คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data สมบูรณ์ แซ่เจ็ง. คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.-- กรุงเทพฯ : จิตรวัฒน์, 2564. 280 หน้า. 1. คอมพิวเตอร์. 2. เทคโนโลยีสารสนเทศ. 1ชื่อเรื่อง.004 ISBN 978-616-411-159-2 ปีที่พิมพ์ : 2564 พิมพ์ครั้งที่ 1 : 3,000 เล่ม สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฯ ห้ามมิให้ผู้ใด คัดลอก เลียนแบบ ทําซํ้า ทําสําเนา ดัดแปลง จําลองงาน ต้นฉบับ หรือเปลี่ยนแปลงในรูปแบบวิธีการอื่นๆ ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน โดยมิได้รับอนุญาตจากสํานักพิมพ์จิตรวัฒน์ ผู้ใดฝ่าฝืนมี ความผิดตามกฎหมายทางอาญาและแพ่ง บรรณาธิการวิชาการ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมชาย สุพันธุ์วณิช พ.บ., ส.ม., M.P.H. & T.M. หัวหน้าฝ่ายพิสูจน์อักษร วรรณา ตันสกุล ศศ.บ., วท.ม. บรรณาธิการบริหาร ศรินทิพย์ มีนมณี วท.บ., ศษ.ม. (บริหารการศึกษา) กรรมการผู้จัดการ เบญจรัตน์ มีนมณี นศ.บ., บธ.ม.
คํานํา หนังสือเรียนวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ เล่มนี้ จัดทําขึ้นเพื่อเป็นสื่อประกอบ การเรียนรู้ของผู้เรียนหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ การเรียบเรียงเนื้อหาภายในเล่ม ผู้จัดทําได้วิเคราะห์เนื้อหาตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคําอธิบายรายวิชา โดยเนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย 2 หน่วยการเรียนรู้ ดังนี้ 1. คอมพิวเตอร์เบื้องต้น 2. ระบบปฏิบัติการ ผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและผู้ที่สนใจเรื่อง การใช้คอมพิวเตอร์และ สารสนเทศเพื่องานอาชีพได้เป็นอย่างดี (สมบูรณ์ แซ่เจ็ง) ในนามผู้จัดทํา
สารบัญ หน่วยที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น แบบทดสอบก่อนเรียน ความนํา 1.ความหมายของคอมพิวเตอร์ 2. องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ 3. ระบบการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ 4. ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ 5. เทคโนโลยีสารสนเทศ 6. ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ สรุปประเด็นสําคัญ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 2 ระบบปฏิบัติการ แบบทดสอบก่อนเรียน ความนํา 1. ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ 2. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft Windows) 3. ส่วนประกอบบนหน้าจอระบบปฏิบัติการ Windows 10 4. ส่วนประกอบที่น่าสนใจของ Windows 10 5. การปรับแต่งสภาพแวดล้อม Windows 10 สรุปประเด็นสําคัญ แบบทดสอบหลังเรียน
แบบทดสอบก่อนเรียน คําสั่ง จงทําเครื่องหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของคอมพิวเตอร์ ก. ระบบการทํางานแบบอัตโนมัติ ข. เครื่องจักรกลที่ใช้ในการคํานวณโดยวิธีทาง คณิตศาสตร์ ค. เครื่องจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ที่ทําหน้าที่เหมือน สมองกล เปรียบเทียบคําสั่งที่ง่ายและซับซ้อน ง. การประยุกต์ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาอํานวย ความสะดวกในการทํางาน ควา จ. ระบบงานที่ลดกระบวนการทํางานที่ซับซ้อนและ ยุ่งยาก 2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ ก. อุปกรณ์ต่อพ่วง ชุดคําสั่ง ข. ชิ้นส่วน โปรแกรม ค. ระบบปฏิบัติการ ชุดคําสั่ง ง. อุปกรณ์ต่อพ่วง ชิ้นส่วน จ. สมาร์ตโฟน แอปพลิเคชัน 3. คอมพิวเตอร์ที่จัดว่ามีเสถียรภาพในการทํางานได้ อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดคือคอมพิวเตอร์ ประเภทใด ก. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ข. ไมโครคอมพิวเตอร์ ค. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ง. มินิคอมพิวเตอร์ จ. คอมพิวเตอร์แบบพกพา
4. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในปัจจุบันจัดเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทใด ก. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ข. ไมโครคอมพิวเตอร์ ค. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ง. มินิคอมพิวเตอร์ จ. คอมพิวเตอร์แบบพกพา 5. อุปกรณ์ในข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบพื้นฐานของ ไมโครคอมพิวเตอร์ ก. เมาส์ ข. หน้าจอ ค. เครื่องพิมพ์ ง. หน่วยประมวลผลกลาง จ. แป้นพิมพ์ 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ก. เป็นส่วนประกอบที่ทําหน้าที่เหมือนสมอง ข. Center Process Unit ค. เป็นส่วนประกอบในการนําเข้าข้อมูล ง. เป็นส่วนประกอบในการแสดงผลข้อมูล จ. การเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในระบบ คอมพิวเตอร์
7. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับระบบการทํางานของ คอมพิวเตอร์ ก. การทํางานของคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ข. การนําเข้าข้อมูล การประมวลผล การแสดงผลหน่วยความจํา ค. การนําเข้าข้อมูล การแสดงผล หน่วยความจํา ง. การนําเข้าข้อมูล การประมวลผล หน่วยความจํา จ. การประมวลผล หน่วยความจํา การแสดงผล 8. บุคคลใด ไม่จัด อยู่ในบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ (Peopleware) ก. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ ข. นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ค. พนักงานขายคอมพิวเตอร์ ง. เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ จ. ผู้ดูแลระบบ 9.บุคคลใดต่อไปนี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เกิดประโยชน์มากที่สุด ก. ฟ้าใสใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นช่องทางในการขายของ ข. เจมส์ใช้ไลน์ (Line) เป็นช่องทางในการสนทนากับ เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ค. เอมมี่อัปโหลดรูปกิจกรรมในแต่ละวันผ่าน อินสตาแกรม (Instagram) เพื่อเรียกยอดติดตาม ง. ลูกหมีใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อลงแข่งขัน เกม ROV ในกลุ่มเพื่อน จ. ยาหยีใช้กลุ่มไลน์ (Line) ไว้วิดีโอคอลคุยกับเพื่อน
10. เทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด ไม่สนับสนุน งาน ด้านการศึกษา ก. CAI ค. Google Map ข. Google Meet ง. Zoom จ. Google Classroom 1. ความหมายของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ (Computer) เป็นคํามาจากภาษาละตินว่า Computare โดยที่มีความหมายตรงตัวว่า การนับ การคํานวณ ดังนั้น คอมพิวเตอร์จึงมีความหมายโดยทั่ว ๆ ไปว่า “เป็นเครื่องจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการคํานวน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ และเปรียบเทียบค่าคําสั่งต่าง ๆ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้คําจํากัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ แบบอัตโนมัติ ทําหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สําหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มี ต้นกําเนิดมาจาก “ลูกคิด” เป็นเครื่องมือการคํานวณตัวเลขแบบโบราณ ซึ่งเป็น เครื่องมือในการคํานวณที่แม่นยําที่สุดในยุค สมัยนั้น และถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จากเครื่องมือการคํานวณ เพื่อลด ความผิดพลาดของมนุษย์ในด้านการคํานวณและลดเวล ในการทํางาน มาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทํางานทดแทนมนุษย์ได้ 2. องค์ประกอบของเครื่ องคอมพิวเตอร์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบที่ทํางานร่วมกันอยู่ 5 ส่วน คือ 2.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับต้องได้ มองเห็น เป็นรูปธรรม ซึ่งฮาร์ดแวร์ในระบบคอมพิวเตอร์แบ่ง ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 2.1.1 อุปกรณ์นําเข้าข้อมูล (Input Devices) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ เช่น คีย์บอร์ด เครื่องสแกนบาร์โค้ด ฯลฯ 2.1.2 หน่วยประมวลผล (Processors) หรือเรียกอีกอย่างว่า CPU (Central Processing Unit) เปรียบเสมือนสมองของ คอมพิวเตอร์ในการทําหน้าที่ตัดสินใจหรือคํานวณจากคําสั่งที่ได้รับมา ถือเป็นหัวใจหลัก ในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
2.1.3 อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ (Output Devices) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์จากการประมวล ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น หน้าจอ เครื่องพิมพ์ โปรเจกเตอร์ ฯลฯ 2.1.4 หน่วยความจํา (Memory Devices) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บบันทึกข้อมูล ที่ป้อนเข้าไป หรือ ข้อมูลจากการประมวลผลต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ แผ่นซีดี เป็นต้น 2.2 ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคําสั่งต่าง ๆ ที่ทําหน้าที่สั่งการให้คอมพิวเตอร์นั้น ทํางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ 2.2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการจัดการระบบคอมพิวเตอร์ จัดการอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การเรียกค้นข้อมูล หรือการคืนค่าของระบบ รวมไปถึงการสื่อสารข้อมูลภายในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง ซอฟต์แวร์ระบบ มักรู้จักกันในนามของระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System) ได้แก่ Windows Linux Unix เป็นต้น 2.2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน หรือเพื่ออย่างได้ อย่างหนึ่งตามลักษณะงานที่ชี้เฉพาะ เช่น ซอฟต์แวร์สําหรับงานธนาคารหรือสินเชื่อ สําหรับการบริการหน้าร้าน เช่น โปรแกรม ขายสินค้า ซอฟต์แวร์สําหรับท่องตัวอย่างเช่น Internet Explorer, Google Chrome รวมไปถึงโปรแกรมสําหรับการจัดการ งานทั่วไปอย่างโปรแกรมตระกูล Microsoft ได้แก่ Word, , Excel, Publisher และ Access เป็นต้น 2.3 บุคลากร (Peopleware) หมายถึง ผู้ปฏิบัติงานตามกระบวนวิธีการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การสร้าง หรือเก็บรวบรวม ข้อมูล บางกลุ่มอาจทําหน้าที่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใหม่ ๆ หรือพัฒนาโปรแกรมที่มีอยู่แล้ว ให้สอดคล้องตามความ ต้องการที่เปลี่ยนแปลงตามลักษณะงานต่าง ๆ หรือบางกลุ่มอาจทําหน้าที่สร้างกระบวนการ วิธีการให้แก่บุคลากรทาง คอมพิวเตอร์กลุ่มอื่น ๆ ให้สามารถใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มี หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าที่และความรับผิดชอบ แตกต่างกันไป ดังนี้ 2.4 ข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information) 2.4.1 ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้ตัวเลข ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการ ใช้รูปภาพและเสียงในการหอความหมายแทนสิ่งเหล่านั้น ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะเป็น การเก็บข้อมูลเบื้องต้นก่อนนําไปประมวลผล
อาจจะไม่ได้มีการจัดเรียงหรือประมวลผลมาก่อน บางครั้งอาจจะเป็น เหตุการณ์หรือเรื่องราวในอดีตที่ยังไม่ได้มีการเรียบเรียง ใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน 2.4.2 สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ผ่านการคิดคํานวณ ประมวลผลด้วย วิธีการต่าง ๆ เพื่อนํามา วิเคราะห์และสรุปผล เพื่อนํามาใช้ประโยชน์ตามต้องการ มักแสดงผลในรูปแบบของตัวเลข ตาราง กราฟ แผนภูมิ เป็นต้น 2.5 กระบวนการทํางาน (Procedure) หมายถึง ขั้นตอนที่ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้การประมวลผล มีประสิทธิภาพ มากที่สุด โดยผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จะต้องเรียนรู้ขั้นตอนการทํางานพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ อย่างถูกต้อง ซึ่งในการใช้คอมพิวเตอร์ในงานส่วนต่าง ๆ นั้นมักจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานด้วย จึงจําเป็นต้องมีคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เช่น คู่มือสําหรับผู้ควบคุมเครื่อง (Operation Manual) คู่มือสําหรับผู้ใช้งาน (User Manual) ฯลฯ 3. ระบบการทํางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์จะทํางานโดยวิธีระบบ เช่นเดียวกับการทํางานทั่วไป นั่นคือ มีส่วนนําเข้า (Input Unit) ส่วนประมวลผล (Processing Unit) หน่วยความจํา (Memory Unit) และส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ดังแผนภาพต่อไปนี้ ทั้งนี้ การทํางานของคอมพิวเตอร์นั้น จะเริ่มจากการอ่านโปรแกรมและข้อมูลเข้าสู่เครื่องไปไว้ในหน่วยความจํา โดยผ่านหน่วย นําเข้า (Input Unit) จากนั้นจึงส่งโปรแกรมและข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผล (Processing Unit) เพื่อทําการประมวลข้อมูล ตามคําสั่งในโปรแกรม เมื่อประมวลผลเสร็จสิ้นแล้ว อาจจะมีการบันทึกข้อมูลหรือ สารสนเทศที่เกิดขึ้นจากการประมวลผลลง ในหน่วยความจํา (Memory Unit) และส่งผลลัพธ์ที่ได้ไปยังหน่วยแสดงผล (Output Unit) มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 3.1 หน่วยนําเข้า (Input Unit) ทําหน้าที่รับข้อมูล โปรแกรม และคําสั่งจากผู้ใช้งาน โดยจะแปลงข้อมูลที่ได้รับ ในรูปแบบต่าง ๆ ให้เป็นข้อมูลหรือสัญญาณดิจิทัล แล้วส่งไปยังหน่วยความจํา เพื่อนําไปประมวลผลใน หน่วยประมวลผลกลางต่อไป 3.2 หน่วยประมวลผล (Central Processing Unit) หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ซีพียู (CPU) จัดเป็นมันสมอง ของระบบ สารสนเทศ เนื่องจากทําหน้าที่ในการประมวลผลคําสั่งและควบคุมการทํางานทั้งหมดของระบบ คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
3.2.1 หน่วยควบคุม (Control Unit) ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของคอมพิวเตอร์ทุกส่วน โดยจะดูแล เวลาในการประมวลผล ตามคําสั่งที่ได้รับ ให้มีการประมวลผลเป็นจังหวะตามสัญญาณนาฬิ กา 3.2.2 หน่วยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logical Unit) ทําหน้าที่คํานวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร และเปรียบเทียบค่าของข้อมูลทางตรรกศาสตร์ เช่น มากกว่า น้อยกว่า ฯลฯ 3.3 หน่วยความจํา (Memory Unit) ทําหน้าที่ในการเก็บบันทึกข้อมูลสารสนเทศที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 3.3.1 หน่วยความจําหลัก (Primary Storage) ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจําหลักนี้ จะเป็นข้อมูลที่ จําเป็นต้องใช้ในหน่วยประมวลผลกลาง โดยจะเรียกใช้หรือเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนส่งไปยังหน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจําหลักแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1) หน่วยความจําแรม (Random Access Memory : RAM) ทําหน้าที่เก็บข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ ในระหว่างที่มีการ ประมวลผลข้อมูล โดยข้อมูลและซอฟต์แวร์นี้จะถูกลบหายไปทันทีเมื่อปิดคอมพิวเตอร์ 2) หน่วยความจํารอม (Read Only Memory : ROM) เป็นหน่วยความจําที่บันทึกข้อมูลคําสั่ง เริ่มต้นของระบบ ส่วนใหญ่จะ เป็นข้อมูลที่ถูกบันทึกมาจากโรงงานผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ข้อมูล -นหน่วยความจํารอมจะไม่ถูกลบหายไป ถึงแม้ว่าจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถลบหรือเก้ไขได้ด้วยวิธีปกติ 3) หน่วยความจําซีมอส (CMOS Memory) เป็นหน่วยความจําที่ใช้เก็บข้อสนเทศที่ใช้เป็น ประจําของระบบคอมพิวเตอร์เช่น ประเภทของฮาร์ดดิสก์โดยจะใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ด ดังนั้น เมื่อปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลจึงไม่ สูญหาย และสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้อัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์นั้น 3.3.2 หน่วยความจําสํารอง (Secondary Storage) ทําหน้าที่จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้เพื่อให้สามารถ นําข้อมูล ชุดคําสั่ง หรือซอฟต์แวร์นั้น ๆ กลับมาใช้ใหม่ ในอนาคตได้ ข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจําสํารองนี้มีทั้ง สารสนเทศและข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการประมวลผลและสารสนเทศต่าง ๆ ก็ได้ ทําให้มีขนาดใหญ่กว่าข้อมูลที่ บันทึกในหน่วยความจําหลัก 3.4 หน่วยแสดงผล (Output Unit) ทําหน้าที่ติดต่อสื่อสารและแสดงผลต่อผู้ใช้งาน ทั้งในขณะที่ประมวลผล และหลังจากการ ประมวลผลเสร็จแล้ว ซึ่งจะรับสารสนเทศที่ได้จากหน่วยประมวลผลกลางมาแปลงให้เป็นข้อมูล หรือสารสนเทศในรูปแบบที่ ผู้ใช้งานเข้าใจ โดยทั่วไปจะใช้จอภาพ (Monitor) เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานเป็นหลัก 4. ประเภทของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีหลากหลายประเภท โดยขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง แต่ในที่นี้จะใช้เกณฑ์ ของขนาดและ สมรรถนะเป็นหลักในการแบ่งประเภท ซึ่งแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้ 4.1 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะการทํางานสูงและรวดเร็วที่สุดในการประมวลผลข้อมูล เครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ เหมาะสําหรับการทํางานที่ต้องการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน มีตัวแปรที่เข้ามา เกี่ยวข้องมากมาย เช่น ระบบควบคุมพลังงาน ต่าง ๆ ระบบพยากรณ์อากาศ การวัดปริมาณแก๊ส ไปจนถึง การคํานวณด้านอวกาศ ฯลฯ 4.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะการทํางานรองลงมาจากเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับ การทํางานของข้อมูล ขนาดใหญ่ได้ และรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานหลายคนได้พร้อม ๆ กัน โดยคอมพิวเตอ ประเภทนี้มักจะนํามาใช้ในองค์กร ขนาดใหญ่ เช่น ระบบงานสายการบิน ระบบงานธนาคาร และระบบโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ฯลฯ 4.3 มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม แต่มีสมรรถนะการทํางานที รองลงมา แต่ก็สามารถ ทํางานตอบสนองผู้ใช้งานได้หลายคนในเวลาเดียวกันได้ ส่วนมากพบว่ามีการใช้งานใน องค์กรขนาดกลาง สถาบันวิจัย และ สถาบันการศึกษา เป็นต้น 4.4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่มีสมรรถนะสูงแต่ราคาไม่แพง ใช้เป็น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ สามารถนํามาใช้งานได้หลากหลายประเภทตามความต้องการของแต่ละคน ส่วนมากมักจะถูก นํามาใช้งานส่วนตัว เช่น งานเอกสาร งานติดต่อสื่อสาร งานออกแบบ และงานบันเทิง ฯลฯ 4.5 คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Mobile Computer) เป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานสามารถนําติดตัวหรือเคลื่อนย้ายไปใช้ ในสถานที่ ต่างๆ ได้โดยสะดวก มีขนาดเล็ก กะทัดรัด มีสถานะเป็น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลประเภทหนึ่ง เช่น แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์
(Laptop Computer/Notebook Computer) สมาร์ตโฟน (Smartphone) และแท็บเล็ต (Tablet) ฯลฯ ซึ่งแต่ละชนิดอาจใช้ ระบบปฏิบัติการที่ แตกต่างกันไป มักถูกนํามาใช้งานในหลายประเภท โดยในปัจจุบัน แนวโน้มของการใช้อุปกรณ์ในกลุ่มนี้มี เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนนําหน้า เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์แล้ว สําหรับในที่นี้จะเน้นการนําเสนอวิธีใช้งานเฉพาะเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่ง เป็นคอมพิวเตอร์ ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้งานในชั้นเรียน ส่วนประกอบและการใช้งานไมโครคอมพิวเตอร์ การใช้งานเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์มีลักษณะที่ไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ประเภทอื่นมากนักโดยทั่วไปแล้ว มีองค์ประกอบของ การใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ 3 ส่วน ดังนี้ 1) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือ การใช้งานบรรดาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถ สัมผัสหรือจับต้องได้ ซึ่ง ประกอบด้วยส่วนนําเข้า (Input Unit) ส่วนประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) และส่วนแสดงผล (Output Unit) โดย ฮาร์ดแวร์ของไมโครคอมพิวเตอร์ จะประกอบด้วย (1) CPU (Central Processing Unit) คือ หน่วยประมวลผลกลาง ที่ทําหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ตามคําสั่งของ โปรแกรม เปรียบเสมือนสมองส่วนกลางของไมโครคอมพิวเตอร์ (2) เมาส์ (Mouse) คือ อุปกรณ์ชี้ตําแหน่งหรือชี้คําสั่ง เพื่อสั่งการหรือควบคุมการทํางานของ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จัดเป็นส่วนนําเข้า (Input Unit) ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย (3) แป้นพิมพ์ (Keyboard) คือ อุปกรณ์สําหรับป้อนคําสั่งหรือข้อมูลโดยวิธีการพิมพ์ข้อความ เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ จัดเป็นอุปกรณ์ส่วนนําเข้า (Input Unit
(4) จอภาพ (Monitor) คือ อุปกรณ์แสดงผลการทํางานของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เป็น อุปกรณ์ติดตามการ ทํางานหรือดูผลลัพธ์จากการประมวลผล จัดเป็นส่วนนําออก (Output Unit 2) ซอฟต์แวร์ (Software) คือ ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นแล้วนําเข้าสู่เพื่อ ทําหน้าที่สั่งการหรือควบคุมให้เครื่อง คอมพิวเตอร์สามารถทํางานได้ โดยซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) ซอฟต์แวร์ระบบ (Operating Systemโปรแกรมปฏิบัติการที่ควบคุมสั่งการให้ บรรดาฮาร์ดแวร์สามารถงานถือ โปรแกรมจําเป็นมีในคอมพิวเตอร์เครื่อง เช่น โปรแกรม Microsoft Windows (2) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Programคือ โปรแกรมถูกเขียนขึ้นมาแล้วเข้าสู่ คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้สั่งการ คอมพิวเตอร์ในความต้องการงาน โดยโปรแกรม เหล่าทําภายใต้โปรแกรม Utilities และเกม ฯลฯ (3) พีเพิลแวร์ Peopleware) บรรดามนุษย์ผู้เกี่ยวข้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้เป็น กลุ่มวิเคราะห์และออกแบบระบบ System Analystกลุ่มนักพัฒนาโปรแกรม Programmer/Developerกลุ่มโปรแกรม End Userซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะมีความ ความสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์แตกต่าง
5. เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การนําความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มา พัฒนาเป็น สิ่งประดิษฐ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยช่วยให้มนุษย์สามารถทํางานได้รวดเร็วขึ้น แม่นยํามากขึ้น และได้ปริมาณผลงาน เพิ่มขึ้นในเวลาที่น้อยลง เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือ IT หมายถึง การนําเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และ การสื่อสารมา ใช้จัดการข้อมูล (Data) เพื่อให้ได้ข่าวสาร (Information) ออกมาอย่างรวดเร็วและแม่นยํายิ่งขึ้นเพื่อ ให้ทันต่อการใช้งาน โดย เทคโนโลยีสารสนเทศจะครอบคลุมการจัดการข้อมูล ทั้งการนําเข้าข้อมูล (Data Input) การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) การส่งออกข่าวสาร (Information Output) และรวมถึงการสื่อสารข้อมูล (Data Communication) ด้วย 6. ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์ โดยช่วยให้มนุษย์สามารถทํางานได้อย่าง รวดเร็ว แม่นยํา และได้ผลงานเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ การค้า การเกษตร การอุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข และด้านความบันเทิง เป็นต้น 6.1 เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในด้านการทํางาน ในปัจจุบันไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็จะเห็นแต่เครื่องมือทางเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ (Computer) สมาร์ตโฟน (Smartphone) แท็บเล็ต (Tablet) หรือบรรดาอุปกรณ์ฝังตัว (Embedding Chips) ในเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่าง ๆ ที่ช่วย ให้สามารถทํางานได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งการเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยํา และการเพิ่มปริมาณผลงาน ซึ่งช่วยให้ผลงานทั้งหลายถูกนํามาใช้ประโยชน์ได้ทันเวลาตามที่ต้องการด้วยวิธีที่ ไม่ยากลําบากเหมือนสมัยก่อน เช่น บริการฝาก-ถอนเงินผ่าน ATM การรับ-จ่ายเงินผ่านสมาร์ตโฟน (Smartphone) ระบบการติดต่อสื่อสาร การจองบัตรเข้าชมการแสดง การจัดทําบัญชีและการควบคุมสินค้าคงคลังตามห้างร้าน ระบบการคํานวณและชําระภาษี ระบบข้อมูลเพื่อการตรวจรักษาทางการแพทย์ ระบบการลงทะเบียนต่าง ๆ ฯลฯ 6.2 เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในด้านการสื่ อสาร การสื่อสารในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสื่อกลางที่สําคัญ ต้องกระจายข่าวสารต่าง ๆ ให้กว้างขวางมากขึ้น และมีผู้รับสารนั้น มากขึ้นด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีความสะดวกรวดเร็ว เช่น การกระจายข่าวสารบนเว็บไซต์ การส่ง อีเมลในสํานักงาน ฯลฯ 6.3 เทคโนโลยีสารสนเทศด้านบริการ การให้บริการด้านตาด้านอยู่ในรูปแบบของการใช้โลกออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้สะดวกต่อผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ สามารถให้บริการได้ โดยไม่ต้องมายงสารใช้โลกออนไลนนที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริการ เช่น การโอนเงินในระบบ พองาม ขอางได้ โดยไม่ต้องมายังสํานักงานอเรือองค์กานบาร์โค้ดของร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ 6.4 เทคโนโลยีสารสนเทศด้านชีวิตประจําวัน มนุษย์เรานั้นอยู่กับเทคโนโลยีทุก 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร เพราะ ในปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความครบ ครันต่อการใช้งานของมนุษย์ให้สามารถทํางานได้ในเครื่องเดียว (Smartphone) โน้ตบุ๊ก (Notebook) แท็บเล็ต (Tablet) ฯลฯ
แบบทดสอบหลังเรียน คําสั่ง จงทําเครื่องหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด 1.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของคอมพิวเตอร์ ก. ระบบการทํางานแบบอัตโนมัติ ข. เครื่องจักรกลที่ใช้ในการคํานวณโดยวิธีทาง คณิตศาสตร์ ค. เครื่องจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ที่ทําหน้าที่เหมือน สมองกล เปรียบเทียบคําสั่งที่ง่ายและซับซ้อน ง. การประยุกต์ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาอํานวย ความสะดวกในการทํางาน จ. ระบบงานที่ลดกระบวนการทํางานที่ซับซ้อนและ ยุ่งยาก 2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ ก. อุปกรณ์ต่อพ่วง ชุดคําสั่ง ข. ชิ้นส่วน โปรแกรม ค. ระบบปฏิบัติการ ชุดคําสั่ง ง. อุปกรณ์ต่อพ่วง ชิ้นส่วน จ. สมาร์ตโฟน แอปพลิเคชัน 3. คอมพิวเตอร์ที่จัดว่ามีเสถียรภาพในการทํางานได้ อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดคือคอมพิวเตอร์ ประเภทใด ก. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ข. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ค. ไมโครคอมพิวเตอร์ ง. มินิคอมพิวเตอร์ จ. คอมพิวเตอร์แบบพกพา
4. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในปัจจุบันจัดเป็นคอมพิวเตอร์ ประเภทใด ก. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ข. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ค. ไมโครคอมพิวเตอร์ ง. มินิคอมพิวเตอร์ จ. คอมพิวเตอร์แบบพกพา 5. อุปกรณ์ในข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบพื้นฐานของ ไมโครคอมพิวเตอร์ ค. เครื่องพิมพ์ ข. หน้าจอ จ. แป้นพิมพ์ ง. หน่วยประมวลผลกลาง 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ก. เป็นส่วนประกอบที่ทําหน้าที่เหมือนสมอง ข. Center Process Unit ค. เป็นส่วนประกอบในการนําเข้าข้อมูล ง. เป็นส่วนประกอบในการแสดงผลข้อมูล จ. การเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์ 7. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับระบบการทํางานของคอมพิวเตอร์ ก. การทํางานของคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ข. การนําเข้าข้อมูล การประมวลผล การแสดงผล หน่วยความจํา ค. การนําเข้าข้อมูล การแสดงผล หน่วยความจํา ง. การนําเข้าข้อมูล การประมวลผล หน่วยความจํา จ. การประมวลผล หน่วยความจํา การแสดงผล
8. บุคคลใด ไม่จัด อยู่ในบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ (Peopleware) ก. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ ข. นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ค. พนักงานขายคอมพิวเตอร์ ง. เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ จ. ผู้ดูแลระบบ 9. บุคคลใดต่อไปนี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เกิดประโยชน์มากที่สุด ก. ฟ้าใสใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นช่องทาง ในการขายของ ข. เจมส์ใช้ไลน์ (Line) เป็นช่องทางในการสนทนากับ เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ค. เอมมี่อัปโหลดรูปกิจกรรมในแต่ละวันผ่านอินสตาแกรม (Instagram) เพื่อเรียกยอดติดตาม ง. ลูกหมีใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อลงแข่งขัน เกม ROV ในกลุ่มเพื่อน จ. ยาหยีใช้กลุ่มไลน์ (Line) ไว้วิดีโอคอลคุยกับเพื่อน 10. เทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด ไม่สนับสนุน งาน ด้านการศึกษา ก. CAI ข. Google Meet ค. Google Map ง. Zoom จ. Google Classroom
แบบทดสอบก่อนเรียน คําสั่ง จงทําเครื่องหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดคือระบบปฏิบัติการสําหรับคอมพิวเตอร์ ก. iOS13 ข. Android ค. Unix ง. Windows Phone จ. MeeGo 2. ระบบปฏิบัติการในข้อใดสามารถใช้งานฟรี ไม่เสีย ค่าลิขสิทธิ์ ก. MacOS ค. Windows 8 ข. Windows 10 ง. Ubuntu จ. Linux 3. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ก. ถูกพัฒนาขึ้นมาจากระบบปฏิบัติการ Windows 8 ข. อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ของบริษัท IBM ค. สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ ง. ต้องการพื้นที่ในการติดตั้งระบบอย่างน้อย 10 Gb จ. ไม่สามารถติดตั้งลงใน MacBook ได้ 4. ระบบปฏิบัติการ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด ก. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ข. ซอฟต์แวร์ระบบ ค. ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ ง. ซอฟต์แวร์ควบคุม จ. ซอฟต์แวร์สําเร็จรูป 5. การปรับแต่งรูปแบบธีมภายในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ต้องเลือกเมนูใด ก. Background ข. Colors ค. Lock screen ง. Themes จ. Taskbar
6. การตั้งค่าล็อกหน้าจอในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ต้องเลือกที่เมนูใด ก. Start ข. Sleep ค. Lock screen ง. Lock Work จ. Taskbar จากภาพใช้ตอบคําถามข้อ 7-10 7. icon หรือทางลัดในการเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ 8. แถบโปรแกรมด่วนสําหรับการเรียกใช้งานโปรแกรมที่ใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว 9. แถบระบบสําหรับแสดงค่าสถานะการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ 10. แถบเมนูและการค้นหาข้อมูล
1. ความรู้เกี่ ยวกับระบบปฏิบัติการ ตามที่กล่าวในหน่วยที่ 1 เกี่ยวกับโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ (Software) ไว้ว่า ซอฟต์แวร์ (Software) มี 2 ประเภท คือ โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) กับโปรแกรมประยุกต์ใช้งาน (Application Software) โดยในหน่วยนี้จะ นําเสนอเฉพาะเรื่องของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการ (Operating System หรือ OS) คือ ซอฟต์แวร์ (Software) ที่เป็นส่วนประกอบที่สําคัญ สําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าหากคอมพิวเตอร์ไม่มีระบบปฏิบัติการก็จะไม่สามารถทํางานอะไรได้ ระบบปฏิบัติการ เปรียบเสมือนสมองที่ทําหน้าที่ควบคุมทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันเป็นคอมพิวเตอร์ โดยทําให้ทุก อุปกรณ์สามารถ ทํางานได้ตามปกติ แจ้งเตือนความผิดปกติของอุปกรณ์ ควบคุมระบบเวลาของเครื่อง ควบคุม การรับ-ส่ง จัดเก็บ ข้อมูลและโปรแกรม และควบคุมการทํางานของหน่วยประมวลผล ซึ่งระบบปฏิบัติการที่ใช้ อยู่ในปัจจุบันมีด้วยกัน หลายชนิด โดยแต่ละชนิดถูกสร้างขึ้นให้เหมาะกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละแบบ เช่น โปรแกรม Microsoft Windows, MacOS, Unix, Linux, Android และ iOS ฯลฯ ในหน่วยนี้จะกล่าวถึงเฉพาะโปรแกรมระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows เท่านั้น เพราะเป็นระบบปฏิบัติการ ที่มี ใช้ในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์มากที่สุด 2. ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft Windows) ไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft Windows) คือ ระบบปฏิบัติการชนิดหนึ่งที่ติดตั้งบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่ง สร้างขึ้นและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยบริษัทไมโครซอฟท์แห่งสหรัฐอเมริกา มีพัฒนาการมาหลายรุ่นอย่าง ต่อเนื่อง และเป็นระบบปฏิบัติการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดหา และรุ่นล่าสุดของระบบปฏิบัติการนี้ คือ Windows 10 สําหรับ Windows 10 นั้น ถูกพัฒนามาจาก Windows 8 โดยมีการปรับปรุงและแก้ไขจุดบกพร่องหลาย อย่าง รวมทั้งพัฒนาความสามารถที่มากขึ้น เช่น พัฒนาให้สามารถทํางานได้ในหลายอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ แบบ ตั้งโต๊ะและแบบเคลื่อนที่
3.ส่วนประกอบบนหน้าจอระบบปฏิบัติการ Windows 10 หมายเลข1 คือ icon เป็นตัวแทนของโปรแกรมหรือไฟล์ที่ถูกนํามาวางโชว์ไว้หน้าแรก เพื่อสะดวกต่อการทํางาน หมายเลข2 คือ แถบโปรแกรมด่วนที่สะดวกต่อการเรียกใช้งานอย่างรวดเร็ว หมายเลข3 คือ แถบระบบที่แสดงค่าสถานะของคอมพิวเตอร์ เช่น เสียง วันที่และเวลา ภาษา หมายเลข4 คือ แถบเมนูและเครื่องมือค้นหา เป็นเครื่องมือในการนําทางไปยังโปรแกรมต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้บน เครื่องคอมพิวเตอร์ หากหาโปรแกรมไม่พบสามารถใช้เครื่องค้นหาในการนําทางไปยังโปรแกรมนั้นๆ ได้อย่าง สะดวกและรวดเร็ว
แบบทดสอบหลังเรียน คําสั่ง จงทําเครื่องหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดคือระบบปฏิบัติการสําหรับคอมพิวเตอร์ ก. iOS13 ข. Android ค. Unix ง. Windows Phone จ. MeeGo 2. ระบบปฏิบัติการในข้อใดสามารถใช้งานฟรี ไม่เสีย ค่าลิขสิทธิ์ ก. MacOS ค. Windows 8 ข. Windows 10 ง. Ubuntu จ. Linux 3. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ก. ถูกพัฒนาขึ้นมาจากระบบปฏิบัติการ Windows 8 ข. อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ของบริษัท IBM ค. สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ ง. ต้องการพื้นที่ในการติดตั้งระบบอย่างน้อย 10 Gb จ. ไม่สามารถติดตั้งลงใน MacBook ได้ 4. ระบบปฏิบัติการ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด ก. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ข. ซอฟต์แวร์ระบบ ค. ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ ง. ซอฟต์แวร์ควบคุม จ. ซอฟต์แวร์สําเร็จรูป 5. การปรับแต่งรูปแบบธีมภายในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ต้องเลือกเมนูใด ก. Background ข. Colors ค. Lock screen ง. Themes จ. Taskbar
6. การตั้งค่าล็อกหน้าจอในระบบปฏิบัติการ Windows 10 ต้องเลือกที่เมนูใด ก. Start ข. Sleep ค. Lock screen ง. Lock Work จ. Taskbar จากภาพใช้ตอบคําถามข้อ 7-10 7. icon หรือทางลัดในการเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ 8. แถบโปรแกรมด่วนสําหรับการเรียกใช้งานโปรแกรมที่ใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว 9. แถบระบบสําหรับแสดงค่าสถานะการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ 10. แถบเมนูและการค้นหาข้อมูล
บรรณานุกรม จรัส อติวิทยาภรณ์. (2550), ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 2. สงขลา : ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย ทักษิณ. จารึก ชูกิตติกุล. (2548). เทคโนโลยีสารสนเทศคุณภาพ : ปรัชญาสาระ และวิทยานิพนธ์. ม.ป.ท. ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ. (2548). การจัดการสารสนเทศเบื้องต้น, กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท ดวงพร เกี่ยงคํา. (2563). คู่มือใช้ งาน Office 2019/Office 365. นนทบุรี : ไอดีซี พรีเมียร์ (2562). Excel Expert Skills รวมเทคนิค และประสบการณ์ขั้น Advance จากมืออาชีพตัวจริง นนทบุรี : อินโฟเพรส. ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ (2551). ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : แชทโฟร์ พริ้นติ้ง นิรนาม. (2548). คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีชั้นสูง, วารสาร 8, ห วารสาร 8, หน้า 1-16. นันรณา จําลอง. (2562). การประยุกต์โปรแกรมตารางงานเพื่องานบัญชี. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น วศิน เพิ่มทรัพย์ และคณะ. (2562). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : โปรวิชั่น วิโรจน์ ชัยมูล และสุพรรษา ยวงทอง. (2552). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ กรุงเทพฯ : โปรวิชั่น สมพิศ โกศัลวัฒน์, พรชัย จิตต์พานิชย์ และพรพรรณ ประชาพิพัฒ. (2547). ระบบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น กรุงเทพฯ : ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สุพรรษา ยวงทอง. (2558). ความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : โปรวิชั่น Sawyer, Stacey C, WilliamsBrain KHutchinson and Sarah E(1997). Using Information Technology: A Practical Introduction to Computer & Communications. second edition, Irwin. เอกสารอ้างอิงออนไลน์ เกียรติศักดิ์ ตันติจริยาพันธ์(ม.ป.ป.. กฎหมายและจริยธรรมวิชาชีพทางคอมพิวเตอร์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัย พะเยา. เข้าถึงได้จาก : https://www.ict.up.ac.th/thanawats/gpeasy/data/_uploaded/ file/intro_comsci/10.pdf Algonquin College of Applied Arts and Technology. (2020). Microsoft Office Tutorials. From: https:// algonquincollege.libguides.com/student-survival-guide/office-tutorials Microsoft. (2020). ความช่วยเหลือและการเรียนรู้สําหรับ Microsoft 365. From: https://support. microsoft.com/thth/microsoft-365 Teacher's Tech, (2020). Microsoft Office Tutorials. From: https://www.youtube.com/playlist?list= PLmkaw6oRnRv8UYcRLpxon4rPQm_pud8nd
Wikiversity. (2020). Introduction to Computer Science. From: https://en.wikiversity.org/ wiki/Introduction_to_Computer_Science