The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

E-Book

E-Book

E-Book

จัดทำโดย
นำยปยิ ะพงษ์ ทองประเทือง ช้นั ม.5/8 เลขท่ี 28
เสนอ
คณุ ครู นำงสำวชำนิสำ พัฒนว์ ิชัยโชติ

กลีบเลีย้ ง(SEPALS)

 เป็นสว่ นของดอกท่ีอยูน่ อกสุด มีสีเขียว เหมือนใบ และทำหนำ้ ท่ีสงั เครำะหด์ ว้ ยแสงได้ กลีบเล้ียงทำหนำ้ ท่ีหอ่ หุม้
และป้องกนั อนั ตรำยใหแ้ กส่ ว่ นของดอกท่ีอยูภ่ ำยใน เม่ือดอกบำนแลว้ สว่ นของกลีบเล้ียงอำจหมดหนำ้ ท่ีแลว้ หลุด
ร่วงไป

กลีบดอก (petal)

 เป็นสว่ นท่ีอยูถ่ ดั จำกกลีบเล้ียงเขำ้ มำกลีบดอกมกั มีสีสนั สวยงำมเน่ืองจำก
มีรงควตั ถุ กลีบดอกบำงชนิดสำมำรถเปล่ียนสีได้ เชน่ ดอกพุดตำน บำง
ชนิดมีกล่ินหอมเน่ืองจำกมีตอ่ มกล่ินอยูด่ ว้ ยและท่ีโคนกลีบดอกมกั มีตอ่ ม
น้ำหวำน ชว่ ยในกำรลอ่ แมลง

เกสรตวั ผู้ (stamen)

 เป็นสว่ นท่ีจำเป็นตอ่ กำรสืบพนั ธุ์ ทำหนำ้ ท่ีสรำ้ งเซลลส์ ืบพนั ธุ์
เพศผู้ เกสรตวั ผูม้ กั มีหลำยอนั เกสรตวั ผูส้ ว่ นใหญแ่ ยกกนั เป็น
อนั ๆ แตบ่ ำงชนิดอำจติดกนั หรืออำจติดสว่ นอ่ืนของดอกเกสร
ตวั ผู้

ก้านชูเกสรตัวผู้ (filament)

 เป็นสว่ นท่ีมีลกั ษณะเป็นเสน้ อำจรวมกนั เป็นกลุม่
หรือแยกกนั อำจยำวหรือสน้ั ซ่ึงก็แลว้ แตช่ นิดของ
พืช ทำหนำ้ ท่ีชูอกั เกสรตวั ผูห้ รืออบั เรณู

อับเกสรตวั ผู้ (anther)

 มีลกั ษณะเป็นแทงกลมยำวหรือคอ่ นขำ้ งกลม 2 พู ภำยในแบง่ เป็นถุงเล็ก ๆ 4 ถุง เรียกวำ่
ถุงเรณู (pollen sac) บรรจุละอองเรณู (pollen grain) จำนวนมำกมี
ลกั ษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีเหลืองๆ ผิวของละอองเรณูแตล่ ะชนิดจะแตกตำ่ งกนั ละอองเรณู
ทำหนำ้ ท่ี เป็นเซลลส์ ืบพนั ธุเพศผู้ เม่ือดอกเจริญเต็มท่ีแลว้ ถุงละอองเรณูจะแตกออก ละออง
เรณูก็จะปลิวออกมำ เกสรตวั ผูใ้ นพืชแตล่ ะชนิดมีจำนวนมำกนอ้ ยไมเ่ ทำ่ กนั ในพืชโบรำณ
หรือพืชชน้ั ต่ำเกสรตวั ผูม้ กั มีจำนวนมำก สว่ นพืชท่ีมีวิวฒั นำกำรสูงจำนวนเกสรตวั ผูจ้ ะลด
นอ้ ยลง

เกสรตวั เมยี (pistil)

 เป็นชน้ั ท่ีอยใู่ นสุดเปล่ียนแปลงมำจำกใบเพ่ือทำหนำ้ ท่ีสรำ้ งเซลลส์ ืบพนั ธุ์
เพศเมีย จึงเป็นอวยั วะสำคญั ตอ่ กำรสืบพนั ธุ์ ในหน่ึงดอกเกสรตวั เมียอำจ
มีอนั เดียวหรือหลำยอนั

ยอดเกสรตัวเมีย (stigma)

 เป็นสว่ นท่ีพองออกมีลกั ษณะเป็นตุม่ แผแ่ บนเป็นแฉก
เป็นพูและมีน้ำเหนียวๆ หรือขนคอยจบั ละอองเรณูท่ี
ลอยมำติด

ก้านชูเกสรตวั เมีย (style)

 เป็นสว่ นท่ีมีลกั ษณะเป็นเสน้ หรือกำ้ นเล็กๆ อำจยำวหรือสนั้
เช่ือมตอ่ จำกยอดเกสรตวั เมียลงสูร่ งั ไข่ เป็นทำงใหเ้ สปิรม์ นิว
เคลียสเขำ้ ผสมกบั ไข่

รังไข่ (ovary)

 เป็นสว่ นท่ีพองออกมำลกั ษณะเป็นกระเปำะยึดกบั ฐำนรองดอกหรืออำจฝงั อยูใ่ นฐำนรองดอก ซ่ึง
ภำยในมีออวุล(ovule) เม่ือเกิดกำรปฏิสนธิแลว้ รังไขจ่ ะเจริญเป็นผล สว่ นออวุลเจริญเป็น
เมล็ด

การถ่ายละอองเรณู

 ปรากฏการณท์ ลี่ ะอองเรณูปลวิ มาตกบนยอดเกสรตวั เมยี ของดอกชนิดเดยี วกนั
การถา่ ยละอองเรณูเกดิ ขนึ้ เมอื่ ละอองเรณูเจรญิ เต็มที่ อบั เรณูจะแตกออกทาให ้
ละอองเรณูกระจายออกไป โดยอาศยั ลม นา้ โดยเฉพาะ แมลงมคี วามสาคญั
มากในการถ่ายละอองเรณูของพชื ดอก และบนยอดเกสรตวั เมยี (Stigma) ของ
พชื ดอกจะมนี า้ เหนียวๆ ทมี่ นี ้าตาลเป็ นส่วนประกอบ ซงึ่ ชว่ ยในการดกั ละออง
เรณู

การปฏสิ นธิซ้อน

 เม่ือละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ทิวบน์ ิวเคลียสของละอองเรณูแตล่ ะอนั จะสรำ้ งหลอดละอองเรณูดว้ ยกำร
งอกหลอดลงไปตำมกำ้ นเกสรเพศเมียผำ่ นทำงรูไมโครไพลข์ องออวุล ระยะน้ีเจเนอเรทิฟนิวเคลียสจะแบบนิวเคลียสแบบ
ไมโทซิสได้ 2 สเปิรม์ นิวเคลียส (sperm nucleus) สเปิรม์ นิวเคลียสหน่ึงจะผสมกบั เซลลไ์ ขไ่ ดไ้ ซโกต สว่ น
อกี สเปิรม์ นิวเคลียสจะเขำ้ ผสมกบั เซลลโ์ พลำรน์ ิวคลีไอได้ เอนโดสเปิรม์ (endosperm) เรียกกำรผสม 2 ครงั้
ของสเปิรม์ นิวเคลียสน้ีวำ่ กำรปฏิสนธิซอ้ น (double fertilization)

แกมีโทไฟต์เพศผู้ (microgametophyte หรือ male gametophyte)

 หลงั จากเซลลก์ าเนิดไมโครสปอร์ (microsporocyte; 2n) มีการแบ่งตวั แบบไมโอซิสและมีการแบ่งไซโทพลาซึม ไดก้ ลุ่มละสี่
(tetrad) ของไมโครสปอร์ (1n) ในขบวนการการเกิดไมโครสปอร์แลว้ ต่อจากน้นั กลุ่มละส่ีของไมโครสปอร์จะพฒั นาต่อโดยแยก
จากกนั เป็น ไมโครสปอร์ อิสระ ไมโครสปอร์แต่ละชิ้นจะเขา้ สู่ขบวนการการเกิดเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศผู้ (microgametogenesis) มีการ
แบ่งเซลลจ์ นไดล้ ะอองเรณูที่มีเอกซีน และอินทีนหุม้ โดยรอบ ขบวนการในช่วงน้ียงั เกิดอยใู่ นอบั เรณู เมื่อมีการถ่ายเรณู และเรณูเริ่ม
งอก จะมีการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซีส และแบ่งไซโทพลาซึมแบบไม่เท่ากนั หรือบางคร้ังเรียกวา่ แบ่งข้วั ไดส้ องเซลลใ์ นหน่ึงเรณู คือ
เซลลเ์ จเนอเรทิฟ (generative cell) ที่จะสร้าง เซลลส์ เปิ ร์ม (1n) ต่อไป และเซลลไ์ ม่เกี่ยวกบั เพศ (vegetative cell) หรือเซลลห์ ลอด
(tube cell) เหตุท่ีเรียกวา่ เซลลไ์ ม่เก่ียวกบั เพศ เนื่องจาก เซลลน์ ้ีไม่ไดส้ ร้างสเปิ ร์ม และเหตุที่เรียกวา่ เซลลห์ ลอด เนื่องจากเซลลน์ ้ีสร้าง
หลอดเรณูนน่ั เอง โปรดสงั เกตใหด้ ีวา่ เซลลเ์ จเนอเรทิฟท้งั เซลล์ อยใู่ นไซโท พลาซึมของเซลลไ์ ม่เก่ียวกบั เพศ ขบวนการในช่วงน้ี
เกิดอยใู่ นเกสรเพศเมีย โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในส่วนยอดและกา้ นเกสรเพศเมีย

ซฟี ทวิ บเ์ มมเบอร์ (sieve tube member)

 เป็นเซลลท์ ่ีมีรูปร่ำงเป็นทรงกระบอกยำว เป็นเซลลท์ ่ีมีชีวิต ประกอบดว้ ย ชอ่ งวำ่ งภำยในเซลล์ (vacuole) ขนำดใหญม่ ำก เม่ือเซลล์
เจริญเติบโตเต็มท่ีแลว้ สว่ นของนิวเคลียสจะสลำยไปโดยท่ีเซลลย์ งั มี ชีวิตอยู่ ผนังเซลลข์ องซีฟทิวบเ์ มมเบอรม์ ีเซลลูโลส (cellulose)
สะสมอยูเ่ ล็กนอ้ ย ซีฟทิวบเ์ มมเบอรท์ ำหนำ้ ท่ีเป็นทำงสง่ ผำ่ นของอำหำรท่ีไดจ้ ำกกระบวนกำร สงั เครำะหด์ ว้ ยแสงของพืช โดยสง่ ผำ่ นอำหำร
ไปยงั สว่ นตำ่ งๆ ของลำตน้ พืช

คอมพาเนียนเซลล์ (companion cell)

 เป็นเซลลพ์ ิเศษท่ีมีตน้ กำเนิดมำจำกเซลลแ์ มเ่ ซลลเ์ ดียวกนั กบั ซีฟทิวบเ์ มมเบอร์ โดยเซลลต์ น้ กำเนิด 1 เซลลจ์ ะแบง่ ตวั ตำมยำวได้ 2 เซลล์ โดย
เซลลห์ น่ึงมีขนำดใหญ่ อีกเซลลห์ น่ึงมีขนำดเล็ก เซลลข์ นำดใหญจ่ ะเจริญเติบโตไปเป็นซีฟทิวบเ์ มมเบอร์ สว่ นเซลลข์ นำดเล็กจะเจริญเติบโตไป
เป็นคอมพำเนียนเซลล์ คอมพำเนียนเซลลเ์ ป็นเซลลข์ นำดเล็กท่ีมีรูปร่ำงผอมยำว มีลกั ษณะเป็นเหล่ียม สว่ นปลำยแหลม เป็ นเซลลท์ ่ีมีชีวิต มี
ไซโทพลำซึมท่ีมีองคป์ ระกอบของสำรเขม้ ขน้ มำก มีเซลลูโลสสะสมอยูท่ ่ีผนังเซลลเ์ ล็กนอ้ ย และมีรูเล็กๆ เพ่ือใชเ้ ช่ือมตอ่ กบั ซีฟทิวบเ์ มมเบอร์
ทำหนำ้ ท่ีชว่ ยเหลือซีฟทิวบเ์ มมเบอรใ์ หท้ ำงำนไดด้ ีข้ึนเม่ือ เซลลม์ ีอำยุมำกข้ึน เน่ืองจำกเม่ือซีฟทิวบเ์ มมเบอรม์ ีอำยุมำกข้ึนนิวเคลียสจะสลำยตวั
ไปทำใหท้ ำ งำนไดน้ อ้ ยลง

เอนโดสเปิ ร์ม (Endosperm)

 เป็ นโครงสรา้ งที่ทาหนา้ ท่ีใหอ้ าหารแก่เอ็มบริโอ มีโครงสรา้ งประกอบดว้ ยเซลลส์ รา้ งอาหารเรียงกนั เป็ นชนั้ ติดต่อกนั โครงสรา้ งน้ีเกิดข้ึนจากการ
ปฏิสนธิซอ้ น (Double fertilization) ในขนั้ ที่สอง คือ สเปิ รม์ ของพืชเขา้ ไปผสมกบั โพลารน์ ิวคลีไอ (Polar nuclei) ซ่ึงมี
โครโมโซม 2n เกิดเป็ นเซลลท์ ี่มีโครโมโซม 3n ที่แบ่งตวั อย่างต่อเนื่องเป็ นชน้ั ๆ แตกต่างกนั ไปในพืชแต่ละชนิด

ถุงเอ็มบริโอ (embryo sac)

 เมกะสปอรห์ น่ึงช้ินท่ีอยูร่ อดในขบวนกำรกำรเกิดเมกะสปอรใ์ นหวั ขอ้ ท่ี
แลว้ จะพฒั นำตอ่ ไปในขบวนกำรกำรเกิดเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศเมียในหวั ขอ้ น้ี
จนไดเ้ ซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศเมียในท่ีสุด หำกเรำตอ้ งกำรเขำ้ ใจกำรเกิดเซลล์
สืบพนั ธุเ์ พศเมียหรือแกมีโทไฟตเ์ พศเมีย เรำตอ้ งเขำ้ ใจเร่ืองถุงเอ็มบริโอเป็น
อยำ่ งดี เน่ืองจำกองคป์ ระกอบและเหตุกำรณท์ ่ีสำคญั ๆเกิดอยูภ่ ำยในถุง
เอ็มบริ โอน่ ี เอง

แกมโี ทไฟตเ์ พศเมยี (megagametophyte หรอื female gametophyte)

 ท่ีเจริญเต็มวยั ถุงเอ็มบริโอน้ีมีนิวเซลลสั และผนังออวุลหอ่ หุม้ ทงั้ หมดน้ีอยูใ่ นออวุลของพืชดอก โดยทว่ั ไป ถุงเอ็มบริโอเป็นโครงสรำ้ งท่ีมี
แปดนิวเคลียส เจ็ดเซลล์ คือเซลลไ์ ข่ (egg cell) หน่ึงเซลล์ ซิเนอรจ์ ิดส์ (synergids) สองเซลล์ และแอนติโพแดล
(antipodal) สำมเซลล์ โดยท่ีแตล่ ะเซลลม์ ีหน่ึงนิวเคลียส และทง้ั หกเซลลน์ ้ีอยูภ่ ำยในเซลลก์ ลำงท่ีมีขนำดใหญ่ เซลลก์ ลำงน้ีมี
สองนิวเคลียส

ชอ่ ดอก

 ช่อดอกเป็นกลุม่ หรือกลุม่ ของดอกไมจ้ ดั บนกำ้ นท่ีประกอบดว้ ยหลกั สำขำหรือกำรจดั เรียงท่ีซบั ซอ้ นของสำขำ ในทำงสณั ฐำนวิทยำเป็น
สว่ นท่ีปรบั เปล่ียนของหน่อของเมล็ดพืชท่ีเกิดดอกไมข้ ้ึน กำรปรับเปล่ียนสำมำรถเก่ียวขอ้ งกบั ควำมยำวและลกั ษณะของปลอ้ งและ
phyllotaxisเชน่ เดียวกบั รูปแบบในสดั สว่ นกด, บวม, adnations , connationsและกำรลดแกนหลกั และ
รอง นอกจำกน้ีเรำยงั สำมำรถกำหนดชอ่ ดอกเป็นสว่ นสืบพนั ธุข์ องพืชท่ีมีดอกเป็นกระจุกในรูปแบบเฉพำะ กำ้ นชอ่ ดอกถือทง้ั หมดจะถูก
เรียกวำ่ กำ้ นและแกนหลกั (ถูกเรียกวำ่ ลำตน้ หลกั ) ถือดอกไมห้ รือสำขำอ่ืน ๆ ท่ีอยูใ่ นชอ่ ดอกท่ีเรียกวำ่ ขนนก กำ้ นของแตล่ ะดอกเด่ียวท่ี
เรียกวำ่ กำ้ นดอก ดอกไมท้ ่ีไมไ่ ดเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของชอ่ ดอกเรียกวำ่ ดอกไมโ้ ดดเด่ียวและกำ้ นของมนั ยงั เรียกอีกอยำ่ งวำ่ กำ้ นชอ่ ดอก ดอกไมใ้ น
ชอ่ ดอกอำจจะเรียกวำ่ ดอกโดยเฉพำะอยำ่ งย่ิงเม่ือดอกไมแ้ ตล่ ะคนมีขนำดเล็กโดยเฉพำะอยำ่ งย่ิงและเป็นพำหะในคลสั เตอรแ์ น่นเชน่ ใน
pseudanthium ผลขนั้ ตอนของชอ่ ดอกเป็นท่ีรูจ้ กั กนั ในฐำนะท่ีเป็นinfructescence ชอ่ ดอกอำจเรียบงำ่ ย (เด่ียว) หรือ
ซบั ซอ้ น (panicle). ขนนกอำจเป็นหน่ึงในหลำยประเภทรวมทงั้ เด่ียวคอมโพสิต umbel ขดั ขวำงหรือชอ่ ดอกแบบงำ่ ยๆ

ผนงั ผล (pericarp)

• ผนงั ชนั้ ใน (Endocarp) ผนังชน้ั ใน มีทงั้ ออ่ นนุ่มเชน่ สม้ และมีลกั ษณะแข็งเชน่ มะมว่ ง มะพรำ้ ว
• ผนงั ชนั้ กลาง (Mesocarp) ผนังชน้ั น้ีมกั นุ่ม เชน่ มะมว่ ง มะละกอ ผลบำงชนิดมีผนังชน้ั กลำงเป็นเสน้ ใยเหนียว

เชน่ มะพรำ้ ว ตำล จำก
• ผนงั ชนั้ นอก (Exocarp) ชน้ั ผิวนอกสุดของผล ชนั้ น้ีในผลบำงชนิดมีผิวชน้ั นอกบำงหรือออ่ นเชน่ ผลองุน่ ชมพู่

มะมว่ ง ผลบำงชนิดผิวชน้ั นอกแข็งและเหนียว เชน่ มะพรำ้ ว ฟกั ทอง
• เมล็ด (Seed) คือออวุลท่ีไดร้ บั กำรปฏิสนธิและเจริญเติบโตเต็มท่ี ประกอบดว้ ย เปลือกเมล็ด มี 2 ชนั้ คือ

ชน้ั นอก และชนั้ ใน เอนโดสเปิ รม์ และเอ็มบริโอ

ดพิ ลอยด์

 วฏั จกั รชีวิตของพืชดอกในชว่ งท่ีเห็นเป็นตน้ พืชอยูท่ ว่ั ๆ ไป มีโครงสรำ้ งประกอบดว้ ย เซลลแ์ บบดพิ ลอยด์ (2n) ชว่ งน้ีจะเป็นชว่ งดิพลอยด์
หรือเรียกวำ่ สปอโรไฟต์ (Sporophyte) จำกกำรสรำ้ งเซลลส์ ืบพนั ธุข์ องพืชดอกจะไดแ้ กมีโทไฟตเ์ พศเมีย (Female
Gametophyte) คือ ถุงเอ็มบริโอ ซ่ึงภำยในมี 8 นิวเคลียส และแกมีโทไฟตเ์ พศผู้ (Male Gametophyte) คือ
ละอองเรณูซ่ึงอยูใ่ นมี 3 นิวเคลียส นิวเคลียสเหลำ่ น้ีมีโครโมโซมเป็นแฮพลอยด์ (n) มีขนำดเล็ก เม่ือไขแ่ ละสเปิรม์ นิวเคลียสปฏิสนธิกนั
ไดไ้ ซโกต (Zygote) ซ่ึงมีจำนวนโครโมโซมเป็นดิพลอยด์ ไซโกตก็จะเจริญเป็นเอ็มบริโอ (Embryo) และตน้ ออ่ นตอ่ ไป


Click to View FlipBook Version