The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทักษะพื้นฐานและการฝึกหัดการแสดงละคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องเรียนครูวรัชญา, 2021-12-14 02:33:06

ทักษะพื้นฐานและการฝึกหัดการแสดงละคร

ทักษะพื้นฐานและการฝึกหัดการแสดงละคร

๑๑

ทักษะพื้นฐานและการฝึกหดั การแสดงละคร

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
• อธิบายอทิ ธพิ ลของนกั แสดงชื่อดงั ที่มผี ลต่อการโนม้ นา้ วอารมณ์ หรือความคดิ ของผ้ชู มได้

เทคนิคการแสดงพ้นื ฐาน

การสร้างความเช่ือ

• การสวมบทบาทของตวั ละครในเรื่องน้นั นักแสดงจะตอ้ งสร้างความเชอื่ ให้ผ้ชู มเกิดความเชอื่ ใหไ้ ด้ว่าตน และอุปกรณต์ ่างๆ
ทีป่ ระกอบฉากในเรอื่ งเปน็ เรอ่ื งจรงิ การทน่ี กั แสดงจะตีบทไดอ้ ย่างสมจรงิ น้ันจะตอ้ งศึกษาบทละคร และตัวละครที่ตนตอ้ ง
แสดงอยา่ งละเอยี ดทุกแง่ทกุ มมุ นบั ตั้งแต่บคุ ลกิ ลกั ษณะนสิ ัยของตวั ละคร กิริยาท่าทาง อารมณข์ องตัวละคร

การแสดงรว่ มกบั ผู้อื่น

• การแสดงละคร นักแสดงจะต้องแสดงรว่ มกบั ตวั ละครอื่นๆ ในเร่ือง ในการฝกึ ซอ้ มละคร นักแสดงจะต้องฝึกการเจรจา
กับนักแสดงร่วม ไม่ควรทอ่ งบทเพยี งลำพงั คนเดียว ทั้งน้ีเพื่อจะได้สัมผัสกบั ปฏกิ ิรยิ าของตัวละครอ่นื ๆ

• ในฉากทม่ี ีตัวละครเปน็ จำนวนมากท่ีเป็นตวั ประกอบประเภทสมั พันธ์กบั บท ท่ีเสริมลกั ษณะเรอ่ื งใหส้ มจริง เชน่ ประชาชน
ทหาร ไพร่พล เปน็ ต้น นกั แสดงตอ้ งส่อื ประสานไดท้ งั้ ตัวละครทเี่ ปน็ ตวั เอก ตวั สำคัญ และตัวประกอบ แม้วา่ ตัวละครทเี่ ปน็
ตวั ประกอบจะไม่มบี ทพูดแต่กต็ อ้ งแสดงบคุ ลิกลักษณะให้สมบทบาทตามเนือ้ เรือ่ งเพราะตวั ละครท่แี สดงอยู่บนเวทตี อ่ หน้า
ผชู้ มมีความสำคัญทุกตวั

องค์ประกอบของการแสดงละคร

องคป์ ระกอบของการแสดงละครประกอบไปด้วยสิง่ ต่างๆ ที่สำคัญดังน้ี

๑ การสมมติ
นักแสดงตอ้ งสมมตวิ ่า ถา้ ตนเป็นตวั ละครทเ่ี ขาสวมบทบาทอยู่เขาจะทำอย่างไรต่อสถานการณท์ ่ีกำลงั เผชิญอยู่

๒ สถานการณจ์ ำลอง
นักแสดงต้องมีความเขา้ ใจวา่ ในสถานการณ์ตามท้องเรอื่ งท่เี ขาต้องแสดงนน้ั ตัวละครทีเ่ ขาสวมบทบาทอย่จู ะทำ
อะไรและเพราะเหตุใดตอ้ งกระทำเชน่ นน้ั เพอื่ ทำใหบ้ ทบาทการแสดงทสี่ อื่ ออกมาได้เหมอื นจริง

๓ จินตนาการ
สำคัญมากในการแสดงละคร ถ้านกั แสดงมีจนิ ตนาการดี สามารถแสดงความรสู้ ึกนกึ คิดของตวั ละครออกมาให้
ปรากฏ และสรา้ งความประทับใจแก่ผชู้ มได้

๔ การสร้างสมาธิ
นกั แสดงตอ้ งฝกึ สมาธิท้ังในการดู และการฟัง ซ่ึงจะเป็นแรงกระตุ้นทส่ี ำคญั ในการสร้างอารมณ์ของตัวละคร

๕ ความจรงิ และความเชื่อ
นักแสดงละครจะตอ้ งมีความสามารถทำให้ผูช้ มเช่อื ว่าส่งิ ทีป่ รากฏอยูบ่ นเวทนี น้ั เปน็ จรงิ

๖ การส่ือสารสัมพันธ์
เปน็ หลกั สำคัญที่นกั แสดงอาจนำมาใช้ เพือ่ ใหม้ ปี ฏิกริ ยิ า และการปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับค่แู สดงและสถานการณ์
แวดลอ้ มในละคร อนั จะนำไปสกู่ ารสือ่ สารสัมพันธ์ทสี่ มบูรณ์

๗ การปรับเปลยี่ น
ขนึ้ อยูก่ ับวิจารณญาณของการตดั สินใจทจ่ี ะเปล่ียนแนวท่ผี ู้ชมคาดเดาไมถ่ ึง ท้ังนี้การปรับเปลี่ยนอาจจะเกดิ จาก
คำแนะนำของผูก้ ำกับการแสดงกไ็ ด้

๘ ความเร็ว และจังหวะ
การแสดงทผี่ ิดจงั หวะจะทำให้ความสมจริงบนเวทสี ญู เสียไป ความเร็ว และจังหวะจะสมั พันธก์ บั สถานการณ์ที่
เกดิ ขนึ้

๙ การรำลึกอารมณ์
เป็นวิธหี นงึ่ ที่จะช่วยสรา้ งอารมณ์ให้นักแสดง ผูก้ ำกับอาจชว่ ยแนะนำนักแสดงให้นึกย้อนไปถงึ สถานการณจ์ ริงท่ี
เคยเกดิ ขึ้นกบั ตนแลว้ พยายามเคน้ อารมณถ์ า่ ยทอดความร้สู กึ ออกมา

เทคนิคการเขยี นบทละคร ๒ ๓

รปู แบบในการสรา้ งบทละคร



บทละครที่เปน็ แบบฉบับ บทละครท่ไี มเ่ ป็นแบบฉบบั บทละครทเี่ ด็กมสี ่วนรว่ มแสดง
(Tradition Play) (Non Illusion Style) (Participatory Theatre)

• ใช้แสดงในโรงละคร • ผูเ้ ขียนบทละครควรเน้นทีก่ ารเล่าเร่ือง • เปดิ โอกาสให้เด็กมสี ่วนรว่ มในการแสดง
• เรือ่ งราวทีน่ ำมาเสนอมาจากวรรณกรรม (Story Theatre) จนิ ตนาการ เช่น ช่วยเป็นฉาก ถืออุปกรณ์ฉาก
(Imagination)
นิทานพ้นื บ้าน เชน่ รามเกยี รติ์ อเิ หนา • ผู้ชมจะนง่ั ลอ้ มดูเปน็ วง ทำใหล้ ะครกลับ
• ผ้ปู ระพนั ธบ์ ทก็ต้องเลอื กตอนทน่ี ่าสนใจ • การเริม่ เรอ่ื งเป็นการเลา่ เรอื่ งโดยใชล้ ลี า เป็นประสบการณ์ตรงที.เดก็ ๆ ได้รับ
ทา่ ทางประกอบดนตรี ตอ่ จากน้นั ใช้วธิ ี ผ้ชู มจะเชื.อในบทบาท และปฏิบตั ิ
มาเสนอ จากนั้นเปิดเรือ่ งดว้ ยฉากที่ ประสานเรอ่ื งราวตา่ งๆ เข้าดว้ ยกัน ตามที.ตวั ละครสง.ั
นำเสนอตามแบบฉบับ คือ ภาพ หรอื
เหตกุ ารณ์ สถานการณ์ของเรือ่ ง แนะนำ • การเขียนบทประเภทนีเ้ นน้ ทีบ่ รรยากาศ
ตวั ละครท่ีเปน็ ตวั เอก รูปแบบการนำเสนอ การเรยี บเรียง
เรื่องราว กฎเกณฑใ์ นการเขา้ สู่เรือ่ งและ
ออกจากเรอ่ื งเม่อื เรอื่ งจบลง

รปู แบบในการสรา้ งบทละคร (ต่อ) ๕

บทละครจากการรวบรวมขอ้ มลู และเทคนิคละครสด
บทละครเพอ่ื การศกึ ษา (Collective Improvisation Theatre)
(TIE ยอ่ มาจาก Theatre in Education)
• เปน็ ละครเพื่อการพฒั นาการเรยี นรู้ • การจะได้บทละครจากการแสดงละคร
สดนั้นจะต้องสนใจการทำงานของ
จุดม่งุ หมายเพื่อพัฒนาความคดิ ของ นักแสดงตามหวั ข้อท่ีมอบหมายใหแ้ สดง
เยาวชนในโรงเรยี น และนำข้อมลู เร่ืองราวกลับมาสูก่ ล่มุ
• การเขียนบทจะแบ่งออกเป็นฉากๆ แล้ว นกั แสดงละคร เพื่อสรา้ งตัวละคร และ
ใสโ่ ครงเรือ่ งตัวละครประมาณ ๕-๖ คน เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ตามแผนงานทีก่ ำหนด
ลงไป
• ประเด็นที่นำเสนอ มกั เป็นปญั หาการ
ขัดแยง้ เปิดโอกาสใหผ้ ้ชู มรว่ มแสดง
ความคดิ เห็น

องคป์ ระกอบของบทละคร

องคป์ ระกอบของบทละครมีสว่ นประกอบท่ีสำคัญ ดงั น้ี

โครงเรื่อง (Plot)

• การจดั ลำดบั เหตุการณต์ ้งั แตต่ น้ จนจบ ประกอบด้วยช่วงตา่ งๆ ได้แก่

ช่วงปพู ้ืน บทละครจะเร่ิมปพู ืน้ ใหผ้ ้ชู มได้รบั รูท้ ีม่ าของละครตวั เอก ตวั รา้ ย และตวั ประกอบอนื่ ๆ สือ่ ให้รวู้ า่
ชว่ งกลาง ตัวละครแต่ละตัวจะทำอะไรด้วยวตั ถปุ ระสงคใ์ ด
การเกิดอุปสรรคต่างๆ ทก่ี ระทำโดยตวั รา้ ย ทา้ ยสุดละครตัวเอกฟันฝ่าผา่ นพ้นอปุ สรรคไปได้

ช่วงสดุ ท้าย ผา่ นจดุ ตน่ื เตน้ ดำเนินไปถึงจดุ คล่ีคลาย (จบ)

ตัวละคร (Character)
• ประกอบด้วยตวั เอกซึง่ เป็นศนู ยก์ ลางของเรื่อง ตัวรองเป็นตวั สำคัญรองจากตวั เอกเป็นตัวละครที่ชว่ ยแก้ไข

สถานการณ์ ตวั ร้ายเปน็ ศตั รกู ับตัวเอก

แกน่ เรื่อง (Theme)
• แนวคดิ ทผี่ ้เู ขียนบทละครต้องการจะส่ือกับผู้ชม โดยผา่ นการแสดง เช่น ทำดีไดด้ ีทำช่ัวไดช้ ่ัว เปน็ ตน้

บทพูด (Dialogue)
• บทพดู บทละครสำหรับเยาวชนจะนยิ มบทเจรจาส้ันๆ ภาษาทใ่ี ชใ้ นการเขียนเปน็ ภาษาง่ายๆตรงไปตรงมา รวมท้ัง

ภาษาทา่ ทาง จังหวะในการแสดง อาการต่างๆ ควรมกี ารออกแบบเพอ่ื สื่อสารเร่อื งราวตา่ งๆ แกผ่ ู้ชมให้เขา้ ใจง่าย

เพลงประกอบ (Sound and Music)
• ถือได้ว่าเปน็ องค์ประกอบสำคญั ในการเชือ่ มฉาก กำหนดอารมณข์ องตัวละครทำให้ละครมีความสมจริงมากขนึ้

ภาพ และเทคนคิ (Visuals and Technique)
• ภาพ และเทคนคิ ได้แก่ ฉาก แสงไฟ ซงึ่ จะทำใหผ้ ูช้ มมีความร้สู ึกรว่ มคล้อยตามไปกบั การแสดง

บทบาทความสำคัญของนักแสดง

อิทธิพลของนกั แสดงท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมผู้ชม

๑ ทำให้ผู้ชมเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรม

เช่น การท่ลี ะครสอดแทรกเร่อื งวิธกี ารปอ้ งกนั สุขภาพของตนจากไข้หวัดสายพันธใ์ุ หม่ ทำใหผ้ ชู้ มเขา้ ใจ และนำไปปฏบิ ตั ิตาม
เปน็ ตน้

๒ ผู้ชมจะเกิดเจตคติ ค่านยิ ม และมีคุณธรรม

นกั แสดงท่ีผู้คนช่นื ชอบมาก ถ้าแสดงบทท่ีเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ี จะทำใหผ้ ้ชู มโดยเฉพาะเยาวชนมีพฤติกรรม
ที่เลียนแบบทำตามการมีคณุ ธรรมน้นั เช่น ตัวละครเรื่องเปาบุ้นจนิ้ เป็นต้น

๓ ทำใหเ้ ปล่ียนแปลงพฤติกรรมดา้ นทักษะพิสัย

ผ้ชู มจะมพี ฤตกิ รรมในการเลียนแบบตามนักแสดง นักแสดงชื่อดังจะมอี ทิ ธิพลในการโน้มนา้ วของผู้ชมเปน็ อยา่ งมากเมอ่ื นกั แสดง
พดู หรอื ทำอะไร กจ็ ะส่งผลใหผ้ ู้ชมทำตามอย่างโดยงา่ ย

การปฏบิ ัตติ นของนกั แสดง

• ไมเ่ ย่อหย่งิ อ่อนนอ้ มถ่อมตน สภุ าพเรียบร้อย มมี นุษยสัมพันธด์ ี

• ไม่เลอื กบท รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทีอ่ ย่างเตม็ ความสามารถ

• ยอมรับฟังคำวพิ ากษ์ วิจารณ์ แลว้ นำมาปรบั ปรงุ แก้ไข
• ทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่นื ได้อยา่ งมคี วามสุข ต้องทอ่ งจำบทของตนใหแ้ ม่นยำ เพราะถา้

ลืมบทจะทำใหน้ กั แสดงคนอ่นื แสดงไดล้ ำบาก
• ประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งท่ดี หี ลงั แสดง ไม่ขอ้ งแวะอบายมุข สิ่งเสพติด หรอื มีเร่ือง

เสือ่ มเสยี ในทางชูส้ าว
• ทำงานอย่างมืออาชีพ ต้องตรงตอ่ เวลา มีสขุ ภาพสมบูรณแ์ ข็งแรง มีความพรอ้ มที่

จะปฏิบตั ิงานแสดงตามท่ผี ้กู ำกับสงั่
• ใหค้ ำชีแ้ นะ และให้กำลงั ใจผรู้ ่วมแสดง ไม่โทษผู้อ่ืนเม่ือมงี านผดิ พลาด ไมก่ า้ วก่าย

งานผู้อืน่ ท่ีมิใช่หนา้ ทขี่ องตน

การพัฒนารูปแบบการแสดง

การพฒั นารูปแบบการแสดงเกดิ ขึน้ ตามสภาพความเปล่ียนแปลงของสังคม เม่ือมกี ารแขง่ ขันสูง ละครไทยจงึ ต้อง
พยายามพฒั นาท้งั เทคนิค รูปแบบ แนวการนำเสนอทีไ่ มค่ วรซ้ำแบบเดิมๆ

รปู แบบในการนำเสนอ
• อาจพัฒนารปู แบบเดมิ ทมี่ ีอยแู่ ล้วใหด้ ขี ึ้น กระชบั ขึ้น เพ่ือให้เหมาะสมกับเวลาชองผู้ชมหรอื สร้างงานใหม่ ดัดแปลงการแสดง

ใหร้ วดเร็วขนึ้ มคี วามสมจรงิ
บทละคร
• บทละครที่เปน็ ของเกา่ สามารถนำมาปรบั ปรุงใหม่ หรอื จะเขยี นบทละครขึ้นใหม่กไ็ ด้ ควรเปลี่ยนบทบาทของตัวรา้ ยเดิมๆ

ทแ่ี สดงพฤติกรรมเพยี งแคห่ าวธิ ีการแยง่ ชิงพระเอก มกี ารตบตกี นั ต้องใหม้ ีความสมเหตสุ มผล ไม่ควรให้แตกต่างไปจากชวี ิต
จริงมากนัก

การพัฒนารปู แบบของการแสดงบคุ คลทเี่ กีย่ วข้องกับการจัดการแสดงสามารถดำเนินการได้ ดังนี้

หมั่นหาความรู้เพม่ิ เตมิ มใี จกวา้ งยอมรบั คำตชิ ม หาเทคนคิ วธิ ี
โดยศกึ ษาจากละครของผู้อืน่ ถือว่าคำแนะนำของผชู้ มเสมือน เทคโนโลยีในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
ชาตอิ น่ื เพ่ือนำแนวท่ดี ีมาปรบั ปรงุ กระจกเงาสะทอ้ นผลงานของตน ใหม้ ีความแปลกใหม่ สมจริง สามารถ

พฒั นาผลงานของตน ประหยัดเวลาและค่าใชจ้ ่าย

ทำงานร่วมกันเปน็ ทีม ทำงานอย่างมอื อาชพี มกี ารประเมินผลงานภายหลังการแสดง
พยายามดึงจดุ เด่นของแตล่ ะคนมา
ชว่ ยสร้างงานให้มปี ระสิทธภิ าพ ต้องมีระบบในการทำงาน มกี ารจดั สรร เพอื่ จะได้นำมาเปน็ ข้อมูลใช้พฒั นา
งานของแต่ละฝ่าย แตล่ ะคนอยา่ ชัดเจน การแสดงคราวตอ่ ไป


Click to View FlipBook Version