1
กคํานํารายงานผลการดําเนินงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ฉบับนี้ จัดทําขึ้นเพื่อนําเสนอ ผลความสําเร็จของการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม มีงานทํา-มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี มาเป็นแนวทางหลักในการจัดการเรียนรู้โรงเรียนบ้านป่าแก่ เล็งเห็นความสําคัญของการพัฒนาทักษะอาชีพในศตวรรษที่ 21 จึงได้ขับเคลื่อนการดําเนินงานผ่านรูปแบบ \"LIFE MODEL\" เพื่อส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ (Young Entrepreneurs) โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning) ที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาขนาดเล็ก มุ่งหวังให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง มีทักษะการบริหารจัดการ และสามารถต่อยอดความรู้สู่การประกอบอาชีพที่สุจริตและมั่นคงในอนาคตคณะผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่สนใจ เพื่อใช้เป็นแนวทางหรือแรงบันดาลใจในการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา ที่สร้างทั้ง \"คนดี\" และ \"คนเก่ง\" ให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไปโรงเรียนบ้านป่าแก่
ขสารบัญเรื่องหน้าคํานํา กสารบัญ ขส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา 1ส่วนที่ 2 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 2ความเป็นมาและความสําคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 2วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 3กระบวนการในการพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 4ผลสําเร็จของการดําเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับ 11บทเรียนที่ได้รับ 13ปัจจัยความสําเร็จ 14การเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 14การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการขยายผลนําเสนอความภาคภูมิใจการดําเนินงานด้านที่โดดเด่นบรรณานุกรมภาคผนวก
1ส่วนที่ 1ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาชื่อสถานศึกษา : โรงเรียนบ้านป่าแก่ประเภทสถานศึกษา : สถานศึกษาขนาดเล็กสังกัด : สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1ผู้บริหาร : นางสาวนิรมล นิลพัฒน์จํานวนครู: 9 คน จํานวนนักเรียน : 57 คนที่ตั้ง : 219 ม.4 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง 92140โทรศัพท์ : 083 396 4137โทรสาร. -e-mail : [email protected]
2ส่วนที่ 2 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)1. ความเป็นมาและความสําคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานเมื่อวันที่ 23 มกราคม พุทธศักราช 2560 ทรงมีพระราชดําริเกี่ยวกับการศึกษาว่า การศึกษาต้องมุ่งเน้นการวางรากฐานที่มั่นคงแก่เด็กและเยาวชนใน 4 ด้านสําคัญ ประกอบด้วย 1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม 3) มีงานทํา-มีอาชีพ และ 4) การเป็นพลเมืองดีสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้มีนโยบายขับเคลื่อนการดําเนินงานน้อมนําพระบรมราโชบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สถานศึกษาได้ตระหนักถึงความสําคัญอย่างยิ่งในด้านที่ 3 \"มีงานทํา - มีอาชีพ\" ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและอบรมด้านอาชีพในสถานศึกษา รู้จักตนเองในการประกอบอาชีพในอนาคต ปลูกฝังให้มีนิสัยรักในงานที่ทํา ทํางานเป็น มีความอดทน มีความมุ่งมั่นพยายามจนสามารถทํางานนั้นบรรลุผลสําเร็จ ตลอดจนสามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ในสภาวะเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชีพจึงเป็นรากฐานสําคัญที่จะช่วยให้เยาวชนเติบโตอย่างมั่นคงการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน สถานศึกษาจึงต้องปรับกระบวนทัศน์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills, 2019). ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตและอาชีพ (Life and Career Skills) ผนวกกับหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ตามแนวคิดของ Dewey (1938) การให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์ตรงจากการทํางาน จะช่วยหล่อหลอมทั้งทักษะทางปัญญา ทักษะทางสังคม และทักษะทางกายภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสําคัญในการสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ที่มีคุณภาพจากการศึกษาสภาพบริบทของสถานศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก (จํานวนนักเรียนตั้งแต่ 119 คน ลงมา) พบว่ามักเผชิญกับข้อจํากัดด้านงบประมาณและบุคลากรทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม สถานศึกษากลับมีจุดแข็งในด้านความใกล้ชิดกับชุมชนและทุนทางสังคม บริบทท้องถิ่นส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป ผู้ปกครองหลายครอบครัวมีข้อจํากัดทางเศรษฐกิจ สถานศึกษาจึงได้ดําเนินการสํารวจและจัดลําดับความสําคัญของสภาพปัญหาและความต้องการพัฒนา (Needs Assessment) พบว่า ความจําเป็นเร่งด่วนของสถานศึกษาคือ การสร้างทักษะอาชีพที่สามารถทําได้จริงใน
3ท้องถิ่น ใช้ต้นทุนตํ่า และสามารถสร้างรายได้เสริมเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว รวมถึงการปลูกฝังจิตสํานึกด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนกําลังประสบปัญหาขยะล้นตลาดสถานศึกษาจึงได้นําข้อมูลมาออกแบบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ให้สัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการพัฒนาและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชนอย่างแท้จริง โดยพัฒนานวัตกรรม\"LIFE Model สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์\" นวัตกรรมนี้เป็นการบูรณาการกิจกรรม 7 ฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ได้แก่ 1) การเลี้ยงไก่ไข่ 2) การปลูกพืชผักสวนครัว 3) การเลี้ยงปลาดุก 4) การทําเหรียญโปรยทานสร้างอาชีพ 5) การทํานํ้ามันนวด 6) ธนาคารขยะนําไปสู่ขยะสร้างรายได้ (การทําไม้กวาดจากขวดพลาสติก) และ7) ตลาดนัดนักเรียน กิจกรรมทั้ง 7 ฐาน ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองพระบรมราโชบายด้านการมีงานทํา-มีอาชีพ โดยฐานที่ 1, 2 และ 3 เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารและทักษะพื้นฐานอาชีพเกษตรกรรม ฐานที่ 4 และ 5 เป็นการนําศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ฐานที่ 6 เป็นการบูรณาการการจัดการสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมเพื่อรายได้ และฐานที่ 7 ทําหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มจําลองธุรกิจ (Business Simulation) ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การตลาด การขาย และการจัดการการเงิน นวัตกรรม LIFE Model จึงมิใช่เพียงการสอนอาชีพแบบแยกส่วน แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่บ่มเพาะนิสัยรักการทํางาน ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพติดตัว เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนตามพระบรมราโชบายอย่างเป็นรูปธรรม2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ2.1 วัตถุประสงค์1. เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและอบรมด้านอาชีพ ในสถานศึกษา2. เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีนิสัยรักในงานที่ทํา ทํางานเป็น มีความอดทน และมุ่งมั่นจนงานสําเร็จ3. เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและนําทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน 2.2 เป้าหมายเชิงปริมาณ1. ร้อยละ 100 ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ได้เข้าร่วมกิจกรรมและมีชิ้นงาน/ผลผลิตเชิงประจักษ์2. ร้อยละ 85 สามารถต่อยอดเป็นรายได้ระหว่างเรียน
4เชิงคุณภาพนักเรียนมีทักษะอาชีพ รู้จักตนเองในการประกอบอาชีพในอนาคต มีทักษะการเป็นผู้ประกอบการขั้นพื้นฐาน และมีเจตคติที่ดีต่อสัมมาชีพ3. กระบวนการของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) / โมเดลสถานศึกษาได้ออกแบบกระบวนการพัฒนาผู้เรียนผ่านนวัตกรรม \"LIFE Model\" โดยบูรณาการร่วมกับวงจรการบริหารงานคุณภาพ (PDCA) เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษา \"มีงานทํา-มีอาชีพ\" สู่การปฏิบัติจริง กระบวนการดังกล่าวถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่อง และปรากฏผลสําเร็จที่เป็นรูปธรรม ดังแผนผังและรายละเอียดต่อไปนี้3.1 แผนผังโมเดลกระบวนการวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (LIFE Model + PDCA)3.2 รายละเอียดขั้นตอนการดําเนินงานกระบวนการนวัตกรรม (PDCA)สถานศึกษาได้ขับเคลื่อนนวัตกรรม LIFE Model อย่างเป็นลําดับขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ ดังนี้1. ขั้นการวางแผน (P - Plan): ดําเนินการศึกษาสภาพปัญหาและความสนใจของผู้เรียนร่วมกับบริบทของชุมชน นําไปสู่การจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการทักษะอาชีพเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ พร้อมทั้งจัดเตรียมพื้นที่ แหล่งเรียนรู้ และประสานงานปราชญ์ชาวบ้านเพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับ 7 ฐานกิจกรรม
5การประชุมวางแผนและจัดเตรียมพื้นที่แหล่งเรียนรู้สําหรับ 7 ฐานกิจกรรม2. ขั้นการปฏิบัติ (D - Do): ขับเคลื่อนกิจกรรมผ่าน นวัตกรรม LIFE Model ซึ่งเป็นแกนหลักในการพัฒนา ประกอบด้วยL - Learning by Doing (เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ) ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงในฐานกิจกรรมต่าง ๆI - Integration (บูรณาการความรู้) เชื่อมโยงวิชาการสู่ทักษะอาชีพใน 3 กลุ่มฐาน ได้แก่ฐานเกษตรพอเพียง : 1. การเลี้ยงไก่ไข่ 2. การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ 3. การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์การเลี้ยงไก่ไข่
6การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
7ฐานศิลปะและภูมิปัญญา : 1. การทําเหรียญโปรยทานสร้างอาชีพ2. การทํานํ้ามันนวดสมุนไพรการทําเหรียญโปรยทานสร้างอาชีพการทํานํ้ามันนวดสมุนไพร
8ฐานนวัตกรรมรักษ์โลก: ธนาคารขยะนําไปสู่ขยะสร้างรายได้ ผ่านนวัตกรรมการทําไม้กวาดจากขวดพลาสติกธนาคารขยะนําไปสู่ขยะสร้างรายได้ ผ่านนวัตกรรมการทําไม้กวาดจากขวดพลาสติกF - Financial Literacy (ฉลาดรู้ทางการเงิน) : สอนให้ผู้เรียนรู้จักการคํานวณต้นทุน กําไร และการบริหารจัดการทรัพยากรการสอนคํานวณในรายวิชาคณิตศาสตร์
9E - Entrepreneurship (ความเป็นผู้ประกอบการ): ต่อยอดผลผลิตจากทุกฐานสู่การปฏิบัติจริงในฐานผู้ประกอบการ : ตลาดนัดนักเรียน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดจําหน่ายสินค้าและจําลองการทําธุรกิจการจําลองธุรกิจในฐานตลาดนัดนักเรียนเพื่อส่งเสริมทักษะความเป็นผู้ประกอบการและฉลาดรู้ทางการเงิน
103. ขั้นการตรวจสอบ (C - Check): ดําเนินการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งการประเมินคุณภาพของผลผลิตและชิ้นงาน (เช่น ความคงทนของไม้กวาดขวดพลาสติก มาตรฐานของนํ้ามันนวด) การตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายรับ-รายจ่ายจากตลาดนัดนักเรียน ตลอดจนประเมินสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามเป้าหมายที่กําหนดการตรวจสอบคุณภาพผลผลิตและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน4. ขั้นการปรับปรุงพัฒนา (A - Act): นําผลการตรวจสอบ (Feedback) มาปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) นํ้ามันนวดให้มีความสวยงามและทันสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนากลไกของเครื่องดึงเส้นขวดพลาสติกให้ตัดเส้นได้สมํ่าเสมอและปลอดภัยยิ่งขึ้น ตลอดจนการสะท้อนผลการเรียนรู้เพื่อวางแผนพัฒนากิจกรรมในวงจรปีการศึกษาถัดไป
11การนําผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)4. ผลสําเร็จของการดําเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับจากการนํานวัตกรรม LIFE Model มาขับเคลื่อนร่วมกับวงจรคุณภาพ (PDCA) เพื่อส่งเสริมพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้าน \"มีงานทํา - มีอาชีพ\" สถานศึกษาสามารถดําเนินงานจนเกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กําหนดไว้ทุกประการ โดยมีผลสําเร็จของการดําเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับ ดังนี้4.1 ผลสําเร็จของการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์- วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ด้านการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะอาชีพสถานศึกษาสามารถจัดทําและบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่นเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริงใน 7 ฐานการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม นักเรียนกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 100 ได้เข้าร่วมกิจกรรมและมีผลงานเชิงประจักษ์ได้แก่ ผลผลิตจากฐานเกษตรพอเพียง (ไข่ไก่ ผักปลอดสารพิษ ปลาดุก) ผลิตภัณฑ์จากฐานศิลปะและภูมิปัญญา (เหรียญโปรยทาน นํ้ามันนวดสมุนไพร) และนวัตกรรมรักษ์โลก (ไม้กวาดจากขวดพลาสติก) กระบวนการนี้มีร่องรอยหลักฐานแสดงประกอบชัดเจน เช่น แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ชิ้นงานของนักเรียน และแบบประเมินทักษะปฏิบัติ- วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ด้านการปลูกฝังคุณลักษณะและเจตคติที่ดีต่อการทํางาน ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยการใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (Learning by Doing) ตามแนวคิดปรัชญาปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ที่เน้นให้ผู้เรียนแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง ช่วยหล่อหลอมให้ผู้เรียนมีความอดทนต่อความยากลําบากในการทํางาน (เช่น การดูแลโรงเรือนสัตว์ การประดิษฐ์ชิ้นงานที่ต้องใช้ความประณีต) มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย และมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการประกอบสัมมาชีพ
12 - วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ด้านการสร้างรายได้และทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ผู้เรียนมากกว่าร้อยละ 85 สามารถนําผลผลิตมาต่อยอดสร้างรายได้ระหว่างเรียนผ่าน \"ตลาดนัดนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าแก่\" ซึ่งเป็นฐานแพลตฟอร์มจําลองธุรกิจจริง นักเรียนสามารถบริหารจัดการร้านค้า คํานวณต้นทุนกําไร และจัดทําบัญชีรายรับ-รายจ่ายเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง การดําเนินงานมีรายงานผลและสรุปบัญชีโครงการที่เป็นรูปธรรม ยืนยันถึงความสําเร็จในการสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้แก่เยาวชนได้อย่างแท้จริง4.2 ประโยชน์ที่ได้รับผลจากการใช้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (LIFE Model) ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแบบองค์รวม ทั้งต่อตัวผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชนที่เชื่อมโยงกันอย่างยั่งยืน ดังนี้ประโยชน์ต่อผู้เรียน (Learners)ผู้เรียนมี \"ภูมิคุ้มกันทางอาชีพ\" รู้จักตนเอง ค้นพบความถนัด และมีทักษะพื้นฐานที่สามารถนําไปประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต นอกจากนี้ รายได้ที่เกิดจากกิจกรรมตลาดนัดและธนาคารขยะยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองประโยชน์ต่อสถานศึกษา (School)สถานศึกษามีรูปแบบและกระบวนการจัดการเรียนรู้ (Best Practice) ที่เป็นระบบ สามารถนําเสนอเป็นสถานศึกษาต้นแบบในการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาฯ สู่การปฏิบัติเกิดรายงานและร่องรอยหลักฐานการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ตลอดจนช่วยลดปัญหาความขัดแย้งเชิงองค์กร ด้วยการสร้างเป้าหมายร่วมกัน (Shared Vision) ระหว่างคณะครู ผู้บริหาร และนักเรียนในการขับเคลื่อนโครงการประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม (Community & Society):ด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ ชุมชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย (ผักปลอดสาร ไข่ไก่ ปลาดุก) และได้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพในราคาย่อมเยาด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมธนาคารขยะสู่ไม้กวาดพลาสติก ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนของไร้ค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้
13ด้านเครือข่ายความร่วมมือ เกิดเครือข่ายบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่เข้มแข็ง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ (ปราชญ์ชาวบ้าน) และเป็นผู้บริโภคหลัก เช่น การสั่งทําเหรียญโปรยทานสําหรับงานบุญประเพณี ซึ่งสะท้อนการเป็นพลเมืองดีที่ช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม5. บทเรียนที่ได้รับ (Lessons Learned)จากการดําเนินงานนวัตกรรม LIFE Model สถานศึกษาได้สรุปองค์ความรู้ ข้อคิด และข้อค้นพบเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนี้5.1 องค์ความรู้และข้อค้นพบ แรงจูงใจเชิงประจักษ์ (Empirical Motivation) พบว่าการออกแบบการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถสัมผัสผลลัพธ์ปลายทางได้จริงในรูปแบบของ \"รายได้\" และ \"การได้รับการยอมรับจากลูกค้า\" ในตลาดนัดนักเรียน เป็นปัจจัยกระตุ้น (Catalyst) สําคัญที่ทําให้ผู้เรียนเกิดความตระหนัก (Awareness) กระตือรือร้น และตั้งใจพัฒนาทักษะตนเอง (Active Learning) มากกว่าการประเมินผลด้วยคะแนนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว5.2 ข้อสังเกตและข้อควรระวัง การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Safety & Risk Management)ในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะฐานที่ 6 ซึ่งต้องใช้เครื่องมือมีคมในการตัดและดึงเส้นขวดพลาสติก สถานศึกษาต้องกําหนดมาตรการความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน (Occupational Health and Safety) อย่างเคร่งครัดสุขอนามัยและชีวอนามัย (Hygiene & Biosecurity): สําหรับฐานการเกษตร (ฐานที่ 1การเลี้ยงไก่ไข่ และฐานที่ 3 การเลี้ยงปลาดุก) จําเป็นต้องมีระบบการจัดการความสะอาดของโรงเรือนและบ่อเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและลดผลกระทบด้านกลิ่นต่อชุมชนโดยรอบ5.3 แนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม (Future Development)การยกระดับสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Transformation): เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 สถานศึกษามีแผนต่อยอดรูปแบบการจัดจําหน่ายจาก \"ตลาดนัด On-site\" สู่การทํา \"E-Commerce\" หรือตลาดออนไลน์ของโรงเรียน ซึ่งจะช่วยขยายช่องทางการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ (เช่น นํ้ามันนวด ไม้กวาดขวดพลาสติก) ไปสู่กลุ่มลูกค้าภายนอกชุมชน และเป็นการฝึกทักษะการตลาดดิจิทัลให้แก่ผู้เรียน
146. ปัจจัยความสําเร็จความสําเร็จของการพัฒนานวัตกรรม LIFE Model ที่ส่งผลให้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศนี้สามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และปรากฏร่องรอยหลักฐานครบถ้วนชัดเจน เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ดังนี้- ภาวะผู้นําเชิงวิสัยทัศน์และภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการนวัตกรรม โดยให้ความสําคัญกับการน้อมนําพระบรมราโชบายฯ สู่การปฏิบัติ ตลอดจนจัดสรรงบประมาณตั้งต้น อํานวยความสะดวกด้านทรัพยากร และสร้างขวัญกําลังใจให้แก่คณะครูและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง- พลังแห่งชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการบูรณาการภูมิปัญญา ความมุ่งมั่นของคณะครูที่ร่วมกันออกแบบหลักสูตรบูรณาการ ผนวกกับความอนุเคราะห์จาก \"ปราชญ์ชาวบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น\" ที่เข้ามามีส่วนร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง (เช่น เทคนิคการสกัดนํ้ามันนวดสมุนไพร และศิลปะการทําเหรียญโปรยทาน) ทําให้กิจกรรมมีความลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับรากเหง้าของชุมชน- การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย (บวร) เครือข่ายผู้ปกครอง ผู้นําชุมชน และหน่วยงานในท้องถิ่น (บ้าน วัด โรงเรียน) มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่ง โดยทําหน้าที่เป็นทั้ง \"ผู้สนับสนุนองค์ความรู้/วัสดุอุปกรณ์\" (เช่น การบริจาคขวดพลาสติกเพื่อเข้าธนาคารขยะ) และเป็น \"ตลาดรองรับผลผลิต\" ที่ช่วยอุดหนุนสินค้าของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลไกสําคัญที่ทําให้นวัตกรรมนี้เกิดความยั่งยืน7. การเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)สถานศึกษาตระหนักถึงความสําคัญของการแบ่งปันองค์ความรู้และการขยายผลความสําเร็จ จึงได้ดําเนินการเผยแพร่นวัตกรรม \"LIFE Model สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์\" ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ด้านมีงานทํา-มีอาชีพ ไปยังสาธารณชนและหน่วยงานภายนอกสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีร่องรอยหลักฐานเชิงประจักษ์ดังนี้7.1 ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Facebook Fanpage) สถานศึกษาได้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับชุมชนภายนอก โดยมีการเผยแพร่ภาพกิจกรรมและผลผลิตของนักเรียนผ่านหน้าเพจ Facebook อย่างเป็นทางการของโรงเรียน 7.2 ช่องทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (School Website) สถานศึกษาได้อัปโหลดเอกสารสรุปรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ฉบับสมบูรณ์ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ และรูปแบบ
15กระบวนการ LIFE Model ลงบนเว็บไซต์ (Website) ของสถานศึกษา เพื่อเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการและเป็นแบบอย่าง (Role Model) ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานอื่นที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานผ่านระบบออนไลน์7.3 ช่องทาง Line กลุ่มผู้ปกครอง โรงเรียนมีการดําเนินการเผยแพร่ผลสําเร็จของการดําเนินงานผ่านLine กลุ่มของผู้ปกครองโรงเรียนบ้านป่าแก่7.4 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพการบริหารการจัดการและการจัดการเรียนรู้ Trang 1 Show and Share8. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการขยายผลการพัฒนานวัตกรรม \"LIFE Model สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์\" ไม่เพียงแต่สร้างความสําเร็จภายในสถานศึกษา แต่ยังเกิดกระบวนการต่อยอดองค์ความรู้สู่สังคมภายนอกอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้8.1 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) สถานศึกษาได้สร้างกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ โดยมีร่องรอยหลักฐานการดําเนินงานที่ชัดเจน ได้แก่ระดับสถานศึกษา มีการขับเคลื่อนผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของคณะครู เพื่อสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ (Reflection) ในทั้ง 7 ฐานกิจกรรม นําไปสู่การพัฒนาและประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพระดับเครือข่ายและหน่วยงานภายนอก สถานศึกษาได้นําเสนอผลงานนวัตกรรม LIFE Model ในรูปแบบการจัดนิทรรศการวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพการบริหารการจัดการและการจัดการเรียนรู้ Trang 1 Show and Share เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ขั้นตอนการดําเนินงาน และผลสําเร็จที่เกิดจากการน้อมนําพระบรมราโชบายฯ สู่การปฏิบัติ
168.2 การขยายผล (Expansion and Application) สถานศึกษามีแนวทางที่ชัดเจนในการขยายผลนวัตกรรมไปยังสถานศึกษาอื่นและหน่วยงานภายนอก ในวงกว้าง ได้แก่- โรงเรียนได้ขยายผล ผู้นําชุมชนและกลุ่มแม่บ้านได้นําองค์ความรู้จาก \"การทํานํ้ามันนวดสมุนไพร\" ไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลสําเร็จของการนํานวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างอย่างแท้จริง การขยายผลการทํานํ้ามันนวด
179. นําเสนอความภาคภูมิใจการดําเนินงานด้านที่โดดเด่นในการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ ด้าน \"มีงานทํา -มีอาชีพ\" ความภาคภูมิใจสูงสุดและการดําเนินงานด้านที่โดดเด่นที่สุดของสถานศึกษา คือ การบูรณาการ \"ธนาคารขยะสู่ไม้กวาดรักษ์โลก\"ความโดดเด่นของนวัตกรรมนี้ คือการเปลี่ยนข้อจํากัดของสถานศึกษาขนาดเล็กให้กลายเป็นจุดแข็ง โดยสะท้อนแนวคิดปรัชญาปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาจริงในสังคม นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะในการประดิษฐ์ (การทําไม้กวาดจากขวดพลาสติก) แต่ยังสอนให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของทรัพยากร รู้จักการนําของเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Upcycling) และนําไปจัดจําหน่ายสร้างรายได้จริงในตลาดนัดนักเรียนผลงานดังกล่าวยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือแบบ \"บวร\" (บ้าน วัด โรงเรียน) อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากชุมชนเป็นผู้สนับสนุนขวดพลาสติก และเป็นผู้รับซื้อไม้กวาดกลับไปใช้ในครัวเรือน ความสําเร็จนี้ได้รับการยอมรับและมีการนําเสนอเป็นแบบอย่าง (Role Model) ให้แก่สถานศึกษาอื่นและหน่วยงานท้องถิ่น ในการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างสัมมาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าภาคภูมิใจ
18
19
20บรรณานุกรมกระทรวงศึกษาธิการ. (2560). พระบรมราโชบายด้านการศึกษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568ก). คู่มือการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะผู้เรียนในการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติของสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568ข). หลักเกณฑ์การคัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ สําหรับสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568. กระทรวงศึกษาธิการ.สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568ค). แนวทางการดําเนินงานโครงการน้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ ปีการศึกษา 2568. กระทรวงศึกษาธิการ.Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. MIT Center for Advanced Engineering Study.Dewey, J. (1938). Experience and education. Kappa Delta Pi.Partnership for 21st Century Learning. (2019). Framework for 21st century learning. Battelle for Kids. https://www.battelleforkids.org/networks/p21
21ภาคผนวก
22โครงการ โครงการส่งเสริมทักษะชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงแผนงาน งานบริหารวิชาการสนองพระบรมราโชบาย ร. 10 ข้อที่ 2 มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม ข้อที่ 3 มีงานทํา - มีอาชีพสนองกลยุทธ์สถานศึกษากลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ และเพื่อให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบกลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนกลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ 21สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มฐ.1(1.1-1.2) มฐ.2(2.1,2.2,2.5) มฐ.3(3.1-3.5)ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่องผู้รับผิดชอบโครงการ 1. นางอรวรรณ ก้องกุล 2. นางวัชรี นุ่นชูผลงบประมาณ2,000ระยะเวลาดําเนินการ1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………1. หลักการและเหตุผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดําเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดํารัสชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดระยะเวลานานกว่า 30 ปี และได้ทรงยํ้าแนวทางการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคํานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัว ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดํารงชีวิต การป้องกันให้รอดพ้นจากวิกฤติและสามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายในกระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โรงเรียนบ้านป่าแก่ จึงน้อมนําแนวพระราชดําริดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน โดยจัดการเรียนรู้บูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้เน้นเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ใช้ความรู้อย่างรอบคอบระมัดระวัง ฝึกให้เด็กคิดเป็นทําเป็นอย่างมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันส่งเสริมให้เด็กทํางานร่วมกับผู้อื่น มีความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น มีวินัย มีสัมมาคารวะ ปลูกฝังจิตสํานึกรักษ์สิ่งแวดล้อมสืบสานวัฒนธรรมไทย จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัดและความสนใจเพื่อให้นําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และสามารถอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข
232. วัตถุประสงค์1. เพื่อใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทางด้านการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน สามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กร บริหารการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม สู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน 2. เพื่อให้โรงเรียนบ้านป่าแก่ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับความพอเพียง 3. เพื่อให้นักเรียนสามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันหรือเป็นแนวคิดในการประกอบอาชีพได้3. เป้าหมาย3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 3.1.1 สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน สามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กร บริหารการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน3.1.2 โรงเรียนมีการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ3.2.1 สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนสามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรบริหารการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน3.2.2 โรงเรียนสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน4. กิจกรรมและการดําเนินการกิจกรรม ระยะเวลาดําเนินงาน งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ1.การเลี้ยงปลาดุก ตลอดปีการศึกษา 500 นางอรวรรณ ก้องกุลนายทินกร ณ พัทลุง2.การปลูกผักและพืชสมุนไพร ตลอดปีการศึกษา 1,000 นางวัชรี นุ่นชูผลนางสาวพัชราพร แดหวา3.การทํานํ้าหมักชีวภาพ ตลอดปีการศึกษา 500 นางอรวรรณ ก้องกุล
245. รายละเอียดการใช้งบประมาณที่ กิจกรรมเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณตอบ รวมแทนใช้สอย วัสดุ รวม งบเหลือจ่าย2567งบจัดสรร25681. การเลี้ยงปลาดุก - - - - 1,000 - 1,0002. การปลูกผักและพืชสมุนไพร - - - - 500 - 5003. การทํานํ้าหมักชีวภาพ - - - - 500 - 500รวม - - - - 2,000 - 2,0006. การประเมินผลตัวชี้วัดความสําเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือที่ใช้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง มีส่วนร่วม ในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียน- การสอบถาม- การสังเกต- แบบสอบถาม - แบบสังเกต7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ7.1 นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้สนใจได้รับประโยชน์จากผลผลิตของโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น7.2 โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้สนใจ ลงชื่อ ผู้เสนอโครงการ (นางอรวรรณ ก้องกุล) ครู โรงเรียนบ้านป่าแก่ ลงชื่อ ผู้อนุมัติโครงการ (นางสาวนิรมล นิลพัฒน์) ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านบ้านป่าแก่
25โครงการ ส่งเสริมทักษะชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงแผนงาน พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (บัญชีจัดสรรงบงบประมาณเงินอุดหนุนปีงบประมาณ 2569)สนองกลยุทธ์โรงเรียน กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21สอดคล้องกับตัวชี้วัด ตามแผนปฏิบัติการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของสถานศึกษาสนองจุดเน้น 1.ส่งเสริมการน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและพระบรมราโชบายด้าน การศึกษาสู่การปฏิบัติ2. ส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา และสร้างความเข้มแข็งระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนลักษณะโครงการ ต่อเนื่องผู้รับผิดชอบโครงการ 1.นางอรวรรณ ก้องกุล 2.นางสาวพัชรพร แดหวา ติดต่อประสานงานนางอรวรรณ ก้องกุล หมายเลขโทรศัพท์ 089-938-3209งบประมาณ2,000 บาท แหล่งงบประมาณสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานระยะเวลาดําเนินการ1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569รายละเอียดโครงการ1. หลักการและเหตุผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดําเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดํารัสชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดระยะเวลานานกว่า 30 ปี และได้ทรงยํ้าแนวทางการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคํานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัว ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดํารงชีวิต การป้องกันให้รอดพ้นจากวิกฤติและสามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายในกระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
26โรงเรียนบ้านป่าแก่ จึงน้อมนําแนวพระราชดําริดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน โดยจัดการเรียนรู้บูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้เน้นเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ใช้ความรู้อย่างรอบคอบระมัดระวัง ฝึกให้เด็กคิดเป็นทําเป็นอย่างมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันส่งเสริมให้เด็กทํางานร่วมกับผู้อื่น มีความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น มีวินัย มีสัมมาคารวะ ปลูกฝังจิตสํานึกรักษ์สิ่งแวดล้อมสืบสานวัฒนธรรมไทย จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัดและความสนใจเพื่อให้นําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และสามารถอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข2. วัตถุประสงค์2.1 เพื่อใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทางด้านการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน สามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กร บริหารการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม สู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน2.2 เพื่อให้โรงเรียนบ้านป่าแก่ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับความพอเพียง2.3 เพื่อให้นักเรียนสามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันหรือเป็นแนวคิดในการประกอบอาชีพได้3. เป้าหมาย3.1 เชิงผลผลิต (Output)1) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรของโรงเรียน จํานวน 9 คน มีการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน2) นักเรียนในโรงเรียนจํานวน 57 คน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการเศรษฐกิจพอเพียง3.2 เชิงผลลัพธ์ (Outcome)1) ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนสามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรบริหารการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน 2) โรงเรียนสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
274. ดัชนีชี้วัดความสําเร็จ (KPIs)4.1 เชิงปริมาณ 1) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรของโรงเรียน ร้อยละ 90 มีการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน2) นักเรียนในโรงเรียน ร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียน4.2 เชิงคุณภาพ1) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรของโรงเรียน ร้อยละ 90 สามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กร บริหารการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชน2) นักเรียนในโรงเรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ในโครงการและนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันหรือเป็นแนวคิดในการประกอบอาชีพได้ 4.3 การประเมินผล ตัวชี้วัดความสําเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือที่ใช้1. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรของโรงเรียน ร้อยละ 90 มีการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนสํารวจสอบถาม- แบบสํารวจ- แบบสอบถาม2. นักเรียนในโรงเรียน ร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนสอบถามสัมภาษณ์- แบบสอบถาม- แบบสัมภาษณ์3. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรของโรงเรียน ร้อยละ 90 สามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กร บริหารการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสู่การดํารงชีวิตของนักเรียน ครอบครัว และชุมชนสอบถามสัมภาษณ์- แบบสอบถาม- แบบสัมภาษณ์
28ตัวชี้วัดความสําเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือที่ใช้4. นักเรียนในโรงเรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ในโครงการและนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันหรือเป็นแนวคิดในการประกอบอาชีพได้สอบถามสัมภาษณ์- แบบสอบถาม- แบบสัมภาษณ์ 5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ5.1 นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้สนใจได้รับประโยชน์จากผลผลิตของโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น5.2 โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้สนใจ6. กลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับผลประโยชน์6.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านป่าแก่ จํานวน 57 คน6.2 ครูและบุคลากรบ้านป่าแก่ จํานวน 9 คน.7. ระยะเวลาดําเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569 สถานที่ดําเนินโครงการ โรงเรียนบ้านป่าแก่8. แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ วงเงินงบประมาณที่ดําเนินการ 2,000 บาทแผนการปฏิบัติงาน(กิจกรรม)แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณไตรมาสที่ ผู้รับผิดชอบ1/2569ไตรมาสที่ 2/2569ไตรมาสที่ 3/2569ไตรมาสที่ 4/25691.ขั้นเตรียมการ(P) - เสนอโครงการ /วางแผนงบประมาณ✓ - ครูอรวรรณ2. ขั้นดําเนินการ(D) - การปลูกกล้วยเพื่อทําขนม- การปลูกผักและพืชสมุนไพร- การทํานํ้าหมักชีวภาพ✓✓✓✓✓✓✓✓✓✓✓✓- นายทินกร-นางสาวพัชรพร- ครูอรวรรณ
29แผนการปฏิบัติงาน(กิจกรรม)แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณไตรมาสที่ ผู้รับผิดชอบ1/2569ไตรมาสที่ 2/2569ไตรมาสที่ 3/2569ไตรมาสที่ 4/25693. ขั้นนิเทศติดตามผล(C) - กํากับ ดูแลและติดตามการดําเนินงาน✓ ✓ - ครูอรวรรณ4. ขั้นสรุปผลและประเมินผล (A) - สรุปผลโครงการรายงานโครงการ✓ ✓ - ครูอรวรรณ 9. รายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ (ถัวจ่ายทุกรายการ) ที่ กิจกรรม/รายการเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณรวมทั้งสิ้นตอบแทนใช้สอยวัสดุ รวม งบเหลือจ่าย 2568งบจัดสรร25691 ขั้นเตรียมการ (P)- เสนอโครงการ /วางแผนงบประมาณ- - -รวมกิจกรรมที่ 1 - - -2 ขั้นดําเนินการ(D)- การปลูกกล้วยเพื่อทําขนม- การปลูกผักและพืชสมุนไพร- การทํานํ้าหมักชีวภาพ1,5002502501,500250250รวมกิจกรรมที่ 2 - 2,000 2,0003 - กํากับ ดูแลและติดตามการดําเนินงาน- - -
30รวมกิจกรรมที่ 3 - - -4 ขั้นสรุปผลและประเมินผล (A)- สรุปผลโครงการรายงานโครงการ- - -รวมกิจกรรมที่ 4 - - -รวมทั้งสิ้น - 2,000 2,000ผู้เสนอโครงการ ผู้เห็นชอบโครงการ ลงชื่อ ............. ..... ................. ลงชื่อ ......................... ............. (นางสาวพัชรพร แดหวา)(นางอรวรรณ ก้องกุล)ตําแหน่ง ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านป่าแก่ ตําแหน่ง ครูโรงเรียนบ้านป่าแก่ผู้อนุมัติโครงการลงชื่อ .................. ....................(นางสาวนิรมล นิลพัฒน์) ตําแหน่ง ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านป่าแก่