วรรณคดีในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่๑) กลุ่มที่ ๑ วิิชาภาษาไทย ๒ โรงเรียนบ้านปล่องเหลี่ยม
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มีเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดีสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เจ้าพระยา พระคลัง(หน) พระเทพโมลี(กลิ่น) กวีเเละวรรณคดีที่ สำ คัญในรัชกาลที่ ๑ วรรณคดีในสมัยรัชกาลที่ ๑ เปรียบเสมือนรากฐาน อันมั่นคงของวรรณคดีไทยในยุครัตนโกสินทร์ เป็นช่วง เวลาแห่งการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมหลังจากกรุง ศรีอยุธยาแตกพ่าย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราชทรงให้ความสำ คัญกับวรรณคดีอย่าง มาก ทรงอุปถัมภ์กวีและนักปราชญ์ ทรงริเริ่มและ ร่วมพระราชนิพนธ์วรรณคดีหลายเรื่อง ส่งผลให้เกิด ผลงานวรรณคดีที่มีคุณค่ามากมาย คำ นำ
เรื่อง หน้า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ บทละครเรื่องดาหลัง เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง บทละครเรื่องอุณรุท บทละครเรื่องรามเกียรติ์ บทละครเรื่องอิเหนา กฏหมายตราสามดวง นิราศเสด็จไปรบพม่าที่นครศรีธรรมราช เพลงยาวถวายพยากรณ์เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท เพลงยาวนิราศเสด็จไปตีเมืองพม่า ราชาธิราช สามก๊ก สมบัติอมรินทร์คำกลอน บทมโหรีเรื่องกากี ลิลิตพยุตราเพชรพวง ลิลิตศรีวิชัยชาดก ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรี ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มหาพน มหาชาติคำหลวง กัณฑ์ทานกัณฑ์ นิราศตลาดเกรียบ สารบัญ
บทพระราชนิพนธ์เพลงยาวนิราศนี้คร่ำ ครวญแสดงความอาลัยตามขนบนิราศ ตามเส้นทาง เสด็จพระราชดำ เนินในการสงครามโดยชลมารค และเดินเท้าต่อจนถึงด่านท่าขนุน ตั้งค่าย ตามเชิงเขาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ทหารทั้งลาว มอญ เขมร และไทยโจมตีทัพพม่าที่ท่าดินแดงทหารเข้ารบพุ่งเป็นเวลาสามวัน ทัพพม่าก็แตกพ่ายทหารพม่าล้มตายเป็นจำ นวนมาก ทรงให้ติดตามพม่าที่หลบหนีไปจนถึง ลำ น้ำ แม่กษัตริย์ การสงครามที่ท่าดินแดงจึงยุติลง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : นิราศ เนื้อเรื่อง คุณค่า •ทางอักษรศาสตร์ เป็นนิราศที่ใช้ถ้อยคำ กะทัดรัดเข้าใจง่าย •ทางประวัติศาสตร์ นิราศท่าดินแดงเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้น ๑ เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง
พระยายักษ์ชื่อท้าวกรุงพาณครองรัตนานครประพฤติเป็นพาลก่อความเดือดร้อนแก่เหล่าเทวดาและนางฟ้าครั้งหนึ่งทำ อุบาย ลอบเข้าชมนางสุจิตรามเหสีของพระอินทร์พระอิศวรต้องทูลเชิญพระนารายณ์อวตารลงมาเกิดในเมืองณรงกาทรงพระนามว่า พระบรมจักรกฤษณ์มีมเหสีชื่อจันทมาลีและพระโอรสชื่อไกรสุทต่อมาพระไกรสุทได้อภิเษกกับนางรัตนามีโอรสชื่ออุณรุทซึ่งได้ อภิเษกกับนางศรีสุดานางสุจิตรามีความแค้นเคืองท้าวกรุงพาณปรารถนาจะจุติไปเกิดในโลกมนุษย์เพื่อแก้แค้น พระอินทร์จึงพา นางไปเฝ้าขอพรจากพระอิศวรนางได้รับเทวบัญชาให้ไปเกิดในดอกบัวฤๅษีสุธาวาสเก็บไปเลี้ยงก็ตั้งชื่อว่านางอุษาต่อมาท้าวกรุง พาณก็ขอไปเลี้ยงดูเป็นธิดาบุญธรรมวันหนึ่งพระอุณรุทได้พานางศรีสุดาประพาสป่าล่าสัตว์พระอินทร์ให้มาตุลีแปลงเป็นกวาง ทองมาล่อนางศรีสุดาใคร่ได้กวางทองจึงของให้พระอุณรุทไล่จับกวางทองจึงแสร้งหนีไปทางด้านที่พระอุณรุทสกัดอยู่พระอุณรุท ให้นางศรีสุดากลับเข้าเมืองไปก่อนส่วนพระองค์จะไล่จับกวางต่อไปโดยมีราชบริพาธส่วนหนึ่งตามเสด็จจนได้พักแรมที่ร่มไทรใหญ่ ก่อนบรรทมพระอุณรุทบวงสรวงขอพรพระไทรเทพารักษ์พระไทรทรงเมตตาอุ้มไปสมนางอุษาและสะกดไม่ให้ทั้งสองพูดจากันพอ ใกล้รุ่งก็อุ้มพระอุณรุทกลับมาที่เดิมพระอุณรุทก็คร่ำ ครวญถึงนางอุษาจนพระพี่เลี้ยงต้องพากลับเมืองฝ่ายนางอุษาก็เศร้าโศกถึง พระอุณรุทนางศุภลักษณ์พระพี่เลี้ยงใคร่ทราบว่าชายใดที่นางอุษาหลงรักจึงวาดรูปเทวดาและกษัตริย์ให้นางชี้ตัวครั้นทราบว่า เป็นพระอุณรุทจึงเหาะมาสะกดไว้ที่พระตำ หนักทศมุขอนุชาของนางอุษาทราบความจึงไปบอกท้าวกรุงพาณบิดาท้าวกรุงพาณขอ ให้ท้าวกำ พลนาคซึ่งเป็นสหายมาร่วมรบกับพระอุณรุทท้าวกำ พลนาคจับพระอุณรุทมัดตอนหลับแล้วนำ ไปประจานที่ยอด ปราสาทเทวดาทั้งหลายทราบข่าวก็พากันไปกราบทูลพระบรมจักรกฤษณ์พระองค์ทรงครุฑมาช่วยพร้อมกับมอบธำ มรงค์วิเศษไว้ ให้พระอุณรุทปราบท้าวกรุงพาณได้แล้วอภิเษกทศมุขขึ้นครองเมืองแทนพระอุณรุทกับนางอุษากลับไปครองเมืองณรงกานางศรี สุดาเกิดหึงแต่ก็สามารถประนีประนอมในภายหลังได้พระอุณรุทกลับไปคล้องช้างได้นางกินรีห้านางและปราบวิทยาธรชื่อวิรุณ เมศครั้นได้ช้างเผือกแล้วก็กลับมาครองเมืองเป็นสุขสืบมา ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : บทละคร เนื้อเรื่อง คุณค่า • คุณค่าในด้านเนื้อเรื่อง พระนารายณ์อวตารพระไทรอุ้มสมเนื้อเรื่องสำ คัญก็คือการปราบ ท้าวกรุงพาณ นารายณ์อวตารสุจิตราลงมาเกิด •คุณค่าในด้านวรรณศิลป์ ความเหมาะสมของเนื้อเรื่องและรูปแบบ บทละครอิเหนาเป็นบท ละครใน มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับกษัตริย์ กลวิธีการดำ เนินเรื่องจึงยึดรูป แบบอย่างเคร่งครัด ๒ อรุณรุท
นนทกนั่งประจำ อยู่ที่บันไดของเขาไกลลาศโดยมีหน้าที่ล้างเท้าให้แก่เหล่าเทวดาที่มาเข้าเฝ้าพระ อิศวรได้ยื่นเท้าให้ล้างแล้วมักแหย่เย้าหยอกล้อนนทกอยู่เป็นประจำ ด้วยการลูบหัวบ้างถอนผม บ้างจนกระทั่งหัวโล้นทั้งศรีษะนนทกแค้นใจมากแต่ว่าตนเองไม่มีกำ ลังจะสู้ได้จึงไปเข้าเฝ้าพระ อิศวรแล้วกราบทูลว่าตนได้ทำ งานรับใช้พระองค์มานานถึง 10 ล้านปี ยังไม่เคยได้รับสิ่งตอบแทน ใดๆพระอิศวรให้พรแแล้วนนทกก็ชี้ให้ตายเป็นจำ นวนมากพระอิศวรทรงทราบก็ทรงกริ้ว โปรดให้ พระนารายณ์ไปปราบพระนารายณ์แปลงเป็นนางฟ้ามายั่วยวนนนทกนึกรักจึงเกี่ยวนาง นาง แปลงจึงชักชวนให้นนทกรำ ตามนางก่อนจึงจะรับรักนนทกรำ ตามไปจนถึงท่ารำ ที่ใช้นิ้วเพชรชี้ขา ตนเองนนทกก็ลมลงจากนั้นนนทกเห็นนางแปลงร่างเป็นพระนารายณ์จึงตอบว่า พระนารายณ์เอา เปรียบตนเพราะว่าพระนารายณ์มีอำ นาจมีถึง ๔ กร แต่ตนมีแค่ ๒ มือ และเหตุใดจึงมาทำ อุบาย หลอกลวงตนอีก พระนารายณ์จึงท้าให้นนทก ไปเกิดใหม่ให้มี ๒๐ มือ แล้วพระองค์จะตามไปเกิด เป็นมนุษย์มีเพียง 2 มือ ลงไปสู้กัน หลังจากที่พระนารายพูดจบก็ใช้พระแสงตรีตัดศรีษะนนทกแล้ วนนทกก็สิ้นใจตายชาติต่อมานนทกจึงได้ไปเกิดเป็นทศกัณฐ์ ส่วนพระนารายณ์ก็อวตารลงมาเกิด เป็นพระราม ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : บทละคร เนื้อเรื่อง คุณค่า ด้านวรรณศิลป์ •การสรรคำ การใช้คำ ที่หลากหลายในการสื่อความหมายถึงตัว ละครแต่ละตัวซึ่งการสรรคำ จะทำ ให้ผู้อ่านไม่เกิดความเบื่อหน่าย เพราะหากไม่มีการสรรคำ ก็จะต้องใช้สรรพนามแทนตัวละครหนึ่งๆ ซ้ำ ๆกันอยู่ตลอดเวลาก็จะทำ ให้เรื่องราวอาจกร่อยลงได้ ๓ รามเกียรติ์
พระเจ้าไอรลังคะ ซึ่งมีพระชนม์อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 16 ทรงเป็นกษัตริย์ที่ชวา โบราณนับถือว่ามีพระเดชานุภาพมากสามารถรวบรวมเมืองต่างๆในชวาให้ เป็นปึกแผ่นพระเกียรติคุณนี้เล่าสืบๆมาจนกลายเป็นนิทานปันหยี หรือนิทาน อิเหนาพระเจ้าไอรลังคะเป็นอัยกาของอิเหนาพระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทย ลาภพฤฒิยากรทรงเรียบเรียงคำ นำ เรื่องดาหลังมีความตอนหนึ่งว่า“เรื่องราวที่ เอามาเล่าว่าเป็นเกียรติคุณของอิเหนานั้น เป็นเรื่องของพระอัยกาธิราชเสีย หลายเรื่อง”นิทานปันหยีในชวาเป็นนิทานที่แพร่หลายและมีหลายสำ นวน มี ปันหยีหรืออิเหนาเป็นพระเอกทุกเรื่อง เมื่อนิทานปันหยีเข้ามาเมืองไทยจะ เรียกว่านิทานอิเหนาและใช้ชื่อพระเอกว่าปันหยีเฉพาะตอนที่ปลอมตัวเป็น ชาวป่าเท่านั้น ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : บทละคร เนื้อเรื่อง คุณค่า ๔ ดาหลัง •ให้ความสนุกเพลิดเพลิน •ให้ความรู้เกี่ยวกับกลอนบทละครและความรู้เกี่ยวกับ วรรณคดีมรดกของไทย ให้คติข้อคิดต่างๆ
อิเหนาเป็นชายหนุ่มรูปงาม เป็นที่หมายปองของพระอินทร์ พระอินทร์จึงประทาน พรให้อิเหนามีวิชาความรู้ เก่งกล้าสามารถ และเป็นที่โปรดปรานของท้าวกุเรปัน บิดาของอิเหนา อิเหนาได้เดินทางไปเมืองดาหาเพื่อขอแต่งงานกับบุษบา บุษบาก็ตอบตกลง แต่จร กา กษัตริย์เมืองหมันหยา ซึ่งเป็นคู่หมั้นของบุษบา ก็ไม่ยอมให้บุษบาแต่งงานกับ อิเหนา จึงยกทัพมาตีเมืองดาหา อิเหนาและปาหนันจึงยกทัพไปรบกับจรกา ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือด ใน ที่สุดอิเหนาก็สามารถปราบจรกาได้ อิเหนาจึงแต่งงานกับบุษบา ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : บทละคร เนื้อเรื่อง คุณค่า ๕ อิเหนา •ให้ความสนุกเพลิดเพลิความรู้เกี่ยวกับกลอนบทละครและ ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีมรดกของไทย •ให้คติข้อคิดต่างๆ
.กฎหมายตราสามดวงนี้ ได้ใช้อาลักษณ์หลายท่านเขียนขึ้น โดยแยกเป็น “ฉบับ หลวง” และ“ฉบับรองทรง”โดยสันนิษฐานว่าสำ หรับฉบับหลวงชุดหนึ่งเป็นสมุด ไทย๔๑เล่มเมื่อรวม๓ชุดจึงมีทั้งสิ้น๑๒๓เล่มแต่เท่าที่พบในปัจจุบันเหลืออยู่เพียง ๗๙เล่มโดยเก็บไว้ที่กระทรวงยุติธรรม๓๗เล่มและที่หอสมุดแห่งชาติ41เล่มส่วน อีก๔๔เล่มไม่ทราบว่าขาดหายไปด้วยประการใดส่วนฉบับรองทรงนั้นก็คือ กฎหมายตราสามดวงที่อาลักษณ์ชุดเดียวกับที่เขียนฉบับหลวง ได้เขียนขึ้น โดย เขียนในเวลาไล่เลี่ยกันโดยฉบับหลวงเขียนในปีฉลู จ.ศ.๑๑๖๗(พ.ศ. ๒๓๔๘) ส่วนฉบับรองทรงเขียนขึ้นในปีเถาะ จ.ศ. ๑๑๖๙ (พ.ศ.๒๓๕๐) ข้อแตกต่าง ระหว่าง ฉบับหลวง และฉบับรองทรง ก็คือ ฉบับรองทรงจะไม่มีตราสามดวง ประทับไว้ และฉบับหลวงจะมีอาลักษณ์สอบทาน ๓ คนส่วนฉบับรองทรงมี อาลักษณ์สอบทานเพียง ๒ คน สำ หรับกฎหมายตราสามดวง ฉบับรองทรงนี้ ปัจจุบันนี้พบเพียง 18 เล่ม โดยเก็บรักษาไว้ที่ หอสมุดแห่งชาติ ๑๗ เล่มและที่ พิพิธภัณฑ์อัยการไทย สำ นักงานอัยการสูงสุด ๑เล่ม ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ : ร้อยแก้ว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของสังคมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ที่เป็นสังคมยึดถือ ศักดินาเป็นหลักนอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมไทยในอดีต •คุณค่าทางกฎหมาย เป็นรากฐานของกฎหมายไทยในปัจจุบันกฎหมายตราสามดวงเป็นกฎหมายที่ยึดถือจารีตประเพณี •คุณค่าทางวรรณกรรม กฎหมายตราสามดวงมีสำ นวนโวหารที่งดงามภาษาที่ใช้มีความสละสลวยสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม ๖ กฎหมายตราสามดวง
เป็นการรำ พึงรำ พันถึงคนรักที่ต้องจากกันไปทำ สงครามทางเรือ กล่าวถึงการแต่งตัวไปรบพรรณนาเดินทางออกจากกรุงเทพฯไปวัด ปทุมคงคาพระราชทานผ้ากฐินแด่พระสงฆ์ เรื่องก็หมดฉบับพอดี ผู้แต่ง : สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ลักษณะคำประพันธ์ : ร้อยแก้ว เนื้อเรื่อง คุณค่า .คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์สงครามเก้าทัพในสมัยรัชกาลที่ ๑ •ได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงการเตรียมการรบของฝ่ายไทย สภาพการรบ และผลของ สงคราม •คุณค่าทางวรรณกรรม นิราศเรื่องนี้มีสำ นวนโวหารที่งดงามภาษาที่ใช้มีความสละสลวยสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางสังคม นิราศเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติและความเสียสละของคนไทย ๗ นิราศเสด็จไปรบพม่าที่นครศรีธรรมราช
เพลงยาวถวายพยากรณ์เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อ ฟ้าผ่าพระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทจนเพลิงไหม้“สิ้นพระที่นั่งปรัศตรี” ด้านซ้าย แล้วฟ้าผ่าซ้ำ อีก ที่ซุ้มประตูวังกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงถวายพยากรณ์ว่าฟ้าผ่าจนเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็น นิมิตดีที่พระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจะขจรขจายไปทั่วทั้งสิบทิศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ในจดหมายเหตุความทรงจำ ของกรมหลวงนริ นทรเทวีว่าเมื่อฟ้าผ่าจนเกิดเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราชทรงปริวิตกว่าจะเป็นนิมิตร้าย แต่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และกรมพระราชวังบวรมหาสุร สิงหนาท ต่างก็ถวายพยากรณ์แก้ว่าเป็นมงคลนิมิตแก่บ้านเมือง เพื่อให้คลายพระปริวิตกดังกล่าว เพลงยาวถวายพยากรณ์เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทจึงเป็นหลักฐานสำ คัญที่ แสดงความเชื่อถือเรื่องการทำ นายนิมิตโชคลางในสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้แต่ง : สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ลักษณะคำประพันธ์ : เพลงยาว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำ คัญในสมัยรัชกาลทที่ 1 คือ เหตุการณ์เพลิงไหม้ พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทซึ่งเป็นพระมหาปราสาทองค์แรกในพระบรมมหาราชวัง •คุณค่าทางวรรณกรรม เพลงยาวเรื่องนี้มีสำ นวนโวหารที่งดงามภาษาที่ใช้มีความสละสลวยสะท้อนให้เห็นถึง ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางสังคม เพลงยาวเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติและความเสียสละของคนไทย ๘เพลงยาวพยากรณ์เพลิงไหม้พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท
เพลงยาวถวายพยากรณ์เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อ ฟ้าผ่าพระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทจนเพลิงไหม้“สิ้นพระที่นั่งปรัศตรี” ด้านซ้าย แล้วฟ้าผ่าซ้ำ อีก ที่ซุ้มประตูวังกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงถวายพยากรณ์ว่าฟ้าผ่าจนเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็น นิมิตดีที่พระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจะขจรขจายไปทั่วทั้งสิบทิศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ในจดหมายเหตุความทรงจำ ของกรมหลวงนริ นทรเทวีว่าเมื่อฟ้าผ่าจนเกิดเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราชทรงปริวิตกว่าจะเป็นนิมิตร้าย แต่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และกรมพระราชวังบวรมหาสุร สิงหนาท ต่างก็ถวายพยากรณ์แก้ว่าเป็นมงคลนิมิตแก่บ้านเมือง เพื่อให้คลายพระปริวิตกดังกล่าว เพลงยาวถวายพยากรณ์เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งอินทราภิเศกมหาปราสาทจึงเป็นหลักฐานสำ คัญที่ แสดงความเชื่อถือเรื่องการทำ นายนิมิตโชคลางในสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้แต่ง : สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ลักษณะคำประพันธ์ : เพลงยาว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์สงครามเก้าทัพในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้เป็นอย่างดีแสดงให้เห็นถึง การเตรียมการรบของฝ่ายไทยสภาพการรบ และผลของสงคราม •คุณค่าทางวรรณกรรม นิราศเรื่องนี้มีสำ นวนโวหารที่งดงามภาษาที่ใช้มีความสละสลวยสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางสังคม นิราศเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติและความเสียสละของคนไทย ๙ เพลงยาวนิราศเสด็จไปตีเมืองพม่า
เป็นเรื่องของการทำ ศึกสงครามระหว่างพม่าและมอญโดยกษัตริย์ฝ่ายมอญ คือพระเจ้าราชาธิราชแห่งกรุงหงสาวดี และกษัตริย์ฝ่ายพม่าคือ พระเจ้าฝรั่ง มังฆ้องหรือพระเจ้ามณเฑียรทองแห่งกรุงอังวะและมีสมิงพระรามเป็นทหาร เอกของฝ่ายมอญ ที่มีความสามารถเก่งกล้ามาก เคยขี่ช้างบุกไปถึงหน้าค่าย ของพม่าและสังหารทหารพม่าไปมากมายหลายคน เพราะต้องการช่วยสมิง นครอินทร์ทหารเอกอีกคนของพระเจ้าราชาธิราช จนเป็นที่ร่ำ ลือถึงความ สามารถ แต่ต่อมาสมิงพระรามพลาดท่าขี่ช้างตกหล่ม จึงถูกจับตัวไปขังที่ กรุงอังวะ ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ : ร้อยแก้ว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำ คัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นคือ สงครามระหว่างพม่าและมอญ •คุณค่าทางวรรณกรรม สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางสังคม สะท้อนให้เห็นถึงความรักชาติและความเสียสละของคนไทย ๑๐ ราชาธิราช
เรื่องสามก๊กเริ่มจากการปราบโจรโพกผ้าเหลืองในรัชกาลพระเจ้าเลนเต้บุคคลสำ คัญในขณะ นั้นต่างแย่งชิงกันเป็นใหญ่ทำ ศึกสงครามกันตลอดเวลาแม้แผ่นดินจะมีกษัตริย์ปกครอง แต่ อำ นาจต่างๆ กลับตกอยู่ในมือหัวหน้าก๊กต่างๆ คือ โจโฉ ซุนกวน และเล่าปี่โจโฉ เป็นหัวหน้า ก๊กชื่อ วุยก๊ก เดิมรับราชการเป็นทหาร เคยรบชนะโจรโพกผ้าเหลืองและอาสาปราบตั๋งโต๊ะ แต่ไม่สำ เร็จ เมื่อลิโป้ฆ่าตั๋งโต๊ะ โจโฉได้ปราบพวกพ้องของตั๋งโต๊ะ และปราบหัวเมืองต่างๆ มากมาย แต่ไม่สามารถปราบซุนกวนกับเล่าปีได้สามก๊กทำ สงครามกันตลอดเวลา นานถึง ๑๑๑ ปี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนกระทั่งสุมาเจียวอุปราชวุยก๊ก ปราบจ๊กก๊กได้ และสุมา เอี๋ยนปราบง่อก๊กได้ สามก๊กจึงรวมเป็นก๊กเดียว ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :ร้อยแก้ว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ในยุคสามก๊ก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำ คัญใน ประวัติศาสตร์จีน •คุณค่าทางวรรณกรรม สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจีนในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางสังคม สามก๊กแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลในยุคนั้นเช่นความซื่อสัตย์ ความ จงรักภักดี ความกล้าหาญ และความเสียสละ คุณค่าเหล่านี้ยังคงเป็นแนวทางในการดำ เนิน ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ๑๑ สามก๊ก
เนื้อเรื่องเป็นการบรรยายความสวยงามของทิพยสมบัติที่พระอินทร์ครอบครอง ต่อด้วย ตอนพระอินทร์ตามหานางสุชาดาซึ่งแต่เดิมนั้นนางสุชาดาเคยเป็นชายาเอกของ พระอินทร์ เมื่อพระอินทร์ได้มาครองดาวดึงส์ นางสุชาดาได้ไปเกิดเป็นราชธิดาของอสูร เพราะได้สร้างกรรมไว้ ต่อมาพระบิดาได้ประกอบพิธีสยุมพร โดยเชิญอสูรหนุ่มมาให้ นางเลือกคู่ พระอินทร์จึงแปลงกายมาในงานนี้ นางเกิดความรักและตามพระอินทร์มา จึงได้กลับมาเป็นชายาเอกของพระอินทร์อย่างเดิม ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนแปดสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางวรรณกรรม สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม •คุณค่าทางศาสนา แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของศาสนาพุทธที่มีต่อการดำ เนินชีวิตของคนไทย •คุณค่าทางสังคม สมบัติอมรินทร์คำ กลอนสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคมไทยในสมัยนั้น ๑๒ สมบัติอมรินทร์คำ กลอน
ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนแปดสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •ด้านเนื้อหา บทมโหรีเรื่องกากีเป็นวรรณคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักแท้ของท้าวพรหมทัตและนางกากี •ด้านวรรณศิลป์ บทมโหรีเรื่องกากีแต่งขึ้นด้วยกลอนสุภาพที่มีความไพเราะ ภาษาที่ใช้มีความสละสลวย อ่อน หวาน ๑๓ บทมโหรีเรืื่ิองกากี วันหนึ่ง ท้าวพรหมทัตเสด็จประพาสป่า พบนางกากีกำ ลังสรงน้ำ อยู่ริมสระน้ำ พระองค์ทรงหลง รักนางยิ่งนัก จึงขอนางมาเป็นพระมเหสี นางกากีก็ยินดีรับเป็นมเหสี ท้าวพรหมทัตกับนางกากีครองรักกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง พญาครุฑผู้มีฤทธิ์มาก ได้ลักพานางกากีไป กากีร้องขอความช่วยเหลือจากท้าวพรหมทัต แต่ท้าวพรหมทัตไม่สามารถ ช่วยนางได้ กากีจึงต้องอยู่กับพญาครุฑท้าวพรหมทัตเสียใจมากจึงออกตามหานางกากี พระองค์ ได้พบกับพระอินทร์ พระอินทร์จึงช่วยท้าวพรหมทัตตามหานางกากี ในที่สุด ท้าวพรหมทัตก็สามารถช่วยนางกากีกลับมาได้ ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข ตลอดไปบทมโหรีเรื่องกากีเป็นวรรณคดีไทยที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานได้รับการยกย่อง ว่าเป็นบทนิพนธ์ร้อยกรองชิ้นเอกเรื่องหนึ่ง คุณค่าทางด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ที่โดดเด่นของ บทมโหรีเรื่องกากีมีดังนี้
เพชรมงกุฎ*โอรสท้าวรัตน์นฤเบศร์*กับนางประภาพักตร์*ออกประพาสป่าไล่ตามกวางเผือกจน พลัดหลงกับไพร่พล เดินทางมาถึงศาลาใกล้สระน้ำ นอกเมืองกรรณนคร ได้พบสบเนตรกับนาง ประทุมวดี ต่างก็มีความปฏิพัทธ์ซึ่งกันและกัน นางประทุมวดีใช้ดอกบัวทำ ท่าเป็นปริศนาบอกให้ รู้ว่านางเป็นใครและอยู่ที่ไหน พุฒศรี*พี่เลี้ยงเฉลยปริศนาได้ เพชรมงกุฎและพุฒศรีจึงปลอมตัว เป็นพราหมณ์มาขออาศัยอยู่กับยายคนธาเพื่อหาทางได้ใกล้ชิดกับนางประทุมวดี แรกทีเดียวยาย คนธาปฏิเสธ แต่เมื่อเพชรมงกุฎเสนอให้ทรัพย์สินเงินทองจำ นวนมาก นางก็ยินดีให้ทั้งสอง พราหมณ์พักอยู่ด้วย ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่ยายคนธาจะต้องร้อยมาลัยไปถวายนางประทุมวดี เพชรมงกุฎก็อาสาช่วยนางร้อย พวงมาลัยจึงดูงดงามกว่าที่เคย นางประทุมวดีเห็นลักษณะของ มาลัยก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเพชรมงกุฎ นางจึงได้สื่อความเป็นปริศนาผ่านยายคนธามายังเพชร มงกุฎ ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงพระราชอำ นาจและความยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ •คุณค่าทางวรรณกรรม แสดงให้เห็นถึงการใช้ภาษาที่ไพเราะและรื่นหู การใช้คำ และสำ นวนที่ถูกต้องเหมาะสม สื่อให้ เห็นถึงความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ๑๔ ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง
ลิลิตรศรีวิชัยชาดกเล่าเรื่องพระโพธิสัตว์ศรีวิชัย ในอดีตชาติเป็นกษัตริย์แห่งกรุงมิถิ ลา มีมเหสีชื่อนางวิมะลา มีโอรสชื่อพระศรีวิราช พระศรีวิชัยเป็นกษัตริย์ที่ทรงธรรม ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุขวันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตแห่งกรุงพา ราณสีทรงปรารถนาจะอภิเษกกับนางวิมะลาพระศรีวิชัยทรงยอมยกนางวิมะลาให้ พระเจ้าพรหมทัต ส่วนพระองค์เองทรงออกบวชบำ เพ็ญบารมีพระศรีวิชัยทรงบำ เพ็ญ บารมีเป็นเวลานานหลายพันปีจนกระทั่งได้สำ เร็จเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ทรง ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า "พระศรีวิชัย" ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางศาสนา แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของการบำ เพ็ญบารมีเพื่อบรรลุธรรม พระโพธิสัตว์ศรีวิชัยทรง บำ เพ็ญบารมีเป็นเวลานานหลายพันปี จนกระทั่งได้สำ เร็จเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ทรงตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเพื่อโปรดสัตว์โลก •คุณค่าทางวรรณกรรม สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม ๑๕ ลิลิตรศรีวิชัยชาดก
พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่ชายชรานามว่าเฒ่าชูชก โดยเฒ่าชูชกได้อ้างว่านางมัทรีฝันว่าหากได้พระชาลีและพระ กัณหาไปเลี้ยงจะหายจากโรคร้ายวันหนึ่ง พระนางมัทรีออกป่าหาผลไม้ เมื่อกลับมาถึง พบเฒ่าชูชกกำ ลังอุ้มพระชาลีและ พระกัณหาออกไป จึงร้องห้ามและทูลขอคืนพระโอรส แต่เฒ่าชูชกไม่ยอมคืน นางมัทรีจึงขอร้องพระเวสสันดรให้คืนพระโอรส แต่พระเวสสันดรก็ทรงปฏิเสธนางมัทรีเสียใจมาก จึงรำ พึงถึงพระโอรสและพระเวสสันดร คร่ำ ครวญถึงชีวิตที่ไร้ซึ่งลูกและ สามี ในที่สุดนางก็สิ้นพระชนม์ลงด้วยความเสียใจ กัณฑ์มัทรี กล่าวถึงความโศกเศร้าของพระเวสสันดรต่อพระมัทรีที่สิ้นพระชนม์ไป พระเวสสันดรทรงเศร้าโศกเสียใจมาก ทรง คิดถึงพระนางมัทรีอยู่ตลอดเวลา พระองค์ทรงคร่ำ ครวญถึงพระมัทรีและพระโอรสอย่างน่าเวทนา วันหนึ่ง พระเวสสันดรทรงทอดพระเนตรเห็นซากศพของพระมัทรีอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พระองค์ทรงเศร้าโศกเสียใจมาก ถึงกับล้ม ลงหมดสติไปต่อมาพระเจ้าพรหมได้ทรงส่งเทวดาลงมานำ พระเวสสันดรและนางมัทรีขึ้นสู่สวรรค์ ทั้งสองพระองค์ได้กลับมา ครองเมืองและปกครองบ้านเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ผู้แต่ง : เจ้าพระยาคลัง(หน) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางศาสนา แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของการบำ เพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดร พระองค์ทรงยอมเสีย สละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นพระองค์ทรงได้สำ เร็จเป็นพระโพธิสัตว์ในที่สุด •คุณค่าทางวรรณกรรม กัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรีเป็นวรรณคดีชิ้นเอกที่มีสำ นวนโวหารที่งดงาม ภาษาที่ใช้มีความสละ สลวยสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยในด้านภาษาและวรรณกรรม ๑๖มหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรี
ประกอบกิริยาเดินอย่างเร่งรีบของ ชูชก สาระน่ารู้สู่ผู้สดับ ข้อคิดจากกัณฑ์ คนฉลาดแต่ขาดเฉลียว คนมีปัญญาแต่ขาดสติ ย่อมพลาดท่าเสียทีได้ เนื้อความโดยย่อ ชูชก เดินทางผ่านสถานที่สำ คัญๆ ตามที่พรานเจตบุตรบอก จนกระทั่ง อัจจุตฤาษี จึง สอบถามที่อยู่ของ พระเวสสันดร พระอัจจุตฤาษี เห็นท่าทีและพฤติกรรมของ ชูชก ครั้งแรกก็ลังเล กลัวว่า ชูชก จะมาขอพระ ชาลี พระกัณหาไปเป็นทาส หรือไม่ก็ขอพระนางมัทรี จึงไม่บอกทาง ชูชก แก้ตัวด้วยมธุรสวาจา ยกเหตุผลว่าจะมาเที่ยวขอ ให้เสื่อมเสียพงศ์พราหมณ์ทำ ไม การมาครั้งนี้เพื่อเยี่ยมเยียน พระเวสสันดร จริงๆ ขอให้ได้เห็นจะได้เป็นกุศล ทั้งยังอ้างว่า ตั้งแต่พระเวสสันดร จากเมืองมา ตนยังไม่ได้พบ พระเวสสันดร เลย ทำ ให้ พระอัจจุตฤาษี ใจอ่อน หลงเชื่อว่า ชูชก มาด้วย เจตนาดี เมื่อเห็นว่า พระอัจจุตฤาษี ใจอ่อนหลงเชื่อแล้ว ชูชก จึงขอค้างแรมที่อาศรมหนึ่งคืน รุ่งขึ้น พระอัจจุตฤาษี จัดหาผล ไม้ให้ และบอกทางไปพระอาศรมของ พระเวสสันดร อย่างละเอียด พรรณนาถึงป่าเขา ฝูงสัตว์ร้ายต่างๆ ด้วยเป็นป่าใหญ่ สม กับที่เรียกว่า ป่ามหาพน ชูชก จดจำ คำ แนะนำ เส้นทางไว้ แล้วอำ ลามุ่งหน้าเดินทางไปสู่พระอาศรมของ พระเวสสันดร อานิสงส์ ผู้บูชากัณฑ์มหาพน จะเสวยสมบัติในดาวดึงส์เทวโลกนั้นแล้ว ได้ลงมาเกิดเป็นกษัตริย์มหาศาล มีทรัพย์ ศฤงคารบริวารมากมี อุทยานและสระโบกขรณีเป็นที่ประพาส เป็นผู้สมบรูณ์ด้วยศักดานุภาพเฟื่องฟุ้งไปทั่ชมพูทวีป อีกทั้ง จักได้เสวยอาหารทิพย์เป็นนิตย์นิรันดร ผู้แต่ง : พระเทพโมลี(กลิ่น) ลักษณะคำประพันธ์ :กลอนสุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางศาสนา ช้ถ้อยคำ ไพเราะมี การเล่นคำ เล่นสัมผัสอักษร มีการใช้โวหารภาพพจน์ และการพรรณนาให้ เกิดความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน รวมทั้งเกิดจินตนาภาพชัดเจน •คุณค่าทางวรรณกรรม เกี่ยวกับการเป็นคู่สามีภรรยาที่ดี การเสียสละ เป็นคุณธรรมที่น่ายกย่อง และการบริจาคทาน เป็นการกระทำ ที่สมควรได้รับการอนุโมทนา ๑๗ มหาเวสสันดรดกชาดกกัณฑ์มหาพน
นางมัทรีโศกถึงชาลีกัณหาหํสาว ดุจหงษโปฏก กระเหว่าเล่านนก พลัดแม่สูญหาย อุปริปลฺลเล ตกต่ำ ติดตม อดนมปางตาย ดุจแก้วแม่หาย ไม่ คอยมารดา เต มิคา วิย อุกกณฺณา หนึ่งบุตรเนื้อทราย มิโรทกบวย ทรามรักษาเสนหา สมนฺตามฺมภิธาวิโน ยกหูชูคอ คอยถ้ามารดา เห็นแม่กลับมา วิ่งเข้า เชยชม อานนฺทิโน ปมุทิตา วิ่งซ้ายวิ่งเข้ามา ชมรอบมารดา แล้วเข้ากินนม วคฺคมานาว กมฺปเร ลองเชองเรองไป ให้แม่ชื่นชม ให้ลืมอารมณ์ ดุจสองพงงงา ตฺยชฺช ปตฺเต น ปสฺสามิ พระแก้วแม่เอย บุรโพ้นย่อมคอย คอนรับมารดา ชาลิง กณฺหาชินํ จุโภ วนนี้ไปไหน ไม่รู้เห็นหา โอ้สองพงงงา กัณหาชาลี มหาชาติคำ หลวง เป็นวรรณคดีเกี่ยวกับศาสนาโดยตรง เป็นหนังสือมหาชาติฉบับภาษาไทยเล่มแรก ที่ปรากฏหลักฐานเหลืออยู่ มีใจความ ใกล้เคียงกับข้อความที่แต่งเป็นภาษาบาลี แสดงถึงความสามารถในการแปลและเรียบเรียง ข้อความ การแทรกบาลีลงไว้มากมายเช่นนี้ ทำ ให้ฟัง ยากจนต้องมีการแต่งกาพย์มหาชาติขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มหาชาติคำ หลวงทั้งของเดิมและที่แต่งซ่อมใหม่ในรัชกาลที่ ๒ แห่ง กรุงรัตโกสินทร์ นักปราชญ์ราชบัณฑิตที่เป็นกวีหลายท่านช่วยกันแต่ง จึงมีสำ นวนโวหารและถ้อนคำ ไพเราะเพราะพริ้งอยู่มาก แทรกไว้ด้วยรส วรรณคดีหลายประการ เช่น ความโศก ความอาลัยรัก ความน้อยใจ และความงามของธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้ความรู้ทางด้านภาษา ทำ ให้ทราบคำ โบราณ คำ แผลง และภาษาต่างประเทศ เช่น สันสกฤต และเขมรเป็นต้น มหาชาติคำ หลวงแสดงถึงความเลื่อมใสในพุทธศาสนา และความเชื่อในบุญกุสลที่เกิดจากฟังเทศน์เรื่องมหาชาติของคนไทยสืบต่อมาจาก สุโขทัย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง การโปรดเกล้าฯให้ประชุมนัก ปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งมหาชาติคำ หลวง ก็เทียบได้พญาลิไททรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง ผู้แต่ง : พระเทพโมลี(กลิ่น) ลักษณะคำประพันธ์ :ร่ายยาว เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางศาสนา มหาชาติคำ หลวงเป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยตรงเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าทั้งด้าน ภาษาศาสตร์ มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ใช้เป็นแนวทางในการนิพนธ์เรื่องมหาชาติขึ้นอีก หลายสำ นวน •คุณค่าทางวรรณกรรม ผู้ใดบูชากัณฑ์ทานกัณฑ์จะบริบูรณ์ด้วยแก้ว แหวนเงินทอง ทาส ทาสี และสัตว์สองเท้าสี่เท้า ครั้นตายแล้ว จะได้ไปเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมายเสวยสุขอยู่ในปราสาทสร้างด้วยแก้ว ๗ ประการ ๑๘ มหาชาติคำ หลวง กัณฑ์ทานกัณฑ์
กล่าวถึงการเดินทางโดยเรือเริ่มตั้งแต่ออกจากท่า ผ่านคลองดอกไม้ วัดหงส์ แล้วล่องขึ้นไปตามลำ น้ำ เจ้าพระยา ซึ่ง กวีผู้แต่งนำ ชื่อสถานที่สำ คัญ ๆ ที่ผ่านมาประกอบคำ พรรณนาแสดงความรักความอาลัยที่ต้องจากนาง เช่น วัดแจ้ง วัดพระเชตุพน พระฉนวนตำ หนักน้ำ วัดบางหว้า คลองบางกอกน้อย วัดประโคน วัดสังเวช โรงเหล้าบางยี่ขัน บางจาก บางฉนัง สามเสน บางพลัด บางพลู บางโพ บางซ่อน เรื่อยไปจนถึงบางเขน วัดสร้อยทอง แล้วเข้าเขต เมืองนนทบุรี ผ่านตลาดขวัญ วัดเขมา วัดเฉลิมพระเกียรติ ปากเกร็ด บางพูด บางคูวัด เดินทางไปจนถึงสามโคก บ้านงิ้ว เกาะราชคาม ถึงบางไทร (อำ เภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน) ผ่านเกาะเกิด เกาะอรอิน (บางปะอิน) บ้านแป้ง เกาะพระ กระดีสุหนี่ ตะเกี้ย (หรือตะเกี่ย) คลองตะเคียน วัดโปรดสัตว์ ป้อมเพชร วัดเชิง (วัดพนัญเชิง) คลองข้าวสาร วัดสุวรรณดาราม (วัดสุวรรณดาราราม) ครั้นล่องเรือต่อไปอีกก็เกิดคิดถึงนางแต่ไม่ สามารถกลับไปหาได้ เพราะติดราชการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทอดพระเนตรช้าง ผู้แต่ง : พระเทพโมลี(กลิ่น) ลักษณะคำประพันธ์ : โตลงสี่สุภาพ เนื้อเรื่อง คุณค่า •คุณค่าทางศาสนา มีคุณค่าทางศาสนา และทางสังคมทำ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้ถึงประวัติเกี่ยวกับพระพุทธรูป เทวรูป พระ เครื่องและเครื่องใช้ส่วนตัวของพระเทพญาณโมลี ๑๙ นิราศตลาดเกรียบ
๒..วรรณคดีเรื่อ รื่ งรามเกียรติ์ให้คุห้ณคุค่าแก่ผู้อ่ผู้ อ่านในด้านใด ก.ด้านวรรณศิลศิ ป์ ข.ด้านสังสัคม ค.ด้านเนื้อ นื้ หา ง.ด้านศาสนา ๓. เรื่อ รื่ งอิเหนามีมมีาตั้งแต่สมัยมั ใด ก. กรุงรุธนบุรีบุรีข. กรุงรุสุโสุขทัยทั ค. กรุงรุศรีอรียุธยุยา ง. กรุงรุรัตรันโกสินสิทร์ คำ ถาม ๑.เพลงยาวรบพม่าม่ที่ท่ ที่ าท่ดินแดงใช้คำช้ คำ ประพันพัธ์ประเภทใด ก.บทละคร ข.กลอนสุภสุาพ ค.นิรนิาศ ง.กาพยานีย์นี ย์ ๔.เรื่อ รื่ งอิเหนาเข้าข้มาประเทศไทยในสมัยมักษัตริย์ริพ ย์ ระองค์ใด ก. พระบาทสมเด็จพระพุทพุธยอดฟ้าฟ้จุฬจุาโลกมหาราช ข. สมเด็จพระนารายณ์ม ณ์ หาราช ค. สมเด็จพระเจ้าจ้อยู่หัยู่ วหับรมโกศ ง. พระบาทสมเด็จพระพุทพุธเลิศหล้านภาลัย ๕“สามก๊ก” หมายถึง ก๊กของใครบ้าบ้ง ก.ก๊กของสุมสุาอี้ ก๊กของเล่าปี่ ก๊กของโจโฉ ข.ก๊กของซุนซุกวน ก๊กของเล่าปี่ ก๊กของโจโฉ ค.ก๊กของเล่าปี่ ก๊กของเตียวหุย ก๊กของโจโฉ ง.ก๊กของอ้วนเสี้ย สี้ ว ก๊กของขงเบ้งบ้ก๊กของโจโฉ ๖.จุดจุมุ่งมุ่ หมายในการแปลเรื่อ รื่ งสามก๊กเพื่อ พื่ ก.เพื่อ พื่ ต้องการสร้าร้งวรรณคดีจากเรื่อ รื่ งต่างประเทศ ข.เพื่อ พื่ เป็น ป็ ตำ ราการดำ เนินนินโยบายการเมือมืงและยุทยุธวิธี ค.เพื่อ พื่ ต้องการเผยแพร่ชื่ร่อ ชื่ เสียสีงของกวีและคณะผู้แผู้ ปล ง.เพื่อ พื่ ต้องการเป็น ป็ การบันบัทึกทึประวัติศาสตร์ข ร์ องชาติ
คำ ถาม ๖.ข้อข้ ใดต่อไปไม่ใม่ช่คำช่ คำขึ้นขึ้ต้นบทของเรื่อ รื่ งรามเกียรติ์ ก.มาจะกล่าวบทไป ข.บัดบันั้นนั้ ค.เมื่อ มื่ นั้นนั้ ง. ขึ้นขึ้ต้นด้วยเอ๋ย และลงท้าท้ยด้วยเอย ๗.วรรณคดีเรื่อ รื่ งใดใช้เช้ป็น ป็ ตำ ราพิชัพิยชัสงครามได้ ก.ลิลิตกะบวนพยุหยุยาตราเพชรพวง ข.นิรนิาศชุมชุพร ค.ราชาธิราช ง.อิเหนา ๘.เหตุกตุารณ์ใณ์ ดที่ทำ ที่ ทำให้เห้กิด 3 ก๊ก ก.พรเจ้าจ้เลนเต้ปราบโจรโพกผ้าผ้เหลือง ข.พระเจ้าจ้เลนเต้สวรรคต ค.ตั๋งโต๊ะก่อความเดือดร้อร้น ง.โจโฉแตกทัพทัเรือรื ๙.ข้อข้ ใดไม่ใม่ช่ผช่ลงานของเจ้าจ้พระยาพระคลัง (หน) ก.ราชาธิราช ข.สามก๊ก ค.ลิลิตกระบวนพยุหยุยาตราเพชรพวง ง.เพลงยาวรบพม่าม่ที่น ที่ ครศรีธรีรรมราช ๑๐.ตอนสมิงมิพระรามอาสามาจากวรรณคดีเรื่อ รื่ งใด ก.รามเกียรติ์ ข.อิเหนา ค.ดาหลัง ง.ราชาธิราช
๒..วรรณคดีเรื่อ รื่ งรามเกียรติ์ให้คุห้ณคุค่าแก่ผู้อ่ผู้ อ่านในด้านใด ก.ด้านวรรณศิลศิ ป์ ๓. เรื่อ รื่ งอิเหนามีมมีาตั้งแต่สมัยมั ใด ค. กรุงรุศรีอรียุธยุยา คำ ถาม ๑.เพลงยาวรบพม่าม่ที่ท่ ที่ าท่ดินแดงใช้คำช้ คำ ประพันพัธ์ประเภทใด ค.นิรนิาศ ๔.เรื่อ รื่ งอิเหนาเข้าข้มาประเทศไทยในสมัยมักษัตริย์ริพ ย์ ระองค์ใด ก. พระบาทสมเด็จพระพุทพุธยอดฟ้าฟ้จุฬจุาโลกมหาราช ๕“สามก๊ก” หมายถึง ก๊กของใครบ้าบ้ง ค.ก๊กของเล่าปี่ ก๊กของเตียวหุย ก๊กของโจโฉ ๖.จุดจุมุ่งมุ่ หมายในการแปลเรื่อ รื่ งสามก๊กเพื่อ พื่ ข.เพื่อ พื่ เป็น ป็ ตำ ราการดำ เนินนินโยบายการเมือมืงและยุทยุธวิธี เฉลย ๗.วรรณคดีเรื่อ รื่ งใดใช้เช้ป็น ป็ ตำ ราพิชัพิยชัสงครามได้ ค.ราชาธิราช ๘.เหตุกตุารณ์ใณ์ ดที่ทำ ที่ ทำให้เห้กิด 3 ก๊ก ง.โจโฉแตกทัพทัเรือรื ๙.ข้อข้ ใดไม่ใม่ช่ผช่ลงานของเจ้าจ้พระยาพระคลัง (หน) ง.เพลงยาวรบพม่าม่ที่น ที่ ครศรีธรีรรมราช ๑๐.ตอนสมิงมิพระรามอาสามาจากวรรณคดีเรื่อ รื่ งใด ง.ราชาธิราช
น.ส บัวชมพู แสงฉาย ม.๔ เลขที่๑๐ นาย วิชิต บุญธรรม ม.๔ เลขที่๑ นาย อรรถพล เขียวสอาด ม.๔ เลขที่๑๖ นาย ยอดคำ ตาวัน ม.๔ เลขที่๓๕ ผู้จัดทำ น.ส ทิพรัตน์ ชุ่มสูงเนิน ม.๔ เลขที่๒๕ นาย จตุพล คงสกุล ม.๔ เลขที่๓๑ น.ส ปิยะภรณ์ สืบทรัพย์ ม.๔ เลขที่ ๔๔