ศาสนพธิ ีการ
โดย นายกฤษฎา ทาคามอง
“ศาสานพธิ ีกร
,,ตอ้ งร้ศู าสนพิธกี าร
ตวั อยา่ งกาหนดการ
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง 12 สงิ หาคม 2563
ตวั อย่างกาหนดการ
พธิ ีบาเพญ็ กศุ ลและพธิ ีนอ้ มราลึกเน่ืองในวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
การจดั ตงั้ โต๊ะหมูบ่ ูชาในปจั จบุ นั นยิ มตงั้ โตะ๊ หม่บู ูชาในกิจกรรมตา่ งๆ ดังนี้
1 การตั้งโตะ๊ หมู่บูชาในพธิ ีทางพระพทุ ธศาสนา
2 การตั้งโตะ๊ หมบู่ ูชาในพธิ ถี วายพระพร
3 การตั้งโตะ๊ หมบู่ ูชาในพิธรี บั พระราชทานเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ์ หรือของพระราชทาน
4 การตัง้ โต๊ะหมู่บูชาในการรับเสดจ็ ฯ หรือตามเส้นทางเสด็จฯ
5 การต้ังโต๊ะหมู่บูชาพิธีถวายสักการะเนื่องในวันสาคัญเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
6 การตั้งโต๊ะหมู่บูชาในการประชุมหรอื สมั นา
7 การตั้งโตะ๊ หมบู่ ชู าเพอื่ การประกวด
อน่ึงสาหรับการจัดสถานที่บูชาที่บ้านจะเป็นการจัดสถานท่ีบูชาไม่เป็นพิธีการมากนัก
แต่ควรจะมีสถานที่บูชาไว้ในบ้านในฐานะท่ีเป็นพุทธศาสนิกชนซ่ึงบางบ้านใช้สถานที่บูชา
มีลักษณะเป็นห้ิงคือการใช้เหล็กหรือไม้มีลักษณะมุมฉากติดกับฝาผนังและมีพ้ืนด้านบนแล้วนา
พระพุทธรูปประดิษฐานไว้บนหิ้งพร้อมด้วยเคร่ืองบูชาหลักได้แก่ดอกไม้ธูปเทียนแต่ละบ้านมี
สถานท่ีกว้างพอก็ควรใชโ้ ต๊ะหมู่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพรอ้ มด้วยเครือ่ งบูชาชดุ โต๊ะหมู่ท่ีใช้
นิยมเปน็ โตะ๊ หมู่บูชาในบ้านคือต้ม 5 และหมู่ 7
ภาพการจดั โต๊ะหมู่ 2 ภาพการจดั โตะ๊ หมู่ 4
ภาพการจดั โตะ๊ หมู่ 5 ภาพการจัดโต๊ะหมู่ 6 ภาพการจัดโต๊ะหมู่ 7 ภาพการจัดโตะ๊ หมู่ 9
การจัดโตะ๊ หม่ใู นพธิ ีถวายพระพร และเนื่องในวันคล้ายวนั สวรรคต
การตั้งโต๊ะหมู่พิธีถวายพระพรเป็นการโต๊ะหมู่บูชาถวายพระพร
เนื่องในโอกาสวันสาคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์หรือเม่ือมีการจัดกิจกรรม
เฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องในการจัดงานในโอกาสต่างๆ
เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันประสูติพระบรมวงศานุวงศ์
และเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต เป็นต้นซ่งึ จะมกี ารจัดโต๊ะหมู่ตามแบบอยา่ งต่อไปนี้
การตั้งโต๊ะหมู่ในท่ีประชุมหรือสัมมนา งานอบรหรือการประสานปริญญาบัตรไม่มีศาสนพิธี ดังน้ันเพื่อเป็นการ
แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันถือเป็นประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของ
สงั คมไทย และเพื่อความเป็นสิริมงคล นิยมตั้งธงชาติ โต๊ะหมู่บูชา และพระบรมฉายาลกั ษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพ่ือให้ครบท้ัง 3 สถาบัน คือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซ่ึงเป็นการแสดงความ
เคารพตอ่ สถาบนั ทง้ั สามของสังคมไทยอนั เปน็ ส่ิงดงี ามได้มกี ารปฏบิ ตั ิสบื ต่อกนั มาจนเปน็ ประเพณีวฒั นธรรมอันดีงามของ
สังคมไทย
การตั้งโตะ๊ หมู่บชู าในการรบั เสดจ็ ฯ หรือตามเสน้ ทางเสด็จฯ ถอื เปน็ การจดั โต๊ะหมบู่ ชู ารับเสดจ็ ฯ อนั เปน็ การแสดงถงึ ความ
จงรักภักดี ของพสกนิกรผู้ซ่ึงอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารได้แสดงออกในโอกาส
ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชดาเนินมายังท้องถิ่นของตน ซ่ึงนับว่าเป็นสิรมิ งคล
แกต่ นเองและชุมชนท่ีตนอยู่อาศัย การจัดโต๊ะหมู่บูชา เพ่ือการรับเสด็จพระราชดาเนินนั้น บน
โต๊ะหมู่บูชาไม่ต้องมีพระพุทธรูป หรือ พระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระฉายาลักษณ์ เพียงแต่
จดั พานพุม่ หรอื ดอกไม้ ตั้งบนโตะ๊ หมแู่ ละกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ แต่หากท้องถ่ินใดไม่มีธูป
เทยี นแพ ก็ให้จดั หาธปู เทียนมาต้ังไว้ยังโตะ๊ หมู่ตวั กลางด้านหน้า แต่ไม่ต้องจุด เพียงแต่ ต้ังไว้
เปน็ เครื่องบชู า ซึ่งมีวิธกี ารตง้ั โต๊ะหม่บู ชู าดังน
การจัดธูปเทยี นแพสักการะให้ถกู ต้องในมงคลพิธี และพธิ อี วมงคล
การจัดงานมงคลต่างๆ เช่น พิธีถวายพระพรชัยมงคลเน่ืองในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พิธีมอบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ พิธีสมรสพระราชทาน
การลาบวช การเข้าเฝา้ ฯรบั พระราชทานทนุ การศึกษาเปน็ ตน้
ดังนั้น ทางสานักพระราชวังจึงได้ออกเอกสารแนะนาเก่ียวกับการจัดแท่นพิธีถวายสักการะพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า เมื่ อเดือนเมษายน
พุทธศักราช 2522 โดยระบุว่า เครื่องราชสักการะดอกไม้ ธูปเทียนแพที่ถูกต้องและเป็นสิริมงคล น้ันต้องเรียงลาดับ โดยเริ่มจาก แพเทียน จะอยู่ล่างสุด วางธูปแพเหนือ แพเทียน
และวางกระทงดอกไม้บนสุดเหนือแพธูป ถ้าจัดวางแพเทียนอยู่เหนือแพธูป ซ่ึงจะใช้ในงานอวมงคล คือ งานศพเท่าน้ัน การจัดต้ังเครื่องสักการะเป็นส่วนหนึ่งในพิธีการต่างๆ ท่ีจัดข้ึน
เสมอในบ้านเมอื งของเรา ดงั นั้นการได้ทราบถงึ ข้อปฏบิ ตั ิทถี่ กู ต้องในการจดั วางเครื่องสักการะ ย่อมส่ือความหมายทีด่ แี ละเป็นมงคลแกผ่ ู้ปฏิบตั ิ
ตัวอยา่ งในมงคลพธิ ี ตวั อย่างในงานอวมงคล
เครื่องนมสั การกระบะมกุ
1. สาหรบั วังเจา้ นาย และบา้ นขุนนางใชเ้ ป็นเครอ่ื งบูชาพระรตั นตรยั
2. เป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัยสาหรับงานพิธีที่อยู่ในพระบรม
ราชูปถมั ภ์ และพระบรมราชานเุ คราะห์
๓. ใช้เป็นเครื่องบูชาพระธรรมในงานศพที่อยู่ในพระบรมราชานุ
เคราะห์
เคร่ืองทองนอ้ ย เป็นเคร่ืองบูชาชนิดหน่งึ ประกอบด้วยเชงิ เทียน 1 คู่ สาหรบั ปกั ธปู ไม้ระกา 1 ท่ี
วางอยู่ด้านซ้ายมือของผู้จัด ปักเทียน 1 ท่ี วางอยู่ด้านขวามือของผู้จัด กรวยพุ่มดอกไม้
3 พมุ่ วางอยดู่ ้านนอกตั้งรวมไวบ้ นพานรอง โดยจะใช้เคร่ืองทองน้อยในโอกาสต่างๆ ดงั น้ี
1. บูชาพระบรมสารรี กิ ธาตุ
2. สักการะพระบรมศพ พระอัฐพิ ระบรมอฐพิ ระบรมรูป พระบรมราชานุสาวรยี ์หรือ
พระบรมฉายาลกั ษณใ์ นรัชกาลก่อน
3. ใชเ้ คารพศพ อฐั หิ รือรูปของผลู้ ว่ งลับไปแล้ว
4. ใชต้ งั้ ใหศ้ พบูชาพระธรรมในพธิ ีเทศนา
5. ใช้นาขบวนแห่ศพเวยี นเมรุ
การต้งั เครอื่ งทองน้อยมีหลักในการจัดวาง กล่าวคือ หากต้องการเคารพบูชาส่ิงใดให้หันพุ่ม
ดอกไมไ้ ปทางสิง่ นน้ั กลา่ วคอื ในการใช้เพ่อื บูชาศพ จะหันด้านท่ีเป็นธูปเทียนออกมาด้านนอก คือ หันมาหาผู้
จุดบูชาโดยธูปจะอยู่ด้านซ้ายมือ เทียนอยู่ด้านขวามือ จึงเรียกว่า “เคร่ืองนอก” สาหรับการตั้งให้ศพบูชา
ธรรมให้หนั ธูปเทยี นไปทางด้านศพ เรยี กว่า “เคร่อื งใน” ในทางปฏบิ ัตเิ จา้ ภาพจะเป็นคนจดุ แทนผู้เสยี ชวี ิต
การตัง้ และการจดุ เครอ่ื งทองน้อยเพือ่ บชู า
- จะบชู าสิ่งใดให้ตง้ั หันด้านพ่มุ ดอกไม้ไปทางส่ิงนั้น
- เจ้าภาพเคารพศพ หรอื อฐั ิ ต้ังหันพุม่ ดอกไม้เข้าหาศพหรืออฐั ิ
- ถา้ ตอ้ งการใหศพหรืออัฐิบชู าพระ ให้ตง้ั หนั ดา้ นธูปเทียนเขา้ หาศพหรอื อฐั ิ
- การจดุ เครอื่ งทองน้อย ใหจ้ ุดธูปกอ่ นแลว้ จงึ จดุ เทียนเปน็ ลาดับต่อไป
เคร่อื งนอก เครือ่ งใน
พธิ แี สดงพระธรรมเทศนางานอวมงคล มวี ธิ ีการตง้ั และการจุดเครอ่ื งทองน้อย ดังน้ี
วิธีการตั้งเครื่องทองน้อยให้ต้ังโต๊ะเล็ก 1 ตัว ด้านหน้าที่ประธานพิธีน่ัง วางเคร่ือง
ทองน้อย บนโต๊ะน้นั ตรงกลาง แตจ่ ะมีการต้งั เครอ่ื งทองน้อยท่ดี ้านหนา้ ศพ อฐั ิ ภาพเหมือน ป้ายชื่อ
ปา้ ยอุทศิ ในงานใหญๆ่ จะต้งั เครอื่ งทองน้อย 2 ชุด คอื ชุดทหี่ นงึ่ สาหรับบูชาศพ ต้ังหันดอกไม้เข้า
หาศพ วิธีการต้ังโต๊ะใช้โต๊ะชุดละตัวสูงต่า ลดหลั่นกันลงมาโดยให้โต๊ะตัวต่ าตั้งด้านนอก ชุดท่ีสอง
สาหรับศพบูชาธรรม ตั้งหันธูปเทียนเข้าหาศพ วิธีการต้ังโต๊ะใช้โต๊ะชุดละตัวสูงต่า ลดหลั่นกันลงมา
โดยโต๊ะตัวสูงตงั้ ด้านในใกลห้ บี ศพ
หลกั ในการตั้งเครอ่ื งทองน้อย เพอื่ ให้ง่ายตอ่ การจาเก่ียวกบั การหันเคร่อื งทองนอ้ ยไปทางใดว่า “จะบูชาใครใหห้ ันดอกไม้ไปทางน้ัน
ถ้าหันพุ่มดอกไม้ออกมาด้านนอก เป็นการให้ศพบูชาธรรม แต่ถ้าหันพุ่มดอกไม้ เข้าหาศพ เป็นการให้ผู้ท่ีเข้าร่วมพิธีสักการะศพ”
สาหรับการปักธปู ไมร้ ะกากับเทียนที่เคร่ืองทองน้อยใหจ้ าว่า“ให้ปักธปู ซา้ ย เทียนขวาของผู้ท่จี ะจุดบูชา” และใหจ้ ุดธปู กอ่ นจุดเทยี น
วธิ กี ารจดุ เครื่องทองนอ้ ย ขึ้นอยูก่ บั ประธานพิธีและศพผ้ลู ่วงลบั วา่ เปน็ พระสงฆ์หรือ เป็นฆราวาสและจุดเพ่ือการอะไร
ซง่ึ แยกออกได้เปน็ 4 กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 ประธานพิธีเป็นพระสงฆ์ ผู้ล่วงลับเป็นพระสงฆ์ ศาสนพิธกี รเชิญเทียนชนวนถวายจุดเทียนส่องธรรม และจุดเครื่องทองน้อยบูชาศพ
รับศีลจบแล้ว จึงจุดเคร่อื งทองนอ้ ยบูชาธรรมท้งั ทีด่ ้านหนา้ ประธานพธิ แี ละดา้ นหนา้ หบี ศพแล้วจึงเรม่ิ อาราธนาธรรมต่อไป
กรณีที่ 2 ประธานพิธเี ป็นพระสงฆ์ ผลู้ ่วงลบั เปน็ ฆราวาสให้จุดเทียนส่องธรรม จุดเครอ่ื งทองน้อยที่หน้าศพท้ัง 2 ชดุ รบั ศีลจบแล้วจึงจุดเคร่อื ง
ทองนอ้ ยท่หี นา้ ประธานพธิ ี
กรณที ี่ 3 ประธานพิธีเปน็ ฆรเคร่อื งทองนอ้ ยบูชาธรรมท่ีหน้าหีบศพ
าวาส ผูล้ ว่ งลบั เปน็ พระสงฆ์ ใหจ้ ุดเทียนส่องธรรม จดุ เครื่องทองนอ้ ยท่ีหน้าประธานพธิ ี จุดเครือ่ งทองน้อยบชู าศพ รับศลี จบแลว้ จงึ จุด
กรณีท่ี 4 ประธานพิธเี ป็นฆราวาส ผูล้ ว่ งลบั เปน็ ฆราวาส ให้จุดเทียนสอ่ งธรรม จุดเครอ่ื งทองน้อยทุกชดุ ในคราวเดียวกนั แล้วจงึ รับศีล
นอกจากน้ยี ังมีแนวปฏบิ ัติส าหรบั ประธานพธิ หี รือผทู้ ่ีเกยี่ วข้องในการจุดเครื่องทองน้อยสาหรบั ศพบูชาธรรมและบูชาศพ ดังน้ี
- การจุดเครอื่ งทองน้อยสาหรบั ศพบูชาธรรม ตอ้ งมีผจู้ ดุ แทนกรณปี ระธานพิธมี ียศหรือฐานนั ดร
ตา่ กว่าศพใหเ้ ชญิ ประธานพิธจี ุด กรณีมียศหรอื ฐานนั ดรสูงกวา่ ควรเชิญผอู้ น่ื จดุ แทน แต่หากประธานจะจดุ เองกไ็ มม่ ีข้อหา้ ม
- การจุดเครอ่ื งทองน้อยบูชาศพ ควรเชิญผู้ที่มีศักดิ์ต่ ากว่าผู้ที่ล่วงลับหรอื ผู้ที่เป็นญาติหรอื ผู้ที่เคารพนับถือเป็นผู้จุดบุชาจะเหมาะสม กรณีโยม
บิดา มารดาหรอื บุคคลอื ่นที เ่ ปน็ ฆราวาสล ่วงลับไปพระสงฆ์จะจุดเครื่องทองน้อยที่ต้ังบูชาศพก็ได้ แต่เม่ือจุดแล้วไม่ต้องท าความเคารพเพียงแต่
ยืนสงบน่ิงสารวมถอื เป็นการจดุ เพอ่ื แสดงให้ผูล้ ว่ งลบั ไดท้ ราบว่าจะบาเพ็ญกุศลอุทิศไปใหก้ ารใช้เครือ่ งทองนอ้ ยในการจดั ขบวนแห่ศพเวยี นเมรุ
การนาศพเวียนเมรุ ถ้ากรณีศพในพระราชานุเคราะห์ พระนาศพ หีบหรือโกศศพ การเชิญเคร่ืองทองน้อย (หันพุ่มไปทางหีบศพหรือโกศศพ หัน
เชิงธปู เทยี นมาทางผู้เชญิ เครอื่ งทองน้อย) ถดั จากเครือ่ งทองนอ้ ย
จะเป็นเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ์ เครอ่ื งยศ ของผวู้ ายชนม์ ญาติ หรอื ผ้มู ารว่ มพิธี
แนวทางปฏบิ ตั ิการถวายเครอ่ื งราชสกั การะ
(วางพานพ่มุ เงิน – พานพุ่มทอง)
การวางพานพุ่มทอง –พานพุ่มเงิน และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ เพื่อถวายราชสักการะที่โต๊ะหมู่บูชา
หน้าพระบรมรปู พระบรมฉายาลักษณ์ พระรปู หรือพระฉายาลักษณ์ ตามธรรมเนียมให้ถอื ปฏิบตั ิดังน้ี
1 การจัดวางพานพุ่มทอง – พานพุ่มเงิน ซ่ึงประกอบเป็นเคร่ืองสักการะในกรณีจัดวางแทนหรือโต๊ะหมู่บูชา
เพ่ือประดิษฐานพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ พระรูปหรือพระฉายาลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางในลักษณะ
ถาวรหรือจัดวางในช่วงระยะเวลาหน่ึง ซึ่งเป็นโอกาสมหามงคลต่าง ๆ จะวางพานพุ่มทองไว้ด้านขวาและพานพุ่ม
เงินไว้ด้านซา้ ยของพระบรมรปู พระฉายาลักษณ์ พระรปู หรือพระฉายาลักษณ์
2 วางพานพมุ่ ทอง – พานพุ่มเงิน ในการประกอบพธิ ีถวายราชสักการะ สามารถดาเนนิ การได้ 2 แบบ
แบบท่ี 1 กรณีเป็นพระบรมรูปหรือพระรูปขนาดใหญ่ เช่นพระบรมราชานุสาวรีย์ หรือพระราชานุสาวรีย์ และมี
แท่นสาหรับวางพานพุ่มทอง – พานพุ่มเงิน ไว้ถาวร ให้จัดโต๊ะสาหรับวางพานพุ่มทอง – พานพุ่มเงิน 1 – 2 ตัว
ต่างหากวางไว้ตรงกลางพระบรมรูป และเม่ือเร่ิมพิธีให้ประธานในพิธีวางพานพุ่มทองก่อนทางด้านขวาของผู้วาง
และวางพานพุ่มเงินทางด้านซ้ายของผู้วางตามลาดับบนโต๊ะท่ีจัดเตรียมไว้ จากนั้น จึงเปิดกรวยกระทงดอกไม้เป็น
ลาดับถัดไป อนึ่ง หลังจากเสร็จส้ินพิธีจึงให้เจ้าหน้าท่ีเชิญพานพุ่มทอง และพานพุ่มเงินจากโต๊ะไปวางไว้บนแท่น
ด้านขวาและดา้ นซา้ ยของพระบรมรูปหรือพระรปู เชน่ เดยี วกบั ข้อ 1
แบบท่ี 2 กรณเี ป็นการจดั โต๊ะหม่ปู ระดษิ ฐานพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ พระรูปหรือพระฉายาลักษณ์เพียง
ชุดเดียว เมื่อเร่ิมพิธีให้ประธานวางพานพุ่มทองไว้ด้านขวา (ด้านซ้ายของผู้วาง) และพานพุ่มเงินไว้ด้านซ้าย
(ด้านขวาของผู้วาง) ของพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ พระรูปหรือพระฉายาลักษณ์ ตามลาดับ โดยไม่ต้อง
ดาเนนิ การตามแบบที่ 1
- การถวายราชสักการะในรัฐพิธีและพิธีการเนื่องในโอกาสวันสาคัญต่าง ๆ เช่น การถวายราชสักการะ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งกาหนดให้มีการวางพานพุ่มดอกไม้สด หรือวางพวงมาลา และจุดเทียนธูป
ถวายราชสกั การะ นัน้ ใหถ้ อื ปฏบิ ัติโดยวางพานพุ่มดอกไม้สดหรือพวงมาลาก่อน แล้วจึงจุดเทียนธูปถวาย
ราชสักการะตามลาดบั (จุดเทยี นกอ่ นธปู )
- กรณีท่ีการจัดวางพานพุ่มทอง – พานพุ่มเงิน หรือพานพุ่มดอกไม้สดไว้ก่อนพิธีการ และให้ประธานใน
พิธีเป็นผู้เปิดกระทงดอกไม้ หรือจุดเทียนธูปถวายราชสักการะเม่ือเร่ิมพิธีน้ัน สามารถกระทาได้
โดยหากเปน็ พานพ่มุ ทอง - พานพมุ่ เงิน ใหถ้ อื ปฏิบตั ิตามข้อ 1
พระบรมรูป - พระบรมฉายาลักษณ์
พานพมุ่ ทอง พานพุม่ เงิน
ผู้ถวายเครอ่ื งราชสักการะ
ผู้อญั เชญิ พานพุ่มเงนิ ผูอ้ ัญเชิญพานพมุ่ ทอง
การวางพานพุม่ ทอง –พานพ่มุ เงนิ ผงั การถวายเคร่ืองราชสกั การะ
อาสน์สงฆ์ (ที่ยกพ้นื สาหรบั พระสงฆน์ ่งั ) หรืออาสนะ (ที่นงั่ ,เครือ่ งปรู องนงั่ ) ตง้ั ดา้ นซา้ ยโตะ๊ หมบู่ ูชา (หากจาเปน็ ตัง้ ด้านขวาก็
ได้) แยกตา่ งหากจากที่นั่งฆราวาสประกอบ ด้วยโตะ๊ หรอื ต่ัง เสื่อหรอื พรม (ใหญ-่ เล็ก) อาสนะพนักพิง หรอื หมอนองิ
การตง้ั พดั ยศสมณศกั ด์แิ ละพัดรอง การจัดที่ต้ังพัดยศสมณศักด์ิและพัดรอง ให้ต้ังไว้ถัดลงมาจากโต๊ะหมู่บูชา ก่อนพระสงฆ์
เน่ืองจากพัดยศสมณศักด์ิเป็นการแสดงถึงฐานันดรของพระสงฆ์รูปน้ัน ๆ ซึ่งการตั้งพัดรองหรือ ตาลปัตรก็พึงต้ังในลักษณะเดียวกับ
การต้งั พัดยศสมณศักดิ์ เพอื่ ความเขา้ ใจง่ายขน้ึ ให้พึงจาวา่ พดั ยศสมณศักด์ิหรอื พัดรองใหต้ ้งั ถัดจากโต๊ะหมู่บชู า
พดั ยศ พัดรอง
สายสิญจน์ เปน็ คาใช้เรียกเสน้ ด้ายสขี าวยาวๆ ทพี่ ระถือขณะประนมมอื เจริญพระพุทธมนตห์ รือท่วี งรอบบา้ นเรอื น
เพือ่ ให้เป็นสริ ิมงคลเวลาทาบุญทบี่ า้ น
ในเวลาทาบุญที่บ้านนิยมใช้สายสิญจน์วงรอบบ้าน
โดยเวียนขวา คือวนให้อยู่ทางขวามือแล้วโยงมาวน
ขวาท่ีฐานพระพุทธรูปอีกรอบหนึ่งหรือ 3 รอบ
แล้วคล่ีมาวางไว้บนพานอยู่ด้านขวามือของภิกษุรูป
ทป่ี ระธานเจริญพระพุทธมนต์
ด้ายสายสิญจน์เรียกอีกอย่างหน่ึงว่า ด้ายปริตร
คือด้ายศักด์ิสิทธ์ท่ีเกิดจากพระพุทธมนต์ที่พระท่าน
สวดสาธยายหรือเสกเป่าไว้ ถือกันว่าสามารถ
ป้องกันอันตรายเช่นภูติผีปีศาจได้ และถือว่าเป็น
ด้ายมงคล เช่น ด้ายท่ีจับเป็นวงกลมสองวงสาหรับ
สวมศรี ษะค่บู า่ วสาวซึ่งเรียกวา่ มงคลแฝด
วิธีวงด้ายสายสิญจน์
- งานมงคล เช่น ทาบุญข้ึนบ้านใหม่ ฯลฯ เร่ิมต้นท่ีพระพุทธรูป ท่ีโต๊ะหมู่บูชาหรือ
ห้งิ พระในบ้าน หรือในทปี่ ระกอบพิธีสงฆ์ วงเวียนขวารอบอาคารบ้านเรือน หรอื
รอบบริเวณ งาน แล้วนามาวงเวียนขวารอบฐานพระพุทธรูป ๑ หรือ ๓ รอบ
แล้วโยงมาวงรอบภาชนะน้า มนต์ วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ใส่พานไว้ด้านซ้ายโต๊ะ
หมูบ่ ชู า
- งานมงคลอื่น ๆ ให้วงรอบท่ีฐานพระพุทธรูปแล้วโยงมาวงรอบภาชนะน้ามนต์
เลย
วธิ ใี ช้ดา้ ยสายสญิ จน์บังสกุ ลุ
- งานมงคล หากเชิญโกศอัฐิบรรพบุรุษมาร่วมบาเพ็ญกุศลด้วย จะใช้ด้ายสายสิญจน์ อีกกลุ่มหน่ึง หรือกลุ่ม
เดียวกนั นั้น ตัดใหข้ าดจากพระพุทธรูป แลว้ เชือ่ มโยงโกศอัฐิให้พระสงฆบ์ ังสกุ ุล
- งานอวมงคล โยงจากศพ จากโกศอฐั ิ จากรูปผ้ตู าย หรือจากรายนามผูต้ ายมาให้ พระสงฆบ์ ังสุกุล
ภษู าโยง คอื แถบผา้ ท่ใี ชส้ าหรบั สดับปกรณ์หรือบังสุกลุ ศพแทนการใช้สายสิญจน์ ลกั ษณะของภูษาโยงทาดว้ ยผ้าตาดสที องหรอื สีเงิน
มคี วามกว้างหลายขนาด เชน่ ๓ ๔ ถึง ๕ นิว้ สว่ นความยาวแล้วแต่ความตอ้ งการใช้
ลกั ษณะการใช้งาน
ถ้าเป็นศพเจ้านายต้ังแต่ช้ันหม่อมเจ้าหรือเทียบเท่าขึ้นไป เมื่อจะใช้
ภูษาโยงต้องมีแถบผ้าขาว ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าภูษาโยงเล็กน้อย
เรียกว่า "รองโยง" ปูลาดเสียช้ันหน่ึงก่อน แล้วจึงลาดภูษาโยงไป
ตามรองโยงนั้นถ้าเป็นศพที่มีศักดิ์ต่ากว่าชั้นหม่อมเจ้าลงมา ไม่ต้อง
ใชร้ องโยง ให้ลาดภูษาโยงเช่นเดยี วกับการใช้สายสิญจน์
การเชื่อมต่อภษู าโยง
- พิธีราษฎร์ คือ พิธีศพที่เอกชนจัดขึ้นตามวัดท่ัวไป หรือท่ีบ้านของผู้ถึงแก่กรรมเอง
นิยมเช่ือมต่อภูษาโยงไว้ล่วงหน้า คือ นา สายสิญจน์ซ่ึงโยงไว้ท่ีหีบศพมาเชื่อมต่อกับ
ภษู าโยงทจ่ี ะใชท้ อดผา้ บังสุกุลให้เรียบรอ้ ย ก่อนเร่มิ พธิ ี
- พิธีหลวง คือ พิธีศพที่อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งจัดพิธีข้ึน ณ สถานท่ีใดๆ
ก็ตาม จะมีภูษาโยง ๒ สาย คือ สายหน่ึงโยงมาจากหีบหรือโกศศพเบ้ืองบนลาดตรง
ลงมาเบื้องล่างด้านหน้า แล้วพักส่วนที่เหลือวางไว้บนพาน ต้ังอยู่ที่หน้าที่บูชาศพ สายนี้
เรียกว่าสายหน่ึง อีกสายหน่ึงพับวางไว้บนพาน ต้ังอยู่ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาบนอาสน์สงฆ์
สายนี้เรียกว่า สายสอง เม่ือจะเริ่มพิธีสดับปกรณ์ ให้ลาดภูษาโยงสายสองไปบน
อาสน์สงฆ์ แล้วไปเคารพศพด้วยการโค้งคานับ หรือน้อมไหว้ (ส่วนมากนิยมโค้งคานับ)
ต่อจากน้ันนาภูษาโยงสายหนึ่งมาเช่ือมต่อกับสายสองท่ีหน้าโต๊ะหมู่บูชา เรียบร้อยแล้ว
จึงเชิญเจ้าภาพทอดผ้า เม่ือพระสงฆ์สดับปกรณ์เสร็จ จึงเก็บภูษาโยงและรองโยง
ตามลาดบั (กรณใี ชร้ องโยง)
วธิ ีการเชอ่ื มต่อภษู าโยง
หากผู้ประกอบพธิ ี มีฐานันดรศกั ด์สิ ูงกวา่ ผู้ตาย ให้เช่อื มตอ่ ภูษาโยงก่อนทอดผ้าบงั สุกลุ
หากผปู้ ระกอบพิธี มีฐานันดรศักด์ติ ่ากว่าผตู้ าย ใหเ้ ช่อื มตอ่ ภษู าโยงหลงั ทอดผ้าบังสกุ ุล
การปลู าดรองโยง และภูษาโยง
การอาราธนาสาหรับศาสนพิธีกร เมื่อเจ้าภาพ หรือประธานในพิธี
จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแล้วพิธีกรเริ่มกล่าวคาอาราธนาศีล
ถ้าอาสน์สงฆ์อยู่ระดับพื้น ผู้ร่วมพิธีท้ังหมดนั่งกับพื้น พิธีกรพึง
นั่งคุกเข่า ประนมมือกราบ 3 คร้ัง แล้วจึงกล่าวคาอาราธนา ถ้า
อาสน์สงฆ์ยกข้ึนสูงจากพ้ืน แต่ผู้ร่วมพิธีท้ังหมดน่ังอยู่กับพื้นก็
นง่ั คุกเขา่ อาราธนาเช่นกันถ้าอาสน์สงฆ์ยกสงู ผู้ร่วมพิธีท้ังหมดนั่งเก้าอ้ี
พิธีกรพึงยืนทางท้ายอาสน์สงฆ์ ข้างหน้า พระสงฆ์รูปที่ 3 จากท้าย
แถวหรอื ท่ีอนั เหมาะสม ทาความเคารพประธานในพิธี แล้วหันหน้าไปทาง
ประธานสงฆ์ ประนมมือ กล่าวคาอาราธนาศีล โดยหยุดทอดเสียง เป็น
จังหวะ ๆ ดังนี้ "มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ
สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมปี...ฯลฯ, ตะติยัมปี...ฯลฯ เมื่อรับ
ศีลเสร็จแล้ว พึงอาราธนาพระปริตรต่อไป จบแล้ว ถ้าน่ังคุกเข่า กราบ
3 คร้ัง ถ้ายืน ก็ยกมือไหว้ เสร็จแล้วทาความเคารพประธานในพิธีอีก
ครัง้ หนงึ่
เชิงเทียนชนวน คือ อุปกรณ์อานวยความสะดวกสาหรับประธานพิธีใช้ในการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย หรือจุดในกรณีอ่ืน ๆ ซึ่งทาให้การจุดน้ัน ๆ ง่ายขึ้น
ศาสนพิธกี รผู้ปฏบิ ตั ิหน้าที่เชญิ เทียนชนวนควรปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
1) ถอื เชิงเทยี นชนวนด้วยมือขวา ใช้ฝ่ามือรองรับใต้ฐานเชิงเทียนชนวน ใช้นิ้วหัวแม่มือจับด้านบนฐานเชิงเทียนชนวน
มอื ซา้ ยถอื ไฟแช็กพร้อมจุด ยืนรออยูท่ า้ ยอาสน์สงฆ์
2) เร่มิ พิธี ศาสนพิธกี รจดุ เทียนชนวนท่บี รเิ วณทา้ ยสงฆ์ แลว้ เชิญเดนิ เข้าไปประมาณกลางอาสนส์ งฆ์
3) เมื่อประธานพิธีนั่งอยู่ ให้เดินเข้าไปท่ีประธานสามารถมองเห็น (ประมาณบริเวณกลางอาสน์สงฆ์) ให้แสดงความ
เคารพประธานพิธี (คานับ วธิ ีการปฏิบัติ ใหย้ ืนตวั ตรง ส้นเทา้ ชิดกันปลายเท้าหา่ งกนั เลก็ นอ้ ย มอื ขา้ งขวาถือเทียนชนวน
ในลักษณะแขนต้ังฉากกับพ้ืน เอียงปลายเทียนชนวนออกเล็กน้อย มือซ้ายถือไฟแช็ค ค้อมช่วงไหล่และศีรษะลง
เล็กน้อย แล้วเงยหน้าข้ึนในท่าตรง) เม่ือประธานพิธีลุกเดินไปท่ีหน้าโต๊ะหมู่บูชา หรือท่ีซ่ึงต้องจุดธูปเทียน ศาสนพิธีกร
พึงเดินไปถึงท่ีประธานจะจุด นั่งคุกเข่า ส่งเทียนชนวนทางด้านขวามือของประธานพิธี (ถ้าสถานท่ีบังคับก็สามารถส่ง
ทางด้านซ้ายมือของประธานพิธีได้ ไม่จาเป็นต้องแทรกตัวของศาสนพิธีกร เพื่อต้องการเข้าไปส่งทางด้านขวามือของ
ประธานพิธี) ให้ปลายเทียนหันออกนอกตัวประธาน เพ่ือป้องกันน้าตาเทียนหยดใส่ประธาน แล้ววางมือให้เรียบร้อย
ไม่ต้องประนมมือ แต่ให้เตรียมพร้อมที่จะรับเทียนชนวนคืน หลังจากประธานพิธีจุดเรียบร้อยแล้วในกรณีที่พระสงฆ์
เปน็ ประธานในพธิ ี เม่ือประธานในพธิ ีรบั เทยี นชนวนจากเจ้าหน้าท่ใี หเ้ จา้ หนา้ ทพี่ นมมอื ไหวป้ ระธาน และวางมอื ใหเ้ รยี บรอ้ ย
เมื่อประธานส่งเทียนชนวนคืน ให้พนมมือไหว้ และใช้มือขวารับเทียนชนวนคืน แล้วเดินเข่าถอยหลัง 2 ก้าว ลุกข้ึน
ยนื ตรง (ไมต่ ้องคานับ) และเดินออกไปดับเทียนชนวนด้านท้ายอาสนส์ งฆ์
ในกรณีท่ีประธานพิธีเข้ามายังบริเวณพิธีและเดินเข้าไปยังโต๊ะหมู่บูชาหรือสถานที่จุดบูชาสักการะ ศาสน
พธิ กี รพงึ จดุ เทียนชนวน เดนิ ตามประธานเยือ้ งไปทางขวามือประธาน เมอื่ ถงึ สถานที่จดุ ให้ศาสนพิธีกรนั่งคุกเข่าส่งเทียน
ชนวนใหป้ ระธานพิธีทางด้านขวามือของประธาน
การเชิญเทยี นชนวน การสง่ เทียนชนวน ประธานรบั เทียนชนวน
4) เมื่อประธานจุดธูปเทียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งเทียนชนวนคืน ศาสนพิธีกรพึงรับเทียนชนวนคืนด้วยมือขวา โดยการหงายฝ่ามือขวา
รองรับใต้ฐานเทียนชนวน แล้วใช้หัวแม่มือจับด้านบนถอยออกมาได้ระยะพอสมควร ลุกข้ึนยืนคานับประธาน แล้วเดินถอยออกไปทางท้าย
อาสน์สงฆท์ นั ที
5) เม่ือถึงบริเวณท้ายอาสน์สงฆ์จึงดับเทียนชนวน ไม่ควรใช้เป่าหรือใชม้ ือโบกหรือสะบัดเพ่ือดับเทียน แต่ให้ใชว้ ิธหี าวัสดุ เชน่ ใบไม้ หรอื วัสดุ
อื่น โดยวิธีจบั หรือรูดไสเ้ ทียนให้ดบั อนึ่ง สาหรับการส่งเทียนชนวนใหป้ ระธานจุดเทยี นนา้ มนต์กพ็ งึ กระทาในลักษณะเดียวกันต่างกันแต่เพียงว่า
เมอ่ื ประธานพิธีจุดเทียนทาน้าพระพุทธมนตเ์ สร็จเรียบร้อยแล้ว ศาสนพธิ ีกรพึงเรยี นให้ประธานพธิ ีประเคนภาชนะทาน้าพระพุทธมนต์ด้วย และ
เม่ือถอยออกมาแล้วต้องรอดูจนกว่าพระสงฆ์จะทาน้าพระพุทธมนต์เสร็จ แต่ถ้าหากเทียนทาน้าพระพุทธมนต์ดับก่อนที่พระสงฆ์จะทาน้าพระ
พุทธมนตเ์ สรจ็ ศาสนพธิ ีกรพงึ จุดเทยี นชนวนเข้าไปจดุ เทียนนา้ พระพุทธมนตเ์ องโดยไมต่ ้องเชิญประธานพธิ เี ข้าไปจดุ อีก
การเชิญที่กรวดนา้
เป็นธรรมเนยี มอยา่ งหน่ึงของผทู้ าบุญหรอื บาเพญ็ กศุ ล เมือ่ พธิ ีการตา่ ง ๆ ดาเนินการไป จนถึงข้ันตอนสุดท้าย จะมีการกรวดน้าอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติสนิท
มติ รสหายและสรรพสตั วศ์ าสนพธิ ีกรตอ้ งเตรยี มทีก่ รวดน้า โดยทาความสะอาดและใสน่ ้าพรอ้ มต้ังไวท้ ่โี ตะ๊ เคร่อื งไทยธรรม ด้านท้ายอาสน์สงฆ์ เมอ่ื ประธานพิธถี วาย
จตุปัจจัยไทยธรรมเสร็จและกลับไปน่ังเรียบร้อยแล้ว ศาสนพิธีกรพึงเชิญท่ีกรวดน้าด้วยมือซ้าย ประคองด้วยมือขวาให้ม่ันคง
เดินเข้าไปใกล้จะถึง ประธานพิธี ทาความเคารพ (คานับ) น่ังคุกเข่าเดินเข่า (การเดินเข่า วิธีการปฏิบัติ ให้นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้ง
และใช้เขา่ เดนิ ไปข้างหน้า ห้ามลากปลายเท้าโดยเด็ดขาด หากในมือถือส่ิงของ ให้ถือลักษณะข้อศอกต้ังฉากกับพ้ืน หากไม่มีสิ่งของ
ในมอื ให้ปลอ่ ยมอื ไว้ขา้ งลาตัว ปลายนวิ้ แตะ ตะเข็บกางเกงด้านข้าง) เข้าไปทางด้านหน้า โดยให้เย้ืองไปทางเข่าซ้ายของประธานพิธี
เล็กน้อย ไม่ชิดหรือห่างเกินไป พอให้ประธานพิธีจับที่กรวดน้าได้สะดวก ถือท่ีรองรับน้าไว้ด้วยมือท้ังสอง ย่ืนให้ประธาน
ไม่สูงหรือต่าเกินไป พอให้ประธานพิธีเทน้ากรวดได้โดยไม่ต้องก้มลงหรือยกแขนสูง กว่าปกติ เม่ือพระสงฆ์เร่ิมอนุโมทนา
"ยถา วารวิ หา...........” ประธานพธิ เี รม่ิ เทน้าลงยงั ท่รี องรบั นา้ ที่ศาสนพธิ ีกรถอื อยู่ เมอื่ สงั เกตเหน็ ว่า ประธานพธิ เี ทน้ากรวดจวน
หมดแล้ว ศาสนพิธีกรพึงปล่อย มือขวาออกจากท่ีรองรับน้าให้ใช้มือซ้ายถือไว้มือเดียว ยกมือขวาข้ึนรับเต้าน้ากรวดที่ประธาน
พธิ ี เทหมดแลว้ นาเตา้ นา้ กรวดมาชิดกบั ท่ีรองรับน้า เดนิ เขา่ ถอยหลังออกมาจากประธานพิธพี อสมควร ลกุ ขนึ้ ยืนทาความเคารพ
ประธานพิธีแล้วถอยออกไปทางท้ายอาสน์สงฆ์ นาน้ากรวดไปเทใต้ต้นไม้ที่ เหมาะสมตามประเพณีโบราณ และต้องเทด้วยอาการ
สารวมและสุภาพ ไม่เทในที่ที่ไม่สะอาด ไม่สาด หรือคว่าภาชนะท่ีใส่น้า หากมีพิธีอ่ืน ๆ ต่อจากพิธีน้ันอีก ศาสนพิธีกรต้องใส่น้าใน
เต้าน้ากรวดไว้ทันที เพื่อพร้อมที่จะใช้ในพิธีต่อไป การกรวดน้าในพิธีต่าง ๆ หากเป็นพิธีใหญ่ ๆ หรืองานพิธีที่เป็นทางการ
นิยมใช้ที่กรวดน้าสาหรับประธานพิธีท่ีเดียวเท่าน้ัน ส่วนในงานพิธีของชาวบ้านหรืองานทาบุญ ตามวัดวาอารามจะใช้ที่กรวดน้า
หลายที่ก็ได้ มิได้มีข้อห้ามอันใด อน่ึง ในพิธีที่เป็นทางการไม่นิยมนาที่กรวดน้าไปต้ังไว้ให้ประธานพิธีก่อน เช่น ท่ีโต๊ะเคียง
ด้านหน้า เพราะอาจทาให้เกิดข้อผดิ พลาดแก่ประธานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานอวมงคล ซึง่ เคยมี เร่ืองเลา่ วา่ ในงานอวมงคลงาน
หนง่ึ ศาสนพธิ ีกรได้นาทกี่ รวดนา้ ไปต้งั ไวท้ ีโ่ ต๊ะเคยี งของประธานพิธี เม่อื ประธานพิธที อดผ้าบังสกุ ลุ และกลับมาน่ังท่เี รยี บร้อยแลว้
เม่ือพระสงฆ์ต้ังพัดพิจารณาผ้าบังสุกุล ประธานพิธีก็หยิบที่กรวดน้ามากรวดน้าก่อนที่พระสงฆ์จะอนุโมทนา เป็นต้น ซ่ึงบาง
ท้องถ่นิ ก็มกี าร กรวดนา้ เม่อื พระสงฆ์พจิ ารณาผา้ บงั สุกลุ เชน่ เดียวกัน
การเชญิ ที่กรวดนา้
อ้างอิงข้อมลู จาก
สานกั พระราชวัง
กองกลาง สานกั งานปลัดกระทรวงมหาดไทย
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
สานกั งานพระพทุ ธศานาจงั หวดั อบุ ลราชธานี
กล่มุ อานวยการพธิ ีการศพทไี่ ด้รบั พระราชทานท่ี ๑๒ อบุ ลราชธานี