หนังสืออิเล็กทรอนิกส์( E-Book ) เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชานวัตกรรมการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนในอนาคต ผู้จัดทำ ได้จัดทำ เกี่ยวกับเรื่องหลักการแต่งและ การอ่านคำ ประพันธ์สำ หรับร่าย จัดทำ ขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนภายใน ห้องเรียนและสามารถนำ ไปอ่านนอกห้องเรียนเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ ผู้จัดทำ หวัง ว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้จากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ คณะผู้จัดทำ
ความหมายของร่าย ร่ายสุภาพ หลักเกณฑ์การแต่งร่ายสุภาพ ตัวอย่างร่ายสุภาพ กิจกรรม “เรียงร้อย ถ้อยประพันแบบฝึกหัด ร่ายยาว หลักเกณฑ์การแต่งร่ายยาว ตัวอย่างร่ายยาว แบบฝึกหัด หลักการอ่านคำ ประพันธ์ประเภจังหวะการอ่านร่าย ข้อควรคำ นึง ตัวอย่างการอ่านร่าย กิจกรรม “รื่นรสถ้อย อ่านร้อยก
หน้า นธ์” ทร่าย กรอง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๕ ๑๖
"ร่าย" แปลว่า อ่าน เสก หรือ เดิน คำ ประพันธ์ประเภทร้อยกรองแบบหนึ่งที่ แต่งง่ายที่สุด และมีฉันทลักษณ์น้อยกว่าร้อยกรองประเภทอื่น ถ้าพิจารณาให้ดีจะ พบว่าร่ายมีลักษณะใกล้เคียงกับคำ ประพันธ์ประเภทร้อยแก้วมาก เพียงแต่กำ หนด ที่คล้องจองและบังคับวรรณยุกต์ในบางแห่ง โดยประเภทร่ายที่ศึกษาในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ได้แก่ ร่ายสุภาพและร่ายยาว ๑
๒
่ ้ ่ ้ ่ ้ ( ) ๑. บทหนึ่งๆ มีตั้งแต่ 5 วรรคขึ้นไป จัดเป็นวรรคละ 5 คำ หรือจะเกิน 5 คำ บ้างก็ได้ แต่ไม่ควร เกิน 5 จังหวะในการอ่าน จะแต่งยาวกี่วรรคก็ได้ แต่ตอนจบจะต้องเป็นโคลงสองสุภาพเสมอ ๒. สัมผัสโดยคำ สุดท้ายของวรรคหน้า ต้องสัมผัสคำ ที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 เป็นวรรคถัดไปทุก วรรค นอกจากตอนจบจะต้องให้สัมผัสแบบโคลงสองสุภาพ ๓. เอกโท มีบังคับเอก 3 แห่ง และคำ โท 3 แห่ง ตามแบบของโคลงสองสุภาพ ๔. ถ้าคำ สัมผัสที่ส่งเป็นคำ เป็นหรือคำ ตาย คำ ที่รับสัมผัสจะต้องเป็นคำ เป็นหรือคำ ตายด้วย และคำ สุดท้ายของบท ห้ามใช้คำ ตาย ๕. เติมสร้อยในตอนสุดท้ายของบทได้อีก 2 คำ หรือจะเติมทุกๆ วรรคของบทก็ได้ พอถึงโคลง สองต้องงดเว้นไว้แต่สร้อยของโคลงสองเอง สร้อยชนิดนี้ต้องเหมือนกันทุกวรรค เรียกชื่อว่า "สร้อยสลับวรรค" หลักเกณฑ์การแต่งร่ายสุภาพ ๓
่ ้ ่ ้ ่ ้ ( ) ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพกแผ่นฟาก ฟ้า หล้าหล่มเลื่องชัยเชวง เกรงพระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์ ท้าวทั่วทิศ ทั่วเทศ ไท้ทุกเขตทุกด้าว น้าวมกุฎมานบ น้าวพิภพมานอบ เถลิงพระ เกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี ตัวอย่างร่ายสุภาพ ๔
ให้นักเรียนแต่งร่ายสุภาพคนละ ๑๕ วรรค โดยมีหัวข้อคือ “โรงเรียนของเราน่าอยู่” ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ๕
๖
๑.การแต่งร่ายยาวต้องรู้จักเลือกใช้ถ้อยคำ และสัมผัสในให้มีจังหวะรับกันสละสลวย เมื่ออ่าน จะทำ ให้เกิดความรู้สึกมีคลื่นเสียงเป็นจังหวะ ๆ อย่างที่เรียกว่า "เสียงดิ้น" หรือ "เสียงมี ชีวิต" และจำ นวนคำ ที่ใช้ ในวรรคหนึ่ง ก็ไม่ควรให้ยาวเกินกว่าช่วงระยะหายใจ ครั้งหนึ่งๆ คือ ควรให้อ่านได้ตลอดวรรค แล้วหยุดหายใจได้ โดยไม่ขาดจังหวะ ๒.บทหนึ่งจะมีกี่วรรคก็ได้ มักจะมีตั้งแต่ ๕ วรรคขึ้นไป ก็ไม่กำ หนดตายตัวแน่นอน จะมีกี่คำ ก็ได้แล้วแต่จะเห็นเหมาะมักอยู่ระหว่าง ๘-๑๓ คำ ๓.คำ สุดท้ายของวรรคต้นจะส่งสัมผัสไปยังวรรคต่อไป คำ ใดก็ได้ยกเว้นคำ แรกและคำ สุดท้าย ซึ่งไม่นิยมรับสัมผัส หลักเกณฑ์การแต่งร่ายยาว ๗
่ ้ ่ ้ ่ ้ ( ) ..."จึ่งตรัสว่าโอ้โอ๋เวลาปานฉะนี้เอ่ยจะมิดึกดื่น จวนจะสิ้นคืนค่อนรุ่งไปเสียแล้ว หรือกระไรไม่รู้เลย พระพายรำ เพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว อกแม่นี้ให้อ่อนหิว สุดละห้อย ทั้งดาวเดือนก็เคลื่อนคล้อยลงลับไม้ สุดที่แม่จะติดตามเจ้าไปในยาม นี้ ฝูงลิงค่างบ่างชนะที่นอนหลับ ก็กลิ้งกลับเกือกตัวอยู่ยั้วเยี้ย ทั้งนกหกก็งั่วเงีย เหงาเงียบทุกรวงรัง แต่แม่เที่ยวเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหิมเวศทั่วประเทศ ทุกราวป่า สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟัง สำ เนียง สุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำ เรียกพิไรร้อง สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลง เหยียบดิน ก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด จะได้พานพบประสบรอย พระลูกน้อยแต่สักนิดไม่มีเลย งตรัสว่าเจ้าดวงมณฑาทองทั้งคู่ของแม่เอ๋ย หรือว่าเจ้าทิ้งขว้างวางจิตไปเกิดอื่นเหมือนแม่ฝันเมื่อคืนนี้แล้วแล..." ตัวอย่างร่ายยาว ๘
ให้นักเรียนร่วมกันแต่งร่ายยาวคนละ ๑ วรรค โดยมีหัวข้อคือ “เพื่อนพ้อง” ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ๙
ให้นักเรียนแต่งร่ายยาวคนละ ๑๕ วรรค โดยมีหัวข้อคือ “ชีวิตประจำ วัน” ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ๑๐
๑๑
คำ ประพันธ์ประเภทร่ายมีบทบัญญัติไม่ยุ่งยากเท่าคำ ประพันธ์ประเภทอื่น คือไม่มี ข้อบังคับคำ เอกคำ โทเหมือนโคลง ไม่มีข้อบังคับคำ ครุคำ ลหุเหมือนฉันท์ และไม่บังคับ เสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคและวิธีสัมผัสแบบกลอน อีกทั้ง กวีมักใช้ร่ายุบรรจุเนื้อหา มากกว่าความคิด การอ่านร่ายจึงดูเหมือนว่าจะง่ายแต่แท้จริงกลับต้องระมัดระวังเรื่องการแบ่ง จังหวะ เนื่องจากไม่ได้บังคับเรื่องสัมผัส โดยเฉพาะร่ายยาวซึ่งไม่บังคับจำ นวนคำ แต่ละ วรรคการอ่านจึงเป็นไปได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับใจความและเสียงของคำ แต่ละคำ ใน วรรคนั้น ๆ ร่ายที่นิยมนำ มาอ่าน ได้แก่ ร่ายดั้น ร่ายสุภาพ และร่ายยาว • จังหวะการอ่านร่าย จังหวะหลัก - คำ ท้ายวรรคแต่ละวรรค จังหวะเสริม - คำ รับสัมผัสในวรรคถัดมา ร่ายส่วนใหญ่มีจำ นวนคำ วรรคละ ๕ คำ จะอ่านให้จบวรรคภายใน ๑ ช่วงลม หายใจ ยกเว้นร่ายยาวซึ่งแต่ละวรรคจะมีคำ เกิน ๕ คำ จะอ่านคำ ทั้งหมดในวรรคภายใน ๑ ช่วงลมหายใจ โดยเว้นช่วงหายใจ (ลักหายใจ)ช่วงเน้นคำ ที่รับสัมผัสและไปทอดเสียง ที่คำ ท้ายวรรคหากคำ ในวรรคยาวเกินกว่าช่วงลมหายใจของผู้อ่านให้พิจารณาแบ่ง จังหวะจากใจความ ๑๒
ร่ายแต่ละประเภทมีทำ นองเหมือนกัน คือ อ่านด้วยเสียงระดับเดียวกัน และต้อง ทอดเสียงท้ายวรรคทฺกวรรค เมื่ออ่านถึงคำ รับสัมผัส ให้เน้นเสียงหรือทอดเสียง เมื่อพบ คำ ที่มีเสียงสูงท้ายวรรคนิยมอ่านขึ้นเสียง หากเป็นร่ายสุภาพช่วงที่จบด้วยโคลงสอง สุภาพ จะอ่านช้าลงกว่าเดิมและทอดเสียงต่อเนื่องไปจนจบการอ่านคำ ภาษาบาลีในร่าย ยาวใช้หลักการอ่านคำ ภาษาบาลี คืออ่านเรียงพยางค์ • เครื่องหมายพินธุ . ใต้พยัญชนะตัวใด ตัวนั้นเป็นตัวควบกล้ำ หรือเป็นตัวสะกด • เครื่องหมายนิดหิต ํบนตัวพยัญชนะตัวใด ตัวนั้นอ่านเหมือนมีตัว ง หรือ ม สะกด ตัวอย่าง สนฺติก๋ อ่านว่า สัน-ติ-กัง ข้อควรคำ นึงในการอ่านร่าย ๑. การอ่านร่ายทุกชนิดจะมีทำ นองเหมือนกัน คือ ทำนองสูงอ่านด้วยเสียงระดับ เดียวกัน การลงจังหวะอยู่ที่ท้ายวรรดทุกวรรค ส่วนจะอ่านด้วยลีลาช้าเร็วเพียงใดขึ้นอยู่ กับอารมณ์ที่ปรากฏตามเนื้อความ แต่เมื่ออ่านพคำ ที่มีเสียงสูงจะนิยมอ่านหลบเสียงลง ต่ำ ให้อยู่ใน ระดับเสียงอ่านปกติและต้องทอดเสียงท้ายวรรคทุกวรรค ๒. ร่ายส่วนใหญ่จะมีวรรคละ ๙ ดำ ซึ่งไม่มีปัญหาในการอ่านให้จบวรรค ภายใน ๑ ช่วง ลมหายใจ ยกเว้นร่ายยาว ซึ่งแต่ละวรรดมักมีดำ เกินกว่า ๕ ดำ หรือเกินกว่า ๑ ช่วงลม หายใจ ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณตัดสินว่าควรจะหยุดผ่อนลมหายใจช่วงใด ต้องฝึกฝนการกักลมหายใจ เพื่ออ่านให้จบวรรค ๑๓
๓. การใส่อารมณ์ในการอ่านร่ายผู้อ่านจะต้องพิจารณาลักษณะเนื้อความว่า เป็นประเภทใด เพื่อให้ใช้น้ำ เสียงในการอ่านได้เหมาะสมสัมพันธ์กับอารมณ์และเนื้อความ ทำ ให้ กระทบใจผู้อ่าน เช่น เนื้อความแสดงอารมณ์เศร้าน้ำ เสียงควรเบาลง สั่นเครือ จังหวะการ อ่าน ช้าลงกว่าปกติ เนื้อความแสดงอารมณ์โกรธ น้ำ เสียงควรหนักแน่น เน้นเสียงดัง กว่าเดิม กระชับ สั้น ห้วน เนื้อความบรรยายการรบการต่อสู้ น้ำ เสียงดัง หนักแน่น ห้วน กระซับ เนื้อความตัดพ้อต่อว่า น้ำ เสียงต่ำ เน้นบ้าง สะบัดเสียงบ้าง เนื้อความสั่งสอน น้ำ สียงปานกลางไม่เบาไม่ดังเกินไป เน้นเสียงที่คำ สอนแต่ไม่ห้วน ๔. การอ่านตอนจบของร่ายทุกชนิด ผู้อ่านต้องทอดเสียงให้ยาวนานกว่าการทอดเสียง ท้ายวรรดอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ฟังทราบว่าเรื่องที่ฟังอยู่กำ ลังจะจบ ๑๔
ตัวอย่างวิธีการอ่านร่ายยาว ที่มา : https://youtu.be/tiAcXvGJLC4?si=kxIrAh2RgesfaGJn ตัวอย่างวิธีการอ่านร่ายสุภาพ ที่มา : https://youtu.be/tiAcXvGJLC4?si=kxIrAh2RgesfaGJn ๑๕
นักเรียนร่วมกันอ่านร่ายสุภาพคนละ ๑ วรรค ฝ่ายพระนครรามัญ ขัณฑ์เขตด้าวอัสดง หงสาวดีบูเรศรั่วรู้เหตุบมิหึง แห่งเอิกอึงกิดาการ ฝ่ายพสุธารออกทิศ ว่าอดิศวรกษัตรามหาธรรม ราชนรินทร์ เจ้าปถพินทร์ผ่านทวีป ดับชนมชีพพิราลัยเอารสไท นฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรยา แจ้งกิจจาตระหนัก จึ่งพระปิ่นปัก ธาษตรี บุรีรัตนหงสา ธ ก็บัญชาพิภาษ ด้วยมวลมาตยากรว่านครรา มินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช ๑๖