The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20 บุคคลสำคัญของไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nichanun Thongyung, 2023-02-07 12:02:54

20 บุคคลสำคัญของไทย

20 บุคคลสำคัญของไทย

๒๐ บุคคลสำ คัญของไทย People who changed the Thailand


คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชวิาประวัติศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึง ชีวประวัติ ตลอดถึงผลงานคุณงามความดีของบุคลคลสำ คัญใน ประวัติศาสตร์ไทยว่ามีความเป็นมาอย่างไรจากอดีตจนถึง ปัจจุบัน การจัดทำ หนังสือ E-book ฉบับนี้สำ ร็จตามวัตถุประสงค์ไป ด้วยดี คณะผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณ คุณครูวุฒิชัย เชื่อมประไพร ที่ได้ให้คำ แนะนำ จนทำ ให้หนังสือ E-book เล่มนี้สำ เร็จลุล่วงไป ได้ด้วยดี ทางคณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาในหนังสือ E-bookเล่มนี้ที่ได้เรียรีบเรียรีงมา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็น อย่างดี หากมีสิ่งใดในหนังสือ E-book ฉบับนี้จะต้องปรับปรุง ทางคณะผู้จัดทำ ขอน้อมรับในข้อชี้แนะและจะนำ ไปแก้ไขหรือรื พัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป คณะผู้จัดทำ ก


สารบัญ เรื่อรื่ง หน้า คำ นำ สารบัญ ก ข บุคคลสำ คัญของไทย -สมเด็จพระศรีพัรี พัชรินริทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหปีลวง -พ่อขุนศรีอิรีอินทราทิตย์ -พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช -สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ -พระศรีสุรีสุริโริยทัย -สมเด็จพระนเรศวรมหาราช -พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช -เจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) -หม่อมราโชทัย -สมเด็จพระนารายณ์มหาราช -พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร -พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร -พระบาทสมเด็จพระบรมราชพงษเชษฐมเหศวรสุนทร พระพุทธเลิศหล้า นภาลัย -พระสังฆราชปัลเลอร์กัวซ์ -สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส -สมเด็จพระศรีสรีวรินริทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า -พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี -สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช -พระวิภวิาคภูวดล -พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทวิยมหาราช 1 4 6 8 10 12 15 17 19 21 23 25 28 31 33 36 38 40 42 44 ข


สมเด็จ พระศรีพั รีพั ชรินริทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหปีลวง 1


ท่านทรงสนใจในการพัฒนาสตรีแรีละทรงเล็งเห็นว่าความรุ่งเรือรืงของบ้านเมืองย่อม อาศัยการศึกษาเล่าเรียรีนที่ดี ดังนั้นนั้ในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ท่านจึงทรงบริจริาคทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งตั้โรงเรียรีน สำ หรับเด็กหญิงแห่งที่สองขึ้นในกรุงเทพมหานคร ทรงพระราชทานชื่อว่า “โรงเรียรีนสตรีบำรีบำรุงวิชวิา” และ ในปี พ.ศ. 2447 ทรงเปิดปิ โรงเรียรีนสำ หรับกุลธิดาของ ข้าราชสำ นักและบุคคลชั้นชั้สูงคือ "โรงเรียรีนสุนันทาลัย” ให้การอบรมด้านการบ้านการเรือรืน กิริยริามารยาท และวิชวิาการต่างๆ อีกทั้งทั้ทรงจ่ายเงินเดือนครู และค่าใช้สอยต่างๆ สำ หรับเป็น ค่าเล่าเรียรีนแก่กุลบุตรกุลธิดาของข้าราชการใหญ่น้อยและราษฎรอีกเป็นจำ นวนมาก ทรงบริจริาคทรัพย์ส่วนตัวของพระองค์ให้ตั้งตั้โรงเรียรีน และจ่ายเงินเดือนครูในโรงเรียรีนต่างๆ เช่น โรงเรียรีนราชินีโรงเรียรีนราชินีบนโรงเรียรีนทวีธวีาภิเศกโรงเรียรีนเสาวภา ปัจจุบันคือ วิทวิยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภาโรงเรียรีนวิเวิชียรมาตุ และ โรงเรียรีนสภาราชินี (จังหวัดตรัง) โรงเรียรีนจอมสุรางค์อุปถัมถ์ (จังหวัดพระนครศรีอรียุธยา) โรงเรียรีนราชินีบูรณะ (จังหวัด นครปฐม) โรงเรียรีนศรียรีานุสรณ์ (จังหวัดจันทบุรี)รี โรงเรียรีนสตรีรรีาชินูทิศ (จังหวัดอุดรธานี) ประวัติ วั ติ พระราชกรณียกิจ 2 พระราชสมภพ :1 มกราคม 2404 สวรรคต : 20 ตุลาคม 2462 มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี เป็นพระราชธิดาในพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมภพแต่สมเด็จพระปิยปิมาวดีศรีพัรี พัชรินริทรมาตา


โรงเรียรีนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เสด็จมาทรงควบคุมการก่อสร้างแทนพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและโรงเรียรีนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาล ปัจจุบันคือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยมหิดล ศาสนา สมเด็จพระศรีพัรี พัชรินริทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหปีลวง ทรงเป็นองค์อัคร ศาสนูปถัมภิกาในบวรพุทธศาสนา โดยบำ เพ็ญพระราชกุศลมิได้ขาดทรงบริจริาคพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างเจดีย์วัตถุ พระพุทธรูป พระธรรมคัมภีร์ เช่น พระ ไตรปิฎปิกสยามรัฐในรัชกาลที่ห้า ทรงสร้างพระวิหวิารสมเด็จที่วัดเบญจมบพิตร และ ปฏิสังขรณ์พระอารามต่าง ๆ ทั้งทั้ในพระนครและหัวเมืองต่าง ๆ แม้พระพุทธเจดียฐาน นอกพระราชอาณาจักรก็ได้ทรงปฏิสังขรณ์ด้วยกัน การเสด็จประพาสทั้งภายในและต่างประเทศ สมเด็จพระศรีพัรี พัชรินริทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหปีลวง มักตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำ เนินประพาสหัวเมืองชนบท ในพระราชอาณาจักรเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบท และเสด็จประพาสต่างประเทศ เสมอ ๆ การแพทย์และพยาบาล ทรงสนับสนุนการก่อตั้งตั้โรงพยาบาลศิริรริาชซึ่งนับว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของ ประเทศไทย และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ตั้งตั้โรงเรียรีนแพทย์ผดุงครรภ์ขึ้ภ์ ขึ้นใน โรงพยาบาลแห่งนี้สำ หรับเป็นสถานศึกษาวิชวิาพยาบาลและผดุงครรภ์ของสตรี 3


พ่อขุนศรีอิ รีอิ นทราทิตย์ 4


พระราชสมภพ : พ.ศ. 1731 สวรรคต : พ.ศ. 1811 (80 พรรษา) มีพระนามเดิมว่า "พ่อขุนบางกลางหาว" พ่อขุนศรีอิรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์ริย์คนแรก แห่งราชวงศ์พระร่วงกรุงสุโขทัยครองราช สมบัติตั้งตั้แต่ พ.ศ. 1792 และสมรสกับ นางเสือง มีลูกด้วยกัน5คน ได้แก่ 1. พระราชโอรสองค์โต ( เสียชีวิตวิตั้งตั้แต่ยังทรงพระเยาว์ ) 2. พ่อขุนบานเมือง 3. พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช 4. พระธิดา 5. พระธิดา 1. ก่อตั้งตั้อาณาจักรสุโขทัย จากการรวบรวมคนไปยึดอำ นาจจากขอมหรือรืเขมรในปัจจุบัน 2. ทำ ศึกสงครามเพื่อป้อป้งกันและขยายอาณาเขต จากขุนสามชนที่เข้ามารุกรานเมืองตาก ซึ่งเป็นชายแดนของอาณาจักรสุโขทัย โดยมีพ่อขุนรามคำ แหงไปทำ ศึกด้วย 3. ส่งทูตไปลังกาพร้อมกับคณะทูตเมืองนครศรีธรีรรมราชเพื่ออัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มา ไว้สักการะที่อาณาจักรสุโขทัย ประวัติ วั ติ พระราชกรณียกิจ 5


รามคำ แหงมหาราช พ่อขุน 6


พระราชสมภพ : พ.ศ. 1842 สวรรคต : พ.ศ. 1842 เป็นบุตรของพ่อขุนศรีอิรีอินทราทิตย์และ นางเสือง เป็นกษัตริย์ริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์พระร่วง 1.ด้านการปกครอง - ขจัดเขมรออกจากสุโขทัยได้หมดและใช้การปกครองแบบพ่อปกครองลูกหรือรื ปิตุปิตุราชาธิปไตย และมีการใช้พุทธศาสนามาช่วยในการปกครอง 2.ด้านเศรษฐกิจ - มีการใช้ทำ นบกั้นกั้น้ำ หรือรืที่เรียรีกว่า สรีดรีภงศ์ เพื่อกักเก็บน้ำ ไว้ให้ประชาชนใช้ยาม ขาดแคลน - ส่งเสริมริการการค้าเสรีโรีดยไม่เก็บภาษีผ่านด่านหรือรืจกอบ กับพ่อค้าที่มาขายของ ในสุโขทัย - ผูกสัมพันธมิตรกับจีนและให้ชาวจีนมาสร้างโรงงานทำ ถ้วยชามหรือรืที่เรารู้จักคือ ชามสังคโลก เพื่อใช้ในสุโขทัยและส่งออกให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง 3.ด้านศาสนาและวัฒวันธรรม - รับเอาพระพุทธศาสนา และ นิกายเถรวาท จากลังกามาประดิษฐานในสุโขทัยทำ ให้ สุโขทัยเป็นรากฐานความมั่นมั่คงทางศาสนาและเผยแผ่ไปตามเมืองต่าง 4.ด้านประดิษฐกรรมและวรรณกรรม - ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใน พ.ศ.1826 - ศิลาจารึกรึของพ่อขุนรามที่มีบทความเป็น ร้อยแก้วที่มีความไพเราะและทำ ให้คนรุ่นหลัง ได้รู้เกี่ยวกับสุโขทัยหรือรืตัวท่านเองในสมัยนั้นนั้ ประวัติ วั ติ พระราชกรณียกิจ 7


สมเด็จ พระรามาธิบดีที่ ๑ 8


พระราชสมภพ : 10 มีนาคม 1857 สวรรคต : พ.ศ. 1912 ผู้สืบราชพระราชบัลลังก์ : สมเด็จพระราเมศวร มีพระนามเต็มว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุรีสุนทร บรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวรามาธิบดีที่1 อู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอรียุธยาเป็นราชธานี ของอาณาจักรอยุธยา เมื่อจุลศักราช 712 (ตรงกับวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 1893) สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ( หลังจากขึ้นครองราชย์ ) พระเจ้าอู่ทอง ( กษัตริย์ริย์ผู้ครองเมืองอู่ทองแคว้นสุพรรณภูมิ ) สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสิรีสินทร บรมมหาจักรพรรดิศรราชาธิราช ( ในโองการแช่งน้ำ ) สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสุรีสุนทรบรมจักรพัตราธิราช ( ในกฎหมายลักษณะอาญาราษฎร์ ) สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุรีสุรินริทร บรมจักรพรรดิศร บวรมหาธรรมิกราชาธิราช ( ในกฎหมายลักษณะอาญาหลวง ) 1.การสงครามกับเขมร ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระองค์ทรงเจริญริสัมพันธไมตรีกัรีกับแว่นแคว้นต่างๆ มากมาย แม้กระทั่งทั่ขอม ซึ่งก็เป็นมาด้วยดีจนกระทั่งทั่กษัตริย์ริย์ขอมสวรรคต พระราชโอรส นาม พระบรมลำ พงศ์ ทรงขึ้นครองราชย์ ซึ่งพระบรมลำ พงศ์ก็แปรพักตร์ไม่เป็นไมตรีดัรีดัง แต่ก่อน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จึงมีบัญชาให้ สมเด็จพระราเมศวร ยกทัพไปตีกัมพูชา และให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือรืขุนหลวงพะงั่วงั่ทรงยกทัพไปช่วย จึงสามารถ ตีเมืองนครธมแตกได้ พระบรมลำ พงศ์สวรรคตในศึกครั้งนี้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 จึงแต่งตั้งตั้ปาสัต พระราชโอรสของพระบรมลำ พงศ์เป็นกษัตริย์ริย์ขอม 2.การสถาปนากรุงศรีอรียุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสถาปนากรุงศรีอรียุธยาเป็นราชธานีใน วันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ จุลศักราช ๗๑๒ ตรงกับวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๑๘๙๓ โดย ทรงเลือกตั้งตั้ในชัยภูมิที่เหมาะสมในการรับศึก บริเริวณที่ตั้งตั้พระนครเป็นที่ราบลุ่มกว้าง ใหญ่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและสะสมเสบียงอาหารได้มาก รวมทั้งทั้สามารถทำ นาในพระนครได้ ด้วยชัยภูมิที่มั่นมั่คงแข็งแรงนี้ทำ ให้ผู้รุกรานต้องใช้เวลานานในการตีกรุงศรีอรียุธยา ชีพ่อ พราหมณ์ถวายพระนามว่าสมเด็จพระรามาธิบดี ประวัติ วั ติ พระราชกรณียกิจ 9


สมเด็จ พระศรีสุ รี สุ ริโริ ยทัย 10


พระราชสมภพ : พ.ศ. 2054 สวรรคต : 3 กุมภาพันธ์ 2091 สมเด็จพระศรีสุรีสุริโริยทัย หรือรืพระสุริโริยทัย ได้ชื่อว่าเป็นวีรวีสตรีไรีทยสมัยอยุธยา เพราะเป็นอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาจักร พรรดิ กษัตริย์ริย์องค์ที่ 15 ของกรุงศรีอรียุธยา แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ โดยมีพระราชโอรส และพระราชธิดาทั้งทั้หมด 5 พระองค์ -พระราเมศวร (พระโอรส) -พระบรมดิลก (พระราชธิดา ) -พระสวัสดิราช (พระราชธิดา ) -พระมหินทร์ (พระราชโอรสองค์รอง) -พระเทพกษัตรี (พระราชธิดา) พระราชพงศวดารฉบับจันทนุมาศ(เจิม)ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2090 สมเด็จ พระมหาจักพรรดิเสด็จไปดูกำ ลังข้าศึกที่ภูเขาทองพร้อมพระสุริโริยทัยและพระราชธิดาพระ ราชโอรส โดยพระมหาจักพรรดิทรงแต่งกายอย่างพระมหาอุปราชา ทรงช้างพลายทรงสุริยริ กษัตริย์ริย์สูง 6 ศอก ซึ่งเป็นช่วงหลังจากผลัดเปลี่ยนแผ่นดินอยุธยาใหม่ พระเจ้าหงสาวดี ตะเบ็งชะเวตี้ทราบข่าว จึงคุมกำ ลังพล3แสนคนยกเข้าทางเจดีย์สามองค์ พระมหาจักรพรรดิ จงตั้งตั้ทับที่ทุ่งภูเขาทอง จึงเกิดการปะทะกับกองทัพพระเจ้าแปร(หัวหน้าทัพพม่า) ช้างทรง ของพระมหาจักพรรดิเกิดเสียหลักหันหลังหนี ทำ ให้พระเจ้าแปรขับไล่ตาม พระศรีสุรีสุริโริยทัย ทอดพระเนตรเห็นสามีตกอยู่ในอันตราย จึงรีบรีไสช้าพระที่นั่งนั่เข้าไปด้วยความกล้าหาญ จน ไม่สามารถตามพระมหาจักพรรดิทันได้ พระเจ้าแปรจึงทำ ยุทธหัตถีกับพระเจ้าสุริโริยทัย ช้าง พระเจ้าแปรเสยช้างพระสุริโริยทัยจนขาหน้าช้างทั้งทั้สองลอยเหนือพื้น แล้วเป็นจังหวะที่เสีย เปรียรีบของพระสุริโริยทัย พระเจ้าแปรจึงใช้พระแสงของ้าวฟันพระอังสาขาด พระสุริโริยทัยได้ สิ้นพระชนม์บนคอช้าง ส่วนพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐริอักษรนิติ์ ระบุว่า มีพระราชธิดาสิ้นพระชนม์บนคอช้างด้วย •พระราชานุสาวรีย์รีย์• หลังจากสมเด็จพระสุริโริยทัยสิ้นพระชนม์แล้วพระรา เมศวรกับพระมหินทราธิราชพระราชโอรสทรงขับ ช้างต่อสู้กับพระเจ้าแปร และกันพระศพมารดากลับ เข้าพระนคร แล้วอัญเชิญพระศพไปที่ ต.สวนหลวง เขตวัดสบสวรรค์ (เขตพระราชวังหลัง) จ.พระนครศรีอรียุธยา และถวายพระเพลิงพระศพ อย่างสมเกียรติ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงเสียพระทัยมาก จึงโปรดฯ ให้จัดสร้างเจดีย์ศรี สุริโริยทัยถึงวีรวีกรรมแห่งความกล้าหาญและความจงรักภักดี ณ ตรงที่พระราชทานเพลิงศพ ในพระเจดีย์ได้บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโริยทัยไว้และได้สร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ ชื่อว่า “ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ ” ( ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอรียุธยา ) ประวัติ วั ติ 11 พระวีรวีกรรมในหลักฐานไทย


พระนเรศวรมหาราช สมเด็จ 12


พระราชสมภพ : พ.ศ. 2098 สวรรคต : 25 เมษายน พ.ศ. 2148 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือรื สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระนเรศ หรือรื "พระองค์ดำ " เป็นพระราช โอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช และพระวิสุวิสุทธิกษัตรีย์รีย์เสด็จพระราชสมภพ เมื่อ พ.ศ. 2098 ที่พระราชวังจันทน์เมือง พิษณุโลก มีพระเชษฐภคินีคือพระสุพรรณ กัลยา มีพระอนุชาคือสมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ครองราชสมบัติ 15 ปี ประกาศอิสรภาพเมื่อปี พ.ศ. 2126 พระเจ้าอังวะเป็นกบฎ เนื่องจากไม่พอใจทางกรุง หงสาวดีอยู่หลายประการ จึงแข็งเมืองพร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจ้าไทยใหญ่อีกหลายเมืองให้ แข็งเมืองด้วย พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงจึงยกทัพหลวงไปปราบ ในการณ์นี้ได้สั่งสั่ให้เจ้า เมืองแปรเจ้าเมืองตองอูและเจ้าเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งทั้ทางกรุงศรีอรียุธยาด้วย ให้ยกทัพไป ช่วยทางไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปแทน สมเด็จ พระนเรศวรยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก เมื่อวันแรม 6 ค่ำ เดือน 3 ปีมปีะแม พ.ศ. 2126 กองทัพไทยยกมาถึงเมืองแครง เมื่อวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวปีอก พ.ศ. 2127 โดยใช้เวลา เดินทัพเกือบสองเดือน กองทัพไทยตั้งตั้ทัพอยู่นอกเมือง เจ้าเมืองแครงพร้อมทั้งทั้พระยา เกียรติกับพระยารามได้มาเฝ้าฝ้ฯ สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นนั้สมเด็จพระนเรศวรได้เสด็จไป เยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่องซึ่งคุ้นเคยกันดีมา ก่อนพระ มหาเถรคันฉ่องมีใจสงสารจึงกราบทูลถึงเรื่อรื่งการคิด ร้ายของทางกรุงหงสาวดี แล้วให้พระยาเกียรติกับ พระยารามกราบทูลให้ทราบตามความเป็นจริงริ เมื่อพระองค์ได้ทราบความโดยตลอดแล้ว ก็ทรงมีพระ ราชดำ ริเริห็นว่าการเป็นอริรริาชศัตรูกับกรุงหงสาวดีนั้นนั้ ถึงกาลเวลาที่จะต้องเปิดปิเผยต่อไปแล้ว จึงได้มีรับสั่งสั่ให้ เรียรีกประชุมแม่ทัพนายกอง กรมการเมือง เจ้าเมือง แครงรวมทั้งทั้พระยาเกียรติพระยารามและทหารมอญมา ประชุมพร้อมกัน แล้วนิมนต์พระมหาเถรคันฉ่องและ พระสงฆ์มาเป็นสักขีพยาน ทรงแจ้งเรื่อรื่งให้คนทั้งทั้ปวง ที่มาชุมนุม ณ ที่นั้นนั้ทราบว่า พระเจ้าหงสาวดีคิดประทุษร้ายต่อพระองค์ จากนั้นนั้พระองค์ ได้ทรงหลั่งลั่น้ำ ลงสู่แผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร (พระน้ำ เต้าทองคำ ) พระราชกรณียกิจ ประวัติ วั ติ 13


ประกาศแก่เทพยดาฟ้าฟ้ดินว่า "ด้วยพระเจ้าหงสาวดี มิได้อยู่ในครองสุจริตริมิตรภาพขัตติย ราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริตริคิดจะทำ อันตรายแก่เรา ตั้งตั้แต่นี้ไป กรุงศรีอรียุธยาขาดไมตรีกัรีกับกรุงหงสาวดีมิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกัน ดุจดังแต่ ก่อนสืบไป"จากนั้นนั้พระองค์ได้ตรัสถามชาวเมืองแครงว่าจะเข้าข้างฝ่าฝ่ยใด พวกมอญทั้งทั้ปวง ต่างเข้ากับฝ่าฝ่ยไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงให้จับเจ้าเมืองกรมการพม่าแล้วเอาเมืองแครงเป็น ที่ตั้งตั้ประชุมทัพ เมื่อจัดกองทัพเสร็จก็ทรงยกทัพจากเมืองแครงไปยังเมืองหงสาวดีเมื่อวัน แรม 3 ค่ำ เดือน 6 ฝ่าฝ่ยพระมหาอุปราชาที่อยู่รักษาเมืองหงสาวดี เมื่อทราบว่าพระยาเกียรติ พระยารามกลับไปเข้ากับสมเด็จพระนเรศวร จึงได้แต่รักษาพระนครมั่นมั่อยู่ สมเด็จพระ นเรศวรเสด็จยกทัพข้ามแม่น้ำ สะโตงไปใกล้ถึงเมืองหงสาวดี ได้ทราบความว่า พระเจ้ากรุง หงสาวดีมีชัยชนะได้เมืองอังวะแล้ว กำ ลังจะยกทัพกลับคืนพระนคร พระองค์เห็นว่า สถานการณ์ครั้งนี้ไม่สมคะเนเห็นว่าจะตีเอาเมืองหงสาวดีในครั้งนี้ยังไม่ได้ จึงให้กองทัพแยก ย้ายกันเที่ยวบอกพวกครัวไทยที่พม่ากวาดต้อนไปแต่ก่อนให้อพยพ กลับบ้านเมือง ได้ผู้คน มาประมาณหมื่นเศษให้ยกล่วงหน้าไปก่อน พระองค์ทรงคุมกองทัพยกตามมาข้างหลัง ยุทธหัตถี นับตั้งตั้แต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา หงสาวดีได้เพียรส่ง กองทัพเข้ามาหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพกรุงศรีอรียุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง เมื่อสมเด็จพระ มหาธรรมราชา เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๓ พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวัน อาทิตย์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ เมื่อพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระนเรศวร หรือรืสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ และโปรดเกล้า ฯ ให้พระเอกาทศรถ พระอนุชา ขึ้นเป็นพระมหาอุปราช แต่มีศักดิ์เสมอพระมหากษัตริย์ริย์อีกพระองค์หนึ่งตลอด รัชสมัยของ พระองค์ทรงกอบกู้กรุงศรีอรียุธยาจากหงสาวดี และได้ทำ สงครามกับอริรริาช ศัตรูทั้งทั้พม่าและเขมร จนราชอาณาจักรไทยเป็นปึกปึแผ่นมั่นมั่คง ขยายพระราชอาณาเขตออก ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาลกว่าครั้งใดในอดีตที่ผ่านมา งานสงครามในรัชสมัยของพระองค์ ทั้งทั้ในดินแดนไทยและดินแดนข้าศึก ได้ชัยชนะทุกครั้ง ทรงมีพระปรีชรีาสามารถในการนำ ทัพ ทรงริเริริ่มริ่นำ ยุทธวิธีวิธีแบบใหม่มาใช้ในการทำ สงคราม และเปลี่ยนแนวความคิดจากการตั้งตั้รับ มาเป็นการรุก และริเริริ่มริ่การใช้วิธีวิธีรบนอกแบบารสงครามกับพม่าครั้งสำ คัญที่ทำ ให้พม่าไม่ กล้า ยกทัพมารุกรานไทยอีกเลย เป็นเวลาเกือบสองร้อยปีคืปี คือ สงครามยุทธหัตถี เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๓๕ นั่นนั่คือเมื่อหงสาวดีนำ โดยพระมหาอุปราชามังสามเกียดยกทัพมาตีกรุงศรีอรียุธยา อีกครั้ง สมเด็จพระนเรศวรก็นำ ทัพออกไปจนปะทะกันที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี บ้างก็ว่าจังหวัดกาญจนบุรี สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำ ยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนกระทั่งทั่สามารถเอาพระแสงง้าวฟันพระมหาอุปราชาขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์อยู่กับ คอช้าง 14


พระพุทธยอดฟ้า ฟ้ จุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จ 15


พระราชสมภพ : 20 มีนาคม 2280 สวรรคต : 7 กันยายน 2352 เป็นพระมหากษัตริย์ริย์ไทยรัชกาลที่ 1 ใน ราชวงศ์จักรีปรีราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์ริย์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ 6 เมษายน 2325 (วันจักรี)รีภายหลังการเสด็จเสวยราชย์แล้ว การป้อป้งกันราชอาณาจักรให้ปลอดภัยและทรงฟื้นฟื้ ฟูวัฟูวัฒนธรรมไทยอันเป็นมรดก ตกทอดมาตั้งตั้แต่สมัยสุโขทัยและอยุธยา การที่ไทยสามารถปกป้อป้งการรุกรานของข้าศึกจน ประสบชัยชนะทุกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพระองค์ในการบัญชาการรบอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามกับพม่าใน พ.ศ. 2328 ที่เรียรีกว่า "สงครามเก้า ทัพ" นอกจากนี้พระองค์ยังพบว่ากฎหมายบางฉบับที่ใช้มาตั้งตั้แต่สมัยอยุธยาไม่มีความ ยุติธรรม จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการตรวจสอบกฎหมายที่มีอยู่ทั้งทั้หมด เสร็จแล้ว ให้เขียนเป็นฉบับหลวง 3 ฉบับ ประทับตราราชสีห์ คชสีห์ และบัวแก้วไว้ทุกฉบับ เรียรีกว่า "กฎหมายตราสามดวง" สำ หรับใช้เป็นหลักในการปกครองบ้านเมืองขณะที่มีพระชนมายุได้ 46 พรรษา พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีรรีาชธานีเดิมที่อยู่ฝั่งตะวัน ตกของแม่น้ำ เจ้าพระยามายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ เจ้าพระยา พระองค์โปรดให้สร้าง พระราชวังหลวงและโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาประดิษฐาน ยังวัดพระศรีรัรีรัตนศาสดาราม หลังจากนั้นนั้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉลอง สมโภชพระนครเป็นเวลา 3 วัน ครั้งเสร็จการฉลองพระนครแล้ว พระองค์พระราชทานนาม พระนครแห่งใหม่ให้ต้องกับนามพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรว่า "กรุงเทพมหานคร บวร รัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรรีมย์ อุดมราชนิเวศน์มหา สถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษวิณุกรรมประสิทธิ์" หรือรืเรียรีกอย่างสังเขปว่า "กรุงเทพมหานคร" ทรงพระปรีชรีาสามารถในการรบ ทรงเป็นผู้นำ ทัพในการทำ สงครามกับพม่าทั้งทั้หมด 7 ครั้ง ในรัชสมัยของพระองค์ หลังจากการฉลองวัดพระแก้วแล้ว ก็ประชวรทรงพระโสภะอยู่ 3 ปี พระอาการทรุดลงไปเรื่อรื่ย ๆ ประวัติ วั ติ 16 พระราชกรณียกิจ


โกษาธิบดี(ปาน) เจ้าพระยา 17


เกิด : พ.ศ. 2176 ถึงแก่อสัญกรรม : 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2242 นามเดิม ปาน เป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต พระนมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและเป็น น้องชายของเจ้าพระยาโกษาธิบดี เป็นชายหนุ่มที่มีรูปงาม กิริยริามารยาทเรียรีบร้อย มีไหว พริบริดีรู้จักโต้ตอบได้ถูกเรื่อรื่งราวและกาล เทศะไม่มีอาการประหม่าสะทกสะเทิ้นเขิน อายเป็นคนช่างสังเกตมีบุตร 4 คนคือ -บุตรตรี (ไม่แสดงชื่อ) -บุตรชาย มีนามว่า ขุนทอง -บุตรชาย (ไม่แสดงชื่อ) -บุตรชาย (ไม่แสดงชื่อ) ดำ รงตำ แหน่งพระคลังระหว่างปี พ.ศ. 2200-2226 ในสมัยที่โกษาปานดำ รงตำ แหน่ง ออก พระวิสูวิสูตรสุนทร ได้รับแต่งตั้งตั้ให้เป็นทูตออกไปเจริญริสัมพันธไมตรีกัรีกับฝรั่งเศส โกษาปานเดินทางไปกับเรือรืฝรั่งเศสเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2228 เข้าเฝ้าฝ้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 และเดินทางกลับเมื่อ 27 กันยายน พ.ศ. 2230 รวมเดินทางไป กลับทั้งทั้หมด 1 ปี 9 เดือน โกษาปานเป็นนักการทูตที่สุขุม ไม่พูดมาก ละเอียดลออในการจด บันทึก ทำ ให้การเข้าเฝ้าฝ้ครั้งนี้ได้กระทำ หน้าที่เป็นผู้แทนอย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียม ประเพณี จนชาวฝรั่งเศสยกย่องชื่นชมคณะทูตไทย ถือว่าการเจริญริสัมพันธไมตรีครีรั้งนี้ ประสบความสำ เร็จเป็นอย่างยิ่ง พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงรับรองคณะทูตอย่างสมเกียรติยศ โปรดให้ทำ เหรียรีญที่ระลึกและเขียนรูปเหตุการณ์เอาไว้ความสำ เร็จจากการทูตดังกล่าว ทำ ให้ ปานได้ฉายาว่า ราชทูตลิ้นทอง หรือรืนักการทูตลิ้นทอง หลังกลับกรุงศรีอรียุธยา ปานถูก กดดันให้เข้ากลุ่มต่อต้านฝรั่งเศสของพระเพทราชาซึ่งประกอบด้วยขุนนางที่ไม่พอใจฝรั่งเศส ที่มีอำ นาจมากในกรุงศรีอรียุธยา ได้รับงานให้เจรจากับนายพลฝรั่งเศสที่คุมป้อป้มอยู่ที่เมือง บางกอกให้ถอนทหารออกไปจากอาณาจักรไทยได้สำ เร็จ แล้วโกษาปานได้รับเลื่อนให้เป็น เจ้าพระยาศรีธรีรรมราช แต่ได้ฆ่าตัวตาย พ.ศ. 2243 เพราะถูกสงสัยว่าเป็นผู้แย่งชิงราช สมบัติส่วนครอบครัวของท่านก็ได้แตกฉานซ่านเซ็นไปอยู่คนละทิศละทาง • พระราชานุสาวรีย์รีย์• ประดิษฐานอยู่ ณ ถนนสยาม (Rue de Siam) เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส ถูกนำ กลับมาคืนไว้ ที่เดิมแล้วเมื่อกลางดึกวันที่ 28 มิ.ย. (ตามเวลาใน ฝรั่งเศส) หลังจากหายไปจากฐานอนุสรณ์สถานแห่ง มิตรไมตรีเรีมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ประวัติ วั ติ 18 พระวีรวีกรรมในหลักฐานไทย


หม่อมราโชทัย 19


ประสูติ : 12 มิถุนายน พ.ศ.2362 ถึงแก่อนิจกรรม : 31 กรกฎาคม 2410 มีนามเดิมว่า "หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร" เป็นบุตรของหม่อมเจ้าชอุ่ม และหม่อมนก โดยหม่อมเจ้าชอุ่มได้นำ เขาไปถวายตัวไว้กับพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำ รง พระอิสริยริยศเจ้าฟ้าฟ้มงกุฎ สมมติเทววงศ์ พงศ์อิศวรกษัตริย์ริย์ขัตติยราชกุมาร โดยเขานั้นนั้อยู่รับใช้พระองค์มาโดยตลอดรวม ถึงตอนผนวชอีกด้วย เมื่อเจ้าฟ้าฟ้มงกุฎสนใจในภาษาอังกฤษหม่อมราชวงศ์กระต่าย เองก็ได้เรียรีนตามโดยเรียรีนกับมิชชันนารี จนเขานั้นนั้ได้มีความรู้ภาษาอังกฤษเป็น อย่างดี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ได้ขึ้นครองราชสมบัติ หม่อม ราชวงศ์กระต่ายนั้นนั้ก็ได้สมัครรับราชการเพื่อเป็นการเป็นตอบแทนพระคุณของ ท่าน และหม่อมราชวงศ์กระต่ายได้เลื่อนเป็นหม่อมราโชทัย เนื่องจากความสามารถ ภาษาของเขา ทำ ให้ไม่ว่าจะเป็นการส่งพระราชสาส์นหรือรืเครื่อรื่งบรรณาการต่างๆ ไปยังอังกฤษ หม่อมราโชทัยได้เป็นล่ามอยู่เสมอ อีกทั้งทั้เขายังได้บันทึกเหตุการณ์ ต่างๆที่เขาได้พบไว้ในจดหมายเหตุการเดินทาง โดยต่อมาได้มีการเขียนให้เป็น บทกลอนโดยใช้ชื่อ"นิราศลอนดอน"โดยภายหลังหม่อมราโชทัยได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตั้ให้เป็นอธิบดีพิพากษาศาลต่างประเทศเป็นคนแรก ประวัติ วั ติ 20


พระนารายณ์มหาราช สมเด็จ 21


พระราชสมภพ : 16 กุมภาพันธ์ 2175 สวรรคต : 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 •พระราชประวัติวั ติ• หรือรืสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 เป็นกษัตริย์ริย์รัชกาลที่27แห่งอยุธยา และเป็นกษัตริย์ริย์ องค์ที่4หรือรืงองค์สุดท้ายของราชวงศ์ปราสาททอง เป็นพระราชโอรสในสมเด็จ พระเจ้าปราสาททองและพระราชมารดาเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ขึ้นเสวยราชย์ พ.ศ.2199 พระนามว่า " สมเด็จพระรามาธิบดี ที่ 3 " เมื่อพระชนมา นุ25พรรษา ประทับเสวยราชย์ ณ กรุงศรีอรียุธยา 10 ปี จึงโปรดให้สร้างเมืองลพบุรี ขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่สองในปี พ.ศ. 2209 พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราช หัตถเลขา ว่าพระองค์มีพระราชโอรสหนึ่งพระองค์นามว่า เจ้าฟ้าฟ้น้อย แต่ใน จดหมายเหตุกล่าวต้องกันว่า "ท่านไม่มีพระราชโอรส" แต่มีพระราชธิดาพระองค์เดียว คือกรมหลวงโยธาเทพ ที่เกิดกับพระอัครมเหสี คือเจ้าฟ้าฟ้สุดาวดี คณะราชทูตไทยเข้าเฝ้าฝ้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส พระองค์มีเกียรติยศใน พระราโชบายทางคบค้าสมาคมกับชาวต่างประเทศ รักษาเอกราชของชาติ ทำ ให้มีชาว ต่างประเทศเข้ามาค้าขาย และอยู่ในไทยมากกว่าที่ในกาลก่อน ด้านการค้ายกตัวอย่าง ในปี พ.ศ. ๒๒๓๐ (ค.ศ. ๑๖๘๗) ออกญาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี พระยาพระคลัง และออกพระศรีพิรีพิพัทธ์รัตนราชโกษาได้ลงนามในสนธิสัญญาทางการ ค้ากับประเทศฝรั่งเศสกิจการของกองทัพนับว่ารุ่งเรือรืงและยิ่งใหญ่ สมเด็จพระ นารายณ์เองก็ทรงชำ นาญในการศึก คล้องช้าง และทรงซื้ออาวุธจากต่างชาติสำ หรับ กิจการของกองทัพด้วย เมืองน้อยเมืองใหญ่ก็ถูกให้เป็นมาสวามิภักดิ์ทรงรับผล ประโยชน์ทั้งทั้ทางวิทวิยาการและเศรษฐกิจต่างชาตินำ เข้ามา ยังได้ทรงอุปถัมภ์บำ รุงกวี และงานด้านวรรณคดีอันเป็นศิลปะรุ่งเรือรืงที่สุดในยุคนั้นนั้มีชาวสยามวาดโดยทูตชาว ฝรั่งเศส ลาลูแบร์ และผู้เขียนเรื่อรื่งกรุงศรีอรียุธยา,สยามมากที่สุดในสมัยนี้ก็คือ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ของไทยมีสมุทรโฆษคำ ฉันท์ที่พระนารายณ์พระราชนิพนธ์ ต่อ และ หนังสือจินดามณีของพระโหราธิบดี (จัดเป็นตำ ราเรียรีนเล่มแรกของประเทศไทย) •พระราชานุสาวรีย์รีย์• เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2231 ทรงประชวรหนัก ทำ ให้พระราชานุสาวรีย์รีย์ตั้งตั้อยู่กลางวงเวียวีนเทพสตรีใรีกล้ศาลากลางจังหวัดลพบุรี บริเริวณหัวถนน ก่อนเข้าตัวเมือง อนุสาวรีย์รีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นรูปปั้นใน ท่าประทับยืนผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ ก้าว พระบาทซ้ายออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ประวัติ วั ติ 22 พระวีรวีกรรมในหลักฐานไทย


พระปรเมนทรมหาอานัน ทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จ 23


ประวัติ วั ติ พระราชสมภพ : 20 กันยายน พ.ศ. 2468 สวรรคต : 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 (20พรรษา) เป็นพระราชโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระ มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกวิรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนรีครินริทราบรมราชชนนี 1.ด้านการเมือง -พระองค์ได้ทรงเยี่ยมชาวไทย เชื้อสายจีน ที่สำ เพ็ง เพราะในตอนนั้นนั้ได้เกิดปัญหา ระหว่างคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนจนเกือบเกิดสงครามกลางเมือง พระองค์ทรง พระราชดำ ริไริม่นานก็สงบลง อีกทั้งทั้พระองค์ยังเสด็จพระราชดำ เนินเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตรเพื่อสมานรอยร้าวฉาน 2.ด้านศาสนา -พระองค์ได้ปฏิญาณตนเป็น พุทธมามกะ ณ วัดพระศรีรัรีรัตนศาสดาราม 3.ด้านการศึกษา - พระองค์มีความต้องการที่จะให้มีแพทย์มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับการรักษา ประชาชน จึดจัดตั้งตั้โรงเรียรีนแพทย์แห่งที่2 ซึ่งในปัจจุบัน คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทวิยาลัย 24 พระราชกรณียกิจ


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกา ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร 25


พระราชสมภพ : 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 สวรรคต : 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เสด็จพระราชสมภพในราชสกุลมหิดลอันเป็นสาย หนึ่งในราชวงศ์จักรี ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดริจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกริา ซึ่งเหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริกริา เนื่องจาก พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกำ ลังทรง ศึกษาวิชวิาการอยู่ที่นั่นนั่พ.ศ. 2477 เมื่อพระองค์เจ้า อานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ก็ทรงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฟ้ภูมิพลอดุยเดช" พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียรีนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทวิยาลัยโลซาน แผนกวิทวิยาศาสตร์ วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอา นันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน โดยต้องพระแสงปืนปืที่พระกระหม่อม ณ พระที่นั่งนั่บรมพิมาน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฟ้ภูมิพลอดุลยเดชได้ตัดสินพระทัยรับ ตำ แหน่งพระมหากษัตริย์ริย์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ในวันเดียวกันนั้นนั้ แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงทรงอำ ลาประชาชนชาวไทย เสด็จ พระราชดำ เนินไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทวิยาลัยแห่งเดิม แต่เปลี่ยนสาขาจากวิทวิยาศาสตร์ ไปเป็นสาขาสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อม ราชวงศ์สิริกิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำ หนักสมเด็จพระศรีสรีวรินริทิราบรมราชเทวี พระพันวัส สาอัยยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ซึ่งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็นสมเด็จ พระราชินีสิริกิริกิติ์ตั้งตั้แต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระมหา ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อครั้งดำ รงพระบรมราชอิสริยริยศ พระบาทสมเด็จพระปรมิ นทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ พระปับผาสะ ซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด และพบว่ามีน้ำ คั่งคั่ในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย คณะแพทย์จึงทำ การรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะและใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำ เพื่อฟอกพระโลหิต แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำ จึงใช้เครื่อรื่งช่วยหายพระทัย พระอาการไม่คงที่ก่อนที่พระอาการจะทรุดลงไปอีก มีการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พระอาการประชวรได้ทรุดหนักลงตามลำ ดับ และสวรรคตเมื่อเวลา 15.52 น. ประวัติ วั ติ 26


-มูลนิธิชัยพัฒนา -มูลนิธิโครงการหลวง -โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา -โครงการหลวงอ่างขาง -โครงการปลูกป่าป่ถาวร -โครงการแก้มลิง -โครงการฝนหลวง -โครงการสารานุกรมไทยสำ หรับเยาวชน -โครงการแกล้งดิน -กังหันชัยพัฒนา -แนวพระราชดำ ริ ผลิตแก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์ (พ.ศ. 2528) -แนวพระราชดำ ริ เศรษฐกิจพอเพียง พระอัจฉริยริภาพ ทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯ ถวายปริญริญากิตติมศักดิ์เป็นจำ นวนมาก ทุกสาขาวิชวิาการ ทั้งทั้ยังมีพระอัจฉริยริภาพด้านดนตรีอรีย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้รีทั้งทั้ไทย และต่างประเทศนำ ไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยริภาพจน สถาบันดนตรีใรีนออสเตรเลียได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์แด่พระองค์ นอกจากนั้นนั้ยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียรีญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ทรงได้รับยกย่องเป็น “อัครศิลปินปิ ” ของชาตินอกจากทรงพระปรีชรีาสามารถด้าน ดนตรีแรีล้วยังทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็น ทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่น ทรงพระราชนิพนธ์ แปลเรื่อรื่ง ติโตนายอินทร์ผู้ ปิดปิทองหลังพระและพระราชนิพนธ์เรื่อรื่งชาดกพระมหาชนก พระราชทานคติธรรม ในการดำ รงชีวิตวิด้วยความวิริวิยริะอุตสาหะอดทนจนพบความสำ เร็จแก่พสกนิกรทั้งทั้ ปวง พระราชกรณียกิจ 27


พระบาทสมเด็จพระบรมราช พงษเชษฐมเหศวรสุนทร พระพุทธเลิศหล้านภาลัย 28


พระราชสมภพ : 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 สวรรคต : 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 พระมหากษัตริย์ริย์ไทยพระองค์ที่ ๒ เป็นพระราช โอรสพระองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้ จุฬาโลกมหาราช เสวยราชสมบัติ หลังจากที่พระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราชเสด็จสวรรคต ด้วยพระโรคชรา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าฟ้กรมหลวงอิศรสุนทร กรมพระราชวัง บวรสถานมงคล จึงได้เสด็จขึ้นทรงราชย์สืบพระราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ริย์องค์ ที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระประชวรด้วย โรคพิษไข้ ทรงไม่รู้สึกพระองค์เป็นเวลา 8 วัน พระอาการประชวรก็ได้ทรุดลงตามลำ ดับ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 สิริพริระชนมพรรษาได้ 56 พรรษา และครองราชย์สมบัติได้ 15 ปี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรง พระปรีชรีาสามารถในศิลปกรรมด้านต่างๆ หลายสาขา ด้านกวีนิวีนิพนธ์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับการยกย่องว่า เป็นยุคทอง ของวรรณคดีสมัยหนึ่ง พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็นบทกลอนมากมาย ทรงเป็นยอด กวีด้วีด้านการแต่งบทละครทั้งทั้ละครในและละครนอก มีหลายเรื่อรื่งที่มีอยู่เดิมและทรงนำ มา แต่งใหม่เพื่อให้ใช้ในการแสดงได้ เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา โดยเรื่อรื่งอิเหนา วรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ได้ยกย่องให้เป็นยอดบทละครรำ ที่แต่งดี ยอดเยี่ยมทั้งทั้เนื้อความ ทำ นองกลอนและกระบวนการเล่นทั้งทั้ร้องและรำ นอกจากนี้ยังมี ละครนอกอื่น ๆ เช่น ไกรทอง สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ หลวิชัวิชัยคาวี มณีพิชัย สังข์ศิลป์ชัป์ ชัย และยังทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์โขนอีกหลายชุด เช่น ชุดนางลอย ชุดนาคบาศ และ ชุดพรหมาสตร์ ซึ่งล้วนมีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอมตะใช้แสดงมาจนทุกวันนี้ ประวัติ วั ติ 29


พระราชกรณียกิจ ด้านปฏิมากรรม /ประติมากรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระ พักตร์ของพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหวิาร อันเป็นพระพุทธรูปที่สำ คัญยิ่งองค์หนึ่งของไทยด้วย พระองค์เองส่วนด้านการช่างฝีมืฝี มือและการแกะสลักลวดลายในรัชกาลของพระองค์ ได้มีความเจริญริก้าวหน้าไปอย่างมาก และพระองค์เองก็ทรงเป็นช่างทั้งทั้การปั้นและ การแกะสลักที่เชี่ยวชาญ นอกจากฝีพฝีระหัตถ์ในการปั้นพระพักตร์พระพุทธธรรมิ ศรราชโลกธาตุดิลกแล้ว ยังทรงแกะสลักบานประตูพระวิหวิารพระศรีศรีากยมุนี วัดสุ ทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหวิาร คู่หน้าด้วยพระองค์เองร่วมกับกรมหมื่นจิตร ภักดี และทรงแกะหน้าหุ่นหน้าพระใหญ่ และพระน้อยที่ทำ จากไม้รักคู่หนึ่งที่เรียรีกว่า พระยารักใหญ่ และพระยารักน้อยไว้ด้วย ด้านดนตรี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระปรีชรีาสามารถในด้านนี้ไม่น้อยไป กว่าด้านละครและฟ้อฟ้นรำ เครื่อรื่งดนตรีที่รีที่รงถนัดและโปรดปรานคือ ซอสามสาย เพลงพระราชนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ "เพลงบุหลันลอยเลื่อน" หรือรื "บุหลัน (เลื่อน) ลอยฟ้าฟ้" แต่ต่อมามักจะเรียรีกว่า "เพลงทรงพระสุบิน" เพราะเพลงมี นี้มีกำ เนิดมาจากพระสุบิน (ฝัน) ของพระองค์เอง บทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ ๑. บทละครในเรื่อรื่งรามเกียรติ์ ๒. บทละครในเรื่อรื่งอิเหนา ๓. บทละครนอกเรื่อรื่ง สังข์ทอง คาวี ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัย ๔. กาพย์แห่เรือรืชมเครื่อรื่งคาวหวาน ๕. บทกาพย์โขน ตอนนางลอย พรหมาสตร์ นาคบาศ และเอราวัณ ๖. กลอนเสภาเรื่อรื่ง ขุนช้างขุนแผน 30


พระสังฆราชปัล ปั เลอร์กัวซ์ 31


ประวัติ วั ติ ประสูติ : 24 ตุลาคม พ.ศ 2348 สิ้นพระชนม์ : 18 มิถุนายน 2405 ฝรั่งเศส เมื่อท่านอายุ 23 ปี ท่านได้บวชเป็นบาทหลวงที่บ้านเณรคณะมิสซังต่าง ประเทศแห่งกรุงปารีสรีหลังจากนั้นนั้ท่านได้มาเผยแผ่คริสริต์ศาสนาในประเทศไทย เมื่อวันที่31 พฤษภาคม พ.ศ 2371 และในปีพปี .ศ 2381 ท่านได้บวชเป็นพระ อธิการแห่งวัดคอนเซ็ปชัน จนได้สมณศักดิ์ว่า"สังฆราชแห่งมัลโลว์" ท่านได้ เรียรีนภาษาไทยและภาษาบาลีจนมีความรู้ทั้งทั้สองภาษาเป็นอย่างดีและได้แต่ง หนังสือออกมา มีชื่อว่า"สัพะ พะจะนะ พาสา ไท" ซึ่งเป็นพจนานุกรม 4 ภาษา ได้แก่ภาษาไทย,ภาษาอังกฤษ,ภาษาฝรั่งเศสและภาษาละติน ท่านไม่เพียงมีความ รู้แค่ด้านภาษายังมีด้านดาราศาสตร์,ภูมิศาสตร์,วิทวิยาศาสตร์,ฟิสิฟิ สิกส์และเคมี อีก ทั้งทั้ยังได้นำ ความรู้ด้านการถ่ายรูปและการชุบโลหะเข้ามา โดยการถ่ายรูปนั้นนั้เริ่มริ่ ขึ้นในประเทศไทยเมื่อพ.ศ 2388 32


สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส 33


ประสูติ : สิ้นพระชนม์ : 2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณริายก พระองค์ที่ 10 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหวิาร ได้รับมหาสมณุตตมาภิเษก เมื่อปี พ.ศ. 2453 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำ รงพระ อิสริยริยศ 11 พรรษา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระราชโอรสในพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาแพ ประสูติเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกยา เธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ เมื่อผนวชได้ 3 พรรษา ทรงเข้าแปลพระปริยัริยัติ ธรรมหน้าพระที่นั่งนั่ทรงแปลได้เป็นเปรียรีญธรรม 5 ประโยค จากนั้นนั้พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยริยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองในธรรมยุติกนิกาย ในปี พ.ศ. 2436 ได้รับโปรดเกล้าเพิ่มพระอิสริยริยศเป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้า คณะใหญ่คณะธรรมยุต มีราชทินนามว่า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณว โรรส สุนทรพรตวิสุวิสุทธิพรหมจรรย์ วิมวิลศีลขันธ์วรธรรมยุตติ์ ศรีวิรีสุวิสุทธิคณะนายก สาสนดิลกธรรมานุวาทย์ บริสัริสัษยนารถสมณุดมบรมบพิตร และเมื่อปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งตั้พระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก แต่งตั้งตั้เป็นเจ้าคณะใหญ่แห่ง พระสงฆ์ ทั้งทั้กรุงเทพมหานคร และหัวเมืองทั่วทั่พระราชอาณาเขต และเลื่อนพระ อิสริยริยศจากกรมหลวงขึ้นเป็นกรมพระยา สมเด็จพระมหาสมณเจ้าประชวรด้วย วัณโรค มีพระอาการเรื้อรื้รังมานานนับสิบปี จนกำ เริบริรุนแรงเกินกว่าความสามารถ ของแพทย์หลวง ประวัติ วั ติ 34 12 เมษายน พ.ศ.2403


การศึกษา • ทรงศึกษาอักขรสมัยเบื้องต้นในสำ นักของท่านนก ธิดาพระศรีวิรีโวิรจน์ • พระชนมายุ ๘ พรรษา ทรงศึกษาอักษรขอม ภาษาบาลี และแปลธัมมปทัฏฐกถา จนถึงบั้นบั้ปลายกับพระยาปริยัริยัติธรรมธาดา(เปี่ยปี่ม) ทรงศึกษาวิชวิาเลข ในสำ นักพระเจ้า อัยยิกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดาพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จ พระนั่งนั่เกล้าเจ้าอยู่ หัว • พระชนมายุ ๑๒ พรรษา ทรงศึกษาภาษาอังกฤษ โดยมีนายฟรานซิส ยอช แปต เตอสัน เป็นพระอาจารย์ พ.ศ. ๒๔๔๔ พระชนมายุ ๒๒ พรรษา ทรงเป็นแม่กองกลาง งานพระราชนิพนธ์ ประเภทหลักสูตร หลักสูตรนักธรรมชั้นชั้ตรี ๘ เล่ม หลักสูตรนักธรรมชั้นชั้โท ๖ เล่ม หลักสูตรนักธรรมชั้นชั้เอก ๗ เล่ม หลักสูตรบาลีไวยากรณ์ ๖ เล่ม ประเภททั่วไป พระธรรมเทศนา ๘๐ กัณฑ์ ทรงแปลพระสูตรต่างๆ ๔๗ สูตร วรรณา (อธิบาย) พระสูตร ๒๕ เรื่อรื่ง พระโอวาทและธรรมคดี ๗๐ เรื่อรื่ง พระนิพนธ์ภาษาบาลี ๑๕ เรื่อรื่ง งานด้านทรงชำ ระ ทรงชำ ระพระไตรปิฎปิก ๑๐ เล่ม คัมภีร์และปกรณ์ต่าง ๆ หลักสูตรบาลีประโยค ๓ ธัมมปทัฏฐกถา ๘ เล่ม หลักสูตรบาลีประโยค ๔ มังคลัตถทีปนี ภาค ๑ ๑ เล่ม หลักสูตรบาลีประโยค ๕ มังคลัตถทีปนี ภาค ๒ ๑ เล่ม หลักสูตรบาลีประโยค ๖ สมันตปาสาทิกา ภาค ๓ ๑ เล่ม หลักสูตรบาลีประโยค ๗ สมันตปาสาทิกา ภาค ๑,๒ ๒ เล่ม รวมงานพระนิพนธ์และทรงชำ ระมากกว่า ๓๐๐ เรื่อรื่ง 35 พระกรณียกิจ


สมเด็จพระศรีส รี วริน ริ ทิราบรม ราชเทวี พระพันวัส วั สาอัยยิกาเจ้า 36


ประวัติ วั ติ พระราชสมภพ : 10 กันยายน พ.ศ 2405 สวรรคต : 17 ธันวาคม พ.ศ.2498 พระนามเดิม พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดพระชนม์ชีพ อันยืนนานของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประสบความทุกข์โทมนัส อัน เนื่องจากความพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักหลายครั้งหลายคราจึงถูกเรียรีกว่า สมเด็จ 6 แผ่นดินมเหสีที่เศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ด้านการแพทย์ คือดำ รงตำ แหน่งองค์สภาชนนีอุณาโลมแดง ที่เป็นชื่อของ สภากาชาดไทยในรัชกาลที่ 4 และพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสถานพยาบาลขึ้น ใน พ.ศ. 2445 ในพื้นที่ที่ขาดแคลนโรงพยาบาลและแพทย์ พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามสถานพยาบาลนี้ว่า โรงพยาบาลสมเด็จ ต่อ มาเรียรีกว่า โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีรรีาชา ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระบรม ราชเทวี ณ ศรีรรีาชา โดยโรงพยาบาลแห่งนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากพระพันวัสสามา โดยตลอด 37 พระราชกรณียกิจสำ คัญ


รัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี พระยา 38


ด้านการปกครอง กุศโลบายหลักในการปกครอง ของท่านคือ หลักพ่อ ปกครองลูก ทํานองเดียวกับ ที่ใช้ในยุคสุโขทัย นอกจากจะยึดหลักพ่อปกครอง ลูกแล้ว ยังยึดหลักในการแบ่งงาน และความ รับผิดชอบแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ดังจะเห็นได้จาก การริเริริ่มริ่จัดตั้งตั้ที่ว่าการกํานันขึ้นเป็นแห่งแรกที่มณฑลภูเก็ต และได้จัดระเบียบการประชุม ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นายอําเภอให้เป็นที่แน่นอน ด้าด้นการส่งเสริมริอาชีพราษฎร อาจจะเป็นเพราะท่านเกิดในตระกูลพ่อค้า ท่าน จึงมีโลกทรรศน์ ต่างจากขุนนางอื่น ๆ คือ มีอุปนิสัยบำ รุงการค้า เมื่อเป็นเจ้า เมืองตรังได้ย้ายจากตำ บลควนธานีไปอยู่ตำ บลกันตังด้วยเหตุผลที่ว่า มีทำ เล การค้าที่ดีกว่า เรือรืกลไฟ เรือรืสินค้าใหญ่ สามารถเข้าถึงได้สะดวก เหล่านี้ เป็นต้น ด้านการคมนาคม พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ให้ความสำ คัญเป็นที่สุด โดย เฉพาะการสร้างถนน ด้านการรักษาความสงบและปราบปรามโจรผู้ร้าย ท่านได้สร้างความคิด ใหม่ขึ้นในหมู่ราษฎร กล่าวคือ ราษฎรทุกคนต้องถือเป็นหน้าที่โดยเพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจะทอดธุระให้แก่เจ้าพนักงาน บ้าน เมืองฝ่าฝ่ยเดียวไม่ได้ เกิด : 8 เมษายน 2400 ถึงแก่อนิจกรรม : 10 เมษายน 2456 เป็นบุตรชายคน สุดท้องของ พระยารัตนเศรษฐี (คอซูเจียง) จีนฮกเกี้ยน บรรดาศักดิ์เลื่อนฐานะจากพ่อค้าเป็นขุนนาง พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ มีมารดาเป็น ได้แสดง ความสามารถ สร้างบ้านบำ รุงเมืองให้เป็นที่ปรากฎ จึงได้รับพระ มหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็น พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เจ้าเมือง ตรังในปี พ.ศ. 2433 และในปี พ.ศ. 2455 โปรดเกล้าให้เป็น สมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต ประวัติ วั ติ 39 ผลงาน ด้านการส่งเสริมริอาชีพราษฎร


สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช 40


พระราชสมภพ : 17 เมษายน พ.ศ.2277 สวรรคต : 6 เมษายน 2325 พระนามเดิมว่า “สิน” (ชื่อจีนเรียรีกว่า “เซิ้นเซิ้นซิน) เป็นพระมหากษัตริย์ริย์ผู้ก่อตั้งตั้อาณาจักรธนบุรี และเป็นพระมหากษัตริย์ริย์พระองค์เดียวของราช อาณาจักรธนบุรี บิดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว ชื่อ “นายไหฮอง” มารดาหญิงไทยชื่อ”นางนกเอี้ยง” ช่วงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (สมเด็จพระธรรมราชาธิราชที่ ๓) ซึ่งเจ้าพระยาจักรีไรีด้ขอ ไปอุปการะเป็นบุตรบุญธรรม ครั้นอายุ ๕ ปี ได้นำ ไปฝากเรียรีนกับพระอาจารย์ทองดี วัดโกษ าวาส (วัดคลัง) อายุครบ ๑๓ ปี ถูกถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำ ราชการกับหลวงศักดิ์จนเชี่ยวชาญและสื่อสารได้อย่าง คล่องแคล่วทั้งทั้๓ ภาษา ครั้นเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ได้อุปสมบท และได้พระองค์สมรสกับหญิง สามัญชนชื่อสอน (กรมหลวงบาทบริจริาริกริา) มีพระราชโอรสพระราชธิดารวม 29 พระองค์ เดิมพระเจ้าตากสินเป็นพ่อ นอกจากพระราชกรณียกิจในด้านกู้ชาติแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสิน ยังได้ปราบอริรริาชศัตรู ที่มักจะล่วงล้ำ เขตแดนเข้ามาซ้ำ เติมไทยยามศึกสงครามอยู่เสมอ จนในสมัยของพระองค์ได้ ขยายอาณาเขตออกไปอย่างไพศาล กล่าวคือ ทิศเหนือ ได้ดินแดนหลวงพระบาง และ เวียวีงจันทน์ ทิศใต้ ได้ดินแดนกลันตัน ตรังกานู และไทรบุรี ประวัติ วั ติ 41 พระราชกรณียกิจสำ คัญ


พระ วิภ วิ าคภูวดล 42


นามเดิม เจมส์ ฟิตฟิซ์รอย แมคคาร์ที เป็นนักสำ รวจและนักทำ แผนที่ชาวไอริชริที่มีบทบาทสำ คัญในการกำ หนดเขตแดน ของประเทศไทย เป็นเจ้ากรมแผนที่คนแรกของสยาม พ.ศ. 2426 พระวิภวิาคภูวดล ถือศักดินา ๘๐๐ และในปลายคริสริต์ศตวรรษที่ 19 ช่วยเปลี่ยนสยามให้เป็นรัฐชาติ สมัยใหม่ เขาดำ รงตำ แหน่งเจ้ากรมแผนที่คนแรก (ปัจจุบันคือ กรมแผนที่ทหาร ซึ่งก่อ ตั้งตั้ขึ้นในวันที่ 3 กันยายน ปี พ.ศ. 2428 โดยเขาดำ รงตำ แหน่งนี้ยาวนานถึง 16 ปี ก่อนจะกราบถวายบังคมลาออกจากราชการเนื่องจากครบกำ หนดสัญญาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444 โดยมีนาย โรนัลด์ เวิร์วิร์ธธี กิบลิน ชาวออสเตรเลียเป็นเจ้า กรมแผนที่สืบต่อมา การทำ แผนที่แบบตะวันตกในประเทศไทยเริ่มริ่มีตั้งตั้แต่นายแมคคาร์ทีเข้ารับราชการ ไทยได้ ใช้หลักมูลฐานขนาดมิติทรงวงรีเรีอเวอเรสต์ในการสำ รวจทำ แผนที่ตลอดมาชื่อ ทรงวงรี "เอเวอเรสต์" มาจากชื่อของนายพันเอกเอเวอเรสต์ นายทหารช่างชาว อังกฤษ ผู้เป็น หัวหน้าสถาบันการแผนที่อินเดีย ในสมัยที่อินเดียยังขึ้นกับอังกฤษการ ทาแผนที่ซึ่งได้ จัดทำ ก่อนสถาปนาเป็นกรมแผนที่เริ่มริ่แรกในตอนปลาย พ.ศ. 2424 เป็นการสำ รวจ สำ หรับวางแนวทางสายโทรเลขระหว่างกรุงเทพฯและมะละแหม่ง (Moulmein) ผ่าน ระแหง (ตาก) ในการนี้ นายแมคคาร์ทีได้ทำ การสารวจ สามเหลี่ยมเล็ก โยงยึดกับสาย สามเหลี่ยมของอินเดียที่ยอดเขาซึ่งอยู่ทางตะวีนวีตกของระแหงไว้ 3 แห่ง งานแผนที่ที่ใช้ สำ รวจมีการวัดทางดาราศาสตร์และการวางหมุดหลักฐานวงรอบ (traverse) พระวิภวิาคภูวดลได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมแผนที่รวบรวมแผนที่ที่กรมแผนที่ทำ กับแผนที่ของอังกฤษและฝรั่งเศสที่มีอยู่แล้วขึ้นเป็นแผนที่ประเทศไทย และใน พ.ศ. 2430 พระวิภวิาคภูวดลก็ได้นำ แผนที่ประเทศไทยที่รวบรวมได้นั้นนั้เดินทางไปยัง ประเทศอังกฤษ เพื่อจัดการพิมพ์ต่อไป จึงเป็นอันว่า แผนที่ประเทศไทยได้ถูกตีพิมพ์ ขึ้นเป็นฉบับแรก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ใน พ.ศ. 2430 และได้ถูกส่งกลับ เมืองไทยใน พ.ศ. 2431 ทางราชการได้ใช้สืบต่อมาจนบัดนี้ เรียรีกว่าแผนที่เมืองไทย ฉบับแม็คคาร์ธี ประวัติ วั ติ 43 ผลงาน


พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิ รีสินทร มหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทวิยมหาราช พระบาทสมเด็จ 44


พระราชสมภพ : 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 สวรรคต : 3 ตุลาคม พ.ศ. 2453 พระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้าฟ้มงกุฎ" •พระราชประวัติวั ติ• เป็นพระมหากษัตริย์ริย์ไทยรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 43 และเป็น ลำ ดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุรีสุริเริยน ทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรับเอานวัตกรรมตะวันตกมา และริเริริ่มริ่พัฒนาประเทศของพระองค์ให้ทันสมัย ทั้งทั้ในด้านเทคโนโลยีและ วัฒนธรรม จนทำ ให้พระองค์ได้รับพระสมัญญานามว่า "พระบิดาแห่งวิทวิยาศาสตร์ และเทคโนโลยี" พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังสถาปนาพระอนุชาของ พระองค์ คือ เจ้าฟ้าฟ้จุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระมหากษัตริย์ริย์พระองค์ที่ 2 โดยได้ประกอบพิธีบวรราชาภิเษกในปี พ.ศ. 2394 เป็นพระบาท สมเด็จพระปิ่นปิ่เกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราช ดำ รัสว่าพระบาทสมเด็จพระปิ่นปิ่เกล้าเจ้าอยู่หัวควรได้รับการถวายความเคารพเสมอ ด้วยพระองค์ ทำ การค้ากับต่างประเทศและรับความคิดเห็นใหม่แบบตะวันตก ต้อง แก้ไขปรับปรุงการปกครองบ้านเมืองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอกประเทศ รวมทั้งทั้แก้ไขเปลี่ยนแปลงประเพณีล้าสมัย แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมต่าง ๆ ด้วย ทรงใช้พระบรมราโชบายเป็นสายกลางผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวัน ออกดังพระราชดำ ริที่ริที่ว่า "อย่าติดของเก่า อย่าตื่นของใหม่ จงค้นหาดีในของเก่าและ ของใหม่" ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ปี ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครอง ราชย์ได้ทรงปกครองประเทศ ในบั้นบั้ปลายพระชนมชีพ พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยไม่สมบูรณ์นัก หลังจากเสด็จประพาส ยุโรปครั้งที่ 2 แล้ว พระอาการก็ค่อยทรุดลงเป็นลำ ดับ และเสด็จสวรรคตด้วยพระ โรคพระวักกะพิการเมื่อเวลา 2 ยาม 45 นาที ของวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2453 พระราชกรณียกิจ ด้านกฎหมาย ในรัชสมัยของพระองค์ มีการลดภาษีอากร ลดหย่อนค่านา ยกเลิกการเก็บอากร ตลาด เปลี่ยนเป็นเก็บภาษีโรงร้านเรือรืนแพจากผู้ค้าขายรายใหม่ ประกาศมิให้ ตกข้าวแก่ชาวนา ออกพระราชบัญญัติกำ หนดใช้ค่าที่ดินให้ราษฎรเมื่อมีการเวนคืน ออกประกาศเตือนราษฎรให้รอบคอบในการทำ นิติกรรม ยังมีการออกกฎหมาย สำ คัญ คือกำ หนดลักษณะของผู้ที่จะถูกขายเป็นทาสให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น โปรดเกล้า ฯ ให้ยกเลิกกฎหมายเดิมที่ให้ สิทธิบิดา มารดา และสามีในการขายบุตรและภรรยา และตราพระราชบัญญัติใหม่ให้การซื้อขายทาส เป็นไปด้วยความยินยอมของเจ้าตัว ที่จะถูกขายเป็นทาสเท่านั้นนั้ ประวัติ วั ติ 45


ด้านวรรณคดีพุทธศาสนา พระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ทำ นุบำ รุงเป็นอย่างดี พระราชนิพนธ์ส่วนใหญ่เป็น ประเภทร้อยแก้ว บทพระราชนิพนธ์ที่สำ คัญ ได้แก่ • ชุมนุมพระบรมราโชบาย 4 หมวด คือ หมวดวรรณคดี โบราณคดี ธรรมคดี และ ตำ รา • ตำ นานเรื่อรื่ง พระแก้วมรกต เรื่อรื่งปฐมวงศ์ • ทรงริเริริ่มริ่ให้มีการค้นคว้าศิลาจารึกรึในประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก คือ จารึกรึหลัก ที่ 1 ของพ่อขุนรามคำ แหงและจารึกรึหลักที่ 4 ของพระยาลิไทย ด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงฟื้นฟื้ ฟูพฟูระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือรืง โดยทรงตั้งตั้ธรรมยุตติกาวงศ์ขึ้น เป็นนิกายใหม่ในพระพุทธศาสนา ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัวินัยและระเบียบ แบบแผน ด้านพระพุทธศาสนา ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ด้วยเหตุที่ทรงสนพระทัยในวิทวิยาการตะวันตกมาตั้งตั้แต่ก่อนขึ้นครองราชย์ จึง ทรงคุ้นเคยกับชาวตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษเป็นอย่างมาก ทั้งทั้ยังเกี่ยวข้องกับ เสนาบดีสกุลบุนนาคเช่นพระยาศรีสุรีสุริยริวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้กราบบังคมทูลเชิญ เสด็จขึ้นครองราชย์นั้นนั้ก็เป็นผู้สนิทสนมและนิยมอังกฤษ เช่นนี้ในรัชสมัยของ พระองค์จึงเปิดปิความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง มีการทำ สัญญา กับต่างประเทศถึง 10 ประเทศ ทรงยึดนโยบาย "ผ่อนสั้นสั้ผ่อนยาว" มาใช้กับ ประเทศมหาอำ นาจเป็นพระองค์แรกในสมัยรัตนโกสินทร์ อันทำ ให้ไทยสามารถ ดำ รงเอกราชอยู่ได้จนทุกวันนี้ พระองค์โปรดเกล้าให้ชาวต่างประเทศรับราชการ เป็นกงสุลไทย เช่น เซอร์ จอห์น เบาริงริอัครราชทูตของสมเด็จพระราชินีนาถ วิกวิตอเรียรีแห่งสหราชอาณาจักร ด้านการศึกษาศิลปวิทวิยา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักดาราศาสตร์ไทย ทรงการ คำ นวณการเกิดสุริยุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างแม่นยำ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ล่วงหน้า และได้เสด็จพระราชดำ เนินพร้อมเชิญทูตฝรั่งเศสและสิงคโปร์ทอด พระเนตรสุริยุริยุปราคาครั้งนั้นนั้ทรงใส่พระทัยกวดขันคนไทยให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทรงสนับสนุนโรงเรียรีนของหมอสอนศาสนาที่เข้ามาเปิดปิกิจการในประเทศไทยเพื่อ ให้คนไทยได้เรียรีนรู้ภาษา อรรถคดี และวิทวิยาการของชาติตะวันตก ด้านโหราศาสตร์ นอกจากนี้แล้ว ยังทรงเป็นนักโหราศาสตร์อีกด้วย ทรงแต่งตำ ราทางโหราศาสตร์ที่ เรียรีกว่า "เศษพระจอมเกล้า" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตำ ราที่ได้รับการยอมรับว่าแม่นยำ และ ทรงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติว่าทรงเป็น "พระบิดาแห่งโหราศาสตร์ไทย" 46


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.6 นายทินกร ภักดีเทพ เลขที่ 6 นายนลธวัช วั ทุมทอง เลขที่ 8 นายเพชรแท้ เจนชัย เลขที่ 12 น.ส.ณัฐธิดา พันธ์ศรี เลขที่ 21 น.ส.นิชานันท์ ทองยัง เลขที่ 24 น.ส.พิมลดา ช้างศิลา เลขที่ 28 น.ส.รวงข้าว หัสนา เลขที่ 32 น.ส.วนันยา คงนะ เลขที่ 33 น.ส.สิดรินริทร์ สีวัน วั เลขที่ 35 น.ส.อริสริตา คุณเกิด เลขที่ 38 สมาชิก


Click to View FlipBook Version