The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิราวรรณ ดีรบรัมย์, 2019-10-24 03:15:23

modern spaces-ผสาน (2)

modern spaces-ผสาน (2)

คาํ นาํ

คูมือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน ฉบับพกพาเลมนี้
จัดทําข้ึนเพื่อแจกจายใหเจาหนาท่ีชุดกูภัยประจําอุทยาน
แห ง ช า ติ ใช ป ร ะ ก อ บ ก า ร ดู แ ล ช ว ย เ ห ลื อผู ป ร ะ ส บ เหตุ ใ น
อุทยานแหงชาติ มุงหวังใหเจาหนาท่ีเตรียมความพรอมให
ความชวยเหลือในเบ้ืองตนอยางถูกตอง ถูกวิธี อันเปนการ
ปองกันมิใหเกิดอาการลุกลามและงายตอการรักษาพยาบาล
ขั้นตอไป ทั้งน้ีเจาหนาท่ีควรฝกปฏิบัติเปนประจําใหเกิด
ความชํานาญและมีทักษะในเร่ืองการปฐมพยาบาล เกิด
ประสิทธิภาพและความเชอ่ื มัน่ ในการใหบ รกิ าร นอกจากน้ียัง
สามารถนาํ ไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจําวนั ไดอ ีกดวย

สํานักอุทยานแหงชาติ หวังเปนอยางยิ่งวา คูมือ
เลมนี้จะเปนประโยชนในการปฏิบัติงานดานการชวยเหลือ
นักทองเที่ยวของเจาหนาท่ีชุดกูภัยประจําอุทยานแหงชาติ
หรือผสู นใจตอไป

สมคั ร ดอนนาป
ผอู ํานวยการสาํ นักอทุ ยานแหง ชาติ

กรกฎาคม 2557

2คูมือการปฐมพยาบาลเบื้องตคน มู ือฉกบาบั รพปกฐพมาพยาบาลเบ้อื งตน ฉบบั พกพ2า

สารบัญ

หนา

คํานํา 1

บทท่ี 1 การปฐมพยาบาล 5

การประเมนิ เบ้ืองตน 8

การปฐมพยาบาลบาดแผลการหา มเลอื ด 15

- บาดแผลถูกแทง 18

- บาดแผลถกู ยิง 21

- บาดแผลที่อวัยวะสวนปลายถกู ตดั ขาด 22

การปฐมพยาบาลผปู ว ยไฟไหม/นาํ้ รอนลวก 24

- แผลไหมจ ากสารเคมี 27

- สารเคมีเขา ตา 28

- แผลไหมจากกระแสไฟฟา 30

32

- ขอเคลด็ 33

- ขอ เคลอ่ื น 34

- กระดูกหัก 36

- การเขา เฝอก/การดาม 38

ภาวะช็อก 47

คูมคอืมู กือากราปรฐปมฐพมยพายบาาบลาเลบเื้อบง้ือตงนตนฉบฉบั พับกพพกาพา 3

ลมบา หมู 48
สิ่งแปลกปลอมเขาตา 51
สง่ิ แปลกปลอมเขาหู 51
ส่งิ แปลกปลอมตกลงไปในคอ 52
การปฐมพยาบาลผปู ว ยไดร บั พษิ /สารพิษ 56
- พษิ จากยาฆา แมลง 59
- พิษจากยาปราบวชั พชื 60
- พิษจากยานอนหลับและยากดประสาท 61
- พิษจากการถกู งกู ัด 61
ทองเดนิ ทองรวงทอ งเสยี 63
กา งติดคอ 64
ตะคริว 65
ลมพิษ 65
เลือดกาํ เดาออก 66
ความปลอดภัยสาํ หรับเด็ก 67

4คมู อื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตคนูม อืฉกบาบั รพปกฐพมาพยาบาลเบ้ืองตน ฉบับพกพ4า

บทที่ 2 การปฏิบตั ิชว ยชวี ติ 69

(Cardio Pulmonary Resuscitation : CPR)

ขั้นตอนการทาํ CPR 75

ผลแทรกซอนจากการทาํ CPR 81

บทท่ี 3 การยกและการเคลื่อนยา ยผปู ว ย 83

(Lifting and Moving)

กฎในการยกและเคลอ่ื นยายผปู ว ย 84

หลกั การยกและเคลอื่ นยายผปู วย 85

การเคลอ่ื นยา ยแบบฉกุ เฉนิ 86

การเคลือ่ นยายแบบไมฉ กุ เฉิน 89

การเคล่ือนยา ยแบบไมใชอปุ กรณ 91

การเคลอื่ นยา ยแบบใชอ ุปกรณ 104
บทท่ี 4 การคดั แยกกรณสี าธารณภัย 112

หรืออุบัติเหตุหมู 115
บทบาทหนา ท่ขี องชดุ แรกท่ีมาถงึ 116
การกัน้ แบง พน้ื ที่ 117
การคัดแยก

เอกสารอางอิง 123

คูมคอืมู กือากราปรฐปมฐพมยพายบาาบลาเลบเ้ือบงื้อตงนตน ฉบฉับพบั กพพกาพา 5

บทที่ 1

การปฐมพยาบาล

การปฐมพยาบาล หมายถึง การใหความชวยเหลือ
แกผูบาดเจ็บหรือผูปวย ณ สถานที่เกิดเหตุ โดยใชอุปกรณ
เทาที่หาไดในขณะนั้น กอนท่ีผูบาดเจ็บจะไดรับการ
ดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย หรือสงตอไปยัง
โรงพยาบาล

วัตถุประสงค ของการปฐมพยาบาล เพ่ือชวยชีวิต
เปนการลดความรุนแรง ของการบาดเจ็บหรือการเจ็บปวย
ทําใหบ รรเทาความเจบ็ ปวดทรมาน และชวยใหกลับสูสภาพ
เดิมโดยเร็ว รวมท้ังปองกันความพิการที่จะเกิดขึ้นตามมา
ภายหลัง

6คูม ือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตคน ูม อืฉกบาบั รพปกฐพมาพยาบาลเบ้อื งตน ฉบบั พกพ6า

หลกั การปฐมพยาบาล

หลักการทั่วไปในการปฐมพยาบาลน้ันจําเปน
จะตองกระทําโดยเร็วที่สุดซ่ึงตองคํานึงถึงกลุมบุคคลสอง
กลุมตอไปน้ี

1. ผูชวยเหลือ มักเปนบุคคลที่อยูในเหตุการณ
ขณะน้นั จงึ ควรมีหลักการชว ยเหลอื ดังนี้

ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ส ถ า น ท่ี เ กิ ด เ ห ตุ
เปน ส่งิ สาํ คญั ทีต่ องคํานึงถึงกอ นเปน อันดบั แรกกอ นเขา ไปให
การชวยเหลือ

ใชตามองดู โดยการสํารวจระบบสําคัญ
ของรางกายอยางรวดเร็ว และวางแผนใหการชวยเหลือ
อยางมีสติ ไมต่ืนเตนตกใจ หามเคลื่อนยาย เมื่อมีการ
บาดเจ็บของอวัยวะตางๆซ่ึงผูใหการชวยเหลืออาจมองไม
เห็น ถาทําการเคลื่อนยายทันทีอาจทําใหเกิดการบาดเจ็บ
มากขึน้ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังหัก ถาเคล่ือนยายไมถูกวิธี
อาจทําใหผูบาดเจ็บ พิการไปตลอดชีวิตได แตมีขอยกเวน
ในกรณกี ารบาดเจบ็ เกดิ ขน้ึ ในสถานท่ีที่ไมปลอดภัย อาจเกิด
อันตรายมากขนึ้ ทง้ั ผบู าดเจบ็ และผูชวยเหลือ หรือไมสะดวก
ตอ การปฐมพยาบาล จําเปน ตอ งเคลอ่ื นยา ย

คูมคอืูม กือากราปรฐปมฐพมยพายบาาบลาเลบเือ้บง้ือตงนตน ฉบฉับพับกพพกาพา 7

ผูบาดเจ็บอยูในท่ีปลอดภัยกอน จึงใหทํา
การชว ยเหลอื ได เชน อยูในน้ํา อยูใ นกองไฟ หรืออยูกลางถนน

ช วยเหลื อด วยความนุ มนว ล แล ะ
ระมัดระวัง โดยการใหการชวยเหลือตามลําดับความสําคัญ
ของการมชี วี ิต หรือตามความรนุ แรงที่ไดรับบาดเจ็บ

2. ผูบาดเจ็บ หรือผูเคราะหรายจากเหตุการณ
ตางๆ อนั ตรายที่รา งกายไดรบั เรยี งตามลําดับความสําคัญได
ดงั นี้

หยุดหายใจ ทางเดินหายใจอุดตัน หัวใจ
หยุดเตน

การเสียเลอื ดเปน จํานวนมากอยา งรวดเร็ว
หมดความรูส กึ
ความเจ็บปวด
กระดกู หกั
การปฐมพยาบาลที่ดี ผูชวยเหลือควรใหการปฐม
พยาบาลอยางถูกตอง รวดเร็ว นุมนวล และตองคํานึงถึง
สภาพจิตใจของผูบาดเจ็บ ควรไดรับการปลอบประโลม
และใหกําลังใจเพือ่ สรางความม่ันใจวาจะไดร ับการชวยเหลือ
และปลอดภัย

8คมู ือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตคน มู ือฉกบาบั รพปกฐพมาพยาบาลเบื้องตน ฉบับพกพ8า

การประเมินเบ้ืองตน

การประเมินเบ้ืองตน เปนการรวบรวมขอมูล เพื่อเปน
แนวทางในการวางแผนใหก ารชว ยเหลือเบือ้ งตน

การประเมนิ เบ้อื งตนมี 2 ประเภท คือ

1. การประเมินสถานการณ เปน การรวบรวมขอมูล
ขาวสารเกี่ยวกบั สถานการณ สภาพแวดลอม ภาวะอันตราย
ความรุนแรงและปลอดภัยตางๆ เพื่อเปนแนวทางในการ
พิจารณาวางแผนใหการชวยเหลือผูปวยไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

2. การประเมนิ สภาพผูปวย เปนการรวบรวมขอมูล
ความผิดปกติท่ีเกิดข้ึนกับผูปวย เพ่ือเปนแนวทางในการให
ความชวยเหลอื ผูป ว ยตามความรนุ แรง และลาํ ดับกอนหลงั

คมูคอืูมกือากราปรฐปมฐพมยพายบาาบลาเลบเ้อืบง้ือตงนตน ฉบฉบั พับกพพกาพา 9

ขัน้ ตอนการชว ยเหลอื เม่ือพบผูป ระสบเหตุฉกุ เฉิน
1. สํารวจสถานการณ
2. สํารวจการบาดเจ็บเบอ้ื งตน
ตรวจดคู วามรูสึกตวั
ตรวจดูทางเดนิ หายใจ
ตรวจดกู ารหายใจ
ตรวจชพี จร

ตรวจดกู ารบาดเจ็บ
3. แจง ขอความชว ยเหลือ
4. ใหการปฐมพยาบาลตามอาการบาดเจ็บ

1ค0ูมอื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คมู ฉอืบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบอ้ื งตน ฉบับพก1พ0า

1. การสํารวจสถานการณ ตองประเมินวา
สถานการณหรือสภาพแวดลอมนั้นปลอดภัยพอท่ีจะเขาไป
ชวยผูบาดเจ็บหรือไม ถาไมปลอดภัยตองขอความ
ชวยเหลอื จากหนว ยกูภัยตางๆ โดยเร็ว และไมควรเขาไปใน
สถานการณน ัน้ เพราะอาจเปน อันตรายตอผูช วยเหลอื ได

* ความปลอดภัยของสถานทเ่ี กิดเหตุ
- ประเมินความรุนแรงของสถานการณ
- หลีกเลี่ยงการเขาใกลวัตถุหรือสถานที่กอใหเกิด

อันตรายเพม่ิ ข้นึ เชน ถังนํ้ามันเชอ้ื เพลิง ถังแกสหรอื ตึกถลม
* ความปลอดภัยของตนเองและผูบาดเจ็บ
- ปอ งกนั การตดิ เช้อื โดยการไมสัมผัสกับเลือดของ

ผบู าดเจ็บโดยตรง ควรมีส่ิงปองกัน
- ไมยุงเกี่ยวกับเหตุการณ ยกเวนเรื่องการดูแล

รักษาผูบาดเจบ็

* คํานงึ ถงึ กลไกการบาดเจบ็
- การบาดเจบ็ เกิดจากสาเหตุใด
- ความรนุ แรงของการบาดเจบ็
- จํานวนผูบ าดเจบ็

คคมู ูมอื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้ือ้ืองงตตน น ฉฉบบบั ับพพกกพพาา 11

2. การประเมินสภาพผูปวยข้ันตน เปนการประเมิน
เพ่ือใหทราบวาเกิดภาวะคุกคามชีวิตผูปวยหรือไม โดยวิธีการ
ปฏิบตั ิดังนี้

* แนะนําตัว บอกชื่อ และอธิบายใหผูปวยหรือ
ญาตทิ ราบวาเราเปน ใคร จะใหก ารชวยเหลอื อะไร

* ตรวจดูความรูสึกตัว โดยการเรียกหรือตีที่ไหล
เบาๆ เพือ่ ดูวา ผปู ว ยรสู กึ ตวั หรอื ไม

- รูส ึกตัวดี จะถามตอบรูเ รื่อง
- รสู ึกตัวบาง ถามตอบไดบางแตไ มคอ ยรูเรอ่ื ง
- ไมรูสึกตัวเลย แมจะหยิกหรือเขยาตัวแลวก็
ตาม
* ตรวจดูทางเดินหายใจ ดูวามีเศษอาหารหรือ
ฟน ปลอมอยใู นปากหรือไม
- ผูปวยรูสึกตัว ใหตรวจดูวาหายใจสะดวก
หรือไม ถาไมส ะดวกใหเ ปด ทางเดินหายใจ
- ผูปวยไมรูสึกตัว ตรวจดูวาทางเดินหายใจโลง
หรือไม โดยจดั ทา เปด ทางเดินหายใจ
- ผปู วยทัว่ ไปใชว ิธดี นั หนา ผากและยกคาง

- ผูปวยที่ไดรับบาดเจ็บหรือไมรูสาเหตุการ

บาดเจ็บ หรือหมดสติ ใหตรึงกระดูกสันหลังสวนคอ ใช

วธิ ีการยกขากรรไกรขน้ึ เพ่ือเปดทางเดนิ หายใจ

1ค2มู ือการปฐมพยาบาลเบื้องตน คมู ฉือบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบ้ืองตน ฉบบั พก1พ2า

* ตรวจดูการหายใจ เพ่ือดูวาผูปวยหายใจ
หรือไม มวี ิธีปฏบิ ตั ดิ ังนี้

เปดทางเดินหายใจในผูปวยท่ีไมมีการบาดเจ็บ
ของกระดูกสันหลัง หรือคอ โดยการใชมือขางหน่ึงดัน
หนาผาก และมืออีกขางเชยคางใหหนาผูปวยแหงนขึ้น
ขางบน หลังจากน้ันตรวจดูโดยการเอียงหนากมลงไปเอา
แกมเขาไปใกลจมูกผูปวย และคอยสังเกต ใชตามองดู
หนาอกวากระเพื่อมข้ึนลงตามการหายใจหรือไม หูฟงเสียง
หายใจและแกมมีลมมาสัมผัสหรือไม ใหดูลักษณะการ
หายใจวาหายใจลําบากหรือไม เร็วหรือชา (ปกติในผูใหญ
หายใจประมาณ 12-20 ครัง้ ตอ นาท)ี

วิธีเปดและตรวจทางเดนิ หายใจ

คคมู มู อื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบือ้ ื้องงตตน น ฉฉบบับบั พพกกพพาา 13

* ตรวจชีพจร เพื่อดูวาหัวใจเตนหรือไม
(ปกติในผใู หญประมาณ 60-100 ครง้ั ตอ นาท)ี

ผปู ว ยทร่ี สู ึกตวั ใหจ ับชพี จรที่ขอ มอื หรือขอพับ

แขน
ผูปวยไมร ูสกึ ตัว ใหจ บั ชีพจรท่คี อ
* ตรวจดูวามีบาดแผล เลือดออกมากหรือไม

ถามีใหท าํ การหา มเลือดโดยเรว็

วธิ ตี รวจชีพจร

1ค4ูมอื การปฐมพยาบาลเบื้องตน คูม ฉือบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบ้อื งตน ฉบบั พก1พ4า

* การขอความชวยเหลือ เมื่อตรวจดูสภาพ
ผูปวยอยางคราวๆเสร็จแลว ใหรีบแจงขอความชวยเหลือ
จากหนวยแพทย โทรศัพทหมายเลข 1669 ในขณะ
แจงขอความชวยเหลือ ต้ังสติใหดีพูดจาใหชัดเจน
ต่ืนเตน ตกใจพรอ มท้งั ใหรายละเอียดขอ มลู ตางๆ ดงั นี้

สถานทเ่ี กิดเหตุ บอกจุดทสี่ ังเกตไดง าย
ช่ือผูแจงขอความชวยเหลือ และเบอร
โทรศพั ทท ่สี ามารถตดิ ตอ กลบั ไปได
เกดิ เหตอุ ะไร มีผบู าดเจ็บกี่คน แตละคน
มอี าการบาดเจ็บอยางไรบาง
ใหการชวยเหลือขั้นตนไปแลวอยางไร
บา ง

คคูมูมอื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้อื ้ืองงตตนนฉฉบบบั บั พพกกพพาา 15

การปฐมพยาบาลบาดแผล การหามเลอื ด
การบาดเจ็บใดๆก็ตาม แมจะเห็นเปนบาดแผล
ภายนอกเล็กๆ แตอาจเปนสาเหตุใหอวัยวะภายในบาดเจ็บ
รนุ แรงได ตลอดจนเปน สาเหตุ ใหเลอื ดออกมาก ชอ็ ก หวั ใจหยุด
เตน สมองบาดเจ็บ รวมท้ังเสนประสาทถูกทําลายได

แผลถูกของมีคม แผลถลอก

แผลชา้ํ แผลฉกี

1ค6ูมอื การปฐมพยาบาลเบื้องตน คูมฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบ้ืองตน ฉบบั พก1พ6า

หลักการหา มเลอื ด
1. ต อ ง คํ า นึ ง ถึ ง ค ว า ม

ปลอดภัยของตนเอง การปองกัน
การตดิ เชอ้ื หากตอ งไปสมั ผสั บาดแผล
และเลือดของผูปวยโดยตรง ควร
สวมถุงมือยาง หรือหาวัสดุใกลตัว
เชน ถงุ พลาสตกิ

2. แผลเลก็ กดโดยตรงลงบน
บาดแผล แผลใหญขึ้นใชฝามือกดปลายแผลไว วิธีท่ีดีที่สุด
คือใชผาสะอาดพับหนาๆ กดลงบนบาดแผลในกรณีฉุกเฉิน
ใชเ สือ้ ผาเชด็ หนา ผา พนั คอ แตถาไมมีจริงๆ ใชฝามือกดลง
ไปตรงๆ ไดเลยนานประมาณ 10 นาที

ถาเลือดยังไมหยุดให
เติมผาช้ินใหมลงบนช้ินเดิมที่ปด
อยูบนบาดแผล

คคมู ูมอื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอ้ื ื้องงตตน น ฉฉบบับับพพกกพพาา 17

3. ใชผายืดพันทับบนผาท่ีปดกด
บาดแผลไว

4. ถาเลือดออกมาก อยาเสียเวลา
ทําแผลใหใชมือกดบนบาดแผล พรอม
ทั้งยกสวนน้ันใหสูงขึ้นเหนือระดับ
หัวใจ ในกรณีท่ีไมมีกระดูกบริเวณนั้น

หกั รวมดวย

5. ถา เลือดยังไมหยุด ใหใชน้ิวมือกดตรง
จุดเสนเลือดแดงท่ีมาเล้ียงบริเวณบาดแผลที่
มีเลือดออก โดยการกดติดกับกระดูก ซ่ึงจะ
ชวยทําใหการไหลของเลือดชาลงชั่วคราว

การใชน้ิวกดเสนเลือดนี้จะตองทําควบคูกับ
การกดลงบนบาดแผลโดยตรง ไมควรใชว ธิ ีนีว้ ธิ ีเดียว

6. เฝา ระวังอาการช็อกเนอื่ งจากการเสยี เลือด
จะมีอาการดังน้ี หนา มดื เวียนศีรษะ หนาซีด
ตัวเยน็ เหง่อื ออก ชพี จรเบา เร็ว หรอื คลําไมได
ตาํ แหนงกดเสนเลือดแดง

1ค8ูมือการปฐมพยาบาลเบื้องตน คูม ฉือบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบบั พก1พ8า

บาดแผลถกู แทง
แผลถูกแทงมคี วามสาํ คญั ขนึ้ อยูกับบริเวณที่ถูกแทง

ถาถูกแทงลึกอาจถูกเสนเลือด เสนประสาทและเสนเอ็น
แมวาผูบาดเจ็บไมมีอาการ ก็จําเปนตองนําสงโรงพยาบาล
เพ่ือใหแพทยตรวจดูวาแผลที่ถูกแทงถูกอวัยวะที่สําคัญ
หรือไม ตามธรรมดาแผลท่ีแพทยเย็บไวจะตัดไหมไดภายใน 1
สัปดาห หลังจากตัดไหม อาจถูกนํ้าหรือฟอกสบูได
ไมจําเปนตองปดแผลอีก แตบางรายแผลยังติดไมดี ไมควร
ถูสบูบริเวณน้ันแรงๆ เพราะแผลอาจแยกได ตามปกติแผล
จะติดสนทิ ดีเหมือนเน้อื ธรรมดา ใชเ วลาประมาณเดือนครงึ่

แผลถูกแทงท่ีทอ ง
แผลถูกแทงที่ทองอาจไปทําลายอวัยวะภายในได

เชน ถูกกระเพาะอาหาร ลําไส หรือเสนเลือดทําใหเลือดตก
ใน เปนอันตรายรุนแรงถึงแกชีวิตได วิธีใหการชวยเหลือมี
ดังนี้

คคมู มู อื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอื้ ้ืองงตตนนฉฉบบบั บั พพกกพพาา 19

1. ใหผูป วยนอนหงาย งอเขา เพือ่ ใหห นาทองหยอน

2. ปดบาดแผลดว ยผาสะอาด แลวนําสงโรงพยาบาล

3. ถามีวัสดุหักคา
ห า ม ดึ ง อ อ ก อ ย า ง เ ด็ ด ข า ด
ใหทําการยึดตรึงวัสดุน้ันไวให
อยูนิ่งที่สุด โดยใชผาสะอาด
พันรอบวัสดุน้ัน แลวยึดใหอยู
กับทไี่ มใหเคลือ่ นไหวไปมา

4. ถา ผปู วยเปน ลม หนา ซดี ตัวเยน็ เหง่อื แตก อาจ
มีเลือดตกใน ควรใหผูปวยนอนราบศีรษะต่ํา ไมควรให
รับประทานอะไรท้งั สิน้

5. ถามีลําไสหรืออวัยวะภายในโผลแลบออกมา
จากแผลท่ีถูกแทงหามจับยัดกลับเขาไปควรใชผาสะอาด
ทสี่ ดุ เทาทจ่ี ะหาไดป ด แผล แลว นําสง โรงพยาบาล

2ค0มู ือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คมู ฉือบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบอ้ื งตน ฉบบั พก2พ0า

แผลถกู แทงทห่ี นาอก
ถาถูกแทงดานหลัง อาจแทง

ถูกกระดกู สันหลัง ทําใหเปนอัมพาตได
ถาถูกแทงดานหนาตรงกลาง

หนา อกอาจถกู หัวใจ
ถาถูกแทงทางดานขางลําตัว

โดยเฉพาะขางซายอาจถูกเสนเลือดแดงใหญของทรวงอก
ถามีมีดปกคาอยูไมควรดึงมีดออก เพราะปลายมีดที่อยูใน
เสนเลือดจะทําหนาท่ีเหมือนจุกกอกอุดเอาไว ถาดึงออกก็
เหมือนกับเปดจุกออก เลือดจะออกมามาก และทําใหเกิด
การบาดเจ็บของเนื้อเย่ือบริเวณน้ันมากข้ึน ถาถูกแทงขาง
ขวา อาจถูกปอด หรือเย่ือหุมปอด ทําใหเลือดออกในชอง
ทรวงอก ปอดแฟบ หรือมีอากาศไปแทนท่ีเนื้อปอดในทรวง
อก ทําใหปอดขยายตัวไดนอยลง ทําใหหายใจลําบาก และ
หยุดหายใจได ถาถูกแทงบริเวณตอนลางของทรวงอก
ดานหนาหรือดานหลังอาจเขาชองทองเกิดอาการเลือดตก
ภายในอยางรนุ แรงได วธิ ใี หการชวยเหลือโดยการหามเลือด
แลวปดบาดแผลใหสนิท ถามีวัสดุปกคา หามดึงออกควรยึด
วสั ดนุ ้นั ใหอ ยนู ิง่

คคูมูมอื ือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอ้ื ้ืองงตตนน ฉฉบบบั บั พพกกพพาา 21

บาดแผลมีวัสดุปก คา
หามดึงวัสดุที่ปกคาอยูออกมาเด็ดขาด ถาวัสดุนั้น

ยาวเกะกะไมสะดวกตอการเคล่ือนยายใหตัดส้ันลงได
แลวทําการยึดตรึงวัสดุน้ันใหอยู
น่ิงทส่ี ุด โดยการใชผ าสะอาดพัน
รอบวัสดุนั้น แลวยึดใหอยูกับที่
ไมใหเคลอ่ื นไหวไปมา

บาดแผลถกู ยงิ
ควรรีบใหการชวยเหลือทันที ถามีเลือดออกมา

ภายนอกตองหามเลือดโดยใชวิธีกดลงบนบาดแผลโดยตรง
หรือกดเสนเลือดแดงบริเวณบาดแผล ถามีกระดูกหักรวมดวย
จะตองดามกระดูกสวนท่ีหักใหอยูนิ่งๆ นอกจากนี้อาการ
ช็อกจะเกิดข้ึนไดเสมอ เนื่องจากมีเลือดออกภายในซึ่งจะ
ตองดูแลอยางใกลชิด ผูปวยถูกยิงทุกกรณีจะตองแจงให
เจาหนาท่ีตํารวจทราบเพราะเปนคดี ผูชวยเหลือควรตระหนัก
ในความรับผิดชอบ ไมทําลายหลักฐานหรือพยายามเปล่ียนรูป
คดไี มว า จะเปน การฆาตกรรมอบุ ัตเิ หตุหรือเจตนาฆาตัวตาย

2ค2ูมอื การปฐมพยาบาลเบื้องตน คมู ฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบับพก2พ2า

บาดแผลท่ีมอี วัยวะสว นปลายถกู ตดั ขาด
ใหทําการหามเลือด ตามหลักการหามเลือด และ

เก็บชิ้นสว นอวัยวะท่ีถูกตัดขาดดวยวธิ ีดังนี้
1. กดและยกสว นท่บี าดเจบ็ ใหสงู
2. วางสวนที่ขาดใสถุงพลาสติกที่แหงและสะอาด

เพ่ือปองกันอวัยวะนั้นแหง แลวปดปากถุงใหแนนอยา
พยายามใชย าฆาเชื้อโรคหรอื ลา งสวนทีข่ าดนนั้

3. นําถุงที่ใสอวัยวะนั้นแชลงในน้ําแข็งหรือในน้ํา
เย็น

4. สงผูปว ยไปโรงพยาบาลโดยเรว็ พรอมอวยั วะ
สว นท่ีขาด

คคูมมู อื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบื้อื้องงตตนนฉฉบบับบั พพกกพพาา 23

การดแู ลผบู าดเจบ็ ทมี่ ีอาการเลือดตกภายใน
ถาสงสัยวาผูบาดเจ็บจะมีเลือดออกภายใน เชน

ในรายถกู แทงรถชน ควรปฏิบัติดังน้ี

1. รีบนําสงโรงพยาบาล
2. ระหวา งนาํ สง ควรใหก ารชว ยเหลือดงั นี้

- ใหผบู าดเจ็บนอนนิ่งๆ
- ใหผูบาดเจ็บนอนศีรษะต่ํา ยกปลายเทาสูง

เพื่อใหเ ลอื ดไหลไปเลยี้ งอวัยวะสาํ คญั ของรางกาย
- คลายเส้อื ผา ใหห ลวม
- ใหความอบอุนแก

รา งกาย
- ตรวจดูการบาดเจ็บ

สว นอืน่ ๆ เพือ่ ใหการดูแลตอไป
- ถาผูบาดเจ็บหมดสติ

ใหเปดทางเดินหายใจ ตรวจดูการ
หายใจและจัดทาใหผูบาดเจ็บนอน
ตะแคงหนา (ถาไมมีกระดูกคอหรือ
หลังหกั )

- หามผบู าดเจ็บรบั ประทานอาหารและนา้ํ

2ค4ูมอื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คูมฉอืบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบอื้ งตน ฉบบั พก2พ4า

แผลไหม (Burn)
ผิวหนังที่ปกคลุมรางกายมีหนาท่ีปองกันอันตราย
และเช้ือโรคมิใหเขาสูรางกาย เม่ือผิวหนังถูกทําลายดวย
ความรอนเกิดเปนแผลไหมจะทําใหเกิดอันตรายแกรางกาย
ต้ังแตเล็กนอยไปจนถึงเสียชีวิตได การชวยเหลืออยาง
ถูกตองจะชว ยลดความรุนแรงได
สาเหตุของแผลไฟไหม
1. ทางเดินหายใจไดรบั อันตราย
2. เสียนาํ้ และนา้ํ เหลอื ง จํานวนมาก
3. ชอ็ ก จากการเสียนํ้าและของเหลว
4. การตดิ เชือ้
หลกั การปฐมพยาบาลไฟไหมแ ละนา้ํ รอนลวก
1. หยุดยง้ั ความรอ น โดยปฏิบัตดิ ังนี้
- ดบั ไฟโดยใชน ้ําราด หรือใชผา หนาๆคลุมตัว
- ถอดเส้ือผาท่ีไหมไฟหรือถูกน้ํารอน พรอมถอด
เครอ่ื งประดับทีอ่ มความรอ นออกใหห มด
2. ตรวจรางกาย ดังน้ี

คคมู มู ือือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอื้ ้ืองงตตน น ฉฉบบับับพพกกพพาา 25

- การหายใจ ถาพบสิ่งผิดปกติ เชนเสียงแหบ
หายใจมีเสียงผิดปกติ เสมหะมีเขมาปน ตองชวยหายใจ
โดยเรว็

- ชพี จร ถาเบามาก หรือไมเ ตน ตองชว ยนวดหวั ใจ
- การบาดเจบ็ มบี าดแผลเลือดออก ตองหามเลือด
ถา กระดูกหักกต็ องเขา เฝอกช่ัวคราวให
- ประเมินความรนุ แรงของแผลไฟไหม และใหการ
ชวยเหลือตามความเหมาะสม
การปฐมพยาบาลแผลไหม
1. เฉพาะชั้นผวิ หนงั
- ระบายความรอนออกจากแผล โดยใชผาชุบน้ํา

ประคบบริเวณบาดแผล แชลงในน้ําหรือเปดใหน้ําไหลผาน
บริเวณบาดแผลตลอดเวลา นานประมาณ 10 นาที ซ่ึงจะ
ชวยบรรเทาความเจ็บปวดได

- ทาดว ยยาทาแผลไหม
- หา มเจาะถุงนํ้าหรือตัดหนงั สวนทพ่ี องออก
- ปด ดว ยผา สะอาด เพอื่ ปอ งกันการติดเชื้อ

2ค6มู ือการปฐมพยาบาลเบื้องตน คูมฉือบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบอ้ื งตน ฉบบั พก2พ6า

- ถา แผลไหมบ ริเวณกวา ง หรืออวัยวะท่ีสําคัญตอง
รบี นาํ สง โรงพยาบาล

2. ลึกถึงเน้ือเย่ือใต ผิวหนัง
- ไมต องระบายความรอ นออกจากบาดแผล เพราะ
จะทํา ใหแผลตดิ เช้ือมากข้ึน
- หา มใสยาใดๆทัง้ สิน้ ลงในบาดแผล
- ใชผาสะอาดหอตัวผูบาดเจ็บเพื่อปองกันสิ่ง
สกปรก ให ความอบอนุ และรบี นําสง โรงพยาบาล

คคูม ูม อื ือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้อื ื้องงตตน นฉฉบบบั ับพพกกพพาา 27

แผลไหมจากสารเคมี
เมื่อถกู สารเคมีหกราดผิวหนงั หรอื ลําตัว ใหป ฏบิ ัตดิ ังนี้

1. ใชน้ําลาง โดยวิธีตักราดหรือเปดน้ําใหไหลผาน
นานประมาณ 10 นาที หรือนานจนแนใจวาลางสารเคมีออกหมด

2. ถอดเสื้อผาเครื่องประดบั ทเี่ ปอนสารเคมีออกใหห มด
3. ตรวจรางกายทั่วๆไป เกี่ยวกับการหายใจ ชีพจร
หรือบาดแผลอื่นๆ ถามีความผิดปกติ ตองรีบใหการ
ชว ยเหลอื ทันที
4. นําสงโรงพยาบาลสําหรบั ผูท่มี ีอาการบาดเจ็บสาหัส
ส่ิงสาํ คัญ

- ถาสารเคมีเปนผงใหปดสารเคมีออกจากเสื้อผา

กอน แลวถอดเส้ือผาเคร่ืองประดับออกใหหมดแลวจึงลาง

ออกดวยนํ้า เพราะถาใชนํ้าลางทันที สารเคมีจะละลายนํ้า

และทําใหออกฤทธม์ิ ากขึน้

- ผูชวยเหลือตองระวัง

ตนเองไมใหสัมผัสกับสารเคมี

ในขณะทําการชว ยเหลือ

2ค8ูมอื การปฐมพยาบาลเบื้องตน คมู ฉือบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบับพก2พ8า

สารเคมีเขาตา
ตองรีบใหการชวยเหลือเพราะอาจทําใหตาบอดได

ดงั น้ี
1. ลางตาดวยน้ําสะอาด นานประมาณ 20 นาที

โดยใช วิธเี ปด นา้ํ จากกอ กเบาๆ ลา งหรือเทน้ําจากแกวลาง
ระวังอยา ใหน้ํา กระเดน็ เขา ตาอกี ขางหนึง่

2. ปดตาดวยผาสะอาด หา มขย้ตี า
3. นําสงโรงพยาบาล

คคูมูมอื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบื้อ้ืองงตตนน ฉฉบบบั ับพพกกพพาา 29

สง่ิ ท่คี วรปฏิบัตแิ ละไมควรปฏบิ ตั ใิ นการดูแลบาดแผลไฟไหม
ส่ิงทค่ี วรปฏบิ ตั ิ
1. ใชความเย็นจากน้ําระบายความรอนออกจาก

บาดแผล
2. ปด ดวยผาแหงและสะอาด
3. ดูแลปองกันไมใหเกิดภาวะช็อก โดยรักษา

อุณหภูมิของรางกายไมใหเย็นจัดเกินไป ดวยการหมผาให
ความอบอนุ ในรายท่ีบาดเจ็บไมมาก และรูสึกตัวดีใหด่ืมน้ํา
มากๆ

สิง่ ทไ่ี มค วรปฏบิ ตั ิ
1. หา มใชน ้ําแขง็ นาํ้ เยน็ จดั ประคบ หรือวางลงบน
บาดแผลไฟไหม
2. หา มใชส่ิงตางๆปดแผลยกเวน ผาสะอาด
3. หา มดงึ ชิน้ สว นตางๆของเสอ้ื ผาทไี่ หมต ดิ หนังออก
4. หามระบายความรอนแผลไหมท ล่ี กึ กวา ชนั้ ผิวหนัง
5. หา มเจาะถุงน้ํา
6. หา มใชข ผี้ ึ้ง ครีม ท่ีกอใหเกิดความรอนทาบริเวณ
บาดแผลไฟไหม

3ค0ูมอื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คูมฉือบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบบั พก3พ0า

แผลไหมจากกระแสไฟฟา
รางกายมนุษยเปนตัวนําไฟฟาที่ดี สาเหตุมักเกิด

จากสายไฟเคร่ืองใชไฟฟาในบานชํารุด หรือทํางานเกี่ยวกับ
ไฟฟา อันตรายจึงข้ึนอยูกับชนิดของกระแสไฟฟา และ
ระยะเวลาท่สี มั ผสั กระแสไฟฟา แผลไหมทเ่ี กดิ ขึ้นตรงจุดเขา
ของกระแสไฟฟามสี นี า้ํ ตาล พบไดม ากบรเิ วณฝามือ สวนจุด
ทกี่ ระแสไฟฟา ออกจะเปน รอยไหมสดี ํา พบมากทเี่ ทา

อันตรายที่เกิดขึ้นคือ เนื้อเยื่อ ถูกทําลายอยาง
รนุ แรง หวั ใจเตน ผดิ จงั หวะ หรือหยุด
หายใจ ซ่ึงเปนสาเหตุของการ
เสยี ชีวติ

อาการทพ่ี บเมื่อถูกไฟดูด
1. ไมร ูสกึ ตวั
2. หายใจลาํ บาก หรือหยุดหายใจ
3. ออนเพลีย ชีพจรเตน ไมส มํ่าเสมอ หรอื หยดุ เตน
4. แผลไหม ผิวหนังที่เปน
จุดเขาและออกของกระแสไฟฟา
มักพบท่มี อื และเทา

คคูมมู ืออื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้อื ื้องงตตนน ฉฉบบับบั พพกกพพาา 31

การชวยเหลือ
ผูชวยเหลอื ตองมน่ั ใจวาตนเองปลอดภยั และไมจ บั
ตวั ผูถูกกระแสไฟฟา ดูดกอนตดั กระแสไฟฟา
1. กําจัดสาเหตุ โดยใชวัสดุท่ีเปนฉนวน เขี่ยไฟฟา
ออก ดงึ ตวั ผบู าดเจบ็ ออกจากสายไฟฟา ปด สวทิ ชไ ฟหรอื สับ
สะพานไฟ
2. ตรวจดูการหายใจ ถายังไมหายใชตองชวยการ
หายใจ
3. ตรวจดูชีพจร ถาไมเตน ใหชว ยนวดหัวใจ
4. ตรวจดแู ผลไหม เพื่อใหการปฐมพยาบาล
5. ตรวจดูการบาดเจบ็ อ่นื ๆ เพ่อื ใหการชว ยเหลือ

6. นําสง โรงพยาบาล

3ค2มู ือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คมู ฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบอื้ งตน ฉบบั พก3พ2า

การบาดเจ็บของกลา มเนื้อและกระดูก
การบาดเจ็บของกระดกู และขอ ตอ

รา งกายคนเราประกอบดว ยกระดกู จาํ นวน 206 ช้นิ
การเคล่ือนไหวของรางกายตองอาศัยการทํางานของ
กลามเน้ือ ถาปราศจากกลามเน้ือ กระดูก และขอตอตางๆ
จะไมสามารถเคล่ือนไหวไดเลย การบาดเจ็บตอกลามเน้ือ
และกระดูก ทําใหมีการฉีกขาดของกลามเน้ือ เอ็น ขอตอ
เคลื่อน และกระดูกหัก ทําใหอวัยวะตางๆ เสียหนาท่ีไป ไม
สามารถทาํ งานไดต ามปกติ

คคมู มู อื ือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอื้ ื้องงตตนนฉฉบบับบั พพกกพพาา 33

ขอ เคลด็
หมายถึง การท่ีขอ มกี ารเคลอ่ื นไหวมากเกินไป ทําใหเน้ือเย่ือ
ออนๆ และเอ็นรอบๆ ขอ หรือกลามเน้ือ มีการชอกชํ้า ฉีก
ขาด หรือยึด เน่ืองจากขอน้ันถูกบิด พลิก หรือแพลงไป
พลดั ตกจากท่ีสูง

อาการ
1. เจ็บปวดมาก ถา กดดจู ะยิง่ เจ็บมากขึน้
2. บวมและรอน อาจมีเลอื ดออกบรเิ วณขอ
3. เคลอ่ื นไหวไดไมถ นดั จะรูสึกเจบ็
4. อาจมีอาการชาบริเวณท่ีขอเคล็ด ซ่ึงแสดงวา
เสนประสาทมีการฉกี ขาดดว ย

การปฐมพยาบาล
1. ใหขอ พกั นงิ่ ๆ
2. ควรยกมือหรอื เทาทเ่ี คลด็ ใหส ูงข้นึ ถา เปนขอมือ
ควรใชผ าคลองแขนไว

3ค4มู อื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คูมฉอืบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบือ้ งตน ฉบับพก3พ4า

3. ภายใน 24 ช่ัวโมงแรกใหประคบดวยความเย็น
เพื่อใหเลือดใตผิวหนังหยุดไหล หลังจากน้ันใหประคบดวย
ความรอน

4. พันดว ยผายืด
5. ภายใน 7 วัน หากอาการไมดีขึ้น ใหไป
โรงพยาบาล เพอ่ื ตรวจใหแ นน อนวาไมมกี ระดูกหกั รว มดวย

ขอ เคลื่อน
หมายถึง สวนของขอตอบริเวณปลายกระดูก

เคลื่อนหรือหลุดออกจากท่ี เกิดจากการถูกกระชากอยาง
แรง หรือมโี รคทข่ี อ อยูกอนแลว เชน วัณโรคทีข่ อ สะโพก

อาการ ปวด บวม เคลื่อนไหวบริเวณขอไมได อาจ
คลําพบบรเิ วณปลายกระดูกที่หลุดได

คคูม มู ือือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้ือื้องงตตน นฉฉบบบั ับพพกกพพาา 35

การปฐมพยาบาล
1. ใหข อ พักน่ิง อยา พยายามดึงกลับเขา ที่
2. ประคบดว ยความเยน็
3. เขา เฝอ กช่วั คราว หรอื ใชผาพัน
4. รบี นาํ สง โรงพยาบาล ควรงดอาหาร นํ้า และยาทุกชนดิ

3ค6มู ือการปฐมพยาบาลเบื้องตน คมู ฉือบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบ้อื งตน ฉบบั พก3พ6า

กระดูกหัก
การปฐมพยาบาลที่ถูกตอง จะทําใหกระดูกติดกัน

ไดเร็ว กลับคืนเปนปกติไดภายหลังท่ีไดรับการรักษาท่ี
ถกู ตองจากแพทย ในทางตรงกนั ขามหากใหก ารชว ยเหลือไม
ถูกวิธี อาจเกิดอันตรายตอชีวิต หรือเกิดความพิการได เชน
ผูปว ยกระดูกสนั หลังหกั
อาการ - ปวด บวม รอ น บรเิ วณทีห่ ัก

- ถาจับกระดกู นัน้ โยกหรือบดิ เล็กนอยจะมีเสียงดัง
กรอบแกรบเนอื่ งจากปลายกระดกู ทีห่ ักน้ันเสียดสกี นั

- การเคลอ่ื นไหวผดิ ปกติ
- รูปรางของกระดกู ผดิ ปกติ
- อาจมีบาดแผลและพบปลายกระดูกโผลออกมา
ใหเหน็ ได

กระดูกหักชนดิ ไมม ีแผล กระดกู หักชนิดมีแผลเปด
(Closed Fracture) (Opened Fracture)

คคมู ูมอื อื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้ือ้ืองงตตน น ฉฉบบบั บั พพกกพพาา 37

จุ ด ป ร ะ ส ง ค ข อ ง ก า ร ป ฐ ม พ ย า บ า ล ผู บ า ด เ จ็ บ
กระดูกหัก เพื่อใหสวนที่หักไดพักนิ่งๆ ไมใหเคลื่อนไหว
เพ่ือปองกันไมใหปลายกระดูก สวนที่หักไปเสียดสีกัน หรือ
หลุดแยกออกจากกัน อาจทําใหอวัยวะขางเคียงถูกทําลาย
และเพ่ือลดความเจ็บปวด นอกจากนี้ยังทําใหเลือดออก
นอยลง

พยายามตรึงกระดูกสวนท่ีหักใหอยูกับที่ โดยใช
วัสดุที่หาไดงาย เชน ไม หรือกระดาษหนังสือพิมพพับให
หนา รวมทัง้ ผา และเชอื กสําหรับพนั รดั ดวย

กระดูกหักโผลออกมานอกเนื้อ หามดันกลับเขาไป
เปนอันขาดถามบี าดแผลเลือดออกใหทําการหามเลือด และ

ปดแผลกอ นทาํ การเขา เฝอกชั่วคราว

3ค8ูม ือการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คูมฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบบั พก3พ8า

การตรวจบริเวณท่หี กั ตองทาํ ดวยความระมัดระวัง
เพราะอาจทําใหปลายกระดูกท่ีหักเคล่ือนมาเกยกัน หรือ
ทะลอุ อกมานอกผิวหนงั

การถอดเส้ือผาผูบาดเจ็บ ควรใชวิธีตัดตามตะเข็บ
อยาพยายามใหผูบาดเจ็บถอดเอง เพราะจะทําใหเจ็บปวด
เพ่มิ ขึ้น

การหกั ของกระดกู ชิน้ สาํ คัญ เชน กระดูกเชิงกราน
กระโหลกศีรษะ ขากรรไกร คอ และกระดกู สนั หลงั ตอ งการ
การดูแลรักษาที่ถูกตอง เพราะการหักของกระดูกเหลานี้จะ
ทาํ อนั ตราย อยา งรุนแรงตอ เนื้อเยือ่ ใกลเคียง กะโหลกศีรษะ
แตก และสันหลังหักเปนอันตรายมากท่ีสุด เพราะวาเนื้อ
สมองและไขสันหลังถูกทําลาย

การเขา เฝอ ก
หมายถงึ การใชวัสดุตางๆ พยุง หรือหอหุมอวัยวะ
ท่กี ระดูกหักใหอยูน่ิง ซึ่งมีประโยชนชว ยใหบ ริเวณที่บาดเจ็บ
อยูน่ิง เปนการบรรเทาความเจ็บปวดและปองกันอันตราย
เพิ่มมากข้ึน เฝอกมี 3 ชนิดคือ เฝอกจริงหรือเฝอกถาวร
เฝอกชัว่ คราว เฝอกธรรมชาติ

คคูมูมอื ือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบือ้ ้ืองงตตน น ฉฉบบบั ับพพกกพพาา 39

หลักการเขา เฝอกชั่วคราว
1. วัสดทุ ่ีใชด ามตองยาวกวา อวัยวะสวนที่หัก
2. ไมวางเฝอกลงบนบริเวณที่กระดูกหักโดยตรง
ควรมีสิ่งอ่ืนรองเชน ผาวางกอนตลอดแนวเฝอก เพ่ือไมให
เฝอกกดลงบริเวณผวิ หนังโดยตรง ซึ่งทําใหเจ็บปวดและเกิด
เปน แผลจากเฝอ กกดได
3. มัดเฝอกกับอวัยวะที่หักใหแนนพอควร ถารัด
แนน จนเกนิ ไปจะกดผิวหนังจนทําใหการไหลเวียนของเลือด
ไมส ะดวกเปนอนั ตรายได

4ค0ูมอื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตนคมู ฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบื้องตน ฉบับพก4พ0า

การปฐมพยาบาลผูปวยกระดกู หัก
1. กระดูกปลายแขนหกั
ใชไมแผนแบนๆหรือหนังสือพิมพพับหนาๆใหมี

ความยาว ต้ังแตปลายน้ิวถึงขอศอกใชเปนเฝอก แลวพันดวย
เชอื กหรอื ผายืดใหก ระชบั ใชผ าคลองคอหอยแขนขางท่หี กั ไว

คคมู ูมืออื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบือ้ ้ืองงตตน นฉฉบบับับพพกกพพาา 41

2. กระดกู แขน และไหปลาราหัก
ใชผาคลองแขนแลวผูกกับคอ ใชผาอีกผืนพันรัด

แขนขางท่ีหักใหติดกับลําตัว (อยาพยายามฝนงอแขนถาทํา
ไมได) กระดูกแขนหักบริเวณขอศอกอาจจะหักตอนปลาย

ของกระดูกตน แขน หรือสวนบนของกระดูกปลายแขน อยา
พยายามงอแขนเพอื่ คลอ งแขน ใหด ามแขนในลกั ษณะตรง

3. ขอ ศอกเคลื่อนหรอื หกั

4ค2มู อื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คมู ฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบ้ืองตน ฉบับพก4พ2า

4. กระดูกขาทอ นลา งหกั
กระดูกปลายขาเปนกระดูกท่ีชวยรองรับนํ้าหนัก

ของรางกายถาหักควรดามโดยใชเฝอก 2 อันยาวต้ังแตสน
เทาถึงเหนือเขา และใชผาผูกติดกันเปนเปลาะๆ หรือถาหา
เฝอ กไมไ ด ใหใ ชผา หนาๆ สอดระหวางขาทั้ง 2 ขาง แลวผูก
ติดกันเปนเปลาะๆ ขอควรระวัง ควรใหปลายเทาตั้งฉาก
เสมอ และคอยตรวจดูวาผาท่ีมัดไวแนนเกินไปจนเลือดไหล
ไมส ะดวกหรือไม และพยายามอยาเคล่อื นไหวสว นที่หกั

คคูมมู ือือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอื้ ื้องงตตน น ฉฉบบับับพพกกพพาา 43

5. กระดกู ตน ขาหกั
กระดูกตนขาหักมักเกิดจากการพลัดตก หกลม

หรอื อุบัติเหตรุ ถชน ผูปวยจะมีอาการเจ็บปวดมาก ขาขางที่

หกั มักจะสนั้ กวา ขาขางท่ีดีเน่ืองจากปลายกระดูกท่ีหักรนไป
เกยกัน

การดามกระดกู ตนขาหักโดยใชเ ฝอก 2 ชิ้น โดยชนิ้
หนึ่งยาวต้ังแตสนเทาถึงใตรักแร อีกชิ้นยาวตั้งแตสนเทาถึง

โคนขา แลวใชผ า ผกู เฝอ กทั้ง 2 ใหตดิ กับขาขางที่หัก ถาไมมี
เฝอ กใหผ กู ขาท้งั 2 ขางตดิ กัน ถา มีบาดแผลหรือกระดูกโผล
อยาพยายามลางทําความสะอาด ถามีเลือดออกใชผาปด
แผลหา มเลือดกอนแลวจึงเขา เฝอก

4ค4ูมอื การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน คูม ฉอืบกบั าพรกปพฐมาพยาบาลเบอ้ื งตน ฉบับพก4พ4า

6. กระดูกเชิงกรานหกั
สวนใหญเกิดจากอุบัติเหตุรถชน หรือตกจากท่ีสูง

อาจมีภาวะแทรกซอนอื่นรวมดวย เชน มีการบาดเจ็บที่
กระเพาะปส สาวะ ทอ ปสสาวะ ลาํ ไส อวยั วะสืบพนั ธุ ใหก าร
ปฐมพยาบาลโดยไมใหกระดูกเชิงกรานเคลื่อนไหว ใชวิธีผูก
ขาทัง้ 2 ขางติดกนั โดยสอดผาสามเหลี่ยมพับกวางๆ 2 ขาง
ไวใตต ะโพกและเชิงกราน ผกู ปมตรงกลางลาํ ตัว วางผานุมๆ
ระหวางขาทั้ง 2 ขาง บริเวณเขาและขอเทา แลวผูกติดกัน
ดวยผาสามเหล่ียมพับผูกเปนเลข 8 และผูกผารอบเขาท้ัง 2
ขาง

คคมู ูมือือกกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบ้ือื้องงตตนน ฉฉบบับับพพกกพพาา 45

7.กระดูกสนั หลงั หัก
ถากระดูกชิ้นใดช้ินหน่ึงหักหรือเคล่ือนที่มักจะไป

กดไขสันหลังโดยเฉพาะอยางยิ่งกระดูกสันหลังสวนบน
ถาหักจะมี อันตรายรายแรงกวากระดูกสันหลังสวนลางหัก
ดงั นัน้ การ เคลอื่ นยายตอ งทาํ ดว ยความระมดั ระวังเปนพเิ ศษ
เพราะสวนที่หักอาจจะไปกดหรือบาดไขสันหลังใหขาดได
ซึง่ กอใหเ กดิ อันตราย ถึงชวี ิตหรือไมก เ็ ปนอมั พาต

ไมแนะนําใหทําการเคลื่อนยายผูปวยเอง ควรแจง
ขอความชวยเหลือจากหนวยแพทยหรือผูท่ีมีความรูในเร่ือง
น้ี เวนแต วาสถานการณตรงน้ันไมปลอดภัย จําเปนตอง
เคล่ือนยายผูบาดเจ็บออกมาโดยเร็ว ควรหาวัสดุมาดามคอ
และหลังกอนทําการเคล่ือนยาย

4ค6มู อื การปฐมพยาบาลเบื้องตนคมู ฉอืบกับาพรกปพฐมาพยาบาลเบ้ืองตน ฉบบั พก4พ6า

สรุป การบาดเจ็บของกระดูกและขอตอ ทําให
อวัยวะไมสามารถทํางานไดตามปกติ อาจมีการตกเลือด
เนื่องจากมีบาดแผลมีความเจ็บปวดมากถึงกับช็อกได การ
ชวยเหลือใหถูกวิธีจึงจะทํา ใหอาการของผูบาดเจ็บบรรเทา
ลง กระดูกสันหลังหักเปนภาวะฉุกเฉินมาก เพราะจะทําให
เกิดเปนอัมพาตได ดังนั้นการ เคล่ือนยายผูปวยจําเปนตอง
ทําอยางถูกวธิ ี เพอ่ื ปอ งกนั ความพิการ ที่อาจจะเกิดข้ึน การ
รกั ษาพยาบาลควรใหแ พทยผ ชู ํานาญ โดยเฉพาะ

คคูมมู ืออื กกาารรปปฐฐมมพพยยาาบบาาลลเเบบอ้ื ื้องงตตน น ฉฉบบบั บั พพกกพพาา 47

ช็อก (SHOCK)
ภาวะช็อก หมายถึง สภาวะท่ีโลหิตไปเลี้ยง
เซลลตางๆ ของรางกายไมเพียงพอ มีอาการเหงื่อออก
ตัวเย็น ซดี กระสับกระสาย กระวนกระวาย หายใจหอบ
ลกึ หรือหายใจเร็ว ด้นิ ชีพจรเบา เรว็ กระหายน้าํ ตอมา
ไมร ูสึกตัว และเสียชวี ติ ไดถา ชว ยเหลอื ไมท ัน
การปฐมพยาบาล
1. ถา มบี าดแผลเลือดออกใหร ีบทาํ การหา มเลอื ด
2. จัดทา ใหน อนราบ ตะแคงหนาไปขา งใดขา งหนง่ึ
3. ยกปลายเทา สูง
4. คลายเส้อื ผาใหหลวม
5. ใหค วามอบอุน หมผา ให
6. รีบนําผูป วยสง โรงพยาบาล


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Master Plan Physics1
Next Book
แผนการจัดการเรียนรู้