1
หลักการสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
คาชแี้ จงสาหรบั ครู
1. ใช้บทเรียนสาเรจ็ รปู ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ สาระนาฏศิลป์
กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ สาหรับนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ศกึ ษาบทเรียนสาเร็จรูปตั้งแตก่ รอบแรกจงึ ถงึ กรอบสดุ ท้ายทั้งเน้ือหาและกจิ กรรมให้
เข้าใจก่อน
3. ศกึ ษาวา่ กจิ กรรมในกรอบใดทค่ี รตู ้องเปน็ ผใู้ ห้คาแนะนา ชว่ ยเหลือหรือให้คาปรกึ ษา
4. ชแี้ จง้ ให้นกั เรยี นอ่านคาแนะนาในการใช้บทเรยี นสาเรจ็ รูป และปฏิบัตติ ามทุกข้นั ตอน
ทุกกรอบ ไม่ขา้ มกรอบ ทงั้ เน้อื หา กิจกรรม และแบบทดสอบ
5. คอยให้คาปรึกษาแกน่ ักเรียนเมอ่ื เกิดปัญหา
6. ควรแนะนาให้นกั เรียนศึกษาด้วยตนเองอย่างแทจ้ รงิ นักเรียนจะต้องซ่ือสตั ย์ตอ่ ตนเอง
ไม่ดูคาตอบลว่ งหนา้ ก่อนคาถาม
2
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
คาชี้แจงสาหรับนกั เรยี น
บทเรียนสาเร็จรปู นี้ จดั ทาขน้ึ เพือ่ ให้นกั เรียนศึกษาด้วยตนเองโปรดอ่านคาแนะนา
กอ่ นศึกษาบทเรียน ดังต่อไปน้ี
1. ให้นกั เรยี นศกึ ษาสาระสาคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั ของการเรยี น
เพ่ือใหท้ ราบวา่ เม่ือนกั เรียนได้ศกึ ษาบทเรยี นสาเร็จรูปจบแล้ว นกั เรียนจะไดร้ ับความรู้
ตามจุดประสงค์ในเรื่องอะไรบ้าง
2. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นในกระดาษคาตอบทีเ่ ตรียมให้ พรอ้ มตรวจคาตอบ
เพอื่ เปน็ การทดสอบความรู้พื้นฐานของนักเรยี น
3. นักเรยี นศึกษาบทเรียนสาเร็จรปู ตามลาดบั ข้นั ตอนทีละกรอบ นักเรียนจะไดร้ บั
ความรู้ ตอบคาถามทบทวนความร้พู รอ้ มกบั ตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบได้ดว้ ยตนเอง
4. ถา้ ตอบผิด ให้นักเรยี นย้อนกลบั ไปอ่านในกรอบความรู้ท่ีผ่านมา
5. ทาแบบทดสอบหลงั เรียนวัดความรู้ความเข้าใจที่ได้รบั พร้อมตรวจคาตอบ
เปรยี บเทยี บกบั การทาแบบทดสอบก่อนเรียนให้ทราบความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้
6. นักเรยี นจะตอ้ งตง้ั ใจใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ซ้ือสตั ย์ มีวนิ ัย ไม่ควรเปิดดูเฉลยคาตอบ
ก่อนการตอบคาถาม
3
หลกั การสร้างสรรค์การแสดงนาฏศลิ ป์
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน
ศ 3.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์
คณุ คา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ช้
ในชวี ติ ประจาวัน
ตัวช้วี ัด
ม.2/1 อธิบายการบูรณาการศิลปะแขนงอนื่ ๆ กบั การแสดง
ม.2/3 วเิ คราะห์การแสดงของตนเองและผู้อ่นื โดยใชน้ าฏยศัพท์
หรือศัพท์ทางการละคร ท่ีเหมาะสม
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 บอกวัตถุประสงค์การแสดงนาฏศลิ ปไ์ ด้
1.2 อธิบายการสร้างงานในรูปแบบของระบา การรา และการฟ้อน ได้
1.3 อธบิ ายการสร้างบทประพันธ์ในการแสดงนาฏศลิ ป์ได้
1.4 อธบิ ายดนตรีของการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ด้
1.5 อธิบายเคร่อื งแตง่ กายในการแสดงนาฏศิลป์ การรา และการฟ้อน ได้
1.6 อธิบายบทประพันธ์ของการแสดงนาฏศิลป์ได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการกลุม่ (P)
2.1 คณะทางาน
2.2 ความรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี
2.3 ข้ันตอนการทางาน
2.4 ความรว่ มมือในการทางาน
3. ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
3.1 การใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น
3.2 ความรับผดิ ชอบ
3.3 ความมุ่งม่นั ในการทางาน
3.4 ความซ่ือสตั ย์
4
หลกั การสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เร่อื ง หลักการสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนทาเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคาตอบทีเ่ ห็นวา่ ถูกที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
1. การแสดงในข้อใดท่ีเหมาะสมกับนกั เรยี นในระดับชัน้ มัธยมศึกษา
ก. ระบาไก่
ข. ระบานก
ค. ระบาปลา
ง. ราวงมาตรฐาน
2. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง
ก. ผ้ทู แ่ี สดงระบาต้องมรี ปู รา่ งใกลเ้ คยี งกัน
ข. ผูท้ ่แี สดงระบาต้องมีฝีมือในการราใกล้เคยี งกัน
ค. การแสดงระบาต้องมผี ้แู สดงตง้ั แต่ 2 คนขนึ้ ไป
ง. การแสดงระบาต้องมีผแู้ สดงตั้งแต่ 5 คนขึน้ ไป
3. รปู แบบการราแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
4. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้องเก่ียวกับการราเดยี ว
ก. ทา่ ราตอ้ งวิจติ ร พิสดาร
ข. กาหนดให้มผี แู้ สดงพระ-นาง
ค. กาหนดใหม้ ีผ้แู สดงเพยี งคนเดยี ว
ง. ผู้ราตอ้ งมีเทคนิคในการราเป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะ
5. ข้อใดคือลักษณะของการราคู่
ก. ตอ้ งเป็นทา่ ราที่เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะตวั
ข. ทา่ ราควรเปน็ ทา่ ท่ีตา่ งคนตา่ งรา
ค. ผู้แสดงต้องเปน็ ผหู้ ญงิ เท่านั้น
ง. ท่าราตอ้ งสัมพนั ธก์ ับค่รู า
5
หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
6. หลักการสาคญั ของการราหมู่คือ
ก. ผรู้ าตอ้ งมีจดุ เดน่ พิเศษ
ข. กาหนดให้มผี ้แู สดง 2 คน
ค. ความพร้อมเพรยี งของกระบวนท่ารา
ง. กาหนดรปู แบบการราใหช้ ัดเจน พระ-นาง
7. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเกยี่ วกับการฟอ้ น
ก. เปน็ การผสมผสานระหว่างทา่ ราและท่าฟ้อน
ข. เป็นการแสดงนาฏศลิ ปเ์ ฉพาะถิ่นของภาคเหนือ
ค. วงดนตรปี ระกอบการแสดงต้องเป็นวงดนตรีพนื้ เมือง
ง. เปน็ การแสดงนาฏศิลป์เฉพาะถ่ินของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
8. วงดนตรพี ืน้ เมืองภาคเหนือจะใช้ประกอบการแสดงทเ่ี รียกวา่
ก. ระบา
ข. ฟ้อน
ค. เซิ้ง
ง. รา
9. ฉาก แสง สี เสยี ง มีความสาคญั อย่างไรตอ่ การแสดง
ก. บ่งบอกถึงประเภทการแสดง
ข. บง่ บอกบุคลิกลักษณะการแสดง
ค. ช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง
ง. สร้างความวจิ ติ รงดงามให้กับตวั แสดง
10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อปุ กรณป์ ระกอบการแสดง
ก. ฉาก
ข. พัด เปิดหน้าถัดไปเพื่อตรวจคาตอบค่ะ
ค. ฉง่ิ
ง. ดอกไม้
6
หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรือ่ ง หลักการสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
ขอ้ ท่ี คาตอบ
1ง
2ง
3ข
4ข
5ง
6ค
7ก
8ข
9ค
10 ก
เด็ก ๆ ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนไดห้ รือเปลา่ คะ
คราวนเี้ ราลองไปศึกษาเรื่อง หลกั การสร้างสรรค์
การแสดงนาฏศิลป์ พร้อมกนั เลยนะคะ
7
หลกั การสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
นาฏศิลป์ เป็นส่วนหน่งึ ของศิลปะสาขาวิจิตรศลิ ป์
มคี ณุ คา่ ในฐานะเป็นแหล่งรวบรวมของศิลปะหลายแขนง ไดแ้ ก่
จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ดรุ ยิ างคศิลป์
และนาฏศิลป์ สาหรับหลักการและวิธีการสรา้ งสรรคก์ ารแสดง
นาฏศิลป์ทผี่ ู้เรยี นควรทราบ มดี งั นี้ค่ะ
8
หลกั การสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
กรอบท่ี 1
วตั ถุประสงค์การแสดงนาฏศลิ ป์
ในการสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์ วตั ถปุ ระสงค์เปน็ เรื่องทผี่ สู้ รา้ งงานจะต้องทราบว่า
สรา้ งงานเพ่ือเปา้ หมายใดเป็นสาคัญ เช่น หากต้องการสรา้ งงานนาฏศลิ ป์ หรอื นาเสนอการแสดง
ในโอกาสตา่ ง ๆ ผสู้ ร้างต้องศึกษาบรบิ ทในชมุ ชน เชน่ การราต้อนรบั แขกผมู้ าเยือน เป็นต้น
ถา้ เป็นการสร้างงานนาฏศลิ ป์ หรือนาเสนอการแสดงเพ่ือความบนั เทิง ผู้สร้างงานจะต้องสร้างงาน
ใหส้ อดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของผชู้ ม ตอ้ งคานึงถึงระดับการศึกษาและวฒุ ิภาวะ
ของผแู้ สดงและผชู้ ม เชน่ ระบาไก่ ระบานก ควรจะอยู่ในระดับชน้ั ประถมศึกษา ราวงมาตรฐาน
ราสีนวล ควรอย่ใู นระดับมธั ยมศึกษา เป็นตน้
ระบากฤดาภนิ หิ าร เปน็ ระบามาตรฐานชุดหน่ึงทพี่ ระ-
นางจะแตง่ กายแบบยนื เครื่อง
ท่มี า : https://sites.google.com/site/
rotchanacha0128/hnwy-kar-reiyn-ru5
คาถามกรอบท่ี 1
การแสดงท่ีเหมาะสมกับนักเรียนระดบั มัธยมศกึ ษา คอื
9
หลกั การสรา้ งสรรค์การแสดงนาฏศลิ ป์
เฉลยคาถามกรอบท่ี 1
ราวงมาตรฐาน ราสีนวล
การกาหนดรูปแบบ ผูส้ รา้ งงานนาฏศิลปต์ ้องกาหนด
รูปแบบการแสดงให้ตรงตามวัตถุประสงคแ์ ละบทบญั ญัติ
ของการแสดงประเภทนน้ั ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ ระบา รา ฟ้อน โขน
ละคร โดยในทนี่ ีจ้ ะยกตวั อย่างการสรา้ งงานในรปู แบบของระบา
รา และฟ้อน พร้อมแลว้ เราไปศึกษากรอบตอ่ ไปกันเลยค่ะ
10
หลักการสร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
กรอบที่ 2
การสรา้ งงานในรปู แบบของระบา
กาหนดให้มีผแู้ สดงต้งั แต่ 2 คนข้ึนไป ผแู้ สดงต้องมีรูปรา่ งและฝมี ือในการราใกล้เคยี งกัน
การบรรจุเพลงร้องและบรรเลงจะมีบทร้องหรือไม่มีก็ได้ สาหรบั ทา่ ราได้นามาจากกระบวนทา่ รา
ในบทเรยี นเพลงช้า เพลงเร็ว และเพลงแม่บทใหญ่ โดยการเลอื กท่าราทป่ี ระณีตงดงามรอ้ ยเรยี ง
ตีความหมายตามบทร้อง และทานองเพลงกระบวนทา่ ราต้องเคลื่อนไหวดว้ ยความพร้อมเพรียง
แปรแถวไดง้ ดงานและมีความแปลกใหมม่ ีความตระการตาด้วยการแต่งกายและใช้อุปกรณต์ า่ ง ๆ
ประกอบการแสดง เช่น พัด ร่ม ผา้ คล้องคอ เปน็ ตน้
ราเมขลา-รามสรู เป็นการราคูท่ ีจ่ ะเนน้ การอวดฝมี ือและความสมั พนั ธ์ของผู้แสดง
ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/313844667789595118/
คาถามกรอบที่ 2
การแปรแถวในการแสดงระบาต้องคานึงถึงสงิ่ ใด
11
หลักการสรา้ งสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 2
ความพร้อมเพรียง
กรอบที่ 3
การสร้างงานในรูปแบบการรา
แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ ราเด่ียว ราคู่ และราหมู่
- ราเด่ยี ว กาหนดให้มีผู้แสดงเพยี งคนเดียว โดยผู้แสดงจะต้องมีความสามารถ
ในการรา เพราะต้องอวดฝีมือการรา มจี ดุ เด่นพเิ ศษ การแต่งกายต้องถูกต้องตามแผน
- ราคู่ กาหนดให้มผี ้แู สดง 2 คน รูปแบบการราคู่ เช่น ชาย-หญิง พระ-นาง
พระคู่ นางคู่ เปน็ ตน้ ทา่ ราต้องสมั พันธ์กับคู่รา ไม่ควรเป็นท่าราท่ีต่างคนต่างรา ต้องสอดคล้อง
กลมกลืนกบั จังหวะ ทานองเพลง และบทร้อง การแตง่ กายใหย้ ึดรปู แบบของการแสดงเป็นหลัก
- ราหมู่ กาให้ให้มผี ู้แสดงมากกวา่ 2 คน ขึน้ ไป ต้องคานงึ ถึงความพร้อมเพรยี ง
ของกระบวนท่ารา ความงดงามของการแปรแถว ทา่ ราต้องสัมพันธ์กับทานองเพลง
ระบาพิมายปรุ ะ เปน็ การจาลองทา่ ราจากภาพ
แกะสลักในปราสาทหินพมิ าย จ.นครราชสมี า
ท่ีมา : https://picpost.postjung.com/
374780.html
คาถามกรอบท่ี 3
การราแบ่งออกเปน็ กี่ประเภท อะไรบา้ ง
12
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 3
การราแบ่งออกเปน็ 3 ประเภท คือ ราเดีย่ ว ราคู่
และราหมู่
กรอบท่ี 4
การสร้างงานในรปู แบบการฟอ้ น
กาหนดใหม้ ีผ้แู สดงตง้ั แต่ 2 คนข้ึนไป การฟ้อนเป็นนาฏศิลปเ์ ฉพาะถ่ินของภาคเหนือ
และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ในการประดิษฐ์ท่าฟ้อนไม่ควรนาทา่ รา หรอื ท่าฟ้อนของแต่ละถิ่น
มาปะปนกัน เพราะจะทาให้การแสดงนาฏศลิ ป์ชดุ นน้ั ขาดความมเี อกภาพ ดนตรีประกอบ
การแสดงต้องเปน็ วงดนตรีพื้นเมอื ง การแต่งกายควรถกู ตอ้ งตามวัฒนธรรมการแตง่ กาย
ของภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ฟ้อนภไู ท เป็นการแสดงท่ีมีลีลาการแปรแถว
คลา้ ยระบา
ทมี่ า : https://sites.google.com/site/
naiyarinnoey/fxn-phu-thi-phu-thi
คาถามกรอบท่ี 4
การฟ้อนเป็นการแสดงเฉพาะถ่ินของภาคใด
13
หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 4
ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
นาฏศิลปไ์ ทย มคี วามสัมพนั ธ์กบั ศิลปะแขนงอ่ืน ๆ
มอี ะไรบา้ งนน้ั เราไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ
14
หลกั การสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
กรอบท่ี 5
บทประพนั ธใ์ นการแสดงนาฏศิลป์
การแสดงบางประเภทมีเนื้อเร่ือง ซ่ึงเป็นสาระสาคัญของเรื่องทใ่ี ชใ้ นการแสดงเพ่ือสื่อถึง
ความคิด อารมณ์ จติ ใจ เช่น การแสดงโขนโรงใน เร่อื งรามเกยี รติ์ ตอนพระรามข้ามสมุทร
ซ่ึงผปู้ ระพนั ธ์ได้ถอดความมาจากรามเกยี รติค์ าพากย์ แลว้ มาร้อยเป็นความเรยี ง ใชเ้ ปน็ บทเจรจา
แทนตัวโขน แต่เนือ่ งจากผู้แสดงโขนตอ้ งสวมหัวโขน ไม่สามารถพดู ได้ จึงใช้วธิ ตี บี ทตามบทโขน
และนาบทพากย์มาปรบั ปรงุ เป็นคาประพนั ธ์ประเภทกลอนละคร แลว้ บรรจุทานองเพลง
ทีเ่ หมาะสม สาหรบั ใชป้ ระกอบการแสดงตา่ ง ๆ
การแสดงโขน เร่อื งรามเกยี รติ์ ตอนพระรามข้ามสมทุ ร
ทม่ี า : https://www.springnews.co.th/news/129341
คาถามกรอบที่ 5
นาฏศิลปไ์ ทยมีความสมั พันธ์กับบทประพันธ์อยา่ งไร
15
หลกั การสร้างสรรค์การแสดงนาฏศลิ ป์
เฉลยคาถามกรอบท่ี 5
ถอดความจากเร่ืองที่แสดงแล้วมารอ้ ยเปน็ ความเรียง
สาหรบั ใช้ประกอบการแสดงต่าง ๆ
กรอบที่ 6
ดนตรีในการแสดงนาฏศิลป์
เป็นศิลปะท่ีนามาใช้ประกอบการแสดงนาฏศลิ ป์ เพ่ือใช้ในการกาหนดจงั หวะ ถา่ ยทอด
ความรสู้ กึ ใหผ้ ู้ชมเกิดอารมณ์ตา่ ง ๆ บ่งบอกถงึ วฒั นธรรมของชาติน้นั ๆ รวมทง้ั บ่งบอกฐานนั ดร
ศักดิข์ องตัวละครและการแสดงกริ ิยาตา่ ง ๆ เชน่ บรรเลงวงปีพ่ าทยป์ ระกอบการแสดงโขน
เพลงรัว เพลงเชิด เพลงเชดิ นอก ซง่ึ ผู้บรรเลงจะตอ้ งมปี ระสบการณ์และมีความรูเ้ ร่ืองกระบวน
ทา่ รา จงึ จะสามารถบรรเลงได้สอดคลอ้ งกลมกลืนกันกับท่ารา เปน็ ต้น
วงปพี่ าทยป์ ระกอบการแสดงโขน
ที่มา : http://www.disciplesofspess.com/วงดนตรีไทย/
คาถามกรอบที่ 6
นาฏศลิ ปไ์ ทยมีความสมั พันธ์กับดนตรีอยา่ งไร
16
หลักการสรา้ งสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 6
เพอ่ื ใช้ในการกาหนดจังหวะ ถ่ายทอดความรู้สึก
ใหผ้ ชู้ มเกดิ อารมณ์ต่าง ๆ
กรอบที่ 7
เครอ่ื งแต่งกายแสดงนาฏศลิ ป์
ศิลปะด้านเครอื่ งแต่งกายจัดเป็นองคป์ ระกอบที่มีความสาคัญมากต่อการแสดงนาฏศิลป์
ไทย เพราะนอกจากจะใช้สวมใส่เพื่อความวจิ ติ รงดงามแล้ว เครื่องแตง่ กายยงั สามารถบง่ บอกถงึ
ประเภทของการแสดง ประวัติ ท่ีมา บคุ ลิกลกั ษณะ เชอื้ ชาติ และฐานะของตัวละครได้อกี ด้วย
เช่น หนุมานแตง่ กายยืนเครื่องลงิ สขี าว สวมหัวโขนวานรสขี าว หัวโลน้ ปากอ้า สวมมาลัยทอง
มดี าวเดอื นในปาก และมีเขี้ยวอยู่กลางเพดานปาก เปน็ ตน้
เคร่อื งแต่งกายเป็นองคป์ ระกอบทมี่ ีความสาคญั ตอ่ การแสดง
นาฏศลิ ปะไทย เพราะสามารถบ่งบอกฐานะของผ้แู สดง
ท่มี า : https://www.fashionartmusic.org/เคร่ืองแต่ง
กายโขนหนมุ า/
คาถามกรอบท่ี 7
เคร่อื งแต่งกายมีความสัมพันธ์กบั นาฏศลิ ป์ไทยอยา่ งไร
17
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 7
เพื่อความวจิ ติ รงดงาม บง่ บอกถึงประเภทของการแสดง ประวัติ
ทม่ี า บคุ ลิกลักษณะ เชือ้ ชาติ และฐานะของตัวละคร
กรอบท่ี 8
ฉาก แสง สี เสียงแสดงนาฏศลิ ป์
การแสดงจากฉาก แสง สี เสยี งประกอบการแสดงท่สี มจริง เช่น ในการแสดงโขน
เรื่องรามเกยี รต์ิ ตอนพระรามข้ามสมุทร บทโขนได้อธิบายฉากไว้ชัดเจนวา่ ตอ้ งแบ่งเป็น 2 สว่ น
คอื สว่ นทเี่ ป็นพ้ืนดนิ หรอื บนฝ่งั กบั ส่วนทเี่ ป็นมหาสมทุ ร เพราะตามเนื้อเรื่อง สคุ รีพ หนมุ าน
และพวกลิง จะอยู่บนฝงั่ และชว่ ยกันขนหินโยนลงไปในมหาสมทุ รที่มนี างสพุ รรณมัจฉาและบรวิ าร
ปลาอาศัยอยู่ ซึ่งนางสุพรรณมจั ฉาและบริวารปลาก็จะชว่ ยกันขนก้อนหินที่พวกลงิ โยงลงมาเอา
ออกไป เปน็ ตน้
แสง สี และเสียงช่วยเพิ่มบรรยากาศในการแสดง บง่ บอกเวลาในท้องเรื่อง เช่น แสง
ออ่ นนวลในตอนเช้า แสงสีส้มในตอนเย็น หรือการใชเ้ สียงสร้างความสมจรงิ เชน่ เสียงฟ้าผ่า
เสียงฟ้าร้อง เสยี งระเบิด
คาถามกรอบท่ี 8
ฉาก แสง สี เสยี งมีความสัมพนั ธก์ บั นาฏศลิ ป์ไทยอยา่ งไร
18
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 8
เพม่ิ บรรยากาศในการแสดง บง่ บอกเวลาในทอ้ งเรื่อง
กรอบที่ 9
อุปกรณป์ ระกอบการแสดงนาฏศิลป์
อุปกรณ์ทใ่ี ช้ประกอบการแสดง จะแบ่งออกได้เปน็ 5 ประเภทหลกั ๆ ดงั น้ี
1. อาวุธ จะใช้อาวธุ ท่ที าเทยี มข้ึนมา มีนา้ หนักเบา เชน่ ทวน ดาบคู่ กระบี่
2. เครื่องมือเครื่องใช้ท่ีใชป้ ระกอบการแสดง เช่น กระติบขา้ วเหนยี ว เคยี วเกี่ยวขา้ ว
3. เครอ่ื งดนตรี ใช้ถือประกอบการแสดง เช่น ฉิ่ง ใชป้ ระกอบการแสดงระบาฉ่งิ
กลองยาว ใช้ประกอบการแสดงรากลองยาว
4. พฤกษชาติ ในที่นี้หมายถึง ดอกไม้ ใบไม้ ก่งิ ไม้ และต้นไม้ ท้ังที่เปน็ ของแท้
และของที่ทาเทียมข้นึ มา
5. อุปกรณเ์ บด็ เตล็ด เปน็ อุปกรณ์ที่ใชป้ ระกอบการแสดงบางชดุ เทา่ นน้ั เชน่ ก้อนหนิ
ทท่ี าขึ้นจากโฟมนามาใชป้ ระกอบการแสดงโขน เรอื่ งรามเกียรติ์ ตอนพระราม
ข้ามสมุทร เปน็ ตน้
คาถามกรอบที่ 9
จงยกตัวอย่างเครอ่ื งดนตรีทน่ี ามาเปน็ อปุ กรณ์
ประกอบการแสดง 2 ตวั อย่าง
19
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
เฉลยคาถามกรอบที่ 9
ฉิ่ง กลองยาว
นาฏศลิ ป์ เปน็ สว่ นหนึ่งของศิลปะสาขาวิจติ รศลิ ป์ มคี ุณค่าในฐานะเป็นแหล่งรวบรวม
ของศิลปะหลายแขนง คือ จิตรกรรม ประตมิ ากรรม สถาปัตยกรรม ดรุ ิยางคศิลป์ และนาฏศลิ ป์
โดยวัตถปุ ระสงค์ คือ ผสู้ รา้ งต้องรู้เป้าหมาย เช่น หากต้องการสรา้ งงานนาฏศิลป์ หรือนาเสนอ
การแสดงในโอกาสต่าง ๆ และการกาหนดรูปแบบการแสดงให้ตรงตามวตั ถุประสงค์และบทบญั ญัติ
ของการแสดงประเภทน้ัน ๆ เช่น ระบา รา ฟอ้ น โขน ละคร ซง่ึ การสร้างงานในรปู แบบการรา
แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ ราเด่ียว ราคู่ และราหมู่ การฟอ้ นเปน็ นาฏศิลปเ์ ฉพาะถน่ิ แต่ละภาค
ควรประดิษฐท์ า่ ฟ้อนเฉพาะพ้ืนทหี่ รือนามาไม่ปะปนกนั สว่ นการแสดงบางประเภทมีเน้ือเรื่อง
เพอ่ื สื่อถงึ ความคิด อารมณ์ จิตใจ ดังนัน้ จงึ ต้องถอดความจากเร่อื งทแี่ สดงแลว้ มาร้อยเป็นความเรียง
สาหรับใชป้ ระกอบการแสดงต่าง ๆ
ดนตรีในการแสดงนาฏศิลป์ เพ่ือใชใ้ นการกาหนดจังหวะ ถ่ายทอดความรู้สึกให้ผ้ชู ม
เกดิ อารมณต์ า่ ง ๆ บ่งบอกวฒั นธรรมและฐานันดรศักด์ิของตวั ละครและการแสดงกิริยาตา่ ง ๆ
เครอ่ื งแตง่ กายเพ่ือความวจิ ิตรงดงามแลว้ และบ่งบอกถงึ ประเภทการแสดง ประวตั ิ ท่มี า
บุคลิกลกั ษณะ เชื้อชาติ และฐานะของตวั ละคร ฉาก แสง สี และเสยี ง เพ่อื การแสดงทส่ี มจรงิ
เพมิ่ บรรยากาศในการแสดง และบ่งบอกเวลาในท้องเร่ือง สว่ นอุปกรณ์ประกอบการแสดงนาฏศิลป์
แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ อาวุธ เครือ่ งมือเคร่ืองใช้ เครอ่ื งดนตรี พฤกษชาติ และอปุ กรณ์เบ็ดเตล็ด
20
หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
แบบทดสอบหลงั เรยี น
เรื่อง หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
คาช้ีแจง : ให้นกั เรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคาตอบท่เี หน็ ว่าถูกทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
1. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. ผทู้ ่ีแสดงระบาต้องมีรปู ร่างใกล้เคียงกนั
ข. ผ้ทู ี่แสดงระบาต้องมีฝีมือในการราใกลเ้ คยี งกัน
ค. การแสดงระบาต้องมีผแู้ สดงต้งั แต่ 2 คนขน้ึ ไป
ง. การแสดงระบาต้องมีผู้แสดงต้งั แต่ 5 คนขึน้ ไป
2. การแสดงในข้อใดท่ีเหมาะสมกับนกั เรียนในระดับช้ันมธั ยมศึกษา
ก. ระบาไก่
ข. ระบานก
ค. ระบาปลา
ง. ราวงมาตรฐาน
3. รูปแบบการราแบง่ ออกเป็นกป่ี ระเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
4. ข้อใดคือลักษณะของการราคู่
ก. ตอ้ งเป็นทา่ ราท่ีเปน็ เอกลักษณเ์ ฉพาะตัว
ข. ท่าราควรเป็นท่าท่ีต่างคนตา่ งรา
ค. ผู้แสดงต้องเป็นผู้หญงิ เท่าน้นั
ง. ท่าราตอ้ งสัมพันธก์ ับครู่ า
5. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้องเก่ียวกับการราเดียว
ก. ทา่ ราตอ้ งวิจติ ร พสิ ดาร
ข. กาหนดให้มผี ้แู สดงพระ-นาง
ค. กาหนดให้มีผแู้ สดงเพียงคนเดียว
ง. ผรู้ าตอ้ งมีเทคนิคในการราเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
21
หลกั การสรา้ งสรรค์การแสดงนาฏศิลป์
6. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเก่ยี วกบั การฟอ้ น
ก. เปน็ การแสดงนาฏศิลปเ์ ฉพาะถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข. วงดนตรีประกอบการแสดงต้องเป็นวงดนตรีพ้ืนเมือง
ค. เปน็ การแสดงนาฏศลิ ป์เฉพาะถิน่ ของภาคเหนือ
ง. เปน็ การผสมผสานระหว่างทา่ ราและท่าฟ้อน
7. หลกั การสาคญั ของการราหม่คู อื
ก. ผ้รู าตอ้ งมีจดุ เด่นพิเศษ
ข. กาหนดให้มีผู้แสดง 2 คน
ค. ความพร้อมเพรยี งของกระบวนทา่ รา
ง. กาหนดรปู แบบการราให้ชัดเจน พระ-นาง
8. ฉาก แสง สี เสียง มคี วามสาคญั อยา่ งไรต่อการแสดง
ก. บง่ บอกถึงประเภทการแสดง
ข. บ่งบอกบคุ ลิกลักษณะการแสดง
ค. ช่วยสรา้ งบรรยากาศในการแสดง
ง. สรา้ งความวิจติ รงดงามให้กับตวั แสดง
9. วงดนตรพี ้ืนเมืองภาคเหนือจะใช้ประกอบการแสดงท่ีเรียกวา่
ก. ระบา
ข. ฟอ้ น
ค. เซง้ิ
ง. รา
10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อุปกรณป์ ระกอบการแสดง
ก. ฉง่ิ
ข. พัด เปิดหน้าถดั ไปเพื่อตรวจคาตอบค่ะ
ค. ฉาก
ง. ดอกไม้
22
หลักการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
เร่ือง หลกั การสร้างสรรคก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
ข้อท่ี คาตอบ
1ง
2ง
3ข
4ง
5ข
6ง
7ค
8ค
9ข
10 ค
เกง่ มากค่ะ
ทาแบบทดสอบหลังเรยี นได้ถูกตอ้ งกข่ี ้อคะ