The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 4 การวิเคราะห์รายการค้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by knaulplang, 2023-01-03 01:51:38

หน่วยที่ 4 การวิเคราะห์รายการค้า

หน่วยที่ 4 การวิเคราะห์รายการค้า

หนว่ ยท่ี 4 การวิเคราะห์รายการค้า

สาระสำคญั
การวิเคราะห์รายการค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี ถ้าวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอน

ต่างๆ ในลำดับถัดไปผิดไปด้วย ดังนั้นหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้น
ตัดสินใจผิดพลาดไปด้วย จึงควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้อง
ตรวจสอบรายการคา้ ทกุ รายการที่เกิดขนึ้ ใหร้ อบคอบ จึงวิเคราะหต์ ามหลักในการวิเคราะห์รายการค้าต่อไป

ประเภทของธรุ กจิ และรปู แบบการดำเนินธุรกิจ

โดยทว่ั ไปสามารถแบ่งธรุ กิจท่ีมงุ่ แสวงหากำไรได้ 3 ประเภท ดงั น้ี
1. ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เป็นธุรกิจท่ีมรี ายไดเ้ กิดขึ้นจากการให้บริการ ซึ่งบริการนัน้ เป็น
สิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมรถยนต์ ร้านซักรีดเสื้อผ้า หอพัก กิจการรถเช่า โรงภาพยนตร์ คลินิก
โรงแรม รถประจำทาง เปน็ ต้น
2. ธุรกิจซื้อขายสินค้า (Merchandising Businesses) หรือธุรกิจพาณิชยกรรม เป็นธุรกิจที่ดำเนิน
ธุรกิจโดยการซื้อสินค้าเข้ามาแล้วขายสินค้านั้นออกไปในราคาที่สูงกว่าเดิม โดยไม่มีการแปรรูปหรือแปลงสภาพ
สนิ ค้าแตอ่ ย่างใด เชน่ หา้ งสรรพสนิ ค้า รา้ นสะดวกซอ้ื ซปุ เปอร์มาร์เก็ต บริษทั ขายรถยนต์ เปน็ ต้น
3. ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing Businesses) หรือธุรกิจผลิตสินค้า เป็นธุรกิจที่ผลิตสินค้า มี
การแปรรูปวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปแล้วขายออกไป เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานกระเบื้อง
โรงงานทอผา้ เป็นตน้

รปู แบบของการดำเนนิ ธุรกิจ
ธรุ กจิ ที่กลา่ วมาข้างต้น สามารถเลอื กดำเนนิ ธรุ กิจ ได้ดงั น้ี

1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Single Proprietorship) เป็นกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวเป็นผู้ก่อต้ัง
กิจการ จึงมีความคล่องตัวในการบริหารงานสูงเนื่องจากตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้เอง หากกิจการมีกำไรก็จะได้รับ
กำไรนัน้ แตเ่ พียงผเู้ ดียว แตถ่ ้าขาดทุนก็ต้องรับผิดชอบผลขาดทุนและหน้ีสินแตเ่ พยี งผูเ้ ดียว กจิ การน้ีมักจะหาแหล่ง
เงินทนุ เพ่ิมไดย้ าก เนอื่ งจากมีเจ้าของเพียงคนเดยี ว

2. กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) เป็นการดำเนินธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาร่วมกันจัดตั้ง
กิจการ โดยมีสัญญาเข้าเป็นหุ้นส่วนกันและแบ่งผลกำไรกัน กิจการจะกำหนดให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้
บรหิ ารงานเรยี กวา่ หุน้ ส่วนผู้จดั การ ห้างห้นุ สว่ นมี 2 ประเภท คือ

2.1 หา้ งหุ้นสว่ นสามญั (Ordinary Partnership) คือห้างหนุ้ ส่วนท่ีผู้เป็นหุ้นสว่ นทกุ คนต้อง
รบั ผิดชอบรว่ มกนั ในหน้ีสินโดยไม่จำกัดจำนวน โดยจะจดทะเบียนเป็นนติ ิบุคคลหรอื ไม่ก็ได้

2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วน 2 จำพวก คือ จำพวก
จำกัดความรับผดิ ชอบและไมจ่ ำกัดความรับผดิ ชอบ กฎหมายบงั คับใหจ้ ดทะเบยี นหา้ งห้นุ สว่ นจะหาแหล่งเงินทุนได้
ง่ายกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว เพราะมีจำนวนเจ้าของมากกว่า แต่ถ้ามีกำไรก็แบ่งให้หุ้นส่วนทุกคน ถ้าขาดทุนก็
จะตอ้ งรับผิดชอบหน้สี ินรว่ มกันทกุ คน

3. บริษัทจำกัด (Corporation or Limited Company) คือกิจการที่จัดตั้งขึ้นโดยมีผู้เริ่มก่อการไม่ต่ำ
กว่า 3 คน ผู้เริ่มก่อการตอ้ งจดทะเบยี นบรคิ ณห์สนธจิ ัดต้ังบรษิ ทั โดยกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ของบรษิ ัท จำนวนทนุ และ
จำนวนหุ้นจดทะเบียน และแบ่งทุนออกเป็นหุ้นแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กัน บริษัทจำกัดต้องจดทะเบียนเป็นนิติ
บุคคลแยกต่างหากจากเจ้าของคือผู้ถือหุ้น (Stockholdersor Shareholders) ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบในหนี้สิน

จำกัดจำนวนเพยี งไมเ่ กนิ จำนวนเงนิ ค่าห้นุ ที่ยังส่งใช้ไม่ครบมลู ค่าของหนุ้ ท่ตี นถืออยู่เท่าน้นั จะได้รับผลตอบแทนเป็น
เงินปันผล บรษิ ัทจะให้ผถู้ ือหนุ้ ชำระเงนิ ค่าหุ้นคร้ังแรกเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ได้แตต่ ้องไม่น้อยกวา่ 25% ของราคา
ห้นุ ที่ขาย ผูถ้ อื หนุ้ จะได้รบั สว่ นแบ่งกำไรในรูปของเงินปนั ผล (Dividends) บรษิ ทั ที่จดทะเบยี นแล้วจะใช้คำนำหน้า
ว่า "บรษิ ทั " และคำลงทา้ ยว่า "จำกัด" ยกเว้นธนาคารพาณชิ ย์จะใช้คำว่า "บริษัท....จำกดั " หรอื ไม่ก็ได้ บริษัทจำกัด
มี 2 ประเภท คือ

3.1 บริษทั เอกชนจำกดั (Private Company Limited) เป็นบริษัททจี่ ัดตงั้ ขึน้ ตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) ตามมาตรา 1096 มผี เู้ ริ่มกอ่ การไมต่ ่ำกว่า 3 คน

3.2 บริษัทมหาชนจำกดั (Public Company Limited) จดั ต้งั ขึน้ ตามพระราชบัญญัตบิ ริษทั
มหาชนจำกดั พ.ศ. 2535 มีผ้เู รมิ่ จัดตงั้ ไม่ตำ่ กวา่ 15 คน และต้องจองหุ้นรวมอย่างน้อย 5% ของทุนจดทะเบยี น
แตล่ ะคนถือหนุ้ ไมเ่ กิน 10% ของห้นุ ทจี่ ดทะเบียน และตง้ั ขึน้ มาโดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เสนอขายหุ้นต่อประชาชน
ทั่วไป ตอ้ งมีคำนำหน้าชื่อว่า "บรษิ ัท" และคำลงท้ายว่า "จำกัด (มหาซน)"

รายการค้า
รายการค้า (Business Transaction Or Accounting transaction) หมายถึง รายการที่ก่อให้เกิด

การแลกเปลี่ยนหรือโอนเงินหรือสิ่งที่มีค่าเปน็ ตวั เงินระหวา่ งกิจการกับบุคคลอนื่ ซึง่ จะมจี ำนวนมากและแตกต่างกัน
ไปตามลักษณะของกิจการ เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดและตามประเภทธุรกิจ เช่น
ธรุ กิจบริการ ธุรกจิ ซ้ือ-ขายสนิ คา้ หรือธรุ กิจผลติ สนิ คา้

รายการค้า เป็นรายการที่กิจการนำมาบนั ทึกบัญชีเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำงบการเงินต่างๆ ซึ่งทางการ
บัญชีเรียกว่า รายการทางบัญชี เป็นเหตุกรณ์ที่ทำให้เกิดการโอนหรือการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยของบัญชีหรือ
บุคคลท่มี ผี ลต่อสนิ ทรัพย์ หนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของ ทำใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงเพิ่มข้ึนและลดลง จะทำให้ยอดทั้ง
สองในสมการบญั ชีนั้นมีความสมตลุ กันทั้งสองด้าน

ประเภทของรายการค้า รายการค้าจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ รายการค้าภายนอก และรายการค้า
ภายใน ดงั น้ี

1. รายการค้าภายนอก เปน็ รายการแลกเปล่ียนระหว่างร้านคา้ หนงึ่ กบั อีกรา้ นค้าหนงึ่ เช่น
1.1 การซื้อสินทรพั ยต์ ่างๆ เปน็ เงนิ สดและเงินเชือ่
1.2 ซ้อื สินคา้ เป็นเงินสด และเงนิ เชอ่ื
1.3 ขายสินค้าเป็นเงินสด และเงนิ เชือ่
1.4 การรบั ชำระหนจ้ี ากลกู หน้ี
1.5 การจ่ายชำระหน้ีเจ้าหนี้
1.6 การก้ยู มื เงิน
1.7 การจ่ายชำระหนี้เงนิ กู้พรอ้ มดอกเบี้ย

1.8 การจา่ ยค่าใช้จ่ายต่างๆ
1.9 การรบั รายได้ตา่ งๆ
2. รายการค้าภายใน เปน็ รายการท่เี กิดขึ้นภายในกิจการ ไมเ่ ก่ยี วข้องกบั บุคคลภายนอก แตม่ ีผลตอ่ การ
เปลยี่ นแปลงของสนิ ทรพั ย์ หนีส้ ิน และสว่ นของเจ้าของ (ทุน) ดังนี้
2.1 การนำเงนิ สด หรอื สนิ ทรัพย์อนื่ มาลงทุน
2.2 การถอนเงนิ สด หรอื สินคา้ ไปใช้สว่ นตวั
รายการท่ไี ม่ใช่รายการคา้ (Non-Business Transaction)
ส่วนการดำเนนิ งานท่ีไม่ก่อใหเ้ กดิ การโอนเงินหรอื ส่ิงของท่ีมีค่าเปน็ ตัวเงนิ เชน่ การจัดร้านใหส้ วยงามเพ่ือ
ดงึ ดดู ใจลูกค้า การเชิญชวนลกู ค้าไปชมสนิ ค้ และการต้อนรับลูกค้า เปน็ ต้น รายการเหล่านี้ถือวา่ ไม่ใช่รายการคา้
ดังนน้ั จึงไม่มีการนำมาบันทึกในสมดุ บญั ชีของกจิ การ

หลกั การวเิ คราะห์รายการคา้
การวิเคราะหร์ ายการคา้ (Business transaction analysis) คือ การวเิ คราะห์รายการคา้ ที่เกิดขึ้นจาก

การคำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ว่าจะมีผลกระทบต่อสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้และค่าใช้จ่ายอย่างไร
และผลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงน้นั จะแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ฐานะการเงินและผลการดำเนนิ งานของกิจการได้

ซึ่งการวิเคราะห์รายการค้านั้น เปน็ จดุ เริ่มต้นของวงจรบญั ชี เปน็ ขนั้ แรกของการจัดทำบญั ชี ซึ่งสำคัญมาก
เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การ
ผา่ นบญั ชไี ปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถงึ การจัดทำงบการเงินก็ผิดไปดว้ ย หากมีความผิดพลาดแล้วจะทำให้
ผู้ใชข้ ้อมลู ทางการบัญชีนน้ั ตัดสินใจผิดพลาดด้วย ดังนน้ั ถงึ แม้ว่าการวเิ คราะหร์ ายการค้าจะเป็นเพียงข้ันเริ่มต้นของ
การทำบัญชี แต่ก็ควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้องโดยก่อนที่จะวิเคราะห์รายการค้านั้นจะต้องมี
ความเข้าใจเกี่ยวกบั รายการคา้ ให้มากที่สุด ซ่ึงโดยทัว่ ไปมหี ลกั ในการวเิ คราะห์รายการค้าดังนี้

1. วิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นว่าทำให้สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของกิจการเปลี่ยนแปลง โดย
การเพ่มิ ขน้ึ หรือลดลงอยา่ งไรบ้าง

2. รายการค้าที่เกิดขึ้นเมื่อวิเคราะห์แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของน้ัน
จะตอ้ งทำใหส้ มการบัญชีเป็นจริงเสมอ กล่าวคือเมื่อวเิ คราะห์รายการค้าแล้ว สินทรพั ย์ท่ีเปลี่ยนแปลง จะต้องเท่กับ
หนี้สินทีเ่ ปลี่ยนแปลงบวกดว้ ยส่วนของเจ้าของทเ่ี ปล่ียนแปลงเสมอ

ในการดำเนินธุรกิจย่อมมีรายการค้าและเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา รายการค้าที่เกิดขึ้น จะมีผล
ทำให้สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของเปลี่ยนแปลงไปในทางเพิ่มขึ้นหรือลดลง เมื่อวิเคราะห์รายการค้าได้
ถกู ต้องแลว้ จงึ นำไปบนั ทกึ ลงในสมุดบญั ชตี า่ งๆ

หลักการบัญชี (Accounting Principles) หมายถึง แนวทางทีแ่ นะนำใหน้ ักบัญชีใชย้ ึดถือหลักปฏบิ ัตใิ น

การรวบรวม จดบนั ทึก จำแนก สรุปผล และรายงานเหตุการณ์เกย่ี วกบั การเงิน

หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (Generally accepted accounting principles) หมายถึง แนวทางท่ี
ได้รับการรบั รองและยอมรับเปน็ ส่วนใหญ่จากผูม้ ีอำนาจหนา้ ทใ่ี นวชิ าชีพการบัญชี เพอ่ื ใหน้ ักบัญชีใช้ยึดถือเป็นหลัก
ปฏิบัติในการรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และจัดทำงบการเงินอย่างมีหลักเกณฑ์ มีมาตรฐาน โดยกระทำ
ขน้ึ อย่างสมำ่ เสมอและสามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย

หลกั ในการวิเคราะห์รายการค้าข้ันตน้ มีตงั นี้
1. สินทรพั ย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพม่ิ (+)
2. สินทรัพย์ลด (-) สว่ นของเจา้ ของลด (-)
3. สินทรัพย์อย่างหนงึ่ เพ่มิ (+) สินทรัพย์อีกอยา่ งหน่งึ ลด (-)
4. สนิ ทรัพย์เพ่มิ (+) หน้ีสนิ เพ่ิม (+)
5. สินทรัพย์ลด (-) หนี้สนิ ลด (-)

ผลกระทบของรายการค้าตอ่ สมการบญั ชีและงบแสดงฐานะการเงนิ
เม่อื กจิ การมีรายการคา้ เกดิ ข้ึนกย็ อ่ มจะมผี ลกระทบต่อการเปลย่ี นแปลงของสมการบญั ชีหมวดใดหมวด

หน่ึงซ่งึ จะทำใหส้ ินทรพั ย์เทา่ กับหน้สี นิ และสว่ นของเจ้าของเสมอ ส่วนหมวดรายไดแ้ ละหมวดคา่ ใช้จ่ายนั้นเม่ือ
วิเคราะห์แล้วจะทำใหส้ ่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นในกรณที ี่มผี ลกำไร และจะทำให้สว่ นของเจา้ ของลดลงในกรณีทมี่ ีผล
ขาดทุน โดยการวิเคราะหร์ ายการคา้ แตล่ ะรายการจะมีผลกระทบต่อบัญชที ้ัง 5หมวด คือ สินทรพั ย์ หนี้สนิ ส่วน
ของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย ซงึ่ รายไดแ้ ละค่าใชจ้ า่ ยน้นั จะกระทบต่อบญั ชสี ่วนของเจ้าของดังน้ี

สนิ ทรัพย์ = หน้สี นิ + ส่วนของเจ้าของ

* กิจการมีรายได้เกิดขึ้น ย่อมมผี ลทำใหส้ ว่ นเจา้ ของเพิม่ ข้ึนในบญั ชีกำไรสทุ ธิ
* กจิ การมคี ่าใชจ้ า่ ยเกดิ ขึ้น ย่อมจะมผี ลทำให้สว่ นของเจา้ ของลดลงในบัญชีกำไรสทุ ธิ

การวเิ คราะห์รายการคา้ ตามหลกั การบญั ชีคู่
หลักการบญั ชคี ู่ (Double-Entry) เป็นหลักการบัญชีท่ีได้รับการยอมรับและใช้กนั ทว่ั ไป ในปจั จบุ นั ซ่ึงก็

คอื รายการคา้ ทุกรายการทเ่ี กิดขนึ้ เมอ่ื วิเคราะหแ์ ลว้ ก็จะนำไปบนั ทึกบญั ชี 2 ดา้ นเสมอ คอื ด้านเดบิตและด้าน
เครดติ ในจำนวนที่เท่ากนั

ปกติรายการค้าทุกรายการจะบนั ทึกโดยเดบิตบัญชหี นึง่ และเครดติ อีกบัญชีหนึ่งในจำนวนเงนิ ท่ีเท่ากัน
เรียกวา่ บญั ชีนน้ั ได้ดุลกนั (Single Journal Entry) แตอ่ าจจะมีบางรายการต้องบันทึกบัญชีโดยเดบิตหรอื เครดติ
หลายบญั ชกี ็ได้ แตจ่ ำนวนเงนิ รวมดา้ นเดบิตและด้านเครดิตจะตอ้ งเทา่ กันตามหลักการบัญชีคู่ เรียกวา่ การรวม
รายการ (Compound Journal Entry)

ด้านเดบิต (Debit) หรอื Dr. หมายถึง ด้านเครดติ (Credit) หรือ Cr. หมายถึง
1. จำนวนเงินทีแ่ สดงทางดา้ นข้ายของบญั ชี 1. จำนวนเงินท่แี สดงทางดา้ นขวาของบัญชี
2. การลงรายการด้านข้ายของบญั ชีหรือการผ่านบัญชี 2. การลงรายการด้านขวาของบัญชีหรอื การผา่ น
ที่ทำใหส้ นิ ทรัพย์หรอื ค่าใชจ้ า่ ยเพม่ิ ข้ึน บัญชที ท่ี ำใหส้ นิ ทรัพยห์ รอื คำใช้จา่ ยลดลง
3. การลงรายการด้านซา้ ยของบัญชหี รือการผา่ นบัญชี 3. การลงรายการด้านขวาของบญั ชีหรอื การผา่ นบัญชี
ท่ที ำใหห้ นีส้ ิน รายการเงินทุนหรอื รายได้ลดลง ทที่ ำให้หน้ีสนิ รายการเงินทนุ หรือรายได้เพิม่ ข้ึน

หลักการบันทกึ บัญชตี ามหลักการบัญชคี ู่
การบนั ทกึ บัญชตี ามระบบบญั ชคี ู่ มหี ลกั ดงั นี้

1. การบันทกึ บัญชหี มวดสนิ ทรพั ย์ รายการคา้ ใดที่วเิ คราะหแ์ ลว้ จะบนั ทึกไว้ดังนี้
* สนิ ทรพั ย์เพม่ิ ข้นึ ใหบ้ นั ทึกบญั ชสี นิ ทรพั ย์ด้านเดบิต (Dr.)
* สนิ ทรัพยล์ ดลง ใหบ้ นั ทกึ บัญชีสนิ ทรัพย์ดา้ นเครดิต (Cr.)

2. การบันทกึ บัญชีหมวดหน้ีสิน รายการคา้ ใดท่วี ิเคราะห์แลว้ จะบันทกึ ไว้ดังน้ี
* หน้สี นิ เพม่ิ ขนึ้ ให้บนั ทึกบญั ชหี นี้สินดา้ นเครดติ (Cr.)
* หน้ีสินลดลง ใหบ้ นั ทกึ บญั ชีหน้สี นิ ด้านเดบิต (Dr.)

3. การบนั ทกึ บัญชหี มวดส่วนของเจ้าของ (ทนุ ) รายการคา้ ใดที่วเิ คราะหแ์ ลว้ จะบนั ทกึ ดังน้ี
* ส่วนของเจา้ ของ (ทนุ ) เพ่มิ ขึ้นให้บนั ทึกที่บญั ชีสว่ นของเจา้ ของด้านเครดติ (Cr.)
* ส่วนของเจา้ ของ (ทุน ลดลงให้บันทกึ ท่บี ัญชสี ่วนของเจา้ ของด้านเดบิต (Dr.)

4. การบันทึกบัญชีหมวดรายได้ จากการวิเคราะห์สมการบัญชี ถ้าบัญชีรายได้เพิ่มขึ้นจะมีผลทำให้ส่วน
ของเจา้ ของเพ่มิ ขน้ึ หลักการวเิ คราะห์ยดึ ตามหลกั หมวดบัญชสี ่วนของเจา้ ของ ดงั น้ี

* ถา้ รายไดเ้ พมิ่ ขึ้นจะทำใหส้ ่วนของเจ้าของเพมิ่ ขึ้นใหบ้ ันทึกบัญชสี ว่ นของเจ้าของดา้ นเครดติ
* ถา้ รายไดล้ ดลงจะทำใหส้ ่วนของเจ้าของลดลงให้บนั ทึกบัญชสี ว่ นของเจา้ ของดา้ นเดบิต
5. การบนั ทึกบัญชีหมวดคา่ ใช้จ่าย จากการวเิ คราะห์สมการบัญชี ถา้ บัญชคี ่าใชจ้ า่ ยเพ่ิมขึ้นจะมีผลทำให้
สว่ นของเจา้ ของลดลง หลักการวิเคราะห์ยดึ ตามหลกั หมวดบญั ชสี ว่ นของเจา้ ของ
* ถา้ คา่ ใชจ้ ่ายเพิม่ ขึน้ จะทำให้สว่ นของเจ้าของลดลงให้บนั ทึกบญั ชสี ว่ นของดา้ นเดบติ
* ถา้ ค่าใช้จ่ายลดลงจะทำให้ส่วนของเจา้ ของเพิ่มข้ึนใหบ้ นั ทึกบัญชสี ว่ นของเจา้ ของดา้ นเครดิต
การตง้ั ชื่อบัญชจี ากการวิเคราะห์รายการคา้
การต้งั ชือ่ บัญชีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. บัญชสี นิ ทรัพย์ ใหน้ ำชือ่ ของสินทรัพย์นั้นๆ มาต้งั เป็นชื่อบัญชี เชน่ เงินสด ลกู หนี้การค้า อุปกรณ์ เครือ่ ง

ตกแต่ง เปน็ ตน้

2. บัญชหี นส้ี ิน ใหน้ ำชอื่ ของหนีส้ ินนัน้ ๆ มาตั้งเป็นชือ่ บญั ชี เชน่ เจ้าหนี้การคา้ เงนิ กู้ เปน็ ต้น
3. บัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) ให้นำชื่อส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของมาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น บัญชีทุน... ใช้
สว่ นตัว รายไดค้ า่ บริการ เงินเดอื น เป็นต้น สามารถแยกลกั ษณะการบันทึกบัญชีประเภทสว่ นของเจ้าของได้ดังน้ี

3.1 ลกั ษณะของบัญชีทนุ จะถกู บนั ทึกทางด้านเครดิตเม่ือมีการลงทนุ ครงั้ แรก, ลงทุนเพ่ิมและจะถกู
บันทึกด้านเดบิตเมื่อมีการถอนทุน

3.2 ลกั ษณะของบัญชถี อนใช้ส่วนตัว จะถูกบนั ทกึ ต้านเดบิตเพราะทำให้สว่ นของเจ้าของลดลง
3.3 ลักษณะของบัญชีรายได้ จะถูกบันทึกด้านเครดิตเมื่อมีรายได้เกิดขึ้นเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของ
เพ่มิ ขึ้น
3.4 ลักษณะบัญชีค่าใช้จ่าย จะถูกบันทึกด้านเดบิตเมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเพราะทำให้ส่วนของเจ้าของ
ลดลง

การจดั ทำเอกสารประกอบการบันทกึ บัญชี
ผู้ทำบัญชี (Bookkeeper) เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซึ่งก่อนจะจัดทำบัญชีนั้นผู้ทำบัญชีต้องตรวจสอบ

เอกสารประกอบการบันทึกบัญชีใหถ้ กู โดยเอกสารประกอบการบันทึกบญั ชมี ีดังน้ี
1. ใบสำคญั ทใ่ี ชใ้ นการบันทึกบญั ชใี นสมดุ ข้ันต้น ไดแ้ ก่ สมุดรายวันทว่ั ไปและสมุดรายวนั เฉพาะ ใบสำคญั

ทีจ่ ดั ทำข้นึ น้นั จะต้องกำหนดเลขทเ่ี รยี งลำดบั ใบสำคัญ เพ่ือสะดวกในการตรวจสอบอา้ งอิงในการบันทึกบัญชี ซ่งึ
ใบสำคญั เหล่าน้ันจะเปน็ การสรปุ รายการ จำนวนเงนิ และมีเอกสารหลกั ฐานการรบั -จ่ายเงินแนบประกอบด้วย เชน่
ใบสำคัญรับ ใบสำคัญจ่าย เป็นตน้

2. เอกสารหลักฐานทางการค้า เช่น ใบเสรจ็ รบั เงนิ ใบกำกับภาษี ใบสง่ ของ ใบขอซ้ือ ใบสง่ั ซื้อ ใบแจง้ หนี้
เปน็ ตน้

3. เอกสารหลกั ฐานทางการเงิน เช่น เช็ค ใบแจง้ ยอดธนาคาร ใบฝากเงนิ ใบถอนเงนิ สมุดค่ฝู าก ใบสำคัญ
เงนิ สดยอ่ ย เปน็ ตน้

ศัพทบ์ ัญชี คำศัพทบ์ ัญชี
ธรุ กจิ บรกิ าร
ธุรกิจซ้ือขายสนิ คา้ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษ
ธุรกิจอุตสาหกรรม Service Businesses
การวเิ คราะหร์ ายการคา้ Merchandising Businesses
กจิ การเจ้าของคนเดยี ว Manufacturing Businesses
ห้างห้นุ สว่ น Business transaction analysis
หา้ งหุ้นสว่ นสามญั , หา้ งหุ้นสว่ นจำกดั Single Proprietorship
บริษทั จำกดั Partnership
ผถู้ อื หนุ้ Ordinary Partnership, Limited Partnership
เงนิ ปนั ผล Corporation or Limited Company
บริษัทเอกชนจำกัด, บริษัทมหาชนจำกดั Stockholders or Shareholders
Dividends
รายการคา้ , รายการทีไ่ ม่ใชร่ ายการค้า Private Company Limited, Public Company
Limited
ด้านเดบติ (แสดงด้านซา้ ยของบัญช)ี Business Transaction, Non-Business
ด้านเครดิต (แสดงดา้ นขวาของบัญช)ี Transaction
หลกั การบญั ชี, หลักการบัญชีคู่ Debit or Dr.
บัญชีนั้นได้ดุลกัน Credit or Cr.
การรวมรายการ Accounting Principles, Double - Entry
ผทู้ ำบัญชี Single Journal Entry
Compound Journal Entry
Bookkeeper


Click to View FlipBook Version