แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
ดา้ นคมนาคมสําหรับโครงสรา้ งพ้ืนฐานทางน้ํา
กลุ่มงานคมนาคม
สาํ นกั วเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดล้อม
สํานักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม
มนี าคม 2561
คำนำ
ในการจัดทารายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบส่ิงแวดล้อมด้านคมนาคมสาหรับโครงสรา้ งพ้ืนฐานทางน้า
เป็นการรวบรวมเน้ือหาตามแนวทางหรือรายละเอียดที่คณะกรรมการผู้ชานาญการพิจารณารายงานการ
วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้กาหนด ความคิดเหน็ จากผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องกับการพฒั นาโครงการ การจัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โดยได้นาความคิดเห็นดังกล่าวข้างต้น มาประกอบการปรับปรุงแนวทางการจัดทารายงานการวิเคราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มดา้ นคมนาคมสาหรับโครงสร้างพ้นื ฐานทางน้า ให้มคี วามครบถ้วนสมบรู ณ์ย่ิงขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวทางการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านคมนาคมสาหรับ
โครงสร้างพื้นฐานทางน้าท่ีนาเสนอน้ี ไม่สามารถแสดงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงไว้ได้ทั้งหมด เน่ืองจาก
โครงการโครงสร้างพ้ืนฐานทางน้ามีหลากหลายประเภทและลักษณะพื้นที่โครงการครอบคลุมพื้นที่ที่มีการใช้
ประโยชน์ท่ดี ินแตกต่างกัน ซ่ึงผ้ศู ึกษาหรือผใู้ ช้ในการจดั ทารายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มประเภท
โครงการโครงสร้างพื้นฐานทางน้า ควรทาความเข้าใจกับรายละเอียดโครงการตามลักษณะและโครงสร้างของ
โครงการ ข้ันตอนการดาเนินการก่อสร้าง และขนาดโครงการ รวมท้ังสภาพแวดล้อมที่เป็นที่ต้ังโครงการ ซ่ึงทา
ให้เกิดผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มที่แตกต่างกัน
สานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
มนี าคม 2561
2
สำรบญั
พระราชบัญญัตสิ ่งเสรมิ และรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 5
ขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม 8
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการจัดทารายงาน 12
1. การตั้งชอื่ รายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม 12
2. เอกสารประกอบรายงาน 13
3. รูปแบบการจดั ทารายงาน 13
บทที่ 1 บทนา 15
1.1 เหตุผลและความจาเปน็ ในการดาเนินงานโครงการ 15
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการดาเนินงานโครงการ 15
1.3 ผลประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ บั 15
1.4 วัตถุประสงค์ของการจดั ทารายงาน 15
1.5 ขอบเขตและวิธีการศึกษา 15
บทที่ 2 รายละเอยี ดโครงการ 17
2.1 ท่ีตง้ั โครงการ 17
2.2 การคัดเลอื กท่ตี ้ังท่ีเหมาะสมและการเปรียบเทียบของทางเลือกต่างๆ 17
2.3 องค์ประกอบและกิจกรรมของโครงการ 17
2.4 เสน้ ทางการขนสง่ และแหลง่ วัสดุกอ่ สร้าง 18
2.5 ระบบสาธารณปู โภค 18
2.6 อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 19
2.7 การประมาณราคาค่ากอ่ สรา้ งและผลการวิเคราะห์การลงทนุ ดา้ นเศรษฐกจิ และการเงิน 20
(สาหรับโครงการของรัฐและรฐั วสิ าหกิจ)
2.8 แผนการดาเนนิ งานโครงการ 20
บทที่ 3 สภาพแวดลอ้ มปัจจุบัน 21
3.1 ทรัพยากรส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพ 21
3.2 ทรัพยากรสิง่ แวดลอ้ มทางชีวภาพ 24
3.3 คุณคา่ การใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์ 25
3.4 คณุ ค่าคณุ ภาพชวี ติ 27
บทที่ 4 การประเมินผลกระทบส่งิ แวดล้อม 35
4.1 วธิ กี ารศึกษา 35
4.2 กฎหมาย นโยบายและระเบียบที่เกย่ี วข้อง 36
4.3 ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม 36
3
สำรบญั (ตอ่ ) 52
52
บทท่ี 5 มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไขผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม 55
5.1 มาตรการท่ัวไป 62
5.2 มาตรการป้องกนั และแกไ้ ขผลกระทบสงิ่ แวดล้อม 62
65
บทท่ี 6 มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม 65
6.1 ทรัพยากรส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพ 66
6.2 ทรพั ยากรสิง่ แวดลอ้ มทางชวี ภาพ 69
6.3 คุณคา่ การใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์
6.4 คณุ ค่าคุณภาพชีวติ
เอกสารอา้ งองิ
4
พระรำชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรักษำคณุ ภำพสิ่งแวดล้อมแห่งชำติ พ.ศ. 2535
หมวดที่ 3
สว่ นท่ี 4
กำรทำรำยงำนกำรวเิ ครำะห์ผลกระทบส่งิ แวดล้อม
มาตรา 46 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการสง่ิ แวดล้อมแหง่ ชาติ มีอานาจประกาศในราชกจิ จานุเบกษากาหนดประเภท และขนาดของ
โครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนท่ีมีผลกระทบสิ่งแวดล้อมซ่ึงต้องจัดทารายงาน
การวิเคราะหผ์ ลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม เพื่อเสนอขอความเห็นชอบตามมาตรา 47 มาตรา 48 และมาตรา 49
ในการประกาศตามวรรคหน่ึง ให้กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ แนวทางการจัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตลอดจนเอกสารที่เก่ียวข้องซึ่งต้องเสนอพร้อมกับรายงานการ
วิเคราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม สาหรับโครงการหรือกจิ การแตล่ ะประเภทและแต่ละขนาดด้วย
ในกรณีท่ีโครงการหรือกิจการประเภทหรือขนาดใดหรือที่จะจัดตั้งขึ้นในพ้ืนท่ีใดมีการวิเคราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดล้อมไว้แล้ว และเป็นมาตรฐานที่สามารถใช้กับโครงการหรือกิจการประเภทหรือขนาด
เดียวกันหรอื ในพน้ื ที่ลักษณะเดยี วกันได้ รัฐมนตรีโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการส่ิงแวดลอ้ มแหง่ ชาตอิ าจ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดให้โครงการหรือกิจการในทานองเดียวกันได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ได้ แต่ทั้งนี้ โครงการหรือกิจการน้ันจะต้องแสดงความยินยอม
ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ท่ีกาหนดไว้ในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโครงการหรือกิจการน้ัน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทีร่ ัฐมนตรีกาหนด
มาตรา 47 ในกรณที ี่โครงการหรือกิจการซ่ึงตอ้ งจดั ทารายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบส่งิ แวดล้อมตาม
มาตรา 46 เป็นโครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือโครงการร่วมกับเอกชน ซ่ึงต้องเสนอ
ขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจซ่ึง
เป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการน้ัน จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตั้งแต่ในระยะ
ทาการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเสนอความเห็น
ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ีเสนอตามวรรคหนึ่ง
คณะรัฐมนตรีอาจขอให้บุคคลหรือสถาบันใด ซ่ึงเป็นผู้ชานาญการหรือเช่ียวชาญเกี่ยวกับการวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มทาการศกึ ษาและเสนอรายงานหรอื ความเหน็ เพื่อประกอบการพิจารณาดว้ ยกไ็ ด้
สาหรับโครงการหรือกิจการของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามมาตรา 46 ซ่ึงไม่จาต้องเสนอขอรับ
ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตามวรรคหน่ึง ให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ซ่ึงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
หรือกิจการนั้นจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมเพ่ือเสนอขอความเห็นชอบก่อนท่ีจะ
ดาเนินการตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการทีก่ าหนดไว้ในมาตรา 48 และมาตรา 49
5
มาตรา 48 ในกรณีท่ีโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ตามมาตรา 46 เป็นโครงการหรือกิจการซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการตามกฎหมายก่อนเร่ิมการ
ก่อสร้างหรือดาเนินการให้บุคคลผู้ขออนุญาตเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อเจ้าหน้าท่ีซึ่ง
มีอานาจตามกฎหมายน้ัน และต่อสานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม* ในการเสนอรายงานดังกล่าวอาจ
จัดทาเป็นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกาหนดตามมาตรา 46
วรรคสอง ก็ได้
ให้เจ้าหน้าที่ซ่ึงมีอานาจอนุญาตตามกฎหมายรอการสั่งอนุญาตสาหรับโครงการหรือกิจการตามวรรค
หนึ่งไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 49 จาก
สานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม*
ให้สานักงานนโยบายและแผนสงิ่ แวดล้อม*ตรวจสอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อมและ
เอกสารท่ีเกี่ยวข้องท่ีเสนอมา หากเห็นว่ารายงานที่เสนอมามิได้จัดทาให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
กาหนดไว้ในมาตรา 46 วรรคสอง หรือมีเอกสารข้อมูลไม่ครบถ้วน ให้สานักงานนโยบายและแผนส่ิงแวดล้อม*
แจ้งใหบ้ คุ คลผู้ขออนุญาตทเ่ี สนอรายงานทราบภายในกาหนดเวลาสิบห้าวันนบั แตว่ ันที่ไดร้ ับการเสนอรายงานนน้ั
ในกรณีท่ีสานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม*พิจารณาเห็นว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สง่ิ แวดล้อมและเอกสารที่เกยี่ วข้องที่เสนอมาถูกต้องและมขี ้อมูลครบถ้วน หรือได้มีการแก้ไขเพ่ิมเติมให้ถูกต้อง
ครบถ้วนตามวรรคสามแล้ว ให้สานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม* พิจารณาเสนอความเห็นเบ้ืองต้น
เกี่ยวกับรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกาหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับการเสนอรายงานนั้น
เพื่อนาเสนอให้คณะกรรมการผชู้ านาญการพจิ ารณาต่อไป
การแต่งต้ังคณะกรรมการผู้ชานาญการตามวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกาหนด ซึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญในสาขาวิชา
การต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจอนุญาตตามกฎหมายสาหรับโครงการหรือกิจการน้ัน
หรือผู้แทนร่วมเปน็ กรรมการอยูด่ ว้ ย
มาตรา 49 การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชานาญการตามมาตรา 48 ให้กระทาให้แล้วเสร็จภายใน
ส่ีสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากสานักงานนโยบายและแผน
สิ่งแวดล้อม* ถ้าคณะกรรมการผู้ชานาญการมิได้พิจารณาให้เสร็จภายในกาหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่า
คณะกรรมการผ้ชู านาญการให้ความเห็นชอบแลว้
ในกรณีที่คณะกรรมการผู้ชานาญการให้ความเห็นชอบ หรือในกรณีท่ีให้ถือว่าคณะกรรมการ
ผชู้ านาญการใหค้ วามเห็นชอบแล้ว ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ีซงึ่ มีอานาจตามกฎหมายสั่งอนญุ าตแกบ่ ุคคลซึง่ ขออนุญาตได้
ในกรณที ี่คณะกรรมการผู้ชานาญการไม่ให้ความเห็นชอบ ให้เจ้าหน้าทร่ี อการสั่งอนุญาตแก่บุคคลผู้ขอ
อนุญาตไว้ก่อนจนกว่าบุคคลดังกล่าวจะเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามท่ีคณะกรรมการ
ผู้ชานาญการส่ังให้ทาการแก้ไขเพ่ิมเติมหรือจัดทาใหม่ทั้งฉบับ ตามแนวทางหรือรายละเอียดท่ีคณะกรรมการ
ผชู้ านาญการกาหนด
6
เม่ือบุคคลดังกล่าวได้เสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมซ่ึงได้ทาการแก้ไขเพ่ิมเติมหรือ
ไดจ้ ดั ทาใหมท่ งั้ ฉบับแล้ว ให้คณะกรรมการผูช้ านาญการพิจารณารายงานดงั กล่าวใหแ้ ล้วเสร็จภายในสามสบิ วัน
นับแต่วันที่ได้รับการเสนอรายงานดังกล่าว แต่ถ้าคณะกรรมการผู้ชานาญการมิได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
กาหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคณะกรรมการผู้ชานาญการเห็นชอบ และให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวสั่งอนุญาตแก่
บคุ คลผู้ขออนญุ าตได้
ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดใหโ้ ครงการหรือกิจการ
ตามประเภทและขนาดที่ประกาศกาหนดตามมาตรา 46 ต้องเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ในการขอตอ่ อายใุ บอนญุ าตสาหรับโครงการหรือกิจการนนั้ ตามวธิ ีการเช่นเดียวกบั การขออนญุ าตด้วยก็ได้
มาตรา 50 เพ่ือประโยชน์ในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 48
และมาตรา 49 ให้กรรมการผู้ชานาญการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซ่ึงได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
ผชู้ านาญการ มีอานาจตรวจสถานที่ซึ่งเป็นท่ีต้ังของโครงการหรอื กิจการที่เสนอขอรับความเห็นชอบในรายงาน
การวเิ คราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ มได้ตามความเหมาะสม
เมอื่ คณะกรรมการผชู้ านาญการได้ให้ความเห็นชอบในรายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดล้อมตาม
มาตรา 49 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอานาจตามกฎหมายในการพิจารณาสั่งอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาต
นามาตรการตามท่ีเสนอไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมไปกาหนดเป็นเง่ือนไขในการสั่ง
อนญุ าต หรอื ต่ออายุใบอนญุ าตโดยใหถ้ อื วา่ เปน็ เงอ่ื นไขที่กาหนดตามกฎหมายในเรื่องนั้นดว้ ย
มาตรา 51 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา 47 และมาตรา 48 รัฐมนตรโี ดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติอาจกาหนดให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมตามมาตรา 46
ต้องจัดทาหรือไดร้ บั การรบั รองจากบคุ คลซง่ึ ได้รบั อนุญาตใหเ้ ป็นผู้ชานาญการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มก็ได้
การขอและการออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้ชานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ีจะมีสิทธิทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ได้รับใบอนุญาต การต่ออายุ
ใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การสั่งพักและการเพิกถอนการอนุญาต และการเสียค่าธรรมเนียม
การขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
* สานักงานนโยบายและแผนสิง่ แวดลอ้ ม คือ สานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
7
ข้ันตอนกำรพจิ ำรณำรำยงำนกำรวเิ ครำะห์ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม สำหรับโครงกำรหรือกจิ กำรทีต่ ้องไดร้ บั
อนญุ ำตจำกทำงรำชกำร และโครงกำรหรือกิจกำรทไี่ มต่ ้องเสนอขอรับควำมเห็นชอบจำกคณะรฐั มนตรี
ผยู้ ื่นขอรับอนุญาต
สผ. เจา้ หน้าทซี่ ่งึ มีอานาจอนญุ าต
สามารถเสนอมาตรการ รอการอนญุ าต รายงานไมถ่ ูกต้อง/
ป้ อ งกั น แ ล ะ แ ก้ ไข ขอ้ มูลไมค่ รบถ้วน
ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ ท า ก า ร สผ. ตรวจสอบรายงาน (15 วัน)
แก้ ไขเพิ่ ม เติ ม ห รื อ
จัดทาใหม่ทั้งฉบับ โดย รายงานถูกต้อง/ข้อมลู ครบถ้วน
เส น อ ก ลั บ เข้ า สู่ ก า ร
พิ จ ารณ าให ม่ ต าม สผ. พจิ ารณาเสนอความเหน็ เบ้อื งต้น (15 วัน)
มาตรา 48 และ 49
คณะกรรมการผูช้ านาญการฯ พิจารณา (45 วัน) เห็นชอบ เจ้าหนา้ ทีซ่ ึ่งมีอานาจอนญุ าต
พจิ ารณา อนุญาต/ไม่อนญุ าต
ไม่ใหค้ วามเห็นชอบ
ผู้ยื่นขออนุญาต
เสนอรายงานฉบับแก้ไขต่อ สผ. และเจา้ หน้าท่ซี ง่ึ มีอานาจอนญุ าต เจ้าหนา้ ที่ซงึ่ มีอานาจอนญุ าต
คณะกรรมการผูช้ านาญการฯ พจิ ารณา (30 วัน) เห็นชอบ
ไม่ให้ความเหน็ ชอบ
จบกระบวนการพจิ ารณา
กรณเี ห็นด้วยกับความเห็น รายงานฯ กรณีไม่เหน็ ดว้ ยกับความเห็น มสี ทิ ธินาคดีไปสู่ศาล
คณะกรรมการผู้ชานาญการฯ คณะกรรมการผชู้ านาญการฯ ปกครองภายใน 90 วัน
ผยู้ ่ืนขออนุญาต
ทีไ่ มใ่ ห้ความเหน็ ชอบ ท่ีไม่ให้ความเห็นชอบ
8
ขน้ั ตอนกำรพจิ ำรณำรำยงำนกำรวิเครำะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม กรณีโครงกำรหรอื กิจกำร
ของส่วนรำชกำร รฐั วสิ ำหกิจ หรอื โครงกำรรว่ มกบั เอกชน ซ่งึ ตอ้ งเสนอขอรับควำมเห็นชอบจำก
คณะรัฐมนตรี
ส่วนราชการ รฐั วิสาหกจิ
จดั ทารายงานตง้ั แต่ข้ันศกึ ษา
ความเหมาะสมของโครงการ
คณะกรรมการผ้ชู านาญการฯ พจิ ารณา
สผ. สรปุ ความเหน็ ของ
คณะกรรมการผู้ชานาญการฯ
คณะกรรมการสงิ่ แวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)
เสนอความเห็น
คณะรฐั มนตรี บุคคล/สถาบัน ผู้เช่ียวชาญ
เสนอความเหน็
พจิ ารณา
9
ข้ันตอนกำรพิจำรณำรำยงำนกำรวิเครำะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม สำหรับโครงกำรหรือกจิ กำร
ท่ีอำจกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อชมุ ชนอย่ำงรนุ แรงฯ สำหรับโครงกำรหรอื กิจกำรท่ีต้องไดร้ ับอนญุ ำต
จำกทำงรำชกำร และโครงกำรหรอื กจิ กำรทไี่ ม่ต้องเสนอขอรับควำมเหน็ ชอบจำกคณะรัฐมนตรี
ผู้ย่ืนขอรบั อนุญาต
สผ. เจา้ หน้าทซ่ี ง่ึ มีอานาจอนญุ าต
สามารถเสนอมาตรการ รอการอนญุ าต รายงานไมถ่ กู ตอ้ ง/
ป้ อ งกั น แ ล ะ แ ก้ ไข สผ. ตรวจสอบรายงาน (15 วัน) ข้อมลู ไมค่ รบถว้ น
ผ ล ก ร ะ ท บ ท่ี ท า ก า ร
แก้ ไขเพ่ิ ม เติ ม ห รื อ รายงานถูกต้อง/ขอ้ มลู ครบถว้ น
จัดทาใหม่ท้ังฉบับ โดย
เส น อ ก ลั บ เข้ า สู่ ก า ร สผ. พจิ ารณาเสนอความเห็นเบอื้ งต้น (15 วนั )
พิ จ ารณ าให ม่ ต าม
มาตรา 48 และ 49 คณะกรรมการผูช้ านาญการฯ พิจารณา (45 วัน) เหน็ ชอบ
ไมใ่ หค้ วามเหน็ ชอบ
ผู้ย่ืนขออนุญาต เหน็ ชอบ
เสนอรายงานฉบบั แกไ้ ขตอ่ สผ.
และเจ้าหนา้ ทซ่ี ่งึ มอี านาจอนญุ าต
คณะกรรมการผู้ชานาญการฯ พจิ ารณา (30 วนั )
ไมใ่ ห้ความเห็นชอบ สผ. แจง้ ผลการพจิ ารณาของ คชก.
กรณเี หน็ ดว้ ยกับความเห็น จบกระบวนการพจิ ารณา หน่วยงานของรัฐผู้รบั ผิดชอบโครงการหรือ
คณะกรรมการผูช้ านาญการฯ รายงานฯ หนว่ ยงานของรฐั ผ้อู นญุ าตโครงการจดั รับฟัง
ความคดิ เห็นฯ ตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนญู
ทไี่ ม่ให้ความเห็นชอบ ผู้ยน่ื ขออนุญาต
เจ้าหน้าท่ีซง่ึ มีอานาจอนุญาต
มีสทิ ธนิ าคดี กรณีไม่เหน็ ด้วยกบั ความเห็น
ไปสศู่ าลปกครองภายใน คณะกรรมการผ้ชู านาญการฯ พจิ ารณา อนุญาต/ไม่อนุญาต
90 วัน ที่ไมใ่ ห้ความเห็นชอบ
10
ข้นั ตอนกำรพจิ ำรณำรำยงำนกำรวเิ ครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม สำหรับโครงกำรหรือกิจกำรทีอ่ ำจ
ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอยำ่ งรุนแรงฯ กรณีโครงกำรของรัฐ รัฐวสิ ำหกิจ โครงกำรร่วมกบั เอกชน
ซ่ึงตอ้ งเสนอขอรบั ควำมเห็นชอบจำกคณะรัฐมนตรี
ส่วนราชการ รฐั วิสาหกิจ
จัดทารายงานต้งั แตข่ ้ันศึกษา แกไ้ ขรายงาน ส่วนราชการ รัฐวสิ าหกิจ
ความเหมาะสมของโครงการ
คณะกรรมการผชู้ านาญการฯ ขอ้ มูลไมเ่ พยี งพอ
พจิ ารณา
คณะกรรมการผู้ชานาญการฯ มอบ สผ.
ข้อมูลเพยี งพอ สรปุ ความเหน็ ของคณะกรรมการ
ผชู้ านาญการฯ เสนอ กก.วล.
ให้เสนอ กก.วล.
แจง้ ผลการพิจารณาของ สรปุ ความเหน็ ของ
คณะกรรมการผชู้ านาญการฯ คณะกรรมการผชู้ านาญการฯ
สผ.
หน่วยงานของรฐั ผู้รับผดิ ชอบ คณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มแห่งชาติ
โครงการจดั รับฟังความคิดเห็นฯ (กก.วล.)
ตามมาตรา 58 ของรฐั ธรรมนญู
เสนอความเห็น บุคคล/สถาบนั ผเู้ ชี่ยวชาญ
เสนอความเหน็
คณะรฐั มนตรี
พิจารณา
11
ข้อควรรเู้ กยี่ วกบั กำรจัดทำรำยงำน
1. กำรต้ังช่ือรำยงำนกำรวิเครำะหผ์ ลกระทบส่งิ แวดล้อม
1.1 โครงการทีเ่ ข้าข่ายตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เร่ือง กาหนดประเภท
และขนาดของโครงการหรือกิจการซ่ึงต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม และหลักเกณฑ์
วธิ ีการ ระเบียบปฏิบตั ิ และแนวทางการจดั ทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่งิ แวดล้อม
ก) ช่ือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโครงการตั้งใหม่ ให้เป็นช่ือที่สั้นและ
ได้ใจความ สามารถอธิบายวัตถปุ ระสงค์หลักของการดาเนินการโครงการได้ชัดเจน และสอดคล้องกับประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรอื่ ง กาหนดประเภทและขนาดของโครงการหรอื กจิ การซึ่งต้อง
จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการ
จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม เช่น “รำยงำนกำรวิเครำะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
โครงกำรทำ่ เทียบเรือ ” เปน็ ตน้
ข) ช่ือรายงานการเปล่ียนแปลงรายละเอียดโครงการ ให้ใช้ชื่อรายงานการเปล่ียนแปลง
รายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมรว่ มกับชอ่ื เดิมของโครงการ ตามขอ้ ก) เช่น
“รำยงำนกำรเปลี่ยนแปลงรำยละเอียดโครงกำรในรำยงำนกำรวิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงกำร
ท่ำเทียบเรอื ” เป็นต้น
ค) กรณีที่เจ้าของโครงการต้องตั้งชื่อรายงานที่แตกต่างไปจากแนวทางนี้ ให้หารือกับ
เจ้าหน้าท่ีสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเปน็ กรณีไป
1.2 โครงการที่เข้าข่ายตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรอ่ื ง กาหนดประเภท
ขนาด และวิธีปฏิบัติสาหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน
คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน จะต้องจัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
ก) ช่ือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโครงการตั้งใหม่ ให้เป็นชื่อท่ีส้ันและ
ได้ใจความ สามารถอธิบายวัตถุประสงค์หลักของการดาเนินการโครงการได้ชัดเจน เช่น “รำยงำนกำร
วิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงกำรหรือกิจกำรที่อำจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่ำง
รุนแรง ทั้งทำงดำ้ นคุณภำพสงิ่ แวดล้อม ทรัพยำกรธรรมชำติ และสุขภำพ โครงกำรทำ่ เทียบเรือ ”
เปน็ ตน้
ข) ช่ือรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ให้ใช้ช่ือรายงานการเปลี่ยนแปลง
รายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบส่ิงแวดล้อมรว่ มกับชอ่ื เดิมของโครงการ ตามขอ้ ก) เช่น
“รำยงำนกำรเปล่ียนแปลงรำยละเอียดโครงกำรในรำยงำนกำรวิเครำะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับ
โครงกำรหรือกิจกำรท่ีอำจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่ำงรุนแรง ทั้งทำงด้ำนคุณภำพสิ่งแวดล้อม
ทรพั ยำกรธรรมชำติ และสุขภำพ โครงกำรท่ำเทยี บเรือ ” เป็นตน้
12
ค) กรณีที่เจ้าของโครงการต้องตั้งชื่อรายงานที่แตกต่างไปจากแนวทางนี้ ให้หารือกับ
เจ้าหน้าท่ีสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกีย่ วข้องเป็นกรณีไป
2. เอกสำรประกอบรำยงำน
2.1 เสนอรายงานหลกั จานวนไม่น้อยกว่า 15 เลม่ และรายงานยอ่ จานวนไม่นอ้ ยกว่า 15 เลม่
2.2 ตรวจสอบว่าเอกสารต่างๆ ท่ีปรากฏอยู่ในรายงานฯ ณ วันย่ืนเสนอรายงานต่อสานักงานนโยบาย
และแผนทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ มทุกครงั้ ยงั ไมห่ มดอายุ และเรียงตามลาดับเอกสาร ดงั นี้
ก) ปกหน้าและปกในของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามแบบ สผ.2 (โครงการ
ท่ัวไป) หรือ สผร.2 (โครงการอาจรนุ แรง)
ข) สาเนาหนงั สือขอส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของบริษัทตอ่ สานักงานนโยบาย
และแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม และหนว่ ยงานอนญุ าต
ค) หนงั สอื แจง้ ความประสงคใ์ นการเผยแพรร่ ายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่งิ แวดล้อม
ง) หนังสือมอบอานาจให้เสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเอกสารสาคัญทาง
กฎหมายตา่ งๆ
จ) สาเนาใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการป้องกันและแก้ไข
ผลกระทบกระเทอื นตอ่ คณุ ภาพสิง่ แวดลอ้ ม
ฉ) หนงั สือรับรองการจดั ทารายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบส่งิ แวดล้อม ตามแบบ สผ.3 หรือ สผร.3
ช) บญั ชีรายช่ือผจู้ ัดทารายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม ตามแบบ สผ.5 หรือ สผร.5
ซ) แบบแสดงรายละเอียดการเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามแบบ สผ .6
หรือ สผร.6
3. รปู แบบกำรจัดทำรำยงำน
รูปแบบการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการต้ังใหม่ หรือรายงานการ
เปล่ียนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม จะมีความแตกต่างกันในส่วน
ของหัวขอ้ ศกึ ษาและรายละเอียดของข้อมลู ทจี่ าเป็นต้องนาเสนอ ดังนี้
3.1 รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการตั้งใหม่ ให้เจ้าของโครงการนาเสนอ
รายละเอียดของข้อมูลในแต่ละหัวขอ้ ศึกษาตามแนวทางการจดั ทารายงานฯ ทีก่ าหนดไว้ในฉบบั น้ี
3.2 รายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ให้
เจ้าของโครงการพิจารณานาเสนอข้อมูลในรายละเอียดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องหรือส่วนท่ีได้รับผลกระทบจาก
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งจะมีรายละเอียดของเนื้อหามากหรือน้อยข้ึนอยู่กับประเด็ นท่ีจะทาการ
เปล่ียนแปลง พร้อมทั้ง เสนอสรุปภาพรวมของการดาเนินการโครงการปัจจุบันเปรียบเทียบกับการดาเนินการ
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบตาราง และสรุปผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อมท่ีผ่านมา เพื่อประกอบความเข้าใจต่อการ
พิจารณารายงานฯ ในภาพรวมด้วย
13
หมำยเหตุ :
- การนาเสนอรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ท่เี จ้าของโครงการมอบอานาจให้ผู้มีสทิ ธิทารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้แนบเอกสารการมอบอานาจและ
ใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมของผู้มีสิทธิทารายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มประกอบ
ในเล่มรายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
- รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบหลังเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 โดยมี
เงื่อนไขการเปล่ยี นแปลงรายละเอียดโครงการ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม และมาตรการ
ติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตามที่เสนอไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ท่ีได้รับ
ความเห็นชอบไว้แล้ว ให้เจ้าของโครงการแจ้งให้หน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาต
ดาเนนิ การ ดังน้ี
1) หากหน่วยงานผอู้ นมุ ตั ิหรอื อนุญาตเหน็ ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกลา่ ว เกิดผลดีตอ่ ส่ิงแวดล้อมมากกวา่ หรือ
เทียบเท่ามาตรการท่ีกาหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบไว้แล้ว ให้
หน่วยงานผู้อนุมัติหรืออนุญาตรับจดแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขที่กาหนดไว้ในกฎหมายนั้นๆ
ต่อไป พร้อมกับให้จัดทาสาเนาการเปล่ียนแปลงดังกล่าวข้างต้นที่รับจดแจ้งไว้ แจ้งให้สานักงานนโยบายและ
แผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม เพอ่ื ทราบ
2) หากหน่วยงานผู้อนุมัติหรืออนุญาต เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจกระทบต่อสาระสาคัญใน
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบไว้แล้ว ให้หน่วยงานผู้อนุมัติหรืออนุญาต
จัดสง่ รายงานการเปล่ียนแปลงดังกล่าว ใหส้ านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อ
เสนอให้คณะกรรมการผู้ชานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม (คชก.) ชุดที่
เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นชอบประกอบก่อนดาเนินการเปลย่ี นแปลง และเม่ือโครงการได้รบั อนุมัติหรอื อนุญาตให้
มีการเปลี่ยนแปลง ให้หน่วยงานผอู้ นมุ ัตหิ รอื อนุญาตแจ้งผลการเปลีย่ นแปลงดงั กล่าวใหส้ านักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมเพอ่ื ทราบ
14
บทที่ 1 บทนำ
โครงการต้องนาเสนอรายละเอียดของหัวขอ้ ต่างๆ อยา่ งน้อยดังตอ่ ไปน้ี
1.1 เหตุผลและควำมจำเป็นในกำรดำเนินงำนโครงกำร
ให้ระบเุ หตุผลและความจาเป็นในการดาเนินงานโครงการต่อปัจจัยสาคัญในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ
ดา้ นส่ิงแวดล้อม หรือด้านสังคม เป็นต้น ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ ทั้งน้ี ควรพิจารณาอ้างอิงตัวเลข
เชิงปริมาณประกอบตามความเหมาะสมเพอ่ื สนบั สนนุ เหตุผลและความจาเปน็ ดังกล่าว
ระบุสถานท่ีตั้ง ขนาดของโครงการ ประเภทโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เร่ือง กาหนดประเภทและขนาดของ
โครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ
ปฏิบัตแิ ละแนวทางการจัดทารายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบส่ิงแวดล้อม ลงวนั ท่ี 24 เมษายน 2555 และฉบับ
ปรับปรุงแก้ไขเพ่ิมเติม ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง กาหนดประเภท ขนาด
และวิธีปฏิบัติสาหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอยา่ งรนุ แรง ท้ังทางด้านคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่ส่วนราชการ รฐั วิสาหกิจ หรือเอกชนจะต้องจดั ทารายงานการ
วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 และลาดับความเป็นมาของการ
พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม (กรณีโครงการท่ีเคยมีการศึกษาผลกระทบมาก่อนและ
โครงการเปลย่ี นแปลงรายละเอียดโครงการ)
1.2 วัตถุประสงคข์ องกำรดำเนินงำนโครงกำร
ใหร้ ะบุวัตถุประสงคข์ องการดาเนนิ งานโครงการใหช้ ัดเจน
1.3 ผลประโยชน์ที่คำดวำ่ จะไดร้ บั
ใหร้ ะบผุ ลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดาเนนิ งานโครงการให้ชัดเจน
1.4 วัตถุประสงค์ของกำรจัดทำรำยงำน
ใหร้ ะบุวตั ถุประสงค์หลกั ของการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม โดยแบ่งเป็นหวั ขอ้ ยอ่ ย
ใหส้ อดคลอ้ งตามลาดบั ของเน้ือหาท่นี าเสนอในเล่มรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบส่งิ แวดลอ้ มให้ชัดเจน
1.5 ขอบเขตและวิธีกำรศึกษำ
1.5.1 แนวทางและกรอบแนวคิดในการศึกษา ให้ระบุแนวทางและหลักเกณฑ์ที่อ้างอิง หรือสมมติฐานท่ี
นามาใช้ใหช้ ัดเจน
1.5.2 ขน้ั ตอนการศกึ ษาและวิธกี ารศึกษาให้สรุปวิธกี ารศกึ ษาในแต่ละขั้นตอน ดงั นี้
ก) การกาหนดขอบเขตพ้ืนท่ีศกึ ษา
ข) การศกึ ษารายละเอยี ดโครงการ
15
ค) การศกึ ษาสภาพทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มปจั จบุ นั
ง) การรบั ฟังความคิดเหน็ ของประชาชน ผูม้ ีส่วนไดเ้ สยี
จ) การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
ฉ) การประเมนิ ผลกระทบดา้ นสุขภาพ
ช) การเสนอมาตรการป้องกันและแกไ้ ขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ซ) การเสนอมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
1.5.3 ขอบเขตพื้นที่ศึกษา ให้กาหนดขอบเขตพื้นท่ีศึกษาเบ้ืองต้นอย่างน้อย 5 กิโลเมตร รอบที่ต้ัง
โครงการ ท้ังน้ี กรณีที่พบว่ากิจกรรมของโครงการอาจส่งผลกระทบในระยะเกินรัศมี 5 กิโลเมตร ให้เพิ่มเติม
ขอบเขตพืน้ ทีศ่ กึ ษาให้ครอบคลุมต่อผลกระทบนั้นๆ โดยใหเ้ สนอขอ้ มูลอยา่ งน้อย ดังนี้
ก) แสดงแผนผังท่ีต้ังโครงการและขอบเขตพื้นที่ศึกษา พร้อมทั้งระบุสถานที่หรือพื้นที่อ่อนไหว เช่น
วัด โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย เป็นต้น ตามขอบเขตการปกครองต่างๆ เช่น หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ
เทศบาล เป็นตน้
ข) นาเสนอรายละเอียดของพ้ืนท่ีอ่อนไหวต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรูปแบบตารางให้ชัดเจน โดย
ใหร้ ะบชุ นิดและจานวนสถานทห่ี รือพ้ืนท่อี ่อนไหว พิกัดอา้ งองิ และระยะหา่ งจากท่ีตง้ั โครงการ
ค) นาเสนอกลุ่มประชากรท่ีศึกษา โดยให้สรุปประเภท จานวนประชากรและชุมชนในพื้นที่ศึกษา
ตามวงรศั มีผลกระทบของโครงการ แบ่งกลุ่มประชากรเป็นกลุ่มทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงใหช้ ัดเจนโดยอ้างอิงจากผล
การประเมนิ ผลกระทบของโครงการ
1.5.4 ระยะเวลาการศกึ ษา ให้แสดงตารางสรุปขน้ั ตอนและกาหนดการจัดทารายงานในแต่ละขน้ั ตอนให้ชัดเจน
1.5.5 ควรตรวจสอบความสอดคล้องของการดาเนินงานโครงการกับแผนแม่บท ระเบียบต่างๆ และ
กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง เช่น แผนแม่บท และ/หรือ แผนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหากัดเซาะชายฝ่ัง ประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง พื้นท่ีคุ้มครองส่ิงแวดล้อม พื้นที่ควบคุมมลพิษ โดยแสดง
แผนทซี่ ้อนทบั (overlay map) กบั พ้นื ทอ่ี นรุ ักษต์ ามกฎหมาย (ถ้ามี)
1.5.6 การรวบรวมข้อมูล ให้อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลทุติยภูมิทุกประเภทที่นามาใช้ประกอบในการ
จัดทารายงาน
16
บทที่ 2 รำยละเอยี ดโครงกำร
โครงการตอ้ งนาเสนอสาระสาคัญของรายละเอียดโครงการในหวั ข้อต่างๆ อย่างนอ้ ยดังต่อไปนี้
2.1 ที่ตง้ั โครงกำร
แสดงตาแหน่งที่ตั้งโครงการและบริเวณพื้นที่ศึกษาว่าครอบคลุมพื้นที่ตาบล อาเภอ และจังหวัดใด
โดยแสดงการเข้าถึงพ้นื ที่และเสน้ ทางเขา้ สูพ่ ้ืนทโ่ี ครงการโดยมแี ผนทม่ี ีมาตราส่วนทีช่ ัดเจน เช่น แผนท่ีภาพถา่ ย
ทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียม และภาพถ่ายแสดงสภาพพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงที่เป็นปัจจุบัน
มากทส่ี ดุ (ระบุวนั เดือน ปี) ประกอบ
2.2 กำรคดั เลือกทตี่ ้ังทเ่ี หมำะสมและกำรเปรยี บเทียบของทำงเลือกตำ่ งๆ
นาเสนอรายละเอียด วิธีการ ข้อจากัดและอุปสรรคของพ้ืนที่ เช่น พื้นท่ีอนุรักษ์ พ้ืนท่ีอ่อนไหว เส้นทาง
คมนาคม และโครงการพัฒนาในพ้ืนที่ท่ีอาจส่งผลกระทบต่อโครงการท้ังในปัจจุบันและอนาคต และผล
การศึกษาเปรียบเทียบการคัดเลือกที่ตั้งท่ีเหมาะสม และ/หรือรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม โดยทางเลือกที่
เสนอทุกทางเลือกจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือมุ่งเน้นการพิจารณาเพื่อการแก้ไขที่ต้นเหตุของ
ปัญหา และไม่ขัดต่อข้อกาหนดของกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง พร้อมแสดงเหตุผลและความจาเป็นประกอบ เช่น
ประเด็นผลการศึกษาด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและการเงิน และด้านส่ิงแวดล้อม การกาหนดคะแนนและ
น้าหนักของประเด็นที่ศึกษาด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและการเงิน และด้านสิ่งแวดล้อม และนาประเด็น
อื่นๆ มาพิจารณาตามสภาพแวดล้อม เป็นต้น
2.3 องคป์ ระกอบและกิจกรรมของโครงกำร
2.3.1 รายละเอยี ดองค์ประกอบและกจิ กรรมโครงการและส่วนท่เี กี่ยวข้อง โดยระบุชนิด ขนาดและจานวน
2.3.2 รายละเอียดโครงสร้างและฐานรากของโครงการ หรือส่ิงล่วงล้าลาน้าให้ครบถ้วน เช่น ขนาดและ
รายละเอียดของหน้าตดั โครงสร้าง ขนาด รูปแบบ ความยาวและรายละเอยี ดของการใช้เสาเขม็ เป็นต้น กรณีที่
มีโครงสรา้ งในทะเล ให้พิจารณาเร่ืองความคงทนของโครงสร้างในทะเลดังกลา่ ว โดยสามารถใช้ มยผ 1332-55
มาตรฐานงานคอนกรีตเมื่อพิจารณาความคงทนและอายุการใช้งาน ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการ
ออกแบบ และก่อสรา้ งโครงสรา้ งในโครงการ
2.3.3 รายละเอียดแผนท่ีร่องน้าเดินเรือ เส้นทางเดินเรือ และความลึกหน้าท่าของโครงการก่อสร้าง
ท่าเทียบเรอื ข้อมลู ระดบั นา้ ช่วงน้าข้ึนสูงสุดและนา้ ลงต่าสุด ทั้งก่อนและหลังการขุดลอก
2.3.4 แผนผังแสดงตาแหน่งที่ตั้งขององค์ประกอบต่างๆ (lay out) ที่ชัดเจน เช่น การแสดงทิศทาง
มาตราส่วนและรายละเอียด (คาอธิบาย) อาคารสานักงานชั่วคราว พ้ืนที่กองเก็บวัสดุก่อสร้าง ที่พักคนงาน
พ้ืนท่ีสเี ขียว เปน็ ตน้
2.3.5 รายละเอียดวิธีการและข้ันตอนการก่อสร้างทั้งหมด ต้ังแต่เร่ิมต้นจนเสร็จส้ินโครงการ พร้อมรูปภาพประกอบ
รายละเอยี ดคันทางช่วั คราวขนสง่ วัสดุ โดยให้จัดทารูปแปลนคันทางชวั่ คราวในภาพรวมทัง้ หมด (ถา้ ม)ี
17
2.3.6 สินค้าที่ทาการขนถ่าย ในกรณีท่ีเป็นประเภทสารเคมี ระบุคุณสมบัติและรายละเอียดของสารเคมี
แต่ละประเภท
2.3.7 รายละเอยี ดแหล่งกาเนิดมลพิษท่ีเกิดจากโครงการและการจดั การ โครงการต้องนาเสนอข้อมูลบญั ชี
การระบายมลพิษ (emission inventory) โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับสารอินทรีย์ระเหยง่าย
ให้ครบถ้วนและครอบคลุมทุกแหล่งกาเนิดของท่าเทียบเรือ ถังกักเก็บผลิตภัณฑ์ และอุปกรณ์หรือระบบที่
เกี่ยวเนอื่ งในการขนถ่ายระหวา่ งท่าเทียบเรือกับตัวเรือบรรทกุ สินค้า
2.3.8 การเจาะสารวจดนิ พร้อมแผนท่ีระบุตาแหน่งหลุมเจาะดังกล่าว เน่ืองจากเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ใน
การตรวจสอบการทรุดตวั ของโครงสรา้ งต่างๆ
2.4 เส้นทำงกำรขนส่งและแหลง่ วัสดุก่อสร้ำง
แสดงแหล่งวัสดุก่อสร้างและเส้นทางที่ใช้ในการขนส่งมายังพื้นที่โครงการ พร้อมแผนที่และรูปภาพ
ประกอบทชี่ ดั เจน
2.5 ระบบสำธำรณปู โภค
แสดงระบบสาธารณูปโภคที่จาเป็นต้องใช้ในกิจกรรมโครงการ และอาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
ของโครงการในระยะกอ่ สร้างและระยะดาเนนิ การ โดยมีองคป์ ระกอบหลกั ท่สี าคัญ ดังน้ี
2.5.1 น้ำใช้
แสดงรายละเอียดการใช้น้าจากทุกกิจกรรมของโครงการ ระบบแหล่งน้าใช้ การจัดการน้าใช้ การ
สารองนา้ ใช้เพียงพอสาหรับการใช้ไมน่ ้อยกวา่ 3 วัน
2.5.2 กำรระบำยน้ำ
1) ระบบระบายนา้ ฝนไมป่ นเป้อื น
ระบบระบายน้าฝนไม่ปนเป้ือน จะต้องถูกออกแบบเพื่อรองรับน้าฝนท่ีไม่ปนเปื้อนแยกจาก
ระบบระบายน้าฝนท่ีอาจปนเปื้อน การหน่วงนา้ โดยใหเ้ สนอแผนผังแสดงแนวรางระบาย ทิศทางการไหลของน้า
จุดระบายออกนอกพ้นื ท่โี ครงการ และแหลง่ รองรบั น้าใหช้ ดั เจน
2) ระบบระบายนา้ ฝนทอี่ าจปนเปอื้ น
ระบบระบายน้าฝนท่ีอาจปนเปื้อนด้านนอกอาคาร ให้แสดงแผนผังแสดงแนวรางระบายทิศทางการ
ไหลของน้า และเส้นทางการสง่ นา้ ปนเป้อื นเข้าสรู่ ะบบบาบดั ให้ชัดเจน
2.5.3 นำ้ เสีย
1) ระบบรวบรวมนา้ เสีย
ให้เสนอแผนผังแสดงระบบรวบรวมน้าเสีย แสดงขนาดท่อและระบบระบายน้าออกจากพ้ืนที่
ทั้งนี้ การเสนอแผนผังแสดงทิศทางการไหลของน้าเสียควรแยกจากแผนผังระบายน้าฝนที่ไม่ปนเป้ือนและ/
หรือน้าฝนปนเปื้อน เพอ่ื ให้การนาเสนอขอ้ มลู มคี วามชัดเจนมากข้นึ
2) ระบบบาบัดน้าเสยี
ใหแ้ สดงรายละเอียดระบบบาบดั น้าเสียและจัดให้มบี ่อพักน้าทิ้งก่อนปล่อยลงสู่แหล่งนา้ สาธารณะ
18
2.5.4 ขยะมลู ฝอย
แสดงปริมาณขยะมูลฝอยจากกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ โดยแบ่งตามประเภทขยะมูลฝอย การ
บรหิ ารและจัดการขยะมลู ฝอยทีเ่ กดิ ข้ึน การจดั เก็บรวบรวมและขนถ่ายขยะมูลฝอย ภาชนะรองรบั ขยะมูลฝอย
2.6 อำชวี อนำมัยและควำมปลอดภยั
2.6.1 ควำมปลอดภยั ในพน้ื ทก่ี ่อสร้ำง
1) ความปลอดภัยในระยะก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การ
ปอ้ งกนั อุบัตเิ หตุ ความปลอดภยั ของโครงการและการรักษาพยาบาล
2) ผังบริเวณพืน้ ทีส่ านกั งานภาคสนามและทพี่ กั คนงาน ประกอบดว้ ยรายละเอยี ดอยา่ งน้อย ดังน้ี
- ปรมิ าณน้าใช้ ขนาดและจานวนถัง ปริมาณรวมกลี่ ูกบาศกเ์ มตรท่เี พยี งพอในการใชไ้ มน่ ้อยกว่า 3 วัน
- ชนิดของถังดับเพลิง จานวน และตาแหน่งทต่ี ิดตง้ั
- ขนาด จานวนและประเภทของถงั รองรบั ขยะมลู ฝอยในแตล่ ะตาแหน่ง
- ทลี่ ้างลอ้ รถก่อนออกจากบริเวณพน้ื ท่ีก่อสรา้ ง
- ที่พกั ชว่ั คราวในขณะปฏบิ ัตงิ านของคนงานทกี่ ่อสรา้ ง รวมทงั้ หอ้ งนา้ และหอ้ งสว้ ม
- พ้ืนทก่ี องเก็บวัสดุก่อสรา้ ง
2.6.2 ควำมปลอดภัยและควำมสงบสุขในที่พกั คนงำน
มาตรการกากับดูแลผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับที่พักคนงาน เช่น กฎเกณฑ์ด้านสาธารณูปโภคของ
ผู้รับเหมา และข้อกาหนดเก่ียวกับการดาเนนิ งานเก่ียวกบั ยาเสพติดและที่พักคนงาน
2.6.3 ระบบป้องกนั อัคคีภัย
พิจารณาถึงแนวทางการป้องกันและระงับอัคคีภัยด้วยการใช้เครื่องมอื ดับเพลงิ ข้นั ต้นและเครอ่ื งมือ
ดับเพลิงขนาดใหญ่ ระบบแจ้งเหตุอัคคภี ัย ระบบการแจ้งเตือนอัคคีภัย ความสามารถจากปรมิ าณเก็บกักนา้ จืด
เพ่ือใช้ในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 30 นาที การออกแบบและติดตั้งระบบน้าดับเพลิงทั้งท่อน้าสายหลักและ
จุดต่อน้าดับเพลิงต่างๆ ตามมาตรฐานที่ใช้ การออกแบบระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยของโครงการอ้างอิง
ตามมาตรฐานท่เี ก่ยี วขอ้ ง
2.6.4 ระบบติดต่อสอ่ื สำร
ระบบติดต่อสื่อสารของโครงการ อธิบายข้ันตอนและระบบการติดต่อสื่อสารท้ังภายในและ
ภายนอกโครงการ โดยเฉพาะระบบการติดตอ่ สอื่ สารในสภาวะฉกุ เฉิน
2.6.5 แผนปฏิบัตกิ ำรฉุกเฉนิ
แผนปฏิบัติการฉุกเฉินของโครงการ ประกอบดว้ ยการตอบโต้ภาวะฉกุ เฉินทีร่ ะดับต่างๆ และการให้
ความช่วยเหลือ ตามประเภท กิจกรรมที่เกิดข้ึน ในระยะก่อสร้างและระยะดาเนินการ กรณีท่าเทียบเรือควร
พิจารณากิจกรรมหลงั ท่าเทียบเรือด้วย
19
2.7 กำรประมำณรำคำค่ำก่อสร้ำง และผลกำรวิเครำะห์กำรลงทุนด้ำนเศรษฐกิจและกำรเงิน (สาหรับ
โครงการของรัฐและรฐั วสิ าหกจิ )
แสดงราคาค่าก่อสร้างจากการประมาณราคา ตามรายละเอียดจากกิจกรรมการก่อสร้าง ข้อกาหนดและ
สมมติฐานท่ีใช้ในการวิเคราะห์ สามารถนามาวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) มูลค่าปัจจุบัน
ของผลตอบแทนสุทธิ (NPV) อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C ratio) รวมทั้งผลการวิเคราะห์ความ
อ่อนไหวของโครงการและการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านการเงินต่อไป ซึ่งควรสรุปผลการวิเคราะห์ความ
เป็นไปไดโ้ ครงการและการวเิ คราะหค์ วามเหมาะสมของโครงการในกรณีต่างๆ
2.8 แผนกำรดำเนินงำนโครงกำร
ให้สรุปข้ันตอนการดาเนินงานโครงการในแต่ละช่วงเวลา พร้อมท้ัง แนบตารางแสดงแผนการดาเนินงาน
โครงการประกอบให้ชัดเจน
20
บทที่ 3 สภำพแวดล้อมปจั จบุ นั
โครงการต้องนาเสนอสภาพแวดล้อมปัจจุบันโดยครอบคลุมทรัพยากรส่ิงแวดล้อมที่คาดว่าจะได้รับ
ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการท้ัง 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
ทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าคุณภาพชีวิต บริเวณพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณ
โดยรอบ ในหัวข้อที่เก่ียวข้องที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดาเนินงานโครงการและเป็นประเด็นที่มี
ความสาคัญต่อการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการศึกษา กาหนดให้มีรายละเอียด
ครอบคลุมอย่างนอ้ ย ดังนี้
3.1 ทรพั ยำกรสงิ่ แวดลอ้ มทำงกำยภำพ
กาหนดพื้นที่ศึกษาครอบคลุมรัศมีอย่างน้อย 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่โครงการ และใช้ข้อมูลแผนท่ี
ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 : 50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร หรือแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของหน่วยงานหรือ
บรษิ ทั ทเ่ี ปน็ ทน่ี า่ เชื่อถือ
3.1.1 สภำพภมู ปิ ระเทศ
รายละเอียดลักษณะของภูมปิ ระเทศ ลกั ษณะสัณฐานชายฝง่ั ลักษณะพื้นท้องน้า ลกั ษณะกายภาพ
ของพื้นท่ี ลกั ษณะเฉพาะของพ้ืนทีโ่ ครงการและพื้นที่บริเวณโดยรอบ เชน่ พ้นื ทสี่ งู ชันหรอื ทร่ี าบลุ่มน้าท่วมขัง ฯลฯ
3.1.2 ทรัพยำกรดิน
1) ชนิด ลักษณะช้ันดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดินในพ้ืนที่โครงการและบริเวณโดยรอบ พร้อม
แผนผังประกอบ
2) สมบัติทางกายภาพและเคมี ควรมีผลการวิเคราะห์หาธาตุ ซ่ึงเป็นตัวแทนมลพิษเพื่อใช้เป็น
บรรทดั ฐาน (base line) ในการติดตามและประเมินผลกระทบ
3.1.3 ธรณวี ิทยำและแผน่ ดนิ ไหว
1) ลักษณะทางธรณีของพ้ืนท่ีชายฝ่ังและตลิ่งบริเวณโครงการ เช่น ชนิด ตาแหน่ง ความหนา รอย
แตก รอยเลอ่ื น (fauIt) คุณสมบตั ทิ างธรณวี ทิ ยา ธรณเี ทคนคิ เป็นตน้
2) แผ่นดินไหวและธรณีพิบัติ เช่น พ้ืนท่ีและสถิติการเกิดแผ่นดินไหวและธรณีพิบัติ และผล
การศกึ ษาเร่ืองรอยเลอ่ื นมพี ลัง (active fauIt)
3) แผนผงั แสดงจดุ กาเนิดแผ่นดนิ ไหว (epicenter)
3.1.4 สภำพภูมอิ ำกำศ อตุ นุ ิยมวทิ ยำและคุณภำพอำกำศ
1) ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาของสถานีตรวจวัดท่ีใกล้ที่สุดและสามารถใช้เป็นตัวแทนของการศึกษา
โครงการนไี้ ด้
2) ข้อมูลทุติยภูมิด้านคุณภาพอากาศจากหน่วยงานหรือเอกสารท่ีเก่ียวข้องโดยข้อมูลท่ีใช้ให้เป็น
ขอ้ มูลปจั จุบันมากท่ีสุดและเป็นข้อมูลของพ้ืนท่ีที่อยู่ใกล้โครงการ พร้อมแสดงตาแหน่งตรวจวัดคุณภาพอากาศ
ดังกล่าว ซึ่งโครงการต้องนาเสนอข้อมูลคุณภาพส่ิงแวดล้อมให้ครอบคลุมครบถ้วนตามสถานการณ์ที่เป็นจริง
21
และตามมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาสารมลพิษอื่นนอกเหนือจาก
สารมลพิษพื้นฐาน เช่น พื้นที่จังหวัดระยองจะมีปัญหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายมากกว่าปัญหาฝุ่นละออง
ก๊าซซัลเฟอรไ์ ดออกไซด์ และก๊าซออกไซดข์ องไนโตรเจน
3) การเก็บตัวอย่างคุณภาพอากาศ ให้ครอบคลุมทุกดัชนีที่อาจส่งผลกระทบจากกิจกรรมของ
โครงการ ควรมีระยะเวลาเก็บตัวอย่าง ไม่น้อยกว่า 5 วันต่อเน่ืองต่อครั้ง ครอบคลุมวันหยุดและวันทาการ
ในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง ตามการกาหนดฤดูกาลในแต่ละพื้นที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมทั้งแผนผังตรวจวัด
ทิศทาง และความเร็วลมตลอดการเก็บตัวอย่าง รวมท้ังระบุรายละเอียดสภาพกิจกรรมในปัจจุบันของบริเวณ
พ้ืนที่ที่เก็บตัวอย่าง ซ่ึงการพิจารณาเลือกจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ท่ีอาจได้รับผลกระทบ
โดยพิจารณาจากทิศทางลม พนื้ ทท่ี ี่ไวต่อการได้รบั ผลกระทบ และการใช้ประโยชน์ของพ้นื ที่
3.1.5 เสยี ง
ระดับเสียงจากการทบทวนข้อมูลทุติยภูมิ และการตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ช่ัวโมง (Leq24 hr)
ระดับเสียงกลางวัน-กลางคืน (Ldn) และ ค่าระดับเสียงสูงสุด (Lmax) โดยมีระยะเวลาเก็บตัวอย่าง มีระยะเวลา
เก็บตัวอย่าง ไม่น้อยกว่า 5 วันต่อเนื่องต่อครั้ง ครอบคลุมวันหยุดและวันทาการ ซ่ึงการพิจารณาเลือกจุด
ตรวจวัดเสียง ให้ครอบคลุมพ้ืนที่ท่ีอาจได้รับผลกระทบโดยพิจารณาจากพื้นที่ที่ไวต่อการได้รับผลกระทบ และ
การใชป้ ระโยชนข์ องพืน้ ท่ี
3.1.6 ควำมสนั่ สะเทือน
ตรวจวัดความส่ันสะเทือน โดยมีดัชนีตรวจวัดได้แก่ ค่าอนุภาคของความเร็ว (velocity) และ
ค่าความถี่ (frequency) ตามมาตรฐาน มีระยะเวลาเก็บตัวอย่าง ไม่น้อยกว่า 5 วันต่อเน่ืองต่อคร้ัง ครอบคลุม
วันหยดุ และวันทาการ ทงั้ นี้ ใหแ้ สดงรายละเอียดผลการตรวจวัดในรูปแบบตาราง พร้อมท้ัง เปรียบเทียบผลกับ
ค่ามาตรฐานท่ีเก่ียวข้อง ซ่ึงการพิจารณาเลือกจุดตรวจวัดความส่ันสะเทือน ให้ครอบคลุมพื้นท่ีที่อาจได้รับ
ผลกระทบโดยพิจารณาจากพ้นื ท่ีทไี่ วตอ่ การไดร้ บั ผลกระทบ และการใชป้ ระโยชน์ของพนื้ ที่
3.1.7 อทุ กวิทยำนำ้ ผิวดนิ และใตด้ นิ
1) น้าผิวดิน ข้อมูลด้านอุทกวิทยา และชลศาสตร์ของแหล่งน้าผิวดินในพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณ
โดยรอบ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้า และการระบายน้า โดยระบุช่ือแหล่งน้า ความลึก ว่าเป็นคลองหรือลาราง
สาธารณะ อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด การใช้ประโยชน์แหล่งน้า การขึ้นทะเบียนเป็นพ้ืนท่ีสาคัญ
ตา่ งๆ เช่น พืน้ ทีช่ มุ่ นา้ พ้ืนที่ชั้นคณุ ภาพลมุ่ นา้ เป็นตน้
2) น้าใต้ดิน ข้อมูลด้านอุทกวิทยาน้าใต้ดิน ปริมาณการอุ้มน้าของช้ันหิน ลักษณะของช้ันน้าใต้ดิน
อัตราการให้น้า ทิศทางการไหลของน้า (กรณีที่โครงการมีการสูบน้าบาดาลมาใช้ภายในพ้ืนที่โครงการให้แสดง
ความลึกของระดบั น้าบาดาล)
3.1.8 คุณภำพน้ำผิวดนิ น้ำใต้ดิน และนำ้ ทะเล
1) น้าผิวดิน แสดงวิธีการศึกษา พร้อมทั้งเสนอผลการตรวจวัดหรือการเก็บตัวอย่างน้าผิวดินใน
พื้นท่ีศึกษาเพ่ือการตรวจวัดคุณภาพน้าในแต่ละดัชนี ได้แก่ ตารางแสดงปัจจัยที่ตรวจวัด เคร่ืองมือที่ใช้เก็บ
22
ตัวอย่าง วิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง และวิเคราะห์ตัวอย่าง ตาแหน่งของการเก็บตัวอย่าง รูปภาพวิธีการเก็บ
ตัวอย่าง บันทึกสภาพแวดลอ้ มปัจจุบนั ในขณะดาเนินการ แสดงเอกสารอา้ งองิ และภาพประกอบ รวมทัง้ การใช้
ประโยชน์ในแหล่งน้านั้น ปริมาณและคุณภาพน้าผิวดินในแหล่งน้าท่ีเป็นตัวแทนของคุณภาพน้าในช่วงฤดูฝน
และฤดูแล้ง โดยนาข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพน้าผิวดินในพ้ืนท่ีศึกษาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานคุณภาพ
น้าผิวดินท่ีเก่ียวข้อง ท้ังน้ีควรดาเนินการเก็บตัวอย่างน้าตามคู่มือการวิธีปฏิบัติสาหรับการเก็บตัวอย่างน้า
จากแหลง่ นา้ ของกรมควบคุมมลพษิ
2) น้าใต้ดิน แสดงวิธีการศึกษา พร้อมทั้งเสนอผลการตรวจวัดหรือการเก็บตัวอย่างน้าใต้ดินใน
พ้ืนที่ศึกษาเพ่ือการตรวจวัดคุณภาพน้าในแต่ละดัชนี ได้แก่ ตารางแสดงปัจจัยที่ตรวจวัด เคร่ืองมือที่ใช้เก็บ
ตัวอย่าง วิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง และวิเคราะห์ตัวอย่าง ตาแหน่งของการเก็บตัวอย่าง รูปภาพวิธีการเก็บ
ตัวอย่าง บันทกึ สภาพแวดลอ้ มปัจจุบนั ในขณะดาเนนิ การ แสดงเอกสารอ้างองิ และภาพประกอบ รวมทัง้ การใช้
ประโยชน์ในแหล่งน้านั้น ปริมาณและคุณภาพน้าใต้ดินที่เป็นตัวแทนของคุณภาพน้าในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง
โดยนาขอ้ มูลผลการตรวจวัดคุณภาพน้าใตด้ นิ ในพืน้ ทศ่ี กึ ษาเปรยี บเทียบกับค่ามาตรฐานทเี่ ก่ยี วข้อง
3) นา้ ทะเล แสดงวิธีการศกึ ษา พร้อมทัง้ เสนอผลการตรวจวดั หรอื การเกบ็ ตัวอยา่ งนา้ ทะเลในพน้ื ที่
ศึกษาเพื่อการตรวจวัดคุณภาพน้าในแต่ละดัชนี ได้แก่ ตารางแสดงปัจจัยที่ตรวจวัด เคร่ืองมือท่ีใช้เก็บตัวอย่าง
วิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง และวิเคราะห์ตัวอย่าง ตาแหน่งของการเก็บตัวอย่าง รูปภาพวิธีการเก็บตัวอย่าง
บันทึกสภาพแวดล้อมปัจจุบันในขณะดาเนินการ แสดงเอกสารอ้างอิงและภาพประกอบ รวมท้ังการใช้
ประโยชน์ในแหล่งน้านั้น ปริมาณและคุณภาพน้าทะเลที่เป็นตัวแทนของคุณภาพน้าในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง
โดยนาข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพน้าทะเลในพื้นที่ศึกษาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานคุณภาพน้าทะเลที่
เกี่ยวข้อง ทั้งน้ี ควรดาเนินการเก็บตัวอย่างน้าตามคู่มือการวิธีปฏิบัติสาหรับการเก็บตัวอย่างน้าจากแหล่งน้า
ของกรมควบคุมมลพิษ หรือคู่มอื การจัดทารายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการผลิตปโิ ตรเลียม
ในทะเล ของสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
3.1.9 อทุ กพลศำสตร์ สมทุ รศำสตร์และชำยฝั่ง
1) ข้อมูลทุติยภูมิด้านสมุทรศาสตร์และอุทกพลศาสตร์บริเวณพื้นท่ีใกล้เคียงโครงการที่สุด เช่น
ขอ้ มูลนา้ ข้นึ -นา้ ลง ข้อมูลคล่ืน ข้อมลู กระแสน้า เป็นต้น และข้อมูลทุติยภมู ิอนื่ ที่มีปฏิสัมพันธ์กนั เชน่ ข้อมูลลม
เป็นต้น และอธิบายสภาพอุทกพลศาสตร์ในพื้นที่โครงการบนพื้นฐานข้อมูลทุติยภูมิเหล่านี้ โดยอาจจะใช้ผล
การศกึ ษาจากแบบจาลองอุทกพลศาสตร์ประกอบดว้ ยก็ได้
2) ข้อมูลปฐมภูมิหรือข้อมูลสารวจด้านสมุทรศาสตร์และอุทกพลศาสตร์ ณ พ้ืนที่โครงการ เช่น
ข้อมูลระดับน้าตรวจวัด ข้อมูลคล่ืนตรวจวัด ข้อมูลกระแสตรวจวัด เป็นต้น ท่ีมีรายละเอียดระยะเว ลา และ
ช่วงเวลา ท่ีมีนัยสาคัญเพียงพอ ต่อการปรับเทียบแบบจาลอง (model calibration) หรือการตรวจสอบ
แบบจาลอง (model verification)
3) ลักษณะคล่ืนระยะยาว (wave climate) ณ พ้ืนท่ีโครงการซ่ึงเป็นข้อมูลสารวจ และ/หรือผล
การศึกษาด้วยการสังเคราะหข์ ้อมูลคลื่นจากข้อมูลลม โดยลักษณะคล่ืนระยะยาวต้องใช้ข้อมูลระยะยาวพอท่ีจะ
สร้างความมั่นใจว่าเป็นตัวแทนลักษณะคลื่นระยะยาว ในกรณีที่ใช้การสังเคราะห์ข้อมูลคลื่นจากข้อมูลลม
23
ระยะเวลาของข้อมูลควรจะครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่มีการศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝ่ัง หรือช่วงระยะเวลา
ท่ีมีโครงการที่มีผลกระทบต่อพ้ืนที่ศึกษาถึงปัจจุบัน หรือช่วงระยะเวลาของอายุการใช้งานโครงสร้างและ
โครงการทีก่ าลังจะดาเนนิ การ
4) แผนที่การสารวจร่องน้าและ/หรือแผนที่การสารวจพื้นท้องทะเล (bathymetric survey
map) ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ และพื้นที่โดยรอบท่ีคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการ เช่น พ้ืนที่ร่องน้า
เดินเรือ แอ่งกลับลาเรือ พ้ืนท่ีถมทะเล พ้ืนที่ท่าเรือ บริเวณที่ทิ้งตะกอน บริเวณใกล้พื้นที่ที่ไวต่อการได้รับ
ผลกระทบ บริเวณที่มีการกัดเซาะและทับถมของตะกอน เป็นต้น โดยแสดงเส้นความลึกน้าและเส้นเกณฑ์
อา้ งองิ (chart datum) และมาตราส่วนของแผนท่ี
5) ข้อมูลสภาพชายฝ่ังปัจจุบัน ด้วยการถ่ายภาพทาเป็นข้อมูลพ้ืนฐาน และการสร้างเครื่องหมาย
หรือหมดุ หลกั ฐานอ้างองิ ทางระดบั (benchmark) เพอ่ื ใชใ้ นการติดตามตรวจสอบในอนาคตต่อไป
6) การศึกษาเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง จากอดีตจนถึงปัจจุบันจากการสารวจพื้นที่ประกอบข้อมูล
แวดล้อม และ/หรือ การใช้ภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียม โดยต้องมีการทวนสอบผลที่ได้จากการ
ประยุกต์ภาพถา่ ยทางอากาศหรอื ภาพถา่ ยดาวเทียมกับสภาพจรงิ ในพน้ื ท่ี
7) ข้อมูลอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องกับการเปล่ียนแปลงชายฝั่ง เช่น รายงานสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลง
ชายฝ่ัง รายงานการสารวจติดตามตรวจสอบสถานภาพการเปล่ียนแปลงบริเวณชายฝั่งแผนงานมาตรการ
ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาการกัดเซาะชายฝ่ัง โครงการหรอื การออกแบบเบือ้ งต้นในการแกไ้ ขปญั หาการกัดเซาะชายฝงั่
8) ขอ้ มูลสารวจสภาพเส้นหน้าตัดข้างชายหาด (beach profile) บริเวณชายฝ่ังให้ครอบคลุมพื้นท่ี
ท่ีคาดว่าจะได้รบั ผลกระทบจากโครงการ
9) ข้อมูลการสารวจ และ/หรือ ข้อมูลทุติยภูมิ และ/หรือ ข้อมูลการวิเคราะห์ เกี่ยวกับการ
เคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่ง บริเวณพน้ื ทโ่ี ครงการ
10) ขอ้ มูลอื่นที่จาเป็นต่อการประยุกต์ใช้แบบจาลองเพื่อประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม และการ
ออกแบบโครงสร้างหรือโครงการ เช่น ข้อมูลการกระจายของขนาดตะกอน (grain size distribution) ข้อมูล
การเจาะสารวจดิน (boring test) เป็นต้น
11) ในการสารวจและตรวจวัดข้อมูลทุกประเภท ให้อธิบายรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น วิธีการ
เคร่ืองมอื และอุปกรณท์ ่ีใชร้ ปู ถ่ายการทางานจรงิ วันและเวลา ขอ้ มูลแวดลอ้ มท่จี าเป็น (เช่น สภาพอากาศ) เปน็ ตน้
12) ให้ใส่ขอ้ มลู ปฐมภูมหิ รอื ข้อมูลสารวจทั้งหมดไวใ้ นภาคผนวกของรายงาน เพื่อตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งของขอ้ มูลดว้ ย
3.2 ทรัพยำกรสงิ่ แวดล้อมทำงชีวภำพ
3.2.1 ทรพั ยำกรชีวภำพบนบก
1) แสดงขอ้ มลู สภาพหรือลักษณะทั่วไปของพื้นท่ีทรัพยากรชีวภาพบนบก พิกดั ตาแหน่งที่ตงั้ ขนาด
ขอบเขตพ้ืนที่ การใช้ประโยชน์ท่ีดิน ลักษณะภูมิประเทศ (แหล่งน้า ระดับความสูง ความลาดชัน ช้ันคุณภาพ
ลุ่มน้า) ความสาคัญและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพของชุมชนในพื้นที่ (การเก็บหาของป่า
แหล่งท่องเท่ยี ว แหล่งอาหาร พื้นทต่ี ้นนา้ ลาธาร) พร้อมขอ้ มลู แผนที่ประกอบ ระบทุ ่ีมาของแหล่งขอ้ มูล
24
2) แสดงลักษณะหรือสถานภาพทรัพยากรป่าไม้ ประเภทป่า ชนิดพรรณไม้และสัตว์ป่า
องค์ประกอบของพรรณพืช กาลังผลิตของป่า ปริมาณและคุณภาพไม้ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชและ
สัตว์ป่า การเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรป่าไม้โดยใช้ข้อมูลท้ังปฐมภูมิ และทุติยภูมิ จาแนกชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่
สาคัญ เก็บข้อมลู ชนิดและจานวนสัตวป์ ่า โดยวธิ ีการสารวจแบบทางตรงหรือทางออ้ ม
3) ระบุประเภทของพื้นที่ และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พื้นที่อนุรักษ์ตามธรรมชาติ
เขตป่าสงวนแห่งชาติ พนื้ ท่ีสาธารณะ เขตอุทยานแหง่ ชาติ เขตรกั ษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ปา่ ชายเลน
ตามมติคณะรัฐมนตรี พื้นท่ีชมุ่ นา้ เป็นต้น
3.2.2 ทรพั ยำกรชีวภำพในนำ้
1) ระบบนเิ วศแหล่งน้าจืด ระบุสารอาหาร แหล่งอาหาร ลักษณะ ประเภท (น้าน่ิง น้าไหล) ขนาด
พ้ืนท่ี ตาแหน่ง บริเวณ ส่ิงมีชีวิตและพืชน้าประเภทต่างๆ โดยระบุจานวน ชนิด ขนาด วัย ปริมาณ และการ
แพร่กระจาย พร้อมทั้งระบุรายละเอียดวิธีการเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน
สัตว์น้าวยั ออ่ น และรายละเอียดของการเก็บตัวอย่างดนิ โดยระบุขนาดของตาขา่ ยตะแกรง (mesh size sieve)
พรอ้ มทั้งอธิบายเกณฑ์การกาหนดจุดเกบ็ ตวั อย่าง แสดงเอกสารอ้างอิงและภาพประกอบ
2) ระบบนิเวศชายฝงั่ ระบุลักษณะและขนาดพ้ืนท่ีทรัพยากรธรรมชาติของระบบนิเวศ เช่น ระบบ
นิเวศหาดทราย ระบบนิเวศโขดหิน ระบบนิเวศหาดเลน ระบบนิเวศป่าชายเลน ระบบนิเวศปะการัง ระบบ
นิเวศหญ้าทะเล เป็นต้น ความสาคัญของระบบนิเวศ เช่น แหล่งอาหาร แหล่งผสมพันธุ์ เป็นต้น รวมท้ังชนิด
และความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตในน้า พร้อมทั้งระบุรายละเอียดวิธีการเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืช
แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน สัตว์น้าวัยออ่ น และรายละเอียดของการเก็บตัวอยา่ งดินโดยระบุขนาดของตาข่าย
ตะแกรง (mesh size sieve) พร้อมทั้งอธิบายเกณฑก์ ารกาหนดจดุ เกบ็ ตวั อย่าง แสดงเอกสารอ้างอิงและภาพประกอบ
3.3 คณุ ค่ำกำรใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์
3.3.1 กำรใช้ประโยชน์ทีด่ ิน
1) รายละเอียดสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินในปัจจุบันบริเวณพื้นที่ศึกษา พร้อมท้ังข้อมูลและ
เอกสารประกอบ เช่น แผนที่การใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ แผนที่ภูมิประเทศมาตราสว่ น (1 : 50,000) แผนที่ภาพถา่ ย
ทางอากาศ เป็นต้น และการสารวจขอ้ มูลในภาคสนาม
2) การใช้ประโยชน์ท่ีดินตามข้อกาหนดผังเมือง รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พื้นที่คุ้มครอง
สิ่งแวดล้อม พืน้ ทีป่ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ้นื ที่เขตอุทยานแห่งชาติ พื้นทีป่ ่าชายเลนตามมตคิ ณะรัฐมนตรี พน้ื ทชี่ ่มุ น้า เป็นตน้
3.3.2 กำรคมนำคมขนสง่
1) ให้ระบุถึงโครงขา่ ยคมนาคมขนส่งทัง้ ทางบก และทางน้า ปริมาณจราจรช่วงเรง่ ด่วนเชา้ และช่วง
เร่งด่วนเย็น ปรมิ าณจราจรเฉลยี่ ตอ่ วัน ค่าดัชนีการจราจรติดขัด (Volume Capacity ratio or V/C Ratio)
ถนนเส้นทางสายหลักและสายรองตามเส้นทางคมนาคมในปัจจุบันของพื้นที่โดยรอบโครงการ แผนท่ีที่แสดง
เส้นทางและสภาพถนนสายหลัก สภาพถนน ทางเข้า-ออกโครงการ พร้อมแผนการพัฒนาระบบการคมนาคม
ขนส่งในอนาคตของภาครฐั และเอกชน
25
2) สภาพการจราจรปัจจุบันของการคมนาคมขนส่งท้ังทางบกและทางน้าโดยรอบพื้นที่โครงการ
ความหนาแน่นของปรมิ าณการจราจร
3.3.3 กำรใชน้ ้ำ
รายละเอียดการใช้น้าปัจจุบันของพ้ืนท่ีศึกษา หน่วยงานผู้ให้บริการ แหล่งน้าอุปโภคบริโภคของ
พื้นท่ีศึกษาและชุมชนโดยรอบ คุณภาพน้า สภาพปัญหาการขาดแคลนน้า และแผนการพัฒนาแหล่งน้าใน
อนาคต แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้น้าจากบ่อบาดาล การขออนุญาต การประเมินศักยภาพของ
บ่อบาดาล ซ่ึงผันแปรกับระดับน้าในบ่อบาดาลและคุณภาพน้าบาดาล ความเพียงพอของน้าบาดาลสามารถ
ผลิตนา้ เพยี งพอในภาพรวมหรอื ไม่ และประเมินการเกดิ การลดระดบั นา้ ในบ่อบาดาลเม่ือใช้น้าเพิม่ ขนึ้ (ถ้าม)ี
3.3.4 กำรจดั กำรน้ำเสยี
1) การบาบัดน้าเสียในปัจจุบันของพื้นที่ศึกษา วิธีการบาบัด หากมีบริเวณท่ีมีการปล่อยน้าเสียใน
พน้ื ท่โี ครงการต้องแสดงใหช้ ัดเจน
2) ระบบระบายนา้ ฝนและระบายน้าทงิ้
3.3.5 กำรระบำยนำ้ และกำรป้องกันน้ำท่วม
รายละเอียดสภาพการระบายน้าและทิศทางการไหลปัจจุบันในพ้ืนท่ีศึกษา ท้ังการระบายตาม
ธรรมชาติ และสิ่งก่อสรา้ งเพื่อการระบายน้าโดยรอบ ข้อมูลการเกิดน้าท่วมของพื้นท่ี ส่ิงก่อสร้างในการป้องกัน
การเกิดนา้ ทว่ มในพนื้ ท่ศี ึกษา และแผนพัฒนาการป้องกนั การเกิดน้าทว่ ม
3.3.6 กำรใช้ไฟฟ้ำ
รายละเอียดแหล่งพลังงานไฟฟ้า และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของพ้ืนท่ีศึกษาและชุมชนโดยรอบ
รวมทั้งสภาพปัญหาทเี่ กดิ ขึน้
3.3.7 กำรจัดกำรขยะมูลฝอย และกำกของเสยี
1) การจัดการขยะมูลฝอยของพื้นท่ีศึกษาและชุมชน ปริมาณขยะมูลฝอย วิธีการเก็บจาแนกขยะ
มูลฝอย วิธีการจัดการขยะประเภทต่างๆ และหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการจัดการขยะมูลฝอย พร้อมท้ังระบุ
ปญั หาและอปุ สรรคในการเกบ็ ขนและการกาจัด
2) การจดั การกากของเสยี ทกุ ประเภทของท่าเทยี บเรือในปจั จุบันและสว่ นขยาย (ถ้ามี)
3.3.8 กำรเพำะเลีย้ งสตั ว์น้ำและกำรประมง
1) รายละเอียดการทาประมงพื้นบ้านบริเวณพื้นที่โครงการ ได้แก่ จานวนผู้ประกอบอาชีพ ชุมชน
บรเิ วณพื้นทที่ าประมง เส้นทางการเดินเรอื ชว่ งเวลาในการทาประมง ขนาดเรือประมงพื้นบา้ น อุปกรณก์ ารทา
ประมงแตล่ ะชนดิ ปรมิ าณการจับสตั ว์นา้ แตล่ ะชนิด รายได้ เป็นตน้
2) การเพาะเล้ียงสัตว์น้า ได้แก่ จานวนผู้ประกอบอาชีพ บริเวณพ้ืนท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้า ระยะห่าง
จากพ้นื ทีโ่ ครงการ ชนิดสัตว์นา้ รายได้ เป็นตน้
3) ขอ้ มูลเร่อื งการทาประมงชายฝั่ง และมูลคา่ ทางเศรษฐกิจ
26
3.4 คุณค่ำคุณภำพชวี ิต
3.4.1 สภำพเศรษฐกิจสงั คม
1) ข้อมูลทุติยภูมิด้านสภาพเศรษฐกิจสังคมของพ้ืนที่ทั้งในระดับท้องถ่ินภูมิภาคและจังหวัด โดย
สรุปลักษณะและสภาพทางสังคมและเศรษฐกจิ พรอ้ มท้ังแสดงแหล่งอ้างอิงและปี พ.ศ. ของข้อมูล ซ่ึงต้องเป็น
ขอ้ มูลท่เี ปน็ ปจั จบุ ันมากท่สี ุด
2) ข้อมูลจากการสารวจสภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนต่อโครงการ เพ่ือสารวจข้อมูลท่ัวไป
สภาพเศรษฐกิจและสังคมพื้นฐานของพื้นที่ศึกษาโครงการ ซึ่งดาเนินการสารวจโดยใช้แบบสอบถามกับ
กลุ่มเปา้ หมายในพ้นื ที่ศกึ ษาอย่างน้อยรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพน้ื ท่โี ครงการ ท้งั นี้ ต้องมกี ารอธิบายวา่ การกาหนด
รัศมีพ้ืนท่ีศึกษาครอบคลุมพื้นท่ีที่อาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมโครงการ โดยใช้ข้อมูลจากการประเมินผล
กระทบของโครงการยืนยันว่าขนาดของผลกระทบจากกิจกรรมโครงการไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตร หากกิจกรรม
โครงการก่อให้เกดิ ผลกระทบเปน็ รศั มีกว้างกว่า 5 กิโลเมตร จะต้องกาหนดพืน้ ท่ีศึกษาให้ครอบคลุมพนื้ ที่ท่อี าจ
ได้รบั ผลกระทบทงั้ หมด
การสารวจสภาพเศรษฐกิจสังคมต้องมีความถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ ทั้งน้ี
ต้องเสนอวิธีการและข้ันตอนการคานวณจานวนตัวอย่าง วิธีการคัดเลือกตัวอย่าง ช่วงเวลาท่ีทาการศึกษา
พร้อมแผนทแ่ี สดงการกระจายตัวของครัวเรือนทที่ าการสารวจ
ท้ังน้ี หากกิจกรรมโครงการก่อให้เกิดผลกระทบทางลบในระยะยาวอย่างรุนแรงโดยตรงกับ
ประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างมีนัยสาคัญ การโยกย้ายที่อยู่อาศัย และการ
เปลี่ยนแปลงอาชีพ ให้สารวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและความเห็นของประชากรกลุ่มนี้ด้วยวิธีการสามะโน
เพื่อเปน็ ข้อมูลพน้ื ฐานอ้างองิ ระหว่างก่อนและหลงั มโี ครงการ ทั้งนี้หากในการลงพื้นที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลจาก
ทุกหนว่ ยประชากรได้ ตอ้ งชแี้ จงเหตุผลทีไ่ ม่สามารถเก็บขอ้ มูลได้ครบถว้ นและระบเุ ปน็ ข้อจากัดของการศึกษา
3.4.2 กำรมีส่วนรว่ มของประชำชน
สาหรับโครงการท่ีต้องจดั ทารายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่งิ แวดล้อม ให้ดาเนินการตามระเบียบ
สานักนายกรฐั มนตรวี ่าด้วยการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชน พ.ศ. 2548 และแนวทางการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
และการประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อมทางสังคมในกระบวนการวเิ คราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของสานักงาน
นโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม (สงิ หาคม 2549)
สาหรับโครงการท่ีต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมสาหรับโครงการหรือ
กจิ การทีอ่ าจกอ่ ให้เกิดผลกระทบตอ่ ชุมชนอยา่ งรนุ แรงท้ังทางด้านคุณภาพสิง่ แวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและ
สุขภาพ ให้ดาเนินการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กาหนดหลักเกณฑ
วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทารายงานการวิเคราะหผลกระทบส่ิงแวดลอมสาหรบั โครงการ
หรือกิจการทอี่ าจกอใหเกิดผลกระทบตอชมุ ชนอยางรนุ แรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรพั ยากรธรรมชาติ
และสุขภาพ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2560 หรือแนวทางที่เป็นที่ยอมรับทางวิชาการในปัจจุบันท่ีดีกว่าหรือเทียบเท่า
โดยตอ้ งนาเสนอข้อมูลอยา่ งนอ้ ย ดงั ต่อไปน้ี
27
1) แนวทางและหลกั การเหตผุ ล
ระบุความเป็นมา แนวทางหรือหลักเกณฑ์ท่ีใช้ประกอบการดาเนินการด้านการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน กฎหมายและกฎระเบยี บทเี่ ก่ียวข้อง พร้อมท้ังสรปุ รายละเอียดกิจกรรมการมีส่วนรว่ มของประชาชน
พอสงั เขป
2) วัตถุประสงค์ของการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
ระบุวัตถุประสงค์ของการดาเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะต้องมุ่งเน้นให้ผู้มี
ส่วนได้เสียได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอท่ีจะสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ
แลกเปลี่ยนขอ้ มลู และแสวงหาทางเลือกทีเ่ หมาะสมในการดาเนินโครงการ
3) ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะไดร้ ับ
ระบปุ ระโยชนท์ ไี่ ด้รบั ในการดาเนนิ การมีส่วนรว่ มของประชาชน
4) พน้ื ที่ดาเนนิ การ
ระบุขอบเขตพื้นท่ีดาเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
ทคี่ าดวา่ จะได้รบั ผลกระทบจากโครงการโดยอ้างอิงจากการประเมนิ กระทบส่ิงแวดล้อม
5) กลุ่มเปา้ หมาย
การกาหนดผู้มีส่วนได้เสยี เป็นเร่ืองท่ีมีความสาคญั โดยปกตคิ วรยึดหลักการรวมผู้ทเี่ ก่ียวข้องไว้
ใหม้ ากทีส่ ดุ (inclusiveness) ประกอบดว้ ยอยา่ งนอ้ ย 7 กล่มุ หลัก ดังน้ี
5.1) ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ ประกอบด้วยกลุ่มผู้เสียประโยชน์ เป็นกลุ่มท่ีได้รับ
ผลกระทบจากโครงการในด้านลบ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องได้รับน้าหนักมากที่สุดในการศึกษาผลกระทบและการ
จัดการมีส่วนร่วม และกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ (beneficiaries) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโครงการในด้าน
บวก เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ จึงอาจถือได้ว่าประโยชน์ของกลุ่มน้ีได้รับการพิทักษ์และ
นาเสนอโดยเจ้าของโครงการแลว้ ไมจ่ าเป็นทจี่ ะต้องเปดิ ช่องทางการมีสว่ นรว่ มใหเ้ ป็นพิเศษกวา่ กลุ่มอื่นๆ
5.2) หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม ได้แก่ เจ้าของ
โครงการ ในท่ีน้ีอาจหมายถึงหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชน และนิติบุคคลผู้มีสิทธิจัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือที่ปรึกษาในท่ีนี้หมายถึง มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน หรือ
ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมไว้กับสานักงานนโยบายและแผน
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม
5.3) หน่วยงานที่ทาหน้าท่ีพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สานัก
วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
คณะกรรมการผู้ชานาญการหรอื คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และหน่วยงานท่มี ีหน้าที่ในการอนมุ ัติหรือ
อนญุ าตโครงการ เชน่ คณะรัฐมนตรี รฐั มนตรี และหนว่ ยงานที่มีอานาจออกใบอนญุ าตต่างๆ
5.4) หน่วยงานราชการในระดับต่างๆ โดยรวมถึงหน่วยงานท้ังในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและ
ท้องถ่ินทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
5.5) องค์การเอกชนด้านส่ิงแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและ
สุขภาพ สถาบันการศกึ ษาภายในทอ้ งถ่นิ และในระดบั อุดมศึกษา และนักวชิ าการอสิ ระ
28
5.6) สื่อมวลชน สื่อมวลชนในที่น้ีรวมถึงส่ือมวลชนในแขนงต่างๆ ท้ังระดับท้องถิ่นและ
ส่วนกลาง ซ่ึงมีบทบาทในการนาเสนอข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับโครงการ ผลกระทบของโครงการและ
ความก้าวหน้าในการจัดทารายงาน
5.7) ประชาชนทั่วไป หมายถึง สาธารณชน ที่มีความต้องการและสนใจโครงการ จะมีบทบาท
ในฐานะผู้สงั เกตการณ์
ทง้ั น้ี ในการรับฟังความเห็นควรครอบคลุมกลุม่ ผู้ไดร้ ับผลกระทบทางลบให้ครบถ้วนและมี
สัดส่วนของผู้ได้รับผลกระทบทางลบมากที่สุด และให้ความสาคัญกบั หนว่ ยงานราชการในพื้นท่ีซ่ึงจะเป็นผู้ทีอ่ ยู่
รว่ มกบั โครงการในอนาคต
6) หลกั เกณฑก์ ารจัดการการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
6.1) กรณโี ครงการท่ตี อ้ งจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เจ้าของโครงการจะต้องดาเนินการตามกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
อย่างนอ้ ย 2 ครั้ง
คร้ังแรก ในระหว่างเริ่มต้นโครงการ โดยรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอโครงการและ
ขอบเขตการศกึ ษา
ครั้งท่ีสอง ในระหว่างการเตรียมจัดทาร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไข
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพ่อื จดั เตรยี มรายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบบั สมบรู ณ์
วัตถุประสงค์ของการรับฟังความคิดเห็นในครั้งแรกคือเป็นการให้ข้อมูลกับประชาชนและ
หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง เก่ียวกับโครงการท่ีจะเกิดขึ้นและผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนท้งั ทางบวกและทางลบ รวมท้ัง
ขอบเขตการศึกษาด้วย การรับฟังความคิดเห็นครั้งที่สองมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีความม่ันใจใน
รายงานและมาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบส่ิงแวดล้อม โดยขอ้ คิดเห็นที่ได้จากการรบั ฟงั ความคิดเห็นใน
ครัง้ ทส่ี องจะตอ้ งผนวกไว้เป็นส่วนหนง่ึ ของรายงาน
ทั้งน้ี เจ้าของโครงการต้องดาเนินการให้สอดคล้องกับระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรวี ่าด้วย
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 คือประกาศให้ประชาชนทราบถึงวิธีการรับฟังความเห็น
ระยะเวลา สถานท่ี ตลอดจนรายละเอียดอื่นที่เพียงพอแก่การที่ประชาชนจะเข้าใจและสามารถแสดงความ
คิดเห็นไดเ้ ปน็ เวลาไมน่ ้อยกว่า 15 วนั ก่อนเริ่มดาเนินการรับฟังความเห็น และจัดทาสรุปผลการรับฟังความเห็น
ของประชาชนและประกาศใหป้ ระชาชนทราบภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ที่เสรจ็ สิ้นการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชน
6.2) กรณีโครงการที่ต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มสาหรับโครงการหรือ
กิจการทอ่ี าจกอ่ ให้เกิดผลกระทบตอ่ ชมชนอย่างรุนแรงท้ังทางด้านคุณภาพส่ิงแวดล้อม ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สุขภาพ ซ่งึ จะมีกระบวนการอย่างนอ้ ย ดงั นี้
ค.1 กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกาหนด
ขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมและสุขภาพ
(1) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกาหนด
ขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียและ
29
หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการนาเสนอประเด็นห่วงกังวลและแนวทางในการประเมินผล
กระทบสิ่งแวดล้อมและสขุ ภาพ และเพอ่ื ใหก้ ารประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มและสุขภาพเปน็ ไปอยา่ งครบถ้วน
(2) การจัดเวทีรบั ฟังความคิดเหน็ เพื่อกาหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบ
สง่ิ แวดลอ้ มและสุขภาพ จะตอ้ งดาเนนิ การตามขน้ั ตอน ดังต่อไปน้ี
(2.1)ต้องแจ้งล่วงหน้าให้สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม (สผ.) สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสาธารณชนทราบไม่น้อยกว่า 1 เดือน
โดยแจ้งให้สาธารณชนทราบผ่านทางช่องทางการสื่อสารสาธารณะไม่น้อยกว่า 3 ช่องทาง เพื่อให้หน่วยงาน
และสาธารณชนทสี่ นใจสามารถเตรยี มตวั เข้ารว่ มไดอ้ ย่างทัว่ ถงึ
(2.2)ต้องเปิดเผยเอกสารโครงการ โดยระบุถึงความเป็นมา ความจาเป็น แหล่งเงินทุน
กระบวนการ และแนวทางในการดาเนินโครงการ รวมถึงนาเสนอข้อมูลเบ้ืองต้นเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผล
กระทบต่อส่ิงแวดล้อมและสุขภาพ และร่างข้อเสนอการกาหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบ
ดา้ นสุขภาพ เพ่ือใหผ้ ู้มีสว่ นเก่ยี วขอ้ งและสาธารณชนพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการจัดเวทีผ่าน
ทางชอ่ งทางการสอื่ สารสาธารณะไม่น้อยกว่า 3 ช่องทาง
(2.3)จัดระบบการลงทะเบียนเพ่ือให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย และหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้อง ซึ่งมีความประสงค์ท่ีจะให้ความเห็นในการกาหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดลอ้ มและสขุ ภาพ สามารถลงทะเบยี นลว่ งหน้าได้โดยสะดวก
(2.4)การจัดกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ต้องจัดใน
ช่วงเวลาท่ีเหมาะสมท่ีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนได้นาเสนอประเด็นห่วงกังวล ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และ
นาเสนอแนวทางในการประเมินผลกระทบทางส่ิงแวดล้อมและสุขภาพไม่น้อยกว่า 2 ช่ัวโมง และไม่น้อยกว่า
ครง่ึ หน่งึ ของเวลาในการจดั เวทที ้งั หมด
(2.5)ภายหลังการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพ่ือกาหนดขอบเขตและแนวทางการ
ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมและสุขภาพ จะต้องเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเน่ืองไม่น้อยกว่า
15 วนั โดยต้องมชี อ่ งทางอย่างน้อย 2 ช่องทาง
(3) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือกิจการหรือผู้ขออนุมัติอนุญาตให้ดาเนินโครงการ
หรอื กิจการจัดทารายงานสรปุ ความคิดเห็นของผมู้ ีสว่ นเกี่ยวข้องและสาธารณชนพร้อมทั้งคาชี้แจง และนาเสนอ
ขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพ่ือการดาเนินการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยส่งให้สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อทราบ
และส่งให้สานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเพอื่ เผยแพรแ่ กส่ าธารณชนต่อไป
ค.2 กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในขั้นตอนการ
ประเมินและจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สาหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อชมุ ชนอยา่ งรนุ แรง ทั้งทางด้านคุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสุขภาพ
ในข้ันตอนการประเมินและจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับ
โครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ท้ังทางด้านคุณภาพส่ิงแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ให้เจ้าของโครงการหรอื ผู้จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ
30
ดาเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบทางสังคม ในรายงานการ
วิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ ท่ีจัดทาโดยสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือให้เกิดการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของ
ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน โดยเจ้าของโครงการหรือผู้จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สงิ่ แวดลอ้ มฯ จะต้องปฏบิ ตั ิตามหลักเกณฑ์ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) ให้ผู้จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ทาการเปิดเผยข้อเท็จจริงท่ี
เก่ียวกับโครงการหรือกิจการท่ีกาลงั ดาเนินการจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ โดยจะต้อง
มขี ้อมลู อย่างนอ้ ย ดงั ต่อไปน้ี
(1.1)ขอ้ มูลเกย่ี วกับประเภท ขนาด กาลังการผลิต และขนาดพื้นทโี่ ครงการหรอื กิจการ
ขอ้ มลู เกยี่ วกบั มลพิษในดา้ นตา่ งๆ ท่จี ะเกดิ ขนึ้ จากการดาเนินโครงการหรือกจิ การ
(1.2)ระยะเวลาทคี่ าดว่าจะสามารถเริ่มดาเนินโครงการหรือกิจการ
(1.3) ช่ื อเจ้ าของโครงการห รือ ห น่ วย งาน ท่ี มีอาน าจ ใน การ อนุ มัติ ห รืออนุ ญ าต ต าม
กฎหมาย หมายเลขโทรศพั ทแ์ ละสถานทตี่ ิดตอ่ เพ่ือขอรับข้อมูลเพิม่ เติม
(1.4) วนั เวลา และสถานทท่ี ่ีจะมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีสว่ นได้เสีย
(1.5)ป้ายแสดงข้อมูลตาม (1.1)-(1.4) จะต้องต้ังอยู่ในสถานท่ีต้ังท่ีผู้มีส่วนได้เสีย
สามารถเข้าถึงไดโ้ ดยสะดวกและมีขนาดทีป่ ระชาชนและผ้มู ีส่วนได้เสยี สามารถอ่านขอ้ มลู ไดส้ ะดวก
(2) ในการสารวจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียให้ผู้จัดทา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ แสดงช่ือโครงการหรือกิจการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ
ประเด็นที่จะมีการสารวจหรือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ให้ชัดเจน โดยประเด็นที่จะสารวจแต่ละ
ประเด็นจะต้องสอดคลอ้ งกบั รายละเอียดของโครงการหรือกจิ การน้นั ๆ ดว้ ย
(3) ในการสารวจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียควรให้
ความสาคัญกับการเก็บรวบรวมข้อมูลและการศึกษาทาความเข้าใจถึงวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของชุมชนใน
พื้นทท่ี อี่ าจได้รบั ผลกระทบทางส่งิ แวดล้อมและสุขภาพ จากการดาเนินโครงการหรือกิจการดังกล่าว
(4) ในการสารวจและรับฟังความคิดเห็นของผู้จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมฯ อาจทาโดยวธิ ี ดงั ต่อไปน้ี
(4.1)การสัมภาษณ์รายบคุ คล
(4.2)การแสดงความคิดเห็นทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร ระบบเครือข่าย
สารสนเทศ หรอื ทางอื่น
(4.3)การเปิดโอกาสให้ประชาชนและผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี มารบั ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
ต่อหน่วยงานของรฐั ทรี่ บั ผิดชอบโครงการ
(4.4)การสนทนากลมุ่ ย่อย
(4.5)การประชมุ เชงิ ปฏบิ ัติการ
(4.6)การประชุมระดบั ตัวแทนของกลุ่มบคุ คลทเ่ี กยี่ วข้องหรือมสี ่วนได้เสีย
31
(5) เมื่อผู้จัดทารายงานการวิเคราะห์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ทาการสารวจความ
คดิ เห็นของประชาชนและผู้มีส่วนไดเ้ สียแล้ว จะต้องสรุปผลการสารวจความคิดเห็นทัง้ ในด้านบวกและในด้านลบ
ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ดาเนินการสารวจความเห็นเสร็จส้ิน โดยให้แสดงรายงานไว้ยังท่ีสานักงาน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สานักงานสาธารณสุขจังหวัด ท่ีว่าการอาเภอ สานักงาน
สาธารณสขุ อาเภอ ทท่ี าการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น กานัน ผใู้ หญ่บ้าน และสถานบรกิ ารสุขภาพของรัฐ
ในพ้ืนท่ีที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือกิจการ ในจุดท่ีประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงและพบเห็นได้โดยง่าย
ทงั้ น้ี จะตอ้ งแสดงรายงานการวิเคราะหป์ ระเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มฯ ในสถานทด่ี ังกลา่ วข้างตน้ ไม่นอ้ ยกว่า 15 วนั
ค.3 กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการทบทวนร่าง
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม สาหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน
อย่างรุนแรง ท้ังทางดา้ นคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสขุ ภาพ โดยใหแ้ สดงรายละเอียดอยา่ งนอ้ ย ดงั นี้
(1) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดล้อมสาหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน
คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ เพ่อื ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย และหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ ง
ได้ตรวจสอบความถูกต้อง และความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ
รวมถึงนาเสนอขอ้ มูล ข้อเท็จจริง และขอ้ คดิ เหน็ เพ่มิ เตมิ ตอ่ ร่างรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ มฯ ดงั กล่าว
(2) การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ประเมินผล
กระทบสิ่งแวดลอ้ มฯ จะตอ้ งดาเนนิ การตามขน้ั ตอนต่อไปน้ี
(2.1)ต้องแจ้งล่วงหน้าให้สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม (สผ.) สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสาธารณชนทราบไม่น้อยกว่า 1 เดือน
โดยแจง้ ใหส้ าธารณชนทราบผา่ นทางชอ่ งทางการสอ่ื สารสาธารณะไมน่ ้อยกวา่ 3 ช่องทาง
(2.2)ต้องเปิดเผยร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ ฉบับสมบูรณ์
เพ่ือให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการจัดเวที ผ่านทางช่องทางการ
สื่อสารสาธารณะไม่น้อยกว่า 3 ช่องทาง
(2.3)การจัดเวทีทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ต้องจัดใน
ชว่ งเวลาท่ีเหมาะสมที่ผมู้ ีสว่ นเกยี่ วขอ้ งและสาธารณชนได้นาเสนอข้อมูล ข้อเทจ็ จริง และข้อคดิ เห็นเพมิ่ เติมต่อ
ร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ดังกล่าวไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าคร่ึงหน่ึงของ
เวลาในการจัดเวทที ้งั หมด
(2.4)ภายหลังการจัดเวทีทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ
จะต้องเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเหน็ อยา่ งน้อย 2 ช่องทางอย่างตอ่ เนอ่ื งไมน่ ้อยกว่า 15 วัน
(3) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือกิจการ จัดทารายงานสรุป ความคิดเห็นของ
ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งความเห็นและคาช้ีแจงของหน่วยงานเจ้าของโครงการ หน่วยงานอนุมัติ
หน่วยงานอนุญาต หรือหน่วยงานอ่นื ๆ ท่ีเก่ียวข้อง พร้อมส่งให้สานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อมเพอ่ื ทราบและส่งให้สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเพื่อเผยแพรแ่ กส่ าธารณชนต่อไป
32
7) ผลการดาเนนิ งานการมีส่วนร่วมของประชาชน
สรุปรายละเอียดกิจกรรมในช่วงการศึกษาโครงการ โดยระบุวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
กลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลาดาเนินการพร้อมท้ังสรุปประเด็นการอภิปรายที่แสดงความคิดเห็นต่อโครงการและ
คาช้ีแจงจากที่ประชุม รวมท้ังผลการวิเคราะห์แบบประเมิน นอกจากนี้ต้องทาตารางสรุปเพ่ือแสดงให้เห็นว่า
โครงการมีการนาข้อหว่ งกงั วลและข้อเสนอแนะท่ีได้จากการรับฟังความเห็นมากาหนดเป็นมาตรการของโครงการ
3.4.3 กำรโยกย้ำยและกำรเวนคนื (สาหรบั โครงการของรัฐและรัฐวิสาหกจิ )
1) จานวนครัวเรือนท่ีได้รับผลกระทบ สภาพของครัวเรือน การประกอบอาชีพ พื้นที่และเนื้อที่ทากิน
รายไดจ้ ากการประกอบอาชีพ
2) สภาพจติ ใจความกังวล และปฏิกิริยาของชมุ ชนุ ต่อโครงการ
3.4.4 กำรสำธำรณสุข
1) การบริการด้านสาธารณสุข จานวน ขนาด และขีดความสามารถของโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตาบล โรงพยาบาล บุคลากรและแผนงานการพัฒนาปรับปรุงในอนาคตของภาครัฐ และเอกชน
โดยเป็นขอ้ มลู ย้อนหลงั 3-5 ปี
2) ปัจจัยกาหนดสุขภาพ ชนิดของโรค ความชุกของการเกิดโรค การเจ็บป่วยของประชาชนและ
ชมุ ชนในทอ้ งที่ตั้งโครงการท่ีเก่ยี วข้องหรือสมั พนั ธ์กบั ผลกระทบจากโครงการ
3) การบาดเจ็บ อัตราการตาย (อุบตั ิเหต)ุ โรคและลกั ษณะของอุบตั ิเหตุจากการทางานที่เกี่ยวข้อง
หรือสัมพันธก์ ับผลกระทบจากโครงการ
4) โรคประจาถิน่ และประวัตกิ ารเกดิ โรคระบาดในพื้นท่ีตง้ั โครงการ
5) การควบคุมดูแลและการจดั การดา้ นสาธารณสุขในปจั จบุ ันและแผนงานในอนาคต
6) หน่วยงานและสถานที่ให้บริการรองรับด้านอุบัติเหตุ ความปลอดภัย และการป้องกันบรรเทา
สาธารณภยั บริเวณพ้นื ท่ีโครงการและพน้ื ทีเ่ ก่ียวข้องใกลเ้ คียงโครงการ
3.4.5 อำชีวอนำมัยและควำมปลอดภยั
1) อตั ราการเกดิ อบุ ัติเหตุจากการทางาน
2) การควบคมุ และการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน
3) การจัดการในเรื่องการดับเพลงิ แหลง่ นา้ สารอง ระบบการจดั การ
3.4.6 กำรท่องเท่ยี วและทศั นยี ภำพ
1) ความงดงามของทิวทัศน์และทัศนียภาพของธรรมชาติปัจจุบัน สภาพปัจจุบันของแหล่ง
ท่องเทย่ี วและแหล่งท่มี คี วามสาคญั ด้านสนุ ทรียภาพท่ีตั้งอย่บู รเิ วณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการและใกล้เคยี ง
2) แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลตามธรรมชาติท่คี วรอนรุ ักษ์ แหลง่ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในปจั บุ นั
3) สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลประวัติ และความสาคัญ แสดงการใช้ประโยชน์ของพ้ืนท่ีเพ่ือส่งเสริม
คณุ ภาพชวี ติ และเศรษฐกิจ
33
3.4.7 แหลง่ โบรำณคดี โบรำณสถำนและประวัตศิ ำสตร์
1) ความสาคญั ตาแหนง่ ทีต่ ง้ั และระยะหา่ งจากพื้นทโ่ี ครงการ (แสดงเปน็ ภาพหรือผังประกอบดว้ ย)
2) ประวัติความเป็นมาของโบราณสถาน โบราณคดีบนบกและในน้า ศาสนสถานและแหล่ง
ประวตั ิศาสตร์ ศกึ ษาลักษณะ สภาพและความสาคัญของแหล่งดงั กลา่ ว
3) ความสาคญั ตอ่ ชมุ ชน วิถชี วี ิตประชาชนและชมุ ชน
4) ขนบธรรมเนียม ประเพณแี ละศิลปวัฒนธรรม
34
บทท่ี 4 กำรประเมนิ ผลกระทบสิง่ แวดล้อม
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องแสดงขนาด ระดับผลกระทบส่ิงแวดล้อมและตาแหน่งบริเวณ
หรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการท่ีชัดเจน พร้อมแสดงแผนผังประกอบ ทั้งน้ี ในแต่ละประเด็นการ
ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมให้กาหนดขอบเขตพื้นท่ีที่ศึกษาและวิธีการศึกษากฎหมาย หรือนโยบายและ
ระเบียบท่ีเกย่ี วข้องประกอบ ซึ่งโครงการต้องเสนอสาระสาคัญของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในหัวข้อ
ต่างๆ จัดลาดับความสาคัญของผลกระทบในช่วงก่อสร้างและช่วงดาเนินการท้ังทางบวกและทางลบในระดับ
มาก ปานกลาง ตา่ และไมไ่ ดร้ ับผลกระทบจากการดาเนินการก่อสร้าง รวมทง้ั พิจารณาว่าลักษณะและขอบเขต
ผลกระทบส่ิงแวดล้อม เปน็ ผลกระทบช่ัวคราวหรือผลกระทบถาวร ผลกระทบระยะส้ันหรือผลกระทบระยะยาว
สาหรับระดับความสาคัญของผลกระทบสิ่งแวดล้อมผลลัพธ์ของขนาดของการเปล่ยี นแปลงของส่ิงแวดล้อมกับ
คุณคา่ ของสงิ่ แวดล้อมนั้นพิจารณาดงั น้ี
- การเปล่ยี นแปลงทางส่งิ แวดล้อมเกนิ กวา่ ระดบั ท่ยี อมรับได้ (มาตรฐานหรือหลกั เกณฑ์ท่ีกาหนด)
- ระยะการเปลีย่ นแปลงทางส่ิงแวดลอ้ ม (เปรียบเทียบกบั วงจรชวี ิตของสิง่ มีชีวติ หลัก ระบบนิเวศ และการ
รักษาสมดลุ ทางชีวภาพ)
- ความสามารถในการฟ้ืนตัวของระบบส่งิ แวดล้อม
- ลกั ษณะการสะสมของผลกระทบ
- ขอบเขตพ้ืนที่ทไ่ี ด้รับผลกระทบ
- การยอมรับของชุมชน และความจาเป็นในการเวนคนื ทดี่ ิน
- ค่าใช้จา่ ยของโครงการกบั ผลประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 วธิ กี ำรศกึ ษำ
4.1.1 เทคนิคการศึกษาที่ใช้ในการสารวจการวิเคราะห์ รวมท้ังการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น
การใช้แบบจาลองทางคณติ ศาสตร์ ซึง่ ควรมีการกาหนดชนิดของแบบจาลองทางคณิตศาสตร์ท่สี ามารถนามาใช้
ในการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม (regulated model) พร้อมท้ังให้แสดงรายละเอียดของข้อมูลนาเข้า
เงือ่ นไข การปรับเทียบและการตรวจสอบแบบจาลองฯ รวมท้งั ระบุความเหมาะสมและข้อจากัดของเทคนคิ การศกึ ษา
4.1.2 ขอบเขตพ้ืนท่ีศึกษา ตามลักษณะ ขนาดท่ีคาดว่าโครงการทาให้มีผลกระทบและระบุขอบเขตพ้ืนท่ี
สารวจ การเก็บตัวอย่างตามเทคนิคการศกึ ษา พร้อมเสนอแผนที่ประกอบ
4.1.3 ระยะเวลาการศึกษา การสารวจ ความถี่ และความสอดคล้องของฤดูกาลตามเทคนิคการศึกษาท่ี
เหมาะสมและถูกต้องตามหลักวชิ าการ รวมทงั้ มคี วามสอดคลอ้ งและสมั พันธก์ ับการดาเนนิ โครงการ
4.1.4 ท่ีมาของข้อมูล การอา้ งองิ โดยใหก้ ากบั ประกอบรปู หรือตารางด้วย
35
4.2 กฎหมำย นโยบำยและระเบียบทเี่ กี่ยวขอ้ ง
4.2.1 กฎหมาย นโยบายและระเบยี บข้อบังคบั เก่ยี วกับและกิจกรรมโครงการ ในแตล่ ะเร่ืองและหัวข้อศึกษา
4.2.2 ค่ามาตรฐาน ประกอบการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม หากประเทศไทยกาหนดหรอื ประกาศใช้แล้ว
กใ็ ห้ระบมุ าตรฐานของประเทศ สาหรับมาตรฐานที่ประเทศไทยยงั ไม่มี ให้กาหนดใหอ้ ้างอิงตามมาตรฐานสากล
ได้แก่ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (USEPA) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) หรือ
กล่มุ ประเทศช้ันนาในภูมิภาคเอเชีย
4.3 ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
4.3.1 ทรพั ยำกรสงิ่ แวดลอ้ มทำงกำยภำพ
1) สภาพภมู ปิ ระเทศ
ขอ้ มูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
ข้อมูลลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะสัณฐานชายฝั่ง ลักษณะพ้ืนท้องน้า ลักษณะกายภาพของ
พ้ืนที่ ลักษณะเฉพาะของพ้ืนท่โี ครงการและพ้นื ท่ีบริเวณโดยรอบ เช่น พน้ื ที่สูงชันหรือทีร่ าบลมุ่ น้าท่วมขัง ฯลฯ
การประเมนิ ผลกระทบฯ
ประเมนิ ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมปิ ระเทศเดิม โดยระบุวธิ ีการประเมนิ ระดับของ
ผลกระทบ และสรปุ ระดับของผลกระทบ
2) ทรัพยากรดนิ
ข้อมลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
ข้อมูลชนิด ลักษณะชั้นดิน สมบัติทางกายภาพและเคมี ความอุดมสมบูรณ์ของดินในพ้ืนที่
โครงการและบรเิ วณโดยรอบ และผลการเจาะสารวจดนิ
การประเมินผลกระทบฯ
ประเมินทรัพยากรดินในด้านการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของดิน การปนเป้ือนในดินจาก
กจิ กรรมต่างๆ ในขนั้ ตอนการกอ่ สรา้ งของโครงการ และการทรดุ ตวั ของโครงสรา้ งต่างๆ
3) ธรณีวิทยาและแผน่ ดนิ ไหว
ข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
แผนผังแสดงจุดกาเนิดแผ่นดินไหว (epicenter) พร้อมขนาดการเกิดแผ่นดินไหว หรอื รอยเล่ือน
ท่ีมพี ลังบรเิ วณโครงการ
การประเมินผลกระทบฯ
ประเมนิ โอกาสของโครงการท่ีอาจได้รบั ผลกระทบจากการเกดิ แผ่นดินไหว การเกิดธรณีพิบัติใน
การเกิดคล่ืนสึนามิ (tsunami) (ถ้ามี) ประเมินผลกระทบด้านการทรุดตัวหรือการพังทลายของดินอันเกิดจาก
การกอ่ สรา้ งโครงการ
36
4) คณุ ภาพอากาศ
ข้อมลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- ข้อมูลความเร็วและทิศทางลมของสถานีตรวจวัดอากาศบริเวณใกล้เคียงพื้นท่ีโครงการที่
สมั พนั ธ์กับแหลง่ กาเนดิ มลพิษจากโครงการและข้อมูลพืน้ ฐานอนื่ ๆ ทจ่ี าเป็น
- แสดงจุดเก็บตัวอย่างและผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยพิจารณาเลือกจุดเก็บตัวอย่างท่ี
ตั้งอยู่บริเวณเหนือลมและใต้ลมของพ้ืนท่ีโครงการ ท้ังนี้การเก็บตัวอย่างดังกล่าวควรพิจารณาอย่างน้อยจุดละ
ไม่น้อยกว่า 5 วันต่อเนื่องต่อคร้ัง ครอบคลุมวันหยุดและวันทาการ และเป็นพื้นท่ีที่ไวต่อการได้รับผลกระทบ
จากโครงการ รวมทั้งระบุลักษณะอากาศภูมิอากาศและสภาพบริเวณพ้ืนท่ีในวันตรวจวัดคุณภาพอากาศ เช่น
อุณหภูมิ ความกดอากาศ ความชนื้ สัมพทั ธ์ ทิศทางลม ความเรว็ ลม การกอ่ สร้างบรเิ วณใกลเ้ คียง เปน็ ต้น
- แผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ท่ีดินหรือกิจกรรมในพื้นท่ีบริเวณใกล้เคียงตามข้อกาหนดของ
กรมพัฒนาที่ดิน อย่างน้อยในรศั มีห่างจากพ้ืนท่ีโครงการ 1 กิโลเมตร โดยระบุหรือแสดงพ้ืนท่ีท่ีไวต่อการได้รับ
ผลกระทบในแผนผังดังกล่าว
- กิจกรรมที่ทาให้เกิดมลพิษทางอากาศ เชน่ การขนถา่ ยสินคา้ กิจกรรมกอ่ สร้าง
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบและระดบั ของมลพษิ ที่เกิดข้นึ ในช่วงการก่อสรา้ ง เชน่ ฝ่นุ เป็นต้น
- ประเมินปรมิ าณมลพษิ จากการคมนาคมขนส่ง มลพษิ จากเครื่องจักร มลพษิ จากการปรบั พนื้ ท่ี
กอ่ สร้างและการขนถา่ ยสนิ คา้ โดยพจิ ารณาลักษณะภูมปิ ระเทศและสภาพแวดล้อมของพื้นท่ี
- ประเมินระดับมลพิษในบริเวณพื้นที่ที่ไวต่อการได้รับผลกระทบ และชุมชนใกล้เคียงโครงการ
เปรียบเทยี บกับคา่ มาตรฐานที่กาหนด
- สรุปแหล่งกาเนิดมลพิษ ประเภทของมลพิษ เทคโนโลยีการควบคุมมลพิษ ความเข้มข้นและ
อตั ราการระบายมลพษิ (ถา้ ม)ี
5) เสียง
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
แสดงจดุ ตรวจวัดระดับเสยี ง โดยคานึงถงึ ระยะห่างจากแหลง่ กาเนิดของเสยี งท่ีเกิดจากโครงการ
กับพื้นที่ท่ีไวต่อการได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และชุมชนใกล้เคียงพ้ืนที่
โครงการ ทั้งนี้การตรวจวัดระดับเสียงเป็นค่าระดับเสียงเฉล่ีย 24 ชั่วโมง (Leq24 hr) และระดับเสียงกลางวัน-
กลางคืน (Ldn) ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) โดยระบุลักษณะภูมิอากาศและกิจกรรมบริเวณพื้นที่ตรวจวัดในวันท่ีทา
การตรวจวัดระดบั เสียง พร้อมแสดงแผนท่ตี ั้งของจดุ ตรวจวัดระดับเสียง
การประเมินผลกระทบฯ
ประเมินระดับเสียงจากโครงการทั้งในช่วงก่อสรา้ งและช่วงดาเนินการต่อพ้ืนที่ท่ีไวต่อการได้รับ
ผลกระทบ และชุมชน ตามลกั ษณะการใช้ประโยชนท์ ีด่ นิ โดยรอบ
37
6) ความสัน่ สะเทือน
ขอ้ มูลประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
แสดงจุดตรวจวัดความส่ันสะเทือน โดยคานึงถึงระยะห่างจากแหล่งกาเนิดของความ
ส่ันสะเทือนที่เกิดจากโครงการกับพ้ืนที่ท่ีไวต่อการได้รับผลกระทบจากความส่ันสะเทือน เช่น โรงเรียน
โรงพยาบาล และชุมชนใกล้เคียงพื้นท่ีโครงการ ท้ังนี้ดัชนีการตรวจวัดความส่ันสะเทือน เป็นค่าอนุภาคของ
ความเร็วอนภุ าค (velocity) และค่าความถ่ี (frequency) ตามมาตรฐาน พร้อมแสดงแผนท่ตี ง้ั ของจดุ ตรวจวดั
การประเมินผลกระทบฯ
ประเมินผลกระทบด้านความสั่นสะเทือนทั้งในช่วงก่อสร้างและช่วงดาเนินการต่อพ้ืนท่ีที่ไวต่อ
การได้รับผลกระทบ และชมุ ชน ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยรอบ
7) อุทกวิทยานา้ ผวิ ดินและน้าใตด้ ิน
ขอ้ มลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- ขอ้ มูลสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้าฝน
- ลักษณะ ปริมาณและทิศทางการไหลของน้าผิวดิน รวมทั้งสภาพปัญหาในพื้นท่ีโครงการและ
บริเวณใกลเ้ คยี ง และขอ้ มูลสภาพพืน้ ทอ้ งน้า และภาพตัดขวางลาน้า
- สภาพและปัญหาการกัดเซาะ ลักษณะและปริมาณตะกอนในแหล่งน้าในพ้ืนท่ีโครงการและ
บริเวณใกล้เคยี งทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากโครงการ โดยกาหนดขนาดพ้นื ท่บี ริเวณใกลเ้ คียงและพ้นื ที่ถูกกดั เซาะ
- สภาพ ปริมาณและทิศทางการไหลของน้าใต้ดิน รวมทั้งการใช้ประโยชน์น้าใต้ดินในพ้ืนท่ี
โครงการและบรเิ วณใกล้เคยี ง
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ผลกระทบที่เกิดจากโครงสร้างท่าเทียบเรือและส่ิงก่อสร้างอ่ืนๆ การปรับและถมพ้ืนท่ี หรือ
แหล่งนา้ ซง่ึ อย่ใู นพืน้ ท่ีโครงการและบริเวณโดยรอบ โดยพจิ ารณาผลกระทบที่เกิดข้ึนในฤดูฝน และฤดูแลง้
- ผลกระทบซึ่งเกิดจาการเปล่ยี นแปลงของปริมาณ ความเร็วและทิศทางการไหลของน้า รวมทั้ง
การกัดเซาะตล่ิงในพ้นื ทีโ่ ครงการและบรเิ วณโดยรอบ
8) คุณภาพน้าผิวดนิ น้าใต้ดนิ และนา้ ทะเล
ขอ้ มลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- สภาพและปัญหาคุณภาพน้าผิวดิน น้าใต้ดิน และน้าทะเล ในพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณ
ใกล้เคียง รวมทั้งปญั หาการใชน้ า้ ผิวดนิ และนา้ ใต้ดิน
- แผนผังแสดงจุดเก็บตัวอย่างน้า และผลการวิเคราะห์คุณภาพน้าของตัวอย่างน้าดังกล่าวใน
บริเวณแหล่งนา้ ทอ่ี าจได้รบั ผลกระทบจากโครงการ
- แหล่งกาเนิดน้าเสีย น้าอับเฉาจากเรือ หรือกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับท่าเทียบเรือท่ีทาให้เกิด
นา้ เสยี รวมท้ังปริมาณและคุณลักษณะของน้าเสียดังกลา่ ว
- ผงั แสดงตาแหน่งระบบระบายนา้ ของพน้ื ทโ่ี ครงการ
38
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ผลกระทบจากการปนเปื้อนหรือการระบายน้าเสียจากกิจกรรมของโครงการลงสู่แหล่งน้า
ทาให้มผี ลกระทบตอ่ คณุ ภาพนา้ ใตด้ นิ นา้ ผิวดนิ และนา้ ทะเล
- ผลกระทบจากการชะล้างตะกอนจากการก่อสร้าง การพังทลายของดิน การปรับถมและการ
ขุดลอกร่องนา้ เดนิ เรือและหนา้ ท่า
9) อุทกพลศาสตร์ สมุทรศาสตร์ และชายฝัง่
ข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- ข้อมูลลักษณะสัณฐานของชายฝ่ังและลักษณะพื้นท้องน้า เช่น ลักษณะทางกายภาพของ
ชายฝั่ง เสน้ แนวชายฝั่ง ภูมิประเทศของพื้นท้องน้าแผนผังแสดงเสน้ เท่าระดับความลึกของน้า (ควรใช้ทั้งข้อมูล
ทตุ ิยภมู ิและข้อมลู จากการสารวจ)
- ข้อมูลสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการกัดเซาะชายฝ่ัง หรือการทับถม
ของตะกอน ผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงชายฝ่ังโดยศึกษาจากการซ้อนทับภาพถ่ายดาวเทียมหรือภาพถ่าย
ทางอากาศในช่วงเวลาทีต่ ่างกนั
- ข้อมูลด้านสมุทรศาสตร์ อุทกพลศาสตร์ และอุตุนิยมวิทยาทเ่ี ก่ยี วข้อง เช่น ข้อมูลน้าข้ึน-นา้ ลง
กระแสนา้ คลืน่ ลม พายุ เปน็ ต้น
- ข้อมูลรายละเอียดของโครงการ เช่น รายละเอียดโครงสร้างและฐานรากของท่าเทียบเรือ
รายละเอียดโครงสร้างและฐานรากของโครงสร้างป้องกนั ชายฝัง่ รายละเอยี ดของรอ่ งนา้ หรอื การขดุ ลอกรอ่ งน้า เป็นตน้
- ข้อมลู อนื่ ทีจ่ าเปน็ ต่อการประเมินผลกระทบฯ
การประเมินผลกระทบฯ
- การประเมนิ ผลกระทบท้ังในภาพรวม (region) และระดบั พ้นื ท่ี (local)
- การประเมนิ ผลกระทบตอ่ การเปลย่ี นแปลง กระแสน้า คล่ืน และระดับนา้ อันเน่ืองมาจากโครงการ
- การประเมินผลกระทบต่อการเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝ่ัง และการเปลี่ยนแปลงสัณฐาน
ชายฝ่ัง พร้อมท้ังอธิบายกลไกการเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝ่ังในพ้ืนที่โครงการ ท้ังกรณีที่มีโครงการและกรณีท่ี
ไมม่ โี ครงการ
- การประเมินผลกระทบของการฟุ้งกระจายและแพร่กระจายของตะกอนจากการขุดลอกการ
ถมทะเลหรือแหล่งน้า และการท้ิงตะกอนดิน ตลอดจนศึกษาความเหมาะสมของจุดท้ิงตะกอนในกรณีที่มีการ
ท้งิ ตะกอนในทะเล
- การประเมินผลกระทบสืบเนื่องจากการเปล่ียนแปลงกระแสน้า คลื่น ระดับน้า การเคลื่อนท่ี
ของตะกอน และการฟุง้ และแพรก่ ระจายของตะกอนต่อคุณภาพนา้ ทะเลและระบบนิเวศในพืน้ ท่ี
การประยุกต์ใช้แบบจาลองทางคณิตศาสตร์
- อธิบายรายละเอียดของแบบจาลองทางคณิตศาสตร์ท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ สมการพ้ืนฐาน
(governing equations) สมมติฐาน ความสามารถของแบบจาลองฯ กระบวนการต่างๆ ทแี่ บบจาลองคานึงถึง
ขอบเขตเง่ือนไข ข้อมูลนาเข้า (input data) พารามิเตอร์ที่ใช้ในแบบจาลอง พารามิเตอร์ปรับเทียบ และ
รายละเอียดอืน่ ท่สี าคญั
39
- อธิบายรายละเอียดการต้งั ค่าแบบจาลอง (model setup) และการปรบั เทียบและตรวจสอบแบบจาลอง
- แบบจาลองท่ีใช้ต้องคานึงถึงกระบวนการท่ีสาคัญทางกายภาพ ซ่ึงเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับ
การประเมินผลกระทบ เช่น การประเมินผลกระทบของคล่ืนบริเวณน้าตื้น แบบจาลองต้องพิจารณากระบวน
เปลยี่ นแปลงรูปร่างของคลน่ื จากคล่นื นา้ ลึกเขา้ สูน่ า้ ตื้น (wave transformation) ดว้ ย เป็นต้น
- สมมติฐานและวิธีการที่ใช้ ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและมีความละเอียดเพียงพอต่อการ
ประเมนิ ผลกระทบ
- ประเมินสถานการณท์ ่แี บบจาลองไม่ครอบคลมุ หรอื มีข้อจากัดที่ไม่ได้พจิ ารณาถึง
การปรับเทยี บและตรวจสอบแบบจาลอง
- ในการปรับเทียบแบบจาลองหรือการตรวจสอบแบบจาลองข้ันตอนใดขั้นตอนหน่ึง ต้องใช้
ข้อมูลของพืน้ ทีโ่ ครงการ หรือพืน้ ทีใ่ กลเ้ คียงท่สี ามารถเป็นตัวแทนข้อมูลของพน้ื ทโ่ี ครงการได้อย่างชดั เจน
- มกี ารตรวจสอบแบบจาลองเพ่อื ยนื ยนั ความถกู ตอ้ งของแบบจาลอง
ผลการจาลอง
- การแสดงผลการคานวณจากแบบจาลอง ต้องแสดงให้ทั้งในลักษณะเชิงตัวเลขและลักษณะ
กราฟหรือรูปภาพ โดยกราฟหรือรปู ภาพน้นั ต้องทาให้เข้าใจโดยชัดเจน อาจจะมีการแสดงกราฟหรอื รูปภาพ ใน
หลายรปู แบบเพ่ือประกอบการอภิปรายผลการคานวณ
- อธบิ ายกลไกการเคลือ่ นทีข่ องตะกอนชายฝ่งั ในพน้ื ทีโ่ ครงการ
- อธิบายกลไกทางกายภาพของกระบวนการต่างๆ ในแบบจาลอง ภายใต้ความเชื่อมโยง
ระหว่างปัจจัยท่ีกระทากับผลลัพธ์ท่ีเกิดข้ึนอย่างสอดคล้องตามหลักวิชา และอภิปรายความคลาดเคล่ือนที่
เกดิ ขึ้นอย่างมีเหตุผล
- อภิปรายผลกระทบของข้อจากัดหรือสมมติฐานของแบบจาลอง ข้อมูลนาเข้า การปรับเทียบ
แบบจาลอง ต่อผลการคานวณ และผลทีต่ ามมาในแง่ของมาตรการป้องกนั และแก้ไข
- อภิปรายผลกระทบสืบเนื่องจากการเปล่ยี นแปลงทางอทุ กพลศาสตรห์ รือชายฝั่ง ตอ่ ปัจจัยทาง
คุณภาพของน้าและระบบนิเวศในพ้นื ทีโ่ ครงการ
4.3.2 ทรพั ยำกรส่ิงแวดลอ้ มทำงชวี ภำพ
1) ทรพั ยากรชวี ภาพบนบก
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- ระบุลักษณะพื้นท่ีชุ่มน้า พืชพรรณและสัตว์ ชนิดของพันธุ์เด่นที่ปรากฏ (dominant species)
ความหลากหลาย ความสมบรู ณ์ ความหนาแนน่ ร้อยละของเรอื นยอดทีค่ ลุมพ้นื ดิน
- จดั ทาบัญชีรายช่ือชนิดพรรณไม้จากการสารวจ ชนิดไม้ ขนาด ความหนาแน่นของหมูไ่ ม้ กาลัง
ผลติ ของปา่ ตลอดจนองค์ประกอบร่วมของปา่ เชน่ ไม้ไผ่ หวาย ไม้พมุ่ ไมเ้ ถา เถาวัลย์ และพชื ชน้ั ล่าง
- จัดทาบัญชีรายชือ่ ชนดิ และจานวนสตั ว์ปา่ ท่ีได้จากการสารวจ
- ระบุชนิดของพชื เศรษฐกิจท่ีพบ และคณุ ค่าทางเศรษฐกจิ ต่อทอ้ งถ่นิ และระบุหากมีพืชท่ีหายาก
กรณขี องสตั ว์ป่าพิจารณาจานวนประชากรชนิดพันธเุ์ ด่น (ตัวช้ีวดั ) ในท้องถ่นิ ก่อนดาเนนิ งานเปน็ หลัก
40
- ชนิดและจานวนสัตว์ป่าท่ีพบ โดยทาการนับโดยตรง (direct count) และนับโดยทางอ้อม
(indirect count) ข้อมูลความหลากหลายชนิดของสัตว์ป่าต่างๆ ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก และสัตว์ปีก เป็นต้น ควรเน้นสถานภาพประชากรในท้องถิ่น และชนิดพันธุ์เด่น ซึ่ง
เป็นตวั ชีว้ ัดสภาพแวดล้อม
- ระบแุ หลง่ ทีอ่ ยขู่ องสตั ว์ (habitat types) ชนดิ ต่างๆ ซ่ึงควรจาแนกตามเขตพชื พรรณท่ีกาหนด
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ในกรณีที่เป็นพื้นที่ป่าไม้ คานวณปริมาตรและปริมาณไม้ที่ต้องถูกตัด ประเมินความสูญเสีย
ในเชงิ เศรษฐกจิ ปา่ ไม้ เมือ่ เปรยี บเทยี บกับไม่มีโครงการ
- ประเมนิ ผลกระทบจากการทาลายหรือรือ้ ถอนพืชพรรณทส่ี าคัญ
- ประเมนิ ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศทางตรงและทางอ้อม
- ประเมนิ ผลกระทบต่อการสญู เสียหรอื เป็นอันตรายหรือการเปล่ียนแปลงแหลง่ ท่อี ยู่อาศยั ใหมข่ องสัตว์
- ประเมินค่าความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ประเมินค่าดัชนีความสาคัญของพรรณพืช
(Importance Value Index, IVI) วเิ คราะหห์ าค่าดชั นคี วามหลากหลายทางชีวภาพของปา่ ชนิดพันธ์ุเดน่ ทีเ่ ป็น
ตวั ช้ีวัดสาคัญต่อสภาพแวดล้อม ระบุชนิดพันธ์ุพืชและสัตว์ท่ีสาคัญ หรือมีคุณค่าทางเศรษฐกิจต่อท้องถิ่น และ
ชนิดพันธ์ขุ องพืชและสัตว์ท่ีหายากใกลส้ ญู พนั ธ์ุ (ถา้ มี)
- ประเมินการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ของสัตว์ป่ากลุ่มต่างๆ ท่ีจาเป็นต้องมีการ
ปรับเปล่ยี นสภาพแวดล้อมอันเปน็ สภาพถ่นิ อาศยั เดิม ระบุรายละเอียดว่าสัตว์ป่าแต่ละกลมุ่ มกี ารตอบสนองต่อ
กิจกรรมและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างไร สัตว์ปา่ เหล่านี้มีการเคลื่อนย้ายไปอาศยั ยงั แหล่งใหม่อ่ืนๆ
ไดห้ รอื ไม่ (ถา้ ม)ี
2) ทรพั ยากรชวี ภาพในนา้
ระบบนเิ วศแหล่งนา้ จดื และระบบนิเวศชายฝงั่
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- จาแนกลักษณะและประเภทระบบนิเวศในน้าบริเวณพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง เช่น
ทะเล ชายฝง่ั ป่าชายเลน ชายหาด ลาธาร หนอง บึง พรุ ฯลฯ
- ข้อมูลสารวจทรัพยากรธรรมชาติที่สาคัญ เช่น ปะการัง หญ้า ทะเล แหล่งที่อยู่อาศัย
แหล่งผสมพันธุ์ แหล่งวางไข่ของสัตว์หายาก และเก็บตัวอย่างประเภทแพลงค์ตอนพืชและสัตว์ สัตว์หน้าดิน
ปลาและพันธุ์ไม้น้าชนิดที่มีความสัมพันธ์กับสัตว์น้าในบริเวณเหนือและใต้พ้ืนท่ีโครงการ ท้ังน้ีสถานีสารวจ
ตัวอย่าง ควรสอดคล้องกับสถานีสารวจคุณภาพน้า และระบุข้อมูลลักษณะแพลงค์ตอนพืชและสัตว์ รวมทั้ง
สัตว์หน้าดินที่เป็นพันธุ์เด่นท่ีปรากฏ (dominant specie) ซ่ึงชี้วัดสภาพของแหล่งน้านั้นรวมทั้งศึกษาความ
หลากหลายและความหนาแนน่ ให้ครอบคลมุ ทกุ ฤดูกาล
- การสารวจปลา วัดขนาด และช่ังน้าหนักบันทึกขอ้ มลู ทง้ั หมดท่ไี ดท้ ั้งน้คี วรสารวจอยา่ งนอ้ ยใน
ฤดูแล้งและฤดูฝน
- ข้อมูลปรมิ าณการจบั และมลู ค่าทางเศรษฐกิจ
- ระบุความสาคญั ของแหล่งนา้ ดงั กล่าวในเชงิ ประมง นเิ วศและการใชป้ ระโยชน์อื่นๆ
41
- แผนผังแสดงลักษณะการกระจาย ขนาด พ้ืนที่ ชนิดและตาแหน่งของทรัพยากรท่ีอยู่ใน
โครงการบรเิ วณใกล้เคยี งเท่ากบั หรือมากกว่า 5 กิโลเมตร (ในทะเล) ท่อี าจไดร้ บั ผลกระทบ
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบจากการก่อสร้างโดยเฉพาะฐานราก การถมทะเล และการดาเนินโครงการ
ทท่ี าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพนา้ เชน่ ความขนุ่ สารแขวนลอย และตะกอนดนิ ทมี่ ีผลกระทบต่อระบบนเิ วศ
- ประเมินผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงการทับถมหรือเพิ่มขึ้นของตะกอน การกัดเซาะ
ชายฝงั่ ทม่ี ีผลกระทบต่อระบบนเิ วศ
- ประเมินปริมาณน้าเสีย น้าอับเฉาเรือของโครงการ และประเมินผลกระทบจากน้าเสีย และ
ตะกอนในขณะก่อสร้าง รวมทัง้ การรั่วไหลของนา้ มันและสารเคมี (กรณีเกิดอุบัตเิ หตุ) ทีมผี ลกระทบต่อสัตว์น้า
และระบบนเิ วศ
- ประเมินผลกระทบตอ่ การประมง การเพาะเล้ียงสัตวน์ า้ การอนรุ กั ษพ์ ันธสุ์ ตั ว์นา้
- ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ โดยเฉพาะจากการขยายตวั ของ
ชมุ ชนและอตุ สาหกรรมในบรเิ วณใกล้เคียง ซงึ่ มผี ลกระทบตอ่ แหล่งน้าและระบบนเิ วศ
3) การประเมินความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อมูลประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
ข้อมูลระบบนิเวศที่สาคญั ในพ้ืนท่ี
การประเมนิ ผลกระทบฯ
ประเมินความหลากหลายชีวภาพของทรัพยากรทางชีวภาพที่สาคัญในพ้ืนท่ี เช่น แพลงก์ตอนพืช
แพลงกต์ อนสตั ว์ สัตวห์ นา้ ดิน สตั วน์ ้าวัยอ่อน พนั ธไ์ุ ม้ เป็นต้น
4.3.3 คุณค่ำกำรใชป้ ระโยชนข์ องมนุษย์
1) การใชป้ ระโยชน์ทด่ี ิน
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- แผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นท่ีโครงการและบริเวณใกล้เคียงโดยแสดงบริเวณท่ีมี
ความสาคญั เช่น โรงเรยี น สถานทีร่ าชการ วัดโบสถ์ ทีพ่ ักอาศยั สวนสาธารณะ ฯลฯ
- แผนผังแสดงรายละเอยี ดภมู ิสภาปัตยภ์ ายในพ้นื ทโ่ี ครงการ
- แผนท่กี ารใชป้ ระโยชน์ท่ดี นิ ตามผงั เมืองรวมหรือผังเมอื งเฉพาะในปัจจุบนั
- แผนการใช้ที่ดินของโครงการท่ีเกย่ี วข้องกับการขยายตวั ในอนาคต (ถา้ มี)
- ขอ้ มูลเกีย่ วกบั แผนพฒั นาที่เกี่ยวขอ้ ง (ถา้ มี)
- แผนท่ีภาพถา่ ยทางอากาศบริเวณพื้นทศ่ี ึกษา
- แผนทภ่ี าพถา่ ยดาวเทยี มแสดงการเปล่ียนแปลงบริเวณพนื้ ท่โี ครงการ
- ข้อมูลในลักษณะระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS)
เพอ่ื การวเิ คราะห์และพิจารณาการเปล่ียนแปลงสภาพพ้ืนที่
42
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ประเมินแนวโนม้ การเปลี่ยนแปลงการใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ ในอนาคตในบริเวณใกล้เคยี งโครงการ
- ประเมินผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอันเป็นผลจากการดาเนินโครงการ
ตลอดจนกจิ กรรมตอ่ เนือ่ งโดยเปรยี บเทยี บกรณมี ีและไม่มีโครงการ
- ประเมินความเหมาะสมหรือสอดคลอ้ งหรือขดั แย้งของการเปลย่ี นแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ดังกลา่ วกับแผนการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ ในระดบั ภาคหรอื จังหวัด
- ประเมินแนวโน้มการเปล่ียนแปลงราคาท่ีดินใกล้เคียงโครงการ โดยคานึงถึงราคาที่สูงข้ึน
เนือ่ งจากมกี ารซ้ือขายทรพั ย์สินในราคาสงู ขึ้นและราคาท่ีลดลงเนื่องจากผลกระทบจากโครงการ
- ผลกระทบจากการขยายตัวเมืองหรือการเจริญเติบโตของอาคารส่ิงปลูกสร้างในบริเวณ
ใกลเ้ คยี งโครงการ
- กรณโี ครงการต้ังอยู่ในพื้นที่ท่ีมีกฎหมายและระเบียบอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้องในการใช้ประโยชน์พ้ืนท่ี
เช่น พ้ืนที่คุ้มครองส่ิงแวดล้อม พ้ืนที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ป่าชายเลนตามมติ
คณะรัฐมนตรี พ้ืนท่ีชุ่มน้า เป็นต้น ให้แสดงระเบียบ ข้อกาหนด เอกสารหลักฐานต่างๆ ในการขออนุญาตใช้
พ้นื ทจี่ ากหนว่ ยงานราชการท่ีเกย่ี วขอ้ ง และประเมินความสอดคล้องในการดาเนินโครงการ
2) การคมนาคมขนส่ง
ขอ้ มูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- เส้นทางการคมนาคมทางน้าและทางบกในปัจจุบันหรือแผนการขยายเส้นทางในอนาคต
โดยแสดงแผนทแ่ี ละแผนผงั ประกอบ
- ปริมาณการจราจรทางน้าและขนาดเรือทีใ่ ช้ร่องน้าในปัจจุบันบรเิ วณใกล้เคียงโครงการ
- ปริมาณการจราจรบนถนนที่เชอ่ื มตอ่ กบั ทางเข้าและออกโครงการ (ถ้ามี)
- การก่อสร้างถนนภายในพื้นท่ีโครงการ ความสามารถในการรองรับยานพาหนะของถนน
โครงข่ายและรายละเอยี ดทเ่ี ก่ยี วขอ้ งอ่ืนๆ (ถ้ามี)
- เสน้ ทางการขนสง่ วสั ดุกอ่ สรา้ งท้งั ทางบก และทางน้า
- ประเภทการขนส่งวัสดกุ ่อสร้างทางบก และทางน้า (รถและเรอื ) และจานวนเท่ียวในการขนส่ง
- ความสามารถในการรองรบั ของถนนท่ีใช้ในการขนสง่ วัสดุก่อสรา้ ง
- ความหนาแน่นของปริมาณจราจร
- รายละเอียดการกองเก็บ การขนส่ง และเส้นทางการขนส่งหินและทราย จากสถานที่กองเก็บ
ไปยังสถานทก่ี อ่ สรา้ ง และการขนสง่ มายังท่ีกองเกบ็ ดงั กล่าว
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบจากปริมาณการจราจรที่เกิดขึ้นจากโครงการท้ังในระยะก่อสร้างและระยะ
ดาเนินการ โดยเปรยี บเทียบกับปริมาณจราจรในอนาคตกรณีไมม่ ีโครงการ โดยการศึกษาปริมาณการจราจรบน
ถนนที่เชื่อมต่อกับทางเข้า-ออกโครงการ และเส้นทางการจราจรใกล้เคียงที่สัมพันธ์กับโครงการ รายละเอียด
ถนนทางเขา้ ออกและระบบการจราจรภายในโครงการ เสน้ ทางขนส่งท่ีใช้เป็นประจา และพืน้ ที่ท่ีไวต่อการไดร้ ับ
ผลกระทบตามเสน้ ทางการขนส่ง ผลกระทบระหวา่ งการก่อสรา้ งอันเนอื่ งมาจากขนส่งวสั ดุและอปุ กรณ์กอ่ สรา้ ง
43
รวมทั้งดินที่ใช้ปรับถมพ้ืนท่ีหรือขุดโดยระบุปริมาณดินที่ขุดหรือดินที่ใช้ถมและจานวนรถบรรทุกที่ใช้ในการ
ขนส่งเปรียบเทียบกับปริมาณจราจรช่วงเร่งด่วนเช้าและช่วงเร่งด่วนเย็น ปริมาณการจราจรเฉล่ียต่อวัน
ประเมนิ ความสามารถในการรับน้าหนักบรรทกุ ของถนน รวมทั้งให้ประเมนิ ผลกระทบด้านการจราจรขนส่งของ
ถนนดังกลา่ ว รวมถึงการขนส่งในกรณีทมี่ ีการขดุ ลอก
- ในกรณีที่ต้องมีการลาเลียง ขนส่งทางน้า ให้แสดงรายละเอียดวิธีการขนส่ง และให้ทาการ
ประเมนิ ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึน้
- ผลกระทบระหว่างดาเนินโครงการ โดยเฉพาะกรณีท่ีมีกิจกรรมที่เก่ียวข้องที่อาจมีการใช้
ประโยชน์ในพนื้ ที่โครงการ โดยระบจุ านวนคน ขนาดและ/หรือปริมาณของยานพาหนะ ปริมาณการจราจรทาง
บกและทางน้า เป็นต้น
- ประเมินผลกระทบต่อการคมนาคมทางน้า การจัดการจราจรทางน้าในระยะก่อสร้างและ
ระยะดาเนินการ โดยเสนอปริมาณเรือที่ท่ีผ่านบริเวณพ้ืนท่ีก่อสร้างโครงการ ขนาดและความสูงของเรือท่ีจะ
ผ่านหรือลอดสะพานท่าเรือ เม่ือเปิดดาเนินโครงการ รวมทั้งโอกาสท่ีอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางน้า สถิติการเกิด
อบุ ัติเหตุทางนา้ และจุดที่เกดิ อุบตั ิเหตุทางน้าบ่อยครั้ง พรอ้ มทั้งประเมินความเส่ียงต่อการเกดิ อบุ ัติเหตุของการ
เข้าจอดหรือเทียบท่าของเรอื ในพนื้ ท่โี ครงการ
- ประเมินผลกระทบตอ่ การสญั จรทางน้าในบรเิ วณพ้ืนที่โครงการระหว่างการกอ่ สรา้ งและดาเนินการ
3) การใชน้ ้า
ข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- แหล่งนา้ ใช้ และรายละเอียดการสารองนา้ ใช้ของโครงการ
- รายละเอียดการใช้นา้ จากกจิ กรรมในระยะก่อสร้าง และระยะดาเนนิ การ
- จานวนคนงานในระยะกอ่ สร้างและระยะดาเนินการของโครงการ
การประเมินผลกระทบฯ
- การคานวณปริมาณ ความเพยี งพอการใช้นา้ ในระยะก่อสร้าง และระยะดาเนนิ การ
- ประเมนิ ความสามารถของแหล่งน้าใช้ในการให้บรกิ ารแก่โครงการ และประเมินผลกระทบต่อ
การใช้นา้ ของชุมชนบรเิ วณใกลเ้ คยี ง
4) การจัดการนา้ เสยี
ข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- ปริมาณการใชน้ ้าของกิจกรรมแต่ละประเภทในระยะก่อสร้าง และระยะดาเนินการของโครงการ
- จุดระบายน้าทิ้งของโครงการ
- การจดั การนา้ ฝนปนเป้อื น การตดิ ตงั้ บอ่ ดกั ไขมนั และแนบรายการคานวณ
- รายการคานวณระบบการระบายนา้ การหน่วงนา้ เครอื่ งสูบน้า และแผนภาพกระบวนการ (process
diagram) ของระบบบาบัดน้าเสยี และรายการคานวณ
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ประเมนิ ปริมาณน้าเสียทเี่ กดิ ขึ้นจากกจิ กรรมในระยะก่อสร้างและระยะดาเนินการ
44
- ความสามารถในการรองรับการบาบัดน้าเสียของระบบบาบัดน้าเสียของโครงการ
ความสามารถในการรองรับน้าทิ้งที่มีระยะเวลากักเก็บอย่างน้อย 1 วัน และมีค่าคุณภาพน้าท้ิงตามเกณฑ์
มาตรฐาน และแสดงขนาดท่อ แนวเส้นท่อ การบาบดั น้าเสยี
- จัดทารายการคานวณระบบระบายน้า ระบบการหน่วงน้า ระบบบาบัดน้าเสียส่วนกลาง และ
ให้ประเมนิ ผลกระทบจากการระบายน้าสู่แหลง่ นา้ สาธารณะให้ชัดเจน
5) การระบายนา้ และการป้องกันน้าท่วม
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
-ระบบระบายนา้ ฝน และระบบระบายน้าท้งิ บรเิ วณพน้ื ท่ีโครงการในระยะก่อสร้าง และระยะดาเนินการ
- รายการคานวณปรมิ าณน้าที่ไหลผ่าน เปรียบเทียบระหว่างก่อนมีโครงการและหลังมีโครงการ
ทง้ั ในชว่ งฤดนู า้ แล้งและฤดูนา้ หลาก และให้ครอบคลุมการขน้ึ หรือลงของระดบั น้าทะเล
- ใหม้ รี ะบบการหนว่ งน้า อย่างนอ้ ย 1 ช่วั โมง
- การกีดขวางการระบายนา้ ของคนั ทางชวั่ คราว
การประเมนิ ผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบจากการระบายน้าฝนและระบายนา้ ทิง้ ลงสแู่ หลง่ น้าสาธารณะ
- ประเมนิ ผลกระทบจากการระบายนา้ ในชว่ งฤดูฝน
6) การใชไ้ ฟฟา้
ข้อมูลประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
ความสามารถในการจา่ ยไฟฟา้ สงู สุดของแหล่งพลงั งานไฟฟา้ ตา่ งๆ บริเวณพน้ื ทโี่ ครงการ
การประเมนิ ผลกระทบฯ
ปรมิ าณ ความเพียงพอการใชไ้ ฟฟ้าในระยะก่อสร้างและระยะดาเนนิ การ
7) การจดั การขยะมูลฝอยและกากของเสยี
ข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- ปริมาณขยะมูลฝอยจากคนงานก่อสร้าง ปริมาณขยะจากกิจกรรมการก่อสร้าง และปริมาณ
ขยะชว่ งดาเนนิ โครงการ
- การจดั การกากของเสียทกุ ประเภทของทา่ เรือในปจั จุบันและส่วนขยาย (ถ้าม)ี
การประเมนิ ผลกระทบฯ
วิธีการจดั การขยะมูลฝอย ขนาด จานวน และประเภทถงั รองรับขยะมูลฝอย ถังพักขยะและการ
จดั การขยะที่เกดิ ขนึ้ การใหบ้ ริการของหนว่ ยงานในการดาเนินการกาจัด
8) การเพาะเลี้ยงสตั วน์ ้า และการประมง
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- รายละเอียดการทาประมงพ้ืนบ้านบริเวณพ้ืนที่โครงการ และการเพาะเล้ียงสัตว์น้า และ
แสดงผลการศกึ ษา โดยใช้จดั ทาตารางประกอบการอธบิ าย
- เส้นทางการเดนิ เรือขนส่งวัสดกุ ่อสรา้ งของโครงการ
45
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินการฟุ้งกระจายและผลกระทบของตะกอนพื้นท้องทะเลต่อสิ่งมีชวี ิตในระยะก่อสร้างและ
ระยะดาเนนิ การ
- การประเมนิ การสญู เสยี พน้ื ท่ปี ระมงและการเพาะเล้ยี งสตั วน์ ้า
- การประเมนิ ผลกระทบต่ออาชพี และรายไดจ้ ากการประมงและการเพาะเลย้ี งสตั วน์ า้
4.3.4 คุณคำ่ คณุ ภำพชีวิต
1) สภาพเศรษฐกิจสังคม
ขอ้ มลู ประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- ขอ้ มลู รายได้ครัวเรือน การประกอบอาชพี ระบบสาธารณูปโภคและโครงสรา้ งทางสงั คม การ
จ้างงาน โครงสร้างพื้นฐานของพื้นท่ีศึกษาโครงการ และข้อมูลพ้ืนฐานอ่ืนๆ ในระดับครัวเรือนของชุมชนและ
ข้อมูลสภาพเศรษฐกิจและสังคมของพื้นท่ีโครงการในปัจจุบัน ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมจาก
การพฒั นาโครงการ
- สภาพเศรษฐกิจในระดับท้องถ่ิน อาเภอ จังหวัด และภาค สาหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น
อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณชิ ยกรรม การทอ่ งเที่ยว ฯลฯ
- ความต้องการโครงการในเชิงเศรษฐกิจ เช่น การให้ความสะดวกแก่ภาคอุตสาหกรรม และ
ภาคเกษตร ซึ่งมีผลตอ่ เนือ่ งต่อเศรษฐกจิ ในภาคดงั กล่าว
- แผนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดบั จังหวดั และภาค สาหรบั 5 - 10 ปใี นอนาคต
- การคานวณขนาดตัวอย่างในการสารวจสภาพเศรษฐกจิ สงั คม
- วิธกี ารส่มุ ตัวอย่างและวธิ ีการเกบ็ ตวั อยา่ ง
- ข้อมูลด้านสุขภาพ อุบัติเหตุและความปลอดภัย สภาพปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ในปัจจุบันของครวั เรอื นทอี่ ยูใ่ นพืน้ ทศ่ี กึ ษา
- กิจกรรมการก่อสร้างท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ-สังคมท้ังผลกระทบด้านบวกและ
ดา้ นลบ
- การอพยพย้ายถ่ินของคนงานก่อสร้าง เหตุเดือดร้อนราคาญจากการเข้ามาของคนงานต่างถ่ิน
การจา้ งงานและเงินหมนุ เวียนในพ้นื ท่ี
- การจา้ งงาน ความวติ กกงั วลของประชาชน
- รูปทีแ่ สดงขอบเขตหมูบ่ า้ นท่ที าการสารวจ และจานวนหมู่บา้ นท่ีอยู่ในรศั มีของโครงการ
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมนิ ผลตอบแทนทางดา้ นเศรษฐกจิ และการเงนิ จากการพัฒนาโครงการ
- ประเมินแนวโน้มการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ ในระดับหมู่บ้านและชุมชนที่เก่ียวข้อง
เปรียบเทียบกรณีมีโครงการและไม่มีโครงการ เช่น รายได้ ราคาท่ีดิน ราคาทรัพย์สิน ธุรกิจ ฯลฯ รวมทั้งการ
ขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
46
- ประเมินการเพ่ิมการหมนุ เวียนในเชิงเศรษฐกจิ และเพิ่มการกระจายรายไดข้ องจังหวดั และภาค
อนั เน่ืองมาจากการมีและการดาเนินโครงการตลอดจนกิจกรรมท่ีเกดิ ขน้ึ จากโครงการ
- ประเมินผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเศรษฐกิจ-สังคม เช่น การจ้างงาน ปัญหา
สงั คม ปญั หายาเสพติด การอพยพคนงานต่างถน่ิ แรงงานตา่ งดา้ ว เป็นต้น
- ประเมนิ ผลกระทบตอ่ การเปลีย่ นแปลงวิถชี วี ิตชมุ ชนและการประกอบอาชพี เปน็ ต้น
- ประเมินผลกระทบความวิตกกงั วลต่างๆ
2) การโยกยา้ ยและการเวนคืน (สาหรบั โครงการของรัฐและรฐั วสิ าหกิจ)
ขอ้ มลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- รายละเอียดของการสูญเสียที่ดิน ผู้ได้รับผลกระทบจาการดาเนินโครงการ ประกอบด้วย
(1) ผูถ้ ูกเวนคนื ทด่ี ินหรอื รื้อถอนส่ิงก่อสร้างซ่ึงจะได้รับผลกระทบจากการสูญเสียทีอ่ ยอู่ าศัยและท่ที ากินท่ีต้องมี
การโยกย้าย (2) ผู้ท่ีอยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพประมงในบริเวณใกล้เคียงโครงการ ที่ได้รับผลกระทบและ
ความเดือดร้อนจากมลภาวะในขณะก่อสร้าง และขณะดาเนินการของโครงการ (3) ผู้ท่ีได้รับผลกระทบโดย
ทางอ้อม ได้แก่ ผู้ใชเ้ ส้นทางคมนาคม ผ้ใู ช้บริการทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับโครงการหรอื พื้นทโ่ี ครงการ
- สารวจและจัดทาบญั ชีจาแนกจานวนครัวเรือนและประชากรที่เก่ียวต้องถูกโยกย้ายในบริเวณ
โครงการ ครัวเรือนและประชากรท่ีไม่ถูกโยกย้ายแต่อยู่ใกล้เคียงพ้ืนท่ีโรงการ โดยระบุจานวนบ้าน จานวนผู้
พักอาศัย ระดับอายุ ความเป็นผู้พิการ ระดับการศึกษา เชื้อสาย การถือครองท่ีดินและท่ีพักอาศัย สภาพที่พัก
อาศัย ความแออัด ระดับรายได้ การจ้างงาน ธุรกิจ ราคาท่ีดิน ราคาทรัพย์สิน เป็นต้น พร้อมท้ังแผนผังแสดง
ขอบเขตของชมุ ชนที่ไดร้ บั ผลกระทบจากโครงการ พื้นท่ีที่ประชาชนมีเอกสารสิทธคิ์ รอบครองที่ดนิ และพ้ืนทีท่ ี่มี
การสารวจความคิดเหน็ ตอ่ โครงการ
- สารวจความคิดเห็นของประชาชนผู้ถูกโยกย้าย เกี่ยวกับความพอใจในค่าชดเชยความ
เดอื ดร้อนราคาญ จากปัญหาทางสงั คมอน่ื ๆ ปญั หาทางเศรษฐกิจระดับบุคคลและครวั เรือน ความพอใจในที่อยู่
อาศัยใหม่และเพ่ือนบ้านใหม่ และความเหน็ อน่ื ๆ
- สารวจความคิดเหน็ ของประชาชนผู้ไมไ่ ดถ้ ูกโยกย้าย แต่เป็นผ้ทู ี่อยู่ใกลพ้ ้ืนที่โครงการมากทสี่ ุด
เก่ียวกับความเดือนร้อนจากมลภาวะที่เกิดจากโครงการการกีดขวางความเจริญต่างๆ ของชุมชน การขยายตัว
ของเมอื งอนั เนือ่ งมาจากการชกั นาของโครงการ และผลกระทบอนื่ ๆ
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงสภาพสังคมในบรเิ วณใกล้เคียงโครงการ หรือบริเวณที่
ต้องถูกโยกย้าย เช่น การเปล่ียนแปลงรูปแบบประชากร ผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการเจริญเติบโตของ
สิง่ ก่อสรา้ งโอกาสการจา้ งงานแนวโน้มการเพม่ิ ความหนาแน่นของชมุ ชน ฯลฯ
- ประเมินผลกระทบตอ่ ชุมชนด้ังเดมิ บางสว่ นได้ถกู โยกย้ายไปแลว้
- ประเมินผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงสภาพสังคมของผู้ท่ีถูกโยกย้าย เช่น การถูกตัดขาดจาก
ชมุ ชนเดมิ การปรับตวั ต่อทอ่ี ยู่อาศัยใหม่ ความรสู้ ึกเดือดร้อนราคาญ ฯลฯ
47
- ประเมินความเหมาะสมของการชดเชยค่าเสียหายในการโยกย้ายท่ีอยู่อาศัย ท้ังในเชิง
ความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบและเชิงเศรษฐกิจ ได้แก่ การสูญเสียที่ดิน ทรัพย์สิน ธุรกิจ ไร่นา รายได้ อาชีพ ฯลฯ
โดยเปรียบเทียบกับผลดีในเชิงเศรษฐกิจในการโยกย้ายท่อี ยูอ่ าศยั
3) การสาธารณสขุ
ขอ้ มลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- สถิติขอ้ มูลพน้ื ฐานดา้ นสขุ ภาพ ซ่งึ ควรวเิ คราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปี
- ข้อมูลการให้บริการสาธารณสุข เช่น จานวนสถานบริการ ต่อจานวนประชากร 10,000 คน
จานวนแพทย์ พยาบาล ต่อจานวนประชากร 10,000 คน การบริการสาธารณสุขพ้ืนฐาน เช่น ห้องพยาบาลใน
ระดับโครงการและระดบั พื้นท่ี เพื่อประกอบการพิจารณาความเพียงพอของการให้บริการ พร้อมท้ังแผนท่ีและ
แผนผงั แสดงทีต่ งั้ และบรเิ วณ
- ขอ้ มูลชนิดของโรค จานวนผู้ป่วย ข้อมูลสถติ ชิ ีพ อัตราการเจ็บปว่ ย อัตราการปว่ ยตาย สาเหตุ
การตาย สาเหตุของโรคที่เก่ียวข้องกับโครงการ พร้อมท้ังสรุปสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชาชนท่ีจะเป็น
ผู้อยใู่ กลโ้ ครงการ
- ระบุความสามารถในการให้บริการ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุในบริเวณโครงการ
สถิติการบาดเจบ็ การเจ็บปว่ ย อุบัติเหตุในพ้นื ท่ี ความปลอดภัยในชุมชนและการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย
ความปลอดภัยในสงั คม
- ระบุแผนการอืน่ ๆ ของจังหวดั หรืออาเภอ ท่ีเกี่ยวกบั ความปลอดภยั และความสามารถในการ
รองรบั กับสถานการณอ์ บุ ัติเหตุ
- มลภาวะอากาศ เสียงดัง และความสั่นสะเทือนจากกิจกรรมการก่อสร้าง การจัดการน้าเสีย
และของเสยี ที่มีผลกระทบตอ่ สุขภาพ
- การดาเนินงานท่อี าจกอ่ ให้เกิดผลกระทบด้านสาธารณสขุ และสขุ ภาพ
- สถานะทางสุขภาพจติ
- พื้นที่อานวยความสะดวกที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ห้องน้า พื้นที่พักคอย
ระหวา่ งรอเรอื พื้นทีส่ ูบบุหรี่ เป็นต้น
- การเกิดธรณีพิบัติในการเกิดคล่ืนสึนามิ (tsunami) ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ใน
กรณีท่พี น้ื ทม่ี ีความเสย่ี งตอ่ การเกิดคล่ืนสึนามิ (tsunami)
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ความเป็นไปได้ใน
การเกิดโรคชนิดต่างๆ ไม่ว่าเป็นโรคประจาถ่ิน โรคอุบัติใหม่หรือโรคระบาดหรือโรคอันเกี่ยวเน่ืองจากการ
ทางาน สาเหตุของการเจ็บป่วย สภาวการณ์เจ็บป่วยหรือแนวโน้มทางระบาดวิทยา การเจ็บป่วยและการตาย
ด้วยโรคต่างๆ ซึ่งอาจเป็นผลกระทบมาจากการมีโครงการรวมทั้งผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือ
ผลกระทบต่อระบบสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ของท้องถ่ิน รวมทั้งมีการประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะต้อง
วิเคราะห์จากโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นภายใน
โครงการ โดยเปรยี บเทยี บกรณมี แี ละไม่มีโครงการ
48
- ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนงานทั้งในระยะก่อสรา้ งและระยะดาเนินการ
- ประเมินผลกระทบในเชิงความเห็นของผู้ได้รับผลกระทบเองและความต้องการท่ีเกี่ยวข้องกับ
การลดหรอื หลีกเลยี่ งผลกระทบ
- ประเมินผลกระทบที่จะมีต่อความเพียงพอ ความสามารถในการรองรับผู้ป่วยและ
ความสามารถในการให้บริการของสถานบริการทางด้านสาธารณสุ ขและบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ของ
ท้องถิน่ กรณีทม่ี โี ครงการเกดิ ขนึ้ โดยเฉพาะแพทย์ และพยาบาลทางอาชวี เวชศาสตร์
- ประเมนิ โอกาสและความรนุ แรงของผลกระทบดา้ นสขุ ภาพท่ีมีต่อชุมชนใกล้เคียง
- ประเมินผลกระทบด้านสาธารณสุขท่ีอาจเกิดข้ึนจากการดาเนินโครงการท้งั กิจกรรมการก่อสร้าง
โครงการและในขณะดาเนินการโครงการ
- ประเมินการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง เสียง และความส่ันสะเทือนที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย
จากการขนสง่ และกจิ กรรมการกอ่ สรา้ ง
- ประเมนิ การเพ่ิมโอกาสการเกิดโรคติดเชอ้ื จากคนงานตา่ งถิน่ และคนงานตา่ งด้าว
4) การประเมนิ ผลกระทบทางสขุ ภาพ
สาหรับโครงการท่ีต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้ดาเนินการตาม
เอกสารแนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ตามท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม เรื่อง กาหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซ่ึงต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทารายงานการวิเคราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ. 2555
สาหรับโครงการที่ต้องจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโค รงการหรือ
กจิ การทอี่ าจกอ่ ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอยา่ งรนุ แรงท้ังทางด้านคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและ
สุขภาพ ให้ดาเนินการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่อื ง กาหนดประเภท ขนาด
และวิธีปฏิบัติ สาหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อชมุ ชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสขุ ภาพ ท่ีส่วนราชการ รฐั วสิ าหกิจ หรือเอกชน จะต้องจัดทารายงานการ
วิเคราะหผ์ ลกระทบส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2553
ทงั้ น้ี ควรประเมินให้ครอบคลมุ 3 ด้าน คือ ทางกาย ทางจิตใจ และทางสังคมสุขภาพ ทเี่ กิดกับ
ประชาชน คนงาน และกลุ่มเสี่ยง ทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดาเนินการ โดยนาผลการตรวจวัดปัจจุบันมา
กาหนดปัจจยั สุขภาพ ตามเกณฑ์และเอกสารอ้างอิง และวเิ คราะหร์ ายปัจจยั ในเชิงปริมาณ คณุ ภาพ การรบั สมั ผสั
5) อาชวี อนามยั และความปลอดภัย
ข้อมูลประกอบการประเมนิ ผลกระทบฯ
- ประเภทหรอื กลมุ่ ของสนิ ค้าทีท่ าการขนถา่ ยบริเวณโครงการให้ชัดเจน ในกรณที ่ีเปน็ ประเภท
สารเคมใี ห้ระบุคุณสมบัตแิ ละรายละเอียดของสารเคมแี ตล่ ะประเภท
- รายละเอียดการจาแนกประเภทสินค้าตามเอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี (Material
Safety Data Sheet) ตามการจัดการของโรงงานอุตสาหกรรมและการวิเคราะห์ผลอันตรายของวัตถุดิบและ
49
ผลิตภัณฑ์ โดยแสดงทม่ี าของสมมติฐานในการเลือกใชข้ นาดการร่วั ไหลของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ความเร็วลม
และค่าดัชนคี วามร้อนทีก่ าหนดในการศึกษา
- ข้อมูลต่างๆ ท่ีประกอบการประเมินในการปฏบิ ัตงิ านพ้ืนทเ่ี สยี่ ง
- เสน้ ทางขนสง่ วัสดุก่อสรา้ งของโครงการ
- ข้อมูลสถติ ิการเกดิ อุบัติเหตุและการเจบ็ ปว่ ยจากการดาเนินโครงการ
- รายละเอียดระบบสนบั สนนุ กิจกรรมต่างๆ ของท่าเทยี บเรอื พร้อมแสดงแผนผังประกอบให้ชดั เจน
การประเมินผลกระทบฯ
- ประเมินความเสี่ยงภัยอันตรายจากประเภทหรือกลุ่มของสินค้าท่ีทาการขนถ่ายบริเวณโครงการ
ให้ชัดเจน
- พิจารณาประเมินอันตรายร้ายแรงท่ีทาให้เกิดผลกระทบตอ่ เนือ่ ง การวิเคราะห์อนั ตรายรา้ ยแรง
ควรวเิ คราะห์ในเชงิ ปรมิ าณ โดยประเมนิ โอกาสหรือความถท่ี ่จี ะเกดิ เหตุการณ์
- ประเมินผลกระทบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของคนงานบริเวณท่ีพักคนงานและ
ประชาชนท่ีอยูใ่ กล้เคียง เม่ือมีการพฒั นาโครงการท้งั ในระยะก่อสร้างและระยะดาเนนิ การโครงการ
- ประเมินผลกระทบด้านอุบัติเหตุจากการดาเนินโครงการทม่ี ตี ่อชุมชนท่ีอาศัยอยู่บรเิ วณสองฝั่ง
ของแนวเส้นทางที่จะขนส่งวัสดกุ อ่ สร้าง
- ประเมินโอกาสและความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทางานต่ออาชีวอนามัย
และความปลอดภัยของคนงาน
- ประเมินความสอดคล้องของแผนโต้ตอบภาวะฉุกเฉินในกรณีต่างๆ เช่น ระบบในการป้องกัน
อัคคีภัยตามมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานป้องกันอัคคีภัยของ NFPA (National Fire Protection Association)
มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งครอบคลุมถึง
ถังดบั เพลิงมอื ถือ สายฉดี น้าดบั เพลิง ป๊มั น้าดบั เพลิง ปรมิ าณน้าสารอง เปน็ ต้น
- ประเมินผลกระทบด้านอาชีวอนามัยจากฝนุ่ ละออง เสียง และความส่นั สะเทือนจากการก่อสร้าง
- ประเมนิ ผลกระทบดา้ นความปลอดภยั ในชมุ ชน
- ประเมินผลกระทบจากการรั่วไหลของน้ามันหรือสารเคมตี ามลาดับข้ันความรนุ แรงของปริมาณ
การรั่วไหล ทั้งในกรณีเกิดการร่ัวไหลบริเวณท่าเทียบเรือ และเรือเกิดอุบัติเหตุนอกพ้ืนท่ีโครงการ โดยเฉพาะ
พืน้ ทท่ี ่อี อ่ นไหว
- ประเมนิ ผลกระทบจากการแผร่ ังสคี วามรอ้ น
6) การท่องเทย่ี วและทศั นียภาพ
ข้อมลู ประกอบการประเมินผลกระทบฯ
- สภาพปัจจุบันของแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งท่ีมีความสาคัญที่ต้ังอยู่บริเวณพ้ืนที่ศึกษาของ
โครงการและใกลเ้ คยี ง
- คุณค่าและลกั ษณะความสาคัญในด้านตา่ งๆ เช่น ด้านสถาปัตยกรรม ด้านวัฒนธรรม รูปแบบ
กจิ กรรมการท่องเท่ียวและการพักผอ่ นหย่อนใจ
50