The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อารยธรรมของโลกยุคโบราณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Piyanut Pojeen, 2023-06-30 00:06:01

อารยธรรมของโลกยุคโบราณ

อารยธรรมของโลกยุคโบราณ

Keywords: อารยธรรมของโลกยุคโบราณ

อารยธรรมของโลก อารยธรรมของโลก ยุยุยุคยุคโโบบรราาณณ


Table of contents 01 อารยธรรมสำ คัญของโลกตะวันตก 02 อารยธรรมสำ คัญของโลกตะวันออก 03 การติดต่อระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก และอิทธิพลทางอารยธรรมที่มีต่อกัน


อารยธรรมสำ คัญ ของโลกตะวันตก อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์ อารยธรรมกรีก อารยธรรมโรมัน


1. สมัยอาณาจักรซูเมเรีย - อยู่บริเวณแม่น้ำ ไทกริส-ยูเฟรทีส - คิดค้นชลประทานและการระบายน้ำ - สร้างสังคมเมือง จัดตั้งเป็นนครรัฐ 12 นครรัฐ - ประดิษฐ์อักษรครั้งแรก คือ อักษรคูนิฟอร์ม หรืออักษรลิ่ม - ประดิษฐ์จานหมุนปั้นดินเผา ประดิษฐ์คันไถ - วรรณกรรม : มหากาพย์กิลกาเมช - สถาปัตยกรรม : ซิกกูแรต สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า - หมดอำ นาจเมื่อเผ่า อีลาไมต์ (อิหร่านในปัจจุบัน) ทำ ลายเมือง อารยธรรมเมโสโปเตเมียมี


2. สมัยอาณาจักรบาบิโลนเก่า - มีการย้ายขึ้นทางเหนือไปยังอัคคัดโดยเผ่าอะมอไรต์ ศูนย์อำ นาจอยู่ที่กรุงบาบิโลน ใช้ภาษาในตระกูลเซมิติก - ประมวลกฎหมายฮัมบูราบี ถือหลัก "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ในการลงโทษ เป็นการสร้างระเบียนวินัย - หมดอำ นาจเมื่ออาณาจักรเริ่มอ่อนแอ จนเข้าสู่ยุคมืด และพวกอัสซีเรียเข้ามารุกราน อารยธรรมเมโสโปเตเมียมี


3. สมัยจักรวรรดิอัสซีเรีย - เป็นเจ้าแห่งดินแดนวงพระจันทร์เสี้ยวไพบูลย์ ศูนย์กลางเมืองนิเนเวห์ - นิยมสร้างวังที่ตกแต่งด้วยภาพประติมากรรมนูนต่ำ - หมดอำ นาจเมื่อพวกคาลเดียโจมตีเมืองนิเนเวห์ อารยธรรมเมโสโปเตเมียมี


4. สมัยอาณาจักรคาลเดีย หรือบาบิโลนใหม่ - บ้านเมืองใหญ่โตมีกำ แพงใหญ่ล้อมรอบ - สร้างวังหลายชั้นและปลูกต้นไม้ไว้ทุกชั้น จนได้ชื่อว่า สวนลอยแห่งบาบิโลน - สนใจดาราศาสตร์ แบ่งสัปดาห์เป็น 7 วัน , พยากรณ์ สุริยุปราคา และสนใจโหราศาสตร์ - หมดอำ นาจเมื่อเปอร์เซียยึดครอง อารยธรรมเมโสโปเตเมียมี


5. สมัยแห่งอาณาจักรขนาดเล็ก 5.1 พวกฟินีเชีย สร้างเรือเดินสมุทรไปเกาะอังกฤษ เครื่องเรือน เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ เครื่องประดับ 5.2 พวกฮิบรูหรือยิว แสวงหาดินแดนแห่งคำ สัญญา ได้แก่ ดินแดนปาเลสไตน์ มรดกสำ คัญ คือ การนับถือ พระเจ้าองเดี่ยว ได้แก่ พระยาห์เวห์ พระเยโฮวาห์ พระเป็นเจ้า และนับถือศาสนายูดาห์ อารยธรรมเมโสโปเตเมียมี


ที่ตั้ง : ลุ่มแม่น้ำ ไนล์ ประกอบด้วยพื้นที่ 2ส่วน คือ อียิปต์บนและอียิปต์ล่าง การปกครอง : มีฟาโรห์ปกครองสูงสุด มีสถานะเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทพเจ้า ด้านวิทยาการ : สร้างปฏิทิน คิดค้นระบบชลประทาน กระดาษปาปิรุส ฐานวิชาฟิสิกส์ เรขาคณิต สถาปัตยกรรม : สร้างพีระมิด เพื่อใช้เป็นสุสานขนาดใหญ่ วรรณกรรม : คัมภีร์ของผู้ตาย ประดิษฐ์อักษร : อักษรไฮโรกลิฟิก ต่อมาพัฒนาเป็น อักษรเฮียราติก หมดอำ นาจ : อำ นาจของฟาโรห์ลดลง ได้มีเปอร์เซีย กรีก และโรมัน มาปกครองตามลำ ดับ อารยธรรมอียิปยิ ต์


เป็นอารยธรรมทางทะเล มีรากเหง้าของอารยธรรมกรีก ได้แก่ 1. อารยธรรมมิโนน - เกิดขึ้นที่เกาะครีตในทะเลอีเจียน - สินค้าส่งออก ได้แก่ น้ำ มันมะกอก เหล้าองุ่น - เป็นที่ตั้งของวังคนอสซุส เป็นร่องรอยของอารยธรรม - มีระบบน้ำ ประปาและชักโครก อารยธรรมกรีก รี


2. อารยธรรมไมซินี - เป็นที่ตั้งของอารยธรรม ได้แก่ ชุมชนเล็กๆทั่วไปในคาบสมุทร เพโลพอนนีซัส - ชำ นาญในการเดินเรือไปค้าขาย - สินค้าส่งออก ได้แก่ น้ำ มันมะกอก - มรดกรูปบูชาเทพซุส เฮรา และโพไซดอน - วรรณกรรม เรื่องมหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีย์ อารยธรรมกรีก รี


3. อารยธรรมเฮเลนหรืออารยธรรมกรีก - จัดตั้งนครรัฐหรือโพลิส มีอะโครโพลิส : เมืองป้อมปราการ - การเฉลิมฉลองเทพซุส เป็นต้นกำ เนิดของกีฬาโอลิมปิก - เอเธนส์ เป้ยนครรัฐที่โดดเด่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย - สปาร์ตา เป็นนครรัฐระบอบปกครองแบบเผด็จการทหาร - สงครามเพโลพอนนีเชียน เป็นสงครามระหว่างเอเธนส์กับสปาร์ตา สงครามนำ มาซึ่งความวิบัติสู่นครรัฐกรีก - รูปแบบสถาปัตยกรรมวิหารของกรีกนิยมสร้างด้วยหินอ่อน - งานประติมากรรม จะสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ของมนุษย์ อารยธรรมกรีก รี


( - F ไ o ด้ r ด้ มี u มี ชุ m ชุ มชนของชาวละติน และจัดตั้งสถานที่ชุมนุม เรียกว่า ฟอรัม ) - ชาวละตินถูกพวกอีทรัสกัน (Etruscan) เข้ารุกราน 1. สมัยสาธารณรัฐ - ระยะแรกกรุงโรมปกครองในระบอบกษัตริย์ - พวกพาทรีเชียน ล้มระบอบกษัตริย์ และจัดตั้งระบอบการ ปกครองแบบสาธารณรัฐ ทั้ - ทั้ ง ก พ ฎ ว ห ก ม พ ายสิบสองโต๊ะ (Law of the Twelve Tables) ทำ ให้ าทรีเชียน และเพลเบียน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน อารยธรรมโรมัน มั


2. สมัยจักรวรรดิ - ออตตาเวียน นายทหารผู้กุมอำ นาจสูงสุดของกรุงโรม ช่วงกึ่งกลางทศวรรษที่ 4 - แอนโทนี คู่แข่งทางการเมืองคนสำ คัญ ซึ่งปกครองอียิปต์ ร่วมกับคลีโอพัตรา - ประติมากรรมรูปจักรพรรดิออกัสตัส จักรพรรดิองค์แรก ของจักรวรรดิโรมัน - จักรพรรดิคอนสแตนติน ทรงสร้างกรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เพื่อแบ่งเบาภาระของกรุงโรม อารยธรรมโรมัน มั


3. มรดกทางวัฒนธรรม - โคลอสเซียม (Colosseum) ใช้เป็นสนามกีฬา และ การสู้กันระหว่างนักสู้กลาดิเอเตอร์ หรือกลาดิเอเตอร์สู้ กับสัตว์ร้าย - อีเนียด ประพันธ์โดยเวอร์จิล เป็นมหากาพย์ว่าด้วย ประวัติความเป็นมาของกรุงโรม และแทรกคำ สั่งสอน เกี่ยวกับหน้าที่ของพลเมืองต่อจักรวรรดิ อารยธรรมโรมัน มั


อารยธรรมสำ คัญ ของโลกตะวันออก อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ เหลือง หรือแม่น้ำ หวางเหอ อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ สินธุ


อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลือง หรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ แม่น้ำ เหลืองหรือหวางเหอเป็นแม่น้ำ สายยาวเป็นอันดับสองของจีน รองจากแม่น้ำ แยงซี หรือฉางเจียง ชื่อแม่น้ำ เหลืองได้จากดินทรายสี เหลืองที่แม่น้ำ สายนี้พัดพามาจากทิศตะวันตก ทำ ให้เกิดความอุดม สมบูรณ์ในสองฟากแม่น้ำ และในบริเวณที่แม่น้ำ สายนี้ท่วมท้น แม่น้ำ เหลือง ให้ทั้งความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก ทำ มาหากิน และทำ ให้ เกิดความหายนะทั้งทรัพย์สิน และชีวิตเมื่อแม่น้ำ เกิดท่วมท้น ดังนั้น แม่น้ำ เหลืองจึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า "แม่น้ำ วิปโยค"


1. อารยธรรมจีนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ - พบกระดูกมนุษย์โบราณ คือมนุษย์หยวนโหม่ว และมนุษย์ปักกิ่ง - ความเจริญเริ่มแรก คือ วัฒนธรรมหยางเชา - มีการเพาะปลูก ทำ เครื่องมือจับปลา เครื่องปั้นดินเผาที่มีความ สวยงามเป็นแบบลายเขียนสี - ชาวเหอมู่ตู้ เริ่มปลูกข้าวขึ้นเป็นครั้งแรก - พบกระดูกสัตว์ที่ถูกรมความร้อนเพื่อทำ ให้เกิดรอยแตก เพื่อใช้ใน การทำ นาย เรียกว่า กระดูกทำ นาย อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลืองหรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ


2. อารยธรรมจีนสมัยประวัติศาสตร์ 2.1 สมัยราชวงศ์ชาง - มีการประดิษฐ์ตัวอักษรแบบรูปภาพลงบนกระดูกสัตว์ และบน กระดองเต่า - มีการทำ เครื่องใช้ต่างๆ ด้วยสำ ริด เช่น ภาชนะบรรจุสุรา - มีการนับถือเทพเจ้าแห่งการเพาะปลูก เรียกว่า ชางตี้ - มีการทำ ปฏิทินบอกฤดูกาลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเพาะปลูก - ราชวงศ์ชางหมดอำ นาจลง ราชวงศ์โจวปกครองจีนต่อมา อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลืองหรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ


2.2 สมัยราชวงศ์โจว - มีความเจริญรุ่งเรืองทางปรัชญามาก ที่สำ คัญคือ ลัทธิขงจื๊อหรือ ลัทธิขงจื่อ และลัทธิเต๋าหรือลัทธิเต้า - ลัทธิขงจื๊อ เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การปฏิบัติตนตามฐานะ - ลัทธิเต๋า เน้นเรื่องการปฏิบัติตนตามวิถีธรรมชาติ ใช้ชีวิตสันโดษ - สามารถคำ นวณได้ว่า 1 ปีมี 365 1/4 วัน - มีการประดิษฐ์ตะเกียบ และเข็มทิศ อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลืองหรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ


2.3 ราชวงศ์ฉิน - เป็นสมัยสั้นๆเพียง 15 ปี - จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้หรือฉินสื่อหวงตี้ ได้ขยายอำ นาจให้จีนมี เขตแดนกว้างใหญ่ - มีการสร้างเชื่อมกำ แพงเมืองจีนให้เป็นแนวเดียวกัน เพื่อป้องกัน การรุกรานของพวกอารยนชน หรือคนป่าเถื่อน - เริ่มการปกครองในระบอบจักรพรรดิ (ฮ่องเต้หรือหวงตี้) อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลืองหรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ


2.4 สมัยราชวงศ์ฮั่น - เป็นสมัยที่จีนมีความเจริญรุ่งเรืองและคนจีนเรียกตนเองว่า "ชาวฮั่น" - เริ่มมีการสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการ (สอบจอหงวน) - เริ่มสำ รวจเส้นทางการติดต่อกับอาณาจักรทางด้านตะวันตกของจีน ต่อมาเรียกว่า เส้นทางสายไหมหรือเส้นทางสายแพรไหม - มีการปรับปรุงปฏิทินจันทรคติ ประดิษฐ์กระดาษใช้จดบันทึก และประดิษฐ์เครื่องมือวัดแผ่นดินไหว - พระถังซำ จั๋ง แปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาจีน อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ เหลืองหรือ รืแม่น้ำ ม่ น้ำ หวางเหอ


อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ สิน สิ ธุ สินธุ (Indus) เป็นแหล่งกำ เนิดอารยธรรมอินเดีย อีกทั้ง เป็นที่มาของชื่ออินเดีย ต้นกำ เนิดของแม่น้ำ สินธุ คือ ภูเขาหิมาลัย ทางเหนือ แต่ความสูงและกว้างใหญ่ของภูเขาหิมาลัยไม่สามารถ สกัดกั้นผู้คนเข้ามาในอินเดียได้ โดยผู้คนเหล่านั้นใช้ช่องเขาเป็น เส้นทางผ่าน ปัจจุบันแม่น้ำ สินธุอยู่ในประเทศปากีสถาน ซึ่งได้ แยกตัวออกจากอินเดีย เมื่อ ค.ศ. 1947


อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ สิน สิ ธุ ยุคหินเก่า : ผู้คนเร่ร่อนเก็บหาอาหาร ยุคหินกลาง : นำ สุนัขป่ามาเลี้ยง ทำ เครื่องมือหิน ยุคหินใหม่ : มีการเพาะปลูก มีภาชนะใส่อาหาร รู้จักทอผ้า อยู่กันเป็นชุมชน นับถือพระแม่ธรณี ยุคโลหะ : เป็นอารยธรรมของชาวอินเดียดั้งเดิม เรียกว่า เผ่าทรวิฑ หรือ ทมิฬ 1. อารยธรรมอินเดียสมัยก่อนประวัติศาสตร์


- แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำ สินธุอยู่ที่เมืองโมเฮนโจ-ดาโร และเมืองฮารัปปา (ปากีสถาน) - พวกอารยะหรืออารยันได้เข้ามายึดบ้านและทรัพย์สินของพวก ทมิฬ แล้วให้ชาวทมิฬเป็นทาส ซึ่งเป็นที่มาของ "วรรณะ " ได้แก่ 1. พราหมณ์ เกิดจากปากของบุรุษ 2. ราชันย์หรือกษัตริย์ เกิดจากแขน 3. ไวศยะ เกิดจากขา 4. ศูทร เกิดจากเท้า 5. จัณฑาล เป็นที่รังเกียจของวรรณะอื่น อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ สิน สิ ธุ


- ยุคพระเวท ตามชื่อพระเวทที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอารยัน คือ 1. ฤคเวท ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นบทสวดอ้อนวอนให้เทพเจ้าประทาน ชัยชนะแก่ตน 2. ยชุรเวท เป็นคัมภีร์อธิบายวิธีประกอบพิธีบวงสรวง 3. สามเวท เป็นบทสวดสำ หรับการทำ พิธีบูชาด้วยน้ำ โสมในพิธี ของ บ้านเมือง หรือของกษัตริย์ 4. อถรรพเวท นับถือเทพไม่ใช่เทพ - ยุคมหากาพย์ 1. มหาภารตะ เป็นเรื่องมหาสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร ใกล้กรุงเดลี 2. รามายณะ (รามเกียรติ์) อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ สิน สิ ธุ


อารยธรรมลุ่ม ลุ่ แม่น้ำ ม่ น้ำ สิน สิ ธุ 2. อารยธรรมอินเดียสมัยประวัติศาสตร์ 2.1 ศาสนาฮินดู - พระวิษณุ และพระศิวะ เป็นผู้ช่วยให้มีชีวิตที่ดีกว่าในชาติหน้า - ยอมรับว่าทางไปสู่สัจธรรมมีหลายทาง - มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอินเดียมาก 2.2 ศาสนาพุทธ - เป็นทางเลือกของมนุษย์ที่ต้องการหลุดพ้นจากทุกข์ - หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระพุทธศาสนาแยกเป็น 2 ส่วน คือ เถรวาท ถือมติของพระเถระครั้งปฐมสังคายนา และ มหายาน ถือมติตาม อาจารย์ของตนเอง และเชื่อว่าทำ ดีได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว


การติดต่อระหว่างโลก ตะวันออกกับโลกตะวันตก และอิทธิพลทาง อารยธรรมที่มีต่อกัน


การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน โลกตะวันออกกับโลกตะวันตก มีการติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 2,000 ปีแล้ว ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือการค้าขาย การทูต การสงครามและการเผยแผ่ศาสนา การติดต่อกันทำ ให้มีการแลก เปลี่ยนทางอารยธรรม เส้นทางการติดต่อในระยะแรก คือ เส้นทาง บก ซึ่งต่อมารู้จักกันดีในชื่อ "เส้นทางสายไหม หรือเส้นทางสาย แพรไหม" ต่อมาเมื่อมีการสำ รวจทางทะเลโดยชาวโปรตุเกส ทำ ให้ เส้นทางทางทะเลซึ่งรู้จักกันในชื่อ "เส้นทางเครื่องเทศ" มีความ สำ คัญแทนที่


การขยายอำ นาจ การเผยแผ่ศาสนา สาเหตุและรูปแบบการติดต่อ ในสมัยพระเจ้าอะเล็กซานเดอร์มหาราช แห่งมาซิโดเนีย รุกรานเอเชีย มีผลทำ ให้สถาปัตยกรรมของกรีกแพร่หลายในเอเชีย การเผยแผ่ศาสนาในทวีปเอเชียด้วยกัน มีพระพุทธศาสนา และ ศาสนาอิสลาม ส่วนศาสนาที่เผยแผ่ข้ามทวีป คือ คริสต์ศาสนา การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


การแสวงหาพันธมิตร การชอบผจญภัย ในสมัยราชวงศ์ฮั่น มีการส่งทูตไปยังดินแดนทางตะวันตกของจีน เส้นทางที่เดินทางไป เรียกว่า เส้นทางสายไหม นักผจญภัย เช่น อิบน์ บัตตูตา (ชาวโมร็อกโก) ได้เดินทางไปยังดินแดน ต่างๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้นักเดินทางรุ่นหลังทำ ตาม การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


การค้าขาย มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก สินค้าของจีนโดยเฉพาะผ้าไหม เป็นที่นิยมของชาวโรมันชั้นสูง และสมัยกลางชาวยุโรปต้องการสินค้าเครื่องเทศและพริกไทย จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการแสวงหาเส้นทางเดินเรือ การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


ความต้องการสินค้าจากโลกตะวันออก ตัวอย่างการแลกเปลี่ยนอารยธรรมระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก - ชนชั้นสูงของชาวโรมัน นิยมแต่งกายด้วยผ้าไหมจีน ผ้าไหมจึงเป็นที่ต้องการ มาก - ชาวตะวันตกใช้เครื่องเทศและพริกไทยในการปรุงรสและถนอมอาหารเครื่อง เทศและพริกไทยจึงกลายเป็นของจำ เป็น - ชาวตะวันตกซื้อใบชาจากจีนจำ นวนมากไปปลูกในอาณานิคมทำ ให้การดื่มชา กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติตะวันตก เป็นต้นมา การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


เลขอารบิกและระบบการคำ นวณ - อินเดียคิดค้นระบบตัวเลขอารบิกมาใช้แทนเลขโรมัน - ชาวอินเดียยังได้คิดค้นระบบทศนิยมขึ้นมา เพื่อใช้ในการคำ นวณ - เมื่อแลกเปลี่ยนสินค้า การค้าขาย การคำ นวณผลกำ ไร ขาดทุน จึงจำ เป็นต้องใช้ความรู้ในการคำ นวณมาเพื่อหาคำ ตอบ การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


เข็มทิศ - จีนประดิษฐ์เข็มทิศได้เป็นชาติแรกของโลก ใช้เพื่อการทํานายเป็นหลัก - มีการพัฒนาเข็มทิศเพื่อใช้ในการบอกทิศทาง ในระยะแรกใช้เพื่อหา ทิศทางในการก่อสร้างบ้านเมือง - ต่อมาพัฒนาเข็มทิศไว้ใช้ในการเดินทาง เดินเรือ ชาวอาหรับได้นำ ความรู้จากเรื่องเข็มทิศจากจีนไปใช้ และชาวยุโรปก็รับมาจากอาหรับอีก ต่อหนึ่ง การติดต่อระหว่า ว่ งโลกตะวัน วั ออกกับโลกตะวัน วั ตก และอิทธิพ ธิ ลทางอารยธรรมที่มีต่ มี ต่ อกัน


Colosseum อะโครโพลิส คือ ป้อป้มปราการที่อยู่บยู่น เทือกเขาสูงสูมีรมีากศัพท์คือ Acro มา จาก Akros แปลว่าว่สูงสูและ Polis แปล ว่าว่เมือมืง ซึ่งซึ่มีอมียู่หยู่ลายจุดใน ประเทศ กรีซรี โดยทั่วไปจะมีวิมีหวิารสำ หรับรัเทพผู้ พิทัพิ ทักษ์เมือมืง อะโครโพลิสที่มีชื่มีชื่อชื่เสียสีง ที่สุดสุคือ อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ พีรพีะมิดมิ ในประเทศอียิปยิต์ เป็นป็หนึ่งนึ่ใน พีรพีะมิดมิที่เป็นป็ที่รู้จัรู้กจั โดยมีหมีลายแห่ง ใน ประเทศอียิปยิต์ เป็นป็สิ่งสิ่ก่อสร้าร้งของ ชาวอียิปยิต์โบราณสมัยมัก่อน ยุคเหล็ก โดยเฉพาะพีรพีะมิดมิคูฟูคู ฟูในหมู่พีมู่รพีะมิดมิ แห่งกิซ่าซ่นับนัเป็นป็สิ่งสิ่ก่อสร้าร้งขนาดใหญ่ ที่สุดสุที่มนุษนุย์เย์คยสร้าร้งขึ้นขึ้มา ซึ่งซึ่แสดง ให้เห็นถึงความก้าวหน้าน้ทางวิทวิยาการ ที่น่าน่อัศจรรย์ขย์องอียิปยิต์โบราณ


Thank you Thank you นางสาวปิยนุช โปจีน นางสาวปิยนุช โปจีน เลขที่ 19 ชั้น ม.5/1 เลขที่ 19 ชั้น ม.5/1


Click to View FlipBook Version