด่วนในการเคล่ือนย้าย
หน่วยกจิ การพลเรอื นแนะนา สธ.๓ หรอื ฝอ.๓ เก่ียวกบั ผลการลภี้ ยั และพลเรือนที่มตี ่อการเคลอ่ื นยา้ ย
๗. ฝ่ายกิจการพิเศษของกองพลทีเ่ กี่ยวข้อง ช่วยเหลือและให้คาแนะนาในเรื่องการเคล่ือนย้ายหนว่ ย ทาง
ยทุ ธวธิ ี คอื
๗.๑ นายทหารฝ่ายการขนสง่ ของกองพล จะใหค้ าแนะนาแก่ผ้บู ัญชาการกองพลและฝา่ ยอานวยการใน
เรื่องเก่ียวกับการใช้ ขีดความสามารถและข้อจากัดของการขนส่งท้ังท่ีมาสมทบ สนับสนุนและในอัตรา
นอกจากน้ันยังมีความรับผิดชอบทางฝ่ายกิจการพิเศษ ในการจัดระเบียบการจราจรในพ้ืนที่ของกองพลให้
คาแนะนาแกผ่ ู้บัญชาการกองพล
๗.๒ ผู้บังคับทหารช่างกองพล จะให้คาแนะนาแก่ผู้บัญชาการกองพลและฝ่ายอานวยการในเรื่อง
เก่ียวกับสภาพ ขีดความสามารถของหน่วยทหารช่างในอัตราและหน่วยทหารช่างนอกกองพล ที่จะสนับสนุน
การเคล่ือนย้ายตามแผน ผู้บังคับทหารช่างของกองพลจะเป็นผู้เสนอแนะ สธ.๓ ในเรื่องเส้นทางท่ีควรใช้และ
สนับสนุนเสน้ ทางทค่ี วรใช้และสนบั สนนุ เสน้ ทางที่ตอ้ งการ
๗.๓ สารวตั รใหญ่กองพล จะให้คาแนะนาแกผ่ ูบ้ ญั ชาการกองพล และฝา่ ยอานวยการในเร่ืองทเี่ ก่ียวกับ
การควบคุมการจราจรภายในพ้ืนที่ของกองพล ดาเนินการวางแผนและกากับดูแลการควบคุมการจราจรให้
เปน็ ไปตามแผนการเคลื่อนย้าย
๗.๔ นายทหารป้องกันภัยทางอากาศของกองพล จะให้คาแนะนาแก่ผู้บัญชาการกองพลและฝ่าย
อานวยการ ในเรอื่ งเกีย่ วกบั การปฏิบัตแิ ละการใช้เครอื่ งมือปอ้ งกนั ภัยทางอากาศในระหว่างการเคล่ือนยา้ ยของ
หนว่ ย
๗.๕ นายทหารฝา่ ยการบนิ ทหารบกของกองพล ประสานและใหค้ าแนะนาแก่ สธ.๒ สธ.๓ ในเรือ่ งการ
ลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอากาศ สนับสนุนการเคล่ือนย้ายของหน่วย ตลอดจนเป็นการวางแผน
ลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอากาศ ตามต้องการ
๗.๖ นายทหารฝา่ ยการวิทยาศาสตรข์ องกองพล จะใหค้ าแนะนาท่ีเกีย่ วกับขดี ความสามารถทจ่ี ะใช้
ควันเพื่อการซอ่ นพรางการเคลือ่ นยา้ ย
๗.๗ นายทหารฝา่ ยการสือ่ สารของกองพล จะเปน็ ผู้วางแผนการติดต่อส่ือสารของหนว่ ยให้สอดคล้อง
กบั แผนการเคลื่อนยา้ ยและแผนการปกปิดและการลวงทางยทุ ธวธิ ีทก่ี าหนด เพอื่ ต่อต้านการข่าวกรอง
๑๒ - ๔
๘. ปจั จยั พจิ ารณาในการเคลอื่ นย้ายหนว่ ยทหาร ไดแ้ ก่
๘.๑ จัดหน่วยและยุทธภัณฑ์ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ทางยุทธวิธีและขณะเดียวกันให้ได้ประโยชน์
จากการขนสง่ มากท่ีสดุ
๘.๒ ใชว้ ธิ ีการรวมหน่วยทหารและเครือ่ งมือขนสง่
๘.๓ บรรจุหบี ห่อและทาเครอื่ งหมายยุทธภัณฑ์
๘.๔ มกี ารบรรทุกกาลังพลและยุทธภณั ฑไ์ ด้เหมาะสม
๘.๕ จัดให้มีการควบคุมการสนับสนุนการรบและการสนบั สนุนทางการช่วยรบ ทั้งในระหวา่ งทางและ
ณ ท่หี มายปลายทาง
๘.๖ การถงึ ปลายทางของกาลังพล เป็นไปตามลาดบั ข้ันตอนและด้วยรปู ขบวนทต่ี ้องการ
๘.๗ มีการระวังป้องกันอย่างเพียงพอต่อการโจมตีทั้งทางอากาศและทางพ้ืนดินในระหว่างทางและที่
หมายปลายทาง
๘.๘ คานงึ ถงึ ภารกจิ สภาพภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศ ขา้ ศึกและความพอเพยี งของขา่ ยเสน้ ทาง
๘.๙ พจิ ารณาการขดั ขวางของข้าศึกและผู้ลภ้ี ัยท่จี ะกระทบกระเทอื นตอ่ การเคลือ่ นย้าย
๙. การฝกึ และ รปจ. เพอ่ื การเคลอ่ื นยา้ ยหนว่ ยทหาร
นอกจากจะต้องมีแผนที่ดีและละเอียดแล้ว หน่วยทหารจาเป็นต้องมีการฝึกตั้งแต่ในยามปกติเพื่อให้
การเคล่ือนย้ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าท่ีและหน่วยต่างๆ ต้องได้รับการฝึกเก่ียวกับการเคล่ือนย้ายทุก
ประเภทและทุกวิธี หน่วยทหารจาเป็นต้องมี รปจ. เก่ียวกับการเคลื่อนย้ายหน่วยของตนซึ่งจะระบุถึงวิธีและ
เทคนิคในการใช้การขนส่งแต่ละแบบ ท่ีอาจใช้ได้ในการยุทธ กาหนดความเร่งด่วนและการควบคุมการ
เคลื่อนย้ายเขา้ ส่เู สน้ ทาง
๑๐. งานสาคัญท่ผี ู้บังคบั บญั ชาและฝา่ ยอานวยการทเี่ ก่ียวข้องต้องกระทา คือ
๑๐.๑ ออกคาสั่งเตรียม
๑๐.๒ วางแผนการเคลือ่ นย้าย
๑๐.๓ ออกคาส่งั การเคลื่อนย้าย
๑๐.๔ กากับดแู ลและอานวยการปฏบิ ตั กิ ารเคลื่อนย้ายใหเ้ ปน็ ไปตามแผนทไี่ ด้วางไว้
๑๑. คาส่ังเตรยี มเพือ่ การเคลอ่ื นย้ายหน่วยทหาร
เพือ่ ให้ฝา่ ยอานวยการทเ่ี กี่ยวข้อง และหน่วยรองไดม้ ีโอกาสวางแผนการเคล่ือนยา้ ยในสว่ นของตนไปได้
พร้อมๆ กัน และมีเวลาเพียงพอสาหรับการเตรียมการเคล่ือนย้าย คาสั่งเตรียมการน้ีอาจเป็นคาส่ังด้วยวาจา
หรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ปกติถ้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วมักนิยมเขียนด้วยกระดาษเขียนข่าว หรือ
อาจจะเขียนเหมือนคาส่ังการเคล่ือนย้าย คาสงั่ ยทุ ธการแต่ระบุเป็นคาสงั่ เตรียม และไมต่ อ้ งกาหนดหมายเลขท่ี
ของคาสัง่ กไ็ ด้ อย่างไรกต็ ามคาส่งั เตรียมต้องมีความชัดเจน สามารถตอบคาถามไดว้ ่า ใคร ? ทาอะไร ? เมอ่ื ไร ?
ทีไ่ หน ? อย่างไร ? ( อาจมเี หตุผลส้นั ๆ ว่าทาไมด้วยกไ็ ด้ )
๑๒. การวางแผนการเคล่ือนยา้ ยหน่วยทหาร
การเคล่ือนย้ายหน่วยทหารจะสาเร็จหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับแผนการเคลื่อนย้ายที่ได้วางไว้ว่ามีความ
ละเอียดรอบคอบเพียงใดฝ่ายอานวยการท่ีรับผิดชอบต้องคิดวางแผนย้อนหลังจากเวลาเร่ิมต้นปฏิบัติภารกิจ
๑๒ - ๕
เรม่ิ ตน้ เม่อื ใด พจิ ารณาวางแผนจัดกาลังและกาหนดการเคล่อื นย้าย ตลอดจนมกี ารประสานงานอยา่ งใกล้ชิดกับ
หน่วยเหนอื หนว่ ยรอง และหนว่ ยข้างเคยี ง เพ่ือความสาเร็จและความปลอดภัยในการเคล่อื นยา้ ย
๑๓. คาสัง่ การเคลือ่ นย้ายหน่วยทหาร
คาสง่ั การเคล่ือนย้ายเปน็ คาสั่งยุทธการชนิดหน่ึง ทสี่ งั่ ให้หน่วยปฏบิ ัติการเคลอื่ นยา้ ยจากทต่ี งั้ แห่งหนึ่ง
ไปยงั ทต่ี ง้ั อีกแหง่ หนึง่ ภายในเวลาท่กี าหนด คาส่ังการเคลอ่ื นยา้ ยอาจจัดทาเป็นคาส่งั แบบแผ่นบรวิ ารและมีแผน
ท่ีสังเขปเส้นทางประกอบก็ได้ หากเวลาและสถานการณ์ไม่อานวยอาจจะออกคาส่ังเป็นส่วนๆโดยดัดแปลง
บางส่วนของแผนการเคล่ือนย้ายท่ีจาเป็น รปจ. ไว้แล้วก็ได้คาส่ังการเคล่ือนย้าย จะมีรายละเอียดมากน้อย
เพยี งใด ยอ่ มข้ึนอยูก่ ับสถานการณ์ สภาพของเสน้ ทางและการจราจร สภาพการฝึกของหน่วย และ รปจ.ท่ีมีใช้
การเคลือ่ นยา้ ยหน่วยทหารดว้ ยยานพาหนะ
๑๓.๑ กล่าวทว่ั ไป
การเคล่ือนย้ายยานพาหนะ เป็นวิธีการเคล่ือนย้ายหลักของหน่วยทหาร การเคล่ือนย้ายด้วยวิธีน้ีจะ
สาเร็จไดด้ ีตอ้ งมกี ารวางแผนอยา่ งละเอยี ด โดยปกตจิ ะมีเวลาในการออกคาสงั่ น้อยและยงั ต้องการ การแจกจ่าย
คาสั่งเคลือ่ นยา้ ยไปท้งั หน่วยทหารทเี่ ก่ยี วข้องอกี ด้วย อยา่ งไรก็ตามสามารถทาไดห้ ากมกี ารฝึก มี รปจ. เกยี่ วกบั
การเคล่อื นยา้ ย มีประสบการณแ์ ละรจู้ กั เตรยี มการกอ่ นการปฏิบตั ิการเคลอ่ื นยา้ ย
๑๓.๒ การฝึกและ รปจ. เพอ่ื การเคลอื่ นยา้ ยด้วยยานพาหนะ
หนว่ ยทหารจาเป็นตอ้ งพฒั นาการฝกึ และ รปจ. ของหนว่ ยเพ่อื ให้มคี วามคลอ่ งแคล่วในการเคลือ่ นย้าย
ของหน่วยและปรับปรุงวิธีการปฏิบัติท่ีเป็นเรื่องประจาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆโดย
ต่อเนอ่ื ง หน่วยควรสนธกิ ารฝึกการเคลอื่ นยา้ ยด้วยยานพาหนะ การเข้าท่ีรวมพล พกั รอการเคลื่อนย้ายตลอดจน
กิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการฝึกอ่ืนๆ เสมอเมื่อมีโอกาสและเมื่อสามารถกระทาได้ การฝึกของหน่วยควร
ดาเนินการไปเพื่อความมุ่งหมายทดสอบ ทดลอง พัฒนา รปจ. ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดความ
ชานาญด้วยเสมอรปจ. เพ่ือการเคล่ือนย้ายหน่วยด้วยยานพาหนะควรกาหนดเร่ืองต่างๆ ท่ีจะเป็นต้องปฏิบัติ
เปน็ ประจาไวใ้ ห้ครบสมบรู ณ์และเหมาะสมกับภารกิจ การจดั ขดี ความสามารถและการปฏิบตั ิงานของหน่วยให้
มากทสี่ ุดเรอ่ื งต่างๆ ดงั กลา่ วได้แก่แผนการบรรทุกและการบรรจหุ ีบห่อยทุ ธภัณฑ์ ภารกิจหนา้ ที่การจัดและการ
ประกอบกาลังของส่วนลาดตระเวนเส้นทาง ส่วนเตรียมการล่วงหน้า ส่วนควบคุมการจราจร ส่วนระวังปอ้ งกนั
หรือรักษาความปลอดภัย ส่วนสนับสนุนทางการช่วยรบและส่วนต่างๆ ของขบวนเดิน มาตรการควบคุมการ
เคล่ือนย้ายท่ีจาเป็น อัตราความเร็วในการเคล่ือนย้าย รูปขบวนเดิน ระยะต่อเป็นเวลาและเป็นระยะทาง การ
พักระหว่างการเคลื่อนย้าย การปฏิบัติ ณ ท่ีรวมพลหรือที่พักรอการเคลื่อนย้ายมาตรการรกั ษาความปลอดภยั
การบังคับบัญชาและการส่ือสารในการเคล่ือนย้าย ข้อกาหนดการรายงานตลอดจนข้อกาหนดการปฏิบัติ
เก่ยี วข้องและจาเป็นอ่นื ๆ เป็นตน้
๑๓.๓ การเตรียมการเพื่อการเคลอื่ นย้ายด้วยยานพาหนะ
การเตรียมการเพ่ือการเคล่ือนย้ายด้วยยานพาหนะ นอกจากจะใช้คาส่ังเตรียมเพ่ือให้หน่วยมีเวลา
เตรียมการแล้ว ต้องมีการจัดหนว่ ยเพ่อื ให้การควบคมุ และการเตรียมการดว้ ย ปกตแิ ล้วใน รปจ. จะจดั กาลเั พื่อ
การเคลื่อนย้ายออกเป็นสว่ นๆ ไว้แล้ว ในแตล่ ะสว่ นจะมีหน่วยทหารมากกว่า ๑ หนว่ ยและมีผูบ้ ังคับบญั ชาเพียง
คนเดียว ส่วนย่อยๆ ที่แบ่งต่อไปอีกน้ัน ต่างก็มีผู้บังคับบัญชาของตนเช่นกัน ส่วนต่างๆ เหล่านี้จะเร่ิมต้น
เตรียมการเคลื่อนย้ายส่วนของตนไปพร้อมๆ กันส่ิงสาคัญที่จะทาให้หน่วยหรือส่วนต่างๆ เริ่มต้นได้เร็วและ
เป็นไปในแนวทางเดียวกันก็คือ คาสั่งเตรียม ซ่ึงจะประกอบด้วยข่าวสารทั้งสิ้นเท่าที่จะสามารถกระจายให้ได้
ทันที หรือเพ่มิ เตมิ ในระหวา่ งรอคาสง่ั การเคลอื่ นยา้ ย
๑๓.๓.๑ ความมุ่งหมายของคาสั่งเตรยี ม เพื่อจะเตือนให้หนว่ ยทหารพร้อมทาการเคล่ือนย้ายโดยทา
การเคล่ือนย้ายได้เมื่อสั่งทันที ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเคล่ือนย้าย ผู้บังคับหน่วยจะแจ้งคาสั่งเตรียมไปยังหน่วย
๑๒ - ๖
รองเพอื่ จะได้วางแผนเตรียมการและปฏิบัตกิ ารลาดตระเวน คาส่งั เตรียมน้ีปกตินิยมใช้คาส่งั เปน็ ส่วนๆ อาจเป็น
ขอ้ เขยี นหรือวาจากไ็ ด้
๑๓.๓.๒ ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิเพื่อเตรียมการเคล่ือนยา้ ยดว้ ยยานพาหนะ มดี งั นี้
๑๓.๓.๒.๑ ออกคาสัง่ เตรยี ม
๑๓.๓.๒.๒ ลาดตระเวนแผนท่ี
๑๓.๓.๒.๓ ลาดตระเวนเส้นทางและพื้นที่ ใหม่ปลายทาง ท้ังทางพื้นดินและทางอากาศถ้าทา
ได้
๑๓.๓.๒.๔ เลือกเสน้ ทาง เมอื่ หน่วยเหนือไม่ได้กาหนดมาใหแ้ ละทาการเปดิ เสน้ ทาง
๑๓.๓.๒.๕ กาหนดจดุ เรมิ่ ตน้ จดุ แยกขบวน และจุดควบคุมอ่นื ๆ
๑๓.๓.๒.๖ ทาการลาดตระเวนจากทตี่ ้ังปัจจบุ นั ไปยงั จดุ เร่มิ ต้น
๑๓.๓.๒.๗ จัดใหม้ กี ารตดิ ต่อทจ่ี ะเปน็
๑๓.๓.๒.๘ จัดให้มีการซ่อมบารุง ส่งกาลงั สง่ กลบั และการเติมเชอื้ เพลิงใหม่
๑๓.๓.๒.๙ กาหนดลาดับการเคล่ือนที่ อัตราเร็วสูงสุดของยานพาหนะ ระยะและความ
หนาแนน่ บนเสน้ ทาง แนวข้นั การปฏบิ ตั ิ จุดควบคมุ หรือจุดตรวจสอบค่าต้องการใช้และการหยุดพัก
๑๓.๓.๒.๑๐ จัดการป้องกันท้ังทางพื้นดิน ทางอากาศ การรักษาความปลอดภัยทางการ
สื่อสาร
๑๓.๓.๒.๑๑ แจกจา่ ยแผนทีเ่ สน้ ทางเมื่อเหน็ สมควร
๑๓.๓.๒.๑๒ จดั สงิ่ ส่วนล่วงหนา้
๑๓.๓.๒.๑๓ จดั บก. ควบคมุ การจราจร
๑๓.๓.๒.๑๔ กาหนดขา่ ยการควบคุมการสือ่ สารและกาหนดขอ้ ห้ามในการใช้
๑๓.๓.๒.๑๕ พิจารณาการใช้มาตรการต่อต้านทางอิเล็กทรอนิกส์และมาตรการต่อต้านข่าว
กรอง
๑๓.๓.๒.๑๖ การออกคาส่ังการเคลอ่ื นย้าย
๑๓.๔ ขน้ั ตอนการวางแผนเคล่อื นย้ายหน่วยทหารด้วยยานพาหนะ มี ๓ ขัน้ ตอนคือ
๑๓.๔.๑ ขนั้ ท่ี ๑ พิจารณาหาความต้องการในการเคล่ือนย้าย
๑๓.๔.๒ ขั้นที่ ๒ พิจารณาขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายของตนโดยยานพาหนะทั้งใน
อัตราและนอกอตั ราทีม่ ีใช้ได้
๑๓.๔.๓ ขัน้ ท่ี ๓ กาหนดความเรง่ ด่วนและวิธกี ารเคล่อื นยา้ ยหน่วย
๑๓.๕ การจดั สว่ นลาดตระเวนเส้นทางและส่วนเตรยี มการล่วงหน้า
หลังจากออกคาส่ังเตรียมและวางแผนการเคลื่อนย้ายเบื้องต้น หน่วยทหารจะจัดส่วนลาดตระเวน
เส้นทางและส่วนเตรียมการล่วงหน้า เคล่ือนย้ายเข้าสู่พ้ืนที่การเคลื่อนย้ายของตนแต่เนิ่นๆ ที่สุดตามความ
เหมาะสมของสถานการณ์การปฏิบัติการของท้ัง ๒ ส่วนน้ีมักจะเป็นไปตาม รปจ. ของหน่วยและแต่ละส่วนจะ
รับผิดชอบวางแผนในรายละเอียดของตนเอง ภายในกรอบภารกจิ และแผนขนั้ ตอนของหน่วยส่วนลาดตระเวน
เส้นทางจะรับผิดชอบในการหาข่าว เพื่อยืนยันและเพ่ิมเติมข่าวสารเดิมท่ีได้รับมาจากการศึกษาแผนท่ี การ
ลาดตระเวนทางอากาศและจากหน่วยเหนือ นอกจากนั้นยังเป็นการพิสูจนท์ ราบขีดความสามารถของเสน้ ทาง
สะพาน ตาบลสาคัญต่างๆ และตรวจสอบเวลาในการเดินทางกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยด้วย
รายละเอียดในการลาดตระเวนจะมากนอ้ ยเพยี งใดน้นั ขนึ้ อยกู่ ับเวลาท่มี อี ยู่และความเรว็ ในการเคลือ่ นย้าย สว่ น
ลาดตระเวนเสน้ ทางจะรายงานขา่ วสารที่ต้องการใหก้ ับเจ้าหนา้ ทวี่ างแผนการเคลอื่ นย้ายของหนว่ ยตามกาหนด
ที่ระบุไว้ก่อนเคลื่อนย้ายขบวนส่วนใหญ่ส่วนเตรียมการล่วงหน้า จะประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีหลักที่เกี่ยวข้องกบั
การรกั ษาความปลอดภัย เจา้ หนา้ ทีส่ ่ือสาร เจ้าหน้าที่เสนารกั ษ์ เจา้ หนา้ ที่นาทางและเจ้าหน้าทเี่ ตรียมการท่ีพัก
๑๒ - ๗
ของหน่วยและสว่ นต่างๆ ในขบวนสว่ นใหญต่ ามความเหมาะสมของสถานการณ์ ปกติสว่ นเตรยี มการล่วงหนา้ จะ
ออกเดนิ ทางไปกอ่ นขบวนสว่ นใหญ่ เพ่อื ลาดตระเวนพน้ื ท่ีใหม่ระหว่างทางและปลายทาง ปรับปรงุ เสน้ ทาง จัด
วางคนนาทาง ปรบั ปรงุ เตรียมการพ้ืนที่ปลายทางตามความเหมาะสมของสถานการณต์ ามความต้องการ จัดการ
ระวังป้องกัน พื้นที่ใหม่เมื่อจาเป็นและอาจทาหน้าท่ีลาดตระเวนเส้นทางด้วยเม่ือไม่ได้จัดส่วนลาดตระเวน
เสน้ ทาง ผบู้ งั คับบัญชาของส่วนเตรยี มการล่วงหน้า จะต้องไดร้ ับแจ้งให้ทราบถึงเส้นทาง ลาดับขบวนเดนิ เวลา
ทขี่ บวน สว่ นใหญจ่ ะไปถงึ และขอ้ กาหนดตา่ งๆ เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าทีด่ ังกลา่ วเสมอ ปกติส่วนลาดตระเวน
เส้นทางและส่วนเตรียมการล่วงหนา้ จะไม่เคล่ือนย้ายเป็นส่วนหน่ึงของขบวนเคลื่อนย้าย แต่จะออกเดินทางไป
ล่วงหนา้ ดว้ ยรูปขบวนทยอย
๑๓.๖ งานสาคัญในการลาดตระเวนเสน้ ทาง
ส่วนลาดตระเวนเส้นทางหรือหน่วยท่ีทาการลาดตระเวนเส้นทางน้ันจะมีส่วนป้องกันภัยทางอากาศ
หรือมีความรับผิดชอบแทน ส่วนป้องกันภัยทางอากาศร่วมไปด้วย เพื่อกาหนดพ้ืนท่ีต้ัง ปตอ. สาหรับคุ้มครอง
การเคลื่อนย้ายหน่วยทหารท่ีตามมาเมื่อต้องผ่านช่องทางบังคับ อ้อมเครื่องกีดขวาง ตาบลสาคัญอื่นๆ งาน
สาคัญในการลาดตระเวนเส้นทางคือ การหารายละเอยี ดในขดี ความสามารถของเสน้ ทาง การกาหนดจุดควบคุม
หรือตาบลสาคัญต่างๆ และกาหนดหาเคร่อื งกดี ขวางตามเสน้ ทางเคลอื่ นย้าย
๑๓.๗ จุดควบคมุ ทจี่ าเปน็ ต้องกาหนดขึ้นบนเส้นทางการเคล่ือนย้าย
เสน้ ทางการเคลอื่ นยา้ ยแต่ละเสน้ ทางที่กาหนดขึ้น จาเป็นต้องมีจดุ ควบคมุ เพือ่ วางแผนและการควบคุม
การเคลื่อนย้ายประจาอยู่ทุกเส้นทาง ผู้วางแผนเคลื่อนย้ายจะได้รายงานข้อมูลและข้อกาหนดของจุดควบคุม
จากส่วนลาดตระเวนเสน้ ทางหรอื โดยการลาดตระเวนแผนท่ี จุดควบคุมเหลา่ นนั้ ได้แก่
๑๓.๗.๑ จดุ เร่มิ ตน้ (จร.) Start point (SP.) หรือ Initial point (IP.)
๑๓.๗.๒ จดุ ปล่อย (จป.) Release point (RP.)
๑๓.๗.๓ จุดลงรถ (จล.) Detrucking point (DP.)
๑๓.๗.๔ จุดแยก (จย.)
๑๓.๗.๕ จดุ ควบคุม (จค.) Control point (CP.)
๑๓.๗.๖ อ่ืนๆ
๑๓.๗.๗ จุดเร่ิมต้น (จร., SP , IP) เป็นตาบลท่ีกาหนดขึ้นเพ่ือให้หนว่ ยทั้งส้ินในขบวนเร่ิมการ
เคลื่อนย้ายโดยผา่ นจุดร่วมอนั เดียวกัน ตาบลน้กี าหนดขน้ึ ตามแผนการเคลอื่ นย้าย ซง่ึ นับจากตาบลนี้ไปแลว้ การ
เคลื่อนย้ายจะอยู่ในสภาพที่มีการควบคุมตามแผน ส่วนการเคล่ือนย้ายจะอยู่ในสภาพเป็นขบวนการเดินหรือ
ตอนการเดิน หรือหน่วยการเดินเป็นต้น จุดเริ่มต้นจะอยู่บริเวณขอบหน้าของท่ีรวมพลเดินและอยู่บนเส้นทาง
เคล่ือนย้าย ควรกาหนดให้เห็นง่ายท้ังในแผนท่ีและบนภูมิประเทศ ควรอยู่ในระยะที่เหมาะสมที่ทุกหน่วย
เคล่ือนย้ายมีพ้นื ที่เพียงพอที่จะจัดขบวนของตนไดเ้ สร็จ เพือ่ จะได้ผ่านจุดเริ่มต้นได้ตามเวลาทีก่ าหนดและในรูป
ขบวนที่กาหนด ทุกส่วนในขบวนเคลอื่ นย้ายขึน้ การควบคุมบังคบั บัญชาต่อผบู้ ังคับขบวนเคล่ือนยา้ ยคนเดียวกัน
เมื่อผ่านจดุ เริม่ ตน้ นแี้ ล้ว
๑๓.๗.๘ จุดปล่อย (จป.,RP) เป็นตาบลซ่ึงหน่วยท้ังส้ินในขบวนแยกการควบคุม ออกจากผู้
บังคับขบวนแยกไปยังพ้ืนท่ีแห่งใหม่ท่ีกาหนดหรือไปยังแนวออกตี ลักษณะของจุดปล่อยคงเป็นเช่นเดียวกับ
จุดเริ่มต้นตาบลนี้เป็นตาบลท่ีเจ้าหน้าท่ีนาทางของหน่วยจะนาทางหน่วยของตนไปเข้าพ้ืนท่ีใหม่ ที่จุดปล่อยนี้
ควรมีเส้นทางแยกออกไปยังพ้ืนที่แหง่ ใหม่ได้หลายเส้นทาง เพื่อให้หน่วยสามารถกระจายกาลังได้อยา่ งรวดเรว็
เมอ่ื ผา่ นจดุ ปลอ่ ยแลว้ สว่ นต่างๆ ในขบวนเคล่อื นยา้ ยจะกลบั ไปขน้ึ การควบคมุ และบังคบั บัญชาตอ่ ผูบ้ ังคับบัญชา
ของตนตามเดมิ หรือตามทก่ี าหนดเฉพาะกิจขึน้ ใหม่และถือว่าได้ส้นิ สุดการเคล่ือนยา้ ยบนเส้นทาง
๑๓.๗.๙ จดลงรถ (จล., DP) คอื ตาบลซ่งึ ตอนการเดินหรอื หนว่ ยการเดินเคล่อื นท่ีจากจุดแยก
ขบวนมาหยุด ณ ตาบลน้ีแล้วขนทหารและยุทธภัณฑ์ลงจากรถ ตาบลน้ีจะถูกกาหนดขึ้นในพื้นที่หรือท่ีรวมพล
๑๒ - ๘
แหง่ ใหม่ ควรมพี นื้ ทีก่ ว้างขวางพอที่จะจอดรถ ขึน้ ลงและกลับรถได้สะดวก ปกตแิ ลว้ หนว่ ยจะตอ้ งกาหนดจุดลง
รถไว้ให้สาหรับแต่ละตอนการเดิน
๑๓.๗.๑๐ ที่รวมพลและทพ่ี กั รอการเคล่ือนย้าย คอื พ้นื ทซ่ี ึ่งหนว่ ยทหารกาหนดไว้เปน็ สถานท่ี
สาหรบั หนว่ ยหยดุ การเคล่ือนยา้ ย เพอื่ เตรยี มการปฏบิ ัติอ่นื ๆ ในอนาคตหรือเพอ่ื หยุดพกั รอการเคล่ือนย้ายต่อไป
พื้นที่ดังกล่าวควรมีลักษณะเกื้อกูลต่อการกาบัง ซ่อนพราง หน่วยทหารที่เข้าไปใช้พื้นที่มีเส้นทางเข้าออก
เพียงพอมิให้ยานพาหนะต้องหยุดชะงักการเคลื่อนย้าย หรือสับสนมีขนาดกว้างขวางเพียงพอสาหรับหน่วย
เตรียมการปฏิบัติ จัดระเบียบรักษาความปลอดภัยหน่วยของตน หน่วยทหารควรกาหนดการปฏิบัติระเบียบ
การเก่ยี วกับท่รี วมพล ทพ่ี ักรอการเคลื่อนยา้ ยไวใ้ น รปจ. ของหน่วย
๑๓.๗.๑๑ ส่วนต่างๆ ในการเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร ในการเคล่ือนย้ายหน่วยทหารนั้นส่วน
ต่างๆ ทีเ่ คล่ือนย้ายจะมกี ารจดั และการกาหนดดงั นี้
๑๓.๗.๑๑.๑ ขบวนเดนิ ประกอบด้วยสว่ นเคล่อื นย้ายทง้ั สิ้นบนเสน้ ทางเดยี วกนั ภายใต้
ผู้บงั คับบญั ชาคนเดียวกนั หน่วยขนาดเล็กมักจะเคลื่อนที่เปน็ ขบวนเดินเด่ียว หนว่ ยขนาดกองพลหรือใหญ่กว่า
มักเคลื่อนยา้ ยเปน็ ๒ ขบวนเดนิ ขน้ึ ไป ทง้ั นเี้ พอ่ื ใชป้ ระโยชน์จากขา่ ยถนนที่มอี ยู่ให้เต็มที่ เพื่อความรวดเร็วและ
เพ่ือเป็นการกระจายกาลังขบวนการเดินอาจประกอบด้วยหลายๆ ตอนการเดินก็ได้ ไม่ว่าขบวนเดินจะเป็น
ขนาดใดก็ตาม จะประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ส่วนหัวขบวน ส่วนใหญ่และส่วนท้ายขบวน การจัดส่วนเช่นนเี้ พอื่
รักษาความเป็นเอกภาพของหน่วย เพ่ือรักษาลักษณะการจัดเฉพาะกิจและเพื่อการควบคุมการเคลื่อนย้ายของ
ขบวนเดิน
-ส่วนหัวขบวน คือยานพาหนะคันแรกของขบวนเดินมีหน้าท่ีรักษาความเร็วในการ
เคล่ือนทใ่ี ห้เปน็ ไปตามอตั ราความเรว็ และระยะต่อจากขบวนเดินขา้ งหนา้ (ถา้ มี) ตามกาหนด
-ส่วนใหญ่ของขบวนเดิน มักจัดเป็นตอนการเดินและหนว่ ยการเดินต่างๆตามการจัด
หน่วยท่ีตอ้ งการ
-ส่วนท้ายขบวน ได้แก่กาลังพล ยุทธภัณฑ์ที่จาเป็นสาหรับการกู้ซ่อมการ
รักษาพยาบาล การส่งกลับ การเติม สป.๓ หรืองานทางด้านช่วยรบอื่นๆ ของขบวนเดินปกติ ส่วนท้ายขบวน
เป็นส่วนสุดทา้ ยของขบวนเดิน การหยุดเพอ่ื ปฏบิ ัตงิ านระหว่างการเคล่อื นยา้ ย ถ้าจาเป็นกระทาตามท่ีกาหนดไว้
ในแผนการเคล่ือนย้าย ถ้าจาเป็น ส่วนนี้จะปล่อยให้ขบวนเดินอื่นที่ตามมาเคลื่อนย้ายผ่านเลยไปก่อนดังน้ัน
ส่วนท้ายขบวนจาเปน็ ต้องมีเครอ่ื งมือส่ือสารและ นปส. เพื่อกาหนดวธิ กี ารติดต่อสื่อสารกบั ส่วนใหญ่ของขบวน
ให้ได้ตลอดห้วงเวลาการเคล่ือนยา้ ยดว้ ยเสมอ
๑๓.๗.๑๑.๒ ตอนการเดนิ ประกอบด้วยหนว่ ยการเดิน ๒ หน่วยหรือมากกวา่ ซ่ึงเคล่ือนยา้ ยใน
เส้นทางและอัตราเร็วอันเดียวกันภายใต้ผู้บังคับบัญชาคนเดียวกันจากพื้นท่ีหนึ่งไปยังพ้ืนที่หน่ึง ปกติตอนการ
เดินจะเป็นหนว่ ยขนาดกองพันหรือขนาดกรม
๑๓.๗.๑๑.๓ หนว่ ยการเดิน คอื หน่วยซึง่ เคลื่อนย้ายและหยุดตามคาส่งั ผบู้ ังคับบญั ชาคนเดียว
ปกตภิ ายในกองพลหน่วยการเดนิ จะเปน็ หนว่ ยขนาดกองรอ้ ยหรอื กองพัน
๑๓.๘ ระยะต่อระหว่างส่วนต่างๆ ใชข้ บวนเคล่ือนยา้ ย
ระยะต่อระหว่างส่วนต่างๆ ในขบวนเคลื่อนย้ายอาจกาหนดและคานวณได้เป็นระยะทางมีหนว่ ยเป็น
กิโลเมตร หรือเป็นเวลามีหน่วยเป็น นาที ซ่ึงกาหนดช่ือเรียกและมคี วามหมายดังน้ี ระยะต่อ และระยะต่อเป็น
เวลา
๑๓.๘.๑ ระยะต่อ คือระยะห่างระหว่างส่วนต่างๆ ในขบวนเคล่ือนย้ายที่เคล่ือนตามกันบน
เส้นทางเดียวกันได้แก่ ระยะต่อระหว่างขบวนเดิน ระยะต่อระหวา่ งตอนการเดิน ระยะต่อระหวา่ งการเดินหรือ
ระยะต่อ
ระหวา่ งยานพาหนะ มหี นว่ ยเป็นกิโลเมตร
๑๒ - ๙
๑๓.๘.๒ ระยะต่อเป็นเวลา คือเวลาท่หี า่ งกนั ระหวา่ งสว่ นต่างๆ ในขบวนเคลือ่ นย้ายที่เคล่ือนที่
ตามกนั ไปบนเส้นทางเดียวกัน ไดแ้ ก่ ระยะต่อเปน็ เวลาขบวนเดิน ระยะเปน็ เวลาระหว่างตอนการเดินและระยะ
ต่อ เป็นเวลาระหว่างหน่วยการเดิน หรือระยะต่อเป็นเวลาระหว่างยานพาหนะมีหน่วยนับเป็นนาทีปกติหนว่ ย
ทหารมักใช้ระยะต่อเป็นเวลาระหว่างตอนการเดินเท่ากับ ๕ นาทีและระหว่างหน่วยการเดินเท่ากับ ๒ นาที
อยา่ งไรกต็ ามตวั เลขเหล่าน้ีไม่แน่นอนเสมอไปอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และความต้องการส่วนระยะ
ต่อระหวา่ งยานพาหนะขน้ึ กบั รูปขบวนทใ่ี ช้เคล่อื นย้ายเป็นสาคญั
๑๓.๙ รูปขบวนในการเคลื่อนย้ายด้วยยานพาหนะมีอยู่ ๓ แบบ คอื
๑๓.๙.๑ รูปขบวนปดิ คือรปู ขบวนที่ยานพาหนะแตล่ ะคนั ในหน่วยการเดนิ เคลื่อนทต่ี ามรถคัน
หน้า ด้วยระยะต่อเพียงพอท่ีจะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ รูปขบวนท่ีง่ายต่อการควบคุมและการติดต่อสื่อสารภายใน
ขบวนโดยทั่วๆ ไปจะใช้เม่ือทัศนะวิสัยเลว เวลาค่ามืด ในย่านชุมชนที่ต้องการผ่านด้วยเวลาส้ันๆ หรือเมื่อ
จาเป็นต้องรักษาการติดต่อด้วยสายตากับรถคันหน้าเอาให้ไว้ตลอดเวลา เม่ือหน่วยทหารใช้รูปขบวนปิด จะ
สามารถใช้ประโยชน์จากความจุของเส้นทางได้สูงสุด แต่ขบวนเคลื่อนย้ายมีการกระจายยานพาหนะเพียง
เล็กน้อยเท่านั้นระยะต่อระหว่างยานพาหนะในรูปขบวนปิดกลางวันประมาณ ๒๕ เมตรและกลางคืนประมาณ
เท่ากับระยะท่ีสามารถมองเห็นแสงไฟพรางระหว่างยานพาหนะ โดยปกติความหนาแนน่ ยานพาหนะประมาณ
๓๐ คนั / กโิ ลเมตร
๑๓.๙.๒ รูปขบวนเปิด คือรปู ขบวนทมี่ ีตอ่ ระหว่างคันรถเพ่ิมมากข้นึ กว่ารูปขบวนปิด เพ่ือเป็น
การกระจายกาลังและเพิม่ การป้องกันเชิงรบั ต่อการตรวจการณ์และการโจมตีของข้าศึกทั้งทางพน้ื ดินและทาง
อากาศรูปขบวนเปิดนี้จะใหค้ วามปลอดภัยจากอุบัตเิ หตุตา่ งๆ ไดด้ ีเม่ือต้องเคลอ่ื นย้ายด้วยความเรว็ สงู ระยะต่อ
ระหว่างยานพาหนะในรูปขบวนเปิดจะเปล่ียนแปลงตามสถานการณ์ตั้งแต่ ๕๐ - ๑๐๐ เมตรหรือมากกวา่ และ
ความหนาแนน่ ประมาณ ๑๐ - ๑๕ คนั / กิโลเมตร
๑๓.๙.๓ รูปขบวนทยอย เป็นรูปขบวนซึ่งยานพาหนะในขบวนเคล่ือนท่ี เป็นคันหรือเป็นกลมุ่
ปลอ่ ยให้ เคล่ือนท่ีโดยมรี ะยะตอ่ สม่าเสมอ แต่มีความหนาแน่นในขบวนคงท่ี รปู ขบวนน้เี ป็นรูปขบวนที่สามารถ
ลดอันตรายจากการถูกทาลายเป็นกลุ่มก้อนและจากการตรวจการณ์ได้มากท่ีสุดเป็นรูปขบวนท่ีมีการกระจาย
กาลังมากที่สุดบนเส้นทาง ปกติหน่วยท่ีใหญ่กว่ากองพันจะไม่เคลื่อนย้ายทางยุทธวิธีด้วยยานพาหนะ ในรูป
ขบวนแบบน้ี อย่างไรก็ตามรูปขบวนทยอยเหมาะสมกับการเคล่ือนย้ายทางยุทธวิธี เม่ือมีเวลาเพียงพอและไม่
จากัดด้วยปัจจัยความยาวขบวน เม่ือต้องการการรกั ษาความปลอดภัย การลวง การกระจายยานพาหนะอย่าง
เต็มที่
๑๓.๑๐ ปัจจยั ในการคานวณการเคลื่อนย้ายหนว่ ยทหารด้วยยานพาหนะ
การวางแผนการเคล่ือนย้ายหนว่ ยทหารด้วยยานพาหนะจาเป็นต้องเข้าใจในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการ
คานวณ เพ่อื วางแผนเคลอื่ นย้ายไดร้ วดเรว็ อ่อนตวั ปัจจยั ดงั กล่าวได้แก่ ความเร็วเวลาและระยะทาง
๑๓.๑๐.๑ ปัจจัยความเรว็ จะได้
ความเร็ว = ระยะทาง / เวลา
ความเร็ว คือความสามารถในการเคลื่อนท่ีของยานพาหนะในห้วงเวลาหนึ่งท่ีวัดได้จากเคร่ืองวัด
ความเร็วของยานพาหนะนั้นๆ มีหน่วยเป็น กิโลเมตร / ชั่วโมง ปกติใช้ความเร็วคานวณหาเวลาผ่านของส่วน
เคล่ือนย้ายตอ่ จดุ ใดจดุ หนงึ่
ความเร็วในการคานวณ คือความเร็วจริงของยานพาหนะนาขบวนที่กาหนดให้ใช้เพ่ือรักษาอัตรา
ความเร็วเฉล่ียของขบวนเคล่ือนย้าย ยานพาหนะนาขบวนอาจเพ่ิมหรือลดความเร็วเพ่ือรักษาอัตราความเร็ว
เฉลีย่ ดังกล่าวตามความเหมาะสม
๑๒ - ๑๐
อตั ราความเร็ว คือระยะทางเฉลีย่ เป็นกโิ ลเมตร ทขี่ บวนเคล่อื นยา้ ยสามารถเคล่ือนทไี่ ดจ้ ริงในหว้ งเวลา
หน่ึงซึ่งรวมการพักช่วงสั้นๆ และความล่าช้าอื่นๆ ไว้ด้วยแล้วปกติใช้ อัตราความเร็ว คานวณหาเวลาเคล่ือนท่ี
ของสว่ นเคล่ือนยา้ ย จากจุดหน่งึ ไปยงั อีกจดุ หน่งึ มหี น่วยเปน็ กโิ ลเมตร / ชัว่ โมง
๑๓.๑๐.๒ ปัจจยั เวลา
เวลาผ่าน คือจานวนเวลาเปน็ นาทีสว่ นเคล่ือนยา้ ยใช้ผ่านจุดใดจุดหนง่ึ เชน่ เวลาผ่านของหน่วยการเดิน
คือจานวนเวลาทีใ่ ชไ้ ปตัง้ แตย่ านพาหนะคนั แรกของหน่วยการเดินเริ่มผ่านจุดท่กี าหนดจุดหนงึ่ จนถึงยานพาหนะ
คันสุดท้ายของหน่วยการเดินนั้น ผ่านพ้นจุดๆ น้ัน คานวณหาเวลาผ่าน ได้โดยนาจานวนยานพาหนะทั้งหมด
ของสว่ นเคล่ือนย้าย ท่ตี ้องการหาเวลาผ่าน คูณด้วย ๖๐ หารดว้ ยความหนาแนน่ ยานของพาหนะ ต่อกโิ ลเมตร
และหารด้วย ความเรว็ บวกดว้ ยเวลาเพ่มิ พเิ ศษดงั น้ี
เวลา = (จานวนยานพาหนะ X ๖๐/ความหนาแนน่ ยานพาหนะ) + เวลาเพมิ่ พเิ ศษ
เวลาเพ่ิมพิเศษ คือเวลาพิเศษท่ีเพ่ิมให้กับเวลาผ่านของส่วนเคล่ือนย้ายด้วยยานพาหนะทุกๆ ๒๕ คัน
โดยม่งุ หมายเพ่ิมเพ่อื ให้ใช้เป็นเวลาที่ตอ้ งเสยี ไปเนือ่ งจากความผิดพลาดเลก็ ๆ น้อยๆ ทีไ่ ม่คาดคดิ เชน่ เวลาปรับ
รปู ขบวน เวลาท่ไี มต่ รงกัน หรือเศษของเวลาที่เกดิ จากการคานวณ ปกตหิ น่วยทหารจะเพิ่มเวลาผ่าน ๑ นาทีตอ่
ยานพาหนะทกุ ๆ ๒๕ คันหรือ ๑ นาทีสาหรับเศษของจานวนยานพาหนะต้ังแต่ ๑๓ คันขึ้นไปเช่น ยานพาหนะ
๒๑๐ คนั คดิ เวลาเพิ่มพเิ ศษให้ ( = ๘ เศษ ๑ ) เทา่ กบั ๘ นาทีหรือยานพาหนะ ๒๑๓ คันคดิ เวลาเพ่ิมพิเศษของ
จานวนยานพาหนะตงั้ แต่ ๑๓ คนั ขึน้ ไปสาหรับยานพาหนะในส่วนเคลอ่ื นยา้ ยทเี่ กินกว่า ๖๐๐ คนั
๑๓.๑๐.๓ เวลาผ่านของหน่วยการเดิน (เวลาปิดขบวนของหน่วยการเดิน) คือเวลาท่ีหน่วย
การเดินผ่านจดุ ที่กาหนดบวกกบั เวลาเพิ่มพเิ ศษสาหรบั หน่วยการเดนิ น้ัน
๑๓.๑๐.๔ เวลาผ่านของตอนการเดนิ (เวลาปิดขบวนของตอนการเดนิ ) คือเวลาทีแ่ ตล่ ะหน่วย
การเดนิ ผา่ นจดุ ท่ีกาหนดบวกกับเวลาเพิ่มพเิ ศษสาหรับแต่ละหน่วยการเดนิ แลว้ ระยะตอ่ เปน็ เวลาระหว่างแตล่ ะ
หน่วยการเดนิ ในตอนการเดนิ น้นั
๑๓.๑๐.๕ เวลาผ่านของขบวนเดนิ (เวลาปิดขบวนของขบวนเดนิ ) คอื ผลบวกของเวลาผ่านแต่
ละตอนการเดนิ ในขบวนการเดินน้นั กบั ระยะต่อเปน็ เวลาระหว่างแตล่ ะตอนการเดินในขบวนการเดิน
๑๓.๑๐.๖ ระยะทางเป็นเวลา คือจานวนเวลาที่ต้องการเพื่อเคล่ือนที่จากจุดหน่ึงไปยังอีกจดุ
หนึ่งด้วยอัตราความเรว็ ที่กาหนด ปกติหาจากยานพาหนะคันนาขบวน จากจุดเร่ิมต้นจนถึงจุดปล่อยระยะทาง
เปน็ เวลาดังกล่าวนีไ้ ม่รวมเวลาหยุดพักนานหรือการหยดุ ตามกาหนดอ่ืนๆ ระหวา่ งการเคล่ือนยา้ ย
ระยะทางเปน็ เวลา = ระยะทาง ( กม.) / อตั ราความเร็ว ( กม./ชม.)
ในการคานวณเพ่ือวางแผนเคลอ่ื นยา้ ยยานพาหนะของหน่วยทหารจะใชห้ นว่ ยเปน็ ชว่ั โมง
๑๓.๑๐.๗ เวลาถงึ คือเวลาทย่ี านพาหนะคันแรกของสว่ นเคล่อื นย้ายถงึ จุดทีก่ าหนด เวลาถงึ มี
หน่วยเป็นเวลานาฬิกาได้จากเวลา น. จากจุดเร่ิมต้น บอกด้วยระยะทางเป็นเวลาหยุดพักงานใดๆ ที่ปฏิบัติ
ระหวา่ งเคลือ่ นทีจ่ ากจดุ เร่มิ ตน้ ถึงจุดท่กี าหนดนนั้
๑๓.๑๐.๘ เวลาผ่านพ้น คือเวลานาฬิกาที่ยานพาหนะคันสุดท้ายของส่วนเคลื่อนย้ายผ่านพ้น
จดุ ท่กี าหนดหาได้จากเวลาถึงจุดทีก่ าหนดบวกกับเวลาผา่ นจุดทก่ี าหนดนัน้ ของส่วนเคลื่อนย้าย
๑๓.๑๐.๙ เวลาเคล่ือนย้ายเสร็จ คือเวลานาฬิกาที่ยานพาหนะคันสุดท้ายของขบวน
เคลอื่ นยา้ ยผ่านจดุ ปล่อยหาได้จากเวลาถงึ จุดปลอ่ ยบวกกบั เวลาฝา่ ยจุดปลอ่ ยของขบวนเคล่อื นยา้ ย
๑๓.๑๐.๑๐ ปัจจัยระยะทาง
- ระยะทาง คอื ระยะหา่ งระหวา่ งจุด ๒ จุดบนเสน้ ทางเคล่ือนย้ายมหี นว่ ยเปน็ กโิ ลเมตร
- ความยาวขบวน คอื ระยะห่างจากหน้ายานพาหนะคนั แรกถงึ ท้ายยานพาหนะคันสุด ทา้ ย
ของขบวนมีหนว่ ยนบั เป็น กิโลเมตร
๑๒ - ๑๑
- ความยาวเฉล่ียของยานพาหนะ คือค่าเฉล่ียของความยาวยานพาหนะ ๑ คันในส่วน
เคลื่อนย้าย ผู้วางแผนเคลื่อนย้ายด้วยยานพาหนะอาจนาไปใช้ประโยชน์เพื่อคานวณหาความหนาแน่น
ยานพาหนะได้โดยนาผลบวกของความยาวเฉลี่ยของยานพาหนะ กับระยะต่อระหว่างยานพาหนะในส่วน
เคล่อื นย้ายนัน้ ไปหาระยะทาง ๑๐๐ เมตร เชน่ ความยาวเฉล่ยี ยานพาหนะในหน่วยการเดินทางหนง่ึ เท่ากับ๗.๘
เมตร ระยะต่อระหวา่ งยานพาหนะเท่ากบั ๗๕ เมตรจะหาความหนาแน่นยานพาหนะได้ เท่ากับ ๑๒.๐๗ หรอื
๑๒ คัน / กิโลเมตร
๑๓.๑๑ สูตรและการคานวณการเคล่ือนยา้ ยหนว่ ยทหารด้วยยานพาหนะ
๑๓.๑๑.๑ หาระยะทางเป็นเวลา (ช่ัวโมง) = ระยะทาง (กม.) / อัตราความเรว็ (กม./ชม.)
ระยะทางเป็นเวลา (ชม. )
๑๓.๑๑.๒ หาเวลาผ่านจดุ เร่มิ ต้น (นาฬิกา)
= เวลาถึงจดุ ปล่อย (น.) - ระยะทางเป็นเวลา (ชม.) – เวลาหยุดพักนานกาหนด (นาที)
หรอื = เวลาเคลอื่ นย้ายเสรจ็ (น.) –เวลาผ่านของส่วนเคลอื่ นย้าย (นาที) –ระยะทางเป็นเวลา(ชม.)
- เวลาหยดุ พกั นานตามกาหนด (นาที)
๑๓.๑๑.๓ หาเวลาถงึ จดุ ปล่อย (นาฬิกา)
= เวลาผา่ นจดุ เรม่ิ ต้น(น.)+ระยะทางเป็นเวลา (ชม.) + เวลาหยดุ พักนานตามกาหนด(นาที)
หรอื = เวลาเคลอื่ นยา้ ยเสรจ็ (น.) - เวลาผ่านของสว่ นเคลื่อนยา้ ย (นาที)
๑๓.๑๑.๔ หาเวลาเคลือ่ นย้ายเสร็จ (นาฬิกา)
= เวลาผ่านของสว่ นเคลื่อนยา้ ย (นาที) + เวลาถงึ จดุ ปลอ่ ย (น.)
หรอื = ระยะทางเป็นเวลา (ชม.) + เวลาผ่านของสว่ นเคลอ่ื นย้าย (นาที) + เวลาหยุดพกั นานตาม
กาหนด (นาที) + เวลาผ่านจดุ เร่ิมต้น (น.)
๑๓.๑๑.๕ เวลาผา่ นของสว่ นเคลอื่ นย้าย (นาที)
= จานวนยานพาหนะในหน่วยการเดิน (คนั ) X ๖๐
ความหนาแนน่ ยานพาหนะ (คัน / กม.) X ความเร็ว (กม. / ชม.) + เวลาเพิม่ พิเศษของหน่วยการเดิน (นาที)
หรือ เวลาผ่านของการเดิน (นาที)
= เวลาผา่ นของหน่วยการเดนิ ต่างๆ (นาที) +ระยะต่อเปน็ เวลาระหวา่ งหนว่ ยการเดินในตอนการเดินน้ันๆ(นาที)
๑๓.๑๑.๖ หลักการปัดเศษเวลาทไี่ ด้จากการคานวณ
- คานวณหาเวลาใชท้ ศนิยมของชั่วโมง ๓ ตาแหนง่ เชน่ ๘๖.๕ กม./ ๑๕ กม. = ๕.๗๓๓ ม.
- ปัดเศษทศนิยมตาแหน่งที่ ๓ ของช่ัวโมงที่ได้จากการคานวณข้ันใกล้เคียงทศนิยม ๒
ตาแหน่งเชน่ ๕.๗๓๓ ชม. ปดั เป็น ๕.๗๔ ชม.
- เปล่ียนทศนิยมของชั่วโมงท่ีปัดเศษแล้วเป็นนาทีโดยการนา ๖๐ มาคูณเลข ทศนิยม เช่น
๐.๗๔ ชม. = ๐.๗๔ X ๖๐ = ๔๔.๔๐ นาที
- ปัดเศษทศนิยมของนาทีข้ึนใกล้เคียงจานวนเต็ม ๑ นาทีเช่น ๔๔.๔๐ นาทีปัด เป็น ๔๕
นาที
๑๒ - ๑๒
การวางแผนการเคล่อื นย้ายหนว่ ยทางยทุ ธวธิ ี
๑. กลา่ วโดยท่วั ไป
ไม่วา่ หน่วยทหารจะเคล่ือนย้ายโดยการเดนิ เท้า ยานยนตล์ อ้ ยานยนต์สายพาน รถไฟ เรือ อากาศยาน
หรือโดยสัตวต์ ่างก็ตาม ความเร็วและอัตราเร็วในการเคลอ่ื นยา้ ยยอ่ มไม่คงที่แน่นอนเสมอไปแต่จะเปล่ยี นแปลง
ไปตามปัจจัยตอ่ ไปนี้
๑.๑ ความต้องการของผู้บงั คบั บัญชา
๑.๒ ขดี ความสามารถของยานพาหนะ
๑.๓ สถานการณท์ างยุทธวธิ ีและช่วยรบ
๑.๔ ลมฟ้าอากาศ ภูมิประเทศและทัศนวสิ ยั
๑.๕ สภาพเส้นทาง
๑.๖ การฝึก
๒. อัตราความเรว็ คือความเร็วเฉล่ียในระยะเวลาหนึ่งซ่ึงรวมการหยุดพกั ระหวา่ งทางไวด้ ้วย แล้วอัตราเร็วของ
ขบวนเดิน ประกอบดว้ ยหน่วยซึ่งมอี ตั ราเร็วต่างกนั น้นั ให้ถือเอาอัตราเร็วของหนว่ ยทเี่ คลื่อนที่ชา้ ที่สดุ เปน็ เกณฑ์
อัตราเร็วท่ีกล่าวไว้น้ีคือเกณฑ์ท่ีได้รับการฝึกมาอย่างดี ยานพาหนะ เส้นทาง ลมฟ้าอากาศ ทัศนวิสัย และภูมิ
ประเทศอยใู่ นสภาพท่ีดี
๒.๑ อตั ราความเรว็ ในการเคลอ่ื นย้ายด้วยการเดนิ เท้า โดยท่หี นว่ ยทหารท่ีได้รับการฝึกดี สามารถเดนิ
เท้าบนถนนไดด้ ว้ ย ความเรว็ ๔ กม. / ชม. ในการวางแผนการเคลือ่ นย้ายทางยุทธวิธดี ้วยการเดินเท้านนั้ ให้
ยดึ ถือเกณฑเ์ ฉล่ยี ตอ่ ไปน้ี
๒.๑.๑ อตั ราเรว็ การเคล่อื นยา้ ยกลางวัน
๒.๑.๑.๑ ในภูมิประเทศ = ๒.๕ กม. / ชม.
๒.๑.๑.๒ บนถนน = ๔ กม. / ชม.
๒.๑.๒ ในภมู ปิ ระเทศที่ราบเรียบแจง้ โลง่
๒.๑.๒.๑ กลางวนั = ๒๐ กม. / ชม.
๒.๑.๒.๒ กลางคนื เปิดไฟ = ๑๐ กม. / ชม.
พรางไฟ = ๕ กม. / ชม.
๒.๑.๓ ขีดจากัดการเคลื่อนยา้ ยด้วยยานยนตส์ ายพาน
๒.๑.๓.๑ ไมค่ วรเคลื่อนยา้ ยหนว่ ยทหารทางยุทธวิธีด้วยยานยนตส์ ายพานเกนิ กว่าวัน
ละ ๒๔๐ กม.เว้นการเคล่ือนย้ายเรง่ รบี
๒.๑.๓.๒ การเคลือ่ นยา้ ยกลางวันควรใชร้ ูปขบวนเปดิ หรอื รปู ขบวนทยอยล้วนๆ การ
เคลื่อนย้ายกลางคืนทม่ี กี ารพรางไฟใหใ้ ช้รปู ขบวนปิด
๒.๒ การเคลอื่ นยา้ ยด้วยสตั ว์ตา่ ง
๒.๒.๑ อตั ราเร็วบนถนนท้งั กลางวนั และกลางคืนเท่ากับ ๓ กม. / ชม.
๒.๒.๒ อตั ราเร็วในภูมิประเทศรายเรยี บแจ้งโลง่ กลางวนั = ๓ กม. / ชม.
กลางคนื = ๒ กม. / ชม.
๒.๒.๓ ขีดจากัด สามารถเคลื่อนย้ายใหเ้ ฉล่ยี วนั ละ ๓๒ กม.
๒.๓ การเคลื่อนย้ายด้วยเรอื
๑๒ - ๑๓
๒.๓.๑ อตั ราความเร็วในนา้ นง่ิ ๖ กม. / ชม.
๒.๓.๒ เวลาทางานใน ๑ วัน เท่ากับ ๒๐ ชม.
๒.๔ การเคลอื่ นย้ายดว้ ย ฮ. ขนสง่
๒.๔.๑ อตั ราเรว็ เทา่ กับ ๑๒๐ กม. / ชม.
๒.๔.๒ เวลาทางานเมอื่ เติมน้ามนั เตม็ ถงั
๒.๕ การเคลอ่ื นย้ายดว้ ยรถไฟ
๒.๕.๑ อตั ราความเรว็ โดยสาร เทา่ กบั ๗๐ - ๘๐ กม./ชม.
๒.๕.๒ อตั ราเรว็ รถรวม ๕๕ กม. / ชม.
๒.๕.๓ อัตราเร่งขบวนท่ีพ่วงรถบรรทุกชานตา่ ด้วย เท่ากับ ๓๐ กม. / ชม.
๓. อตั ราความเรว็ ในการเคลอ่ื นยา้ ยหน่วยทหารทางยทุ ธวธิ ตี ามสถานการณ์ทแ่ี ท้จริง
๓.๑ รูปขบวนเดินเท้า กองพันมักเคล่ือนย้ายด้วยการเดินเท้า โดยจัดหน่วยการเดินเป็นกองร้อยทงั้ น้ี
เพ่ือให้สะดวกต่อการควบคุมและรักษาความเป็นหน่วยทางยุทธวิธีเอาไว้ ปกตินิยมใช้รูปขบวน ตอนเรียงสอง
ระยะต่อระหว่างทหาร ๒ - ๓ เมตร ระยะต่อระหว่างหมวด ๕๐ เมตร และระยะต่อระหว่างกองร้อย ๑๐๐
เมตร อัตราความเร็วบนถนนใช้ ๘ ชม. แรกเท่ากับ ๔ กม. / ชม. อย่างไรก็ตามรูปขบวนระยะต่อและอัตราเรว็
ในการเคลื่อนย้ายจะเปล่ียนแปลงไปตามปัจจัยแห่งเวลา ความยาวของรูปขบวน ความล่อแหลมต่อการโจมตี
ของ ป. และ บ. ขา้ ศึก ภูมิประเทศ ลมฟา้ อากาศ น้าหนกั บรรทกุ ตลอดจนสภาพของทหารเปน็ รายบุคคล
๓.๒ ความยาวของรูปขบวนเดินเท้า ความยาวเป็นระยะต่อไปนี้เป็นเกณฑ์เฉลี่ยที่ได้มาจากผลการ
ปฏิบตั ิในสนามในการเคล่ือนย้ายหน่วยทหารดว้ ยการเดินเท้า นามาเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการหาความยาวของ
ขบวนเดินเท้าในการวางแผนการเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธี ตัวเลขเหล่าน้ีรวมระยะต่อระหว่างหน่วยตามปกติไว้
เรียบร้อยแลว้ และใช้ไดท้ ัง้ ส่วนเดนิ เท้าท่หี ยุดอยู่กบั ทแี่ ละขณะเคล่ือนที่
๓.๒.๑ ตอนเรยี งหนง่ึ ๖ เมตร / คน
๓.๒.๒ ตอนเรยี งสอง ๑.๕ เมตร / คน
๓.๒.๓ ตอนเรียงสาม ๑ เมตร / คน
๓.๒.๔ ตอนเรยี งส่ี ๑ เมตร / คน
๓.๓ รปู ขบวนยานยนต์
๓.๓.๑ ความหนาแน่นของยานพาหนะ
๓.๓.๑.๑ รูปขบวนปิด มียานพาหนะตั้งแต่ ๓๐ คัน / กม. และมากกว่าหากไม่ระบุ
เปน็ อย่างอนื่ ให้คดิ ว่ามยี านพาหนะ ๓๐ คนั / กม.
๓.๓.๑.๒ รู ปขบวนเปิด มยี านพาหนะนอ้ ยกว่า ๓๐ คัน / กม. หากมไิ ดร้ ะบเุ ปน็ อย่าง
อนื่ ใหถ้ ือว่ามยี านพาหนะ ๑๒ คนั / กม.
๓.๓.๑.๓ รูปขบวนทยอย มียานพาหนะเฉลย่ี ๒ คนั / กม.
๓.๓.๒ จานวนยานพาหนะในแตล่ ะสว่ นของขบวน
๓.๓.๒.๑ หน่วยการเดินมาตรฐานมียานพาหนะ ๒๕ คันหรือมากกว่าแต่ไม่ถึง ๕๐
คนั ปกตจิ ะกาหนดใหห้ น่วยทหารระดบั กองรอ้ ยเปน็ หน่วยเดนิ
๓.๓.๒.๒ ตอนการเดินมาตรฐานมียานพาหนะ ๕๐ คนั ขน้ึ ไปปกตจิ ะกาหนดให้หน่วย
ทหารระดบั กองพนั หรือ กรม. เปน็ ตอนการเดิน
๓.๓.๓ ระยะตอ่ เป็นเวลาเพ่ิมเตมิ พเิ ศษ
๓.๓.๓.๑ ระยะตอ่ เป็นเวลาระหวา่ งตอนการเดนิ มาตรฐานเท่ากบั ๕ นาที
๓.๓.๓.๒ ระยะตอ่ เป็นเวลาระหว่างหนว่ ยการเดนิ เท่ากบั ๒ นาที
๓.๓.๓.๓ ในหนว่ ยทางเดนิ ใหค้ ดิ เวลาเพ่มิ เตมิ พเิ ศษ ๑ นาทตี ่อยานพาหนะ ทุก ๒๕ คนั
๑๒ - ๑๔
๓.๓.๔ สูตรสาเร็จสาหรบั จดั ทาตารางสาเร็จรูปมาตรฐานสตู ร เพอ่ื หาค่าความยาวขบวนเปน็
ระยะทางและความยาวขบวนเปน็ เวลากบั ระยะตอ่ ระหวา่ งสว่ นของขบวนคอื
ความยาวเป็นระยะ (กม.) = จานวนยานพาหนะในขบวน (คนั ) / (ความหนาแน่นยานพาหนะ / กม.)
ความยาวเป็นเวลา (นาที) = จานวนยานพาหนะในขบวน x ๖๐ / (ความหนาแน่นยานพาหนะ/กม.Xความเรว็ )
ระยะตอ่ ระหวา่ งสว่ นของขบวน (กม.) = (ระยะตอ่ เปน็ เวลา (นาที)X ความเร็ว) / ๖๐