6. การประเมินผล ตัวชี้วัดความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย/ ตัวชี้วัด วิธีการวัด ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ อนามัย สามารถป้องกันและหลีกเลี่ยง โรคหรืออันตรายต่างๆได้ 100 สังเกต สัมภาษณ์ แบบบันทึกการสังเกต แบบบันทึกการสัมภาษณ์ 7 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 7.1 นักเรียนทุกคนได้รับบริการด้านสุขภาพอนามัย มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ 7.2 นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ผู้เสนอโครงการ ผู้อนุมัติโครงการ (นางสาวศิริภา แสนทวีสุข) (นางสาวสัณธานี คุณะชัย) พนักงานราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคันสูง
ชื่อโครงการ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน แผนงาน การจัดการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (บริหารงานทั่วไป) สนองกลยุทธ์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 1 ตัวบ่งชี้ที่ 1.1 -1.2 หน่วยงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านคันสูง ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวศิริภา แสนทวีสุข ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง ระยะเวลาดำเนินการ 1 พฤษภาคม 65 – 30 เมษายน 66 ………………………………………………………………………………………………………………………………………......... 1. หลักการและเหตุผล การพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มี คุณธรรม จริยธรรม และมีวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษานั้น นอกจาก จะดำเนินการด้วยการส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนแล้ว การป้องกันและการช่วยเหลือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิด กับนักเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งด้านการสื่อสาร เทคโนโลยีปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการระบาดของสารเสพติด ปัญหาครอบครัว ปัญหาการแข่งขันทุกรูปแบบ ล้วนก่อให้เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด การปรับตัวไม่เหมาะสมที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิต และ สุขภาพกายของทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งก่อให้เกิดสภาวะวิกฤตทางสังคม ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน ให้มีความสมบูรณ์พร้อมใน ลักษณะองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนให้มีทักษะใน การดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข มีคุณค่า และจากสภาพปัญหาของโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะครอบครัว ยากจน พ่อแม่ไม่ได้อยู่เป็นผู้ดูแล พ่อแม่แยกทาง ผู้ปกครองไปทำงานออกจากบ้านแต่เช้า กลับค่ำ ทำให้ ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลอบรมสั่งสอนนักเรียนอย่างเต็มที่ โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ใต้ตระหนักในสภาพปัญหา ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูในโรงเรียน นักเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมคิดร่วมทำ โดยศึกษาแนวทางการดำเนินงานจากหลักและระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน แนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นต้น 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักตนเองและพึ่งตนเองได้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขนิสัยที่ดี 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตสามารถหลีกเลี่ยง ป้องกันภัยอันตรายและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนและสังคม 5. เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีและทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพ 3. เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ - นักเรียนโรงเรียนบ้านคันสูง ปีการศึกษา 2565 ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน จังหวัด อำนาจเจริญ จำนวน 63 คน รู้จักตนเองและพึ่งตนเองได้ 3.2 เชิงคุณภาพ - นักเรียนร้อยละ 85 สามารถพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพและสามารถปรับตัวอยู่ในสังคม ได้
4. กิจกรรมและการดำเนินการ ที่ กิจกรรม ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ 1 ขั้นวางแผน -ประชุมชี้แจงโครงการ เสนอและขอ อนุมัติ พฤษภาคม 65 ผู้อำนวยการ 2 ขั้นดำเนินการ -แต่งตั้งคณะกรรมการ พฤษภาคม 65 ผู้อำนวยการ ดำเนินงานตามโครงการ - จัดเก็บข้อมูลนักเรียน/ทำบัตร นักเรียน - ประชุมผู้ปกครองนักเรียน - กิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียน - ยุวชนอาสาพัฒนาชุมชน - พัฒนางานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน พฤษภาคม 65 – เมษายน 66 นางสาวศิริภา แสนทวีสุข 3 ขั้นประเมินผล -ครั้งที่1 การติดตามและประเมินผล -ครั้งที่2 การรายงานผลดำเนินงาน พฤศจิกายน 65 เมษายน 66 ผู้อำนวยการและคณะ นางสาวศิริภา แสนทวีสุข 5. งบประมาณ 1,000 บาท ที่ รายการ/กิจกรรม/ คำชี้แจงในการใช้งบประมาณ งบประมาณ รวม อุดหนุน พัฒนา ผู้เรียน อื่นๆ 1 แต่งตั้งคณะทำงาน - - - - 2 ดำเนินงานตามกิจกรรม - จัดเก็บข้อมูลนักเรียน/ทำบัตรนักเรียน - ประชุมผู้ปกครองนักเรียน - การเยี่ยมบ้านนักเรียน - ยุวชนอาสาพัฒนาชุมชน - พัฒนางานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 1,000 - - 1,000 รวม 1,000 - - 1,000
รายละเอียดการใช้งบประมาณ ลำดับที่ รายการ จำนวนที่ใช้ ราคา/หน่วย จำนวนเงิน หมายเหตุ 1 ค่าดำเนินงานประชุมผู้ปกครอง - - 500 2 วัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำเอกสาร - - 500 รวมทั้งสิ้น 1,000 6. การประเมินผล ตัวชี้วัดความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย/ ตัวชี้วัด วิธีการวัด ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ - นักเรียน รู้จักตนเองและพึ่งตนเองได้ นักเรียน - นักเรียนพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ และสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้ 90 85 1. สังเกต 2. ประเมิน 1. แบบบันทึกการสังเกต 2. แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักเรียนโรงเรียนบ้านคันสูง ได้รับการส่งเสริม พัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็งคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะ การดำรงชีวิตและรอดพ้นจากวิกฤติทั้งปวง ผู้เสนอโครงการ ผู้อนุมัติโครงการ (นางสาวศิริภา แสนทวีสุข) (นางสาวสัณธานีคุณะชัย) พนักงานราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคันสูง
ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น (ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก) โครงการ ส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาสะอาด บรรยากาศร่มรื่น น่าอยู่ น่าเรียน และปลอดภัย ประจำปี ๒๕๖๕ ผลงาน/ประสบผลสำเร็จ ตามโครงการที่จัดทำ
ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ การคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบโรงเรียน ส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ ๑๐ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ได้รับเกียรติบัตร การดำเนินงานโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับ ๓ ดาว
ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ได้รับรางวัลเกียรติบัตร ผ่านเกณฑ์ในระดับดีโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕
สถานศึกษาปลอดภัย ประจำปี 2564 ระดับดีเด่น
๙. มีการดูแล สำรวจและตรวจสอบความปลอดภัยในสถานศึกษาโดยกำหนดผู้รับผิดชอบ ที่ชัดเจนรวมทั้งนำผลไปปรับปรุงแก้ไข
บริเวณโรงเรียนสะอาด น่าอยู่ น่าเรียน ปลอดภัยเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน
อาคารเรียนมั่นคง สะอาด น่าอยู่ น่าเรียนและปลอดภัยปลอดภัย
มีความสะอาดเป็นระเบียบ สวยงามบริเวณโรงเรียน จัดบริเวณภายในโรงเรียนโดยรอบ สะอาด เป็นระเบียบ สวยงาม มีป้ายถนนทางเข้าออก ติดป้ายเครื่องหมายจราจร ป้ายประชาสัมพันธ์
๑๐. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของเครื่องจักร เครื่องมือ(Safeguard) ในสถานศึกษาอย่างครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ เช่น ฝาครอบใบเลื่อย ชุดเฟือง สายพาน ระบบม่านลำแสงตัดการทำงาน ของเครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกันแบบใช้มือทั้ง ๒ ข้างบังคับการทำงาน
๑๑. มีระบบป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วหรือการต่อสายดินในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
๑๒. มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานศึกษา เช่น สัญญาณแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ ถังดับเพลิงเป็นต้นรวมทั้งการตรวจสอบและรักษาที่ชัดเจน
๑๓. มีแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานศึกษาที่ชัดเจน ติดตั้งถังดับเพลิงตามอาคารเรียน
๑๔. มีการอบรมการดับเพลิงขั้นต้นในสถานศึกษา
๑๕. มีการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟในสถานศึกษาประจำปี
๑๖. มีการฝึกซ้อมตามข้อ ๑๕ โดยให้หน่วยงานที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ฝึกสอน
๑๗.มีห้องพยาบาลและอุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสถานศึกษาพร้อมผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
๑๘. มีมาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อให้กับบุคลากรและมีการเผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับการป้องกันการเจ็บป่วยหรือโรคอันเกิดจากการทำงานในสถานศึกษา
๑๙. มีห้องส้วม(ที่ถ่ายอุจจาระ และที่ถ่ายปัสสาวะ)และอ่างล้างมือสำหรับนักเรียน/นักศึกษา แยกชาย – หญิงที่พอเพียง
๒๐. มีการจัดน้ำดื่มที่สะอาด ที่ล้างหน้าที่ถูกสุขลักษณะและพอเพียงเพื่อให้บุคลากรได้ใช้ ก่อนการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม
มีการจัดโรงอาหารที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน กว้างขวางสำหรับจำนวนนักเรียน จัดอาหารให้ถูกหลักอนามัย ๒๑.มีการจัดที่รับประทานอาหารและที่พักที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ เช่น ระบบ แสงสว่างระบบระบายอากาศ ระดับความดังของเสียงเป็นต้น
สถานที่โรงอาหาร/อาคารอเนกประสงค์ สนามกีฬา สนามเด็กเล่น บริเวณเข้าแถวเคารพธงชาติ มีความ สะอาด เป็นระเบียบ สวยงาม
มีไม้ยืนต้นให้ความร่มรื่น ใต้ร่มไม้จัดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง สะอาด เรียบร้อย สวยงาม
๒๒. มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยในสถานศึกษา
จัดบริเวณโดยรอบทั้งภายในและภายนอกอาคารให้มีความร่มรื่น สวยงาม เช่น ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกไม้กระถาง
จัดบริเวณโดยรอบภายนอกอาคารให้มีความร่มรื่น มีถนนภายในเป็นสัดส่วน
จัดมุมธรรมชาติหรือแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติในโรงเรียน เช่น สวนหย่อม แปลงไม้ดอกไม้ประดับ แปลงพืชผักสวนครัว เรือนเพาะชำ มีป้ายบอกชื่อต้นไม้
จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนด้านส่งเสริมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดห้องเรียนธรรมชาติให้นักเรียนได้ทำกิจกรรม หรือพักผ่อนในยามว่าง
๒๓. มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับการเรียนการสอนเกี่ยวกับสารเคมี ในสถานศึกษาที่เหมาะสมและปลอดภัย
๒๔. มีการรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาจากครู อาจารย์ นักเรียน/นักศึกษาและมีการนำไปปรับปรุงแก้ไข ภาคีเครือข่ายชุมชนร่วมทำ MOU
สถิติอุบัติเหตุในสถานศึกษา ประเภท การบาดเจ็บ/จำนวน ความเสียหาย/จำนวน เสียชีวิต/จำนวน รวม ประถมวัย - - - ประถมต้น - - - ประถมปลาย - - - รวมทั้งหมด - - - การวางแผนรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน แนวทางการวางแผนการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียนเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน โดย ร่วมกันวางแผนป้องกันแก้ไขควบคุมกำกับติดตามประเมินผลและรายงานจึงจำเป็นต้องมี มาตรการและกิจกรรมเพื่อให้รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ . ศ . 2545 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 พร้อมทั้งนโยบาย ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ขั้นตอน ภารกิจ 1.ศึกษาสภาพทั่วไปศึกษาสภาพทั่วไปของโรงเรียนชุมชนความเข้มแข็งของเครือข่ายเพื่อวิเคราะห์ความ เสี่ยงจาก การเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัย และภัยจากสภาพแวดล้อม 2.กำหนดมาตรการหลักกำหนดมาตรการหลักเพื่อป้องกัน และ/หรือ แก้ไข 3.กำหนดมาตรการเสริมกำหนดมาตรการเสริมให้เหมาะสมกับความเชื่อวัฒนธรรมและประเพณีของ ท้องถิ่นและสภาพความเสี่ยงของท้องถิ่น 4.กำหนดกิจกรรมกำหนดกิจกรรมสนับสนุนมาตรการหลักและมาตรการเสริม 5.กำหนดเวลาและผู้รับผิดชอบกำหนดเวลาและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ๒๕. มีการจัดเก็บข้อมูลสถิติอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยในสถานศึกษาและวางแผนการป้องกัน ที่เหมาะสม
มาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุ อุบัติภัย และปัญหาทางสังคมสาเหตุมาตรการป้องกันและแก้ไข ผู้รับผิดชอบ ด้านการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุ 1. อุบัติเหตุจากอาคารเรียนอาคารประกอบ 1.ตรวจสอบโครงสร้างและส่วนประกอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ 2.แต่งตั้งบุคลากรในการดูแลรักษาอาคาร สถานที่ 3.สร้างความตระหนักและให้ความรู้การรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน 4.จัดทำป้ายข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในจุดอันตราย 5.ซ่อมแซมส่วนประกอบอาคารให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย 6.จัดให้มีแผนการป้องกันและการเคลื่อนย้ายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 2.อุบัติเหตุจากบริเวณสถานศึกษา 1.แต่งตั้งครูเวรประจำวันคอยควบคุมกำกับ ติดตามดูแล การรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งวัน 2.จัดให้มีผู้รับผิดชอบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง สถานพยาบาล 3.หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปีนต้นไม้ 4.จัดให้มีเจ้าหน้าที่ตัดแต่งกิ่งไม้ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยเสมอ 5.จัดให้ป้ายคำเตือนเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด อุบัติเหตุ 6.จัดให้มีความรู้และแนวทางปฏิบัติแก่นัก เรียนในกรณี ที่พบวัตถุ สิ่งแปลกปลอมซึ่งอาจเป็นวัตถุ ระเบิด หรือวัตถุอันตราย 7.ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง 8.จัดให้มีระบบการขออนุญาตออกนอกสถานศึกษา 9.จัดให้มีการบำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบสม่ำเสมอ 10.จัดให้มีถังขยะแยะประเภทเพื่อสะดวกในการจัดเก็บและ ทำลาย 3. อุบัติเหตุจากการเดินทาง ไป-กลับ ระหว่างบ้าน และสถานศึกษา 1. สถานศึกษาผู้ปกครองและชุมชนร่วมมือกันกำหนดมาตรการ รับ-ส่งนักเรียนตอนเช้าและเลิกเรียน 2. กำกับดูแลนักเรียนที่ใช้จักรยานให้ชิดทางซ้ายและเป็นแถว 3.จัดครูเวรประจำวันตรวจเช็คนักเรียนที่มีผู้ปกครองมารับ 4.แนะนำการเดินแถวกลับบ้านและให้พี่ดูแลน้อง 5.ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติตามกฎจราจร 6.จัดครูเวรและนักเรียนคอยรับ-ส่งนักเรียน
จัดให้มีเวรยามควบคุม ดูแลนักเรียน โรงเรียนได้แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติหน้าที่การรักษาความปลอดภัยสถานที ราชการและทรัพย์สินของโรงเรียน ตลอดจนรับเรื่องการติดต่อราชการ ควบคุมดูแลนักเรียนในแต่ละวันให้อยู่ใน ความสงบและเรียบร้อย ลงมติการเรียนของนักเรียน ทุกๆเดือน โดยมีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1. มาปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวันตอนเช้าเพื่อรับนักเรียน 2. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายในชุด หรือ บริเวณต่างๆ ๒๖. มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ในรูปแบบต่างๆที่เหมาะสม
3. ตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยทั่วไปทั้งภายในและนอกสถานศึกษา รวมทั้งตรวจดูแลการทิ้งขนะของ นักเรียนของนักเรียนให้ถูกต้อง 4. ดูแลความปลอดภัยของนักเรียนบริเวณทั่วไปในช่วงเช้า พักกลางวันและหลังเลิกเรียน หากพบว่านักเรียน เจ็บป่วย ได้รับอุบัติเหตุและอื่นๆ แล้วแต่กรณี โดยให้ติดต่อครูประจำชั้น หรือประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง 5. ตรวจตราหรือว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่กระทำผิดระเบียบของสถานศึกษา และแจ้งให้ครูปรึกษาจด บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ลงในสมุดบันทึกประจำวัน 6. ให้เข้าประจำจุดต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายในตอนเย็น หลังเลิกเรียนให้ตรงเวลา โดยดูแลนักเรียนออกจากโรงเรียนตลอดจนนักเรียน กำกับเรื่องการทำความเคารพและระเบียบวินัย หมด เวลาของการปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวันเวลา 18.00
มีช่องจอดจักรยาน ทางเดินเท้าติดป้ายเตือนความปลอดภัยในโรงเรียน มีช่องจอดจักรยาน ติดป้ายเตือนความปลอดภัยในโรงเรียน ป้ายห้ามนำสัตว์เลี้ยงและป้ายเขตอันตรายหวงห้าม
จัดครูพูดหน้าเสาธง และเสียงตามสายเตือนภัยในรูปแบบต่างๆ เพื่อย้ำเตือนนักเรียนให้ระวังและ ป้องกันตนเองจากภัยต่างๆ เช่นภัยจากคน/สัตว์ ภัยจากจากธรรมชาติ ภัยจากสื่อโซเชียล จากยาเสพติด
สำหรับด้านการจัดการขยะสิ่งแวดล้อม โรงเรียนบ้านคันสูง ได้มีการจัดการกับขยะภายในบริเวณโรงเรียน โดยได้จัดตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล ซึ่งทางโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ Zero Waste School และสอนให้นักเรียนคัด แยกประเภทของขยะก่อนทิ้งตามถังขยะสีต่างๆ ที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อเป็นการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เช่น การจัดทำป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน ประกาศและประชาสัมพันธ์รณรงค์ต่างๆ
มีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมการจัดการขยะ เช่น การคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นเพื่อให้ นักเรียน ครูบุคลากร ตระหนักถึงความสำคัญ ของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ทั้งที่มองเห ็ นและมองไม่เห ็ น โดยเน้นการสร้างจิตสำนึกให้กับ นักเรียนผ่านการสอดแทรกเนื้อหา ความรู้ในทุกช่วงกระบวนการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนจะต้องรู้จัก สร้างสิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเน้นแก้ไข พฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมโทรมต่อสภาพแวดล้อม พยายามที่จะให้นักเรียนเล็งเห็นถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวนั้นสามารถสร้าง ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้โดยเริ่มต้นจากกิจกรรมเล็ก ๆ ได้แก่ การปลูกต้นไม้ การทำความสะอาดสถานที่สำคัญต่าง ๆและรณรงค์กำรคัดแยกขยะ ฯลฯ
๒๗. มีหนังสือ ตำรา หรือมาตรฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ในการทำงาน เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าและการเรียนรู้ของบุคลากร
มีช่องจอดจักรยาน ทางเดินเท้าติดป้ายเตือนความปลอดภัยในโรงเรียน มีช่องจอดจักรยาน ติดป้ายเตือนความปลอดภัยในโรงเรียน ป้ายห้ามนำสัตว์เลี้ยงและป้ายเขตอันตรายหวงห้าม ๒๘. มีมาตรการดูแลเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น การจัดระบบจราจร การสวมหมวกกันน็อค การดูแลยานพาหนะรับ – ส่ง นักเรียน/นักศึกษา ใบอนุญาตขับรถ เป็นต้น สำหรับนักเรียน/นักศึกษาในสถานศึกษา
๒๙.มีการสร้างความร่วมมือและกิจกรรมดำเนินการระหว่างชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษา